Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Theyok Tanya
432 views
Project babnana
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 8
2
/ 8
3
/ 8
4
/ 8
5
/ 8
6
/ 8
7
/ 8
8
/ 8
More Related Content
PDF
โครงงาน เรื่อง การย้อมผ้าจากเปลือกมังคุด
by
พัน พัน
PDF
รายงานเชิงวิชาการสีย้อมผ้าจากเปลือกมังคุด
by
โรงเรียนประชาบำรุง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
PPT
โครงงานคอม 54
by
pattarawarin
PDF
184 bb10
by
Sivaporn Kreesawat
PDF
โครงร่างผ้ามัดย้อม
by
supansa phuprasong
PDF
ปกโครงงานดูดซับคราบไขมัน
by
krupornpana55
PDF
โครงงานคอม
by
Chanya Sangsuwanlert
PDF
ขั้นตอนการย้อมสีธรรมชาติ
by
panida428
โครงงาน เรื่อง การย้อมผ้าจากเปลือกมังคุด
by
พัน พัน
รายงานเชิงวิชาการสีย้อมผ้าจากเปลือกมังคุด
by
โรงเรียนประชาบำรุง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
โครงงานคอม 54
by
pattarawarin
184 bb10
by
Sivaporn Kreesawat
โครงร่างผ้ามัดย้อม
by
supansa phuprasong
ปกโครงงานดูดซับคราบไขมัน
by
krupornpana55
โครงงานคอม
by
Chanya Sangsuwanlert
ขั้นตอนการย้อมสีธรรมชาติ
by
panida428
What's hot
PDF
โครงการสอนงานประดิษฐ์จากไม้ไผ่
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
บทที่ 1
by
KruPor Sirirat Namthai
DOCX
โครงงาน Is-กลุ่มสบู่-1-5
by
Nontagan Lertkachensri
DOC
โครงงานแผ่นซับเสียงจากเส้นใยธรรมชาติ
by
beauntp
PDF
ปกโครงงานกล้อง
by
krupornpana55
PDF
รายงานแลป สบู่(Soap) 2556
by
TODSAPRON TAWANNA
โครงการสอนงานประดิษฐ์จากไม้ไผ่
by
ทับทิม เจริญตา
บทที่ 1
by
KruPor Sirirat Namthai
โครงงาน Is-กลุ่มสบู่-1-5
by
Nontagan Lertkachensri
โครงงานแผ่นซับเสียงจากเส้นใยธรรมชาติ
by
beauntp
ปกโครงงานกล้อง
by
krupornpana55
รายงานแลป สบู่(Soap) 2556
by
TODSAPRON TAWANNA
Viewers also liked
PDF
Projectm6 2-2554 kor
by
Theyok Tanya
PDF
ชาตะไคร้
by
Theyok Tanya
PDF
Catalogue a4
by
Thomas paulson
PDF
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
PPTX
Prophet
by
Pamber999
PDF
Pat6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
by
Theyok Tanya
PPTX
Embedded Systems
by
Navin Kumar
PPTX
Image Converter
by
Navin Kumar
PDF
Pat7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี
by
Theyok Tanya
POT
MICRO-ELECTROMECHANICAL SYSTEM (MEMS)
by
Navin Kumar
DOCX
Biometric Authentication Technology - Report
by
Navin Kumar
PDF
Project babnana
by
Theyok Tanya
PDF
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
PDF
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
PDF
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
PDF
Projectm6 2-2554 sakboss
by
Theyok Tanya
PDF
Pat7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น
by
Theyok Tanya
PDF
Gatความถนัดทั่วไป
by
Theyok Tanya
PPTX
Tugas pmp
by
Ry_Awan
PPTX
Scalable and Cost Effective interconnection of Data-Center Servers Using Dua...
by
Nimal Joseph
Projectm6 2-2554 kor
by
Theyok Tanya
ชาตะไคร้
by
Theyok Tanya
Catalogue a4
by
Thomas paulson
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
Prophet
by
Pamber999
Pat6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
by
Theyok Tanya
Embedded Systems
by
Navin Kumar
Image Converter
by
Navin Kumar
Pat7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี
by
Theyok Tanya
MICRO-ELECTROMECHANICAL SYSTEM (MEMS)
by
Navin Kumar
Biometric Authentication Technology - Report
by
Navin Kumar
Project babnana
by
Theyok Tanya
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
ใบงานท 13-16
by
Theyok Tanya
Projectm6 2-2554 sakboss
by
Theyok Tanya
Pat7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น
by
Theyok Tanya
Gatความถนัดทั่วไป
by
Theyok Tanya
Tugas pmp
by
Ry_Awan
Scalable and Cost Effective interconnection of Data-Center Servers Using Dua...
