08-131-204 หลักการผลิตสื่อเพื่องานสื่อประสม
เสียง
ผู้สอน
อ.กฤษณพงศ์ เลิศบำรุงชัย
สำขำเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสื่อสำรมวลชน
มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีรำชมงคลธัญบุรี TouchPoint.in.th
สาหรับมัลติมีเดีย
เสียงเป็นองค์ประกอบที่มีควำมสำคัญของมัลติมีเดีย ช่วยให้กำรนำเสนอเกิดควำมสมบูรณ์แบบมำกยิ่งขึ้น
และมีอิทธิพลมำกกว่ำกำรนำเสนอด้วยข้อควำมและภำพนิ่ง
คุณสมบัติของเสียง
เสียงแต่ละเสียงมีควำมแตกต่ำงกัน อำจมีเสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง เสียงเบำ หรือคุณภำพของเสียง ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดเสียง
มีรำยละเอียดดังนี้
ความถี่
Frequency
แอมปลิจูด
Amplitude
ความยาวช่วงคลื่น
Wave Length
ควำมถี่ (Frequency) หมำยถึง ระดับเสียง (Pitch) หรือเรียกว่ำเสียงสูง
เสียงต่ำ สิ่งที่ทำให้เกิดเสียงสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับควำมเร็วในกำรสั่นสะเทือน
ของวัตถุ วัตถุที่สั่นเร็วเสียงจะสูงกว่ำวัตถุที่สั่นช้ำ
คุณสมบัติของเสียง
ความถี่Frequency
แอมปลิจูด (Amplitude) หมำยถึง ควำมสูงระหว่ำงยอดคลื่นและท้องคลื่นของ
คลื่นเสียง แสดงถึงควำมเข้มของเสียง (Intensity) หรือควำมดังของเสียง
(Loudness) ยิ่งแอมปลิจูดมีค่ำมำก ควำมเข้มหรือควำมดังของเสียงก็ยิ่ง
เพิ่มขึ้น
คุณสมบัติของเสียง
แอมปลิจูดAmplitude
ควำมยำวช่วงคลื่น (Wave Length) หมำยถึง ระยะทำงระหว่ำงยอด
คลื่นสองยอดที่ติดกัน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่ำงกำรอัดตัวของคลื่นเสียง
ยิ่งควำมยำวของช่วงคลื่นมีมำก ควำมถี่ของเสียงยิ่งต่ำลง
คุณสมบัติของเสียง
ความยาวช่วงคลื่นWave Length
Wave Length
ไฟล์เสียงที่ได้มำจำกกำรบันทึก เสียงเพลง เสียงดนตรี เสียงบรรยำย หรือเสียงจำกแหล่งกำเนิดต่ำงๆ เช่น เสียง
น้ำตก นกร้อง เสียงคลื่นทะเล อำจมีควำมไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงต้องใช้เทคนิคตัดต่อหรือแก้ไขให้ได้เสียงที่มีคุณภำพ
และตรงกับควำมต้องกำร
การตัดต่อเสียง
การนาเข้าไฟล์ข้อมูลเสียง
Sound Importing
การตัดต่อและแก้ไขเสียง
Sound Editing
อุปกรณ์สาหรับตัดต่อเสียง
Device for Sound Editing
โปรแกรมตัดต่อเสียง
Software for Sound Editing
การตัดต่อเสียง
เป็นขั้นตอนกำรนำไฟล์จำกอุปกรณ์บันทึกเสียง เช่น สมำร์ทโฟน เครื่องบันทึกเสียง หรือกำรบันทึกเสียงโดยตรงเข้ำสู่คอมพิวเตอร์
การนาเข้าไฟล์ข้อมูลเสียงSound Importing
