Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

หุ้นซิ่ง (รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับหุ้นซิ่งจากอินเตอร์เน็ท)

19,753 views

Published on

" เล่นหุ้นซิ่ง style มนุษย์เงินเดือน "
by ลุงเบน TakeProfit

Published in: Education

หุ้นซิ่ง (รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับหุ้นซิ่งจากอินเตอร์เน็ท)

  1. 1. 0 รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับหุ้นซิ่งจากอินเตอร์เน็ท รวบรวมโดย | เซียว จับอิดนึ้ง TIPS &เคล็ดลับ หุ้นซิ่ง #1
  2. 2. 1 | P a g e " เล่นหุ้นซิ่ง style มนุษย์เงินเดือน " by ลุงเบน TakeProfit หลายคนคงสงสัยจะทาได้ยังไง ในเมื่อหุ้นซิ่งนี่แม่งต้องแทบเฝ้ าจอกันทั้ง วัน จะลุกไปเข้าห้องน้ายังทาแทบไม่ได้ อย่างแรก เราต้องมาปรับทัศนคติเกี่ยวกับหุ้นซิ่งกันใหม่ก่อน คนส่วนมากยังเข้าใจผิดกับหุ้นซิ่ง ว่าจะต้องเล่น เข้า-ออก แค่ 1-3 ช่อง เล่น เร็วๆ ขายเร็วๆ จะได้ไม่ติดดอย ลุงพูดได้เลยว่าเล่น 1-3 ช่อง ไม่มีทางทาให้ฐานะปลี่ยนได้ เต็มที่ก็ได้แค่ สตาร์บั๊คสักแก้ว ถ้าสังเกตกันดีๆ หุ้นที่ลุงคัดมาให้ในเพจแต่ละตัว มันมีทั้งตัวที่วื่ง 10-30% ใน วันอยู่เยอะ 1. เราต้องรู้วิธีเลือกหุ้นที่จะนามาเล่นก่อน 2. เราต้องรู้ว่าหุ้นเราจะไปได้ถึงขนาดไหน 3. คิดจะรวยอย่าขายหมู แค่ 2-3 ช่องออก 4. วิธีนี้ต้องทนแรงเหวี่ยงหุ้นได้ในระดับนึง
  3. 3. 2 | P a g e 5. แม้จะบอกว่าตอนทางานสามารถถือได้อย่างสบายใจ แต่กลับมาบ้านก็ต้อง มาเช็คกราฟ ว่าหุ้นยังอยู่ในแผนหรือเปล่า เรามาเริ่มบทแรกกันก่อน หาหุ้นยังไง ? เราจะหาหุ้นกันยังไง ในเมื่อในตลาดมีหุ้นตั้ง 500-600 ตัว แต่เราจะหามาเล่นกันแค่ 4-5 ตัว ลุงเคยเขียนอธิบายไปละ นี่คือ วิธีแรก
  4. 4. 3 | P a g e ลุงใช้แค่ CANDLE STICK ,VOLUME VOLUME คือตัวบ่งบอกว่า หุ้นจะขึ้นไปได้แรงแค่ไหน และจะขึ้นได้ถึง เมื่อไหร่ แข็งแกร่งไหม และ CANDLE STICK บ่งบอกถึงราคาในแต่ละวันและแนวโน้มในวัน ถัดไป ทาไมลุงเลือกหุ้นแม่น จาไว้ว่าหุ้นที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น มักจะมีโอกาสขึ้นมากกว่าลง และหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาลง มีโอกาสลงมากกว่าขึ้น ต้องแยกให้ออกว่าหุ้นที่เราเลือกนั้นมันอยู่ในแนวโน้มไหน ทาไมลุงย้า pattern ตัว u บ่อยๆ จริงๆ มันอาจจะเป็น cup a ,cup b ,cup c หรือถ้วย,ถัง,กะละมัง ก็แล้วแต่ มันเป็น pattern ที่หุ้น มีโอกาสจะไปต่อเยอะ ลุงเลยชอบที่จะหาหุ้นที่กาลังก่อตัวทา pattern นี่ และเส้นแดงๆ คือจุดที่ควรรู้ มันคือแนวต้านเก่า หลายสานักสอนกันมาว่าให้ follow หลังผ่านต้านเก่า
  5. 5. 4 | P a g e สานักลุงจะสอนว่าให้เข้าตั้งแต่หุ้นเกิดสัญญาณกลับตัว ซื้อแม่งก่อน ต้านเลย เพราะถ้ามันกลับตัวแล้ว ยังไงมันก็วิ่งขึ้นต่อ ทั้งนี่ทั้งนั้น ต้องมีวอลุ่ม เข้ามาประกอบ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย** วอลุ่มในช่วงกลับตัวไม่จาเป็นต้องมากเท่าแท่งเบรค แต่แท่งเบรคแท่งใหม่ต้อง มากกว่าแท่งเบรคก่อนหน้า วิธีที่สอง ไปเข้า google เสิชเวป scanhoon เวปนี้เค้าจะสแกนหุ้นมาให้ จานวนนึงตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตั้งค่าไว้ แล้วเราก็นามาคัดกรองอีกทีนึง ตามวิธี ของเราเอง เพื่อหาหุ้นที่จะเข้าเล่น ต้องหัดเป็นคนช่างสังเกตและจดบันทึกในทุกๆสิ่งที่เราเห็นความผิด ปกติของหุ้นตัวนั้นๆนะ หัดตั้งคาถามกับสิ่งที่เกิด ทาไมหุ้นตัวนี้ถึงขึ้น ทาไมตัวนี้ถึงไม่ขึ้น มันขาดเงื่อนไขอะไรไปหรือเปล่า ? ทาไมมันถึงขึ้นแรง มันมีอะไรซ่อนอยู่งั้นหรอ? แล้วเราจะได้คาตอบกับ วิธีหาหุ้น มาเล่น
  6. 6. 5 | P a g e ตอน : จุดเข้าซื้อ จากตอนก่อนหน้าเราได้กล่าวถึงเรื่องการหาหุ้นกันไปแล้วนั้น ตอนนี้เราจะมาพูดถึงจุดเข้าซื้อ ที่ปลอดภัย สาหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลามาเฝ้ า จอกันสักเท่าไหร่ จริงๆ ลุงจาเป็นต้องอธิบายเรื่อง volume ที่ลุงใช้ให้กระจ่างก่อนว่า มันนับยังไง แต่ไม่เป็นไร เราจะข้ามเรื่องนั้นไปก่อน แนะนาอยากรู้อะไรเพิ่ม ไปนั่งดูกราฟย้อนหลัง หุ้นที่ติดสแกนในแต่ละวันดู เพิ่มเติมนะ เริ่มกันเลย หุ้นที่เหมาะสมกับคนที่ต้องทางานประจานั้น จาเป็นไหมที่จะต้องเป็นหุ้นหุ้นที่ ถือยาว ถือดอง เป็นปี ผ่านร้อนผ่านหนาวไป 1 ปี ผลตอบแทน ไม่เกิน 10% เลือกหุ้นถูกตัวก็ดีไป เลือกผิดตัวก็ปม ติดดอยกันไป ไม่จาเป็นครับ หุ้นวิ่งเร็ว คนที่ทางานประจาก็สามารถเล่นได้ และปลอดภัยด้วย ปัญหาหลักของหลายๆคนคือ เรื่องจุดเข้าซื้อ เพราะคนทางานประจาไม่สามารถที่จะนั่งเฝ้ าจอได้ทั้งวัน
  7. 7. 6 | P a g e ไหนเจ้านายที่คอยจะสอดส่องว่าแอบเล่น FB ตอนทางานหรือเปล่า ไหนจะคอยเดินจีบพนักงานสาวสวยแผนกข้างๆอีก.... จุดเข้าที่ว่า เราต้องเข้าหุ้นในช่วงที่หุ้นทาการ " พักตัว " แล้วการพักตัวนี่มันดูยังไง ? เริ่มต้นจากภาพ A หุ้น R____ เกิดการพักตัว (ตามภาพ) volume แห้ง และเริ่มจะทาทรง เป็น V Shape และเกิดสัญญาณซื้อ ในแท่งเมื่อวาน ลักษณะการปิด ปิดเกือบใกล้แนวต้านเดิม โอกาสที่มันจะไปต่อจึงมีมาก
  8. 8. 7 | P a g e จุดเข้าที่ปลอดภัย ที่ทาให้ถือสบายใจ ก็คือการที่เปิดเช้าวันนี้หุ้นสามารถยืน อยู่ได้ ก็สามารถเข้าได้แล้ว และถือได้ชิลๆเลย ต่อด้วยภาพ B หุ้น C_____ เกิดการพักตัวหลังจากขึ้นมาระยะนึง และ volume ค่อนข้างจะลดลงเรื่อยๆ แท่งเทียนสั้นลง แรงขายเบาลง จน เมื่อวานกลับมาทา สัญญาณซื้อได้ ด้วยการทา เบรคราคาที่ 8.40 ถึงราคาจะไหลลงมาปิดต่ากว่า แต่ก็ยังมองว่าเป็นหุ้นที่ทรงดีตัวนึง
