Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
1
2
1) เพื่อศึกษาผลกระทบของปศุสัตว์ต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
2) เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขผลกระท...
3
4
5
6พื้นที่ที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ พื้นที่ที่ไม่มีการเลี้ยงปศุสัตว์
7
ทาการวางแปลงตัวอย่างในพื้นที่ป่า โดยวางแนวสารวจแบบเส้นตรงในแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ละ 2 แนว
ห่างกันแนวละ 20 เมตร แต่ละแนววาง...
8
9
1 ความถี่ของชนิดไม้ (Plant species frequency)
: ความถี่ของชนิดไม้ (frequency)
: ความถี่สัมพัทธ์ของชนิดไม้ (Relative freq...
10
ฤดูแล้ง
พื้นที่ที่ไม่มีการเลี้ยงสัตว์ พื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์
ไม้ยืนต้น ไม้หนุ่ม
กล้าไม้ ไม้พุ่ม
ไม้ล้มลุก และหญ้า
ไ...
11
12
114
48
19
6 5 3 0 0 1 0 0 1
0
20
40
60
80
100
120
<10 10-15 15-20 20-25 25-30 30-35 35-40 40-45 45-50 50-55 55-60 >60
จ...
13
พื้นที่ที่มีกิจกรรมการเลี้ยงปศุสัตว์มีความสมบูรณ์ของสภาพป่า น้อยกว่า พื้นที่ที่ไม่มีการ
เลี้ยงปศุสัตว์
พื้นที่ที่มีกิจก...
14
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ปี พ.ศ. 2543 ปี พ.ศ. 2557
15
โดยทาการเดินสารวจ
เพื่อบันทึกพิกัดทาง
ภูมิศาสตร์ของร่องรอย
ปศุสัตว์และสัตว์ป่ า
ในบริเวณพื้นที่อนุรักษ์
ที่คาดว่า มีการ...
16
17
18
Properties
Summer Rainny
Pasture land Forested land Pasture land Forested land
1. Infiltration (mm./hr.) 132.05 518.33 ...
19
ชั้นดิน
การใช้
ประโยชน์
ที่ดิน
ความเป็น
กรด-ด่าง
จาแนกเนื้อดิน อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม NO3...
20
21
การเก็บดินโดยใช้วิธี core method
เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางเคมีของดิน
22
การศึกษาคุณสมบัติกายภาพของดินใช้ soil core
23
การศึกษาอัตราการแทรกซึมของน้า
24
25
รายละเอียด / ดัชนีคุณภาพน้า หน่วย
ฤดูร้อน ฤดูฝน
พื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ ป่าธรรมชาติ พื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ ป่าธรรมชาติ
pH ...
26
Code
Total Coliform
(MPN/100 ml)
Faecal Coliform
(MPN/100 ml)
ลาปลายมาศ 70 11
ลาเพียก <1.8 <1.8
จากผลที่ได้ข้างต้นทาให้...
27
28
29
30
31
ไม่มีที่ดิน เป็นของตัวเอง
ไม่เคย เข้าร่วมการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการการแก้ไขปัญหาการนาปศุสัตว์เข้าไปเลี้ยงในเขตอุทยา...
32
ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ส่วนใหญ่ : เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
1) การจัดให้มีการพัฒนาอาชีพเสริม เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไปจากการลด
จานว...
33
ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ส่วนใหญ่ : เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
1) การห้ามเลี้ยงปศุสัตว์แบบปล่อยอิสระ ต้องมีการควบคุมดูแลโดยเจ้าของอย่...