การตัดต่อเสียง
เป็นกำรนำไฟล์เสียงเข้ำมำตัดในส่วนที่ไม่ต้องกำร
ตัดเสียงรบกวน และแก้ไขข้อบกพร่องของเสียง
รวมถึงกำรใส่เทคนิคพิเศษต่ำงๆ ให้กับเสียง เช่น
เสียงสะท้อน ปรับควำมดังเบำของเสียง เป็นต้น
การตัดต่อและแก้ไขเสียงSound Editing
การตัดต่อเสียง
คอมพิวเตอร์ที่ใช้งำนสำหรับกำรตัดต่อเสียง เป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีสเปคสูง แต่ควรมีคุณสมบัติดังนี้
• ระบบปฏิบัติกำร (Operating System) Windows 7, 8, 8.1 และ 10 แบบ 64 บิต
• หน่วยควำมจำ (RAM) 4 GB ขึ้นไป
• ฮำร์ดดิสก์ (Harddisk) ควำมจุ 120 GB ขึ้นไป
• กำร์ดเสียง (Sound Card) ที่สำมำรถเป็นทั้ง Input และ Output ได้
• กำร์ดแสดงผล (VGA Card) มีหน่วยควำมจำ 1 GB ขึ้นไป
• จอภำพ (Monitor) ควรมีควำมละเอียด 1366x768 ขึ้นไป
• ลำโพงหรือหูฟัง (Speaker) แบบสเตอริโอ
อุปกรณ์สาหรับตัดต่อเสียงDevice for Sound Editing
คอมพิวเตอร์
Computer
การตัดต่อเสียง
เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูลเสียงหรือบันทึกเสียง โดยใช้โปรแกรมสำหรับตัดต่อเสียงในกำรบันทึกเสียงและปรับแต่งเสียง
อุปกรณ์สาหรับตัดต่อเสียงDevice for Sound Editing
ไมโครโฟน
Microphone
การตัดต่อเสียง
เป็นอุปกรณ์ที่มีหน่วยควำมจำในกำรเก็บไฟล์เสียงที่บันทึกจำกไมโครโฟน มีทั้งเครื่องบันทึกเสียงขนำดใหญ่สำหรับบันทึกงำนโปร
ดักชั่น และเครื่องบันทึกเสียงแบบพกพำ รวมถึงสมำร์ทโฟน
อุปกรณ์สาหรับตัดต่อเสียงDevice for Sound Editing
เครื่องบันทึกเสียง
Recorder
การตัดต่อเสียง
เป็นอุปกรณ์จัดกำรระบบเสียงในคอมพิวเตอร์ มี 2 รูปแบบ
• แบบออนบอร์ด (Sound on Board) เป็นชิปเสียงที่ติดตั้งไว้กับเมนบอร์ด ทำให้
ไม่ต้องไปหำกำร์ดเสียงมำติดตั้งเพิ่ม ซึ่งเป็นระบบเสียงมำตรฐำน Intel High
Definition Audio
• แบบกำร์ด (Sound Card) เป็นกำร์ดเสียงที่ติดตั้งเพิ่มเติม ทำให้มีคุณภำพ
เสียงดีกว่ำแบบออนบอร์ด
อุปกรณ์สาหรับตัดต่อเสียงDevice for Sound Editing
การ์ดเสียง
Sound Card
การตัดต่อเสียง
โปรแกรมตัดต่อเสียงSoftware for Sound Editing
มาตรฐานการบีบอัดเสียง
การบีบอัดแบบข้อมูลไม่สูญหายLossless Compression
เป็นกำรบีบอัดไฟล์เสียงที่รักษำข้อมูลไว้อย่ำงครบถ้วน ไม่มีกำรสูญหำยของข้อมูล โดยขนำดไฟล์จะขึ้นอยู่กับอัตรำกำรส่งข้อมูล
(Bit Rate) มีหน่วยเป็น kbps หรือจำนวนบิตที่ใช้ใน 1 วินำที เช่น MP3 มีบิตเรตอยู่ที่ 128 kbps หรือ 192 kbps
มาตรฐานการบีบอัดเสียง
การบีบอัดแบบตัดข้อมูลทิ้งบางส่วนLossy Compression