  9. 9. 8 | P a g e หมายเหตุ : หุ้นพักตัว ที่ดี คือหุ้นที่เกิดแท่งเทียนสั้น ไม่ว่าจะเป็นแท่ง เขียวหรือพักตัวแท่งแดง volume ไม่มากจนเกินไป จะยังคงมองว่าเป็นการ พักที่ดีและพร้อมจะไปต่อได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรแยกแยะให้ออกระหว่างหุ้นพักตัวและหุ้นหมดรอบ ไม่ควรไล่ราคาด้วยเหตุผลใดๆทั้งสิ้น สาหรับคนทางานประจาแนะแค่ เข้าแบบพักตัวเท่านั้น เหตุผลเพราะ ความเสี่ยงเรื่องการเหวี่ยง ค่อนข้างต่า downside risk จากัดแล้ว แต่ upside เหลือเยอะ ทาให้ถ้าหากพลาดคุณก็จะโดนน้อยมาก และถ้าหุ้นไปต่อ กาไรคุณจะเยอะมาก หุ้นที่ให้ทาการบ้านและแนะแนวทางไว้ ควรดูทั้งกราฟ day , week เพื่อ มองแนวโน้มในภาพใหญ่ จะได้ถือได้แบบสบายใจ ------------------------------------- รู้ไว้ใช่ว่า : Pattern หาค่าข้าว ตัวนี้ติดสแกนเมื่อวาน วันนี้ลุงจะมาอธิบายเหตุและผลว่าทาไมลุงถึงตัดสินใจ เข้าหุ้นตัวนี้และลุงดูยังไงทั้งที่หุ้นมันมีแท่งเทียนโผล่มาแค่ 3 แท่งเอง rsi ก็ไม่ มีอะไรเลย และกราฟลุงแม่งก็โล่งๆ ยังงี้
  10. 10. 9 | P a g e ลุงใช้แค่นี้ล่ะ ema อะไรนั่นใช้แค่ 200 ที่เหลือไม่ได้สนใจหรอก เนื้อหาตรงนี้ค่อนข้างจะสั้นนิดนึงเพราะจากภาพมันแทบไม่มีอะไรให้อธิบาย อะไรมากมาย สาเหตุที่ซื้อคือตามปกติแล้ว เมื่อหุ้นลงมาระยะนึงมันต้องมีจุดที่มันต้อง หยุด และเมื่อมันหยุด มันก็ต้องมีการดีดบ้าง ลุงตัดสินใจเข้าปิดในเย็นวันที่ 14/07 ด้วยเหตุผลที่ว่า มันมีแรงซื้อ กลับคืนมา และราคาสามารถยืนได้สวยงามเกือบเต็มแท่ง และวันนี้ตอนเช้าอย่างที่เราเห็นๆกันว่าราคามันไหลลงไป ลุงก็นั่งรอดูว่ามันจะ ลงถึงไหน low ของวันนี้คือ 1.93 คงจะมีคาถามว่าทาไมลุงไม่ cutloss ไปล่ะ มันลงไปขนาดนั้น ตารา ว่าไว้ที่ 3 % ไม่ใช่หรอ ? ลุง : แผนการเล่นมันต้องปรับให้ยืดหยุ่นได้ตามหน้างาน ดั่งที่เขียนบอก ไปเมื่อวาน ว่าควรมีแผนก่อนเล่นทุกครั้ง สาเหตุที่ไม่ขายไปเพราะมอง
  11. 11. 10 | P a g e ว่า เมื่อเทียบจากวันที่ 14/7 แล้ว ในตอนเช้าของวันนี้ราคาดูไหลลงแรง แต่ไม่มี volume ขายออก แถมยังมีแรงซื้อกลับเป็นระยะ และราคา ดันกลับขึ้นมาไม่หลุด Low ของวัน ประคองอยู่ในช่วง 1.95-1.96 มา ในช่วงเช้า มีแรงซื้อเข้ามาตลอด ก็เลยมั่นใจว่าการตัดสินใจตัวเอง ถูกต้อง ยังไงมันก็ต้องดีด เลยถือต่อแจ้ ช่วงบ่ายมันก็ดีดตามที่คาดไว้ และคิดว่าคงจะดีดต่ออีก แต่ไม่ได้มองไว้ว่าจะ ถึงไหน ปรับแผนเอาตามหน้างาน เพราะมันเป็นหุ้นเข้าใหม่ ---------------------------------------- pattern หาค่าขนม แบบง่ายๆ วันนี้จะกล่าวถึง pattern หุ้นที่มักจะเกิดขึ้น และมักจะแจกตังค์ค่าขนม บ่อย......ดูตรงเส้นสีแดง
  12. 12. 11 | P a g e เห็นแท่งแดงด้านซ้ายมือไหม ตรงจุดเริ่มของเส้นแดงน่ะ อันนั้นคือ Hi เดิมที่ ลากขึ้นมา ส่วนจุดที่จะอธิบายคือให้สังเกตุลักษณะการเรียงตัวของแท่งเทียน สังเกตุว่าแท่งเทียนจะเรียงตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาจ่อกับ hi ก่อนหน้า ลุงจะอธิบายง่ายๆสั้นๆ โดยไม่ต้องใช้ศัพท์วิชาการอะไร เอาจากประสบ กามล้วนๆนะ หุ้นที่แท่งเทียนขึ้นมาจ่อ hi เดิมยังงี้โอกาสไปต่อในวันถัดไปมักมีมาก = โอกาสที่จะแจกเงินค่าขนมมักมีมาก พยายามหา pattern ลักษณะยังงี้ให้เจอนะ *** ไม่ได้บอกว่าการทาเงินในตลาดมันง่าย แต่บางครั้งหากเราไม่คิดมาก จนเกินไป พยายามหัดสังเกตุสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในตลาด มันมักจะทา เงินให้เราง่ายๆ แบบว่า "ไอบ้าเอ้ยย pattern ง่ายๆยังงี้ทาไมไม่เคยสังเกตุ มาก่อน" *** คนเรานี่ก็แปลก...ตอนยังมีกาไรไม่ยอมขาย...ชอบมาขายตอนขาดทุน วิธีแก้คือ แบ่งขาย1/3เมื่อพอใจกาไร....ที่เหลือปล่อย let profit ไป...จน หุ้นนั้นจะหมดรอบ
  13. 13. 12 | P a g e :: Volume คืออะไร ? :: Volume คือมูลค่าการซื้อ-ขายรวมกัน ในแต่ละวัน เพื่อบอกว่าในวันๆนึง นั้น มีมูลค่าการซื้อขายจานวนเท่าไหร่ (เป็นจานวนหุ้นนะ) :: แล้วมันสาคัญยังไง เห็นลุงให้ความสาคัญกับ Volume ค่อนข้างมาก? สาหรับลุงหุ้นจะขึ้นอย่างแข็งแรงและต่อเนื่องได้นั้น มันต้องมีแรงซื้อ support การขึ้น จากในภาพลองสังเกตรอบๆก่อน (ไม่ใช่ที่วงไว้นะ) Volume ในภาพที่ไม่ได้วงไว้ แตกต่างจากที่วงไว้พอสมควร และ แท่ง เทียนก็แตกต่างกัน แท่งเทียนก่อนหน้าที่ไม่มี Volume มา Support ทาให้ราคาหุ้น ไม่สามารถขึ้นได้มาก ในแต่ละวัน นี่จึงเป็นที่มาของคาตอบของคาถามที่ว่า "ทาไมวันนี้หุ้นไม่วิ่งเลย" , "หุ้นตัวนี้จะวิ่งเมื่อไหร่" , "ทาไมวันนี้วิ่งน้อยจัง?"
  14. 14. 13 | P a g e และ Volume จึงมักเป็นคาตอบของคาถามที่ว่า "ทาไมวันนี้ตัวนี้วิ่ง แรงจัง? , "โอ้วว ทาไมหุ้น A ถึงติด Ceiling ได้!! " "ทาไมมันวิ่งได้บ้าพลัง ขนาดนี้" นอกจากบ่งบอกว่าหุ้นจะขึ้นแล้ว Volume ยังสามารถบอกได้ว่าหุ้นตัวนี้จะ สามารถขึ้นไปได้ไกลระดับไหน (โดยประมาณ) และจะวิ่งต่ออีกทีวันไหน ( ประมาณ 70% ) และหุ้นตัวนั้นจะพักตัวเมื่อไหร่ นี่ละคือความสาคัญของ indicator ที่ชื่อว่า "Volume" ที่เราควร รู้จัก ตัวอย่างการดูหุ้น RICH สัญญาณซื้อแรกพร้อม Volume เข้ามาตั้งแต่ราวๆวันที่ 4/4/57 และมี สัญญาณพักตัว ในวงกลมแรกหุ้นพักตัวคือหุ้นที่ การเกิดแท่งเทียนแดงนั้น ไม่ ต่ากว่า 1/3 ของแท่งก่อนหน้า และ Volume ขายออกเบาบาง
  15. 15. 14 | P a g e ช่วงของการเข้าคือช่วงที่ Volume แห้งแล้วนั่นเอง ตัดมาว่ากันถึงวันล่าสุดคือวันนี้ มองว่าเกิดสัญญาณพักตัวของหุ้น และ เป็นจุดที่น่าเข้า สาหรับคนที่ยังไม่มี เพราะ Volume ขายออกน้อยมาก ดูจาก timeframe day และ week ยังเป็นขาขึ้นแบบ supertrend มีโอกาสที่จะไปต่อได้อีกระยะนึง ลักษณะคล้ายๆกับ tsf เมื่อปีที่แล้วเลย คัทลอส 3-5 % เมื่อมีแท่งเทียนหลุด 1/3 ของแท่งก่อนหน้าหรือเกิด สัญญาณเผ่น ตัวนี้ริวสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง ที่ดันเข้ามา พร้อมสเปรดราคาที่ ปิดได้สวยงาม ปิดเต็มแท่งยังงี้ถ้าวันจันทร์เปิดโดดก็น่าลุ้นเข้าเก็งลาไย มองแล้วเป็น ต้นสัญญาณ
  16. 16. 15 | P a g e วอลุ่มเข้ามารอหลายแท่งแล้ว รอบนี้น่าจะเอาจริงล่ะ ผ่านไฮเดิม ยืนได้ แถม สัญญาณอื่นๆยังส่งมาสวยงาม ถ้า gap up ยืนไหว พิจารณาตามเข้าไปจ๊ะ
  17. 17. 16 | P a g e การยิงดาว....ถ้าเกิดช่วงเริ่มต้น มักจะเป็นการยิงดาวเอาหุ้น...ซึ่งเป็นแพทเท รินมาตรฐานการพักตัวระหว่างวันของหุ้นปออันปัน แพทเทิร์นนี้ดูง่าย เล่นง่าย และผมชอบมาก....เพียงแต่ต้องเกิดช่วงแรกๆการ ยิงดาวเอาหุ้น ก็คือการพักตัวของหุ้นเสร็จสรรพในวันนั้นเลย...คือมีลากราคา ขึ้นสูง แล้วค่อยๆกดลงช้าๆ ให้คนทุนต่ากลัวกาไรหาย ขายออกมาให้มากที่สุด .... เห็นหุ้นแบบนี้...ไม่ต้องกลัว....เพราะราคาตั้งแต่ยอดดาวนั้นลงมา ล้วนแต่ เป็นราคาที่เจ้าเต็มใจซื้อทั้งสิ้น....เด๋วก็เขาลากไปปิดใส้เทียนเอง ครับ
