More Related Content
PDF
PPTX
PPTX
PPTX
บทที่ 2 โลกและการเปลี่ยนแปลง PPTX
PDF
สื่อประกอบการสอนวิชาโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ว30104 โดยครูนิติมา รุจิเรขาสุวรรณ PDF
ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง กล้องจุลทรรศน์ PDF
What's hot
PDF
PPTX
PDF
ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ วงจรไฟฟ้ามหาสนุก PDF
9.ดาวในท้องฟ้าgs กลุ่มดาว PPTX
PPTX
PDF
PDF
PDF
บทที่ 1 โครงสร้างของโลก - 2559 PDF
แบบทดสอบ ประวัติศาสตร์ ม.3.pdf PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร ม.4 DOCX
PPTX
PPTX
บทที่ 3 ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ปัจจัยในการเจริญเติบโตของมนุษย์ .pdf PDF
More from simple67
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ยานอวกาศและกระสวยอวกาศ
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
ยานกาลิเลโอ
• ยานกาลิเลโอ เป็นยานสารวจดาวพฤหัสบดีถูกส่งออก
จากโลกเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532)
ใช้เวลา 6 ปีในการเดินทางไปยังดาวพฤหัสบดี ใน
ระหว่างทางยานกาลิเลโอได้เข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อยเป็น
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีชื่อว่า
แกสปรา และต่อมาได้ผ่านใกล้ดาวเคราะห์น้อยอีกดวง
หนึ่งชื่อ ไอดา ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1995 (พ.ศ.
2538) ยานกาลิเลโอก็ปล่อยหัวสารวจลงไปในบรรยากาศ
ของดาวพฤหัสบดี ยานโคจรของยานกาลิเลโอให้
รายละเอียดในระยะใกล้ของดาวพฤหัสบดีและบริวารที่ไม่
เคยมีมาก่อน
- 5.
ยานนิวฮอไรซันส์
• นิวฮอไรซันส์ (NewHorizons) เป็นยานสารวจอวกาศ
ของนาซา เพื่อสารวจดาวพลูโต ดวงจันทร์บริวารชารอน
และวัตถุอื่นๆ ในแถบไคเปอร์
• ยานนิวฮอไรซันส์ ออกแบบโดยห้องปฏิบัติการ Applied
Physics Laboratory (APL) มหาวิทยาลัยจอห์นฮอป
กินส์ ปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549
ด้วยจรวดแอทลาส 551 และจะเดินทางถึงดาวพลูโตประมาณ
เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 ยานนิวฮอไรซันส์ เป็นยานลา
แรกในโครงการ นิวฟรอนเทียร์ส (New Frontiers) ซึ่ง
เป็นโครงการสารวจอวกาศขนาดกลางของนาซา (งบประมาณ
ไม่เกิน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ) ยาน นิวฮอไรซันส์ จะเป็น
กุญแจที่ไขความลับของดาวพลูโตว่าจะเป็นดาวเคราะห์หรือไม่
(New Horizons: On to Pluto, Planet or Not)
- 6.
ยานฟินิกส์
• ยานฟินิกส์ (PhoenixSpacecraft) เป็นยานสารวจ
ดาวอังคารของโครงการสารวจดาวอังคาร ยานลานี้มีภารกิจ
หลักในการสารวจแหล่งน้าบนดาว เพื่อเป็นข้อมูลว่าดาว
อังคารเคยมีแหล่งน้าบนดาวมาก่อน
• ยานฟินิกส์ถูกปล่อยในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ด้วย
จรวดเดลต้าสอง 7925 ของนาซา ยานเดินทางมาถึงและ
ลงจอดในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ณ บริเวณขั้ว
โลกเหนือของดาวอังคาร ยานลานี้ได้รับการออกแบบให้มี
แขนกล ใช้ในการตักดินทรายที่อยู่บริเวณรอบๆ ยาน และ
ยานยังมีเตาสาหรับทดลองปฏิกิริยาทางเคมี ใช้สาหรับ
ทดสอบดินบนดาวเพื่อหาสารประกอบของน้า โดยใช่แขน
กลของยานตักและเทลงในเตา นอกจากนี้ยานยังมีกล้อง
สาหรับถ่ายภาพบนดาว โดยยานฟินิกส์ใช้พลังงานจากการ
ชาจน์พลังงานจากแผงโซล่าเซลของยาน
- 7.
