การวัดผลและประเมินผล

2,298 views

Published on

การวัดผลและประเมินผล

  1. 2. <ul><li>ความหมายของการวัดผล การทดสอบ และการประเมิน </li></ul><ul><li>การวัดผล ( Measurement ) หมายถึง กระบวนการปริมาณ หรือจำนวนของสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผลจากการวัดถึงจะออกมาเป็นตัวเลขหรือสัญลักษณ์ </li></ul><ul><li>การทดสอบการศึกษา หมายถึง กระบวนการวัดผลอย่างหนึ่งที่กระทำอย่างมีระบบเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถของบุคคล โดยใช้ข้อสอบหรือคำถามในการวัดผล </li></ul><ul><li>การประเมินผล ( Evaluation ) หมายถึง การตัดสินใจ หรือวินิจฉัยสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการวัดผล </li></ul><ul><li>บลู ( Bloom ) และคณะ ได้แบ่งพฤติกรรมที่จะวัดออกเป็น ๓ ลักษณะ </li></ul><ul><li>๑ . วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย </li></ul><ul><li>๒ . วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย </li></ul><ul><li>๓ . วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย </li></ul>
  2. 3. <ul><li>จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษา </li></ul><ul><li>๑ . เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน คือ วัดเพื่อดูว่านักเรียนบอพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใด </li></ul><ul><li>๒ . เพื่อวินิจฉัย หมายถึง วัดผลเพื่อค้นหาจุดบกพร่องของนักเรียนที่มีปัญหา </li></ul><ul><li>๓ . เพื่อจัดอันดับหรือตำแหน่ง หมายถึง วัดผลเพื่อจัดอันดับความสามารถของนักเรียน </li></ul><ul><li>๔ . เพื่อเปรียบเทียบหรือทราบพัฒนาการของนักเรียน คือ วัดผลเพื่อเปรียบเทียบความสามารถของนักเรียนเอง </li></ul><ul><li>๕ . วัดผลเพื่อพยากรณ์ หมายถึง การวัดเพื่อนำผลไปคาดคะเนหรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต </li></ul><ul><li>๖ . วัดเพื่อประเมินผล หมายถึง การวัดเพ่อนำผลที่ได้มาตัดสิน หรือสรุปคุณภาพของการจัดการเรียนการสอน ว่ามีประสิทธิภาพสูงหรือต่ำ </li></ul>
  3. 4. <ul><li>หลักการวัดผลการศึกษา </li></ul><ul><li>๑ . ต้องวัดให้ตรงกับจุดหมายของการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>๒ . เลือกใช้เครื่องมือที่ดีและเหมาะสม </li></ul><ul><li>๓ . ระวังความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของการวัด </li></ul><ul><li>๔ . ประเมินผลการวัดให้ถูกต้อง </li></ul><ul><li>๕ . ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า </li></ul>
  4. 5. <ul><li>เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล </li></ul><ul><li>๑ . การสังเกต ( Observation ) </li></ul><ul><li>การสังเกต คือ การพิจารณาปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อค้นหาความเป็นจริงบางประการโดยอาศัยประสาท สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรง </li></ul><ul><li>รูปแบบของการสังเกต </li></ul><ul><li>๑ . การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม คือ สังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนรวม </li></ul><ul><li>๒ . การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ คือ สังเกตที่ผู้สังเกตอยู่ภายนอกของผู้สังเกต คือสังเกตในฐานะเป็นบุคคลภายนอก </li></ul><ul><li>๒ . ๑การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้กำหนดหัวข้อเรื่องเฉพาะเอาไว้ </li></ul><ul><li>๒ . ๒การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตกำหนดเรื่องที่จะสังเกตเฉพาะเอาไว้ </li></ul>
