บทที่ 5 ท้องถิ่นไทยภูมิภาคต่างๆ
5.1 สภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว
แต่ละภูมิภาค
5.1.1 ภาคเหนือ
ภาคเหนือประกอบไปด้วยจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัด คือ
แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลาพูน ลาปาง เชียงราย พะเยา น่าน
แพร่ และอุตรดิตถ์ มีพื้นที่
ลักษณะโครงสร้างและลักษณะภูมิประเทศ
ทรัพยากรธรรมชาติ
ดินตะพักลาน้า
2. ทรัพยากรน้า แม่น้าในภาคเหนือเป็นแม่น้าสายสั้น ๆ
ประกอบด้วยหลายสายและมีทะเลสาบน้าจืดที่ใหญ่ที่สุดของภาค คือกว๊าน
พะเยา
3. ทรัพยากรป่ าไม้
ภาคเหนือเป็นภาพที่มี
ทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์
มากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา
ป่าสนเขา และป่าเบญจพรรณ
จังหวัดที่มีเนื้อที่ป่าไม่มากที่สุด
คือ เชียงใหม่ ส่วนจังหวัดที่มี
พื้นที่ป่าไม้น้อยที่สุดคือ ลาพูน
4. ทรัพยากรแร่ธาตุ แร่ธาตุที่
สาคัญของภาคเหนือมีหลายชนิด
เนื่องจากโครงสร้างของหินยุคเท่าแร่
ธาตุสาคัญได้แก่
- แร่ดีบุก พบมากที่สุดใน
จังหวัดเชียงใหม่
- แร่ทังสเตนหรือวุลแฟรม
พบมากที่จังหวัดเชียงราย
- แร่ฟลูออไรต์ พบมากใน
จังหวัด ลาพูน
- แร่แมงกานีส พบมากในจังหวัดลาพูน
เชียงราย เชียงใหม่
- ดินขาว พบมากที่จังหวัดลาปาง
- แร่รัตนชาติ พบมากที่จังหวัดแพร่
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
แหล่องท่องเที่ยวที่สาคัญ
วัดพระธาตุลาปางหลวง
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
5.1.2 ภาคกลาง
ภาคกลางประกอบไปด้วย 22 จังหวัด
ลักษณะโครงสร้าง
และลักษณะภูมิเทศ
ทรัพยากรธรรมชาติ
1. ทรัพยากรดิน
ภาคกลางตอนบนเป็น
ดินตะกอนเก่าไม่เหมาะสมใน
การเพาะปลูกเนื่องจากเกิดการ
จับตัวแข็งในช่วงฤดูแล้ง ดินที่
เหมาะในการเพาะปลูกควร
เป็นดินเหนียวท่าจีนดินเหนียว
ท่าจีน ดินเหนียวองครักษ์ดิน
ร่วนกาแพงแสน และดิน
เหนียวดา
ดินเหนียวท่าจีน
ดินเหนียวท่าจีน
2. ทรัพยากรน้า
ประกอบแม่น้าและลาคลองมากจึงเป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของ
ประเทศ ประกอบด้วยแม่น้าเจ้าพระยา แม่น้าท่าจีน และมีการสร้างเขื่อนต่าง ๆ
เช่น เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เขื่อนกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี เขื่อนป่า
สัก จังหวัดลพบุรี
3. ทรัพยากรป่ าไม้
ภาคกลางมีพื้นที่ของป่าไม้น้อยมาก ส่วนใหญ่พบในภาคกลาง
ตอนบนเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ จังหวัดอุทัยธานีจะมีป่าไม้เหลืออยู่
มากที่สุด ประมาณ 2,620 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ
ห้วยขาแข้ง ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ไม่มีพื้นที่ป่าไม่เหลืออยู่เลย
4. ทรัพยากรแร่ธาตุ
ภาคกลางมีแร่ธาตุไม่มากนัก เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่
ราบ แร่ที่สาคัญคือ แร่โลหะ ได้แก่ ดีบุก เหล็ก แมงกานีส ตะกั่ว ทองคา แร่
อโลหะ ได้แก่ ยิปซัม หินอ่อน ดินมาร์ล หินปูน
แหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญ
พระบรมหาราชวัง หรือพระราชวังพระนคร
พระปฐมเจดีย์ พระมหาเจดีย์ที่ใหญ่
ที่สุดของประเทศไทย การที่ได้ชื่อ
พระปฐมเจดีย์นั้นมาจากการที่
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวทรงผนวชได้จาริกไปยัง