ยานฟินิกส์ถูกปล่อยในวันที่ 4 สิงหาคมพ.ศ. 2550 ด้วยจรวดเดลต้าสอง 7925 ของนาซา ยาน
เดินทางมาถึงและลงจอดในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ณ บริเวณขั้วโลกเหนือของดาวอังคาร ยาน
ลานี้ได้รับการออกแบบให้มีแขนกล ใช้ในการตักดินทรายที่อยู่บริเวณรอบๆ ยาน และยานยังมีเตา
สาหรับทดลองปฏิกิริยาทางเคมี ใช้สาหรับทดสอบดินบนดาวเพื่อหาสารประกอบของน้า โดยใช่แขนกล
ของยานตักและเทลงในเตา นอกจากนี้ยานยังมีกล้องสาหรับถ่ายภาพบนดาว โดยยานฟินิกส์ใช้พลังงาน
จากการชาจน์พลังงานจากแผงโซล่าเซลของยาน
ฟินิกส์ถูกออกแบบให้ปฏิบัตภาระกิจเพียงแค่สามเดือน เพราะเดิมยานมีอายุการปฏิบัติภาระกิจแค่สาม
ิ
เดือน และข้อมูลที่ได้จากการสารวจครบตามที่ต้องการ แต่หลังจากสามเดือนยานยังสามารถทางานต่อได้
ทางโครงการเพิ่มงบประมาณการสารวจ ดังนั้นโครงการนี้จึงเลื่อนระยะเวลาออกไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2551
ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 นาซาไม่สามารถติดต่อกับยานฟินิกส์ได้ เป็นเพราะยานไม่สามารถ
ชาจน์ำพลังงานได้ (เกิดจากสภาวะแวดล้อมของดาว) ทาให้นาซาสูญเสียยานฟินิกส์ก่อนกาหนด นับว่า
โครงการนี้ประสบความสาเร็จเป็นอย่างสูง
ในปี พ.ศ. 2552 นาซามีโครงการส่งยานสารวจดาวอังคารหลังจากยานฟินกส์ ชื่อว่า Mars Science
ิ
Laboratory
- 8.
ยานมาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์
• ยานมาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์ (Mars
ReconnaissanceOrbiter) หรือเอ็มอาร์โอ (MRO)
เป็นยานอวกาศขององค์การนาซาที่ส่งขึ้นจากพื้นโลกเมื่อ
วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2548 มีเป้าหมายศึกษาทา
ความเข้าใจเกี่ยวกับดาวอังคารอย่างละเอียด ค้นหาจุดลง
จอดที่เหมาะสมสาหรับยานอวกาศในอนาคต และทา
หน้าที่รับ-ส่งสัญญาณวิทยุระหว่างยานกับโลกด้วยอัตรา
ส่งข้อมูลที่สูงกว่ายานลาอื่น ๆ ภารกิจหลักของยานมี
กาหนด 4 ปี โดยได้เริ่มเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารเมื่อ
วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 ตามเวลาใน
สหรัฐอเมริกา หรือตรงกับเช้ามืดวันที่ 11 มีนาคม ตาม
เวลาในประเทศไทย
- 9.
- 10.
ยานเมสเซนเจอร์
• ยานเมสเซนเจอร์ (MErcurySurface, Space
ENvironment, GEochemistry and Ranging
probe หรือ MESSENGER) เป็นยานอวกาศขององค์การ
นาซา ส่งขึ้นจากพื้นโลกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2547
มีเป้าหมายเพื่อสารวจพื้นผิวของดาวพุธ
• ยานเมสเซนเจอร์ได้บินผ่านดาวพุธเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่
14 มกราคม พ.ศ. 2551 ที่ระดับความสูงประมาณ 200
กิโลเมตร จากพื้นผิว และตามกาหนดการที่วางไว้ ยานเม
สเซนเจอร์จะบินผ่านดาวพุธอีก 2 ครั้งในวันที่ 6 ตุลาคม
พ.ศ. 2551 และ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 ก่อนจะเข้าสู่
วงโคจรในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554 เพื่อเริ่มภารกิจการ
สารวจ
- 11.
