เมียร์มาร์

423 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
423
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
39
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เมียร์มาร์

  1. 1. ความขัดแย้ งระหว่ างชนกลุ่มน้ อยกับ รัฐบาลพม่ า Conflict of the Burmese Government and the Ethnic Minority Groups
  2. 2. สมาชิกในกลุ่ม► มีดีงนี้ นาย กรวิชญ์ ดอนชัย ม.6/2 เลขที่ 1 นาย ณัฎฐ์ รัตนรมย์ ม.6/2 เลขที่ 2 นาย ณัฐภัทร วุฒิการณ์ ม.6/2 เลขที่ 3 นาย ธนาธิป แสนวงค์ ม.6/2 เลขที่ 4 นาย ศภฤกษ์ กันเขี่ย ม.6/2 เลขที่ 5
  3. 3. ความหมายของชนกลุ่มน้อย► “ชนกลุ่ มน้ อย” หมายถึง ชนเผ่า หรื อคนต่างเชื้อชาติ ต่างชาติพนธุ์ที่อาศัย ั รวมกันกับชนเผ่าอื่นที่มีจานวนมากกว่า หรื อมีจานวนน้อยเมื่อเทียบกับชน กลุ่มใหญ่ของประเทศ เป็ นชนกลุ่มที่มีความแตกต่างจากชนส่ วนใหญ่ใน ด้านต่างๆ กลุ่มชนที่ได้ชื่อว่าชนกลุ่มน้อยนั้น มักจะเป็ นกลุ่มชนที่อพยพมา ่ ั่ จากประเทศอื่นและเข้ามาพักอาศัยอยูชวคราว
  4. 4. ปัญหาความขัดแย้งทางชาติพนธุ์ ั► ปั จจุ บนปั ญหากลุ่ มชาติ พนธุ์ชนกลุ่ มน้อยกาลังเป็ นปั ญหาของสังคมโลก ั ั โดยเฉพาะกระแสการเรี ยกร้องปกครองตนเองมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะชนกลุ่ม น้อยมีความเป็ นชาติพนธุ์ เชื้อชาติ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต ทัศนคติ ั ความเชื่อ ลัทธิ ศาสนา ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และค่านิยมของตน แต่ตองอยู่ร่วมกับชนกลุ่มใหญ่หรื อกับชนกลุ่มน้อยชาติพนธุ์อื่น จึงมักเกิด ้ ั ปั ญ หาความขัด แย้ง ในการอยู่ ร่ ว มกัน และน ามาซึ่ งปั ญ หาต่ า งๆ อย่ า ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักเป็ นปัญหาที่สะสมมาเป็ นระยะเวลายาวนาน
  5. 5. ► สาเหตุประการหนึ่ ง เป็ นผลมาจากการกระทาของชนกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะ การเลือกปฏิบติและการกีดกัน (Prejudice and discrimination) ตลอดจน ั ความไม่ ส มดุ ล ทาง การเมื อ ง เศรษฐกิ จ และสั ง คม และขาดการพัฒ นา ทรัพยากรมนุษย์
  6. 6. ความเป็ นมาและภูมิหลังของความขัดแย้งทางชาติพนธุ์ในพม่า ั► ความขัดแย้งระหว่างทหารรัฐบาลพม่าและกองกาลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ เป็ นสงครามที่ยึดเยื้อกินเวลาช้านาน นับตั้งแต่สมัยที่พม่าได้รับเอกราชจาก อัง กฤษในปี ค.ศ.1948 ความขัด แย้ง ระหว่ า งเชื้ อ ชาติ ภ ายในพม่ า ซึ่ ง วิวฒนาการมาเป็ นสงครามกลางเมืองนี้ อาจนับถอยหลังไปได้จนถึงสมัย ั พม่าตกเป็ นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่ปี ค.ศ.1824 เป็ นต้นมา