34
35
36
37
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดนครราชสีมา

475 views

Published on

โครงการการศึกษาผลกระทบของปศุสัตว์ ต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

Published in: Environment
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดนครราชสีมา

  1. 1. 1
  2. 2. 2 1) เพื่อศึกษาผลกระทบของปศุสัตว์ต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 2) เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขผลกระทบของปศุสัตว์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 1) เลือกพื้นที่เพื่อทาการศึกษา 2) ศึกษาผลกระทบของการเลี้ยงปศุสัตว์ต่อสังคมพืช 3) ศึกษาผลกระทบของการเลี้ยงปศุสัตว์ต่อสัตว์ป่า 4) ศึกษาผลกระทบของการเลี้ยงปศุสัตว์ต่อคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน 5) ศึกษาผลกระทบของการเลี้ยงปศุสัตว์ต่อคุณภาพน้าในแหล่งน้าธรรมชาติ 6) ศึกษาสภาพเศรษฐกิจ สังคม ของผู้เลี้ยงปศุสัตว์ 7) จัดประชุมกาหนดแนวทางในการแก้ไขผลกระทบระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  3. 3. 3
  4. 4. 4
  5. 5. 5
  6. 6. 6พื้นที่ที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ พื้นที่ที่ไม่มีการเลี้ยงปศุสัตว์
  7. 7. 7 ทาการวางแปลงตัวอย่างในพื้นที่ป่า โดยวางแนวสารวจแบบเส้นตรงในแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ละ 2 แนว ห่างกันแนวละ 20 เมตร แต่ละแนววางแปลงตัวอย่างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 10 × 10 เมตร จานวน 8 แปลง แต่ละแปลงห่างกัน 10 เมตร พร้อมกาหนดรหัสประจาแปลง ดังนั้น แปลงตัวอย่างในพื้นที่ศึกษาแต่ละป่าจึงมีทั้งหมด 1,600 ตารางเมตร (1 ไร่) ภายในแปลงตัวอย่างขนาด 10 × 10 เมตรทุกแปลง จะวางแปลงย่อยขนาด 4 × 4 เมตร และ 1 × 1 เมตร ซ้อนทับลงไปยังมุมด้านล่างซ้ายของแปลง โดยที่ : แปลงตัวอย่างขนาด 10 × 10 เมตร ใช้ศึกษาไม้ยืนต้น (tree) : แปลงตัวอย่างขนาด 4 × 4 เมตร ใช้ศึกษาไม้หนุ่ม (sapling) : แปลงตัวอย่างขนาด 1 × 1 เมตร ใช้ศึกษากล้าไม้ (seedling) และไม้พื้นล่าง ได้แก่ ไม้พุ่ม (shrub) ไม้ล้มลุก (herb) และหญ้า (grass) : ทาการเก็บตัวอย่างสังคมพืช 2 ครั้ง คือ ในฤดูแล้ง และฤดูฝน เพื่อเปรียบเทียบกัน
  8. 8. 8
  9. 9. 9 1 ความถี่ของชนิดไม้ (Plant species frequency) : ความถี่ของชนิดไม้ (frequency) : ความถี่สัมพัทธ์ของชนิดไม้ (Relative frequency) 2 ความหนาแน่นของชนิดไม้ (Plant species density) : ความหนาแน่นของชนิดไม้ (Density) : ความหนาแน่นสัมพัทธ์ของชนิดไม้ (Relative density) 3 ความเด่นของพืชพรรณ (Plant species Domidance) : ความเด่นของชนิดไม้ (Domidance) : ความเด่นสัมพัทธ์ของชนิดไม้ (Relative Domidance) 4 ดัชนีค่าความสาคัญ (Important Value Index, IVI) 5 การหาค่าดัชนีความคล้ายคลึง (Index of Similarity) 6 ดัชนีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ (Plant diversity index) 7 การปกคลุมชั้นเรือนยอดชั้นบน (Overstorey density)
  10. 10. 10 ฤดูแล้ง พื้นที่ที่ไม่มีการเลี้ยงสัตว์ พื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ ไม้ยืนต้น ไม้หนุ่ม กล้าไม้ ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก และหญ้า ไม้ยืนต้น ไม้หนุ่ม กล้าไม้ ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก และหญ้า ค่าดัชนีความหลากหลายชนิดของพรรณพืช Shannon-Wiener index (H) 1.941 1.650 2.313 0.855 0.536 4.069 ค่าดัชนีความคล้ายคลึง Index of similarity 26.087 จากการศึกษาไม้ยืนต้นและไม้หนุ่ม ในแปลงตัวอย่างขนาด 10x10 เมตร และ 4x4 เมตร ค่าดัชนีความหลากหลายชนิดของพรรณพืช (Shannon- Wiener index (H)) ในพื้นที่ที่ไม่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ เท่ากับ 1.941 และ 1.650 ซึ่งมีค่ามากก่วาในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ เท่ากับ 0.855และ0.536 ตามลาดับ โดยทั้งสองพื้นที่มีค่าดัชนีความคล้ายคลึง (Index of similarity ) ร้อยละ 26.087 ซึ่งมีค่าค่อนข้างต่า จากการศึกษากล้าไม้ ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก และหญ้า ในแปลงตัวอย่างขนาด 1 X 1 เมตร พบว่า ดัชนีความหลากหลายชนิดของพรรณพืช (Shannon- Wiener index (H)) ในพื้นที่ที่ไม่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ เท่ากับ 2.313 ซึ่งมีค่าต่าก่วาในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ เท่ากับ 4.069
