บทที่ 1
                                เทคโนโลยีสารสนเทศ
1.1 บทบาทความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
         การเปลี่ยนแปลงสังคมความเปนอยูของมนุษยเปนไปอยางรวดเร็ว กลาวกันวาไดเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
ลักษณะ ที่เรียกวา การปฏิวติมาแลวสองครั้ง ครั้งแรกเกิดจากการที่มนุษยรูจักใชระบบชลประทาน เพื่อการเพาะปลูก
                           ั
สังคมความเปนอยูของมนุษยจึงเปลี่ยนจากการเรรอนมาเปนการตั้งหลักแหลง เพื่อทําการเกษตร ตอมาเมื่อประมาณ
รอยกวาปทแลว กอนสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากที่เจมสวัตต (James Watt ) ประดิษฐเครื่องจักรไอน้ํามนุษยรจักนํา
             ี่                                                                                            ู
เอาเครื่องจักรมาชวยในอุตสาหกรรมการผลิต และชวยในการสรางยานพาหนะ เพื่องานคมนาคมขนสง                         ผลที่
ตามมาทําใหเกิดการปฏิวัตทางอุตสาหกรรม สังคมความเปนอยูของมนุษยจึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรมาเปนสังคม
                         ิ
เมือง




                      สังคมสารสนเทศที่มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชงานในทุกวงการ


          การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคแรก เริ่มจากการใชเครื่องจักรกลแทนการทํางานดวยมือ พลังงานที่ใชขับเคลื่อน
เครื่องจักรมาจากพลังงานน้ําพลังงานไอน้ํา และเปลี่ยนเปนพลังงานจากน้ํามันมีการขับเคลื่อนเครื่องยนตและมอเตอร
ไฟฟา
          การปฏิวัติอุตสาหกรรมไดเกิดขึ้นอีก    โดยเปลียนแปลงระบบการทํางานจากการทีละขั้นตอนมาเปนการ
                                                         ่
ทํางานระบบอัตโนมัติ การทํางานเหลานี้อาศัยระบบควบคุมดวยคอมพิวเตอรทั้งสิ้น




บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                       1
โรงงานประกอบรถยนตที่ใชแขนหุนยนต



          มีผูกลาววาการปฏิวัติครั้งที่สามกําลังจะเกิดขึ้น โดยสิ่งที่เกิดใหมนี้ ไดแก การพัฒนาทางดานความคิด การ
ตัดสินใจ โดยอาศัยหลักการของคอมพิวเตอร ในอนาคตกลุมคนเพียงกลุมเดียวอาจทํางานทั้งหมดโดยอาศัยระบบ
คอมพิวเตอรควบคุม ทําการควบคุมหุนยนตคอมพิวเตอร และใหหนยนตควบคุมการทํางานของเครื่องจักรอีกตอหนึ่ง
                                                                        ุ
ความเจริญกาวหนาทางอุตสาหกรรมเกือบทุกแขนงมีคอมพิวเตอรเขามาเกี่ยวของดวยเสมอ ระบบการผลิต สวนใหญ
ตองใชคอมพิวเตอรและอิเล็กทรอนิกสแทรกเขามาเกือบทุกกระบวนการ ตั้งแต การควบคุม การขนสงวัตถุดิบ
กระบวนการผลิต และการบรรจุหีบหอ
          ในระดับประเทศประเทศไทยสั่งซื้อสินคาเทคโนโลยีระดับ สูงเปนปริมาณมาก ทําใหตองซื้อเทคนิควิธีการ
ตลอดจนเครื่อง มือเครื่องจักรเขามาในปริมาณมากไปดวย ขณะเดียวกันเรายัง ขาดบุคลากรที่จะพัฒนาเครื่องจักร
เครื่องมือเหลานั้น ใหมีประ สิทธิภาพ การสูญเสียเงินตราเนื่องจากสาเหตุนี้จึงเกิดขึ้นมิใชนอย หลายโรงงานยังไม
กลาใชเครื่องจักรที่ใชเทคโนโลยีใหม เพราะ หาบุคลากรใน การดําเนินการไดยาก แตในระยะหลังคาจางแรง งาน
สูงขึ้น และการแขงขัน ทางธุรกิจมีมากขึน จึงตกอยูในสภาวะ จํายอมที่ตองนําเครื่องมือเหลานั้นเขามา เนื่องจาก
                                               ้
เครื่องมือดังกลาว ใหผลผลิตที่ดีกวาของเดิมและทําใหราคาตนทุนการผลิตสินคาต่ํา ลงอีกดวย
          ในยุควิกฤตการพลังงาน หลายประเทศพยายามลด การใชพลังงาน โรงงานพยายามหาทางควบคุมการใช
พลังงานใหมประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อจะลดคาใชจายลง จึงมีการนําคอมพิวเตอรมาชวยควบคุม เชน ควบคุมการเดิน
                ี
เครื่องใหเหมาะสม ควบคุมปริมาณการเผาไหมของ เครื่องจักรในกระบวนการผลิต ควบคุมการจัดภาระงาน ให
เหมาะสม รวมถึงการควบคุมสิ่งแวดลอมตางๆ ดวย
          เมื่อคอมพิวเตอรเขามาเกี่ยวของกับการดําเนินชีวิตของมนุษยมากขึ้น ไดมีการพัฒนางานทางดานเทคโนโลยี
สารสนเทศขึ้น และในปจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศไดเขามามีบทบาทตอชีวิตประจําวันของมนุษยมากขึน สังเกต          ้
ไดจากการนําคอมพิวเตอรสวนบุคคลมาใชในสํานักงาน การจัดทําระบบฐานขอมูลขนาดใหญ การใชอุปกรณอานวย              ํ
ความสะดวกที่ประกอบดวยชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกส แสดงวาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการคํานวณและ เก็บขอมูลได
แพรไปทั่วทุกแหง เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสําคัญตอการแขงขันดานธุรกิจและการขยายตัวของบริษัท สงผล
ตอการใหบริการขององคการและหนวยงาน และมีผลตอการประกอบกิจในแตละวัน
          เทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มใชงานในประเทศไทย เมื่อไมนานมานีเ้ อง โดยในป พ.ศ. 2507 มีการนํา

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                        2
คอมพิวเตอรเขามาใชในประเทศไทยเปนครั้งแรก และในขณะนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศยังไมแพรหลายนัก จะมี
เพียงการใชโทรศัพทเพื่อการติดตอสื่อสารและนําคอมพิวเตอรมาชวยประมวลผลขอมูล งานดานสารสนเทศอื่น ๆ
สวนใหญยังคงเปนงาน ภายในสํานักงานที่ยังไมมีอุปกรณและเครื่องมือดานเทคโนโลยีมาชวยงานเทาใดนัก
         เมื่อมีการประดิษฐคิดคนอุปกรณชวยงานสารสนเทศ เชน เครื่องถายเอกสาร โทรสาร และ
ไมโครคอมพิวเตอร อาชีพของประชากรก็ปรับเปลี่ยนมาสูงานดานสารสนเทศมากขึน สํานักงานเปนแหลงที่มีการใช
                                                                            ้
เทคโนโลยีสารสนเทศมากทีสุด เชน การใชคอมพิวเตอรทําบัญชีเงินเดือนและบัญชีรายรับรายจาย การติดตอสื่อสาร
                             ่
ภายในและภายนอกโดยโทรศัพทและ โทรสาร การจัดเตรียมเอกสารดวยการใชเครื่องถายเอกสารและคอมพิวเตอร
         งานดานสารสนเทศมีแนวโนมขยายตัวทีคอนขางสดใส เพราะเทคโนโลยีดานนี้ไดรบการสงเสริมสนับสนุน
                                               ่                                    ั
อยางเต็มที่ มีการวิจัยและพัฒนาใหเกิดผลิตภัณฑใหม ออกมาตอบสนองความตองการของมนุษยอยูตลอดเวลา




                                               การใชคอมพิวเตอรทางานในสํานักงาน
                                                                 ํ



         เทคโนโลยีที่ใชในระบบสารสนเทศที่กําลังไดรับความสนใจอยางมากในขณะนี้ คือ เทคโนโลยีสื่อประสม
(multimedia) ซึ่งรวมขอความ ภาพ เสียงและวิดีทัศนเขามาผสมกัน เทคโนโลยีนี้กาลังไดรับการพัฒนา ในอนาคต
                                                                                ํ
เทคโนโลยีแบบสื่อประสม จะชวยเสริมและสนับสนุนงานดานสารสนเทศใหกาวหนาตอไป เปนที่คาดหมายวาอัตรา
การเติบโตของ ผูทํางานดาน เทคโนโลยีสารสนเทศจะมีมากขึ้น
         แนวโนมของเทคโนโลยีสารสนเทศคอยๆ กลายมาเปนระบบรวม โดยใหคอมพิวเตอรระบบหนึ่งทํางาน
พรอมกันไดหลายๆ อยาง นอกจากใชประมวลผลขอมูลดานบัญชีแลว ยังใชงานจัดเตรียมเอกสารแทนเครื่องพิมพดีด
ใชรับสงขอความ หรือจดหมายกับคอมพิวเตอรที่อยูหางไกล ซึ่งอาจอยูคนละซีกโลกในลักษณะที่เรียกวา ไปรษณีย
                                                  
อิเล็กทรอนิกส สําหรับเครื่องถายเอกสาร นอกจากจะใชถายสําเนาเอกสารตามปกติแลว อาจเพิ่มขีด ความสามารถ
ใหใชงานเปนเครื่องพิมพ หรือรับสงโทรสารไดอีกดวย
         การพัฒนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศเปนไปอยางรวดเร็ว ทั้งดานฮารดแวร (hardware) ซอฟตแวร
(software) ดานขอมูลและการติดตอสื่อสาร ผูใชจึงตองปรับตัวยอมรับและเรียนรู เทคโนโลยีใหมที่เกิดขึ้นอยูเสมอ
โดยเฉพาะขอมูลและ การติดตอสื่อสาร (communication) ซึ่งเปนหัวใจสําคัญของ การดําเนินธุรกิจ หากการ
ดําเนินงานธุรกิจใชขอมูลซึ่งมีการบันทึกใสกระดาษและเก็บรวบรวมใส แฟมการเรียกคนและสรุปผลขอมูลยอมทํา
ไดชา และเกิดความผิดพลาดไดงายกวา การประมวล ผลขอมูลดวยเครืองคอมพิวเตอร เทคโนโลยีสารสนเทศจะชวย
                                                                  ่


บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                   3
ใหทํางานไดงาย สะดวก รวดเร็ว และถูกตองขึ้น และที่สาคัญชวยใหสามารถตัดสินใจดําเนินงานไดเร็ว
                                                   ํ

1.2 ขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ
        คําวา เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกตเอาความรูทางดานวิทยาศาสตร ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอม มาทําใหเกิดประโยชนตอมวลมนุษย เทคโนโลยีจึงเปนวิธีการในการสรางมูลคาเพิ่มของสิ่งตางๆ ใหเกิด
ประโยชนมากยิ่งขึ้น เชน ทรายหรือซิลิกอน (silikon) เปนสารแรที่พบเห็นทัวไปตามชายหาด หากนํามาสกัดดวย
                                                                            ่
เทคนิควิธีการสรางเปน ชิป (chip) จะทําใหสารแรซิลิกอนนั้นมีคณคา และมูลคาเพิมขึ้นไดอีกมาก
                                                              ุ                ่




                                                       ชิป



          สําหรับสารสนเทศ หมายถึง ขอมูลที่เปนเรื่องเกี่ยวของกับ ความจริงของคน สัตว สิ่งของ ทั้งที่เปนรูปธรรม
และนามธรรม ที่ไดรับการจัดเก็บรวบรวม ประมวลผล เรียกคน และสื่อสารระหวางกัน นํามาใชใหเกิด ประโยชนได
ซึ่งนักเรียนจะไดเรียนเพิ่มเติมตอไป
          เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT : Information Technology) หมายถึง การนําวิทยาการที่กาวหนาทางดาน
คอมพิวเตอรและ การสื่อสารมาสรางมูลคาเพิ่มใหกับสารสนเทศ ทําใหสารสนเทศ มีประโยชนและใชงานได
กวางขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการใชเทคโนโลยีดานตางๆ ในการรวบรวม จัดเก็บ ใชงาน สงตอ
หรือสื่อสารระหวางกัน เทคโนโลยีสารสนเทศเกียวของ โดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใชในการจัดการสารสนเทศ
                                                   ่
ไดแก เครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขาง ขั้นตอนวิธีการดําเนิน การซึ่งเกี่ยวของกับซอฟตแวร เกี่ยวของกับตัว
ขอมูล บุคลากร และกรรมวิธีการดําเนินงานเพื่อใหขอมูลเกิดประโยชนสูงสุด
          เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเปนเทคโนโลยีทครอบคลุมเรื่องเกี่ยวกับการประมวลผล ขอมูล ซึ่งไดแกการใช
                                                ี่
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร การติดตอสื่อสารระหวางกันดวยความรวดเร็วการจัดการขอมูล รวมถึงวิธีการที่จะใชขอมูล      
ใหเกิดประโยชนสูงสุด

1.3 ความกาวหนาของเทคโนโลยี
        ในภาวะสังคมปจจุบัน หลายสิ่งหลายอยางที่เกิดขึ้นรอบตัวเปนตัวชีบอกวา ประเทศไทยกําลังกาวสูยุค
                                                                       ้
สารสนเทศ              ดังจะเห็นไดจากวงการศึกษาสนใจใหความรูดานคอมพิวเตอรและสงเสริมการนําเทคโนโลยี
คอมพิวเตอรมาประยุกตงานตางๆ มากขึ้น การบริหารธุรกิจของบริษทหางรานตางๆ ตลอดจนหนวยงานของรัฐบาล
                                                             ั
และรัฐวิสาหกิจมีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใชในองคการดวยการเก็บขอมูล ประมวลผลและวิเคราะหขอมูล

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                     4
แลวนําผลลัพธมาชวยในการวางแผนและตัดสินใจ
           ระยะเริ่มแรกที่มนุษยไดคิดคนประดิษฐคอมพิวเตอรที่มลักษณะเปนเครื่องคํานวณอิเล็กทรอนิกส
                                                                ี
คอมพิวเตอรไดถูกใชทํางานดานการคํานวณทางวิทยาศาสตรเปนสวนใหญแลวจึงนํามาใชเก็บรวบรวมและ
ประมวลผลขอมูลทางดานธุรกิจในเวลาตอมา ระยะแรกนี้เรียกวาระยะการประมวลผลขอมูล (data processing age)
         ขอมูลที่ไดมาจะตองผานการประมวลผลใหไดเปนสารสนเทศกอน จึงนําไปใชใหเกิดประโยชน วิธีการ
ประมวลผลขอมูลจะเริ่มตั้งแตการรวบรวมจัดเก็บขอมูล           เมื่อไดขอมูลแลวตองไดรับการตรวจสอบความถูกตอง
แบงกลุมจัดประเภทของขอมูล เชน ขอมูลตัวอักษรซึ่งเปนชื่อหรือขอความก็อาจตองมีการเรียงลําดับ และขอมูล
ตัวเลขก็อาจตองมีการคํานวณ                                                จากนั้นจึงทําสรุปไดเปนสารสนเทศออกมา
      ถาขอมูลที่นํามาประมวลผลมีจํานวนมากจนเกินความสามารถของมนุษยทจะทําไดในเวลาอันสัน ก็จําเปนจะตอง
                                                                              ี่                   ้
นําคอมพิวเตอรมาชวยเก็บและประมวลผล เมื่อขอมูลอยูภายในคอมพิวเตอร การแกไขหรือเรียกคนสามารถทําไดงาย
และสะดวก ขณะเดียวกันการทําสําเนาและการแจกจายขอมูล ก็สามารถดําเนินการไดทันที
           งานที่เกิดขึนจากการประมวลผลขอมูลมักเก็บในลักษณะแฟมขอมูล ตัวอยางเชน การทําบัญชีเงินเดือนของ
                       ้
พนักงานในบริษัท ขอมูลเงินเดือนของพนักงานทีเ่ ก็บในคอมพิวเตอรจะรวมกันเปนแฟมขอมูลที่ประกอบดวยชื่อ
พนักงาน เงินเดือน และขอมูลสําคัญอื่น โปรแกรมคอมพิวเตอรจะเรียกแฟมเงินเดือนมาประมวลผลและสรุปผลรวม
ยอดขั้นตอนการทํางานจะตองทําพรอมกันทีเดียวทั้งแฟมขอมูล ที่เรียกวา การประมวลผลแบบกลุม (batch
processing)
           แตเนื่องจากระบบงานที่เกิดขึ้นภายในองคการคอนขางซับซอน เชน รายไดของพนักงานทีไดรับในแตละ
                                                                                                     ่
เดือน อาจไมไดมาจากอัตราเงินเดือนประจําเทานั้น แตอาจมีคา นายหนาจากการขายสินคาดวย ในลักษณะนี้
แฟมขอมูลการขาย จะสัมพันธกับแฟมขอมูลเงินเดือน และสัมพันธกบแฟมขอมูลอื่นๆ เชน คาสวัสดิการ การหัก
                                                                       ั
เงินเดือนเปนคาใชจายตางๆ ระบบขอมูลจะกลายเปนระบบที่มีแฟมขอมูลหลายแฟมเชื่อมสัมพันธกัน และโปรแกรม
คอมพิวเตอรเรียกแฟมขอมูลเหลานั้นมาจัดการใหเปนไปตามที่ตองการ ระบบนี้เรียกวา ระบบฐานขอมูล (database
system)
           การจัดการขอมูลที่เปนฐานขอมูล จะเปนระบบสารสนเทศที่มีประโยชนซึ่งนําไปชวยงานดานตางๆ อยาง
ไดผล ระบบขอมูลที่สรางเพื่อใชในบริษัทจะเปนระบบฐานขอมูลของ กิจกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อแสดงสารสนเทศที่เปน
จริงของบริษัท สามารถนําขอเท็จจริงนั้นไปวิเคราะหและนําผลลัพธไปประกอบการตัดสินใจของผูบริหาร เพื่อการ
วางแผนและกําหนดนโยบายการจัดการตาง ๆ
           ในปจจุบนการนําคอมพิวเตอรไปใชงาน ของประเทศตางๆ ทั่วโลก อยูที่การใชสารสนเทศเปนสวนใหญ
                     ั
แนวโนมของระบบ จัดการขอมูลของยุคนี้ เริ่มเปลี่ยนจากระบบ งานการประมวลผลแบบกลุมมาเปนระบบ
ตอบสนองทันที ที่เรียกวา การประมวลผล แบบเชื่อมตรง (online processing) เชน การฝากถอนเงินของธนาคาร
ตางๆ ผานเครื่องรับ – จายเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine: ATM)
           ขณะที่ประเทศตางๆ ยังอยูในยุคของ การประมวลผลสารสนเทศในบางประเทศ เชน สหรัฐอเมริกาและ
                                      