จังหวัดต่างๆ
อุยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
5.1.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วย 19 จังหวัด ได้แก่
เลย หนองคาย นครพนม
อุดรธานี หนองบัวลาภู สกลนคร
ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร
ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด
ยโสธร อานาจเจริญ นครราชสีมา
บุรีรัมย์สุรินทร์ ศรีสะเกษ
อุบลราชธานี
ลักษณะภูมิ
ประเทศภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะโครงสร้างและลักษณะภูมิประเทศ
ทรัพยากรธรรมชาติ
1. ทรัพยากรดิน ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินทรายและ
ขาดธาตุอาหาร ใต้ดินมีเกลือหินทาให้ดินเค็มและแห้ง ไม่เหมาะในการ
เพาะปลูกพืช และทานา
2. ทรัพยากรน้า เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินปนทราย
ไม่สามารถอุ้มน้าได้จึงทาให้ขาดแคลนน้าเป็นสาคัญ จึงต้องอาศัยการ
ชลประทานเข้ามาช่วยมีการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้าขนาดใหญ่เพื่อเก็บกัก
น้า
3. ทรัพยากรป่ าไม้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่ไม่ป่าไม้เหลือน้อย
มากที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นป่าไม้ประเภทป่าแดง ป่าโคก ป่าแพะ หรือป่า
เต็งรัง ถัดมาเป็นป่าเบญจพรรณและป่าทุ่ม
ทองแดง
เกลือหิน
โปแตช
4. ทรัพยากรแร่ธาตุ
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ
ปราสาทหินพนมรุ้ง
แหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญ
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
พระธาตุศรีสองรัก
5.1.4 ภาคตะวันตก
ภาคตะวันตกของ
ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ
53,679 ตารางกิโลเมตร
ประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ
ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี
เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและหุบเขา
ภาคตะวันตก มีความคล้ายคลึงกับ
ภาคเหนือ
แม่น้าสายสาคัญ ได้แก่
-แม่น้าแควน้อย(แม่น้าไทรโยค)
-แม่น้าแควใหญ่(ศรีสวัสดิ์) ซึ่งไหลมาบรรจบกัน เป็นแม่น้าแม่
กลอง
-แม่น้าเมย
-แม่น้าเพชรบุรี
-แม่น้าปราณบุรี
1. ทรัพยากรดิน
2. ทรัพยากรน้า
เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
3. ทรัพยากรป่ าไม้ ภาคตะวันตกมีพื้นที่ป่าไม้มากเป็นอันดับ 2
รองจากภาคเหนือ พื้นที่ป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ
จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดคือ กาญจนบุรีและตาก
4. ทรัพยากรแร่ธาตุ ภาค ตะวันตกมีแร่ธาตุหลายชนิด ที่สาคัญได้แก่ ดีบุก
ทังสเตน เหล็ก ฟลูออไรด์ ฟอสเฟต หินอ่อน แร่รัตนชาติมีพลอย ไพลินที่
กาญจนบุรี หินน้ามัน อยู่บริเวณอาเภอแม่สอด จังหวัดตาก
พลอย ไพลิน
อาเภอสวนผึ้ง
แหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญ
หัวหิน
ด่านเจดีย์สามองค์
5.1.5 ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออก
ประกอบด้วย 7 จังหวัด คือ
จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี
ระนอง จันทบุรี ปราจีนบุรี
สระแก้ว และตราด มีจังหวัด
เดียวในภาคนี้ที่ไม่มีพื้นที่ติด
ทะเล คือ ปราจีนบุรี
ลักษณะภูมิประเทศ
ทรัพยากรธรรมชาติของภาคตะวันออก
