Your SlideShare is downloading. ×
0
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Radiation protection Standard
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Radiation protection Standard

693

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
693
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide
  • The doses needed to produce erythema are very high indeed—if the skin is exposed to 200-kilovolt x rays at a high dose rate of 30 rad per minute, then erythema appears after about 20 minutes (or 600 rad) of exposure, and moist desquamation (equivalent to a third-degree burn) occurs after about 110 minutes (or about 2000 rad) of exposure. The loss of fingers, as shown in the photographabove, was sometimes the result. Such conditions are ultimately caused by outright killing of many cells. In the case above, dermal basal cells and blood vessels were critically injured in the fingers, scar tissue probably plugged the blood vessels and stopped the flow of blood. The loss of blood supply ultimately led to the death of tissue in the fingers and the loss of those extremities.
  • ในเดือน กรกฎาคม 1896 เพียงหนึ่งเดือนหลังค้นพบ x-rays ก็มีการตีพิมพ์เผยแพร่รายงานความรุนแรงของ x-rays ที่ก่อให้เกิดผลต่อผิวหนัง และต่อมาในปี 1902 ก็ได้มีการกำหนด dose limit เป็นครั้งแรก คือ 10 rad/day ( หรือ 3000 rad/year) ซึ่ง dose ที่กำหนดนี้ไม่ได้มาจากการพิจาณาข้อมูลทาง biological แต่ประมาณจากปริมาต่ำสุดที่สามารถ detect ได้ ( โดยวิธีง่าย ๆ ) นั่นคือเป็นปริมาณรังสีน้อยที่สุดที่จะเห็นการ expose ( เกิดรอยบนฟิล์ม ) ในปี 1903 จากการใช้สัตว์ศึกษา (animal studies) พบว่า x-ray ทำให้เกิดมะเร็ง ทำลาย living tissue และ organ พบว่าส่วนที่ส่วนที่ทนต่อความเสียหายของรังสีน้อยที่สุดคือ skin, blood forming organ, และ reproductive organs Table 1 แสดงประมาณ dose rate
  • ในเดือน กันยายน 1924 ในงาน meeting ของสมาคม American roentgen ray, Authur Mutscheller คือบุคคลที่ได้มีการ recommended dose rate ที่สามารถทนได้ “ tolerance dose rate” สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี รายงานของเขาได้จากการ observation แพทย์ และ technician ซึ่งทำงานในบริเวณที่มีการกำบังรังสี (shielding) เขาได้ประเมินจากผู้ปฏิบัติงานจะได้รับปริมาณรังสีในปริมาณ 1/10 ของ dose ที่ก่อให้เกิด (erythema) บวมแดงที่ผิวหนัง คือประมาณ 60 rem/month โดยการตรวจวัด current, voltage ของหลอด x-ray โดยพิจารณาการกรองรังสี (filtration of the beam) ระยะห่างของผู้ปฏิบัติงานกับหลอก x-ray และ exposure time เขายังได้ทำการ observe พบว่า ไม่พบอาการบาดเจ็บจากรังสีแม้แต่คนเดียว จึงได้ทำการสรุปว่าระดับ dose rate ในบริเวณที่มีกำบังรังสีเป็นที่ยอมรับ แต่ข้อแนะนำกรณี tolerance เขาได้นำ safety factor of ten ไปใช้ และแนะนำไว้ว่า tolerance limit ไว้ที่ 1/100 ของ erythema dose/month ( เทียบเท่ากับ 70 rem/year) tolerance dose ได้ถูก assume ให้เป็น radiation dose โดยไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย Mutscheller ออกบทความที่มีหัวข้อว่า “ Physical standard of protection Against Roentgen Ray danger” มาตรฐานการป้องกันอันตรายจากรังสี ซึ่งได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ ในปี 1925 เป็นที่น่ายินดีที่ F.M Sievert ได้ออกเผยแพร่ dose limit ที่มีค่าใกล้เคียงกัน
  • ในปี 1934 the U.S advisory committee on x-ray and radiation protection ได้เสนอ standard ของการป้องกันผู้คนจาก radiation source อย่างเป็นทางการขึ้น โดยมาจากการวัดปริมาณ ionization radiation ในหน่วย roentgen และจากนั้นก็ได้มีการ recommend limit ในหน่วย dose rate ก็ประกาศที่ 0.1 roentgen/day ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ของ Mutscheller ได้เสนอไว้ ซึ่งความต่างอยู่ที่ factor หรือเทคนิคการตรวจวัดที่ต่างกันของ U.S กับ Europe เป็นความผิดพลาดที่ในยุคแรก ของการออกค่า exposure limit ที่ไม่ได้มีการพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นทาง biological ทำเพียงการ observe ความเปลี่ยนแปลงทาง biological แต่ไม่ค่อยได้มีการศึกษา อันตรายที่จะเกิดขึ้นในทาง biological Dose limit ของ radiation source ที่อยู่นอกร่างกาย (external source) เกิดขึ้นเมื่อปี 1941 จากการศึกษา dose limit ของ radium ในร่างกายที่คนสามารถรับได้ งาน clinical observation ที่ใช้เวลาติดตามยาวนานเป็นสิบปี โดยศึกษาจาก คนที่ได้รับ internal expose จาก radium 27 คน โดยมีการตรวจวัดปริมาณ radium ที่ได้รับเข้าไป ซึ่งเป็นพื้นฐานของการหา radium standard