ญี่ปุน ไดพฒนาเขาสูการประมวลผลฐานความรู (knowledge base processing) โดยใหคอมพิวเตอรใชงาย รูจัก
               ั

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                   5
ตอบสนอง กับผูใช และสามารถแกปญหาที่ตองอาศัย การตัดสินใจระดับสูงดวยการเก็บสะสมฐาน ความรูไวใน
คอมพิวเตอร และมีโครงสราง การใหเหตุผล เพื่อนําความรูมาชวยแกปญหาที่สลับซับซอน
                                                                 
        การประมวลผลฐานความรูเปนการ ประยุกตหลักวิชาดานปญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence : AI) ที่
รวบรวมศาสตรหลายแขนง คือ คอมพิวเตอร จิตวิทยา ปรัชญา และภาษาศาสตร เขาดวยกัน ตัวอยาง ชิ้นงานไดแก
หุนยนต และระบบผูเชี่ยวชาญ (expert system) ปจจุบนมีซอฟตแวรที่เปนระบบผูเชี่ยวชาญ ชวยในการวินิจฉัยโรค
                                                   ั
ตาง ๆการสํารวจ ทรัพยากรธรรมชาติและการอนุมัติใหกูยืมเงิน

1.4 ประโยชนที่ไดจากเทคโนโลยี
          ชีวิตความเปนอยูในปจจุบันเกี่ยวของกับสารสนเทศตางๆ มากมาย การอยูรวมกันเปนสังคมทําใหมนุษยตอง
สื่อสารถึงกัน ตองติดตอและทํางานหลายสิงหลายอยางรวมกันสมองของเราตองจดจําสิ่งตางๆ ไวมากมาย ตองจดจํา
                                                ่
รายชื่อผูที่เราเกี่ยวของดวย จดจําขอมูลตางๆ ไวใชประโยชนในภายหลัง สังคมจึงตองการความเปนระบบที่มีรูปแบบ
ชัดเจน เชน การกําหนดเลขที่บาน ถนน อําเภอ จังหวัด ทําใหสามารถติดตอสงจดหมายถึงกันได ที่อยูเปนสารสนเทศ
อยางหนึ่งทีใชงานกัน
               ่
          เพื่อใหสารสนเทศที่เกี่ยวของกับมนุษยเปนระบบมากขึ้น จึงมีการจัดการสารสนเทศ เหลานั้นในลักษณะเชิง
ระบบ เชน ระบบทะเบียนราษฎร มีการใชเลขประจําตัวประชาชน ซึ่งประกอบดวยเลขรหัส 13 ตัว แตละตัวจะมี
ความหมายเพือใชในการตรวจสอบ
                 ่
          การเขารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลก็ตองมีการลงทะเบียน การสรางเวชระเบียน ระบบเสียภาษีก็มีการ
สรางรหัสประจําตัวผูเสียภาษี นอกจากนี้มการจดทะเบียนรถยนต ทะเบียนการคา ทะเบียนโรงงาน ฯลฯ
                                              ี
          การใชสารสนเทศเกี่ยวของกับทุกคน การเรียนรูเกียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความจําเปน ปจจุบันเรา
                                                            ่
ซื้อสินคาดวยบัตรเครดิต เบิกเงินดวยบัตรเอทีเอ็ม โอนยายขอมูลในลักษณะอิเล็กทรอนิกส
          เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเปนเทคโนโลยีแหงศตวรรษนี้ ที่ใชในการจัดเก็บรวบรวม ขอมูล ขอมูลจํานวนมาก
ไดรับการบันทึกไวในสื่อกลางที่สามารถนํากลับมาใชได เชน อยูในแถบบันทึก แผนบันทึก แผนซีดีรอม ดังจะเห็น
เอกสารหรือหนังสือ บรรจุในแผนซีดีรอม หนังสือทั้งตูอาจเก็บในแผนซีดีรอมเพียงแผนเดียว
          การสื่อสารขอมูลที่เห็นเดนชัดขณะนี้ และมีบทบาทมากอยางหนึ่ง คือ ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรือการสง
ขอความถึงกันผานเครือขายคอมพิวเตอร กลาวคือ ผูใชนั่งอยูหนาจอคอมพิวเตอร พิมพขอความเปนจดหมายหรือ
                                                                
เอกสาร พิมพเลขที่อยูของไปรษณียอิเล็กทรอนิกสของผูรับและสงผานเครือขายคอมพิวเตอร ผูรับก็สามารถเปด
คอมพิวเตอรของผูรับ เพื่อคนหาจดหมายไดและสามารถตอบโตกลับไดทันที




บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                  6
จอภาพแสดงการสงไปรษณียอิเล็กทรอนิกส
                                                         


         เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวของกับชีวตประจําวันเปนสิ่งที่ตองเรียนรู เปนเรื่องที่รวมไปถึงการรวบรวม
                                               ิ
ขอมูล การจัดเก็บขอมูล การจัดการขอมูลและการประมวลผลขอมูล ขอมูลที่จัดเก็บ ตองตรวจสอบเพื่อความถูกตอง
จัดรูปแบบเพือใหอยูในรูปแบบที่ประมวลผลได เชน การเก็บนามบัตรของเพื่อนหรือบุคคลที่มีการติดตอซึ่งมีจํานวน
             ่      
มาก เราอาจหากลองพลาสติกมาใสนามบัตร มีการจัดเรียงนามบัตรตามอักษรของชื่อ สรางดัชนีการเรียกคนเพื่อให
หยิบคนไดงาย แตเมื่อคอมพิวเตอรเขามามีบทบาท ทําใหมีการเปลียนรูปแบบของการจัดเก็บในลักษณะบัตรมาเปน
                                                                ่
การจัดเก็บขอมูลไวในแผนบันทึก โดยมีระบบการจัดเก็บและประมวลผลลักษณะเดียวกับที่กลาว เมื่อตองการ
เพิ่มเติมปรับปรุงขอมูลหรือเรียกคนก็นําแผนบันทึกนันมาใสในคอมพิวเตอรทําการเรียกคน แลวแสดงผลบนจอภาพ
                                                    ้
หรือพิมพออกทางเครื่องพิมพ




                                   การใชโปรแกรมไมโครซอฟตแอกเซสเก็บขอมูล

        การจัดการขอมูลดวยคอมพิวเตอรทําไดสะดวก       คอมพิวเตอรจึงเปนที่นิยมสําหรับการจัดการขอมูลในยุค


บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                 7
ปจจุบัน ขณะเดียวกันคอมพิวเตอรมีราคาลดลงและมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น จึงเชื่อแนวาบทบาทของการจัดการ
ขอมูลในชีวิตประจําวันจะเพิ่มมากขึ้นตอไป
         โครงสรางและรูปแบบของขอมูลที่ประมวลผลดวยคอมพิวเตอร เปนโครงสรางที่จะตองมีรูปแบบชัดเจน
และแนนอน การจัดการขอมูลจึงตองมีการกําหนดกฏเกณฑเฉพาะ เชน การกําหนดรหัสเพื่อใชในการจําแนกขอมูล
รหัสจึงมีความสําคัญ เพราะคอมพิวเตอรสามารถจําแนกขอมูลดวยรหัสไดงาย ลองนึกดูวาหากมีขอมูลจํานวนมาก
แลวใหคอมพิวเตอรคนหาโดยคนหาตั้งแตหนาแรกเปนตนไป การดําเนินการเชนนี้ กวาจะคนพบอาจไมทันตอความ
ตองการ การดําเนินการเกียวกับขอมูลจึงตองมีการกําหนดเลขรหัส เชน เลขประจําตัวประชาชน รหัสเลขทะเบียน
                             ่
คนไข ทะเบียนรถยนต เลขประจําตัวนักเรียน เปนตน การจัดการในลักษณะนี้จงตองมีการสรางระบบเพื่อความ
                                                                                  ึ
เหมาะสมกับการทํางานของคอมพิวเตอรเปนสําคัญ
         นอกจากเรื่องความเร็วและความแมนยําของการประมวลผลขอมูลดวยคอมพิวเตอรแลว การคัดลอกและการ
แจกจายขอมูลไปยังผูใชก็ทําไดสะดวก เนื่องจากขอมูลที่เก็บใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกสสามารถเปลี่ยนถายระหวาง
ตัวกลางไดงาย เชน การสําเนาขอมูลระหวางแผนบันทึกขอมูลสามารถทําเสร็จไดในเวลารวดเร็ว
             
         ดวยความกาวหนาและการเปลี่ยนแปลงโครงสรางสังคมในยุคของสารสนเทศ                  การปรับตัวของสังคมจึง
เกิดขึ้น ประเทศที่เจริญแลวประชากรสวนใหญจะอยูกบเครื่องจักรเครื่องมือตางๆ ที่เกี่ยวของกับสารสนเทศ มี
                                                       ั
เครือขายการใหบริการใหมๆ เพิ่มขึ้นหลายอยาง ขณะที่เราอยูบาน อาจใชโทรทัศนติดตอเขาระบบเครือขาย
อินเทอรเน็ต (internet) เพื่อขอเรียกดูราคาสินคา ขอดูขาวเกียวกับดินฟาอากาศ ขาวความเคลื่อนไหวเกียวกับการเมือง
                                                            ่                                     ่
อัตรา แลกเปลี่ยนเงินตรา นอกจากนี้ยังมีระบบการสั่งซื้อของผานทางเครือขายคอมพิวเตอร แมบานใชคอมพิวเตอร
                                                                                              
สวนตัวที่บานตอเชื่อมผานเครือขายสายโทรศัพทไปยังหางสรรพสินคา เพื่อเปดดูรายการสินคาและราคา แมบาน
สามารถสั่งซื้อไดเมื่อตองการ

1.5 เทคโนโลยีกับแนวโนมโลก
         เทคโนโลยีสารสนเทศ ทําใหสังคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมมาเปนสังคม สารสนเทศ สภาพของสังคม
โลกไดเปลี่ยนแปลงมาแลวสองครั้ง จากสังคมความเปนอยู แบบเรรอนมาเปนสังคมเกษตรที่รูจกกับการเพาะปลูก
                                                                                             ั
และสรางผลิตผลทางการเกษตรทําใหมี การสรางบานเรือนเปนหลักแหลง ตอมามีความจําเปนตองผลิตสินคาใหได
ปริมาณมากและ ตนทุนถูก จึงตองหันมาผลิตแบบอุตสาหกรรม ทําใหสภาพความเปนอยูของมนุษยเปลี่ยนแปลงมา
เปนสังคมเมือง มีการรวมกลุมอยูอาศัยเปนเมือง มีอุตสาหกรรมเปนฐานการผลิต สังคม อุตสาหกรรมไดดําเนินการ
มาจนถึงปจจุบัน และกําลังจะเปลี่ยนแปลงเขาสูสังคมสารสนเทศปจจุบันคอมพิวเตอรและระบบสื่อสารมีบทบาท
มากขึ้น มีการใชเครือขาย เชน อินเทอรเน็ตเชื่อมโยงการทํางานตาง ๆ การดําเนินธุรกิจใชสารสนเทศอยางกวางขวาง
เกิดคําใหมวา ไซเบอรสเปซ (Cyberspace) มีการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ ในไซเบอรสเปซ เชน การพูดคุย การซื้อสินคา
และบริการ การทํางานผานทางเครือขายคอมพิวเตอรทําใหเกิดสภาพทีเ่ สมือนจริงมากมาย เชนหองสมุดเสมือนจริง
หองเรียนเสมือนจริง ที่ทํางานเสมือนจริง ฯลฯ


บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                   8
เทคโนโลยีสารสนเทศ เปนเทคโนโลยีแบบสุนทรียสัมผัสและตอบสนองตาม ความตองการ ปจจุบันการใช
เทคโนโลยีเปนแบบบังคับ เชน การดูโทรทัศน การฟงวิทยุ เมื่อเราเปดเครื่องรับโทรทัศน เราไมสามารถเลือกตาม
ความตองการได ถาสถานีสงสัญญาณใดมา เราก็จะตองชม ดังนั้นเมื่อเปดวิทยุจะมีเสียงดังขึ้นทันที หากไมพอใจก็ทํา
ไดเพียงเลือกสถานีใหมแนวโนมจากนีไปจะมีการเปลียนแปลงในลักษณะที่เรียกวาออนดีมานด (on demand) เราจะมี
                                     ้           ่
ทีวีออนดีมานด (TV on demand) มีวิทยุแบบตามความตองการ เชน เมื่อตองการชมภาพยนตรเรืองใดก็เลือกชม และ
                                                                                           ่
ดูไดตั้งแตตนรายการ
          หากจะศึกษาหรือเรียนรูก็มการศึกษาออนดีมานด (education on demand) คือสามารถเลือกเรียนตามตองการ
                                   ี
ได การตอบสนองตามความตองการ เปนหนทางที่เปนไปได เพราะเทคโนโลยีมีพัฒนาการที่กาวหนาจนสามารถนํา
ระบบสื่อสารมาตอบสนองตามความตองการของมนุษยได
          เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหเกิดสภาพทางการทํางานแบบทุกสถานที่ และทุกเวลา เมื่อ การสื่อสารแบบสอง
ทางกาวหนาและแพรหลายขึน การโตตอบผานเครือขายทําใหเสมือนมี ปฏิสัมพันธไดจริง เรามีระบบประชุมทางวีดิ
                            ้
ทัศน ระบบประชุมบนเครือขาย มีระบบการศึกษาบนเครือขาย มีระบบการคาบนเครือขาย ลักษณะของการดําเนิน
ธุรกิจเหลานี้ทาใหขยายขอบเขตการทํางาน หรือดําเนินกิจกรรมไปทุกหนทุกแหง และดําเนินการไดตลอด 24 ชั่วโมง
                ํ
เชน ระบบเอทีเอ็ม ทําใหมีการเบิกจายไดเกือบตลอดเวลา และกระจายไปใกลตวผูรับบริการมากขึ้น แตดวย
                                                                                ั
เทคโนโลยีที่กาวหนายิ่งขึ้น การบริการจะกระจายมากยิ่งขึ้นจนถึงทีบาน ในอนาคตสังคมการทํางานจะกระจายจน
                                                               ่
งานบางงานอาจนั่งทําที่บานหรือที่ใดก็ไดและเวลาใดก็ได
          เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแหงชาติไปเปนเศรษฐกิจโลก ความเกี่ยวโยง
ของเครือขายสารสนเทศทําใหเกิดสังคมโลกาภิวัฒน (globalization) ระบบเศรษฐกิจซึ่งแตเดิมมีขอบเขตจํากัด
ภายในประเทศ ก็กระจายเปนเศรษฐกิจโลก ทั่วโลกจะมีกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินคาและบริการอยาง
กวางขวางและรวดเร็ว เทคโนโลยี สารสนเทศมีสวนเอื้ออํานวยใหการดําเนินการมีขอบเขตกวางขวางมากยิงขึน       ่ ้
ระบบเศรษฐกิจของโลกจึงผูกพันกับทุกประเทศ และเชื่อมโยงกันแนบแนนขึ้น
          เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหองคกรมีลักษณะผูกพัน หนวยงานภายในเปนแบบ เครือขายมากขึ้น แตเดิมการ
จัดองคกรมีการวางเปนลําดับขั้น มีสายการบังคับบัญชาจากบนลงลาง แตเมือการสื่อสารแบบสองทางและการ
                                                                            ่

