More Related Content
PDF
Original microsoft office word 2010 full PDF
PDF
Lesson 5 การสร้างกล่องข้อความ DOC
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชา การใช้โปรแกรมคำนวน Excel PDF
Microsoft office word 2007 DOC
PDF
What's hot
PDF
PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 3 การตกแต่งข้อมูลและตาราง PDF
PPT
PDF
PDF
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ PDF
การสร้างคำสั่งอย่างง่าย (แมโคร) PPTX
PDF
แบบฝึกหัดที่ 3 Microsoft PowerPoint PDF
DOC
ใบความรู้ Type tool ใน photoshop PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
PDF
หน่วยที่ 7 การสร้างคำสั่งอย่างง่าย PDF
Viewers also liked
DOCX
แบบสอบถามเกี่ยวกับความชำนาญในการใช้ Power point DOCX
PDF
แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการจัดประชุมสัมมนาโครงการสภานักเรียน ประจำปี ๒๕๕๘ PDF
PDF
แผนการจัดประสบการณ์ ฉันรักฤดูหนาว- กิจกรรมเสริมประสบการณ์ PDF
PDF
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน DOC
PDF
รายงานนวัตกรรมการจัดกิจกรรมด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ) DOC
3.ไม่ลบ 2015-เกณฑ์การให้คะแนนcartoon story marker2015 PDF
คู่มือการใช้นวัตกรรม แผน1 PDF
ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ เรื่อง การอนุรักษ์นาฏศิลป์และภูมิปัญญาท้องถิ่น PDF
ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก PDF
แผนการสอนและใบกิจกรรม ประถม 1-3 เรื่อง ท้องฟ้าบ้านเรา+205+dltvscip1+P1 3 u05 PDF
รายงานผลการดำเนินโครงการกิจกรรมค่ายบูรณาการ 2 2555 Similar to คู่มือการใช้งาน
PDF
Microsoft office word 2007 PDF
PDF
PDF
คู่มือการใช้งาน Word 2007 PDF
PPT
PDF
PPTX
4100103 ch04-2 word อ.พิมลพรรณ PPT
PDF
PDF
ใช้งานโปรแกรม Microsoft word2007 DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
คู่มือการใช้งาน
- 1.
http://www.google.co.th/#hl=th&tbo=d&sclient=p
sy-ab&q=
%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%
E0%B8%B7%E0%B8%AD
%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%
E0%B8%8A
%E0%B9%89+Microsoft+office+2003&oq=
%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%
E0%B8%B7%E0%B8%AD
%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%
E0%B8%8A
%E0%B9%89+Microsoft+office+2003&gs_l=hp.3..0.
1844.10975.2.11172.15.15.0.0.0.0.142.1721.3j12.1
5.0...0.0...1c.1.DIVXUO3wBcM&pbx=1&bav=on.2,or.
r_gc.r_pw.r_qf.&bvm=bv.1355534169,d.bmk&fp=a
43766d6bd672837&bpcl=40096503&biw=1366&b
ih=630
การใช้ง านโปรแกรม Microsoft Office Word
2003
โปรแกรม Microsoft Office Word 2003 เป็นหนึ่งโปรแกรมใน
ชุด Microsoft Office 2003 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
เนื่องจากใช้งานง่าย มีหน้าที่ของโปรแกรม เมนูคำาสั่ง และรวมถึงการให้
ความช่วยเหลือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งโปรแกรมถูกออกแบบ
มาเพื่องานด้านเอกสารต่าง ๆ เช่น จดหมาย รายงาน คู่มือต่าง ๆ ใบ
ปะหน้าแฟกซ์ และบันทึกข้อความ เป็นต้น
ลักษณะเด่นและความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word
2003 คือสามารถที่จะสร้างเอกสารได้ง่าย ตัวอย่างเช่น
1. ผู้ช่วยเหลือ (Office Assistance) ให้ความช่วยเหลือได้ทั้ง
สอบถามคำาสั่งต่าง ๆ และวิธีการใช้งานโปรแกรม
2. มีการตกแต่งเอกสารที่ง่าย ทำาได้ทั้งรูปแบบตัวอักษรและย่อหน้า
(Paragraph)
3. มีการสร้างเอกสารจากต้นแบบ (Templates) ในลักษณะต่าง ๆ
4. สามารถสร้างตารางเพื่อเป็นส่วนประกอบของเอกสาร
- 2.
5. สามารถใส่รูปภาพที่ได้มาจากคลิปอาร์ต อินเตอร์เน็ตกล้อง
ดิจิตอล เครื่องสแกน และรูปภาพ
6. มีระบบอัตโนมัติในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ช่วยเตือนหรือแก้ไขเพื่อให้
งานที่สร้างมาเสร็จสมบูรณ์ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
7. สามารถสร้างเอกสารในรูปแบบ HTML (Hypertext Markup
Language) หรือที่เรียกว่าเว็บเพจ (Webpage)
8. อนุญาตให้บันทึกอกสารในรูปแบบ XML (Extensible Markup
Language) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแยกเนื้อหาของเอกสารออก
จากขอบเขตของรูปแบบของเอกสาร
9. สามารถล็อกเอกสารและรูปแบบ หรือรูปแบบหมายเลข เท็มเพลต
เพื่อให้เอกสารที่ถูกเรียกใช้งานอยู่ในรูปแบบเดียวกัน
1. การเรีย กใช้โ ปรแกรม Microsoft Word 2003
การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Word2003 มีขั้นตอนดังต่อไป
นี้
1. คลิกที่ปุ่ม Start
2. คลิกเลือก Programs
3. คลิกเลือก Microsoft Office
4. คลิกเลือก Microsoft Office Word 2003
3
4
2
1
- 3.
2. ส่ว นประกอบของหน้าจอของ Microsoft Office Word
2003
เมนู ไตเติล ทูล Ask a
บาร์ บาร์ บาร์ Question
เคอร์เซ
Ruler อร์
เมาส์พอย
เตอร์
วินโดว์ของ Task
เอกสาร Pane
Status
Bar
1. แถบชื่อ เรื่อ ง (Title Bar) ทำาหน้าที่บอกชื่อโปรแกรมและชื่อไฟล์
ที่ใช้งานปัจจุบัน
2. แถบเมนูค ำา สั่ง (Menu Bar) ทำาหน้าที่แสดงคำาสั่ง ซึ่งจะมีทั้ง
เมนูภาษาไทย และเมนูภาษาอังกฤษ
3. แถบเครื่อ งมือ (Toolbar) ทำาหน้าที่แสดงปุ่มต่าง ๆ ที่ใช้งาน
บ่อย ๆ เช่น ปุ่มบันทึก (Save) เป็นต้น เป็นการเลือกใช้คำาสั่งจาก
ปุ่มคำาสั่งต่าง ๆ ที่มีให้เลือกบนแถบเครื่องมือแต่ละแถบ แทนการ
เลือกจากเมนูคำาสั่ง แถบเครื่องมือที่ใช้บ่อย ๆ เช่น แถบเครื่องมือ
มาตรฐาน (Standard Toolbar) และแถบเครื่องมือจัดรูปแบบ
(Formatting Toolbar)
4. เคอร์เ ซอร์ (Insertion Point) ทำาหน้าที่เป็นตัวอักษรบอก
ตำาแหน่งที่เริ่มพิมพ์หรือตำาแหน่งที่เริ่มแก้ไข
5. แถบแสดงสถานะ (Status Bar) ทำาหน้าที่แสดงตำาแหน่งของตัว
แทรกข้อความว่าอยู่ที่หน้าใด และจำานวนทั้งหมดของเอกสารว่ามี
จำานวนทั้งหมดกี่หน้า รวมทั้งสถานะต่าง ๆ เกี่ยวกับด้านการพิมพ์
และการแก้ไข
- 4.