ยานแคสซีนี
• ยานแคสซีนี ถูกส่งขึ้นไปสารวจดาวเสาร์เมื่อวันที่15
ตุลาคม พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) และถึงดาวเสาร์ในเดือน
กรกฎาคม พ.ศ. 2547 หลังจากนั้นยานจะเคลื่อนที่เหวี่ยง
เข้าใกล้เพื่อวนรอบดาวเสาร์ในการสารวจดาวเสาร์ต่อไปอีก
4 ปี โดยวนรอบดาวเสาร์ 60 รอบ ในช่วงปลาย พ.ศ.
2547 (ผ่านมาแล้ว) ยานได้ปล่อยหัวสารวจไฮเกนส์ลงไป
ผ่านบรรยากาศอันหนาทึบที่เต็มไปด้วยเมฆของไททันซึ่ง
เป็นบริวารของดาวเสาร์ ยานโคจรของยานแคสซีนีจะ
เคลื่อนที่เข้าใกล้ไททันและบริวารอื่น ๆ ของดาวเสาร์เป็น
จานวน 30 ครั้ง
- 12.
- 13.
กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์
• กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ (ShuttleOrbiter
Challenger) รหัสประจายานคือ OV-099 เป็น
กระสวยอวกาศลาที่สองที่ใช้ปฏิบัติภารกิจในอวกาศของ
องค์การนาซ่า สร้างถัดจากกระสวยอวกาศโคลัมเบีย เริ่ม
ปล่อยสู่อวกาศครั้งแรก(ภารกิจที่ STS-6) ในวันที่ 4
เมษายน พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) และปฏิบัติภารกิจ
มาแล้วถึง 9 ครั้งก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุกระสวย
อวกาศระเบิด(ในภารกิจที่ STS-51-L) ในวันที่ 28
มกราคม พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) หลังจากที่ปล่อย
กระสวยสู่ท้องฟ้าได้ 73 วินาที ทาให้ลูกเรือทั้ง 7 คน
ในยานเสียชีวิตทั้งหมด หลังจากที่อุบัติเหตุครั้งนี้ ทาง
NASA จึงได้สร้างกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์
(Space Shuttle Endeavour) ขึ้นมาปฏิบัติ
ภาระกิจแทนยานชาเลนเจอร์ ในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ.
1992)
- 14.
กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี
• กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (OrbiterVehicle
Designation: OV-103) เป็นกระสวยอวกาศลาที่ 3
ขององค์การนาซา สหรัฐอเมริกา หมายเลขประจายาน คือ
OV-103 (กระสวยอวกาศลาอื่นได้แก่ แอตแลนติส และ
เอนเดฟเวอร์) เริ่มบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม
พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) ดิสคัฟเวอรี ถือเป็นกระสวย
อวกาศปฏิบัติการลาที่สาม (ไม่รวมกระสวยอวกาศเอน
เทอร์ไพรซ์ (Enterprise) ซึ่งเป็นยานทดสอบ) และ
เป็นกระสวยอวกาศลาที่มีระยะปฏิบัติการยาวนานที่สุด ใน
บรรดากระสวยอวกาศทั้งหมด
- 15.