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                 9
กระจายขาวสารดีขึ้น มีการใชเครือขายคอมพิวเตอรในองคกรผูกพันกันเปนกลุมงาน มีการเพิ่มคุณคาขององคกรดวย
เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดโครงสรางขององคกรจึงปรับเปลี่ยนจากเดิม และมีแนวโนมทีจะสรางองคกรเปน
                                                                                           ่
เครือขายที่มีลักษณะการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึน หนวยธุรกิจจะมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหนวย
                                                       ้
ธุรกิจอื่นเปนเครือขาย สถานะภาพขององคกรจึงตองแปรเปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี เพราะการดําเนิน
ธุรกิจตองใชระบบสื่อสารที่มีความรวดเร็วเทากับแสง กอใหเกิดการแลกเปลี่ยนขอมูลไดงายและรวดเร็ว
          เทคโนโลยีสารสนเทศกอใหเกิดการวางแผนการดําเนินการระยะยาวขึน อีกทั้งยังทําใหวิถการตัดสินใจ หรือ
                                                                          ้                  ี
เลือกทางเลือกไดละเอียดขึ้น แตเดิมการตัดสินปญหาอาจมีหนทางใหเลือกไดนอย เชน มีคําตอบเพียง ใช หรือ ไมใช
แตดวยขอมูลขาวสารที่สนับสนุนการตัดสินใจ ทําใหวถีความคิดในการตัดสินปญหาเปลี่ยนไป ผูตัดสินใจมีทางเลือก
                                                  ิ
ไดมากขึ้น มีความละเอียดออนในการตัดสินปญหาไดดขึ้น ี
          เทคโนโลยีสารสนเทศ เปนเทคโนโลยีเดียวที่มีบทบาททีในทุกวงการ ดังนั้นจึงมีผลตอ การเปลี่ยนแปลงทาง
                                                              ่
สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองไดอยางมาก ลองนึกดูวาขณะนีเ้ ราสามารถ ชมขาว ชมรายการโทรทัศนที่สงกระจาย
ผานดาวเทียมของประเทศตาง ๆ ไดทั่วโลก เราสามารถรับรูขาวสารไดทันที เราใชเครือขายอินเทอรเน็ตในการ
สื่อสารระหวางกัน และติดตอกับคนไดทวโลก จึงเปนทีแนชัดวาแนวโนมการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ
                                       ั่                ่
สังคม และการเมืองจึงมีลักษณะเปนสังคมโลกมากขึ้น

1.6 ระบบสารสนเทศ
        จากความสําคัญของสารสนเทศ และการหาหนทางที่จะใชเทคโนโลยีในการจัดการ สารสนเทศ ใน พ.ศ.
2538 รัฐบาลไทยไดประกาศอยางเปนทางการใหเปนปแหงเทคโนโลยี สารสนเทศไทย รัฐบาลไดเห็นความสําคัญ
ของระบบขอมูล ที่มีเทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอร และระบบสื่อสารเปนตัวนํา และจะมีบทบาทสําคัญในการ
พัฒนาและผลักดันใหเกิดการใชทรัพยากรของประเทศอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในดานทรัพยากรมนุษย วัสดุ
อุปกรณ และเวลา รัฐบาลไดลงทุนใหกับโครงการพื้นฐานทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศเปนจํานวนมาก เชน การ
ขยายระบบโทรศัพท การขยายเครือขายสื่อสาร
การสรางระบบฐานขอมูล ทะเบียนราษฎร การสรางระบบการจัดเก็บภาษี และระบบศุลกากรดวยคอมพิวเตอร
        ไมเพียงแตประเทศไทยเทานั้นที่ใหความสําคัญเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ หลายประเทศทั่วโลกก็ให
ความสําคัญเชนกัน แตละประเทศไดลงทุนทางดานนี้เปนจํานวนมาก ทั้งนี้เพราะขอมูลเปนกลไกสําคัญในเชิงรุก เพื่อ
พัฒนาประเทศใหสามารถแขงขันในระดับสากลได อีกทั้งยังเพิ่มคุณภาพชีวิต กระจายความเจริญสูชนบท และสราง
ความเสมอภาคในสังคม
        สังคมความเปนอยูและการทํางานของมนุษยมีการรวมกลุมเปนประเทศ การจัดองคกรเปนหนวยงานของ
รัฐบาลและเอกชน และภายในองคกรก็มการแบงยอยลงเปนกลุม เปนแผนก เปนหนวยงาน ภายในหนวยงานยอยก็มี
                                     ี
ระดับบุคคล
        เมื่อพิจารณาระบบสารสนเทศที่เกี่ยวของในองคกรพอที่จะแบงการจัดการสารสนเทศขององคการไดตาม
จํานวนคนที่เกียวของ ตามรูปแบบการรวมกลุมขององคกรได 3 ระดับ คือ ระบบสารสนเทศระดับบุคคล ระดับ
               ่

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                 10
สารสนเทศระดับกลุม และระบบสารสนเทศระดับองคกร

1.6.1 ระบบสารสนเทศระดับบุคคล
        ระบบสารสนเทศระดับบุคคล คือ ระบบที่เสริมประสิทธิภาพและเพิ่มผลงานใหแตละบุคคลในหนาที่ที่
รับผิดชอบ ปจจุบันคอมพิวเตอรสวนบุคคลมีขนาดเล็กลง ราคาถูก แตมีความสามารถในการประมวลผลดวย
ความเร็วสูงขึน ประกอบกับมีโปรแกรมสําเร็จที่ทําใหผูใชสามารถใชงานไดงาย กวางขวางและคุมคามากขึ้น เชน
             ้                                                                           
ซอฟตแวรประมวลผลคํา(word processor) ซอฟตแวรนาเสนอ(presentation) ซอฟตแวรกราฟก (graphic)
                                                     ํ
ซอฟตแวรการทําสิ่งพิมพ (desktop publishing) ซอฟตแวรตารางทํางาน(spread sheet) ซอฟตแวรจดการฐานขอมูล
                                                                                           ั
(database management และซอฟตแวรบริหารโครงงาน(project management) เปนตน และชุดโปรแกรมที่ไดรบ       ั
ความนิยมในปจจุบัน เปนโปรแกรมที่ไดรวบรวมโปรแกรมประมวลคํา โปรแกรมนําเสนอ โปรแกรมตารางทํางาน
โปรแกรมจัดการฐานขอมูล รวมเปนชุดเขาไวดวยกัน
                                             




         ขอมูลที่ชวยใหการทํางานของบุคลากรดีขึ้นนั้น ตองขึ้นอยูกับหนาที่รบผิดชอบของแตละคนตางกันไป
                                                                              ั
ตัวอยางเชน พนักงานขายควรมีขอมูลเกี่ยวกับลูกคาเปนอยางดี ซึ่งจะทําใหติดตอซื้อขายไดผลเลิศ บริษัทควรมีการ
เตรียมอุปกรณคอมพิวเตอรไวใหพนักงานขายไดใชในการจัดเก็บขอมูลลูกคา เชน ชื่อ ที่อยู และความสนใจในตัว
สินคา หรือขอมูลอื่นๆ ที่จะสนับสนุนการขาย พรอมกับระบบที่จะชวยพนักงานแตละคนในการเรียกคนหาขอมูล
ตามเงื่อนไขเพือวางแผน จัดการ และควบคุมการทํางานของตัวเองได เชนระบบวิเคราะหขอมูลการขาย เปนตน
               ่

1.6.2 ระบบสารสนแทศระดับกลุม
        ระบบสารสนเทศระดับกลุม คือ ระบบสารสนเทศที่ชวยเสริมการทํางานของกลุมบุคคล ที่มีเปาหมายการ
ทํางานรวมกันใหมีประสิทธิภาพมากขึน
                                  ้


บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                        11
ตัวอยางของการใชระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนงานของแผนก คําวาการทํางานเปนกลุม (workgroup) ใน
ที่นี้หมายถึง กลุมบุคคลจํานวน 2 คนขึ้นไปที่รวมกันทํางานเพื่อใหบรรลุเปาหมายเดียวกัน โดยทั่วไปบุคลากรในกลุม
เดียวกันจะรูจกกันและทํางานรวมกัน เปาหมายหลักของการทํางานเปนกลุมคือ การเตรียมสภาวะแวดลอมที่จะ
             ั
เอื้ออํานวยประโยชนใน การทํางานรวมกันเปนกลุมไดอยางมีประสิทธิภาพ และชวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดย
ทําใหเปาหมายของธุรกิจดําเนินไปไดอยางมีประสิทธิผล
         แนวทางหลักก็คือการทําใหเกิดการใชทรัพยากรรวมกันโดยเฉพาะขอมูลและอุปกรณเทคโนโลยีพื้นฐาน
การนําเอาคอมพิวเตอรสวนบุคคลมาเชื่อมตอกันดวยเครือขายทองถิ่น (Local Area Network : LAN) ทําใหมีการ
เชื่อมโยงและใชทรัพยากรของคอมพิวเตอรรวมกัน เชน เครื่องพิมพรวมกัน ขอมูลที่ใชรวมกันในแผนกจะบรรจุไว
ในระบบคอมพิวเตอรที่มีหนาที่ควบคุมการจัดเก็บแฟมขอมูลกลางที่เรียกวาเครื่องบริการแฟม (file server) ถามีการ
แกไขขอมูลในฐานขอมูลกลางนี้โดยผูใชคนใดคนหนึ่ง ผูใชคนอื่นที่อยูบนเครือขายคอมพิวเตอรนก็จะไดรับขอมูลที่
                                                                                              ี้
ผานการแกไขแลวนั้นเชนกัน




           การประยุกตใชงานคอมพิวเตอรในลักษณะของการทํางานเปนกลุม สามารถใชกับงานตางๆ ได ตัวอยาง
ระบบบริการลูกคา หรือการเสนอขายสินคาผานทางสื่อโทรศัพท พนักงานในทีมงานอาจจะมีอยูหลายคนและใช
เครือขายคอมพิวเตอรในการเก็บขอมูลกลางของลูกคารวมกัน กลาวคือ มีขอมูลเพียงชุดเดียวที่พนักงานทุกคนจะ
เขาถึงได ถามีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม พนักงานในกลุมจะตองรับรูดวย เชนลูกคาโทรศัพทมาถามคําถามหรือ
ขอคําปรึกษาเกี่ยวกับสินคา พนักงานอาจจะชวยเตือนความจําเมื่อถึงเวลาตองโทรศัพทกลับไปหาลูกคา แมพนักงาน
ที่รับโทรศัพทครั้งที่แลวจะไมอยู แตพนักงานที่ทํางานอยูสามารถเรียก ขอมูลจากระบบคอมพิวเตอร แลวโทรกลับไป
                                                          
ตามนัดหมาย ทําใหธุรกิจดําเนินตอไปไดโดยไมหยุดชะงัก เปนตน อันจะเปนการเพิมคุณภาพการบริการ หรือเปนกล
                                                                                  ่
ยุทธที่ชวยทางดาน การขาย
           ระบบสารสนเทศของกลุมหรือแผนกยังมีแนวทางอื่นๆ ในการสนับสนุนการบริหารงานและการปฏิบัติงาน
เชน การสื่อสารดวยระบบไปรษณียอเิ ล็กทรอนิกส การประชุมผานเครือขาย ซึ่งอาจจะประชุมปรึกษาหารือกันได
โดยอยูตางสถานที่กัน การจัดทําระบบแผงขาว (Bulletin Board System : BBS) ของแผนกการประชุมทางไกล การ
ชวยกันเขียนเอกสาร ตํารา หรือรายงานรวมกันผานเครือขายคอมพิวเตอร การทําตารางทํางานของกลุม ระบบ
สนับสนุนการตัดสินใจของกลุม ระบบจัดการฐานขอมูล ระบบการไหลเวียนอัตโนมัติของเอกสาร ระบบการจัดการ


บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                   12
เก็บขอความ ระบบการจัดตารางเวลาของกลุม ระบบการบริหารโครงการของกลุม ระบบการใชแฟมขอความรวมกัน
ของกลุม และระบบประมวลผลภาพเอกสาร เปนตน

1.6.3 ระบบสารสนเทศระดับองคกร
        ระบบสารสนเทศระดับองคกรคือ ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการดําเนินงานขององคกรในภาพรวม
ระบบในลักษณะนี้จะเกียวของกับการปฏิบัติงานรวมกันของหลายแผนก โดยการใชขอมูลที่เกี่ยวของ รวมกันดวยวิธี
                       ่
สงผานถึงกันจากแผนกหนึ่งขามไปอีกแผนกหนึ่ง ระบบสารสนเทศดังกลาวนี้สามารถสนับสนุน งานในระดับผู
ปฏิบัติการและสนับสนุนการตัดสินใจ เนืองจากสามารถใหขอมูลจากแผนกตาง ๆ ทีเ่ กี่ยวของ มาประกอบการ
                                       ่
ตัดสินใจ โดยอาจนําขอมูลมาแสดงในรูปแบบสรุป หรือในแบบฟอรมทีตองการ บอยครั้งที่ การบริหารงานใน
                                                              ่
ระดับสูงจําเปนตองใชขอมูลรวมกันจากหลายแผนกเพือประกอบการตัดสินใจ
                                                 ่




          ระบบการประสานงานเพื่อการสรางรายไดใหกับธุรกิจการคา ตัวอยางระบบ สารสนเทศระดับองคการใน
ธุรกิจที่เกี่ยวของกับการขายสินคา โดยมีฝายตาง ๆ ที่เกียวของในองคการหลาย ฝาย เชน ฝายการขาย ฝายสินคาคง
                                                         ่
คลัง ฝายพัสดุ และฝายการเงิน แตละฝายอาจจะมีระบบขอมูลหรือคอมพิวเตอร ที่สนับสนุนการปฏิบัติการ และยังมี
ระบบการสื่อสารหรือเครือขายคอมพิวเตอรเพื่อการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร ระหวางฝายได เพื่อใหเกิดการแลกเปลี่ยน
ขอมูลไปตามสายการเชื่อมโยง
          เนื่องจากจุดประสงคของการทําธุรกิจก็เพือสรางผลกําไรใหกับบริษัท ถามีการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางฝาย
                                                  ่
อยางมีประสิทธิภาพแลว ยอมทําใหเกิดการขาย สินคา และการตามเก็บเงินไดอยางรวดเร็ว เชน ทันที่ที่ฝายการขาย
ตกลงขายสินคากับลูกคา จะมีการปอนขอมูลการขายสินคาลงในระบบคอมพิวเตอร ฝายอื่นที่เกียวของจะไดรับขอมูล
                                                                                             ่
การขายนี้ และสามารถปฏิบัติหนาที่ของตัวเองไดอยางตอเนื่องทันที เชน ฝายสินคาคงคลังจัดตรวจสอบเตรียมใบเบิก
สินคาเพื่อสงใหฝายพัสดุไดทันที ฝายการเงินตรวจสอบความถูกตองของการขายสินคาแลวดําเนินการทําใบสงสินคา
และดูแลเรื่องระบบลูกหนี้โดยอัตโนมัติ และสุดทายฝายพัสดุดําเนินการจัดสงสินคาไปใหลูกคาแลว ก็จะดําเนินการ
ติดตามการคางชําระจากลูกหนี้ตอไป



บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                  13
หัวใจสําคัญของระบบสารสนเทศในระดับองคกร คือ ระบบเครือขายคอมพิวเตอรภายในองคกรที่จะตอง
เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอรของแตละแผนกเขาดวยกัน เพื่อใหเกิด การใชขอมูลรวมกัน นอกจากนียังสามารถใช
                                                                                                 ้
ทรัพยากรรวมกันไดดวย ในเชิงเทคนิคระบบสารสนเทศระดับ องคกรอาจจะมีระบบคอมพิวเตอรที่ดแลแฟมขอมูล มี
                                                                                                   ู
การเชื่อมโยงคอมพิวเตอรหลายระบบเขาดวยกันเปนเครือขายแลน หรืออาจจะมีเครือขายคอมพิวเตอรในระดับกลุม
อยูแลว จึงเชื่อมโยงเครือขายยอยเหลานั้นเขาดวยกัน กลายเปนเครือขายของ เครือขายคอมพิวเตอร ในกรณีที่มีจํานวน
ผูใชในองคกรมาก เครื่องมือพื้นฐานอีกประการหนึ่งของระบบขอมูลก็คือ ระบบจัดการฐานขอมูล ซึ่งเปนโปรแกรม
สําคัญในการดูแลระบบ ฐานขอมูล

1.7 องคประกอบของระบบสารสนเทศ
        องคประกอบของระบบสารสนเทศซึ่งเปนระบบสนับสนุนการบริหารงาน การจัดการ และการปฏิบัติการของ
บุคคล ไมวาจะเปนระดับบุคคล ระดับกลุมหรือระดับองคการไมใชมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอรเทานั้น แตยังมี
องคประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับความสําเร็จของระบบอีกรวมเปน 5 องคประกอบ ซึ่งจะขาดองคประกอบใดไมได
คือ ฮารดแวร ซอฟตแวร ขอมูล บุคลากร และขั้นตอนการปฏิบัติงาน
1.7.1 ฮารดแวร
           ฮารดแวรเปนองคประกอบสําคัญของระบบสารสนเทศ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณรอบขาง เชน
เครื่องพิมพ เครื่องกราดตรวจ รวมทั้งอุปกรณสื่อสารสําหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาเปนเครือขาย
1.7.2 ซอฟตแวร
           ซอฟตแวร หรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร เปนองคประกอบที่สําคัญประการที่สอง ซึ่งก็คือลําดับขั้นตอนของ
คําสั่งที่จะสั่งงานใหฮารดแวรทํางาน เพื่อประมวลผลขอมูลใหไดผลลัพธตามความตองการ ของการใชงาน ใน
ปจจุบันมีซอฟตแวรควบคุมระบบงาน ซอฟตแวรสําเร็จ ทําใหการใชงานคอมพิวเตอรในระดับ บุคคลเปนไปอยาง
กวางขวาง และสงเสริมการทํางานของกลุมมากขึ้น สวนงานในระดับองคกร สวนใหญมักจะมี การพัฒนาระบบตาม
ความตองการโดยการวาจางบริษัทที่รับพัฒนาซอฟแวร หรือโดยนักคอมพิวเตอรที่อยูในฝาย คอมพิวเตอรขององคกร
เปนตน
1.7.3 ขอมูล
           ขอมูล เปนองคประกอบที่สําคัญอีกประการหนึ่งของระบบ สารสนเทศ เปนตัวชี้ความสําเร็จหรือความ
ลมเหลวของระบบได เนื่องจากตองมีการเก็บขอมูลจากแหลงกําเนิด ขอมูลจะตองมีความถูกตองและทันสมัย มีการ
กลั่นกรองและตรวจสอบแลวเทานันจึงจะมีประโยชน โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อใชงานในระดับกลุมหรือระดับองคกร
                                    ้
ขอมูลตองมีโครงสรางใน การจัดเก็บที่เปนระบบระเบียบเพื่อการสืบคนที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ
1.7.4 บุคลากร
           บุคลากรในระดับผูใช ผูบริหาร ผูพัฒนาระบบ นักวิเคราะหระบบ และนักเขียนโปรแกรม เปนองคประกอบ
สําคัญในความสําเร็จของระบบสารสนเทศ บุคลากรมีความรูความสามารถทางคอมพิวเตอรมากเทาใด โอกาสที่จะใช
งานระบบสารสนเทศและระบบคอม พิวเตอรไดเต็มศักยภาพและคุมคายิ่งมากขึ้นเทานั้น โดยเฉพาะระบบ

