ปาฏิโมกข์
ฉบับฉลองวันธรรมชัย
จัดพิมพ์เนื่องในมงคลสมัย
“วันธรรมชัย”
วันคล้ายวันเกิดในเพศสมณะ
พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี
(ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ปาฏิโมกข์ ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ISBN:	 978 616 305 435 7
ที่ปรึกษา	 พระมหาประดิษฐ์ สิรีภาโส	 พระมหาธนา เตชธมฺโม
พระมหาจตุรงค์ จิรฏฺิโต	 พระมหาอภิชาติ ฌานสุโภ
พระมหามนต์ชัย อภิชาโน	 พระมหาณัฐพงศ์ มณิสุโข
พระมหาอรรถพล กุลสิทฺโธ	 พระมหาอภิวัตร คุณวฑฺโฒ
พระมหาจรัญ ธมฺมุตฺตโม	 พระมหาพลวัฒน์ อรุณโชโต
รวบรวม/เรียบเรียง	 พระนิสิตสถาบันธรรมชัย
บรรณาธิการบริหาร	 พระมหาธนวัฒน์ ฉนฺทวฑฺโฒ
กองบรรณาธิการ	
พระชวลิต อตฺถโชโต	 พระชาญยุทธ เอกสิทฺโธ
พระนคร โกวิทวํโส	 พระเปรมปรีดา ขนฺติธโช
พระบรรจง สกฺกธมฺโม	 พระวัชรพันธ์ ชุตินฺธโร
พระมหาภาณุรักษ์ คุตฺตสีโล	 พระกิตติฤทธิ์ อิทฺธิาโณ
พระประนัย อคฺคชโย	 พระนิติ อคฺคธมฺโม
พระคุปติ หาสธมฺโม	 พระธราธร ภทฺทวํโส
พระมหาพันธ์สุวิชญ์ อธิวิชฺโช	 พระเอกราช เตชโสภโณ	
พระกฤตสร กิตฺติมงฺคโล	 พระมหาแสงชัย คุณทฺธโร	
พระมหารณภพ กิตฺติธมฺโม	 ส.ณ.ยศพล สาตร์เพ็ชร์
ประสานงาน
	 พระปริยพล ยุตฺตวิชฺโช	 พระพงษ์ศิริ ปริปุณฺโณ
ภาพประกอบ	 พุทธศิลป์
ลิขสิทธิ์	 	 สถาบันธรรมชัย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
พิมพ์ครั้งที่ ๑	 วันธรรมชัย ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕
จ�ำนวนพิมพ์	 ๑๐,๐๐๐ เล่ม
พิมพ์ที่	 	 บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จ�ำกัด
ขอรับหนังสือได้ที่	 เสา L7 สภาธรรมกายสากล โทร.๐๘๑ ๗๗๐ ๗๒๕๐
พิสูจน์อักษร
พระมหาประดิษฐ์ สิรีภาโส	 พระมหาธนา เตชธมฺโม
พระมหาจตุรงค์ จิรฏฺิโต	 พระมหาอภิชาติ ฌานสุโภ
พระธีระ อตฺตทนฺโต	 พระภาณุวัฒน์ รณฺ ชโย
พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย	 พระมหามนต์ชัย อภิชาโน
พระมหาค�ำสาย อินฺทปฺ โ	 พระมหาอรรถพล กุลสิทฺโธ
พระมหาอภิวัตร คุณวฑฺโฒ	 พระมหาจรัญ ธมฺมุตฺตโม
พระมหาพลวัฒน์ อรุณโชโต	 พระวันเฉลิม สมวํโส
พระกวีศักดิ์ กิตฺติรกฺโข	 พระมหาอิสระพงศ์ ธมฺมิสฺสโร
พระภาณุ โอภาสโก	 พระมหาเกียรติศักดิ์ กิตฺติวณฺโณ
��������  5
  ค�ำน�ำ 
ในบรรดาสิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ และปัญญา
ศีล ถือเป็นสิกขาบทแรกที่ทุกคนพึงปฏิบัติ ไม่ว่าจะ
เป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต เพราะศีลเป็นเบื้องต้น
เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย และเป็น
ประธานแห่งธรรมทั้งปวง บุคคลใดช�ำระศีลให้
บริสุทธิ์ดีแล้ว จักเป็นเหตุให้เว้นจากความทุจริต
จิตจะร่าเริงแจ่มใส และเป็นท่าหยั่งลงมหาสมุทร
คือ พระนิพพาน
พระปาฏิโมกข์ ถือเป็นศีลของพระภิกษุที่บวช
ในพระพุทธศาสนา ซึ่งต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
หากรูปใดย่อหย่อนในพระปาฏิโมกข์ ก็จะเป็นเหตุ
ให้เสื่อมจากลาภ ยศ และมรรคผลนิพพานได้ และ
หากรูปใดปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ชนิดเอาชีวิตเป็น
6  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เดิมพัน ก็หวังได้ว่าเขาผู้นั้นจักเจริญรุ่งเรืองในร่ม
เงาบวรพระพุทธศาสนา ถึงพร้อมด้วยความบริสุทธิ์
บริบูรณ์ และบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในที่สุด
หนังสือปาฏิโมกข์ ฉบับฉลองวันธรรมชัยเล่มนี้
จัดพิมพ์ขึ้นมาโดยมีเหตุหลายประการ คือ
-- ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในปีฉลอง
พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรม
-- บูชาธรรมพระเทพญาณมหามุนี หลวงพ่อ
ธัมมชโย เนื่องในวันธรรมชัย ๒๗ สิงหาคม
๒๕๕๕
-- ถวายเป็นธรรมทานแด่พระภิกษุโครงการ
อุปสมบทหมู่๑แสนรูปเข้าพรรษาทุกหมู่บ้านทั่วไทย
-- ถวายเป็นธรรมทานแด่พระภิกษุ สามเณร
ที่สนใจทั่วไป
��������  7
เหตุผลอีกประการหนึ่งในการจัดพิมพ์คืออยาก
ให้พระภิกษุได้ศึกษาพระวินัยเบื้องต้น ได้ท�ำการ
ท่องบ่น ทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ และได้ทบทวนศีล
๒๒๗ สิกขาบท เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ในการ
ประพฤติพรหมจรรย์สืบต่อไป
บุญใดที่เกิดขึ้นจากการจัดท�ำหนังสือเล่มนี้
ขอถวายเป็นพุทธบูชา ถวายแด่มหาปูชนียาจารย์
ถวายแด่พระอุปัชฌาจารย์ทั้งหลาย
ขอบุญจงบังเกิดมีแก่บิดามารดา ครูบาอาจารย์
และหมู่ญาติทั้งหลาย ตลอดจนผู้มีส่วนในการท�ำ
หนังสือเล่มนี้ให้ส�ำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ขอบุญจงส่งผลดลบันดาลให้คณะผู้จัดท�ำ มี
ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ เจริญรุ่งเรือง ในร่มเงา
บวรพระพุทธศาสนา เป็นที่พึ่งให้กับตัวเอง และ
8  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
สรรพสัตว์ทั้งหลาย สร้างบารมีรุดหน้าไป ตราบวัน
ถึงที่สุดแห่งธรรม เทอญ
	 คณะผู้จัดท�ำ
	 ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕
  สารบัญ 
อธิศีล	10
ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ	14
๏๏อธิบายวิธีเปลี่ยนบุพพกิจ	 110
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระปาฏิโมกข์	118
๏๏ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์	 119
๏๏โอวาทปาฏิโมกข์	 128
๏๏พระวินัย	 131
๏๏ระเบียบปฏิบัติ การฟังพระปาฏิโมกข์	 166
๏๏การนับวันอุโบสถ	 172
๏๏วิธีท�ำอุโบสถกรรม	 178
๏๏วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์	 183
๏๏บทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์	 188
๏๏การปลงอาบัติ	 193
๏๏ข้อก�ำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระปาฏิโมกข์	 200
๏๏อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์	 210
๏๏เทคนิคการทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์	 222
๏๏การนับจ�ำนวนพระภิกษุภาษาบาลี	 228
บรรณานุกรม	232
10  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
โอวาท
พระมงคลเทพมุนี
(สด จนฺทสโร)
หลวงปู่วัดปากน�้ำ ภาษีเจริญ
ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
 อธิศีล /  11
  อธิศีล 
อธิศีล แปลว่า ศีลยิ่ง  ศีลยิ่งนั้นเป็นไฉน ?
ศีลตามปกติธรรมดาที่ได้แสดงมาแล้วโดย
ปริยายเบื้องต�่ำ - เบื้องสูง ศีลยิ่งนะยิ่งกว่าเบื้องต�่ำ
เบื้องสูงไปกว่านั้น หรือศีลยิ่งน่ะต้องเห็นศีล ไม่ใช่
รู้จักศีล เห็นศีลทีเดียว
ศีลโดยปกติส�ำรวมกาย วาจา เรียบร้อยดี
ไม่มีโทษ งดเว้นเบญจวิรัติ ๕ ประการ ขาดจาก
จิตสันดาน บริสุทธิ์ดุจพระอริยสาวกในธรรมวินัย
ของพระศาสดา นี่ศีลตามปกติธรรมดาไม่ใช่อธิศีล
นี่ศีลโดยปริยายเบื้องต�่ำ
ศีลโดยปริยายเบื้องสูง เหมือนภิกษุสามเณร
ก�ำลังศึกษากันเช่นนี้ ปาฏิโมกข์สังวรศีล ส�ำรวม
12  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ตามพระปาฏิโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ท�ำ
ตามข้อที่พระองค์ทรงอนุญาต
อาจารโคจรสมฺปนฺโน ถึงพร้อมด้วยมารยาท
เครื่องมาประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ และโคจร
อนุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี เห็นภัย
ทั้งหลายในโทษแม้มีประมาณน้อย
สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ สมาทานศึกษา
อยู่ในสิกขาบทบัญญัติน้อยใหญ่ทั้งหลาย นี่ศีล
โดยปริยายเบื้องสูง ไม่ใช่อธิศีล
ศีลบริสุทธิ์ตลอดจนกระทั่งถึงเจตนา
ความนึกคิดอ่านก็เป็นศีลจริงๆ ตรงตามวาระ
พระบาลีว่า
เจตนาหํ ภิกฺขเว สีลํ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
 อธิศีล /  13
เจตนาความคิดอ่านทางใจนั่นแหละเป็นศีล
รับสั่งดังนี้
นี่ก็เป็น “เจตนาศีล” ความคิดอ่านทางใจ
ศีลมีแต่กายกับวาจา เจตนาก็เป็นศีล ความนึกคิด
อ่านก็เป็นศีลอีก เป็นศีลด้วย แต่ว่ายังไม่ถึงอธิศีล
อธิศีล ศีลที่เห็น ไม่ใช่ศีลที่รู้  เจตนาความ
คิดอ่านปกติสละสลวยเรียบร้อยก็มาจากศีล
ศีลเป็นดวงใส อยู่ในกลางดวงธรรมที่ท�ำให้
เป็นกายมนุษย์ ดวงธรรมที่ท�ำให้เป็นกายมนุษย์
ใสบริสุทธิ์ เท่าฟองไข่แดงของไก่ ดวงศีลอยู่ภายใน
นั้น ใสบริสุทธิ์เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ อยู่ในดวง
ธรรมที่ท�ำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟอง
ไข่แดงของไก่ ศีลดวงนั่นแหละ ถ้าผู้ปฏิบัติไปถึง
ไปเห็น เป็นปรากฏขึ้นในศูนย์กลางกายมนุษย์
14  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เห็นเป็นปรากฏขึ้น ศีลดวงนั้นแหละ ได้ชื่อว่า
เป็นอธิศีล เป็นอธิศีลแท้ๆ 
	 ศีลทั้ง ๓ ประการ
	 ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗
 อธิศีล /  15
ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ
  ปุพฺพกิจฺจานิ 
อุโปสถกรณโต ๑
 ปุพฺเพ นววิธํ ปุพฺพกิจฺจํ
กาตพฺพํ โหติ ฯ ตณฺานสมฺมชฺชนญฺจ ตตฺถ
ปทีปุชฺชลนญฺจ อาสนปญฺปนญฺจ ปานีย-
ปริโภชนียูปฏฺปนญฺจ ฉนฺทารหานํ ภิกฺขูนํ
ฉนฺทาหรณญฺจ เตสญฺเว อกตุโปสถานํ
ปาริสุทฺธิยาปิ ๒
 อาหรณญฺจ อุตุกฺขานญฺจ
ภิกฺขุคณนา จ ภิกฺขุนีนโมวาโท จาติ ฯ
ตตฺถ ปุริมานิ จตฺตาริ ๓
 ภิกฺขูนํ วตฺตํ
ชานนฺเตหิ อารามิเกหิปิ ภิกฺขูหิปิ ๔
กตานิ
ปรินิฏฺิตานิ โหนฺติ ฯ
 ปุพฺพกิจฺจานิ /  17
ฉนฺทาหรณปาริสุทฺธิอาหรณานิ ๕
 ปน
อิมิสฺสํ พทฺธสีมายํ ๖
หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา
นิสินฺนานํ ภิกฺขูนํ อภาวโต นตฺถิ ฯ
อุตุกฺขานํ นาม เอตฺตกํ อติกฺกนฺตํ,
เอตฺตกํ อวสิฏฺนฺติ เอวํ อุตุอาจิกฺขนํ; อุตูนีธ
ปน สาสเน เหมนฺตคิมฺหวสฺสานานํ วเสน
ตีณิ โหนฺติ ฯ อยํ เหมนฺโตตุ ๗
, อิมสฺมิญฺจ
อุตุมฺหิ อฏฺ อุโปสถา, อิมินา ปกฺเขน
เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, สตฺต อุโปสถา
อวสิฏฺา ๘
 อิติ เอวํ สพฺเพหิ อายสฺมนฺเตหิ
อุตุกฺขานํ ธาเรตพฺพํ ฯ
(รับว่า เอวํ ภนฺเต พร้อมกัน)
18  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ภิกฺขุคณนา นาม อิมสฺมึ อุโปสถคฺเค
อุโปสถตฺถาย ๙
 สนฺนิปติตา ภิกฺขู เอตฺตกาติ
ภิกฺขูนํ คณนา, อิมสฺมิมฺปน อุโปสถคฺเค ๑๐
จตฺตาโร ๑๑
 ภิกฺขู สนฺนิปติตา โหนฺติ ฯ
อิติเอวํสพฺเพหิอายสฺมนฺเตหิภิกฺขุคณนาปิ
ธาเรตพฺพา ฯ
(รับว่า เอวํ ภนฺเต พร้อมกัน)
ภิกฺขุนีนโมวาโทปนอิทานิตาสํนตฺถิตาย
นตฺถิ ฯ อิติ สกรโณกาสานํ ปุพฺพกิจฺจานํ
กตตฺตา, นิกฺกรโณกาสานํ ปุพฺพกิจฺจานํ
ปกติยา ปรินิฏฺิตตฺตา, เอวนฺตํ นววิธํ
ปุพฺพกิจฺจํ ปรินิฏฺิตํ โหติ ฯ
 ปุพฺพกิจฺจานิ /  19
นิฏฺิเต จ ปุพฺพกิจฺเจ สเจ โส ทิวโส
จาตุทฺทสีปณฺณรสีสามคฺคีนมญฺตโร
ยถาชฺช อุโปสโถ ๑๒
ปณฺณรโส ๑๓
 ยาวติกา
จ ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา สงฺฆุโปสถารหา
จตฺตาโร ๑๔
 วา ตโต วา อติเรกา ปกตตฺตา
ปาราชิกํ อนาปนฺนา สงฺเฆน วา อนุกฺขิตฺตา,
เต จ โข หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา เอกสีมายํ
ิตา ฯ
เตสญฺจ วิกาลโภชนาทิวเสน วตฺถุสภาคา-
ปตฺติโย เจ น วิชฺชนฺติ; เตสญฺจ หตฺถปาเส
หตฺถปาสโต พหิกรณวเสน วชฺเชตพฺโพ
โกจิ วชฺชนียปุคฺคโล เจ นตฺถิ ฯ
เอวนฺตํ อุโปสถกมฺมํ ๑๕
 อิเมหิ จตูหิ
ลกฺขเณหิ สงฺคหิตํ ปตฺตกลฺลํ นาม โหติ กาตุํ
20  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ยุตฺตรูปํ ฯ อุโปสถกมฺมสฺส ๑๖
ปตฺตกลฺลตฺตํ
วิทิตฺวา อิทานิ กริยมาโน อุโปสโถ สงฺเฆน
อนุมาเนตพฺโพ ๑๗
ฯ 
(รับว่า สาธุ พร้อมกัน)
 ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ /  21
  ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ 
(ตั้งนโม 5 ชั้น)*
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต
สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
นโม ตสฺส / ภควโต อรหโต
สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ /
นโม ตสฺส ภควโต / อรหโต
สมฺมา / สมฺพุทฺธสฺส ฯ /
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ฯ อชฺชุโปสโถ
ปณฺณรโส**
ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ
อุโปสถํ กเรยฺย, ปาฏิโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺย ฯ
*	
การตั้งนโม 5 ชั้น พึงวรรคตามเครื่องหมาย / ที่ให้ไว้
**	
ถ้าเป็น ๑๔ ค�่ำ พึงว่า จาตุทฺทโส
22  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
กึ สงฺฆสฺส ปุพฺพกิจฺจํ, ปาริสุทฺธึ
อายสฺมนฺโต อาโรเจถ, ปาฏิโมกฺขํ
อุทฺทิสิสฺสามิ ฯ ตํ สพฺเพว สนฺตา สาธุกํ
สุโณม มนสิกโรม ฯ ยสฺส สิยา อาปตฺติ,
โส อาวิกเรยฺย, อสนฺติยา อาปตฺติยา ตุณฺหี
ภวิตพฺพํ ฯ ตุณฺหีภาเวน โข ปนายสฺมนฺเต
ปริสุทฺธาติ เวทิสฺสามิ ฯ ยถา โข ปน
ปจฺเจกปุฏฺสฺส เวยฺยากรณํ โหติ, เอวเมวํ
เอวรูปาย ปริสาย ยาวตติยํ อนุสฺสาวิตํ
โหติ ฯ โย ปน ภิกฺขุ ยาวตติยํ
อนุสฺสาวิยมาเน สรมาโน สนฺตึ อาปตฺตึ
นาวิกเรยฺย, สมฺปชานมุสาวาทสฺส โหติ,
สมฺปชานมุสาวาโท โข ปนายสฺมนฺโต
อนฺตรายิโก ธมฺโม วุตฺโต ภควตา; ตสฺมา
 ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ /  23
สรมาเนน ภิกฺขุนา อาปนฺเนน วิสุทฺธาเปกฺเขน
สนฺตี อาปตฺติ อาวิกาตพฺพา ฯ อาวิกตา
หิสฺส ผาสุ โหติ ฯ
นิทานํ นิฏฺิตํ ฯ
24  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  ปาราชิกุทฺเทโส 
ตตฺริเม จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา
อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีว-
สมาปนฺโน สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ
อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย
อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปิ, ปาราชิโก โหติ
อสํวาโส ฯ
2. โย ปน ภิกฺขุ คามา วา อรญฺา วา
อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺย, ยถารูเป
อทินฺนาทาเน ราชาโน โจรํ คเหตฺวา
หเนยฺยุํ วา พนฺเธยฺยุํ วา ปพฺพาเชยฺยุํ
วา “โจโรสิ พาโลสิ มูฬฺโหสิ เถโนสีติ;
 ปาราชิกุทฺเทโส /  25
ตถารูปํ ภิกฺขุ อทินฺนํ อาทิยมาโน, อยมฺปิ
ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ
3. โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ
ชีวิตา โวโรเปยฺย, สตฺถหารกํ วาสฺส
ปริเยเสยฺย, มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย,
มรณาย วา สมาทเปยฺย “อมฺโภ ปุริส กึ
ตุยฺหิมินา ปาปเกน ทุชฺชีวิเตน, มตนฺเต
ชีวิตา เสยฺโยติ; อิติ จิตฺตมโน จิตฺตสงฺกปฺโป
อเนกปริยาเยน มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย,
มรณาย วา สมาทเปยฺย; อยมฺปิ ปาราชิโก
โหติ อสํวาโส ฯ
4. โย ปน ภิกฺขุ อนภิชานํ อุตฺตริมนุสฺส-
ธมฺมํ อตฺตูปนายิกํ อลมริยาณทสฺสนํ
สมุทาจเรยฺย “อิติ ชานามิ, อิติ ปสฺสามีติ;
26  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ตโต อปเรน สมเยน สมนุคฺคาหิยมาโน
วา อสมนุคฺคาหิยมาโน วา อาปนฺโน
วิสุทฺธาเปกฺโข เอวํ วเทยฺย “อชานเมวํ
อาวุโส อวจํ ‘ชานามิ’ อปสฺสํ ‘ปสฺสามิ’ ตุจฺฉํ
มุสา วิลปินฺติ, อญฺตฺร อธิมานา; อยมฺปิ
ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต จตฺตาโร
ปาราชิกา ธมฺมา, เยสํ ภิกฺขุ อญฺตรํ วา
อญฺตรํ วา อาปชฺชิตฺวา น ลภติ ภิกฺขูหิ
สทฺธึ สํวาสํ, ยถา ปุเร; ตถา ปจฺฉา; ปาราชิโก
โหติ อสํวาโส ฯ
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
 ปาราชิกุทฺเทโส /  27
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
ปาราชิกุทฺเทโส นิฏฺิโต ฯ
28  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส 
อิเม โข ปนายสฺมนฺโต เตรส สงฺฆาทิเสสา
ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฏฺิ, อญฺตฺร
สุปินนฺตา สงฺฆาทิเสโส ฯ
2. โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน
จิตฺเตน มาตุคาเมน สทฺธึ กายสํสคฺคํ
สมาปชฺเชยฺย, หตฺถคาหํ วา เวณิคาหํ วา
อญฺตรสฺส วา อญฺตรสฺส วา องฺคสฺส
ปรามสนํ, สงฺฆาทิเสโส ฯ
3. โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน
จิตฺเตน มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ
 สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  29
โอภาเสยฺย, ยถาตํ ยุวา ยุวตึ เมถุนูปสญฺหิตาหิ;
สงฺฆาทิเสโส ฯ
4. โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน
จิตฺเตน มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริ-
จริยาย วณฺณํ ภาเสยฺย “เอตทคฺคํ ภคินิ
ปาริจริยานํ, ยา มาทิสํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ
พฺรหฺมจารึ เอเตน ธมฺเมน ปริจเรยฺยาติ
เมถุนูปสญฺหิเตน, สงฺฆาทิเสโส ฯ
5. โย ปน ภิกฺขุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺเชยฺย
อิตฺถิยา วา ปุริสมตึ ปุริสสฺส วา อิตฺถีมตึ
ชายตฺตเน วา ชารตฺตเน วา อนฺตมโส
ตํขณิกายปิ, สงฺฆาทิเสโส ฯ
6. สญฺาจิกาย ปน ภิกฺขุนา กุฏึ
การยมาเนน อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ
30  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ปมาณิกา กาเรตพฺพา; ตตฺริทํ ปมาณํ;
ทีฆโส ทฺวาทส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา,
ติริยํ สตฺตนฺตรา ฯ ภิกฺขู อภิเนตพฺพา
วตฺถุเทสนาย: เตหิ ภิกฺขูหิ วตฺถุํ เทเสตพฺพํ
อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ
วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน สญฺาจิกาย กุฏึ
กาเรยฺย, ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย วตฺถุเทสนาย,
ปมาณํ วา อติกฺกาเมยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ
7. มหลฺลกมฺปน ภิกฺขุนา วิหารํ
การยมาเนน สสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ ภิกฺขู
อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนาย; เตหิ ภิกฺขูหิ
วตฺถุํ เทเสตพฺพํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ
สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน
 สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  31
มหลฺลกํ วิหารํ กาเรยฺย, ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย
วตฺถุเทสนาย, สงฺฆาทิเสโส ฯ
8. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ทุฏฺโ โทโส
อปฺปตีโต อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน
อนุทฺธํเสยฺย “อปฺเปว นาม นํ อิมมฺหา
พฺรหฺมจริยา จาเวยฺยนฺติ ฯ ตโต อปเรน สมเยน
สมนุคฺคาหิยมาโน วา อสมนุคฺคาหิยมาโน
วา, อมูลกญฺเจว ตํ อธิกรณํ โหติ, ภิกฺขุ จ
โทสํ ปติฏฺาติ, สงฺฆาทิเสโส ฯ
9. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ทุฏฺโ โทโส
อปฺปตีโต อญฺภาคิยสฺส อธิกรณสฺส
กิญฺจิ เทสํ เลสมตฺตํ อุปาทาย ปาราชิเกน
ธมฺเมน อนุทฺธํเสยฺย “อปฺเปว นาม นํ
อิมมฺหา พฺรหฺมจริยา จาเวยฺยนฺติ ฯ ตโต
32  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อปเรน สมเยน สมนุคฺคาหิยมาโน วา
อสมนุคฺคาหิยมาโน วา, อญฺภาคิยญฺเจว
ตํ อธิกรณํ โหติ, โกจิ เทโส เลสมตฺโต
อุปาทินฺโน ภิกฺขุ จ โทสํ ปติฏฺาติ,
สงฺฆาทิเสโส ฯ
10. โย ปน ภิกฺขุ สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส
เภทาย ปรกฺกเมยฺย เภทนสํวตฺตนิกํ วา
อธิกรณํ สมาทาย ปคฺคยฺห ติฏฺเยฺย ฯ โส
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา
สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมิ,
เภทนสํวตฺตนิกํ วา อธิกรณํ สมาทาย
ปคฺคยฺห อฏฺาสิ; สเมตายสฺมา สงฺเฆน,
สมคฺโค หิ สงฺโฆ สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน
เอกุทฺเทโส ผาสุ วิหรตีติ ฯ เอวญฺจ โส
 สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  33
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย,
โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ
ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ
สมนุภาสิยมาโน ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, อิจฺเจตํ
กุสลํ; โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ
11. ตสฺเสว โข ปน ภิกฺขุสฺส ภิกฺขู
โหนฺติ อนุวตฺตกา วคฺควาทกา, เอโก วา เทฺว
วา ตโย วา, เต เอวํ วเทยฺยุํ, “มา อายสฺมนฺโต
เอตํ ภิกฺขุํ กิญฺจิ อวจุตฺถ ธมฺมวาที เจโส
ภิกฺขุ, วินยวาที เจโส ภิกฺขุ, อมฺหากญฺเจโส
ภิกฺขุ, ฉนฺทญฺจ รุจิญฺจ อาทาย โวหรติ,
ชานาติ โน ภาสติ, อมฺหากมฺเปตํ ขมตีติ ฯ
เต ภิกฺขู ภิกฺขูหิ เอวมสฺสุ วจนียา “มา
อายสฺมนฺโต เอวํ อวจุตฺถ, น เจโส ภิกฺขุ
34  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ธมฺมวาที, น เจโส ภิกฺขุ วินยวาที, มา
อายสฺมนฺตานมฺปิ สงฺฆเภโท รุจฺจิตฺถ,
สเมตายสฺมนฺตานํ สงฺเฆน, สมคฺโค หิ
สงฺโฆ สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส
ผาสุ วิหรตีติ ฯ เอวญฺจ เต ภิกฺขู ภิกฺขูหิ
วุจฺจมานา ตเถว ปคฺคณฺเหยฺยุํ, เต ภิกฺขู
ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺพา ตสฺส
ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมานา
ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺยุํ อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ
ปฏินิสฺสชฺเชยฺยุํ; สงฺฆาทิเสโส ฯ
12. ภิกฺขุ ปเนว ทุพฺพจชาติโก โหติ,
อุทฺเทสปริยาปนฺเนสุ สิกฺขาปเทสุ ภิกฺขูหิ
สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน อตฺตานํ อวจนียํ กโรติ
“มา มํ อายสฺมนฺโต กิญฺจิ อวจุตฺถ กลฺยาณํ วา
 สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  35
ปาปกํ วา, อหมฺปายสฺมนฺเต น กิญฺจิ วกฺขามิ
กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา, วิรมถายสฺมนฺโต มม
วจนายาติ, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย
“มา อายสฺมา อตฺตานํ อวจนียํ อกาสิ,
วจนียเมว อายสฺมา อตฺตานํ กโรตุ, อายสฺมาปิ
ภิกฺขู วเทตุ สหธมฺเมน, ภิกฺขูปิ อายสฺมนฺตํ
วกฺขนฺติ สหธมฺเมน; เอวํ สํวฑฺฒา หิ ตสฺส
ภควโต ปริสา, ยทิทํ อญฺมญฺวจเนน
อญฺมญฺวุฏฺาปเนนาติ ฯ เอวญฺจ โส
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส
ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมาโน
ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย ฯ อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ
ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ
36  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
13. ภิกฺขุ ปเนว อญฺตรํ คามํ วา
นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรติ กุลทูสโก
ปาปสมาจาโร, ตสฺส โข ปาปกา สมาจารา
ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ, กุลานิ จ เตน
ทุฏฺานิ ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ ฯ โส ภิกฺขุ
ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “อายสฺมา โข
กุลทูสโก ปาปสมาจาโร, อายสฺมโต โข
ปาปกา สมาจารา ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ ฯ
กุลานิ จายสฺมตา ทุฏฺานิ ทิสฺสนฺติ
เจว สุยฺยนฺติ จ; ปกฺกมตายสฺมา อิมมฺหา
อาวาสา, อลนฺเต อิธ วาเสนาติ ฯ เอวญฺจ
โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน เต ภิกฺขู เอวํ
วเทยฺย “ฉนฺทคามิโน จ ภิกฺขู, โทสคามิโน
จ ภิกฺขู, โมหคามิโน จ ภิกฺขู, ภยคามิโน
 สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  37
จ ภิกฺขู; ตาทิสิกาย อาปตฺติยา เอกจฺจํ
ปพฺพาเชนฺติ, เอกจฺจํ น ปพฺพาเชนฺตีติ ฯ โส
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา
เอวํ อวจ, น จ ภิกฺขู ฉนฺทคามิโน, น จ ภิกฺขู
โทสคามิโน, น จ ภิกฺขู โมหคามิโน, น จ
ภิกฺขู ภยคามิโน; อายสฺมา โข กุลทูสโก
ปาปสมาจาโร, อายสฺมโต โข ปาปกา
สมาจารา ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ, กุลานิ
จายสฺมตา ทุฏฺานิ ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ,
ปกฺกมตายสฺมา อิมมฺหา อาวาสา, อลนฺเต
อิธ วาเสนาติ ฯ เอวญฺจ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ
วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส ภิกฺขุ
ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส
ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมาโน
38  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ
ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เตรส
สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา; นว ปมาปตฺติกา,
จตฺตาโร ยาวตติยกา; เยสํ ภิกฺขุ อญฺตรํ
วา อญฺตรํ วา อาปชฺชิตฺวา ยาวติหํ ชานํ
ปฏิจฺฉาเทติ; ตาวติหํ เตน ภิกฺขุนา อกามา
ปริวตฺถพฺพํ, ปริวุตฺถปริวาเสน ภิกฺขุนา
อุตฺตรึ ฉารตฺตํ ภิกฺขุมานตฺตาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ,
จิณฺณมานตฺโต ภิกฺขุ, ยตฺถ สิยา วีสติคโณ
ภิกฺขุสงฺโฆ, ตตฺถ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ; เอเกนปิ
เจ อูโน วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ ตํ ภิกฺขุํ
อพฺเภยฺย, โส จ ภิกฺขุ อนพฺภิโต, เต จ ภิกฺขู
คารยฺหา: อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
 สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  39
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส นิฏฺิโต ฯ
40  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  อนิยตุทฺเทโส 
อิเม โข ปนายสฺมนฺโต เทฺว อนิยตา
ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ
เอโก เอกาย รโห ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน
อลงฺกมฺมนิเย นิสชฺชํ กปฺเปยฺย; ตเมนํ
สทฺเธยฺยวจสา อุปาสิกา ทิสฺวา ติณฺณํ
ธมฺมานํ อญฺตเรน วเทยฺย ปาราชิเกน วา
สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา, นิสชฺชํ
ภิกฺขุ ปฏิชานมาโน ติณฺณํ ธมฺมานํ
อญฺตเรน กาเรตพฺโพ ปาราชิเกน วา
สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา; เยน วา
สา สทฺเธยฺยวจสา อุปาสิกา วเทยฺย, เตน โส
ภิกฺขุ กาเรตพฺโพ; อยํ ธมฺโม อนิยโต ฯ
 อนิยตุทฺเทโส /  41
2. น เหว โข ปน ปฏิจฺฉนฺนํ อาสนํ
โหติ นาลงฺกมฺมนิยํ, อลญฺจ โข โหติ มาตุคามํ
ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ โอภาสิตุํ; โย ปน ภิกฺขุ
ตถารูเป อาสเน มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย
รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย; ตเมนํ สทฺเธยฺยวจสา
อุปาสิกา ทิสฺวา ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ อญฺตเรน
วเทยฺย สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา,
นิสชฺชํ ภิกฺขุ ปฏิชานมาโน ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ
อญฺตเรน กาเรตพฺโพ สงฺฆาทิเสเสน วา
ปาจิตฺติเยน วา, เยน วา สา สทฺเธยฺยวจสา
อุปาสิกา วเทยฺย, เตน โส ภิกฺขุ กาเรตพฺโพ;
อยมฺปิ ธมฺโม อนิยโต ฯ
42  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เทฺว อนิยตา
ธมฺมา ฯ
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
อนิยตุทฺเทโส นิฏฺิโต ฯ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  43
  นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา 
อิเม โข ปนายสฺมนฺโต ตึส นิสฺสคฺคิยา
ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. นิฏฺิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ
กิเน, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ,
ตํ อติกฺกามยโต, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
2. นิฏฺิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ
กิเน, เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน
วิปฺปวเสยฺย, อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
3. นิฏฺิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ
กิเน, ภิกฺขุโน ปเนว อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย,
อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพํ,
44  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ปฏิคฺคเหตฺวา ขิปฺปเมว กาเรตพฺพํ; โน
จสฺส ปาริปูริ, มาสปรมนฺเตน ภิกฺขุนา ตํ
จีวรํ นิกฺขิปิตพฺพํ อูนสฺส ปาริปูริยา สติยา
ปจฺจาสาย, ตโต เจ อุตฺตรึ นิกฺขิเปยฺย
สติยาปิ ปจฺจาสาย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
4. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา
ปุราณจีวรํ โธวาเปยฺย วา รชาเปยฺย วา
อาโกฏาเปยฺย วา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
5. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา
หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย อญฺตฺร
ปาริวฏฺฏกา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
6. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาตกํ คหปตึ วา
คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺาเปยฺย อญฺตฺร
สมยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  45
สมโย: อจฺฉินฺนจีวโร วา โหติ ภิกฺขุ
นฏฺจีวโร วา, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
7. ตญฺเจ อญฺาตโก คหปติ วา
คหปตานี วา พหูหิ จีวเรหิ อภิหฏฺฐุมฺปวาเรยฺย,
สนฺตรุตฺตรปรมนฺเตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ
สาทิตพฺพํ, ตโต เจ อุตฺตรึ สาทิเยยฺย,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
8. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อญฺาตกสฺส
คหปติสฺส วา คหปตานิยา วา จีวรเจตาปนํ
อุปกฺขฏํ โหติ ฯ “อิมินา จีวรเจตาปเนน
จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน
อจฺฉาเทสฺสามีติ, ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ
อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ
อาปชฺเชยฺย “สาธุ วต มํ อายสฺมา อิมินา
46  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
จีวรเจตาปเนน เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา จีวรํ
เจตาเปตฺวา อจฺฉาเทหีติ กลฺยาณกมฺยตํ
อุปาทาย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
9. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อุภินฺนํ
อญฺาตกานํ คหปตีนํ วา คหปตานีนํ
วา ปจฺเจกจีวรเจตาปนา อุปกฺขฏา โหนฺติ
“อิเมหิ มยํ ปจฺเจกจีวรเจตาปเนหิ
ปจฺเจกจีวรานิ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ
ภิกฺขุํ จีวเรหิ อจฺฉาเทสฺสามาติ, ตตฺร เจ โส
ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร
วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย “สาธุ วต มํ อายสฺมนฺโต
อิเมหิ ปจฺเจกจีวรเจตาปเนหิ เอวรูปํ วา
เอวรูปํ วา จีวรํ เจตาเปตฺวา อจฺฉาเทถ อุโภ ว
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  47
สนฺตา เอเกนาติ กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทาย,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
10. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส ราชา วา
ราชโภคฺโค วา พฺราหฺมโณ วา คหปติโก
วา ทูเตน จีวรเจตาปนํ ปหิเณยฺย “อิมินา
จีวรเจตาปเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา
อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหีติ; โส เจ
ทูโต ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย
“อิทํ โข ภนฺเต อายสฺมนฺตํ อุทฺทิสฺส
จีวรเจตาปนํ อาภตํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา
จีวรเจตาปนนฺติ, เตน ภิกฺขุนา โส ทูโต
เอวมสฺส วจนีโย “น โข มยํ อาวุโส
จีวรเจตาปนํ ปฏิคฺคณฺหาม, จีวรญฺจ
โข มยํ ปฏิคฺคณฺหาม กาเลน กปฺปิยนฺติ;
48  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
โส เจ ทูโต ตํ ภิกฺขุํ เอวํ วเทยฺย “อตฺถิ
ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโรติ,
จีวรตฺถิเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา เวยฺยาวจฺจกโร
นิทฺทิสิตพฺโพ อารามิโก วา อุปาสโก วา
“เอโส โข อาวุโส ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโรติ;
โส เจ ทูโต ตํ เวยฺยาวจฺจกรํ สญฺาเปตฺวา
ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย “ยํ โข
ภนฺเต อายสฺมา เวยฺยาวจฺจกรํ นิทฺทิสิ,
สญฺตฺโต โส มยา; อุปสงฺกมตุ อายสฺมา
กาเลน จีวเรน ตํ อจฺฉาเทสฺสตีติ,
จีวรตฺถิเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา เวยฺยาวจฺจกโร
อุปสงฺกมิตฺวา ทฺวิตฺติกฺขตฺตุํ โจเทตพฺโพ
สาเรตพฺโพ “อตฺโถ เม อาวุโส จีวเรนาติ;
ทฺวิตฺติกฺขตฺตํุ โจทยมาโน สารยมาโน ตํ จีวรํ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  49
อภินิปฺผาเทยฺย, อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ
อภินิปฺผาเทยฺย, จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ
ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน อุทฺทิสฺส าตพฺพํ;
จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูโต
อุทฺทิสฺส ติฏฺมาโน ตํ จีวรํ อภินิปฺผาเทยฺย,
อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ อภินิปฺผาเทยฺย, ตโต เจ
อุตฺตรึ วายมมาโน ตํ จีวรํ อภินิปฺผาเทยฺย,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ; โน เจ อภินิปฺผาเทยฺย,
ยตสฺส จีวรเจตาปนํ อาภตํ, ตตฺถ สามํ วา
คนฺตพฺพํ, ทูโต วา ปาเหตพฺโพ “ยํ โข ตุมฺเห
อายสฺมนฺโต ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนํ
ปหิณิตฺถ, น ตนฺตสฺส ภิกฺขุโน กิญฺจิ อตฺถํ
50  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อนุโภติ, ยุญฺชนฺตายสฺมนฺโต สกํ, มา โว สกํ
วินสฺสีติ: อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
จีวรวคฺโค ปโม ฯ
11. โย ปน ภิกฺขุ โกสิยมิสฺสกํ สนฺถตํ
การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
12. โย ปน ภิกฺขุ สุทฺธกาฬกานํ
เอฬกโลมานํ สนฺถตํ การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
13. นวมฺปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การยมาเนน
เทฺว ภาคา สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ
อาทาตพฺพา, ตติยํ โอทาตานํ, จตุตฺถํ
โคจริยานํ; อนาทา เจ ภิกฺขุ เทฺว ภาเค
สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ ตติยํ โอทาตานํ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  51
จตุตฺถํ โคจริยานํ นวํ สนฺถตํ การาเปยฺย,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
14. นวมฺปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การาเปตฺวา
ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพํ ฯ โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานํ
ตํ สนฺถตํ วิสฺสชฺเชตฺวา วา อวิสฺสชฺเชตฺวา
วา อญฺํ นวํ สนฺถตํ การาเปยฺย อญฺตฺร
ภิกฺขุสมฺมติยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
15. นิสีทนสนฺถตมฺปน ภิกฺขุนา
การยมาเนน ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา
สุคตวิทตฺถิ อาทาตพฺพา ทุพฺพณฺณกรณาย,
อนาทา เจ ภิกฺขุ ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา
สุคตวิทตฺถึ นวํ นิสีทนสนฺถตํ การาเปยฺย,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
52  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
16. ภิกฺขุโน ปเนว อทฺธานมคฺค-
ปฏิปนฺนสฺส เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ,
อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพานิ,
ปฏิคฺคเหตฺวา ติโยชนปรมํ สหตฺถา
หาเรตพฺพานิ, อสนฺเต หารเก, ตโต เจ
อุตฺตรึ หเรยฺย อสนฺเตปิ หารเก, นิสฺสคฺคิยํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
17. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา
เอฬกโลมานิ โธวาเปยฺย วา รชาเปยฺย วา
วิชฏาเปยฺย วา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
18. โย ปน ภิกฺขุ ชาตรูปรชตํ อุคฺคณฺเหยฺย
วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา อุปนิกฺขิตฺตํ วา
สาทิเยยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  53
19. โย ปน ภิกฺขุ นานปฺปการกํ
รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
20. โย ปน ภิกฺขุ นานปฺปการกํ กยวิกฺกยํ
สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
โกสิยวคฺโค ทุติโย ฯ
21. ทสาหปรมํ อติเรกปตฺโต ธาเรตพฺโพ,
ตํ อติกฺกามยโต, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
22. โย ปน ภิกฺขุ อูนปญฺจพนฺธเนน
ปตฺเตน อญฺํ นวํ ปตฺตํ เจตาเปยฺย,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ เตน ภิกฺขุนา โส
ปตฺโต ภิกฺขุปริสาย นิสฺสชฺชิตพฺโพ; โย จ
ตสฺสา ภิกฺขุปริสาย ปตฺตปริยนฺโต, โส จ ตสฺส
54  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ภิกฺขุโน ปทาตพฺโพ “อยนฺเต ภิกฺขุ ปตฺโต, ยาว
เภทนาย ธาเรตพฺโพติ; อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
23. ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูนํ
ปฏิสายนียานิ เภสชฺชานิ, เสยฺยถีทํ; สปฺปิ
นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา
สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ,
ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
24. “มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ ภิกฺขุนา
วสฺสิกสาฏิกจีวรํ ปริเยสิตพฺพํ, “อฑฺฒมาโส
เสโส คิมฺหานนฺติ กตฺวา นิวาเสตพฺพํ;
“โอเรน เจ มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ
วสฺสิกสาฏิกจีวรํปริเยเสยฺยฯ“โอเรนฑฺฒมาโส
เสโส คิมฺหานนฺติ กตฺวา นิวาเสยฺย; นิสฺสคฺคิยํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  55
25. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส สามํ จีวรํ
ทตฺวา กุปิโต อนตฺตมโน อจฺฉินฺเทยฺย วา
อจฺฉินฺทาเปยฺย วา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
26. โย ปน ภิกฺขุ สามํ สุตฺตํ วิญฺาเปตฺวา
ตนฺตวาเยหิ จีวรํ วายาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
27. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อญฺาตโก
คหปติ วา คหปตานี วา ตนฺตวาเยหิ
จีวรํ วายาเปยฺย, ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ
อปฺปวาริโต ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร
วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย “อิทํ โข อาวุโส จีวรํ
มํ อุทฺทิสฺส วียติ, อายตญฺจ กโรถ, วิตฺถตญฺจ
อปฺปิตญฺจ สุวิตญฺจ สุปวายิตญฺจ สุวิเลกฺขิตญฺจ
สุวิตจฺฉิตญฺจ กโรถ; อปฺเปว นาม มยมฺปิ
56  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อายสฺมนฺตานํ กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺยามาติ,
เอวญฺจ โส ภิกฺขุ วตฺวา กิญฺจิมตฺตํ
อนุปทชฺเชยฺย อนฺตมโส ปิณฺฑปาตมตฺตมฺปิ,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
28. ทสาหานาคตํ กตฺติกเตมาสิปุณฺณมํ,
ภิกฺขุโน ปเนว อจฺเจกจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย, อจฺเจกํ
มญฺมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพํ,
ปฏิคฺคเหตฺวา ยาวจีวรกาลสมยํ นิกฺขิปิตพฺพํ,
ตโต เจ อุตฺตรึ นิกฺขิเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
29. อุปวสฺสํ โข ปน กตฺติกปุณฺณมํ
ยานิ โข ปน ตานิ อารญฺกานิ เสนาสนานิ
สาสงฺกสมฺมตานิ สปฺปฏิภยานิ, ตถารูเปสุ
ภิกฺขุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต อากงฺขมาโน ติณฺณํ
 นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  57
จีวรานํ อญฺตรํ จีวรํ อนฺตรฆเร นิกฺขิเปยฺย,
สิยา จ ตสฺส ภิกฺขุโน โกจิเทว ปจฺจโย เตน
จีวเรน วิปฺปวาสาย, ฉารตฺตปรมนฺเตน
ภิกฺขุนา เตน จีวเรน วิปฺปวสิตพฺพํ, ตโต เจ
อุตฺตรึ วิปฺปวเสยฺย อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา,
นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
30. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ
อตฺตโน ปริณาเมยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ปตฺตวคฺโค ตติโย ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต ตึส นิสฺสคฺคิยา
ปาจิตฺติยา ธมฺมา ฯ
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
58  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา ธมฺมา นิฏฺิตา ฯ
 ปาจิตฺติยา /  59
  ปาจิตฺติยา 
อิเม โข ปนายสฺมนฺโต เทฺวนวุติ ปาจิตฺติยา
ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติยํ ฯ
2. โอมสวาเท ปาจิตฺติยํ ฯ
3. ภิกฺขุเปสุญฺเ ปาจิตฺติยํ ฯ
4. โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺนํ ปทโส
ธมฺมํ วาเจยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
5. โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน
อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
6. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สหเสยฺยํ
กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
60  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
7. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคามสฺส อุตฺตริ-
ฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสยฺย อญฺตฺร
วิญฺญุนา ปุริสวิคฺคเหน, ปาจิตฺติยํ ฯ
8. โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺนสฺส อุตฺตริ-
มนุสฺสธมฺมํ อาโรเจยฺย, ภูตสฺมึ ปาจิตฺติยํ ฯ
9. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ
อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจยฺย
อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา, ปาจิตฺติยํ ฯ
10. โย ปน ภิกฺขุ ปวึ ขเณยฺย วา
ขณาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ
มุสาวาทวคฺโค ปโม ฯ
11. ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ ฯ
12. อญฺวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  61
13. อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเก ปาจิตฺติยํ ฯ
14. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิกํ มญฺจํ วา ปีํ วา
ภิสึ วา โกจฺฉํ วา อชฺโฌกาเส สนฺถริตฺวา วา
สนฺถราเปตฺวา วา, ตํ ปกฺกมนฺโต เนว
อุทฺธเรยฺย น อุทฺธราเปยฺย อนาปุจฺฉํ วา
คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
15. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร เสยฺยํ
สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา ตํ ปกฺกมนฺโต
เนว อุทฺธเรยฺย น อุทฺธราเปยฺย อนาปุจฺฉํ วา
คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
16. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร ชานํ
ปุพฺพูปคตํ ภิกฺขุํ อนูปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปยฺย
“ยสฺส สมฺพาโธ ภวิสฺสติ, โส ปกฺกมิสฺสตีติ
เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ
62  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
17. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ กุปิโต
อนตฺตมโน สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺเฒยฺย วา
นิกฺกฑฺฒาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ
18. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร
อุปริเวหาสกุฏิยา อาหจฺจปาทกํ มญฺจํ วา
ปีํ วา อภินิสีเทยฺย วา อภินิปชฺเชยฺย วา,
ปาจิตฺติยํ ฯ
19. มหลฺลกมฺปน ภิกฺขุนา วิหารํ
การยมาเนน ยาว ทฺวารโกสา อคฺคลฏฺปนาย
อาโลกสนฺธิปริกมฺมาย ทฺวิตฺติจฺฉทนสฺส
ปริยายํ อปฺปหริเต ิเตน อธิฏฺาตพฺพํ, ตโต
เจ อุตฺตรึ อปฺปหริเตปิ ิโต อธิฏฺเหยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  63
20. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ
ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺเจยฺย วา สิญฺจาเปยฺย
วา, ปาจิตฺติยํ ฯ
ภูตคามวคฺโค ทุติโย ฯ
21. โย ปน ภิกฺขุ อสมฺมโต ภิกฺขุนิโย
โอวเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
22. สมฺมโตปิ เจ ภิกฺขุ อตฺถงฺคเต สุริเย
ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
23. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนูปสฺสยํ
อุปสงฺกมิตฺวา ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, อญฺตฺร
สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย; คิลานา
โหติ ภิกฺขุนี, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
64  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
24. โย ปน ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย “อามิสเหตุ
ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย โอวทนฺตีติ, ปาจิตฺติยํ ฯ
25. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา
จีวรํ ทเทยฺย อญฺตฺร ปาริวฏฺฏกา, ปาจิตฺติยํ ฯ
26. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา
จีวรํ สิพฺเพยฺย วา สิพฺพาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ
27. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย
เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย อนฺตมโส
คามนฺตรมฺปิ อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ
ตตฺถายํ สมโย: สตฺถคมนีโย โหติ มคฺโค
สาสงฺกสมฺมโต สปฺปฏิภโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
 ปาจิตฺติยา /  65
28. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ
สํวิธาย เอกํ นาวํ อภิรูเหยฺย อุทฺธคามินึ
วา อโธคามินึ วา อญฺตฺร ติริยนฺตรณาย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
29. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ภิกฺขุนีปริปาจิตํ
ปิณฺฑปาตํ ภุญฺเชยฺย อญฺตฺร ปุพฺเพ
คิหิสมารมฺภา, ปาจิตฺติยํ ฯ
30. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ เอโก
เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
โอวาทวคฺโค ตติโย ฯ
31. อคิลาเนนภิกฺขุนาเอโกอาวสถปิณฺโฑ
ภุญฺชิตพฺโพ; ตโต เจ อุตฺตรึ ภุญฺเชยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
66  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
32. คณโภชเนอญฺตฺรสมยาปาจิตฺติยํฯ
ตตฺถายํ สมโย: คิลานสมโย จีวรทานสมโย
จีวรการสมโยอทฺธานคมนสมโยนาวาภิรูหนสมโย
มหาสมโย สมณภตฺตสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
33. ปรมฺปรโภชเน อญฺตฺร สมยา
ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย: คิลานสมโย
จีวรทานสมโย จีวรการสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
34. ภิกฺขุํ ปเนว กุลํ อุปคตํ ปูเวหิ วา
มนฺเถหิ วา อภิหฏฺฐุมฺปวาเรยฺย, อากงฺขมาเนน
ภิกฺขุนา ทฺวิตฺติปตฺตปูรา ปฏิคฺคเหตพฺพา:
ตโต เจ อุตฺตรึ ปฏิคฺคณฺเหยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
ทฺวิตฺติปตฺตปูเร ปฏิคฺคเหตฺวา ตโต นีหริตฺวา
ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวิภชิตพฺพํ อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  67
35. โย ปน ภิกฺขุ ภุตฺตาวี ปวาริโต
อนติริตฺตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา
ภุญฺเชยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ
36. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ภุตฺตาวึ ปวาริตํ
อนติริตฺเตน ขาทนีเยน วา โภชนีเยน วา
อภิหฏฺฐุมฺปวาเรยฺย “หนฺท ภิกฺขุ ขาท วา
ภุญฺช วาติ ชานํ อาสาทนาเปกฺโข, ภุตฺตสฺมึ
ปาจิตฺติยํ ฯ
37. โย ปน ภิกฺขุ วิกาเล ขาทนียํ
วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา,
ปาจิตฺติยํ ฯ
38. โย ปน ภิกฺขุ สนฺนิธิการกํ ขาทนียํ
วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา,
ปาจิตฺติยํ ฯ
68  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
39. ยานิ โข ปน ตานิ ปณีตโภชนานิ,
เสยฺยถีทํ: สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ
มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ, โย ปน ภิกฺขุ เอวรูปานิ
ปณีตโภชนานิ อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย
วิญฺาเปตฺวา ภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
40. โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ
อาหารํ อาหเรยฺย อญฺตฺร อุทกทนฺตโปณา,
ปาจิตฺติยํ ฯ
โภชนวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
41. โย ปน ภิกฺขุ อเจลกสฺส วา
ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา
ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ทเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  69
42. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ เอวํ วเทยฺย
“เอหาวุโส คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย
ปวิสิสฺสามาติ ฯ ตสฺส ทาเปตฺวา วา
อทาเปตฺวา วา อุยฺโยเชยฺย “คจฺฉาวุโส, น เม
ตยา สทฺธึ กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหติ,
เอกกสฺส เม กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหตีติ,
เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ
43. โย ปน ภิกฺขุ สโภชเน กุเล อนูปขชฺช
นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
44. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ
รโห ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน นิสชฺชํ กปฺเปยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
45. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ
เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
70  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
46. โย ปน ภิกฺขุ นิมนฺติโต สภตฺโต
สมาโน, สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปุเรภตฺตํ วา
ปจฺฉาภตฺตํ วา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺย,
อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ
สมโย: จีวรทานสมโย จีวรการสมโย,
อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
47. อคิลาเนน ภิกฺขุนา จาตุมาสปจฺจย-
ปวารณา สาทิตพฺพา อญฺตฺร ปุนปวารณาย,
อญฺตฺร นิจฺจปวารณาย, ตโต เจ อุตฺตรึ
สาทิเยยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
48. โย ปน ภิกฺขุ อุยฺยุตฺตํ เสนํ
ทสฺสนาย คจฺเฉยฺย อญฺตฺร ตถารูปปจฺจยา,
ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  71
49. สิยา จ ตสฺส ภิกฺขุโน โกจิเทว
ปจฺจโย เสนํ คมนาย, ทฺวิรตฺตติรตฺตํ เตน
ภิกฺขุนา เสนาย วสิตพฺพํ ฯ ตโต เจ อุตฺตรึ
วเสยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
50. ทฺวิรตฺตติรตฺตญฺเจ ภิกฺขุ เสนาย
วสมาโน อุยฺโยธิกํ วา พลคฺคํ วา เสนาพฺยูหํ วา
อนีกทสฺสนํ วา คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
อเจลกวคฺโค ปญฺจโม ฯ
51. สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติยํ ฯ
52. องฺคุลิปโตทเก ปาจิตฺติยํ ฯ
53. อุทเก หสฺสธมฺเม ปาจิตฺติยํ ฯ
54. อนาทริเย ปาจิตฺติยํ ฯ
72  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
55. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ภึสาเปยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