by
Nimal Joseph
Similar to Project babnana
PDF
โครงงานคอมยางพารา
by
KruPor Sirirat Namthai
PDF
ผลิตภัณฑ์ขัดรองเท้าจากเปลือกผลไม้
by
BoomCNC
PDF
คอม
by
Bussayamas Promsira
PDF
โครงงานคอม1
by
Lift Ohm'
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง น้ำยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพด
by
พัน พัน
PPTX
โครงงานน้ำยาล้างจาน
by
Jaturaphun Boontom
PDF
กล้วยบวชชี
by
Toeyy Piraya
DOC
โครงงานกล้วยแขก
by
Rut' Np
DOC
บทที่ 1
by
chavanwit
PDF
Creative lanna booklet(3)
by
Manasikarn Monique
PDF
โครงงาน แบงค์
by
Aungkana Na Na
PDF
K 13 16
by
Theyok Tanya
PDF
โครงงานคอม
by
Nabongkotpon Samana
PDF
K13
by
Theyok Tanya
PDF
Com
by
Nabongkotpon Samana
PDF
ใบงานที่ 11 เรื่อง กำหนดและลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ
by
benzikq
PDF
เทคนิคการทำความสะอาด
by
Raming Thonglek
PDF
โครงงานคอม1
by
Mai Lusie
DOC
โครงงานคอม
by
Lift Ohm'
DOCX
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Rachan Potaya
โครงงานคอมยางพารา
by
KruPor Sirirat Namthai
ผลิตภัณฑ์ขัดรองเท้าจากเปลือกผลไม้
by
BoomCNC
คอม
by
Bussayamas Promsira
โครงงานคอม1
by
Lift Ohm'
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง น้ำยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพด
by
พัน พัน
โครงงานน้ำยาล้างจาน
by
Jaturaphun Boontom
กล้วยบวชชี
by
Toeyy Piraya
โครงงานกล้วยแขก
by
Rut' Np
บทที่ 1
by
chavanwit
Creative lanna booklet(3)
by
Manasikarn Monique
โครงงาน แบงค์
by
Aungkana Na Na
K 13 16
by
Theyok Tanya
โครงงานคอม
by
Nabongkotpon Samana
K13
by
Theyok Tanya
Com
by
Nabongkotpon Samana
ใบงานที่ 11 เรื่อง กำหนดและลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ
by
benzikq
เทคนิคการทำความสะอาด
by
Raming Thonglek
โครงงานคอม1
by
Mai Lusie
โครงงานคอม
by
Lift Ohm'
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Rachan Potaya
More from Theyok Tanya
PDF
Pat7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน
by
Theyok Tanya
PDF
Pat7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส
by
Theyok Tanya
PDF
Pat5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
by
Theyok Tanya
PDF
Pat7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ
by
Theyok Tanya
PDF
ใบงานที่ 16 เรื่อง ปฏิทินการปฏิบัติงาน
by
Theyok Tanya
PDF
เฉลยข้อสอบ
by
Theyok Tanya
PDF
Projectm6 2-2554 tom's
by
Theyok Tanya
PDF
โครงร่าง จุ๊บๆๆ เสกบอส
by
Theyok Tanya
PDF
ใบงานที่ 14 เรื่อง การศึกษาข้อมูลโครงงาน
by
Theyok Tanya
PDF
K13 tdj
by
Theyok Tanya
PDF
ใบงานที่ 15 เรื่อง การวิเคราะห์โครงงานและเลือกโครงงาน
by
Theyok Tanya
PDF
K4
by
Theyok Tanya
PDF
K6
by
Theyok Tanya
PDF
K8
by
Theyok Tanya
PDF
K7
by
Theyok Tanya
PDF
K5
by
Theyok Tanya
PDF
นายสหธ ช ศร ว_ไล ม
by
Theyok Tanya
Pat7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน
by
Theyok Tanya
Pat7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส
by
Theyok Tanya
Pat5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
by
Theyok Tanya
Pat7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ
by
Theyok Tanya
ใบงานที่ 16 เรื่อง ปฏิทินการปฏิบัติงาน
by
Theyok Tanya
เฉลยข้อสอบ
by
Theyok Tanya
Projectm6 2-2554 tom's
by
Theyok Tanya
โครงร่าง จุ๊บๆๆ เสกบอส
by
Theyok Tanya
ใบงานที่ 14 เรื่อง การศึกษาข้อมูลโครงงาน
by
Theyok Tanya
K13 tdj
by
Theyok Tanya
ใบงานที่ 15 เรื่อง การวิเคราะห์โครงงานและเลือกโครงงาน
by
Theyok Tanya
K4
by
Theyok Tanya
K6
by
Theyok Tanya
K8
by
Theyok Tanya
K7
by
Theyok Tanya
K5
by
Theyok Tanya
นายสหธ ช ศร ว_ไล ม
by
Theyok Tanya
Project babnana
1.