เป็นกำรบีบอัดไฟล์เสียงแบบกำรตัดข้อมูลทิ้งบำงส่วน เช่น ตัดเสียงที่สูงกว่ำ 15000 Hz ทำให้รำยละเอียดของเสียงหำยไป แต่ข้อดี
คือ ขนำดไฟล์จะเล็กกว่ำแบบ Lossless Compression
ประเภทของเสียง
เสียงบรรยายหรือเสียงพูดNarration/Speech
จะต้องเลือกใช้เสียงที่สอดคล้องกับเนื้อหำ สอดคล้องกับระดับผู้ฟัง มีควำมชัดเจน มีกำรเน้นถ้อยคำที่น่ำสนใจชวนติดตำม
ประเภทของเสียง
เสียงเอฟเฟกต์Sound Effect
เป็นเสียงประกอบที่ทำให้ผู้ชมเกิดจินตนำกำรและรู้สึกอินกับเนื้อหำ ทำให้กำรนำเสนอน่ำสนใจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
เสียงเอฟเฟกต์ธรรมชาติ
Natural Sound Effect
เสียงเอฟเฟกต์สังเคราะห์
Synthetic Sound Effect
ประเภทของเสียง
เสียงเอฟเฟกต์Sound Effect
เป็นเสียงที่เกิดจำกแหล่งกำเนิดธรรมชำติ เช่น เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง เสียงคลื่นในทะเล เสียงฟ้ำร้อง เสียงฝนตก
เสียงเอฟเฟกต์ธรรมชาติ
Natural Sound Effect
ประเภทของเสียง
เสียงเอฟเฟกต์Sound Effect
เป็นเสียงที่เกิดจำกกระบวนกำรอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
• เสียงเอฟเฟกต์ที่อยู่รอบตัว (Ambient Sound) เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงสภำพแวดล้อมของฉำกนั้นๆ เช่น เสียงน้ำตก เสียงนก
ร้อง เสียงคลื่นในทะเล เสียงฟ้ำร้อง เสียงฝนตก ที่เกิดจำกกำรสังเครำะห์ขึ้น
• เสียงเอฟเฟกต์พิเศษ (Special Sound) เป็นเสียงที่ช่วยควำมสมจริงของกำรเล่ำเรื่อง ช่วยสร้ำงควำมสมจริงในกำรนำเสนอ
เช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงเปิด/ปิดประตู เสียงเคำะประตู เป็นต้น
เสียงเอฟเฟกต์สังเคราะห์
Synthetic
ประเภทของเสียง
เสียงดนตรีประกอบBackground Music
เป็นเสียงเพลงหรือดนตรีบรรเลงเพื่อสื่อสำรอำรมณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่นำเสนอ นิยมนำมำจำกเสียงดนตรีโดยเฉพำะ หรือเสียง
ในรูปแบบ MIDI (Music Instrument Digital Interface)
เสียงเอฟเฟกต์สังเคราะห์
Synthetic
หลักการออกแบบเสียง
การเตรียมบทเสียง
จะต้องถูกออกแบบกำรใช้ถ้อยคำให้สละสลวย
สื่อควำมหมำย กะทัดรัด จูงใจ
การใช้เสียงที่สอดคล้องกับเนื้อหา
เพื่อสื่อควำมหมำยให้ดี ชัดเจน เข้ำใจง่ำย ช่วยจดจำ
เนื้อหำได้ดี ควรใช้เสียงที่มีควำมสอดคล้องกับกำร
นำเสนอภำพและข้อควำมบนหน้ำจอ
การออกแบบปุ่มควบคุมการทางาน
เพื่อให้ผู้ใช้สำมำรถควบคุมกำรทำงำนในกำรใช้เสียงได้
อย่ำงอิสระ เช่น กำรปิด/เปิดเสียง กำรเพิ่มควำมดัง