  7. 7. สาเหตุความขัดแย้งมีหลายประเด็น► ประเด็นแรก: ก่อนพม่าจะตกเป็ นอาณานิคมของอังกฤษอย่างสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.1886 อังกฤษได้ผนวกพม่าและดินแดนของชนกลุ่มน้อยต่างๆ เข้าเป็ น มณฑลหนึ่ งของอินเดี ย ซึ่ งอังกฤษเป็ นเจ้าอาณานิ คมในขณะนั้น รั ฐบาล อัง กฤษซึ่ งเข้า มาปกครองพม่ าโดยใช้น โยบาย “แบ่ ง แยกและปกครอง” (divide and rule) เพราะอังกฤษได้แบ่งแยกรัฐของกลุ่มน้อยออกจากรัฐของ ชาวพม่า และใช้ระบบการปกครองที่ต่างกันออกเป็ น 2 ส่ วนคือ “พม่าแท้” (Burma proper) กับ “เขตชายแดน” (Frontier Areas)
  8. 8. สาเหตุความขัดแย้งมีหลายประเด็น (ต่อ)► อังกฤษถอนตัวออกจากพม่าอย่างกะทันหัน พร้อมกับทิ้งปั ญหาความขัดแย้ง ของกลุ่มชาติพนธุ์ไว้ให้รัฐบาลกลางของพม่าซึ่ งเข้ามารับภาระหน้าที่แทน ั ผูนารัฐบาลพม่าในช่วงที่ได้รับอิสรภาพแล้ว ้► นับตั้งแต่นายพลออง ซาน อู นุ และนายพลเนวิน ต่างก็มีทศนคติต่อการ ั รวมชาติและความเป็ นเอกภาพในบริ บทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพนธุ์ต่างๆ ั ในพม่าที่แตกต่างกันออกไป
  9. 9. สาเหตุความขัดแย้งมีหลายประเด็น (ต่อ)► สงครามกลางเมืองที่ได้เริ่ มก่ อตัวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 จนถึงช่วงวิกฤตใน ทศวรรษที่ 1960► นับแต่น้ นมา พม่าก็ได้กลายเป็ นดินแดนแห่ งการสู รบระหว่างรัฐบาลกลาง ั ้ กับกองกาลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ จนถึงปัจจุบนั
  10. 10. สาเหตุความขัดแย้งมีหลายประเด็น (ต่อ)► ประเด็นต่ อมา จากสภาพภูมิประเทศซึ่งแยกชุมชนของกลุ่มชาติพนธุ์ออก ั จากกัน ด้วยเทือกเขาสูง ป่ าทึบและแม่น้ า► อีกทั้งยังส่ งเสริ มให้เกิดความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมและภาษาของกลุ่ม ชาติพนธุ์โดยการคงเอกลักษณ์เด่นของตนไว้ ไม่มีการผสมผสานเพื่อ ั ก่อให้เกิดการเรี ยนรู ้และการยอมรับซึ่งกันและกัน
  11. 11. สาเหตุความขัดแย้งมีหลายประเด็น (ต่อ)► ปั ญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพม่าและกองกาลังชนกลุ่มน้อย ได้กลาย สภาพเป็ นปัญหาที่บนทอนความมันคงและเอกภาพของรัฐ ั่ ่► ดังนั้นความจาเป็ นของรัฐบาลพม่าในการที่จะธารงไว้ซ่ ึ งความเป็ นเอกภาพ ของรัฐด้วยการทาสงครามสยบกองกาลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ และได้กลายเป็ นภารกิจความสาคัญอย่างยิงยวดในเชิงนโยบายเป็ นสาคัญ ่ อันดับแรกของประเทศ