1. ทรัพยากรดิน ภาคตะวันออกเป็นภาคที่ดินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ โดยมี
ลักษณะของดินแตกต่างกัน ดังนี้
- ดินบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้า ซึ่งอยู่ตามลุ่มแม่น้าต่าง ๆ ใช้ในการเพาะปลูก
ข้าว บางบริเวณจะได้รับอิทธิพลจากแม่น้าทะเลที่หนุนขึ้นมาท่วม ทาให้คุณภาพ
ของดินไม่ดี
- ดินบริเวณที่ราบชายฝั่งทะเล เป็นเขตที่ปลูกพืชบางประเภทได้เช่น
มะพร้าว
2. ทรัพยากรน้า แหล่งน้าที่สาคัญของภาค ได้มาจาก 2 แหล่ง คือ
- แหล่งน้าบนผิวดิน ได้แก่ แม่น้าสายต่าง ๆ อ่าง เก็บน้าและเขื่อนต่าง ๆ
- แหล่งน้าใต้ดิน จะมีมากในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้าบริเวณอื่น ๆ มีแหล่งน้า
ใต้ดินน้อย เพราะลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลูกฟูก
3. ทรัพยากรป่ าไม้ ป่าไม้ของภาคตะวันออกในปัจจุบันถูกทาลาย
ลงไปมาก เพราะการขยายตัวของการ อุตสาหกรรมทุกประเภท จังหวัดที่
ยังมีป่าไม้หลงเหลืออยู่ คือ ปราจีนบุรี ลักษณะป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้
ผลัดใบ สัตว์ป่าในภาคตะวันออก เหมือนกับทุกภาคที่มีจานวนลดน้อยลง
แม้ว่าจะมีเขตอุทยานหลายแห่งในภาคตะวัน ออก คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์
ป่าเขาเขียว อุทยานแห่งชาติทุ่งสียัด (ฉะเชิงเทรา)
แร่พลวง
แร่ทรายแก้ว
เกาะสีชัง
แหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญ
หาดบางแสน
ปราสาทเขาน้อย
5.1.6 ภาคใต้
ภาคใต้
ประกอบด้วย 14 จังหวัด
ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช สงขลา
พัทลุง ปัตตานี ยะลา
นราธิวาส ระนอง พังงา
ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ลักษณะภูมิประเทศ
ทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้
1. ทรัพยากรดิน
ภาค ใต้ส่วนใหญ่เป็นดินปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่า ไม่เหมาะ
สาหรับการเพาะปลูก ส่วนบริเวณที่ราบลุ่มต่า (พรุ) มีน้าท่วมขังไม่
สามารถใช้ประโยชน์ได้ส่วนที่ราบลุ่มแม่น้าใช้ปลูกข้าว และสวนผลไม้
ส่วนดินบริเวณที่สูงเป็นดินเหนียวหรือดินลูกรัง เหมาะในการปลูก
ยางพาราและปาล์มน้ามัน
2. ทรัพยากรน้า
ภาค ใต้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี แต่มีปัญหาในการขาดแคลนน้าเนื่องจากมี
แม่น้าสายสั้น ๆ ไม่สามารถเก็บกักน้าได้ส่วนใหญ่จะใช้น้าจากการขุด
เจาะบ่อบาดาลและได้จากเขื่อนต่าง ๆ ได้แก่ เขื่อนคลองหลา จังหวัด
สงขลา เขื่อนปัตตานี จังหวัดปัตตานี เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์
ธานี
3. ทรัพยากรป่ าไม้
พื้นที่ ป่าไม้ส่วนใหญ่ในภาคใต้เป็นป่าดิบชื้นตามเทือกเขา และป่าชายเลน
จังหวัดที่ป่าไม้มากสุดคือ สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นป่าแพะ ป่าโคก ขึ้นปะปนกับทุ่ง
หญ้าสะวันนา ไม้ที่สาคัญของภาคใต้คือ ไม้เบญจพรรณและไม้จากป่าชายเลน
ถ่านหิน
แหลมพรหมเทพ
แหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญ
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา
อุทยานแห่งชาติหาดพรัตน์ธารา –
หมู่เกาะพีพี
5.2 สภาพเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพแต่ละภูมิภาค
5.2.1 ภาคเหนือ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
1. เกษตรกรรม กิจกรรมที่ทารายได้ต่อประชากรภาคเหนือ ได้แก่