1
แบบเสนอโครงร่ างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร 5 ปี การศึกษา 2555 โครงงานเรื่ องการศึกษาสารที่ใช้ในการกาจัดคราบยางกล้วย จัดทาโดย ชื่ อผู้ทาโครงงาน นาย ณัฐพล ยิมมาก เลขที่12 ชั้น ม.6 ห้อง10 ้ นาย ยุทธพงษ์ วงศ์สุฤทธิ์ เลขที่ 15 ชั้น ม.6 ห้อง10 นาย ทวีชย คิดการงาน เลขที่24 ชั้น ม.6 ห้อง10 ั ชื่ออาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงาน นางเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปี การศึกษา 2555 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชี ยงใหม่ สานักงานเขตพืนทีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ้ ่
2.
2
ใบงาน การจัดทาข้ อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิ กในกลุ่ม นาย ณัฐพล ยิมมาก เลขที่12 ชั้น ม.6 ห้อง10 ้ นาย ยุทธพงษ์ วงศ์สุฤทธิ์ เลขที่ 15 ชั้น ม.6 ห้อง10 นาย ทวีชย คิดการงาน เลขที่24 ชั้น ม.6 ห้อง10 ั คาชี้แจง ให้ ผ้ ูเรียนแต่ ละกลุ่มเขียนข้ อเสนอโครงงานตามหัวข้ อต่ อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)การศึกษาสารที่ใช้ในการกาจัดคราบยางกล้วย ชื่ อผู้ทาโครงงาน นาย ณัฐพล ยิมมาก / นาย ยุทธพงษ์ วงศ์สุฤทธิ์ / นาย ทวีชย คิดการงาน ้ ั ชื่อทีปรึกษา นางเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ่ ระยะเวลาดาเนินงาน 1-2 สั ปดาห์ ทีมาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทําโครงงาน) ่ เสื้ อผ้าเป็ นสิ่ งสําคัญที่ช่วยเสริ มบุคลิก และเป็ นสิ่ งที่ดึงดูดความสนใจของคนทัวไป แต่ในบางครั้งความ ่ ไม่ได้ต้ งใจ ของผูสวมใส่ เสื้ อผ้าอาจทําให้เสื้ อผ้าเกิดรอยเปื้ อนขึ้นได้ อาจเป็ นรอยเปื้ อนที่ทาความสะอาดได้ง่ายหรื อ ั ้ ํ ยากแล้วแต่ชนิด ซึ่ งก่อให้เกิดความกังวลแก่ผสวมใส่ จากการเกิดรอยเปื้ อนของคราบยางกล้วย เมื่อติดอยูบนเสื้ อผ้า ู้ ่ ไม่สามารถซักออกได้เอง เพราะยางกล้วยจะมีลกษณะเป็ นยาง เมื่อสัมผัส หรื อซึ มเข้าสู่ ผวผ้า ยากต่อการซักหรื อ ั ิ กําจัดคราบ จากข้อมูลดังกล่าวทําให้ผศึกษา เกิดความสงสัยว่าในการกําจัดคราบยางกล้วยด้วยสาร จํานวน 3 ชนิด ู้ คือ นํ้าส้มสายชู,นํ้าละลายสบู่ลาย และนํ้าละลายผงซักฟอก สารชนิดไหนจะกําจัดคราบยางกล้วยได้ดีที่สุด จึง ต้องการศึกษา สารที่ใช้ในการกาจัดคราบยางกล้วย ทําให้เกิดโครงงานนี้ข้ ึน วัตถุประสงค์ (สิ่ งที่ตองการในการทําโครงงาน ระบุเป็ นข้อ) ้ 1.เพื่อเปรี ยบเทียบสารที่ใช้ในการกําจัดคราบยางกล้วย ระหว่าง นํ้าส้มสายชู ,นํ้าสบู่ลาย และนํ้าผงซักฟอก ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจํากัดของการทําโครงงาน) - สิ่ งที่ศึกษา ยางกล้วยที่ใช้ศึกษาคือยางกล้วยนํ้าว้า นํ้าส้มสายชูท่ีใช้ศึกษา ยีหอ คิวพี ผงซักฟอกที่ใช้ศึกษา ่ ้ ยีหอ เปา ่ ้ - ระยะเวลา วันที่ 22 มกราคม 2556 ระหว่างเวลา 13.00-15.00 น. - สถานที่ บ้านของนายทวีชยที่อาเภอ ดอยสะเก็ดั ํ
3.