6. แถบเลื่อ น(Scroll Bar) ทำาหน้าที่เลื่อนมุมมองของจอภาพใน
แนวตั้งหรือแนวนอน จอภาพไม่สามารถแสดงข้อมูลได้ครบ
7. ปุ่ม ควบคุม หน้า ต่า งไฟล์ (Control Button) ประกอบด้วยปุ่ม
ต่าง ๆ โดยจะมีสถานะคือ
- ปุ่ม ย่อ หน้า ต่า ง (Minimize) ทำาหน้าที่ย่อหน้าของโปรแกรมที่
เปิดใช้งานอยู่ มาเก็บไว้ที่ทาสก์บาร์
- ปุ่ม ขยายหน้า ต่า ง (Maximize) ทำาหน้าที่ขยายหน้าของ
โปรแกรม ให้เต็มพื้นที่ทั้งหมดของโปรแกรม
- ปุ่ม กลับ สู่ส ภาพเดิม (Restore Down) ทำาหน้าที่ขยาย
หน้าต่างกลับไปมีขนาดเท่ากับขนาดที่ก่อนขยายหน้าต่างโปรแกรม
ให้เต็มจอ
- ปุ่ม ปิด หน้า ต่า ง (Close) ทำาหน้าที่ออกจากหน้าต่าง หรือออก
จากโปรแกรม
8. ไม้บ รรทัด (Ruler) เป็นเครื่องมือที่ช่วยวัดระยะขอบกระดาษ
9. แถบเครื่อ งมือ Task Pane เป็นแถบเครื่องมือที่ช่วยในการ
ทำางานหลาย ๆ ด้าน เช่น New Document, Clip Art และ
Clipboard
3. แถบเครื่อ งมือ (Toolbar)
แถบเครื่องมือ คือ ปุ่มของคำาสั่งที่ผู้ใช้สามารถสั่งงานได้โดยตรง
เพื่อที่จะได้รับความสะดวกในการเรียกใช้คำาสั่งที่ถูกเรียกใช้งานบ่อย ๆ
แถบเครื่องมือที่ถูกเปิดใช้เป็นประจำาหรือเป็นแถบเครื่องมือมาตรฐานมี 2
Standard Toolbar
Formatting Toolbar
แถบเครื่องมือ คือ
3.1 แถบเครื่อ งมือ มาตรฐาน (Standard Toolbar)
3.2 แถบเครื่อ งรูป แบบ (Formatting Toolbar)
แถบเครื่องมือนั้นสามารถที่จะซ่อมหรือแสดงได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- 5.
วิธ ีท ี่1 คลิกเลือกเมนู มุม มอง > แถบเครื่อ งมือ
วิธ ีท ี่ 2 คลิกขวาที่บริเวณแถบเครื่องมือหรือแถบเมนูและเลือก
ชื่อแถบเครื่องมือ
วิธ ีท ี่ 1 วิธ ีท ี่ 2
แถบเครื่องมือมาตรฐาน (Standard Tools Bar) เช่น
สัญ รูป หน้า ที่
สร้างเอกสารใหม่(New) ใช้ในการสร้างเอกสารใหม่
เปิด(Open) ใช้ในการเปิดเอกสารที่มีอยู่แล้ว
บันทึก(Save) ใช้ในการบันทึกหรือจัดเก็บเอกสาร
พิมพ์ (Print) ใช้ในการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์
ตัวอย่างก่อนพิมพ์ (Print Preview) ใช้ในการขอดูเอกสาร
ก่อนพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์
ตัด (Cut) ใช้ในการตัดข้อความที่เลือกเก็บไว้ใช้งานต่อ
คัดลอก(Copy) ใช้ในการคัดลอกข้อความที่เลือกไว้เพื่อ
ทำางานต่อ
วาง(Past) ใช้ในการนำาข้อความมาวางในตำาแหน่งที่
ต้องการ
ย่อ/ขยาย(Zoom Contrl) ใช้ในการย่อหรือขยายเอกสาร
ตามสัดส่วนที่ต้องการ
จัดรูปแบบ(Style) ใช้ในการเลือกลักษณะของเอกสาร
แบบอักษร(Font) ใช้ในการเลือกแบบตัวอักษร
- 6.
ขนาดแบบอักษร(Font Size) ใช้ในการเลือกขนาดตัวอักษร
ตัวหนา(Bold) ใช้ในการทำาตังอักษรเป็นตัวหนา
ตังเอียง(Italic) ใช้ทำาตังเป็นตัวเอียง
ขีดเส้นใต้(Underlind) ใช้ทำาตัวอักษรเป็นตัวขีดเส้นใต้
จัดชิดซ้าย (Align Left) ใช้จัดข้อความชิดซ้าย
กึ่งกลาง (Center) ใช้จัดข้อความแบบกึ่งกลาง
จัดชิดขวา (Align Right) ใช้จัดข้อความชิดขวา
ชิดขอบ (Justift) ใช้จัดข้อความด้านหน้า – ด้านหลังเสมอ
กัน
สัญ รูป หน้า ที่
ลำาดับเลข(Numbering) ใช้ใส่ลำาดับเลขที่หน้าข้อความ
สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ใส่สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย
หน้าข้อความ
ลดการเยื้อง(Decrease Indent) ใช้ลดระยะเยื้องของ
ข้อความ
เพิ่มการเยื้อง (Increase Indent) ใช้เพิ่มระยะเยื้องของ
ข้อความ
ภายนอกขอบ(Border) ใช้ลากเส้นเพื่อตีกรอบเอกสาร
เน้น ใช้ระบายสีเพื่อเน้นข้อความ
สีแบบอักษร(Font color) ใช้เปลี่ยนสีอักษรหรือข้อความ
การแทรกรูป ภาพและข้อ ความศิล ป์
แถบเครื่อ งมือ สำา หรับ ตกแต่ง รูป ภาพ
สัญ รูป หน้า ที่
- 7.