56. โย ปน ภิกฺขุ อคิลาโน วิสีวนาเปกฺโข
โชตึสมาทเหยฺยวาสมาทหาเปยฺยวาอญฺตฺร
ตถารูปปจฺจยา, ปาจิตฺติยํ ฯ
57. โยปนภิกฺขุโอเรนฑฺฒมาสํนฺหาเยยฺย
อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย:
ทิยฑฺโฒ มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ วสฺสานสฺส
ปโม มาโส อิจฺเจเต อฑฺฒเตยฺยมาสา
อุณฺหสมโย ปริฬาหสมโย คิลานสมโย
กมฺมสมโย อทฺธานคมนสมโย วาตวุฏฺิสมโย ฯ
อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
 ปาจิตฺติยา /  73
58. นวมฺปน ภิกฺขุนา จีวรลาเภน ติณฺณํ
ทุพฺพณฺณกรณานํ อญฺตรํ ทุพฺพณฺณกรณํ
อาทาตพฺพํ นีลํ วา กทฺทมํ วา กาฬสามํ วา,
อนาทา เจ ภิกฺขุ ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานํ
อญฺตรํ ทุพฺพณฺณกรณํ นวํ จีวรํ ปริภุญฺเชยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
59. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา
วา สิกฺขมานาย วา สามเณรสฺส วา สามเณริยา
วา สามํ จีวรํ วิกปฺเปตฺวา อปจฺจุทฺธารกํ
ปริภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
60. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ปตฺตํ วา จีวรํ
วา นิสีทนํ วา สูจิฆรํ วา กายพนฺธนํ วา
74  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อปนิเธยฺย วา อปนิธาเปยฺย วา อนฺตมโส
หสฺสาเปกฺโขปิ, ปาจิตฺติยํ ฯ
สุราปานวคฺโค ฉฏฺโ ฯ
61. โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา
โวโรเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
62. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สปฺปาณกํ
อุทกํ ปริภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
63. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ยถาธมฺมํ
นีหตาธิกรณํ ปุนกมฺมาย อุกฺโกเฏยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
64. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ชานํ ทุฏฺฐุลฺลํ
อาปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  75
65. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ อูนวีสติวสฺสํ
ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทยฺย, โส จ ปุคฺคโล
อนุปสมฺปนฺโน, เต จ ภิกฺขู คารยฺหา, อิทํ ตสฺมึ
ปาจิตฺติยํ ฯ
66. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ เถยฺยสตฺเถน สทฺธึ
สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย อนฺตมโส
คามนฺตรมฺปิ, ปาจิตฺติยํ ฯ
67. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ
สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย
อนฺตมโส คามนฺตรมฺปิ, ปาจิตฺติยํ ฯ
68. โย ปน ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย “ตถาหํ
ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ; ยถา เยเม
อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, เต
ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายาติ, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ
76  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา เอวํ อวจ, มา
ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ; น หิ สาธุ ภควโต
อพฺภกฺขานํ, น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย;
อเนกปริยาเยน อาวุโส อนฺตรายิกา ธมฺมา
วุตฺตา ภควตา, อลญฺจ ปน เต ปฏิเสวโต
อนฺตรายายาติ; เอวญฺจ โส ภิกฺขุ
ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ
ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ
สมนุภาสิยมาโน ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, อิจฺเจตํ
กุสลํ, โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
69. โยปนภิกฺขุชานํตถาวาทินาภิกฺขุนา
อกฏานุธมฺเมน ตํ ทิฏฺึ อปฺปฏินิสฺสฏฺเน
 ปาจิตฺติยา /  77
สทฺธึ สมฺภุญฺเชยฺย วา สํวเสยฺย วา สห วา
เสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
70. สมณุทฺเทโสปิ เจ เอวํ วเทยฺย “ตถาหํ
ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ; ยถา เยเม
อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา เต ปฏิเสวโต
นาลํ อนฺตรายายาติ โส สมณุทฺเทโส ภิกฺขูหิ
เอวมสฺส วจนีโย “มา อาวุโส สมณุทฺเทส
เอวํ อวจ, มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ, น หิ สาธุ
ภควโต อพฺภกฺขานํ, น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย ฯ
อเนกปริยาเยน อาวุโส สมณุทฺเทส
อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, อลญฺจ
ปน เต ปฏิเสวโต อนฺตรายายาติ; เอวญฺจ
โส สมณุทฺเทโส ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว
ปคฺคณฺเหยฺย, โส สมณุทฺเทโส ภิกฺขูหิ เอวมสฺส
78  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
วจนีโย “อชฺชตคฺเค เต อาวุโส สมณุทฺเทส น
เจว โส ภควา สตฺถา อปทิสิตพฺโพ; ยมฺปิ จญฺเ
สมณุทฺเทสา ลภนฺติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ทฺวิรตฺตติรตฺตํ
สหเสยฺยํ, สาปิ เต นตฺถิ; จร ปิเร วินสฺสาติ ฯ
โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ตถานาสิตํ สมณุทฺเทสํ
อุปลาเปยฺย วา อุปฏฺาเปยฺย วา สมฺภุญฺเชยฺย
วา สห วา เสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
สปฺปาณวคฺโค สตฺตโม ฯ
71. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ สหธมฺมิกํ
วุจฺจมาโน เอวํ วเทยฺย “น ตาวาหํ อาวุโส
เอตสฺมึ สิกฺขาปเท สิกฺขิสฺสามิ, ยาว นญฺํ
ภิกฺขุํ พฺยตฺตํ วินยธรํ ปริปุจฺฉามีติ, ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  79
สิกฺขมาเนน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา อญฺาตพฺพํ
ปริปุจฺฉิตพฺพํ ปริปญฺหิตพฺพํ, อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
72. โยปนภิกฺขุปาฏิโมกฺเขอุทฺทิสฺสมาเน
เอวํ วเทยฺย “กิมฺปนิเมหิ ขุทฺทานุขุทฺทเกหิ
สิกฺขาปเทหิ อุทฺทิฏฺเหิ, ยาวเทว กุกฺกุจฺจาย
วิเหสายวิเลขายสํวตฺตนฺตีติ,สิกฺขาปทวิวณฺณนเก
ปาจิตฺติยํ ฯ
73. โย ปน ภิกฺขุ อนฺวฑฺฒมาสํ
ปาฏิโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน เอวํ วเทยฺย
“อิทาเนว โข อหํ อาชานามิ ‘อยมฺปิ กิร
ธมฺโม สุตฺตาคโต สุตฺตปริยาปนฺโน
อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ; ตญฺเจ ภิกฺขุํ
อญฺเ ภิกฺขู ชาเนยฺยุํ “นิสินฺนปุพฺพํ อิมินา
ภิกฺขุนา ทฺวิตฺติกฺขตฺตุํ ปาฏิโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน
80  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
โก ปน วาโท ภิยฺโยติ, น จ ตสฺส ภิกฺขุโน
อญฺาณเกน มุตฺติ อตฺถิ; ยญฺจ ตตฺถ อาปตฺตึ
อาปนฺโน, ตญฺจ ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ;
อุตฺตริญฺจสฺส โมโห อาโรเปตพฺโพ “ตสฺส
เต อาวุโส อลาภา, ตสฺส เต ทุลฺลทฺธํ; ยํ ตฺวํ
ปาฏิโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน น สาธุกํ อฏฺิกตฺวา
มนสิกโรสีติ; อิทํ ตสฺมึ โมหนเก ปาจิตฺติยํ ฯ
74. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส กุปิโต
อนตฺตมโน ปหารํ ทเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
75. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส กุปิโต
อนตฺตมโน ตลสตฺติกํ อุคฺคิเรยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
76. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อมูลเกน
สงฺฆาทิเสเสน อนุทฺธํเสยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  81
77. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส สญฺจิจฺจ
กุกฺกุจฺจํ อุปทเหยฺย “อิติสฺส มุหุตฺตมฺปิ
อผาสุภวิสฺสตีติเอตเทวปจฺจยํกริตฺวาอนญฺํ ,
ปาจิตฺติยํ ฯ
78. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานํ
กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ อุปสฺสุตึ ติฏฺเยฺย
“ยํ อิเม ภณิสฺสนฺติ, ตํ โสสฺสามีติ เอตเทว
ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ
79. โย ปน ภิกฺขุ ธมฺมิกานํ กมฺมานํ
ฉนฺทํ ทตฺวา ปจฺฉา ขิยฺยนธมฺมํ อาปชฺเชยฺย,
ปาจิตฺติยํ ฯ
80. โย ปน ภิกฺขุ สงฺเฆ วินิจฺฉยกถาย
วตฺตมานาย ฉนฺทํ อทตฺวา อุฏฺายาสนา
ปกฺกเมยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
82  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
81. โย ปน ภิกฺขุ สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ
ทตฺวาปจฺฉาขิยฺยนธมฺมํอาปชฺเชยฺย“ยถาสนฺถุตํ
ภิกฺขู สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณาเมนฺตีติ, ปาจิตฺติยํ ฯ
82. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ
ปริณตํ ปุคฺคลสฺส ปริณาเมยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
สหธมฺมิกวคฺโค อฏฺโม ฯ
83. โย ปน ภิกฺขุ รญฺโ ขตฺติยสฺส
มุทฺธาภิสิตฺตสฺส อนิกฺขนฺตราชเก
อนิคฺคตรตนเก ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิโต
อินฺทขีลํ อติกฺกาเมยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
84. โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ
วา อญฺตฺร อชฺฌารามา วา อชฺฌาวสถา
วา อุคฺคณฺเหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา,
 ปาจิตฺติยา /  83
ปาจิตฺติยํ ฯ รตนํ วา ปน ภิกฺขุนา รตนสมฺมตํ
วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา
วา อุคฺคณฺหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตพฺพํ “ยสฺส
ภวิสฺสติ, โส หริสฺสตีติ, อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
85. โย ปน ภิกฺขุ สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา
วิกาเล คามํ ปวิเสยฺย อญฺตฺร ตถารูปา
อจฺจายิกา กรณียา, ปาจิตฺติยํ ฯ
86. โย ปน ภิกฺขุ อฏฺิมยํ วา ทนฺตมยํ
วา วิสาณมยํ วา สูจิฆรํ การาเปยฺย, เภทนกํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
87. นวมฺปน ภิกฺขุนา มญฺจํ วา ปีํ วา
การยมาเนน อฏฺงฺคุลปาทกํ กาเรตพฺพํ
สุคตงฺคุเลน อญฺตฺร เหฏฺิมาย อฏนิยา, ตํ
อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
84  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
88. โย ปน ภิกฺขุ มญฺจํ วา ปีํ วา
ตูโลนทฺธํ การาเปยฺย, อุทฺทาลนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
89. นิสีทนมฺปน ภิกฺขุนา การยมาเนน
ปมาณิกํ กาเรตพฺพํ: ตตฺริทํ ปมาณํ: ทีฆโส
เทฺว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ ทิยฑฺฒํ,
ทสา วิทตฺถิ ฯ ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ
ปาจิตฺติยํ ฯ
90. กณฺฑุปฏิจฺฉาทึ ปน ภิกฺขุนา
การยมาเนน ปมาณิกา กาเรตพฺพา: ตตฺริทํ
ปมาณํ: ทีฆโส จตสฺโส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา
ติริยํ เทฺว วิทตฺถิโย, ตํ อติกฺกามยโต
เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
 ปาจิตฺติยา /  85
91. วสฺสิกสาฏิกํปนภิกฺขุนาการยมาเนน
ปมาณิกา กาเรตพฺพา; ตตฺริทํ ปมาณํ: ทีฆโส
ฉ วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ อฑฺฒเตยฺยา,
ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
92. โย ปน ภิกฺขุ สุคตจีวรปฺปมาณํ
จีวรํ การาเปยฺย อติเรกํ วา, เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ตตฺริทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ: ทีฆโส
นว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย,
อิทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ ฯ
รตนวคฺโค นวโม ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เทฺวนวุติ
ปาจิตฺติยา ธมฺมา ฯ
86  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
ปาจิตฺติยา นิฏฺิตา ฯ
 ปาฏิเทสนียา /  87
  ปาฏิเทสนียา 
อิเมโขปนายสฺมนฺโตจตฺตาโรปาฏิเทสนียา
ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา
อนฺตรฆรํ ปวิฏฺาย หตฺถโต ขาทนียํ วา
โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาเทยฺย
วา ภุญฺเชยฺย วา, ปฏิเทเสตพฺพํ เตน ภิกฺขุนา
“คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ อสปฺปายํ
ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ
2. ภิกฺขู ปเนว กุเลสุ นิมนฺติตา
ภุญฺชนฺติ, ตตฺร เจ ภิกฺขุนี โวสาสมานรูปา
ิตา โหติ “อิธ สูปํ เทถ, อิธ โอทนํ เทถาติ,
เตหิ ภิกฺขูหิ สา ภิกฺขุนี อปสาเทตพฺพา
88  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
“อปสกฺก ตาว ภคินิ, ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ:
เอกสฺสปิ เจ ภิกฺขุโน นปฺปฏิภาเสยฺย ตํ
ภิกฺขุนึ อปสาเทตุํ “อปสกฺก ตาว ภคินิ, ยาว
ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ, ปฏิเทเสตพฺพํ เตหิ ภิกฺขูหิ
“คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชิมฺหา อสปฺปายํ
ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมาติ ฯ
3. ยานิ โข ปน ตานิ เสกฺขสมฺมตานิ
กุลานิ, โย ปน ภิกฺขุ ตถารูเปสุ เสกฺขสมฺมเตสุ
กุเลสุ ปุพฺเพ อนิมนฺติโต อคิลาโน ขาทนียํ วา
โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาเทยฺย
วา ภุญฺเชยฺย วา ปฏิเทเสตพฺพํ เตน ภิกฺขุนา
“คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ อสปฺปายํ
ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ
 ปาฏิเทสนียา /  89
4. ยานิ โข ปน ตานิ อารญฺกานิ
เสนาสนานิ สาสงฺกสมฺมตานิ สปฺปฏิภยานิ,
โย ปน ภิกฺขุ ตถารูเปสุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต
ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา
อชฺฌาราเม สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา อคิลาโน
ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา, ปฏิเทเสตพฺพํ เตน
ภิกฺขุนา “คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ
อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต จตฺตาโร
ปาฏิเทสนียา ธมฺมา ฯ
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
90  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
ปาฏิเทสนียา นิฏฺิตา ฯ
 เสขิยา /  91
  เสขิยา 
อิเม โข ปนายสฺมนฺโต เสขิยา ธมฺมา
อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
1. “ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ สิกฺขา
กรณียา ฯ
2. “ปริมณฺฑลํ ปารุปิสฺสามีติ สิกฺขา
กรณียา ฯ
3. “สุปฏิจฺฉนฺโน อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
4. “สุปฏิจฺฉนฺโน อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
5. “สุสํวุโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
92  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
6. “สุสํวุโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
7. “โอกฺขิตฺตจกฺขุ อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
8. “โอกฺขิตฺตจกฺขุ อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
9. “น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
10. “นอุกฺขิตฺตกายอนฺตรฆเรนิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
11. “นอุชฺชคฺฆิกายอนฺตรฆเรคมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
 เสขิยา /  93
12. “น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร
นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
13. “อปฺปสทฺโท อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
14. “อปฺปสทฺโท อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
15. “น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร
คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
16. “น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร
นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
17. “น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร
คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
94  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
18. “น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร
นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
19. “น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร
คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
20. “น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร
นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
21. “น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
22. “น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
23. “น โอคุณฺิโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
 เสขิยา /  95
24. “นโอคุณฺิโตอนฺตรฆเรนิสีทิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
25. “น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
26. “น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร
นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
ฉพฺพีสติ สารุปฺปา ฯ
1. “สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
2. “ปตฺตสญฺี ปิณฺฑปาตํปฏิคฺคเหสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
3. “สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
96  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
4. “สมติตฺติกํปิณฺฑปาตํปฏิคฺคเหสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
5. “สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
6. “ปตฺตสญฺี ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
7. “สปทานํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
8. “สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
9. “น ถูปโต โอมทฺทิตฺวา ปิณฺฑปาตํ
ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
 เสขิยา /  97
10. “น สูปํ วา พฺยญฺชนํ วา โอทเนน
ปฏิจฺฉาเทสฺสามิ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทายาติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
11. “น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน
อตฺตโน อตฺถาย วิญฺาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
12. “น อุชฺฌานสญฺี ปเรสํ ปตฺตํ
โอโลเกสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
13. “นาติมหนฺตํ กวฬํ กริสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
14. “ปริมณฺฑลํ อาโลปํ กริสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
98  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
15. “น อนาหเฏ กวเฬ มุขทฺวารํ
วิวริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
16. “น ภุญฺชมาโน สพฺพํ หตฺถํ มุเข
ปกฺขิปิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
17. “น สกวเฬน มุเขน พฺยาหริสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
18. “น ปิณฺฑุกฺเขปกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
19. “น กวฬาวจฺเฉทกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
20. “น อวคณฺฑการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
 เสขิยา /  99
21. “น หตฺถนิทฺธูนกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
22. “น สิตฺถาวการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
23. “น ชิวฺหานิจฺฉารกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
24. “น จปุจปุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
25. “น สุรุสุรุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
26. “น หตฺถนิลฺเลหกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
100  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
27. “น ปตฺตนิลฺเลหกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
28. “น โอฏฺนิลฺเลหกํ ภุญฺชิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
29. “น สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลกํ
ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
30. “น สสิตฺถกํ ปตฺตโธวนํ อนฺตรฆเร
ฉฑฺเฑสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
สมตึส โภชนปฏิสํยุตฺตา ฯ
1. “น ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
 เสขิยา /  101
2. “น ทณฺฑปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
3. “น สตฺถปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
4. “น อาวุธปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
5. “น ปาทุการูฬฺหสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
6. “น อุปาหนารูฬฺหสฺส อคิลานสฺส
ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
7. “น ยานคตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
102  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
8. “น สยนคตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
9. “น ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส
ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
10. “น เวฏฺิตสีสสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
11. “น โอคุณฺิตสีสสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
12. “นฉมายํนิสีทิตฺวาอาสเนนิสินฺนสฺส
อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
13. “นนีเจอาสเนนิสีทิตฺวาอุจฺเจอาสเน
นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
 เสขิยา /  103
14. “น ิโต นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ
เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
15. “น ปจฺฉโต คจฺฉนฺโต ปุรโต
คจฺฉนฺตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
16. “น อุปฺปเถน คจฺฉนฺโต ปเถน
คจฺฉนฺตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ
โสฬส ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตา ฯ
1. “น ิโต อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ
วา กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
2. “น หริเต อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ
วา เขฬํ วา กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
104  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
3. “น อุทเก อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ
วา เขฬํ วา กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
ตโย ปกิณฺณกา ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เสขิยา ธมฺมา ฯ
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
เสขิยา นิฏฺิตา ฯ
 สตฺตาธิกรณสมถา /  105
  สตฺตาธิกรณสมถา 
อิเม โข ปนายสฺมนฺโต สตฺตาธิกรณสมถา
ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ
อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อธิกรณานํ สมถาย
วูปสมาย สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ, สติวินโย
ทาตพฺโพ,อมูฬฺหวินโยทาตพฺโพ,ปฏิญฺาตกรณํ,
เยภุยฺยสิกา, ตสฺส ปาปิยสิกา, ติณวตฺถารโกติ ฯ
อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต สตฺตาธิกรณ-
สมถา ธมฺมา ฯ
ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ
ปริสุทฺธา ?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
106  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี,
เอวเมตํ ธารยามิ ฯ
สตฺตาธิกรณสมถา นิฏฺิตา ฯ
อุทฺทิฏฺํ โข อายสฺมนฺโต นิทานํ ฯ
อุทฺทิฏฺา จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา ฯ
อุทฺทิฏฺา เตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา ฯ
อุทฺทิฏฺา เทฺว อนิยตา ธมฺมา ฯ
อุทฺทิฏฺาตึสนิสฺสคฺคิยาปาจิตฺติยาธมฺมาฯ
อุทฺทิฏฺา เทฺวนวุติ ปาจิตฺติยา ธมฺมา ฯ
อุทฺทิฏฺา จตฺตาโร ปาฏิเทสนียา ธมฺมา ฯ
อุทฺทิฏฺา เสขิยา ธมฺมา ฯ
อุทฺทิฏฺา สตฺตาธิกรณสมถา ธมฺมา ฯ
 สตฺตาธิกรณสมถา /  107
เอตฺตกนฺตสฺส ภควโต สุตฺตาคตํ
สุตฺตปริยาปนฺนํ อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ
อาคจฺฉติ ฯ ตตฺถ สพฺเพเหว สมคฺเคหิ
สมฺโมทมาเนหิ อวิวทมาเนหิ สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ภิกฺขุปาฏิโมกฺขํ นิฏฺิตํ ฯ
108  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  สีลุทฺเทสปาโ 
ภาสิตมิทํ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา
อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน, “สมฺปนฺนสีลา
ภิกฺขเว วิหรถ สมฺปนฺนปาฏิโมกฺขา, ปาฏิโมกฺข-
สํวรสํวุตา วิหรถ อาจารโคจรสมฺปนฺนา,
อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย
สิกฺขถ สิกฺขาปเทสูติ ฯ
ตสฺมาติหมฺเหหิ สิกฺขิตพฺพํ, “สมฺปนฺนสีลา
วิหริสฺสาม สมฺปนฺนปาฏิโมกฺขา, ปาฏิโมกฺข-
สํวรสํวุตา วิหริสฺสาม อาจารโคจรสมฺปนฺนา,
อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย
สิกฺขิสฺสาม สิกฺขาปเทสูติ ฯ
เอวญฺหิ โน สิกฺขิตพฺพํ ฯ
 สีลุทฺเทสปาโ /  109
  ตายนคาถา 
ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม	 กาเม ปนูท พฺราหฺมณ
นปฺปหาย มุนิ กาเม	 เนกตฺตมุปปชฺชติ ฯ
กยิรา เจ กยิราเถนํ	 ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม
สิถิโล หิ ปริพฺพาโช	 ภิยฺโย อากิรเต รชํ ฯ
อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย	 ปจฺฉา ตปฺปติ ทุกฺกฏํ
กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย	 ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ฯ
กุโส ยถา ทุคฺคหิโต	 หตฺถเมวานุกนฺตติ
สามญฺํ ทุปฺปรามฏฺํ	 นิรยายูปกฑฺฒติ ฯ
ยงฺกิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ	 สงฺกิลิฏฺญฺจ ยํ วตํ
สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ	 น ตํ โหติ มหปฺผลนฺติ ฯ
110  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  เทวธมฺมา 
หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา
สุกฺกธมฺมสมาหิตา
สนฺโต สปฺปุริสา โลเก
เทวธมฺมาติ วุจฺจเร ฯ
  เจติยวนฺทา 
วนฺทามิ เจติยํ สพฺพํ
สพฺพฏฺาเน สุปติฏฺิตํ
สารีริกธาตุมหาโพธึ
พุทฺธรูปํ สกลํ สทา ฯ
ตายนคาถา, เทวธมฺมา, เจติยวนฺท /  111
ตายนคาถา, เทวธมฺมา, เจติยวนฺท
อธิบายวิธีเปลี่ยนบุพพกิจ
ตามล�ำดับเลข
1. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า ปวารณากรณโต.
2. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า อกตปวารณานํ
ปวารณายปิ.
3. ถ้ากลางวัน พึงว่า ปุริเมสุ จตูสุ กิจฺเจสุ
ปทีปกิจฺจํ อิทานิ สุริยาโลกสฺส อตฺถิตาย นตฺถิ,
อปรานิ ตีณิ.
4. ถ้าพระภิกษุจัดเตรียมบุพพกิจรูปเดียว
พึงว่า ชานตา ภิกฺขุนา. ถ้าพระภิกษุหลายรูป
ไม่มีอารามิกะ*
พึงว่า ชานนฺเตหิ ภิกฺขูหิ. ถ้า
พระภิกษุ และสามเณรช่วยกันจัด ไม่มีอารามิกะ
พึงว่า ชานนฺเตหิ สามเณเรหิปิ ภิกฺขูหิปิ. 
*	
อารามิกะ คือ คนเฝ้าอาราม หรือคนที่อยู่อาศัยในวัด เช่น อุบาสก อุบาสิกา
เป็นต้น
112  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
5. ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่า ปวารณาอาหรณานิ.
6.  พทฺธสีมายํ  เป็นการสวดในโรงอุโบสถที่
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว ถ้าสวดในที่
อื่นใช้ สีมายํ.
7. นี้เป็นฤดูหนาว ถ้าเป็นฤดูร้อน พึงว่า
 คิมฺโหตุ  ถ้าเป็นฤดูฝน พึงว่า วสฺสาโนตุ.
8. นี้เป็นฤดูที่ไม่มีอธิกมาส ไม่มีปวารณา
และเป็นอุโบสถต้น คือ อุโบสถที่ ๑ ถ้าเป็นอุโบสถ
ที่ ๒ คือล่วงแล้ว ๑ ปัจจุบัน ๑ ยังเหลืออยู่อีก ๖
พึงว่า อฏฺ อุโปสถา, อิมินา ปกฺเขน เอโก
อุโปสโถ สมฺปตฺโต, เอโก อุโปสโถ อติกฺกนฺโต
ฉ อุโปสถา อวสิฏฺา.
ถ้าล่วงแล้ว ๒-๓-๔-๕-๖ อุโบสถ ยังเหลือ
อยู่ ๕-๔-๓-๒-๑ อุโบสถ พึงว่า อฏฺ อุโปสถา,
อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต,
��������������������������������������  113
เทฺว
ตโย
จตฺตาโร
ปญฺจ
ฉ
ปญฺจ
จตฺตาโร
ตโย
เทฺว
เอโก อุโปสโถ อวสิฏฺโ.
ถ้าล่วง ๗ อุโบสถ ปัจจุบัน ๑ รวมเป็น ๘ อุโบสถ
บริบูรณ์พึงว่า อฏฺอุโปสถา,อิมินาปกฺเขนเอโก
อุโปสโถ สมฺปตฺโต, สตฺต อุโปสถา อติกฺกนฺตา,
อฏฺ อุโปสถา ปริปุณฺณา.
อุโปสถา อติกฺกนฺตา
อุโปสถา อวสิฏฺา
114  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ถ้าฤดูที่มีอธิกมาส พึงว่า อธิกมาสวเสน ทส
อุโปสถา,อิมินาปกฺเขนเอโกอุโปสโถสมฺปตฺโต,
นว อุโปสถา อวสิฏฺา. อุโบสถที่ ๒ - ๑๐ ก็ให้
เปลี่ยนท�ำนองเดียวกับฤดูที่ไม่มีอธิกมาส ต่างกัน
แต่ที่ต้องเติมค�ำว่า อธิกมาสวเสน เข้าข้างหน้า
เสมอเท่านั้น
ฤดูที่ไม่มีอธิกมาส แต่มีปวารณา อุโบสถที่ ๑
ให้เปลี่ยนว่า สตฺต จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา,
อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, ฉ จ
อุโปสถา เอกา จ ปวารณา อวสิฏฺา. ถ้าล่วงแล้ว
๕ อุโบสถ ปัจจุบันเป็นวันปวารณา ยังอีก ๒ อุโบสถ
พึงเปลี่ยนว่า สตฺต จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา,
อิมินา ปกฺเขน เอกา ปวารณา สมฺปตฺตา, ปญฺจ
อุโปสถา อติกฺกนฺตา, เทฺว อุโปสถา อวสิฏฺา.
��������������������������������������  115
ถ้าเป็นอุโบสถที่สุด คือ ล่วงแล้ว ๖ อุโบสถ
กับปวารณา ๑ ปัจจุบัน ๑ พึงเปลี่ยนว่า สตฺต จ
อุโปสถา เอกา จ ปวารณา, อิมินา ปกฺเขน
เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, ฉ จ อุโปสถา เอกา
จ ปวารณา อติกฺกนฺตา, สตฺต จ อุโปสถา เอกา
จ ปวารณา ปริปุณฺณา.
ถ้าฤดูที่มีอธิกมาส และปวารณาด้วย อุโบสถ
ที่ ๑ พึงเปลี่ยนว่า อธิกมาสวเสน นว จ อุโปสถา
เอกา จ ปวารณา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ
สมฺปตฺโต, อฏฺ จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา
อวสิฏฺา.
อุโบสถต่อไป ก็พึงเปลี่ยนท�ำนองเดียวกัน
กับฤดูที่ไม่มีอธิกมาส มีแต่ปวารณา ต่างแต่เติม
ค�ำว่า อธิกมาสวเสน ข้างหน้าเสมอเท่านั้น.
116  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
9. ถ้าวันปวารณา พึงว่า ปวารณคฺเค
ปวารณตฺถาย.
10. ถ้าวันปวารณา พึงว่า ปวารณคฺเค.
11. นี้ภิกษุ ๔ รูป ถ้าภิกษุ ๕ รูปว่า ปญฺจ
ภิกฺขู. ภิกษุ ๖ รูปว่า ฉ ภิกฺขู. ภิกษุ ๗ รูป
ว่า สตฺต ภิกฺขู. ภิกษุ ๘ รูปว่า อฏฺ ภิกฺขู.
ภิกษุ๙รูปว่า นวภิกฺขู. ภิกษุ๑๐รูปว่าทสภิกฺขู.
ภิกษุ ๒๐ รูปว่า วีสติ ภิกฺขู. เช่นนี้เป็นต้น คือ ให้
เปลี่ยนตามจ�ำนวนภิกษุที่มาประชุมในโรงอุโบสถ.
(นับรวมกับภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ด้วย)
12. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า ปวารณา.
13. ถ้าเป็นอุโบสถที่ ๑๔ ว่า จาตุทฺทโส. ถ้า
เป็นวันปวารณาที่ ๑๔ ว่า จาตุทฺทสี. วันปวารณา
ที่ ๑๕ ว่า ปณฺณรสี.
14. ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่าสงฺฆปวารณารหา
ปญฺจ วา.
15. ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่า ปวารณากมฺมํ.
16.  ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า ปวารณา-
กมฺมสฺส.
17. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า กริยมานา
ปวารณา สงฺเฆน อนุมาเนตพฺพา.
118  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
��������������������������������������  119
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ
พระปาฏิโมกข์
การสวดพระปาฏิโมกข์ในครั้งพุทธกาล
พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ คือ
หลักค�ำสอนส�ำคัญของพระพุทธศาสนา หรือ
ค�ำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์
๑,๒๕๐ รูป ที่ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
ณ พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญเดือน ๓ ที่เรียกกันว่า
วันมาฆบูชา ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์นี้ แก่ที่
ประชุมสงฆ์ตลอดมาเป็นเวลา ๒๐ พรรษา ก่อนที่จะ
ทรงโปรดให้สวดพระปาฏิโมกข์อย่างในปัจจุบัน
ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารเห็นพวกนักบวชลัทธิอื่น
ประชุมกล่าวธรรม ในวัน ๑๔ ค�่ำ หรือ ๑๕ ค�่ำ และ
ประวัติความเป็นมาของ
พระปาฏิโมกข์
ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ /  121
๘ ค�่ำแห่งปักษ์ มีประชาชนไปประชุมฟังธรรมเป็น
จ�ำนวนมาก คนเหล่านั้นมีความรัก มีความเลื่อมใส
ศรัทธา และมีจ�ำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พระเจ้าพิมพิสารทรงปรารถนาจะให้ภิกษุ
ในพระพุทธศาสนาท�ำอย่างนั้นบ้าง จึงได้เข้าเฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้ากราบทูลพระราชด�ำรินั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงอนุมัติ โดยทรงประทาน
พุทธานุญาตให้ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในวัน ๑๔
ค�่ำ หรือ ๑๕ ค�่ำ และ ๘ ค�่ำแห่งปักษ์
ในครั้งแรกภิกษุทั้งหลายประชุมกัน แต่นั่งนิ่งๆ
พวกชาวบ้านทั้งหลายมา หวังที่จะได้ฟังธรรมก็ไม่
ได้ฟัง จึงพากันติเตียน ภายหลังพระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายประชุมกันเพื่อ
กล่าวธรรม
122  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ต่อมาพระพุทธองค์ได้ทรงด�ำริว่า พระองค์
จะอนุญาตให้เอาสิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติแก่
ภิกษุทั้งหลาย ให้เป็นปาฏิโมกขุทเทสของเหล่าภิกษุ
ทั้งหลาย ปาฏิโมกขุทเทสนั้นจักเป็นอุโบสถของพวก
เธอ พระพุทธองค์ได้มีพระบัญญัติตามที่ทรงด�ำริ
แล้วอนุญาตให้สวดพระปาฏิโมกข์และทรงแสดงวิธี
สวดพระปาฏิโมกข์ พุทธสาวกจึงน�ำมาศึกษา และ
ปฏิบัติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความประสงค์ที่จะ
ทรงบัญญัติ ความส�ำคัญของสิกขาบทในฐานะที่จะ
ท�ำให้พระพุทธศาสนามีอายุยืนนาน พระสารีบุตร
ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ถึงเวลาแล้วที่จะ
ทรงบัญญัติสิกขาบท และถึงเวลาแล้วที่จะทรงแสดง
พระปาฏิโมกข์แก่สาวก อันจะเป็นเหตุให้พระศาสนา
ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ /  123
นี้ด�ำรงอยู่ได้นาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า จงรอ
ก่อนสารีบุตร ตถาคตผู้เดียวจะรู้กาลในกรณีนั้น
ก็บรรดาภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ภิกษุที่ทรงคุณธรรม
อย่างต�่ำก็เป็นโสดาบัน มีความไม่ตกต�่ำเป็นธรรมดา
เป็นผู้เที่ยง เป็นผู้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า กล่าวคือ
พระภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปนั้นต่างก็เป็นพระอริยบุคคล
จึงรู้ว่าอะไรควรท�ำ อะไรไม่ควรท�ำ ไม่ท�ำในสิ่งที่
ผิดพลาดให้เกิดความเสื่อมเสีย จึงไม่มีความจ�ำเป็น
ที่ต้องทรงบัญญัติพระวินัยในตอนนั้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถึงกาลเวลา
แห่งการที่จะทรงบัญญัติสิกขาบท และการแสดง
พระปาฏิโมกข์ว่า จะกระท�ำเมื่อมีอาสวัฏฐานิยธรรม
เกิดขึ้นในสงฆ์หรือในศาสนานี้
124  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
“เมื่อใดอาสวัฏฐานิยธรรมเหล่านั้นปรากฏ
ขึ้นเมื่อนั้นพระศาสดาจึงจะทรงบัญญัติสิกขาบท
และแสดงพระปาฏิโมกข์แก่สาวก เพื่อก�ำจัด
อาสวัฏฐานิยธรรม”
การที่อาสวัฏฐานิยธรรมจะปรากฏในสงฆ์หรือ
ในศาสนานั้น มีเหตุอยู่ ๓ ประการ
1) สงฆ์เป็นหมู่ใหญ่โดยภิกษุผู้บวชนานแล้ว
หมายถึง เป็นหมู่ใหญ่เพราะมีภิกษุเถระซึ่งบวช
มานานจ�ำนวนมาก เพราะจะมีเหตุให้พระพุทธองค์
ทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวกับพระเถระ เช่น พระเถระ
รูปใดโง่เขลาไม่พึงให้อุปสมบท เป็นต้น
2) สงฆ์เป็นหมู่ใหญ่โดยแพร่หลายแล้ว
หมายถึง มีแพร่หลายทั้งพระเถระ พระภิกษุ
ปานกลาง และพระภิกษุผู้บวชใหม่ เพราะจะมีเหตุ
ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ /  125
ให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวกับการ
วางตัวระหว่างภิกษุที่ต่างพรรษากัน
3) สงฆ์เป็นหมู่ใหญ่เลิศโดยลาภแล้ว เพราะ
จะมีเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบท
เกี่ยวกับเรื่องลาภสักการะ เช่น ภิกษุใดให้ของควร
เคี้ยว หรือของควรบริโภคด้วยมือของตนแก่นักบวช
เปลือยก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี แก่ปริพาชิกาก็ดี ภิกษุ
นั้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ เป็นต้น
พระสารีบุตรกราบทูลให้ทรงบัญญัติสิกขาบทใน
พรรษานั้น ล�ำดับนั้นพระสารีบุตรได้ทูลถามถึง พระ
ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงลับไป
แล้วว่าพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์
ไหนด�ำรงอยู่ได้นานพระองค์ไหนด�ำรงอยู่ได้ไม่นาน
126  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า พระศาสนาของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระวิปัสสี
พระสิขี พระเวสสภู ด�ำรงอยู่ไม่นาน เพราะทรง
แสดงธรรมไว้น้อย ทั้งมิได้ทรงบัญญัติสิกขาบท
และมิได้แสดงพระปาฏิโมกข์แก่สาวกทั้งหลาย
นี่คือเหตุที่พระศาสนาด�ำรงอยู่ได้ไม่นานพระศาสนา
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระกกุสันธะ
พระโกนาคมนะ และพระกัสสปะ ด�ำรงอยู่ได้
นาน เพราะทรงแสดงธรรมไว้มากทรงบัญญัติ
สิกขาบท และทรงแสดงพระปาฏิโมกข์ นี่คือเหตุที่
พระศาสนาด�ำรงอยู่ได้นานพระสารีบุตรจึงกราบทูล
ให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบท และทรงแสดง
พระปาฏิโมกข์
ดังนั้น จากประวัติความเป็นมาของ
พระปาฏิโมกข์ พระศาสนาจะด�ำรงอยู่ได้นาน
ก็ต่อเมื่อพระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติพระธรรม
และพระวินัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหาร
จัดการองค์กรคณะสงฆ์ และการทรงจ�ำไว้ซึ่ง
พระปาฏิโมกข์ ทุก ๑๔ ค�่ำ หรือ ๑๕ ค�่ำ ก็จะ
ท�ำให้สิกขาบทในธรรมวินัยของพระพุทธองค์
ไม่คลาดเคลื่อน และเป็นแนวทางในการ
ประพฤติปฏิบัติสืบไป
128  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
 โอวาทปาฏิโมกข์ /  129
  โอวาทปาฏิโมกข์ 
ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา,
ความอดทน คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา,
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตรัสว่าพระนิพพานเป็นเยี่ยม
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี,
ผู้ล้างผลาญอื่น,ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต
สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต,
ผู้เบียดเบียนผู้อื่น, ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ
นี้เป็นค�ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง,
การไม่ท�ำบาปทั้งปวง หนึ่ง
กุสะลัสสูปะสัมปะทา,
การบ�ำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม หนึ่ง
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง,
การกลั่นจิตของตนให้ผ่องแผ้ว หนึ่ง
130  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ
นี้เป็นค�ำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
อะนูปะวาโท,
การไม่เข้าไปว่าร้ายกัน หนึ่ง
อะนูปะฆาโต,
การไม่เข้าไปล้างผลาญกัน หนึ่ง
ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร,
ความส�ำรวมในพระปาฏิโมกข์ หนึ่ง
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง,
ความเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนาหาร หนึ่ง
ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง,
การนอนการนั่งอันสงัด หนึ่ง
อะธิจิตเต จะ อาโยโค,
การประกอบความเพียรในอธิจิต หนึ่ง
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ
นี้เป็นค�ำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
 โอวาทปาฏิโมกข์ /  131
  พระวินัย 
พระวินัย คือพุทธบัญญัติเกี่ยวกับระเบียบ
ปฏิบัติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิต และ
วิธีด�ำเนินกิจการต่างๆ ของภิกษุสงฆ์และ
ภิกษุณีสงฆ์
พระวินัย ซึ่งเป็นพุทธบัญญัตินี้ แบ่งออก
เป็น ๒ ส่วน คือ อาทิพรหมจริยกาสิกขา และ 
อภิสมาจาริกาสิกขา 
อาทิพรหมจริยกาสิกขาหมายถึงหลักการศึกษา
อบรมในฝ่ายบทบัญญัติหรือข้อปฏิบัติอันเป็นเบื้องต้น
แห่งพรหมจรรย์ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติ
ไว้เป็นพุทธอาณา เพื่อป้องกันความประพฤติ
เสียหาย และวางโทษแก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด โดยปรับ
 พระวินัย /  133
อาบัติหนักบ้าง เบาบ้าง และพระสงฆ์น�ำมาสวดทุก
กึ่งเดือน เรียกว่า “พระปาฏิโมกข์”
อภิสมาจาริกาสิกขา หมายถึง หลักการศึกษา
อบรมในฝ่ายขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับมารยาท และ
ความเป็นอยู่ที่ดีงามส�ำหรับชักน�ำความประพฤติ
ความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ให้ดีงาม มีคุณค่า น่า
เลื่อมใสศรัทธายิ่งขึ้นไป
พระวินัยนั้น พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงบัญญัติ
ไว้ล่วงหน้า ต่อเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น จึง
ทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามไม่ให้ประพฤติ
เช่นนั้นอีก ดังจะเห็นได้ว่าในตอนต้นพุทธกาล
พระพุทธองค์ยังไม่ได้ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้
เพราะพระภิกษุสงฆ์ล้วนมีข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงาม
134  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ต่อมาภายหลังเมื่อเกิดความไม่ดีไม่งามขึ้นในสงฆ์
พระองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบทเรื่อยมา
 อาบัติ แปลว่า การต้อง การล่วงละเมิด ค�ำนี้
เป็นชื่อเรียกกิริยาที่ล่วงละเมิดสิกขาบทนั้นๆและเป็น
ชื่อเรียกโทษ หรือความผิดที่เกิดจากการล่วงละเมิด
สิกขาบท เช่น ภิกษุเสพเมถุน ต้องอาบัติปาราชิก
อาบัติมี ๗ กอง คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส
ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ และ
ทุพภาสิต
 อาบัติปาราชิก มีโทษหนักท�ำให้ผู้ล่วงละเมิด
ขาดจากความเป็นภิกษุ
 อาบัติสังฆาทิเสส มีโทษปานกลาง ผู้ล่วง
ละเมิดต้องอยู่กรรม คือประพฤติวัตรอย่างหนึ่ง
จึงจะพ้นจากอาบัตินี้
 พระวินัย /  135
ส่วนอาบัติ ๕ กองที่เหลือมีโทษเบา ผู้ล่วง
ละเมิดต้องประกาศสารภาพผิดต่อหน้าภิกษุด้วยกัน
ดังที่เรียกว่า “ปลงอาบัติ” จึงจะพ้นจากอาบัติ
เหล่านี้
บทบัญญัติในพระวินัยแต่ละข้อ หรือมาตรา
เรียกว่า “สิกขาบท”แปลว่าข้อที่ต้องศึกษาส�ำหรับ
ภิกษุมี ๒๒๗ สิกขาบท แบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้ คือ
ปาราชิก ๔, สังฆาทิเสส ๑๓, อนิยต ๒,
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐, ปาจิตตีย์ ๙๒,
ปาฏิเทสนียะ ๔, เสขิยวัตร ๗๕ และ
อธิกรณสมถะ ๗
ปาราชิก ๔ (อาบัติหนัก)
“ปาราชิก” แปลว่า ผู้พ่ายแพ้ ถือเป็นสิกขาบท
ที่มีโทษขั้นร้ายแรงสูงสุด หากภิกษุล่วงละเมิดแม้
136  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะพ้นจากความเป็นภิกษุ
ทันที ไม่สามารถเข้ารับการอุปสมบทเป็นภิกษุ
ได้อีกตลอดชีวิต เพราะถือว่าเป็นผู้พ่ายแพ้ที่จะ
อยู่ประพฤติพรหมจรรย์อีกต่อไป หรือแม้จะแอบไป
ขอรับการอุปสมบทใหม่ในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก
ก็ไม่ใช่ภิกษุอยู่ดี เป็นได้ก็แต่เพียงคนลักเพศ
เท่านั้น
ปาราชิก มีอยู่ ๔ สิกขาบท คือ
1. เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย
2. ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน
ด้วยอาการแห่งขโมย
3. ฆ่ามนุษย์ให้ตาย หรือแสวงหาอาวุธให้ผู้อื่น
ฆ่า หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนให้
ผู้อื่นไปตายส�ำเร็จ
 พระวินัย /  137
4. กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความ
เห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า
ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้
สังฆาทิเสส ๑๓
สังฆาทิเสส มีโทษหนักรองลงมาจากปาราชิก
คือ ยังพอแก้ไขได้ ไม่ถึงกับต้องขาดจากความเป็น
ภิกษุ ค�ำว่า “สังฆาทิเสส” แปลว่า หมวดอาบัติ
ที่ต้องอาศัยสงฆ์ในกรรมเบื้องต้นและกรรมที่เหลือ
หมายความว่า วิธีการพ้นจากอาบัตินี้ต้องอาศัยสงฆ์
ตั้งแต่ต้นไปจนตลอด กล่าวคือเมื่อภิกษุต้องอาบัติ
สังฆาทิเสสแล้ว ต้องอยู่ปริวาสเท่าจ�ำนวนวันที่
ปกปิดอาบัติไว้ หลังจากนั้นจึงอยู่มานัตอีก ๖ ราตรี
ทั้ง ๒ ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยสงฆ์เป็นผู้ให้ ต่อจาก
นั้นจึงประชุมสงฆ์ไม่น้อยกว่า ๒๐ รูป ท�ำพิธีสวด
138  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ในขั้นตอนสุดท้ายให้พ้นจากอาบัติสังฆาทิเสส
เรียกว่า “อัพภาน” เมื่อจบขั้นตอนนี้แล้ว จึงจะ
เป็นผู้บริสุทธิ์
สังฆาทิเสส มี ๑๓ สิกขาบท ถือเป็นความผิด
หากท�ำสิ่งใดต่อไปนี้
1. ปล่อยน�้ำอสุจิด้วยความจงใจ เว้นไว้แต่ฝัน
2. มีความก�ำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง
3. มีความก�ำหนัดอยู่ พูดเกี้ยวหญิง
4. มีความก�ำหนัดอยู่ พูดล่อหญิงให้บ�ำเรอ
ตนด้วยกาม
5. พูดชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน
6. สร้างกุฏิเฉพาะตนเกินประมาณด้วยการขอ
และไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน
 พระวินัย /  139
7. สร้างวิหารใหญ่เกินประมาณ และไม่ให้
สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน
8. โกรธเคือง แกล้งใส่ความภิกษุอื่นด้วยอาบัติ
ปาราชิกไม่มีมูล
9. โกรธเคือง แกล้งหาเลสโจทภิกษุอื่นด้วย
อาบัติปาราชิก
10. ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง
ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง
11. เป็นพวกกับผู้ที่ท�ำสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุ
อื่นห้ามไม่ฟัง ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง
12. เป็นผู้ว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง
ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง
13. ท�ำตัวเหมือนคนรับใช้ ประจบคฤหัสถ์
ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง
140  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อนิยต ๒
ค�ำว่า “อนิยต” แปลว่า ไม่แน่นอน กล่าวคือ
หากภิกษุล่วงละเมิดแล้ว พระวินัยธรจะต้องวินิจฉัย
ชี้ขาดลงไปว่า ควรจะปรับอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส
หรือปาจิตตีย์ หากวินิจฉัยว่าเป็นปาราชิก ภิกษุผู้
ล่วงละเมิดก็ขาดจากความเป็นภิกษุ หากวินิจฉัย
ว่าเป็นสังฆาทิเสส ภิกษุผู้ล่วงละเมิดก็ต้องอยู่กรรม
หรือหากวินิจฉัยว่าเป็นปาจิตตีย์ ภิกษุผู้ล่วงละเมิด
ก็จะต้องแสดงอาบัติต่อหน้าภิกษุด้วยกัน
อนิยต มี ๒ สิกขาบท ได้แก่
๑. ภิกษุนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง มี
อุบาสิกาผู้มีวาจาเชื่อถือได้เห็นแล้วพูดขึ้นด้วยอาบัติ
 พระวินัย /  141
๓ อย่าง คือ ปาราชิกก็ดี สังฆาทิเสสก็ดี ปาจิตตีย์ก็ดี
อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุพึงถูกปรับอาบัติตามนั้น
๒. ภิกษุนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง มี
อุบาสิกาผู้มีวาจาเชื่อถือได้เห็นแล้วพูดขึ้นด้วยอาบัติ
๒ อย่าง คือ สังฆาทิเสสก็ดี ปาจิตตีย์ก็ดี อย่างใด
อย่างหนึ่ง ภิกษุพึงถูกปรับอาบัติตามนั้น
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐
ค�ำว่า นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ประกอบด้วยค�ำ ๒ ค�ำ
คือค�ำว่า “นิสสัคคิยะ” แปลว่า ท�ำให้สละสิ่งของ,
อาบัติที่สละแล้ว,พึงแสดงหรือแปลว่าการสละซึ่งเป็น
ชื่อกระบวนการทางวินัยที่พึงท�ำในเบื้องต้น
ค�ำว่า “ปาจิตตีย์” แปลว่า การละเมิดอันยัง
กุศลธรรมให้ตก กล่าวคือ ท�ำให้กุศลธรรมของผู้
142  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
จงใจต้องอาบัติตกไป โดยสรุปก็คือ ท�ำจิตให้ตก
หรือเศร้าหมองไป และจิตที่ถูกท�ำให้ตกไปนั้น
ย่อมพลาดจากอริยมรรค รวมทั้งสองค�ำนี้เข้าด้วย
กันเป็น “นิสสัคคิยปาจิตตีย์” ซึ่งเป็นชื่อเรียก
ทั้งสิกขาบท และชื่ออาบัติด้วย ภิกษุต้องอาบัติ
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ เพราะไปเกี่ยวข้องกับเครื่อง
อุปโภคบริโภคในทางที่ไม่เหมาะสมถือเป็นลหุกาบัติ
คืออาบัติเบา และเป็นสเตกิจฉา คือสามารถแก้ไขได้
โดยเมื่อภิกษุต้องเข้าแล้ว จะต้องสละสิ่งของ เช่น
จีวร บาตร ผ้ารองนั่ง เป็นต้น จากนั้นจึงแสดงอาบัติ
ต่อหน้าภิกษุด้วยกัน จึงพ้นจากอาบัติได้
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ มี ๓๐ สิกขาบท ถือเป็น
ความผิดเมื่อท�ำสิ่งดังต่อไปนี้
 พระวินัย /  143
จีวรวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท
1. เก็บจีวรที่เกินความจ�ำเป็นไว้เกิน ๑๐ วัน
2. อยู่โดยปราศจากจีวรแม้แต่คืนเดียว
3. เก็บผ้าที่จะท�ำจีวรไว้เกินก�ำหนด ๑ เดือน
4. ใช้ให้ภิกษุณีซักผ้า
5. รับจีวรจากมือของภิกษุณี
6. ขอจีวรจากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ เว้นแต่จีวร
หายหรือถูกขโมย
7. รับจีวรเกินกว่าที่ใช้นุ่ง เมื่อจีวรถูกชิงหรือ
หายไป
8. พูดท�ำนองขอจีวรดีๆ กว่าที่เขาก�ำหนดจะ
ถวายไว้แต่เดิม
9. พูดให้เขารวมกันซื้อจีวรดีๆ มาถวาย
10. ทวงจีวรจากคนที่รับอาสาเพื่อซื้อจีวรถวาย
เกินกว่า ๓ ครั้ง
144  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
โกสิยวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท
11. หล่อเครื่องปูนั่งที่เจือด้วยไหม
12. หล่อเครื่องปูนั่งด้วยขนเจียม (ขนแพะ ขน
แกะ) ด�ำล้วน
13. ใช้ขนเจียมด�ำเกิน ๒ ส่วนใน ๔ ส่วน
หล่อเครื่องปูนั่ง
14. หล่อเครื่องปูนั่งใหม่ เมื่อของเดิมยังใช้
ไม่ถึง ๖ ปี
15. เมื่อหล่อเครื่องปูนั่งใหม่ ให้เอาของเก่า
เจือปนลงไปด้วย
16. น�ำขนเจียมไปด้วยตนเองเกิน ๓ โยชน์
เว้นแต่มีผู้น�ำไปให้
17. ใช้ภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ท�ำความสะอาด
ขนเจียม
 พระวินัย /  145
18. รับเงินทอง
19. ซื้อขายด้วยเงินทอง
20. ซื้อขายโดยใช้ของแลก
ปัตตวรรคที่ ๓ มี ๑๐ สิกขาบท
21. เก็บบาตรที่มีใช้เกินความจ�ำเป็นไว้เกิน๑๐วัน
22. ขอบาตร เมื่อบาตรเป็นแผลไม่เกิน ๕ แห่ง
23. เก็บเภสัช ๕ (เนยใส เนยข้น น�้ำมัน
น�้ำผึ้ง น�้ำอ้อย) ไว้เกิน ๗ วัน
24. แสวงหาและท�ำผ้าอาบน�้ำฝนไว้เกินก�ำหนด
๑ เดือนก่อนหน้าฝน
25. ให้จีวรภิกษุอื่นแล้วชิงคืนในภายหลัง
26. ขอด้ายเอามาทอเป็นจีวร
27. ก�ำหนดให้ช่างทอท�ำให้ดีขึ้น
146  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
28. เก็บผ้าจ�ำน�ำพรรษา (ผ้าที่ถวายภิกษุเพื่อ
อยู่พรรษา) เกินก�ำหนด
29. อยู่ป่าแล้วเก็บจีวรไว้ในบ้านเกิน ๖ คืน
30. น้อมลาภสงฆ์มาเพื่อให้เขาถวายตน
ปาจิตตีย์ ๙๒
ค�ำว่า “ปาจิตตีย์” แปลว่า การละเมิดอันยัง
กุศลธรรมให้ตก กล่าวคือ ท�ำให้กุศลธรรมของผู้
จงใจต้องอาบัติตกไป โดยสรุปก็คือ ท�ำจิตให้ตก
หรือเศร้าหมองไป และจิตที่ถูกท�ำให้ตกไปนั้นย่อม
พลาดจากอริยมรรค
ปาจิตตีย์ยังเป็นชื่อเรียกอาบัติด้วย ถือเป็น