3 หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ
หรื อทฤษฎีที่สนับสนุนการทําโครงงาน) ในการศึกษาโครงงาน เรื่ อง สารที่ใช้ในการกําจัดคราบยางกล้วย คณะผูศึกษา ได้คนคว้า รวบรวมข้อมูล ้ ้ จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง และจากเว็บไซด์บนเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต โดยขอนําเสนอตามลําดับ ดังนี้ ยางกล้วย ลักษณา โล่พิทกษ์สันติ (2553:เว็ปไซต์) ได้กล่าวถึงเรื่ องกล้วยไว้ ดังนี้ “กล้วย” เป็ นอาหารเสริ ม ั ลําดับที่สองรองจาก “นมแม่” ของเด็กไทยในอดีต แม้ในปั จจุบนจะมีอาหารเสริ มชนิดอื่น ๆ เข้ามาแทน แต่ ั ความสําคัญของกล้วยมีได้หมดไปกลับมีความสําคัญมากยิงขึ้นจนกลายเป็ นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ทุก ๆ ่ ส่ วนของกล้วยเช่น “ใบ ก้าน กาบ ลําต้น ราก ดอก(หัวปลีก) ผล” มีประโยชน์ท้ งสิ้ น และได้มีการศึกษาวิจยพัฒนา ั ั ก้าวหน้าไปไกลมาก แต่ยงมีอีกส่ วนหนึ่งที่คนไม่เข้าใกล้และไม่เห็นคุณค่า แต่กลับมีประโยชน์และสร้างรายได้ ั อย่างที่เราคาดไม่ถึงนันคือ คุณสมบัติของยางกล้วย ยางกล้วยมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่อถูกเสื้ อผ้าแล้วจะติดแน่นชัก ่ ไม่ออก ถ้าติดชํ้า ๆ ที่เดียวกันจะเป็ นสี นาตาลเข้ม และถ้าชักบ่อย ๆ สี น้ าตาลจะสดใสมากยิงขึ้น สี ของยางกล้วย ํ ํ ่ เกือบทุกชนิดเมื่อได้มาจากต้นใหม่ๆ จะลักษณะเป็ นสี "ขาวขุ่น" แต่ถาตั้งทิ้งไว้นาน ๆ จะเริ่ มเปลี่ยนเป็ นสี น้ าตาล ้ ํ แดงจาง ๆ จากคุณสมบัติของยางกล้วยดังกล่าวนี้เอง จึงกลายเป็ นจุดเด่นในการสร้างงานศิลปะที่งดงามจากวัสดุ ธรรมชาตินนคือ "ศิลปะลายผ้าจากยางกล้วย" ั่ น้าส้มสายชูนริ ศ วศินานนท์ (2554: เว็ปไซต์) ได้กล่าวเกี่ยวกับนํ้าส้มสายชูวา น้าส้มสายชู (อังกฤษ: ่ Vinegar) เป็ นของเหลวที่ได้จากกระบวนการหมัก มีองค์ประกอบหลักคือกรดนํ้าส้ม (กรดอะซิติก) นํ้าส้มสายชู ทัวไปมีความเข้มข้นของกรดตั้งแต่ 4% ถึง 8% โดยปริ มาณ[1] และอาจสู งถึง 18% สําหรับ pickling. นํ้าส้มสายชู ่ หมักโดยธรรมชาติยงมีกรดชนิดอื่นๆ ในปริ มาณเล็กน้อย เช่น tartaric acid และ citric acid มนุษย์รู้จกการผลิตและ ั ั ใช้น้ าส้มสายชูมาตั้งแต่สมัยโบราณ นํ้าส้มสายชูเป็ นองค์ประกอบสําคัญของอาหารยุโรป อาหารเอเชีย และตําหรับ ํ อาหารอื่นๆ คําว่า "vinegar" มาจากภาษาฝรั่งเศสโบราณ แปลว่าไวน์ที่เปรี้ ยว ส่ วนคําว่า "นํ้ าส้มสายชู" ซึ่งเป็ นคํา ่ ่ ไทยนั้น น่าจะมาจากหลักฐานที่วา เมื่อหลายพันปี ที่ผานมา ประเทศจีนเข้าใจเทคนิคของการหมักนํ้าส้มสายชูจาก ธัญพืช ในหนังสื อโจว หลี่ ประพันธ์โดยโจวกง เมื่อปี ค.ศ.1058 นั้นได้บนทึกถึงการหมักนํ้าส้มสายชู และสมัยชุน ั ชิวจ้านกว๋ อ ปรากฏว่ามีโรงกลันนํ้าส้มสายชูแล้ว หนังสื อบันทึกวิชาการสําคัญ ฉี หมินเย่าซู ได้กล่าวไว้วา “ชู่ 醋” ่ ่ คือนํ้าส้มสายชูจีนในปั จจุบน ในสมัยโบราณเขียนคําว่าชื่อ “ชู่” 醋 ได้อีกว่า “ 酢” หรื อ “醯” และได้บนทึก ั ั ขั้นตอนของการหมักนํ้าส้มสายชูอย่างละเอียด นักประวัติศาสตร์ นามว่าชื่อซู่โหว ได้สารวจที่ไท้เอวียน และพบว่า ํ ๋ ่ ก่อนค.ศ.479 เมื่อตั้งเมืองจิ้นหยางแล้วก็มีผคนทํานํ้าส้มสายชูจีน คนถิ่นอื่นจึงเรี ยกคนซานซี วา “เหล่าซี เอ๋ อร์ ” คําว่า ู้ “ซี ” ซึ่ งเป็ นเสี ยงพ้องของคําว่า “ชู่” อักษรในสมัยโบราณ การนําอักษรชู่โบราณมาเรี ยกคนซานซี น้ น สะท้อนถึง ั ่ เวลาที่เก่าแก่และคนจํานวนมากในการหมักนํ้าส้มสายชูจีน ในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุน้ ีจึงกล่าวได้วา ซานซี เป็ น แหล่งกําเนิดของการหมักนํ้าส้มสายชูของจีน และประวัติของการหมักนํ้าส้มสายชูอย่างน้อยก็มีอายุมากกว่า 2,480 ปี จึงเป็ นที่น่าเข้าใจได้วา คําว่า "นํ้ าส้ม" มาจากรสชาดที่เปรี้ ยว และคําว่า "สายชู" น่าจะมาจากแหล่งกําเนิดคือ "ซาน ่ ซี " หรื อ "ซานชู่" จนมาเป็ นคําว่า "นํ้ าส้มซานชู่" หรื อ "นํ้ าส้มสายชู" นันเอง ่
4.