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                      14
สารสนเทศในระดับบุคคลซึ่งเครื่อง คอมพิวเตอรมีขีดความสามารถมากขึ้น ทําใหผูใชมีโอกาสพัฒนาความสามารถ
ของตนเองและพัฒนาระบบงาน ไดเองตามความตองการ สําหรับระบบสารสนเทศ ในระดับกลุมและองคการ ที่มี
ความซับซอนมากอาจจะตอง ใชบุคลากรในสาขาคอมพิวเตอรโดยตรงมาพัฒนาและดูแลระบบงาน
1.7.5 ขั้นตอนการปฏิบัตงานิ
        ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนของผูใชหรือของบุคลากร ที่เกี่ยวของก็เปนเรื่องสําคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อ
ไดพัฒนาระบบงานแลวจําเปนตองปฏิบัติงานตามลําดับขั้นตอน ในขณะใชงานก็จําเปนตองคํานึงถึงลําดับขั้นตอน
การปฏิบัติของคนและความสัมพันธกับเครื่อง ทั้งในกรณีปกติและกรณีฉุกเฉิน เชน ขั้นตอนการบันทึกขอมูล
ขั้นตอนการประมวลผล ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเครื่อง ชํารุดหรือขอมูลสูญหาย และขั้นตอนการทําสําเนาขอมูลสํารอง
เพื่อความปลอดภัย เปนตน สิ่งเหลานี้จะตองมีการ ซักซอม มีการเตรียมการ และการทําเอกสารคูมอการใชงานที่
                                                                                               ื
ชัดเจน

1.8 ตัวอยางการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.8.1 ระบบเอทีเอ็ม




          ระบบเอทีเอ็ม (Automatic Teller Machine : ATM) เปนระบบที่อํานวยความสะดวกสบายอยางมากใหแก
ผูใชบริการธนาคาร และเปนตัวอยางเทคโนโลยีระบบสารสนเทศที่ไดรับการนํามาใชเปนกลยุทธในการแขงขันทาง
ธุรกิจ โดยในปพ.ศ. 2520 เปนปที่มีการใชเอทีเอ็มเครื่องแรกของโลก ธนาคารซิตี้แบงคในเมือง นิวยอรกเริ่ม
ใหบริการฝากและถอนเงินโดยอัตโนมัตแกลูกคา ซึ่งสามารถใหบริการไดตลอด 24 ชั่วโมง รวมวันเสารอาทิตยดวย
                                        ิ
ในขณะที่ธนาคารอื่น ๆ ที่ตั้งอยูใกล ๆ บนถนนสายเดียวกันใหบริการลูกคาในเวลาปกติเทานั้น คือ เฉพาะจันทรถึง
ศุกร เวลา 8.00 - 14.00 น. หลังจากบายสองโมงก็หมดโอกาสไดรับบริการฝากถอนเงินแลว เมื่อวิเคราะหมุมมองใน
การแขงขันของธนาคารในการใหบริการลูกคา กลาวไดวา ระบบเอทีเอ็มของ ธนาคารซิตี้แบงคเปนบริการใหมททํา
                                                                                                       ี่
ใหลูกคาไดรับความสะดวกสบาย และคลองตัว ไดดึงดูดลูกคาจากธนาคาร อื่นมาเปนลูกคาของตัวเอง และเพิ่มสวน
แบงการตลาดขึ้นมาเกือบสามเทาตัวในชวงเวลาประมาณ 6 เดือน กอนที่ธนาคารคูแขงจะไหวตัวทัน และหันมา

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                      15
ใหบริการเอทีเอ็มบาง

          การนําเอาเทคโนโลยีเอทีเอ็มเขามาใชกอนเปนรายแรก สรางความไดเปรียบเชิงธุรกิจเหนือคูแขงเกิดขึ้นซ้ํา
                                                                                                
แลวซ้ําอีกในเมืองใหญทั่วโลก ไมวาจะเปนซิดนีย โตเกียว ปารีส และรวมทั้งกรุงเทพฯดวย กลาวคือ ธนาคารใดใน
เมืองเหลานั้นที่ประยุกตใชเทคโนโลยีเอทีเอ็มไดกอนและใหบริการที่เหนือกวา ก็สามารถดึงสวนแบงการตลาดไดสูง
มากเหนือคูแขง เนื่องจากไดใชระบบคอมพิวเตอรมาเปนกลยุทธการแขงขันในแงการปรับปรุงการบริการแกลูกคา
            
เชน ปรากฏการณที่ธนาคารไทยพาณิชยนําระบบคอมพิวเตอรแบบเชื่อมตรงมาบริการการใช เอทีเอ็ม และประสบ
ความสําเร็จไดกอนจึงมีโอกาสดึงสวนแบงการตลาดไดสง     ู

          เทคโนโลยีที่อยูเบื้องหลังความสําเร็จของระบบเอทีเอ็ม ก็คือ ระบบคอมพิวเตอร ที่รวบรวมขอมูลบัญชีเงิน
ฝากของลูกคาธนาคารไวในฐานขอมูล กับเทคโนโลยีสื่อสารขอมูล ทําใหสามารถเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร
ออกไปทั่วเมือง ทั่วประเทศ หรือทั่วโลกได ผูใชบัตรเอทีเอ็มสามารถเบิกเงินจากธนาคารไดจากตูเอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู
ทั่วไป ทุกครั้งที่ลูกคาใชบัตรเอทีเอ็มจากตูเอทีเอ็มจะมีการสื่อสารขอมูลไปยังฐานขอมูลกลางที่สํานักงานใหญของ
ธนาคารที่เก็บขอมูล ยอดเงินฝากและรายการฝากถอนเงินของลูกคา ฐานขอมูลนี้จึงมีลักษณะสําคัญที่เรียกวาเปน
ฐานขอมูลกลาง ในความหมายที่วา ลูกคามีบัญชีเงินฝากในธนาคารแหง นั้น ๆ จะมีขอมูลอยูที่ฐานขอมูลกลางเพียง
ชุดเดียว และดวยระบบการสื่อสารขอมูลในลักษณะเครือขายคอมพิวเตอร ทําใหเขาถึงขอมูลไดจากระยะไกล
นอกจากนี้คอมพิวเตอรยังชวยจัดการประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ เชน การฝาก การโอน และการถอน ที่
เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
          เทคโนโลยีฐานขอมูลกลางทําใหสามารถเก็บขอมูลตางๆ ไวเพียงชุดเดียว ไมจําเปนตองสําเนาหลายชุด
สามารถเรียกใชและแกไขไดจากระยะไกล และเมื่อมีการแกไขแลวทุกคนที่เขามาใชขอมูลในภายหลังก็จะไดรับ
ขอมูลที่ทันสมัย การประมวลผลอัตโนมัติดวยเครื่องคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารขอมูลในระบบเครือขาย
นี้ เปนตัวอยางที่แสดงใหเห็นความสําคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนํามาประยุกตในงานตางๆ ที่
เปนประโยชนตอองคการและธุรกิจไดอกมากมายี

1.8.2 การลงทะเบียนเรียน

         การลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยแหงหนึ่ง นักศึกษาแตละคนสามารถเลือกเรียนวิชาที่สนใจได แตตอง
เปนวิชาทีกําหนดไวในหลักสูตร การลงทะเบียนแตละวิชามีขอจํากัดคือ จํานวนนักศึกษาแตละหองมีจํานวนจํากัด
          ่
ดังนั้นการลงทะเบียนเรียนจึงตองอาศัยขอมูลจากการประมวลผลแบบเชื่อมตรง เพื่อใหสามารถตรวจสอบการ
ลงทะเบียนไดทันทีวา มีวิชาอะไรเปดสอนบาง วิชาใดมีผสมัครเรียนเต็มแลว ถาเต็มแลว สามารถเปลี่ยนกลุม หรือ
                                                    ู
วิชาอื่นใดแทนไดบาง



บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                      16
ขั้นตอนของการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแหงหนึ่ง มีดังนี้
    1. นักศึกษานํารายวิชาที่ตนเองสนใจจะเรียน ปรึกษากับอาจารยที่ปรึกษา เพื่อขอความเห็นชอบจากอาจารยที่
       ปรึกษา จึงนําไปลงทะเบียนเรียนได
    2. นักศึกษานําเอกสารการลงทะเบียนที่มีลายมือชื่ออาจารยที่ปรึกษา มาพบกับเจาหนาที่ลงทะเบียน เจาหนาที่
       ลงทะเบียนปอนขอมูลเขาคอมพิวเตอร โปรแกรมคอมพิวเตอรจะทําการตรวจสอบวิชาที่บันทึกแตละวิชวา
       ติดขัดขอกําหนดใดหรือไม เชน มีผูลงทะเบียนวิชานั้นเต็มแลว ไมสามารถลงทะเบียนได ตองใหนักศึกษา
       เปลี่ยนกลุมเรียน หรือหากตองการลงทะเบียนวิชาใหม ก็ตองกลับไปขอความเห็นชอบจากอาจารยที่ปรึกษา
       อีกครั้ง
    3. โปรแกรมพิมพรายการที่นกศึกษาลงทะเบียนทั้งหมด พรอมทั้งคิดคาใชจายที่ นักศึกษาตองจายเปน
                                 ั
       คาลงทะเบียนเรียน
    4. นักศึกษาจายเงินและรับเอกสารใบเสร็จที่พมพดวยคอมพิวเตอร
                                                    ิ
    5. เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบรอยแลว จะมีขอมูลในฐานขอมูลที่บงบอกไดวา แตละวิชามีนกศึกษาผูใด
                                                                                               ั
       ลงทะเบียนเรียนบาง นักศึกษาลงทะเบียนรวมทั้งสิ้นกีคน พรอมทั้งพิมพรายงานการลงทะเบียนเรียนของ
                                                            ่
       นักศึกษาในแตละรายวิชา แจงใหอาจารยผสอนวิชานั้นๆ ทราบ
                                                 ู
    6. ในกรณีที่นักศึกษาตองการเพิ่ม ถอนการลงทะเบียนในภายหลัง ซึ่งอยูในระยะเวลาที่อนุญาต นักศึกษา
       สามารถดําเนินการโดยขออนุญาตการเพิ่มหรือถอนจากอาจารยที่ปรึกษา และอาจารยประจําวิชา แลวนํา
       เอกสารมาใหเจาหนาที่ปอนรหัสวิชาที่เพิ่มหรือถอน โปรแกรมจะตรวจสอบกับฐานขอมูล และพิมพรายการ
       ทางดานการเงิน            พรอมทั้งปรับปรุงฐานขอมูลใหถูกตองอยูเสมอขอมูลในระบบการลงทะเบียนของ
       สถานศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงและทําใหทันสมัยอยูตลอดเวลา สามารถเรียกใชหรือตรวจสอบขอมูลได
       ทันที ขอมูลเหลานี้จะนําไปใชประโยชนในการจัดการศึกษาตางๆ เชน การจัดตารางสอน การจัดหองสอบ
       การปรับปรุงขอมูลคะแนน รวมถึงการรายงานผลตางๆ




บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                               17
1.8.3 การบริการและการทําธุรกรรมบนอินเตอรเน็ต
         การเติบโตของเครือขายอินเทอรเน็ต ทําใหมีผูใชงานกันอยางกวางขวาง เครือขายอินเทอรเน็ตเชือมโยงถึง
                                                                                                      ่
กันทั่วโลก ทําใหการสื่อสารระหวางกันบนอินเทอรเน็ตทําไดงายและมีคาใชจายที่ตากวาระบบการสื่อสารแบบอื่น
                                                                                ่ํ
การสื่อสารที่นิยมบนอินเทอรเน็ต ไดแก การรับสงขอมูลทําการแลกเปลี่ยน โอนยายแฟมขอมูลระหวางกัน การสง
อีเมล การกระจายทําการในรูปแบบเว็บพจ ตลอดจนการโตตอบสื่อสารแบบสงขอความ และการประยุกตในเรือง            ่
ธุรกิจอีกมากมาย




          การประยุกตทนาสนใจบนเครือขายอินเทอรเน็ตอยางหนึง คือ ระบบพาณิชยอิเล็กทรอนิกส หรือ อี
                         ี่                                     ่
คอมเมิรซ (electronic commerce : e-commerce) หรือการคาขายบนเครือขายอินเทอรเน็ต มีการตั้งรานคาบน
อินเทอรเน็ตจํานวนมาก ผูตั้งรานคาใชเว็บเพจนําเสนอสินคาและบริการตางๆ ซึ่งทําใหผเขาใชบริการสามารถเขาถึง
ไดจากทุกที่ ทุกประเทศ เปนการเปดรานคาที่มีลูกคาเขาเยียมชมจากแหลงตางๆ ไดทั่วทุกมุมโลก
                                                           ่
          ตัวอยางเชน รานหนังสือหลายแหงที่อยูบนอินเทอรเน็ต นําเสนอรายการ และหนังสือบนเครือขาย มีหนังสือ
ที่ทางรานนําเสนอหลายแสนเลม มีระบบเครือขายคนหาหนังสือเลมที่ตองการ และหากสนใจติดตอสั่งซื้อก็กรอกลง
ในแบบฟอรมการสั่งซื้อ มีระบบการชําระเงินไดหลายแบบ เชน ระบบชําระเงินผานบัตรเครดิต ระบบการโอนเงิน
ผานธนาคาร ระบบการนําสินคาสงถึงที่แลวจึงคอยชําระเงิน การจัดสงสินคาก็ทําไดรวดเร็ว มีเครือขายการสงสินคา
ไดทั่วโลกผานทางบริษัทจัดสงสินคาแบบเรงดวน ระบบการคาขายบนอินเทอรเน็ตจึงเติบโตและมีผูนิยมเพิ่มขึ้นอยาง
มาก ทั้งนี้เพราะขอดีคือ สามารถนําเสนอสินคาใหกับลูกคาไดอยางกวางขวาง สินคาบางอยางเปนสินคาที่มีมากและ
ราคาถูกในทองที่หนึ่งแตอาจเปนที่ตองการในอีกทีหนึ่ง เชน คนไทยสงปลาทูขายผานระบบอีคอมเมิรซไปยัง
                                                   ่
ผูบริโภคแถบประเทศตะวันออกกลาง โดยระบบบรรจุหบหอแชแข็งขนาดเล็ก สงผานบริษัทจัดสงสินคาเรงดวนไป
                                                         ี
ยังผูบริโภคได นอกจากนี้สินคาประเภทหัตถกรรมไทยจํานวนมากก็เปนที่ตองการของตางประเทศ การนําเสนอ
สินคาผานทางเครือขาย จึงเปนหนทางของการเปดตลาดใหกวางขวางมากยิ่งขึ้น จนในปจจุบันมีผูตงรานคาบน
                                                                                                 ั้
เครือขายมากมาย โดยเฉพาะกลุมอุตสาหกรรมขนาดยอม


บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                        18
นอกจากการทําการคาบนเครือขายอินเทอรเน็ตแลว บริษัท หางราน และหนวยงานราชการตางๆ ก็หนมา
                                                                                                  ั
ดําเนินกิจการ หรือใหบริการทางอินเทอรเน็ตมากขึ้น ทําใหผูใชบริการสะดวกสบายขึ้น โรงแรมและการทองเทียว
                                                                                                     ่
เสนอบริการ และการจองเขาพักโรงแรมหรือการซึ้อตั๋วเครื่องบินผานทางอินเทอรเน็ต




          กรมสรรพากรเสนอบริการใหผูเสียภาษียนแบบรายการการเสียภาษีผานทางเครือขายอินเทอรเน็ต ทําใหผูคน
                                               ื่
หลายแสนคนที่มีหนาที่ตองยื่นแบบรายการเสียภาษีไมตองเดินทางไปที่สํานักงานสรรพากรพื้นที่ ผูเสียภาษีสามารถ
                                                     
ยื่นแบบรายการเสียภาษีไดจากที่ทํางาน หรือที่บาน ทําใหลดปญหาเรื่องการเดินทางและการจราจรไดมาก
          บริษัทและหนวยงานทางธุรกิจจํานวนมากใชระบบการแลกเปลี่ยนขอมูลกันทางอิเล็กทรอนิกส เชน การสง
ใบสั่งซื้อสินคาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส การตรวจสอบรายการสินคาตามหางรานคาปลีกแบบออนไลน การ
โตตอบธุรกรรมตางๆ ทําใหลดการใชกระดาษและทําใหการดําเนินการเปนไปดวยความรวดเร็ว ลดคาใชจายโดยรวม
เพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินการ
          รัฐบาลมีเปาหมายใหทกหนวยราชการดําเนินกิจกรรมตางๆ บนเครือขายอินเทอรเน็ตเชนกัน การแลกเปลี่ยน
                              ุ
ขอมูลทํางานบนเครือขายทําใหเกิดการดําเนินกิจกรรมทีเ่ รียกวา "อีกอปเวอรเมนต" (e-Government) เชน เมื่อ
ประชาชนติดตอกระทรวงตางประเทศเพื่อขอหนังสือเดินทาง กระทรวงตางประเทศตองการตรวจสอบบุคคล ก็
สามารถเชื่อมโยงเรียกใชขอมูลสําเนาทะเบียนบานและบัตรประชาชนไดจากสํานักทะเบียนราษฎร
กระทรวงมหาดไทยไดโดยตรงและทันที ทําใหการตรวจสอบบุคคลแมนยําถูกตอง โดยประชาชนผูขอใชบริการไม
ตองถายสําเนาและการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานของรัฐทําใหการบริการประชาชนมีความรวดเร็ว และเปน
ที่ปรารถนาของประชาชน นอกจากนี้รัฐบาลยังสงเสริมใหหนวยงานราชการดําเนินกิจกรรมตางๆ กับบริษัท หางราน
เชน การประมูลซื้อสินคาผานทางอินเทอรเน็ต โดยหนวยงานรัฐจะเสนอรายการซื้อสินคาผานทางอินเทอรเน็ต และ
ใหบริษัทผูขายเสนอราคาผานทางอินเทอรเน็ต ทําใหการประมูลจัดซื้อของทางราชการมีความรวดเร็ว สะดวก และมี
ความนาเชื่อถือมากยิ่งขึ้น




บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                                                 19

Lesson1

  • 1.
    บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1.1 บทบาทความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงสังคมความเปนอยูของมนุษยเปนไปอยางรวดเร็ว กลาวกันวาไดเกิดการเปลี่ยนแปลงใน ลักษณะ ที่เรียกวา การปฏิวติมาแลวสองครั้ง ครั้งแรกเกิดจากการที่มนุษยรูจักใชระบบชลประทาน เพื่อการเพาะปลูก ั สังคมความเปนอยูของมนุษยจึงเปลี่ยนจากการเรรอนมาเปนการตั้งหลักแหลง เพื่อทําการเกษตร ตอมาเมื่อประมาณ รอยกวาปทแลว กอนสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากที่เจมสวัตต (James Watt ) ประดิษฐเครื่องจักรไอน้ํามนุษยรจักนํา ี่ ู เอาเครื่องจักรมาชวยในอุตสาหกรรมการผลิต และชวยในการสรางยานพาหนะ เพื่องานคมนาคมขนสง ผลที่ ตามมาทําใหเกิดการปฏิวัตทางอุตสาหกรรม สังคมความเปนอยูของมนุษยจึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรมาเปนสังคม ิ เมือง สังคมสารสนเทศที่มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชงานในทุกวงการ การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคแรก เริ่มจากการใชเครื่องจักรกลแทนการทํางานดวยมือ พลังงานที่ใชขับเคลื่อน เครื่องจักรมาจากพลังงานน้ําพลังงานไอน้ํา และเปลี่ยนเปนพลังงานจากน้ํามันมีการขับเคลื่อนเครื่องยนตและมอเตอร ไฟฟา การปฏิวัติอุตสาหกรรมไดเกิดขึ้นอีก โดยเปลียนแปลงระบบการทํางานจากการทีละขั้นตอนมาเปนการ ่ ทํางานระบบอัตโนมัติ การทํางานเหลานี้อาศัยระบบควบคุมดวยคอมพิวเตอรทั้งสิ้น บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1
  • 2.
    โรงงานประกอบรถยนตที่ใชแขนหุนยนต มีผูกลาววาการปฏิวัติครั้งที่สามกําลังจะเกิดขึ้น โดยสิ่งที่เกิดใหมนี้ ไดแก การพัฒนาทางดานความคิด การ ตัดสินใจ โดยอาศัยหลักการของคอมพิวเตอร ในอนาคตกลุมคนเพียงกลุมเดียวอาจทํางานทั้งหมดโดยอาศัยระบบ คอมพิวเตอรควบคุม ทําการควบคุมหุนยนตคอมพิวเตอร และใหหนยนตควบคุมการทํางานของเครื่องจักรอีกตอหนึ่ง ุ ความเจริญกาวหนาทางอุตสาหกรรมเกือบทุกแขนงมีคอมพิวเตอรเขามาเกี่ยวของดวยเสมอ ระบบการผลิต สวนใหญ ตองใชคอมพิวเตอรและอิเล็กทรอนิกสแทรกเขามาเกือบทุกกระบวนการ ตั้งแต การควบคุม การขนสงวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการบรรจุหีบหอ ในระดับประเทศประเทศไทยสั่งซื้อสินคาเทคโนโลยีระดับ สูงเปนปริมาณมาก ทําใหตองซื้อเทคนิควิธีการ ตลอดจนเครื่อง มือเครื่องจักรเขามาในปริมาณมากไปดวย ขณะเดียวกันเรายัง ขาดบุคลากรที่จะพัฒนาเครื่องจักร เครื่องมือเหลานั้น ใหมีประ สิทธิภาพ การสูญเสียเงินตราเนื่องจากสาเหตุนี้จึงเกิดขึ้นมิใชนอย หลายโรงงานยังไม กลาใชเครื่องจักรที่ใชเทคโนโลยีใหม เพราะ หาบุคลากรใน การดําเนินการไดยาก แตในระยะหลังคาจางแรง งาน สูงขึ้น และการแขงขัน ทางธุรกิจมีมากขึน จึงตกอยูในสภาวะ จํายอมที่ตองนําเครื่องมือเหลานั้นเขามา เนื่องจาก ้ เครื่องมือดังกลาว ใหผลผลิตที่ดีกวาของเดิมและทําใหราคาตนทุนการผลิตสินคาต่ํา ลงอีกดวย ในยุควิกฤตการพลังงาน หลายประเทศพยายามลด การใชพลังงาน โรงงานพยายามหาทางควบคุมการใช พลังงานใหมประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อจะลดคาใชจายลง จึงมีการนําคอมพิวเตอรมาชวยควบคุม เชน ควบคุมการเดิน ี เครื่องใหเหมาะสม ควบคุมปริมาณการเผาไหมของ เครื่องจักรในกระบวนการผลิต ควบคุมการจัดภาระงาน ให เหมาะสม รวมถึงการควบคุมสิ่งแวดลอมตางๆ ดวย เมื่อคอมพิวเตอรเขามาเกี่ยวของกับการดําเนินชีวิตของมนุษยมากขึ้น ไดมีการพัฒนางานทางดานเทคโนโลยี สารสนเทศขึ้น และในปจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศไดเขามามีบทบาทตอชีวิตประจําวันของมนุษยมากขึน สังเกต ้ ไดจากการนําคอมพิวเตอรสวนบุคคลมาใชในสํานักงาน การจัดทําระบบฐานขอมูลขนาดใหญ การใชอุปกรณอานวย ํ ความสะดวกที่ประกอบดวยชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกส แสดงวาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการคํานวณและ เก็บขอมูลได แพรไปทั่วทุกแหง เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสําคัญตอการแขงขันดานธุรกิจและการขยายตัวของบริษัท สงผล ตอการใหบริการขององคการและหนวยงาน และมีผลตอการประกอบกิจในแตละวัน เทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มใชงานในประเทศไทย เมื่อไมนานมานีเ้ อง โดยในป พ.ศ. 2507 มีการนํา บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 2
  • 3.
    คอมพิวเตอรเขามาใชในประเทศไทยเปนครั้งแรก และในขณะนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศยังไมแพรหลายนัก จะมี เพียงการใชโทรศัพทเพื่อการติดตอสื่อสารและนําคอมพิวเตอรมาชวยประมวลผลขอมูลงานดานสารสนเทศอื่น ๆ สวนใหญยังคงเปนงาน ภายในสํานักงานที่ยังไมมีอุปกรณและเครื่องมือดานเทคโนโลยีมาชวยงานเทาใดนัก เมื่อมีการประดิษฐคิดคนอุปกรณชวยงานสารสนเทศ เชน เครื่องถายเอกสาร โทรสาร และ ไมโครคอมพิวเตอร อาชีพของประชากรก็ปรับเปลี่ยนมาสูงานดานสารสนเทศมากขึน สํานักงานเปนแหลงที่มีการใช ้ เทคโนโลยีสารสนเทศมากทีสุด เชน การใชคอมพิวเตอรทําบัญชีเงินเดือนและบัญชีรายรับรายจาย การติดตอสื่อสาร ่ ภายในและภายนอกโดยโทรศัพทและ โทรสาร การจัดเตรียมเอกสารดวยการใชเครื่องถายเอกสารและคอมพิวเตอร งานดานสารสนเทศมีแนวโนมขยายตัวทีคอนขางสดใส เพราะเทคโนโลยีดานนี้ไดรบการสงเสริมสนับสนุน ่ ั อยางเต็มที่ มีการวิจัยและพัฒนาใหเกิดผลิตภัณฑใหม ออกมาตอบสนองความตองการของมนุษยอยูตลอดเวลา การใชคอมพิวเตอรทางานในสํานักงาน ํ เทคโนโลยีที่ใชในระบบสารสนเทศที่กําลังไดรับความสนใจอยางมากในขณะนี้ คือ เทคโนโลยีสื่อประสม (multimedia) ซึ่งรวมขอความ ภาพ เสียงและวิดีทัศนเขามาผสมกัน เทคโนโลยีนี้กาลังไดรับการพัฒนา ในอนาคต ํ เทคโนโลยีแบบสื่อประสม จะชวยเสริมและสนับสนุนงานดานสารสนเทศใหกาวหนาตอไป เปนที่คาดหมายวาอัตรา การเติบโตของ ผูทํางานดาน เทคโนโลยีสารสนเทศจะมีมากขึ้น แนวโนมของเทคโนโลยีสารสนเทศคอยๆ กลายมาเปนระบบรวม โดยใหคอมพิวเตอรระบบหนึ่งทํางาน พรอมกันไดหลายๆ อยาง นอกจากใชประมวลผลขอมูลดานบัญชีแลว ยังใชงานจัดเตรียมเอกสารแทนเครื่องพิมพดีด ใชรับสงขอความ หรือจดหมายกับคอมพิวเตอรที่อยูหางไกล ซึ่งอาจอยูคนละซีกโลกในลักษณะที่เรียกวา ไปรษณีย  อิเล็กทรอนิกส สําหรับเครื่องถายเอกสาร นอกจากจะใชถายสําเนาเอกสารตามปกติแลว อาจเพิ่มขีด ความสามารถ ใหใชงานเปนเครื่องพิมพ หรือรับสงโทรสารไดอีกดวย การพัฒนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศเปนไปอยางรวดเร็ว ทั้งดานฮารดแวร (hardware) ซอฟตแวร (software) ดานขอมูลและการติดตอสื่อสาร ผูใชจึงตองปรับตัวยอมรับและเรียนรู เทคโนโลยีใหมที่เกิดขึ้นอยูเสมอ โดยเฉพาะขอมูลและ การติดตอสื่อสาร (communication) ซึ่งเปนหัวใจสําคัญของ การดําเนินธุรกิจ หากการ ดําเนินงานธุรกิจใชขอมูลซึ่งมีการบันทึกใสกระดาษและเก็บรวบรวมใส แฟมการเรียกคนและสรุปผลขอมูลยอมทํา ไดชา และเกิดความผิดพลาดไดงายกวา การประมวล ผลขอมูลดวยเครืองคอมพิวเตอร เทคโนโลยีสารสนเทศจะชวย ่ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 3
  • 4.
    ใหทํางานไดงาย สะดวก รวดเร็วและถูกตองขึ้น และที่สาคัญชวยใหสามารถตัดสินใจดําเนินงานไดเร็ว  ํ 1.2 ขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ คําวา เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกตเอาความรูทางดานวิทยาศาสตร ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม มาทําใหเกิดประโยชนตอมวลมนุษย เทคโนโลยีจึงเปนวิธีการในการสรางมูลคาเพิ่มของสิ่งตางๆ ใหเกิด ประโยชนมากยิ่งขึ้น เชน ทรายหรือซิลิกอน (silikon) เปนสารแรที่พบเห็นทัวไปตามชายหาด หากนํามาสกัดดวย ่ เทคนิควิธีการสรางเปน ชิป (chip) จะทําใหสารแรซิลิกอนนั้นมีคณคา และมูลคาเพิมขึ้นไดอีกมาก ุ ่ ชิป สําหรับสารสนเทศ หมายถึง ขอมูลที่เปนเรื่องเกี่ยวของกับ ความจริงของคน สัตว สิ่งของ ทั้งที่เปนรูปธรรม และนามธรรม ที่ไดรับการจัดเก็บรวบรวม ประมวลผล เรียกคน และสื่อสารระหวางกัน นํามาใชใหเกิด ประโยชนได ซึ่งนักเรียนจะไดเรียนเพิ่มเติมตอไป เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT : Information Technology) หมายถึง การนําวิทยาการที่กาวหนาทางดาน คอมพิวเตอรและ การสื่อสารมาสรางมูลคาเพิ่มใหกับสารสนเทศ ทําใหสารสนเทศ มีประโยชนและใชงานได กวางขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการใชเทคโนโลยีดานตางๆ ในการรวบรวม จัดเก็บ ใชงาน สงตอ หรือสื่อสารระหวางกัน เทคโนโลยีสารสนเทศเกียวของ โดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใชในการจัดการสารสนเทศ ่ ไดแก เครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขาง ขั้นตอนวิธีการดําเนิน การซึ่งเกี่ยวของกับซอฟตแวร เกี่ยวของกับตัว ขอมูล บุคลากร และกรรมวิธีการดําเนินงานเพื่อใหขอมูลเกิดประโยชนสูงสุด เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเปนเทคโนโลยีทครอบคลุมเรื่องเกี่ยวกับการประมวลผล ขอมูล ซึ่งไดแกการใช ี่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร การติดตอสื่อสารระหวางกันดวยความรวดเร็วการจัดการขอมูล รวมถึงวิธีการที่จะใชขอมูล  ใหเกิดประโยชนสูงสุด 1.3 ความกาวหนาของเทคโนโลยี ในภาวะสังคมปจจุบัน หลายสิ่งหลายอยางที่เกิดขึ้นรอบตัวเปนตัวชีบอกวา ประเทศไทยกําลังกาวสูยุค ้ สารสนเทศ ดังจะเห็นไดจากวงการศึกษาสนใจใหความรูดานคอมพิวเตอรและสงเสริมการนําเทคโนโลยี คอมพิวเตอรมาประยุกตงานตางๆ มากขึ้น การบริหารธุรกิจของบริษทหางรานตางๆ ตลอดจนหนวยงานของรัฐบาล ั และรัฐวิสาหกิจมีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใชในองคการดวยการเก็บขอมูล ประมวลผลและวิเคราะหขอมูล บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 4
  • 5.
    แลวนําผลลัพธมาชวยในการวางแผนและตัดสินใจ ระยะเริ่มแรกที่มนุษยไดคิดคนประดิษฐคอมพิวเตอรที่มลักษณะเปนเครื่องคํานวณอิเล็กทรอนิกส ี คอมพิวเตอรไดถูกใชทํางานดานการคํานวณทางวิทยาศาสตรเปนสวนใหญแลวจึงนํามาใชเก็บรวบรวมและ ประมวลผลขอมูลทางดานธุรกิจในเวลาตอมา ระยะแรกนี้เรียกวาระยะการประมวลผลขอมูล (data processing age) ขอมูลที่ไดมาจะตองผานการประมวลผลใหไดเปนสารสนเทศกอน จึงนําไปใชใหเกิดประโยชน วิธีการ ประมวลผลขอมูลจะเริ่มตั้งแตการรวบรวมจัดเก็บขอมูล เมื่อไดขอมูลแลวตองไดรับการตรวจสอบความถูกตอง แบงกลุมจัดประเภทของขอมูล เชน ขอมูลตัวอักษรซึ่งเปนชื่อหรือขอความก็อาจตองมีการเรียงลําดับ และขอมูล ตัวเลขก็อาจตองมีการคํานวณ จากนั้นจึงทําสรุปไดเปนสารสนเทศออกมา ถาขอมูลที่นํามาประมวลผลมีจํานวนมากจนเกินความสามารถของมนุษยทจะทําไดในเวลาอันสัน ก็จําเปนจะตอง ี่ ้ นําคอมพิวเตอรมาชวยเก็บและประมวลผล เมื่อขอมูลอยูภายในคอมพิวเตอร การแกไขหรือเรียกคนสามารถทําไดงาย และสะดวก ขณะเดียวกันการทําสําเนาและการแจกจายขอมูล ก็สามารถดําเนินการไดทันที งานที่เกิดขึนจากการประมวลผลขอมูลมักเก็บในลักษณะแฟมขอมูล ตัวอยางเชน การทําบัญชีเงินเดือนของ ้ พนักงานในบริษัท ขอมูลเงินเดือนของพนักงานทีเ่ ก็บในคอมพิวเตอรจะรวมกันเปนแฟมขอมูลที่ประกอบดวยชื่อ พนักงาน เงินเดือน และขอมูลสําคัญอื่น โปรแกรมคอมพิวเตอรจะเรียกแฟมเงินเดือนมาประมวลผลและสรุปผลรวม ยอดขั้นตอนการทํางานจะตองทําพรอมกันทีเดียวทั้งแฟมขอมูล ที่เรียกวา การประมวลผลแบบกลุม (batch processing) แตเนื่องจากระบบงานที่เกิดขึ้นภายในองคการคอนขางซับซอน เชน รายไดของพนักงานทีไดรับในแตละ ่ เดือน อาจไมไดมาจากอัตราเงินเดือนประจําเทานั้น แตอาจมีคา นายหนาจากการขายสินคาดวย ในลักษณะนี้ แฟมขอมูลการขาย จะสัมพันธกับแฟมขอมูลเงินเดือน และสัมพันธกบแฟมขอมูลอื่นๆ เชน คาสวัสดิการ การหัก ั เงินเดือนเปนคาใชจายตางๆ ระบบขอมูลจะกลายเปนระบบที่มีแฟมขอมูลหลายแฟมเชื่อมสัมพันธกัน และโปรแกรม คอมพิวเตอรเรียกแฟมขอมูลเหลานั้นมาจัดการใหเปนไปตามที่ตองการ ระบบนี้เรียกวา ระบบฐานขอมูล (database system) การจัดการขอมูลที่เปนฐานขอมูล จะเปนระบบสารสนเทศที่มีประโยชนซึ่งนําไปชวยงานดานตางๆ อยาง ไดผล ระบบขอมูลที่สรางเพื่อใชในบริษัทจะเปนระบบฐานขอมูลของ กิจกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อแสดงสารสนเทศที่เปน จริงของบริษัท สามารถนําขอเท็จจริงนั้นไปวิเคราะหและนําผลลัพธไปประกอบการตัดสินใจของผูบริหาร เพื่อการ วางแผนและกําหนดนโยบายการจัดการตาง ๆ ในปจจุบนการนําคอมพิวเตอรไปใชงาน ของประเทศตางๆ ทั่วโลก อยูที่การใชสารสนเทศเปนสวนใหญ ั แนวโนมของระบบ จัดการขอมูลของยุคนี้ เริ่มเปลี่ยนจากระบบ งานการประมวลผลแบบกลุมมาเปนระบบ ตอบสนองทันที ที่เรียกวา การประมวลผล แบบเชื่อมตรง (online processing) เชน การฝากถอนเงินของธนาคาร ตางๆ ผานเครื่องรับ – จายเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine: ATM) ขณะที่ประเทศตางๆ ยังอยูในยุคของ การประมวลผลสารสนเทศในบางประเทศ เชน สหรัฐอเมริกาและ  ญี่ปุน ไดพฒนาเขาสูการประมวลผลฐานความรู (knowledge base processing) โดยใหคอมพิวเตอรใชงาย รูจัก ั บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 5
