การฟังอย่างตั้งใจ 4

135
-1

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
135
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • {"1":"ชื่อโครงการ\n"}
  • การฟังอย่างตั้งใจ 4

    1. 1. MCU. RAI KHING PRESENT
    2. 2. การบริห ารความขัด แย้ง ใน องค์ก ร • ความขัด แย้ง • การบริห ารความขัด แย้ง • ในองค์ก ร
    3. 3. VANCHAI VATANASAPT:2546 GROUND RULES กฎกติก าพืน ้
    4. 4. VANCHAI VATANASAPT:2546 ACTIVE LISTENING การฟัง
    5. 5. Vanchai Vatanasapt Expectation between the two persons ความคาดหวัง ที่ต ่า งกัน ระหว่า งสองคน Expectation and the real situation ความคาดหวัง กับ
    6. 6. TRUST v/s MISTRUST EXPECTATION & BEHAVIOR
    7. 7. ความประพฤติท ี่ต ำ่า กว่า ความคาด หวัง = ความไม่ไ ว้ว างใจ Behavior that does not meet expectation = MISTRUST ความประพฤติท ี่ต รงกับ ความคาดหวัง = ความไว้ว างใจทีพ อรับ ได้ ่ Behavior that meets expectations = ACCEPTABLE LEVEL of TRUST
    8. 8. ความประพฤติท ี่ด ีเ กิน ความคาดหวัง = ความไว้ วางใจที่ย ั่ง ยืน Behavior that exceeds expectation = Sustained TRUST ความคาดหวัง + ความประพฤติท เ กิน ี่ ความสัม พัน ธ์ท ี่เ กื้อ หนุน กัน = ความไว้ วางใจที่ซ ื่อ ตรง Behavior that exceeds expectation + a supportive relationship = LOYAL TRUST
    9. 9. VANCHAI VATANASAPT:2546
    10. 10. A list of characteristic of leader (Watren Bennins, Training magazine 1990) The manager administers; the leader innovates. The manager has a short-range view; the leader has a long-range perspective. The manager asks how and when; the leader asks what and why.
    11. 11. Why To be heard ต้อ งการให้ ได้ย ิน
    12. 12. ESCALATION of CONFLICT A Case of YongYuth Vichaidit: Migrain. How do you know? Why don’t you then take care of yourself. Why do you come to see me?
    13. 13. The Spiral of Negativity วงเวีย นความคิด เชิง ลบ Perception of Relationshipมุมมองใน สัมพันธภาพ Behavior พฤติกรรม Behavior พฤติกรรม Perception of Relationship Perception of มุมมองใน otherมุมมองของคน สัมพันธภาพ อื่น Perception of other มุมมองของคนอื่น
    14. 14. Understanding เข้า ใจใน การกระทำา ของผู้อ ื่น • เมื่อ มนุษ ย์ห าทางออกไม่ไ ด้ มนุษ ย์ ใช้ค วามรุน แรง • มนุษ ย์ท ำา ความผิด พลาดได้ท ุก คน • เข้า ใจวิธ ค ด ของคนที่แ ตกต่า งกัน ี ิ • ความเป็น พวกเขาพวกเรา • ฯลฯ
