การอ่านค่า Ekg

123,220 views

Published on

4 Comments
291 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
123,220
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
212
Actions
Shares
0
Downloads
1,606
Comments
4
Likes
291
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การอ่านค่า Ekg

  1. 1. ความรูพนฐานคลืนไฟฟ้าหัวใจ ้ ้ื ่ และ การพยาบาลผูปวยโรคหลอดเลือดและหัวใจ ้่ นางอาไพ สารขันธ์ พยาบาลวิชาชีพชานาญการ งานวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี
  2. 2. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ        หัวใจเป็นอวัยวะที่เป็นกล้ามเนื้อ มีลักษณะเป็นโพรง อยู่ตรงกลางช่องทรวงอก อยู่หลัง Sternum ระหว่างปอด 2 ข้าง อยู่เหนือกระบังลม Apex อยู่ช่องซี่โครงที่ 5 ข้างซ้าย ยอดหัวใจอยู่หลังช่องซี่โครงที่ 2 ตัวหัวใจอยู่เยื้องๆมาทางซ้าย
  3. 3. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ มี 3 ชั้น  Periocardium  Myocardium  Endocardium ในคนที่อายุมากขึ้น อ้วน เลือดจะไปเลี้ยงชั้นของ กล้ามเนื้อหัวใจได้ลดลงมีโอกาสเกิด Myocardial infarction ส่วน Periocardium เป็นถุงบางๆหุ้มรอบหัวใจ
  4. 4. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ หัวใจ มี 4 ห้อง  Rt. atrium (หัวใจห้องบนขวา)  Rt. ventricle (หัวใจห้องล่างขวา)  Lt. atrium (หัวใจห้องบนซ้าย)  Lt. ventricle (หัวใจห้องล่างซ้าย) ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่าง Rt. atrium กับ Rt. Ventricle คือ Tricuspid valve ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่าง Lt. Atrium กับ Lt. Ventricle คือ Bicuspid valve หรือ Mitral valve
  5. 5. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ LUB (S1) เกิดจาก การปิดของ AV. (Atrioventricular valve)  DUB (S2) เกิดจาก การปิดของ Semilunar valve 
  6. 6. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ Circulation เลือดที่มี O2 น้อยและมี CO2 มาจาก Superior vena cava, Inferior vena cava และ Coronary sinus ไหลจาก Rt. Atrium ผ่าน Tricuspid valve มา Rt. Ventricle  เมื่อ Rt. Ventricle หดตัว Tricuspid valve ปิด Rt. Ventricle expel เลือดไป pulmonary arteries  O2 และ CO2 ถูกแลกเปลี่ยนในปอดและ flow มา pulmonary vein เข้า Lt. atrium ผ่าน Bicuspid valve เข้า Lt. Ventricle ผ่านขึ้นไป aorta โดยผ่าน Aortic valve 
  7. 7. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ Coronary arteries การส่งเลือดไปเลี้ยง เริ่มจาก epicardium, myocardium ถึง endocardium ชั้นที่ขาดเลือดไปเลี้ยง คือ myocardium และ endocardium และการ infarction ก็เริ่มที่ชั้น endocardium  ผนังกล้ามเนื้อหัวใจที่หนาทาให้เลือด และ O2 ไปเลี้ยง ชั้น myocardium และ endocardium ได้น้อยลง 
  8. 8. กายวิภาคสรีรวิทยาของหัวใจ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (Coronary Artery) 1. Left main coronary artery - Left anterior descending coronary artery (LAD) ซึ่งเลี้ยง หัวใจด้านหน้าและเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนสาคัญของ หัวใจห้องซ้ายล่าง - Left circumflex artery เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ด้านหลังและด้านล่าง 2. Right Coronary Artery (RCA) จะเลี้ยง กล้ามเนื้อหัวใจด้านขวาและด้านล่าง
  9. 9. Cardiac cycle หัวใจบีบและคลายตัวแต่ละครั้งเรียกว่า cardiac cycle คุณลักษณะของ cardiac cells สร้างไฟฟ้าได้ (Electrical impulse) cell ที่ผลิตไฟฟ้า เรียกว่า Pade marker  ตอบสนองต่อไฟฟ้าได้ (Response to electrical stimulus) เรียกว่า Excitability  ส่งต่อกระแสไฟฟ้าได้ (conductivity หรือtransmit electrical impulse)  เมื่อถูกระตุ้นด้วยไฟฟ้าจะหด-คลายตัวได้ (contractivity) 
