การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ถือเป็นกระบวนการในการทาโครงงานที่ต้องดาเนินการอย่างเป็น
ลาดับขั้นตอน เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดต่อการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน
หัวข้อส่วนใหญ่ที่นามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คาถาม หรือ
ความสนใจในเรื่องต่างๆ การสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว
ปัญหาที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์นั้นได้จากแหล่งที่ต่างกัน ได้แก่ การอ่าน
ค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุโทรทัศน์ ข้อมูลข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการ
สนทนา อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ กิจกรรมการ
เรียนการสอนในโรงเรียน งานอดิเรกของนักเรียน การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวด
โครงงานคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบสาคัญใน
การตัดสินใจเลือกหัวข้อ
ที่จะนามาพัฒนา
โครงงานคอมพิวเตอร์
1. มีความรู้และ
ทักษะพื้นฐานอย่าง
เพียงพอในหัวข้อ
เรื่องที่จะศึกษา
2. สามารถจัดหา
เครื่องคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ และ
วัสดุอุปกรณ์
ที่เกี่ยวข้องได้
3. มีแหล่งความรู้
เพียงพอที่จะค้นคว้า
หรือขอคาปรึกษา
4. มีเวลาเพียงพอ
5. มีงบประมาณ
เพียงพอ
6. มีความปลอดภัย
ใบความรู้ที่ 2
ขั้นตอนการพัฒนาโครงงาน
2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ
จะช่วยให้เกิดแนวคิดในการกาหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นและ
ได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษา จนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้น
ได้อย่างเหมาะสม
ในการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูลจะต้องได้คาตอบว่า จะทาอะไร ทาไมต้องทา
ต้องการให้เกิดอะไร ทาอย่างไร ใช้ทรัพยากรอะไร ทากับใคร และจะเสนอผลงานอย่างไร
3. การจัดทาข้อเสนอโครงงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานเป็นการจัดทาเค้าโครงของโครงงานเพื่อเสนอครูที่ปรึกษา โดยมี
วัตถุประสงค์ ดังนี้
1. ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิง และรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ
2. วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกาหนดขอบเขตและลักษณะของโครงงานที่จะพัฒนา
3. ออกแบบการพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปลภาษา
โปรแกรม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้
4. กาหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทาเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทาโครงงาน และสรุป
รายงานโครงงาน โดยกาหนดช่วงเวลาอย่างกว้างๆ
5. ทาการพัฒนาโครงงานขั้นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทาการพัฒนาส่วนย่อยๆ
บางส่วน ตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นาผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุงแผนการทดลองที่ออกแบบ
ไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
6. เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่อครูที่ปรึกษา เพื่อขอคาแนะนาและปรับปรุงแก้ไข เพราะ
ในการวางแผนการศึกษาพัฒนา ความคิดของนักเรียนอาจยังไม่ครอบคลุมทุกด้านเนื่องจากยังขาด
ประสบการณ์ จึงควรถ่ายทอดความคิดที่ได้ศึกษาและบันทึกไว้ให้ครูทราบเพื่อรับคาแนะนา และนาไป
ปรับใช้ให้เกิดความเหมาะสม
เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่องที่จะทาโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง
วางแผนการทาโครงงานทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จึงทาการเขียนเค้าโครงของโครงงานเพื่อใช้เป็น
กรอบแนวคิดและแนวทางในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการในการวางแผนทาโครงงานแล้ว ยังต้องมีข้อตกลงและ
เงื่อนไขต่างๆ เช่น การขออนุญาตใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์
เครื่องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เพื่อช่วยในการทาโครงงานดาเนินไปอย่างราบรื่น โดยมี
องค์ประกอบเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ ดังนี้
องค์ประกอบของโครงงานคอมพิวเตอร์
1. ชื่อโครงงาน ต้องสื่อว่าทาอะไรกับใคร เพื่ออะไร เช่น
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา โครงงานพัฒนาเครื่องมือ
2. ชื่อผู้จัดทา ระบุถึงผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายกลุ่มหรือ
รายบุคคลก็ได้
3. ครูที่ปรึกษา ระบุชื่อ สกุล ของครูผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษาควบคุม
การทาโครงงานของนักเรียน
4. ระยะเวลาดาเนินงาน ให้ระบุเวลาตั้งแต่เริ่มทา โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วย
ในการบริหารจัดการเพื่อใช้วางแผนควบคุมการทางาน
5. แนวคิด ที่มา อธิบายถึงสาเหตุที่เลือกทาโรงงาน กล่าวถึงความต้องการ
และความคาดหวังที่จะเกิดผล
6. วัตถุประสงค์ ระบุสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานนี้ในเชิง
กระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้
7. หลักการทฤษฎี อธิบายหลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ที่นามาใช้ใน
โครงงาน
8. วิธีดาเนินงาน กล่าวถึงกิจกรรมหรือขั้นตอนการดาเนินงาน
9. ขั้นตอนปฏิบัติ กล่าวถึงวันเวลาและการดาเนินกิจการต่างๆ
ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น
10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ระบุถึงสภาพของผลที่ต้องการให้เกิด
รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
11. เอกสารอ้างอิง ระบุชื่อเอกสารข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ
ที่นามาใช้ในการดาเนินการ
4. การพัฒนาโครงงาน
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากครูที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการ
ลงมือพัฒนาโครงงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ เช่น จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม รวมทั้งการกาหนด
หน้าที่ ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจน แล้วจึงดาเนินการทาโครงงาน ขณะเดียวกันต้อง
มีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาโครงงานเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่
พัฒนาขึ้นนั้น ทางานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และเกิดประสิทธิภาพ
ตามขั้นตอน ดังนี้
1. การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้
พร้อม และควรเตรียมสมุดบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์สาหรับบันทึกการทา
กิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน ได้แก่ การดาเนินการเป็นอย่างไร ได้อย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้
หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
2. การลงมือพัฒนา เป็นการปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโรง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงหรือ
เพิ่มเติมได้ หากพบว่าจะช่วยทาให้ผลงานพัฒนาได้ดีขึ้น โดยจัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็น
หลักสาคัญให้เสร็จก่อน จึงค่อยทาส่วนที่เป้นส่วนประกอบหรือส่วนเสริม เพื่อให้โรงงานมีความ
สมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทาให้ตกลงรายละเอียดในการเชื่อมต่อชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย
รวมทั้งต้องพัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน
3. การทดสอบและแก้ไข เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่
พัฒนาขึ้น ทางานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ
4. การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วยข้อความที่สั้น
กระทัดรัดครอบคลุมหัวข้อโครงงาน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงานและ
ทาการอภิปรายผล เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนาไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ
ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของ
ผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้
5. แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว
นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญหรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะ สาหรับผู้ที่
สนใจจะนาไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
5. การเขียนรายงานโครงงาน
การเขียนรายงาน เป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษา
ค้นคว้าข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น โดยในการเขียน
รายงานนั้น ควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ ตรงไปตรงมา รวมทั้งให้จัดทาคู่มือการใช้งาน
ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อที่จะ
ใช้กับโครงงานนั้น
3. ความต้องการของชอฟต์แวร์ ระบุรายละเอียดชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้กับเครื่อง
คอมพิวเตอร์เพื่อจะให้โรงงานนั้นทางานได้อย่างสมบูรณ์
4. คุณลักษณะของโครงงาน ซึ่งอธิบายว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูล
ขาเข้า และอะไรที่ออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงาน
ทางานในฟังก์ชันหนึ่งๆ
6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
การนาเสนอและแสดงโครงงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากการพัฒนาโครงงานเสร็จ
เรียบร้อยตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ โดยเป็นการนาเสนอรายงานสรุปผลการ
ดาเนินการในการจัดทาโครงงาน และโปรแกรมที่ได้พัฒนาขึ้นมาให้กับคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้อง
ของโครงงานนั้นๆ ซึ่งจัดเป็นขั้นตอนที่สาคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออกถึง
ผลิตผลทางความคิด ความพยายามในการทางานที่ผู้ทาโรงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทาให้ผู้อื่นได้รับรู้
และเข้าใจถึงผลงานนั้น

ใบความรู้ที่ 2 ขั้นตอนการพัฒนาโครงงาน

  • 1.
    การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ถือเป็นกระบวนการในการทาโครงงานที่ต้องดาเนินการอย่างเป็น ลาดับขั้นตอน เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดต่อการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน หัวข้อส่วนใหญ่ที่นามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คาถาม หรือ ความสนใจในเรื่องต่างๆ การสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์นั้นได้จากแหล่งที่ต่างกัน ได้แก่ การอ่าน ค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุโทรทัศน์ ข้อมูลข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการ สนทนา อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ กิจกรรมการ เรียนการสอนในโรงเรียน งานอดิเรกของนักเรียน การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวด โครงงานคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบสาคัญใน การตัดสินใจเลือกหัวข้อ ที่จะนามาพัฒนา โครงงานคอมพิวเตอร์ 1. มีความรู้และ ทักษะพื้นฐานอย่าง เพียงพอในหัวข้อ เรื่องที่จะศึกษา 2. สามารถจัดหา เครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และ วัสดุอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องได้ 3. มีแหล่งความรู้ เพียงพอที่จะค้นคว้า หรือขอคาปรึกษา 4. มีเวลาเพียงพอ 5. มีงบประมาณ เพียงพอ 6. มีความปลอดภัย ใบความรู้ที่ 2 ขั้นตอนการพัฒนาโครงงาน
  • 2.
    2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้เกิดแนวคิดในการกาหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นและ ได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้น ได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูลจะต้องได้คาตอบว่า จะทาอะไร ทาไมต้องทา ต้องการให้เกิดอะไร ทาอย่างไร ใช้ทรัพยากรอะไร ทากับใคร และจะเสนอผลงานอย่างไร 3. การจัดทาข้อเสนอโครงงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานเป็นการจัดทาเค้าโครงของโครงงานเพื่อเสนอครูที่ปรึกษา โดยมี วัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิง และรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ 2. วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกาหนดขอบเขตและลักษณะของโครงงานที่จะพัฒนา 3. ออกแบบการพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปลภาษา โปรแกรม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ 4. กาหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทาเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทาโครงงาน และสรุป รายงานโครงงาน โดยกาหนดช่วงเวลาอย่างกว้างๆ 5. ทาการพัฒนาโครงงานขั้นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทาการพัฒนาส่วนย่อยๆ บางส่วน ตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นาผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุงแผนการทดลองที่ออกแบบ ไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น 6. เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่อครูที่ปรึกษา เพื่อขอคาแนะนาและปรับปรุงแก้ไข เพราะ ในการวางแผนการศึกษาพัฒนา ความคิดของนักเรียนอาจยังไม่ครอบคลุมทุกด้านเนื่องจากยังขาด ประสบการณ์ จึงควรถ่ายทอดความคิดที่ได้ศึกษาและบันทึกไว้ให้ครูทราบเพื่อรับคาแนะนา และนาไป ปรับใช้ให้เกิดความเหมาะสม
  • 3.
    เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่องที่จะทาโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง วางแผนการทาโครงงานทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้วจึงทาการเขียนเค้าโครงของโครงงานเพื่อใช้เป็น กรอบแนวคิดและแนวทางในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการในการวางแผนทาโครงงานแล้ว ยังต้องมีข้อตกลงและ เงื่อนไขต่างๆ เช่น การขออนุญาตใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ เครื่องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เพื่อช่วยในการทาโครงงานดาเนินไปอย่างราบรื่น โดยมี องค์ประกอบเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ ดังนี้ องค์ประกอบของโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. ชื่อโครงงาน ต้องสื่อว่าทาอะไรกับใคร เพื่ออะไร เช่น โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา โครงงานพัฒนาเครื่องมือ 2. ชื่อผู้จัดทา ระบุถึงผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายกลุ่มหรือ รายบุคคลก็ได้ 3. ครูที่ปรึกษา ระบุชื่อ สกุล ของครูผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษาควบคุม การทาโครงงานของนักเรียน 4. ระยะเวลาดาเนินงาน ให้ระบุเวลาตั้งแต่เริ่มทา โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วย ในการบริหารจัดการเพื่อใช้วางแผนควบคุมการทางาน 5. แนวคิด ที่มา อธิบายถึงสาเหตุที่เลือกทาโรงงาน กล่าวถึงความต้องการ และความคาดหวังที่จะเกิดผล 6. วัตถุประสงค์ ระบุสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานนี้ในเชิง กระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้ 7. หลักการทฤษฎี อธิบายหลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ที่นามาใช้ใน โครงงาน 8. วิธีดาเนินงาน กล่าวถึงกิจกรรมหรือขั้นตอนการดาเนินงาน 9. ขั้นตอนปฏิบัติ กล่าวถึงวันเวลาและการดาเนินกิจการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ระบุถึงสภาพของผลที่ต้องการให้เกิด รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น 11. เอกสารอ้างอิง ระบุชื่อเอกสารข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นามาใช้ในการดาเนินการ
  • 4.
    4. การพัฒนาโครงงาน เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากครูที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการ ลงมือพัฒนาโครงงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว้เช่น จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม รวมทั้งการกาหนด หน้าที่ ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจน แล้วจึงดาเนินการทาโครงงาน ขณะเดียวกันต้อง มีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาโครงงานเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่ พัฒนาขึ้นนั้น ทางานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และเกิดประสิทธิภาพ ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้ พร้อม และควรเตรียมสมุดบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์สาหรับบันทึกการทา กิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน ได้แก่ การดาเนินการเป็นอย่างไร ได้อย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้ หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ 2. การลงมือพัฒนา เป็นการปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโรง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงหรือ เพิ่มเติมได้ หากพบว่าจะช่วยทาให้ผลงานพัฒนาได้ดีขึ้น โดยจัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็น หลักสาคัญให้เสร็จก่อน จึงค่อยทาส่วนที่เป้นส่วนประกอบหรือส่วนเสริม เพื่อให้โรงงานมีความ สมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทาให้ตกลงรายละเอียดในการเชื่อมต่อชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย รวมทั้งต้องพัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน 3. การทดสอบและแก้ไข เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่ พัฒนาขึ้น ทางานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ 4. การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วยข้อความที่สั้น กระทัดรัดครอบคลุมหัวข้อโครงงาน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงานและ ทาการอภิปรายผล เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนาไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของ ผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ 5. แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญหรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะ สาหรับผู้ที่ สนใจจะนาไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • 5.
    5. การเขียนรายงานโครงงาน การเขียนรายงาน เป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิดวิธีดาเนินการศึกษา ค้นคว้าข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น โดยในการเขียน รายงานนั้น ควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ ตรงไปตรงมา รวมทั้งให้จัดทาคู่มือการใช้งาน ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้ 1. ชื่อโครงงาน 2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อที่จะ ใช้กับโครงงานนั้น 3. ความต้องการของชอฟต์แวร์ ระบุรายละเอียดชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์เพื่อจะให้โรงงานนั้นทางานได้อย่างสมบูรณ์ 4. คุณลักษณะของโครงงาน ซึ่งอธิบายว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูล ขาเข้า และอะไรที่ออกมาเป็นข้อมูลขาออก 5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงาน ทางานในฟังก์ชันหนึ่งๆ 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน การนาเสนอและแสดงโครงงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากการพัฒนาโครงงานเสร็จ เรียบร้อยตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ โดยเป็นการนาเสนอรายงานสรุปผลการ ดาเนินการในการจัดทาโครงงาน และโปรแกรมที่ได้พัฒนาขึ้นมาให้กับคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้อง ของโครงงานนั้นๆ ซึ่งจัดเป็นขั้นตอนที่สาคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออกถึง ผลิตผลทางความคิด ความพยายามในการทางานที่ผู้ทาโรงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทาให้ผู้อื่นได้รับรู้ และเข้าใจถึงผลงานนั้น