แทรกรูปภาพ ใช้เปลี่ยนภาพที่เลือก โดยเลือกมาจากไฟล์อื่น
สี กำาหนดคุณสมบัติของภาพ เช่น ปรับให้เป็นภาพขาวดำา
เพิ่มความชัด เพิ่มความคมชัดของรูปภาพ
ลดความชัด ลดความคมชัดของรูปภาพ
เพิ่มความสว่าง เพิ่มความสว่างให้กับรูปภาพ
ลดความสว่าง ลดความสว่างให้กับรูปภาพ
ครอบตัด ใช้ตัดภาพให้เหลือเฉพาะส่วนที่ต้องการ
ลักษณะเส้น ใช้สร้างกรอบของภาพ
การตัดข้อความ ใช้กำาหนดให้อักษรล้อมรอบรูปภาพในรูป
แบบต่างๆ
จัดรูปแบบวัตถุ ปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ความกว้าง
ความยาว
กำาหนดสีโปร่งใส ทำาให้สีที่ถูกคลิกกลายเป็นสีโปร่งใส ซึ่ง
ทำาให้มองทะลุเห็นพื้นหลัง (ใช้ได้กับภาพที่มาจากไฟล์อื่น
เท่านั้น)
ตั้งค่ารูปภาพใหม่ ยกเลิกการปรับแต่งทั้งหมด ให้ภาพกลับ
ไปเป็นแบบเดิมก่อนตกแต่ง
4. การจัด การกับ ข้อ ความ
การเลือ กภาษาที่ใ ช้พ ิม พ์ (Accent Gravel)
ก่อนจะมีการเริ่มพิมพ์ข้อความลงไปบนเอกสารนั้น จำาเป็นอย่างยิ่ง
ต้องรู้จักแป้นพิมพ์ที่จะช่วยให้สามารถเปลี่ยนสถานการณ์พิมพ์จากภาษา
อังกฤษเป็นภาษาไทย หรือจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ คือแป้น ~
(รูป ตัว หนอน ) และสังเกตสถานะของภาษาที่แถบแสดงสถานะ
(Status Bar)
การป้อ นข้อ ความ (พิม พ์แ ทรก / พิม พ์ท ับ )
การพิมพ์ข้อความแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การพิม พ์แ ทรก
โดยทั่วไปแล้วมักเป็นค่าปกติของการพิมพ์ (Default)
เนื่องจากเมื่อมีการพิมพ์ข้อความก็จะแทรกต่อไปเรื่อย ๆ โดยข้อความที่
อยู่หลังจากตัวแทรกข้อความ ( I ) ยังคงเคลื่อนไป สังเกตสถานการณ์
พิมพ์แทรกได้จาก Status Bar ดังนี้ (Overtype) ให้สังเกตว่าปุ่ม
นี้จะมีตัวอักษรสีเทา
2. การพิม พ์ท ับ
การพิมพ์ข้อความที่ทับข้อความเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยสังเกต
สถานการณ์พิมพ์ทับได้จาก Status Bar (Overtype) ให้
สังเกตว่าปุ่มนี้จะมีสีเข้มขึ้น
- 8.
3 การลบข้อ ความ
การลบข้อความนั้นเป็นไปได้ 2 ลักษณะ คือ
1. ลบตัวอักษรที่อยู่ทางด้านซ้ายของตัวแทรกข้อความ ( I ) ให้
ใช้แป้น [Backspace]
2. ลบตัวอักษรที่อยู่ทางด้านขวาของตัวแทรกข้อความ ( I ) ให้
ใช้แป้น [Delete]
5. การยกเลิก คำา สั่ง และการทำา ซำ้า (Undo /Redo)
การใช้คำาสั่งหรือการพิมพ์ข้อความ อาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่ง
อาจจะเป็นด้วยคำาสั่งที่เลือกจากเมนูหรือแถบเครื่องมือ และการพิมพ์
ข้อความ ซึ่งสามารถยกเลิกหรือทำาซำ้าคำาสั่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้ดังนี้
การยกเลิก (Undo)
การยกเลิก (Undo)
วิธ ีท ี่ 1 คลิกเลือกเมนู Edit วิธ ีท ี่ 1 คลิกเลือกเมนู Edit
Undo Redo
วิธ ีท ี่ 2 คลิกปุ่ม บนแถบเครื่อง วิธ ีท ี่ 2 คลิกปุ่ม บนแถบ
มือมาตรฐาน เครื่องมือมาตรฐาน
วิธ ีท ี่ 3 กดปุ่มบนแป้น Ctrl + Z วิธ ีท ี่ 3 กดปุ่มบนแป้น Ctrl + Y
6. การบัน ทึก ข้อ มูล (Save / Save As)
การบันทึกข้อมูล คือ การเก็บข้อความต่าง ๆ ที่ได้พิมพ์หรือตั้งค่า
ต่าง ๆ ที่ได้กำาหนดเพื่อจะได้นำากลับมาใช้ได้ในภายหลัง โดยการบันทึก
ข้อมูลมีด้วยกันอยู่ 2 คำาสั่ง คือ คำาสั่ง Save และคำาสั่ง Save As
ซึ่งใช้ต่างกันดังนี้
บัน ทึก ไฟล์เ อกสาร (Save)
ใช้เมื่อต้องการบันทึกข้อมูลที่ใช้งานอยู่ปัจจุบัน ซึ่งจะทำาการบันทึก
ชื่อไฟล์เดิม มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. คลิกเลือกเมนู File > Save หรือกดแป้น Ctrl+S
2. สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงที่แถบสถานะ (Status Bar)
บัน ทึก ไฟล์เ อกสารเป็น (Save As)
ใช้เมื่อต้องการบันทึกข้อมูลที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันในชื่อไฟล์หรือไดรฟ์
ที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งจะมีขั้นตอนการบันทึกดังต่อไปนี้
1. คลิกเลือกเมนู File > Save As หรือกดแป้น F12
- 9.
2. คลิกเลือกไดรฟ์และตำาแหน่งที่ต้องการบันทึก
3. พิมพ์ชื่อไฟล์ที่ต้องการบันทึก
4. คลิกปุ่ม
5. สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงที่แถบแสดงสถานะ (Status Bar )
แสดงข้อความกำาลังบันทึกข้อมูลอยู่
7. การจัด การกับ เอกสาร
การเปิด เอกสาร (Close)
การเปิดเอกสารที่กำาลังเปิดใช้งานอยู่นั้น สามารถทำาได้หลายวิธี
ดังนี้
วิธีที่ 1 คลิกเลือกเมนู File > Close
วิธีที่ 2 คลิกปุ่ม Close ที่แถบเมนู
วิธีที่ 3 กดแป้น Ctrl + W
การสร้า งเอกสารใหม่ (New)
การสร้างเอกสารใหม่นั้น เมื่อผู้ใช้เปิดโปรแกรมจะเห็นได้ว่า
โปรแกรมได้สร้างไฟล์เอกสารขึ้นมา เพื่อใช้งานอยู่แล้ว 1 เอกสาร แต่
ผู้ใช้ต้องการสร้างเพิ่มขึ้นมาใหม่อีก สามารถทำาได้หลายวิธีดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1 กดแป้น Ctrl + N
วิธีที่ 2 คลิกที่ปุ่ม New บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน
วิธีที่ 3 คลิกที่เมนู File > New คลิกเลือก เอกสารเปล่า จาก
แถบเครื่องมือ Task Pane จะได้หน้าต่างเอกสารใหม่
การกำา หนดค่า ให้ก ับ เอกสาร (Page Setup)
การค่าให้กับเอกสารจะได้กำาหนดลักษณะต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นจาก
เดิม ซึ่งเป็นค่ามาตรฐาน มีขั้นตอนและรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. คลิกเลือกเมนู แฟ้ม > ตั้ง ค่า หน้า กระดาษ
2. คลิกเลือก Tab รูปแบบที่ต้องการปรับแต่ง
- Tap ระยะขอบ เป็นการกำาหนดค่าให้ระยะขอบของกระด้าน
ทั้งด้าน บน ล่าง ซ้าย ขวา
- Tap กระดาษ เป็นการกำาหนดค่าให้ขนาดกระดาษที่
ต้องการ เช่น A4 , F4, F5
- 10.