  10. 10. Cardiac action potential ในช่วงที่มีการไหลเข้า-ออกของอิออน เรียกว่า Cardiac potential  Electrolyte ที่มีผลต่อการทางานของหัวใจมี Na, K, Ca  ใน cell มี K ฉะนั้นใน cell จึงมีประจุลบมากกว่านอก cell  เมื่อ cell กล้ามเนื้อถูกระตุ้น เรียกว่ามีการ Depolarization  ใน cell มีประจุบวกเพราะ Na เข้าใน cell (จาก ~ -90 ถึง ~ +20 mv.)  จังหวะนี้ P wave represent = atrium depo.  ตามด้วย QRS complex represent  Repolarization เมื่อ depolarization แล้วก็เริ่มเข้าสู่ phase ของการ repo. = ST segment represent = T wave is venticuler repolarization 
  11. 11. Conduction system SA Node (Sinoatrial Node อยู่หลัง Rt. atrium) ผลิตไฟฟ้ากาลังการผลิต 60–100/นาที AV Node (Atrioventricular Node อยู่ข้างล่าง Rt. atrium) Bundle of His อยู่ระหว่าง septum ของ ventricular กาลังการผลิต 40–60/นาที Rt. Bundle และ Lt. Bundle Branch, Purrkinje Fiber (อยู่ที่ ventricle) กาลังการผลิต 20–40/นาที
  12. 12. EKG Lead Six limp lead -Lead l, AVL -Lead l , l l AVF -Lead AVR Precordial lead -V1, V4 -V2, V3 -V5, V6 *V1, V2 เป็นการมองเห็นหัวใจด้านซ้าย เป็นการมองเห็นหัวใจด้านล่าง เป็นการมองเห็นหัวใจด้านขวา เป็นการมองเห็นหัวใจด้านหน้า ทะลุไปด้านหลัง มองด้าน Anterior มองด้าน Posterior มองด้าน Lateral มองตรงแบ่งห้องหัวใจ septum
  13. 13. การติด Lead -V1 ช่องซี่โครงที4 ่ ข้างขวาของ Sternum -V2 ช่องซี่โครงที4 ่ ข้างซ้ายของ Sternum -V4 mid clavicle ตั้งฉากกับช่องซี่โครงที5 ่ -V3 ระหว่าง V2 กับ V4 -V6 กึ่งกลางรักแร้ลากลงมา ช่องซี่โครงที5 ่ -V5 ระหว่าง V4 กับ V6
  14. 14. Electrocardiogram (EKG หรือ ECG) มีความหมายเดียวกันนั่นคือ คลื่นไฟฟ้าหัวใจซึ่งตัว K นั้นเป็นภาษาเยอรมัน มาจากคาว่า Kardiac แปลว่า หัวใจเหมือนกับตัว C ในภาษาอังกฤษ คือ Cardiac จึงใช้ได้ในความหมายเหมือนกัน
  15. 15. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือการทา EKG คือ การตรวจการทางานด้านไฟฟ้าของหัวใจ (electrical activity) โดยบันทึกการเปลี่ยนแปลง ของศักดาไฟฟ้าที่ผิวของร่างกาย (Surface area) ซึ่งเกิดจาก depolarization และ repolarization ของหัวใจบนแผ่นกระดาษบันทึก
  16. 16. ประโยชน์ของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 1. Acute Coronary Syndrome (Infarction/Ischemia) 2. Cardiac arrhythmia 3. Chamber enlargement (Atrial enlargement/Ventricular hypertrophy) 4. Electrolyte imbalance เช่น Hypo/hyperkalemia, Hypo/hypercalcemia 5. ภาวะอื่นๆ เช่น เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ 6. Drug intoxication เช่น digitalis 7. ตรวจดูการทางานของ pacemaker
  17. 17. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ P wave เกิดจากกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน atrium - atrium เกิด Depo. - ขนาดกว้างและสูงไม่เกิน 3 ช่องเล็ก - atrium สูงเกิน 3 ช่องเล็ก =Rt. Atrium enlarge - atrium กว้างเกิน 3 ช่องเล็ก =Lt. Atrium enlarge QRS Ventricle depo. (R wave) ขนาด 0.12-0.2 (3-5 ช่องเล็ก) - จาก R wave ถึง R wave  300 = อัตราการเต้นของหัวใจ จานวนช่องใหญ่ แต่ถ้า R-R ไม่สม่าเสมอให้ใช้วิธี Six secon = นับ 30 ช่องใหญ่นับจานวน Rx10 = อัตราการเต้นของหัวใจ
  18. 18. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ QT interval Segment คือเส้นที่ทาหน้าที่เชื่อม wave หรือ complex เข้าด้วยกัน - PR segment - ST segment Interval ประกอบไปด้วย segment และ wave เข้าด้วยกัน -PR interval -QT interval
