1
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
บทที่ 7
ระบบ (System)
2
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
1ความหมาย
ของระบบ (System)
ระบบ (System) เป็นกลุ่มขององค์ประกอบ
ต่าง ๆ ที่ทํางานร่วมกัน เพื่อจุดประสงค์ในสิ่ง
เดียวกัน ระบบอาจประกอบด้วยบุคลากร เครื่องมือ
วัสดุ วิธีการ การจัดการ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะต้องมีระบบ
ในการจัดการเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์เดียวกัน คําว่า
"ระบบ" เป็นคําที่มีการเกี่ยวข้องกับการทํางานและ
หน่วยงานและนิยมใช้กันมาก เช่น ระบบธุรกิจ
(Business System) ระบบสารสนเทศ
(Management Information System) ระบบการ
เรียนการสอน (Instructional System) ระบบ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network
System) เป็นต้น เมื่อทําการศึกษาระบบใดระบบ
หนึ่ง นักวิเคราะห์ระบบจะต้องเข้าใจการทํางานของ
ระบบนั้นให้ดี โดยการศึกษาว่า ระบบทําอะไร
(What) ทําโดยใคร (Who) ทําเมื่อไร (When) และ
ทําอย่างไร (How) นักวิเคราะห์ระบบ (System
Analyst หรือ SA) ซึ่งได้แก่ บุคคลที่มีหน้าที่วิเคราะห์
และออกแบบระบบจะต้องเข้าใจการทํางานของระบบ
นั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไรและอะไรคือความต้องการของ
ระบบ
3
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
ระบบจําเป็นต้องเกี่ยวข้องกับส่วนย่อยหรือ
องค์ประกอบอื่นหลายส่วน เช่น บุคคล เครื่อง
คอมพิวเตอร์ วิธีการ วัสดุเครื่องมือเครื่องใช้ ฯลฯ
หากไม่มีระบบในการทํางานก็จะทําให้ยุ่งยากมาก
ขึ้นจากเดิม หรือทําไม่ได้เลย เช่น ระบบในร่างกาย
ของเราจะต้องประกอบไปด้วยระบบเส้นประสาท
ระบบขับถ่าย ระบบหายใจระบบไหลเวียนของ
โลหิต ฯลฯ ดังนั้นการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
มีความสําคัญ เพราะเป็นปัจจัยในการสร้างและ
พัฒนาระบบสารสนเทศ การวิเคราะห์ระบบเป็น
เรื่องที่น่าสนใจ เพราะนักวิเคราะห์ระบบต้องติดต่อ
กับคนหลายคน ได้รู้ถึงการจัดการและการทํางาน
ในองค์การ ทําให้เรามีความรู้เกี่ยวกับระบบ
คอมพิวเตอร์หลายแบบมากขึ้น ผู้ที่สามารถ
วิเคราะห์ระบบได้ดี ควรมีประสบการณ์ในการเขียน
โปรแกรม มีความรู้ทางด้านธุรกิจ ความรู้เกี่ยวกับ
ระบบเครือข่ายและฐานข้อมูล ซึ่งใช้เป็นความรู้ใน
การออกแบบระบบที่มีความแตกต่างกันออกไป
ตาม สภาพงาน ดังนั้น หน้าที่ของนักวิเคราะห์ ก็
คือการศึกษาระบบ แล้วให้คําแนะนําในการ
ปรับปรุงและพัฒนาระบบนั้นจนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่ง
การทํางานทั้งหมดต้องมีลําดับขั้นตอนและ
การศึกษาวิธีการวิเคราะห์และการออกแบบระบบ
ในแต่ละขั้นตอน ทําให้เข้าใจการวิเคราะห์ระบบ
นั้นๆ ดียิ่ง และสามารถออกแบบระบบใหม่โดยไม่
ยากเย็นนัก โดยสามารถตัดสินใจว่า ระบบใหม่ควร
ใช้คอมพิวเตอร์ประเภทไหน ใช้โปรแกรมอะไร
ออกแบบ Input/output อย่างไรเป็นต้น
2
ทําไม
ต้องวิเคราะห์
และออกแบบระบบ
4
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
3
หน้าที่
ของนักวิเคราะห์
และออกแบบระบบ
คือ วิเคราะห์ และออกแบบระบบงานตาม
ความต้องการของหัวหน้าโครงการ ผู้ใช้ และเจ้าของ
ระบบ ดังนั้นสิ่งที่นักวิเคราะห์ระบบต้องการคือ
