พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- คัดเลือกหัวข้อที่สนใจ
- ศึกษาค้นคว้าเอกสาร
- จัดทาข้อเสนอโครงงาน
- พัฒนาโครงงาน
- จัดทารายงาน
- นาเสนอและเผยแพร่
 1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อ
เพื่อการศึกษา เช่น โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์
 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน ส่วนใหญ่จะ
อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป
 3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลอง
การทดลองของสาขาต่างๆ
 4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานใน
ชีวิตประจาวัน
 5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมารุก
 1. เป็นกิจกรรมการเรียนให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติดัวยตนเองโดยอาศัยหลัก
วิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้
พบเห็นมากแล้ว
 2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ
เป็นภาคเรียน หรือมากว่าก็ได้ แล้วแต่โครงงานเล็กหรือใหญ่
 3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วย
ตนเองตามความถนัด สนใจ และความพร้อม
 4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงานและการแปลผล
รายงานผลต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมายที่กาหนดไว้
 5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา
รวมทั้งการใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คาถาม หรือความ
สนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่อง
ที่จะทาโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุ
โทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรือ
งานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงาน
คอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสาคัญดังนี้
– จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
– สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
– มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษา
– มีเวลาเพียงพอ
– มีงบประมาณเพียงพอ
– มีความปลอดภัย
 รวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการ
กาหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติม
ในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้นได้
อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสาคัญไว้
ด้วย
 จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทา วัสดุอุปกรณ์ ความ
ต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement
and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของ
โครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยาย
การทดลองจากงานเดิม
 จาเป็นต้องกาหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความ
เป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สาคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล
ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอ
คาแนะนาและปรับปรุงแก้ไข
 เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการ
พัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงาน
และแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
 เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า
ข้อมูลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการ
เขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุม
หัวข้อต่าง ๆ
 เป็นการนาเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทางาน
ที่ผู้ทาโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการ
เสนออาจทาได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การ
แสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคาพูด
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงาน
คอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรมและ
ลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ
 โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
 โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
 โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment)
 โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
 โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรม
บทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวนและคาถาม
คาตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้
คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่ง
อาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองได้
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
สาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดย
นักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทาความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนา
โปรแกรมบทเรียน ตัวอย่าง เช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล
โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
1. โครงงานพัฒนาเกม ชื่อโครงงานเกมพัฒนาการด้านEQ
2. โครงงานโปรแกรมการค้นหาคาภาษาไทย
3. โครงงานโปรแกรมอ่านอักษรไทย
4. โครงงานโปรแกรมวาดภาพสามมิติ
5. โครงงานโปรแกรมเข้าและถอดรหัสข้อมูล