  11. 11. 11
  12. 12. 12 114 48 19 6 5 3 0 0 1 0 0 1 0 20 40 60 80 100 120 <10 10-15 15-20 20-25 25-30 30-35 35-40 40-45 45-50 50-55 55-60 >60 จานวน(ต้น) ชั้นขนาดความโต (เซนติเมตร) 84 23 14 7 2 0 0 0 0 1 0 0 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 <10 10-15 15-20 20-25 25-30 30-35 35-40 40-45 45-50 50-55 55-60 >60 จานวน(ค้น) ชั้นขนาดความโต (เซนติเมตร)
  13. 13. 13 พื้นที่ที่มีกิจกรรมการเลี้ยงปศุสัตว์มีความสมบูรณ์ของสภาพป่า น้อยกว่า พื้นที่ที่ไม่มีการ เลี้ยงปศุสัตว์ พื้นที่ที่มีกิจกรรมการเลี้ยงปศุสัตว์มีจานวนและชนิดของกล้าไม้ น้อยกว่า พื้นที่ที่ไม่มีการ เลี้ยงปศุสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทดแทนเป็นป่าสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต พื้นที่ที่มีกิจกรรมการเลี้ยงปศุสัตว์มีการปกคลุมเรือนยอดของต้นไม้ น้อยกว่าพื้นที่ที่ไม่มี การเลี้ยงปศุสัตว์ เมื่อเข้าสู่ในช่วงฤดูฝนจะส่งผลให้พื้นที่ที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์มีวัชพืชขึ้น อย่างหนาแน่น เป็นเหตุให้กล้าไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ
  14. 14. 14 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปี พ.ศ. 2543 ปี พ.ศ. 2557
  15. 15. 15 โดยทาการเดินสารวจ เพื่อบันทึกพิกัดทาง ภูมิศาสตร์ของร่องรอย ปศุสัตว์และสัตว์ป่ า ในบริเวณพื้นที่อนุรักษ์ ที่คาดว่า มีการเลี้ ยง ปศุสัตว์ และนาข้อมูลค่า พิกัดที่ได้มาทาการ วิเคราะห์
  16. 16. 16
  17. 17. 17
  18. 18. 18 Properties Summer Rainny Pasture land Forested land Pasture land Forested land 1. Infiltration (mm./hr.) 132.05 518.33 159.00 535.57 2. Ksat (mm./hr.) Upper soil 459.78 328.85 145.13 714.23 Lower soil 174.70 274.27 185.92 178.81 3. Soil moisture (% by weight) Upper soil 1.52 2.63 5.89 4.87 Lower soil 3.88 3.68 3.68 4.95 4. Bulk density (g./cm3 ) Upper soil 1.51 1.26 1.39 1.43 Lower soil 1.56 1.46 1.35 1.38
  19. 19. 19 ชั้นดิน การใช้ ประโยชน์ ที่ดิน ความเป็น กรด-ด่าง จาแนกเนื้อดิน อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม NO3-N pH ระดับ เนื้อดิน คาอธิบาย เปอร์เซ็นต์ ระดับ มก. / กก. ระดับ มก. / กก. ระดับ มก. / กก. ระดับ มก. / กก. ระดับ มก. / กก. ระดับ ดินบน ไม่มีการเลี้ยง ปศุสัตว์ 5.9 กรด ปานกลาง SL ร่วนปนทราย 1.76 ต่า 8 ต่า 47 ต่า 649 สูง 106 สูง 6.1 ดินล่าง ไม่มีการเลี้ยง ปศุสัตว์ 5.6 กรด ปานกลาง SL ร่วนปนทราย 0.84 ต่ามาก 5 ต่า 50 ต่า 385 ต่า 71 ปานกลาง น้อยมาก ดินบน มีการเลี้ยง ปศุสัตว์ 6.0 กรด ปานกลาง LS ทรายร่วน 1.27 ต่า 5 ต่า 32 ต่ามาก 458 ปานกลาง 96 สูง 12.0 ดินล่าง มีการเลี้ยง ปศุสัตว์ 5.8 กรด ปานกลาง SL ร่วนปนทราย 0.52 ต่ามาก 4 ต่า 17 ต่ามาก 296 ต่า 49 ปานกลาง 7.3
  20. 20. 20
  21. 21. 21 การเก็บดินโดยใช้วิธี core method เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางเคมีของดิน
  22. 22. 22 การศึกษาคุณสมบัติกายภาพของดินใช้ soil core
  23. 23. 23 การศึกษาอัตราการแทรกซึมของน้า
  24. 24. 24
  25. 25. 25 รายละเอียด / ดัชนีคุณภาพน้า หน่วย ฤดูร้อน ฤดูฝน พื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ ป่าธรรมชาติ พื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ ป่าธรรมชาติ pH 7.21 7.11 7.30 6.77 EC μs/cm2 36.33 29.33 42.67 34.00 อุณหภูมิอากาศ O C 24.90 31.80 28.60 27.80 อุณหภูมิน้า O C 27.37 26.63 29.49 28.85 EC μs/cm2 37.77 34.60 46.73 38.33 TDS g/l 0.0235 0.0218 0.0267 0.0218 สี Clear yellow Clear yellow Clear yellow Clear yellow BOD 5 days mg/l 6.4 6.5 5.0 5.5 Nitrogen, Nitrate mg/l N 0.447 0.447 0.611 0.585 Nitrogen, TKN mg/l N 0.000 0.000 0.000 0.000 Phosphate, Total mg/l P 0.680 0.356 0.159 0.366 Total coliform bacteria MPN/100 ml 70 <1.8 <1.8 <1.8 Faecal coliform bacteria MPN/100 ml 11 <1.8 <1.8 <1.8