  5. 6. <ul><li>๒ . การสัมภาษณ์ ( Interview ) </li></ul><ul><li>การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือการพูดคุยโต้ตอบอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ ความจริง ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า </li></ul><ul><li>รูปแบบของการสัมภาษณ์ </li></ul><ul><li>๑ . การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง คือ การสัมภาษณ์แบบที่ไม่ใช้แบบสัมภาษณ์ คือ ไม่ต้องจำเป็นต้องใช้คำถามที่เหมือนกันหมด </li></ul><ul><li>๒ . การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง คือ สัมภาษณ์ผู้ที่สัมภาษณ์จะใช้แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นมาไว้แล้ว </li></ul>
  6. 7. <ul><li>๓ . แบบสอบถาม ( Questionnaire ) </li></ul><ul><li>แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก และสามารถใช้วัดได้อย่างกว้างขวาง </li></ul><ul><li>รูปแบบของแบบสอบถาม </li></ul><ul><li>๑ . แบบสอบถามชนิดปลายเปิด ( Open-ended Form ) </li></ul><ul><li>แบบสอบถามชนิดนี้ไม่กำหนดคำตอบไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สอบเขียนคำตอบได้อย่างอิสระด้วยความคิดของตนเอง เพราะผู้เขียนจะต้องใช้การวิเคราะห์อย่างมากกับคำถาม </li></ul>
  7. 8. <ul><li>๒ . แบบสอบถามปลายปิด ( Closed-ended Form ) </li></ul><ul><li>แบบสอบถามชนิดนี้ประกอบไปด้วย ข้อคำถามและตัวเลือก ซึ่งสร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอบ สามารถเลือกคำตอบได้ตามความต้องการ แบบสอบถามชนิดนี้แบ่งเป็น ๔ แบบ </li></ul><ul><li>๒ . ๑แบบตรวจสอบรายการ ( Checklist ) เป็นการสร้างรายการของข้อคำถามที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับคุณลักษณะของพฤติกรรม แต่ละรายการที่ถูกประเมิน </li></ul><ul><li>๒ . ๒มาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินการปฏิบัติกิจกรรม ทักษะต่างๆ มีระดับความเข้มให้พิจารณา </li></ul><ul><li>๒ . ๓แบบจัดอันดับ ( Rank Order ) มักจะให้ผู้ตอบจัดอันดับความสำคัญหรือคุณภาพโดยให้ผู้ตอบเรียงลำดับตามความเข้มจากมากไปหาน้อย </li></ul><ul><li>๒ . ๔แบบเติมคำสั้นๆ ในช่องว่าง แบบสอบถามลักษณะนี้จะต้องกำหนดขอบเขตจำเพาะเจาะจงลงไป </li></ul>
  8. 9. <ul><li>๔ . การจัดอันดับ ( Rank Order ) </li></ul><ul><li>เป็นเครื่องมือวัดผลให้นักเรียน หรือผู้ที่ได้รับแบบสอบถามเป็นผู้ตอบ โดยการจัดอันดับความสำคัญ หรือจัดอันดับคุณภาพ </li></ul><ul><li>๕ . การประเมินผลจากสภาพจริง ( Authentic Assessment ) </li></ul><ul><li>คือ กระบวนการสังเกต การบันทึก หรือการรวบรวมข้อมูลและวิธีการที่นักเรียนได้ทำการประเมินจากสภาพจริง ซึ่งจะเน้นให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหา เป็นผู้ค้นพบและผลิตความรู้ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง </li></ul>
  9. 10. <ul><li>๖ . การวัดผลภาคปฏิบัติ ( Performance Assessment ) </li></ul><ul><li>การวัดผลภาพปฏิบัติ เป็นการวัดผลงานที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน ในสถานการณ์จริง หรือในสถานการณ์จำลอง สิ่งที่ควรคำนึงในการสอบวัดภาคปฏิบัติคือ </li></ul><ul><li>๑ . ขั้นเตรียมงาน </li></ul><ul><li>๒ . ขั้นปฏิบัติงาน </li></ul><ul><li>๓ . เวลาที่ใช้ในการทำงาน </li></ul><ul><li>๔ . ผลงาน </li></ul><ul><li>๗ . การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน ( Portfolios ) </li></ul><ul><li>เป็นแนวทางในการประเมินผลโดยการรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน โดยการกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคการศึกษา ดังนั้นการวัดผลและประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานส่วนหนึ่งด้วย </li></ul>