  19. 19. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ R R
  20. 20. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ -Isoelectric หรือ isometric line คือ เส้นที่ทาหน้าที่ เชื่อม EKG 1 cycle ต่อกับอีก 1 cycle ดังนั้น 1 cycle ของ EKG = P wave + PR segment + QRS wave + ST segment + T wave
  21. 21. การอ่rานอ Irregular EKG 1.ดู Rhythm ว่าเป็น regula หรื P-P เท่ากันเรียก regular และ R-R ไม่เท่ากันเรียก Irregular 2.คานวณหา HR. Sequence M. = นับช่องใหญ่ว่ามี R-R กี่ช่องแล้วเอา 300÷จานวนช่องใหญ่ 6 secon M. ดูว่าใน 6 secon มี QRS หรือ R wave กี่ตัว แล้วคูณด้วย 10 ผลลัพธ์ <60 ครั้ง/นาที = Bradycardia >100 ครั้ง/นาที = Tachycardia 3.ดู P wave ถ้าไม่มี P wave แสดงว่า ไม่ได้มาจาก atrium - P wave แต่ละตัวเหมือนเท่ากันหรือไม่ - P wave แต่ละตัวสม่าเสมอกันหรือไม่ - หลัง P wave มี QRS ทุกครั้งหรือไม่
  22. 22. การอ่าน EKG (ต่อ) 4. ดู PR. INTERVAL จังหวะเท่ากันหรือไม่ (0.12-0.20) PR. INTERVAL ไม่เท่ากัน PR. INTERVAL เท่ากันแต่ช้า = Block 5. ดู QRS ปกติจะแคบประมาณ 0.06-0.10 ถ้า >3 ช่องเล็ก=BBB ไฟฟ้าเกิดที่ ventricle 6. ดู ST.segment ปกติ ST จะลงมา Iso electrical line ถ้าต่ากว่า = ST Depres นึกถึง Ischemia ถ้ายกสูงกว่า = ST Elevate นึกถึง Injury H.D.
  23. 23. การอ่าน EKG (ต่อ) 7. ดู T wave ปกติจะไปทางเดียวกันกับ R wave - T wave หัวกลับเรียกว่า Invert T นึกถึง Cerebral Hemorrhage - T wave สูงนึกถึง Hyper K 8. ดู QT interval (ปกติ 0.36-0.44) เริ่มจาก จุดเริ่มต้นของ T wave และ Q wave <½ ของ R wave ถือว่าปกติ 9. ดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ (ดูจากสายตา) *10 ดูว่ามี critical อะไรบ้าง รีบแก้ไข
  24. 24. หลักการง่ายๆในการอ่าน EKG 1. 2. 3. 4. R-R เท่ากัน, P-P เท่ากัน Rate 60-100 ครัง/นาที ้ Atrial regular, Ventricular regular P wave shape normal
  25. 25. Arrhythmia Arrhythmia ไม่เป็นอันตรายทุกอัน สาเหตุของ Arrhythmia "HIS DEBS" 1.H  Hypoxia ขาด O2 ได้รับ O2 ไม่เพียงพอ 2.I  Ischemia cell กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดมาเลี้ยงหัวใจ ไม่พอ Irritability 3.S  Sympathetic nurve ถูกกระตุ้น หัวใจเต้นเร็วและแรง ถูกยับยั้งทาให้หัวใจเต้นช้าและเบา 4.D  Drug ยาบางอย่างทาให้หัวเต้นช้า (ยารักษาโรคหัวใจ) ยาบางอย่างทาให้หัวใจเต้นเร็ว 5.E  Electrolyte เช่น K Hypo  VT/VF, Hyper  Bradycardia 6.Bradycardia เกิดจากหัวใจเต้นช้าเพราะไฟฟ้าส่งมาน้อย 7.S  หัวใจโต Rt, Lt atrium และ Rt, Lt ventricle
  26. 26. อาการของ Arrhythmia - หัวใจเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ - วิงเวียนศีรษะ เนื่องจากมีเลือดออกจาก หัวใจไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ - Angina เจ็บหน้าอกเนื่องจากมีเลือดออก จากหัวใจไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ - SUDDEN DEATH
  27. 27. Sinus Bradycardia 1. จังหวะเท่ากัน R-R, P-P เท่ากัน 2. P ตามด้วย QRS 3. HR Rate < 60 ครั้ง/นาที สาเหตุ 1. ช่วงกาลังพักผ่อนหรือนอน 2. นักกีฬา 3. Increase vegal (Pana sym). Tone 4. Hypoxia, Hypothermia, Hyperthyroid, Hyper K 5. Calcium chanal blocker, ß blocker digitalis
  28. 28. Sinus Bradycardia Rate < 60 BPM
  29. 29. Sinus Bradycardia Possible causes are vagal stimulation, sleep, ischemia to the SA node, beta blockers, digitalis toxicity, increased ICP.