ข้อเท็จจริง(Fact) ทั้งหมดของระบบงานนั้นๆ
ข้อเท็จจริงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะข้อมูล (Data)
และขั้นตอนการทํางาน (Process) เท่านั้น แต่ได้
ครอบคลุมถึงทุกสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น
ระบบงานนั้นๆ
ทั้งที่เกิดขึ้นก่อน และหลังจากการผ่าน
ขั้นตอนการทํางานต่างๆ เงื่อนไขการดําเนินการทาง
ธุรกิจ (Business Rules หรือ Business
Conditions) และสภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ
(Environment) ที่มีหรืออาจมีผลกระทบในการ
ดําเนินการโดยนักวิเคราะห์ระบบนําข้อเท็จจริง
เหล่านั้นมาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทําโครงการ
รวมถึงวิเคราะห์และออกแบบระบบด้วยดังนั้นหน้าที่
อีกอย่างหนึ่งที่นักวิเคราะห์ระบบจะต้องดําเนินการ
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง (Fact) ดังกล่าวคือ “การเก็บ
รวบรวมข้อเท็จจริงและสารสนเทศทั้งหมดของระบบ
(Fact-Finding and Information Gathering)”
5
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
4
คุณสมบัติ
ของนักวิเคราะห์ระบบ
คุณสมบัติของนักวิเคราะห์ระบบ
1. มีความชํานาญหลากหลายในศาสตร์
คอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์
โปรแกรมภาษา ฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นต้น
2. มีความเข้าใจในระบบธุรกิจ ระบบการเงิน และ
ระบบการตลาด เป็นอย่างดี
3. มีความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้ระบบ
เป็นอย่างดี
4. ต้องเป็นนักสํารวจ ที่ช่างสังเกตในรายละเอียด
ในรายละเอียดต่าง ๆ ของระบบ รวมทั้งองค์
ประกอบภายนอกที่เกี่ยวข้องกับระบบ
5. มีจรรยาบรรณต่อองค์กรที่พัฒนาระบบให้ไม่
นําข้อมูลที่ได้ซึ่งเป็นความลับขององค์กรไปเผยแพร่
ภายนอกอันก่อให้เกิดผลเสียแก่องค์กร
6. ต้องทํางานเป็นทีมได้อย่างดี
7. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เนื่องจากนักวิเคราะห์
ระบบต้องมีการติดต่อประสานงานระหว่างบุคคล
หลายกลุ่ม
8. สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ด้วยตนเอง
9. มีความสามารถในการนําเสนอข้อมูลให้ทั้ง
ผู้บริหารระดับสูงรวมไปถึงผู้ใช้ระบบ ให้สามารถ
เข้าใจได้โดยง่ายและ ตรงกัน
10. มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารเป็น
ภาษาอังกฤษได้ดี หากองค์กรนั้นสื่อสารภายใน
เป็นภาษาอังกฤษ
11. สามารถทํางานภายในภาวะกดดันได้
เนื่องจากต้องทํางานกับบุคคลหลายฝ่าย
12. เป็นนักจิตวิทยา ในการที่จะพูดคุยหรือติดต่อ
กับกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มเพื่อให้ได้ข้อมูลอย่าง
ถูกต้อง
6
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
5วงจรการพัฒนาระบบ
คืออะไร
ระยะที่ 2 การวิเคราะห์
การวิเคราะห์จะต้องรวบรวมข้อมูลความต้องการ
ต่างๆมาให้มากที่สุด ซึ่งการสืบค้นความต้องการของผู้ใช้
สามารถดําเนินการได้จากการรวบรวมเอกสารการ
สัมภาษณ์ การออกแบบสอบถาม และการสังเกตการณ์
บนสภาพแวดล้อมการทํางานจริง
ระยะที่ 3 การออกแบบ
เป็นระยะที่นําผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ที่เป็น
แบบจําลองเชิงตรรกะมาพัฒนาเป็นแบบจําลองเชิง
กายภาพ โดยแบบจําลองเชิงตรรกะที่ได้จากขั้นตอนการ