    15. 15. Reptilian Brain Cortisol & Norepinephrine = Agrression
    16. 16. การเดิน ทางขึ้น และลง: • ตัว กระตุ้น • การเพิม ขึ้น ของความ ่ โกรธ • ระยะวิก ฤตการณ์ • ระยะการเย็น ลง • ระยะปล่อ ยวาง
    17. 17. (วิก ฤ ต) (การเพิ่ม ขึ้น ของ ความโกรธ) (ตัว กระตุ้น ) (ระยะ การเย็น ลง) (ระยะปล่อ ย วาง) (ความสามารถในการตัด สิน ใจที่ม ีค ุณ ภาพ ความ สามารถในการสื่อ สาร คุณ ภาพของการตัด สิน
    18. 18. ภูเ ขาแห่ง ความโกรธ บทบาทของคนกลางผู้ไ กล่เ กลีย ทีจ ะช่ว ยให้ค นอื่น ๆ เดิน ทางได้อ ย่า งปลอดภัย ่ ่ วิกฤตการณ์ “การระเบิดของความโกรธ” พิจารณาถึง ประเด็นทีปลอดภัย ่ คุณปลอดภัยไหม? คนอืนปลอดภัยไหม ่ พูดถึงความปลอดภัยก่อน พูดอย่างสงบ อย่า เพิงไปพูดถึงการแก้ปัญหาให้เวลาผ่านไปจน ่ เริ่ม ต้น คุก รุ่น เย็นลง ใช้การฟังอย่างตั้งใจ ในการตอบ ทำา ให้เ ย็น ลง กระตุน ให้ค นทีอ ยูใ นระยะนี้ท จ ะ ้ ่ ่ ี่ สนอง ใครทีอ ยูใ นระยะนี้ย ัง เสี่ย ง ่ ่ ให้เ วลาเพือ จะได้เ ย็น ลง ……..ให้ นว่าเหมาะสม ่ ถ้าเห็ ต่อ การถูก กระตุน ใหม่ ้ พูด กัน วัน หลัง ในกลุ่ม ย่อ ยๆ อย่า งเพิ่ง พยายามแก้ หรือ พบกัน ทีล ะคน ใช้ก ารฟัง ปัญ หาใช้ก ารฟัง อย่า ง อย่า งตัง ใจในการตอบสนอง การเพิ่ม ขึน ้ ้ ตัง ใจตอบสนอง ้ ของ ตัว กระตุน ้ ความโกรธ ทำา ให้เ ย็น ลงมาอีก ป ัญ หา การแก้ เวลานี้ค ือ เวลาที่จ ะเริ่ม กระบวนการแก้ป ัญ หาโดย ความสมานฉัน ท์ (Restorative Poblem-Solving process) การตัด สิน ใจและการใช้เ หตุใ ช้ผ ลกลับ มา
    19. 19. หลัก การจัด การกับ ความโกรธ • สิง ทีเ ชิญ ชวนให้เ ราโกรธ ่ ่ (Invitation) • เป็น ความรับ ผิด ชอบของใครต่อ คำา เชื้อ เชิญ นั้น ๆ ? • ถัง นำ้า ที่เ ก็บ ความโกรธ (Bucket of Water) • เราสาดนำ้า ใส่ค นที่ไ ม่ร ู้เ รื่อ งอะไร เลยหรือ เปล่า ?
    20. 20. ประเภทของความขัด แย้ง Types of Conflict เจรจาได้ Negotiable RELATIONSHIPS ความสัม พัน ธ์ DATA ข้อ มูล STRUCTUR โครงสร้า ง INTERESTS ผลประโยชน์ VALUES ค่า นิย ม ยากต่อ การเจรจา Hard to Negotiab
    21. 21. APOLOGY การ ขอโทษ True Apology Partial Apology False Apology
    22. 22. True apologies การขอโทษ อย่า งแท้จ ริง A true apology has the following elements: การขอโทษอย่า งแท้จ ริง ประกอบ ด้ว ย • “I’m sorry. • ฉัน เสีย ใจ • I did it (whatever it was.) • ที่ฉ ัน ได้ท ำา ลงไป (ไม่ว ่า จะเรื่อ ง อะไรก็ต าม ) • It harmed you (stating the specific harms.) • มัน ทำา ให้ค ุณ เจ็บ ปวด • I’m responsible”