  30. 30. Sinus Bradycardia การรักษา : Atropine : ß stimulation - Ephedrine, Epinephrine - Isoptin, Isopertorinal : Pace maker (ต่อ)
  31. 31. Sinus Tachycardia 1. จังหวะเต้นสม่าเสมอเท่ากัน (R-R, P-P เท่ากัน) 2. P ตามด้วย QRS 3. HR Rate > 100 ครั้ง/นาที สาเหตุ 1. Pain 2. Fever 3. Anxiety, Stress 4. Light anesthesia การรักษา รักษาตามสาเหตุ
  32. 32. Sinus Tachycardia Rate >100 – 150 BPM
  33. 33. Sinus Tachycardia
  34. 34. Sinus Arrhythmia (หัวใจเต้นไม่สม่าเสมอ) 1. จังหวะที่ไฟฟ้าส่งมาไม่สม่าเสมอ 2. P wave ตามด้วย QRS สาเหตุ 1. เกิดขึ้นจากการหายใจ 2. หายใจเข้า HR จะเพิ่มขึ้น 3. หายใจออก HR จะลดลง
  35. 35. Sinus Arrhythmia
  36. 36. Sinus Arrhythmia
  37. 37. Sino Atrium Block •P และ QRS หายไป 1 ช่วง • เวลาอ่าน EKG อ่าน NSR c Block การรักษา 1. Atropine
  38. 38. Sinus Arrest 1. P และ QRS หายไป 5 ช่องใหญ่ 2. เวลาอ่าน EKG อ่าน NSR c Block การรักษา 1. Atropine
  39. 39. Sinus Arrest
  40. 40. Sinus Arrest
  41. 41. Atrial Flutter จุดกาเนิด : มีการไหลวนของประจุไฟฟ้าใน Atrium ทาให้เกิด Depolarization ของ Atrium เร็วมาก ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : Regular/Irregular Rate : Atrium 250-350 BPM Ventricle เต้นตาม 1:1-4:1 P Wave : ไม่มี จะมี F wave เหมือนฟันเลื่อย
  42. 42. Atrial Flutter Atrium 250-350 BPM
  43. 43. Atrial Flutter
  44. 44. Atrial Flutter
  45. 45. Atrial Flutter
  46. 46. Atrial Fibrillation (AF) จุดกาเนิด : Atrium ปล่อยกระแสไฟฟ้า เร็ว ถี่มากไม่สม่าเสมอ ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : Irregular Rate : A-rate 350 - 600 BPM V-rate Slow VR < 60 BPM Mod VR 60-100 BPM Rapid VR > 100 BPM P Wave : ไม่มี มีแต่ F wave
  47. 47. Atrial Fibrillation (AF)
  48. 48. Atrial Fibrillation (AF)
  49. 49. Atrial Fibrillation (AF)
  50. 50. Supraventricular Tachycardia (SVT) จุดกาเนิด : ectopic focus เหนือ Ventricle ที่ส่งคลื่นไฟฟ้าออกมาอย่างรวดเร็ว ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : Regular Rate : 150-250 BPM P wave : ถ้าอัตราที่เกิดเร็วมากจะมองไม่เห็น P wave ถ้ามองเห็น P wave หัวกลับ ใน lead II, III, aVF PR interval : ถ้าอัตราที่เกิดเร็วไม่สามารถวัด P-R interval ได้ QRS complex : ปกติ เกิดตามหลัง P wave
  51. 51. Supraventricular Tachycardia (SVT) เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจเกิดจาก - SA node reentry - AV node reentry - Intra - atrial reentry
  52. 52. Junctional Rhythm จุดกาเนิด : AV NODE หรือ BUNDLE ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : Regular Rate : 40 – 60 BPM P Wave : พบ P wave หัวตั้งใน lead I และ หัวกลับใน Lead II, III, aVF เนื่องจากประจุไฟฟ้า เดินทางทิศทางตรงกันข้ามจากปกติ อาจไม่เห็น หรือ มีรูปร่างเปลี่ยนไป : หัวกลับ เกิดก่อนหรือ ระหว่างหรือหลัง QRS Complex
  53. 53. Junctional Rhythm Rate 40 – 60 BPM
  54. 54. PR interval ถ้า P wave นาหน้า QRS complex • PR interval จะสั้นกว่า 0.12 วินาที • QRS complex ปกติ • Accelerated Junctional Rhythms rate 60 – 100 ครั้ง/นาที • ถ้า Junctional Tachycardias อัตราเร็วมากกว่า rate >100 ครั้ง/นาที •
  55. 55. Junctional Rhythm • JR can be caused by inferior wall MI, hypoxia, electrolyte disturbances, CHF, valvular disease, cardiomyopathy and medications.