  18. 18. 17 | P a g e หลักการนี้พักตัว 1/3...ไม่เหมาะกับหุ้นก้นบุหรี่(พวกเซ็ต100 เซ็ต50 น่านนนหล่ะ อิอิอิอิ)...ถ้าจะใช้อาจดูกราฟวีค อาจพอกล้อมแกล้มได้ เพราะ คนเยอะ ปั่นช้า ตามแบบฉบับหุ้นก้นบุหรี่ แต่พอประยุกต์ใช้ได้ ถ้าอยากเข้าให้เข้าตอนพักตัวตามภาพ อ้อ....มีใครยังดูหุ้นขาขึ้นไม่คล่องบ้างครับ...ดูหุ้นให้ดูที่ก้นนะครับ...ถ้าก้นยก สูงเรื่อยๆดังภาพ แสดงว่ายังขาขึ้นอยู่ อย่าไปตี10ลาย (trend line) 5555 ถ้าตีเทรนด์ไลน์บนกระดาษ ท่านอาจ ได้ลบแล้วขีดใหม่ ขีดแล้วลบใหม่ อยู่เรื่อยจนกระดาษขาดก่อนก็ เป็นได้ ลืมบอกไปอย่างหนึ่งว่า....ทาไมหุ้น ปออันปันขาขึ้นสวนใหญ่จึงไม่พัก ตัวแรงๆ จึงพักตัวประมาณแค่ 1/3..... why? ขอผู้กล้าตอบผมให้ชื่นใจสัก 1 ท่านครับ...ผิดถูกไม่ เป็นไรคร๊าบบบบ เขาต้องอ๊อปติไมซ์หรือรักษา ราคา
  19. 19. 18 | P a g e ...เพราะถ้าลงมาต่ามากจะมีพวกที่ขายตรงราคาสูงๆหรือช่วงยอดคลื่น(ที่ผม วง) กลับเข้ามาแย่งซื้อหุ้นคืนนั่นเองครับและหุ้นที่พักตัวในระดับที่ออปติไมซ์ ราคาแบบนี้ก็จะมีแนวโน้มลากขึ้นต่อที่เป็นไปได้มากอีกเช่นกัน เล่นหุ้นต้องเข้าใจ....แม้ความเข้าใจของเราอาจไม่ตรงเป๊ ะๆกับหุ้นตัวที่ มองแบบ รายตัว แต่โดยรวมโดยระบบ มันจะคอเร็คชั่นหรือถัวให้ถูกมากกว่า ผิดให้เราเองครับ นอกจากคนที่ขายราคาสูงไปแล้ว และยังรวมทั้งชาวเม่าปออันปัน(และ นักเทคนิคแนวลุยสานักอื่นๆ) เข้าแย่งซื้อเพราะมองเห็นแพทเทรินที่มีนัยยะ สาคัญตามแต่ละสานัก ด้วยเช่นกันครับ เพราะวัตถุประสงค์การพักตัว....เจ้าเขาต้องการให้คนขายออกมาไม่ใช่ ให้คนมาแย่งเขาซื้อ...พอลดต่าลงจนแรงขายหมด จะมีแรงซื้อเข้ามาแทน(จาก กลุ่มที่ผมบอกไปแล้ว) เขาจึงต้องลากทาราคาในหลูบต่อไป....เพราะหลักชัย เขายังอีกไกลนั่นเอง
  20. 20. 19 | P a g e การเข้าหุ้น : การเข้าหุ้นมีทั้งเข้าแนวลุย(aggressive entry) และ แนวรับ(พักตัว) 1.หุ้น ที่เริ่มต้นสันยาน...ราคาพุ่งไป(โวลุ่มมาด้วยนะครับ) 6-9 %....ถ้า หุ้นพักตัวลงมา 1/3 นั่นคือเราเข้าเลย อาจต้องทนติดแดง 2-3% ซึ่งพอทนได้... แต่ถ้าไปต่อ ไม่ต่ากว่า +5%...แบบนี้เข้าแนวลุยเต็มๆไม้ได้เลย 2.หุ้นที่แรลลี่มาพอควร แล้ว...เช่น +15%....ถ้าเข้าแนวลุยแล้วหุ้นเกิด พักตัว 1/3...อาจต้องทนติดแดงได้ถึง -5%...มันจั๊กกี้หัวใจ+วาดเสียวเกินไป
  21. 21. 20 | P a g e เน้อออ...ต้อง เข้าแบบพักตัวเท่านั้น ไม่เข้าแล้วมันวิ่งต่อก็ชั่งมัน...ถือคติว่าว่า "มรึงไม่พัก..ตรูไม่เข้า"เว๊ยเฮ้ยยยย แล้วหาตัใหม่เล่นก่อน พักตัวค่อยว่ากัน Q: ภาพ A ทาไมช่วงแรกเจ้าดันขึ้นมาหลายวันโดยที่ไม่พักหายใจเลย เกี่ยวไหมคับ ที่ไส้เทียนน้อย (คนขายของให้น้อย เลยดันขึ้นเรื่อยๆๆ แล้วอย่าง นี้เป็นไปได้ไหมคับ ที่ ราคาหุ้นสูงพร้อม วอลุ่ม แต่ไส้น้อย จะพักตัวน้อยวัน ตาม A: จุดพักหายใจคือจุดที่เกิดโดจิครับ จุดนั้นผมเดาว่าเช้าเปิดแล้วบวก แล้วก็โดนตบซับแรงขายแล้วดันก่อนปิดตลาด จึงทาให้วันต่อไปลากต่อครับ ถ้าคนขายของให้น้อย เจ้าเค้าอยากได้เค้าก็ตบเอาเองครับ โดยส่วนตัวถ้าไส้น้อยผมชอบมากกว่าพวกไส้ยาวนะ น่าเล่นกว่า Q: เพราะอะไรคับ ที่ไส้น้อยน่าเล่นกว่าไส้ยาว ใช่เพราะว่า ไส้ยาว อาจ เป็นจ้าวขายเองก็ได้รึเปล่าคับ A: ขึ้นอยู่กับวอลุ่มเป็นหลักด้วยนะครับ โดยปกติถ้าเจ้าเค้าเล่นต่อจะไม่ ค่อยทิ้งไส้ไว้เยอะเท่าไหร่หรอกครับ ถ้าครึ่งไส้ ส่วนใหญ่จะลงพักตัวก่อน แต่ก็ ขึ้นอยู่กับวอลุ่มด้วยเช่นกัน
  22. 22. 21 | P a g e จุดเข้าซื้อ ตอนวอลุ่มแห้ง : เวลาซื้อลุงจะชอบซื้อที่ bid แต่ถ้าเป็นราคาที่ เหมาะสมแล้วก็เคาะ offer ไปเลย ส่วนเวลาขาย คอมลุงเป็นอะไรไม่รู้โยนได้แต่ฝั่ง bid จะซื้อหุ้นต้องดูจังหวะด้วยนะครับ ไม่งั้นเงินมันจมนาน ยิ่งถ้ากรณีซื้อแล้วหุ้น ลงด้วย แนวถือยาวไม่ขายไม่ขาดทุน แต่ไม่สบายใจ
  23. 23. 22 | P a g e เรื่อง การพักตัวของหุ้น ...การ ขึ้นรอบของหุ้นปออันปัน...เมื่อต้นมีสันยาน...สันยานเริ่มต้นนั้น เจ้าเขาลากเต็มใจรับซื้อทุกไม้ทุกเม็ดครับ(เคยเขียนไว้แล้วตอนต้นๆ...ต้อง เข้าใจ จึงจะไปต่อได้) ขายมาเหอะ คุณมีเท่าไหร่คุณขายมา...เฮารับซื้อบ่อั้น เหตุ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาต้องการซื้อหุ้นในราคาระดับยังไม่สูงมากนี้จากเม่า ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้....เพื่อ?...เพื่อไม่ต้องการให้คนที่ทุนต่า เหล่านี้ถือ ไปขายใส่เขาตอนที่เขาลากไปแพงๆแล้วนั่นเอง ผมจึงย้าเสมอว่า...ให้เข้าหุ้นตั้งแต่เริ่มๆสันยาน...ขยันๆหน่อย แล้วจะ รวยไว สายหยุด: "ฮ่วยพี่ฮา...ข้อยเข้าบ่ทันเด้ แต่อยากลุ้นมั่ง สิเฮ็ดจั๊งใด๋อ้าย" งั้น....ตามอ้ายมาโลด สายหยุดเอ๊ยยยย แต่...พฤติกรรมอย่างหนึ่งของเม่า(เราๆนี่หล่ะครับ...ไม่ต้องไปมองคนอื่น ผมก็ ด้วย...อิอิอิ) "ถ้าหุ้นขึ้นทุกวัน...เม่ามันไม่ขาย" let profit run สายหยุด: อิหลีบ่อ้าย ฮาโล: อีหลีเด้ อิหล่า
  24. 24. 23 | P a g e "อีกทั้งมีนักเก็งกาไรมาผสมโรงแย่งซื้อหุ้นจากเจ้าอีกตะหาก" ******************************************* ถ้าเป็นเจ้า....เราจะทาอย่างไร? เพื่อ ที่จะให้น้องๆชาวเม่าและพลพรรคนักเก็งกาไร...ขายออกมาที่จุดราคาต่า กว่าเป้ า หมายที่ต้องการลากขึ้นไปให้ได้มากที่สุด(เพื่อป้ องกันไม่ให้ถือทุนต่า มาขายใส่เจ้าตอนแพงๆมากๆนั่นเอง) คาตอบคือ...เมื่อลากหุ้นขึ้นไปแล้ว ต้องทาทีทรงๆนิ่งๆและค่อยๆกด ราคาลงเลียนแบบพฤติกรรมรินขายหุ้น พอคนที่ทุนต่าที่ไม่ยอมขายตอนแรก เห็นกาไรจาก 9%...ลดมา 8 ลดมา 7 และลดมา 6% ก็กลัวหุ้นจะหมดรอบ...ขายออกมาส่วนหนึ่ง ส่วนที่ไม่ขายก็นึกเสียดายอยู่ครามครัน...ระหว่างวันหรือวันถัดไปก็จะ ทาที ดีดกลับไปที่ +9 +10% เช่นเดิม จะมีอีกบางส่วนขายมาเพราะเสียวกาไร ยุบเหมือนคราวที่แล้ว... ******************************************* แพทเทิร์นการพักตัวของหุ้น... "หุ้นที่แรลลี่ขึ้นไป...การพักตัวที่ดี ควรทาราคาลงมาได้ในระดับ 1/3 ของที่ขึ้น ไป"