4
สบู่ลาย สบู่ลาย(สบู่กรด) (2551: เว็ปไซต์) ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของสบู่ลาย ดังนี้ สบู่ลาย(สบู่กรด) เป็ นสบู่ ที่มีคุณสมบัติเป็ นเบส (ด่าง) จะมีผลต่อร่ างกาย คือ จะกัดเนื้อเยือของสิ่ งมีชีวต และมีฤทธิ์ กดกร่ อนโลหะจึงนิยมใช้ ่ ิ ั การขัดภาชนะของใช้ในครัวเรื อนที่เป็ นโลหะ 2.4. ผงซักฟอก ผงซักฟอก (2553: เว็ปไซต์) ได้กล่าวถึง ผงซักฟอก ดังนี้ ผงซักฟอก เป็ นสารซักล้างที่ผลิตขึ้นมาใช้แทนสบู่ มีสารลดแรงตึงผิวชนิดสังเคราะห์และ (หรื อ) ชนิด ธรรมชาติเป็ นส่ วนประกอบหลัก เป็ นเกลือโซเดียมซัลโฟเนตของไฮโดรคาร์ บอน สําหรับใช้ซกผ้า ครอบคลุมถึง ั ผงซักฟอกที่มีลกษณะเป็ นผง เม็ดเล็กๆหรื อเกล็ด อัดขึ้นรู ป กึ่งแข็งกึ่งเหลว แท่ง หรื อลักษณะอื่น แต่ไม่ครอบคลุม ั ถึงผลิตภัณฑ์ซกผ้าชนิดเหลว สู ตรทัวไปของผงซักฟอก ั ่ ส่ วนประกอบของผงซักฟอก แบ่งตามสารลดแรงตึงผิว ได้ 4 ประเภท 1.ผงซักฟอกประเภทแอนอิออนิก มีสารลดแรงตึงผิวเป็ นไอออนลบ สามารถชําระล้างคราบสกปรกประเภทดิน โคลนออกจากผ้าฝ้ ายและเส้นใยธรรมชาติอื่นๆได้ดีเป็ นพิเศษ มีฟองมาก และจะทํางานได้ดีในนํ้าที่มีอุณหภูมิสูง 2.ผงซักฟอกประเภทแคทอิออนิก มีสารลดแรงตึงผิวเป็ นไอออนบวก 3.ผงซักฟอกประเภทนันอิออนิก มีสารลดแรงตึงผิวเป็ นสารที่ไม่เกิดการแตกตัวเป็ นไอออน มีฟองน้อย ทํางานได้ดี ในทุกสภาพนํ้า ไม่จาเป็ นต้องเติมสารที่ทาให้น้ าอ่อน ดังเช่นประเภทแอนอิออนิก สารประเภทนันอิออนิกนี้จะมี ํ ํ ํ ความสามารถในการชําระคราบไขมันออกจากพอลิเอสเตอร์และเส้นใยสังเคราะห์อื่นๆได้ดีเป็ นพิเศษ 4.ผงซักฟอกประเภทแอมโฟเทอริ ก มีสารลดแรงตึงผิวที่สามารถแตกตัวเป็ นได้ท้ งไอออนบวกและไอออนลบ ั ส่ วนประกอบของผงซักฟอก 1.สารลดความตึงผิว มีประมาณร้อยละ 12-30 เป็ นสารทําให้วสดุเปี ยกนํ้าได้ง่าย ทําให้สิ่งสกปรกหลุด ั ออกมาเป็ นอนุภาคเล็กๆ แล้วสารจะล้อมรอบสิ่ งสกปรกเล็กๆ เอาไว้ในสารลดความตึงผิว ส่ วนมากจะเป็ น สารประกอบของเกลือโซเดียมอัลคิลซัลเฟต และโซเดียมอัลคิลอะริ ลซัลฟอเนต 2.ฟอสเฟต มีประมาณร้อยละ 30-50 ได้แก่ เตตระโซเดียมฟอสเฟต หรื อโซเดียมไตรพอลิฟอสเฟต สารนี้ ช่วยรักษาสภาพนํ้าให้เป็ นเบส ช่วยกระจายนํ้ามัน สิ่ งสกปรกออกเป็ นอนุภาคเล็กๆ จนสามารถแขวนลอยได้ในนํ้า และปรับสภาพนํ้ากระด้างให้กลายเป็ นนํ้าอ่อน 3.ซิลิเกต มีประมาณร้อยละ 5-10 ได้แก่ โซเดียมซิลิเกต ช่วยทําหน้าที่ป้องกันสนิมของชิ้นส่ วนอะลูมิเนียม ที่เป็ นส่ วนประกอบของเสื้ อผ้า เช่น ซิป กระดุม และยังช่วยยึดสิ่ งสกปรกเอาไว้ไม่ให้กลับไปจับเสื้ อผ้า