  10. 11. <ul><li>๘ . แบบทดสอบ ( Test ) </li></ul><ul><li>แบบทดสอบ หมายถึง ชุดคำถามหรือกลุ่มงานใดๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อชักนำให้ผู้ถูกทดสอบ แสดงพฤติกรรม หรือ ปฏิบัติโต้ตอบอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้สามารถสังเกตได้ </li></ul><ul><li>ประเภทของแบบทดสอบ สามารถแบ่งประเภทออกได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ ดังนี้ </li></ul><ul><li>๘ . ๑แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพที่จะวัด แบ่งได้ ๓ ประเภท </li></ul>
  11. 12. <ul><li>๑ . แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ( Achievement Test ) หมายถึง แบบทอดสอบที่วัดสมรรถภาพสมองด้านต่างๆ ที่นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านมาแล้วมีอยู่เท่าไร แบบทดสอบแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด </li></ul><ul><li>๑ . ๑ แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเฉพาะกลุ่มที่ครูสอน </li></ul><ul><li>๑ . ๒ แบบทดสอบมาตรฐาน หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดผลสัมฤทธิ์มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบคุณภาพต่างๆ ของนักเรียนที่ต่างกลุ่มกัน </li></ul>
  12. 13. <ul><li>๒ . แบบทดสอบวัดความถนัด ( Aptitude Test ) หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดสมรรถภาพของผู้เรียน แบ่งเป็น ๒ แบบ คือ </li></ul><ul><li>๒ . ๑แบบทดสอบวัดความถนัดทางการเรียน คือ แบบทดสอบที่มุ่งวัดความถนัดทางด้านวิชาการต่างๆ เช่น ด้านภาษา </li></ul><ul><li>๒ . ๒แบบทดสอบความถนัดเฉพาะ คือ แบบทดสอบที่มุ่งวัดความถนัดเฉพาะที่เกี่ยวกับงานอาชีพต่างๆ หรือความสามารถพิเศษ เช่น ความสามารถทางด้านดนตรี </li></ul>
  13. 14. <ul><li>๘ . ๒ แบ่งตามลักษณะการตอบ </li></ul><ul><li> ๑ . แบบทดสอบภาคปฏิบัติ </li></ul><ul><li>๒ . แบบทดสอบข้อเขียน </li></ul><ul><li>๓ . แบบทดสอบปากเปล่า </li></ul><ul><li>๘ . ๓ แบ่งตามเวลาที่กำหนดให้ตอบ </li></ul><ul><li> ๑ . แบบทดสอบที่จำกัดเวลาในการตอบ </li></ul><ul><li>๒ . แบบทดสอบที่ไม่จำกัดเวลาในการตอบ </li></ul>
  14. 15. <ul><li>๘ . ๔ แบ่งตามจำนวนผู้เข้าสอบ </li></ul><ul><li> ๑ . แบบทดสอบเป็นรายบุคคล </li></ul><ul><li> ๒ . แบบทดสอบเป็นชั้นเป็นหมู่ </li></ul><ul><li>๘ . ๕ แบ่งตามสิ่งเร้าของการถาม </li></ul><ul><li>๑ . แบบทดสอบทางภาษา </li></ul><ul><li> ๒ . แบบทดสอบที่ไม่ใช้ภาษา </li></ul>
  15. 16. <ul><li>๘ . ๖ แบ่งตามลักษณะของการใช้ประโยชน์ </li></ul><ul><li>๑ . แบบทดสอบย่อย </li></ul><ul><li>๒ . แบบทดสอบรวม </li></ul><ul><li>๘ . ๗ แบ่งตามเนื้อหาของข้อสอบในฉบับ </li></ul><ul><li>๑ . แบบทดสอบอัตนัย </li></ul><ul><li>๒ . แบบทดสอบปรนัย </li></ul>
  16. 17. <ul><li>๙ . การสังเกต ( Observation ) </li></ul><ul><li>การสังเกตการณ์รวบรวมข้อมูล โดยใช้ประสาทสัมผัสของผู้สังเกตเป็นเครื่อง โดยเฉพาะตา และหู เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลตามที่ปรากฏโดยไม่ต้องแปลความหมาย </li></ul><ul><li>ธรรมชาติของข้อมูลจากการสังเกต </li></ul><ul><li>แบ่งได้ ๒ ระดับ คือ </li></ul><ul><li>๑ . เป็นรูปธรรม คือข้อมูลเช่นนี้สามารถสังเกตได้โยตรง </li></ul><ul><li>๒ . เป็นนามธรรม คือเป็นข้อมูลที่ไม่ต้องสังเกตโดยตรง </li></ul>
  17. 18. <ul><li>ชนิดของการสังเกต </li></ul><ul><li>ซึ่งสามารถแบ่งเป็น ๒ ชนิดใหญ่ คือ </li></ul><ul><li>๑ . การสังเกตแบบมีส่วนร่วม คือ วิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร่วมในหมู่หรือกลุ่มบุคคลที่จะสังเกต </li></ul><ul><li>๒ . การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม คือ วิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่นอกกลุ่มของผู้ถูกสังเกต </li></ul><ul><li>ลักษณะของการสังเกตที่ดี </li></ul><ul><li>การสังเกตที่ดี มีลักษณะดังนี้ </li></ul><ul><li>๑ . กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกต </li></ul><ul><li>๒ . วางแผนการสังเกตไว้ล่วงหน้า </li></ul><ul><li>๓ . ควรสังเกตโดยผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว </li></ul><ul><li>๔ . ควรระวังอย่าให้เกิดการลำเอียงในขณะที่สังเกต </li></ul><ul><li>๕ . ควรสังเกตหลายๆครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบความแน่ใจ </li></ul><ul><li>๖ . ควรมีการบันทึกการสังเกตทุกครั้ง เพื่อป้องกันการลืม </li></ul>