    23. 23. TRUST ความไว้
    24. 24. VANCHAI VATANASAPT:2546 การมี “เอกลัก ษณ์ ร่ว มกัน ” เอกลัก ษณ์ แยกตัว เองว่า เป็น “เขา” เป็น “เรา” “ความไว้ว างใจในความ เป็น ่ เรา ้ส ก ถึง ช่ เขา ” นำา ไปสูค วามรูไม่ใความยุต ิธ รรมที่แ ตกต่า ง ึ กัน ระหว่า งพวกเราและพวกเขา
    25. 25. VANCHAI VATANASAPT:2546 ความไว้ว างใจที่อ ิง อยู่ก ับ กรรม พฤติก รรมตามทฤษฎีข อง กรรม (theory of ชั่งdeterrence) นำ้า หนัก : ความเสี่ย ง V/S ผลได้ ความไว้ว างใจ ในการ เลวิค กีแ ละวีท ฮอฟ ้ มี หลัก ประกัน
    26. 26. POWER อำา นา
    27. 27. อำา นาจเชิง คุณ ภาพ •อำา นาจจากการใช้พ ละ กำา ลัง /อาวุธ /ไม้เ รีย ว: คุณ ภาพ ตำ่า สุด /ชั่ว คราว •อำา นาจจากการใช้เ งิน /รางวัล :คุณ ภาพปาน กลาง/ชั่ว คราว
    28. 28. •อำำ นำจเหนือ (Power over) อำำ นำจเหนือ (Power over) •อำำ นำจร่ว มกับ (Power with) อำำ นำจร่ว มกับ (Power with) •กำรปรำศจำกอำำ นำจและกำรต้อ งพึ่ง พ กำรปรำศจำกอำำ นำจและกำรต้อ งพึ่ง •กำรเสริม พลัง อำำ นำจและกำรเป็น อิส ร กำรเสริม พลัง อำำ นำจและกำรเป็น อิส ร (Power to / Power from) (Power to / Power from)
    29. 29. Fear ควำมกลัว •Positive Fear ควำม กลัว ที่เ ป็น ควำมคิด เชิง บวก •Negative Fear ควำม กลัว ที่เ ป็น ควำมคิด เชิง ลบ
    30. 30. ตำรำงที่ 1 กระบวนกำรตัด สิน ใจแก้ป ัญ หำข้อ พิพ ำท และผลแห่ง กำรตัด สิน ใจ กระบวนกำรทีใ ช้ ่ ผูต ัด สิน ้ Process Decision - making ผลกำรตัด สิน ใจ Result ้ (Violence / - ผูช นะ (The Winner) - ชนะ - แพ้ (Win - Lose) - ผู น ติ กำรเผชิญ หน้ำ ประท้ว งอย่ำ งสั้ช นะ (The Winner) - ชนะ - แพ้ (Win - Lose) ควำมรุน แรง ht) on-Violence Direct Acton or il Disobedience) กำรบัญ ญัต ิก ฎหมำย egislation) - สภำนิต ิบ ญ ญัต ิ ั - แพ้ - ชนะ (Win - Lose) - อนุญ ำโตตุล ำกำร - แพ้ - ชนะ (Win - Lose) (Win - Lose) (The Legislature) (Litigation) - ศำล (The Court)- แพ้ - ชนะ กำรฟ้อ งร้อ ง อนุญ ำโตตุล ำกำรตัด สิน rbitration) (Arbitrator) กำรเจรจำไกล่เ กลี่ย คนกลำง ก รณี ( The parties) - ชนะ - คู่ - ชนะ ediation) กำรเจรจำไกล่เ กลี่ย (Negotiation) ( The parties) - ชนะ - คูก รณี ่ - ชนะ กำรหลีก หนีป ญ หำ ั voidance / Flight) (Win - Win) (Win - Win) -- คงสภำพเดิม (Status quo