  12. 12. กลุ่มประชากรหรื อชาติพนธุ์ในพม่า ั ่► ชาวพม่าซึ่ งเป็ นประชากรส่ วนใหญ่ (ประมาณร้อยละ 68) จะอาศัยอยูในบริ เวณพม่าแท้ หรื อบริ เวณราบริ มแม่น้ า► นอกจากชาวพม่าแล้วยังประกอบด้วยชาวมอญและกะเหรี่ ยงที่อพยพลงมาจากภูเขาสู ง ในขณะที่ชนกลุ่มอื่นจะอาศัยอยูในบริ เวณที่ราบสู งหรื อเทือกเขาสู งบริ เวณชายแดน ซึ่ ง ่ ประกอบด้วยกลุ่มชาติพนธุ์ต่างๆ อาทิ ไทยใหญ่ (Shan) กะเหรี่ ยง (Karen) คะฉิ่ น ั (Kachin) ฉิ่ น (Chin) ว้า (Wa) ยะไข่ (Arakanist) และชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น มูเซอ อีกอ ลีซอ ปะหล่อง จีนโกกัง เป็ นต้น ชนกลุ่มน้อยชนต่างๆ เหล่านี้รวมกันประมาณ ้ ร้อยละ 32 ของประชากรพม่า โดยมีกลุ่มไทยใหญ่ กลุ่มกะเหรี่ ยง กลุ่มมอญ และกลุ่ม คะฉิ่ น จะมีจานวนเป็ นรองลงมาจากชาติพนธุ์พม่าตามลาดับ ั
  13. 13. สัดส่ วนประชากรจาแนกตามกลุ่มชาติพนธุ์ในพม่า ั กลุ่มชาติพนธุ์ ั จานวนประชากร (คน) พม่า (Burman) 29,000,000 กะเหรี่ ยง (Karen) 2,650,000 – 7,000,000 ไทยใหญ่ (Shan) 2,220,00 – 4,000,000 ยะไข่ (Rakhine) 1,750,000 – 2,500,000 มอญ (Mon) 1,100,000 – 4,000,000 ฉิ่ น (Chin) 750,000 – 1,500,000 คะฉิ่ น (Kachin) 500,000 – 1,500,000 อินเดีย (Indai) 800,000 โรฮิงยา (Rohingya) 690,000 – 1,400,000 ปะโอ (Pa-O) 580,000 – 700,000
  14. 14. กลุ่มชาติพนธุ์ ั จานวนประชากร (คน)ทวาย (Tavoyan) 500,000จีน (Chinese) 400,000ปะหล่อง (Palaung) 300,000-400,000มูเซอ (Lahu) 170,000-250,000คะเรนนี (Karenni) 100,000-200,000ว้า (Wa) 90,000 – 300,000ดานุ (Danu) 70,000 -100,000โกกัง (Kokang) 70,000 – 100,000คะยัน (Kayan) 60,000 – 100,000อาข่า (Akha) 100,000
  15. 15. สรุ ป► เนื่ องจากในช่วงที่พม่าเป็ นเมืองขึ้นอังกฤษ อังกฤษแยกการปกครองระหว่าง ชนกลุ่มน้อย และ ชาวพม่า เมื่อพม่าได้เอกราชพม่า(ชาวพม่า) ซึ่ งเป็ นชน กลุ่มใหญ่ ได้ใช้กาลังเข้าปกครองชนกลุ่มน้อย ต่าง ๆ ในประเทศ ซึ่ งชน กลุ่มน้อยหลายกลุ่มไม่ยอมอยูใต้การปกครองของพม่า และทาการต่อสู ้และ ่ มีกองกาลังของตนเองเพื่อต้องการปกครองตนเองไม่รวมอยู่กบพม่า ทาง ั ฝ่ ายพม่าภายใต้การนาของรัฐบาลทหาร ได้ใช้กาลังทหารและความรุ่ นแรง เข้าจัดการ จนทาให้เกิ ดการสู ้รบ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทยซึ่ งเกิ ด ปัญหาที่ยดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้ ึ
  16. 16. อ้างอิง► พรพิมล ตรี โชติ. ชนกลุ่มน้ อยกับรัฐบาลพม่ า. 2542. สานักงานกองทุน สนับสนุนการวิจย: กรุ งเทพฯ ั► สื บค้นจาก http://webcache.googleusercontent.com/search?q=. ออนไลน์ [2-8-2011]► สื บค้นจาก http://www.ryt9.com/s/bmnd/1026282. ออนไลน์ [2-8-2011]► สื บค้นจาก http://prachatai.com/journal/2008/04/16490. ออนไลน์ [2-8- 2011]

×