  26. 26. 26 Code Total Coliform (MPN/100 ml) Faecal Coliform (MPN/100 ml) ลาปลายมาศ 70 11 ลาเพียก <1.8 <1.8 จากผลที่ได้ข้างต้นทาให้ทราบว่า : 1) ค่าที่ได้ไม่เกินค่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ 2) แต่ในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์ (ลาปลายมาศ) มีค่า Total Coliform และFaecal Coliform สูงกว่า พื้นที่ที่ไม่มี การเลี้ยงปศุสัตว์ (ลาเพียก) จากมาตรฐานคุณภาพน้าผิวดินของกรมควบคุมมลพิษค่า total coliform และค่า Faecal coliform มีค่าไม่เกินมาตรฐานที่ กรมควบคุมมลพิษที่กาหนดไว้ที่ คุณภาพน้า ประเภทที่ 2 คุณภาพน้า ประเภทที่ 3 total coliform ≤5000 mpn/100ml total coliform ≤ 20000 Faecal coliform ≤1000 mpn/100ml faecal coliform ≤4000
  27. 27. 27
  28. 28. 28
  29. 29. 29
  30. 30. 30
  31. 31. 31 ไม่มีที่ดิน เป็นของตัวเอง ไม่เคย เข้าร่วมการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการการแก้ไขปัญหาการนาปศุสัตว์เข้าไปเลี้ยงในเขตอุทยานแห่งชาติ ไม่เคย ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รู้จักพื้นที่ มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แต่ไม่ทราบว่าตาบลที่ตนเองอาศัยอยู่ ตั้งอยู่ในพื้นที่มรดกโลกทาง ธรรมชาติดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เห็นด้วย ว่าการเลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและพื้นที่มรดกโลกที่มีมากขึ้น จะทาให้เกิดโรคระบาดในสัตว์ ป่าทาให้จานวนสัตว์ป่าลดลง ส่งผลกระทบต่อสังคมพืช สภาพดินและน้า เห็นด้วย ว่าการเลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและพื้นที่มรดกโลก จะทาบ้างก็ไม่เกิดความเสียหายและไม่ผิด กฎหมาย
  32. 32. 32 ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ส่วนใหญ่ : เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย 1) การจัดให้มีการพัฒนาอาชีพเสริม เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไปจากการลด จานวนการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยมิให้สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 2) การบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในอุทยานแห่งชาติทับลาน ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง 3) การส่งเสริม ถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยีในการจัดการปศุสัตว์ให้แก่ ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อนาปศุสัตว์ออกไปเลี้ยงนอกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
  33. 33. 33 ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ส่วนใหญ่ : เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย 1) การห้ามเลี้ยงปศุสัตว์แบบปล่อยอิสระ ต้องมีการควบคุมดูแลโดยเจ้าของอย่างใกล้ชิด  2) การห้ามเลี้ยงปศุสัตว์ในแปลงปลูกป่า และป่าธรรมชาติ เพราะอาจจะเหยียบย่าต้นไม้ และทาลายต้นไม้ได้  3) การห้ามนาอาวุธ เครื่องมือ หรือสิ่งก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้างทั้งชั่วคราวและถาวรเพื่อเลี้ยงปศุสัตว์  4) การห้ามเลี้ยงปศุสัตว์ในแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นการทาลายภูมิทัศน์  5) การห้ามจุดไฟเผาป่า เพื่อให้เกิดหญ้าระบัด หรือล่าสัตว์โดยเด็ดขาด  6) ให้ร่วมกันกาหนดพื้นที่ที่จะอนุโลมให้เลี้ยงปศุสัตว์ได้เป็นการชั่วคราวแบบจากัดพื้นที่ และร่วมกันหาวิธี ในการจากัดระยะเวลา จากัดพื้นที่ และจากัดจานวนปศุสัตว์ที่เลี้ยงในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน  7) การกาหนดระยะเวลาไม่เกิน 1-2 ปี ในการทยอยนาปศุสัตว์ออกไปเลี้ยงนอกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งหมด อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 
  34. 34. 34
  35. 35. 35
  36. 36. 36
  37. 37. 37

×