- Tap เค้าโครง เป็นการกำาหนดเค้าโครงว่าแต่ละหน้าจะให้มี
ลักษณะเป็นอย่างไร
3. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วกดปุ่ม ตกลง
การเปิด เอกสารเดิม (Open)
การเปิดเอกสารเดิม คือ การนำาเอกสารที่เคยถูกบันทึกไว้ แล้วเปิด
ขึนมาใช้งานหรือแก้ไขเพิ่มเติม มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
้
1. คลิกเลือกเมนู แฟ้ม > เปิด หรือกดแป้น Ctrl+ O หรือคลิก
ที่ปุ่ม Open
2. คลิกเลือกไดรว์ที่ต้องการเปิดเอกสาร
3. คลิกเลือกชื่อไฟล์ที่ต้องการเปิด
4. คลิกปุ่ม เปิด
5. จะเปิดหน้าต่างไฟล์ที่เลือกไว้
8. มุม มอง (View ) ต่า ง ๆ ใน Microsoft Word 2003
มุมมองต่าง ๆ ใน Microsoft Word 2003 นั้น แบ่งออกเป็น
หลายมุมมองด้วยกัน ซึ่งแต่ละมุมมองก็จะต้องมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน
โดยสรุปได้ดังนี้
1. มุม มองปกติ (Normal View)
เป็นการกำาหนดมุมมองให้เห็นทุก ๆ สิ่งที่พิมพ์ในเอกสาร เหมาะ
สำาหรับแก้ไขและกำาหนดรูปแบบของข้อความ ซึ่งจะแสดงตารางรูปแบบ
ข้อความที่ดูง่าย รวมถึงมุมมองปกติ ผู้ใช้สามารถกำาหนดด้วยเมนู
มุม มอง > มุม มองปกติ
2. มุม มองเค้า โครงเว็บ (Web Layout View)
เป็นการกำาหนดมุมมองที่ช่วยให้การอ่านข้อความตามในเอกสารเป็น
ไปได้ง่ายขึ้น ข้อความที่แสดงให้เป็นข้อความตามความกว้างของ
หน้าต่าง โปรแกรม และตัดตอนให้พอดีกับหน้าต่างที่แสดงข้อความ การ
แสดงข้อมูลต่าง ๆ บนเอกสารจะมีลักษณะที่คล้ายกับ Print Layout
- 11.
View ถ้าเอกสารที่กำาลังเปิดใช้อยู่ไม่ได้แสดงอยู่ในมุมมองเค้าโครงเว็บ
ผู้ใช้สามารถกำาหนดด้วยเมนู มุมมอง > เค้า โครงเว็บ
3. มุม มองเค้า โครงหน้า กระดาษ (Print Layout View)
มักเรียกมุมมองนี้ว่า “มุมมองเหมือนพิมพ์” เป็นมุมมองที่สามารถ
มองเห็นวัตถุต่าง ๆ ที่วางลงไปบนเอกสาร เช่น ตาราง กราฟ วัตถุที่
สร้างขึ้น และรูปภาพ เป็นต้น มุมมองนี้ใช้ประโยชน์เพื่อการแก้ไขหัว
กระดาษและท้ายกระดาษ (Header and Footer) จัดการขอบกระดาษ
สร้างคอลัมน์ วาดวัตถุต่าง ๆ และกรอบข้อความ ถ้าเอกสารที่กำาลังเปิด
ใช้อยู่ไม่ได้แสดงอยู่ในมุมมองเหมือนพิมพ์ ผู้ใช้สามารถกำาหนดเมนู มุม
มอง > เค้า โครงหน้า กระดาษ
4. มุม มองเค้า ร่า ง (Outline View)
เป็นมุมมองที่แสดงโรงสร้างของเอกสารโดยเฉพาะข้อความและ
ตารางไม่สามารถแสดงรูปภาพในเอกสารได้ มุมมองประเภทนี้เหมาะ
สำาหรับการสลับเปลี่ยนหัวข้อเอกสาร เพราะสามารถแสดงทั้งหัวข้อและ
รายละเอียดของเอกสารด้วย ถ้าเอกสารที่เปิดใช้งานอยู่ไม่ได้แสดงอยู่ใน
มุมมองเค้าร่าง ผู้ใช้ก็สามารถกำาหนดด้วยเมนูคำาสั่ง มุม มอง > เค้า
ร่า ง
- 12.
5. มุม มองเค้าร่า งการอ่า น (Reading Layout View)
เป็นมุมมองเพื่อใช้สำาหรับอ่านข้อความต่าง ๆ ที่ได้พิมพ์ลงไป เป็น
มุมมองที่จะแสดงข้อความให้เหมาะสมกับหน้าต่างที่เปิดใช้งานอยู่ เพื่อให้
อ่านข้อความที่ได้พิมพ์ลงไป จึงขยายขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับการอ่าน
ในแต่ละหน้าอีกด้วย ถ้าเอกสารที่เปิดใช้งานอยู่ไม่ได้แสดงอยู่ในมุมมอง
อ่าน ผู้ใช้ก็สามารถกำาหนดด้วยเมนูคำาสั่ง View > Reading Layout
9. การเลือ กข้อ ความ ตัว อัก ษรและการยกเลิก
การเลือกข้อความและตัวอักษร
การเลือกข้อความและตัวอักษร เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากกลุ่มคำา
ที่ได้เลือกไว้ เช่น ต้องการเปลี่ยนขนาด เปลี่ยนฟอนต์ (แบบอักษร)
ตัวขีดเส้นใต้ เป็นต้น สามารถทำาได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้
1. ใช้แ ป้น บนคีย ์บ อร์ด
วิธ ีท ี่ 1 เลือกเพียงบางส่วน
1.1 เลื่อนเมาส์ไปยังตำาแหน่งเริ่มต้นของข้อความหรือ
ตัวอักษรที่ต้องการเลือก
1.2 กดแป้น Shift ค้างไว้และกดแป้นต่อไปนี้
- กดแป้นลูกศรใด ๆ เช่น
- กดแป้น Home / End / Page Up / Page Down
1.3 ข้อความถูกเลือกเป็นแถบสีดำาตามที่ต้องการ
วิธ ีท ี่ 2 เลือกทั้งเอกสาร
- 13.