ลหุกาบัติคืออาบัติเบาและเป็นสเตกิจฉาคือสามารถ
แก้ไขได้ เมื่อภิกษุต้องอาบัติเข้าแล้วสามารถพ้นได้
 พระวินัย /  147
ด้วยการปลงอาบัติ ปาจิตตีย์มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่ง
ว่า สุทธิกปาจิตตีย์ แปลว่า ปาจิตตีย์ล้วน
ปาจิตตีย์ มี ๙๒ สิกขาบท แบ่งเป็นหมวดๆ
ได้ดังนี้
มุสาวาทวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท
1. ห้ามพูดปด
2. ห้ามด่า
3. ห้ามพูดส่อเสียด
4. ห้ามกล่าวธรรมพร้อมกับผู้ไม่ได้บวชใน
ขณะสอน
5. ห้ามนอนร่วมกับอนุปสัมบัน (ผู้ไม่ใช่ภิกษุ)
เกิน ๓ คืน
6. ห้ามนอนร่วมกับผู้หญิง
7. ห้ามแสดงธรรมสองต่อสองกับผู้หญิง
148  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
8. ห้ามบอกคุณวิเศษที่มีจริงแก่ผู้มิได้บวช
9. ห้ามบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่ผู้มิได้บวช
10. ห้ามขุดดินหรือใช้ให้ขุด
ภูตคามวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท
11. ห้ามท�ำลายต้นไม้
12. ห้ามพูดเฉไฉเมื่อถูกสอบสวน
13. ห้ามติเตียนภิกษุผู้ท�ำการสงฆ์โดยชอบ
14. ห้ามทิ้งเตียงตั่งของสงฆ์ไว้กลางแจ้ง
15. ห้ามปล่อยที่นอนไว้ ไม่เก็บง�ำ
16. ห้ามนอนแทรกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน
17. ห้ามฉุดคร่าภิกษุออกจากวิหารของสงฆ์
18. ห้ามนั่งนอนทับเตียงหรือตั่งที่อยู่ชั้นบน
19. ห้ามพอกหลังคาวิหารเกิน ๓ ชั้น
20. ห้ามเอาน�้ำมีสัตว์รดหญ้าหรือดิน
 พระวินัย /  149
โอวาทวรรคที่ ๓ มี ๑๐ สิกขาบท
21. ห้ามสอนภิกษุณีเมื่อมิได้รับมอบหมาย
22. ห้ามสอนภิกษุณีตั้งแต่อาทิตย์ตกแล้ว
23. ห้ามไปสอนภิกษุณีถึงที่อยู่
24. ห้ามติเตียนภิกษุอื่นว่า สอนภิกษุณีเพราะ
เห็นแก่ลาภ
25. ห้ามให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ
26. ห้ามเย็บจีวรให้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ
27. ห้ามเดินทางไกลร่วมกับภิกษุณี
28. ห้ามชวนภิกษุณีเดินทางเรือร่วมกัน
29. ห้ามฉันอาหารที่ภิกษุณีไปแนะให้เขาถวาย
30. ห้ามนั่งในที่ลับสองต่อสองกับภิกษุณี
โภชนวรรคที่ ๔ มี ๑๐ สิกขาบท
31. ห้ามฉันอาหารในโรงพักเดินทางเกิน๓มื้อ
150  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
32. ห้ามฉันอาหารรวมกลุ่ม
33. ห้ามรับนิมนต์แล้วไปฉันอาหารที่อื่น
34. ห้ามรับบิณฑบาตเกิน ๓ บาตร
35. ห้ามฉันอีกเมื่อฉันในที่นิมนต์เสร็จแล้ว
36. ห้ามพูดให้ภิกษุที่ฉันแล้วฉันอีกเพื่อจับผิด
37. ห้ามฉันอาหารในเวลาวิกาล
38. ห้ามฉันอาหารที่เก็บไว้ค้างคืน
39. ห้ามขออาหารประณีตมาเพื่อฉันเอง
40. ห้ามฉันอาหารที่มิได้รับประเคน
อเจลกวรรคที่ ๕ มี ๑๐ สิกขาบท
41. ห้ามยื่นอาหารด้วยมือให้ชีเปลือยและ
นักบวชอื่นๆ
42. ห้ามชวนภิกษุไปบิณฑบาตด้วยแล้วไล่กลับ
43. ห้ามเข้าไปแทรกแซงในสกุลที่มีคน ๒ คน
 พระวินัย /  151
44. ห้ามนั่งในที่ลับมีที่ก�ำบังกับมาตุคาม
45. ห้ามนั่งในที่ลับ(หู)สองต่อสองกับมาตุคาม
46. ห้ามรับนิมนต์แล้วไปที่อื่นไม่บอกลา
47. ห้ามขอของเกินก�ำหนดเวลาที่เขาอนุญาตไว้
48. ห้ามไปดูกองทัพที่ยกไป
49. ห้ามพักอยู่ในกองทัพเกิน ๓ คืน
50. ห้ามดูเขารบกัน เป็นต้น เมื่อไปในกองทัพ
สุราปานวรรคที่ ๖ มี ๑๐ สิกขาบท
51. ห้ามดื่มสุราเมรัย
52. ห้ามจี้ภิกษุ
53. ห้ามว่ายน�้ำเล่น
54. ห้ามแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในพระวินัย
55. ห้ามหลอกภิกษุให้กลัว
56. ห้ามติดไฟเพื่อผิง
152  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
57. ห้ามอาบน�้ำบ่อยๆ เว้นแต่มีเหตุ
58. ให้ท�ำเครื่องหมายเครื่องนุ่งห่ม
59. วิกัปจีวรไว้แล้ว (ท�ำให้เป็นสองเจ้าของ,
ให้ยืมใช้) จะใช้ต้องถอนก่อน
60. ห้ามเล่นซ่อนบริขารของภิกษุอื่น
สัปปาณวรรคที่ ๗ มี ๑๐ สิกขาบท
61. ห้ามฆ่าสัตว์
62. ห้ามใช้น�้ำมีตัวสัตว์
63. ห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์ (คดีความ, ข้อโต้เถียง)
ที่ช�ำระเป็นธรรมแล้ว
64. ห้ามปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น
65. ห้ามบวชบุคคลอายุไม่ถึง ๒๐ ปี
66. ห้ามชวนพ่อค้าผู้หนีภาษีเดินทางร่วมกัน
67. ห้ามชวนผู้หญิงเดินทางร่วมกัน
 พระวินัย /  153
68. ห้ามกล่าวตู่พระธรรมวินัย (ภิกษุอื่นห้าม
และสวดประกาศเกิน ๓ ครั้ง)
69. ห้ามคบภิกษุผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย
70. ห้ามคบสามเณรผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย
สหธรรมิกวรรคที่ ๘ มี ๑๒ สิกขาบท
71. ห้ามพูดไถลเมื่อท�ำผิดแล้ว
72. ห้ามกล่าวติเตียนสิกขาบท
73. ห้ามพูดแก้ตัวว่า เพิ่งรู้ว่ามีในปาฏิโมกข์
74. ห้ามท�ำร้ายร่างกายภิกษุ
75. ห้ามเงื้อมือจะท�ำร้ายภิกษุ
76. ห้ามโจทภิกษุด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล
77. ห้ามก่อความร�ำคาญแก่ภิกษุอื่น
78. ห้ามแอบฟังความของภิกษุผู้ทะเลาะกัน
79. ให้ฉันทะแล้วห้ามพูดติเตียน
154  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
80. ขณะก�ำลังประชุมสงฆ์ ห้ามลุกไปโดยไม่
ให้ฉันทะ
81. ร่วมกับสงฆ์ให้จีวรแก่ภิกษุแล้วห้าม
ติเตียนภายหลัง
82. ห้ามน้อมลาภสงฆ์มาเพื่อบุคคล
รตนวรรคที่ ๙ มี ๑๐ สิกขาบท
83. ห้ามเข้าไปในต�ำหนักของพระราชา
84. ห้ามเก็บของมีค่าที่ตกอยู่
85. เมื่อจะเข้าบ้านในเวลาวิกาลต้องบอกลาก่อน
86. ห้ามท�ำกล่องเข็มด้วยกระดูกงาหรือเขาสัตว์
87. ห้ามท�ำเตียง ตั่ง มีเท้าสูงกว่าประมาณ
88. ห้ามท�ำเตียง ตั่ง ที่หุ้มด้วยนุ่น
89. ห้ามท�ำผ้าปูนั่งมีขนาดเกินประมาณ
90. ห้ามท�ำผ้าปิดฝีมีขนาดเกินประมาณ
 พระวินัย /  155
91. ห้ามท�ำผ้าอาบน�้ำฝนมีขนาดเกินประมาณ
92. ห้ามท�ำจีวรมีขนาดเกินประมาณ
ปาฏิเทสนียะ ๔
ค�ำว่า “ปาฏิเทสนียะ” แปลว่า พึงแสดงคืน
เพราะเป็นการกระท�ำอันน่าต�ำหนิพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงบัญญัติสิกขาบทเหล่านี้ไว้เมื่อเกิดเรื่องไม่งาม
ขึ้นในสงฆ์ และปรับอาบัติปาฏิเทสนียะ แก่ภิกษุ
ผู้ล่วงละเมิด ภิกษุจะพ้นจากอาบัตินี้ได้ด้วยการ
แสดงคืน คือ ปลงอาบัติ มี ๔ สิกขาบท ได้แก่
1. ห้ามรับของขบเคี้ยว ของฉันจากมือภิกษุณี
มาฉัน
2. ให้ไล่ภิกษุณีที่มายุ่งให้เขาถวายอาหาร
3. ห้ามรับอาหารในสกุลที่สงฆ์สมมติว่าเป็น
เสขะ (อริยบุคคล แต่ยังไม่ได้บรรลุเป็นอรหันต์)
156  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
4. ห้ามรับอาหารที่เขาไม่ได้จัดเตรียมไว้ก่อน
มาฉัน เมื่ออยู่ป่า
เสขิยวัตร ๗๕
เสขิยวัตร หรือ “เสขิยะ” แปลว่า ข้อปฏิบัติ
อันเป็นสมบัติของท่านผู้ยังต้องรักษา เป็นสิกขาบท
ที่เกี่ยวข้องกับธรรมเนียม หรือมารยาทที่ภิกษุพึง
ฝึกฝนปฏิบัติเช่นวิธีการวางกิริยาทางกายและวาจา
ให้เหมาะสม เสขิยวัตรไม่ได้เป็นชื่ออาบัติ กล่าวคือ
เมื่อภิกษุล่วงละเมิดแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ เมื่อต้อง
แล้วสามารถพ้นได้ด้วยการปลงอาบัติ
สิกขาบทในเสขิยวัตรนี้มีทั้งสิ้น ๗๕ สิกขาบท
แบ่งเป็น ๔ หมวด ตามสาระส�ำคัญ ได้แก่
 พระวินัย /  157
หมวดที่ ๑ สารูป
ว่าด้วยธรรมเนียมควรประพฤติในเวลาเข้า
หมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่การนุ่งห่มเรียบร้อยในขณะที่อยู่
ในชุมชน การส�ำรวมระวังอิริยาบถ การพูดคุยกันให้
เหมาะสมเมื่ออยู่ในชุมชน มี ๒๖ สิกขาบท ได้แก่
ภิกษุพึงท�ำความศึกษาว่า
1. นุ่งให้เป็นปริมณฑล
2. ห่มให้เป็นปริมณฑล
3. ปกปิดกายด้วยดีไปในบ้าน
4. ปกปิดกายด้วยดีนั่งในบ้าน
5. ส�ำรวมด้วยดีไปในบ้าน
6. ส�ำรวมด้วยดีนั่งในบ้าน
7. มีสายตาทอดลงไปในบ้าน
8. มีสายตาทอดลงนั่งในบ้าน
158  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
9. ไม่เวิกผ้าไปในบ้าน
10. ไม่เวิกผ้านั่งในบ้าน
11. ไม่หัวเราะดังไปในบ้าน
12. ไม่หัวเราะดังนั่งในบ้าน
13. ไม่พูดเสียงดังไปในบ้าน
14. ไม่พูดเสียงดังนั่งในบ้าน
15. ไม่โคลงกายไปในบ้าน
16. ไม่โคลงกายนั่งในบ้าน
17. ไม่ไกวแขนไปในบ้าน
18. ไม่ไกวแขนนั่งในบ้าน
19. ไม่สั่นศีรษะไปในบ้าน
20. ไม่สั่นศีรษะนั่งในบ้าน
21. ไม่เอามือค�้ำกายไปในบ้าน
22. ไม่เอามือค�้ำกายนั่งในบ้าน
 พระวินัย /  159
23. ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะไปในบ้าน
24. ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะนั่งในบ้าน
25. ไม่เดินกระโหย่งเท้าไปในบ้าน
26. ไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน
หมวดที่ ๒ โภชนปฏิสังยุต
ว่าด้วยธรรมเนียมการรับบิณฑบาต เริ่มตั้งแต่
อิริยาบถในการรับบิณฑบาต การขบฉันอย่างมี
ระเบียบเรียบร้อย มี ๓๐ สิกขาบท ได้แก่
ภิกษุพึงท�ำความศึกษาว่า
1. รับบิณฑบาตด้วยความเคารพ
2. ในขณะบิณฑบาต จะแลดูในบาตร
3. รับบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง (ไม่รับแกง
มากเกินไป)
4. รับบิณฑบาตแค่พอเสมอขอบปากบาตร
160  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
5. ฉันบิณฑบาตโดยความเคารพ
6. ในขณะฉันบิณฑบาต แลดูในบาตร
7. ฉันบิณฑบาตไปตามล�ำดับ (ไม่ขุดให้แหว่ง)
8. ฉันบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง ไม่ฉันแกง
มากเกินไป
9. ฉันบิณฑบาตไม่ขยุ้มแต่ยอดลงไป
10. ไม่เอาข้าวสุกปิดแกงและกับด้วยหวังจะได้มาก
11. ไม่ขอเอาแกง หรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์
แก่ตนมาฉัน หากไม่เจ็บไข้
12. ไม่มองดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ
13. ไม่ท�ำค�ำข้าวให้ใหญ่เกินไป
14. ท�ำค�ำข้าวให้กลมกล่อม
15. ไม่อ้าปากเมื่อค�ำข้าวยังมาไม่ถึง
16. ไม่เอามือทั้งมือใส่ปากในขณะฉัน
 พระวินัย /  161
17. ไม่พูดในขณะที่มีค�ำข้าวอยู่ในปาก
18. ไม่ฉันโดยการโยนค�ำข้าวเข้าปาก
19. ไม่ฉันกัดค�ำข้าว
20. ไม่ฉันท�ำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย
21. ไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง
22. ไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าว
23. ไม่ฉันแลบลิ้น
24. ไม่ฉันดังจับๆ
25. ไม่ฉันดังซูดๆ
26. ไม่ฉันเลียมือ
27. ไม่ฉันเลียบาตร
28. ไม่ฉันเลียริมฝีปาก
29. ไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะน�้ำ
30. ไม่เอาน�้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทลงในบ้าน
162  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
หมวดที่ ๓ ธัมมเทสนาปฏิสังยุต
ว่าด้วยธรรมเนียมในการแสดงธรรม เริ่ม
ตั้งแต่การแสดงธรรมให้ถูกกาลเทศะ ไม่แสดง
ธรรมแก่บุคคลผู้อยู่ในอาการไม่เคารพธรรม มี ๑๖
สิกขาบท ได้แก่
ภิกษุพึงท�ำความศึกษาว่า
1. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่มีร่มในมือ
2. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีไม้พลองในมือ
3. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่มีของ
มีคมในมือ
4. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีอาวุธในมือ
5. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่สวม
เขียงเท้า (รองเท้าไม้)
 พระวินัย /  163
6. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่สวมรองเท้า
7. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่ไปในยาน
8. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บนที่นอน
9. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งรัดเข่า
10. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่โพกศีรษะ
11. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่คลุมศีรษะ
12. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บน
อาสนะ หรือเครื่องปูนั่ง โดยภิกษุอยู่บนแผ่นดิน
13. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งบน
อาสนะสูงกว่าภิกษุ
14. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งอยู่
แต่ภิกษุยืน
15. ภิกษุเดินไปข้างหลัง ไม่แสดงธรรมแก่
คนไม่เป็นไข้ ที่เดินไปข้างหน้า
164  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
16. ภิกษุเดินไปนอกทาง ไม่แสดงธรรมแก่
คนไม่เป็นไข้ ที่ไปในทาง
หมวดที่ ๔ ปกิณณกะ
ว่าด้วยธรรมเนียมในการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
และบ้วนน�้ำลาย มี ๓ สิกขาบท ได้แก่
1. ภิกษุไม่เป็นไข้ ไม่ยืนถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
2. ภิกษุไม่เป็นไข้ ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
หรือบ้วนน�้ำลายลงในของเขียว
3. ภิกษุไม่เป็นไข้ ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
หรือบ้วนน�้ำลายลงในน�้ำ
อธิกรณสมถะ ๗
ค�ำว่า “อธิกรณสมถะ” ประกอบด้วย ๒ ค�ำ
คือ “อธิกรณ” แปลว่า เหตุ, โทษ, เรื่องราว หรือ
คดีความ ในที่นี้หมายถึง เรื่องที่เกิดขึ้นในสงฆ์ และ
ค�ำว่า “สมถะ” แปลว่า การระงับ, การท�ำให้สงบ
รวมเป็น อธิกรณสมถะ แปลว่า ธรรมเครื่องระงับ
อธิกรณ์ หรือวิธีการเพื่อระงับอธิกรณ์
อธิกรณสมถะ มี ๗ ประการ คือ
1. ระงับอธิกรณ์ในที่พร้อมหน้า(บุคคลวัตถุธรรม)
2. ระงับอธิกรณ์ ด้วยการยกให้ว่าพระอรหันต์
เป็นผู้มีสติ
3. ระงับอธิกรณ์ด้วยยกประโยชน์ให้ในขณะเป็นบ้า
4. ระงับอธิกรณ์ ด้วยถือตามค�ำรับของจ�ำเลย
5. ระงับอธิกรณ์ด้วยถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ
6. ระงับอธิกรณ์ ด้วยการลงโทษแก่ผู้ผิด
7. ระงับอธิกรณ์ ด้วยให้ประนีประนอม หรือ
เลิกแล้วกันไป
166  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
��������������������������������������������  167
ระเบียบปฏิบัติ
การท�ำสังฆกรรมฟังพระปาฏิโมกข์
วัตถุประสงค์การประชุมฟังพระปาฏิโมกข์
เพื่อความสมัครสมานสามัคคีของพระภิกษุสงฆ์
ที่อยู่รวมกันในวัดนั้นๆ ถ้าพระภิกษุสงฆ์ภายในวัด
นั้นๆ ยังร่วมประชุมกันฟังพระปาฏิโมกข์โดยพร้อม
เพรียงกันได้ ก็แสดงว่าพระภิกษุสงฆ์ในวัดนั้นๆ
มีศีลาจารวัตรสม�่ำเสมอกัน ไม่มีความรังเกียจกัน
เพราะศีลเป็นเหตุให้การอยู่ร่วมกันมีความสงบสุข
ตราบใดที่พระภิกษุสงฆ์ในวัดเดียวกันยัง
ประชุมท�ำสังฆกรรมฟังพระปาฏิโมกข์ร่วมกัน ความ
สามัคคี และการอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขก็ยังมี
อยู่ตราบนั้น
168  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เพื่อเป็นการส�ำรวจตรวจศีลสิกขาบทของตนว่า
ในรอบปักษ์หนึ่งศีลสิกขาบทของตนยังสมบูรณ์ดีอยู่
หรือขาดตกบกพร่องไปสิกขาบทใดบ้าง เมื่อฟังไป
ทราบว่า สิกขาบทใดขาดตกบกพร่องภายหลังจาก
ฟังพระปาฏิโมกข์จบแล้ว ก็แสดงคืนเสียเพื่อความ
บริสุทธิ์แห่งศีลของตน
หากต้องโทษ เพราะการล่วงละเมิดสิกขาบท
พุทธบัญญัติใดไปบ้างก็ไม่ต้องหมักดองโทษ
นั้นไว้นาน เพียง ๑๔ - ๑๕ วัน ก็มีโอกาสได้
แสดงคืนเสีย เพื่อความบริสุทธิ์ต่อไป และ
เพื่อเป็นการรักษาพระพุทธานุญาตเรื่องการฟัง
พระปาฏิโมกข์นี้ ให้เป็นจารีตประเพณีอันดีงามของ
พระภิกษุ และเป็นทิฏฐานุคติแก่พระภิกษุสงฆ์รุ่น
หลังได้ประพฤติปฏิบัติรักษาต่อไป
��������������������������������������������  169
หน้าที่พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์
เมื่อวาระที่ตนจะต้องสวดพระปาฏิโมกข์เวียน
มาถึง ควรท่องทบทวนซักซ้อมการสวดให้เกิดความ
ช�ำนาญช�่ำชองคล่องปาก ขึ้นใจจริงๆ เพราะเป็นการ
กล่าวพระพุทธพจน์ในท่ามกลางสงฆ์ จึงควรตั้งใจ
สวดด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ไม่ควรสวดแบบ
ขอไปที และถ้ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถจะสวดได้
ด้วยประการใดๆ ต้องรีบแจ้งให้พระภิกษุผู้สวด
รูปต่อไป เพื่อให้ได้มีโอกาสเตรียมตัวอย่างน้อย
ไม่ควรต�่ำกว่า ๗ วัน
หน้าที่พระภิกษุผู้สอบทานพระปาฏิโมกข์
การสอบทานพระปาฏิโมกข์นั้น ควรมอบให้
เป็นภาระของพระภิกษุผู้ทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ได้
170  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เพื่อจะได้สอบทานได้ทัน และเมื่อสวดผิดพลาด
จะได้ทักท้วงและบอกได้ทันที
เมื่อสวดผิดพลาด ขาดหรือเกินทุกครั้ง ต้อง
ทักท้วงทันที จะปล่อยปละละเลยเพิกเฉยเสียด้วย
ความเกรงใจกันก็ดี ด้วยความเกียจคร้านที่จะ
ทักท้วงก็ดี ย่อมเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะ
เสียสังฆกรรม
ขณะที่สอบทานพระปาฏิโมกข์อยู่นั้น ต้องตั้งใจ
สอบทานตลอดเวลา ไม่ส่งใจไปที่อื่น
หน้าที่พระภิกษุสงฆ์ผู้ฟังพระปาฏิโมกข์
เมื่อถึงวันอุโบสถฟังพระปาฏิโมกข์ พระภิกษุ
ไม่ควรหาเหตุไปที่อื่น เพื่อต้องการจะหลบหนี
การฟังพระปาฏิโมกข์ เพราะการท�ำเช่นนั้น ได้ชื่อว่า
เป็นผู้ไม่เอื้อเฟื้อในพระพุทธานุญาต และไม่ควรหา
เลศเพียงเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เป็นข้ออ้างว่า ไม่ลง
ประชุมฟังพระปาฏิโมกข์ เพราะการกระท�ำดังกล่าว
มาแล้วนั้น พระพุทธองค์ทรงปรับอาบัติทุกกฏ
ในเพราะไม่เอื้อเฟื้อในการฟังพระปาฏิโมกข์
ขณะนั่งประชุมฟังพระปาฏิโมกข์นั้นควรประนม
มือนั่งฟังด้วยความเคารพ ไม่นั่งหลับ ไม่ส่งใจไป
ที่อื่น ไม่พูดคุยกัน ไม่สนใจเรื่องอื่น
172  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
 การนับวันอุโบสถ /  173
  การนับวันอุโบสถ 
การนับวันอุโบสถถือว่ามีความส�ำคัญเป็นอย่าง
มากต่อภิกษุสงฆ์ ที่จะท�ำให้ก�ำหนดรู้ได้ว่า ในปีหนึ่ง
จะมีวันอุโบสถกี่วัน ทั้งนี้ก็เพื่อว่า เมื่อถึงวันอุโบสถ
แล้วภิกษุสงฆ์จะได้ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงอย่าง
พร้อมเพรียงกันเป็นส�ำคัญ
ในรอบหนึ่งปี แบ่งออกเป็นฤดูต่างๆ ได้ ๓ ฤดู
1. เหมันตฤดู (ฤดูหนาว)  ก�ำหนดนับตาม
จันทรคติได้ ๔ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค�่ำ
เดือน๑๒ไปถึงวันขึ้น ๑๕ค�่ำเดือน ๔นับวันอุโบสถ
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์
ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงได้ ๘ วันอุโบสถ คือ :
 อุโบสถที่ ๑ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๒
174  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
 อุโบสถที่ ๒ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑
 อุโบสถที่ ๓ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๑
 อุโบสถที่ ๔ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๒
 อุโบสถที่ ๕ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๒
 อุโบสถที่ ๖ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๓
 อุโบสถที่ ๗ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๓
 อุโบสถที่ ๘ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๔
2. คิมหันตฤดู (ฤดูร้อน)  ก�ำหนดนับตาม
จันทรคติได้ ๔ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค�่ำ
เดือน ๔ ไปถึงวันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๘ นับวันอุโบสถ
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ยก
พระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงได้ ๘ วันอุโบสถ คือ :
 อุโบสถที่ ๑ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๔
 การนับวันอุโบสถ /  175
 อุโบสถที่ ๒ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๕
 อุโบสถที่ ๓ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๕
 อุโบสถที่ ๔ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๖
 อุโบสถที่ ๕ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๖
 อุโบสถที่ ๖ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๗
 อุโบสถที่ ๗ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๗
 อุโบสถที่ ๘ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๘
3. วัสสานฤดู (ฤดูฝน)  ก�ำหนดนับตาม
จันทรคติได้ ๔ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค�่ำ
เดือน๘ไปถึงวันขึ้น ๑๕ค�่ำเดือน ๑๒นับวันอุโบสถ
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์
ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงได้ ๘ วันอุโบสถ คือ :
 อุโบสถที่ ๑ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๘
 อุโบสถที่ ๒ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๙
176  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
 อุโบสถที่ ๓ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๙
 อุโบสถที่ ๔ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๐
 อุโบสถที่ ๕ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๐
 อุโบสถที่ ๖ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๑*
 อุโบสถที่ ๗ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๑๑
 อุโบสถที่ ๘ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๒
จึงเป็นอันสรุปความว่า การนับวันอุโบสถก็เพื่อ
บอกให้ภิกษุได้รู้ล่วงหน้าว่า ๑ เดือน มีวันอุโบสถ
๒ วัน ๑ ฤดู มีวันอุโบสถ ๘ วัน และ ๑ ปี มีวัน
อุโบสถ ๒๔ วัน
อนึ่ง ถ้าปีใดมีอธิกมาส ปีนั้นก็จะมีวันอุโบสถ
เพิ่มขึ้นอีก ๒ วัน
*	
วันนี้เป็นวันมหาปวารณา พระภิกษุสงฆ์จะไม่ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดง
แต่จะท�ำพิธีปวารณาต่อกัน
ดังนั้น เมื่อถึงวันอุโบสถดังกล่าว พระพุทธองค์
ทรงอนุญาตให้ภิกษุยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดง
เพื่อเป็นการทบทวนข้อวัตรปฏิบัติของตน ในรอบ
๑ ปักษ์ หรือ ๑๔ - ๑๕ วัน ที่ผ่านมา เมื่อเห็น
ข้อผิดพลาดก็จะได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้วส�ำรวมระวัง
ต่อไป
178  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
�������������������  179
  วิธีท�ำอุโบสถกรรม 
วิธีท�ำอุโบสถของพระภิกษุ ๑ รูป
ถ้าภิกษุอยู่รูปเดียว ถึงวันอุโบสถแล้วพึงท�ำกิจ
เบื้องต้นเสียก่อน เช่น ปัดกวาดโรงอุโบสถ ตั้งน�้ำใช้
น�้ำฉัน ปูอาสนะ ตามประทีปไว้ ถ้ากลางวันไม่ต้อง
ตามประทีป แล้วนั่งคอยภิกษุอื่น ถ้าเห็นว่าภิกษุอื่น
ไม่มาแน่แล้ว พึงท�ำอุโบสถด้วยตั้งใจอธิษฐานว่า
“อชฺช เม อุโปสโถ ปณฺณรโส”
วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค�่ำของเรา ดังนี้
ถ้าปักษ์ขาด หรือวัน ๑๔ ค�่ำ ตั้งใจอธิษฐานว่า
“อชฺช เม อุโปสโถ จาตุทฺทโส”
วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๔ ค�่ำของเรา ดังนี้
180  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
การท�ำอุโบสถของภิกษุรูปเดียวอย่างนี้
เรียกว่า อธิษฐานอุโบสถ หรือ บุคคลอุโบสถ
วิธีท�ำอุโบสถของพระภิกษุ ๒ รูป
ถ้าภิกษุอยู่ ๒ รูปด้วยกัน ครั้นถึงวันอุโบสถแล้ว
พึงท�ำกิจเบื้องต้นเสียก่อน มีการปัดกวาดโรงอุโบสถ
ตั้งน�้ำใช้ น�้ำฉัน ตามประทีป เป็นต้น เสียก่อน
แล้วจึงบอกความเป็นผู้บริสุทธิ์แก่กันและกัน
ผู้แก่กว่า (บวชก่อน) ห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง
นั่งคุกเข่า ประนมมือ แล้วกล่าวว่า
“ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ”
แน่ะ...ท่านผู้มีอายุ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว
ท่านจงทรงไว้ ซึ่งผมว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ดังนี้เถิด
�������������������  181
ผู้อ่อนกว่าห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ซึ่งเตรียมไว้
แล้ว พึงนั่งคุกเข่า ประนมมือ แล้วกล่าวว่า
“ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ”
ข้าแต่...ท่านผู้เจริญ กระผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว
ท่านจงทรงไว้ซึ่งกระผมว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ดังนี้เถิด
อยู่ ๒ รูปด้วยกันในวันอุโบสถ พึงบอกความ
เป็นผู้บริสุทธิ์แก่กันและกันอย่างนี้
อุโบสถที่ภิกษุอยู่ ๒ รูป อย่างที่ท�ำกัน
ดังกล่าวนี้ ชื่อว่า ปาริสุทธิอุโบสถ
วิธีท�ำอุโบสถของพระภิกษุ ๓ รูป
ถ้าภิกษุอยู่ ๓ รูปด้วยกัน ถึงวันอุโบสถเข้าแล้ว
พึงท�ำกิจเบื้องต้น มีปัดกวาดโรงอุโบสถ ตั้งน�้ำใช้
น�้ำฉัน เป็นต้น เสียก่อน ในภิกษุ ๓ รูปนั้นรูปใด
เป็นผู้ฉลาด รูปนั้นพึงตั้งคณะญัตติว่า
182  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
“สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา อชฺชุโปสโถ
ปณฺณรโส ยถายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ มยํ
อญฺมญฺํ ปาริสุทฺธึ อุโปสถํ กเรยฺยาม”
ท่านผู้มีอายุทั้งหลายจงฟังค�ำของกระผม
วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค�่ำ ถ้าอุโบสถกรรม
ของท่านผู้มีอายุทั้งหลายมีกาลอันควรถึงแล้วไซร้
เราทั้งหลายพึงท�ำปาริสุทธิอุโบสถแก่กันและกันดังนี้
ถ้าปักษ์ขาดให้ว่า “จาตุทฺทโส” ดังนี้ ครั้น
ตั้งคณะญัตติอย่างนี้แล้ว พระผู้พรรษาแก่กว่าซึ่งห่ม
ผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่งเตรียมไว้พร้อมแล้วพึงนั่งคุกเข่า
ประนมมือ ว่ากะภิกษุที่เหลืออยู่ ๒ รูปอย่างนี้ว่า
“ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ”
แน่ะ...ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย
ผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ท่านทั้งหลายจงทรงไว้ซึ่งผมว่า
เป็นผู้บริสุทธิ์แล้วดังนี้เถิด
�������������������  183
ส่วนที่เหลืออีก ๒ รูป พึงว่าอย่างนั้นเหมือน
กัน ผู้อ่อนให้ว่า
“ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ”
ข้าแต่...ท่านผู้เจริญ กระผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว
ท่านทั้งหลายจงทรงไว้ซึ่งกระผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว
ดังนี้เถิด
อุโบสถที่ภิกษุ ๓ รูปท�ำกันอย่างนี้ ชื่อว่า
ปาริสุทธิอุโบสถ หรือ คณะอุโบสถ
184  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
 วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ 
ถ้าภิกษุอยู่ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ถึงวันอุโบสถ
เข้าแล้ว พึงท�ำกิจที่ควรท�ำคือ ปัดกวาดโรง
อุโบสถ ถ้าเป็นเวลากลางคืนก็ตามประทีปใน
โรงอุโบสถด้วย ปูอาสนะพระสงฆ์ (เฉพาะ
อาสนะของพระรูปที่แสดงพระปาฏิโมกข์ ควร
ท�ำให้เป็นพิเศษกว่าของหมู่สงฆ์ที่นั่งประชุม
ฟังอยู่ในที่นั้น คือจัดให้สูงกว่า) และตั้งน�้ำใช้
น�้ำฉันไว้ในโรงอุโบสถให้เรียบร้อย เป็นต้น
ซึ่งรายละเอียด และขั้นตอนในการแสดง
พระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ มีในหน้าถัดไป
 วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ /  185
รายละเอียด และขั้นตอน
วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์
-- ท�ำความสะอาดสถานที่/เปิดไฟ/เตรียมตั่ง
และอาสนะ/เตรียมน�้ำใช้น�้ำฉัน/เตรียมไมโครโฟน
-- พระเจ้าหน้าที่นับจ�ำนวนผู้มาร่วมฟัง
พระปาฏิโมกข์
-- พระภิกษุที่มาร่วมฟังพระปาฏิโมกข์นั่งสมาธิ
รอเวลา เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงกัน
-- เมื่อถึงเวลา หรือพร้อมเพรียงกันแล้ว
พระที่เป็นพิธีกรน�ำกราบพระประธาน
-- พระเถระผู้ใหญ่น�ำสวดมนต์ท�ำวัตรเช้า / เย็น
-- พระพิธีกรน�ำกราบพระเถระผู้ใหญ่
-- พระพิธีกรถามจ�ำนวนพระภิกษุที่มาร่วมฟัง
พระปาฏิโมกข์/เขียนจ�ำนวนพระภิกษุเป็นภาษาบาลี
186  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
-- พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์กราบ
พระเถระผู้ใหญ่ แล้วขึ้นไปนั่งบนตั่ง
-- พระเจ้าหน้าที่น�ำกระดาษที่เขียนจ�ำนวน
พระภิกษุที่มาร่วมฟังสวดพระปาฏิโมกข์เป็นภาษา
บาลี ถวายแด่พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์
-- พระพิธีกรกล่าวบทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์
-- พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์เริ่มสวด
พระปาฏิโมกข์ “อุโปสถกรณโต ปุพฺเพ นววิธํ ...”
-- พระพิธีกรจับเวลา เริ่มตั้งแต่ “กึ สงฺฆสฺส...
จนถึง ภิกฺขุปาฏิโมกฺขํ นิฏฺิตํ”
-- พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ลงจากตั่ง
แล้วกราบพระเถระผู้ใหญ่
-- พระเถระผู้ใหญ่น�ำสวดมนต์ “นโม ตสฺส
ภควโต อรหโต... /...ภาสิตมิทํ เตน ภควตา...”
-- พระเถระผู้ใหญ่น�ำอธิษฐานจิต/น�ำนั่งสมาธิ/
ให้โอวาท / น�ำบูชาพระรัตนตรัย
-- พระพิธีกรน�ำกราบพระเถระผู้ใหญ่
-- พระพิธีกรน�ำกราบพระประธาน
-- เสร็จวิธีแสดงปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์
เก็บงาน
188  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
��������������������������  189
  บทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์ 
กราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความ
เคารพอย่างสูง
กราบคารวะพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ
ด้วยความเคารพ
ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้ง เป็นบ่อเกิดแห่งคุณ
ความดีทั้งหลาย และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง
พระวินัยที่มีมาในพระปาฏิโมกข์ ๒๒๗ สิกขาบทที่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้น ก็เพื่อความ
ยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ เพื่อ
ข่มบุคคลผู้เก้อยาก เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งภิกษุผู้มี
ศีลอันเป็นที่รัก เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน
ปัจจุบัน เพื่อก�ำจัดอาสวะอันจะบังเกิดในอนาคต
190  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส เพื่อความ
เลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว เพื่อความ
ตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม และเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย
พระปาฏิโมกข์ จึงถือเป็นบทบัญญัติขัดเกลา
จิตใจที่ส�ำคัญยิ่ง เป็นคุณเครื่องช�ำระกาย วาจา
ให้สะอาด ปรับระดับความประพฤติให้เสมอกัน
อันเป็นพื้นฐานให้เกิดความสมดุลแห่งความคิด
ของพระสงฆ์หมู่ใหญ่ ให้มีจิตส�ำนึกเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกันว่า ความสะอาดบริสุทธิ์หมดจด
ของใจ ย่อมเกิดจากการประพฤติดีตามหลักพระ
ธรรมวินัย
ภิกษุเหล่าใด ช�ำระศีลที่มีมาในพระปาฏิโมกข์
ให้บริสุทธิ์แล้ว จะเป็นเหตุให้เว้นจากความทุจริต
จิตจะร่าเริงผ่องใส กระทั่งสามารถชื่นชมอิ่มใจ
��������������������������  191
ในข้อปฏิบัติของตน หรือหากแม้วิญญูชน คือผู้รู้
ถามถึง ก็ไม่เก้อเขินในคุณธรรม เป็นเครื่องป้องกัน
ภัยในอบาย และเป็นท่าหยั่งลงมหาสมุทร คือ
พระนิพพาน
วันนี้เป็นวัน........ที่....เดือน........พ.ศ......
เป็นวันอุโบสถ ขึ้น/แรม.....ค�่ำ เดือน.....ปี......เป็น
ปักษ์ที่......แห่งฤดู......เป็นการสวดพระปาฏิโมกข์
ครั้งที่......มีพระภิกษุร่วมฟังพระปาฏิโมกข์.........รูป
พระภิกษุผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ได้แก่................
พรรษา........
บัดนี้ เมื่อพระภิกษุสงฆ์พร้อมเพรียงกันแล้ว
พึงตั้งใจทบทวนพระวินัยที่มีมาในพระปาฏิโมกข์
เป็นสมานฉันท์สืบต่อไป.
192  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
การกล่าวบทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์เช่นนี้
เป็นการบอกเล่าอานิสงส์เบื้องต้นของการรักษาศีล
บอกเหตุ และความเป็นมาของการบัญญัติพระวินัย
บอกวันอุโบสถ บอกปักษ์ บอกฤดู บอกปี
บอกจ�ำนวนพระภิกษุที่มาร่วมฟังพระปาฏิโมกข์
บอกจ�ำนวนครั้งของการสวดพระปาฏิโมกข์ และ
บอกว่าใครเป็นผู้สวดในปักษ์นั้น
อนึ่ง ยังเป็นการเชื้อเชิญให้พระผู้สวด
พระปาฏิโมกข์ ได้ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงด้วย
��������������������������  193
  การปลงอาบัติ 
ก่อนที่จะลงอุโบสถฟังสวดพระปาฏิโมกข์ เป็น
ธรรมเนียมที่ว่าพระภิกษุจะต้องปลงอาบัติเสียก่อน
พระภิกษุรูปใดมีอาบัติติดตัว จะเข้าร่วม
อุโบสถสังฆกรรม หรือฟังสวดพระปาฏิโมกข์ไม่ได้
ต้องแสดงอาบัตินั้นๆ ก่อน หากไม่เช่นนั้นต้อง
อาบัติทุกกฏ
เมื่อต้องอาบัติอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วให้รีบแสดง
เสีย อย่าแช่ไว้ในอาบัตินั้น การปลงอาบัติที่ถูกต้อง
เพื่อให้อาบัติตกนั้น ต้องก�ำหนดดังนี้ก่อน คือ
1. ถ้านั่งชิดกันเกินไปแสดงอาบัติไม่ตกต้องนั่ง
ให้มนุษย์ หรือสัตว์เดินผ่านได้ จึงจะแสดงอาบัติตก
 การปลงอาบัติ /  195
2. เวลาแสดงอาบัติ พระอ่อนพรรษายกมือสูง
พระแก่พรรษายกมือต�่ำกว่าผู้อ่อนพรรษา แสดง
อาบัติด้วยกันไม่ตก พระแก่พรรษาต้องยกมือสูง
พระอ่อนพรรษายกมือต�่ำ และน้อมกายเข้าหาด้วย
จึงจะแสดงอาบัติตก
3. ภิกษุอุปสมบทคนละอุปัชฌาย์ คนละสีมา
แต่บวช วัน เดือน ปี เวลานาทีเดียวกัน เวลาปลง
อาบัติด้วยกัน ถ้าว่า ภันเต ก็ว่า ภันเต ด้วยกัน
ถ้าว่า อาวุโส ก็ว่า อาวุโส ด้วยกัน เพราะอุปสมบท
เสมอกัน
4. การห่มผ้านั้นต้องให้เหมือนกันจึงแสดง
อาบัติตก
5. ถ้านั่งอยู่คนละอาสนะแสดงอาบัติด้วยกัน
ไม่ตก ต้องนั่งที่เสมอกันจึงแสดงอาบัติตก
196  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
6. หากภิกษุในอาวาสเดียวกันต้องอาบัติ
เดียวกันแสดงอาบัติด้วยกันไม่ตก ต้องส่งภิกษุใน
อาวาสนั้น ๑ องค์ หรือ ๒ องค์ ไปแสดงอาบัติที่
อาวาสอื่นก่อน เมื่อกลับมาแล้วให้แสดงต่อๆ กันไป
อาบัตินั้นจึงจะตก และบริสุทธิ์ได้
วิธีแสดงอาบัติ
เมื่อจะปลงอาบัตินิยมกราบพระประธาน หรือ
พระสถูปเจดีย์ก่อน ต่อจากนั้นภิกษุผู้อ่อนพรรษา
กว่า พึงกราบภิกษุผู้แก่พรรษา แล้วเริ่มปลงอาบัติ
ตามล�ำดับดังนี้
(พรรษาอ่อนว่า)	สัพพา ตา อาปัตติโย
อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง)
	 สัพพา คะรุละหุกา
อาปัตติโย อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง)
 การปลงอาบัติ /  197
	 อะหัง ภันเต สัมพะหุลา
นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย
อาปัชชิง ตา ตุมหะ มูเล
ปะฏิเทเสมิ ฯ
(พรรษาแก่ว่า)	 ปัสสะสิ อาวุโส ตา อาปัตติโย ฯ
(พรรษาอ่อนว่า)	อุกาสะ อามะ ภันเต ปัสสามิ ฯ
(พรรษาแก่ว่า)	 อายะติง อาวุโส สังวะเรยยาสิ ฯ
(พรรษาอ่อนว่า)	สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ ฯ
	 ทุติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ ภันเต
สังวะริสสามิ ฯ
	 ตะติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ ภันเต
สังวะริสสามิ ฯ
	 นะ ปุเนวัง กะริสสามิ ฯ
	 นะ ปุเนวัง ภาสิสสามิ ฯ
198  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
	 นะ ปุเนวัง จินตะยิสสามิ ฯ
(จบพรรษาอ่อน)
(พรรษาแก่ว่า)	 สัพพา ตา อาปัตติโย
อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง)
	 สัพพา คะรุละหุกา
อาปัตติโย อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง)
	 อะหัง อาวุโส สัมพะหุลา
นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย
อาปัชชิง ตา ตุยหะ มูเล
ปะฏิเทเสมิ ฯ
(พรรษาอ่อนว่า)	อุกาสะ ปัสสะถะ ภันเต ตา
อาปัตติโย ฯ
(พรรษาแก่ว่า)	 อามะ อาวุโส ปัสสามิ ฯ
(พรรษาอ่อนว่า)	อายะติง ภันเต สังวะเรยยาถะ ฯ
(พรรษาแก่ว่า)	 สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ ฯ
	 ทุติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ อาวุโส
สังวะริสสามิ ฯ
	 ตะติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ อาวุโส
สังวะริสสามิ ฯ
	 นะ ปุเนวัง กะริสสามิ ฯ
	 นะ ปุเนวัง ภาสิสสามิ ฯ
	 นะ ปุเนวัง จินตะยิสสามิ ฯ
(จบวิธีแสดงอาบัติ)
200  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
���������������������������������������  201
ข้อก�ำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
พระปาฏิโมกข์
1. ภิกษุทั้งหลายสวดพระปาฏิโมกข์ทุกวัน
พระพุทธองค์ตรัสห้ามและปรับอาบัติทุกกฏแก่
ผู้ท�ำเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้สวดเฉพาะวันอุโบสถ
2. ภิกษุทั้งหลายสวดพระปาฏิโมกข์ ๓ ครั้ง ต่อ
๑ ปักษ์ (กึ่งเดือน) คือในวัน ๑๔ ค�่ำ ๑๕ ค�่ำ และ
๘ ค�่ำ พระพุทธองค์ตรัสห้ามและปรับอาบัติทุกกฏ
แก่ผู้ท�ำเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้สวดพระปาฏิโมกข์
เพียงครั้งเดียวต่อ๑ปักษ์คือในวัน๑๔ค�่ำหรือ๑๕ค�่ำ
3. ภิกษุฉัพพัคคีย์สวดพระปาฏิโมกข์เฉพาะใน
พวกของตน พระพุทธองค์ตรัสห้าม และปรับอาบัติ
ทุกกฏแก่ผู้ท�ำเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้ท�ำอุโบสถโดย
พร้อมเพรียงกัน
202  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
4. ภิกษุทั้งหลายสงสัยว่า จะก�ำหนดเขตพร้อม
เพรียงกันในอาวาสหนึ่ง หรือถือเขตแผ่นดินทั้งผืน
ตรัสให้ใช้อาวาสเดียวกันเป็นเขตสามัคคี
5. พระมหากัปปินะ(ผู้เป็นพระอรหันต์)ท่านคิด
ว่าบริสุทธิ์อยู่แล้วจะควรได้ท�ำอุโบสถสังฆกรรมหรือไม่
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบจึงตรัสตอบว่าถ้าเธอไม่
สักการะเคารพนับถือบูชาอุโบสถแล้วใครเล่าจะท�ำ
เช่นนั้น และตรัสสั่งให้ไปท�ำอุโบสถสังฆกรรม
6. ภิกษุทั้งหลายสงสัยว่า อาวาสเดียวกันนั้น
ก�ำหนดอย่างไรจึงทรงอนุญาตให้สมมติคือประกาศ
สีมา (เขตแดน) โดยก�ำหนดภูเขา ก้อนหิน ป่าไม้
ต้นไม้ หนทาง จอมปลวก แม่น�้ำหรือแอ่งน�้ำ
เป็นเครื่องหมาย (นิมิต) แล้วทรงแสดงวิธีสวดสมมติ
สีมาด้วยเครื่องหมายเหล่านั้น
���������������������������������������  203
7. ภิกษุฉัพพัคคีย์สมมติสีมา(ประกาศเขตแดน)
ใหญ่เกินไป ๔ โยชน์บ้าง ๕ โยชน์บ้าง ๖ โยชน์บ้าง
ภิกษุทั้งหลายมาพอดีสวดพระปาฏิโมกข์ก็มี สวด
จบแล้วก็มี ก�ำลังสวดอยู่ก็มี จึงทรงห้ามสมมติสีมา
ใหญ่เกินไป ทรงปรับอาบัติทุกกฏแก่ผู้ฝ่าฝืน แล้ว
ทรงอนุญาตให้สมมติสีมาอย่างใหญ่เพียง ๓ โยชน์
8. ภิกษุฉัพพัคคีย์สมมติสีมาริมฝั่งแม่น�้ำ ภิกษุ
ที่มาท�ำอุโบสถถูกน�้ำพัด บาตร จีวรถูกน�้ำพัด จึง
ตรัสห้ามสมมติสีมาเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้ท�ำได้
ต่อเมื่อมีเรือจอดอยู่เป็นประจ�ำ หรือมีสะพานทอด
อยู่เป็นประจ�ำ
9. ภิกษุทั้งหลายสวดพระปาฏิโมกข์ตามบริเวณ
ไม่มีที่สังเกต ภิกษุที่เป็นอาคันตุกะ (ผู้มาจากที่อื่น)
ไม่รู้ว่าท�ำอุโบสถกันที่ไหน จึงทรงอนุญาตให้สมมติ
204  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
โรงอุโบสถท�ำอุโบสถ จะเป็นวิหาร (กุฎีที่อยู่อาศัย)
หรือเพิง หรือปราสาท เรือนเป็นชั้น หรือเรือนโล้น
(หลังคาตัด) หรือถ�้ำ ก็ได้
10. ภิกษุทั้งหลายสมมติโรงอุโบสถ ๒ แห่งใน
อาวาสเดียวกัน ตรัสห้ามและตรัสแนะให้สวดถอน
โรงอุโบสถเสียหนึ่งหลัง คงให้ใช้เพียงหลังเดียว
11. ภิกษุทั้งหลายสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินไป
มีพระมาประชุมมาก บางรูปต้องนั่งนอกเขต พระผู้
มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นอันท�ำอุโบสถ และได้ตรัส
แนะให้ก�ำหนดเครื่องหมาย (นิมิต) แล้วประชุม
สงฆ์สวดสมมติหน้ามุข อุโบสถขยายให้ใหญ่ออก
ไปตามต้องการ
12. ในวันอุโบสถ ภิกษุบวชใหม่มาประชุม
ก่อน นึกว่าพระเถระคงยังไม่มา จึงกลับไป กว่าจะ
���������������������������������������  205
ได้ท�ำอุโบสถก็กลางคืน จึงตรัสอนุญาตให้ภิกษุที่
เป็นเถระมาประชุมก่อนในวันอุโบสถ
13. มีวัดหลายวัดในเขตสีมาเดียวกัน ภิกษุ
ทั้งหลายต่างวัดต่างท�ำอุโบสถ พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงทรงให้รวมท�ำแห่งเดียวกัน ไม่ให้แยกกันท�ำ
14. ตรัสห้ามมิให้สมมติสีมาคาบเกี่ยวกัน
ให้มีชานของสีมา
15. ตรัสห้ามมิให้แกล้งสวดพระปาฏิโมกข์
มิให้ผู้อื่นได้ยิน ถ้ามีเสียงผิดปกติและพยายามแล้ว
ไม่เป็นอาบัติ
16. ตรัสห้ามมิให้สวดพระปาฏิโมกข์โดยมี
คฤหัสถ์ปนอยู่ในบริษัท
17. ภิกษุผู้มิได้รับเชื้อเชิญ ตรัสห้ามมิให้สวด
พระปาฏิโมกข์ ทรงอนุญาตให้พระเถระเป็นใหญ่ใน
206  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เรื่องพระปาฏิโมกข์ (จะสวดเองหรือให้ใครสวดก็ได้)
18. พระเถระสวดเองไม่ได้ จึงทรงอนุญาต
ให้ภิกษุผู้ฉลาด มีความสามารถเป็นใหญ่ในเรื่อง
พระปาฏิโมกข์
19. พระทั้งวัดไม่สามารถสวดพระปาฏิโมกข์ได้
ให้ส่งภิกษุรูปหนึ่งไปเรียนจากอาวาสใกล้เคียง จะ
โดยย่อหรือโดยพิสดารก็ตาม ให้พระเถระเป็นผู้ใช้
ไป ผู้ถูกใช้ขัดขืนในเมื่อไม่ป่วยไข้ ต้องอาบัติทุกกฏ
20. ตรัสอนุญาตให้เรียนปักขคณนา(การค�ำนวณ
ปักษ์) ได้ทุกรูป เพื่อบอกดิถีแก่คนทั้งหลายได้
21. ถ้าไม่มีใครสวดพระปาฏิโมกข์ได้เลย
และไม่สามารถจะส่งใครไปเรียนวิธีสวด ห้ามอยู่
จ�ำพรรษาร่วมกับภิกษุเหล่านั้น ถ้าขืนอยู่ ต้องอาบัติ
ทุกกฏ
���������������������������������������  207
22. ภิกษุเป็นไข้ ตรัสให้บอกความบริสุทธิ์แก่
ภิกษุรูปหนึ่ง เพื่อน�ำไปบอกแก่สงฆ์ ถ้าไม่มีผู้รับไป
บอก ให้น�ำขึ้นเตียง ขึ้นตั่ง หามไปท�ำอุโบสถด้วย
ไม่ให้ท�ำอุโบสถแยกกัน ถ้าให้เคลื่อนที่ อาพาธอาจ
ก�ำเริบหรืออาจถึงมรณภาพ ให้สงฆ์ไปท�ำอุโบสถ
ที่ภิกษุรูปนั้น แล้วตรัสให้ภิกษุผู้รับบอกปาริสุทธิ
ต้องไปบอกแก่สงฆ์ให้จงได้ ถ้าไปไม่ได้เอง ให้มอบ
หมายผู้อื่นบอกแทน
23. ภิกษุถูกญาติจับตัว ถูกคนอื่นๆ จับตัว
ไม่สามารถมาร่วมท�ำอุโบสถได้ ให้เจรจาขอตัว
มาท�ำอุโบสถ ถ้าเจรจาไม่ส�ำเร็จ ให้น�ำออกให้พ้น
เขตสีมา เพื่อให้สงฆ์ท�ำอุโบสถ ห้ามท�ำอุโบสถ
ทั้งที่มีภิกษุอื่นอยู่ในเขตสีมา แต่มิได้เข้าร่วม
ประชุม
208  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
24. ถ้าในอุโบสถหรือสังฆกรรมอื่นมีภิกษุ
เป็นบ้า ให้สงฆ์สวดสมมติเพื่อจะได้ท�ำอุโบสถหรือ
สังฆกรรมอื่นโดยไม่มีเธออยู่ด้วย
25. พระมี ๔ รูป ตรัสอนุญาตให้สวด
พระปาฏิโมกข์ ถ้ามี ๓ รูป หรือ ๒ รูป ให้ประชุมกัน
บอกความบริสุทธิ์แก่กันและกัน เรียกว่าปาริสุทธิ
อุโบสถ ถ้ามีรูปเดียว ให้ปัดกวาดสถานที่ คอยภิกษุ
อื่น เมื่อไม่เห็นมา ให้อธิษฐาน คือตั้งใจระลึกว่า
วันนี้เป็นวันอุโบสถ ถ้าไม่ท�ำ ต้องอาบัติทุกกฏ
26. มิให้ท�ำอุโบสถทั้งที่ยังมีอาบัติ ให้แสดง
อาบัติก่อนแล้วจึงท�ำอุโบสถ ถ้าสงสัยในอาบัติก็ให้
บอกแก่ภิกษุรูปหนึ่งก่อน
27. ห้ามภิกษุที่ต้องอาบัติเหมือน ๆ กัน แสดง
อาบัติเช่นนั้นแก่กัน (สภาคาบัติ) ถ้าแสดงหรือรับ
ต้องอาบัติทุกกฏ
28. ถ้าระลึกได้ว่ายังมีอาบัติอยู่ หรือสงสัยว่า
จะต้องอาบัติใดๆ ในขณะฟังพระปาฏิโมกข์ ให้บอก
แก่ภิกษุที่อยู่ใกล้เพื่อรับทราบไว้ เมื่อเสร็จอุโบสถ
จะได้ท�ำคืน
29. ถ้าสงฆ์ต้องอาบัติในเรื่องเดียวกัน (สภา
คาบัติ) ทั้งวัด ให้ส่งพระรูปหนึ่งไปแสดงที่วัดอื่น
ถ้าไม่มีวัดใกล้เคียง ให้ไปกลับภายใน ๗ วัน เพื่อ
หาที่แสดงอาบัติของส่วนรวม
ฯลฯ
210  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  211
อานิสงส์การสวดและการฟัง
พระปาฏิโมกข์ 
โดย พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
“...การสวดพระปาฏิโมกข์ มีอานิสงส์มาก
ทีเดียว ก่อนอื่นเอาเฉพาะผู้สวด ถึงแม้ไม่รู้เรื่อง
จิตก็บริสุทธิ์ เพราะถูกขัดเกลาด้วยความ
เลื่อมใสในพระวินัยที่ตั้งใจสวด จิตมีความรู้สึก
เลื่อมใส มีความเบิกบานในพระธรรมวินัย จิตของ
ผู้สวดนั้นย่อมมีสติ คือระวังไม่ให้เผลอ จิตของผู้
สวดนั้นเป็นสมาธิ จิตของผู้สวดนั้นย่อมอุดม
ไปด้วยปัญญา ย่อมเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย 
มีพระมหาอยู่รูปหนึ่งเป็นพระมหา ๔ หรือ
๕ ประโยค สวดพระปาฏิโมกข์ได้ เสร็จแล้วไม่อยู่วัด
212  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ไปอยู่ป่าออกเดินธุดงค์ ก่อนจะจ�ำวัดก็สวด
พระปาฏิโมกข์ทุกคืนเลย ปรากฏว่าเป็นที่เคารพ
ของเทวดา หลับก็เป็นสุข ฝันก็ฝันดี ท่านเล่าให้
หลวงพ่อฟังว่า ฝันแต่สิ่งมีสิริมงคล อย่างเช่น
ฝันถึงพระรัตนตรัยบ้าง ฝันถึงความสว่างบ้าง และ
ตื่นมาก็เป็นสุข
นอกจากนั้น จิตของผู้สวดยังองอาจกล้าหาญ
เพราะมีความระลึกว่าศีลของเราบริบูรณ์ครบถ้วน
ไปอยู่ในชนหมู่ไหนก็กล้าหาญ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
กับตัวท่านจริงๆ แล้วท่านยังเล่าต่อไปอีกว่าสวด
ทุกคืนก่อนนอน พวกสัตว์ร้าย หรือคนพาลก็ตาม
ไม่เจอเลย แม้บางครั้งที่ประสบภัยพิบัติ ตัวท่านก็
แคล้วคลาด เหมือนว่ามีเกราะก�ำบังภัยอยู่ นี่เป็น
อานิสงส์ที่ท่านได้รับด้วยตัวท่านเอง
อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  213
ส่วนผู้ฟังนั้น ถ้ายังจิตให้เลื่อมใสในบท
พระปาฏิโมกข์แม้ไม่รู้เรื่องก็ท�ำให้จิตสะอาดบริสุทธิ์
เข้าถึงสมาธิได้ง่าย และยิ่งถ้ามีความรู้สึกว่าวันนี้เป็น
วันปาฏิโมกข์เราได้ฟังพระปาฏิโมกข์เพื่อช�ำระจิตของ
เราให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยศีล ศีลของเราจะบริสุทธิ์
ประดุจดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ จิตของภิกษุผู้ฟัง
ก็มีปีติ มีความปราโมทย์ใจ มีกายที่สงบระงับ
เป็นที่ตั้งของสมาธิ สมาธิจิตก็เกิดขึ้นได้ง่าย
บางรูปได้เห็นธรรมะในโบสถ์ ในระหว่างฟัง
พระปาฏิโมกข์เนื่องจากตัวเองไม่รู้เรื่องเพราะฉะนั้น
เวลาฟังก็ปล่อยจิตเข้าไปสู่ภายใน ความเพลิน
ในเสียงก็ดี ความเลื่อมใสในพระปาฏิโมกข์ก็ดี
ความรู้สึกระลึกว่าใจจะสะอาดบริสุทธิ์เพราะฟัง
พระปาฏิโมกข์ และคิดว่าได้อยู่เฉพาะพระพักตร์ของ
214  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท�ำให้จิตรวมเข้าไป
สู่ภายในได้เร็ว เข้าถึงความสว่าง เป็นสุข และมีความ
รู้สึกว่าในระหว่างฟังพระปาฏิโมกข์นั้น ใช้เวลา
ประเดี๋ยวเดียวแค่นั้นเอง ตามปกติมือที่พนมไว้
นานๆ แล้วมันจะเมื่อย แต่พอปล่อยจิตให้เข้าไปแล้ว
ท่านบอกว่าร่างกายข้างนอกไม่รู้เรื่องเลย มีความ
รู้สึกว่าเรากับพระปาฏิโมกข์กลมกลืนเป็น
อันเดียวกันจิตกับพระปาฏิโมกข์ที่สวดนั้นผสม
ผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนรสเปรี้ยว
ในมะนาว รสหวานในน�้ำตาล เพราะฉะนั้นในเวลา
ออกจากโบสถ์จิตของท่านผ่องใสเหมือนจิตถูกช�ำระ
ให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยพระปาฏิโมกข์ พอออกจาก
พระอุโบสถ ผิวพรรณวรรณะเปล่งปลั่งสว่างที
เดียวสว่างและเป็นสุขใจนึกถึงพระปาฏิโมกข์ทีไร
อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  215
ก็นึกถึงดวงจันทร์วันเพ็ญบนท้องฟ้า นึกถึงดวง
จันทร์วันเพ็ญบนท้องฟ้าทีไร ก็นึกถึงดวงธรรม
ภายใน นึกถึงความบริสุทธิ์ของศีล ซึ่งเป็นประดุจ
ปริมณฑลของดวงจันทร์ ที่มีรัศมี มีความสว่างไสว
นี่เป็นอานิสงส์ของพระปาฏิโมกข์เพียง
ส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนเยอะนั้นมากมายก่ายกอง
ทีเดียว กระแสเสียงของการสวดพระปาฏิโมกข์
นั่นนะ ได้แผ่ซ่านออกไปในบรรยากาศ แผ่เป็น
ระลอกคลื่นออกไปเรื่อยๆ เลย ไปยังหมื่นโลกธาตุ
เทวดาเมื่อได้ยินได้ฟังด้วยทิพยโสต (หูทิพย์) ก็เกิด
ความเลื่อมใส เมื่อเทวดาได้ยิน เทวดาก็มองด้วย
ทิพยจักขุ เห็นว่าภิกษุสาวกของพระพุทธเจ้าก�ำลัง
ช�ำระศีลของตนให้บริสุทธิ์ เทวดาก็อนุโมทนา
สาธุการลั่นตลอดโลกธาตุหมดเลย
216  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
การสวดพระปาฏิโมกข์ครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ
พระภิกษุผู้มีศีล เวลาสวดพระปาฏิโมกข์จะมีรัศมีแผ่
ขึ้นไป เทวดาที่เห็นก่อน คือภุมมเทวดา รุกขเทวา
อากาศเทวาเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาดาวดึงส์ยามา
ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ก็รู้เห็นสว่างไป
หมดเพราะว่าถ้อยค�ำในพระปาฏิโมกข์สิกขาบท
แต่ละข้อนั้นเป็นพุทธพจน์ เป็นถ้อยค�ำที่หลั่ง
ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระบรมศาสดา ออก
มาจากศูนย์กลางพระธรรมกาย เพื่อจะให้เป็น
ข้อวัตรปฏิบัติส�ำหรับพระภิกษุ ผู้หวังมรรคผล
นิพพานเป็นแก่นสาร จะได้ยึดเอาไว้เป็นแบบแผน
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านปรินิพพานไปแล้ว
พุทธพจน์หรือสิกขาบทเหล่านี้ ก็เป็นประดุจตัวแทน
ของพระบรมศาสดา
อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  217
เพราะฉะนั้นพระภิกษุผู้สวดสาธยายพุทธพจน์
หรือพระปาฏิโมกข์ ภิกษุรูปนั้นไม่ได้ห่างไกลจาก
พระบรมศาสดาเลย ทุกข้อทุกถ้อยทุกค�ำเป็นเหมือน
ตัวแทนของพระพุทธเจ้าหมดเลย อานิสงส์นี้จะ
ส่งผลให้ภิกษุผู้สวดได้เป็นผู้น�ำต่อไปในอนาคต
ภิกษุผู้สวดสาธยายพระปาฏิโมกข์ได้นั้น
เท่ากับได้รักษาสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ จะ
มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร จะท่องเที่ยว
อยู่ในสองภพภูมิ คือ มนุษย์โลกและเทวโลก
จะมีเกราะคุ้มครองป้องกันกาย วาจา ใจ ไม่ให้ท�ำชั่ว
ไม่ว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติ แม้ด้วยใจ แม้ด้วยค�ำพูด
แม้ด้วยการกระท�ำ อานิสงส์เหล่านี้จะบังคับอยู่ในตัว
คุ้มครองหมด ไม่ให้มีโอกาสในการท�ำความชั่ว
218  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
เมื่อใจหยั่งลงสู่กุศลธรรมมีความสว่างไสว
ภายใน ในการสร้างบารมี จึงท่องเที่ยวอยู่สอง
ภพภูมิ คือ ละโลกจากมนุษย์แล้ว ก็ไปเกิดเป็น
ชาวสวรรค์ หมดก�ำลังบุญจากชาวสวรรค์ ก็มา
เป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นแค่สวด อุโปสถกรณโต
ปุพฺเพ นววิธํ ฯลฯ โอ้โห...ใจ เป็นสุขทีเดียว ใคร
สวดได้ก็ต้องถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลมหาศาล และ
จะมีอุปนิสัยที่ชอบสวดพระปาฏิโมกข์ติดไปในภพ
เบื้องหน้าอีกด้วย พอเจอพระปาฏิโมกข์จะชอบ มี
ใจรัก เบิกบานทีเดียว ชอบมาก นี่มันติดข้ามภพ
ข้ามชาติ หลวงพ่อเลยอยากให้ลูกพระลูกเณรสวด
กันได้ ถ้าใครสวดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง ก็เมื่อย ได้แค่
คิดว่าเมื่อไหร่จะจบสักที
อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  219
ถ้าสวดได้ ผู้สวดใจจะเป็นสมาธิ และยิ่งถ้า
หากว่าผู้สวดนั้นได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน
เป็นพระทั้งภายนอกและภายใน ภายนอก
บวชแบบญัตติจตุตถกรรม ภายในบวชแบบ
ติสรณคมนูปสัมปทา ขณะสวดไป ใจก็หยั่งลง
ธรรมกายภายใน เสียงสวดทะลุเข้าไปถึงกายภายใน
ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด เนื่องกับอายตนนิพพาน
ก้องไปหมด โอ้โห...สนุกจริงๆ นะจะบอกให้ พอ
เทวดาเห็นรัศมีของผู้สวด ก�ำลังเพลิดเพลินอยู่
ในกามาวจร ก็หยุดกึกเลย การเล่นหยุดหมด
หันไปมอง วันกึ่งเดือนมีการสวดพระปาฏิโมกข์
เทพบุตรเทพธิดาประชุมฟังธรรมในธรรมสภาชั้น
ดาวดึงส์ บางครั้งพระอินทร์ท่านก็แสดงธรรม บาง
ครั้งก็พรหมลงมาแสดงธรรมในธรรมสภา พอพระ
220  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ท่านสวดพระปาฏิโมกข์ ก็หยุดเลย มองดู และพูด
กันต่อๆไปเลย พูดกันเลยว่าภิกษุรูปนี้ก�ำลังสวด
พระปาฏิโมกข์อยู่ที่วัดพระธรรมกาย องค์นี้เป็น
สาวกของพระพุทธเจ้าสวดได้ไพเราะเหลือเกิน เสียง
ทั้งลึก ทั้งก้อง กังวาน หยดย้อย ไม่แหบ ไม่เครือ
ไม่พร่า เสียงดุจเสียงมหาพรหม
เป็นปลื้มไหม ถ้าเทวดาพูดอย่างนี้ เป็นปลื้ม
ทีเดียวนะจะบอกให้ เป็นปีติ เป็นปลื้ม เป็นสุขใจเลย
แม้แต่ในสมัยพุทธกาล ภิกษุผู้สวดสาธยาย
พระปาฏิโมกข์ พระอริยสาวก พระอรหันต์ยัง
ต้องฟัง หยุดฟัง พระพุทธเจ้าท่านอนุโมทนาบุญ
ชื่นชมปีติยินดี
ภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ได้ย่อมเป็นผู้น�ำ
ไปทุกภพทุกชาติ ก็คิดดูนะผู้สวดพระปาฏิโมกข์
ได้เป็นผู้น�ำใช่หรือเปล่า และตั้งอยู่ในฐานะผู้ที่ควร
แก่การเคารพสักการะและบูชา เห็นไหม ใครสวด
ได้ก็ไปนั่งข้างบน เจ้าอาวาสยังนั่งข้างล่าง ภิกษุแม้
มีพรรษาน้อย ถ้าสวดพระปาฏิโมกข์ได้ ก็ขึ้นไปนั่ง
บนอาสนะ ภิกษุผู้มีพรรษามากกว่ายังต้องหยุดฟัง
ให้ความเคารพ
ฉะนั้นจะมีอานิสงส์ว่า เกิดไปกี่ภพกี่ชาติก็
แล้วแต่ จะเป็นผู้น�ำมหาชน ได้รับความเคารพ
ได้รับการสักการะ ได้รับความยกย่องชื่นชม
บูชา จะได้อยู่ในฐานะที่ควรแก่การเคารพบูชา
ตลอดไป...” 