  25. 25. 24 | P a g e ปล.ไม่มีหุ้นใดๆจะพักลงมาระดับ 1/3 เป๊ ะๆหรอกนะครับ...แต่ส่วนใหญ่ เป็นอย่างงั้น...เราเล่นเป็นระบบ ต้องมีการชี้วัดระบุจุดอ้างอิงที่ชัดเจน tipco... ที่จุดลากพื้นฐานถึงจุด A ให้แบ่งช่วงออกเป็น 3ช่วงดังภาพ ... การพักตัวของจุด A ควรลงมาได้ประมาณ 1/3 หรือที่เลข 2 ที่ จุด B ในที่นี้เนื่องจากความชันของกราฟยังไม่มาก...จุดอ้างอิงพื้นฐานเรา ยังเป็นที่เดิม และการพักตัวของจุด B ก็ควรลงมาที่ 2 ดังภาพ
  26. 26. 25 | P a g e ส่วนจุด C....หุ้นได้แรลลี่และพักตัวมา 2ขั้นแล้ว....จุดอ้างอิงพื้นฐานจึงต้อง ขีดใหม่ดังภาพ rojna....ความชันของกราฟสูงกว่ามาก...จุดอ้างอิงพื้นฐานจึงต้องขีด ใหม่ทุกหลูบ ......ส่วนโวลุ่ม...จะค่อยๆลดลง หรือที่เรียกว่าค่อยๆแห้ง หรือแรงขายหรือ คนขายออกมาเริ่มหมดแล้วนั่นเอง Q: ขอสอบถามคุณลุงเพิ่มเติมคับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นที่ปั่นนั้น จ้าวกาลังจะเลิกเล่นแล้ว ไม่ใช่แค่พักฐาน มีสัญญาณอะไรบ่งบอกบ้างรึเปล่า คับ A: ราคาลงพร้อมวอลุ่ม+ลักษณะแท่งเทียนครับ *เน้นวอลุ่มเป็นใหญ่ ครับ* Q: ลุงคับ ขอถามเพิ่มเติม แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า การที่หุ้นขึ้นแรงๆ แล้ว ย่อลงมาระยะหนึ่งช่วงที่วอลุ่มน้อยเป็นการพักตัว ไม่ใช่ขาลงเลย เพราะผม ลองไปดูหุ้นบางตัว ทาไมพอมีวอลุ่มเข้ามาก พอราคาหุ้นขึ้นไปเสร็จ วัน ต่อๆๆมาราคาหุ้นก็ลงตลอด จนจบรอบราคากลับที่เก่า ไม่มีการเด้งขึ้นเลย ทั้ง ที่ราคาลดลงแต่ วอลุ่มไม่เห็นเยอะตาม(มันกลายเป็นคล้ายกับการพักตัว) ลุง พอมีวิธีสังเกตไหมคับ ขอบคุณคับ A: ให้ดูลักษณะแท่งเทียนประกอบวอลุ่มด้วยครับ
  27. 27. 26 | P a g e โดยปกติหลังจากการพักตัวเสร็จ จะมีแท่งเทียนที่ส่งสัญญาณถึงการกลับตัว ว่าพร้อมจะไปต่อแล้วนะ กระโดดขึ้นรถได้แล้วนะ มานะครับ ..................................................... หัวข้อ : Pattern เบื้องต้น สาหรับหุ้นที่โอกาสซิ่งต่อ วันนี้เอาสิ่งที่นักเก็งกาไร (หรือจะเก็งขาดทุนก็แล้วแต่) ควรรู้ เป็น pattern เบื้องต้น ในการมองหาหุ้นที่มีโอกาสจะขึ้นต่อไปมาให้ดู จุดแรก : ลองมองภาพกว้างก่อนนะ ทั้งสองภาพ มีอะไรคล้ายคลึงกัน ไหม ? ถ้าตอบว่า ไม่ ก็ปิดจอแล้วไปกินวีต้าแล้วนอนซะ ถ้าตอบว่า ใช่ เราจะไปกันต่อ
  28. 28. 27 | P a g e ถ้ามองภาพทั้งสองภาพแล้วคิดว่ามันมีจุดคล้ายคลึงกัน เรามาดูตรงเส้น Horizontal Line (ชื่อแม่งก็ยาวจริง) เรียกกันบ้านๆ เส้นแนวต้านละกัน มาดูกันตรงแนวต้านนะ จุดสังเกตให้ดูที่แท่งเทียนสีเขียวที่ต่อใกล้เส้น โหหหริซอนท่อลลล ไลน์ (ออกเสียงให้กระแดะเข้าไว้ แอคเซ่นอะ เข้าใจไหม) ทั้งสองภาพมันคล้ายคลึงกันตรงนี้ หากในกรณีนี้เราจะเลือกที่จะซื้อในราคาปิดในวันที่จ่อเส้น หรือ ถ้าไม่ มั่นใจ รอดูราคาเปิดในวันถัดไปก่อนก็ได้ เราจะเข้าหาก วันถัดไปราคาเปิดโดด เป็นบวก (ถ้าเปิดลบก็ตัวใครตัวมัน) หุ้นที่ทา pattern ยังงี้โอกาสที่จะไปต่อค่อนข้างมากนะ ลองเก็บไว้ ศึกษาและหาลักษณะอย่างนี้ดูกัน จะจบละดันลืมพูดถึงวงกลมที่วงไว้ วงกลมที่วงไว้ เป็นแท่งที่แสดงถึงการกลับตัวของราคาหุ้น เช่นกันหากวัน ถัดไปเปิดบวกก็ตามได้ แต่ถ้าไม่มันใจยอมรอดูมันปิดบวกไปก่อนก็ได้ ได้ของ แพงหน่อยแต่ชัวร์ .......................................................
  29. 29. 28 | P a g e color...แนวเก็งกาไร...มองภาพขยายช่วงใกล้ๆระหว่างวัน แบบนี้เหมือนแทงสูงต่า ไม่มีเทรนด์ระยะสั้นที่ชัดเจน...ได้ก็อาจฟลุ๊ค เสียก็ ซวยไป............ไม่เอาครับ หุ้นแบบนี้...จะบอกให้ครับ วันที่ไม่มีออฟเฟอร์ของเม่าหรือมีน้อย(เขารู้ครับ เพราะนอกจากของเขาก็คือ ของเม่านั่นเอง) เขาจะลากขึ้น และโยกหลอกล่อเรื่อยๆ...ถ้ามีเม่ามาซื้อไม้ใหญ่ๆหรือ หลายๆคนรวมกันแล้วได้จานวนมากๆ ทุบขังลืม...ถ้าเม่ายังไม่คายของคืน ก็กดลงวันต่อมาจนคาย...ผมเดาว่า แท่งเมื่อวันศุกร์และสเปรดแบบนี้
  30. 30. 29 | P a g e ....ทุบกินตับเม่าไม้ใหญ่ครับ คงยังคายไม่หมด วันนี้เลยกดลงอีก...ไม่ หมดมะรืนกดลงอีก จนหมดเมื่อไหร่...ค่อยเข้าหลูบเดิม คือไม่มีออฟเฟอร์เม่า ก็ลากขึ้นใหม่ ...อย่าง work jas jmart ptl aj(เมื่อก่อน) ฯลฯ เป็นต้นครับ) เรา จะเล่นอย่างยั่งยืนได้....ต้องปลอดภัยและลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด... บางที อาจต้องพลาดโอกาสบ้าง เช่นตกรถ nmg วันนี้แต่นั่นมันพียง เหตุการณ์รายตัวรายหุ้นที่เราต้องเจอปกติเท่านั้น
  31. 31. 30 | P a g e ....ถ้าเรายึดหลักกลางๆและสอดแทรกเสริมส่งเครื่องมือแห่งความปลอดภัย เข้าไปให้มาก...เราลาไยอย่างยั่งยืนได้แน่นอนครับ เข้าเรื่องกันครับ ------------------------------------------------------------------- การกระจาย ความเสี่ยง .... ในเมื่อเราและนักเทคนิคทั่วโลกยอมรับกันอยู่แล้วว่า "ไม่มีเทคนิคใดๆ จะถูกต้องแม่นยาได้ 100%".... แค่ 70% ก็ถือว่าใช้งานได้แล้ว และผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าระบบของเรา มีความเป็นไปได้ในระดับ 70% ถ้าเราไม่พลาดจุดสาคัญจุดใดจุดหนึ่งไปเสียก่อน การ ที่จะให้หลักการความน่าจะเป็นทางานได้แม่นยาที่สุด...นั่นคือการ ที่เราต้อง มีจานวนประชากรให้มากที่สุด...นั่นคือถ้าระบบแม่น 70% การ เล่นหุ้น 100 ตัว ต้องสาเร็จหรือมีกาไร 70 ตัว เสียได้ 30 ตัว แต่การที่เราจะเล่นหุ้น คราวละมากๆๆๆตัวเพื่อกระจายความน่าจะเป็น นั้น...ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่ แล้ว...และการที่มีจานวนประชากรหรือจานวนหุ้น น้อยเกินไป ก็อาจทาให้เราพลาดตามหลักความน่าจะเป็นได้ เช่นเรามีวอชลิสต์อยู่ 10 สมมุติมันจะเข้าเป้ า 7 ตัว...พลาด 3ตัว....แต่ เราดันเลือกมาเล่นแค่สองตัวเท่านั้น...โอกาสที่สองตัวนั้นจะเป็น 1ใน 3ตัว