การเลือกข้อความทั้งเอกสารสามารถทำาได้ดังนี้ กดแป้น
Ctrl + A
2. ใช้เ มาส์
วิธ ีท ี่ 1 เลือกโดยการ Drag Mouse
1.1 คลิกเมาส์ที่ตำาแหน่งเริ่มต้นของข้อความ และกด
เมาส์ค้าไว้
1.2 ลากเมาส์ไปให้เกิดเป็นแถบสีดำาทับข้อความที่
ต้องการเลือก
1.3 ปล่อยเมาส์เมื่อเลือกข้อความครบที่ต้องการ
วิธ ีท ี่ 2 เลือกข้อความเฉพาะคำา
2.1 เลื่อนเมาส์ไปยังคำาที่ต้องการเลือก
2.2 ดับเบิลคลิกที่คำาที่ต้องการเลือก
2.3 คำาที่ต้องการเลือกจะปรากฏเป็นแถบสีดำา
วิธ ีท ี่ 3 เลือกข้อความทั้งบรรทัด
3.1 เลื่อนเมาส์ไปด้านซ้ายสุดของข้อความในบรรทัดที่
ต้องการ ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็น
3.2 คลิกเมาส์ด้ายหน้าของข้อความในบรรทัดที่ต้องการ
3.3 ข้อความในบรรทัดที่ต้องการจะปรากฏเป็นแบบสีดำา
- 14.
วิธ ีท ี่4 เลือกข้อความทั้งย่อหน้า
4.1 เลื่อนเมาส์ไปด้านซ้ายของย่อหน้าข้อความที่ต้องการ
ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็น
4.2 ดับเบิลคลิกที่ด้านหน้าของย่อหน้าข้อความที่ต้องการ
4.3 ข้อความย่อหน้าที่ต้องการจะปรากฏเป็นแถบสีดำา
10. การออกจากโปรแกรม Microsoft Word 2003
การออกจากโปรแกรม สามารถทำาได้หลายวิธีดังต่อไปนี้ (เมื่อเปิด
ไฟล์ใช้งานเพียง 1 ไฟล์)
วิธ ีท ี่ 1 คลิกเมนูแ ฟ้ม > จบการทำา งาน
วิธ ีท ี่ 2 คลิกปุ่ม Close บน Title Bar
วิธ ีท ี่ 3 ดับเบิลคลิกที่สัญลักษณ์ของโปรแกรม บน Title Bar
วิธ ีท ี่ 4 กดแป้น Alt + F4
- 15.
การตกแต่ง เอกสาร
2.1 การย้ายและการคัด ลอกข้อ ความ
การย้ายและคัดลอกข้อความนั้นมีขั้นตอนคล้ายกัน สามารถทำาได้
หลายวิธีต่อไปนี้
การย้า ยข้อ ความโดยการ Drag and Drop มีขั้นตอนดังต่อ
ไปนี้
1. เลือกข้อความที่ต้องการย้าย (Move)
2. เลื่อนตัวชี้เมาส์ไปยังแถบสีที่เลือกไว้
3. คลิกและลากเมาส์ข้อความที่เลือกไปยังตำาแหน่งที่ต้องการ
(สังเกตตัวชี้เมาส์จะมีลักษณะดังนี้ )
4. ปล่อยปุ่มเมาส์ ข้อความจะวางลงในตำาแหน่งที่เราเลื่อนเมาส์ไป
ปล่อย
การคัด ลอกข้อ ความโดยการ Drag and Drop
1. เลือกข้อความที่ต้องคัดลอก (Copy)
2. เลื่อนตัวชี้เมาส์ไปยังแถบสีที่เลือกไว้
3. กดแป้น Ctrl ค้างไว้ คลิกและลากเมาส์ข้อความที่เลือกไปยัง
ตำาแหน่งที่ต้องการ (เมาส์จะมี ลักษณะดังต่อไปนี้ )
- 16.
4. ปล่อยปุ่มเมาส์ ข้อความจะคัดลอกไปลงในตำาแหน่งที่เราเลื่อน
เมาส์ไปปล่อย
การย้า ยข้อ ความโดยใช้ค ำา สั่ง Cut + Paste
1. เลือกข้อความที่ต้องการย้าย
2. คลิกปุ่ม Cut บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน หรือเลือกเมนู
แก้ไ ข > ตัด หรือกดแป้น Ctrl + X (เมื่อใช้คำาสั่ง ตัดแล้ว
ข้อความที่ถูกเลือกไว้จะถูกตัดเก็บไว้ในหน่วยความจำา ให้สังเกต
ว่าข้อความต้นฉบับจะหายไป
3. คลิกตำาแหน่งที่ต้องการวางข้อความที่ได้ย้ายไว้ (ถ้าต้องการย้าย
ข้อความไปยังเอกสารอีกฉบับหนึ่ง ให้สลับไปที่เอกสารฉบับนั้น
4. คลิกปุ่ม Paste บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน หรือเลือกเมนู
แก้ไ ข > วาง หรือกดแป้น Ctrl + V
การคัด ลอกข้อ ความโดยใช้ค ำา สั่ง Copy + Paste
1. เลือกข้อความที่ต้องการคัดลอก
2. คลิกที่ปุ่ม Copy บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน หรือเลือกเมนู
แก้ไ ข > คัด ลอก หรือกดแป้น Ctrl+C
3. คลิกตำาแหน่งที่ต้องการวางข้อความที่ได้คัดลอกไว้ (ถ้าต้องการ
คัดลอกข้อความไปยังเอกสารอีกฉบับหนึ่งให้สลับไปที่เอกสาร
ฉบับนั้น)
4. คลิกปุ่ม Paste บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน หรือเลือกเมนู
แก้ไ ข > วาง หรือกดแป้น Ctrl + V
5. ข้อความจะไปวางลงในตำาแหน่งที่ได้ทำาการเลือกไว้
2.2 การกำา หนดค่า ต่า ง ๆ ให้ก ับ ตัว อัก ษร
การกำาหนดค่าต่าง ๆ ให้กับตัวอักษรนั้นสามารถปรับจากแถบเครื่อง
มือรูปแบบได้อย่างง่ายโดยการปรับค่าต่าง ๆ นั้นประกอบไปด้วยลักษณะ
ของแบบอักษรในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
รูป แบบอัก ษรหรือ ฟอนต์
รูปแบบอักษรมักจะพูดกันติดปากว่า “ฟอนต์” จะมีรูปแบบที่แตก
ต่างกันมาก ซึ่งรูปแบบอักษรแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ
- 17.