การทาสวน ทาไร่ ทานา และเลี้ยงสัตว์ พืชผลที่สาคัญได้แก่ ข้าว ยาสูบ
กระเทียม ถั่วเหลือง เป็นต้น
2. อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมในครัวเรือนนิยมทากันมากที่สุด เช่น
ทาร่มกระดาษ แกะสลักไม้ จักสาน เครื่องปั่นดินเผาเครื่องเคลือบ ทอผ้า
3. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเนื่องจากมี
ภูมิประเทศที่สวยงาม อากาศดี มีวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีและอนุรักษ์ไว้
5.2.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
1.การเกษตรกรรม ได้มีการเพาะปลูกมากที่สุด แต่ผลิตต่อไร่ต่าสุด
เนื่องดินไม่สมบูรณ์ เช่น การปลูกข้าว พืชไร่ที่สาคัญ ได้แก่ มันสาปะหลัง
อ้อย ข้าวโพด ปอ ฝ้าย
2. การเลี้ยงสัตว์ เป็นภาคที่มีการเลี้ยงโค กระบือมากที่สุด เพาระมี
อากาศและทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์
3. อุตสาหกรรม ในภาคนี้มีอุตสาหกรรมที่เกิดจากการแปร
รูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น โรงสี โรงงานน้าตาล โรงทอ ฯลฯ
และยังมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
4. เกลือสินเธาว์ มีแหล่งผลิตอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม
ขอนแก่น นครราชสีมา
5.2.3 ภาคกลาง
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
1. การเกษตรกรรม ประชากรในภาคกลางมีการปลูกข้าวเป็น
อาชีพ เพราะอยู่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่ราบลุ่มแม่น้า ส่วน
การปลูกพืชไร่จะปลูกบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี
นครปฐม
2. การเลี้ยงสัตว์ มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็น
อาหาร เช่น สุกร เป็ด ไก่
3. การประมง มีการทาประมงน้าจืดมากที่สุด ส่วนประมง
น้าเค็มและน้ากร่อยจะอยู่บริเวณจังหวัดที่อยู่ติดชายทะเล
4. อุสาหกรรม เป็นภาคที่มีการทาอุตสาหกรรมมากที่สุด เช่น
อุตสาหกรรมอาหารกระป๋ อง ประกอบรถยนต์ โรงงานปูนซีเมนต์ ซึ่ง
ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
5. การค้าและบริการ เป็นอาชีพที่มีมากที่สุด มีทั้งการค้า
ภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการบริการด้านต่าง ๆ เช่น
การท่องเที่ยว การธนาคาร การแพทย์ เป็นต้น
5.2.4 ภาคตะวันตก
กิจกรรทางเศรษฐกิจที่สาคัญ
1. การเกษตรกรรม การปลูกพืชไร่ ได้แก่ อ้อย สับปะรด มัน
สาปะหลัง ปลูกมากที่สุดที่จังหวัดกาญจนบุรี
2. การเลี้ยงสัตว์ เป็นการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นการค้าและอาหาร
3. การป่ าไม้ เคยมีป่าไม้มากปัจจุบันทาการค้าโดยสั่งซื้อจาก
ประเทศพม่า
4. การประมง มีการทาประมงน้าเค็มและน้ากร่อย
5. การทาเหมืองแร่ ได้แก่ แร่ดีบุค วุลแฟรม ทังสเตน
6. อุสาหกรรม ได้แก่ อุสาหกรรมสับปรดกระป๋ อง ผลิตน้าตาล
การปั้นโอ่งที่ราชบุรี และท่องเที่ยว
5.2.4 ภาคตะวันออก
กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สาคัญ
1. การเกษตรกรรม ที่ราบลุ่มแม่น้าต่างๆ จะทานาส่วนใหญ่ พืชผล
ที่สาคัญได้แก่ เงาะ ทุเรียน มังคุด ขนุน เป็นต้น
2. การเลี้ยงสัตว์ มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ได้แก่ เป็ด ไก่
3. การประมง มีการทาประมงน้าเค็มบริเวณชายฝั่งที่ติดทะเล เช่น
ชลบุรี ระยอง ส่วนประมงน้าจืดที่ จังหวัดปราจีนบุรี