222  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
��������������������������������������  223
เทคนิคการทรงจ�ำ
พระปาฏิโมกข์ให้ได้เร็ว 
การที่จะทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ให้ได้เร็วนั้น
มีขั้นตอน และวิธีการ ดังนี้
1. มีความตั้งใจจริง และสัญญากับตัวเองว่าจะ
สวดพระปาฏิโมกข์ให้ได้
2. เมื่อได้หนังสือพระปาฏิโมกข์แล้ว ควรเปิดดู
ภาพรวมของศีลทั้ง๒๒๗สิกขาบทแล้วดูว่ามีกี่หมวด
แต่ละหมวดแบ่งเป็นกี่สิกขาบท แต่ละสิกขาบทสั้น
หรือยาวขนาดไหน
3. ควรฝึกอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านออกเสียง
ให้ถูกต้อง ดูให้ดีตรงไหนเป็นตัวสะกด ตัวไหน
ไม่ใช่ตัวสะกด ตรงไหนเป็น ร หรือ ล ต้องอ่านให้
ถูกต้อง อ่านให้ท่านผู้รู้ฟัง ท่านจะได้แก้ไขทักท้วง
เมื่อเราอ่านผิด อ่านไปเรื่อยๆ อ่านหลายๆ รอบ
การท�ำอย่างนี้ก็เพื่อให้สายตาจ�ำภาพรวมของอักขระ
224  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
บาลีแต่ละข้อๆ และเพื่อให้กล้ามเนื้อลิ้นคุ้นเคยกับ
การออกเสียง
4. เมื่อฝึกอ่านได้ถูกต้องแล้ว ก็ให้เพิ่ม
ความคล่อง และความเร็ว ในการอ่านให้มากยิ่งๆ
ขึ้นไป
5. ท่องทีละข้อๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้อ ๑ ได้
ก่อน แล้วเริ่ม ข้อ ๒ แล้วข้อ ๓ ไปเรื่อยๆ แต่ที่
ส�ำคัญ ก่อนหรือหลังท่องแบบทีละข้อๆ นั้น วันนั้น
ควรอ่านหรือท่องภาพรวมของศีล ๒๒๗ สิกขาบท
ทั้งหมดก่อน เพื่อจะได้เป็นเหมือนแผนที่น�ำทางให้
เราท่องไปได้อย่างง่ายดาย และเพื่อป้องกันการลืม
สิ่งที่ท่องมาก่อนหน้านี้
6. มีความเพียรในการท่องพระปาฏิโมกข์
เนืองนิตย์ ควรใช้เวลาให้เป็นไปกับพระปาฏิโมกข์
ถ้าไม่มีเวลา ควรให้เวลากับพระปาฏิโมกข์อย่าง
น้อยวันละ ๑ ชั่วโมง ถ้าไม่ได้จริงๆ ควรท่องให้จบ
��������������������������������������  225
วันละ ๑ รอบ ถ้าไม่ได้อีก ควรฟังไฟล์เสียง ๑ รอบ
หรือถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ก็ท่องเท่าที่จะท่องได้ และ
ควรมีหนังสือพระปาฏิโมกข์ติดตัวอยู่ตลอดเวลา
เพื่อเป็นสัญญาใจไม่ให้ลืมเป้าหมายในการท่อง
พระปาฏิโมกข์
7. ในช่วงของการฝึกท่องพระปาฏิโมกข์นั้น
ก็ต้องให้ความส�ำคัญกับภารกิจอื่นๆ เหมือนเดิม
ไม่ว่าจะเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหมู่คณะ
กิจวัตรกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติไม่ให้ขาดตก
บกพร่อง
8. อย่าใช้เวลาให้เป็นไปกับสิ่งอกุศลทั้งปวง
เพราะมันจะดึงเราให้หลุดไปจากกุศลธรรมทั้งหลาย
9. ต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์ เพราะศีลที่บริสุทธิ์
จะเป็นปัจจัยท�ำให้ทรงจ�ำได้เร็ว ตรงกันข้ามกับ
ศีลที่ไม่บริสุทธิ์ จะเป็นเหตุให้ล้มเลิกการท่อง
พระปาฏิโมกข์ได้
226  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
10. หมั่นเจริญสมาธิภาวนาเนืองๆ เพราะ
ปัญญาจากสมาธิ จะท�ำให้จดจ�ำได้รวดเร็ว
11. ก่อนเปิดอ่านหนังสือหรือท่องพระปาฏิโมกข์
ควรท�ำสมาธิ เพื่อรวมใจที่ซัดส่าย ฟุ้งซ่านไปในเรื่อง
ราวต่างๆ ให้มารวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน การจดจ�ำ
พระปาฏิโมกข์ จะมีพัฒนาการที่ดี
12. เมื่อท่องจนได้หมดแล้ว ให้ไปซ้อมท่อง
กับพระผู้รู้หลายๆ รอบ ท่านจะได้แนะน�ำเทคนิค
เรื่องราวดีๆ ต่างๆ ให้
13. ก่อนถึงวันสวดจริง ต้องซ้อมสวดให้เกิด
ความคล่องแคล่ว ไม่ติดๆ ขัดๆ มีความไพเราะ
มีเสียงดังกังวาน ไม่แหบเครือ ชัดถ้อยชัดค�ำ
อักขระไม่วิบัติ ควรมีความเร็วในการสวดประมาณ
๓๐ - ๔๐ นาที ซึ่งก�ำลังฟังสบาย และสอบถามเรื่อง
การเปลี่ยนบุพพกิจให้ชัดเจน ว่าปักษ์นี้เป็นปักษ์
ที่เท่าไร เป็นฤดูอะไร ต้องใช้อย่างไร เป็นต้น
นี่เป็นเพียงวิธีการส่วนหนึ่งในการทรงจ�ำ
พระปาฏิโมกข์พอเป็นแนวทางให้ผู้ศึกษาได้น�ำไป
ฝึกทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ และน�ำไปฝึกปฏิบัติให้
เหมาะสมกับความสามารถของตน
228  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
��������������������������������������������������  229
การนับจ�ำนวนพระภิกษุ
ที่มาประชุมฟังสวดพระปาฏิโมกข์
๔ จตฺตาโร ภิกฺขู
๕ ปญฺจ ภิกฺขู
๖ ฉ ภิกฺขู
๗ สตฺต ภิกฺขู
๘ อฏฺ ภิกฺขู
๙ นว ภิกฺขู
๑๐ ทส ภิกฺขู
๑๑ เอกาทส ภิกฺขู
๑๒ ทฺวาทส ภิกฺขู
๑๓ เตรส ภิกฺขู
๑๔ จตุทฺทส ภิกฺขู
๑๕ ปณฺณรส ภิกฺขู
๑๖ โสฬส ภิกฺขู
๑๗ สตฺตรส ภิกฺขู
๑๘ อฏฺารส ภิกฺขู
๑๙ เอกูนวีสติ ภิกฺขู
๒๐ วีสติ ภิกฺขู
๒๑ เอกวีสติ ภิกฺขู
๒๒ พาวีสติ ภิกฺขู
๒๓ เตวีสติ ภิกฺขู
๒๔ จตุวีสติ ภิกฺขู
๒๕ ปญฺจวีสติ ภิกฺขู
๒๖ ฉพฺพีสติ ภิกฺขู
๒๗ สตฺตวีสติ ภิกฺขู
๒๘ อฏฺวีสติ ภิกฺขู
๒๙ เอกูนตฺตึสติ ภิกฺขู
๓๐ ตึสติ ภิกฺขู
๓๑ เอกตฺตึสภิกฺขู
230  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
๓๒ ทฺวตฺตึสภิกฺขู
๓๓ เตตฺตึสภิกฺขู
๓๔ จตุตฺตึสภิกฺขู
๓๕ ปญฺจตฺตึสภิกฺขู
๓๖ ฉตฺตึสภิกฺขู
๓๗ สตฺตตฺตึสภิกฺขู
๓๘ อฏฺตฺตึสภิกฺขู
๓๙ เอกูนจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๐ จตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๑ เอกจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๒ เทฺวจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๓ เตจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๔ จตุจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๕ ปญฺจจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๖ ฉจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๗ สตฺตจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๘ อฏฺจตฺตาฬีสภิกฺขู
๔๙ เอกูนปญฺาสภิกฺขู
๕๐ ปญฺาสภิกฺขู
๕๑ เอกปญฺาสภิกฺขู
๕๒ เทฺวปญฺาสภิกฺขู
๕๓ เตปญฺาสภิกฺขู
๕๔ จตุปญฺาสภิกฺขู
๕๕ ปญฺจปญฺาสภิกฺขู
๕๖ ฉปญฺาสภิกฺขู
๕๗ สตฺตปญฺาสภิกฺขู
๕๘ อฏฺปญฺาสภิกฺขู
๕๙ เอกูนสฏฺี ภิกฺขู
๖๐ สฏฺี ภิกฺขู
๖๑ เอกสฏฺี ภิกฺขู
๖๒ ทฺวาสฏฺี ภิกฺขู
๖๓ เตสฏฺี ภิกฺขู
๖๔ จตุสฏฺี ภิกฺขู
๖๕ ปญฺจสฏฺี ภิกฺขู
��������������������������������������������������  231
๖๖ ฉสฏฺี ภิกฺขู
๖๗ สตฺตสฏฺี ภิกฺขู
๖๘ อฏฺสฏฺี ภิกฺขู
๖๙ เอกูนสตฺตติ ภิกฺขู
๗๐ สตฺตติ ภิกฺขู
๗๑ เอกสตฺตติ ภิกฺขู
๗๒ เทฺวสตฺตติ ภิกฺขู
๗๓ เตสตฺตติ ภิกฺขู
๗๔ จตุสตฺตติ ภิกฺขู
๗๕ ปญฺจสตฺตติ ภิกฺขู
๗๖ ฉสตฺตติ ภิกฺขู
๗๗ สตฺตสตฺตติ ภิกฺขู
๗๘ อฏฺสตฺตติ ภิกฺขู
๗๙ เอกูนอสีติ ภิกฺขู
๘๐ อสีติ ภิกฺขู
๘๑ เอกาสีติ ภิกฺขู
๘๒ ทฺวาสีติ ภิกฺขู
๘๓ ตฺยาสีติ ภิกฺขู
๘๔ จตุราสีติ ภิกฺขู
๘๕ ปญฺจาสีติ ภิกฺขู
๘๖ ฉฬาสีติ ภิกฺขู
๘๗ สตฺตาสีติ ภิกฺขู
๘๘ อฏฺาสีติ ภิกฺขู
๘๙ เอกูนนวุติ ภิกฺขู
๙๐ นวุติ ภิกฺขู
๙๑ เอกนวุติ ภิกฺขู
๙๒ เทฺวนวุติ ภิกฺขู
๙๓ เตนวุติ ภิกฺขู
๙๔ จตุนวุติ ภิกฺขู
๙๕ ปญฺจนวุติ ภิกฺขู
๙๖ ฉนวุติ ภิกฺขู
๙๗ สตฺตนวุติ ภิกฺขู
๙๘ อฏฺนวุติ ภิกฺขู
๙๙ เอกูนสตภิกฺขู
232  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
๑๐๐ สตภิกฺขู
๑๐๑ เอกุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๒ ทฺวยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๓ ตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๔ จตุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๕ ปญฺจุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๖ ฉฬุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๗ สตฺตุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๘ อฏฺฐุตฺตรสตภิกฺขู
๑๐๙ นวุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๐ ทสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๑ เอกาทสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๒ ทฺวาทสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๓ เตรสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๔ จตุทฺทสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๕ ปณฺณรสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๖ โสฬสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๗ สตฺตรสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๘ อฏฺารสุตฺตรสตภิกฺขู
๑๑๙ เอกูนวีสุตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๒๐ วีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๒๑ เอกวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๒๒ ทฺวาวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๒๓ เตวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๒๔ จตุวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
๑๒๕ ปญฺจวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
��������������������������������������������������  233
  บรรณานุกรม 
มหามกุฏราชวิทยาลัย. สฺยามรฏฺสฺส เตปิฏกํ
วินยปิฏเก. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์
มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๕๓
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย
พระวินัยปิฎก. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙
สุชีพ ปุญญานุภาพ, พระไตรปิฎก ฉบับส�ำหรับ
ประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ ๑๖. กรุงเทพฯ : มหามกุฏ-
ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์, ๒๕๓๙
คณาจารย์แห่งโรงพิมพ์เลี่ยงเชียง, พุทธประวัติ
ฉบับมาตรฐาน. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
เลี่ยงเชียง, ๒๕๔๐
ส�ำนักงานวัดพระธรรมกาย กองการคณะสงฆ์.
 ระเบียบปฏิบัติของพระสงฆ์ โดย พระธรรมวโรดม
(บุญมา คุณสมฺปนฺโน). พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพ์ เอส. เอ็ม. เค. พริ้นติ้ง จ�ำกัด, ๒๕๕๓
มูลนิธิธรรมกาย. วิสุทธิวาจา ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๒, ๒๕๔๔
ศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมทายาท.คู่มือธรรมทายาท,๒๕๕๓
แสวง อุดมศรี. พระวินัยปิฎก ๒. พิมพ์ครั้งที่ ๒.
กรุงเทพฯ:มหาจุฬาบรรณาคารศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๓
ชมรมผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ วัดพระธรรมกาย. คู่มือ
พระปาฏิโมกข์ ฉบับวัดพระธรรมกาย. พิมพ์ครั้งที่ ๑.
กรุงเทพฯ : บริษัท ทองฟองเอ็นเตอร์ไพรส์ จ�ำกัด, ๒๕๓๙
ชมรมผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ วัดพระธรรมกาย.
ภิกขุปาฏิโมกข์ บาลี - แปล. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพ์ เอส. เอ็ม. เค. พริ้นติ้ง จ�ำกัด, ๒๕๔๘
พระภิกษุลูกพระราชฯ. ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ. พิมพ์ครั้ง
ที่ ๑, ๒๕๔๖
กองวิชาการ(01). สวดมนต์ฉบับวัดพระธรรมกาย. พิมพ์
ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ เอส. เอ็ม. เค. พริ้นติ้ง
จ�ำกัด, 2554
236  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
รายนามเจ้าภาพ
ผู้ร่วมบุญ
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  237
  น้อมบูชาธรรม 
แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  น้อมบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ 
พระมงคลเทพมุนี (หลวงปู่สด จันทสโร)
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
พระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว)
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาทองสุก ส�ำแดงปั้น
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
238  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
บูชาธรรมโดย
  เจ้าภาพกิตติมศักดิ์พิเศษ 
วัดพระธรรมกายกุมมะ
พระนิสิตสถาบันธรรมชัย
พระภิกษุรุ่นบูชาธรรม 68 ปี พระเทพญาณมหามุนี
พระภาณุ โอภาสโก และกัลฯเทอดพงศ์ - ณัฏฐ์สุดา - พัชรพล -
โสภิณ - กมลทิพย์ พลบุตร
พระมหาทศพร ปุญฺงฺกุโร
พระมหาแสงชัย คุณทฺธโร - กัลฯมณฑิรา ทรัพย์เหมือน และครอบครัว
พระวัฒน์ชานนท์ วริทฺธิโก - กัลฯพงษ์สุวัชร - ลัดดาวัลย์ -
รุจิรพันธุ์ ยงคุณานันท์
พระวิภาช ทนฺตจิตฺโต และครอบครัวกาญจน์อาภากร
พระวิษณุ อคฺคทีโป กัลฯพิศุทธ์ - เสลาลักษณ์ - ปัญจพล -
บุญภัทร จุรีเกษ
กัลฯขันชัย - บุษบาวดี - พลอยกระพริบ ศรลัมพ์
กัลฯนที - กัลฯแดนธีระ - กัลฯอรุณวรรณ ตั้งพิสุทธิพงษา
กัลฯนิตยา จรุงจิตต์
กัลฯบรรณพจน์ - บุษบา - พลภูมิ ดามาพงศ์
กัลฯประกอบ - ศรีจันทรา - กัญญา - กมลรัตน์ ใต้ธงชัย
และครอบครัว
กัลฯอภิชาติ - นงกรณ์ จิวัจฉรานุกูล และครอบครัว
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  239
คุณพ่อเซี่ยะกิม - คุณแม่เชียง แซ่ตั้ง และครอบครัวธนสมานโชค
คุณพ่อทองเคลือบ – คุณแม่มณี ชนะเพีย
นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต
พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท
บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จ�ำกัด
Warangkhana + Marvin + Justin Khampoo - Hufer
  เจ้าภาพกิตติมศักดิ์ 
พระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง พระธรรมทายาท รุ่นแสนเข้าพรรษา
ปี ๒๕๕๕ ระเบียง ๓
กัลฯเกียรติชัย - เพ็ญจันทร์ - ชวิน ล้อจักรชัย
กัลฯจักรกฤษณ์ ทะรารัมย์
กัลฯจันทนี แซ่ตั๊ง พร้อมครอบครัวแซ่ตั๊ง และครอบครัวสัมปชัญญกุล
กัลฯจิดาภา วิลคินสัน และครอบครัว
กัลฯพัชรี - ธิดารัตน์ กาหา
กัลฯอรพิม สุขพูล และครอบครัว
Ponpahn - James Ebdon
240  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  เจ้าภาพกิตติมสุข 
คณะกัลยาณมิตร วัดพระธรรมกายปารีส
คณะสงฆ์ - อุบาสก - อุบาสิกา - กัลยาณมิตรวัดพระธรรมกายโตเกียว
วัดพุทธตูลูส ฝรั่งเศส
วัดพุทธนอร์ดไรน์ - เวสฟาเลนท์ ประเทศเยอรมันนี
พระกิตติฤทธิ์ อิทฺธิาโณ
พระฉัตรชัย ฉตฺตมงฺคโล และทีมงานธรรมนคร -
พระวรรณพงษ์ จิรวณฺโณ และครอบครัว
พระภิกษุรุ่น ๒๖ “Twenty - six พลิกโลก”
พระมหาอภิชาติ ฌานวโร และครอบครัว ลักษณ์ธนากุล
พระมหาอภิเชษฐ์ มุทุจิตฺโต
ส.ณ.ณัฐพล - สมชัย ภูวนาฏภิญโญ - กัลฯสุวรรณา ด�ำรงเวชศักดิ์
กัลฯจุฬา - ธัญญ์ชนก ศิริเชาวนิชการ
กัลฯชิดพงษ์ กวีวรวุฒิ และครอบครัว - ส�ำนักพิมพ์เอ็ม ไอ เอส จ�ำกัด
กัลฯธันยา พลพงษ์ (คาน)
กัลฯธิดา - ทองค�ำ เธียรสวน
กัลฯปัณณธร ภัทรธนวนิช
กัลฯภัสร์ศุภดา ราชฐานะวร
กัลฯวิทูรย์ มีมา - รัตนา อาสนเศวตร - ธนวิชญ์ มีมา
กัลฯวิริยะ - มาลี - มาณี เปี่ยมกุลวนิช
กัลฯสมชาย - นิภาพรรณ จิวัจฉรานุกูล และครอบครัว,
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  241
บจก. รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977)
กัลฯสุธีรา ปิยะบวร
กัลฯอนุวัฒน์, สุภัทรา, นิรันธน์, อนัญญา ศีตมโนชญ์
กัลฯอารีย์ - TERUYUKI - ARIYA - TAKAKO SAKUMA
คุณยายพนอ ลิ่มปาเฐียร - นุชนาถ - น้อยกร - คุณเกรียงศักดิ์ แซ่ช่าง
และร้านสรีธรรม สาขาชัยรัตนธรรม จ.เลย
นพ.ประกิตพันธุ์ - อ.ประภัสสร - ด.ช.ธรรม์ ทมทิตชงค์
  เจ้าภาพอุปถัมภ์ 
บูชาธรรมพระธรรมกายทุกๆ พระองค์
โดย กัลฯกนกวรรณ พรพจมาน
บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ โดย แก้วภูธรภาคเหนือ
บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ โดย พระฐานุศักดิ์ สีลธโร
และคณะญาติมิตร
มหาปูชนียาจารย์ โดย พระทวีศักดิ์ านารโห
มหาปูชนียาจารย์ โดย พระธนกรณ์ สุภโรจโน
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พม.พรหมพินิจ โกวิทธมฺโม
และญาติมิตร
242  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหากฤตนัย รตนปญฺโ
และครอบครัวเอกรักษาศิลป์ชัย
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาณัฐชัย วรงฺกุโล
และคณะญาติมิตร
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาธีระชัย ธีชชโย
และครอบครัวอัศวชัยโสภณ
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาอภิวัตร คุณวฑฺโฒ
และครอบครัวโพธิทัพพะ
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาอรรถพล กุลสิทฺโธ
และคณะญาติมิตร
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรม โดย ลูกหลานหลวงปู่
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหานภดล คมฺภีรธมฺโม
และครอบครัวเสนา
มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย กัลฯสุรัตนา คล้ายอุบล
และครอบครัว
หลวงปู่สด จันทสโร บูชาธรรมโดย กัลฯศศินันท์ - กมลรัตน์ -
ธนิตถ์ ครอบครัวเสริมเลขาวิลาศ
พระเทพญาณมหามุนี บูชาธรรมโดย พระประทีป ปทีโป
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  243
พระกมล กมโล
พระกรวิชญ์ กนฺตวิชฺโช
พระกริชชัย อคฺคสิทฺโธ
พระกฤตธี สกฺกปญฺโ
พระกฤษณ์ กาญฺจนชโย
พระกวีศักดิ์ กิตฺติรกฺโข
พระกัมพล กนฺตวีโร
พระกานต์ าณกนฺโต
พระกิตติคุณ สิริคุโณ
พระกุศล สุภเนตฺโต
พระขจรพงศ์ นีโน่ เขมวํโส
พระขจรศักดิ์ ปุากโร
พระครูใบฎีกาประดิษฐ์ อริญฺชโย
พระครูปลัดนายกวรวัฒน์
พระครูวิเทศปัญญาภรณ์
พระครูสมุห์วิจักษ์ สุทธิวโร
พระครูสังฆรักษ์ปรเมษฐ์ ปรมสจฺโจ
พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก
พระครูสังฆรักษ์สมชาย สุคนฺโธ
พระค�ำหล้า สุวโจ
พระจรัล ภูรินนฺโท
พระจักรกฤช ธีรมูโล
พระจิตตกร ถิรธมฺโม
พระจิรเชฏฐ์ เชฏฺวํโส
พระจิระศักดิ์ จรณสมฺปนฺโน
พระเจริญชัย นวคุโณ
พระเจษฎา มหิทฺธิโก
พระฉัฐกิติ ชยานนฺโท
พระฉัตรชัย มณิวโร
พระชัยพร วริโต
พระชาญชัย ปิยธมฺโม
พระชาญยุทธ เอกสิทฺโธ
พระไชยา ภาวรสทฺโท
พระณรงค์จักร กุสลยุตฺโต
พระณรงค์ศักดิ์ ปญฺาพโล
พระณัฐพงษ์ ปญฺาสิริ
พระติณณภพ สมฺปนฺนคุโณ
พระไตรพร ผรณปญฺโ
พระถวัลย์ศักดิ์ ยติสกฺโก
พระถาวร ถาวโร
พระทรงพล ขนฺติธมฺโม
พระทรงวุฒิ ชยวุฑฺโฒ
พระทรงสิทธ์ สิทฺธิธโร
พระธรรมรงค์ สิริธมฺโม
พระธวัชชัย คุณากโร
พระธานินทร์ าณินฺโท
พระธีรเดช ทิตฺตวีโร
พระธีระ อตฺตทนฺโต
พระธีรภัทร์ าณภทฺโท
พระนพณัช าณคฺโค
พระนราธิป พลากโร
พระนราเศรษฐ์ เชฏฺธมฺโม
พระนิพนธ์ วรวํโส
พระนิรันดร์ สุวีโร
พระบุญช่วย จนฺโทภาโส
พระประกฤติ ปยฺาธโร
244  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
พระประพันธ์ ิตสุโข
พระประพุทธ พุทฺธิพโล
พระปรัชญกมล คุตฺตปุโ
พระปรีดา ธีรกุโล
พระปวิทัย วชิรวิชฺโช
พระปวีณ โฆสโชโต
พระผจญ เถรธมฺโม
พระพงศ์ธร กิตฺติพนฺโธ
พระพนมชัย อตฺตชโย
พระพศุตม์ วฑฺฒวํโส
พระพัสถาน านุตฺตโร
พระพัสรัฐ กนฺตรตโน
พระพิทักษ์ชัย สิทฺธิวโธ
พระพุทธวัจน์ หฏฺมโน
พระเพิ่มพงษ์ ฉนฺทวฑฺโฒ
พระมงคล มงฺคโล
พระมนต์ชัย มนฺตชโย
พระมหาเกียรติศักดิ์ กิตฺติวณฺโณ
พระมหาค�ำสาย อินทฺปญฺโ
พระมหาจิระยุทธ จิรวํโส
พระมหาเฉลิม ปญฺาภรโณ
พระมหาชาติชาย ตกฺกสรโณ
พระมหาณัฐพงศ์ มณิสุโข
พระมหาธนณัฏฐ์ กิตฺติปญฺโ
พระมหาธนวัฒน์ ฉนฺทวฑฺโฒ
พระมหาธีระวัฒน์ วิสุทฺธิชโย
พระมหานพดล เตชชโย
พระมหานักรบ ขนฺติมโน
พระมหาพลวัฒน์ อรุณโชโต
พระมหาพันธ์สุวิชญ์ อธิวิชฺโช
พระมหาภูมินทร์ านสิทฺโธ
พระมหามนตรี จริตมนฺโต
พระมหายุทธพงษ์ วีรวํโส
พระมหาวันชัย ขนฺติปรโม
พระมหาวันชัย พลคุโณ
พระมหาวิชชา อธิวิชฺโช
พระมหาศตวรรษ ธมฺมวํโส
และ น.ท.หญิงบุญเยี่ยม สืบจากโกสีย์
พระมหาสมบัติ อินฺทปญฺโ
พระมหาสุเจน จนฺทวโร
พระมหาสุทธิชัย สุทฺธิชโย
พระมหาสุริยัณห์ อมโร
พระมหาโสพล สุพโล
พระมหาไสว สุวณฺณภาโส
พระมหาอภิชาติ ฌานสุโภ
พระมหาอมร เทวธมฺโม
พระมหาอาริยะ โอทาโต
พระมหาอิสระพงศ์ ธมฺมิสฺสโร
พระวรพล กิตฺติปุญฺโ
พระวสุพล ภทฺทสีโล
พระวัชรชัย จิตฺตวชิโร
พระวัชระ สมาจาโร
พระวัฒนชัย หิตวฑฺโฒ
พระวันเฉลิม สมวํโส
พระวิชชุรัชย์ สกฺกวโร
พระวิชัย ปุณฺณธมฺโม
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  245
พระวิทยา จนฺทวิชฺโช
พระวีระ ธมมฺวีโร
พระวีระพล วชิรจิตฺโต
พระศราวุฒิ านวโร
พระศักดิ์สิทธิ์ านยุตฺโต
พระศิรศักดิ์ สิทฺธิเตโช
พระศุภชัย ภทฺรชโย
พระสถาพร ฌานวิชฺโช
พระสมคิด สีลคุตฺโต
พระสมชาย ขนฺติธมฺโม
พระสมบูรณ์ จิตฺตทนฺโต
พระสมประสงค์ ทีปวิชฺโช
พระสมพงศ์ เขมินฺโท
พระสมพงษ์ จนฺทโรจโน
พระสมยศ ปุณฺณยโส
พระสมศักดิ์ นาถสกฺโก
พระสมศักดิ์ จนฺทสีโล
พระสรรชย นาคชโย
พระสันติ ถิรสนฺโต
พระส�ำเนียง สุตปตฺโต
พระสิทธิพัฒน์ สกฺกวํโส
พระสิริ คุณากโร
พระสุชิน สุชิโน
พระสุทัศน์ ทตฺตเขโม
พระสุธีร์ อภิธีโร
พระสุพจน์ จตฺตมโล
พระสุรนาถ ปการชโย
พระสุรพรชัย สมจิตฺโต
พระเสถียร จินฺตากโร
พระเสรี สิริสมฺปนฺโน
พระเสวียน ฌานสุโข
พระแสนคม สุขจิตฺโต
พระอดิศักดิ์ อติสกฺโก
พระอดุลย์ คุณภทฺโท
พระอนวัช ภูริวโร
พระอนันท์ อุคฺคพโล
พระอนุชา อิทฺธิพทฺโธ
พระอะตอม สุเทโว
พระอาจารย์สุผล ชาตธมฺโม
พระอาทร ปุณฺณยโส
พระอ�ำนาจ อินฺทชโย
พระอิสรภาพ อาจรสมฺปนฺโน
พระอุดม ถิรวฑฺฒโน
พระอุดม ยติสฺสโร
โครงการอบรมพระวิสามัญ และพุทธบุตรอาสา
พระ ดร.พงศ์ศักดิ์ านิโย และครอบครัวคงคารัตนรักษ์
พระกมล สุหชฺโช และญาติมิตร
พระกฤตสร กิตฺติมงฺคโล และครอบครัววงศาโรจน์
พระกล้าณรงค์ าณวีโร และครอบครัวโตนดแก้ว
พระกานต์รวี านจนฺโท และครอบครัวทวีโรจนกุล
246  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
พระการุณ การุญฺโก และญาติมิตร
พระกิตตะวัน ปญฺาชโย และคณะญาติมิตร
พระกิตติพงศ์ สิริชโย และครอบครัวศิลาวราเวทย์ - กิ่งโพยม
พระกิตติศักดิ์ กิตฺติธโร และครอบครัววงศ์ศิริธร
พระเกฏตรินทร์ ปญฺาชโย และครอบครัว
พระเกียรติขจร าณกิตฺติโก และครอบครัวตั้งจรูญวานิชย์
พระไกรพิชญ์ สจฺจาธิโก และกัลฯมนัสนันท์ สุชาติกุลวิทย์
พระขจรยศ ขนฺติสุโภ - ครอบครัวหลิมสิริภาพ
พระคุณากร เมตฺติธโร และครอบครัว
พระจิรประวัติ วรจิตฺโต และครอบครัวคิดค้า
พระจิรเวท จิรวิชฺโช และครอบครัวนัยน์พาณิช
พระฉัฐกิติ - ณัฐพัชร์ - อภิมน - ธนภัส - ชุณท์ธวัช ไชยกฤยานนท์
พระเฉลิมพล อาชิโต และครอบครัว
พระชวลิต อตฺถโชโต
พระชัชวงศ์ เขมโชโต และครอบครัวฐิติโชติพณิชย์
พระชัชวาล ทิตฺตมงฺคโล และครอบครัวอุดมโชคมงคล พร้อมคณะญาติมิตร
พระชัยณัฐ สุทฺโธทาโต และครอบครัวขาวสุวรรณ
พระชัยวัฒน์ คุณวฑฺฒโน และครอบครัวประภาส - วิไลลักษณ์ คูวัธนไพศาล
พระชัยวัฒน์ ชยวฑฺฒโน และครอบครัวนากสกุลรัตน์
พระชาญณรงค์ ปคุณธมฺโม, กัลฯทัศนีย์ โคตรสมุทร
พระณรงค์ ทนตฺจิตฺโต กลุ่มทันต์จิตต์
พระณรงค์ กิตฺติปาโล และครอบครัวธิติมาพงศ์
พระณัฐวุฒิ วุฑฺฒินนฺโท และญาติมิตร
พระณัฐวุฒิ อธิวุฑฺโฒ และคณะญาติมิตร
พระด�ำรงเกียรติ ถิรโสตฺถิโก และครอบครัวรินเที่ยง - ริค้า
พระต่อชัย ชยธโร และคณะญาติมิตร
พระตะวัน - พระก�ำพล - พระรจเสน - พระรุ่นแสนระเบียง 2
พระถนอมศักดิ์ ธมฺมปาโล และครอบครัวค�ำจารย์
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  247
พระถนัด วรปญฺโ และคุณพ่อแท่น - แม่จ�ำปี ทหารพงศ์
พระทวีรัตน์ ชยวฑฺฒโน และคณะญาติมิตร
พระทองเพียร สิริทตฺโต และสามเณรเตรียมพุทธศาสตร์
พระเทียนชัย ปญฺารกฺโข, กัลฯปริมประภา ทองระอา
พระธนพล กิตฺติวีโร และครอบครัววิสุทธาพงศ์ชัย
พระธนา กิตฺธโร และครอบครัวกาญจนภูพิงศ์
พระธนิตศักดิ์ สกฺกธมฺโม และครอบครัวประโลมรัมย์
พระธรณิศ จารุวํโส และคณะญาติมิตร
พระธรรมทายาท รุ่นเข้าพรรษา ปี ๒๕๕๕ ศูนย์นาป่า จ.เพชรบูรณ์
พระธีระยุทธ์ สิริคุตฺโต และคณะญาติมิตร
พระนคร โกวิทวํโส พร้อมเครือญาติ และส�ำนักงานกัลยาณมิตร อ.เทิง จ.เชียงราย
พระนเรศ รํสิสฺสโร และครอบครัวสุวรรณรังสิมา
พระนฤชา สิทฺธตฺเตโช และครอบครัว
พระนิพนธ์ ธมฺมพนฺโธ และครอบครัว
พระนิวัฒน์ ยติวฑฺฒโน และผู้ร่วมอนุโมทนาบุญ
พระบรรจง สกฺกธมฺโม และครอบครัว
พระบุญเยี่ยม ปาสาทิโก, กัลฯตฤณพรรษ - ทิพยรัตน์ ต�ำนานวัน
พระปนัสย์ ณฏฺมโน, ปเมศ - สชน ประเสริฐยิ่ง และญาติมิตร
พระประธาน คุณวีโร, ธานี-สมปอง-ปทุมวดี-รักบุญ โชติอรรคณิต
พระประนัย อคฺคชโย และผู้มีบุญทั่วทั้งจักรวาล
พระประสิทธิ์ อนงฺคโณ และครอบครัว ลวชัยโยธิน
พระประสิทธิ์ วิจกฺขโณ และครอบครัวช่วยเกื้อ
พระปรัชญา ปญฺาธิโก และกลุ่มเชื่อมสายบุญกับมหาปูชนียาจารย์
พระปริยพล ยุตฺตวิชฺโช และผู้มีบุญทุกท่าน
พระปัญญาทวี อติเมโธ และสหธรรมิก
พระปิยวัฏ ปิยวโร และครอบครัวเนตรประเสริฐศรี
พระปุณยวีร์ ขนฺติวีโร, กัลฯวสุนทรา พิทักษ์วรชัย
พระพงษ์ศิริ ปริปุณฺโณ และครอบครัว
248  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
พระพงษ์สิทธิ์ ปสุตธมฺโม และครอบครัว
พระพรเฉลิม ฉนฺทวโร และคณะ
พระพลศักดิ์ านสกฺโก ศูนย์การแปล และสื่อภาษาต่างประเทศ และคณะญาติมิตร
พระพรมสรร อภิวฑฺฒโน และครอบครัวพิทยาวิวัฒน์กุล
พระพสธร เขมธโร และครอบครัวเลิศเศวตวงศ์
พระพันธุ์เอก านสกฺโก และครอบครัวพัฒนพนิชธ�ำรงค์
พระพิเชฐ อคฺคโรจโน - กัลฯกองมหาธรรมกายเจดีย์
พระพี่เลี้ยงกลุ่ม 8 รุ่นแสนเข้าพรรษา ‘ 55 ระเบียง 3
พระภาณุวัฒน์ รณญฺชโย และคณะญาติมิตร
พระภานุพันธ์ อตฺถวโร และญาติมิตร
พระภิกษุรุ่น 14 ลูกพระธัมฯ และมหาเศรษฐีคู่บุญวิชชาธรรมกาย
พระภิกษุรุ่น 20 ตามติดมหาปูชนียาจารย์
พระภิกษุรุ่น 21 “ส�ำเร็จทุกอย่าง”
พระภิกษุรุ่น ๒๓
พระภิกษุรุ่น 25 “คว้าธงชัย”
พระภิกษุรุ่นแสน เข้าพรรษา ‘ 55 ระเบียง 3 กลุ่ม 8
พระมงคล ภทฺทมงฺคโล และครอบครัวพี่น้องญาติมิตร
พระมนูญ คุตฺตธมฺโม และญาติมิตร
พระมหาแก้วปัญญา ปญฺาชโย, กัลฯสมเดช - วาสนา, เกษฏา, จุรีรัตน์ หินกล้า
พระมหาชัฏพงศ์ กตปุญฺโ, กัลฯประยุกต์ - มัทนา ฉายทองดี
พระมหาชัยฟ้า ธญฺกุโล และกองบุญมหาทานบารมี ๑ เดือน ๑๑
พระมหาธเนศร์ านรโต และครอบครัวทรัพย์สมบูรณ์
พระมหานพพร ปุญฺชโย และครอบครัวบุญญธรรม
พระมหาบันเจตร์ ถิรจิตฺโต และคณะญาติ
พระมหาประเสริฐกิจ สุเมโธ และกลุ่มบุญอัศจรรย์อนันตกาล
พระมหามนต์ชัย อภิชาโน และครอบครัวศรีเทพ
พระมหาวิเชษฐ์ เชฏชโย และญาติมิตร
พระมหาวิรุฬ ธมฺมารกฺโข และครอบครัว
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  249
พระมหาวีรวุฒิ อมโร และครอบครัวสายวิเศษ
พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย และคณะญาติมิตร
พระมหาศรายุทธ ิตคุโณ และญาติมิตร
พระมหาศุภเกียรติ สุภกิตฺติโก และกลุ่มบุญพารวย
พระมหาศุภชัย สุภชโย กัลฯบุญญ์กัญญ์ แดงตนุ และครอบครัว
พระมหาสรพงษ์ สมวํโส และครอบครัววงษาเกษ, ทองระอา
พระมหาสาธิต สมาจาโร และครอบครัวนันติวานิช
พระมหาสุทธิชัย สุทฺธิชโย และเจ้าหน้าที่ C-Com ศรัทธาภิบาล
พระมหาสุทธินารถ าณชโย และคณะญาติมิตร
พระมหาสุภวัฒน์ เมธิโก และครอบครัว
พระมหาสุรัตน์ อคคฺครตโน และครอบครัวเหลืองธาดา
พระมหาอโนทัย สุทฺธิพโล และครอบครัว
พระมหาอภิรักษ์ ยโสธโร และชมรมบัวขาว - มีนบุรี
พระมหาอัศนัย วิสฺสุตชโย และครอบครัวค�ำจีน
พระมหาอาคม สนฺติชโย ปธ.9 - กัลฯชม - ประพันธ์ เครือพิมาย
และ กัลฯธาวดี พริ้งรักษา
พระมัชฌิมา คุตฺตชีโว
พระรุ่งโรจน์ อาภาโรจโน และญาติมิตร
พระเรืองศักดิ์ เตชวโร และกลุ่มแก้วพุทธจักร
พระวชร อคฺควฑฺฒโน และครอบครัวเกรียงเจริญศิริ
พระวชิรศักดิ์ วุฑฺฒิชโย - กัลฯก้อง - เฉลียว - พชระ แก้วไซเทียน
พระวัลลภ ธีรวฑฺฒโณ และครอบครัว
พระวิเชียร วชิราโณ และพระภิกษุรุ่น ๑๖
พระวีรวุฒน์ มนวีโร และคณะญาติมิตร
พระวุฒิชัย ทิพฺพวุฑโฒ และครอบครัวหมอนทอง
พระศราวุฒิ านวโร และโยมพ่อ โยมแม่
พระศักดา วิชฺชากโร และกัลฯทองมา - แบ้ง แสนเวทย์
พระศักดิ์ชัย จารุชโย และครอบครัว
250  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
พระศักดิ์สิทธิ์ ปญฺาสกฺโก - พระมหิทธร จนฺทสโม
พระสกล นนฺทรตโน - กัลฯมานิตย์ - กัลฯซิ้วลั้ง และครอบครัววรรัตน์ญานนท์
พระสมโภชน์ อตฺตชิโน และครอบครัวสิงขรณ์ พร้อมคณะญาติมิตร
พระสมาธิ สนฺตจิตฺโต และครอบครัว
พระสหวัจน์ กวิทตฺโต และครอบครัวแก้วทัต
พระสังวรณ์ ธมฺมสํวโร และครอบครัวสัตตารัมย์
พระสันติราษฎร์ อุปสนฺโต และครอบครัวศรีสมบัติ
พระสุขสันต์ สุขสนฺโต และครอบครัวฟ้าลี
พระสุขสันต์ ทีปธมฺโม และพระพีรพัชร ถิรธมฺโม
พระสุธินนท์ สนฺตินนฺโท และครอบครัวพัสดุธาร
พระสุทธิพงศ์ สิริวฑฺฒโน กัลฯอุดม - พาณี รัตนยันท์
พระสุธี โกวิโท และญาติมิตร ชมรมส่งเสริมคุณธรรม ต.คลองสาม
พระสุเนตร ฉฬภิญฺโ พร้อมคณะกัลยาณมิตร
พระสุบงกช นิสมฺมกาโร และครอบครัวพันธ์ค�ำภา
พระสุพัฒน์ นิพนฺโธ และครอบครัว
พระสุภัสร์ ปภสฺสโร และครอบครัวจิระอธิกุล
พระสุรชัย ชยสโม และครอบครัวเสมอภาค
พระสุรวัฒน์ สุพนฺธโก และครอบครัว
พระสุรศักดิ์ สุราโ และครอบครัว KUMADA
พระสุรศักดิ์ สุรสกฺโก, สุมัชญา - สุมิตรา - วัลลภ หาญสุขวรพาณิช
พระสุวัจชัย ทิตฺตธมฺโม และกัลฯกัญญาภัค มณีรัตน์
พระสุวิชัย อธิชโย และธรรมทายาทรุ่นผู้บริหาร
พระโสรัจน์ รตนวํโส และครอบครัว
พระหลิงเจี้ยนเหวิน าณวุฑฺโฒ และครอบครัว
พระอรรควัฒน์ สุวณฺณวโร และครอบครัว
พระอรรณพ เปมสีโล และคณะญาติมิตร
พระอรรถกร ภทฺทธมฺโม และคณะกัลยาณมิตร
พระอวิรุทธ์ อภิฉนฺโท และคณะญาติมิตร
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  251
พระอัมรินทร์ สนฺติธมฺโม และครอบครัว
พระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง และสามเฌรเตรียมสถาบันธรรมชัย
พระอาจารย์พระพี่เลี้ยง และสามเณรใหม่ ร.ร.เตรียมพุทธศาสตร์เขาแก้วเสด็จ ปี 55
พระอารยะ พลาธิโก และครอบครัว
พระอ�ำนาจ อินฺทรตโน - กัลฯดวงพร ปิ่นธนรัตน์
พระอิศเรศ อิสฺสโร และลูกพระธัมฯประเทศมองโกเลีย
พระอุกฤษฏ์ ชยุตฺตโม และญาติมิตร
พระอุดม อุตฺตมจิตฺโต และครอบครัวจิตรนิมิตร
พระเอกชัย ชยวณฺโณ และกองบริการงานบุญ
พระเอกลักษณ์ สุภธมฺโม และครอบครัวโหรารัตน์
พระโอภาส ปญฺาโภ - กลุ่มบุญธาตุธรรมพิเศษเขตใน
พระโอรัญ อคฺควิชฺโช และพ่อแม่ และคณะญาติโยม
พอจ. พพล. ธทย.เข้าพรรษา ศูนย์กัลฯพิจิตร
วัดพุทธสตอกโฮล์ม สวีเดน
ส.ณ.ชูชัย แก้วหงษา และครอบครัว
ส.ณ.วรวิวรรธน์ - ด.ช.วรเทพ อาจภิรมย์ พร้อมครอบครัว
สามเณรญาณวรุตม์ - กัลฯสุภาพ - นงเยาว์ - วรรณิดา กสิวงศ์
และคณะญาติมิตร
สามเณรดุสิต คชเดช และครอบครัว
สามเณรทรงพล และครอบครัวแสงสาร
สามเณรธรรมรัตน์ มาตขาว
สามเณรธัชธรรม ตั้งบูรณะกูล และครอบครัว
สามเณรธิติ วารีศรี
สามเณรธีรากานต์ ทาวี - ด.ช.ไกรสิทธิ์ ทาวี และครอบครัว
สามเณรนครินทร์ คุ้มดี
สามเณรยศพล - ร.ต.วิชัย - จิตตา - จิตติมา สาตร์เพ็ชร์
สามเณรโรงเรียนเตรียมพุทธศาสตร์ ร่นที่ 14
สามเณรวาทิศ ค�ำแท้
252  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
สามเณรศุภากร หิรัญศรี
สามเณรสุชาติ อินตอง
กัลฯกนกพร กาญจนวัฒนา
กัลฯกนิษฐากาญจน์ สุขเหลือง
กัลฯกมล เถลิงนวชาติ
กัลฯกรวรรณ นิลพฤกษ์
กัลฯกฤษณา มะสีผา
กัลฯกอบกุล แววนิลานนท์
กัลฯกัญญา พิทักษ์เงินดี
กัลฯกัณหา อรรณพเพ็ชร
กัลฯกิจภูสุข โกสุมสุภพล
กัลฯกิรณา ศรีอรัญ
กัลฯขจรศักดิ์ ถาวรประเสริฐ
กัลฯขวัญ บวรพาณิชย์
กัลฯขวัญชนก จงไมตรีพร
กัลฯขวัญลดา จงไมตรีพร
กัลฯขวัญศิริ ถาวรประเสริฐ
กัลฯคุณัญภา ทวีกุล
กัลฯจันทนา เมฆวิลัย
กัลฯจามร อ�่ำน้อย
กัลฯจารุณี แสนดวง
กัลฯจ�ำนงค์ ภู่มะพลับ
กัลฯจิตรสุดา พงษ์กิ่ง
กัลฯจิรภัทร ราชบุรี
กัลฯจิระภา โอกาว่า
กัลฯจิราพร พุกชูนาม
กัลฯจิราภรณ์ อุครานันท์
กัลฯจิราภรณ์ คุเรฮะ
กัลฯจีรภัทร เตชะกุลชัยนันท์
กัลฯจุฑาทิพย์ ก่อเกื้อ
กัลฯจุฑามาศ ดีเวียง
กัลฯเจนจิรา ด�ำรงค์ไทย
กัลฯเจนธรรม จงประดิษฐ์กุล
กัลฯเจริญ เถลิงนวชาติ
กัลฯใจรัสมิ์ วิบูลย์โชติ
กัลฯฉวีวรรณ กลิ่นจุ้ย
กัลฯฉัตรชัย อนันตวิเชียร
กัลฯเฉลียว และครอบครัว
กัลฯชฏาวีณ์ ไชยภูริพัฒน์
กัลฯชลอ กรเกษมศิริ
กัลฯชลิดา จันคณานนท์
กัลฯช่อเอื้อง วาตาเบะ
กัลฯชัยภัฏ ต้นสน
กัลฯชัยยศ เตชะทวีวัฒน์
กัลฯชัยรัตน์ ศิริรักษ์
กัลฯชุติมา บุญศิริวัฒนกุล
กัลฯชุติมา ยุทธนานุกูล
กัลฯญาณวัฒน์ พึงพุ่ม
กัลฯญาณี Greiner
กัลฯญาศิธร ธนนพภัทร์
กัลฯณัฏฐ์ วงษ์ทองดี
กัลฯณัฐกาณฐ์ เรืองหิรันวานิช
กัลฯณัฐชา ปู่นะ
กัลฯณัฐณิชา สุขพิงค์
กัลฯณัฐนันท์ วิธัญญโคตร
กัลฯณัฐพัชร์ แพร่ชินวงศ์
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  253
กัลฯณัฐสินี โชติเสถียรธรรม
กัลฯณัดพงษ์ ถาวรประเสริฐ
กัลฯดวงกมล ทองคณารักษ์
กัลฯดวงนภา ภูพิมล
กัลฯแดงตราด รวยตลอด
กัลฯตวงทอง ถาวรประเสริฐ
กัลฯเตือนตา บุญวงษ์
กัลฯทัชกร เตชะกุลพงศ์
กัลฯทิพวัลย์ วงค์ปาน
กัลฯธนกร กลิ่นใย
กัลฯธนกฤต เตียภัทรปัญญา
กัลฯธนพร ลุนลา
กัลฯธนาวนิช ช้างเขียว
กัลฯธราพงษ์ วัฒนจันทร์
กัลฯธวัชชัย สุขพิงค์
กัลฯธัญญกรณ์ อาจการ
กัลฯธัญเทพ นันทะวราการ
กัลฯธัญธร เรืองหิรันวานิช
กัลฯธามวรานนท์ ศิระไพบูลย์
กัลฯธีระพล จันทองพูน
กัลฯนงลักษณ์ ทากาฮาชิ
กัลฯนนทพร คูหาทอง
กัลฯนรินทร์ ครองสมบัติ