  56. 56. Junctional Rhythm
  57. 57. Premature Ventricular Contraction (PVC) จุดกาเนิด : Ventricle บีบตัวก่อนกาหนด ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : Irregular Rate P Wave : ไม่พบ P wave หรือตามหลัง QRS Complex : มาก่อนกาหนดกว้าง >0.12 sec. Bizarre QRS ST-T มีทิศตรงกันข้ามกับ QRS มี Complete Compensatory Pause
  58. 58. Premature Ventricular Contraction (PVC)
  59. 59. Premature Ventricular Contraction (PVC)
  60. 60. ชนิดของ PVC 1.Bigeminy PVC PVC ที่เกิดสลับกับจังหวะปกติตัวเว้นตัว
  61. 61. ชนิดของ PVC 2.Trigeminy PVC PVC ที่เกิดขึ้น 1 ตัวสลับกับจังหวะปกติ 2 ตัว
  62. 62. ชนิดของ PVC 3.Quadrigeminy PVC ที่เกิดขึ้น 1 ตัวสลับกับจังหวะปกติ 3 ตัว
  63. 63. ชนิดของ PVC 4.Couplet or Pair PVC PVC ที่เกิดขึ้นเป็นคู่ๆ
  64. 64. ชนิดของ PVC 5. Short run VT PVC PVC ที่เกิดติดต่อกัน 3 ตัวขึ้นไป
  65. 65. Ventricular Tachycardia (VT) จุดกาเนิด : Ventricle ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : Regular/Irregular Rate : 150 – 250 BPM P Wave : ไม่ค่อยพบ QRS Complex : กว้างเหมือน PVC T wave มีทิศทางตรงกันข้ามกับ QRS complex
  66. 66. Ventricular Tachycardia (VT)
  67. 67. Ventricular Tachycardia (VT) - Nonsustained Ventricular Tachycardia VT ที่เกิดขึ้นติดต่อกันน้อยกว่า 30 วินาที - Sustained Ventricular Tachycardia VT ที่เกิดขึ้นติดต่อกันมากกว่า 30 วินาที มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียน โลหิตในร่างกาย
  68. 68. Ventricular Tachycardia (VT) - Monomorphic Ventricular tachycardia VT ที่มีลักษณะของ QRS complex รูปแบบเดียว (uniform) - Polymorphic Ventricular tachycardia VT ที่มีลักษณะของ QRS complex ที่มี รูปแบบต่างกัน (multiform)
  69. 69. Ventricular Tachycardia (VT)
  70. 70. Ventricular Fibrillation (VF) จุดกาเนิด : Ventricle ทาให้ Ventricle เต้นเร็วไม่สม่าเสมอไม่ ประสานกันทาให้เกิด Low CO ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Rhythm : สับสน อลม่าน Rate : นับไม่ได้ Wave ต่างๆ : ไม่สามารถแยกแยะได้
  71. 71. Ventricular Fibrillation (VF)
  72. 72. Idioventricular Rhythm
  73. 73. Asystole/Ventricular standstill
  74. 74. Atrioventricular conduction block (AV) •Site of block •Degree of block
  75. 75. Site of AV block 1. AV nodal block 2. Infra AV nodal block
  76. 76. Atrioventricular Block 1. First Degree AV Block 2. Second Degree AV Block - Mobitz type I (Wenckebach) - Mobitz type II 3. Third Degree AV Block (CHB)
  77. 77. First degree AV block (PR >0.2 seconds) PR > 0.2 sec PR > 5 ช่องเล็ก
  78. 78. st 1 degree AV block PR > 0.2 sec
  79. 79. nd 2 degree AV block type I (Wenckebach)
  80. 80. nd 2 degree AV block:Mobitz I (Wenckebach)
  81. 81. nd 2 degree AV block:Mobitz I
  82. 82. nd 2 degree AV block type II (non-Wenckebach)
  83. 83. nd 2 degree AV block Mobitz type II
  84. 84. nd 2 degree AV block : Mobitz II Block Block
  85. 85. nd 2 degree AV block Type I vs Type II Type I TYPE II
  86. 86. rd 3 degree AV block (complete)
  87. 87. rd 3 degree AV block
  88. 88. rd 3 degree AV block
  89. 89. ขอบคุณค่ะ

×