4. การทาเหมืองแร่ แร่รัตนชาติที่จังหวัดจันทบุรีและตราด
5. อุสาหกรรม มีการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเล จัดเป็นนิคม
อุสาหกรรม เช่น แหลมฉบังเป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุสาหกรรมหนัก
สัตหีบเป็นอุตสาหกรรมการต่อเรือ ขนถ่ายสินค้าทางเรือ
5.2.6 ภาคใต้
กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สาคัญ
1. การเกษตรกรรม ที่ทารายได้มากที่สุดคือ การทาสวนยางพารา
สวนมะพร้าว เงาะ ทุเรียน และมังคุด
2. การประมง ทาได้ทุกจังหวัดที่มีอาราเขตติดต่อกับทะเล ยกเว้น
จังหวัดยะลา
3. การทาเหมืองแร่ ภาคใต้มีการทาเหมืองแร่มากที่สุด และเป็น
รายได้สาคัญของภาคใต้
4. อุสาหกรรม อุสาหกรรมพื้นบ้านที่นิยม เช่น การจักสานด้วยหวาย
หญ้าลิเภา
5. การค้าและบริการ มีการค้าขายแถบชายแดนไทยมาเลเซีย และมี
สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย
5.3 ชาติพันธุ์ต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค
5.3.1 ความหมายของกลุ่มชาติพันธุ์
คาว่า "ชาติพันธุ์" และ "ชาติพันธุ์วิทยา" เป็นคาใหม่ในภาษาไทย
การทาความเข้าใจเรื่องชาติพันธุ์ จาเป็นจะต้องพิจารณา เปรียบเทียบกับเรื่อง
เชื้อชาติ และสัญชาติ อาจเปรียบเทียบเชื้อชาติ สัญชาติ และชาติพันธุ์ได้ดังนี้
1. เชื้อชาติ (race)
คือ ลักษณะทางชีวภาพของคน ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนจากลักษณะ
รูปพรรณ สีผิว เส้นผม และตา การแบ่งกลุ่ม เชื้อชาติ (racial group) มักแบ่ง
ออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ นิกรอยด์ (Negroid) มองโกลอยด์ (Mongoloid) และ
คอเคซอยด์ (Caucasoid) ในตอนหลังได้เพิ่มออสตราลอยด์(Australoid) โพ
ลินีเชียน (Polynesian) ฯลฯ อีกด้วย
2. สัญชาติ (nationality)
คือ การเป็นสมาชิกของประเทศใดประเทศหนึ่งตาม
กฎหมาย โดยที่ลักษณะทางชีวภาพและวัฒนธรรมอาจแตกต่างกัน
ได้การเป็นสมาชิกของประเทศย่อมหมายถึงการเป็นประชาชน
ของประเทศนั้น ผู้ที่อพยพมาจากที่อื่น เพื่อมาตั้งถิ่นฐานสามารถ
โอนสัญชาติมาได้ผู้ที่เปลี่ยนสัญชาติ คือ ผู้ที่เปลี่ยนฐานะจากการ
เป็นประชาชนของประเทศหนึ่ง มาเป็นประชาชนของอีกประเทศ
หนึ่ง
3. ชาติพันธุ์ (ethnicity หรือ ethnos)
คือ การมีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษาพูดเดียวกัน และ
เชื่อว่า สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษกลุ่มเดียวกัน เช่น ไทย พม่า กะเหรี่ยง จีน
ลาว เป็นต้น กลุ่มชาติพันธุ์หรือกลุ่มวัฒนธรรมมีลักษณะเด่นคือ เป็นกลุ่มคน
ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน บรรพบุรุษในที่นี้หมายถึงบรรพบุรุษ
ทางสายเลือด ซึ่งมีลักษณะทางชีวภาพและรูปพรรณ (เชื้อชาติ) เหมือนกัน
รวมทั้งบรรพบุรุษทางวัฒนธรรมด้วย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันจะมี
ความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด และทางวัฒนธรรมพร้อมๆ กันไปเป็น
ความรู้สึกผูกพันที่ช่วยเสริมสร้างอัตลักษณ์ของบุคคลและของ ชาติพันธุ์
และในขณะเดียวกันก็สามารถเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดความเป็นอันหนึ่ง
อัน เดียวกันได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าผู้ที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์นับถือศาสนา