6. โครงงานโปรแกรมบีบอัดข้อมูล
7. โครงงานโปรแกรมประมวลผลคาไทยบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
8. โครงงานโปรแกรมการออกแบบผังงาน
9. โครงงานพอร์ตแบบขนานของไทย
 เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่ง
โดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์
วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น
สาหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะ
เป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้
โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนาไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สาหรับซอฟต์แวร์ช่วยใน
การมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สาหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ อาทิเช่น ผู้ใช้
วาดแจกันด้านหน้า และต้องการจะดูว่าด้านบนและด้านข้างเป็นอย่างไร ก็ให้
ซอฟต์แวร์คานวณค่าและภาพที่ควรจะเป็นมาให้เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่
ออกแบบไว้ได้อย่างสะดวก เช่น โปรแกรมประเภท 3D
1.โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อเพื่อการศึกษาอาเซียน
2.โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก
3.โปรแกรมเลขฐานสอง
4.โปรแกรมฝึกพิมพ์ดีด
5.โปรแกรมจาลองวงจรไฟฟ้า
เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่ไม่
สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้ เช่น การจุดระเบิด เป็นต้น เป็นโครงงานที่ผู้ทาต้อง
ศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่
ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ
สูตร หรือคาอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนาเสนอวิธีการจาลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทา
โครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น
การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการ
แบ่งแยกดีเอ็นเอ การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของ
ปลาปิรันย่า และการทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ เป็นต้น
โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment)
เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจาองการทดลองของสาขาต่าง ๆ เป็น
โครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง
ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ
ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคาอธิบายก็ได้พร้อมทั้งนาเสนอวิธีการจาลอง
ทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้
เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลอง
เรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น
 เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับ
การออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงาน
งานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุง
ดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความ
ต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบ
การทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียน
ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทาง
วิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อ
ประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการ
ผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์
หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้
โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ
และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุง
แก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และ
เครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงใน
ชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์
สาหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภท
นี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะ
สร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้
โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนา
ข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการ
ทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มี
ความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธี
ทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
 เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกม
หมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคานวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็น
เกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมี
การออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้
ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทาการสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
เกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลก
ใหม่และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกล่มต่าง ๆ
โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น
เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคานวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้
เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้
จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้
ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทาการสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
เกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นเกมที่แปลก
ใหม่และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ
หลักการและเหตุผล
ชะตาชีวิตของผู้คนในสังคมนี้ไม่ได้ถูกกาหนดไว้แล้วล่วงหน้า ชีวิตที่ดีนั้นนอก จากจะเกิดจาก
การต่อสู้เอาชนะอุปสรรคและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของแต่ละบุคคลแล้ว ชีวิตที่ดียังเป็นผลมาจากสังคมที่ดี
คือสังคมที่ไม่ดูดายต่อความทุกข์ยากของผู้ประสบชะตากรรมที่เลวร้าย เป็นสังคมที่ให้โอกาสสาหรับการลุกขึ้น
ยืนใหม่หรือการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นสังคมที่ไม่ปล่อยให้คนทุกข์ยากต้องต่อสู้กับชะตา
กรรมแต่เพียงลาพัง การทางานเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาหรือสงเคราะห์ผู้คนที่ทุกข์ยากไม่ใช่งานของคนกลุ่มใด
กลุ่มเดียว องค์กรใดองค์กรเดียวหรืออาชีพใดอาชีพหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกัน
สร้างสรรค์วัฒนธรรมที่ทุกคนไม่ดูดายต่อความทุกข์ยาก ช่วยกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีคิดที่ถือว่า “ธุระไม่ใช่”
เพื่อสร้างสังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ให้สิ้นหวัง
โครงการ “เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า ” เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโอสถสภา มูลนิธิแพทย์ชนบท ส านักวิจัยสังคมและสุขภาพ
(สวสส.) ส านักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และเครือข่ายคนทางานสุขภาพในชุมชนทั่วประเทศ มีเป้าหมายเพื่อสร้าง
สังคมที่ดีด้วยการสนับสนุนคนดีทางานช่วยให้คนที่ล้มมีโอกาสลุกขึ้นยืนได้ใหม่ ให้ทุกคนได้เติบโตเต็มศักยภาพ เพื่อสังคมไทยที่เป็น
ธุระดูแลเอาใจใส่กัน และเคารพให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เสมอกันซึ่งนอกเหนือจากการท างานในระดับพื้นที่แล้ว ยังต้องการส่งเสริม
ค่านิยมการทางานเพื่อช่วยเหลือผู้คนโดยการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจในการทางานเพื่อผู้คนที่ยากไร้ผ่านสื่อต่าง ๆ และผลักดัน
ให้เรื่องราวการทางานขอ งเขาเป็นที่รับรู้เพื่อส่งเสริมให้คนอื่น ๆ มาร่วมทางานและขยายแนวร่วมต่อไปเครื่องมือในการทางาน จึงเป็น
สิ่งสาคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในชุมชน จากเดิมที่มีการนาครื่องมือวิถี
ชุมชน ๗ ชิ้น มาใช้เก็บข้อมูลการทางานในชุมชน ต่อมามีการใช้เรื่องเล่าเข้ามาใช้เพื่อช่วยกระตุ้น ให้เกิดการตื่นตัวในการมีส่วนร่วมใน
การทางานชุมชน ในปัจจุบันเครื่องมือต่าง ๆ มี การพัฒนามากขึ้น มีการใช้สื่อ ซึ่งเป็นครื่องมือที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มาเป็นเครื่องมือ
สาคัญในการทางานชุมชนภาพยนตร์สั้น หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “หนังสั้น” เป็นเครื่องมือที่เป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถนาเสนอ
เรื่องราวและแรงบันดาลใจได้ดี ยิ่งในปัจจุบัน การผลิตภาพยนตร์สั้น ทาได้ง่าย สานักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)สานักนโยบาย
และยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิแพทย์ชนบท ร่วมกับ มูลนิธิโอสถสภา และ บริษัท ไบโอสโคปพลัส จากัด ได้จัดทา
โครงการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือการเรียนรู้สุขภาพในมิติสังคมวัฒนธรรมของชุมชน ๒๕๕๔ “พัฒนาเครื่องมือสุขภาพชุมชน : สร้าง
หนังสั้น สร้างสรรค์สื่อ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า ” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพการน าเสนอเรื่องราวการทางานของเครือข่ายสุขภาพ
ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือคนทุกข์ยากให้สามารถฝ่า๒ฟันอุปสรรคของชีวิตให้กับเครือข่ายคนทางานสุขภาพชุมชนรวม ๒๔ แห่ง ให้
สามารถนาเสนองานที่ดีออกสู่สาธารณชนผ่านเวทีต่าง ๆ ได
 เพื่อเสริมศักยภาพการใช้หนังสั้นในฐานะเครื่องมือการสื่อสารงานสุขภาพชุมชน แก่
บุคลากรที่ทางานสุขภาพชุมชน
 เพื่อเผยแพร่ปรัชญาและผลงานตามแนวคิดการทางานเพี่อสร้างสรรค์สังคมในเวที
ต่าง ๆ เช่น มหกรรมสุขภาพชุมชน การประชุมวิชาการประจาปีสถาบันรับรอง
คุณภาพสถานบริการสุขภาพ หรือสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการสร้างแรง
บันดาลใจและแบบอย่างที่เชื้อเชิญทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
 เพื่อสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขให้ได้เรียนรู้และสร้างสรรค์งานสุขภาพชุมชนผ่าน
สื่อหนังสั้น
 เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิชาการสุขภาพชุมชน
ผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย
บุคลากรจากโครงการเพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่าและเครือข่ายสุขภาพชุมชน จ านวน
๒๔ ทีม ดังนี้
๑. หน่วยงานในโครงการ “เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า” จ านวน ๑๒ แห่ง ได้แก่
 ๑)มูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตดีกว่า อ.อุบลรัตน์ จ.
ขอนแก่น
 ๒) โรงพยาบาลน้ าพอง อ.น้ าพอง จ.ขอนแก่น