  • 6.
    ตอบสนอง กับผูใช และสามารถแกปญหาที่ตองอาศัยการตัดสินใจระดับสูงดวยการเก็บสะสมฐาน ความรูไวใน คอมพิวเตอร และมีโครงสราง การใหเหตุผล เพื่อนําความรูมาชวยแกปญหาที่สลับซับซอน  การประมวลผลฐานความรูเปนการ ประยุกตหลักวิชาดานปญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence : AI) ที่ รวบรวมศาสตรหลายแขนง คือ คอมพิวเตอร จิตวิทยา ปรัชญา และภาษาศาสตร เขาดวยกัน ตัวอยาง ชิ้นงานไดแก หุนยนต และระบบผูเชี่ยวชาญ (expert system) ปจจุบนมีซอฟตแวรที่เปนระบบผูเชี่ยวชาญ ชวยในการวินิจฉัยโรค ั ตาง ๆการสํารวจ ทรัพยากรธรรมชาติและการอนุมัติใหกูยืมเงิน 1.4 ประโยชนที่ไดจากเทคโนโลยี ชีวิตความเปนอยูในปจจุบันเกี่ยวของกับสารสนเทศตางๆ มากมาย การอยูรวมกันเปนสังคมทําใหมนุษยตอง สื่อสารถึงกัน ตองติดตอและทํางานหลายสิงหลายอยางรวมกันสมองของเราตองจดจําสิ่งตางๆ ไวมากมาย ตองจดจํา ่ รายชื่อผูที่เราเกี่ยวของดวย จดจําขอมูลตางๆ ไวใชประโยชนในภายหลัง สังคมจึงตองการความเปนระบบที่มีรูปแบบ ชัดเจน เชน การกําหนดเลขที่บาน ถนน อําเภอ จังหวัด ทําใหสามารถติดตอสงจดหมายถึงกันได ที่อยูเปนสารสนเทศ อยางหนึ่งทีใชงานกัน ่ เพื่อใหสารสนเทศที่เกี่ยวของกับมนุษยเปนระบบมากขึ้น จึงมีการจัดการสารสนเทศ เหลานั้นในลักษณะเชิง ระบบ เชน ระบบทะเบียนราษฎร มีการใชเลขประจําตัวประชาชน ซึ่งประกอบดวยเลขรหัส 13 ตัว แตละตัวจะมี ความหมายเพือใชในการตรวจสอบ ่ การเขารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลก็ตองมีการลงทะเบียน การสรางเวชระเบียน ระบบเสียภาษีก็มีการ สรางรหัสประจําตัวผูเสียภาษี นอกจากนี้มการจดทะเบียนรถยนต ทะเบียนการคา ทะเบียนโรงงาน ฯลฯ ี การใชสารสนเทศเกี่ยวของกับทุกคน การเรียนรูเกียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความจําเปน ปจจุบันเรา ่ ซื้อสินคาดวยบัตรเครดิต เบิกเงินดวยบัตรเอทีเอ็ม โอนยายขอมูลในลักษณะอิเล็กทรอนิกส เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเปนเทคโนโลยีแหงศตวรรษนี้ ที่ใชในการจัดเก็บรวบรวม ขอมูล ขอมูลจํานวนมาก ไดรับการบันทึกไวในสื่อกลางที่สามารถนํากลับมาใชได เชน อยูในแถบบันทึก แผนบันทึก แผนซีดีรอม ดังจะเห็น เอกสารหรือหนังสือ บรรจุในแผนซีดีรอม หนังสือทั้งตูอาจเก็บในแผนซีดีรอมเพียงแผนเดียว การสื่อสารขอมูลที่เห็นเดนชัดขณะนี้ และมีบทบาทมากอยางหนึ่ง คือ ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรือการสง ขอความถึงกันผานเครือขายคอมพิวเตอร กลาวคือ ผูใชนั่งอยูหนาจอคอมพิวเตอร พิมพขอความเปนจดหมายหรือ  เอกสาร พิมพเลขที่อยูของไปรษณียอิเล็กทรอนิกสของผูรับและสงผานเครือขายคอมพิวเตอร ผูรับก็สามารถเปด คอมพิวเตอรของผูรับ เพื่อคนหาจดหมายไดและสามารถตอบโตกลับไดทันที บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 6
  • 7.
    จอภาพแสดงการสงไปรษณียอิเล็กทรอนิกส  เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวของกับชีวตประจําวันเปนสิ่งที่ตองเรียนรู เปนเรื่องที่รวมไปถึงการรวบรวม ิ ขอมูล การจัดเก็บขอมูล การจัดการขอมูลและการประมวลผลขอมูล ขอมูลที่จัดเก็บ ตองตรวจสอบเพื่อความถูกตอง จัดรูปแบบเพือใหอยูในรูปแบบที่ประมวลผลได เชน การเก็บนามบัตรของเพื่อนหรือบุคคลที่มีการติดตอซึ่งมีจํานวน ่  มาก เราอาจหากลองพลาสติกมาใสนามบัตร มีการจัดเรียงนามบัตรตามอักษรของชื่อ สรางดัชนีการเรียกคนเพื่อให หยิบคนไดงาย แตเมื่อคอมพิวเตอรเขามามีบทบาท ทําใหมีการเปลียนรูปแบบของการจัดเก็บในลักษณะบัตรมาเปน ่ การจัดเก็บขอมูลไวในแผนบันทึก โดยมีระบบการจัดเก็บและประมวลผลลักษณะเดียวกับที่กลาว เมื่อตองการ เพิ่มเติมปรับปรุงขอมูลหรือเรียกคนก็นําแผนบันทึกนันมาใสในคอมพิวเตอรทําการเรียกคน แลวแสดงผลบนจอภาพ ้ หรือพิมพออกทางเครื่องพิมพ การใชโปรแกรมไมโครซอฟตแอกเซสเก็บขอมูล การจัดการขอมูลดวยคอมพิวเตอรทําไดสะดวก คอมพิวเตอรจึงเปนที่นิยมสําหรับการจัดการขอมูลในยุค บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 7
  • 8.
    ปจจุบัน ขณะเดียวกันคอมพิวเตอรมีราคาลดลงและมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น จึงเชื่อแนวาบทบาทของการจัดการ ขอมูลในชีวิตประจําวันจะเพิ่มมากขึ้นตอไป โครงสรางและรูปแบบของขอมูลที่ประมวลผลดวยคอมพิวเตอร เปนโครงสรางที่จะตองมีรูปแบบชัดเจน และแนนอน การจัดการขอมูลจึงตองมีการกําหนดกฏเกณฑเฉพาะ เชน การกําหนดรหัสเพื่อใชในการจําแนกขอมูล รหัสจึงมีความสําคัญ เพราะคอมพิวเตอรสามารถจําแนกขอมูลดวยรหัสไดงาย ลองนึกดูวาหากมีขอมูลจํานวนมาก แลวใหคอมพิวเตอรคนหาโดยคนหาตั้งแตหนาแรกเปนตนไป การดําเนินการเชนนี้ กวาจะคนพบอาจไมทันตอความ ตองการ การดําเนินการเกียวกับขอมูลจึงตองมีการกําหนดเลขรหัส เชน เลขประจําตัวประชาชน รหัสเลขทะเบียน ่ คนไข ทะเบียนรถยนต เลขประจําตัวนักเรียน เปนตน การจัดการในลักษณะนี้จงตองมีการสรางระบบเพื่อความ ึ เหมาะสมกับการทํางานของคอมพิวเตอรเปนสําคัญ นอกจากเรื่องความเร็วและความแมนยําของการประมวลผลขอมูลดวยคอมพิวเตอรแลว การคัดลอกและการ แจกจายขอมูลไปยังผูใชก็ทําไดสะดวก เนื่องจากขอมูลที่เก็บใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกสสามารถเปลี่ยนถายระหวาง ตัวกลางไดงาย เชน การสําเนาขอมูลระหวางแผนบันทึกขอมูลสามารถทําเสร็จไดในเวลารวดเร็ว  ดวยความกาวหนาและการเปลี่ยนแปลงโครงสรางสังคมในยุคของสารสนเทศ การปรับตัวของสังคมจึง เกิดขึ้น ประเทศที่เจริญแลวประชากรสวนใหญจะอยูกบเครื่องจักรเครื่องมือตางๆ ที่เกี่ยวของกับสารสนเทศ มี ั เครือขายการใหบริการใหมๆ เพิ่มขึ้นหลายอยาง ขณะที่เราอยูบาน อาจใชโทรทัศนติดตอเขาระบบเครือขาย อินเทอรเน็ต (internet) เพื่อขอเรียกดูราคาสินคา ขอดูขาวเกียวกับดินฟาอากาศ ขาวความเคลื่อนไหวเกียวกับการเมือง ่ ่ อัตรา แลกเปลี่ยนเงินตรา นอกจากนี้ยังมีระบบการสั่งซื้อของผานทางเครือขายคอมพิวเตอร แมบานใชคอมพิวเตอร  สวนตัวที่บานตอเชื่อมผานเครือขายสายโทรศัพทไปยังหางสรรพสินคา เพื่อเปดดูรายการสินคาและราคา แมบาน สามารถสั่งซื้อไดเมื่อตองการ 1.5 เทคโนโลยีกับแนวโนมโลก เทคโนโลยีสารสนเทศ ทําใหสังคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมมาเปนสังคม สารสนเทศ สภาพของสังคม โลกไดเปลี่ยนแปลงมาแลวสองครั้ง จากสังคมความเปนอยู แบบเรรอนมาเปนสังคมเกษตรที่รูจกกับการเพาะปลูก ั และสรางผลิตผลทางการเกษตรทําใหมี การสรางบานเรือนเปนหลักแหลง ตอมามีความจําเปนตองผลิตสินคาใหได ปริมาณมากและ ตนทุนถูก จึงตองหันมาผลิตแบบอุตสาหกรรม ทําใหสภาพความเปนอยูของมนุษยเปลี่ยนแปลงมา เปนสังคมเมือง มีการรวมกลุมอยูอาศัยเปนเมือง มีอุตสาหกรรมเปนฐานการผลิต สังคม อุตสาหกรรมไดดําเนินการ มาจนถึงปจจุบัน และกําลังจะเปลี่ยนแปลงเขาสูสังคมสารสนเทศปจจุบันคอมพิวเตอรและระบบสื่อสารมีบทบาท มากขึ้น มีการใชเครือขาย เชน อินเทอรเน็ตเชื่อมโยงการทํางานตาง ๆ การดําเนินธุรกิจใชสารสนเทศอยางกวางขวาง เกิดคําใหมวา ไซเบอรสเปซ (Cyberspace) มีการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ ในไซเบอรสเปซ เชน การพูดคุย การซื้อสินคา และบริการ การทํางานผานทางเครือขายคอมพิวเตอรทําใหเกิดสภาพทีเ่ สมือนจริงมากมาย เชนหองสมุดเสมือนจริง หองเรียนเสมือนจริง ที่ทํางานเสมือนจริง ฯลฯ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8
  • 9.
    เทคโนโลยีสารสนเทศ เปนเทคโนโลยีแบบสุนทรียสัมผัสและตอบสนองตาม ความตองการปจจุบันการใช เทคโนโลยีเปนแบบบังคับ เชน การดูโทรทัศน การฟงวิทยุ เมื่อเราเปดเครื่องรับโทรทัศน เราไมสามารถเลือกตาม ความตองการได ถาสถานีสงสัญญาณใดมา เราก็จะตองชม ดังนั้นเมื่อเปดวิทยุจะมีเสียงดังขึ้นทันที หากไมพอใจก็ทํา ไดเพียงเลือกสถานีใหมแนวโนมจากนีไปจะมีการเปลียนแปลงในลักษณะที่เรียกวาออนดีมานด (on demand) เราจะมี ้ ่ ทีวีออนดีมานด (TV on demand) มีวิทยุแบบตามความตองการ เชน เมื่อตองการชมภาพยนตรเรืองใดก็เลือกชม และ ่ ดูไดตั้งแตตนรายการ หากจะศึกษาหรือเรียนรูก็มการศึกษาออนดีมานด (education on demand) คือสามารถเลือกเรียนตามตองการ ี ได การตอบสนองตามความตองการ เปนหนทางที่เปนไปได เพราะเทคโนโลยีมีพัฒนาการที่กาวหนาจนสามารถนํา ระบบสื่อสารมาตอบสนองตามความตองการของมนุษยได เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหเกิดสภาพทางการทํางานแบบทุกสถานที่ และทุกเวลา เมื่อ การสื่อสารแบบสอง ทางกาวหนาและแพรหลายขึน การโตตอบผานเครือขายทําใหเสมือนมี ปฏิสัมพันธไดจริง เรามีระบบประชุมทางวีดิ ้ ทัศน ระบบประชุมบนเครือขาย มีระบบการศึกษาบนเครือขาย มีระบบการคาบนเครือขาย ลักษณะของการดําเนิน ธุรกิจเหลานี้ทาใหขยายขอบเขตการทํางาน หรือดําเนินกิจกรรมไปทุกหนทุกแหง และดําเนินการไดตลอด 24 ชั่วโมง ํ เชน ระบบเอทีเอ็ม ทําใหมีการเบิกจายไดเกือบตลอดเวลา และกระจายไปใกลตวผูรับบริการมากขึ้น แตดวย ั เทคโนโลยีที่กาวหนายิ่งขึ้น การบริการจะกระจายมากยิ่งขึ้นจนถึงทีบาน ในอนาคตสังคมการทํางานจะกระจายจน  ่ งานบางงานอาจนั่งทําที่บานหรือที่ใดก็ไดและเวลาใดก็ได เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแหงชาติไปเปนเศรษฐกิจโลก ความเกี่ยวโยง ของเครือขายสารสนเทศทําใหเกิดสังคมโลกาภิวัฒน (globalization) ระบบเศรษฐกิจซึ่งแตเดิมมีขอบเขตจํากัด ภายในประเทศ ก็กระจายเปนเศรษฐกิจโลก ทั่วโลกจะมีกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินคาและบริการอยาง กวางขวางและรวดเร็ว เทคโนโลยี สารสนเทศมีสวนเอื้ออํานวยใหการดําเนินการมีขอบเขตกวางขวางมากยิงขึน ่ ้ ระบบเศรษฐกิจของโลกจึงผูกพันกับทุกประเทศ และเชื่อมโยงกันแนบแนนขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหองคกรมีลักษณะผูกพัน หนวยงานภายในเปนแบบ เครือขายมากขึ้น แตเดิมการ จัดองคกรมีการวางเปนลําดับขั้น มีสายการบังคับบัญชาจากบนลงลาง แตเมือการสื่อสารแบบสองทางและการ ่ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 9
  • 10.