  32. 32. 31 | P a g e หลัง(เจ๊งหมด) หรือเข้าเป้ าแค่1 ขาดทุน1 ก็ย่อมเป็นไปได้.โอกาสที่สองตัวนั้น จะเป็น 1ใน 3ตัวหลัง(เจ๊งหมด) หรือเข้าเป้ าแค่1 ขาดทุน1 ก็ย่อมเป็นไปได้ นั่น หมายถึงแม้ระบบเราจะดีแค่ไหน...แต่ถ้าเราเลือกหุ้นมาเล่นน้อยตัว เกินไป... โอกาสเป็นดังที่ผมว่าที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คือ เจ๊งทั้งสอง หรือได้หนึ่งเจ๊ง หนึ่ง...แม้เท่าทุนก็เสียเวลาเปล่า ดังนั้น การถือหุ้น ต้องนึกถึงหลักความน่าจะเป็นเหล่านี้ด้วยเสมอ...ผม เองไม่เคยถือหุ้นต่ากว่า 6ตัว และปกติจะ 7-9 ตัวเสมอ...เพราะเหตุผลนี้เอง และหุ้นขาขึ้น ไม่ได้ขึ้นทุกตัวทุกวัน...มันจะมีตัวที่ขึ้นต่อบ้าง พักตัวบ้าง...และ ยิ่งเล่นรอบจัดอย่างผม(ไม่จาเป็นต้องเล่นแบบนี้ก็ได้นะครับ ...ถือสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ได้ ผลลัพธ์ไม่ต่างกันนัก...แต่ผมดันชอบ ลองเท่านั้นเอง) ทีนี้พอตัวไหนดีดๆแรงๆก็อาจแบ่งขายมาซื้อตัวที่กาลังพักตัวอยู่ก็ได้... โยกเงินไปมาในหุ้นของเราเอง และ อีกอย่าง การถือสัก 8-9 ตัว ตามเทคนิคของเรา...เราจะสนุก ไม่ เครียด เพราะจะมีตัวขึ้นมาให้ลุ้นให้มันส์อยู่ทุกวัน ตัวไหนพักตัวและยังไม่ต่า กว่าจุดอันตราย เราก็เก็บเพิ่ม
  33. 33. 32 | P a g e ส่วนตัวไหน rsi ทาท่าเลยจุดโอเว่อร์บอท เราก็พิจารณาแบ่งขายบ้าง วันหน้าพักตัวย่อค่อยรับกลับ....จะเห็นได้ว่าผมมีหุ้นมาเชียร์มาโม้ทุกวันใน NVDR ก็เพราะเหตุผลนี้เองครับ อ้อ...เทคนิคการกระจายความเสี่ยงนี้ได้ผลดีมาก และยิ้มได้ทุกวัน...จึง นามาโม้มาบอกกล่าวให้พี่น้องชาวเม่าด้วยกันได้ลองใช้ดูครับ ปล.พอร์ทผมไม่สวยนักเพราะซื้อขายบ่อย...ทุกตัวถือมาไม่เกิน 2 อาทิตย์...ส่วนใหญ่ซื้ออาทิตย์ที่แล้วและวันนี้ทั้งนั้นครับ ----------------------------------------------------------------- ตัวนี้เห็นรูปตะขอเบ็ดที่เป็นแพทเทิร์นยกสูง และโวลุ่มส์รูป วี-เชฟ มั๊ยครับ วันหน้าเราจะม่ากันเรื่อง...การพักตัวของหุ้นขาขึ้น ถ้าเจอแท่งยังงี้ควรทาไงครับ
  34. 34. 33 | P a g e เฉลยยยยยยยย แท่งใดลงไร้วอลุ่ม ช่างน่าสวนยิ่งนัก เพราะมันลงไร้วอลุ่มครับ คือวอลุ่มแห้งสนิท อาจจะเป็นการตบเอาของ หรืออะไรก็ตามครับ คนทาราคาทั้งนั้น คนทาราคา อยากได้ของราคาถูก เป็นวิธีสะบัดเม่าอย่างนึงด้วย
  35. 35. 34 | P a g e การเบรคของวอลุ่ม การเทียบเคียงการเบรคของโวลุ่มส์…..นี้ที่นี้(ผมประยุกต์ต่อจากที่เรียน เรื่องหุ้นเพชร...แล้วค่อยว่ากัน) แบ่งเป็นแบบสัดส่วนง่ายๆ ดังนี้ 1. 25%ของfloat200 2. 50%ของfloat200
  36. 36. 35 | P a g e 3. 75%ของfloat200 4. 100%ของfloat200 5. 150%อั๊ป float200 Float…หมายถึงโวลุ่มที่มีการเล่นหากัน ณ จุดที่สนใจ เนื่องจากเทคนิคเก็งกาไรของเรา สนใจพฤติกรรมการทาราคาของหุ้นเพียง 200 วัน ....ดังนั้น Float ที่มีนัยยะสาคัญที่สุดของเราคือ Float200 หรือวันที่หุ้นมี จานวนโวลุ่มเล่นหากันมากที่สุดในช่วง 200วันนั่นเอง เด๋วดูตัวอย่าง...แล้วผมจะแยกระดับการเบรคให้ดู ระหว่างหากราฟ...อ่านตรงนี้ให้เข้าใจก่อนครับ(ให้เข้าใจนะครับ) ความสัมพันธ์และไม่สัมพันธ์ของ Float แลพ Free Float…..เช่นหุ้น XXX มีจานวน Free Float ในตลาดหุ้นอยู่ 300 ล้านหุ้น ....แต่ float200 ที่เราสนใจ ปกติอาจมีแค่ 100ล้านหุ้นเท่านั้น เพราะที่เหลือ อีก 200ล้านหุ้นคือหุ้นในมือพวก -วีไอ...ดอยหรือเขียวก็ไม่ขาย -พวกลงซื้อขึ้นไม่ขาย เก็บไว้กินปันผลและเป็นมรดกลูก…..เป็นต้น....
  37. 37. 36 | P a g e ….หุ้น 200ล้านหุ้นหลังดังกล่าวนี้เราไม่ต้องสนใจ...และเช่นกัน เจ้าเองก็ไม่ สนใจนับเช่นกัน(เรื่องจริงครับ) ตัวอย่าง...ขอเอาแต่เฉพาะตัวที่เคยเล่นจริงๆ กาไรจริงๆมาลงนะครับ pm....กวาดตากราฟ 200วัน แล้ว พบว่าวันที่ 21/7/11 มีโวลุ่มส์การเล่นหา มากที่สุดที่ 44.7 ล้านหุ้น ดังนั้น....Float200 = 44.7 ล้านหุ้น (ถ้าเป็นบาทก็เอาราคาคูณเข้าไป) Note: คาถามนี้อาจล่วงหน้าเนื้อหาไปนิด...ถามว่าทาไมจุด A ราคาเบรค นิวไฮเช่นเดียวกันกับจุด B .... แต่ราคาA ไม่ไปต่อ? ทาไม B ไปต่อ? *******************************************
  38. 38. 37 | P a g e จุด A แม้เบรคราคา แต่ยังมีคนถือหุ้นในราคาที่จุด float200 มากอยู่ เขาจึง ทรงๆให้คนขายออกมาให้มากที่สุดก่อน แวกวาดเก็บม้วนเดียว 2วันซ้อนที่จุด B....เป็นไอเดียเล็กๆล่วงหน้าเนื้อหาไปก่อนนะครับ...พอหอมปากหอมคอ คนที่ดูเทรนด์ไลน์ ชาร์ตแพทเทริน แท่งเทียน...เพียงอย่างเดียว...พลาดหรือ เสียเวลาเทิร์นโอเวอร์ได้ 1. จุดfloat 200=44.7 m. วอลุ่มเข้ามหาศาลแต่ราคาไม่ไปเหมือนเจ้าเก็บ ของ วันต่อๆมา วอลุ่มแห้ง เหมือนเราน่าจะเก็บตาม คาดว่าราคาน่าจะขึ้นแรง ในไม่ช้า.....แต่ กลับลงไปเรื่อยๆ ??? ( น่าจะมีคนติดดอย และคัทลอส ออกมามากหลังจากนั้น อะครับ) 2. ที่ว่า".....จุด A แม้เบรคราคา แต่ยังมีคนถือหุ้นในราคาที่จุด float200 มากอยู่ เขาจึงทรงๆให้คนขายออกมาให้มากที่สุดก่อน ....." หลังจากจุด float 200 ราคาตกลงเรื่อยๆ ตกหนักมาก คนส่วนใหญ่น่าจะหนีตายกันเกือบหมดแล้วนะ ถ้าใครยังถืออยู่ต้องเป็น vi พันธ์แท้แน่ๆ จุดA หรือจุดB เค้าก็คงไม่คาย ออกมาแน่ อะครับ
  39. 39. 38 | P a g e ....... เช่นกัน....ระดับการเบรคของโวลุ่มในหุ้นขาขึ้น....มีผลในเชิงแปร ผันตามกับ ลาไยและราคาที่ควรวิ่งไปเช่นเดียวกับสเปรด...แต่ยังไงเราก็ต้อง ใช้ร่วมกันนะ ครับ เรื่องที่ 6 ที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งเบรคราคาและเบรคโวลุ่ม...ผมขอให้ ข้อคิดจากที่เคยเรียนมาและจากประสบการณ์ดังนี้ 1.โวลุ่มมา แต่น้องราคาเดินนิดเดียว...ต้องเป็นขาขึ้น แม้อาจไม่เบรค แรง...ถือลุ้นได้ ไม่นานน้องรา(ราคา)จะตามมาเอง...เด๋วดูตัวอย่าง (อิอิอิ หา ก่อน...ที่เคยเล่นได้มาจริงๆเท่านั้นครับ) 2.ราคามา สเปรดถ่างออกกว้างสวย แต่พี่ลุ่ม(โวลุ่ม)นิ่ง....อันตราย โอกาสเจอหุ้นกระแดะขึ้นมีสูงครับ -------------------------------- ถ้าจะเปรียบเทียบการเล่นหุ้น กับเตะฟุตบอล ก็เปรียบได้ไม่ยากครับ.. 1. การเคลื่อนไหวของราคา ก็เหมือนกับการต่อบอลไปเรื่อยๆ.. 2. การขายทากาไร ก็เหมือนกับการยิงประตูได้.. 3. การขายขาดทุน ก็เหมือนกับการเสียประตู.. หัวใจของฟุตบอล คือการทาประตู แล้วได้ชัยชนะ.. หัวใจของหารเล่นหุ้น คือการทากาไรให้ได้อย่างสม่าเสมอ..