1. Complex Scriptsคือ รูปแบบที่ใช้กับภาษาไทยเพียงอย่าง
เดียว จะลงท้ายด้วย UPC
2. Latin Text คือรูปแบบอักษรที่ใช้เปลี่ยนให้กับอักษรทั้งภาษา
ไทยและภาษาอังกฤษ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนรูปแบบอักษร มีขั้น
ตอนดังต่อไปนี้
เลือกข้อความที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบอักษร
คลิกเลือกรูปแบบฟอนต์จากรายการรูปแบบอักษรที่ให้มา
รูปแบบอักษรจะเปลี่ยนไปตามแบบที่ได้เลือกไว้
การเปลี่ย นขนาดฟอนต์
การเปลี่ยนขนาดฟอนต์ คือการทำาให้ขนาดตัวอักษรใหญ่ขึ้นหรือ
เล็กลงตามขนาดที่ต้องการ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เลือกข้อความที่ต้องการเปลี่ยนขนาดฟอนต์ของข้อความนั้น
2. คลิกเลือกขนาดของฟอนต์จากรายการรูปแบบอักษรที่ให้มา
3. เลือกขนาดของฟอนต์ที่ตองการ
้
หรือกดแป้น Ctrl + [ เพื่อเพิ่มขนาดอักษรทีละ 1 point
หรือกดแป้น Ctrl + ] เพื่อลดขนาดอักษรทีละ 1 point
อัก ษรตัว หนา อัก ษรตัว เอีย ง และอัก ษรขีด เส้น ใต้
รูปแบบตัวอักษร ขนาดตัวอักษร สามารถปรับได้จากแถบเครื่องมือ
รูปแบบ ซึ่งสามารถปรับตัวอักษรเน้นให้หนา เอียง หรือขีดเส้นใต้ได้ มี
ขันตอนดังต่อไปนี้
้
1. เลือกข้อความที่ต้องการปรับเปลี่ยน
2. เลือกปุ่มบนแถบเครื่องมือรูปแบบ
2.1 คลิกเมาส์ Bold เพื่อทำาให้ตัวอักษรที่เลือกหนา
2.2 คลิกเมาส์ Italic เพื่อทำาให้ตัวอักษรที่เลือกหนา
2.3 คลิกเมาส์ Underline เพื่อทำาให้ตัวอักษรที่เลือก
ขีดเส้นใต้เดี่ยว
สีต ัว อัก ษร
1. เลือกข้อความที่ต้องการกำาหนดสีให้กับตัวอักษร
2. คลิกเมาส์ปุ่ม Font Color บนแถบเครื่องมือจัดรูป
แบบ และเลือกสีที่ต้องการ
3. ตัวอักษรที่เลือกไว้เปลี่ยนสีตามที่ผู้ใช้เลือก
ลัก ษณะพิเ ศษอื่น ๆ
Microsoft Word 2003 สามารถกำาหนดลักษณะพิเศษอื่น ๆ
ได้อีก เช่น ตัวอักษรยก (Superscript) ตัวห้อย (Subscript) ขีด
- 18.
เส้นใต้ 2 เส้น(Double Underline) เป็นต้น ซึ่งสามารถกำาหนดได้
ดังนี้
1. คลิกเลือกข้อความที่ต้องการปรับเปลี่ยน
2. คลิกเลือกเมนู รูป แบบ > แบบอัก ษร หรือกดแป้น Ctrl + D
3. จะปรากฏหน้าต่าง แบบอักษร และคลิกที่แท็บ แบบอักษร
4. คลิกเลือกสัญลักษณ์พิเศษที่ต้องการ
5. คลิกปุ่ม ตกลง
2.3 การจัด การเกี่ย วกับ ย่อ หน้า (Paragraph)
การจัด แนวข้อ ความ (Alignment)
การจัดแนวข้อความช่วยทำาให้เอกสารต่าง ๆ อ่านได้ง่ายขึ้น โดย
สามารถกำาหนดข้อความหรือย่อหน้าต่าง ๆ จัดชิดด้านใดด้านหนึ่งของ
เอกสารได้ มีให้เลือก 5 แบบดังนี้
1. ข้อความจัดชิดซ้าย (Align Left) มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
คลิกเมาส์ให้ตัวแทรกข้อความปรากฏที่ตำาแหน่งใดก็ได้ในย่อหน้านั้น ๆ
2. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Align Left เพื่อจัดให้ย่อหน้านั้นชิดซ้าย
3. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Align Center เพื่อจัดให้ย่อหน้านั้น
กึ่งกลาง
4. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Align Right เพื่อจัดให้ย่อหน้านั้นชิด
ขวา
5. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Align Justify เพื่อจัดให้ย่อหน้านั้นชิด
ซ้ายและขวา ของขอบกระดาษ
5. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Align Distributed เพื่อจัดให้ย่อหน้า
นั้นให้ระยะห่างของเว้นวรรคของย่อหน้าให้เท่ากันและจัดชิดซ้าย
ขวา (Distributed)
การกำา หนดระยะห่า งระหว่า งย่อ หน้า
การกำาหนดระยะห่างระหว่างย่อหน้า ทำาเพื่อแบ่งย่อหน้าที่พิมพ์
หลายย่อหน้าให้มีระยะห่างหรือเพื่อความสวยงามของเอกสารซึ่งจะมีให้
เลือก 2 ส่วนด้วยกัน คือ ก่อนย่อหน้า และหลังย่อหน้า มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกเมาส์ให้ตัวแทรกข้อความปรากฏตำาแหน่งใดก็ได้ในย่อหน้า
ต่าง ๆ
- 19.
2. คลิกเลือกเมนู Format> Paragraph (รูป แบบ >
ย่อ หน้า )
3. คลิกเลือกระยะห่างระหว่างย่อหน้าที่ต้องการ (Spacing)
ก่อนหน้า (Before) คือ ระยะห่างระหว่างย่อหน้าปัจจุบันกับ
ย่อหน้าที่อยู่ก่อนหน้า
หลังจาก (After) คือ ระยะห่างระหว่างย่อหน้าปัจจุบันกับ
ย่อหน้าที่อยู่ถัดไปด้านล่าง
4. คลิกปุ่ม ตกลง
5. จะปรากฏระยะห่างระหว่างย่อหน้าตามที่ได้กำาหนดไว้
การกำา หนดระยะห่า งระหว่า งบรรทัด
การกำาหนดระยะห่างระหว่างบรรทัด ทำาเพื่อให้บรรทัดต่าง ๆ ใน
ย่อหน้านั้นมีความห่างหรือชิดกันในแต่ละบรรทัด มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. คลิกเมาส์ ให้ตัวแทรกข้อความปรากฏที่ตำาแหน่งใดก็ได้ใน
ย่อหน้านั้น ๆ
2. คลิกเลือกเมนู รูป แบบ > ย่อ หน้า
3. คลิกเลือกระยะห่างระหว่างบรรทัดที่ต้องการ (Line Spacing)
6. คลิกปุ่ม ตกลง
7. จะปรากฏระยะห่างระหว่างบรรทัดที่ได้กำาหนดไว้
2.4 การกำา หนดกั้น หน้า หรือ กั้น หลัง (Indents)
การกำาหนดกั้นหน้าหรือกั้นหลัง เป็นการกำาหนดขอบเขตของ
ข้อความในเอกสารไม่ให้เกินขอบเขตที่กำาหนดไว้ ขอบเขตต่าง ๆ นั้น
แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ กั้นหน้าบรรทัดแรก กั้นหน้าบรรทัดต่อไปและกั้น
หลัง
- 20.