  18. 19. <ul><li>๑๐ . การสัมภาษณ์ </li></ul><ul><li>เป็นการสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อต้องการผลอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นกระบวนการสื่อสารระหว่างบุคคลสองคน หรือระหว่างบุคคลกับกลุ่ม โดยมีจุดมุ่งหมายที่แน่นนอน ซึ่งการสัมภาษณ์จะทำให้ทราบถึงข้อมูลของผู้ถูกสัมภาษณ์ ในด้านต่างๆ ประเภทของการสัมภาษณ์มี 2 แบบ คือ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแน่นอน และ การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างแน่นอน </li></ul><ul><li>๑๑ . การสอบถามและแบบสำรวจ </li></ul><ul><li>เป็นชุดคำถามท่าร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวของบุคคลในการทำแบบสำรวจ ซึ่งประเภทของแบบสอบถามมี ๒ ประเภท คือ แบบสอบถามปลายเปิด กับ แบบสอบภามปลายปิด </li></ul>
  19. 20. <ul><li>๑๒ . แบบสำรวจ ( Checklists ) </li></ul><ul><li>เป็นเครื่องมือที่ใช้กันมาก โดยปกติจะประกอบด้วยบัญชีรายการสิ่งของหรือเรื่องราวต่างๆ ที่จะให้ผู้ตอบ ตอบในลักษณะให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งแบบสำรวจประเภทนี้จะทำให้ทราบว่ามีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นตามรายการต่างๆที่กำหนดไว้ </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์ข้อมูล </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นกระบวนการนำข้อมูลซึ่งเก็บรวบรวมไว้ได้มากระทำโดยไม่จำกัด และแยกประเภท เพื่อใช้ในทางสถิติ ในการตอบคำถามจุดประสงค์ตามจุดมุ่งหมาย </li></ul>
  20. 21. <ul><li>ลักษณะของข้อมูล </li></ul><ul><li>ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือข่าวสาร เกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่น่าสนใจจะศึกษา ข้อมูลแบ่งได้ ๒ ประเภท คือ ข้อมูลเชิงคุณภาพ และ ข้อมูลเชิงปริมาณ </li></ul><ul><li>ประเภทของการวิเคราะห์ข้อมูล </li></ul><ul><li>แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ </li></ul><ul><li>๑ . การวิเคราะห์โดยไม่ใช้วิธีการทางสถิติ </li></ul><ul><li>๒ . การวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ </li></ul>
  21. 22. <ul><li>การประเมินผลทางการศึกษา </li></ul><ul><li>การประเมินผลทางการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการตัดสินใจลงสรุปคุณลักษณะหรือพฤติกรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพดีระดับใดโดยอาศัยเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งในการเปรียบเทียบ มีองค์ประกอบ ๓ ประการคือ ผลการวัด เกณฑ์การพิจารณา และการตัดสินใจ </li></ul>
  22. 23. <ul><li>ขอบข่ายของการประเมินผลทางการศึกษา </li></ul><ul><li>การประเมินทางการศึกษามีขอบข่ายกว้าง แคบเพียงใดจะครอบคลุมสิ่งใดบ้างนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการมองของคำว่า การศึกษา กล่าวคือ ถ้ามองภาพการศึกษาว่าเป็นการเรียนการสอนในห้องเรียนเพื่องอย่างเดียว การประเมินก็จะถูกประเมินในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว การประเมินทางการศึกษามีวามหมายทางการประเมินพอสรุปได้ ๓ อุปสรรคดังนี้ </li></ul><ul><li>๑ . การประเมินเพื่อวินิจฉัย เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบหาข้อบกพร่อง ปัญหาหรืออุปสรรค </li></ul><ul><li>๒ . การประเมินเพื่อปรับปรุง เป็นการปรับปรุงระหว่างการดำเนินงานโดยพิจารณาว่าจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ตรงกับความต้องหารหรือไม่ </li></ul><ul><li>๓ . การประเมินเพื่อตัดสินเพื่อลงสรุป เป็นการประเมินการดำเนินงานว่าการดำเนินงานนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ </li></ul>