 ๓) โรงพยาบาลปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
 ๔) โรงพยาบาลอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก
 ๕) โรงพยาบาลละงู อ.ละงู จ.สตูล
 ๖) โรงพยาบาลกะพ้อ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี
 ๗)สถานีอนามัยสี่แยกสวนป่า อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช
 ๘) โรงพยาบาลแก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
 ๙) โรงพยาบาลพนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
 ๑๐) โรงพยาบาลภาชีอ.ภาชี จ.อยุธยา
 ๑๑) โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ อ.กุฉินารายณ์ จ.
กาฬสินธุ์
 ๑๒) โรงพยาบาลขุขันธ์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ
๒. บุคลากรของโรงพยาบาลเครือข่ายสุขภาพชุมชน จ านวน ๑๒ แห่ง
ได้แก่
 ๑) โรงพยาบาลจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา
 ๒) โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวีจ.สงขลา
 ๓) โรงพยาบาลพาน อ.พาน จ.เชียงราย
 ๔) โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ล าพูน
 ๕) โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย
 ๖) โรงพยาบาลน้ าโสม อ.น้ าโสม จ.อุดรธานี
 ๗) โรงพยาบาลวารินช าราบ อ.วารินช าราบ จ.อุบลราชธานี
 ๘) โรงพยาบาลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
 ๙) โรงพยาบาลแม่พริก อ.แม่พริก จ.ล าปาง
 ๑๐) โรงพยาบาลเชียงกลาง อ.เชียงกลาง จ.น่าน
 ๑๑) โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
 ๑๒) โรงพยาบาลล าสนธิอ.ล าสนธิ จ.ลพบุรี
อบรมภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติการผลิตภาพยนตร์สั้น โดยกาหนดจานวน
ผู้เข้าร่วมอบรม ทีมละ ๒ คนต่อแห่ง ให้เรียนรู้การทางานและสามารถผลิต
ภาพยนตร์สั้นได้อย่างน้อยทีมละ ๒ เรื่อง ทั้งนี้ แต่ละทีมต้องนาอุปกรณ์อาทิ
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว มาในการอบรมภาคทฤษฎี เพื่อให้
ทีมผู้จัดการอบรมตรวจสอบ และนามาใช้ในการอบรมภาคปฏิบัติอีกครั้ง
รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย
ทีมงานการผลิตภาพยนตร์สั้น บริษัท ไบโอสโคปพลัส จากัด อบรมภาค ทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้กับผู้เข้าร่วม
โครงการ ดังนี้
๑. อบรมภาคทฤษฎี๒ วัน เรื่อง การเล่าเรื่อง เขียนบทและการวางแผนการถ่ายทาภาพยนตร์สั้น
๒. เก็บภาพการท างานในพื้นที่ ๒ สัปดาห์ โดยให้ผู้เข้าร่วมอบรม ถ่ายภาพประกอบเรื่องราวที่ได้เขียนไว้ใน
บทภาพยนตร์สั้น เพื่อนามาใช้ในการอบรมในครั้งต่อไป
๓. อบรมภาคปฏิบัติ๓ วัน เรื่อง การตัดต่อภาพยนตร์ โดยนาภาพถ่ายที่ได้รวบรวมไว้จาก ข้อ ๒ มาตัดต่อ
เป็นภาพยนตร์ น าเสนอผลงาน และรับฟังข้อเสนอแนะจากวิทยากรและพี่เลี้ยงจากนั้นแต่ละทีมกลับไปทาแผนการผลิต
ภาพยนตร์สั้นแห่งละ ๑-๒ เรื่องและทาการผลิตเพื่อให้ได้ผลงานมานาเสนอในงานเทศกาลภาพยนตร์สั้น เพื่อชีวิต
ที่ดียิ่งกว่า ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในราวเดือนกันยายนและงานมหกรรมสุขภาพ
ชุมชน ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม ๒๕๕๔
กาหนดการและสถานที่จัดอบรม
อบรมภาคปฏิบัติวันที่ ๗-๙ มิถุนายน ๒๕๕๔
ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
(รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย)
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
๑. สานักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข
๒. บริษัท โอสถสภา จากัด
งบประมาณในการอบรม
สานักนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนการอบรมภาคปฏิบัติ เป็นเงิน
๕๐๐,๐๐๐ บาท รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย (งบประมาณข้างต้นสนับสนุน ค่าเดินทาง
ตามความเหมาะสมแบบประหยัด โดยสามารถเบิกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ได้จากต้นสังกัดของท่าน)
๑. ได้ผลงานภาพยนตร์สั้น ที่ ถ่ายทาจากประสบการณ์การท างานที่ สะท้อนคุณค่า และ
ปรัชญาการทางานสร้างสรรค์สังคม
๒. มีการนาเสนอผลงานจากทีมงานที่ร่วมอบรมอย่างน้อย ๒ เรื่อง ภายในระยะเวลา ๑
ปี
๓. บุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่ทางานเกี่ยวข้องในระบบสุขภาพชุมชน มีเครื่องมือที่มี
คุณภาพอันสามารถสื่อให้เห็นรูปธรรม แนวคิด และปรัชญาการท างานสุขภาพชุมชน
๔. เกิดเครือข่ายนักวิชาการสุขภาพชุมชน ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาเครื่องมือ ใน
การขับเคลื่อนงานสุขภาพชุมชนให้เป็นไปอย่างได้ผล
 แหล่งอ้างอิง
http://natsudathumma.wordpress.com/2012/07/03/%E0%B8%AD%E0%B8%98
%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B
8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8
 -
http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/su
kanda_p/number/index.html
 - http://45678908765.blogspot.com/
 - http://www.vcharkarn.com/project/view/648
 https://sites.google.com/site/walaipornskb/khorng-ngan-
khxmphiwtexr
 -http://www.rayongwit.ac.th/chanarat/EQPROJECT/main.html
 -http://www.thaigoodview.com/node/17030?page=0%2C7
 -www.rayongwit.ac.th/chanarat/EQPROJECT/main.html
 http://www.shi.or.th/upload/Download%20File/shortfilm_project.
pdf

New งานนำเสนอ microsoft office power point

  • 2.
    พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนต่อไปนี้ - คัดเลือกหัวข้อที่สนใจ - ศึกษาค้นคว้าเอกสาร -จัดทาข้อเสนอโครงงาน - พัฒนาโครงงาน - จัดทารายงาน - นาเสนอและเผยแพร่
  • 3.
     1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาเป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อ เพื่อการศึกษา เช่น โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์  2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน ส่วนใหญ่จะ อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป  3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลอง การทดลองของสาขาต่างๆ  4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานใน ชีวิตประจาวัน  5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมารุก
  • 4.
     1. เป็นกิจกรรมการเรียนให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติดัวยตนเองโดยอาศัยหลัก วิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้ พบเห็นมากแล้ว  2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นภาคเรียน หรือมากว่าก็ได้ แล้วแต่โครงงานเล็กหรือใหญ่  3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วย ตนเองตามความถนัด สนใจ และความพร้อม  4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงานและการแปลผล รายงานผลต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมายที่กาหนดไว้  5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา รวมทั้งการใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย
  • 5.
    โดยทั่วไปเรื่องที่จะนามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คาถามหรือความ สนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่อง ที่จะทาโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุ โทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรือ งานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงาน คอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสาคัญดังนี้ – จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา – สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้ – มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษา – มีเวลาเพียงพอ – มีงบประมาณเพียงพอ – มีความปลอดภัย
  • 6.
     รวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการ กาหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติม ในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้นได้ อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าวนักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสาคัญไว้ ด้วย  จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทา วัสดุอุปกรณ์ ความ ต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของ โครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยาย การทดลองจากงานเดิม
  • 7.
     จาเป็นต้องกาหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความ เป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สาคัญคือศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอ คาแนะนาและปรับปรุงแก้ไข
  • 8.
     เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการ พัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงาน และแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
  • 9.
     เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการ เขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุม หัวข้อต่าง ๆ
  • 10.
     เป็นการนาเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทางาน ที่ผู้ทาโครงงานได้ทุ่มเทและเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการ เสนออาจทาได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การ แสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคาพูด
  • 11.
    คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชาดังนั้นโครงงาน คอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรมและ ลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ  โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)  โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)  โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment)  โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)  โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
  • 12.
    เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรม บทเรียน หรือหน่วยการเรียนซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวนและคาถาม คาตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่ง อาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดย นักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทาความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนา โปรแกรมบทเรียน ตัวอย่าง เช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
  • 13.
    1. โครงงานพัฒนาเกม ชื่อโครงงานเกมพัฒนาการด้านEQ 2.โครงงานโปรแกรมการค้นหาคาภาษาไทย 3. โครงงานโปรแกรมอ่านอักษรไทย 4. โครงงานโปรแกรมวาดภาพสามมิติ 5. โครงงานโปรแกรมเข้าและถอดรหัสข้อมูล 6. โครงงานโปรแกรมบีบอัดข้อมูล 7. โครงงานโปรแกรมประมวลผลคาไทยบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ 8. โครงงานโปรแกรมการออกแบบผังงาน 9. โครงงานพอร์ตแบบขนานของไทย
  • 14.
     เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆซึ่ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์ วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น สาหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะ เป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้ โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนาไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สาหรับซอฟต์แวร์ช่วยใน การมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สาหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ อาทิเช่น ผู้ใช้ วาดแจกันด้านหน้า และต้องการจะดูว่าด้านบนและด้านข้างเป็นอย่างไร ก็ให้ ซอฟต์แวร์คานวณค่าและภาพที่ควรจะเป็นมาให้เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่ ออกแบบไว้ได้อย่างสะดวก เช่น โปรแกรมประเภท 3D
  • 15.
    1.โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อเพื่อการศึกษาอาเซียน 2.โปรแกรมดนตรีไทยแสนสนุก 3.โปรแกรมเลขฐานสอง 4.โปรแกรมฝึกพิมพ์ดีด 5.โปรแกรมจาลองวงจรไฟฟ้า
  • 16.
    เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่ไม่ สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้เช่น การจุดระเบิด เป็นต้น เป็นโครงงานที่ผู้ทาต้อง ศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคาอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนาเสนอวิธีการจาลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทา โครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการ แบ่งแยกดีเอ็นเอ การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของ ปลาปิรันย่า และการทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ เป็นต้น
  • 17.
    โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment) เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจาองการทดลองของสาขาต่างๆ เป็น โครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคาอธิบายก็ได้พร้อมทั้งนาเสนอวิธีการจาลอง ทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้ เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลอง เรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น
  • 18.
     เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน เช่นซอฟต์แวร์สาหรับ การออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงาน งานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุง ดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความ ต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบ การทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียน ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทาง วิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อ ประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการ ผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุง แก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และ เครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
  • 19.
    โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application) เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงใน ชีวิตประจาวัน เช่นซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์ สาหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภท นี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะ สร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนา ข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการ ทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มี ความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธี ทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
  • 20.
     เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้และ/หรือ ความเพลิดเพลินเช่น เกม หมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคานวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็น เกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมี การออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทาการสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ เกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลก ใหม่และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกล่มต่าง ๆ
  • 21.
    โครงงานพัฒนาเกม (Game Development) เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้และ/หรือความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคานวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้ เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้ จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทาการสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ เกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นเกมที่แปลก ใหม่และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ
  • 22.
    หลักการและเหตุผล ชะตาชีวิตของผู้คนในสังคมนี้ไม่ได้ถูกกาหนดไว้แล้วล่วงหน้า ชีวิตที่ดีนั้นนอก จากจะเกิดจาก การต่อสู้เอาชนะอุปสรรคและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของแต่ละบุคคลแล้วชีวิตที่ดียังเป็นผลมาจากสังคมที่ดี คือสังคมที่ไม่ดูดายต่อความทุกข์ยากของผู้ประสบชะตากรรมที่เลวร้าย เป็นสังคมที่ให้โอกาสสาหรับการลุกขึ้น ยืนใหม่หรือการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นสังคมที่ไม่ปล่อยให้คนทุกข์ยากต้องต่อสู้กับชะตา กรรมแต่เพียงลาพัง การทางานเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาหรือสงเคราะห์ผู้คนที่ทุกข์ยากไม่ใช่งานของคนกลุ่มใด กลุ่มเดียว องค์กรใดองค์กรเดียวหรืออาชีพใดอาชีพหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกัน สร้างสรรค์วัฒนธรรมที่ทุกคนไม่ดูดายต่อความทุกข์ยาก ช่วยกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีคิดที่ถือว่า “ธุระไม่ใช่” เพื่อสร้างสังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ให้สิ้นหวัง
  • 23.
    โครงการ “เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า ”เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโอสถสภา มูลนิธิแพทย์ชนบท ส านักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) ส านักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และเครือข่ายคนทางานสุขภาพในชุมชนทั่วประเทศ มีเป้าหมายเพื่อสร้าง สังคมที่ดีด้วยการสนับสนุนคนดีทางานช่วยให้คนที่ล้มมีโอกาสลุกขึ้นยืนได้ใหม่ ให้ทุกคนได้เติบโตเต็มศักยภาพ เพื่อสังคมไทยที่เป็น ธุระดูแลเอาใจใส่กัน และเคารพให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เสมอกันซึ่งนอกเหนือจากการท างานในระดับพื้นที่แล้ว ยังต้องการส่งเสริม ค่านิยมการทางานเพื่อช่วยเหลือผู้คนโดยการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจในการทางานเพื่อผู้คนที่ยากไร้ผ่านสื่อต่าง ๆ และผลักดัน ให้เรื่องราวการทางานขอ งเขาเป็นที่รับรู้เพื่อส่งเสริมให้คนอื่น ๆ มาร่วมทางานและขยายแนวร่วมต่อไปเครื่องมือในการทางาน จึงเป็น สิ่งสาคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในชุมชน จากเดิมที่มีการนาครื่องมือวิถี ชุมชน ๗ ชิ้น มาใช้เก็บข้อมูลการทางานในชุมชน ต่อมามีการใช้เรื่องเล่าเข้ามาใช้เพื่อช่วยกระตุ้น ให้เกิดการตื่นตัวในการมีส่วนร่วมใน การทางานชุมชน ในปัจจุบันเครื่องมือต่าง ๆ มี การพัฒนามากขึ้น มีการใช้สื่อ ซึ่งเป็นครื่องมือที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มาเป็นเครื่องมือ สาคัญในการทางานชุมชนภาพยนตร์สั้น หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “หนังสั้น” เป็นเครื่องมือที่เป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถนาเสนอ เรื่องราวและแรงบันดาลใจได้ดี ยิ่งในปัจจุบัน การผลิตภาพยนตร์สั้น ทาได้ง่าย สานักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)สานักนโยบาย และยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิแพทย์ชนบท ร่วมกับ มูลนิธิโอสถสภา และ บริษัท ไบโอสโคปพลัส จากัด ได้จัดทา โครงการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือการเรียนรู้สุขภาพในมิติสังคมวัฒนธรรมของชุมชน ๒๕๕๔ “พัฒนาเครื่องมือสุขภาพชุมชน : สร้าง หนังสั้น สร้างสรรค์สื่อ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า ” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพการน าเสนอเรื่องราวการทางานของเครือข่ายสุขภาพ ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือคนทุกข์ยากให้สามารถฝ่า๒ฟันอุปสรรคของชีวิตให้กับเครือข่ายคนทางานสุขภาพชุมชนรวม ๒๔ แห่ง ให้ สามารถนาเสนองานที่ดีออกสู่สาธารณชนผ่านเวทีต่าง ๆ ได
  • 24.