5.
5
4.สารเพิ่มความสดใส(optical brightening agents) ช่วยดูดแสงอุลตร้าไวโอเลตไว้ ทําให้เกิดการเรื องแสง สะท้อนเข้าตา ผ้าดูขาวสะอาด ได้แก่ผงฟอกนวล 5.สารเพิมฟอง(suds booster)เป็ นสารที่จะทําให้เกิดฟองกับนํ้าได้ดี ่ สําหรับผงซักฟอกซักด้วยมือ 6.โชเดียมคาบอกซีเมทิลเซลลูโลส มีประมาณร้อยละ 0.5-1 สารนี้ป้องกันการเกิด ตะกอนในสารซักฟอก 5 .ประโยชน์และโทษผงซักฟอก ประโยชน์ของผงซักฟอกคือทําความสะอาดเสื้ อผ้า ส่ วนโทษคืออาจทําให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนังที่ ่ สัมผัสกับผงซักฟอกได้ และมีผลต่อสิ่ งมีชีวตในนํ้าได้ ถ้าสะสมอยูในแหล่งนํ้ามาก ๆ 2.5. การกาจัดคราบรอยเปื้ อน ิ ต่างๆบนเสื้ อผ้า การกําจัดคราบรอยเปื้ อนต่างๆบนเสื้ อผ้า (2554:เว็ปไซต์ ) ได้กล่าวถึง การกําจัดคราบรอยเปื้ อน ต่างๆบนเสื้ อผ้า ไว้ ดังนี้ รอยเปื้ อนกาว ใช้น้ าส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้ อน นํามาแช่ในนํ้าเย็น แล้วซักตามปกติ รอยเปื้ อน ํ ขี้ผ้ ง วางกระดาษซับบนรอยเปื้ อนแล้วกดด้วยเตารี ดที่ร้อน เปลี่ยนกระดาษจนกระทังไขทั้งหมด ถูกดูดซับไปหมด ึ ่ สําหรับผ้าเนื้อบางหรื อผ้าไหมให้ใช้กระดาษทิชชูซบแทนกระดาษธรรมดา และใช้เตารี ด ที่ไม่ร้อนมาก รอยเปื้ อน ั ไข่ ผสมนํ้าซักผ้ากับนํ้าอุ่น แล้วนําผ้าเปื้ อนไปซัก คราบน้าตาเทียน ใช้กอนนํ้าแข็งขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด ้ จากนั้นจึงใช้กระดาษประกบบริ เวณที่เปื้ อน ทั้ง 2 ด้าน แล้วใช้เตารี ดอุ่นๆ รี ดทับจนนํ้าตาเทียนซึ มออกมาติดกับ กระดาษแล้วจึงนําผ้าไปซักตามปกติ คราบโคลน ปล่อยให้โคลนแห้ง แล้วใช้แปรงปัดออก ซักด้วยนํ้าเย็นหลายๆ ครั้งจนไม่มีน้ าโคลนออกมา จึงซักด้วยผงซักซอก คราบน้าชา รี บเทนํ้าเดือดลงบนรอยเปื้ อนบนผ้าที่เพิ่งเปื้ อนจน ํ รอยจางลง จากนั้นนําไปซักในนํ้าอุ่นกับสบู่ ถ้ายังไม่ออกให้ใช้น้ ายาฟอกขาวเช็ด แล้วจึงนําไปซัก น้าผลไม้, น้ามัน ํ พืช นําผ้าที่เปื้ อนไปขึงให้ตึงบนปากกะละมัง เทนํ้าเดือดลงบนรอยเปื้ อน แล้วจึงนําผ้าไปซัก รอยเปื้ อนน้าหมึก