• ดิสคัฟเวอรีมีปฏิบัติการหลายชนิด ทั้งงานวิจัยและภารกิจร่วมกับสถานีอวกาศนานาชาติ
กระสวยอวกาศลานี้ได้ชื่อมาจากเรือสารวจหลายลาในอดีตที่ชื่อ ดิสคัฟเวอรี โดยเรือดิสคัฟเวอรีลา
แรก คือ HMS Discovery ของอังกฤษ ซึ่งเป็นเรือสารวจที่พา เจมส์ คุก เดินทางครั้งสาคัญ
นอกจากนี้ยังมีเรือดิสคัฟเวอรีอื่น ๆ อีกมากมาย กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรียังมีชื่อตรงกับยาน
อวกาศในภาพยนตร์เรื่อง 2001: A Space Odyssey ด้วยยานดิสคัฟเวอรีเป็นกระสวย
อวกาศที่ขึ้นไปปล่อยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) รวมทั้ง
ภารกิจซ่อมแซมกล้องฮับเบิลในครั้งที่สองและสามด้วย นอกจากนี้ยังมีภารกิจปล่อยโพร้บยูลิสซิส
(Ulysses) และดาวเทียม TDRS สามดวง ยานดิสคัฟเวอรีได้รับเลือกถึงสองครั้งให้ทาหน้าที่
แทนกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ และกระสวยอวกาศโคลัมเบีย ที่ระเบิดเมื่อ ค.ศ. 1986 และ
ค.ศ. 2003 ตามลาดับ
- 16.
กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์
• กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ (OrbiterVehicle Designation:
OV-105) เป็นกระสวยอวกาศลาที่ 5 ขององค์การนาซา
สหรัฐอเมริกา หมายเลขประจายาน คือ OV-105 (กระสวยอวกาศลา
อื่นได้แก่ ดิสคัฟเวอรี และ แอตแลนติส)
เอนเดฟเวอร์เป็นกระสวยอวกาศที่นาซาสร้างขึ้นใช้งานเป็นลาสุดท้าย
สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ ในวันที่ 31
กรกฎาคม พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) เริ่มบินครั้งแรกในวันที่ 7
พฤษภาคม พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ในภารกิจที่ STS-49 ยานเอน
เดฟเวอร์ได้รับเลือกให้ปฏิบัติภารกิจสาคัญมากมาย เช่น ปล่อย
ดาวเทียม เชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเมียร์ของรัสเซีย และลาเลียง
ชิ้นส่วนของสถานีอวกาศนานาชาติ
NASA มีโครงการปลดเกษียณกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ในปี ค.ศ.
2010 ในภารกิจสุดท้าย หลังจากที่ปลดเกษียณกระสวยอวกาศ
ดิสคัฟเวอรี่
- 17.
• ปัจจุบันมีกระสวยอวกาศใช้งานอยู่ 3ลา คือ
• แอตแลนติส เอ็นดีฟเวอร์ และดิสคัฟเวอรี
• กระสวยอวกาศเอนดีฟเวอร์
การส่งกระสวยอวกาศ
เมื่อกระสวยอวกาศทะยานขึ้น หลังจากนั้น
ประมาณ 2 นาที เชื้อเพลิงในแท้งค์เชื้อเพลิง
SRB ก็หมด และตกลงในทะเลกับร่มชูชีพ อัตรา
ความเร็วของกระสวยค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึง
ความเร็วประมาณ 72 ไมล์ จากนั้นเครื่องยนต์
หลักก็หยุด และถังเชื้อเพลิงภายนอกซึ่งว่างเปล่าก็
ตกลงทะเลเครื่องยนต์ของจรวดสองลาก็รับภาระ
ต่อไป ซึ่งเรียกว่า ระบบการยักย้ายการโคจร ใน
ระหว่างการโคจร
- 18.