  40. 40. 39 | P a g e สรุปได้ว่า.. แม้ว่าหุ้นจะพื้นฐานดี หรือกราฟสวยแค่ไหน ถ้าทากาไร ไม่ได้ ก็เปล่าประโยชน์. หลักการเก็งกาไร หลักการเก็งกาไร....คือการให้เงินทางานให้มีเทิร์นโอเวอร์มากที่สุด หรือในที่นี้ คือให้เงินทางานออกผลงอกเงยให้มีคาบเวลาเร็วที่สุด คนเล่นยาว(ไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับ...ดีใครดีมัน).....ถ้าเข้าหุ้นถูก อาจทา กาไรได้ถึง 30-40% ต่อปี(เช่นกัน ถ้าไปเข้าผิด เช่น irpc ที่ 6บาท หรือ ptl ที่ 40 บาท....อาจติดลบ 30-40% หรือมากกว่านั้นก็ได้) ส่วนเทคนิคเก็งกาไร...เป้ าหมายเราอาจตั้งเป้ าและทาได้ที่(หักลบกลบ หนี้กับบางตัวที่ต้องคัทลอสแล้ว)... +3% ต่อ 1อาทิตย์ ...... ซึ่งถ้าเราทาได้(ถ้าทาได้ และปรับปรุงพัฒนาระบบที่เข้ากับจริตตนเอง อยู่เสมอ...ก็ยิ่งจะทาได้มากขึ้น เรื่อยๆ) เราก็อาจทากาไรได้มากกว่าที่ถือยาวที่ ได้ปีละ 30-40% ก็ได้ ....และเราไม่มีทางที่จะติดดอย+ติดลบ ptl,irpc ที่ 30-60% อย่าง แน่นอน (เพราะระบบเรามีการคัทและการแก้หุ้นรองรับอยู่นั่นเอง)
  41. 41. 40 | P a g e เจ้า....ในที่นี้คือเจ้ามือหรือทีมงานผู้ทาราคาหุ้น....โดยปกติไม่ใช่เจ้าของ หรือผู้ ถือหุ้นรายใหญ่จริงๆ เพราะโดยสภาพการณ์+เงื่อนไขแล้วทาไม่ได้หรือ ทาได้ยาก....แต่ อาจมีส่วนรู้เห็นบ้างกับเจ้ามือ....อาจมีขายบ้างพองาม เพื่อ ความเป็นธรรมชาติ แต่ส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนที่ถือ...เด๋วเขาแบ่ง เปอร์เซ็นต์เค้กกันเอง อย่าสับสนและคิดเอาเองกันนะครับ ************************************** เล่นหุ้นอย่างไร ให้ได้กาไร? (ขอย้าว่า "เล่นหุ้น" ไม่ใช่ "ลงทุนในหุ้น") 1. อย่าหวังว่าจะซื้อหุ้นได้ในราคาต่าที่สุด 2. อย่าหวังว่าจะขายหุ้นได้ในราคาสูงที่สุด 3. อย่าฝืนตลาด ถ้าเป็นขาขึ้นต้องทนรวย ถ้าเป็นขาลงต้องออกให้ไว 4. อย่าซื้อหุ้นไม้เดียว ให้ทยอยซื้ออย่างน้อย 3 ไม้ 5. กาหนดจุดขายทากาไร และจุดตัดขาดทุน 6. อย่าไปเสียดายถ้าขายหมู เพราะหุ้นมีให้เล่นอยู่เสมอ หาเมื่อไหร่ก็หาได้ 7. ซื้อเพราะเหตุผลไหน ก็ให้ขายเพราะเหตุผลนั้น 8. ให้เชื่อตนเอง อย่าไปเชื่อคนอื่น 9. จะเล่นสั้น 2-3 วัน ก็อย่าไปดูพื้นฐาน 2-3 ปี มันไม่เกี่ยวกัน
  42. 42. 41 | P a g e 10. อย่าโลภ!! เพราะการ "เล่นหุ้น" ที่ถูกวิธี ต้องมีกระสุนติดมือพร้อมยิงอยู่ เสมอ 11. สาคัญที่สุด.. คือ.. อย่าหวังรวยจนฐานะเปลี่ยนจากการเล่นหุ้น เพราะไม่ ยั่งยืน มีได้ มีเสีย ระยะยาวแล้ว การลงทุนในหุ้นจะยั่งยืนที่สุด ระดับการเบรคของหุ้น เอา...การ เบรคของราคาก่อนนะครับ(ชาวบ้านชาวช่องเขาก็ดูแค่นี้ครับ ...แต่ของเราดู เบรคของโฟทหรือโวลุ่มส์ควบคู่ด้วย... อิอิอิ เจ๋งมั๊ยยยย
  43. 43. 42 | P a g e ระดับการเบรคราคาของหุ้น ปัจจุบันเมื่อเทียบกับอดีต(กราฟ 200วันทา การพอนะครับ)...ว่าราคาตอนนี้มันสูงกว่าอดีตที่ผ่านมากี่วัน โดยปกติ เพื่อให้ง่ายต่อการดู เราจะแบ่งระดับการเบรคราคาออกเป็น 4 ช่วงดังนี้ 1.หุ้น ที่เบรคราคา 20วัน หรือ 1เดือนปฏิทิน....หมายถึงราคาหุ้นวันนี้แพงกว่า หุ้นที่เรามองย้อนหลังตามกราฟ(วัน)ไป 20 วันทาการหรือ 1เดือนปฏิทิน 2.หุ้น ที่เบรคราคา 50วัน หรือ 3เดือนปฏิทิน....หมายถึงราคาหุ้นวันนี้แพงกว่า หุ้นที่เรามองย้อนหลังตามกราฟ(วัน)ไป 50 วันหรือ 3เดือนปฏิทิน 3.หุ้น ที่เบรคราคา 100วัน หรือ 6เดือนปฏิทิน....หมายถึงราคาหุ้นวันนี้แพง กว่าหุ้นที่เรามองย้อนหลังตามกราฟ(วัน)ไป 100 วันหรือ 6เดือนปฏิทิน 4.หุ้น ที่เบรคราคา 200วัน หรือ 1ปีปฏิทิน....หมายถึงราคาหุ้นวันนี้แพงกว่า หุ้นที่เรามองย้อนหลังตามกราฟ(วัน)ไป 200 วันหรือ 1ปีปฏิทิน ทาไมต้องรู้ระดับการเบรคราคา...สาคัญอย่างไร ? เพราะ ระดับการเบรคก็คือสันยานกลับตัวขาขึ้นว่าเป็นระดับไหนแล้ว....และ ระดับการ เบรคก็เป็นตัวชี้บ่ง(ไม่ 100%นะครับ...แต่ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น)ว่า หุ้นที่เราเห็นสันยานและน่าเข้าลุ้นลาไย....มีความเป็นไปได้ที่จะให้ลาไยขนาด ไหนหรือกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้ามันไปต่อ
  44. 44. 43 | P a g e อ้อ....จะดูแค่เบรคราคา มันก็ง่ายตามตาราทั่วไปเกินไป แบบนั้นใครๆก็ กาไรกันทั้งนั้น....ไม่ใช่ครับ....เราจะดูเบรคของโวลุ่มส์ด้วย ...เพราะ เคยกล่าวความสัมพันธ์ของโวลุ่มส์+สเปรดราคาแล้วนะครับว่าเป็น อย่างไร....ของ แท้ต้องมาทั้งคู่เ เราจึงต้องดูทั้งคู่ร่วมกันนั่นเอง .....เด๋วผมขอเวลาหากราฟมาอธิบายการเบรคของราคาก่อนนะครับ... อีกนิด....บางท่านอาจสงสัยว่าทาไมผมจึง มักบอกการเล่น การถือ การ ซื้อ การขาย ในกระทู้ NVDR เสมอ....โชว์อ๊อปหรือเปล่า? ไม่กลัวจ้าวทุบ เหรอ? ...ผมมีคนติดตามอยู่ครับ(ชาวต่างซาดกะมีเด้อ)....ท่านที่เคยไปเสียตังค์เรียน หรืออ่านตัวอย่างเทคนิคตามหนังสือแพงๆ อาจเคยทึ่ง ...เทคนิค สามเหลี่ยม เทรนด์ไลน์ แดงหัวต่า เตี้ยหัวสูง rsi macd ฟิโบ้ โป เตโต้ โดเรม่อน....มันเป็นจั่งซี้เอง ฮู้ยยยยย รู้แล้วเก็ตแล้ว....คราวนี้รวยหล่ะตรู แต่พอเรียนจบ กลับมานั่งเทรดของจริง....อาจมึนตึ๊บหรือบางทีอาจเจ๊ง เหมือนเดิมก็ได้(อิอิ อิ ที่ว่ามา...ผมก็เคยเป็นนะครับ ตอนอ่านหนังสือเทคนิค เริ่มต้น)