เรียกว่า First LineIndent คือ การกำาหนดกั้นหน้าเฉพาะ
บรรทัดแรกบรรทัดเดียว
เรียกว่า Hanging Indent คือ การกำาหนดกั้นหน้าสำาหรับ
บรรทัดต่อ ๆ ไปจากบรรทัดแรก
เรียกว่า Left Indent คือ การกำาหนดกั้นหน้าทั้ง First Line
Indent และ Hanging Indent ไปพร้อมกัน
เรียกว่า Right Indent คือ การกำาหนดกั้นหน้าทั้ง First Line
Indent และ Hanging Indent ไปพร้อมกัน
การกำา หนดกั้น หน้า หรือ กั้น หลัง มีว ิธ ีก ารดัง ต่อ ไปนี้
1. คลิกเมาส์ให้ตัวแทรกข้อความปรากฏที่ตำาแหน่งใดก็ได้ในย่อหน้า
นั้น ๆ
2. คลิกเมาส์ค้างไว้ที่ปุ่ม ที่ต้องการจัดกั้นหน้าหรือกั้นหลัง
3. เลื่อนเมาส์ไปยังตำาแหน่งที่ต้องการกำาหนดกั้นหน้าบนเส้นบรรทัด
4. ปล่อยปุ่มเมาส์
5. จะได้กั้นหน้าตามที่ต้องการ
2.5 การกำา หนด Tab รูป แบบต่า ง ๆ
การกำาหนด Tab ในรูปแบบต่าง ๆ นั้น ทำาให้สะดวกในการสร้าง
เอกสารที่จำาเป็นต้องกรอกข้อความที่ต้องการตรงในตำาแหน่งเดียวกัน
โดยปกติกดแป้น Tab ได้โดยไม่ต้องกำาหนดระยะ Tab ซึ่งระยะที่
ระบบกำาหนดไว้เลื่อนตำาแหน่งไปครั้งละ 0.5 นิ้ว แต่ถ้าต้องการกำาหนด
ใช้เองมี Tab อยู่ 4 ประเภทที่นิยมใช้คือ
Left Tab คือ Tab ที่กำาหนดให้ขอความหรือตัวเลขชิดซ้ายใน
้
แนว Tab
Center Tab คือ Tab ที่กำาหนดให้ข้อความหรือตัวเลขอยู่
กึ่งกลางของ Tab
Right Tab คือ Tab ที่กำาหนดให้ข้อความหรือตัวเลขชิดขวา
ในแนว Tab
Decimal คือ Tab ที่กำาหนดให้ตัวเลขที่มีจุดทศนิยม และ
กำาหนดให้จุดทศนิยมอยู่ในแนว Tab
- 21.
ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนลักษณะของ Tab ได้โดยการคลิกบริเวณตาม
รูปA ด้านหน้าของเส้นบรรทัดเพื่อเลือกลักษณะของ Tab ที่ต้องการ
หรือตั้งค่าที่เมนู รูป แบบ > แท็บ เพื่อระบุระยะของแท็บ
2.5 การกำา หนดคอลัม น์ (Column) ให้ก ับ เอกสาร
การกำาหนดคอลัมน์ให้กับเอกสาร คือการแบ่งข้อความออกเป็น 2
ส่วน หรือมากกว่านั้นเพื่อที่จะได้ข้อความเป็นสัดส่วน ซึ่งการแบ่งคอลัมน์
จะต้องเลือกย่อหน้าไว้ก่อน มิฉะนั้นจะถือว่ากำาหนดให้กับเอกสารทั้งฉบับ
โดยวิธีการกำาหนดดังต่อไปนี้
2.6 การแทรกรูป ภาพ
การแทรกรูปภาพเป็นการนำารูปภาพมาเป็นส่วนประกอบในเอกสาร
ทำาให้เอกสารสามารถแสดงรายละเอียดข้อความและมีรูปประกอบคำา
บรรยายได้อีกด้วย ซึ่งการนำาภาพเข้ามาในเอกสารนั้นแบ่งออกเป็นวิธี
ต่าง ๆ ได้ดังนี้
การแทรกรูป ภาพจากภาพตัด ปะ Clip Gallery
1. คลิกเลือกตำาแหน่งที่จะวางรูป Clip Art
2. คลิกปุ่ม บนแถบเครื่องมือ Drawing หรือเลือกเมนู
แทรก > รูป ภาพ > ภาพตัด ปะ
3. แถบเครื่องมือ Clip Art เปิดขึ้น
4. คลิกที่ จัดระเบียบภาพตัดปะ
5. เลือกรูปที่ต้องการ คลิก ขวา > คัด ลอก
6. มาคลิกที่เอกสารวางรูปที่ได้คัดลอกไว้ในเอกสารตรงตำาแหน่งที่
ต้องการ โดย คลิก ขวา > วาง
- 22.
การแทรกจากไฟล์ร ูป ภาพ
1. คลิกปุ่ม บนแถบเครื่องมือ Drawing หรือเลือกเมนู แทรก
> รูป ภาพ > จากแฟ้ม
2. คลิกเลือกไดรว์และตำาแหน่งที่เก็บรูปภาพ
3. เลือกชื่อไฟล์รูปภาพ
4. คลิกปุ่ม แทรก
5. จะปรากฏรูปภาพที่เลือกไว้ในเอกสาร
การจัด การเกี่ย วกับ ตาราง
3.1 การสร้า งตาราง (Table)
การสร้างตารางแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. การสร้างตารางอย่างง่าย
2. การสร้างตารางซับซ้อน
การสร้า งตารางอย่า งง่า ย
การสร้างตารางอย่างง่าย เป็นการสร้างตารางที่มีจำานวนของแถว
และคอลัมน์เท่ากัน ซึ่งวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างตารางอย่างง่ายก็คือคลิก
ปุ่ม Insert Table มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. คลิกเลือกตำาแหน่งที่ต้องการสร้างตาราง
2. คลิกปุ่ม Insert Table
3. คลิกเลือกจำานวนแถวและคอลัมน์ที่ต้องการ
- 23.