• การกลับมาสูโลก
่
• ในระหว่างการโคจร
เมื่อถึงเวลากลับสู่โลกเครื่องยนต์ระบบการยักย้าย
เครื่องยนต์เหล่านี้ให้การผลักดันขันสุดท้าย
้
การโคจรจะถูกยิงคล้ายกับตอนล่างของจรวด และ
แก่กระสวยอวกาศ และภายหลังการส่ง
มันก็จะออกจากการโคจรของมัน มันจะกลับลงมาสู่
กระสวยขึ้นไป 45 นาที การเผาไหม้ครั้งที่
บรรยากาศโลกในอัตราความเร็ว 15,900 ไมล์ต่อ
สองของเครื่องยนต์ระบบการยักย้ายการ
ชั่วโมง แผ่นกาบังความร้อนข้างใต้กระสวยอวกาศ
โคจร ทาให้ออร์บิเตอร์โคจรรอบ ๆ เหนือ
จะเปล่งแสงสีแดงจัดพร้อมกับความร้อนในการกลับ
โลกเป็นระยะทาง 168 ไมล์ มันจะอยู่ใน
เข้ามาสู่โลก แผ่นกระเบื้องพิเศษบนกระสวย
ความสูงระดับนี้ในระหว่างการบินและบินใน อวกาศจะป้องกันลูกเรือและยานอวกาศออร์บิเตอร์
จะช้าลงเมื่อมันเข้ามาถึงบริเวณส่วนล่างของ
อัตรา 16,680 ไมล์ต่อชั่วโมง
บรรยากาศ มันจะร่อนลงบนพื้นดิน มันร่อนลง
บนรันเวย์ด้วยความเร็วประมาณ 210 ไมล์แล้ว
หยุดการบินของกระสวยอวกาศก็จบลง
- 19.
• ภายในกระสวยอวกาศ
ลูกเรือภายในกระสวยอวกาศอาศัยอยู่ภายในห้องที่
รักษาระดับความกดดันของอากาศภายในห้อง
เหมือนกับอากาศบนโลก ออร์บิเตอร์มี2 ระดับ
ระดับหนึ่ง คือห้องนักบินชั้นบน ส่วนห้องข้างล่างเป็น
ห้องพักของลูกเรือ ภายในห้องของนักบินก็เหมือนกับ
ห้องของนักบินเครื่องบิน มีที่นั่ง 2 ที่นั่ง ภายในห้อง
ของคนขับ ผู้บังคับการกระสวยนั่งอยู่ด้านข้าง
ด้านหน้าของพวกเขาคือแถวเครื่องมือและจอโทรทัศน์
สิ่งเหล่านี้จะแสดงข่าวสารเกี่ยวกับระบบการควบคุม
ของกระสวย
• ห้องควบคุมกระสวย
มีคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง ภายในออร์บิเตอร์
คอมพิวเตอร์ควบคุมกระสวยอวกาศเป็นส่วนใหญ่ ยาน
อวกาศทั้งหมดถูกควบคุมจากห้องนักบินที่นักบินใช้ที่
เท้าเหยียบเพื่อทาให้หางเสือเคลื่อนไหว ในขณะที่
กระสวยอวกาศอยู่ในอวกาศ จะมีการติดต่อสื่อสาร
อย่างต่อเนื่องระหว่างพื้นโลกและอวกาศ ซึ่งควบคุม
โดยระบบทั้งสี่ของ ออร์บิเตอร์
• ห้องพัก
จะมีช่องข้างใต้ห้องนักบิน ซึ่งจะนาไปสู่ห้องพักของ
ลูกเรือข้างล่าง มีบริเวณสาหรับปรุงอาหาร ห้องน้า
และอ่างล้างหน้าขนาดเล็ก ด้านตรงข้ามเป็นห้องนอน
และตู้เก็บของ เพื่อทาให้นักบินอวกาศมีสุขภาพ
แข็งแรงอยู่เสมอ ซึ่งมีพื้นที่ในห้องสาหรับออกกาลัง
กาย นักบินสามารถเข้าออกกระสวยอวกาศผ่านห้อง
อากาศอุดตันด้านหลังห้องพัก ชุดอวกาศถูกเก็บไว้ใน
ห้องนี้
- 20.