  45. 45. 44 | P a g e .....เพราะ ตัวอย่างบทเรียนหรือตาราต่างๆคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว... ผู้สอน ล้วนแต่คัดเลือกเอาแต่ตัวอย่างที่สอดคล้องกับบทเรียนที่เขาเอามาสอนหา กิน มา ให้ท่านดู ....ซึ่งในโลกความจริงขณะเทรดปัจจุบัน อาจไม่เป็นไปตาม ตัวอย่างในบทเรียนหรือตารานั้นๆก็ได้ ....เช่น นั้น ผมเลยทาให้ดูจริงๆสดๆมันซะเลย (คัทแบบไหน แสบก็ทาให้ ดูครับ ไม่ใช่แต่โชว์ที่กาไร...เช่นวันนี้ออก tipco ที่ 6.95 แม้ทุนผมจะ7.0 ก็ ตาม...เพื่อมารับกลับที่ 6.80 เป็นต้นครับ) ...ส่วน เจ้าทุบ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยกลัว...หุ้นตัวไหนที่คาดว่าวันนั้นจะ ขึ้นแรง(เช่น utp) ก็โพสต์ตั้งกระทู้เลย...เจ้าเขาลงทุนไปแล้ว จั้งหวะนั้นถ้า ทุบ เขาเจ๊ง เขาไม่ทาหรอกครับ เวลาดูหุ้น ต้องดูย้อนไป 200 วัน....และเอาวันล่าสุด(วันนี้) เป็นตัวตั้ง กราฟวันล่าสุด....มีราคาสูงกว่าทุกราคาของกราฟ หุ้นตัวนี้คือ....เบรค 200 วัน
  46. 46. 45 | P a g e สเปรดราคา ในที่นี้ก็คือจุดต่าสุดจนถึงจุดสูงสุดของแท่งเทียนนั่นเองครับ แต่ใส้เทียน ผมจะคิดแค่ที่ครึ่งใส้เท่านั้น(ต้องดูภาพประกอบจึงจะเข้าใจ) จาก ภาพตัวอย่างที่ผมยกมา....หุ้นตัวนี้ ณ วันที่ผมชี้ จะมีสเปรดราคา (ในรูปแบบที่คิดจุดนับบนล่างที่ครึ่งใส้เทียน)เป็น 6.6นิดๆ - 7.0นิดๆ นั่นเอง ตรงนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน...ถ้าแท่งเทียนไม่มีใส้ ก็คิดบนล่างเต็มๆไปเลย ส่วน สาเหตุที่ผมคิดที่ครึ่งใส้เทียนทั้งบนและล่าง เพราะตัวแทนจานวน ประชากรของใส้เทียน ที่จุดบนและล่างสุด มีน้อย และต้องถัวๆกันที่ตรงครึ่งใส้
  47. 47. 46 | P a g e (คนที่ซื้อได้จุดต่าสุดและขายได้จุดสูงสุด....ถ้าไม่ฟลุ๊คก็มีแต่เจ้ากับเมียน้อย เจ้าเท่านั้น...เมียหลวงยังไม่ได้เลย) macd ema rsi....สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกราฟสมการเชิงเส้น ที คานวนมาจาก โวลุ่ม+สเปรด ทั้งสิ้น ...ถ้าโวลุ่มมาแต่ราคานิ่ง หรือราคาวิ่ง(สเปรดถ่างออก)แต่โวลุ่มไม่มี... macd ema rsi ซึ่งเป็นสมการที่มีตัวแปรมาจากโวลุ่ม+สเปรด ของท่านก็จะนิ่งและราบเรียบเชิงขนานกับพื้นโลก....แต่ถ้าโวลุ่ม+สเป รดมาทั้งคู่ สัญญาณ macd ema rsi เชิงเส้นต่างๆ จึงจะชี้เด่ หรือทิ่มหัว (ถ้าสเปรดไปทางลง) ....เช่นนั้น เรามามองต้นทาง(โวลุ่ม+สเปรด)และตีความันให้ออก จะดีกว่า มั๊ยครับ ? กราฟหุ้นที่มีการถ่างออกของแท่งโวลุ่มส์+สเปรดราคา....พร้อมกันทั้งคู่ นั่นคือสันยาน(สันยาน...ผมตั้งใจพิมพ์แบบนี้)การลงทุนของเจ้าแล้ว จริง อยู่ ก่อนหน้านี้ที่ราคาไม่แพงเจ้าต้องมีการเก็บหุ้นมาบ้าง...แต่ได้ไป ไม่ มากอย่างที่ท่านคิดครับ...และระหว่างนั้นก็จะมีนักเล่น/นักลงทุนเก็บหุ้น ไว้ พอควรในปริมาณพอๆกับที่เจ้าเก็บ....และเมื่อระหว่างที่เจ้าลากเพื่อดัน ราคา ขึ้นมา ก็จะมีคนกล่มนี้ขายทากาไรออกมาใส่เจ้าตลอดเวลา ซึ่งเป็นภาระ ที่ เขาต้องลงทุนซื้อหุ้นตรงนี้ไว้ด้วยในจานวนที่มาก...จึงเป็นเหตุให้ต้อง ดันต่อ
  48. 48. 47 | P a g e อีกในวันถัดๆไป เพื่อให้หุ้นมีราคาที่สามารถทากาไรได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ ทาไมสเปรดมาแล้วโวลุ่มส์จึงมากตาม....ตอนแรกๆในช่วงที่สันย่นชี้บ่ง ไม่มี การโยกซื้อขายกันเองของเจ้าหรอกนะครับ เม่าล้วนๆที่ขายใส่จนมีโวลุ่มมากดังที่เห็น ........... ตรงนี้คร่าวๆที่สุดแบบเบื้องต้นพอให้เห็นภาพกันก่อนครับ...หุ้นที่ ตลกและ กระแดะขึ้นก็มี...แต่เบื้องต้นส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ครับ การตั้งจุด Stop loss และ Trailing stop โดยไม่ใช้กราฟ...ใช้ แค่ใจและวินัยเทรด..ก็พอ!! จากประสบการณ์เทรดอันน้อยนิดมหาศาล (สรุปว่าน้อยหรือมากหว่า ฮ๋าๆๆ) ผมได้ข้อสรุปอย่างนึงครับว่า... นักลงทุนแทบทุกคนไม่มีปัญหา...เวลาซื้อ แต่มักจะตายน้าตื้น...เวลาขาย...หรือ...ตัดขาดทุน จริงอยู่ครับ...ตลาด ณ จุดนี้(SET อยู่ที่ประมาณ 1130 – 1150 จุด) เป็นตลาดขาขึ้นในภาพใหญ่ หลายๆคนก็อาจจะพูดว่า...ซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้ ถ้า มันลงมาหลุดราคาต้นทุนลงไปซัก 10 – 20%...เราก็ไม่ต้องขาย ขายทาไม ถือไปเถอะ เดี๋ยวมันก็ขึ้นกลับมาใหม่...
  49. 49. 48 | P a g e ถูกต้องครับ...มันขึ้นอยู่แล้ว..เพราะมันคือตลาดขาขึ้น!! แต่..!! ขอเตือนเลยครับ...ยามที่ตลาดขาลงมาเยือน...ถ้าคุณไม่ขาย ดื้อถือไป เรื่อยๆ...การันตีได้ว่า...คุณได้ถือหุ้น เฝ้ าหุ้น เป็นปีๆแน่นอน...เผลอๆเจ๊งหมด ตัว หุ้นไม่ขึ้นมาอีกเลยก็เป็นไปได้ ดังนั้นแล้ว..ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด ที่เราจะควรมีความรู้เรื่องการ ตัดขาดทุนและการเลื่อนจุดตัดขาดทุน...ต่อให้คุณไม่มีความรู้เรื่องกราฟ เทคนิค เทคโน อาชีวะ ก็ตามที... ...คุณก็ตัดขาดทุน...หรือสามารถ Let Profit Run ได้อย่างไม่ต้อง กังวลใดๆ... วิธีนี้...ผมการันตีครับว่า...เมื่อคุณเลือกหุ้นที่ชอบแล้ว...คุณเคาะซื้อปุ๊ บ ...คุณไม่ต้องมานั่งเฝ้ าหน้าจอแทบทุกนาทีเลยครับ...เพราะอะไร อ่านจบคุณ จะรู้เอง...ถ้าไม่รู้...อ่านใหม่!! อิอิ ..ขออธิบายโดยใช้เหตุการณ์สมมติน่ะครับ เพื่อความง่ายในการเห็น ภาพ.. สมมติว่านักลงทุน P ได้ซื้อหุ้น X ที่ราคา 10 บาท โดยที่นักลงทุน P สามารถรับความเสี่ยงในการขาดทุนในการลงทุนในหุ้น X ได้ที่ 10 เปอร์เซนต์ เท่านั้น...ก็คือ 9 บาท...ต่ากว่านี้..ตัดขาดทุน!!