วิเคราะห์มุ่งเน้นว่ามีอะไรที่ต้องทําในระบบในขณะที่
แบบจําลองเชิงกายภาพจะนําแบบจําลองเชิงตรรกะมา
พัฒนา ต่อด้วยการมุ่งเน้นว่าระบบดําเนินการอย่างไร
เพื่อให้เกิดผลตามต้องการ
ระยะที่ 4 การพัฒนา
เป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรม โดย
ทีมงานโปรแกรมเมอร์จะต้องพัฒนาโปรแกรมตามที่
นักวิเคราะห์ระบบได้ออกแบบไว้ การเขียนชุดคําสั่งเพื่อ
สร้างเป็นระบบงานทางคอมพิวเตอร์ขึ้นมา โดย
โปรแกรมเมอร์สามารถนําเครื่องมือเข้ามาช่วยในการ
พัฒนาโปรแกรมได้เพื่อช่วยให้ระบบงานพัฒนาได้เร็วขึ้น
และมีคุณภาพ
วงจรการพัฒนาระบบ (System
Development Life Cycle : SDLC) เป็นวงจรที่
แสดงถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละขั้นตอน
ตั้งแต่ริเริ่มจนกระทั่งสําเร็จ วงจรการพัฒนา
ระบบนี้ จะทําให้เข้าใจถึงกิจกรรมพื้นฐานและ
รายละเอียดต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบมีอยู่
ด้วยกัน 7 ขั้นตอนด้วยกัน
ระยะที่ 1 การกําหนดปัญหา
นักวิเคราะห์ระบบจะต้องศึกษาเพื่อ
ค้นหาปัญหา ข้อเท็จจริงที่แท้จริง ซึ่งหาก
ปัญหาที่ค้นพบ มิใช่ปัญหาที่แท้จริง ระบบงาน
ที่พัฒนาขึ้นมาก็จะตอบสนองการใช้งานไม่
ครบถ้วน
7
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
ระยะที่ 5 การทดสอบ
เมื่อโปรแกรมได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว ยังไม่สามารถนําระบบไปใช้งานได้ทันทีจําเป็นต้องดําเนินการ
ทดสอบระบบก่อนที่จะนําไปใช้งานจริงเสมอ ควรมีการทดสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน ด้วยการสร้างข้อมูล
จําลองขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบการทํางานของระบบงาน หากพบข้อผิดพลาดก็ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง การ
ทดสอบระบบจะมีการตรวจสอบไวยากรณ์ของภาษาเขียน และตรวจสอบว่าระบบตรงกับความต้องการของ
ผู้ใช้หรือไม่
ระยะที่ 6 การนําระบบไปใช้
เมื่อดําเนินการทดสอบระบบจนมั่นใจว่าระบบที่ได้รับการทดสอบนั้นพร้อมที่จะนําไปติดตั้งเพื่อใช้งาน
บนสถานการณ์จริง ขั้นตอนการนําระบบไปใช้งานอาจเกิดปัญหา จากการที่ระบบที่พัฒนาใหม่ไม่สามารถ
นําไปใช้งานแทนระบบงานเดิมได้ทันที จึงมีความจําเป็นต้องแปลงข้อมูลระบบเดิมให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบ
ใหม่สามารถนําไปใช้งานได้เสียก่อน หรืออาจพบข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดเมื่อนําไปใช้ในสถานการณ์จริง ครั้น
เมื่อระบบสามารถรันได้จนเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ก็จะต้องจัดทําเอกสารคู่มือระบบ รวมถึงการฝึกอบรม
ผู้ใช้
ระยะที่ 7 การบํารุงรักษา
หลังจากระบบงานที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้ถูกนําไปใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการบํารุงรักษาจึง
เกิดขึ้น ทั้งนี้ ข้อบกพร่องในด้านการทํางานของโปรแกรมอาจเพิ่งค้นพบได้ ซึ่งจะต้องดําเนินการแก้ไขให้
ถูกต้องรวมถึงกรณีที่ข้อมูลที่จัดเก็บมีปริมาณที่มากขึ้นต้องวางแผนการรองรับเหตุการณ์นี้ ด้วย นอกจากนี้ งาน
บํารุงรักษายังเกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมกรณีที่ผู้ใช้มีความต้องการเพิ่มขึ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศ

  • 1.