การทางานของกระสวยอวกาศ
• การควบคุมดาวเทียม ดาวเทียมสามารถส่งออกไปจากยานควบคุมไฟฟ้าและทดสอบการโคจรของมันดาวเทียมที่มีสิ่งผิดปกติ
เล็กน้อยสามารถนากลับมาซ่อมแซมที่ห้องเก็บสินค้า ส่วนความเสียหายมาก ๆ ต้องนากลับมาซ่อมบนโลก วัตถุที่หมุนรอบโลก
ไม่มีน้าหนัก ดังนั้นการยกวัตถุดังกล่าวจึงไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ แต่ต้องเคลื่อนไหวมันอย่างระมัดระวัง การเคลื่อนย้าย
ดาวเทียมเข้าออกจากห้องเก็บสินค้าจะมีแขนควบคุม ซึ่งทางานโดยรีโมทคอนโทรลจากภายในยานออร์บิเตอร์ แขนควบคุมมี
ความยาวกว่า 16 หลา มันมีข้อต่อเพื่อจะได้เคลื่อนไหวเหมือนแขนมนุษย์
• ห้องทดลองในอวกาศ อุปกรณ์ชนิดพิเศษอย่างหนึ่งที่กระสวยอวกาศได้นาไปด้วยคือ ห้องทดลองอวกาศของยุโรป ซึ่งได้บินเป็น
ครั้งแรกกับยานโคลัมเบียในเดือนพฤศจิกายน 1983 ห้องทดลองอวกาศเป็นห้องทดลองที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นสถานที่ทางาน
เนื่องจากภายในห้องนี้มีการรักษาระดับความกดดันปกติภายในห้อง คนจึงสวมใส่ชุดธรรมดาได้ในขณะที่อยู่ภายในห้องดังกล่าว
นักวิทยาศาสตร์เข้าไปในห้องนี้โดยผ่านทางห้องอุดตันอวกาศ
• กล้องโทรทัศน์อวกาศ กระสวยอวกาศยังใช้ส่องกล้องโทรทัศน์อวกาศด้วยวิทยาศาสตร์ สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนกว่า
โดยผ่านทางกล้องโทรทัศน์ เพราะว่ามันจะปราศจากหมอกในบรรยากาศของโลกสามารถมองเห็นได้ไกลกว่าปกติ 7 เท่า
นักวิทยาศาสตร์อาจพบสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นในอวกาศที่อยู่ไกลออกไป และเขาอาจเห็นดาวเคราะห์โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอืน ๆ
่
- 21.
กระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์
• กระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์ (OrbiterVehicle
Designation: OV-101) เป็นกระสวยอวกาศต้นแบบของ
องค์การนาซา สหรัฐอเมริกา หมายเลขประจายาน คือ OV-101
เอนเทอร์ไพรซ์ สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบการบินของ
กระสวยอวกาศ ในโครงการนาขึ้น-ลงจอด (Approach and
Landing Test:ALT) จนบินครบห้าครั้ง NASAได้ใช้
กระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์เป็นกระสวยต้นแบบในการสร้าง
กระสวยอวกาศลาอื่นๆ ได้แก่ กระสวยอวกาศโคลัมเบีย กระสวย
อวกาศชาเลนเจอร์ กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี กระสวยอวกาศ
แอตแลนติส และกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์
ปัจจุบันกระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์ได้ถูกนาไปแสดงที่
Steven F. Udvar-Hazy Center
- 22.
กระสวยอวกาศแอตแลนติส
• กระสวยอวกาศแอตแลนติส (OrbiterVehicle Designation:
OV-104) เป็นกระสวยอวกาศลาที่ 4 ขององค์การนาซา
สหรัฐอเมริกา หมายเลขประจายาน คือ OV-104 (กระสวยอวกาศลา
อื่นได้แก่ ดิสคัฟเวอรี และ เอนเดฟเวอร์)
กระสวยอวกาศแอตแลนติส ถูกตั้งชื่อตามเรือสารวจหลักของสถาบัน
สมุทรศาสตร์ เริ่มทาการบินครั้งแรกในเที่ยวบิน STS-51-J วันที่
19 มกราคม พ.ศ. 2528 ในฐานะยานขนส่งอวกาศลาที่ 4 ของ
สหรัฐอเมริกา มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ในปี พ.ศ. 2551 (2008)
นาซาได้รักษาและยืดอายุการใช้งานของกระสวยอวกาศแอตแลนติส ให้
สามารถปฏิบัติภาระกิจจนถึงปี พ.ศ. 2553 (2010) เพื่อให้จบโครงการ
กระสวยอวกาศ โดยเดิมนาซาตั้งใจจะปลดกระเษียนกระสวยอวกาศแอ
ตแลนติสในปี พ.ศ. 2551 (2008)
- 23.