    31. 31. กำรเจรจำไกล่เ กลีย (Negotiation) ่ คือ กำรเจรจำไกล่เ กลีย คือ ่ กระบวนกำรแก้ป ัญ หำระหว่ำ ง บุค คลตั้ง แต่ส องคนขึ้น ไปซึ่ง สมัค ร ใจมำเจรจำในเรื่อ งของควำมแตก ต่ำ งเพื่อ พยำยำมที่จ ะนำำ ไปสูก ำร ่ ตัด สิน ใจร่ว มกัน ในประเด็น ที่ม ี ควำมกัง วลด้ว ยกัน กำรเจรจำไกล่เ กลีย คนกลำง ่
    32. 32. Interests VS. Positions ระหว่ำ งจุด สนใจกับ จุด ยืน B B
    33. 33. คำำ จำำ กัด ควำมคำำ ทีส ำำ คัญ ่ จุด สนใจหรือ ควำมต้อ งกำร คือ สิ่ง ที่ก ลุ่ม ต้อ งกำร หรือ มีค วำมจำำ เป็น ต้อ งได้จ ริง ๆ จำกกำรเจรจำ จุด สนใจหรือ ควำมต้อ งกำร คือ ควำม จำำ เป็น , ควำมหวัง , ควำมกลัว , ควำมห่ว ง กัง วล, ควำมปรำรถนำที่อ ยูเ บื้อ งหลัง ่ จุด ยืน จุด ยืน คือ ทำงออกที่เ หมำะสมของข้อ พิพ ำทในสำยตำของกลุ่ม ใดกลุ่ม หนึ่ง
    34. 34. ณ ชุม ชนแห่ง หนึ่ง มีโ รงงำน ทำำ เครื่อ งสำำ อำง และองค์ก รมูล นิธ ิ เด็ก ดูแ ลศูน ย์เ ด็ก อยู่ วัน หนึ่ง ทั้ง สอง องค์ก ร คือ มูล นิธ ิฯ และโรงงำนได้ ไปที่ร ้ำ นขำยผลไม้ซ ึ่ง มีอ ยู่ร ้ำ นเดีย ว จำำ หน่ำ ยผลไม้ท ี่ท ง สององค์ก ร ั้ ต้อ งกำรทั้ง หมดที่ม ีอ ยู่ใ นร้ำ น ผู้ ที่ม ำซื้อ ต่ำ งฝ่ำ ยต่ำ งไม่ย อม อ้ำ ง เหตุผ ลต่ำ งๆ ว่ำ ต้อ งซื้อ เอำผลไม้ นั้น ไปทั้ง หมดให้ไ ด้ VANCHAI VATANASAPT:2546
    35. 35. VANCHAI VATANASAPT:2546 MY แข่ง ขัน COMPE TE (MY WAY) หลีก หนี AVOID ประนีป ร COMPRO ะนอม MISE (HALF WAY) ร่ว มมือ COOPERA TION (OUR WAY) ยอม COMPLIA ตำม NCE (NO (YOUR WAY) WAY) YOU R กำรแก้ป ญ หำควำมขัด แย้ง และกำร ั
    36. 36. “AN EYE FOR AN EYE AND WE ALL GO BLIND” “ตำต่อ ตำ ฟัน ต่อ ฟัน ผัน ทุก คนสู่ ควำมพ่ำ ยแพ้” มหำตมะคำนธี ใน Getting Past No/W.Ury. เอำชนะคำำปฏิเสธ / วันชัย วัฒน ศัพท์ แปล
    37. 37. ปัญ หำร่ว มกัน -แยกคนออกจำก ในประเด็น เรือ งของ ่ ในประเด็น ของ “ปัญ ห
    38. 38. There is significant overlap between The principles and tools for conducting Public Participation and Conflict Resolution. ในกำรดำำ เนิน กำร “กำรมีส ่ว นร่ว มของ ประชำชนและ กำรแก้ป ัญ หำควำมขัด แย้ง ” มีค วำม เหมือ นกัน ที่
    39. 39. Dialogue สำนเสวนำ สำนเสวนำ /สุน ทรีย สนทนำ / • แตะสำค้อ (ปะกะยอ, โสเหล่/ กระเหรี่ย ง) โซะกั๋น /โฮะ /เสงกั๋น / สุม หัว / •อู้จ ๋ำ (ไทยเหนือ พื้น พูด คุย กัน ฮิ รำบ) ปิก รั๊ว ะ คะเนีย จัง กำบ จำกับ / มำรีจ ำกับ /Ma-ree-jagab/ (มำลำยูก ลำง ) • Ma-gie-kae-jaa มำงีแ กแจ๊ะ (มำลำยูท ้อ งถิ่น ) • แกแจ๊ะ (ภำษำ มำลำยูพ ื้น บ้ำ น ) • มูเ ซำวำรัต : กำรปรึก ษำหำรือ (พวกดะวะห์ใ ช้ใ นกำรประชุม ร่ว ม กัน ) • • • • • • • • •