     เพื่อเสริมศักยภาพการใช้หนังสั้นในฐานะเครื่องมือการสื่อสารงานสุขภาพชุมชน แก่ บุคลากรที่ทางานสุขภาพชุมชน เพื่อเผยแพร่ปรัชญาและผลงานตามแนวคิดการทางานเพี่อสร้างสรรค์สังคมในเวที ต่าง ๆ เช่น มหกรรมสุขภาพชุมชน การประชุมวิชาการประจาปีสถาบันรับรอง คุณภาพสถานบริการสุขภาพ หรือสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการสร้างแรง บันดาลใจและแบบอย่างที่เชื้อเชิญทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม  เพื่อสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขให้ได้เรียนรู้และสร้างสรรค์งานสุขภาพชุมชนผ่าน สื่อหนังสั้น  เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิชาการสุขภาพชุมชน
  • 25.
    ผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย บุคลากรจากโครงการเพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่าและเครือข่ายสุขภาพชุมชน จานวน ๒๔ ทีม ดังนี้ ๑. หน่วยงานในโครงการ “เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า” จ านวน ๑๒ แห่ง ได้แก่  ๑)มูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตดีกว่า อ.อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น  ๒) โรงพยาบาลน้ าพอง อ.น้ าพอง จ.ขอนแก่น  ๓) โรงพยาบาลปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน  ๔) โรงพยาบาลอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก  ๕) โรงพยาบาลละงู อ.ละงู จ.สตูล  ๖) โรงพยาบาลกะพ้อ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี  ๗)สถานีอนามัยสี่แยกสวนป่า อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช  ๘) โรงพยาบาลแก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  ๙) โรงพยาบาลพนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา  ๑๐) โรงพยาบาลภาชีอ.ภาชี จ.อยุธยา  ๑๑) โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ อ.กุฉินารายณ์ จ. กาฬสินธุ์  ๑๒) โรงพยาบาลขุขันธ์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ๒. บุคลากรของโรงพยาบาลเครือข่ายสุขภาพชุมชน จ านวน ๑๒ แห่ง ได้แก่  ๑) โรงพยาบาลจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา  ๒) โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวีจ.สงขลา  ๓) โรงพยาบาลพาน อ.พาน จ.เชียงราย  ๔) โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ล าพูน  ๕) โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย  ๖) โรงพยาบาลน้ าโสม อ.น้ าโสม จ.อุดรธานี  ๗) โรงพยาบาลวารินช าราบ อ.วารินช าราบ จ.อุบลราชธานี  ๘) โรงพยาบาลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์  ๙) โรงพยาบาลแม่พริก อ.แม่พริก จ.ล าปาง  ๑๐) โรงพยาบาลเชียงกลาง อ.เชียงกลาง จ.น่าน  ๑๑) โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี  ๑๒) โรงพยาบาลล าสนธิอ.ล าสนธิ จ.ลพบุรี
  • 26.
    อบรมภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติการผลิตภาพยนตร์สั้น โดยกาหนดจานวน ผู้เข้าร่วมอบรมทีมละ ๒ คนต่อแห่ง ให้เรียนรู้การทางานและสามารถผลิต ภาพยนตร์สั้นได้อย่างน้อยทีมละ ๒ เรื่อง ทั้งนี้ แต่ละทีมต้องนาอุปกรณ์อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว มาในการอบรมภาคทฤษฎี เพื่อให้ ทีมผู้จัดการอบรมตรวจสอบ และนามาใช้ในการอบรมภาคปฏิบัติอีกครั้ง รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย
  • 27.
    ทีมงานการผลิตภาพยนตร์สั้น บริษัท ไบโอสโคปพลัสจากัด อบรมภาค ทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้กับผู้เข้าร่วม โครงการ ดังนี้ ๑. อบรมภาคทฤษฎี๒ วัน เรื่อง การเล่าเรื่อง เขียนบทและการวางแผนการถ่ายทาภาพยนตร์สั้น ๒. เก็บภาพการท างานในพื้นที่ ๒ สัปดาห์ โดยให้ผู้เข้าร่วมอบรม ถ่ายภาพประกอบเรื่องราวที่ได้เขียนไว้ใน บทภาพยนตร์สั้น เพื่อนามาใช้ในการอบรมในครั้งต่อไป ๓. อบรมภาคปฏิบัติ๓ วัน เรื่อง การตัดต่อภาพยนตร์ โดยนาภาพถ่ายที่ได้รวบรวมไว้จาก ข้อ ๒ มาตัดต่อ เป็นภาพยนตร์ น าเสนอผลงาน และรับฟังข้อเสนอแนะจากวิทยากรและพี่เลี้ยงจากนั้นแต่ละทีมกลับไปทาแผนการผลิต ภาพยนตร์สั้นแห่งละ ๑-๒ เรื่องและทาการผลิตเพื่อให้ได้ผลงานมานาเสนอในงานเทศกาลภาพยนตร์สั้น เพื่อชีวิต ที่ดียิ่งกว่า ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในราวเดือนกันยายนและงานมหกรรมสุขภาพ ชุมชน ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม ๒๕๕๔
  • 28.
    กาหนดการและสถานที่จัดอบรม อบรมภาคปฏิบัติวันที่ ๗-๙ มิถุนายน๒๕๕๔ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร (รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย) หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ๑. สานักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ๒. บริษัท โอสถสภา จากัด งบประมาณในการอบรม สานักนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนการอบรมภาคปฏิบัติ เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย (งบประมาณข้างต้นสนับสนุน ค่าเดินทาง ตามความเหมาะสมแบบประหยัด โดยสามารถเบิกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้จากต้นสังกัดของท่าน)
  • 29.
    ๑. ได้ผลงานภาพยนตร์สั้น ที่ถ่ายทาจากประสบการณ์การท างานที่ สะท้อนคุณค่า และ ปรัชญาการทางานสร้างสรรค์สังคม ๒. มีการนาเสนอผลงานจากทีมงานที่ร่วมอบรมอย่างน้อย ๒ เรื่อง ภายในระยะเวลา ๑ ปี ๓. บุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่ทางานเกี่ยวข้องในระบบสุขภาพชุมชน มีเครื่องมือที่มี คุณภาพอันสามารถสื่อให้เห็นรูปธรรม แนวคิด และปรัชญาการท างานสุขภาพชุมชน ๔. เกิดเครือข่ายนักวิชาการสุขภาพชุมชน ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาเครื่องมือ ใน การขับเคลื่อนงานสุขภาพชุมชนให้เป็นไปอย่างได้ผล
  • 30.
     แหล่งอ้างอิง http://natsudathumma.wordpress.com/2012/07/03/%E0%B8%AD%E0%B8%98 %E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B 8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E 0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8  - http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/su kanda_p/number/index.html - http://45678908765.blogspot.com/  - http://www.vcharkarn.com/project/view/648  https://sites.google.com/site/walaipornskb/khorng-ngan- khxmphiwtexr  -http://www.rayongwit.ac.th/chanarat/EQPROJECT/main.html  -http://www.thaigoodview.com/node/17030?page=0%2C7  -www.rayongwit.ac.th/chanarat/EQPROJECT/main.html  http://www.shi.or.th/upload/Download%20File/shortfilm_project. pdf