    1 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved บทที่ 7 ระบบ (System)
  • 2.
    2 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved 1ความหมาย ของระบบ (System) ระบบ (System) เป็นกลุ่มขององค์ประกอบ ต่าง ๆ ที่ทํางานร่วมกัน เพื่อจุดประสงค์ในสิ่ง เดียวกัน ระบบอาจประกอบด้วยบุคลากร เครื่องมือ วัสดุ วิธีการ การจัดการ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะต้องมีระบบ ในการจัดการเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์เดียวกัน คําว่า "ระบบ" เป็นคําที่มีการเกี่ยวข้องกับการทํางานและ หน่วยงานและนิยมใช้กันมาก เช่น ระบบธุรกิจ (Business System) ระบบสารสนเทศ (Management Information System) ระบบการ เรียนการสอน (Instructional System) ระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network System) เป็นต้น เมื่อทําการศึกษาระบบใดระบบ หนึ่ง นักวิเคราะห์ระบบจะต้องเข้าใจการทํางานของ ระบบนั้นให้ดี โดยการศึกษาว่า ระบบทําอะไร (What) ทําโดยใคร (Who) ทําเมื่อไร (When) และ ทําอย่างไร (How) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst หรือ SA) ซึ่งได้แก่ บุคคลที่มีหน้าที่วิเคราะห์ และออกแบบระบบจะต้องเข้าใจการทํางานของระบบ นั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไรและอะไรคือความต้องการของ ระบบ
  • 3.
    3 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved ระบบจําเป็นต้องเกี่ยวข้องกับส่วนย่อยหรือ องค์ประกอบอื่นหลายส่วน เช่น บุคคล เครื่อง คอมพิวเตอร์ วิธีการ วัสดุเครื่องมือเครื่องใช้ ฯลฯ หากไม่มีระบบในการทํางานก็จะทําให้ยุ่งยากมาก ขึ้นจากเดิม หรือทําไม่ได้เลย เช่น ระบบในร่างกาย ของเราจะต้องประกอบไปด้วยระบบเส้นประสาท ระบบขับถ่าย ระบบหายใจระบบไหลเวียนของ โลหิต ฯลฯ ดังนั้นการวิเคราะห์และออกแบบระบบ มีความสําคัญ เพราะเป็นปัจจัยในการสร้างและ พัฒนาระบบสารสนเทศ การวิเคราะห์ระบบเป็น เรื่องที่น่าสนใจ เพราะนักวิเคราะห์ระบบต้องติดต่อ กับคนหลายคน ได้รู้ถึงการจัดการและการทํางาน ในองค์การ ทําให้เรามีความรู้เกี่ยวกับระบบ คอมพิวเตอร์หลายแบบมากขึ้น ผู้ที่สามารถ วิเคราะห์ระบบได้ดี ควรมีประสบการณ์ในการเขียน โปรแกรม มีความรู้ทางด้านธุรกิจ ความรู้เกี่ยวกับ ระบบเครือข่ายและฐานข้อมูล ซึ่งใช้เป็นความรู้ใน การออกแบบระบบที่มีความแตกต่างกันออกไป ตาม สภาพงาน ดังนั้น หน้าที่ของนักวิเคราะห์ ก็ คือการศึกษาระบบ แล้วให้คําแนะนําในการ ปรับปรุงและพัฒนาระบบนั้นจนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่ง การทํางานทั้งหมดต้องมีลําดับขั้นตอนและ การศึกษาวิธีการวิเคราะห์และการออกแบบระบบ ในแต่ละขั้นตอน ทําให้เข้าใจการวิเคราะห์ระบบ นั้นๆ ดียิ่ง และสามารถออกแบบระบบใหม่โดยไม่ ยากเย็นนัก โดยสามารถตัดสินใจว่า ระบบใหม่ควร ใช้คอมพิวเตอร์ประเภทไหน ใช้โปรแกรมอะไร ออกแบบ Input/output อย่างไรเป็นต้น 2 ทําไม ต้องวิเคราะห์ และออกแบบระบบ
  • 4.