    40. 40. การถกเถีย ง กับ สานเสวนา ในการประชาเสวนา Debate V/S • เชือ ว่า มีค ำา ตอบ • เชือ ว่า คนอื่น ก็ม ี ่ Dialogue ่ ที่ถ ูก อย่า งเดีย ว บางส่ว นของคำา (และฉัน มีค ำา ตอบ ตอบนัน ) ้ • พร้อ มร่ว มมือ : • พร้อ มรบ : พยายามพิส จ น์ พยายามหาความ ู เข้า ใจร่ว มกัน ว่า คนอืน ผิด ่ • เกี่ย วกับ การ • เกี่ย วกับ การ พิจ ารณาหาสิง ที่ ่ เอาชนะกัน ร่ว มกัน
    41. 41. การถกเถีย ง กับ สานเสวนา ในการประชาเสวนา Debate V/S • ปกป้อ งสมมติฐ าน ของเรา Dialogue าน • หยิบ ยกสมมติฐ ของเราขึ้น เพื่อ รับ การตรวจสอบ และอภิป ราย • จับ ผิด มุม มองของ • ตรวจสอบมุม มอง ของทุก ๆ ฝ่า ย ฝ่า ยอืน ่ • ยอมรับ ความคิด ของคนอื่น เพื่อ • ปกป้อ งมุม มอง นำา มาปรับ ปรุง เดีย วจาก ความคิด ของตน
    42. 42. การถกเถีย ง กับ สานเสวนา ในการประชาเสวนา Debate • V/S Dialogue แสวงหาจุด อ่อ น • แสวงหาจุด แข็ง และข้อ บกพร่อ ง และคุณ ค่า ใน ในจุด ยืน ของฝ่า ย จุด ยืน ของฝ่า ยอื่น อืน ่ • ค้น พบโอกาสและ • แสวงหาทางออก ความเป็น ไปได้ ที่ต อบสนองจุด ยืน ใหม่ ๆ ที่ห ลาก ของเรา หลาย
    43. 43. ความต่อ เนือ งของการมีส ว นร่ว ม ่ ่ Participation Continuum ลงประชามต สิน ใจแล้ว ให้ข ้อ มูล อ ก่อ นตัด สิน ใจ ตัดแต่ต ้น โดยการเจรจา ปรึก ษาหารื ร่ว มตั้ง สิน ใจ เพือตัดสินใจ ่ Information Consultation Negotiation Referendum Purpose วัตถุประสงค์ Test Gather ConsultDefine Issues Ideas. on Seek Delegate Inform Educate Seek Advice Information Reactionsพิจารณา Consensus กระจายอำานา ตรวจสอบความเห็น แจ้งให้ทราบ ความรู้ ให้ รวบรวมข้อมูลปรึกษา ประเด็น สู คำาแนะนำาแสวงหาฉันทามติ่ประชาชน Some Applicable Methods : วิธี Position Papers : เอกสารเกี่ยวกับ การบางชนิดทีใช้ ่ Written องที่เกี่ยวข้อง ป บันทึกย่อ เรื่ Briefs บทสรุ Opinion Surveys สำารวจความคิด Discussion Forums เปิดอภิปราย เห็น Public Hearings ประชาพิจ ารณ์ มมนา Workshop สั ประชาเสวนา Citizens Increasing Expectations Dialogue Increasing Commitment Task Groups คณะศึกษา Advisory Committees Joint Processes กรรมาธิการทีปรึกษา ่ เพิ่มความคาดหวัง กระบวนการร่วมกัน เพิ่มความยึดมั่นผูกพัน