  50. 50. 49 | P a g e ต่อมา...ราคาหุ้น X ได้ร่วงมาอยู่ที่ 9.20 บาท...ถามว่านักลงทุน P ต้อง ทาอย่างไร? …เครียดประสาทแด๊ก?...นอยด์โทรหามาร์?...ป๋ าขาช่วยหนูที?.. ตอบแทนเลยครับว่า...นักลงทุน P จะไม่เครียด ชิลๆ สบายๆ เพราะอะไรนั่น หรือครับ...ก็เพราะ ราคายังไม่ถึงจุด Stop Loss ที่ตั้งไว้นั่นเอง!! สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น จะมี 2 กรณีทั้งแบบ Best Case และ Worst Case น่ะครับ Worst Case ราคาหุ้น X ร่วงไปถึง 9 บาทหรือหลุด 9 บาท...ในกรณีนี้...นักลงทุน P จะยอม Stop Loss ทันที โดยที่ไม่สนใจว่า หุ้นอาจจะรีบาวน์หรือดีดกลับ ได้ในอนาคต...เพราะวินัยการลงทุนของนักลงทุน P คือ ถ้าถึงจุดตัด ก็ต้อง ตัด!! ไม่ต้องเสียดายครับ หุหุ โอเคว่า...ราคาอาจจะดีดกลับทันทีก็ได้...อันนี้แล้วสาหรับเทรดเดอร์ ถือ ว่าเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่ต้องซีเรียสครับ
  51. 51. 50 | P a g e แต่จะซีเรียสและเซ็งที่สุดถ้าไม่ยอมทาตามวินัยตัดขาดทุน...เพราะราคา หุ้นอาจจะร่วงต่อจาก 9 บาท ไปสู่ 5 บาท หรือต่ากว่านั้นก็ได้...ใครจะไปรู้!! ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกครับ...แต่อย่างน้อย หากคุณมีวินัยเทรด...คุณก็กุมอนาคตตัวเองไว้ Best Case ราคาหุ้นหยุดนิ่งสร้างฐานที่ 9.20 บาทมาสักระยะ จากนั้นก็เจอแรงซื้อ กลับมหาศาล จนราคาทะลุ 10 บาท ไปยืนที่ระดับ 11 บาท...ณ จุดนี้นักลงทุน P ก็มี unrealized profit อยู่ที่ 1 บาทหรือกาไร 10% นั่นเอง...ว้าวว!! แต่ช้าก่อน!!...ถ้าตามสูตรลงทุนแนวนี้...นักลงทุน P จะไม่ขายครับ... แต่จะเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นมาทันที โดยคานวนจุด Stop Loss ใหม่จาก ราคาปัจจุบัน - (ราคาปัจจุบัน X Stop Loss ที่นักลงทุนรับได้) ดังนั้น จุด Stop Loss ใหม่ของนักลงทุน P คือ 11 บาท – (11 บาท X 10%) = 9.9 บาท!! สังเกตอะไรมั๊ยครับว่า...ถ้าเกิดราคาหุ้นร่วงมาที่ 9.9 บาท อีกครั้ง นัก ลงทุน P ขาดทุนแค่ 1% เท่านั้นเอง...สิ่งนี้แหล่ะครับคือ Trailing Stop!!
  52. 52. 51 | P a g e แล้วเจ้า Trailing Stop นี่ มีประโยชน์อย่างไร...สาหรับผมแล้ว ผม มองว่าถ้าหุ้นที่เราถืออยู่เป็นหุ้นดีเด่น สุโค่ย! คุณก็จะสามารถเกาะขบวน รถด่วนเหาะเวหาได้ยาวนานที่สุดครับ เช่น...ต่อมาราคาหุ้น X ดีดจาก 11 บาท ไปถึง 15 บาท โดยระหว่าง ทางก็มีการย่อบ้างอะไรบ้าง แต่นักลงทุน P ก็ยังไม่ขาย เพราะจุด Trailing Stop ของนักลงทุน P อยู่ที่ 10% ของราคาปัจจุบัน เพื่อให้ง่ายต่อการเห็นภาพ ผมเลยทาตารางง่ายๆมาให้ดูกันครับ เห็นแล้วใช่มั๊ยครับว่า ถ้าคุณมีวินัยเทรดที่ดีเยี่ยม คุณมีจุด Stop Loss และ Trailing Stop ที่ดีแล้วนั้น คุณจะมี Limit Loss but unlimited gain หรือคุณจะกาหนดเงินที่คุณมีโอกาสเสียได้ แต่คุณก็จะ มีโอกาสทาเงินได้มหาศาลเช่นกันครับ ที่สาคัญคือ... ...จากจุด Trailing Stop ที่มีไว้เลื่อนจุดตัดขาดทุน...
  53. 53. 52 | P a g e ...ก็จะกลายเป็นจุด Taking Profit ทากาไรในทันที... ส่วนที่ผมกล่าวมาในบทนี้..นักลงทุนหลายๆท่านอาจจะนาไปประยุกต์ ได้หลากหลายครับ...จุด Stop Loss และ Trailing Stop นั้น จะเป็นกี่ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่นักลงทุนแต่ละท่านจะรับได้... ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้มาก...คุณก็เพิ่มเปอร์เซ็นต์ Stop Loss เพื่อที่ ในกรณีที่คุณซื้อหุ้นถูกตัว...จุด Trailing Stop ของคุณก็จะมากขึ้นด้วย โอกาสที่คุณจะทากาไรมหาศาลก็มีมากเช่นกัน...ถ้าหุ้นตัวนั้นวิ่งแรง วิ่งฉิว... เผลอๆได้กาไรมากกว่า 100% ก็เป็นได้...สาธุๆๆๆ อิอิ ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้น้อย...ก็ตั้งจุด Stop Loss น้อยๆ โอกาส ขาดทุนหนักๆ ก็จะไม่มีครับ ส่วนโอกาสทากาไร ก็คงต้องแล้วแต่สไตล์การวิ่ง ของหุ้นตัวนั้นๆครับ ...เห็นมั๊ยครับ...วิธีนี้ผมว่าเหมาะสาหรับนักลงทุนที่ไม่ถนัดกราฟน่ะครับ... ใช้ได้ง่าย ทาได้จริง แต่สุดท้ายแล้ว...อยู่ที่ว่า...คุณจะคุมอารมณ์ตัวเองได้ หรือไม่ ในยามที่ราคาหุ้นวิ่งผันผวน แต่ยังไม่แตะจุดที่คุณต้อง Stop Loss หรือ Trailing Stop ไว้ครับ
  54. 54. 53 | P a g e มุมมอง..... เครื่องมือทางเทคนิค ทุกอย่าง มีข้อดีข้อด้อยของมันเสมอ....เราต้อง ค้นพบให้ได้ว่าเครื่องมือใดสามารถสร้าง ความแม่นยาที่เหมาะสมกับจริตของ เราอย่างน้อย 70% ถ้าสิ่งที่เราเคยใช้ไม่เป็นไปตามนั้น...ให้หาสาเหตุปรับปรุงแก้ไขความ บกพร่องง่ายๆโดยใช้หลักการหาต้นตอของสาเหตุจาก 4M+1E ....นั่นคือ แมว เหมียว หมู หมา และกาไก่...... 5555555 ไม่ใช่ครับ M แรกคือแมน หรือตัวเรา M ทีสองเมธอด คือวิธีการ 1.ถ้าวิธีการดีแล้ว....คนอื่นใช้งานได้ดี แต่เราดันใช้ไม่ได้ผล...ให้ฝึกให้ หนักกว่าเดิมและทาความเข้าใจให้มากขึ้น ขบให้แตก
  55. 55. 54 | P a g e 2.ถ้า เราพิจารณาว่าเราเต็มที่แล้ว...อาจเป็นเพราะวิธีการนั้นๆไม่ เหมาะกับจริตเรา ก็ได้...ให้ลองประยุกต์หรือหาวิธีใหม่ที่เหมาะสมกับเรา มากกว่า...ไม่มีเทคนิคใดๆจะยังผลลัพธ์ถูกต้องได้ 100% แต่อย่างน้อยที่สุด ต้องได้ 70%...จึงจะเป็นวิธีการที่เราควรนามาใช้นั่นเองครับ ก่อนไปต่อ....คาบเกี่ยวเรื่อง float ของเราต่ออีกสักเล็กน้อย เพราะ เมื่อวานถือว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ทุกท่านคงเคยได้ยินมาเสมอว่า..เฮ้ยยยย หุ้นตัวนี้โวลุ่มส์เข้าแล้ว ท่าทางน่าสนใจ ...หูยยยยย ดูโวลุ่มส์จากกราฟสิ งามขนาดป้ าดดิโท้ ...โวลุ่มมาแบบนี้..ราคาไปต่อแหง๋มๆแต่.....ท่าน(และไอ้คนที่อุทานเรื่องโวลุ่ม ว่าสวยอย่างโง้นอย่างงี้)ทราบได้อย่างไรว่า 1.แค่ไหน ขนาดไหน จึงจะเรียกว่าสวย? 2.มีหลักการวัดหรือเปรียบเทียบเชิงตัวเลขอย่างไร ว่าแบบไหน จึง เรียกว่าสวย? 3.หรือว่าเห็นว่าแท่งโวลุ่มมันชี้โด่เด่ขึ้นมาปื๊ดๆๆๆๆ ตรูก็ว่าสวยหล่ะ... และสวยที่ว่า สวยอย่างไร?
  56. 56. 55 | P a g e หุ้นปั่น(ในที่นี้ทุกตัวในตลาดล้วนเป็นหุ้นปั่นได้ทั้งสิ้นในสายตาผม ไม่ เว้นแม้แต่พวกหุ้นก้นบุหรี่อย่างพวกเซ็ต50 เซ็ต100 เซ็ตHD...อยู่ที่สันยาน ชี้บ่งว่าช่วงนั้นมีการทาราคาหุ้นหือไม่) ...คือหุ้นที่มีระบบระเบียบการทาราคาของหุ้นจากท่านเจ้า(ที่รักยิ่ง) เสมอทุกตัว ...การเล่นของเรา ต้องมีระบบ มีหลักการ ตัวชี้วัดหรือเปรียบเทียบที่ อธิบายได้...เราไม่ได้เล่นปั่นแปะหัวก้อย.... Q: เอออ แบบนี้ใช่ไหมเรียกว่า กราฟสวยยย A: ใช่แล้วครับ แท่งแรกที่มีลูกศรชี้คือวอลุ่มเบรค เราควรเข้าหลังจากซับ แรงขายหรือพักตัวเรียบร้อยแล้วเสมอ ไม่งั้นเจ็บตัว Q: 1.จะเข้าที่โวลุ่มแรกเลยโอกาสได้ขเสียอันไหนมากกว่าคับ 2.ถ้าโว ลุ่มที่2-3มันไม่ลดจะหาจังหวะเข้าตอนไหนคับ 3.ถ้าโวลุ่มต่อมาลดลงแต่ ราคาขึ้นเรื่อยๆแปลว่าขึ้นหลอกๆหรือไม่คับ ขอบคุณครับ Q: อือลุงๆถามอย่างเวลา วอลุ่มเค้าแล้วรอวอลุ่มแห้งค่อยเค้านี้มีหลัก ไมอะครับ แห้งนี้แห้งประมาณไหนอะ เพราะมีปัญหาบางนี้รอแห้งแล้ว ซื้อไม่ ทันเห็นอีกวันราคาไปแล้วมาไล่ราคากันต่อแล้ว

×