ก่อน ซักให้นาเกลือป่ นโรยตรงรอยเปื้ อน แล้วบีบนํ้ามะนาวลงไปให้ชุ่ม ผึ่งแดดไว้ครึ่ งวัน จึงค่อยนําไปซัก รอยเปื้ อน ํ กาแฟ ใช้แป้ งข้าวเจ้าถูบริ เวณรอยเปื้ อน แล้วจึงนําไปซักตามปกติ รอยเปื้ อนน้าส้มสายชู ผสมแอมโมเนีย ๑ ช้อนชา ในนํ้า ๒ ถ้วย (ครึ่ งลิตร) แล้วนําผ้าไปแช่ ๒-๓ นาที ล้างออกแล้วซักตามปกติ รอยเปื้ อนช็อกโกแลต รี บนําผ้าที่ เปื้ อนไปแช่น้ าอุ่นทันทีที่เปื้ อน อาจใช้น้ ายาขจัดคราบช่วยด้วย จากนั้นนําไปซัก ตามปกติ รอยเปื้ อนเลือด นํานมข้น ํ ํ หวานทาบริ เวณรอยเปื้ อน ทิงไว้สักครู่ แล้วนําไปขยี้น้ าออก รอยเปื้ อนคราบเลือดจางๆ ใช้เบคกิ้งโซดาผสมนํ้าสัก ้ ํ เล็กน้อย จนข้น นําไปถูเบาๆ ตรงรอยเปื้ อนเมื่อแห้งจึงปั ดฝุ่ นออก รอยเปื้ อนคราบเลือดฝังแน่น ใช้ฟองนํ้าจุ่มนํ้าเย็น ที่ผสมเกลือจนชุ่ม ถูเบาๆ จนรอยค่อยๆ จางลง แล้วใช้น้ าเปล่า ถูอีกครั้ง สุ ดท้ายใช้ทิชชู่ซบนํ้าให้แห้ง เปื้ อนครี ม เนย ํ ั น้ามัน นําแป้ งฝุ่ นทาตัวมาโรย ใช้กระดาษทิชชู่ หรื อกระดาษบางอื่นๆ วางทับ นําเตารี ดที่ร้อน พอสมควร วางทับ บนกระดาษ จนแป้ งดูดคราบมันออกหมด จึงนําไปซัก รอยเปื้ อนสนิม นําผ้ามาชุบนํ้าให้เปี ยกก่อน บีบนํ้ามะนาวลง ไปบนรอยเปื้ อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงนําไปซักตามปกติ ผ้าขาวที่ออกสี เหลือง ใช้เปลือกไข่ป่นละเอียด ใส่ ในกะละมัง ซักผ้า แช่ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงซักตามปกติ ผ้าขึ้นรา (เล็กน้อย) นําผ้าไปซักในนํ้าสบู่ร้อนๆ หรื อบีบมะนาวลงไปตรงที่มีราขึ้น แล้วแช่ผาไว้ในผงซักฟอก ้ สักครู่ แล้วจึงซักผ้าตามปกติ รอยเปื้ อนยาแดง เช็ดรอยเปื้ อนด้วยแอมโมเนีย หรื อซักด้วยนํ้าส้มสายชูผสมนํ้า รอย เปื้ อนยาทาเล็บ ซับที่รอยเปื้ อนด้วยนํ้ายาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาดจนรอยเปื้ อนจางลง (ควรลองหยดนํ้ ายาทา เล็บลงผ้าก่อน) รอยเปื้ อนยางกล้วย ใช้มะนาวที่ฝานเป็ นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้ อนที่เป็ นคราบดําแล้วรี บนํามาซัก ทันที รอยเปื้ อนลิปสติก ใช้มนเปลวหมูทาตรงรอยเปื้ อน หรื อใช้น้ ามันหมูทา แล้วจึงซักในนํ้าสบู่ร้อนๆ หรื อ ใช้ ั ํ ผงซักฟอกโรยตรงรอยเปื้ อน แล้วขยี้ จากนั้นจึงซักตามปกติใช้วาสลินถูตรงรอยเปื้ อน แล้วนําไปซัก ตามปกตินาผ้า ํ
6.