เบำของเสียง เล่นซ้ำได้ เป็นต้น
การบันทึกเสียง
ไม่ควรนำเสียงบรรยำยและเสียงดนตรีมำซ้อนกัน หำก
จำเป็นต้องใช้ซ้อนกัน ควรปรับระดับควำมดังของเสียง
บรรยำยให้เหมำะสมกับเสียงดนตรี
หลักการออกแบบเสียง
การใช้เสียงบรรยาย
ควรใช้เสียงบรรยำยที่มีควำมชัดเจน ถูกต้อง
และเหมำะสม มีน้ำเสียงแจ่มใส มีโทนเสียงที่
เหมำะสมกับเนื้อหำ
การใช้เสียงเอฟเฟกต์
ควรใช้ให้สอดคล้องกับเนื้อหำ เพื่อช่วยเพิ่ม
จินตนำกำรและเสริมควำมสมบูรณ์ของเนื้อหำ แต่ไม่
ควรใช้มำกเกินไปจนเกิดควำรำคำญ
การใช้เสียงดนตรีประกอบ
ควรใช้เพลงเบำๆ เพื่อไม่สร้ำงควำมรำคำญ และควรมี
ปุ่มควบคุมกำรเปิด/ปิด หรือควบคุมระดับควำมดังเบำ
ของเสียงได้
การนาเสนอเสียงประกอบภาพ
ควำมยำวของเสียงควรสอดคล้องกับระยะเวลำกำร
แสดงภำพ และเสียงบรรยำยที่ใช้ต้องตรงกับภำพที่
นำเสนอ
รูปแบบไฟล์เสียง
WAV (Wave)
เป็นไฟล์เสียงมำตรฐำนที่ใช้กับ Windows มี
คุณสมบัติคือครอบคลุมทุกควำมถี่เสียง ทำให้
คุณภำพเสียงดี แต่มีขนำดไฟล์ใหญ่
WAV
MP3 (MPEG Audio Layer 3)
พัฒนำมำจำก Motion Picture Experts Group
หรือ MPEG โดยมีกระบวนกำรบีบอีดเสียงให้มี
ขนำดเล็กลง ด้วยวิธีกำรลด Bit Rate
MP3
OGG (Ogg Vorbis)
เป็นเทคโนโลยีกำรบีบอัดแบบใหม่ ทำให้มีขนำดไฟล์
เล็กกว่ำ MP3 อยู่ในกลุ่ม Open Source Project
และมีควำมสำมำรถด้ำน Streaming ทำให้ได้รับ
ควำมนิยมใช้งำนบนอินเทอร์เน็ต
OGG
รูปแบบไฟล์เสียง
WMA (Windows Media Audio)
พัฒนำโดยบริษัท Microsoft มีลักษณะคล้ำย
กับไฟล์ MP3 แต่มีขนำดเล็กกว่ำ เหมำะกับ
กำรใช้งำนบนอินเทอร์เน็ต
WMA
MIDI (Musical Instrument Media Audio)
เป็นไฟล์ข้อมูลเสียงดนตรี ที่ถูกสร้ำงจำกชิปสังเครำะห์
(Synthesizer Chip) ไฟล์เสียงมีขนำดเล็ก แต่ต้องใช้
โปรแกรม MIDI Player ในกำรเปิดไฟล์
MIDI
CDA (CD Audio)
เป็นไฟล์ Track เพลงบนแผ่น CD ใช้เล่นกับ
เครื่องเล่น CD สำมำรถแปลงกลับมำเป็นไฟล์
Wave หรือ MP3 หรือไฟล์ในรูปแบบอื่นๆ ได้
CDA
รูปแบบไฟล์เสียง
AAC (Audio Interchange File Format)
ใช้วิธีกำรบีบอัดแบบ Lossy Compression มี
คุณภำพดีกว่ำ MP3 แต่มีขนำดไฟล์ที่เล็กกว่ำ
มีอัตรำกำรส่งข้อมูล (Bit Rate) ต่ำกว่ำ
AAC
AIFF (Audio Interchange File Format)
เป็นรูปแบบไฟล์มำตรฐำนที่ใช้จัดเก็บข้อมูลเสียงบนเครื่องคอมพิวเตอร์
Apple Macintosh ไม่มีกำรบีบอัดข้อมูล ทำให้ไฟล์มีขนำดใหญ่ แต่คุณภำพ
เสียงดี สำมำรถบันทึกได้ทั้งแบบโมโนและสเตอริโอ
AIFF
โปรแกรมสาหรับเล่นไฟล์เสียง

เสียงสำหรับมัลติมีเดีย (Sound for Multimedia)