  • ในระหว่างศตวรรษ 1950 ก็ได้มีการลด standard ของ external radiation ซึ่งเป็นผมาจากการศึกษาจากผู้รอดชีวิตจากระเบิดนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น และจากผู้ป่วยที่ได้รับ high dose จากการรักษา โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ของการวิเคราะห์ข้อมูลผู้รอดชีวิตจารระเบิดปรมาณูปรากฎของมูลที่บ่งบอกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนของผู้ชายต่อผู้หญิง ในจำนวนเด็กทารกเกิดใหม่ที่รอดชีวิต ในขณะเดียวกัน จากข้อมูลของการทดลองในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และแมลงผลไม้ปรากฏว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมขึ้น เป็นผลการเหนี่ยวนำจากการได้รับ high exposure ทำให้มีการศึกษาทางด้านรังสี ที่จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดผลต่อพันธุกรรมอย่างจริงจัง ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1950 นำมาซึ่งการ recommend standard ของ limit ที่ประชาชนได้รับใน 1 ปี (standard for annual dose limit in public) ผลการวิเคราะห์ต่อมาพบว่ารายงานที่ได้ออกในช่วงแรกเป็นรายงานที่ผิด ปัจจุบันก็สรุปผลใหม่ที่ถูกต้องว่ารังสีไม่ส่งผลต่อพันธุกรรมแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีความกลัวว่าจะเกิดผลต่อพันธุกรรมขึ้นในอนาคต ซึ่งมาจากภาพยนตร์หลายเรื่องเช่น Godzilla, Incredible Shrinking Man, Spiderman, The incredible Hulk และอื่น ๆ อีก ความหวาดกลัวของประชาชนนี้เองนำมาซึ่งการลดค่า radiation protection standard
  • ปี 1961 เป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้วว่าความเสี่ยงของการเกิด genetic effect ในการศึกษาที่ผ่านมานั้นผิดพลาดคือไม่ปรากฏให้เห็น แต่การศึกษาเกี่ยวกับการเกิดมะเร็งและทารกที่เสียชีวิตในกลุ่มผู้รอดชีวิตจากระเบิดก็เริ่มขึ้น แสดงออกมาในรูปของอัตราการเกิดลูคีเมียที่เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อัตราการเกิดมะเร็งแบบ solid-tumor ก็ถูกพบด้วยเช่นกัน จากการศึกษาอีกมากมายทำให้ค้นพบว่ามะเร็งมะเร็งต่าางชนิดกันก็มีระยะแฝงที่ต่างกัน จากการศึกษาเหล่านี้พบว่า Solid tumor มีระยะแฝงอยู่ที่ 25-40 ปี ลูคีเมีย 2-25 ปี
  • ในปี 1977 ICRP ก็ได้มีการปรับปรุงการตั้งค่า standard และพบว่าความเสี่ยงของการเสียชีวิตของผู้ปฏิบัติงานจากรังสียังน้อยกว่าความเสี่ยงของการเสียชีวิตจาก trauma ด้วยซ้ำไป มีการพิสูจน์พบความเสียงของการเสียชีวิตจากรังสีเพียง 1 ใน 1000 ต่อปี จากผลการศึกษาของผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูแสดงสัมประสิทธ์ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งนั้นมีค่าประมาณ 10-4 rem-1 และจาก risk coefficient นี้เอง ICRP จึงได้มีการ recommend dose สูงสุดของผู้ปฏิบัติงานเท่ากับ 5 rem/year และ dose limit ค่านี้ถูกตั้งมาจากการ assume ว่า dose เฉลี่ยจะน้อยกว่า 1 rem/year ต่อมาในปี 1977 ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนค่า limit ไปจากปี 1957 แต่มีการให้เหตุผลเพิ่มเติมในเทอมของ risk เข้าไป ในช่วงปี 1980 การประเมิน dose มาจากผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู โดยมีการคำนวนประมาณค่าแบบใหม่ คือพิจารณาสัดส่วนของ neutron ต่อ gamma-ray ซึ่งเป็นผลผลิตจากระเบิดและยังมีข้อมูลการเกิดมะเร็งและการเสียชีวิตของทารก ในกลุ่มผู้รอดชีวิตจากระเบิดบอกว่าพบมะเร็งบางชนิดเกิดมากกว่าที่เคยคิดไว้ นั่นหมายความว่า ค่าเฉลี่ยของความเสี่ยงต่อ unit dose สูงขึ้น และเหตุจากค่าที่เพิ่มขึ้นนี้เอง ICRP ได้ทำการออกเป็น international recommendation ในปี 1990 โดยที่ตั้ง exposure dose limit เท่ากับ 10 rem ในตลอดเวลา 5 ปี และเท่ากับ 5 rem ในแต่ละปี อีกทั้งได้มีการกำหนด public limit ที่ 100 mrem/year เฉลี่ยจากเวลา 5 ปี
  • ×