    4 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved 3 หน้าที่ ของนักวิเคราะห์ และออกแบบระบบ คือ วิเคราะห์ และออกแบบระบบงานตาม ความต้องการของหัวหน้าโครงการ ผู้ใช้ และเจ้าของ ระบบ ดังนั้นสิ่งที่นักวิเคราะห์ระบบต้องการคือ ข้อเท็จจริง(Fact) ทั้งหมดของระบบงานนั้นๆ ข้อเท็จจริงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะข้อมูล (Data) และขั้นตอนการทํางาน (Process) เท่านั้น แต่ได้ ครอบคลุมถึงทุกสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น ระบบงานนั้นๆ ทั้งที่เกิดขึ้นก่อน และหลังจากการผ่าน ขั้นตอนการทํางานต่างๆ เงื่อนไขการดําเนินการทาง ธุรกิจ (Business Rules หรือ Business Conditions) และสภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ (Environment) ที่มีหรืออาจมีผลกระทบในการ ดําเนินการโดยนักวิเคราะห์ระบบนําข้อเท็จจริง เหล่านั้นมาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทําโครงการ รวมถึงวิเคราะห์และออกแบบระบบด้วยดังนั้นหน้าที่ อีกอย่างหนึ่งที่นักวิเคราะห์ระบบจะต้องดําเนินการ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง (Fact) ดังกล่าวคือ “การเก็บ รวบรวมข้อเท็จจริงและสารสนเทศทั้งหมดของระบบ (Fact-Finding and Information Gathering)”
  • 5.
    5 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved 4 คุณสมบัติ ของนักวิเคราะห์ระบบ คุณสมบัติของนักวิเคราะห์ระบบ 1. มีความชํานาญหลากหลายในศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมภาษา ฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น 2. มีความเข้าใจในระบบธุรกิจ ระบบการเงิน และ ระบบการตลาด เป็นอย่างดี 3. มีความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้ระบบ เป็นอย่างดี 4. ต้องเป็นนักสํารวจ ที่ช่างสังเกตในรายละเอียด ในรายละเอียดต่าง ๆ ของระบบ รวมทั้งองค์ ประกอบภายนอกที่เกี่ยวข้องกับระบบ 5. มีจรรยาบรรณต่อองค์กรที่พัฒนาระบบให้ไม่ นําข้อมูลที่ได้ซึ่งเป็นความลับขององค์กรไปเผยแพร่ ภายนอกอันก่อให้เกิดผลเสียแก่องค์กร 6. ต้องทํางานเป็นทีมได้อย่างดี 7. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เนื่องจากนักวิเคราะห์ ระบบต้องมีการติดต่อประสานงานระหว่างบุคคล หลายกลุ่ม 8. สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ด้วยตนเอง 9. มีความสามารถในการนําเสนอข้อมูลให้ทั้ง ผู้บริหารระดับสูงรวมไปถึงผู้ใช้ระบบ ให้สามารถ เข้าใจได้โดยง่ายและ ตรงกัน 10. มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารเป็น ภาษาอังกฤษได้ดี หากองค์กรนั้นสื่อสารภายใน เป็นภาษาอังกฤษ 11. สามารถทํางานภายในภาวะกดดันได้ เนื่องจากต้องทํางานกับบุคคลหลายฝ่าย 12. เป็นนักจิตวิทยา ในการที่จะพูดคุยหรือติดต่อ กับกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มเพื่อให้ได้ข้อมูลอย่าง ถูกต้อง
  • 6.
