Buying Climax
Up barto new high + Very high volume + narrow spread
Spread = หมายถึงความแตกต่างของราคาเปิดและราคาปิดของวัน
Change = หมายถึง ความแตกต่างของราคาปิดวันนี้เทียบกับวันวาน
Up bar = ราคาปิดวันนี้เพิ่มขึ้นเทียบกับวันวาน
Down bar = ราคาปิดวันนี้ลดลงเทียบกับวันวาน
Stopping Volume =จะเกิดในช่วงขาลงและอาจจะแสดงให้เห็นว่าขาลงใกล้จบแล้ว และจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นต่อไป
โดย จะมีลักษณะ Gap down จากวันก่อนหน้า + close = high แต่ก็ยังปิด ต่ากว่าวันก่อนหน้า+ volume =high
+ spread =narrow + Change =narrow
**การที่ volume เพิ่มขึ้นและราคาปิด high ได้แสดงว่า แรงซื้อชนะแรงขาย เป็นสัญญาณของ strength **
13.
• Absorption Volume= เป็นลักษณะ wide range bar + close high
+ volume = very high + change = narrow
หากดูจะมีลักษณะ เหมือน Reversal pattern ของ candlesticks
14.
Market Bottom Sign
ที่จุดa จะเห็นแรงขายออกมามากเป็นแท่งยาวและปิดต่า แต่ในวันถัดมา volume ลดลง แสดงว่าแรง
ขายที่ผ่านมาถูกนักลงทุนสถาบันเก็บไปแล้ว ( accumulation) และมองว่าราคาจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
จุด b เป็น up bar แต่ vol น้อย = no demand
จุด c , d เป็นการ ทดสอบตลาด (testing )
พบว่าแรงขายหมด ทาให้โอกาสเป็นขาขึ้นได้
a=Selling climax b =no demand c , d = Testing
Shake out -1
ยังไม่มีการขายหุ้นจานวน
มากออกมาในบริเวณนี้
a= shake out
ที่ b เป็น Testing ดู supply ของตลาดแต่ พบว่า
ยังมี volume มากอยู่ จึงต้องหยุดไปก่อน
C เป็น Selling pressure เพื่อดูแรงขายที่ตามมา
พบว่า volume ลดลงแสดงถึง Strength ของตลาด
d = Testing -> low volume
= buy signal
Testing ---จะเปิดต่ากว่าวันก่อนหน้า แล้วไล่ราคาขึ้นไปเป็นแท่งยาว และปิดสูง แล้วดูว่ามี volume มากน้อยแค่ไหน
19.
Shake out -2
การพิจารณาshake out ที่แท่ง a ว่าใช่หรือไม่นั้น เราต้องดูย้อนหลังไปก่อนว่า มีสัญญาณของ weak market มาก่อนหรือไม่ ( เช่น มี
high volume up bar แถวๆ บริเวณ top หรือ มี buying climax ) หากไม่มีสัญญาณเหล่านี้มาก่อนแสดงว่าการลงครั้งนี้เป็น
shakeout เขย่าให้รายย่อยขายหุ้นออกมา ซึ่งยืนยันโดยราคาหุ้นวันถัดมาวิ่งกลับขึ้นไปได้และปิดบริเวณสูง และ Volume ลดลง แสดงถึง
ไม่ใช่การลงจริง
21.
Stop Up Movesign
สัญญาณที่เตือนว่า ตลาดอาจหยุดขาขึ้น -- มี 5 สัญญาณที่เป็นสัญญาณเตือนที่ traders ต้องกังวลได้แก่
1. เกิด Buying Climax มีลักษณะคือ up bar day + very high volume + Narrow spread + narrow change
ซึ่งมักจะเกิดหลังจากตลาดวิ่งขึ้นมาแรงระยะหนึ่งแล้ว หากดู indicators จะเห็นว่าเกิด overbought อาจมี Bearish
divergence
ร่วมด้วยก็ได้ ซึ่งภาวะตลาดตอนนี้มักจะมีแต่ข่าวดีและรายย่อยมั่นใจมากว่าตลาดจะไปต่อ
2. การทดสอบตลาด ( testing ) พบว่ามี supply เหลืออยู่มาก ( ดูจากที่วันที่ทา testing แล้วเกิด volume มาก )
3. เกิด Up day + new high ground + High volume + Narrow spread แสดงถึงการปล่อยหุ้นออกมาในตลาดอย่างมาก
4. เกิด Up thrust bar คือมีลักษณะราคาเปิดมักจะเปิดสูงมี gap และค่อยๆลดลง จนปิด low พร้อม volume สูงมาก
volume=high spread=wide change=wide down bar close=low
5. เกิด Up bar + sudden High volume แต่วันถัดมา เกิด down bar + wide spread + ราคาปิดต่ากว่าวันก่อนหน้า
Up -Thrusts
Up thrustsจะมีลักษณะ คือ เปิดราคาสูงมักมี gap จากวันก่อนหน้า แล้วราคาค่อยๆลดลงเรื่อยๆเป็นแท่งยาวและปิดที่ราคาต่ากว่าวันก่อนหน้า และมี
volume สูงมาก จะเกิดช่วงปลายขาขึ้นที่ตลาดขึ้นมามากระยะหนึ่งแล้ว แสดงถึงการปล่อยหุ้นมาเก็บมาออกสู่ตลาด ( Distribution )