กัลฯนัยนา ศิริรักษ์
กัลฯนิภานันท์ กองเพ็ง
กัลฯนิลเนตร อ่อนชาติ
กัลฯนุชนภา กลิ่นใย
กัลฯเนาเอะ ทะน่าเบ๊
กัลฯแน่งน้อย พันธุ์มีเชาวน์
กัลฯบรรณารัตน์ พลับสุขี
กัลฯบังอร รักสุทธี
กัลฯบุญธิดา เลิศด�ำริห์การ
กัลฯบุญวรรณ สุจริตวรกุล
กัลฯเบญจวรรณ มนัสไพบูลย์
กัลฯปภาอร กรเกษมศิริ
กัลฯประคอง หนูแก้ว
กัลฯปราโมทย์ ลักขณาภิชนชัช
กัลฯปรียนันท์ ห้วยหงษ์ทอง
กัลฯปานทิพย์ เนโมโตะ
กัลฯปาริชาต วีระประสิทธ์
กัลฯปุณณภา กรเกษมศิริ
กัลฯผาณิตา ดวงมณีมรกต
กัลฯพงศ์ธนา จงเอี่ยมสุนทร
กัลฯพนิตา สุรชัยกุลวัฒนา
กัลฯพรจันทร์ ลูกอินทร์
กัลฯพรทิพย์ จ�ำเริญศรีสกุล
กัลฯพรปรียา แก้วบุญเรือง
กัลฯพรพิมล สุเมธาวัฒนะ
กัลฯพรรณประภา กลิ่นจุ้ย
กัลฯพฤกษา ไพรรุ่งเรือง
กัลฯพัชนี บุญธรรมจิต
กัลฯพัชรีพร ศุภพิพัฒน์
กัลฯพัทธสิวลี วิธัญญโคตร
กัลฯพันธ์วิเชียร สุดโตเจริญ
กัลฯพิชญา ศรีแดง
กัลฯพิเชฐ รัตนยันต์
254  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
กัลฯพิมพ์ประภัทร์ สุดโตเจริญ
กัลฯพีรญา ขุนพิทักษ์
กัลฯพูนทรัพย์ แสนระลึก
กัลฯภคมน เถลิงนวชาติ
กัลฯภัททิรา ยิ่งเจริญภักดี
กัลฯภัทรวรรณ รัตนยันต์
กัลฯภัษมา ชิวหวรรณ
กัลฯภิญญา เถลิงนวชาติ
กัลฯมุกดา หมื่นรัตน์
กัลฯเมธาวดี จงไมตรีพร
กัลฯเมษธิดา วันใจ
กัลฯยุทธการ กลิ่นใย
กัลฯรจรินทร์ ขจีเจริญกุล
กัลฯรวิวรรณ ศรีสวัสดิ์
กัลฯรัดเกล้า ลิ่วเฉลิมวงศ์
กัลฯรัตนพร โนซะวะ
กัลฯรัศมี กานาย
กัลฯรุจนา นิยมศิลป์
กัลฯละไม สร้อยอินทร์
กัลฯละเอียด ซาคะโยริ
กัลฯลักขณา ภูมิสิทธิ์
กัลฯลาวัลย์ ธนาสว่างกุล
กัลฯวนิดา เชดเลอร์
กัลฯวรนุช เลาหวัฒน์
กัลฯวรรณธนา ยิ่งสง่า
กัลฯวรรณ์นา ฉัตรแก้ว
กัลฯวรรณภา สังฆรัตน์
กัลฯวราวุธ วรรธนาคม
กัลฯวสันต์ แซ่ตัน
กัลฯวสุด เรืองหิรันวานิช
กัลฯวัชชญา เถลิงนวชาติ
กัลฯวันทพล งามดี
กัลฯวาสนา มาร์ติน
กัลฯวาสนา สุขพิงค์
กัลฯวิกานดา ลิมป์ธนาภิลัคน์
กัลฯวิทูรย์ ไทยลา
กัลฯวิภาดา รักความสุข
กัลฯวิลาวัณย์ นักษัตรมณฑล
กัลฯศรีประไพ จันลุทิน
กัลฯศศิกานต์ ส�ำราญจิตร์
กัลฯศันสนีย์ กาญจนสุวรรณ
กัลฯศิริพร ชื่นประเสริฐ
กัลฯศิริเพ็ญ เมธารมณ์
กัลฯศุภวิทย์ ชะนะ
กัลฯศุภาวดี สะระศรี
กัลฯสนั่น เปลี่ยนศักดิ์
กัลฯสมเชษฐ หนูแก้ว
กัลฯสมบูรณ์ เนตยกุล
กัลฯสมปอง เฮืองค�ำใส
กัลฯสมพร นันทวงศ์ดวงศรี
กัลฯสมร แก้วใส
กัลฯสมศักดิ์ ขัตตุพงศ์วณิช
กัลฯสลีนา เอี่ยมประชา
กัลฯสารนันท์ ก่อกิจฤกษ์ชัย
กัลฯสิทธิเดช คงสอน
กัลฯสิริกมณ ควรเอี่ยม
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  255
กัลฯสิริรัตน์ สุขใจ
กัลฯสุกันยา กุสุมภ์
กัลฯสุขุม ราญรอน
กัลฯสุคนธา แก้วแดง
กัลฯสุจารวี มหามงคล
กัลฯสุจิราภร ไชยพิมพ์
กัลฯสุชาติ ตั้งเลิศผลานนท์
กัลฯสุทัตตา คุโบตะ
กัลฯสุปรีดา ลอยเดือนฉาย
กัลฯสุภัฒน์ เชิดชูบัณฑิต
กัลฯสุภาภร Lundqvist
กัลฯสุวรรณา รอดอินทร์
กัลฯสุวิมล นฤมิตร
กัลฯแสงมณี อิทธิวรากร
กัลฯโสภิศ ฮามาซากิ
กัลฯอนงค์ เพ็งพา
กัลฯอรพินท์ เถลิงนวชาติ
กัลฯอรรถวุฒิ รัตนยันต์
กัลฯอรวรรณ รัตนสุภา
กัลฯอรอวรรณ นันทวรรณ
กัลฯอัฐพล ค�ำมงคล
กัลฯอัมพา ทองเงิน
กัลฯอัมรา นาเมืองรักษ์
กัลฯอาภรณ์ จิ้งจ่าย
กัลฯอาภรณ์ วงศ์เวียง
กัลฯอารมณ์ มงคลลักษณ์
กัลฯอินทรา กิติโกเศศ
กัลฯอุมารัชนี แก้วบุดตา
กัลฯเอกชัย สว่างภพ
กัลฯเอื้อมพร ปุญญพัฒน์สัตกร
กัลฯไอ๊ช คุโบตะ
กัลฯฮิโรมิ คุโบตะ
กัลฯฮีโร่ คุโบตะ
กัลฯฮีโร่ ซือกิยาม่า
ครอบครัวธนกาญจน์
ครอบครัวยิ่งสง่า
ครอบครัวฤทัยวณิช
ครอบครัวศิริเกษร์
คุณกุลพรภัสร์ ทิพย์ชโนทัย
คุณเกรียงศักดิ์ เรืองศรีไชยะ
คุณธมนพันณ์ ทิพย์ชโนทัย
คุณพ่อเทพ แซ่เฮง
คุณแม่จ�ำรัส กุจิรพันธ์
คุณแม่ลูกจันทร์ ศิริวรา
ด.ช.ฐานันดร หมั่นการ
ด.ช.ทินภัทร อนุรักษ์
ด.ช.ภีม ปานโต
ด.ช.มาโปรด เทพฉิม
ด.ญ.มนัสนันท์ ปุญญพัฒน์สัตกร
ด.ญ.รตณภัส มณีฉาย
ดร.ชุลีพร โพธิ์เหลือง
ดร.อภิรภรณ์ วาสวกุล
ดร.เอกพล เมธารมณ์
นพ.ยศพนธ์ ปองทอง
ผศ.ดร.สุวัฒน์ อธิชนากร
พ.ต.ท.พีรพัทธ บุญพุทธ
256  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
พ.อ.อ.เชาวลิต ทิมสวัสดิ์
พญ.ฑัญภมร บุญแข็งเก่ง
พล.อ.ต.พลินทร์ ทิมบรรเจิด
แม่ชีโสภา นนท์สุราช
แม่อวน พรหมเลิศ
กลุ่มจตุจักรผดุงธรรม
กลุ่มบ�ำเพ็ญบารมี
กลุ่มบุญต่อเนื่องทับทวี
กลุ่มบุญศักดิ์สิทธิ์อจินไตย
กลุ่มมัชฌิมา และญาติมิตรภาค
นครหลวง 4
กลุ่มรถวัดปากน�้ำภาษีเจริญ
กลุ่มรวยทะลุฟ้า
กลุ่มรัตนโชติ, จุดออกรถสนามหลวง
กองภาพลักษณ์องค์กร ส�ำนักสื่อสาร
องค์กร
กัปตันเพทาย - ภารณี - ธนภูมิ - ณัชพล สุขสว่าง
กัลฯกชกร - วศค - ไกรสรสวัสดิ์
กัลฯกนกพร กาญจนวัฒนา
กัลฯกรกนก แสงศศิธรชัย และคณะญาติมิตร
กัลฯกฤษฎาวรรณ สายหงษ์ และครอบครัว
กัลฯกัญญานันท์ สุขมากอนันต์ และครอบครัว
กัลฯกัษกร - ดิษกร จอมสิรโชติ
กัลฯกาญจนสิริ อินทะวง - Akira Kobayashi
กัลฯแก้ว - แป้น ชนะเพีย และครอบครัว
กัลฯแก้วปสุตา - ผานิต - ด�ำรัส - จรัสศรี - อาทิตย์ ธรรมริยา
กัลฯโกษม - ธนภร แจ่มจันทร์ชนก และครอบครัว
กัลฯไกรศรี - นุชรักษา - นฤมล ทองทิว
กัลฯไข่มุก - SEIICHI OKAMURA, KENTO KAWAHARA
กัลฯคัสสึ - นาง คิมูระ
กัลฯคุณพ่อศักดิ์ - คุณแม่ศุภกร - ณัฑณีย์ ชลายุทธ
กัลฯจรรยา - ด.ญ.บุญแก้ว, แม่จรี โยชิโอะ คุวาบาร่า พร้อมครอบครัว
กัลฯจริยา - Makoto ค�ำพันธ์
กัลฯจะเด็ด - หนูจีน - จักรวาล สุวรรณธรรมา
กัลฯจ�ำนวน - รุจี - รัศมี - จันทิมา - ธีราพรรณ - จารุวรรณ กัลยานมิตตา
กัลฯจ�ำลอง - สริตา และครอบครัวจูงทรัพย์
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  257
กัลฯจิติมา - นพ.ณัฐพงศ์ ณ นคร และครอบครัว
กัลฯจินดารัตน์ TAKAAKI SASAGAWA  TOKYO BUSINESS FORUM
กัลฯจิรโชติ ลิ้มทอแสงศิลป์ พร้อมครอบครัว
กัลฯจิรบุญย์ จิตรเกษมราตรี - ศุภพิชญ์ บุตรค�ำชิต - ลลวลัย ธนวิริยาปภา
กรณ์ - กานดา จันทรากิตติพงศ์ - วิวรรธน์ชัย เรืองศรี และครอบครัว
กัลฯจิราพร - จิรพัฒน์ จิตต์ถือ
กัลฯเจนจิรา พันธุ์รักษ์ พร้อมครอบครัว
กัลฯเจริญ พันธุ์มณี และครอบครัว
กัลฯเจี่ยบักกุย - ลี้เซี่ยมเกียว
กัลฯชฎารัตน์ คาโต และครอบครัว
กัลฯชนันต์ - ปาริชาติ - รัสนันท์ - ลักษณ์ทิพย์ - ชิดชนก - ศิรดา ลิ่มกังวาฬมงคล
กัลฯชนิษฐา เล็กค�ำด้วง และ WONG SIEW LEE
กัลฯชลิตา - ปริญรัตน์ ทาเคดะ
กัลฯชวลิต กรรมสาธก - น�้ำเพชร อภิบุญญาวรกุล
กัลฯชวลิต สถิรวาณิช และครอบครัว
กัลฯชัชวาลย์ - สุนันทา - ชรีรัช ทศรัตน์
กัลฯชัยสิทธิ์ - ธิดารัตน์ ศิริโพธิ์
กัลฯชาณิดา รัตนกัญจน์ - กัลฯนาถลดา ตะวันกาญจนโชติ
กัลฯชาตรี - มัลลิกา บุญสูง และครอบครัว
กัลฯชิดชนก ชมนาวัง และครอบครัว
กัลฯชุติกานต์ - สมชาย - สุวรรรภุมิ เพียรอรรถสาร
กัลฯชุมพล - จันทร์เพ็ญ เพ็งด้วง
กัลฯชูศรี ประกอบดง และครอบครัว
กัลฯฐกลพัศ - สรัลพร เจนจิวัฒนกุล และครอบครัว
กัลฯฐิติรัตน์ ฐิติวราธนเลิศ และครอบครัว
กัลฯณธเดช - ณธษา จอมสิรโชติ
กัลฯณัฏฐิกร ลิ้มโอฬารสุขสกุล พร้อมครอบครัว
กัลฯณัฐธีรา พจน์ธนพร, กัลฯวิชัย - ด.ช.สิริภูมิ ลาภหลาย
258  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
กัลฯณัฐพงษ์ อัครชวัลวัฒน์ และครอบครัว
กัลฯณัฐพร ตวงสินธุรัตน์ และครอบครัว
กัลฯณัฐมนัส โสภาสาย และครอบครัว
กัลฯณิชาภา - ศุภกร นาคประสิทธิ์
กัลฯดร.รัชดา แสงทอง พร้อมครอบครัว และครูอาจารย์
กัลฯตรีณภา ณัฏฐ์ชิตา กมลรัตน์ และครอบครัว
กัลฯเตี้ย - เรไร - คทาวุฒิ - พงศธร เขียววิไล
กัลฯไตร - วาสนา - ภาษิต ศุขสมใจ - นิตยา - HIROKOZU KUMADA
กัลฯทวนเทพ ศรีเพชร - ศุภกานตร์ ขาวนอก พร้อมครอบครัว
กัลฯทวิวรรณ บุญยอ และครอบครัว
กัลฯทวีชัย - สิริมน - สิริมา - สรวิศ - สุบุษบา ชัยสุวรรณ
กัลฯทองค�ำ - เคอิจิ , ด.ญ.อาโกะ, ด.ญ.ริโกะ นากาโอะกะ พร้อมครอบครัว
กัลฯทองใบ ยารักษ์ - อุไร สังเกตุ
กัลฯทองอินทร์ - บรรลุ ไชยปัญหา และครอบครัว
กัลฯทุเรียน - Makoto-Masato Eri Ito และครอบครัว
กัลฯเที่ยง - ผัน แก้วเงิน และครอบครัว
กัลฯธงชัย - นันทพร - ไพโรจน์ แต่งเจริยพาณิชย์ และครอบครัว
กัลฯธงชัย - ลักษมี - วรพจน์ สุวรรณอักษร
กัลฯธนเดช - ธัญภา เตชะกุลพงศ์
กัลฯธนพรรณ - ปฐมใจ - สิริพิณ คุณานุรักษพงษ์
กัลฯธนู ชูสม - อมรศักดิ์ ทองภู่
กัลฯธรรมศักดิ์ - ถาวร - ชนาภัทร กิจพ่อค้า
กัลฯธัชชัย - ราวรรณ แก่นมณี
กัลฯธิติ กิติสิน และครอบครัว
กัลฯธีรยุทธ - อัญชสา อังกุรนาค
กัลฯนงลักษณ์ - ชินอิจิ ไซโตะ
กัลฯนพดล - ขัตติยา โขวัฒนชัย
กัลฯนพอนันต์ - ชัชชญา - ณัฐวัฒน์ พูลทรัพย์
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  259
กัลฯนภัสสรณ์ เหมะสุคนธมาศ, เกียรติพงศ์ - พีรยจันทร์ น้อยใจบุญ
กัลฯนภา แซ่ตั้ง - จันทรา โกมลสุรเดช และครอบครัว
กัลฯนราภัทร วงศ์ดาว และครอบครัว
กัลฯนฤมล - SYOTA YAMASAKI - นวลปรางค์ พระขันเพชร
กัลฯนันทพล พุทธพงษ์ และครอบครัว
กัลฯนิจนันทน์ เอี่ยมจ�ำนงค์ และครอบครัว
กัลฯนิรัญ ครองสมบัติ - กัลฯพิไลวรรณ ไพลด�ำ
กัลฯนิรันดร์ - ประทุม ปาละกูล
กัลฯนิสา คาวาคามิ - เมธาวินี แสงเพ็ชร
กัลฯเนตริยา จรัลวิกรัย และคณะ
กัลฯบงกช มัณฑะจิตร และครอบครัว
กัลฯบรรจบ - ลัดดา - สันติ - สุขสันต์ - เตชาพิสุทธิ์, วัลลภ กัณหะเสน
กัลฯบังอร พลต้น และครอบครัว
กัลฯบัญชา ศรีบุรินทร์ เปมิกา ขายของ
กัลฯบัวขาว ขันโธ และครอบครัว
กัลฯบุญธรรม กุนหอม และครอบครัว
กัลฯบุปผาชาติ ศรีลาภ และครอบครัว
กัลฯเบญจา ปัญญาคม และครอบครัว
กัลฯปฑิตา วรพิพัฒน์ พร้อมทั้งครอบครัว
กัลฯปณิธิ อยู่วิจิตร และครอบครัว
กัลฯปณิธิ อยู่วิจิตร พร้อมครอบครัว
กัลฯประกอบ - รุจิรา สายรัตน์
กัลฯประชุม เสถียรรัตนชัย และครอบครัว
กัลฯประภาส - ลักขณา - ด.ช.ภควัต - ด.ช.ติณณภพ เพ็ชรวงษ์
กัลฯประมูล - อร่าม อนุชปรีดา
กัลฯประวิทย์ - ลัดดา - ปรีดา - ปรีดี - ปนัดดา ปุญญวานิช
กัลฯประวีณ วงศ์เทียมจันทร์ - นฤมล แก้วทอง
กัลฯประสงค์ สกุลวงศ์วัฒนา และครอบครัว
260  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
กัลฯปราณี - คะนึง พะลัง
กัลฯปราณี อุดจันทร์ และครอบครัว
กัลฯปรีชา - สายใจ - สุจิรา บัวสงค์
กัลฯปรีชา สิทธิกรกวิน - กัลฯนรา สันทัด
กัลฯปรียานันท์ และรินทร์ลภัส กวินภาณุเศรษฐ์
กัลฯปาณิสรา - กิมลุ้ย เอี่ยมกุศลกิจ , กัลฯอภิโชติ วงษ์เงิน
กัลฯปานใจ - อัญญรัตน์ - แพรวพรรณ สีมารัตน์
กัลฯปิติ - วันทนา - อาทยา - ปิยนันท์ - ชุติมน บุญสูง
กัลฯปิยนุช ตั้งเสริมกิจ - จุฑาทิพย์ ก่อเกื้อ
กัลฯปิยะรัฐ - วิภา อะดุงเดชจรูญ
กัลฯไปรยดา - โคอิจิ - คิหมิเอะ เอโนะโมโตะ
กัลฯผ่องศรี ยุทไธสง และครอบครัว
กัลฯฝ่งเวงแฉ่ง - ฉั่นออยเผ่ง - จินนา - วันเพ็ญ - อรุณ เสวนะบัณฑิตแพทย์
และครอบครัว
กัลฯพงศ์พันธุ์ - บุษยมนตร์ ศุภเวชพงศ์ พร้อมครอบครัว
กัลฯพจน์ - พัชรา ศรีแดง และครอบครัว
กัลฯพนอ ลิมปิษเฐียร - ภูริชญ์ วันชัย
กัลฯพนัส - เตือนใจ จันทรังษ์
กัลฯพรชัย - ปฐม - กนกรัตน์ - วรวรรณ - ธฤต ภิญโญ
กัลฯพรรษพร - มนตรี - ตรีพร - ปัณณวิชญ์ สุขสว่าง
กัลฯพรหมพัมน์ - ด.ช.ปารเมษฐ์ ซื่อสัตยาศิลป์ - กัลฯวลัญช์ลักษณ์ สวาทยานนท์
กัลฯพศวีร์ - จันทร์วิภา - ธกร - กานดา อนันต์ฐานิต
กัลฯพสก - ญาณิศา - เกรซ - อ๊อด ทองระอา
กัลฯพัชรินทร์ - จึงสี - สุปรียา เซ่งเจง - เซียวฮึง แซ่เตี่ย
กัลฯพัฒน์นรี - พณสร ธรรมพ้นภัย และครอบครัว
กัลฯพิชฎา - ภาณุพงศ์ - เยาวภาณี - สุทธิพงษ์ พัฒนวงศ์อนันต์
กัลฯพิมพกา กาญจนนพวงศ์ และครอบครัว
กัลฯพิมพ์ยุพา - คุณชนานิภาวีร์ รดาจิรานิตย์ และครอบครัว
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  261
กัลฯพิศวง - ทองอินทร์ - สุทิน - สุฑาทิพย์ จันทร์เพ็ญ และครอบครัว
กัลฯพิสิทธิ์ - ภัคชลี - ด.ญ.ธรรมาภรณ์ อังค์สุธาสาวิทย์
กัลฯเพชรรัตน์ ตันตินิรามัย บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์,บิดา - มารดา, ผู้มีพระคุณ
กัลฯเพ็ญนภา - ธชภัค ปิยจิรกาล และกัลฯสัตชม ตั้งนิธิชัย
กัลฯเพ็ญศรี ริมวิทยากร และครอบครัว
กัลฯเพิ่มศักดิ์ - อรัญญา - ฉัตรชุดา ชีวาวัฒนานนท์
กัลฯไพโรจน์ - ดร.จารุณี ตันติเวชวุฒิกุล และครอบครัว
กัลฯภัทรพร รัตนนันทวาที
กัลฯภาคิน - นลินี - ฟ้าใส - ปพณ หิรัญศรี
กัลฯภาณุภณ - ปิยจิต ชิวปรีชา
กัลฯมยุรี - จรูญ จิตต์ถือ และครอบครัว
กัลฯมลิวัลย์ - วชิระ - ชุลีพร ช่วงรังษี
กัลฯมะลิ วิคลุนด์ และครอบครัว
กัลฯมาณพ - วรารัตน์ - มหัทธนา - มหัทธน เค้ามาก
กัลฯมายูมิ โมริน่า คาตะโอกะ
กัลฯมารศรี อุสาหะ และญาติมิตร
กัลฯมาลี - ชะลอ - อัคธัช - อรศิริ ชวนะพงศ์
กัลฯยุพา รอดอินทร์ และครอบครัว
กัลฯยุภา มาซาฮีโร่ และครอบครัว
กัลฯรวิวรรณ และครอบครัวมีช้าง
กัลฯรวิสรา บัณฑิต และครอบครัว
กัลฯรังสรรค์ - บุญมี รัตนนันทวาที
กัลฯรัชดา - นฎา - นรุตม์ นิยมศิลป์
กัลฯรัฐกร เกิดศิลป์ และครอบครัวทุกคน
กัลฯรัตติยากร - พ่อนาย - แม่สังวาลย์ สุขจิตต์
กัลฯรัตนา ปริญญาตร - วิลาวัลย์ มหาเกตุ
กัลฯราตรี เอิทลุนด์ และครอบครัว
กัลฯรินทร์ธนัน - อินท์ชลิตา คงประเสริฐกุล และครอบครัว
262  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
กัลฯเรวัต - มณฑกานต์ - ปัณณทัต บุญทอง
กัลฯล้อม ดัลส์การ์ด เย็นเซ่น และครอบครัว
กัลฯลักขณา รัตนทรานนท์ และครอบครัว
กัลฯล�ำพู โกศัลวิทย์ เพื่อแม่สาคร
กัลฯล�ำใย - ลิ้นจี่ - สายัณต์ แก้วอินชัย
กัลฯเลขา กนิษฐกุล และรุ่งนภา พงษ์ศิริ
กัลฯเลี้ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ และครอบครัว
กัลฯวนิดา - MR.LAURENT BUSSARD
กัลฯวรรณา - เสงี่ยม - สมบูรณ์ - อรพิน ยงยุทธ
กัลฯวรรณา เอี่ยมเจริญ และครอบครัว
กัลฯวรรษิดา ซาคาตะ - กัลฯไพโรจน์ ทองน้อย
กัลฯวราภรณ์ - ชวลิต วงศาฟู
กัลฯวราภรณ์ ตั้งจรูญวานิชย์ และครอบครัว
กัลฯวัฒนา - ลักขณา - พัศกร -โชติกา ภูมิสิทธิ์
กัลฯวานิช - สุวรรณ วานิชสัมพันธ์ และบุตรธิดา
กัลฯวาสนา สุขหอม และครอบครัว
กัลฯวาสิตา เอี่ยมสด และครอบครัว
กัลฯวิฑูรย์ ขันโธ และครอบครัว
กัลฯวิพล - สุชาดา นราศร
กัลฯวิภาดา เจริญภูมิ - คะสึยะ ฟุนาฮาชิ พร้อมครอบครัว
กัลฯวิโรจน์ - สมจิตต์ หัสสวรพันธุ์ และครอบครัว
กัลฯวิไล - Mr.Koji Jindo พร้อมครอบครัว
กัลฯวิไลพร บุตรดาจันทร์ และครอบครัว
กัลฯวิไลพร ฟูจินาวา , อังคนา ยอดสุบัน
กัลฯวิวัฒน์ - กัลยา - ทิพย์วรรณ - อภิสิทธิ์ - อภิญญา - กฤษณ์ อัคราวานิช
กัลฯวีณา เพิ่มพานิช และครอบครัว
กัลฯวีรสิทธิ์ โตสวัสดิ์ และครอบครัว
กัลฯศรีนวล ค�ำสาย พร้อมลูกหลาน
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  263
กัลฯศรีฟ้า สุทธิประเสริฐ - อัยลดา ค�ำพิลา
กัลฯศรุตยา - สมชาย อัศววงศ์ตระกูล
กัลฯศักดิ์ชัย - วนิดา พีชะพัฒน์
กัลฯศิริ - สุจินดา - จิตรารี โรหิตธรรมพร
กัลฯศิริขวัญ แก่นทอง พร้อมครอบครัว
กัลฯศิริพร วัฒนจันทร์ และครอบครัว
กัลฯศิริลักษณ์ - สาธิต - คมศักดิ์ สุริยาวรกุล
กัลฯศิริศักดิ์ สาลีสิงห์ และครอบครัว
กัลฯสงัด - ละออง - พิมพ์หทัย ไตลังคะ
กัลฯสนิท - กชกร มณีกุล
กัลฯสมคิด - นิทัศ เคียงมะโน พร้อมครอบครัว
กัลฯสมจิตต์ - ทองมา ชนะเพีย และครอบครัว
กัลฯสมจิตร บุญกองแก้ว และครอบครัว
กัลฯสมจิตร พันธุ์มณี และหมู่ญาติ
กัลฯสมพณ - ดวงชีวัน - พีท ตั้งทวีกูล
กัลฯสมโภชน์ - เยาวลักษณ์ - สุชัญญา ศรีสว่างอรุณรุ่ง
กัลฯสมรภูมิ - ทิพวรรณ - หาญณรงค์ วงษา
กัลฯสมศรี - นิโลบล ศิริสมบัติ
กัลฯสมศักดิ์ - พรทิพย์ - ศุภฤกษ์ - สุภาวดี วิลาทอง
กัลฯสมศักดิ์ - พัชรีรัตน์ ภู่ทอง
กัลฯสมสิน เสถียรรัตนชัย และครอบครัว
กัลฯสมหมาย มาอิตะ และครอบครัว
กัลฯสมาน วงบุญ และครอบครัว
กัลฯสว่าง - ผกามาศ แก้วเมืองค�ำ และหมู่คณะ
กัลฯสอาด บุญเพิ่ม และครอบครัว
กัลฯสาธิต ลีละสุวัฒนากุล พร้อมครอบครัว
กัลฯสายชล ภาคพรม และครอบครัว
กัลฯสาวิตรี ขันโธ และครอบครัว
264  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
กัลฯส�ำรวม วงษ์สอาด และครอบครัว - กัลฯวรรณา ปั้นวงษ์ และครอบครัว
กัลฯส�ำรวย วิพันธุ์เงิน และครอบครัว
กัลฯส�ำรวย - อ�ำนาจ - ปรียานารถ - อัตรนาท หนูทอง
กัลฯสินีนาฎ - กมลวรรณ - กมลพร เกศวพิทักษ์
กัลฯสิริมา แจ้งกระจ่าง พร้อมครอบครัว
กัลฯสิริวรรณ - สิริรัตน์ หัสสวรพันธุ์
กัลฯสุกัญญา แสวงทรัพย์ และครอบครัว
กัลฯสุกัญญา ชลอ�ำนวย และครอบครัว
กัลฯสุจิตรา ทองแดง และครอบครัว
กัลฯสุชาติ - จิรนันท์ แก่นนอก พร้อมครอบครัว
กัลฯสุชาติ - จู แซ่ลิ้ม, สิงห์คาล - ศศิธร มะโนจิตต์, ศุภร สายแว่นแก้ว,
สุจินต์ ชาญชัยพาณิชย์
กัลฯสุดตา ไกรเพชร และครอบครัว
กัลฯสุมิตรา วิฑูรชาตรี และครอบครัว
กัลฯสุรินทร์ ชนะเพีย และครอบครัว
กัลฯสุวรรณ - ปราณี ชูเชื้อ
กัลฯสุวิทย์ - ยุพิน - เอกชัย - สุวิมล ชัยวรนิจ และครอบครัวผาสุข
กัลฯสุวิมล - โนโซมิ คะทาดะ
กัลฯสู ทองค�ำ และครอบครัว
กัลฯแสวง - จรรยงค์ พยุงญาติ
กัลฯโสฬส วรีฤทธิ์ เขมิกา สิงสถิตย์
กัลฯหมวก ใจแก้ว- คุ่ย จันทะกุล, กัลฯอุไร นายทากุจิ ด.ญ.มิกะ อิชิดะ
พร้อมครอบครัว
กัลฯอชิรพล ทัศนประพันธ์ และครอบครัว
กัลฯอตินุช - เกชร - สมจิตต์ - อมรวดี - มนต์ชัย อัศววิบูล
กัลฯอนุชัย อนันตประยูร และกัลฯพิศชะกุณฑ์ มหาวิชา
กัลฯอนุสรณ์ อุปสิทธิ์ - กัลฯธนกร สิงห์แก้ว
กัลฯอนุสา ปรารมย์ และบุตรธิดา
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  265
กัลฯอมร ศิริรักษ์ พร้อมทั้งครอบครัว
กัลฯอรุณรัตน์ ลีวิริยะเลิศ และบรรพบุรุษ
กัลฯออย บัวไข และครอบครัว
กัลฯอัชชาวุฒิ - อรวรรณ กิตติพนังกุล และครอบครัว
กัลฯอัมพร - ยาสึฮิโร่ - นัสซึมิ - อากิโกะ อิมาอิ
กัลฯอานนท์ วิพันธุ์เงิน และครอบครัว
กัลฯอารยา ปัญจมูล และครอบครัว
กัลฯอ�ำไพ - อุทุมพร ภักดิ์อนันต์
กัลฯอิทธิพล - สายสุนี เพิ่มศรี
กัลฯอินท์ชลิตา วัชรีจิระโชติ และครอบครัว
กัลฯอิสรีย์ เหล่าศรีไพบูลย์ และครอบครัว
กัลฯอุทัย คูตระกูล และญาติมิตร
กัลฯอุทุมพร - อ�ำไพ ภักดิ์อนันต์ และครอบครัว
กัลฯอุ้มฤดี มินไธสง และครอบครัว
กัลฯอุรวี ลิขิตสัมพันธ์ และครอบครัว
กัลฯเอกบุรุษ แฉ่งใจ และครอบครัว แฉ่งใจ - เกษตรภิบาล
กัลฯเอมอร ศิริรักษ์ พร้อมทั้งครอบครัว
ครอบครัวชิวหรัตน์ และครอบครัวศรีไทย
ครอบครัวสายประดิษฐ์ - จ�ำปาทอง
ครอบครัวอุดมรุ่งเรืองผล และแซ่โค้ว
คุณประภาวรินทร์ ทิพย์ชโนทัย และครอบครัว
คุณพ่อเฉิม - คุณแม่อิ้น - สมใจ - สุกานดา มณีเพชร์รัตน์
คุณแม่เตียว แซ่เล็ก - เพชรวิไล - เพ็ชรฟ้า - เพชรพร ธัญญสาธุกุล
คุณแม่ปวงค�ำ ค�ำเมือง, ปรีดา มาซึบาร่า และครอบครัว
คุณแม่สุชาดา เรณูรส - อุบล อุดร
จักรกฤษณ์ - ประภัสสร - วิจิตรา - เบญจวรรณ เล้าธนะธรรม และครอบครัว
จุดออกแม็คโครจรัญ
เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครสโมสรต้อนรับระดับโลก กองปฏิสันถาร
266  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
ชมรมพุทธศาสตร์ทางก้าวหน้าทั่วประเทศ
ชมรมศิษย์เก่าธรรมทายาท อุดมศึกษา
ชุมนุมศึกษาพุทธศาสตร์และประเพณีฯ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.เจษฎา - นิราพร - บัณฑิตา เหลืองแจ่ม
ดร.ประโยชน์ - บุญเรือน ส่งกลิ่น
ดร.เสนิส - ดร.อักษรอนงค์ บุศยพงศ์ชัย
ทีมงานห้องบรมจักรพรรดิ
ธุดงคสถานปราจีนบุรี
น.พ.บุณย์ธนิสร์ - สรีระเพ็ญ โอทกานนท์ และครอบครัว
นพ.สุนันท์ - สมบัติ วงศ์เกษมศิริ
นางสมศรี พยุหะ และครอบครัว
บริษัท เจคเชียร์ เทคโนโลยี จ�ำกัด
บัณฑิตแก้วรุ่นที่ 15.1
บัณฑิตอาสาฟื้นฟูศีลธรรมโลก
ผศ.ดร.สุขุมาล กิติสิน และครอบครัว
ผู้ประสานงานและผู้มีบุญฉะเชิงเทรา - บุญบันเทิง
แผนกบรรยากาศแก้ว กองรักษาบรรยากาศ
แผนกเพชรอัศจรรย์ กองติดต่อสอบถาม
พ.ต.ท.นรเดช - ดนิตา และครอบครัวเตชะกุลพงศ์
พ.ต.ท.อาคม ชนะเพีย และครอบครัว
พ.ต.อ.วิสิทธิ์ ศิริสหวัฒน์ พร้อมทั้งครอบครัว
พญ.นฤมล - อชิตะ จินตพัฒนากิจ - ธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล
พตอ.วิชัย - คุณแม่เรณู ไตรวิเชียร
พล.อ.อาทิตย์ - พรสรร ก�ำลังเอก
พ่อสมศักดิ์ - แม่ส�ำเภา - สุวารี - สุวรรณา อารยะถาวร
แม่นับ - พ่อนวน - ปิยธรรม มาสิง
แม่นุ้ย - พ่อมนต์ศักดิ์ พันธุ์วิริยรัตน์
ร.ต.บุญส่ง - สุพร พันธุ์โกศล - ทพญ.บงกช สุวรรณปัทม
รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  267
ร.ต.อ.ชัยนรินทร์ - คุณพิชชานันท์ ศิระไพบูลย์
ร.อ.ณัฐพล โยธินพนาเวศ และครอบครัว
ร้านกองเพชรโปรดิจิตอล และครอบครัวอิสริยคุณธรรม
ร้านทิพย์มาลา
โรงเรียนเตรียมพุทธศาสตร์
ลานมันธนโชติพืชผล จ.ก�ำแพงเพชร
ลูกพระธัมฯศูนย์ปฏิบัติธรรมดูไบ
ศาสตราจารย์ ดร.อัณณพ - เรวดี ปาลวัฒน์วิไชย
ศูนย์ธรรมตะวัน เบตง
ส�ำนักงานกัลยาณมิตร อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ห.จ.ก.แก้วใส ประเสริฐ - พิมประไพ แก้วใส
หัวหน้าชั้น  นร.อนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก
อ.เสาวนี เปี่ยมสัมฤทธิ์ และคณะ
อุบาสิการุ่น ๒
Adrian Hamryni
Bouavone - Nilun - Julie Manivanh
Bounlieng - Chanthanom Phongprija
Chomsy - Paul - Michelle Philavong
Cindy - Julina Kanhalikham
DCI # 15
Dr.Henry Scheyvens, Dr.Janya Sang - Arun and relatives
Eric - Natchanok - Worasad Ingram
Graham Humphrey
Johan Warn
Khammy - Mone Vongsamphanh
Ko Kai Thai Bistro
Leif Pettersson
Liew Lee Bee
268  ปาฏิโมกข์ - ฉบับฉลองวันธรรมชัย
Mark - Lee Vongnarath
Mr.Ole Johan Karlsen
Mr.Richard Mrs.Chadalak Hussey และครอบครัว
NAVIYA TONBOONRITHI  STANLEY M. CHRUSEIEL
Nirun - Supamas Tantawiwat
Noo - Pin Asklund
Panor Holloway
Phillip มาร์ติน
Phrawoody Boon_ruk_sa และสหายธรรมแห่งโลกออนไลน์
Ralf Siriwan Bildtsen
Sanom Horlander
Sengthip - Saysamone Keohavong
Sing - Bounma Xaysongkham and Family
Sittichai - Patra - Winn Mekpongsatorn
Somphan Maliwong, Mieko-Keita Endo
Sven Lundahl
Tay Chin Hern
Thawanrat - Roger Owen
Thongnhot - Vasana Khamvongsa
Tipawan - Nat - Timmy - Bee
Wanakaew Chanleung
Yingyos Faengsrikum - Mananatchanok Yordming
YUKIAKI - วิภา ซาโต้
และกัลยาณมิตรทุกท่าน
ปาฏิโมกข์แปล ของวัดพระธรรมกาย
ปาฏิโมกข์แปล ของวัดพระธรรมกาย

ปาฏิโมกข์แปล ของวัดพระธรรมกาย

  • 2.
  • 3.
    ปาฏิโมกข์ ฉบับฉลองวันธรรมชัย ISBN: 978616 305 435 7 ที่ปรึกษา พระมหาประดิษฐ์ สิรีภาโส พระมหาธนา เตชธมฺโม พระมหาจตุรงค์ จิรฏฺิโต พระมหาอภิชาติ ฌานสุโภ พระมหามนต์ชัย อภิชาโน พระมหาณัฐพงศ์ มณิสุโข พระมหาอรรถพล กุลสิทฺโธ พระมหาอภิวัตร คุณวฑฺโฒ พระมหาจรัญ ธมฺมุตฺตโม พระมหาพลวัฒน์ อรุณโชโต รวบรวม/เรียบเรียง พระนิสิตสถาบันธรรมชัย บรรณาธิการบริหาร พระมหาธนวัฒน์ ฉนฺทวฑฺโฒ กองบรรณาธิการ พระชวลิต อตฺถโชโต พระชาญยุทธ เอกสิทฺโธ พระนคร โกวิทวํโส พระเปรมปรีดา ขนฺติธโช พระบรรจง สกฺกธมฺโม พระวัชรพันธ์ ชุตินฺธโร พระมหาภาณุรักษ์ คุตฺตสีโล พระกิตติฤทธิ์ อิทฺธิาโณ พระประนัย อคฺคชโย พระนิติ อคฺคธมฺโม พระคุปติ หาสธมฺโม พระธราธร ภทฺทวํโส พระมหาพันธ์สุวิชญ์ อธิวิชฺโช พระเอกราช เตชโสภโณ พระกฤตสร กิตฺติมงฺคโล พระมหาแสงชัย คุณทฺธโร พระมหารณภพ กิตฺติธมฺโม ส.ณ.ยศพล สาตร์เพ็ชร์ ประสานงาน พระปริยพล ยุตฺตวิชฺโช พระพงษ์ศิริ ปริปุณฺโณ ภาพประกอบ พุทธศิลป์ ลิขสิทธิ์ สถาบันธรรมชัย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี พิมพ์ครั้งที่ ๑ วันธรรมชัย ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ จ�ำนวนพิมพ์ ๑๐,๐๐๐ เล่ม พิมพ์ที่ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จ�ำกัด ขอรับหนังสือได้ที่ เสา L7 สภาธรรมกายสากล โทร.๐๘๑ ๗๗๐ ๗๒๕๐
  • 4.
    พิสูจน์อักษร พระมหาประดิษฐ์ สิรีภาโส พระมหาธนาเตชธมฺโม พระมหาจตุรงค์ จิรฏฺิโต พระมหาอภิชาติ ฌานสุโภ พระธีระ อตฺตทนฺโต พระภาณุวัฒน์ รณฺ ชโย พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย พระมหามนต์ชัย อภิชาโน พระมหาค�ำสาย อินฺทปฺ โ พระมหาอรรถพล กุลสิทฺโธ พระมหาอภิวัตร คุณวฑฺโฒ พระมหาจรัญ ธมฺมุตฺตโม พระมหาพลวัฒน์ อรุณโชโต พระวันเฉลิม สมวํโส พระกวีศักดิ์ กิตฺติรกฺโข พระมหาอิสระพงศ์ ธมฺมิสฺสโร พระภาณุ โอภาสโก พระมหาเกียรติศักดิ์ กิตฺติวณฺโณ
  • 5.
    ��������  5   ค�ำน�ำ  ในบรรดาสิกขา๓ คือ ศีล สมาธิ และปัญญา ศีล ถือเป็นสิกขาบทแรกที่ทุกคนพึงปฏิบัติ ไม่ว่าจะ เป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต เพราะศีลเป็นเบื้องต้น เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย และเป็น ประธานแห่งธรรมทั้งปวง บุคคลใดช�ำระศีลให้ บริสุทธิ์ดีแล้ว จักเป็นเหตุให้เว้นจากความทุจริต จิตจะร่าเริงแจ่มใส และเป็นท่าหยั่งลงมหาสมุทร คือ พระนิพพาน พระปาฏิโมกข์ ถือเป็นศีลของพระภิกษุที่บวช ในพระพุทธศาสนา ซึ่งต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากรูปใดย่อหย่อนในพระปาฏิโมกข์ ก็จะเป็นเหตุ ให้เสื่อมจากลาภ ยศ และมรรคผลนิพพานได้ และ หากรูปใดปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ชนิดเอาชีวิตเป็น
  • 6.
    6  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เดิมพัน ก็หวังได้ว่าเขาผู้นั้นจักเจริญรุ่งเรืองในร่ม เงาบวรพระพุทธศาสนา ถึงพร้อมด้วยความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ และบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในที่สุด หนังสือปาฏิโมกข์ ฉบับฉลองวันธรรมชัยเล่มนี้ จัดพิมพ์ขึ้นมาโดยมีเหตุหลายประการ คือ -- ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในปีฉลอง พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรม -- บูชาธรรมพระเทพญาณมหามุนี หลวงพ่อ ธัมมชโย เนื่องในวันธรรมชัย ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ -- ถวายเป็นธรรมทานแด่พระภิกษุโครงการ อุปสมบทหมู่๑แสนรูปเข้าพรรษาทุกหมู่บ้านทั่วไทย -- ถวายเป็นธรรมทานแด่พระภิกษุ สามเณร ที่สนใจทั่วไป
  • 7.
    ��������  7 เหตุผลอีกประการหนึ่งในการจัดพิมพ์คืออยาก ให้พระภิกษุได้ศึกษาพระวินัยเบื้องต้น ได้ท�ำการ ท่องบ่นทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ และได้ทบทวนศีล ๒๒๗ สิกขาบท เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ในการ ประพฤติพรหมจรรย์สืบต่อไป บุญใดที่เกิดขึ้นจากการจัดท�ำหนังสือเล่มนี้ ขอถวายเป็นพุทธบูชา ถวายแด่มหาปูชนียาจารย์ ถวายแด่พระอุปัชฌาจารย์ทั้งหลาย ขอบุญจงบังเกิดมีแก่บิดามารดา ครูบาอาจารย์ และหมู่ญาติทั้งหลาย ตลอดจนผู้มีส่วนในการท�ำ หนังสือเล่มนี้ให้ส�ำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบุญจงส่งผลดลบันดาลให้คณะผู้จัดท�ำ มี ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ เจริญรุ่งเรือง ในร่มเงา บวรพระพุทธศาสนา เป็นที่พึ่งให้กับตัวเอง และ
  • 8.
    8  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย สรรพสัตว์ทั้งหลาย สร้างบารมีรุดหน้าไป ตราบวัน ถึงที่สุดแห่งธรรม เทอญ คณะผู้จัดท�ำ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕
  • 9.
      สารบัญ  อธิศีล 10 ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ 14 ๏๏อธิบายวิธีเปลี่ยนบุพพกิจ 110 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระปาฏิโมกข์ 118 ๏๏ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ 119 ๏๏โอวาทปาฏิโมกข์ 128 ๏๏พระวินัย 131 ๏๏ระเบียบปฏิบัติ การฟังพระปาฏิโมกข์ 166 ๏๏การนับวันอุโบสถ 172 ๏๏วิธีท�ำอุโบสถกรรม 178 ๏๏วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ 183 ๏๏บทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์ 188 ๏๏การปลงอาบัติ 193 ๏๏ข้อก�ำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระปาฏิโมกข์ 200 ๏๏อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ 210 ๏๏เทคนิคการทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ 222 ๏๏การนับจ�ำนวนพระภิกษุภาษาบาลี 228 บรรณานุกรม 232
  • 10.
    10  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย โอวาท พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน�้ำ ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
  • 11.
     อธิศีล /  11   อธิศีล  อธิศีลแปลว่า ศีลยิ่ง  ศีลยิ่งนั้นเป็นไฉน ? ศีลตามปกติธรรมดาที่ได้แสดงมาแล้วโดย ปริยายเบื้องต�่ำ - เบื้องสูง ศีลยิ่งนะยิ่งกว่าเบื้องต�่ำ เบื้องสูงไปกว่านั้น หรือศีลยิ่งน่ะต้องเห็นศีล ไม่ใช่ รู้จักศีล เห็นศีลทีเดียว ศีลโดยปกติส�ำรวมกาย วาจา เรียบร้อยดี ไม่มีโทษ งดเว้นเบญจวิรัติ ๕ ประการ ขาดจาก จิตสันดาน บริสุทธิ์ดุจพระอริยสาวกในธรรมวินัย ของพระศาสดา นี่ศีลตามปกติธรรมดาไม่ใช่อธิศีล นี่ศีลโดยปริยายเบื้องต�่ำ ศีลโดยปริยายเบื้องสูง เหมือนภิกษุสามเณร ก�ำลังศึกษากันเช่นนี้ ปาฏิโมกข์สังวรศีล ส�ำรวม
  • 12.
    12  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ตามพระปาฏิโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ท�ำ ตามข้อที่พระองค์ทรงอนุญาต อาจารโคจรสมฺปนฺโน ถึงพร้อมด้วยมารยาท เครื่องมาประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ และโคจร อนุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี เห็นภัย ทั้งหลายในโทษแม้มีประมาณน้อย สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ สมาทานศึกษา อยู่ในสิกขาบทบัญญัติน้อยใหญ่ทั้งหลาย นี่ศีล โดยปริยายเบื้องสูง ไม่ใช่อธิศีล ศีลบริสุทธิ์ตลอดจนกระทั่งถึงเจตนา ความนึกคิดอ่านก็เป็นศีลจริงๆ ตรงตามวาระ พระบาลีว่า เจตนาหํ ภิกฺขเว สีลํ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
  • 13.
     อธิศีล /  13 เจตนาความคิดอ่านทางใจนั่นแหละเป็นศีล รับสั่งดังนี้ นี่ก็เป็น “เจตนาศีล”ความคิดอ่านทางใจ ศีลมีแต่กายกับวาจา เจตนาก็เป็นศีล ความนึกคิด อ่านก็เป็นศีลอีก เป็นศีลด้วย แต่ว่ายังไม่ถึงอธิศีล อธิศีล ศีลที่เห็น ไม่ใช่ศีลที่รู้  เจตนาความ คิดอ่านปกติสละสลวยเรียบร้อยก็มาจากศีล ศีลเป็นดวงใส อยู่ในกลางดวงธรรมที่ท�ำให้ เป็นกายมนุษย์ ดวงธรรมที่ท�ำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์ เท่าฟองไข่แดงของไก่ ดวงศีลอยู่ภายใน นั้น ใสบริสุทธิ์เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ อยู่ในดวง ธรรมที่ท�ำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟอง ไข่แดงของไก่ ศีลดวงนั่นแหละ ถ้าผู้ปฏิบัติไปถึง ไปเห็น เป็นปรากฏขึ้นในศูนย์กลางกายมนุษย์
  • 14.
    14  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เห็นเป็นปรากฏขึ้น ศีลดวงนั้นแหละ ได้ชื่อว่า เป็นอธิศีล เป็นอธิศีลแท้ๆ  ศีลทั้ง ๓ ประการ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗
  • 15.
  • 16.
      ปุพฺพกิจฺจานิ  อุโปสถกรณโต ๑  ปุพฺเพ นววิธํปุพฺพกิจฺจํ กาตพฺพํ โหติ ฯ ตณฺานสมฺมชฺชนญฺจ ตตฺถ ปทีปุชฺชลนญฺจ อาสนปญฺปนญฺจ ปานีย- ปริโภชนียูปฏฺปนญฺจ ฉนฺทารหานํ ภิกฺขูนํ ฉนฺทาหรณญฺจ เตสญฺเว อกตุโปสถานํ ปาริสุทฺธิยาปิ ๒  อาหรณญฺจ อุตุกฺขานญฺจ ภิกฺขุคณนา จ ภิกฺขุนีนโมวาโท จาติ ฯ ตตฺถ ปุริมานิ จตฺตาริ ๓  ภิกฺขูนํ วตฺตํ ชานนฺเตหิ อารามิเกหิปิ ภิกฺขูหิปิ ๔ กตานิ ปรินิฏฺิตานิ โหนฺติ ฯ
  • 17.
     ปุพฺพกิจฺจานิ /  17 ฉนฺทาหรณปาริสุทฺธิอาหรณานิ ๕  ปน อิมิสฺสํ พทฺธสีมายํ ๖ หตฺถปาสํวิชหิตฺวา นิสินฺนานํ ภิกฺขูนํ อภาวโต นตฺถิ ฯ อุตุกฺขานํ นาม เอตฺตกํ อติกฺกนฺตํ, เอตฺตกํ อวสิฏฺนฺติ เอวํ อุตุอาจิกฺขนํ; อุตูนีธ ปน สาสเน เหมนฺตคิมฺหวสฺสานานํ วเสน ตีณิ โหนฺติ ฯ อยํ เหมนฺโตตุ ๗ , อิมสฺมิญฺจ อุตุมฺหิ อฏฺ อุโปสถา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, สตฺต อุโปสถา อวสิฏฺา ๘  อิติ เอวํ สพฺเพหิ อายสฺมนฺเตหิ อุตุกฺขานํ ธาเรตพฺพํ ฯ (รับว่า เอวํ ภนฺเต พร้อมกัน)
  • 18.
    18  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ภิกฺขุคณนา นาม อิมสฺมึ อุโปสถคฺเค อุโปสถตฺถาย ๙  สนฺนิปติตา ภิกฺขู เอตฺตกาติ ภิกฺขูนํ คณนา, อิมสฺมิมฺปน อุโปสถคฺเค ๑๐ จตฺตาโร ๑๑  ภิกฺขู สนฺนิปติตา โหนฺติ ฯ อิติเอวํสพฺเพหิอายสฺมนฺเตหิภิกฺขุคณนาปิ ธาเรตพฺพา ฯ (รับว่า เอวํ ภนฺเต พร้อมกัน) ภิกฺขุนีนโมวาโทปนอิทานิตาสํนตฺถิตาย นตฺถิ ฯ อิติ สกรโณกาสานํ ปุพฺพกิจฺจานํ กตตฺตา, นิกฺกรโณกาสานํ ปุพฺพกิจฺจานํ ปกติยา ปรินิฏฺิตตฺตา, เอวนฺตํ นววิธํ ปุพฺพกิจฺจํ ปรินิฏฺิตํ โหติ ฯ
  • 19.