6 ที่เปื้ อนไปแช่ในนํ้าผสมเกลือทิ้งไว้ ๑
คืน จะทําให้รอยลิปสติกหายไป รอยเปื้ อนดินสอ ใช้ยาสี ฟันป้ ายลงบนรอย ดินสอแล้วขยี้ รอยเปื้ อนปากกาลูกลื่น ใช้ฟองนํ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยจางลง แล้วจึงนําไปซัก รอยเปื้ อนหมาก ฝรั่ง ขูดยางหมากฝรั่งออกด้วยสันมีด แล้วใช้น้ าแข็งถูเพื่อให้ยางนั้นแข็งตัว แล้วค่อยๆ แกะออก จากนั้นใช้สาลีชุบ ํ ํ แอลกอฮอล์เช็ด นําไปซักในนํ้าสบู่อ่อน คราบเหงื่อไคล ซักด้วยนํ้าผสมนํ้าส้มสายชูเล็กน้อย หรื อนํ้ามะนาวละลาย ยาแก้ปวด 2 เม็ดลงในนํ้า แช่ผาไว้สักครู่ จึงค่อยซักตามปกติ ้ วิธีดาเนินงาน แนวทางการดําเนินงาน เครื่ องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ 1. ยางกล้วย จํานวน 9 CC 2. นํ้าส้มสายชู จํานวน 900 ml 3. นํ้าสบู่ลาย จํานวน 900 ml 4. นํ้าผงซักฟอก จํานวน 900 ml 5 บีกเกอร์ ขนาด 100 ml จํานวน 3 ใบ 6. หลอดฉีดยา จํานวน 1 อัน 7. เครื่ องชัง จํานวน 1 เครื่ อง 8 ผ้ายืดขนาด 6 นิ้ว X 6 นิ้ว จํานวน 9 ผืน 9. กาละมัง จํานวน 3 ใบ ่ จากการศึกษา สารที่ใช้ในการกาจัดคราบยางกล้วย ซึ่ งได้ดาเนินการโดย นําผ้าที่เปื้ อนยางกล้วย ลงแช่ใน ํ นํ้าส้มสายชู นํ้าสบู่ลายและนํ้าผงซักฟอก ทดลองได้ทาการสังเกตและบันทึกผลการสังเกต ตามตารางบันทึกผล ํ การทดลองดังนี้
7.
7 สรุ ปผลการทดลอง
จากการทดลองสารที่ใช้ในการกําจัดคราบยางกล้วย ระหว่าง นํ้าส้มสายชู นํ้าสบู่ลาย และนํ้าผงซักฟอก พบว่า นํ้าส้มสายชู สามารกําจัดคราบยางกล้วยได้ดีที่สุด รองลงมา คือนํ้าสบู่ลาย ส่ วนนํ้าผงซักฟอกไม่สามารถ กําจัดคราบยางกล้วยได้ งบประมาณ ่ ไม่มีงบประมาณเพราะใช้ของที่มีอยูในบ้าน
8.
8
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดั ขั้นตอน สั ปดาห์ ที่ ผู้รับผิดชอบ บ 1 1 1 1 1 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12 ที่ 1 3 4 5 6 7 1 คิดหัวข้อโครงงาน / / ทุกคนในกลุ่ม 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล / ทุกคนในกลุ่ม 3 จัดทําโครงร่ างงาน / / นายทวีชย ั 4 ปฏิบติการสร้าง ั / / / / / ทุกคนในกลุ่ม โครงงาน 5 ปรับปรุ งทดสอบ / / / ทุกคนในกลุ่ม 6 การทําเอกสารรายงาน / / นายทวีชย ั 7 ประเมินผลงาน / ทุกคนในกลุ่ม 8 นําเสนอโครงงาน / ทุกคนในกลุ่ม ผลทีคาดว่าจะได้ รับ (ผลลัพธ์ที่ตองการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้ นสุ ดการทําโครงงาน) ่ ้ จะทําให้ทราบว่าสารชนิดใดที่ใช้ในการกําจัดคราบยางกล้วยได้ดีท่ีสุด สถานที่ดาเนินการ ํ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรื อแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทําโครงงาน) ํ การกําจัดคราบรอยเปื้ อน.(2554) [ออนไลน]. เข้าถึงได้จาก : http:// www.bkps.ac.th/a06_Education/18 Education.htm (วันที่คนข้อมล : 1 มกราคม 2556). ้ นรศ วศุนานนท์.(2554) นํ้าส้มสายชู [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : http:// www.pedia.org/wiki/ (วันที่คนข้อมล: 1 มกราคม 2556). ้ ผงซกฟอก.(2553) [ออนไลน]. เข้าถึงได้จาก: http:// www. Th.wikipedia.org/wiki/ (วันที่คนข้อมล : 1 มกราคม 2556). ้ ลักษณา โลพิทกษสนิต.(2553) ยางกล้วย [ออนไลน]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.phuketdata.net ั (วันที่คนข้อมล: 1 มกราคม 2556). ้ สบลาย. (2551) [ออนไลน]. เข้าถึงได้จาก: http:// www. Thenestacademy.is.in.th (วันที่คนข้อมล: 1 มกราคม 2556). ้
Download