เดียวกันความรู้สึกผูกพันนี้อาจ เรียกว่า "สานึก" ทางชาติพันธุ์ หรือชาติ
ลักษณ์ (ethnic identity)
5.3.2 ความหลากหลายทางชาติพันธุ์
ความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ จะส่งเสริมให้เกิด
ความสัมพันธ์ที่ดีได้ถ้าเข้าใจว่าความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ชาติพันธุ์เกิดขึ้น
ได้อย่างไร แม้จะมีความเข้าใจระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์เกิดขึ้นก็ตามในสังคม
โลก ปัจจุบันยังคงมีการแบ่งแยกระหว่างชาติพันธุ์เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ในที่นี้ผู้
เรียบเรียงจักได้นาเสนอถึงสาเหตุของการแบ่งแยกระหว่างกลุ่ม ชาติพันธุ์
ซึ่งสามารถสรุปได้5 ลักษณะ กล่าวคือ
1) เกิดจากการแบ่งแยกโดยวัฒนธรรมชนชั้น
ในสังคมบางสังคมมีการแบ่งชนชั้นและคนที่อยู่ในชนชั้นต่าที่สุด
จะถือเป็นกลุ่มชนที่อยู่นอกระบบสังคมนั้น เช่น วรรณะจัณฑาลในอินเดีย
เอทาหรือบูราคูในประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น คนที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน
แต่ถูกสังคมระบุว่าเป็นคนชนชั้นต่า ถือว่าเป็นผู้ที่น่ารังเกียจและไม่ควรอยู่
ร่วมสังคมกับสมาชิกส่วนใหญ่ จนกลายเป็นชนกลุ่มน้อยของสังคมนั้น
เป็นผู้ที่ปราศจากศักดิ์ศรี ไม่มีอานาจ และไม่มีสิทธิทางสังคมเท่าเทียมคน
อื่น ปัจจุบันทั้งประเทศอินเดียและประเทศญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายยกเลิก
วรรณะจัณฑาล และบูราคูแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีการกีดกันอยู่
ความแตกต่างภายในกลุ่มชาติพันธุ์เดียว กันนี้ ถือเป็นรูปแบบความ
แตกต่างทางชาติพันธุ์รูปแบบหนึ่ง นั่นเอง
2) เกิดจากการแบ่งแยกจากลักษณะทางภูมิศาสตร์
กลุ่มชนที่มีชาติพันธุ์ต่างจากคนส่วนใหญ่ และตั้งถิ่นฐานอยู่ใน
บริเวณที่ห่างไกล เช่น ชาวเขา มักจะถูกตัดขาดจากสังคมพื้นราบโดยไม่ได้
รับข่าวสารอย่างสม่าเสมอจากคนพื้น ราบในส่วนกลาง การขาดการ
ติดต่อสื่อสารที่ดีนั้นอาจทาให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจทาให้มี ปฏิกิริยา
ต่อต้านอานาจรัฐได้ในกรณีของประเทศไทย รัฐบาลได้พยายาม
ติดต่อสื่อสารกับชาวเขาอยู่เสมอ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างชาวเขากับรัฐบาลไทยจึงมักไม่เกิดปัญหาเท่าใดนัก
4) เกิดจากการย้ายถิ่น
ความแตกต่างทางชาติพันธุ์อาจมีสาเหตุมาจากการที่คนจานวนหนึ่ง
อพยพย้ายถิ่นเข้าไปอยู่ในสังคมอื่น โดยที่คนกลุ่มนี้มีลักษณะทางวัฒนธรรม
แตกต่างจากคนในสังคมที่ตนย้ายเข้าไป อยู่รูปแบบของการย้ายถิ่นมีได้
หลายรูปแบบ เช่นกลุ่มชาติพันธุ์จีนและแขก (อินเดีย) ในประเทศไทย กลุ่ม
ชาติพันธุ์ยุโรปในประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น
กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย
ในปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ประมาณ50 กลุ่มชาติ
พันธุ์
การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการสืบค้นข้อมูล
ในหลายด้าน ทั้งเอกสาน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งในการ
นาเสนอข้อมูลประเด็นนี้เป็นการยกตัวอย่างของกลุ่มชาติพันธุ์และละภูมิภาค
ดังนี้
1) กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือ ได้แก่ กะเหรี่ยง
2) กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคกลาง ได้แก่ ชาวมอญ
3) กลุ่มชาติพันธุ์ตะวันตกและภาคกลางได้แก่ ชาวโซ่ง หรือลาวโซ่ง
4.) กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ชาวผู้ไท
5) กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคใต้ ได้แก่ ชาวมันนิ (ซาไก)
5.4 วัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค
5.4.1 ภาคเหนือ
วิถีการดาเนินชีวิต
การแต่กาย
อาหาร
ภาษา มีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตัวเอง หรือที่เรียกว่า “คา
เมือง” จะใช้กันแพร่หลานในภาคเหนือตอนบน ส่วนภาคเหนือตอนล่างเคย
อยู่ร่วมกับสุโขทัย อยุธยาทาให้ประเพณี และวัฒนธรรมมีลักษณะคล้ายกับ
ภาคกลาง ภาษาพูดจะมีลักษณะช้าและนุ่มนวล เช่น อู้(พูด) เจ้า (ค่ะ) แอ่ว
(เที่ยว) กิ๊ดฮอด (คิดถึง) เป็นต้น
ความเชื่อท้องถิ่น พิธีสืบชะตา
การทาร่ม เครื่องเขิน เครื่องไม้แกะสลัก
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ศิลปะท้องถิ่น ใน
ภาคเหนือมีศิลปะท้องถิ่นที่เป็น
เอกลักษณ์ของภาคเหนือทั้งที่เป็น
สถาปัตยกรรมประติมากรรมและ
จิตกรรม ซึ่งได้แก่
เรือนไทยภาคเหนือ
วิหารหรืออุโบสถ
ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีตานก๋วยสลาก
5.4.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วิถีการดาเนินชีวิต
ภาษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสาเนียงคล้ายภาษาลาว ซึ่งเรามักจะ
เรียกว่า “ภาษาอีสาน” ภาษาอีสานเช่นคาว่า เว้า(พูด) แซบ (อร่อย) เคียด
(โกรธ) นา (ด้วย)
การแต่งกาย
อาหาร
ความเชื่อท้องถิ่น
ศิลปะท้องถิ่น มีงานศิลปะที่โดดเด่นไม่แพ้ภาคใด เช่น
จิตกรรม และสถาปัตยกรรม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในภาคอีสานมีงาน
ฝีมือพ้นบ้านมากมายไม่แพ้ภาคอื่นๆ
ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องปั้นดินเผา
เครื่องจักสาน
ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีแห่ประสาทผึ้ง
ประเพณีบุญบังไฟ
5.4.3 ภาคกลาง
วิถีการดาเนินชีวิต
ภาษา ส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยกลางเป็นภาษาราชการ ยกเว้นคนบาง
กลุ่มที่มีบพรรบุรุษเป็นชาวจีน ชาวมอญ หรือชาวลาวพวน ซึ่งมีสาเนียงที่
แตกต่างออกไป
การแต่งกาย
อาหาร
ศิลปะท้องถิ่น ภาคกลางมีศิลปะหลายแขนงซึ่งได้ว่า
เป็นงานศิลปกรรมที่เป็นศิลปะแบบไทย ประเพณี
ทั่วไป ซึ่งมีงานศิลปกรรมดังต่อไปนี้
เรือนไทยกลาง
อุโบสถ หรือ โบสถ์
ความเชื่อท้องถิ่น คนทั่วไปในภาคกลาง มีความเชื่อถือเรื่องโชคลาง
ฤกษ์ยามมาตั้งแต่โบราณ ความเชื่อถือเหล่านั้นยังหลงเหลือติดมาถึงปัจจุบัน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคกลางมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย เช่น
เครื่องทองลงหิน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน ผ้าทอพื้นเมือง
เป็นต้น
จิตกรรม งานวาดภาพจิตกรรมฝาผนังในภาคกลางเป็นแบบ
ประเพณีนิยมที่ได้รับการสืบทอดมาแต่โบราณ
ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีการตักบาตรดอกไม้
ประเพณีรับบัว
5.4.4 ภาคตะวันตก
วิถีการดาเนินชีวิต
การแต่งกาย จะเหมือนคนภาคกลาง จะมีบางพวกที่เป็นชาติพันธุ์
อื่นๆ ซึ่งจะแต่งกายแตกต่างไปตามวัฒนธรรมของตนเอง
อาหาร ภาคตะวันตกเป็นส่วนที่มีภูมิภาคติดต่อกับภาคกลางดังนั้น