     ปุพฺพกิจฺจานิ /  19 นิฏฺิเต จปุพฺพกิจฺเจ สเจ โส ทิวโส จาตุทฺทสีปณฺณรสีสามคฺคีนมญฺตโร ยถาชฺช อุโปสโถ ๑๒ ปณฺณรโส ๑๓  ยาวติกา จ ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา สงฺฆุโปสถารหา จตฺตาโร ๑๔  วา ตโต วา อติเรกา ปกตตฺตา ปาราชิกํ อนาปนฺนา สงฺเฆน วา อนุกฺขิตฺตา, เต จ โข หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา เอกสีมายํ ิตา ฯ เตสญฺจ วิกาลโภชนาทิวเสน วตฺถุสภาคา- ปตฺติโย เจ น วิชฺชนฺติ; เตสญฺจ หตฺถปาเส หตฺถปาสโต พหิกรณวเสน วชฺเชตพฺโพ โกจิ วชฺชนียปุคฺคโล เจ นตฺถิ ฯ เอวนฺตํ อุโปสถกมฺมํ ๑๕  อิเมหิ จตูหิ ลกฺขเณหิ สงฺคหิตํ ปตฺตกลฺลํ นาม โหติ กาตุํ
  • 20.
    20  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ยุตฺตรูปํ ฯ อุโปสถกมฺมสฺส ๑๖ ปตฺตกลฺลตฺตํ วิทิตฺวา อิทานิ กริยมาโน อุโปสโถ สงฺเฆน อนุมาเนตพฺโพ ๑๗ ฯ  (รับว่า สาธุ พร้อมกัน)
  • 21.
     ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ /  21   ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ  (ตั้งนโม5 ชั้น)* นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ นโม ตสฺส / ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ / นโม ตสฺส ภควโต / อรหโต สมฺมา / สมฺพุทฺธสฺส ฯ / สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ฯ อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส** ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อุโปสถํ กเรยฺย, ปาฏิโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺย ฯ * การตั้งนโม 5 ชั้น พึงวรรคตามเครื่องหมาย / ที่ให้ไว้ ** ถ้าเป็น ๑๔ ค�่ำ พึงว่า จาตุทฺทโส
  • 22.
    22  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย กึ สงฺฆสฺส ปุพฺพกิจฺจํ, ปาริสุทฺธึ อายสฺมนฺโต อาโรเจถ, ปาฏิโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสามิ ฯ ตํ สพฺเพว สนฺตา สาธุกํ สุโณม มนสิกโรม ฯ ยสฺส สิยา อาปตฺติ, โส อาวิกเรยฺย, อสนฺติยา อาปตฺติยา ตุณฺหี ภวิตพฺพํ ฯ ตุณฺหีภาเวน โข ปนายสฺมนฺเต ปริสุทฺธาติ เวทิสฺสามิ ฯ ยถา โข ปน ปจฺเจกปุฏฺสฺส เวยฺยากรณํ โหติ, เอวเมวํ เอวรูปาย ปริสาย ยาวตติยํ อนุสฺสาวิตํ โหติ ฯ โย ปน ภิกฺขุ ยาวตติยํ อนุสฺสาวิยมาเน สรมาโน สนฺตึ อาปตฺตึ นาวิกเรยฺย, สมฺปชานมุสาวาทสฺส โหติ, สมฺปชานมุสาวาโท โข ปนายสฺมนฺโต อนฺตรายิโก ธมฺโม วุตฺโต ภควตา; ตสฺมา
  • 23.
     ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ /  23 สรมาเนน ภิกฺขุนาอาปนฺเนน วิสุทฺธาเปกฺเขน สนฺตี อาปตฺติ อาวิกาตพฺพา ฯ อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหติ ฯ นิทานํ นิฏฺิตํ ฯ
  • 24.
    24  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย   ปาราชิกุทฺเทโส  ตตฺริเม จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีว- สมาปนฺโน สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปิ, ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ 2. โย ปน ภิกฺขุ คามา วา อรญฺา วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺย, ยถารูเป อทินฺนาทาเน ราชาโน โจรํ คเหตฺวา หเนยฺยุํ วา พนฺเธยฺยุํ วา ปพฺพาเชยฺยุํ วา “โจโรสิ พาโลสิ มูฬฺโหสิ เถโนสีติ;
  • 25.
     ปาราชิกุทฺเทโส /  25 ตถารูปํ ภิกฺขุอทินฺนํ อาทิยมาโน, อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ 3. โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, สตฺถหารกํ วาสฺส ปริเยเสยฺย, มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย, มรณาย วา สมาทเปยฺย “อมฺโภ ปุริส กึ ตุยฺหิมินา ปาปเกน ทุชฺชีวิเตน, มตนฺเต ชีวิตา เสยฺโยติ; อิติ จิตฺตมโน จิตฺตสงฺกปฺโป อเนกปริยาเยน มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย, มรณาย วา สมาทเปยฺย; อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ 4. โย ปน ภิกฺขุ อนภิชานํ อุตฺตริมนุสฺส- ธมฺมํ อตฺตูปนายิกํ อลมริยาณทสฺสนํ สมุทาจเรยฺย “อิติ ชานามิ, อิติ ปสฺสามีติ;
  • 26.
    26  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ตโต อปเรน สมเยน สมนุคฺคาหิยมาโน วา อสมนุคฺคาหิยมาโน วา อาปนฺโน วิสุทฺธาเปกฺโข เอวํ วเทยฺย “อชานเมวํ อาวุโส อวจํ ‘ชานามิ’ อปสฺสํ ‘ปสฺสามิ’ ตุจฺฉํ มุสา วิลปินฺติ, อญฺตฺร อธิมานา; อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา, เยสํ ภิกฺขุ อญฺตรํ วา อญฺตรํ วา อาปชฺชิตฺวา น ลภติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวาสํ, ยถา ปุเร; ตถา ปจฺฉา; ปาราชิโก โหติ อสํวาโส ฯ ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
  • 27.
     ปาราชิกุทฺเทโส /  27 ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ:กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ ปาราชิกุทฺเทโส นิฏฺิโต ฯ
  • 28.
    28  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย   สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส  อิเม โข ปนายสฺมนฺโต เตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฏฺิ, อญฺตฺร สุปินนฺตา สงฺฆาทิเสโส ฯ 2. โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน จิตฺเตน มาตุคาเมน สทฺธึ กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺย, หตฺถคาหํ วา เวณิคาหํ วา อญฺตรสฺส วา อญฺตรสฺส วา องฺคสฺส ปรามสนํ, สงฺฆาทิเสโส ฯ 3. โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน จิตฺเตน มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ
  • 29.
     สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  29 โอภาเสยฺย, ยถาตํยุวา ยุวตึ เมถุนูปสญฺหิตาหิ; สงฺฆาทิเสโส ฯ 4. โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน จิตฺเตน มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริ- จริยาย วณฺณํ ภาเสยฺย “เอตทคฺคํ ภคินิ ปาริจริยานํ, ยา มาทิสํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ พฺรหฺมจารึ เอเตน ธมฺเมน ปริจเรยฺยาติ เมถุนูปสญฺหิเตน, สงฺฆาทิเสโส ฯ 5. โย ปน ภิกฺขุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺเชยฺย อิตฺถิยา วา ปุริสมตึ ปุริสสฺส วา อิตฺถีมตึ ชายตฺตเน วา ชารตฺตเน วา อนฺตมโส ตํขณิกายปิ, สงฺฆาทิเสโส ฯ 6. สญฺาจิกาย ปน ภิกฺขุนา กุฏึ การยมาเนน อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ
  • 30.
    30  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ปมาณิกา กาเรตพฺพา; ตตฺริทํ ปมาณํ; ทีฆโส ทฺวาทส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ สตฺตนฺตรา ฯ ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนาย: เตหิ ภิกฺขูหิ วตฺถุํ เทเสตพฺพํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน สญฺาจิกาย กุฏึ กาเรยฺย, ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย วตฺถุเทสนาย, ปมาณํ วา อติกฺกาเมยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ 7. มหลฺลกมฺปน ภิกฺขุนา วิหารํ การยมาเนน สสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนาย; เตหิ ภิกฺขูหิ วตฺถุํ เทเสตพฺพํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน
  • 31.
     สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  31 มหลฺลกํ วิหารํกาเรยฺย, ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย วตฺถุเทสนาย, สงฺฆาทิเสโส ฯ 8. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ทุฏฺโ โทโส อปฺปตีโต อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสยฺย “อปฺเปว นาม นํ อิมมฺหา พฺรหฺมจริยา จาเวยฺยนฺติ ฯ ตโต อปเรน สมเยน สมนุคฺคาหิยมาโน วา อสมนุคฺคาหิยมาโน วา, อมูลกญฺเจว ตํ อธิกรณํ โหติ, ภิกฺขุ จ โทสํ ปติฏฺาติ, สงฺฆาทิเสโส ฯ 9. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ทุฏฺโ โทโส อปฺปตีโต อญฺภาคิยสฺส อธิกรณสฺส กิญฺจิ เทสํ เลสมตฺตํ อุปาทาย ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสยฺย “อปฺเปว นาม นํ อิมมฺหา พฺรหฺมจริยา จาเวยฺยนฺติ ฯ ตโต
  • 32.
    32  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย อปเรน สมเยน สมนุคฺคาหิยมาโน วา อสมนุคฺคาหิยมาโน วา, อญฺภาคิยญฺเจว ตํ อธิกรณํ โหติ, โกจิ เทโส เลสมตฺโต อุปาทินฺโน ภิกฺขุ จ โทสํ ปติฏฺาติ, สงฺฆาทิเสโส ฯ 10. โย ปน ภิกฺขุ สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกเมยฺย เภทนสํวตฺตนิกํ วา อธิกรณํ สมาทาย ปคฺคยฺห ติฏฺเยฺย ฯ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมิ, เภทนสํวตฺตนิกํ วา อธิกรณํ สมาทาย ปคฺคยฺห อฏฺาสิ; สเมตายสฺมา สงฺเฆน, สมคฺโค หิ สงฺโฆ สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส ผาสุ วิหรตีติ ฯ เอวญฺจ โส
  • 33.
     สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  33 ภิกฺขุ ภิกฺขูหิวุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมาโน ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ 11. ตสฺเสว โข ปน ภิกฺขุสฺส ภิกฺขู โหนฺติ อนุวตฺตกา วคฺควาทกา, เอโก วา เทฺว วา ตโย วา, เต เอวํ วเทยฺยุํ, “มา อายสฺมนฺโต เอตํ ภิกฺขุํ กิญฺจิ อวจุตฺถ ธมฺมวาที เจโส ภิกฺขุ, วินยวาที เจโส ภิกฺขุ, อมฺหากญฺเจโส ภิกฺขุ, ฉนฺทญฺจ รุจิญฺจ อาทาย โวหรติ, ชานาติ โน ภาสติ, อมฺหากมฺเปตํ ขมตีติ ฯ เต ภิกฺขู ภิกฺขูหิ เอวมสฺสุ วจนียา “มา อายสฺมนฺโต เอวํ อวจุตฺถ, น เจโส ภิกฺขุ
  • 34.
    34  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ธมฺมวาที, น เจโส ภิกฺขุ วินยวาที, มา อายสฺมนฺตานมฺปิ สงฺฆเภโท รุจฺจิตฺถ, สเมตายสฺมนฺตานํ สงฺเฆน, สมคฺโค หิ สงฺโฆ สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส ผาสุ วิหรตีติ ฯ เอวญฺจ เต ภิกฺขู ภิกฺขูหิ วุจฺจมานา ตเถว ปคฺคณฺเหยฺยุํ, เต ภิกฺขู ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺพา ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมานา ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺยุํ อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺยุํ; สงฺฆาทิเสโส ฯ 12. ภิกฺขุ ปเนว ทุพฺพจชาติโก โหติ, อุทฺเทสปริยาปนฺเนสุ สิกฺขาปเทสุ ภิกฺขูหิ สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน อตฺตานํ อวจนียํ กโรติ “มา มํ อายสฺมนฺโต กิญฺจิ อวจุตฺถ กลฺยาณํ วา
  • 35.
     สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  35 ปาปกํ วา,อหมฺปายสฺมนฺเต น กิญฺจิ วกฺขามิ กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา, วิรมถายสฺมนฺโต มม วจนายาติ, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา อตฺตานํ อวจนียํ อกาสิ, วจนียเมว อายสฺมา อตฺตานํ กโรตุ, อายสฺมาปิ ภิกฺขู วเทตุ สหธมฺเมน, ภิกฺขูปิ อายสฺมนฺตํ วกฺขนฺติ สหธมฺเมน; เอวํ สํวฑฺฒา หิ ตสฺส ภควโต ปริสา, ยทิทํ อญฺมญฺวจเนน อญฺมญฺวุฏฺาปเนนาติ ฯ เอวญฺจ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมาโน ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย ฯ อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ
  • 36.
    36  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 13. ภิกฺขุ ปเนว อญฺตรํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรติ กุลทูสโก ปาปสมาจาโร, ตสฺส โข ปาปกา สมาจารา ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ, กุลานิ จ เตน ทุฏฺานิ ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ ฯ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “อายสฺมา โข กุลทูสโก ปาปสมาจาโร, อายสฺมโต โข ปาปกา สมาจารา ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ ฯ กุลานิ จายสฺมตา ทุฏฺานิ ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ; ปกฺกมตายสฺมา อิมมฺหา อาวาสา, อลนฺเต อิธ วาเสนาติ ฯ เอวญฺจ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน เต ภิกฺขู เอวํ วเทยฺย “ฉนฺทคามิโน จ ภิกฺขู, โทสคามิโน จ ภิกฺขู, โมหคามิโน จ ภิกฺขู, ภยคามิโน
  • 37.
     สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  37 จ ภิกฺขู;ตาทิสิกาย อาปตฺติยา เอกจฺจํ ปพฺพาเชนฺติ, เอกจฺจํ น ปพฺพาเชนฺตีติ ฯ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา เอวํ อวจ, น จ ภิกฺขู ฉนฺทคามิโน, น จ ภิกฺขู โทสคามิโน, น จ ภิกฺขู โมหคามิโน, น จ ภิกฺขู ภยคามิโน; อายสฺมา โข กุลทูสโก ปาปสมาจาโร, อายสฺมโต โข ปาปกา สมาจารา ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ, กุลานิ จายสฺมตา ทุฏฺานิ ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ, ปกฺกมตายสฺมา อิมมฺหา อาวาสา, อลนฺเต อิธ วาเสนาติ ฯ เอวญฺจ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมาโน
  • 38.
    38  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, สงฺฆาทิเสโส ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา; นว ปมาปตฺติกา, จตฺตาโร ยาวตติยกา; เยสํ ภิกฺขุ อญฺตรํ วา อญฺตรํ วา อาปชฺชิตฺวา ยาวติหํ ชานํ ปฏิจฺฉาเทติ; ตาวติหํ เตน ภิกฺขุนา อกามา ปริวตฺถพฺพํ, ปริวุตฺถปริวาเสน ภิกฺขุนา อุตฺตรึ ฉารตฺตํ ภิกฺขุมานตฺตาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ, จิณฺณมานตฺโต ภิกฺขุ, ยตฺถ สิยา วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ, ตตฺถ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ; เอเกนปิ เจ อูโน วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ ตํ ภิกฺขุํ อพฺเภยฺย, โส จ ภิกฺขุ อนพฺภิโต, เต จ ภิกฺขู คารยฺหา: อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
  • 39.
     สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส /  39 ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ:กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส นิฏฺิโต ฯ
  • 40.
    40  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย   อนิยตุทฺเทโส  อิเม โข ปนายสฺมนฺโต เทฺว อนิยตา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน อลงฺกมฺมนิเย นิสชฺชํ กปฺเปยฺย; ตเมนํ สทฺเธยฺยวจสา อุปาสิกา ทิสฺวา ติณฺณํ ธมฺมานํ อญฺตเรน วเทยฺย ปาราชิเกน วา สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา, นิสชฺชํ ภิกฺขุ ปฏิชานมาโน ติณฺณํ ธมฺมานํ อญฺตเรน กาเรตพฺโพ ปาราชิเกน วา สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา; เยน วา สา สทฺเธยฺยวจสา อุปาสิกา วเทยฺย, เตน โส ภิกฺขุ กาเรตพฺโพ; อยํ ธมฺโม อนิยโต ฯ
  • 41.
     อนิยตุทฺเทโส /  41 2. น เหวโข ปน ปฏิจฺฉนฺนํ อาสนํ โหติ นาลงฺกมฺมนิยํ, อลญฺจ โข โหติ มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ โอภาสิตุํ; โย ปน ภิกฺขุ ตถารูเป อาสเน มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย; ตเมนํ สทฺเธยฺยวจสา อุปาสิกา ทิสฺวา ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ อญฺตเรน วเทยฺย สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา, นิสชฺชํ ภิกฺขุ ปฏิชานมาโน ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ อญฺตเรน กาเรตพฺโพ สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา, เยน วา สา สทฺเธยฺยวจสา อุปาสิกา วเทยฺย, เตน โส ภิกฺขุ กาเรตพฺโพ; อยมฺปิ ธมฺโม อนิยโต ฯ
  • 42.
    42  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เทฺว อนิยตา ธมฺมา ฯ ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ อนิยตุทฺเทโส นิฏฺิโต ฯ
  • 43.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  43  นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา  อิเม โข ปนายสฺมนฺโต ตึส นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. นิฏฺิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กิเน, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ, ตํ อติกฺกามยโต, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 2. นิฏฺิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กิเน, เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺย, อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 3. นิฏฺิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กิเน, ภิกฺขุโน ปเนว อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย, อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพํ,
  • 44.
    44  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ปฏิคฺคเหตฺวา ขิปฺปเมว กาเรตพฺพํ; โน จสฺส ปาริปูริ, มาสปรมนฺเตน ภิกฺขุนา ตํ จีวรํ นิกฺขิปิตพฺพํ อูนสฺส ปาริปูริยา สติยา ปจฺจาสาย, ตโต เจ อุตฺตรึ นิกฺขิเปยฺย สติยาปิ ปจฺจาสาย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 4. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา ปุราณจีวรํ โธวาเปยฺย วา รชาเปยฺย วา อาโกฏาเปยฺย วา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 5. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย อญฺตฺร ปาริวฏฺฏกา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 6. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺาเปยฺย อญฺตฺร สมยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ
  • 45.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  45 สมโย:อจฺฉินฺนจีวโร วา โหติ ภิกฺขุ นฏฺจีวโร วา, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ 7. ตญฺเจ อญฺาตโก คหปติ วา คหปตานี วา พหูหิ จีวเรหิ อภิหฏฺฐุมฺปวาเรยฺย, สนฺตรุตฺตรปรมนฺเตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพํ, ตโต เจ อุตฺตรึ สาทิเยยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 8. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อญฺาตกสฺส คหปติสฺส วา คหปตานิยา วา จีวรเจตาปนํ อุปกฺขฏํ โหติ ฯ “อิมินา จีวรเจตาปเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ, ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย “สาธุ วต มํ อายสฺมา อิมินา
  • 46.
    46  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย จีวรเจตาปเนน เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา จีวรํ เจตาเปตฺวา อจฺฉาเทหีติ กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทาย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 9. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อุภินฺนํ อญฺาตกานํ คหปตีนํ วา คหปตานีนํ วา ปจฺเจกจีวรเจตาปนา อุปกฺขฏา โหนฺติ “อิเมหิ มยํ ปจฺเจกจีวรเจตาปเนหิ ปจฺเจกจีวรานิ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรหิ อจฺฉาเทสฺสามาติ, ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย “สาธุ วต มํ อายสฺมนฺโต อิเมหิ ปจฺเจกจีวรเจตาปเนหิ เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา จีวรํ เจตาเปตฺวา อจฺฉาเทถ อุโภ ว
  • 47.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  47 สนฺตาเอเกนาติ กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทาย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 10. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส ราชา วา ราชโภคฺโค วา พฺราหฺมโณ วา คหปติโก วา ทูเตน จีวรเจตาปนํ ปหิเณยฺย “อิมินา จีวรเจตาปเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหีติ; โส เจ ทูโต ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย “อิทํ โข ภนฺเต อายสฺมนฺตํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนํ อาภตํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนนฺติ, เตน ภิกฺขุนา โส ทูโต เอวมสฺส วจนีโย “น โข มยํ อาวุโส จีวรเจตาปนํ ปฏิคฺคณฺหาม, จีวรญฺจ โข มยํ ปฏิคฺคณฺหาม กาเลน กปฺปิยนฺติ;
  • 48.
    48  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย โส เจ ทูโต ตํ ภิกฺขุํ เอวํ วเทยฺย “อตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโรติ, จีวรตฺถิเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา เวยฺยาวจฺจกโร นิทฺทิสิตพฺโพ อารามิโก วา อุปาสโก วา “เอโส โข อาวุโส ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโรติ; โส เจ ทูโต ตํ เวยฺยาวจฺจกรํ สญฺาเปตฺวา ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย “ยํ โข ภนฺเต อายสฺมา เวยฺยาวจฺจกรํ นิทฺทิสิ, สญฺตฺโต โส มยา; อุปสงฺกมตุ อายสฺมา กาเลน จีวเรน ตํ อจฺฉาเทสฺสตีติ, จีวรตฺถิเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา เวยฺยาวจฺจกโร อุปสงฺกมิตฺวา ทฺวิตฺติกฺขตฺตุํ โจเทตพฺโพ สาเรตพฺโพ “อตฺโถ เม อาวุโส จีวเรนาติ; ทฺวิตฺติกฺขตฺตํุ โจทยมาโน สารยมาโน ตํ จีวรํ
  • 49.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  49 อภินิปฺผาเทยฺย,อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ อภินิปฺผาเทยฺย, จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน อุทฺทิสฺส าตพฺพํ; จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูโต อุทฺทิสฺส ติฏฺมาโน ตํ จีวรํ อภินิปฺผาเทยฺย, อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ อภินิปฺผาเทยฺย, ตโต เจ อุตฺตรึ วายมมาโน ตํ จีวรํ อภินิปฺผาเทยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ; โน เจ อภินิปฺผาเทยฺย, ยตสฺส จีวรเจตาปนํ อาภตํ, ตตฺถ สามํ วา คนฺตพฺพํ, ทูโต วา ปาเหตพฺโพ “ยํ โข ตุมฺเห อายสฺมนฺโต ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนํ ปหิณิตฺถ, น ตนฺตสฺส ภิกฺขุโน กิญฺจิ อตฺถํ
  • 50.
    50  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย อนุโภติ, ยุญฺชนฺตายสฺมนฺโต สกํ, มา โว สกํ วินสฺสีติ: อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ จีวรวคฺโค ปโม ฯ 11. โย ปน ภิกฺขุ โกสิยมิสฺสกํ สนฺถตํ การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 12. โย ปน ภิกฺขุ สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ สนฺถตํ การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 13. นวมฺปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การยมาเนน เทฺว ภาคา สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ อาทาตพฺพา, ตติยํ โอทาตานํ, จตุตฺถํ โคจริยานํ; อนาทา เจ ภิกฺขุ เทฺว ภาเค สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ ตติยํ โอทาตานํ
  • 51.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  51 จตุตฺถํโคจริยานํ นวํ สนฺถตํ การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 14. นวมฺปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การาเปตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพํ ฯ โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานํ ตํ สนฺถตํ วิสฺสชฺเชตฺวา วา อวิสฺสชฺเชตฺวา วา อญฺํ นวํ สนฺถตํ การาเปยฺย อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 15. นิสีทนสนฺถตมฺปน ภิกฺขุนา การยมาเนน ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถิ อาทาตพฺพา ทุพฺพณฺณกรณาย, อนาทา เจ ภิกฺขุ ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถึ นวํ นิสีทนสนฺถตํ การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 52.
    52  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 16. ภิกฺขุโน ปเนว อทฺธานมคฺค- ปฏิปนฺนสฺส เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพานิ, ปฏิคฺคเหตฺวา ติโยชนปรมํ สหตฺถา หาเรตพฺพานิ, อสนฺเต หารเก, ตโต เจ อุตฺตรึ หเรยฺย อสนฺเตปิ หารเก, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 17. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา เอฬกโลมานิ โธวาเปยฺย วา รชาเปยฺย วา วิชฏาเปยฺย วา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 18. โย ปน ภิกฺขุ ชาตรูปรชตํ อุคฺคณฺเหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา อุปนิกฺขิตฺตํ วา สาทิเยยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 53.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  53 19. โยปน ภิกฺขุ นานปฺปการกํ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 20. โย ปน ภิกฺขุ นานปฺปการกํ กยวิกฺกยํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ โกสิยวคฺโค ทุติโย ฯ 21. ทสาหปรมํ อติเรกปตฺโต ธาเรตพฺโพ, ตํ อติกฺกามยโต, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 22. โย ปน ภิกฺขุ อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน อญฺํ นวํ ปตฺตํ เจตาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ เตน ภิกฺขุนา โส ปตฺโต ภิกฺขุปริสาย นิสฺสชฺชิตพฺโพ; โย จ ตสฺสา ภิกฺขุปริสาย ปตฺตปริยนฺโต, โส จ ตสฺส
  • 54.
    54  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ภิกฺขุโน ปทาตพฺโพ “อยนฺเต ภิกฺขุ ปตฺโต, ยาว เภทนาย ธาเรตพฺโพติ; อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ 23. ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสายนียานิ เภสชฺชานิ, เสยฺยถีทํ; สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ, ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 24. “มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ ภิกฺขุนา วสฺสิกสาฏิกจีวรํ ปริเยสิตพฺพํ, “อฑฺฒมาโส เสโส คิมฺหานนฺติ กตฺวา นิวาเสตพฺพํ; “โอเรน เจ มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ วสฺสิกสาฏิกจีวรํปริเยเสยฺยฯ“โอเรนฑฺฒมาโส เสโส คิมฺหานนฺติ กตฺวา นิวาเสยฺย; นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 55.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  55 25. โยปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส สามํ จีวรํ ทตฺวา กุปิโต อนตฺตมโน อจฺฉินฺเทยฺย วา อจฺฉินฺทาเปยฺย วา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 26. โย ปน ภิกฺขุ สามํ สุตฺตํ วิญฺาเปตฺวา ตนฺตวาเยหิ จีวรํ วายาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 27. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อญฺาตโก คหปติ วา คหปตานี วา ตนฺตวาเยหิ จีวรํ วายาเปยฺย, ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย “อิทํ โข อาวุโส จีวรํ มํ อุทฺทิสฺส วียติ, อายตญฺจ กโรถ, วิตฺถตญฺจ อปฺปิตญฺจ สุวิตญฺจ สุปวายิตญฺจ สุวิเลกฺขิตญฺจ สุวิตจฺฉิตญฺจ กโรถ; อปฺเปว นาม มยมฺปิ
  • 56.
    56  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย อายสฺมนฺตานํ กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺยามาติ, เอวญฺจ โส ภิกฺขุ วตฺวา กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺย อนฺตมโส ปิณฺฑปาตมตฺตมฺปิ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 28. ทสาหานาคตํ กตฺติกเตมาสิปุณฺณมํ, ภิกฺขุโน ปเนว อจฺเจกจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย, อจฺเจกํ มญฺมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพํ, ปฏิคฺคเหตฺวา ยาวจีวรกาลสมยํ นิกฺขิปิตพฺพํ, ตโต เจ อุตฺตรึ นิกฺขิเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 29. อุปวสฺสํ โข ปน กตฺติกปุณฺณมํ ยานิ โข ปน ตานิ อารญฺกานิ เสนาสนานิ สาสงฺกสมฺมตานิ สปฺปฏิภยานิ, ตถารูเปสุ ภิกฺขุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต อากงฺขมาโน ติณฺณํ
  • 57.
     นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา /  57 จีวรานํอญฺตรํ จีวรํ อนฺตรฆเร นิกฺขิเปยฺย, สิยา จ ตสฺส ภิกฺขุโน โกจิเทว ปจฺจโย เตน จีวเรน วิปฺปวาสาย, ฉารตฺตปรมนฺเตน ภิกฺขุนา เตน จีวเรน วิปฺปวสิตพฺพํ, ตโต เจ อุตฺตรึ วิปฺปวเสยฺย อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ 30. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ ปตฺตวคฺโค ตติโย ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต ตึส นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา ธมฺมา ฯ ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
  • 58.
    58  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา ธมฺมา นิฏฺิตา ฯ
  • 59.
     ปาจิตฺติยา /  59   ปาจิตฺติยา  อิเมโข ปนายสฺมนฺโต เทฺวนวุติ ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติยํ ฯ 2. โอมสวาเท ปาจิตฺติยํ ฯ 3. ภิกฺขุเปสุญฺเ ปาจิตฺติยํ ฯ 4. โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺนํ ปทโส ธมฺมํ วาเจยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 5. โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 6. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สหเสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 60.
    60  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 7. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคามสฺส อุตฺตริ- ฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสยฺย อญฺตฺร วิญฺญุนา ปุริสวิคฺคเหน, ปาจิตฺติยํ ฯ 8. โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺนสฺส อุตฺตริ- มนุสฺสธมฺมํ อาโรเจยฺย, ภูตสฺมึ ปาจิตฺติยํ ฯ 9. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจยฺย อญฺตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา, ปาจิตฺติยํ ฯ 10. โย ปน ภิกฺขุ ปวึ ขเณยฺย วา ขณาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ มุสาวาทวคฺโค ปโม ฯ 11. ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ ฯ 12. อญฺวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 61.
     ปาจิตฺติยา /  61 13. อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเกปาจิตฺติยํ ฯ 14. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิกํ มญฺจํ วา ปีํ วา ภิสึ วา โกจฺฉํ วา อชฺโฌกาเส สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา, ตํ ปกฺกมนฺโต เนว อุทฺธเรยฺย น อุทฺธราเปยฺย อนาปุจฺฉํ วา คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 15. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร เสยฺยํ สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา ตํ ปกฺกมนฺโต เนว อุทฺธเรยฺย น อุทฺธราเปยฺย อนาปุจฺฉํ วา คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 16. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร ชานํ ปุพฺพูปคตํ ภิกฺขุํ อนูปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปยฺย “ยสฺส สมฺพาโธ ภวิสฺสติ, โส ปกฺกมิสฺสตีติ เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 62.
    62  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 17. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ กุปิโต อนตฺตมโน สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺเฒยฺย วา นิกฺกฑฺฒาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ 18. โย ปน ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร อุปริเวหาสกุฏิยา อาหจฺจปาทกํ มญฺจํ วา ปีํ วา อภินิสีเทยฺย วา อภินิปชฺเชยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ 19. มหลฺลกมฺปน ภิกฺขุนา วิหารํ การยมาเนน ยาว ทฺวารโกสา อคฺคลฏฺปนาย อาโลกสนฺธิปริกมฺมาย ทฺวิตฺติจฺฉทนสฺส ปริยายํ อปฺปหริเต ิเตน อธิฏฺาตพฺพํ, ตโต เจ อุตฺตรึ อปฺปหริเตปิ ิโต อธิฏฺเหยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 63.
     ปาจิตฺติยา /  63 20. โย ปนภิกฺขุ ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺเจยฺย วา สิญฺจาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ ภูตคามวคฺโค ทุติโย ฯ 21. โย ปน ภิกฺขุ อสมฺมโต ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 22. สมฺมโตปิ เจ ภิกฺขุ อตฺถงฺคเต สุริเย ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 23. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปสงฺกมิตฺวา ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย; คิลานา โหติ ภิกฺขุนี, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
  • 64.
    64  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 24. โย ปน ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย “อามิสเหตุ ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย โอวทนฺตีติ, ปาจิตฺติยํ ฯ 25. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา จีวรํ ทเทยฺย อญฺตฺร ปาริวฏฺฏกา, ปาจิตฺติยํ ฯ 26. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา จีวรํ สิพฺเพยฺย วา สิพฺพาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ 27. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย อนฺตมโส คามนฺตรมฺปิ อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย: สตฺถคมนีโย โหติ มคฺโค สาสงฺกสมฺมโต สปฺปฏิภโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
  • 65.
     ปาจิตฺติยา /  65 28. โย ปนภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกํ นาวํ อภิรูเหยฺย อุทฺธคามินึ วา อโธคามินึ วา อญฺตฺร ติริยนฺตรณาย, ปาจิตฺติยํ ฯ 29. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ภิกฺขุนีปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺเชยฺย อญฺตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา, ปาจิตฺติยํ ฯ 30. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ โอวาทวคฺโค ตติโย ฯ 31. อคิลาเนนภิกฺขุนาเอโกอาวสถปิณฺโฑ ภุญฺชิตพฺโพ; ตโต เจ อุตฺตรึ ภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 66.
    66  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 32. คณโภชเนอญฺตฺรสมยาปาจิตฺติยํฯ ตตฺถายํ สมโย: คิลานสมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโยอทฺธานคมนสมโยนาวาภิรูหนสมโย มหาสมโย สมณภตฺตสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ 33. ปรมฺปรโภชเน อญฺตฺร สมยา ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย: คิลานสมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ 34. ภิกฺขุํ ปเนว กุลํ อุปคตํ ปูเวหิ วา มนฺเถหิ วา อภิหฏฺฐุมฺปวาเรยฺย, อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ทฺวิตฺติปตฺตปูรา ปฏิคฺคเหตพฺพา: ตโต เจ อุตฺตรึ ปฏิคฺคณฺเหยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ ทฺวิตฺติปตฺตปูเร ปฏิคฺคเหตฺวา ตโต นีหริตฺวา ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวิภชิตพฺพํ อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ
  • 67.
     ปาจิตฺติยา /  67 35. โย ปนภิกฺขุ ภุตฺตาวี ปวาริโต อนติริตฺตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ 36. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ภุตฺตาวึ ปวาริตํ อนติริตฺเตน ขาทนีเยน วา โภชนีเยน วา อภิหฏฺฐุมฺปวาเรยฺย “หนฺท ภิกฺขุ ขาท วา ภุญฺช วาติ ชานํ อาสาทนาเปกฺโข, ภุตฺตสฺมึ ปาจิตฺติยํ ฯ 37. โย ปน ภิกฺขุ วิกาเล ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ 38. โย ปน ภิกฺขุ สนฺนิธิการกํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 68.
    68  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 39. ยานิ โข ปน ตานิ ปณีตโภชนานิ, เสยฺยถีทํ: สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ, โย ปน ภิกฺขุ เอวรูปานิ ปณีตโภชนานิ อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺาเปตฺวา ภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 40. โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหเรยฺย อญฺตฺร อุทกทนฺตโปณา, ปาจิตฺติยํ ฯ โภชนวคฺโค จตุตฺโถ ฯ 41. โย ปน ภิกฺขุ อเจลกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ทเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 69.
     ปาจิตฺติยา /  69 42. โย ปนภิกฺขุ ภิกฺขุํ เอวํ วเทยฺย “เอหาวุโส คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามาติ ฯ ตสฺส ทาเปตฺวา วา อทาเปตฺวา วา อุยฺโยเชยฺย “คจฺฉาวุโส, น เม ตยา สทฺธึ กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหติ, เอกกสฺส เม กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหตีติ, เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ 43. โย ปน ภิกฺขุ สโภชเน กุเล อนูปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 44. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ รโห ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 45. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 70.
    70  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 46. โย ปน ภิกฺขุ นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน, สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺย, อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย: จีวรทานสมโย จีวรการสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย ฯ 47. อคิลาเนน ภิกฺขุนา จาตุมาสปจฺจย- ปวารณา สาทิตพฺพา อญฺตฺร ปุนปวารณาย, อญฺตฺร นิจฺจปวารณาย, ตโต เจ อุตฺตรึ สาทิเยยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 48. โย ปน ภิกฺขุ อุยฺยุตฺตํ เสนํ ทสฺสนาย คจฺเฉยฺย อญฺตฺร ตถารูปปจฺจยา, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 71.
     ปาจิตฺติยา /  71 49. สิยา จตสฺส ภิกฺขุโน โกจิเทว ปจฺจโย เสนํ คมนาย, ทฺวิรตฺตติรตฺตํ เตน ภิกฺขุนา เสนาย วสิตพฺพํ ฯ ตโต เจ อุตฺตรึ วเสยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 50. ทฺวิรตฺตติรตฺตญฺเจ ภิกฺขุ เสนาย วสมาโน อุยฺโยธิกํ วา พลคฺคํ วา เสนาพฺยูหํ วา อนีกทสฺสนํ วา คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ อเจลกวคฺโค ปญฺจโม ฯ 51. สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติยํ ฯ 52. องฺคุลิปโตทเก ปาจิตฺติยํ ฯ 53. อุทเก หสฺสธมฺเม ปาจิตฺติยํ ฯ 54. อนาทริเย ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 72.
    72  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 55. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ภึสาเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 56. โย ปน ภิกฺขุ อคิลาโน วิสีวนาเปกฺโข โชตึสมาทเหยฺยวาสมาทหาเปยฺยวาอญฺตฺร ตถารูปปจฺจยา, ปาจิตฺติยํ ฯ 57. โยปนภิกฺขุโอเรนฑฺฒมาสํนฺหาเยยฺย อญฺตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺถายํ สมโย: ทิยฑฺโฒ มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ วสฺสานสฺส ปโม มาโส อิจฺเจเต อฑฺฒเตยฺยมาสา อุณฺหสมโย ปริฬาหสมโย คิลานสมโย กมฺมสมโย อทฺธานคมนสมโย วาตวุฏฺิสมโย ฯ อยํ ตตฺถ สมโย ฯ
  • 73.
     ปาจิตฺติยา /  73 58. นวมฺปน ภิกฺขุนาจีวรลาเภน ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานํ อญฺตรํ ทุพฺพณฺณกรณํ อาทาตพฺพํ นีลํ วา กทฺทมํ วา กาฬสามํ วา, อนาทา เจ ภิกฺขุ ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานํ อญฺตรํ ทุพฺพณฺณกรณํ นวํ จีวรํ ปริภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 59. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา สิกฺขมานาย วา สามเณรสฺส วา สามเณริยา วา สามํ จีวรํ วิกปฺเปตฺวา อปจฺจุทฺธารกํ ปริภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 60. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ปตฺตํ วา จีวรํ วา นิสีทนํ วา สูจิฆรํ วา กายพนฺธนํ วา
  • 74.
    74  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย อปนิเธยฺย วา อปนิธาเปยฺย วา อนฺตมโส หสฺสาเปกฺโขปิ, ปาจิตฺติยํ ฯ สุราปานวคฺโค ฉฏฺโ ฯ 61. โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 62. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ปริภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 63. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ยถาธมฺมํ นีหตาธิกรณํ ปุนกมฺมาย อุกฺโกเฏยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 64. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ชานํ ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 75.
     ปาจิตฺติยา /  75 65. โย ปนภิกฺขุ ชานํ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทยฺย, โส จ ปุคฺคโล อนุปสมฺปนฺโน, เต จ ภิกฺขู คารยฺหา, อิทํ ตสฺมึ ปาจิตฺติยํ ฯ 66. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ เถยฺยสตฺเถน สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย อนฺตมโส คามนฺตรมฺปิ, ปาจิตฺติยํ ฯ 67. โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย อนฺตมโส คามนฺตรมฺปิ, ปาจิตฺติยํ ฯ 68. โย ปน ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย “ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ; ยถา เยเม อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายาติ, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ
  • 76.
    76  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เอวมสฺส วจนีโย “มา อายสฺมา เอวํ อวจ, มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ; น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ, น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย; อเนกปริยาเยน อาวุโส อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, อลญฺจ ปน เต ปฏิเสวโต อนฺตรายายาติ; เอวญฺจ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย; ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมาโน ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 69. โยปนภิกฺขุชานํตถาวาทินาภิกฺขุนา อกฏานุธมฺเมน ตํ ทิฏฺึ อปฺปฏินิสฺสฏฺเน
  • 77.
     ปาจิตฺติยา /  77 สทฺธึ สมฺภุญฺเชยฺยวา สํวเสยฺย วา สห วา เสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 70. สมณุทฺเทโสปิ เจ เอวํ วเทยฺย “ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ; ยถา เยเม อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายาติ โส สมณุทฺเทโส ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโย “มา อาวุโส สมณุทฺเทส เอวํ อวจ, มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ, น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ, น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย ฯ อเนกปริยาเยน อาวุโส สมณุทฺเทส อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, อลญฺจ ปน เต ปฏิเสวโต อนฺตรายายาติ; เอวญฺจ โส สมณุทฺเทโส ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ปคฺคณฺเหยฺย, โส สมณุทฺเทโส ภิกฺขูหิ เอวมสฺส
  • 78.
    78  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย วจนีโย “อชฺชตคฺเค เต อาวุโส สมณุทฺเทส น เจว โส ภควา สตฺถา อปทิสิตพฺโพ; ยมฺปิ จญฺเ สมณุทฺเทสา ลภนฺติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ทฺวิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ, สาปิ เต นตฺถิ; จร ปิเร วินสฺสาติ ฯ โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ตถานาสิตํ สมณุทฺเทสํ อุปลาเปยฺย วา อุปฏฺาเปยฺย วา สมฺภุญฺเชยฺย วา สห วา เสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ สปฺปาณวคฺโค สตฺตโม ฯ 71. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน เอวํ วเทยฺย “น ตาวาหํ อาวุโส เอตสฺมึ สิกฺขาปเท สิกฺขิสฺสามิ, ยาว นญฺํ ภิกฺขุํ พฺยตฺตํ วินยธรํ ปริปุจฺฉามีติ, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 79.
     ปาจิตฺติยา /  79 สิกฺขมาเนน ภิกฺขเวภิกฺขุนา อญฺาตพฺพํ ปริปุจฺฉิตพฺพํ ปริปญฺหิตพฺพํ, อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ 72. โยปนภิกฺขุปาฏิโมกฺเขอุทฺทิสฺสมาเน เอวํ วเทยฺย “กิมฺปนิเมหิ ขุทฺทานุขุทฺทเกหิ สิกฺขาปเทหิ อุทฺทิฏฺเหิ, ยาวเทว กุกฺกุจฺจาย วิเหสายวิเลขายสํวตฺตนฺตีติ,สิกฺขาปทวิวณฺณนเก ปาจิตฺติยํ ฯ 73. โย ปน ภิกฺขุ อนฺวฑฺฒมาสํ ปาฏิโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน เอวํ วเทยฺย “อิทาเนว โข อหํ อาชานามิ ‘อยมฺปิ กิร ธมฺโม สุตฺตาคโต สุตฺตปริยาปนฺโน อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ; ตญฺเจ ภิกฺขุํ อญฺเ ภิกฺขู ชาเนยฺยุํ “นิสินฺนปุพฺพํ อิมินา ภิกฺขุนา ทฺวิตฺติกฺขตฺตุํ ปาฏิโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน
  • 80.
    80  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย โก ปน วาโท ภิยฺโยติ, น จ ตสฺส ภิกฺขุโน อญฺาณเกน มุตฺติ อตฺถิ; ยญฺจ ตตฺถ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตญฺจ ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ; อุตฺตริญฺจสฺส โมโห อาโรเปตพฺโพ “ตสฺส เต อาวุโส อลาภา, ตสฺส เต ทุลฺลทฺธํ; ยํ ตฺวํ ปาฏิโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน น สาธุกํ อฏฺิกตฺวา มนสิกโรสีติ; อิทํ ตสฺมึ โมหนเก ปาจิตฺติยํ ฯ 74. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส กุปิโต อนตฺตมโน ปหารํ ทเทยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 75. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส กุปิโต อนตฺตมโน ตลสตฺติกํ อุคฺคิเรยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 76. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อมูลเกน สงฺฆาทิเสเสน อนุทฺธํเสยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 81.
     ปาจิตฺติยา /  81 77. โย ปนภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทเหยฺย “อิติสฺส มุหุตฺตมฺปิ อผาสุภวิสฺสตีติเอตเทวปจฺจยํกริตฺวาอนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ 78. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ อุปสฺสุตึ ติฏฺเยฺย “ยํ อิเม ภณิสฺสนฺติ, ตํ โสสฺสามีติ เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺํ , ปาจิตฺติยํ ฯ 79. โย ปน ภิกฺขุ ธมฺมิกานํ กมฺมานํ ฉนฺทํ ทตฺวา ปจฺฉา ขิยฺยนธมฺมํ อาปชฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 80. โย ปน ภิกฺขุ สงฺเฆ วินิจฺฉยกถาย วตฺตมานาย ฉนฺทํ อทตฺวา อุฏฺายาสนา ปกฺกเมยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 82.
    82  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 81. โย ปน ภิกฺขุ สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวาปจฺฉาขิยฺยนธมฺมํอาปชฺเชยฺย“ยถาสนฺถุตํ ภิกฺขู สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณาเมนฺตีติ, ปาจิตฺติยํ ฯ 82. โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ ปุคฺคลสฺส ปริณาเมยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ สหธมฺมิกวคฺโค อฏฺโม ฯ 83. โย ปน ภิกฺขุ รญฺโ ขตฺติยสฺส มุทฺธาภิสิตฺตสฺส อนิกฺขนฺตราชเก อนิคฺคตรตนเก ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิโต อินฺทขีลํ อติกฺกาเมยฺย, ปาจิตฺติยํ ฯ 84. โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อญฺตฺร อชฺฌารามา วา อชฺฌาวสถา วา อุคฺคณฺเหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา,
  • 83.
     ปาจิตฺติยา /  83 ปาจิตฺติยํ ฯรตนํ วา ปน ภิกฺขุนา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคณฺหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตพฺพํ “ยสฺส ภวิสฺสติ, โส หริสฺสตีติ, อยํ ตตฺถ สามีจิ ฯ 85. โย ปน ภิกฺขุ สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา วิกาเล คามํ ปวิเสยฺย อญฺตฺร ตถารูปา อจฺจายิกา กรณียา, ปาจิตฺติยํ ฯ 86. โย ปน ภิกฺขุ อฏฺิมยํ วา ทนฺตมยํ วา วิสาณมยํ วา สูจิฆรํ การาเปยฺย, เภทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ 87. นวมฺปน ภิกฺขุนา มญฺจํ วา ปีํ วา การยมาเนน อฏฺงฺคุลปาทกํ กาเรตพฺพํ สุคตงฺคุเลน อญฺตฺร เหฏฺิมาย อฏนิยา, ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 84.
    84  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 88. โย ปน ภิกฺขุ มญฺจํ วา ปีํ วา ตูโลนทฺธํ การาเปยฺย, อุทฺทาลนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ 89. นิสีทนมฺปน ภิกฺขุนา การยมาเนน ปมาณิกํ กาเรตพฺพํ: ตตฺริทํ ปมาณํ: ทีฆโส เทฺว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ ทิยฑฺฒํ, ทสา วิทตฺถิ ฯ ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ 90. กณฺฑุปฏิจฺฉาทึ ปน ภิกฺขุนา การยมาเนน ปมาณิกา กาเรตพฺพา: ตตฺริทํ ปมาณํ: ทีฆโส จตสฺโส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ เทฺว วิทตฺถิโย, ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ
  • 85.
     ปาจิตฺติยา /  85 91. วสฺสิกสาฏิกํปนภิกฺขุนาการยมาเนน ปมาณิกา กาเรตพฺพา;ตตฺริทํ ปมาณํ: ทีฆโส ฉ วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ อฑฺฒเตยฺยา, ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ 92. โย ปน ภิกฺขุ สุคตจีวรปฺปมาณํ จีวรํ การาเปยฺย อติเรกํ วา, เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ ฯ ตตฺริทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ: ทีฆโส นว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย, อิทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ ฯ รตนวคฺโค นวโม ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เทฺวนวุติ ปาจิตฺติยา ธมฺมา ฯ
  • 86.
    86  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ ปาจิตฺติยา นิฏฺิตา ฯ
  • 87.
     ปาฏิเทสนียา /  87   ปาฏิเทสนียา  อิเมโขปนายสฺมนฺโตจตฺตาโรปาฏิเทสนียา ธมฺมาอุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. โย ปน ภิกฺขุ อญฺาติกาย ภิกฺขุนิยา อนฺตรฆรํ ปวิฏฺาย หตฺถโต ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา, ปฏิเทเสตพฺพํ เตน ภิกฺขุนา “คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ 2. ภิกฺขู ปเนว กุเลสุ นิมนฺติตา ภุญฺชนฺติ, ตตฺร เจ ภิกฺขุนี โวสาสมานรูปา ิตา โหติ “อิธ สูปํ เทถ, อิธ โอทนํ เทถาติ, เตหิ ภิกฺขูหิ สา ภิกฺขุนี อปสาเทตพฺพา
  • 88.
    88  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย “อปสกฺก ตาว ภคินิ, ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ: เอกสฺสปิ เจ ภิกฺขุโน นปฺปฏิภาเสยฺย ตํ ภิกฺขุนึ อปสาเทตุํ “อปสกฺก ตาว ภคินิ, ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ, ปฏิเทเสตพฺพํ เตหิ ภิกฺขูหิ “คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชิมฺหา อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมาติ ฯ 3. ยานิ โข ปน ตานิ เสกฺขสมฺมตานิ กุลานิ, โย ปน ภิกฺขุ ตถารูเปสุ เสกฺขสมฺมเตสุ กุเลสุ ปุพฺเพ อนิมนฺติโต อคิลาโน ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา ปฏิเทเสตพฺพํ เตน ภิกฺขุนา “คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ
  • 89.
     ปาฏิเทสนียา /  89 4. ยานิ โขปน ตานิ อารญฺกานิ เสนาสนานิ สาสงฺกสมฺมตานิ สปฺปฏิภยานิ, โย ปน ภิกฺขุ ตถารูเปสุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา อชฺฌาราเม สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา อคิลาโน ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา, ปฏิเทเสตพฺพํ เตน ภิกฺขุนา “คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต จตฺตาโร ปาฏิเทสนียา ธมฺมา ฯ ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
  • 90.
    90  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ ปาฏิเทสนียา นิฏฺิตา ฯ
  • 91.
     เสขิยา /  91   เสขิยา  อิเมโข ปนายสฺมนฺโต เสขิยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ 1. “ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 2. “ปริมณฺฑลํ ปารุปิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 3. “สุปฏิจฺฉนฺโน อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 4. “สุปฏิจฺฉนฺโน อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 5. “สุสํวุโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 92.
    92  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 6. “สุสํวุโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 7. “โอกฺขิตฺตจกฺขุ อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 8. “โอกฺขิตฺตจกฺขุ อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 9. “น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 10. “นอุกฺขิตฺตกายอนฺตรฆเรนิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 11. “นอุชฺชคฺฆิกายอนฺตรฆเรคมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 93.
     เสขิยา /  93 12. “น อุชฺชคฺฆิกายอนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 13. “อปฺปสทฺโท อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 14. “อปฺปสทฺโท อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 15. “น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 16. “น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 17. “น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 94.
    94  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 18. “น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 19. “น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 20. “น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 21. “น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 22. “น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 23. “น โอคุณฺิโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 95.
     เสขิยา /  95 24. “นโอคุณฺิโตอนฺตรฆเรนิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียาฯ 25. “น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 26. “น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ ฉพฺพีสติ สารุปฺปา ฯ 1. “สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 2. “ปตฺตสญฺี ปิณฺฑปาตํปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 3. “สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 96.
    96  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 4. “สมติตฺติกํปิณฺฑปาตํปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 5. “สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 6. “ปตฺตสญฺี ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 7. “สปทานํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 8. “สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 9. “น ถูปโต โอมทฺทิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 97.
     เสขิยา /  97 10. “น สูปํวา พฺยญฺชนํ วา โอทเนน ปฏิจฺฉาเทสฺสามิ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทายาติ สิกฺขา กรณียา ฯ 11. “น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 12. “น อุชฺฌานสญฺี ปเรสํ ปตฺตํ โอโลเกสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 13. “นาติมหนฺตํ กวฬํ กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 14. “ปริมณฺฑลํ อาโลปํ กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 98.
    98  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 15. “น อนาหเฏ กวเฬ มุขทฺวารํ วิวริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 16. “น ภุญฺชมาโน สพฺพํ หตฺถํ มุเข ปกฺขิปิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 17. “น สกวเฬน มุเขน พฺยาหริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 18. “น ปิณฺฑุกฺเขปกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 19. “น กวฬาวจฺเฉทกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 20. “น อวคณฺฑการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 99.
     เสขิยา /  99 21. “น หตฺถนิทฺธูนกํภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 22. “น สิตฺถาวการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 23. “น ชิวฺหานิจฺฉารกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 24. “น จปุจปุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 25. “น สุรุสุรุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 26. “น หตฺถนิลฺเลหกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 100.
    100  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 27. “น ปตฺตนิลฺเลหกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 28. “น โอฏฺนิลฺเลหกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 29. “น สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลกํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 30. “น สสิตฺถกํ ปตฺตโธวนํ อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ สมตึส โภชนปฏิสํยุตฺตา ฯ 1. “น ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 101.
     เสขิยา /  101 2. “น ทณฺฑปาณิสฺสอคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 3. “น สตฺถปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 4. “น อาวุธปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 5. “น ปาทุการูฬฺหสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 6. “น อุปาหนารูฬฺหสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 7. “น ยานคตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 102.
    102  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 8. “น สยนคตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 9. “น ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 10. “น เวฏฺิตสีสสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 11. “น โอคุณฺิตสีสสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 12. “นฉมายํนิสีทิตฺวาอาสเนนิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 13. “นนีเจอาสเนนิสีทิตฺวาอุจฺเจอาสเน นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 103.
     เสขิยา /  103 14. “น ิโตนิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 15. “น ปจฺฉโต คจฺฉนฺโต ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 16. “น อุปฺปเถน คจฺฉนฺโต ปเถน คจฺฉนฺตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ โสฬส ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตา ฯ 1. “น ิโต อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ 2. “น หริเต อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ
  • 104.
    104  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 3. “น อุทเก อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ ตโย ปกิณฺณกา ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต เสขิยา ธมฺมา ฯ ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ เสขิยา นิฏฺิตา ฯ
  • 105.
     สตฺตาธิกรณสมถา /  105   สตฺตาธิกรณสมถา  อิเมโข ปนายสฺมนฺโต สตฺตาธิกรณสมถา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อธิกรณานํ สมถาย วูปสมาย สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ, สติวินโย ทาตพฺโพ,อมูฬฺหวินโยทาตพฺโพ,ปฏิญฺาตกรณํ, เยภุยฺยสิกา, ตสฺส ปาปิยสิกา, ติณวตฺถารโกติ ฯ อุทฺทิฏฺา โข อายสฺมนฺโต สตฺตาธิกรณ- สมถา ธมฺมา ฯ ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ? ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ: กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ?
  • 106.
    106  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต; ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามิ ฯ สตฺตาธิกรณสมถา นิฏฺิตา ฯ อุทฺทิฏฺํ โข อายสฺมนฺโต นิทานํ ฯ อุทฺทิฏฺา จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา ฯ อุทฺทิฏฺา เตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา ฯ อุทฺทิฏฺา เทฺว อนิยตา ธมฺมา ฯ อุทฺทิฏฺาตึสนิสฺสคฺคิยาปาจิตฺติยาธมฺมาฯ อุทฺทิฏฺา เทฺวนวุติ ปาจิตฺติยา ธมฺมา ฯ อุทฺทิฏฺา จตฺตาโร ปาฏิเทสนียา ธมฺมา ฯ อุทฺทิฏฺา เสขิยา ธมฺมา ฯ อุทฺทิฏฺา สตฺตาธิกรณสมถา ธมฺมา ฯ
  • 107.