    กระจายขาวสารดีขึ้น มีการใชเครือขายคอมพิวเตอรในองคกรผูกพันกันเปนกลุมงาน มีการเพิ่มคุณคาขององคกรดวย เทคโนโลยีสารสนเทศการจัดโครงสรางขององคกรจึงปรับเปลี่ยนจากเดิม และมีแนวโนมทีจะสรางองคกรเปน ่ เครือขายที่มีลักษณะการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึน หนวยธุรกิจจะมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหนวย ้ ธุรกิจอื่นเปนเครือขาย สถานะภาพขององคกรจึงตองแปรเปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี เพราะการดําเนิน ธุรกิจตองใชระบบสื่อสารที่มีความรวดเร็วเทากับแสง กอใหเกิดการแลกเปลี่ยนขอมูลไดงายและรวดเร็ว เทคโนโลยีสารสนเทศกอใหเกิดการวางแผนการดําเนินการระยะยาวขึน อีกทั้งยังทําใหวิถการตัดสินใจ หรือ ้ ี เลือกทางเลือกไดละเอียดขึ้น แตเดิมการตัดสินปญหาอาจมีหนทางใหเลือกไดนอย เชน มีคําตอบเพียง ใช หรือ ไมใช แตดวยขอมูลขาวสารที่สนับสนุนการตัดสินใจ ทําใหวถีความคิดในการตัดสินปญหาเปลี่ยนไป ผูตัดสินใจมีทางเลือก  ิ ไดมากขึ้น มีความละเอียดออนในการตัดสินปญหาไดดขึ้น ี เทคโนโลยีสารสนเทศ เปนเทคโนโลยีเดียวที่มีบทบาททีในทุกวงการ ดังนั้นจึงมีผลตอ การเปลี่ยนแปลงทาง ่ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองไดอยางมาก ลองนึกดูวาขณะนีเ้ ราสามารถ ชมขาว ชมรายการโทรทัศนที่สงกระจาย ผานดาวเทียมของประเทศตาง ๆ ไดทั่วโลก เราสามารถรับรูขาวสารไดทันที เราใชเครือขายอินเทอรเน็ตในการ สื่อสารระหวางกัน และติดตอกับคนไดทวโลก จึงเปนทีแนชัดวาแนวโนมการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ั่ ่ สังคม และการเมืองจึงมีลักษณะเปนสังคมโลกมากขึ้น 1.6 ระบบสารสนเทศ จากความสําคัญของสารสนเทศ และการหาหนทางที่จะใชเทคโนโลยีในการจัดการ สารสนเทศ ใน พ.ศ. 2538 รัฐบาลไทยไดประกาศอยางเปนทางการใหเปนปแหงเทคโนโลยี สารสนเทศไทย รัฐบาลไดเห็นความสําคัญ ของระบบขอมูล ที่มีเทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอร และระบบสื่อสารเปนตัวนํา และจะมีบทบาทสําคัญในการ พัฒนาและผลักดันใหเกิดการใชทรัพยากรของประเทศอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในดานทรัพยากรมนุษย วัสดุ อุปกรณ และเวลา รัฐบาลไดลงทุนใหกับโครงการพื้นฐานทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศเปนจํานวนมาก เชน การ ขยายระบบโทรศัพท การขยายเครือขายสื่อสาร การสรางระบบฐานขอมูล ทะเบียนราษฎร การสรางระบบการจัดเก็บภาษี และระบบศุลกากรดวยคอมพิวเตอร ไมเพียงแตประเทศไทยเทานั้นที่ใหความสําคัญเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ หลายประเทศทั่วโลกก็ให ความสําคัญเชนกัน แตละประเทศไดลงทุนทางดานนี้เปนจํานวนมาก ทั้งนี้เพราะขอมูลเปนกลไกสําคัญในเชิงรุก เพื่อ พัฒนาประเทศใหสามารถแขงขันในระดับสากลได อีกทั้งยังเพิ่มคุณภาพชีวิต กระจายความเจริญสูชนบท และสราง ความเสมอภาคในสังคม สังคมความเปนอยูและการทํางานของมนุษยมีการรวมกลุมเปนประเทศ การจัดองคกรเปนหนวยงานของ รัฐบาลและเอกชน และภายในองคกรก็มการแบงยอยลงเปนกลุม เปนแผนก เปนหนวยงาน ภายในหนวยงานยอยก็มี ี ระดับบุคคล เมื่อพิจารณาระบบสารสนเทศที่เกี่ยวของในองคกรพอที่จะแบงการจัดการสารสนเทศขององคการไดตาม จํานวนคนที่เกียวของ ตามรูปแบบการรวมกลุมขององคกรได 3 ระดับ คือ ระบบสารสนเทศระดับบุคคล ระดับ ่ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 10
  • 11.
    สารสนเทศระดับกลุม และระบบสารสนเทศระดับองคกร 1.6.1 ระบบสารสนเทศระดับบุคคล ระบบสารสนเทศระดับบุคคล คือ ระบบที่เสริมประสิทธิภาพและเพิ่มผลงานใหแตละบุคคลในหนาที่ที่ รับผิดชอบ ปจจุบันคอมพิวเตอรสวนบุคคลมีขนาดเล็กลง ราคาถูก แตมีความสามารถในการประมวลผลดวย ความเร็วสูงขึน ประกอบกับมีโปรแกรมสําเร็จที่ทําใหผูใชสามารถใชงานไดงาย กวางขวางและคุมคามากขึ้น เชน ้  ซอฟตแวรประมวลผลคํา(word processor) ซอฟตแวรนาเสนอ(presentation) ซอฟตแวรกราฟก (graphic) ํ ซอฟตแวรการทําสิ่งพิมพ (desktop publishing) ซอฟตแวรตารางทํางาน(spread sheet) ซอฟตแวรจดการฐานขอมูล ั (database management และซอฟตแวรบริหารโครงงาน(project management) เปนตน และชุดโปรแกรมที่ไดรบ ั ความนิยมในปจจุบัน เปนโปรแกรมที่ไดรวบรวมโปรแกรมประมวลคํา โปรแกรมนําเสนอ โปรแกรมตารางทํางาน โปรแกรมจัดการฐานขอมูล รวมเปนชุดเขาไวดวยกัน  ขอมูลที่ชวยใหการทํางานของบุคลากรดีขึ้นนั้น ตองขึ้นอยูกับหนาที่รบผิดชอบของแตละคนตางกันไป ั ตัวอยางเชน พนักงานขายควรมีขอมูลเกี่ยวกับลูกคาเปนอยางดี ซึ่งจะทําใหติดตอซื้อขายไดผลเลิศ บริษัทควรมีการ เตรียมอุปกรณคอมพิวเตอรไวใหพนักงานขายไดใชในการจัดเก็บขอมูลลูกคา เชน ชื่อ ที่อยู และความสนใจในตัว สินคา หรือขอมูลอื่นๆ ที่จะสนับสนุนการขาย พรอมกับระบบที่จะชวยพนักงานแตละคนในการเรียกคนหาขอมูล ตามเงื่อนไขเพือวางแผน จัดการ และควบคุมการทํางานของตัวเองได เชนระบบวิเคราะหขอมูลการขาย เปนตน ่ 1.6.2 ระบบสารสนแทศระดับกลุม ระบบสารสนเทศระดับกลุม คือ ระบบสารสนเทศที่ชวยเสริมการทํางานของกลุมบุคคล ที่มีเปาหมายการ ทํางานรวมกันใหมีประสิทธิภาพมากขึน ้ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 11
  • 12.
    ตัวอยางของการใชระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนงานของแผนก คําวาการทํางานเปนกลุม (workgroup)ใน ที่นี้หมายถึง กลุมบุคคลจํานวน 2 คนขึ้นไปที่รวมกันทํางานเพื่อใหบรรลุเปาหมายเดียวกัน โดยทั่วไปบุคลากรในกลุม เดียวกันจะรูจกกันและทํางานรวมกัน เปาหมายหลักของการทํางานเปนกลุมคือ การเตรียมสภาวะแวดลอมที่จะ ั เอื้ออํานวยประโยชนใน การทํางานรวมกันเปนกลุมไดอยางมีประสิทธิภาพ และชวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดย ทําใหเปาหมายของธุรกิจดําเนินไปไดอยางมีประสิทธิผล แนวทางหลักก็คือการทําใหเกิดการใชทรัพยากรรวมกันโดยเฉพาะขอมูลและอุปกรณเทคโนโลยีพื้นฐาน การนําเอาคอมพิวเตอรสวนบุคคลมาเชื่อมตอกันดวยเครือขายทองถิ่น (Local Area Network : LAN) ทําใหมีการ เชื่อมโยงและใชทรัพยากรของคอมพิวเตอรรวมกัน เชน เครื่องพิมพรวมกัน ขอมูลที่ใชรวมกันในแผนกจะบรรจุไว ในระบบคอมพิวเตอรที่มีหนาที่ควบคุมการจัดเก็บแฟมขอมูลกลางที่เรียกวาเครื่องบริการแฟม (file server) ถามีการ แกไขขอมูลในฐานขอมูลกลางนี้โดยผูใชคนใดคนหนึ่ง ผูใชคนอื่นที่อยูบนเครือขายคอมพิวเตอรนก็จะไดรับขอมูลที่ ี้ ผานการแกไขแลวนั้นเชนกัน การประยุกตใชงานคอมพิวเตอรในลักษณะของการทํางานเปนกลุม สามารถใชกับงานตางๆ ได ตัวอยาง ระบบบริการลูกคา หรือการเสนอขายสินคาผานทางสื่อโทรศัพท พนักงานในทีมงานอาจจะมีอยูหลายคนและใช เครือขายคอมพิวเตอรในการเก็บขอมูลกลางของลูกคารวมกัน กลาวคือ มีขอมูลเพียงชุดเดียวที่พนักงานทุกคนจะ เขาถึงได ถามีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม พนักงานในกลุมจะตองรับรูดวย เชนลูกคาโทรศัพทมาถามคําถามหรือ ขอคําปรึกษาเกี่ยวกับสินคา พนักงานอาจจะชวยเตือนความจําเมื่อถึงเวลาตองโทรศัพทกลับไปหาลูกคา แมพนักงาน ที่รับโทรศัพทครั้งที่แลวจะไมอยู แตพนักงานที่ทํางานอยูสามารถเรียก ขอมูลจากระบบคอมพิวเตอร แลวโทรกลับไป  ตามนัดหมาย ทําใหธุรกิจดําเนินตอไปไดโดยไมหยุดชะงัก เปนตน อันจะเปนการเพิมคุณภาพการบริการ หรือเปนกล ่ ยุทธที่ชวยทางดาน การขาย ระบบสารสนเทศของกลุมหรือแผนกยังมีแนวทางอื่นๆ ในการสนับสนุนการบริหารงานและการปฏิบัติงาน เชน การสื่อสารดวยระบบไปรษณียอเิ ล็กทรอนิกส การประชุมผานเครือขาย ซึ่งอาจจะประชุมปรึกษาหารือกันได โดยอยูตางสถานที่กัน การจัดทําระบบแผงขาว (Bulletin Board System : BBS) ของแผนกการประชุมทางไกล การ ชวยกันเขียนเอกสาร ตํารา หรือรายงานรวมกันผานเครือขายคอมพิวเตอร การทําตารางทํางานของกลุม ระบบ สนับสนุนการตัดสินใจของกลุม ระบบจัดการฐานขอมูล ระบบการไหลเวียนอัตโนมัติของเอกสาร ระบบการจัดการ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 12
  • 13.
    เก็บขอความ ระบบการจัดตารางเวลาของกลุม ระบบการบริหารโครงการของกลุมระบบการใชแฟมขอความรวมกัน ของกลุม และระบบประมวลผลภาพเอกสาร เปนตน 1.6.3 ระบบสารสนเทศระดับองคกร ระบบสารสนเทศระดับองคกรคือ ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการดําเนินงานขององคกรในภาพรวม ระบบในลักษณะนี้จะเกียวของกับการปฏิบัติงานรวมกันของหลายแผนก โดยการใชขอมูลที่เกี่ยวของ รวมกันดวยวิธี ่ สงผานถึงกันจากแผนกหนึ่งขามไปอีกแผนกหนึ่ง ระบบสารสนเทศดังกลาวนี้สามารถสนับสนุน งานในระดับผู ปฏิบัติการและสนับสนุนการตัดสินใจ เนืองจากสามารถใหขอมูลจากแผนกตาง ๆ ทีเ่ กี่ยวของ มาประกอบการ ่ ตัดสินใจ โดยอาจนําขอมูลมาแสดงในรูปแบบสรุป หรือในแบบฟอรมทีตองการ บอยครั้งที่ การบริหารงานใน ่ ระดับสูงจําเปนตองใชขอมูลรวมกันจากหลายแผนกเพือประกอบการตัดสินใจ ่ ระบบการประสานงานเพื่อการสรางรายไดใหกับธุรกิจการคา ตัวอยางระบบ สารสนเทศระดับองคการใน ธุรกิจที่เกี่ยวของกับการขายสินคา โดยมีฝายตาง ๆ ที่เกียวของในองคการหลาย ฝาย เชน ฝายการขาย ฝายสินคาคง ่ คลัง ฝายพัสดุ และฝายการเงิน แตละฝายอาจจะมีระบบขอมูลหรือคอมพิวเตอร ที่สนับสนุนการปฏิบัติการ และยังมี ระบบการสื่อสารหรือเครือขายคอมพิวเตอรเพื่อการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร ระหวางฝายได เพื่อใหเกิดการแลกเปลี่ยน ขอมูลไปตามสายการเชื่อมโยง เนื่องจากจุดประสงคของการทําธุรกิจก็เพือสรางผลกําไรใหกับบริษัท ถามีการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางฝาย ่ อยางมีประสิทธิภาพแลว ยอมทําใหเกิดการขาย สินคา และการตามเก็บเงินไดอยางรวดเร็ว เชน ทันที่ที่ฝายการขาย ตกลงขายสินคากับลูกคา จะมีการปอนขอมูลการขายสินคาลงในระบบคอมพิวเตอร ฝายอื่นที่เกียวของจะไดรับขอมูล ่ การขายนี้ และสามารถปฏิบัติหนาที่ของตัวเองไดอยางตอเนื่องทันที เชน ฝายสินคาคงคลังจัดตรวจสอบเตรียมใบเบิก สินคาเพื่อสงใหฝายพัสดุไดทันที ฝายการเงินตรวจสอบความถูกตองของการขายสินคาแลวดําเนินการทําใบสงสินคา และดูแลเรื่องระบบลูกหนี้โดยอัตโนมัติ และสุดทายฝายพัสดุดําเนินการจัดสงสินคาไปใหลูกคาแลว ก็จะดําเนินการ ติดตามการคางชําระจากลูกหนี้ตอไป บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 13
  • 14.
    หัวใจสําคัญของระบบสารสนเทศในระดับองคกร คือ ระบบเครือขายคอมพิวเตอรภายในองคกรที่จะตอง เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอรของแตละแผนกเขาดวยกันเพื่อใหเกิด การใชขอมูลรวมกัน นอกจากนียังสามารถใช ้ ทรัพยากรรวมกันไดดวย ในเชิงเทคนิคระบบสารสนเทศระดับ องคกรอาจจะมีระบบคอมพิวเตอรที่ดแลแฟมขอมูล มี ู การเชื่อมโยงคอมพิวเตอรหลายระบบเขาดวยกันเปนเครือขายแลน หรืออาจจะมีเครือขายคอมพิวเตอรในระดับกลุม อยูแลว จึงเชื่อมโยงเครือขายยอยเหลานั้นเขาดวยกัน กลายเปนเครือขายของ เครือขายคอมพิวเตอร ในกรณีที่มีจํานวน ผูใชในองคกรมาก เครื่องมือพื้นฐานอีกประการหนึ่งของระบบขอมูลก็คือ ระบบจัดการฐานขอมูล ซึ่งเปนโปรแกรม สําคัญในการดูแลระบบ ฐานขอมูล 1.7 องคประกอบของระบบสารสนเทศ องคประกอบของระบบสารสนเทศซึ่งเปนระบบสนับสนุนการบริหารงาน การจัดการ และการปฏิบัติการของ บุคคล ไมวาจะเปนระดับบุคคล ระดับกลุมหรือระดับองคการไมใชมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอรเทานั้น แตยังมี องคประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับความสําเร็จของระบบอีกรวมเปน 5 องคประกอบ ซึ่งจะขาดองคประกอบใดไมได คือ ฮารดแวร ซอฟตแวร ขอมูล บุคลากร และขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1.7.1 ฮารดแวร ฮารดแวรเปนองคประกอบสําคัญของระบบสารสนเทศ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณรอบขาง เชน เครื่องพิมพ เครื่องกราดตรวจ รวมทั้งอุปกรณสื่อสารสําหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาเปนเครือขาย 1.7.2 ซอฟตแวร ซอฟตแวร หรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร เปนองคประกอบที่สําคัญประการที่สอง ซึ่งก็คือลําดับขั้นตอนของ คําสั่งที่จะสั่งงานใหฮารดแวรทํางาน เพื่อประมวลผลขอมูลใหไดผลลัพธตามความตองการ ของการใชงาน ใน ปจจุบันมีซอฟตแวรควบคุมระบบงาน ซอฟตแวรสําเร็จ ทําใหการใชงานคอมพิวเตอรในระดับ บุคคลเปนไปอยาง กวางขวาง และสงเสริมการทํางานของกลุมมากขึ้น สวนงานในระดับองคกร สวนใหญมักจะมี การพัฒนาระบบตาม ความตองการโดยการวาจางบริษัทที่รับพัฒนาซอฟแวร หรือโดยนักคอมพิวเตอรที่อยูในฝาย คอมพิวเตอรขององคกร เปนตน 1.7.3 ขอมูล ขอมูล เปนองคประกอบที่สําคัญอีกประการหนึ่งของระบบ สารสนเทศ เปนตัวชี้ความสําเร็จหรือความ ลมเหลวของระบบได เนื่องจากตองมีการเก็บขอมูลจากแหลงกําเนิด ขอมูลจะตองมีความถูกตองและทันสมัย มีการ กลั่นกรองและตรวจสอบแลวเทานันจึงจะมีประโยชน โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อใชงานในระดับกลุมหรือระดับองคกร ้ ขอมูลตองมีโครงสรางใน การจัดเก็บที่เปนระบบระเบียบเพื่อการสืบคนที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ 1.7.4 บุคลากร บุคลากรในระดับผูใช ผูบริหาร ผูพัฒนาระบบ นักวิเคราะหระบบ และนักเขียนโปรแกรม เปนองคประกอบ สําคัญในความสําเร็จของระบบสารสนเทศ บุคลากรมีความรูความสามารถทางคอมพิวเตอรมากเทาใด โอกาสที่จะใช งานระบบสารสนเทศและระบบคอม พิวเตอรไดเต็มศักยภาพและคุมคายิ่งมากขึ้นเทานั้น โดยเฉพาะระบบ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 14
