ขอบข่ายของโครงงาน 
1. เป็นกิจกรรมการเรียนให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้า 
ปฏิบัติดัวยตนเองโดยอาศัยหลักวิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ 
หรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นมากแล้ว 
2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ 
เป็นภาคเรียน หรือมากวา่ก็ได้ แล้วแต่โครงงานเล็กหรือใหญ่ 
3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วย 
ตนเองตามความถนัด สนใจ และความพร้อม 
4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงานและการแปลผล 
รายงานผลต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมายที่กา หนดไว้ 
5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา 
รวมทั้งการใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย 
ประเภทของโครงงาน 
1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา 
เชน่ โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ 
2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน 
สว่นใหญืจะอยูใ่นรูปของซอฟต์แวร์ เชน่ ซอฟต์แวร์วาดรูป 
3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี 
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาตา่งๆ 
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจาวนั
5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เชน่ เกมหมารุก 
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา 
เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา 
โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด 
บททบทวนและคาถามคาตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม 
การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ชว่ยนี้ ถือวา่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน 
ไมใ่ชเ่ป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ 
Onlineให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ 
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ 
ไมว่า่จะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ 
โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทาความเข้าใจยาก 
มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน
โครงงานพัฒนาเครื่องมือ 
โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือชว่ยสร้างงานประยุกต์ต่างๆ 
โดยสว่นใหญ่จะอยูใ่นรูปซอฟต์แวร์ เชน่ ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน 
และซอฟต์แวร์ชว่ยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็นต้น 
สา หรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลคา 
ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้ในการพิมพ์งานต่างๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ 
สว่นซอฟต์แวร์การวาดรูป 
พัฒนาขึ้นเพื่ออา นวยความสะดวกให้การวาดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้โดยง่าย 
สา หรับซอฟต์แวร์ชว่ยการมองวัตถุในมุมต่างๆ ใช้สา หรับชว่ยการออกแบบสิ่งของ อาทิเชน่ 
ผู้ใช้วาดแจกันด้านหน้า และต้องการจะดูวา่ด้านบนและด้านข้างเป็นอยา่งไร 
ก็ให้ซอฟต์แวร์คานวณค่าและภาพที่ควรจะเป็นมาให้ 
เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อยา่งสะดวก เป็นต้น 
ตัวอยา่งโครงงานพัฒนาเครื่องมือ เชน่ 
โปรแกรมชว่ยอา่นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อยา่งชาญฉลาด โปรแกรมไบรท์ไซต์ (Bright Sight) 
เป็นต้น
โครงงานจาลองทฤษฏี 
โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ชว่ยในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆ 
ซึ่งเป็นงานที่ไมส่ามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้ เชน่ การจุดระเบิด เป็นต้น 
และเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ 
อยา่งลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ 
ซึ่งอาจอยูใ่นรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบาย 
พร้อมทั้งจาลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นภาพ 
ภาพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตามสูตรหรือสมการนั้น ซึ่งจะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น 
การทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสา คัญอยูที่่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอยา่งดี
โครงงานประยุกต์ใช้งาน 
โครงงานประยุกต์ใช้งานเป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อ 
ประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจา วัน อาทิเชน่ 
ซอฟต์แวร์สา หรับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สา หรับการผสมสี 
และซอฟต์แวร์สา หรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ 
ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดสร้างสิ่งของขึ้นใหม่ 
หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยูแ่ล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 
โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้กอ่น 
แล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้นๆ 
ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ 
ปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ 
โครงงานประเภทนี้ผู้เรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม 
และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 
ตัวอยา่งโครงงานประยุกต์ใช้งานเชน่ การพัฒนาระบบควบคมุไฟฟ้าโดยใช้ Zigbee 
เครื่องมือเอแจ็กซ์สา หรับพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน เม้าส์สา หรับผู้พิการทางมือ
โครงงานประเภท การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ 
โปรแกรมประยุกต์ หรือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์คือ แบ่งออกเป็น 
1.ซอฟต์แวร์สา เร็จ เป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนาออกมาจาหน่าย 
เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไมต่้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก 
2.ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ 
มักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทางานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น 
ๆ แล้วจัดทาขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายสว่นรวมกันเพื่อร่วมกันทา งาน 
ตัวอยา่งของซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทางธุรกิจ เชน่ ระบบงานทางด้านบัญชี 
ระบบงานจัดจาหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหารการเงิน และการเชา่ซื้อ เป็นต้น

ขอบข่ายของโครงงาน

  • 1.