     สตฺตาธิกรณสมถา /  107 เอตฺตกนฺตสฺส ภควโตสุตฺตาคตํ สุตฺตปริยาปนฺนํ อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉติ ฯ ตตฺถ สพฺเพเหว สมคฺเคหิ สมฺโมทมาเนหิ อวิวทมาเนหิ สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ภิกฺขุปาฏิโมกฺขํ นิฏฺิตํ ฯ
  • 108.
    108  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย   สีลุทฺเทสปาโ  ภาสิตมิทํ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน, “สมฺปนฺนสีลา ภิกฺขเว วิหรถ สมฺปนฺนปาฏิโมกฺขา, ปาฏิโมกฺข- สํวรสํวุตา วิหรถ อาจารโคจรสมฺปนฺนา, อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสูติ ฯ ตสฺมาติหมฺเหหิ สิกฺขิตพฺพํ, “สมฺปนฺนสีลา วิหริสฺสาม สมฺปนฺนปาฏิโมกฺขา, ปาฏิโมกฺข- สํวรสํวุตา วิหริสฺสาม อาจารโคจรสมฺปนฺนา, อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขิสฺสาม สิกฺขาปเทสูติ ฯ เอวญฺหิ โน สิกฺขิตพฺพํ ฯ
  • 109.
     สีลุทฺเทสปาโ /  109   ตายนคาถา  ฉินฺทโสตํ ปรกฺกมฺม กาเม ปนูท พฺราหฺมณ นปฺปหาย มุนิ กาเม เนกตฺตมุปปชฺชติ ฯ กยิรา เจ กยิราเถนํ ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม สิถิโล หิ ปริพฺพาโช ภิยฺโย อากิรเต รชํ ฯ อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย ปจฺฉา ตปฺปติ ทุกฺกฏํ กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ฯ กุโส ยถา ทุคฺคหิโต หตฺถเมวานุกนฺตติ สามญฺํ ทุปฺปรามฏฺํ นิรยายูปกฑฺฒติ ฯ ยงฺกิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ สงฺกิลิฏฺญฺจ ยํ วตํ สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ น ตํ โหติ มหปฺผลนฺติ ฯ
  • 110.
    110  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย   เทวธมฺมา  หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา สุกฺกธมฺมสมาหิตา สนฺโต สปฺปุริสา โลเก เทวธมฺมาติ วุจฺจเร ฯ   เจติยวนฺทา  วนฺทามิ เจติยํ สพฺพํ สพฺพฏฺาเน สุปติฏฺิตํ สารีริกธาตุมหาโพธึ พุทฺธรูปํ สกลํ สทา ฯ
  • 111.
    ตายนคาถา, เทวธมฺมา, เจติยวนฺท/  111 ตายนคาถา, เทวธมฺมา, เจติยวนฺท อธิบายวิธีเปลี่ยนบุพพกิจ ตามล�ำดับเลข 1. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า ปวารณากรณโต. 2. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า อกตปวารณานํ ปวารณายปิ. 3. ถ้ากลางวัน พึงว่า ปุริเมสุ จตูสุ กิจฺเจสุ ปทีปกิจฺจํ อิทานิ สุริยาโลกสฺส อตฺถิตาย นตฺถิ, อปรานิ ตีณิ. 4. ถ้าพระภิกษุจัดเตรียมบุพพกิจรูปเดียว พึงว่า ชานตา ภิกฺขุนา. ถ้าพระภิกษุหลายรูป ไม่มีอารามิกะ* พึงว่า ชานนฺเตหิ ภิกฺขูหิ. ถ้า พระภิกษุ และสามเณรช่วยกันจัด ไม่มีอารามิกะ พึงว่า ชานนฺเตหิ สามเณเรหิปิ ภิกฺขูหิปิ.  * อารามิกะ คือ คนเฝ้าอาราม หรือคนที่อยู่อาศัยในวัด เช่น อุบาสก อุบาสิกา เป็นต้น
  • 112.
    112  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 5. ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่า ปวารณาอาหรณานิ. 6.  พทฺธสีมายํ  เป็นการสวดในโรงอุโบสถที่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว ถ้าสวดในที่ อื่นใช้ สีมายํ. 7. นี้เป็นฤดูหนาว ถ้าเป็นฤดูร้อน พึงว่า  คิมฺโหตุ  ถ้าเป็นฤดูฝน พึงว่า วสฺสาโนตุ. 8. นี้เป็นฤดูที่ไม่มีอธิกมาส ไม่มีปวารณา และเป็นอุโบสถต้น คือ อุโบสถที่ ๑ ถ้าเป็นอุโบสถ ที่ ๒ คือล่วงแล้ว ๑ ปัจจุบัน ๑ ยังเหลืออยู่อีก ๖ พึงว่า อฏฺ อุโปสถา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, เอโก อุโปสโถ อติกฺกนฺโต ฉ อุโปสถา อวสิฏฺา. ถ้าล่วงแล้ว ๒-๓-๔-๕-๖ อุโบสถ ยังเหลือ อยู่ ๕-๔-๓-๒-๑ อุโบสถ พึงว่า อฏฺ อุโปสถา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต,
  • 113.
    ��������������������������������������  113 เทฺว ตโย จตฺตาโร ปญฺจ ฉ ปญฺจ จตฺตาโร ตโย เทฺว เอโก อุโปสโถอวสิฏฺโ. ถ้าล่วง ๗ อุโบสถ ปัจจุบัน ๑ รวมเป็น ๘ อุโบสถ บริบูรณ์พึงว่า อฏฺอุโปสถา,อิมินาปกฺเขนเอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, สตฺต อุโปสถา อติกฺกนฺตา, อฏฺ อุโปสถา ปริปุณฺณา. อุโปสถา อติกฺกนฺตา อุโปสถา อวสิฏฺา
  • 114.
    114  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ถ้าฤดูที่มีอธิกมาส พึงว่า อธิกมาสวเสน ทส อุโปสถา,อิมินาปกฺเขนเอโกอุโปสโถสมฺปตฺโต, นว อุโปสถา อวสิฏฺา. อุโบสถที่ ๒ - ๑๐ ก็ให้ เปลี่ยนท�ำนองเดียวกับฤดูที่ไม่มีอธิกมาส ต่างกัน แต่ที่ต้องเติมค�ำว่า อธิกมาสวเสน เข้าข้างหน้า เสมอเท่านั้น ฤดูที่ไม่มีอธิกมาส แต่มีปวารณา อุโบสถที่ ๑ ให้เปลี่ยนว่า สตฺต จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, ฉ จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา อวสิฏฺา. ถ้าล่วงแล้ว ๕ อุโบสถ ปัจจุบันเป็นวันปวารณา ยังอีก ๒ อุโบสถ พึงเปลี่ยนว่า สตฺต จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา, อิมินา ปกฺเขน เอกา ปวารณา สมฺปตฺตา, ปญฺจ อุโปสถา อติกฺกนฺตา, เทฺว อุโปสถา อวสิฏฺา.
  • 115.
    ��������������������������������������  115 ถ้าเป็นอุโบสถที่สุด คือล่วงแล้ว ๖ อุโบสถ กับปวารณา ๑ ปัจจุบัน ๑ พึงเปลี่ยนว่า สตฺต จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, ฉ จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา อติกฺกนฺตา, สตฺต จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา ปริปุณฺณา. ถ้าฤดูที่มีอธิกมาส และปวารณาด้วย อุโบสถ ที่ ๑ พึงเปลี่ยนว่า อธิกมาสวเสน นว จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา, อิมินา ปกฺเขน เอโก อุโปสโถ สมฺปตฺโต, อฏฺ จ อุโปสถา เอกา จ ปวารณา อวสิฏฺา. อุโบสถต่อไป ก็พึงเปลี่ยนท�ำนองเดียวกัน กับฤดูที่ไม่มีอธิกมาส มีแต่ปวารณา ต่างแต่เติม ค�ำว่า อธิกมาสวเสน ข้างหน้าเสมอเท่านั้น.
  • 116.
    116  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 9. ถ้าวันปวารณา พึงว่า ปวารณคฺเค ปวารณตฺถาย. 10. ถ้าวันปวารณา พึงว่า ปวารณคฺเค. 11. นี้ภิกษุ ๔ รูป ถ้าภิกษุ ๕ รูปว่า ปญฺจ ภิกฺขู. ภิกษุ ๖ รูปว่า ฉ ภิกฺขู. ภิกษุ ๗ รูป ว่า สตฺต ภิกฺขู. ภิกษุ ๘ รูปว่า อฏฺ ภิกฺขู. ภิกษุ๙รูปว่า นวภิกฺขู. ภิกษุ๑๐รูปว่าทสภิกฺขู. ภิกษุ ๒๐ รูปว่า วีสติ ภิกฺขู. เช่นนี้เป็นต้น คือ ให้ เปลี่ยนตามจ�ำนวนภิกษุที่มาประชุมในโรงอุโบสถ. (นับรวมกับภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ด้วย) 12. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า ปวารณา. 13. ถ้าเป็นอุโบสถที่ ๑๔ ว่า จาตุทฺทโส. ถ้า เป็นวันปวารณาที่ ๑๔ ว่า จาตุทฺทสี. วันปวารณา ที่ ๑๕ ว่า ปณฺณรสี.
  • 117.
    14. ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่าสงฺฆปวารณารหา ปญฺจ วา. 15. ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่า ปวารณากมฺมํ. 16.  ถ้าเป็นวันปวารณาพึงว่า ปวารณา- กมฺมสฺส. 17. ถ้าเป็นวันปวารณา พึงว่า กริยมานา ปวารณา สงฺเฆน อนุมาเนตพฺพา.
  • 118.
    118  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 119.
  • 120.
    การสวดพระปาฏิโมกข์ในครั้งพุทธกาล พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ คือ หลักค�ำสอนส�ำคัญของพระพุทธศาสนา หรือ ค�ำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐รูป ที่ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญเดือน ๓ ที่เรียกกันว่า วันมาฆบูชา ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์นี้ แก่ที่ ประชุมสงฆ์ตลอดมาเป็นเวลา ๒๐ พรรษา ก่อนที่จะ ทรงโปรดให้สวดพระปาฏิโมกข์อย่างในปัจจุบัน ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารเห็นพวกนักบวชลัทธิอื่น ประชุมกล่าวธรรม ในวัน ๑๔ ค�่ำ หรือ ๑๕ ค�่ำ และ ประวัติความเป็นมาของ พระปาฏิโมกข์
  • 121.
    ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ /  121 ๘ค�่ำแห่งปักษ์ มีประชาชนไปประชุมฟังธรรมเป็น จ�ำนวนมาก คนเหล่านั้นมีความรัก มีความเลื่อมใส ศรัทธา และมีจ�ำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พระเจ้าพิมพิสารทรงปรารถนาจะให้ภิกษุ ในพระพุทธศาสนาท�ำอย่างนั้นบ้าง จึงได้เข้าเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ากราบทูลพระราชด�ำรินั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงอนุมัติ โดยทรงประทาน พุทธานุญาตให้ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในวัน ๑๔ ค�่ำ หรือ ๑๕ ค�่ำ และ ๘ ค�่ำแห่งปักษ์ ในครั้งแรกภิกษุทั้งหลายประชุมกัน แต่นั่งนิ่งๆ พวกชาวบ้านทั้งหลายมา หวังที่จะได้ฟังธรรมก็ไม่ ได้ฟัง จึงพากันติเตียน ภายหลังพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายประชุมกันเพื่อ กล่าวธรรม
  • 122.
    122  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ต่อมาพระพุทธองค์ได้ทรงด�ำริว่า พระองค์ จะอนุญาตให้เอาสิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติแก่ ภิกษุทั้งหลาย ให้เป็นปาฏิโมกขุทเทสของเหล่าภิกษุ ทั้งหลาย ปาฏิโมกขุทเทสนั้นจักเป็นอุโบสถของพวก เธอ พระพุทธองค์ได้มีพระบัญญัติตามที่ทรงด�ำริ แล้วอนุญาตให้สวดพระปาฏิโมกข์และทรงแสดงวิธี สวดพระปาฏิโมกข์ พุทธสาวกจึงน�ำมาศึกษา และ ปฏิบัติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความประสงค์ที่จะ ทรงบัญญัติ ความส�ำคัญของสิกขาบทในฐานะที่จะ ท�ำให้พระพุทธศาสนามีอายุยืนนาน พระสารีบุตร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ถึงเวลาแล้วที่จะ ทรงบัญญัติสิกขาบท และถึงเวลาแล้วที่จะทรงแสดง พระปาฏิโมกข์แก่สาวก อันจะเป็นเหตุให้พระศาสนา
  • 123.
    ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ /  123 นี้ด�ำรงอยู่ได้นานพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า จงรอ ก่อนสารีบุตร ตถาคตผู้เดียวจะรู้กาลในกรณีนั้น ก็บรรดาภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ภิกษุที่ทรงคุณธรรม อย่างต�่ำก็เป็นโสดาบัน มีความไม่ตกต�่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง เป็นผู้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า กล่าวคือ พระภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปนั้นต่างก็เป็นพระอริยบุคคล จึงรู้ว่าอะไรควรท�ำ อะไรไม่ควรท�ำ ไม่ท�ำในสิ่งที่ ผิดพลาดให้เกิดความเสื่อมเสีย จึงไม่มีความจ�ำเป็น ที่ต้องทรงบัญญัติพระวินัยในตอนนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถึงกาลเวลา แห่งการที่จะทรงบัญญัติสิกขาบท และการแสดง พระปาฏิโมกข์ว่า จะกระท�ำเมื่อมีอาสวัฏฐานิยธรรม เกิดขึ้นในสงฆ์หรือในศาสนานี้
  • 124.
    124  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย “เมื่อใดอาสวัฏฐานิยธรรมเหล่านั้นปรากฏ ขึ้นเมื่อนั้นพระศาสดาจึงจะทรงบัญญัติสิกขาบท และแสดงพระปาฏิโมกข์แก่สาวก เพื่อก�ำจัด อาสวัฏฐานิยธรรม” การที่อาสวัฏฐานิยธรรมจะปรากฏในสงฆ์หรือ ในศาสนานั้น มีเหตุอยู่ ๓ ประการ 1) สงฆ์เป็นหมู่ใหญ่โดยภิกษุผู้บวชนานแล้ว หมายถึง เป็นหมู่ใหญ่เพราะมีภิกษุเถระซึ่งบวช มานานจ�ำนวนมาก เพราะจะมีเหตุให้พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวกับพระเถระ เช่น พระเถระ รูปใดโง่เขลาไม่พึงให้อุปสมบท เป็นต้น 2) สงฆ์เป็นหมู่ใหญ่โดยแพร่หลายแล้ว หมายถึง มีแพร่หลายทั้งพระเถระ พระภิกษุ ปานกลาง และพระภิกษุผู้บวชใหม่ เพราะจะมีเหตุ
  • 125.
    ประวัติความเป็นมาของพระปาฏิโมกข์ /  125 ให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวกับการ วางตัวระหว่างภิกษุที่ต่างพรรษากัน 3) สงฆ์เป็นหมู่ใหญ่เลิศโดยลาภแล้วเพราะ จะมีเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบท เกี่ยวกับเรื่องลาภสักการะ เช่น ภิกษุใดให้ของควร เคี้ยว หรือของควรบริโภคด้วยมือของตนแก่นักบวช เปลือยก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี แก่ปริพาชิกาก็ดี ภิกษุ นั้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ เป็นต้น พระสารีบุตรกราบทูลให้ทรงบัญญัติสิกขาบทใน พรรษานั้น ล�ำดับนั้นพระสารีบุตรได้ทูลถามถึง พระ ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงลับไป แล้วว่าพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ ไหนด�ำรงอยู่ได้นานพระองค์ไหนด�ำรงอยู่ได้ไม่นาน
  • 126.
    126  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า พระศาสนาของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู ด�ำรงอยู่ไม่นาน เพราะทรง แสดงธรรมไว้น้อย ทั้งมิได้ทรงบัญญัติสิกขาบท และมิได้แสดงพระปาฏิโมกข์แก่สาวกทั้งหลาย นี่คือเหตุที่พระศาสนาด�ำรงอยู่ได้ไม่นานพระศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ และพระกัสสปะ ด�ำรงอยู่ได้ นาน เพราะทรงแสดงธรรมไว้มากทรงบัญญัติ สิกขาบท และทรงแสดงพระปาฏิโมกข์ นี่คือเหตุที่ พระศาสนาด�ำรงอยู่ได้นานพระสารีบุตรจึงกราบทูล ให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบท และทรงแสดง พระปาฏิโมกข์
  • 127.
    ดังนั้น จากประวัติความเป็นมาของ พระปาฏิโมกข์ พระศาสนาจะด�ำรงอยู่ได้นาน ก็ต่อเมื่อพระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติพระธรรม และพระวินัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหาร จัดการองค์กรคณะสงฆ์ และการทรงจ�ำไว้ซึ่ง พระปาฏิโมกข์ทุก ๑๔ ค�่ำ หรือ ๑๕ ค�่ำ ก็จะ ท�ำให้สิกขาบทในธรรมวินัยของพระพุทธองค์ ไม่คลาดเคลื่อน และเป็นแนวทางในการ ประพฤติปฏิบัติสืบไป
  • 128.
    128  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 129.
     โอวาทปาฏิโมกข์ /  129   โอวาทปาฏิโมกข์  ขันตีปะระมัง ตะโป ตีติกขา, ความอดทน คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา, พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตรัสว่าพระนิพพานเป็นเยี่ยม นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี, ผู้ล้างผลาญอื่น,ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต, ผู้เบียดเบียนผู้อื่น, ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ นี้เป็นค�ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง, การไม่ท�ำบาปทั้งปวง หนึ่ง กุสะลัสสูปะสัมปะทา, การบ�ำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม หนึ่ง สะจิตตะปะริโยทะปะนัง, การกลั่นจิตของตนให้ผ่องแผ้ว หนึ่ง
  • 130.
    130  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ นี้เป็นค�ำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. อะนูปะวาโท, การไม่เข้าไปว่าร้ายกัน หนึ่ง อะนูปะฆาโต, การไม่เข้าไปล้างผลาญกัน หนึ่ง ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร, ความส�ำรวมในพระปาฏิโมกข์ หนึ่ง มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง, ความเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนาหาร หนึ่ง ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง, การนอนการนั่งอันสงัด หนึ่ง อะธิจิตเต จะ อาโยโค, การประกอบความเพียรในอธิจิต หนึ่ง เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ นี้เป็นค�ำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
  • 131.
  • 132.
      พระวินัย  พระวินัย คือพุทธบัญญัติเกี่ยวกับระเบียบ ปฏิบัติขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิต และ วิธีด�ำเนินกิจการต่างๆ ของภิกษุสงฆ์และ ภิกษุณีสงฆ์ พระวินัย ซึ่งเป็นพุทธบัญญัตินี้ แบ่งออก เป็น ๒ ส่วน คือ อาทิพรหมจริยกาสิกขา และ  อภิสมาจาริกาสิกขา  อาทิพรหมจริยกาสิกขาหมายถึงหลักการศึกษา อบรมในฝ่ายบทบัญญัติหรือข้อปฏิบัติอันเป็นเบื้องต้น แห่งพรหมจรรย์ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติ ไว้เป็นพุทธอาณา เพื่อป้องกันความประพฤติ เสียหาย และวางโทษแก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด โดยปรับ
  • 133.
     พระวินัย /  133 อาบัติหนักบ้าง เบาบ้างและพระสงฆ์น�ำมาสวดทุก กึ่งเดือน เรียกว่า “พระปาฏิโมกข์” อภิสมาจาริกาสิกขา หมายถึง หลักการศึกษา อบรมในฝ่ายขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับมารยาท และ ความเป็นอยู่ที่ดีงามส�ำหรับชักน�ำความประพฤติ ความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ให้ดีงาม มีคุณค่า น่า เลื่อมใสศรัทธายิ่งขึ้นไป พระวินัยนั้น พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงบัญญัติ ไว้ล่วงหน้า ต่อเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น จึง ทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามไม่ให้ประพฤติ เช่นนั้นอีก ดังจะเห็นได้ว่าในตอนต้นพุทธกาล พระพุทธองค์ยังไม่ได้ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้ เพราะพระภิกษุสงฆ์ล้วนมีข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงาม
  • 134.
    134  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ต่อมาภายหลังเมื่อเกิดความไม่ดีไม่งามขึ้นในสงฆ์ พระองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบทเรื่อยมา  อาบัติ แปลว่า การต้อง การล่วงละเมิด ค�ำนี้ เป็นชื่อเรียกกิริยาที่ล่วงละเมิดสิกขาบทนั้นๆและเป็น ชื่อเรียกโทษ หรือความผิดที่เกิดจากการล่วงละเมิด สิกขาบท เช่น ภิกษุเสพเมถุน ต้องอาบัติปาราชิก อาบัติมี ๗ กอง คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ และ ทุพภาสิต  อาบัติปาราชิก มีโทษหนักท�ำให้ผู้ล่วงละเมิด ขาดจากความเป็นภิกษุ  อาบัติสังฆาทิเสส มีโทษปานกลาง ผู้ล่วง ละเมิดต้องอยู่กรรม คือประพฤติวัตรอย่างหนึ่ง จึงจะพ้นจากอาบัตินี้
  • 135.
     พระวินัย /  135 ส่วนอาบัติ ๕กองที่เหลือมีโทษเบา ผู้ล่วง ละเมิดต้องประกาศสารภาพผิดต่อหน้าภิกษุด้วยกัน ดังที่เรียกว่า “ปลงอาบัติ” จึงจะพ้นจากอาบัติ เหล่านี้ บทบัญญัติในพระวินัยแต่ละข้อ หรือมาตรา เรียกว่า “สิกขาบท”แปลว่าข้อที่ต้องศึกษาส�ำหรับ ภิกษุมี ๒๒๗ สิกขาบท แบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้ คือ ปาราชิก ๔, สังฆาทิเสส ๑๓, อนิยต ๒, นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐, ปาจิตตีย์ ๙๒, ปาฏิเทสนียะ ๔, เสขิยวัตร ๗๕ และ อธิกรณสมถะ ๗ ปาราชิก ๔ (อาบัติหนัก) “ปาราชิก” แปลว่า ผู้พ่ายแพ้ ถือเป็นสิกขาบท ที่มีโทษขั้นร้ายแรงสูงสุด หากภิกษุล่วงละเมิดแม้
  • 136.
    136  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะพ้นจากความเป็นภิกษุ ทันที ไม่สามารถเข้ารับการอุปสมบทเป็นภิกษุ ได้อีกตลอดชีวิต เพราะถือว่าเป็นผู้พ่ายแพ้ที่จะ อยู่ประพฤติพรหมจรรย์อีกต่อไป หรือแม้จะแอบไป ขอรับการอุปสมบทใหม่ในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ก็ไม่ใช่ภิกษุอยู่ดี เป็นได้ก็แต่เพียงคนลักเพศ เท่านั้น ปาราชิก มีอยู่ ๔ สิกขาบท คือ 1. เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย 2. ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน ด้วยอาการแห่งขโมย 3. ฆ่ามนุษย์ให้ตาย หรือแสวงหาอาวุธให้ผู้อื่น ฆ่า หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนให้ ผู้อื่นไปตายส�ำเร็จ
  • 137.
     พระวินัย /  137 4. กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความ เห็นอย่างประเสริฐอย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ สังฆาทิเสส ๑๓ สังฆาทิเสส มีโทษหนักรองลงมาจากปาราชิก คือ ยังพอแก้ไขได้ ไม่ถึงกับต้องขาดจากความเป็น ภิกษุ ค�ำว่า “สังฆาทิเสส” แปลว่า หมวดอาบัติ ที่ต้องอาศัยสงฆ์ในกรรมเบื้องต้นและกรรมที่เหลือ หมายความว่า วิธีการพ้นจากอาบัตินี้ต้องอาศัยสงฆ์ ตั้งแต่ต้นไปจนตลอด กล่าวคือเมื่อภิกษุต้องอาบัติ สังฆาทิเสสแล้ว ต้องอยู่ปริวาสเท่าจ�ำนวนวันที่ ปกปิดอาบัติไว้ หลังจากนั้นจึงอยู่มานัตอีก ๖ ราตรี ทั้ง ๒ ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยสงฆ์เป็นผู้ให้ ต่อจาก นั้นจึงประชุมสงฆ์ไม่น้อยกว่า ๒๐ รูป ท�ำพิธีสวด
  • 138.
    138  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ในขั้นตอนสุดท้ายให้พ้นจากอาบัติสังฆาทิเสส เรียกว่า “อัพภาน” เมื่อจบขั้นตอนนี้แล้ว จึงจะ เป็นผู้บริสุทธิ์ สังฆาทิเสส มี ๑๓ สิกขาบท ถือเป็นความผิด หากท�ำสิ่งใดต่อไปนี้ 1. ปล่อยน�้ำอสุจิด้วยความจงใจ เว้นไว้แต่ฝัน 2. มีความก�ำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง 3. มีความก�ำหนัดอยู่ พูดเกี้ยวหญิง 4. มีความก�ำหนัดอยู่ พูดล่อหญิงให้บ�ำเรอ ตนด้วยกาม 5. พูดชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน 6. สร้างกุฏิเฉพาะตนเกินประมาณด้วยการขอ และไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน
  • 139.
     พระวินัย /  139 7. สร้างวิหารใหญ่เกินประมาณ และไม่ให้ สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน 8. โกรธเคืองแกล้งใส่ความภิกษุอื่นด้วยอาบัติ ปาราชิกไม่มีมูล 9. โกรธเคือง แกล้งหาเลสโจทภิกษุอื่นด้วย อาบัติปาราชิก 10. ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง 11. เป็นพวกกับผู้ที่ท�ำสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุ อื่นห้ามไม่ฟัง ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง 12. เป็นผู้ว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง 13. ท�ำตัวเหมือนคนรับใช้ ประจบคฤหัสถ์ ถูกสงฆ์สวดเตือน ๓ ครั้ง
  • 140.
    140  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย อนิยต ๒ ค�ำว่า “อนิยต” แปลว่า ไม่แน่นอน กล่าวคือ หากภิกษุล่วงละเมิดแล้ว พระวินัยธรจะต้องวินิจฉัย ชี้ขาดลงไปว่า ควรจะปรับอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ หากวินิจฉัยว่าเป็นปาราชิก ภิกษุผู้ ล่วงละเมิดก็ขาดจากความเป็นภิกษุ หากวินิจฉัย ว่าเป็นสังฆาทิเสส ภิกษุผู้ล่วงละเมิดก็ต้องอยู่กรรม หรือหากวินิจฉัยว่าเป็นปาจิตตีย์ ภิกษุผู้ล่วงละเมิด ก็จะต้องแสดงอาบัติต่อหน้าภิกษุด้วยกัน อนิยต มี ๒ สิกขาบท ได้แก่ ๑. ภิกษุนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง มี อุบาสิกาผู้มีวาจาเชื่อถือได้เห็นแล้วพูดขึ้นด้วยอาบัติ
  • 141.
     พระวินัย /  141 ๓ อย่างคือ ปาราชิกก็ดี สังฆาทิเสสก็ดี ปาจิตตีย์ก็ดี อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุพึงถูกปรับอาบัติตามนั้น ๒. ภิกษุนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง มี อุบาสิกาผู้มีวาจาเชื่อถือได้เห็นแล้วพูดขึ้นด้วยอาบัติ ๒ อย่าง คือ สังฆาทิเสสก็ดี ปาจิตตีย์ก็ดี อย่างใด อย่างหนึ่ง ภิกษุพึงถูกปรับอาบัติตามนั้น นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ค�ำว่า นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ประกอบด้วยค�ำ ๒ ค�ำ คือค�ำว่า “นิสสัคคิยะ” แปลว่า ท�ำให้สละสิ่งของ, อาบัติที่สละแล้ว,พึงแสดงหรือแปลว่าการสละซึ่งเป็น ชื่อกระบวนการทางวินัยที่พึงท�ำในเบื้องต้น ค�ำว่า “ปาจิตตีย์” แปลว่า การละเมิดอันยัง กุศลธรรมให้ตก กล่าวคือ ท�ำให้กุศลธรรมของผู้
  • 142.
    142  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย จงใจต้องอาบัติตกไป โดยสรุปก็คือ ท�ำจิตให้ตก หรือเศร้าหมองไป และจิตที่ถูกท�ำให้ตกไปนั้น ย่อมพลาดจากอริยมรรค รวมทั้งสองค�ำนี้เข้าด้วย กันเป็น “นิสสัคคิยปาจิตตีย์” ซึ่งเป็นชื่อเรียก ทั้งสิกขาบท และชื่ออาบัติด้วย ภิกษุต้องอาบัติ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ เพราะไปเกี่ยวข้องกับเครื่อง อุปโภคบริโภคในทางที่ไม่เหมาะสมถือเป็นลหุกาบัติ คืออาบัติเบา และเป็นสเตกิจฉา คือสามารถแก้ไขได้ โดยเมื่อภิกษุต้องเข้าแล้ว จะต้องสละสิ่งของ เช่น จีวร บาตร ผ้ารองนั่ง เป็นต้น จากนั้นจึงแสดงอาบัติ ต่อหน้าภิกษุด้วยกัน จึงพ้นจากอาบัติได้ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ มี ๓๐ สิกขาบท ถือเป็น ความผิดเมื่อท�ำสิ่งดังต่อไปนี้
  • 143.
     พระวินัย /  143 จีวรวรรคที่ ๑มี ๑๐ สิกขาบท 1. เก็บจีวรที่เกินความจ�ำเป็นไว้เกิน ๑๐ วัน 2. อยู่โดยปราศจากจีวรแม้แต่คืนเดียว 3. เก็บผ้าที่จะท�ำจีวรไว้เกินก�ำหนด ๑ เดือน 4. ใช้ให้ภิกษุณีซักผ้า 5. รับจีวรจากมือของภิกษุณี 6. ขอจีวรจากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ เว้นแต่จีวร หายหรือถูกขโมย 7. รับจีวรเกินกว่าที่ใช้นุ่ง เมื่อจีวรถูกชิงหรือ หายไป 8. พูดท�ำนองขอจีวรดีๆ กว่าที่เขาก�ำหนดจะ ถวายไว้แต่เดิม 9. พูดให้เขารวมกันซื้อจีวรดีๆ มาถวาย 10. ทวงจีวรจากคนที่รับอาสาเพื่อซื้อจีวรถวาย เกินกว่า ๓ ครั้ง
  • 144.
    144  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย โกสิยวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท 11. หล่อเครื่องปูนั่งที่เจือด้วยไหม 12. หล่อเครื่องปูนั่งด้วยขนเจียม (ขนแพะ ขน แกะ) ด�ำล้วน 13. ใช้ขนเจียมด�ำเกิน ๒ ส่วนใน ๔ ส่วน หล่อเครื่องปูนั่ง 14. หล่อเครื่องปูนั่งใหม่ เมื่อของเดิมยังใช้ ไม่ถึง ๖ ปี 15. เมื่อหล่อเครื่องปูนั่งใหม่ ให้เอาของเก่า เจือปนลงไปด้วย 16. น�ำขนเจียมไปด้วยตนเองเกิน ๓ โยชน์ เว้นแต่มีผู้น�ำไปให้ 17. ใช้ภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ท�ำความสะอาด ขนเจียม
  • 145.
     พระวินัย /  145 18. รับเงินทอง 19. ซื้อขายด้วยเงินทอง 20. ซื้อขายโดยใช้ของแลก ปัตตวรรคที่ ๓มี ๑๐ สิกขาบท 21. เก็บบาตรที่มีใช้เกินความจ�ำเป็นไว้เกิน๑๐วัน 22. ขอบาตร เมื่อบาตรเป็นแผลไม่เกิน ๕ แห่ง 23. เก็บเภสัช ๕ (เนยใส เนยข้น น�้ำมัน น�้ำผึ้ง น�้ำอ้อย) ไว้เกิน ๗ วัน 24. แสวงหาและท�ำผ้าอาบน�้ำฝนไว้เกินก�ำหนด ๑ เดือนก่อนหน้าฝน 25. ให้จีวรภิกษุอื่นแล้วชิงคืนในภายหลัง 26. ขอด้ายเอามาทอเป็นจีวร 27. ก�ำหนดให้ช่างทอท�ำให้ดีขึ้น
  • 146.
    146  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 28. เก็บผ้าจ�ำน�ำพรรษา (ผ้าที่ถวายภิกษุเพื่อ อยู่พรรษา) เกินก�ำหนด 29. อยู่ป่าแล้วเก็บจีวรไว้ในบ้านเกิน ๖ คืน 30. น้อมลาภสงฆ์มาเพื่อให้เขาถวายตน ปาจิตตีย์ ๙๒ ค�ำว่า “ปาจิตตีย์” แปลว่า การละเมิดอันยัง กุศลธรรมให้ตก กล่าวคือ ท�ำให้กุศลธรรมของผู้ จงใจต้องอาบัติตกไป โดยสรุปก็คือ ท�ำจิตให้ตก หรือเศร้าหมองไป และจิตที่ถูกท�ำให้ตกไปนั้นย่อม พลาดจากอริยมรรค ปาจิตตีย์ยังเป็นชื่อเรียกอาบัติด้วย ถือเป็น ลหุกาบัติคืออาบัติเบาและเป็นสเตกิจฉาคือสามารถ แก้ไขได้ เมื่อภิกษุต้องอาบัติเข้าแล้วสามารถพ้นได้
  • 147.
     พระวินัย /  147 ด้วยการปลงอาบัติ ปาจิตตีย์มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่าสุทธิกปาจิตตีย์ แปลว่า ปาจิตตีย์ล้วน ปาจิตตีย์ มี ๙๒ สิกขาบท แบ่งเป็นหมวดๆ ได้ดังนี้ มุสาวาทวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท 1. ห้ามพูดปด 2. ห้ามด่า 3. ห้ามพูดส่อเสียด 4. ห้ามกล่าวธรรมพร้อมกับผู้ไม่ได้บวชใน ขณะสอน 5. ห้ามนอนร่วมกับอนุปสัมบัน (ผู้ไม่ใช่ภิกษุ) เกิน ๓ คืน 6. ห้ามนอนร่วมกับผู้หญิง 7. ห้ามแสดงธรรมสองต่อสองกับผู้หญิง
  • 148.
    148  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 8. ห้ามบอกคุณวิเศษที่มีจริงแก่ผู้มิได้บวช 9. ห้ามบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่ผู้มิได้บวช 10. ห้ามขุดดินหรือใช้ให้ขุด ภูตคามวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท 11. ห้ามท�ำลายต้นไม้ 12. ห้ามพูดเฉไฉเมื่อถูกสอบสวน 13. ห้ามติเตียนภิกษุผู้ท�ำการสงฆ์โดยชอบ 14. ห้ามทิ้งเตียงตั่งของสงฆ์ไว้กลางแจ้ง 15. ห้ามปล่อยที่นอนไว้ ไม่เก็บง�ำ 16. ห้ามนอนแทรกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน 17. ห้ามฉุดคร่าภิกษุออกจากวิหารของสงฆ์ 18. ห้ามนั่งนอนทับเตียงหรือตั่งที่อยู่ชั้นบน 19. ห้ามพอกหลังคาวิหารเกิน ๓ ชั้น 20. ห้ามเอาน�้ำมีสัตว์รดหญ้าหรือดิน
  • 149.
     พระวินัย /  149 โอวาทวรรคที่ ๓มี ๑๐ สิกขาบท 21. ห้ามสอนภิกษุณีเมื่อมิได้รับมอบหมาย 22. ห้ามสอนภิกษุณีตั้งแต่อาทิตย์ตกแล้ว 23. ห้ามไปสอนภิกษุณีถึงที่อยู่ 24. ห้ามติเตียนภิกษุอื่นว่า สอนภิกษุณีเพราะ เห็นแก่ลาภ 25. ห้ามให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ 26. ห้ามเย็บจีวรให้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ 27. ห้ามเดินทางไกลร่วมกับภิกษุณี 28. ห้ามชวนภิกษุณีเดินทางเรือร่วมกัน 29. ห้ามฉันอาหารที่ภิกษุณีไปแนะให้เขาถวาย 30. ห้ามนั่งในที่ลับสองต่อสองกับภิกษุณี โภชนวรรคที่ ๔ มี ๑๐ สิกขาบท 31. ห้ามฉันอาหารในโรงพักเดินทางเกิน๓มื้อ
  • 150.
    150  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 32. ห้ามฉันอาหารรวมกลุ่ม 33. ห้ามรับนิมนต์แล้วไปฉันอาหารที่อื่น 34. ห้ามรับบิณฑบาตเกิน ๓ บาตร 35. ห้ามฉันอีกเมื่อฉันในที่นิมนต์เสร็จแล้ว 36. ห้ามพูดให้ภิกษุที่ฉันแล้วฉันอีกเพื่อจับผิด 37. ห้ามฉันอาหารในเวลาวิกาล 38. ห้ามฉันอาหารที่เก็บไว้ค้างคืน 39. ห้ามขออาหารประณีตมาเพื่อฉันเอง 40. ห้ามฉันอาหารที่มิได้รับประเคน อเจลกวรรคที่ ๕ มี ๑๐ สิกขาบท 41. ห้ามยื่นอาหารด้วยมือให้ชีเปลือยและ นักบวชอื่นๆ 42. ห้ามชวนภิกษุไปบิณฑบาตด้วยแล้วไล่กลับ 43. ห้ามเข้าไปแทรกแซงในสกุลที่มีคน ๒ คน
  • 151.
     พระวินัย /  151 44. ห้ามนั่งในที่ลับมีที่ก�ำบังกับมาตุคาม 45. ห้ามนั่งในที่ลับ(หู)สองต่อสองกับมาตุคาม 46. ห้ามรับนิมนต์แล้วไปที่อื่นไม่บอกลา 47. ห้ามขอของเกินก�ำหนดเวลาที่เขาอนุญาตไว้ 48. ห้ามไปดูกองทัพที่ยกไป 49. ห้ามพักอยู่ในกองทัพเกิน ๓คืน 50. ห้ามดูเขารบกัน เป็นต้น เมื่อไปในกองทัพ สุราปานวรรคที่ ๖ มี ๑๐ สิกขาบท 51. ห้ามดื่มสุราเมรัย 52. ห้ามจี้ภิกษุ 53. ห้ามว่ายน�้ำเล่น 54. ห้ามแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในพระวินัย 55. ห้ามหลอกภิกษุให้กลัว 56. ห้ามติดไฟเพื่อผิง
  • 152.
    152  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 57. ห้ามอาบน�้ำบ่อยๆ เว้นแต่มีเหตุ 58. ให้ท�ำเครื่องหมายเครื่องนุ่งห่ม 59. วิกัปจีวรไว้แล้ว (ท�ำให้เป็นสองเจ้าของ, ให้ยืมใช้) จะใช้ต้องถอนก่อน 60. ห้ามเล่นซ่อนบริขารของภิกษุอื่น สัปปาณวรรคที่ ๗ มี ๑๐ สิกขาบท 61. ห้ามฆ่าสัตว์ 62. ห้ามใช้น�้ำมีตัวสัตว์ 63. ห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์ (คดีความ, ข้อโต้เถียง) ที่ช�ำระเป็นธรรมแล้ว 64. ห้ามปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น 65. ห้ามบวชบุคคลอายุไม่ถึง ๒๐ ปี 66. ห้ามชวนพ่อค้าผู้หนีภาษีเดินทางร่วมกัน 67. ห้ามชวนผู้หญิงเดินทางร่วมกัน
  • 153.
     พระวินัย /  153 68. ห้ามกล่าวตู่พระธรรมวินัย (ภิกษุอื่นห้าม และสวดประกาศเกิน๓ ครั้ง) 69. ห้ามคบภิกษุผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย 70. ห้ามคบสามเณรผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย สหธรรมิกวรรคที่ ๘ มี ๑๒ สิกขาบท 71. ห้ามพูดไถลเมื่อท�ำผิดแล้ว 72. ห้ามกล่าวติเตียนสิกขาบท 73. ห้ามพูดแก้ตัวว่า เพิ่งรู้ว่ามีในปาฏิโมกข์ 74. ห้ามท�ำร้ายร่างกายภิกษุ 75. ห้ามเงื้อมือจะท�ำร้ายภิกษุ 76. ห้ามโจทภิกษุด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล 77. ห้ามก่อความร�ำคาญแก่ภิกษุอื่น 78. ห้ามแอบฟังความของภิกษุผู้ทะเลาะกัน 79. ให้ฉันทะแล้วห้ามพูดติเตียน
  • 154.
    154  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 80. ขณะก�ำลังประชุมสงฆ์ ห้ามลุกไปโดยไม่ ให้ฉันทะ 81. ร่วมกับสงฆ์ให้จีวรแก่ภิกษุแล้วห้าม ติเตียนภายหลัง 82. ห้ามน้อมลาภสงฆ์มาเพื่อบุคคล รตนวรรคที่ ๙ มี ๑๐ สิกขาบท 83. ห้ามเข้าไปในต�ำหนักของพระราชา 84. ห้ามเก็บของมีค่าที่ตกอยู่ 85. เมื่อจะเข้าบ้านในเวลาวิกาลต้องบอกลาก่อน 86. ห้ามท�ำกล่องเข็มด้วยกระดูกงาหรือเขาสัตว์ 87. ห้ามท�ำเตียง ตั่ง มีเท้าสูงกว่าประมาณ 88. ห้ามท�ำเตียง ตั่ง ที่หุ้มด้วยนุ่น 89. ห้ามท�ำผ้าปูนั่งมีขนาดเกินประมาณ 90. ห้ามท�ำผ้าปิดฝีมีขนาดเกินประมาณ
  • 155.
     พระวินัย /  155 91. ห้ามท�ำผ้าอาบน�้ำฝนมีขนาดเกินประมาณ 92. ห้ามท�ำจีวรมีขนาดเกินประมาณ ปาฏิเทสนียะ ๔ ค�ำว่า“ปาฏิเทสนียะ” แปลว่า พึงแสดงคืน เพราะเป็นการกระท�ำอันน่าต�ำหนิพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบัญญัติสิกขาบทเหล่านี้ไว้เมื่อเกิดเรื่องไม่งาม ขึ้นในสงฆ์ และปรับอาบัติปาฏิเทสนียะ แก่ภิกษุ ผู้ล่วงละเมิด ภิกษุจะพ้นจากอาบัตินี้ได้ด้วยการ แสดงคืน คือ ปลงอาบัติ มี ๔ สิกขาบท ได้แก่ 1. ห้ามรับของขบเคี้ยว ของฉันจากมือภิกษุณี มาฉัน 2. ให้ไล่ภิกษุณีที่มายุ่งให้เขาถวายอาหาร 3. ห้ามรับอาหารในสกุลที่สงฆ์สมมติว่าเป็น เสขะ (อริยบุคคล แต่ยังไม่ได้บรรลุเป็นอรหันต์)
  • 156.
    156  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 4. ห้ามรับอาหารที่เขาไม่ได้จัดเตรียมไว้ก่อน มาฉัน เมื่ออยู่ป่า เสขิยวัตร ๗๕ เสขิยวัตร หรือ “เสขิยะ” แปลว่า ข้อปฏิบัติ อันเป็นสมบัติของท่านผู้ยังต้องรักษา เป็นสิกขาบท ที่เกี่ยวข้องกับธรรมเนียม หรือมารยาทที่ภิกษุพึง ฝึกฝนปฏิบัติเช่นวิธีการวางกิริยาทางกายและวาจา ให้เหมาะสม เสขิยวัตรไม่ได้เป็นชื่ออาบัติ กล่าวคือ เมื่อภิกษุล่วงละเมิดแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ เมื่อต้อง แล้วสามารถพ้นได้ด้วยการปลงอาบัติ สิกขาบทในเสขิยวัตรนี้มีทั้งสิ้น ๗๕ สิกขาบท แบ่งเป็น ๔ หมวด ตามสาระส�ำคัญ ได้แก่
  • 157.
     พระวินัย /  157 หมวดที่ ๑สารูป ว่าด้วยธรรมเนียมควรประพฤติในเวลาเข้า หมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่การนุ่งห่มเรียบร้อยในขณะที่อยู่ ในชุมชน การส�ำรวมระวังอิริยาบถ การพูดคุยกันให้ เหมาะสมเมื่ออยู่ในชุมชน มี ๒๖ สิกขาบท ได้แก่ ภิกษุพึงท�ำความศึกษาว่า 1. นุ่งให้เป็นปริมณฑล 2. ห่มให้เป็นปริมณฑล 3. ปกปิดกายด้วยดีไปในบ้าน 4. ปกปิดกายด้วยดีนั่งในบ้าน 5. ส�ำรวมด้วยดีไปในบ้าน 6. ส�ำรวมด้วยดีนั่งในบ้าน 7. มีสายตาทอดลงไปในบ้าน 8. มีสายตาทอดลงนั่งในบ้าน
  • 158.
    158  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 9. ไม่เวิกผ้าไปในบ้าน 10. ไม่เวิกผ้านั่งในบ้าน 11. ไม่หัวเราะดังไปในบ้าน 12. ไม่หัวเราะดังนั่งในบ้าน 13. ไม่พูดเสียงดังไปในบ้าน 14. ไม่พูดเสียงดังนั่งในบ้าน 15. ไม่โคลงกายไปในบ้าน 16. ไม่โคลงกายนั่งในบ้าน 17. ไม่ไกวแขนไปในบ้าน 18. ไม่ไกวแขนนั่งในบ้าน 19. ไม่สั่นศีรษะไปในบ้าน 20. ไม่สั่นศีรษะนั่งในบ้าน 21. ไม่เอามือค�้ำกายไปในบ้าน 22. ไม่เอามือค�้ำกายนั่งในบ้าน
  • 159.
     พระวินัย /  159 23. ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะไปในบ้าน 24. ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะนั่งในบ้าน 25. ไม่เดินกระโหย่งเท้าไปในบ้าน 26. ไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน หมวดที่ ๒โภชนปฏิสังยุต ว่าด้วยธรรมเนียมการรับบิณฑบาต เริ่มตั้งแต่ อิริยาบถในการรับบิณฑบาต การขบฉันอย่างมี ระเบียบเรียบร้อย มี ๓๐ สิกขาบท ได้แก่ ภิกษุพึงท�ำความศึกษาว่า 1. รับบิณฑบาตด้วยความเคารพ 2. ในขณะบิณฑบาต จะแลดูในบาตร 3. รับบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง (ไม่รับแกง มากเกินไป) 4. รับบิณฑบาตแค่พอเสมอขอบปากบาตร
  • 160.
    160  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 5. ฉันบิณฑบาตโดยความเคารพ 6. ในขณะฉันบิณฑบาต แลดูในบาตร 7. ฉันบิณฑบาตไปตามล�ำดับ (ไม่ขุดให้แหว่ง) 8. ฉันบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง ไม่ฉันแกง มากเกินไป 9. ฉันบิณฑบาตไม่ขยุ้มแต่ยอดลงไป 10. ไม่เอาข้าวสุกปิดแกงและกับด้วยหวังจะได้มาก 11. ไม่ขอเอาแกง หรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์ แก่ตนมาฉัน หากไม่เจ็บไข้ 12. ไม่มองดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ 13. ไม่ท�ำค�ำข้าวให้ใหญ่เกินไป 14. ท�ำค�ำข้าวให้กลมกล่อม 15. ไม่อ้าปากเมื่อค�ำข้าวยังมาไม่ถึง 16. ไม่เอามือทั้งมือใส่ปากในขณะฉัน
  • 161.
     พระวินัย /  161 17. ไม่พูดในขณะที่มีค�ำข้าวอยู่ในปาก 18. ไม่ฉันโดยการโยนค�ำข้าวเข้าปาก 19. ไม่ฉันกัดค�ำข้าว 20. ไม่ฉันท�ำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย 21. ไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง 22. ไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าว 23. ไม่ฉันแลบลิ้น 24. ไม่ฉันดังจับๆ 25. ไม่ฉันดังซูดๆ 26. ไม่ฉันเลียมือ 27. ไม่ฉันเลียบาตร 28. ไม่ฉันเลียริมฝีปาก 29. ไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะน�้ำ 30. ไม่เอาน�้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทลงในบ้าน
  • 162.
    162  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย หมวดที่ ๓ ธัมมเทสนาปฏิสังยุต ว่าด้วยธรรมเนียมในการแสดงธรรม เริ่ม ตั้งแต่การแสดงธรรมให้ถูกกาลเทศะ ไม่แสดง ธรรมแก่บุคคลผู้อยู่ในอาการไม่เคารพธรรม มี ๑๖ สิกขาบท ได้แก่ ภิกษุพึงท�ำความศึกษาว่า 1. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่มีร่มในมือ 2. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีไม้พลองในมือ 3. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่มีของ มีคมในมือ 4. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีอาวุธในมือ 5. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่สวม เขียงเท้า (รองเท้าไม้)
  • 163.
     พระวินัย /  163 6. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่สวมรองเท้า 7. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่ไปในยาน 8. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บนที่นอน 9. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งรัดเข่า 10. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่โพกศีรษะ 11. ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่คลุมศีรษะ 12. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บน อาสนะ หรือเครื่องปูนั่ง โดยภิกษุอยู่บนแผ่นดิน 13. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งบน อาสนะสูงกว่าภิกษุ 14. ไม่แสดงธรรม แก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งอยู่ แต่ภิกษุยืน 15. ภิกษุเดินไปข้างหลัง ไม่แสดงธรรมแก่ คนไม่เป็นไข้ ที่เดินไปข้างหน้า
  • 164.
    164  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 16. ภิกษุเดินไปนอกทาง ไม่แสดงธรรมแก่ คนไม่เป็นไข้ ที่ไปในทาง หมวดที่ ๔ ปกิณณกะ ว่าด้วยธรรมเนียมในการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ และบ้วนน�้ำลาย มี ๓ สิกขาบท ได้แก่ 1. ภิกษุไม่เป็นไข้ ไม่ยืนถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ 2. ภิกษุไม่เป็นไข้ ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน�้ำลายลงในของเขียว 3. ภิกษุไม่เป็นไข้ ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน�้ำลายลงในน�้ำ อธิกรณสมถะ ๗ ค�ำว่า “อธิกรณสมถะ” ประกอบด้วย ๒ ค�ำ คือ “อธิกรณ” แปลว่า เหตุ, โทษ, เรื่องราว หรือ คดีความ ในที่นี้หมายถึง เรื่องที่เกิดขึ้นในสงฆ์ และ
  • 165.
    ค�ำว่า “สมถะ” แปลว่าการระงับ, การท�ำให้สงบ รวมเป็น อธิกรณสมถะ แปลว่า ธรรมเครื่องระงับ อธิกรณ์ หรือวิธีการเพื่อระงับอธิกรณ์ อธิกรณสมถะ มี ๗ ประการ คือ 1. ระงับอธิกรณ์ในที่พร้อมหน้า(บุคคลวัตถุธรรม) 2. ระงับอธิกรณ์ ด้วยการยกให้ว่าพระอรหันต์ เป็นผู้มีสติ 3. ระงับอธิกรณ์ด้วยยกประโยชน์ให้ในขณะเป็นบ้า 4. ระงับอธิกรณ์ ด้วยถือตามค�ำรับของจ�ำเลย 5. ระงับอธิกรณ์ด้วยถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ 6. ระงับอธิกรณ์ ด้วยการลงโทษแก่ผู้ผิด 7. ระงับอธิกรณ์ ด้วยให้ประนีประนอม หรือ เลิกแล้วกันไป
  • 166.
    166  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 167.
    ��������������������������������������������  167 ระเบียบปฏิบัติ การท�ำสังฆกรรมฟังพระปาฏิโมกข์ วัตถุประสงค์การประชุมฟังพระปาฏิโมกข์ เพื่อความสมัครสมานสามัคคีของพระภิกษุสงฆ์ ที่อยู่รวมกันในวัดนั้นๆ ถ้าพระภิกษุสงฆ์ภายในวัด นั้นๆยังร่วมประชุมกันฟังพระปาฏิโมกข์โดยพร้อม เพรียงกันได้ ก็แสดงว่าพระภิกษุสงฆ์ในวัดนั้นๆ มีศีลาจารวัตรสม�่ำเสมอกัน ไม่มีความรังเกียจกัน เพราะศีลเป็นเหตุให้การอยู่ร่วมกันมีความสงบสุข ตราบใดที่พระภิกษุสงฆ์ในวัดเดียวกันยัง ประชุมท�ำสังฆกรรมฟังพระปาฏิโมกข์ร่วมกัน ความ สามัคคี และการอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขก็ยังมี อยู่ตราบนั้น
  • 168.
    168  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เพื่อเป็นการส�ำรวจตรวจศีลสิกขาบทของตนว่า ในรอบปักษ์หนึ่งศีลสิกขาบทของตนยังสมบูรณ์ดีอยู่ หรือขาดตกบกพร่องไปสิกขาบทใดบ้าง เมื่อฟังไป ทราบว่า สิกขาบทใดขาดตกบกพร่องภายหลังจาก ฟังพระปาฏิโมกข์จบแล้ว ก็แสดงคืนเสียเพื่อความ บริสุทธิ์แห่งศีลของตน หากต้องโทษ เพราะการล่วงละเมิดสิกขาบท พุทธบัญญัติใดไปบ้างก็ไม่ต้องหมักดองโทษ นั้นไว้นาน เพียง ๑๔ - ๑๕ วัน ก็มีโอกาสได้ แสดงคืนเสีย เพื่อความบริสุทธิ์ต่อไป และ เพื่อเป็นการรักษาพระพุทธานุญาตเรื่องการฟัง พระปาฏิโมกข์นี้ ให้เป็นจารีตประเพณีอันดีงามของ พระภิกษุ และเป็นทิฏฐานุคติแก่พระภิกษุสงฆ์รุ่น หลังได้ประพฤติปฏิบัติรักษาต่อไป
  • 169.
    ��������������������������������������������  169 หน้าที่พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ เมื่อวาระที่ตนจะต้องสวดพระปาฏิโมกข์เวียน มาถึง ควรท่องทบทวนซักซ้อมการสวดให้เกิดความ ช�ำนาญช�่ำชองคล่องปากขึ้นใจจริงๆ เพราะเป็นการ กล่าวพระพุทธพจน์ในท่ามกลางสงฆ์ จึงควรตั้งใจ สวดด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ไม่ควรสวดแบบ ขอไปที และถ้ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถจะสวดได้ ด้วยประการใดๆ ต้องรีบแจ้งให้พระภิกษุผู้สวด รูปต่อไป เพื่อให้ได้มีโอกาสเตรียมตัวอย่างน้อย ไม่ควรต�่ำกว่า ๗ วัน หน้าที่พระภิกษุผู้สอบทานพระปาฏิโมกข์ การสอบทานพระปาฏิโมกข์นั้น ควรมอบให้ เป็นภาระของพระภิกษุผู้ทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ได้
  • 170.
    170  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เพื่อจะได้สอบทานได้ทัน และเมื่อสวดผิดพลาด จะได้ทักท้วงและบอกได้ทันที เมื่อสวดผิดพลาด ขาดหรือเกินทุกครั้ง ต้อง ทักท้วงทันที จะปล่อยปละละเลยเพิกเฉยเสียด้วย ความเกรงใจกันก็ดี ด้วยความเกียจคร้านที่จะ ทักท้วงก็ดี ย่อมเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะ เสียสังฆกรรม ขณะที่สอบทานพระปาฏิโมกข์อยู่นั้น ต้องตั้งใจ สอบทานตลอดเวลา ไม่ส่งใจไปที่อื่น หน้าที่พระภิกษุสงฆ์ผู้ฟังพระปาฏิโมกข์ เมื่อถึงวันอุโบสถฟังพระปาฏิโมกข์ พระภิกษุ ไม่ควรหาเหตุไปที่อื่น เพื่อต้องการจะหลบหนี การฟังพระปาฏิโมกข์ เพราะการท�ำเช่นนั้น ได้ชื่อว่า
  • 171.