  23. 24. <ul><li>ความสำคัญของการประเมิน </li></ul><ul><li>๑ . ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานเหมาะสมเพียงใด </li></ul><ul><li>๒ . ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่ </li></ul><ul><li>๓ . ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุง และการดำเนินงาน </li></ul><ul><li>๔ . ช่วยเห็นข้อบกพร่องในการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเป็นหลักในการปรับปรุงในการดำเนินงาน </li></ul><ul><li>๕ . ช่วยควบคุมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ </li></ul><ul><li>๖ . เป็นแนวทางในการกำหนดวิธีการในการดำเนินงานครั้งต่อไป </li></ul>
  24. 25. <ul><li>หลักการของการประเมินผลทางการเรียน </li></ul><ul><li>๑ . กำหนดสิ่งที่จะประเมินให้ชัดเจนและวัดได้ </li></ul><ul><li>๒ . วางแผนการประเมินให้รัดกุม </li></ul><ul><li>๓ . เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการวัดและจุดมุ่งหมายของการประเมิน </li></ul><ul><li>๔ . เลือกใช้เครื่องมอในการประเมินที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่จะประเมิน </li></ul><ul><li>๕ . ปราศจากความลำเอียง </li></ul>
  25. 26. <ul><li>การกำหนดสิ่งที่จะประเมินเกี่ยวกับการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>๑ . การประเมินก่อนมีการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>๒ . การประเมินขณะมีการทำการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>๓ . การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>เป็นการประเมินโดยสรุปของการเรียนการสอน ซึ่งจะวัด 2 ด้าน คือ พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย พฤติกรรมด้านจิตพิสัย และพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย </li></ul>
  26. 27. <ul><li>จาการเรียนรู้โดยทั่วไปอาจแยกลักษณะการประเมินผลจากข้อมูลออกเป็น ๒ วิธี ที่สำคัญ คือ </li></ul><ul><li>๑ . การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์ ( Criterion Referenced Evaluation ) </li></ul><ul><li>เป็นการวัดเพื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นมีความสามารถถึงเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งการประเมินต้องนำคะแนนที่ได้ไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ </li></ul><ul><li>ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงเกณฑ์ </li></ul><ul><li>๑ . วัตถุประสงค์การสอนต้องชัดเจน </li></ul><ul><li>๒ . ข้อสอบมีความเที่ยงตรงสูงและครอบคลุมวัตถุประสงค์การสอน </li></ul><ul><li>๓ . เกณฑ์ที่วัดต้องเด่นชัด มีหลักเกณฑ์ที่อ้างอิงอย่างยุติธรรม </li></ul>
  27. 28. <ul><li>๒ . การประเมินแบบอิงกลุ่ม ( Norm Referenced Evaluation ) </li></ul><ul><li>เป็นการวัดเพื่อเปรียบเทียบคะแนนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่น คือ จำแนก คะแนนสูงสุดจนต่ำสุดแล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเปรียบเทียบเพื่อ ประเมิน ต่อไป </li></ul><ul><li>ข้อคำนึงการประเมินแบบอิงกลุ่ม </li></ul><ul><li>๑ . ข้อสอบต้องมีคุณภาพสูง มีความเชื่อมั่นและเที่ยงตรง </li></ul><ul><li>๒ . ข้อสอบที่ใช้จะต้องครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด </li></ul><ul><li>การประเมินจะต้องมีความยุติธรรม ตามสภาพความเป็นจริงของผลการเรียน </li></ul>

×