    ขอบข่ายของโครงงาน 1. เป็นกิจกรรมการเรียนให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติดัวยตนเองโดยอาศัยหลักวิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นมากแล้ว 2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นภาคเรียน หรือมากวา่ก็ได้ แล้วแต่โครงงานเล็กหรือใหญ่ 3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วย ตนเองตามความถนัด สนใจ และความพร้อม 4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงานและการแปลผล รายงานผลต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมายที่กา หนดไว้ 5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา รวมทั้งการใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย ประเภทของโครงงาน 1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา เชน่ โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน สว่นใหญืจะอยูใ่นรูปของซอฟต์แวร์ เชน่ ซอฟต์แวร์วาดรูป 3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาตา่งๆ 4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจาวนั
  • 2.
    5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ความเพลิดเพลิน เชน่ เกมหมารุก โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวนและคาถามคาตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ชว่ยนี้ ถือวา่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไมใ่ชเ่ป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Onlineให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไมว่า่จะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทาความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน
  • 3.
    โครงงานพัฒนาเครื่องมือ โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือชว่ยสร้างงานประยุกต์ต่างๆ โดยสว่นใหญ่จะอยูใ่นรูปซอฟต์แวร์เชน่ ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน และซอฟต์แวร์ชว่ยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็นต้น สา หรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลคา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้ในการพิมพ์งานต่างๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ สว่นซอฟต์แวร์การวาดรูป พัฒนาขึ้นเพื่ออา นวยความสะดวกให้การวาดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้โดยง่าย สา หรับซอฟต์แวร์ชว่ยการมองวัตถุในมุมต่างๆ ใช้สา หรับชว่ยการออกแบบสิ่งของ อาทิเชน่ ผู้ใช้วาดแจกันด้านหน้า และต้องการจะดูวา่ด้านบนและด้านข้างเป็นอยา่งไร ก็ให้ซอฟต์แวร์คานวณค่าและภาพที่ควรจะเป็นมาให้ เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อยา่งสะดวก เป็นต้น ตัวอยา่งโครงงานพัฒนาเครื่องมือ เชน่ โปรแกรมชว่ยอา่นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อยา่งชาญฉลาด โปรแกรมไบรท์ไซต์ (Bright Sight) เป็นต้น
  • 4.
    โครงงานจาลองทฤษฏี โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ชว่ยในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นงานที่ไมส่ามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้เชน่ การจุดระเบิด เป็นต้น และเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ อยา่งลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยูใ่นรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบาย พร้อมทั้งจาลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นภาพ ภาพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตามสูตรหรือสมการนั้น ซึ่งจะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น การทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสา คัญอยูที่่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอยา่งดี
  • 5.
    โครงงานประยุกต์ใช้งาน โครงงานประยุกต์ใช้งานเป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อ ประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน อาทิเชน่ ซอฟต์แวร์สา หรับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สา หรับการผสมสี และซอฟต์แวร์สา หรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดสร้างสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยูแ่ล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้กอ่น แล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้นๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้ผู้เรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตัวอยา่งโครงงานประยุกต์ใช้งานเชน่ การพัฒนาระบบควบคมุไฟฟ้าโดยใช้ Zigbee เครื่องมือเอแจ็กซ์สา หรับพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน เม้าส์สา หรับผู้พิการทางมือ
  • 6.
    โครงงานประเภท การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ โปรแกรมประยุกต์หรือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์คือ แบ่งออกเป็น 1.ซอฟต์แวร์สา เร็จ เป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนาออกมาจาหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไมต่้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก 2.ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ มักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทางานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทาขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายสว่นรวมกันเพื่อร่วมกันทา งาน ตัวอยา่งของซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทางธุรกิจ เชน่ ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจาหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหารการเงิน และการเชา่ซื้อ เป็นต้น