    44. 44. • การพูด /การนำา เสนอ (Verbal Communication) • การฟัง อย่า งตั้ง ใจ (Listening) • การตั้ง คำา ถาม : ปลายเปิด (open end) : ปลายปิด (Closed end) • การกล่า วทวน (Paraphrase) • การเรีย งคำา พูด ใหม่ (Reframe) • หน้า ตา (Face) : การรัก ษาหน้า (Face Saving) : การกู้ห น้า (Face Restoration)
    45. 45. bution of Communication 9% ties by Frequency of WRITIN nd Instruction G (ใช้ 16% น้อ ย ทีส ่ READING ุด (ใช้น อ ย สอนมาก ้ เป็น สุด ) ทีส อง สอนมาก ่ 30% รองไป) TALKING (ใช้ม ากเป็น ทีส องสอน ่ น้อ ยรองลง ไป) 45% LISTENI NG (ใช้ มากทีส ุด ่ สอนกัน น้อ ยทีส ุด ) ่ LYMAN K. STEIL LARRY L. BARKER KITTIE W. WATSON EFFECTIVE LISTENING : KEY T YOUR SUCCESS
    46. 46. 1. ไม่พ ด ขณะฟัง ู 2. สบตา 3. พยัก หน้า , ส่ง เสีย ง เออ! ออ! 4. PARAPHARASING (Substance + Feeling) การกล่า วทวน (เนื้อ หาและ ความรู้ส ก ) ึ 5. ถามคำา ถาม / ตอบคำา ถาม 6. วัฒ นธรรมที่แ ตกต่า งกัน : ภาษาท่า ง
    47. 47. 1. Identify feeling พิจ ารณา “ความรู้ส ก ” ึ 2. Asses Intensity ประเมิน “ความ รุน แรง” ของความรู้ส ึก 3. Select appropriate “feeling” word เลือ กความรู้ส ึก ที่เ หมาะสม
    48. 48. ปฏิก ิร ิย าของคุณ : กริย า ปฏิก ิร ิย า? อารมณ์ข องอีก ฝ่า ย : ถ้า ไม่ก ิน ก่อ น ก็ถ ูก กิน , เขาถูก คุณ ผิด ? จุด ยืน ของอีก ฝ่า ย : ถ้า ไม่ช นะ ก็ค อ แพ้? ื ความไม่พ อใจของอีก ฝ่า ย : ปฏิเ สธ เพีย งเพราะเป็น ความคิด ของคุณ ? อำา นาจของอีก ฝ่า ย : ต้อ งการเอาชนะกัน , อะไรที่เ ป็น ของฉัน
    49. 49. Go to the Balcony วง / ไปอยูร ิม ระเบีย ง : ่ ต้อ งการให้เ กิด Step to their side คู่เ ขา : ขั้น ทีห นึง : ออกไปนอก ่ ่ พุง ประเด็น ไปในสิ่ง ที่ ่ ขั้น ทีส อง : ก้า วไปเคีย ง ่ การฟัง และรับ รู้ป ระเด็น / ความรู้ส ึก Reframe ขั้น ทีส าม : ปรับ ปรุง คำา พูด / ่ กระบวนการใหม่ Build Golden Bridge ขั้น ทีส ี่ ่ : สร้า งสะพาน สมานไมตรี
    50. 50. ๏ภาษาสัญ ลัก ษณ์ ๏ภาษาการกระทำา ๏ภาษาวัต ถุ
    51. 51. รสื่อ สารโดยภาษาท่า ทาง (Nonverbal บอกถึง : กระบวนการ หรือ อย่า งไ เช่น - เอาจริง เอาจัง / เล่น ๆ - สนใจอย่า งมาก / อยากถ่ว ง รสื่อ สารโดยใช้ภ าษาพูด (Verbal) บอกถึง : เนื้อ หา หรือ อะไร
    52. 52. “If you continue to do what you have always done you will get what you have alwa ys got.” “ถ้า คุณ ยัง ทำา อะไรอย่า งที่ค ุณ เคยเคยทำา กัน มา คุณ ก็จ ะได้ส ิ่ง ที่ค ุณ เคยได้ม า

    ×