4. จะแสดงจำานวนตารางตามที่กำาหนดไว้
การสร้า งตารางซับ ซ้อ น
ด้วยคุณสมบัติการวาดตารางใหม่ ผู้ใช้สามารถสร้างตารางที่ซับ
ซ้อนได้อย่างง่าย และรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ตารางที่มีความสูงต่างกัน
หรือจำานวนคอลัมน์ต่อแถวที่แตกต่างกันคล้าย ๆ กันวิธีการใช้ปากกาใน
การวาดตาราง เป็นต้น ซึ่งการวาดง่ายขึ้นเมื่อใช้เครื่องมือสร้างตาราง
บนแถบเครื่องมือ Tables and Borders เพื่อสร้างหรือปรับปรุงตาราง
ที่ซับซ้อนและแตกต่างออกไป
ผู้ใช้สามารถใช้ปุ่ม Draw Table วาดตาราง ซึ่งเป็น
คุณลักษณะใหม่ใน Microsoft Word 2003 จะเหมือนกับวิธีที่ใช้
ปากกาเพื่อวาดตาราง มีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
1. คลิกเลือกตำาแหน่งที่ต้องการสร้างตาราง
2. คลิกปุ่ม Table and Borders จะปรากฏและตัวชี้จะเปลี่ยน
เป็นรูปดินสอ กรณีที่แถบเครื่องมือ Table and Borders แสดง
อยู่แล้วให้คลิกปุ่ม Draw Table ตัวชี้จะเปลี่ยนเป็นรูปดินสอ
3. กำาหนดขอบเขตด้านนอกของตาราง โดยลากเมาส์จากมุมหนึ่งไป
ยังอีกมุมหนึ่ง ในแนวทะแยงของตาราง
4. วาดเส้นคอลัมน์และเส้นแถวภายในตารางตามต้องการ
5. ปรับขนาดของเส้นให้อยู่ในตำาแหน่งที่ต้องการ
6. เมื่อต้องการลบเส้น ให้คลิกปุ่ม Eraser และลากคลุมเส้นที่
ต้องการลบ
7. เมื่อสร้างตารางเสร็จแล้ว ให้คลิกที่ช่องตาราง และเริ่มพิมพ์
ข้อความลงในตาราง จากนั้นจัดรูปแบบข้อความต่าง ๆ
- 24.
เครื่องมือลบเส้น
ตาราง
เครื่องมือวาดเส้น
ตาราง
การจัด แนวข้อ ความในตาราง
การจัด ตำา แหน่ง ข้อ ความ
1. คลิกช่องตารางที่บรรจุข้อความที่ต้องการจัดตำาแหน่งข้อความ
2. เมื่อต้องการวางแนวข้อความที่จัดตามทิศทางในแนวนอนภายใน
ช่องตารางให้คลิกปุ่ม ในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีให้เลือก
3. จะแสดงผลลัพธ์ตามที่ได้จัดไว้
การแสดงข้อ ความแนวตั้ง
1. คลิกช่องตารางที่บรรจุข้อความที่ต้องการวางแนว
2. เมื่อต้องการแสดงข้อความที่จัดทิศทางตามแนวตั้งภายในช่อง
ตารางให้ใช้ปุ่มต่อไปนี้
2.1 จัดแนวข้อความแนวตั้งตามทิศทางจากบนลงล่าง ด้วยปุ่ม
- 25.
2.2 จัดแนวข้อความแนวตั้งตามทิศทางจากล่างขึ้นบน ด้วยปุ่ม
2.3 จัดแนวข้อความแนวตั้งตามทิศทางจากซ้ายไปขวา ด้วยปุ่ม
3. กำาหนดการจัดแนวข้อความให้เหมาะสม
4. จะแสดงผลลัพธ์ตามที่ได้จัดไว้
การตกแต่ง ตาราง
เมื่อสร้างตารางและพิมพ์ข้อความต่าง ๆ ลงในตารางแล้ว ก็
สามารถแต่งเติมสิ่งต่าง ๆ ให้กับตารางเพื่อให้เกิดความสวยงาม และเพิ่ม
ความน่าสนใจให้กับตารางมากยิ่งขึ้น โดยสามารถกำาหนดตารางเพื่อให้
เกิดความสวยงาม และเพิ่มความน่าสนใจให้กับตารางมากยิ่งขึ้น โดย
สามารถทำาได้ดังนี้
การกำา หนดลัก ษณะขอเส้น ตาราง
ตารางในเอกสาร Microsoft Word 2003 ทั้งตารางจะมีค่าเริ่ม
ต้นเป็นเส้นขอบเดี่ยวทึบที่มีความหนาครึ่งจุดเมื่อสร้างขึ้นมา ดังนั้นผู้ใช้
สามารถกำาหนดรูปแบบให้แตกต่างไปจากค่ามาตรฐานเดิมได้ ด้วยวิธีดัง
ต่อไปนี้
1. คลิกเลือกลักษณะของเส้นจากปุ่ม Line Style
2. คลิกเลือกขนาดความหนาของเส้นจากปุ่ม Line Weight
3. คลิกเลือกสีของเส้น จากปุ่ม Border Color
- 26.
4. คลิกปุ่ม DrawTable
5. วาดเส้นซำ้าตำาแหน่งที่ต้องการเปลี่ยนลักษณะของเส้นตาราง
6. จะแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการเปลี่ยนลักษณะของเส้นตาราง
4 1 2 3
เครื่อ งมือ อื่น ๆ เกี่ย วกับ ตาราง
นอกจากเครื่องมือที่ได้อธิบายวิธีการใช้งานมาในเบื้องต้นแล้ว
นั้น ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ อีกที่ช่วยในการตกแต่งและสร้างตาราง
1 2 3 4 5 6 7 8
1. Merge Cell คือ เครื่องมือที่ใช้รวมช่องตารางหลาย ๆ ช่อง
เข้าด้วยกัน โดยเครื่องมือนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเลือกช่องของตาราง
ไว้มากกว่า 1 ช่อง
2. Split Cell คือ เครื่องมือที่ใช้แบ่งช่องตารางจากหนึ่งช่องเป็น
หลาย ๆ ช่อง ซึ่งกำาหนดให้มีได้มากกว่า 1 คอลัมน์ หรือ
มากกว่า 1 แถว
3. Distribute Rows Evenly คือ เครื่องมือที่ใช้ปรับขนาด
ความสูงแถวให้เท่ากัน ซึ่งต้องเลือกแถวไว้มากกว่า 1 แถว
4. Distribute Columns Evenly คือ เครื่องมือที่ใช้ปรับ
ขนาดความกว้างของคอลัมน์ให้เท่ากัน ซึ่งต้องเลือกแถวไว้
มากกว่า 1 คอลัมน์
5. Table AutoFormat เครื่องมือที่ช่วยในการสร้างตารางจาก
รูปแบบที่มีให้เลือกมากมายโดยจะมีสีแรเงาลักษณะเส้นขอบ รวม
ทั้งสีของตัวอักษรด้วย
6. Sort Ascending คือ เครื่องมือที่ช่วยจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ ใน
ตารางให้เรียงจากน้อยไปมาก แต่ต้องมีส่วนที่เป็นหัวตารางด้วย
- 27.
7. Sort Descendingคือ เครื่องมือที่ช่วยจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ
ในตารางให้เรียงจากมากไปน้อย แต่ต้องมีส่วนที่เป็นหัวตาราง
ด้วย
8. Auto Sum คือ หาผลรวมจากข้อมูลที่อยู่ภายในตาราง
- 28.
7. Sort Descendingคือ เครื่องมือที่ช่วยจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ
ในตารางให้เรียงจากมากไปน้อย แต่ต้องมีส่วนที่เป็นหัวตาราง
ด้วย
8. Auto Sum คือ หาผลรวมจากข้อมูลที่อยู่ภายในตาราง
- 29.
7. Sort Descendingคือ เครื่องมือที่ช่วยจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ
ในตารางให้เรียงจากมากไปน้อย แต่ต้องมีส่วนที่เป็นหัวตาราง
ด้วย
8. Auto Sum คือ หาผลรวมจากข้อมูลที่อยู่ภายในตาราง