กระสวยอวกาศโคลัมเบีย
• กระสวยอวกาศโคลัมเบีย (ภาษาอังกฤษ:Shuttle Orbiter
Columbia, รหัส: OV-102) เป็นกระสวยอวกาศ (ที่ใช้ปฏิบัติภารกิจ
จริง) ลาแรกขององค์การนาซา เริ่มปฏิบัติภารกิจครังแรกเมื่อ 12
้
เมษายน พ.ศ. 2524 ในเที่ยวบิน STS-1 ซึ่งเป็นเที่ยวบินแรกของ
โครงการกระสวยอวกาศ ปฏิบัติภารกิจจนเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2546 จึงเกิดอุบัติเหตุระเบิดที่เหนือรัฐเท็กซัส ขณะร่อนกลับสู่พื้นโลก
หลังเสร็จภารกิจ ทาให้ลูกเรือในยานทั้ง 7 คนเสียชีวิต
- 24.
การเกิดอุบัตเหตุ
ิ
กระสวยอวกาศโคลัมเบียมีแผนเดินทางขึ้นไปปฏิบัติภารกิจทดลองวิทยาศาสตร์กว่า 80 รายการนอกอวกาศเป็นเวลา 16
วัน และมีกาหนดเดินทางกลับสู่พื้นโลก โดยแล่นลงจอดที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ในช่วงเช้า
วันเสาร์ 1 ก.พ. ตามเวลาในสหรัฐฯ แต่กระสวยอวกาศเกิดขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมภารกิจภาคพื้นดิน กระสวย
อวกาศโคลัมเบีย ถือเป็นกระสวยอวกาศเก่าแก่ที่สุดขององค์การนาซา โดยขึ้นบินสู่อวกาศครั้งแรกในปี 2524 นักบินอวกาศ
ทั้ง 7 คน ประกอบด้วยชาวสหรัฐฯ 6 คน ชาวอิสราเอล 1 คน เสียชีวิตทั้งหมด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเหนือพื้นดินราว 207,000 ฟุต หรือ 62,100 เมตร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะถูกยิงด้วยขีปนาวุธแบบพื้นสู่
อากาศ ในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้ายก่อนยานจะพบจุดจบ เป็นไปได้ว่าเกิดปัญหาขึ้นที่แผ่นป้องกันความร้อน ราว 80 วินาที
หลังจากมันทะยานขึ้นจากแหลมคานาเวอราล ชิ้นส่วนแผ่นโฟมกันความร้อน ขนาดยาวประมาณ 20 นิ้ว หลุดออกจาก
บริเวณถังเชื้อเพลิงด้านนอก และพุ่งมากระทบปลายปีกด้านซ้ายของกระสวยอวกาศ ทาความเสียหายให้กับแผ่นฉนวนกัน
ความร้อน ที่เรียกว่า Thermal Tiles หรืออาจทาให้มันหลุดไป
กระสวยอวกาศจะมี Thermal Tiles มากกว่า 20,000 แผ่น เพื่อป้องกันความร้อน ในขณะที่มันเดินทางกลับเข้าสู่
บรรยากาศ ของโลก หากเกิดมันหลุดออก จนมีขนาดใหญ่จะเกิดความร้อนสูง จนทาให้กระสวยอวกาศแตกเป็นเสี่ยงๆ
ในขณะที่ มันเดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก คล้ายกับสถานีอวกาศเมียร์ที่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งหลักฐาน
ใหม่ที่พบแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิอากาศบริเวณด้านซ้ายของยานได้เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ประกอบกับตัวยานได้ถูกบีบอัดจาก
แรงต้านของลมกาลังสูงในขณะนั้น
- 25.
- 26.
- 27.
- 28.