อาหารการกินส่วนใหญ่จึงมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับทางภาคกลาง
ภาษา ใช้ภาษากลาง จะมีบางกลุ่มที่ใช้ภาษาชาติพันธุ์ของตนเอง
ความเชื่อท้องถิ่น มีความเชื่อในเรื่องการทาขวัญข้าวจัดขึ้นในช่วงนา
ปี โดยชาวบ้านจะจัดเตรียมผ้า สามเหลี่ยมหลากสี อาหารคราวหวาน ของ
เปรี้ยว ดอกไม้ธูปเทียน และน้าหอม เพื่อไปขอขมาพระแม่โพสพและขอพร
จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาให้การทานาผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี
ความเชื่อท้องถิ่น มีความเชื่อในเรื่องการ
ทาขวัญข้าวจัดขึ้นในช่วงนาปี
ภูมิปัญญาท้องถิ่น จะเหมือนกับภาคกลาง ได้แก่พวกเครื่องจักสาน
เฟอร์นิเจอร์ไม้ เครื่องปั้นดินเผา ที่มีชื่อเสียงก็อย่างเช่น โอ่งมังกรราชบุรี
ขนมหม้อข้าวหม้อแกง ของเมืองเพชรบุรี
ศิลปะท้องถิ่น จะเหมือนศิลปะของทางภาคกลางเพราะมีพื้นที่
ติดต่อกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นอิทธิพลทางด้านศิลปะต่างๆ จึงส่งอิทธิพลต่อ
กันอย่างมากมาย
ประเพณีท้องถิ่น ประเพณีข้าวห่อ จัด
ในวันขึ้น ๑๕ ค่า
5.4.5 ภาคตะวันออก
วิถีการดาเนินชีวิต
การแต่งกาย จะไม่มีเอกลักษณ์พิเศษใดๆ จะเหมือนกับการแต่งกาย
ของภาคกลางที่เน้นเรื่องความเรียบง่าย
อาหาร ภาคตะวันออกจะติดกับทะเลดังนั้นอาหารส่วนใหญ่จึงเป็น
ผลิตผลที่มาจากท้องทะเลเป็นหลัก
ภาษา จะมีสาเนียงการพูดที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น จังหวัดระยอง
จันทบุรีและตราด ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะเหมือนกับภาคกลาง
ความเชื่อท้องถิ่น จะมีความเชื่อเหมือนกับภาคกลาง ความเชื่อในเรื่อง
โชคลาง ความเชื่อในเรื่องภูตผีวิญญาณต่างๆ ซึ่งเป็นความเชื่อทั่วไปที่ปรากฏ
อยู่ในสังคมไทย
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
งานหัตกรรมที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ เสื่อจันบูร กระเป๋ าและ
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทาจากกก นอกจากนี้ยังมีอาหารแห้งที่แปรรูปจากสัตว์
ทะเล
ศิลปะท้องถิ่น ลักษณะจะไม่แตกต่างจากทางภาคกลาง
มากนัก โบสถ์วิหารอาคารบ้านเรือนโดยทั่วไปก็เป็นแบบนิยม
ในภาคกลาง
ประเพณีท้องถิ่น ประเพณีวิ่งควาย
5.4.6 ภาคใต้
วิถีการดาเนินชีวิต
ภาษา มีการพูดแบบห้วนๆ สั้นๆ เป็นเอกลักษณ์ เรียกว่า “ภาษาใต้
หรือแลงใต้”
การแต่งกาย
อาหาร
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคใต้มีงานหัตกรรมที่แสดงออกถึงภูมิ
ปัญญาท้องถิ่นและวัสดุในท้องถิ่นที่สามารถนามาทาประโยชน์สร้าง
รายได้ให้กับตนเอง เช่น การทาเครื่องมุข เครื่องเขิน ผลิตภัณฑ์จาก
ป่านศรนารายณ์ เครื่องถม ประเป๋ าถือสตรีที่ทามาจากหญ้าลิเภา เป็น
ต้น
ความเชื่อ ในประเพณีทาบุญเดือนสิบหรือเรียกว่า
ประเพณีชิงเปรต
ศิลปะท้องถิ่น
เรือนไทยภาคใต้ โดยเอกลักษณ์ของ
เรือนภาคใต้อยู่ที่หลังคาเรือนและเสาเรือนจะ
เป็นเสาไม้ตั้งบนฐานคอนกรีต
หลังคาปั้นหยา
ประเพณีท้องถิ่น
เป็นประเพณีเนื่องในพุทธศาสนากระทาจากวันมหาปวารณา
หรือวันออกพรรษา 1 วัน ตรงกับวันแรม 1 ค่า เดือน 11 โดย
พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบน
บุษบกที่วางอยู่บนเหนือหัวเรือรถ หรือล้อเลื่อน แล้วแห่ตามถนน
หนทาง

บทที่ 5 ท้องถิ่นไทยภูมิภาคต่างๆ