  • 15.
    สารสนเทศในระดับบุคคลซึ่งเครื่อง คอมพิวเตอรมีขีดความสามารถมากขึ้น ทําใหผูใชมีโอกาสพัฒนาความสามารถ ของตนเองและพัฒนาระบบงานไดเองตามความตองการ สําหรับระบบสารสนเทศ ในระดับกลุมและองคการ ที่มี ความซับซอนมากอาจจะตอง ใชบุคลากรในสาขาคอมพิวเตอรโดยตรงมาพัฒนาและดูแลระบบงาน 1.7.5 ขั้นตอนการปฏิบัตงานิ ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนของผูใชหรือของบุคลากร ที่เกี่ยวของก็เปนเรื่องสําคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อ ไดพัฒนาระบบงานแลวจําเปนตองปฏิบัติงานตามลําดับขั้นตอน ในขณะใชงานก็จําเปนตองคํานึงถึงลําดับขั้นตอน การปฏิบัติของคนและความสัมพันธกับเครื่อง ทั้งในกรณีปกติและกรณีฉุกเฉิน เชน ขั้นตอนการบันทึกขอมูล ขั้นตอนการประมวลผล ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเครื่อง ชํารุดหรือขอมูลสูญหาย และขั้นตอนการทําสําเนาขอมูลสํารอง เพื่อความปลอดภัย เปนตน สิ่งเหลานี้จะตองมีการ ซักซอม มีการเตรียมการ และการทําเอกสารคูมอการใชงานที่ ื ชัดเจน 1.8 ตัวอยางการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.8.1 ระบบเอทีเอ็ม ระบบเอทีเอ็ม (Automatic Teller Machine : ATM) เปนระบบที่อํานวยความสะดวกสบายอยางมากใหแก ผูใชบริการธนาคาร และเปนตัวอยางเทคโนโลยีระบบสารสนเทศที่ไดรับการนํามาใชเปนกลยุทธในการแขงขันทาง ธุรกิจ โดยในปพ.ศ. 2520 เปนปที่มีการใชเอทีเอ็มเครื่องแรกของโลก ธนาคารซิตี้แบงคในเมือง นิวยอรกเริ่ม ใหบริการฝากและถอนเงินโดยอัตโนมัตแกลูกคา ซึ่งสามารถใหบริการไดตลอด 24 ชั่วโมง รวมวันเสารอาทิตยดวย ิ ในขณะที่ธนาคารอื่น ๆ ที่ตั้งอยูใกล ๆ บนถนนสายเดียวกันใหบริการลูกคาในเวลาปกติเทานั้น คือ เฉพาะจันทรถึง ศุกร เวลา 8.00 - 14.00 น. หลังจากบายสองโมงก็หมดโอกาสไดรับบริการฝากถอนเงินแลว เมื่อวิเคราะหมุมมองใน การแขงขันของธนาคารในการใหบริการลูกคา กลาวไดวา ระบบเอทีเอ็มของ ธนาคารซิตี้แบงคเปนบริการใหมททํา  ี่ ใหลูกคาไดรับความสะดวกสบาย และคลองตัว ไดดึงดูดลูกคาจากธนาคาร อื่นมาเปนลูกคาของตัวเอง และเพิ่มสวน แบงการตลาดขึ้นมาเกือบสามเทาตัวในชวงเวลาประมาณ 6 เดือน กอนที่ธนาคารคูแขงจะไหวตัวทัน และหันมา บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 15
  • 16.
    ใหบริการเอทีเอ็มบาง การนําเอาเทคโนโลยีเอทีเอ็มเขามาใชกอนเปนรายแรก สรางความไดเปรียบเชิงธุรกิจเหนือคูแขงเกิดขึ้นซ้ํา  แลวซ้ําอีกในเมืองใหญทั่วโลก ไมวาจะเปนซิดนีย โตเกียว ปารีส และรวมทั้งกรุงเทพฯดวย กลาวคือ ธนาคารใดใน เมืองเหลานั้นที่ประยุกตใชเทคโนโลยีเอทีเอ็มไดกอนและใหบริการที่เหนือกวา ก็สามารถดึงสวนแบงการตลาดไดสูง มากเหนือคูแขง เนื่องจากไดใชระบบคอมพิวเตอรมาเปนกลยุทธการแขงขันในแงการปรับปรุงการบริการแกลูกคา  เชน ปรากฏการณที่ธนาคารไทยพาณิชยนําระบบคอมพิวเตอรแบบเชื่อมตรงมาบริการการใช เอทีเอ็ม และประสบ ความสําเร็จไดกอนจึงมีโอกาสดึงสวนแบงการตลาดไดสง ู เทคโนโลยีที่อยูเบื้องหลังความสําเร็จของระบบเอทีเอ็ม ก็คือ ระบบคอมพิวเตอร ที่รวบรวมขอมูลบัญชีเงิน ฝากของลูกคาธนาคารไวในฐานขอมูล กับเทคโนโลยีสื่อสารขอมูล ทําใหสามารถเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร ออกไปทั่วเมือง ทั่วประเทศ หรือทั่วโลกได ผูใชบัตรเอทีเอ็มสามารถเบิกเงินจากธนาคารไดจากตูเอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู ทั่วไป ทุกครั้งที่ลูกคาใชบัตรเอทีเอ็มจากตูเอทีเอ็มจะมีการสื่อสารขอมูลไปยังฐานขอมูลกลางที่สํานักงานใหญของ ธนาคารที่เก็บขอมูล ยอดเงินฝากและรายการฝากถอนเงินของลูกคา ฐานขอมูลนี้จึงมีลักษณะสําคัญที่เรียกวาเปน ฐานขอมูลกลาง ในความหมายที่วา ลูกคามีบัญชีเงินฝากในธนาคารแหง นั้น ๆ จะมีขอมูลอยูที่ฐานขอมูลกลางเพียง ชุดเดียว และดวยระบบการสื่อสารขอมูลในลักษณะเครือขายคอมพิวเตอร ทําใหเขาถึงขอมูลไดจากระยะไกล นอกจากนี้คอมพิวเตอรยังชวยจัดการประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ เชน การฝาก การโอน และการถอน ที่ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีฐานขอมูลกลางทําใหสามารถเก็บขอมูลตางๆ ไวเพียงชุดเดียว ไมจําเปนตองสําเนาหลายชุด สามารถเรียกใชและแกไขไดจากระยะไกล และเมื่อมีการแกไขแลวทุกคนที่เขามาใชขอมูลในภายหลังก็จะไดรับ ขอมูลที่ทันสมัย การประมวลผลอัตโนมัติดวยเครื่องคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารขอมูลในระบบเครือขาย นี้ เปนตัวอยางที่แสดงใหเห็นความสําคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนํามาประยุกตในงานตางๆ ที่ เปนประโยชนตอองคการและธุรกิจไดอกมากมายี 1.8.2 การลงทะเบียนเรียน การลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยแหงหนึ่ง นักศึกษาแตละคนสามารถเลือกเรียนวิชาที่สนใจได แตตอง เปนวิชาทีกําหนดไวในหลักสูตร การลงทะเบียนแตละวิชามีขอจํากัดคือ จํานวนนักศึกษาแตละหองมีจํานวนจํากัด ่ ดังนั้นการลงทะเบียนเรียนจึงตองอาศัยขอมูลจากการประมวลผลแบบเชื่อมตรง เพื่อใหสามารถตรวจสอบการ ลงทะเบียนไดทันทีวา มีวิชาอะไรเปดสอนบาง วิชาใดมีผสมัครเรียนเต็มแลว ถาเต็มแลว สามารถเปลี่ยนกลุม หรือ ู วิชาอื่นใดแทนไดบาง บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 16
  • 17.
    ขั้นตอนของการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแหงหนึ่ง มีดังนี้ 1. นักศึกษานํารายวิชาที่ตนเองสนใจจะเรียน ปรึกษากับอาจารยที่ปรึกษา เพื่อขอความเห็นชอบจากอาจารยที่ ปรึกษา จึงนําไปลงทะเบียนเรียนได 2. นักศึกษานําเอกสารการลงทะเบียนที่มีลายมือชื่ออาจารยที่ปรึกษา มาพบกับเจาหนาที่ลงทะเบียน เจาหนาที่ ลงทะเบียนปอนขอมูลเขาคอมพิวเตอร โปรแกรมคอมพิวเตอรจะทําการตรวจสอบวิชาที่บันทึกแตละวิชวา ติดขัดขอกําหนดใดหรือไม เชน มีผูลงทะเบียนวิชานั้นเต็มแลว ไมสามารถลงทะเบียนได ตองใหนักศึกษา เปลี่ยนกลุมเรียน หรือหากตองการลงทะเบียนวิชาใหม ก็ตองกลับไปขอความเห็นชอบจากอาจารยที่ปรึกษา อีกครั้ง 3. โปรแกรมพิมพรายการที่นกศึกษาลงทะเบียนทั้งหมด พรอมทั้งคิดคาใชจายที่ นักศึกษาตองจายเปน ั คาลงทะเบียนเรียน 4. นักศึกษาจายเงินและรับเอกสารใบเสร็จที่พมพดวยคอมพิวเตอร ิ 5. เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบรอยแลว จะมีขอมูลในฐานขอมูลที่บงบอกไดวา แตละวิชามีนกศึกษาผูใด ั ลงทะเบียนเรียนบาง นักศึกษาลงทะเบียนรวมทั้งสิ้นกีคน พรอมทั้งพิมพรายงานการลงทะเบียนเรียนของ ่ นักศึกษาในแตละรายวิชา แจงใหอาจารยผสอนวิชานั้นๆ ทราบ ู 6. ในกรณีที่นักศึกษาตองการเพิ่ม ถอนการลงทะเบียนในภายหลัง ซึ่งอยูในระยะเวลาที่อนุญาต นักศึกษา สามารถดําเนินการโดยขออนุญาตการเพิ่มหรือถอนจากอาจารยที่ปรึกษา และอาจารยประจําวิชา แลวนํา เอกสารมาใหเจาหนาที่ปอนรหัสวิชาที่เพิ่มหรือถอน โปรแกรมจะตรวจสอบกับฐานขอมูล และพิมพรายการ ทางดานการเงิน พรอมทั้งปรับปรุงฐานขอมูลใหถูกตองอยูเสมอขอมูลในระบบการลงทะเบียนของ สถานศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงและทําใหทันสมัยอยูตลอดเวลา สามารถเรียกใชหรือตรวจสอบขอมูลได ทันที ขอมูลเหลานี้จะนําไปใชประโยชนในการจัดการศึกษาตางๆ เชน การจัดตารางสอน การจัดหองสอบ การปรับปรุงขอมูลคะแนน รวมถึงการรายงานผลตางๆ บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 17
  • 18.
    1.8.3 การบริการและการทําธุรกรรมบนอินเตอรเน็ต การเติบโตของเครือขายอินเทอรเน็ต ทําใหมีผูใชงานกันอยางกวางขวาง เครือขายอินเทอรเน็ตเชือมโยงถึง ่ กันทั่วโลก ทําใหการสื่อสารระหวางกันบนอินเทอรเน็ตทําไดงายและมีคาใชจายที่ตากวาระบบการสื่อสารแบบอื่น ่ํ การสื่อสารที่นิยมบนอินเทอรเน็ต ไดแก การรับสงขอมูลทําการแลกเปลี่ยน โอนยายแฟมขอมูลระหวางกัน การสง อีเมล การกระจายทําการในรูปแบบเว็บพจ ตลอดจนการโตตอบสื่อสารแบบสงขอความ และการประยุกตในเรือง ่ ธุรกิจอีกมากมาย การประยุกตทนาสนใจบนเครือขายอินเทอรเน็ตอยางหนึง คือ ระบบพาณิชยอิเล็กทรอนิกส หรือ อี ี่ ่ คอมเมิรซ (electronic commerce : e-commerce) หรือการคาขายบนเครือขายอินเทอรเน็ต มีการตั้งรานคาบน อินเทอรเน็ตจํานวนมาก ผูตั้งรานคาใชเว็บเพจนําเสนอสินคาและบริการตางๆ ซึ่งทําใหผเขาใชบริการสามารถเขาถึง ไดจากทุกที่ ทุกประเทศ เปนการเปดรานคาที่มีลูกคาเขาเยียมชมจากแหลงตางๆ ไดทั่วทุกมุมโลก ่ ตัวอยางเชน รานหนังสือหลายแหงที่อยูบนอินเทอรเน็ต นําเสนอรายการ และหนังสือบนเครือขาย มีหนังสือ ที่ทางรานนําเสนอหลายแสนเลม มีระบบเครือขายคนหาหนังสือเลมที่ตองการ และหากสนใจติดตอสั่งซื้อก็กรอกลง ในแบบฟอรมการสั่งซื้อ มีระบบการชําระเงินไดหลายแบบ เชน ระบบชําระเงินผานบัตรเครดิต ระบบการโอนเงิน ผานธนาคาร ระบบการนําสินคาสงถึงที่แลวจึงคอยชําระเงิน การจัดสงสินคาก็ทําไดรวดเร็ว มีเครือขายการสงสินคา ไดทั่วโลกผานทางบริษัทจัดสงสินคาแบบเรงดวน ระบบการคาขายบนอินเทอรเน็ตจึงเติบโตและมีผูนิยมเพิ่มขึ้นอยาง มาก ทั้งนี้เพราะขอดีคือ สามารถนําเสนอสินคาใหกับลูกคาไดอยางกวางขวาง สินคาบางอยางเปนสินคาที่มีมากและ ราคาถูกในทองที่หนึ่งแตอาจเปนที่ตองการในอีกทีหนึ่ง เชน คนไทยสงปลาทูขายผานระบบอีคอมเมิรซไปยัง ่ ผูบริโภคแถบประเทศตะวันออกกลาง โดยระบบบรรจุหบหอแชแข็งขนาดเล็ก สงผานบริษัทจัดสงสินคาเรงดวนไป ี ยังผูบริโภคได นอกจากนี้สินคาประเภทหัตถกรรมไทยจํานวนมากก็เปนที่ตองการของตางประเทศ การนําเสนอ สินคาผานทางเครือขาย จึงเปนหนทางของการเปดตลาดใหกวางขวางมากยิ่งขึ้น จนในปจจุบันมีผูตงรานคาบน ั้ เครือขายมากมาย โดยเฉพาะกลุมอุตสาหกรรมขนาดยอม บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 18
  • 19.
    นอกจากการทําการคาบนเครือขายอินเทอรเน็ตแลว บริษัท หางรานและหนวยงานราชการตางๆ ก็หนมา ั ดําเนินกิจการ หรือใหบริการทางอินเทอรเน็ตมากขึ้น ทําใหผูใชบริการสะดวกสบายขึ้น โรงแรมและการทองเทียว ่ เสนอบริการ และการจองเขาพักโรงแรมหรือการซึ้อตั๋วเครื่องบินผานทางอินเทอรเน็ต กรมสรรพากรเสนอบริการใหผูเสียภาษียนแบบรายการการเสียภาษีผานทางเครือขายอินเทอรเน็ต ทําใหผูคน ื่ หลายแสนคนที่มีหนาที่ตองยื่นแบบรายการเสียภาษีไมตองเดินทางไปที่สํานักงานสรรพากรพื้นที่ ผูเสียภาษีสามารถ  ยื่นแบบรายการเสียภาษีไดจากที่ทํางาน หรือที่บาน ทําใหลดปญหาเรื่องการเดินทางและการจราจรไดมาก บริษัทและหนวยงานทางธุรกิจจํานวนมากใชระบบการแลกเปลี่ยนขอมูลกันทางอิเล็กทรอนิกส เชน การสง ใบสั่งซื้อสินคาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส การตรวจสอบรายการสินคาตามหางรานคาปลีกแบบออนไลน การ โตตอบธุรกรรมตางๆ ทําใหลดการใชกระดาษและทําใหการดําเนินการเปนไปดวยความรวดเร็ว ลดคาใชจายโดยรวม เพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินการ รัฐบาลมีเปาหมายใหทกหนวยราชการดําเนินกิจกรรมตางๆ บนเครือขายอินเทอรเน็ตเชนกัน การแลกเปลี่ยน ุ ขอมูลทํางานบนเครือขายทําใหเกิดการดําเนินกิจกรรมทีเ่ รียกวา "อีกอปเวอรเมนต" (e-Government) เชน เมื่อ ประชาชนติดตอกระทรวงตางประเทศเพื่อขอหนังสือเดินทาง กระทรวงตางประเทศตองการตรวจสอบบุคคล ก็ สามารถเชื่อมโยงเรียกใชขอมูลสําเนาทะเบียนบานและบัตรประชาชนไดจากสํานักทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทยไดโดยตรงและทันที ทําใหการตรวจสอบบุคคลแมนยําถูกตอง โดยประชาชนผูขอใชบริการไม ตองถายสําเนาและการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานของรัฐทําใหการบริการประชาชนมีความรวดเร็ว และเปน ที่ปรารถนาของประชาชน นอกจากนี้รัฐบาลยังสงเสริมใหหนวยงานราชการดําเนินกิจกรรมตางๆ กับบริษัท หางราน เชน การประมูลซื้อสินคาผานทางอินเทอรเน็ต โดยหนวยงานรัฐจะเสนอรายการซื้อสินคาผานทางอินเทอรเน็ต และ ใหบริษัทผูขายเสนอราคาผานทางอินเทอรเน็ต ทําใหการประมูลจัดซื้อของทางราชการมีความรวดเร็ว สะดวก และมี ความนาเชื่อถือมากยิ่งขึ้น บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ 19