    6 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved 5วงจรการพัฒนาระบบ คืออะไร ระยะที่ 2 การวิเคราะห์ การวิเคราะห์จะต้องรวบรวมข้อมูลความต้องการ ต่างๆมาให้มากที่สุด ซึ่งการสืบค้นความต้องการของผู้ใช้ สามารถดําเนินการได้จากการรวบรวมเอกสารการ สัมภาษณ์ การออกแบบสอบถาม และการสังเกตการณ์ บนสภาพแวดล้อมการทํางานจริง ระยะที่ 3 การออกแบบ เป็นระยะที่นําผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ที่เป็น แบบจําลองเชิงตรรกะมาพัฒนาเป็นแบบจําลองเชิง กายภาพ โดยแบบจําลองเชิงตรรกะที่ได้จากขั้นตอนการ วิเคราะห์มุ่งเน้นว่ามีอะไรที่ต้องทําในระบบในขณะที่ แบบจําลองเชิงกายภาพจะนําแบบจําลองเชิงตรรกะมา พัฒนา ต่อด้วยการมุ่งเน้นว่าระบบดําเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดผลตามต้องการ ระยะที่ 4 การพัฒนา เป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรม โดย ทีมงานโปรแกรมเมอร์จะต้องพัฒนาโปรแกรมตามที่ นักวิเคราะห์ระบบได้ออกแบบไว้ การเขียนชุดคําสั่งเพื่อ สร้างเป็นระบบงานทางคอมพิวเตอร์ขึ้นมา โดย โปรแกรมเมอร์สามารถนําเครื่องมือเข้ามาช่วยในการ พัฒนาโปรแกรมได้เพื่อช่วยให้ระบบงานพัฒนาได้เร็วขึ้น และมีคุณภาพ วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) เป็นวงจรที่ แสดงถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ริเริ่มจนกระทั่งสําเร็จ วงจรการพัฒนา ระบบนี้ จะทําให้เข้าใจถึงกิจกรรมพื้นฐานและ รายละเอียดต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบมีอยู่ ด้วยกัน 7 ขั้นตอนด้วยกัน ระยะที่ 1 การกําหนดปัญหา นักวิเคราะห์ระบบจะต้องศึกษาเพื่อ ค้นหาปัญหา ข้อเท็จจริงที่แท้จริง ซึ่งหาก ปัญหาที่ค้นพบ มิใช่ปัญหาที่แท้จริง ระบบงาน ที่พัฒนาขึ้นมาก็จะตอบสนองการใช้งานไม่ ครบถ้วน
  • 7.
    7 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved ระยะที่ 5 การทดสอบ เมื่อโปรแกรมได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว ยังไม่สามารถนําระบบไปใช้งานได้ทันทีจําเป็นต้องดําเนินการ ทดสอบระบบก่อนที่จะนําไปใช้งานจริงเสมอ ควรมีการทดสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน ด้วยการสร้างข้อมูล จําลองขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบการทํางานของระบบงาน หากพบข้อผิดพลาดก็ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง การ ทดสอบระบบจะมีการตรวจสอบไวยากรณ์ของภาษาเขียน และตรวจสอบว่าระบบตรงกับความต้องการของ ผู้ใช้หรือไม่ ระยะที่ 6 การนําระบบไปใช้ เมื่อดําเนินการทดสอบระบบจนมั่นใจว่าระบบที่ได้รับการทดสอบนั้นพร้อมที่จะนําไปติดตั้งเพื่อใช้งาน บนสถานการณ์จริง ขั้นตอนการนําระบบไปใช้งานอาจเกิดปัญหา จากการที่ระบบที่พัฒนาใหม่ไม่สามารถ นําไปใช้งานแทนระบบงานเดิมได้ทันที จึงมีความจําเป็นต้องแปลงข้อมูลระบบเดิมให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบ ใหม่สามารถนําไปใช้งานได้เสียก่อน หรืออาจพบข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดเมื่อนําไปใช้ในสถานการณ์จริง ครั้น เมื่อระบบสามารถรันได้จนเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ก็จะต้องจัดทําเอกสารคู่มือระบบ รวมถึงการฝึกอบรม ผู้ใช้ ระยะที่ 7 การบํารุงรักษา หลังจากระบบงานที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้ถูกนําไปใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการบํารุงรักษาจึง เกิดขึ้น ทั้งนี้ ข้อบกพร่องในด้านการทํางานของโปรแกรมอาจเพิ่งค้นพบได้ ซึ่งจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องรวมถึงกรณีที่ข้อมูลที่จัดเก็บมีปริมาณที่มากขึ้นต้องวางแผนการรองรับเหตุการณ์นี้ ด้วย นอกจากนี้ งาน บํารุงรักษายังเกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมกรณีที่ผู้ใช้มีความต้องการเพิ่มขึ้น