    เป็นผู้ไม่เอื้อเฟื้อในพระพุทธานุญาต และไม่ควรหา เลศเพียงเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆเป็นข้ออ้างว่า ไม่ลง ประชุมฟังพระปาฏิโมกข์ เพราะการกระท�ำดังกล่าว มาแล้วนั้น พระพุทธองค์ทรงปรับอาบัติทุกกฏ ในเพราะไม่เอื้อเฟื้อในการฟังพระปาฏิโมกข์ ขณะนั่งประชุมฟังพระปาฏิโมกข์นั้นควรประนม มือนั่งฟังด้วยความเคารพ ไม่นั่งหลับ ไม่ส่งใจไป ที่อื่น ไม่พูดคุยกัน ไม่สนใจเรื่องอื่น
  • 172.
    172  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 173.
     การนับวันอุโบสถ /  173   การนับวันอุโบสถ  การนับวันอุโบสถถือว่ามีความส�ำคัญเป็นอย่าง มากต่อภิกษุสงฆ์ที่จะท�ำให้ก�ำหนดรู้ได้ว่า ในปีหนึ่ง จะมีวันอุโบสถกี่วัน ทั้งนี้ก็เพื่อว่า เมื่อถึงวันอุโบสถ แล้วภิกษุสงฆ์จะได้ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงอย่าง พร้อมเพรียงกันเป็นส�ำคัญ ในรอบหนึ่งปี แบ่งออกเป็นฤดูต่างๆ ได้ ๓ ฤดู 1. เหมันตฤดู (ฤดูหนาว)  ก�ำหนดนับตาม จันทรคติได้ ๔ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค�่ำ เดือน๑๒ไปถึงวันขึ้น ๑๕ค�่ำเดือน ๔นับวันอุโบสถ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงได้ ๘ วันอุโบสถ คือ :  อุโบสถที่ ๑ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๒
  • 174.
    174  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย  อุโบสถที่ ๒ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑  อุโบสถที่ ๓ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๑  อุโบสถที่ ๔ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๒  อุโบสถที่ ๕ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๒  อุโบสถที่ ๖ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๓  อุโบสถที่ ๗ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๓  อุโบสถที่ ๘ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๔ 2. คิมหันตฤดู (ฤดูร้อน)  ก�ำหนดนับตาม จันทรคติได้ ๔ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค�่ำ เดือน ๔ ไปถึงวันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๘ นับวันอุโบสถ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ยก พระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงได้ ๘ วันอุโบสถ คือ :  อุโบสถที่ ๑ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๔
  • 175.
     การนับวันอุโบสถ /  175  อุโบสถที่ ๒ วันขึ้น๑๕ ค�่ำ เดือน ๕  อุโบสถที่ ๓ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๕  อุโบสถที่ ๔ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๖  อุโบสถที่ ๕ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๖  อุโบสถที่ ๖ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๗  อุโบสถที่ ๗ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๗  อุโบสถที่ ๘ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๘ 3. วัสสานฤดู (ฤดูฝน)  ก�ำหนดนับตาม จันทรคติได้ ๔ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค�่ำ เดือน๘ไปถึงวันขึ้น ๑๕ค�่ำเดือน ๑๒นับวันอุโบสถ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงได้ ๘ วันอุโบสถ คือ :  อุโบสถที่ ๑ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๘  อุโบสถที่ ๒ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๙
  • 176.
    176  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย  อุโบสถที่ ๓ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๙  อุโบสถที่ ๔ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๐  อุโบสถที่ ๕ วันแรม ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๐  อุโบสถที่ ๖ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๑*  อุโบสถที่ ๗ วันแรม ๑๔ ค�่ำ เดือน ๑๑  อุโบสถที่ ๘ วันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๒ จึงเป็นอันสรุปความว่า การนับวันอุโบสถก็เพื่อ บอกให้ภิกษุได้รู้ล่วงหน้าว่า ๑ เดือน มีวันอุโบสถ ๒ วัน ๑ ฤดู มีวันอุโบสถ ๘ วัน และ ๑ ปี มีวัน อุโบสถ ๒๔ วัน อนึ่ง ถ้าปีใดมีอธิกมาส ปีนั้นก็จะมีวันอุโบสถ เพิ่มขึ้นอีก ๒ วัน * วันนี้เป็นวันมหาปวารณา พระภิกษุสงฆ์จะไม่ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดง แต่จะท�ำพิธีปวารณาต่อกัน
  • 177.
    ดังนั้น เมื่อถึงวันอุโบสถดังกล่าว พระพุทธองค์ ทรงอนุญาตให้ภิกษุยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดง เพื่อเป็นการทบทวนข้อวัตรปฏิบัติของตนในรอบ ๑ ปักษ์ หรือ ๑๔ - ๑๕ วัน ที่ผ่านมา เมื่อเห็น ข้อผิดพลาดก็จะได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้วส�ำรวมระวัง ต่อไป
  • 178.
    178  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 179.
    �������������������  179   วิธีท�ำอุโบสถกรรม  วิธีท�ำอุโบสถของพระภิกษุ๑ รูป ถ้าภิกษุอยู่รูปเดียว ถึงวันอุโบสถแล้วพึงท�ำกิจ เบื้องต้นเสียก่อน เช่น ปัดกวาดโรงอุโบสถ ตั้งน�้ำใช้ น�้ำฉัน ปูอาสนะ ตามประทีปไว้ ถ้ากลางวันไม่ต้อง ตามประทีป แล้วนั่งคอยภิกษุอื่น ถ้าเห็นว่าภิกษุอื่น ไม่มาแน่แล้ว พึงท�ำอุโบสถด้วยตั้งใจอธิษฐานว่า “อชฺช เม อุโปสโถ ปณฺณรโส” วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค�่ำของเรา ดังนี้ ถ้าปักษ์ขาด หรือวัน ๑๔ ค�่ำ ตั้งใจอธิษฐานว่า “อชฺช เม อุโปสโถ จาตุทฺทโส” วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๔ ค�่ำของเรา ดังนี้
  • 180.
    180  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย การท�ำอุโบสถของภิกษุรูปเดียวอย่างนี้ เรียกว่า อธิษฐานอุโบสถ หรือ บุคคลอุโบสถ วิธีท�ำอุโบสถของพระภิกษุ ๒ รูป ถ้าภิกษุอยู่ ๒ รูปด้วยกัน ครั้นถึงวันอุโบสถแล้ว พึงท�ำกิจเบื้องต้นเสียก่อน มีการปัดกวาดโรงอุโบสถ ตั้งน�้ำใช้ น�้ำฉัน ตามประทีป เป็นต้น เสียก่อน แล้วจึงบอกความเป็นผู้บริสุทธิ์แก่กันและกัน ผู้แก่กว่า (บวชก่อน) ห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่งคุกเข่า ประนมมือ แล้วกล่าวว่า “ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ” แน่ะ...ท่านผู้มีอายุ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ท่านจงทรงไว้ ซึ่งผมว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ดังนี้เถิด
  • 181.
    �������������������  181 ผู้อ่อนกว่าห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ซึ่งเตรียมไว้ แล้วพึงนั่งคุกเข่า ประนมมือ แล้วกล่าวว่า “ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ” ข้าแต่...ท่านผู้เจริญ กระผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ท่านจงทรงไว้ซึ่งกระผมว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ดังนี้เถิด อยู่ ๒ รูปด้วยกันในวันอุโบสถ พึงบอกความ เป็นผู้บริสุทธิ์แก่กันและกันอย่างนี้ อุโบสถที่ภิกษุอยู่ ๒ รูป อย่างที่ท�ำกัน ดังกล่าวนี้ ชื่อว่า ปาริสุทธิอุโบสถ วิธีท�ำอุโบสถของพระภิกษุ ๓ รูป ถ้าภิกษุอยู่ ๓ รูปด้วยกัน ถึงวันอุโบสถเข้าแล้ว พึงท�ำกิจเบื้องต้น มีปัดกวาดโรงอุโบสถ ตั้งน�้ำใช้ น�้ำฉัน เป็นต้น เสียก่อน ในภิกษุ ๓ รูปนั้นรูปใด เป็นผู้ฉลาด รูปนั้นพึงตั้งคณะญัตติว่า
  • 182.
    182  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย “สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส ยถายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ มยํ อญฺมญฺํ ปาริสุทฺธึ อุโปสถํ กเรยฺยาม” ท่านผู้มีอายุทั้งหลายจงฟังค�ำของกระผม วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค�่ำ ถ้าอุโบสถกรรม ของท่านผู้มีอายุทั้งหลายมีกาลอันควรถึงแล้วไซร้ เราทั้งหลายพึงท�ำปาริสุทธิอุโบสถแก่กันและกันดังนี้ ถ้าปักษ์ขาดให้ว่า “จาตุทฺทโส” ดังนี้ ครั้น ตั้งคณะญัตติอย่างนี้แล้ว พระผู้พรรษาแก่กว่าซึ่งห่ม ผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่งเตรียมไว้พร้อมแล้วพึงนั่งคุกเข่า ประนมมือ ว่ากะภิกษุที่เหลืออยู่ ๒ รูปอย่างนี้ว่า “ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ” แน่ะ...ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ท่านทั้งหลายจงทรงไว้ซึ่งผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์แล้วดังนี้เถิด
  • 183.
    �������������������  183 ส่วนที่เหลืออีก ๒รูป พึงว่าอย่างนั้นเหมือน กัน ผู้อ่อนให้ว่า “ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ” ข้าแต่...ท่านผู้เจริญ กระผมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ท่านทั้งหลายจงทรงไว้ซึ่งกระผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ดังนี้เถิด อุโบสถที่ภิกษุ ๓ รูปท�ำกันอย่างนี้ ชื่อว่า ปาริสุทธิอุโบสถ หรือ คณะอุโบสถ
  • 184.
    184  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย  วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์  ถ้าภิกษุอยู่ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ถึงวันอุโบสถ เข้าแล้ว พึงท�ำกิจที่ควรท�ำคือ ปัดกวาดโรง อุโบสถ ถ้าเป็นเวลากลางคืนก็ตามประทีปใน โรงอุโบสถด้วย ปูอาสนะพระสงฆ์ (เฉพาะ อาสนะของพระรูปที่แสดงพระปาฏิโมกข์ ควร ท�ำให้เป็นพิเศษกว่าของหมู่สงฆ์ที่นั่งประชุม ฟังอยู่ในที่นั้น คือจัดให้สูงกว่า) และตั้งน�้ำใช้ น�้ำฉันไว้ในโรงอุโบสถให้เรียบร้อย เป็นต้น ซึ่งรายละเอียด และขั้นตอนในการแสดง พระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ มีในหน้าถัดไป
  • 185.
     วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ /  185 รายละเอียด และขั้นตอน วิธีแสดงพระปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ --ท�ำความสะอาดสถานที่/เปิดไฟ/เตรียมตั่ง และอาสนะ/เตรียมน�้ำใช้น�้ำฉัน/เตรียมไมโครโฟน -- พระเจ้าหน้าที่นับจ�ำนวนผู้มาร่วมฟัง พระปาฏิโมกข์ -- พระภิกษุที่มาร่วมฟังพระปาฏิโมกข์นั่งสมาธิ รอเวลา เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงกัน -- เมื่อถึงเวลา หรือพร้อมเพรียงกันแล้ว พระที่เป็นพิธีกรน�ำกราบพระประธาน -- พระเถระผู้ใหญ่น�ำสวดมนต์ท�ำวัตรเช้า / เย็น -- พระพิธีกรน�ำกราบพระเถระผู้ใหญ่ -- พระพิธีกรถามจ�ำนวนพระภิกษุที่มาร่วมฟัง พระปาฏิโมกข์/เขียนจ�ำนวนพระภิกษุเป็นภาษาบาลี
  • 186.
    186  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย -- พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์กราบ พระเถระผู้ใหญ่ แล้วขึ้นไปนั่งบนตั่ง -- พระเจ้าหน้าที่น�ำกระดาษที่เขียนจ�ำนวน พระภิกษุที่มาร่วมฟังสวดพระปาฏิโมกข์เป็นภาษา บาลี ถวายแด่พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ -- พระพิธีกรกล่าวบทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์ -- พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์เริ่มสวด พระปาฏิโมกข์ “อุโปสถกรณโต ปุพฺเพ นววิธํ ...” -- พระพิธีกรจับเวลา เริ่มตั้งแต่ “กึ สงฺฆสฺส... จนถึง ภิกฺขุปาฏิโมกฺขํ นิฏฺิตํ” -- พระภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ลงจากตั่ง แล้วกราบพระเถระผู้ใหญ่ -- พระเถระผู้ใหญ่น�ำสวดมนต์ “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต... /...ภาสิตมิทํ เตน ภควตา...”
  • 187.
    -- พระเถระผู้ใหญ่น�ำอธิษฐานจิต/น�ำนั่งสมาธิ/ ให้โอวาท /น�ำบูชาพระรัตนตรัย -- พระพิธีกรน�ำกราบพระเถระผู้ใหญ่ -- พระพิธีกรน�ำกราบพระประธาน -- เสร็จวิธีแสดงปาฏิโมกข์ของหมู่สงฆ์ เก็บงาน
  • 188.
    188  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 189.
    ��������������������������  189   บทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์  กราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความ เคารพอย่างสูง กราบคารวะพระมหาเถระพระเถรานุเถระ ด้วยความเคารพ ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้ง เป็นบ่อเกิดแห่งคุณ ความดีทั้งหลาย และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง พระวินัยที่มีมาในพระปาฏิโมกข์ ๒๒๗ สิกขาบทที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้น ก็เพื่อความ ยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ เพื่อ ข่มบุคคลผู้เก้อยาก เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งภิกษุผู้มี ศีลอันเป็นที่รัก เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน ปัจจุบัน เพื่อก�ำจัดอาสวะอันจะบังเกิดในอนาคต
  • 190.
    190  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส เพื่อความ เลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว เพื่อความ ตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม และเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย พระปาฏิโมกข์ จึงถือเป็นบทบัญญัติขัดเกลา จิตใจที่ส�ำคัญยิ่ง เป็นคุณเครื่องช�ำระกาย วาจา ให้สะอาด ปรับระดับความประพฤติให้เสมอกัน อันเป็นพื้นฐานให้เกิดความสมดุลแห่งความคิด ของพระสงฆ์หมู่ใหญ่ ให้มีจิตส�ำนึกเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันว่า ความสะอาดบริสุทธิ์หมดจด ของใจ ย่อมเกิดจากการประพฤติดีตามหลักพระ ธรรมวินัย ภิกษุเหล่าใด ช�ำระศีลที่มีมาในพระปาฏิโมกข์ ให้บริสุทธิ์แล้ว จะเป็นเหตุให้เว้นจากความทุจริต จิตจะร่าเริงผ่องใส กระทั่งสามารถชื่นชมอิ่มใจ
  • 191.
    ��������������������������  191 ในข้อปฏิบัติของตน หรือหากแม้วิญญูชนคือผู้รู้ ถามถึง ก็ไม่เก้อเขินในคุณธรรม เป็นเครื่องป้องกัน ภัยในอบาย และเป็นท่าหยั่งลงมหาสมุทร คือ พระนิพพาน วันนี้เป็นวัน........ที่....เดือน........พ.ศ...... เป็นวันอุโบสถ ขึ้น/แรม.....ค�่ำ เดือน.....ปี......เป็น ปักษ์ที่......แห่งฤดู......เป็นการสวดพระปาฏิโมกข์ ครั้งที่......มีพระภิกษุร่วมฟังพระปาฏิโมกข์.........รูป พระภิกษุผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ได้แก่................ พรรษา........ บัดนี้ เมื่อพระภิกษุสงฆ์พร้อมเพรียงกันแล้ว พึงตั้งใจทบทวนพระวินัยที่มีมาในพระปาฏิโมกข์ เป็นสมานฉันท์สืบต่อไป.
  • 192.
    192  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย การกล่าวบทน�ำก่อนสวดพระปาฏิโมกข์เช่นนี้ เป็นการบอกเล่าอานิสงส์เบื้องต้นของการรักษาศีล บอกเหตุ และความเป็นมาของการบัญญัติพระวินัย บอกวันอุโบสถ บอกปักษ์ บอกฤดู บอกปี บอกจ�ำนวนพระภิกษุที่มาร่วมฟังพระปาฏิโมกข์ บอกจ�ำนวนครั้งของการสวดพระปาฏิโมกข์ และ บอกว่าใครเป็นผู้สวดในปักษ์นั้น อนึ่ง ยังเป็นการเชื้อเชิญให้พระผู้สวด พระปาฏิโมกข์ ได้ยกพระปาฏิโมกข์ขึ้นแสดงด้วย
  • 193.
  • 194.
      การปลงอาบัติ  ก่อนที่จะลงอุโบสถฟังสวดพระปาฏิโมกข์ เป็น ธรรมเนียมที่ว่าพระภิกษุจะต้องปลงอาบัติเสียก่อน พระภิกษุรูปใดมีอาบัติติดตัวจะเข้าร่วม อุโบสถสังฆกรรม หรือฟังสวดพระปาฏิโมกข์ไม่ได้ ต้องแสดงอาบัตินั้นๆ ก่อน หากไม่เช่นนั้นต้อง อาบัติทุกกฏ เมื่อต้องอาบัติอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วให้รีบแสดง เสีย อย่าแช่ไว้ในอาบัตินั้น การปลงอาบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้อาบัติตกนั้น ต้องก�ำหนดดังนี้ก่อน คือ 1. ถ้านั่งชิดกันเกินไปแสดงอาบัติไม่ตกต้องนั่ง ให้มนุษย์ หรือสัตว์เดินผ่านได้ จึงจะแสดงอาบัติตก
  • 195.
     การปลงอาบัติ /  195 2. เวลาแสดงอาบัติ พระอ่อนพรรษายกมือสูง พระแก่พรรษายกมือต�่ำกว่าผู้อ่อนพรรษาแสดง อาบัติด้วยกันไม่ตก พระแก่พรรษาต้องยกมือสูง พระอ่อนพรรษายกมือต�่ำ และน้อมกายเข้าหาด้วย จึงจะแสดงอาบัติตก 3. ภิกษุอุปสมบทคนละอุปัชฌาย์ คนละสีมา แต่บวช วัน เดือน ปี เวลานาทีเดียวกัน เวลาปลง อาบัติด้วยกัน ถ้าว่า ภันเต ก็ว่า ภันเต ด้วยกัน ถ้าว่า อาวุโส ก็ว่า อาวุโส ด้วยกัน เพราะอุปสมบท เสมอกัน 4. การห่มผ้านั้นต้องให้เหมือนกันจึงแสดง อาบัติตก 5. ถ้านั่งอยู่คนละอาสนะแสดงอาบัติด้วยกัน ไม่ตก ต้องนั่งที่เสมอกันจึงแสดงอาบัติตก
  • 196.
    196  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 6. หากภิกษุในอาวาสเดียวกันต้องอาบัติ เดียวกันแสดงอาบัติด้วยกันไม่ตก ต้องส่งภิกษุใน อาวาสนั้น ๑ องค์ หรือ ๒ องค์ ไปแสดงอาบัติที่ อาวาสอื่นก่อน เมื่อกลับมาแล้วให้แสดงต่อๆ กันไป อาบัตินั้นจึงจะตก และบริสุทธิ์ได้ วิธีแสดงอาบัติ เมื่อจะปลงอาบัตินิยมกราบพระประธาน หรือ พระสถูปเจดีย์ก่อน ต่อจากนั้นภิกษุผู้อ่อนพรรษา กว่า พึงกราบภิกษุผู้แก่พรรษา แล้วเริ่มปลงอาบัติ ตามล�ำดับดังนี้ (พรรษาอ่อนว่า) สัพพา ตา อาปัตติโย อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง) สัพพา คะรุละหุกา อาปัตติโย อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง)
  • 197.
     การปลงอาบัติ /  197 อะหังภันเต สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย อาปัชชิง ตา ตุมหะ มูเล ปะฏิเทเสมิ ฯ (พรรษาแก่ว่า) ปัสสะสิ อาวุโส ตา อาปัตติโย ฯ (พรรษาอ่อนว่า) อุกาสะ อามะ ภันเต ปัสสามิ ฯ (พรรษาแก่ว่า) อายะติง อาวุโส สังวะเรยยาสิ ฯ (พรรษาอ่อนว่า) สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ ฯ ทุติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ ฯ ตะติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ ฯ นะ ปุเนวัง กะริสสามิ ฯ นะ ปุเนวัง ภาสิสสามิ ฯ
  • 198.
    198  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย นะ ปุเนวัง จินตะยิสสามิ ฯ (จบพรรษาอ่อน) (พรรษาแก่ว่า) สัพพา ตา อาปัตติโย อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง) สัพพา คะรุละหุกา อาปัตติโย อาโรเจมิ ฯ (๓ ครั้ง) อะหัง อาวุโส สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย อาปัชชิง ตา ตุยหะ มูเล ปะฏิเทเสมิ ฯ (พรรษาอ่อนว่า) อุกาสะ ปัสสะถะ ภันเต ตา อาปัตติโย ฯ (พรรษาแก่ว่า) อามะ อาวุโส ปัสสามิ ฯ
  • 199.
    (พรรษาอ่อนว่า) อายะติง ภันเต สังวะเรยยาถะฯ (พรรษาแก่ว่า) สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ ฯ ทุติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ ฯ ตะติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ ฯ นะ ปุเนวัง กะริสสามิ ฯ นะ ปุเนวัง ภาสิสสามิ ฯ นะ ปุเนวัง จินตะยิสสามิ ฯ (จบวิธีแสดงอาบัติ)
  • 200.
    200  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 201.
    ���������������������������������������  201 ข้อก�ำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระปาฏิโมกข์ 1. ภิกษุทั้งหลายสวดพระปาฏิโมกข์ทุกวัน พระพุทธองค์ตรัสห้ามและปรับอาบัติทุกกฏแก่ ผู้ท�ำเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้สวดเฉพาะวันอุโบสถ 2. ภิกษุทั้งหลายสวดพระปาฏิโมกข์๓ ครั้ง ต่อ ๑ ปักษ์ (กึ่งเดือน) คือในวัน ๑๔ ค�่ำ ๑๕ ค�่ำ และ ๘ ค�่ำ พระพุทธองค์ตรัสห้ามและปรับอาบัติทุกกฏ แก่ผู้ท�ำเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้สวดพระปาฏิโมกข์ เพียงครั้งเดียวต่อ๑ปักษ์คือในวัน๑๔ค�่ำหรือ๑๕ค�่ำ 3. ภิกษุฉัพพัคคีย์สวดพระปาฏิโมกข์เฉพาะใน พวกของตน พระพุทธองค์ตรัสห้าม และปรับอาบัติ ทุกกฏแก่ผู้ท�ำเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้ท�ำอุโบสถโดย พร้อมเพรียงกัน
  • 202.
    202  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 4. ภิกษุทั้งหลายสงสัยว่า จะก�ำหนดเขตพร้อม เพรียงกันในอาวาสหนึ่ง หรือถือเขตแผ่นดินทั้งผืน ตรัสให้ใช้อาวาสเดียวกันเป็นเขตสามัคคี 5. พระมหากัปปินะ(ผู้เป็นพระอรหันต์)ท่านคิด ว่าบริสุทธิ์อยู่แล้วจะควรได้ท�ำอุโบสถสังฆกรรมหรือไม่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบจึงตรัสตอบว่าถ้าเธอไม่ สักการะเคารพนับถือบูชาอุโบสถแล้วใครเล่าจะท�ำ เช่นนั้น และตรัสสั่งให้ไปท�ำอุโบสถสังฆกรรม 6. ภิกษุทั้งหลายสงสัยว่า อาวาสเดียวกันนั้น ก�ำหนดอย่างไรจึงทรงอนุญาตให้สมมติคือประกาศ สีมา (เขตแดน) โดยก�ำหนดภูเขา ก้อนหิน ป่าไม้ ต้นไม้ หนทาง จอมปลวก แม่น�้ำหรือแอ่งน�้ำ เป็นเครื่องหมาย (นิมิต) แล้วทรงแสดงวิธีสวดสมมติ สีมาด้วยเครื่องหมายเหล่านั้น
  • 203.
    ���������������������������������������  203 7. ภิกษุฉัพพัคคีย์สมมติสีมา(ประกาศเขตแดน) ใหญ่เกินไป ๔โยชน์บ้าง ๕ โยชน์บ้าง ๖ โยชน์บ้าง ภิกษุทั้งหลายมาพอดีสวดพระปาฏิโมกข์ก็มี สวด จบแล้วก็มี ก�ำลังสวดอยู่ก็มี จึงทรงห้ามสมมติสีมา ใหญ่เกินไป ทรงปรับอาบัติทุกกฏแก่ผู้ฝ่าฝืน แล้ว ทรงอนุญาตให้สมมติสีมาอย่างใหญ่เพียง ๓ โยชน์ 8. ภิกษุฉัพพัคคีย์สมมติสีมาริมฝั่งแม่น�้ำ ภิกษุ ที่มาท�ำอุโบสถถูกน�้ำพัด บาตร จีวรถูกน�้ำพัด จึง ตรัสห้ามสมมติสีมาเช่นนั้น ทรงอนุญาตให้ท�ำได้ ต่อเมื่อมีเรือจอดอยู่เป็นประจ�ำ หรือมีสะพานทอด อยู่เป็นประจ�ำ 9. ภิกษุทั้งหลายสวดพระปาฏิโมกข์ตามบริเวณ ไม่มีที่สังเกต ภิกษุที่เป็นอาคันตุกะ (ผู้มาจากที่อื่น) ไม่รู้ว่าท�ำอุโบสถกันที่ไหน จึงทรงอนุญาตให้สมมติ
  • 204.
    204  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย โรงอุโบสถท�ำอุโบสถ จะเป็นวิหาร (กุฎีที่อยู่อาศัย) หรือเพิง หรือปราสาท เรือนเป็นชั้น หรือเรือนโล้น (หลังคาตัด) หรือถ�้ำ ก็ได้ 10. ภิกษุทั้งหลายสมมติโรงอุโบสถ ๒ แห่งใน อาวาสเดียวกัน ตรัสห้ามและตรัสแนะให้สวดถอน โรงอุโบสถเสียหนึ่งหลัง คงให้ใช้เพียงหลังเดียว 11. ภิกษุทั้งหลายสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินไป มีพระมาประชุมมาก บางรูปต้องนั่งนอกเขต พระผู้ มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นอันท�ำอุโบสถ และได้ตรัส แนะให้ก�ำหนดเครื่องหมาย (นิมิต) แล้วประชุม สงฆ์สวดสมมติหน้ามุข อุโบสถขยายให้ใหญ่ออก ไปตามต้องการ 12. ในวันอุโบสถ ภิกษุบวชใหม่มาประชุม ก่อน นึกว่าพระเถระคงยังไม่มา จึงกลับไป กว่าจะ
  • 205.
    ���������������������������������������  205 ได้ท�ำอุโบสถก็กลางคืน จึงตรัสอนุญาตให้ภิกษุที่ เป็นเถระมาประชุมก่อนในวันอุโบสถ 13. มีวัดหลายวัดในเขตสีมาเดียวกันภิกษุ ทั้งหลายต่างวัดต่างท�ำอุโบสถ พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงให้รวมท�ำแห่งเดียวกัน ไม่ให้แยกกันท�ำ 14. ตรัสห้ามมิให้สมมติสีมาคาบเกี่ยวกัน ให้มีชานของสีมา 15. ตรัสห้ามมิให้แกล้งสวดพระปาฏิโมกข์ มิให้ผู้อื่นได้ยิน ถ้ามีเสียงผิดปกติและพยายามแล้ว ไม่เป็นอาบัติ 16. ตรัสห้ามมิให้สวดพระปาฏิโมกข์โดยมี คฤหัสถ์ปนอยู่ในบริษัท 17. ภิกษุผู้มิได้รับเชื้อเชิญ ตรัสห้ามมิให้สวด พระปาฏิโมกข์ ทรงอนุญาตให้พระเถระเป็นใหญ่ใน
  • 206.
    206  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เรื่องพระปาฏิโมกข์ (จะสวดเองหรือให้ใครสวดก็ได้) 18. พระเถระสวดเองไม่ได้ จึงทรงอนุญาต ให้ภิกษุผู้ฉลาด มีความสามารถเป็นใหญ่ในเรื่อง พระปาฏิโมกข์ 19. พระทั้งวัดไม่สามารถสวดพระปาฏิโมกข์ได้ ให้ส่งภิกษุรูปหนึ่งไปเรียนจากอาวาสใกล้เคียง จะ โดยย่อหรือโดยพิสดารก็ตาม ให้พระเถระเป็นผู้ใช้ ไป ผู้ถูกใช้ขัดขืนในเมื่อไม่ป่วยไข้ ต้องอาบัติทุกกฏ 20. ตรัสอนุญาตให้เรียนปักขคณนา(การค�ำนวณ ปักษ์) ได้ทุกรูป เพื่อบอกดิถีแก่คนทั้งหลายได้ 21. ถ้าไม่มีใครสวดพระปาฏิโมกข์ได้เลย และไม่สามารถจะส่งใครไปเรียนวิธีสวด ห้ามอยู่ จ�ำพรรษาร่วมกับภิกษุเหล่านั้น ถ้าขืนอยู่ ต้องอาบัติ ทุกกฏ
  • 207.
    ���������������������������������������  207 22. ภิกษุเป็นไข้ ตรัสให้บอกความบริสุทธิ์แก่ ภิกษุรูปหนึ่งเพื่อน�ำไปบอกแก่สงฆ์ ถ้าไม่มีผู้รับไป บอก ให้น�ำขึ้นเตียง ขึ้นตั่ง หามไปท�ำอุโบสถด้วย ไม่ให้ท�ำอุโบสถแยกกัน ถ้าให้เคลื่อนที่ อาพาธอาจ ก�ำเริบหรืออาจถึงมรณภาพ ให้สงฆ์ไปท�ำอุโบสถ ที่ภิกษุรูปนั้น แล้วตรัสให้ภิกษุผู้รับบอกปาริสุทธิ ต้องไปบอกแก่สงฆ์ให้จงได้ ถ้าไปไม่ได้เอง ให้มอบ หมายผู้อื่นบอกแทน 23. ภิกษุถูกญาติจับตัว ถูกคนอื่นๆ จับตัว ไม่สามารถมาร่วมท�ำอุโบสถได้ ให้เจรจาขอตัว มาท�ำอุโบสถ ถ้าเจรจาไม่ส�ำเร็จ ให้น�ำออกให้พ้น เขตสีมา เพื่อให้สงฆ์ท�ำอุโบสถ ห้ามท�ำอุโบสถ ทั้งที่มีภิกษุอื่นอยู่ในเขตสีมา แต่มิได้เข้าร่วม ประชุม
  • 208.
    208  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 24. ถ้าในอุโบสถหรือสังฆกรรมอื่นมีภิกษุ เป็นบ้า ให้สงฆ์สวดสมมติเพื่อจะได้ท�ำอุโบสถหรือ สังฆกรรมอื่นโดยไม่มีเธออยู่ด้วย 25. พระมี ๔ รูป ตรัสอนุญาตให้สวด พระปาฏิโมกข์ ถ้ามี ๓ รูป หรือ ๒ รูป ให้ประชุมกัน บอกความบริสุทธิ์แก่กันและกัน เรียกว่าปาริสุทธิ อุโบสถ ถ้ามีรูปเดียว ให้ปัดกวาดสถานที่ คอยภิกษุ อื่น เมื่อไม่เห็นมา ให้อธิษฐาน คือตั้งใจระลึกว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ ถ้าไม่ท�ำ ต้องอาบัติทุกกฏ 26. มิให้ท�ำอุโบสถทั้งที่ยังมีอาบัติ ให้แสดง อาบัติก่อนแล้วจึงท�ำอุโบสถ ถ้าสงสัยในอาบัติก็ให้ บอกแก่ภิกษุรูปหนึ่งก่อน
  • 209.
    27. ห้ามภิกษุที่ต้องอาบัติเหมือน ๆ กันแสดง อาบัติเช่นนั้นแก่กัน (สภาคาบัติ) ถ้าแสดงหรือรับ ต้องอาบัติทุกกฏ 28. ถ้าระลึกได้ว่ายังมีอาบัติอยู่ หรือสงสัยว่า จะต้องอาบัติใดๆ ในขณะฟังพระปาฏิโมกข์ ให้บอก แก่ภิกษุที่อยู่ใกล้เพื่อรับทราบไว้ เมื่อเสร็จอุโบสถ จะได้ท�ำคืน 29. ถ้าสงฆ์ต้องอาบัติในเรื่องเดียวกัน (สภา คาบัติ) ทั้งวัด ให้ส่งพระรูปหนึ่งไปแสดงที่วัดอื่น ถ้าไม่มีวัดใกล้เคียง ให้ไปกลับภายใน ๗ วัน เพื่อ หาที่แสดงอาบัติของส่วนรวม ฯลฯ
  • 210.
    210  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 211.
    อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  211 อานิสงส์การสวดและการฟัง พระปาฏิโมกข์  โดย พระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี “...การสวดพระปาฏิโมกข์ มีอานิสงส์มาก ทีเดียว ก่อนอื่นเอาเฉพาะผู้สวด ถึงแม้ไม่รู้เรื่อง จิตก็บริสุทธิ์ เพราะถูกขัดเกลาด้วยความ เลื่อมใสในพระวินัยที่ตั้งใจสวด จิตมีความรู้สึก เลื่อมใส มีความเบิกบานในพระธรรมวินัย จิตของ ผู้สวดนั้นย่อมมีสติ คือระวังไม่ให้เผลอ จิตของผู้ สวดนั้นเป็นสมาธิ จิตของผู้สวดนั้นย่อมอุดม ไปด้วยปัญญา ย่อมเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย  มีพระมหาอยู่รูปหนึ่งเป็นพระมหา ๔ หรือ ๕ ประโยค สวดพระปาฏิโมกข์ได้ เสร็จแล้วไม่อยู่วัด
  • 212.
    212  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ไปอยู่ป่าออกเดินธุดงค์ ก่อนจะจ�ำวัดก็สวด พระปาฏิโมกข์ทุกคืนเลย ปรากฏว่าเป็นที่เคารพ ของเทวดา หลับก็เป็นสุข ฝันก็ฝันดี ท่านเล่าให้ หลวงพ่อฟังว่า ฝันแต่สิ่งมีสิริมงคล อย่างเช่น ฝันถึงพระรัตนตรัยบ้าง ฝันถึงความสว่างบ้าง และ ตื่นมาก็เป็นสุข นอกจากนั้น จิตของผู้สวดยังองอาจกล้าหาญ เพราะมีความระลึกว่าศีลของเราบริบูรณ์ครบถ้วน ไปอยู่ในชนหมู่ไหนก็กล้าหาญ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น กับตัวท่านจริงๆ แล้วท่านยังเล่าต่อไปอีกว่าสวด ทุกคืนก่อนนอน พวกสัตว์ร้าย หรือคนพาลก็ตาม ไม่เจอเลย แม้บางครั้งที่ประสบภัยพิบัติ ตัวท่านก็ แคล้วคลาด เหมือนว่ามีเกราะก�ำบังภัยอยู่ นี่เป็น อานิสงส์ที่ท่านได้รับด้วยตัวท่านเอง
  • 213.
    อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  213 ส่วนผู้ฟังนั้น ถ้ายังจิตให้เลื่อมใสในบท พระปาฏิโมกข์แม้ไม่รู้เรื่องก็ท�ำให้จิตสะอาดบริสุทธิ์ เข้าถึงสมาธิได้ง่ายและยิ่งถ้ามีความรู้สึกว่าวันนี้เป็น วันปาฏิโมกข์เราได้ฟังพระปาฏิโมกข์เพื่อช�ำระจิตของ เราให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยศีล ศีลของเราจะบริสุทธิ์ ประดุจดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ จิตของภิกษุผู้ฟัง ก็มีปีติ มีความปราโมทย์ใจ มีกายที่สงบระงับ เป็นที่ตั้งของสมาธิ สมาธิจิตก็เกิดขึ้นได้ง่าย บางรูปได้เห็นธรรมะในโบสถ์ ในระหว่างฟัง พระปาฏิโมกข์เนื่องจากตัวเองไม่รู้เรื่องเพราะฉะนั้น เวลาฟังก็ปล่อยจิตเข้าไปสู่ภายใน ความเพลิน ในเสียงก็ดี ความเลื่อมใสในพระปาฏิโมกข์ก็ดี ความรู้สึกระลึกว่าใจจะสะอาดบริสุทธิ์เพราะฟัง พระปาฏิโมกข์ และคิดว่าได้อยู่เฉพาะพระพักตร์ของ
  • 214.
    214  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท�ำให้จิตรวมเข้าไป สู่ภายในได้เร็ว เข้าถึงความสว่าง เป็นสุข และมีความ รู้สึกว่าในระหว่างฟังพระปาฏิโมกข์นั้น ใช้เวลา ประเดี๋ยวเดียวแค่นั้นเอง ตามปกติมือที่พนมไว้ นานๆ แล้วมันจะเมื่อย แต่พอปล่อยจิตให้เข้าไปแล้ว ท่านบอกว่าร่างกายข้างนอกไม่รู้เรื่องเลย มีความ รู้สึกว่าเรากับพระปาฏิโมกข์กลมกลืนเป็น อันเดียวกันจิตกับพระปาฏิโมกข์ที่สวดนั้นผสม ผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนรสเปรี้ยว ในมะนาว รสหวานในน�้ำตาล เพราะฉะนั้นในเวลา ออกจากโบสถ์จิตของท่านผ่องใสเหมือนจิตถูกช�ำระ ให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยพระปาฏิโมกข์ พอออกจาก พระอุโบสถ ผิวพรรณวรรณะเปล่งปลั่งสว่างที เดียวสว่างและเป็นสุขใจนึกถึงพระปาฏิโมกข์ทีไร
  • 215.
    อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  215 ก็นึกถึงดวงจันทร์วันเพ็ญบนท้องฟ้า นึกถึงดวง จันทร์วันเพ็ญบนท้องฟ้าทีไรก็นึกถึงดวงธรรม ภายใน นึกถึงความบริสุทธิ์ของศีล ซึ่งเป็นประดุจ ปริมณฑลของดวงจันทร์ ที่มีรัศมี มีความสว่างไสว นี่เป็นอานิสงส์ของพระปาฏิโมกข์เพียง ส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนเยอะนั้นมากมายก่ายกอง ทีเดียว กระแสเสียงของการสวดพระปาฏิโมกข์ นั่นนะ ได้แผ่ซ่านออกไปในบรรยากาศ แผ่เป็น ระลอกคลื่นออกไปเรื่อยๆ เลย ไปยังหมื่นโลกธาตุ เทวดาเมื่อได้ยินได้ฟังด้วยทิพยโสต (หูทิพย์) ก็เกิด ความเลื่อมใส เมื่อเทวดาได้ยิน เทวดาก็มองด้วย ทิพยจักขุ เห็นว่าภิกษุสาวกของพระพุทธเจ้าก�ำลัง ช�ำระศีลของตนให้บริสุทธิ์ เทวดาก็อนุโมทนา สาธุการลั่นตลอดโลกธาตุหมดเลย
  • 216.
    216  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย การสวดพระปาฏิโมกข์ครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ พระภิกษุผู้มีศีล เวลาสวดพระปาฏิโมกข์จะมีรัศมีแผ่ ขึ้นไป เทวดาที่เห็นก่อน คือภุมมเทวดา รุกขเทวา อากาศเทวาเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาดาวดึงส์ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ก็รู้เห็นสว่างไป หมดเพราะว่าถ้อยค�ำในพระปาฏิโมกข์สิกขาบท แต่ละข้อนั้นเป็นพุทธพจน์ เป็นถ้อยค�ำที่หลั่ง ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระบรมศาสดา ออก มาจากศูนย์กลางพระธรรมกาย เพื่อจะให้เป็น ข้อวัตรปฏิบัติส�ำหรับพระภิกษุ ผู้หวังมรรคผล นิพพานเป็นแก่นสาร จะได้ยึดเอาไว้เป็นแบบแผน เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านปรินิพพานไปแล้ว พุทธพจน์หรือสิกขาบทเหล่านี้ ก็เป็นประดุจตัวแทน ของพระบรมศาสดา
  • 217.
    อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  217 เพราะฉะนั้นพระภิกษุผู้สวดสาธยายพุทธพจน์ หรือพระปาฏิโมกข์ ภิกษุรูปนั้นไม่ได้ห่างไกลจาก พระบรมศาสดาเลยทุกข้อทุกถ้อยทุกค�ำเป็นเหมือน ตัวแทนของพระพุทธเจ้าหมดเลย อานิสงส์นี้จะ ส่งผลให้ภิกษุผู้สวดได้เป็นผู้น�ำต่อไปในอนาคต ภิกษุผู้สวดสาธยายพระปาฏิโมกข์ได้นั้น เท่ากับได้รักษาสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ จะ มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร จะท่องเที่ยว อยู่ในสองภพภูมิ คือ มนุษย์โลกและเทวโลก จะมีเกราะคุ้มครองป้องกันกาย วาจา ใจ ไม่ให้ท�ำชั่ว ไม่ว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติ แม้ด้วยใจ แม้ด้วยค�ำพูด แม้ด้วยการกระท�ำ อานิสงส์เหล่านี้จะบังคับอยู่ในตัว คุ้มครองหมด ไม่ให้มีโอกาสในการท�ำความชั่ว
  • 218.
    218  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย เมื่อใจหยั่งลงสู่กุศลธรรมมีความสว่างไสว ภายใน ในการสร้างบารมี จึงท่องเที่ยวอยู่สอง ภพภูมิ คือ ละโลกจากมนุษย์แล้ว ก็ไปเกิดเป็น ชาวสวรรค์ หมดก�ำลังบุญจากชาวสวรรค์ ก็มา เป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นแค่สวด อุโปสถกรณโต ปุพฺเพ นววิธํ ฯลฯ โอ้โห...ใจ เป็นสุขทีเดียว ใคร สวดได้ก็ต้องถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลมหาศาล และ จะมีอุปนิสัยที่ชอบสวดพระปาฏิโมกข์ติดไปในภพ เบื้องหน้าอีกด้วย พอเจอพระปาฏิโมกข์จะชอบ มี ใจรัก เบิกบานทีเดียว ชอบมาก นี่มันติดข้ามภพ ข้ามชาติ หลวงพ่อเลยอยากให้ลูกพระลูกเณรสวด กันได้ ถ้าใครสวดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง ก็เมื่อย ได้แค่ คิดว่าเมื่อไหร่จะจบสักที
  • 219.
    อานิสงส์การสวดและการฟังพระปาฏิโมกข์ /  219 ถ้าสวดได้ ผู้สวดใจจะเป็นสมาธิและยิ่งถ้า หากว่าผู้สวดนั้นได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน เป็นพระทั้งภายนอกและภายใน ภายนอก บวชแบบญัตติจตุตถกรรม ภายในบวชแบบ ติสรณคมนูปสัมปทา ขณะสวดไป ใจก็หยั่งลง ธรรมกายภายใน เสียงสวดทะลุเข้าไปถึงกายภายใน ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด เนื่องกับอายตนนิพพาน ก้องไปหมด โอ้โห...สนุกจริงๆ นะจะบอกให้ พอ เทวดาเห็นรัศมีของผู้สวด ก�ำลังเพลิดเพลินอยู่ ในกามาวจร ก็หยุดกึกเลย การเล่นหยุดหมด หันไปมอง วันกึ่งเดือนมีการสวดพระปาฏิโมกข์ เทพบุตรเทพธิดาประชุมฟังธรรมในธรรมสภาชั้น ดาวดึงส์ บางครั้งพระอินทร์ท่านก็แสดงธรรม บาง ครั้งก็พรหมลงมาแสดงธรรมในธรรมสภา พอพระ
  • 220.
    220  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ท่านสวดพระปาฏิโมกข์ ก็หยุดเลย มองดู และพูด กันต่อๆไปเลย พูดกันเลยว่าภิกษุรูปนี้ก�ำลังสวด พระปาฏิโมกข์อยู่ที่วัดพระธรรมกาย องค์นี้เป็น สาวกของพระพุทธเจ้าสวดได้ไพเราะเหลือเกิน เสียง ทั้งลึก ทั้งก้อง กังวาน หยดย้อย ไม่แหบ ไม่เครือ ไม่พร่า เสียงดุจเสียงมหาพรหม เป็นปลื้มไหม ถ้าเทวดาพูดอย่างนี้ เป็นปลื้ม ทีเดียวนะจะบอกให้ เป็นปีติ เป็นปลื้ม เป็นสุขใจเลย แม้แต่ในสมัยพุทธกาล ภิกษุผู้สวดสาธยาย พระปาฏิโมกข์ พระอริยสาวก พระอรหันต์ยัง ต้องฟัง หยุดฟัง พระพุทธเจ้าท่านอนุโมทนาบุญ ชื่นชมปีติยินดี ภิกษุผู้สวดพระปาฏิโมกข์ได้ย่อมเป็นผู้น�ำ ไปทุกภพทุกชาติ ก็คิดดูนะผู้สวดพระปาฏิโมกข์
  • 221.
    ได้เป็นผู้น�ำใช่หรือเปล่า และตั้งอยู่ในฐานะผู้ที่ควร แก่การเคารพสักการะและบูชา เห็นไหมใครสวด ได้ก็ไปนั่งข้างบน เจ้าอาวาสยังนั่งข้างล่าง ภิกษุแม้ มีพรรษาน้อย ถ้าสวดพระปาฏิโมกข์ได้ ก็ขึ้นไปนั่ง บนอาสนะ ภิกษุผู้มีพรรษามากกว่ายังต้องหยุดฟัง ให้ความเคารพ ฉะนั้นจะมีอานิสงส์ว่า เกิดไปกี่ภพกี่ชาติก็ แล้วแต่ จะเป็นผู้น�ำมหาชน ได้รับความเคารพ ได้รับการสักการะ ได้รับความยกย่องชื่นชม บูชา จะได้อยู่ในฐานะที่ควรแก่การเคารพบูชา ตลอดไป...” 
  • 222.
    222  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 223.
    ��������������������������������������  223 เทคนิคการทรงจ�ำ พระปาฏิโมกข์ให้ได้เร็ว  การที่จะทรงจ�ำพระปาฏิโมกข์ให้ได้เร็วนั้น มีขั้นตอน และวิธีการดังนี้ 1. มีความตั้งใจจริง และสัญญากับตัวเองว่าจะ สวดพระปาฏิโมกข์ให้ได้ 2. เมื่อได้หนังสือพระปาฏิโมกข์แล้ว ควรเปิดดู ภาพรวมของศีลทั้ง๒๒๗สิกขาบทแล้วดูว่ามีกี่หมวด แต่ละหมวดแบ่งเป็นกี่สิกขาบท แต่ละสิกขาบทสั้น หรือยาวขนาดไหน 3. ควรฝึกอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านออกเสียง ให้ถูกต้อง ดูให้ดีตรงไหนเป็นตัวสะกด ตัวไหน ไม่ใช่ตัวสะกด ตรงไหนเป็น ร หรือ ล ต้องอ่านให้ ถูกต้อง อ่านให้ท่านผู้รู้ฟัง ท่านจะได้แก้ไขทักท้วง เมื่อเราอ่านผิด อ่านไปเรื่อยๆ อ่านหลายๆ รอบ การท�ำอย่างนี้ก็เพื่อให้สายตาจ�ำภาพรวมของอักขระ
  • 224.
    224  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย บาลีแต่ละข้อๆ และเพื่อให้กล้ามเนื้อลิ้นคุ้นเคยกับ การออกเสียง 4. เมื่อฝึกอ่านได้ถูกต้องแล้ว ก็ให้เพิ่ม ความคล่อง และความเร็ว ในการอ่านให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป 5. ท่องทีละข้อๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้อ ๑ ได้ ก่อน แล้วเริ่ม ข้อ ๒ แล้วข้อ ๓ ไปเรื่อยๆ แต่ที่ ส�ำคัญ ก่อนหรือหลังท่องแบบทีละข้อๆ นั้น วันนั้น ควรอ่านหรือท่องภาพรวมของศีล ๒๒๗ สิกขาบท ทั้งหมดก่อน เพื่อจะได้เป็นเหมือนแผนที่น�ำทางให้ เราท่องไปได้อย่างง่ายดาย และเพื่อป้องกันการลืม สิ่งที่ท่องมาก่อนหน้านี้ 6. มีความเพียรในการท่องพระปาฏิโมกข์ เนืองนิตย์ ควรใช้เวลาให้เป็นไปกับพระปาฏิโมกข์ ถ้าไม่มีเวลา ควรให้เวลากับพระปาฏิโมกข์อย่าง น้อยวันละ ๑ ชั่วโมง ถ้าไม่ได้จริงๆ ควรท่องให้จบ
  • 225.
    ��������������������������������������  225 วันละ ๑รอบ ถ้าไม่ได้อีก ควรฟังไฟล์เสียง ๑ รอบ หรือถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ก็ท่องเท่าที่จะท่องได้ และ ควรมีหนังสือพระปาฏิโมกข์ติดตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นสัญญาใจไม่ให้ลืมเป้าหมายในการท่อง พระปาฏิโมกข์ 7. ในช่วงของการฝึกท่องพระปาฏิโมกข์นั้น ก็ต้องให้ความส�ำคัญกับภารกิจอื่นๆ เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหมู่คณะ กิจวัตรกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติไม่ให้ขาดตก บกพร่อง 8. อย่าใช้เวลาให้เป็นไปกับสิ่งอกุศลทั้งปวง เพราะมันจะดึงเราให้หลุดไปจากกุศลธรรมทั้งหลาย 9. ต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์ เพราะศีลที่บริสุทธิ์ จะเป็นปัจจัยท�ำให้ทรงจ�ำได้เร็ว ตรงกันข้ามกับ ศีลที่ไม่บริสุทธิ์ จะเป็นเหตุให้ล้มเลิกการท่อง พระปาฏิโมกข์ได้
  • 226.
    226  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย 10. หมั่นเจริญสมาธิภาวนาเนืองๆ เพราะ ปัญญาจากสมาธิ จะท�ำให้จดจ�ำได้รวดเร็ว 11. ก่อนเปิดอ่านหนังสือหรือท่องพระปาฏิโมกข์ ควรท�ำสมาธิ เพื่อรวมใจที่ซัดส่าย ฟุ้งซ่านไปในเรื่อง ราวต่างๆ ให้มารวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน การจดจ�ำ พระปาฏิโมกข์ จะมีพัฒนาการที่ดี 12. เมื่อท่องจนได้หมดแล้ว ให้ไปซ้อมท่อง กับพระผู้รู้หลายๆ รอบ ท่านจะได้แนะน�ำเทคนิค เรื่องราวดีๆ ต่างๆ ให้ 13. ก่อนถึงวันสวดจริง ต้องซ้อมสวดให้เกิด ความคล่องแคล่ว ไม่ติดๆ ขัดๆ มีความไพเราะ มีเสียงดังกังวาน ไม่แหบเครือ ชัดถ้อยชัดค�ำ อักขระไม่วิบัติ ควรมีความเร็วในการสวดประมาณ ๓๐ - ๔๐ นาที ซึ่งก�ำลังฟังสบาย และสอบถามเรื่อง การเปลี่ยนบุพพกิจให้ชัดเจน ว่าปักษ์นี้เป็นปักษ์ ที่เท่าไร เป็นฤดูอะไร ต้องใช้อย่างไร เป็นต้น
  • 227.
  • 228.
    228  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย
  • 229.
    ��������������������������������������������������  229 การนับจ�ำนวนพระภิกษุ ที่มาประชุมฟังสวดพระปาฏิโมกข์ ๔ จตฺตาโรภิกฺขู ๕ ปญฺจ ภิกฺขู ๖ ฉ ภิกฺขู ๗ สตฺต ภิกฺขู ๘ อฏฺ ภิกฺขู ๙ นว ภิกฺขู ๑๐ ทส ภิกฺขู ๑๑ เอกาทส ภิกฺขู ๑๒ ทฺวาทส ภิกฺขู ๑๓ เตรส ภิกฺขู ๑๔ จตุทฺทส ภิกฺขู ๑๕ ปณฺณรส ภิกฺขู ๑๖ โสฬส ภิกฺขู ๑๗ สตฺตรส ภิกฺขู ๑๘ อฏฺารส ภิกฺขู ๑๙ เอกูนวีสติ ภิกฺขู ๒๐ วีสติ ภิกฺขู ๒๑ เอกวีสติ ภิกฺขู ๒๒ พาวีสติ ภิกฺขู ๒๓ เตวีสติ ภิกฺขู ๒๔ จตุวีสติ ภิกฺขู ๒๕ ปญฺจวีสติ ภิกฺขู ๒๖ ฉพฺพีสติ ภิกฺขู ๒๗ สตฺตวีสติ ภิกฺขู ๒๘ อฏฺวีสติ ภิกฺขู ๒๙ เอกูนตฺตึสติ ภิกฺขู ๓๐ ตึสติ ภิกฺขู ๓๑ เอกตฺตึสภิกฺขู
  • 230.
    230  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ๓๒ ทฺวตฺตึสภิกฺขู ๓๓ เตตฺตึสภิกฺขู ๓๔ จตุตฺตึสภิกฺขู ๓๕ ปญฺจตฺตึสภิกฺขู ๓๖ ฉตฺตึสภิกฺขู ๓๗ สตฺตตฺตึสภิกฺขู ๓๘ อฏฺตฺตึสภิกฺขู ๓๙ เอกูนจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๐ จตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๑ เอกจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๒ เทฺวจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๓ เตจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๔ จตุจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๕ ปญฺจจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๖ ฉจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๗ สตฺตจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๘ อฏฺจตฺตาฬีสภิกฺขู ๔๙ เอกูนปญฺาสภิกฺขู ๕๐ ปญฺาสภิกฺขู ๕๑ เอกปญฺาสภิกฺขู ๕๒ เทฺวปญฺาสภิกฺขู ๕๓ เตปญฺาสภิกฺขู ๕๔ จตุปญฺาสภิกฺขู ๕๕ ปญฺจปญฺาสภิกฺขู ๕๖ ฉปญฺาสภิกฺขู ๕๗ สตฺตปญฺาสภิกฺขู ๕๘ อฏฺปญฺาสภิกฺขู ๕๙ เอกูนสฏฺี ภิกฺขู ๖๐ สฏฺี ภิกฺขู ๖๑ เอกสฏฺี ภิกฺขู ๖๒ ทฺวาสฏฺี ภิกฺขู ๖๓ เตสฏฺี ภิกฺขู ๖๔ จตุสฏฺี ภิกฺขู ๖๕ ปญฺจสฏฺี ภิกฺขู
  • 231.
    ��������������������������������������������������  231 ๖๖ ฉสฏฺีภิกฺขู ๖๗ สตฺตสฏฺี ภิกฺขู ๖๘ อฏฺสฏฺี ภิกฺขู ๖๙ เอกูนสตฺตติ ภิกฺขู ๗๐ สตฺตติ ภิกฺขู ๗๑ เอกสตฺตติ ภิกฺขู ๗๒ เทฺวสตฺตติ ภิกฺขู ๗๓ เตสตฺตติ ภิกฺขู ๗๔ จตุสตฺตติ ภิกฺขู ๗๕ ปญฺจสตฺตติ ภิกฺขู ๗๖ ฉสตฺตติ ภิกฺขู ๗๗ สตฺตสตฺตติ ภิกฺขู ๗๘ อฏฺสตฺตติ ภิกฺขู ๗๙ เอกูนอสีติ ภิกฺขู ๘๐ อสีติ ภิกฺขู ๘๑ เอกาสีติ ภิกฺขู ๘๒ ทฺวาสีติ ภิกฺขู ๘๓ ตฺยาสีติ ภิกฺขู ๘๔ จตุราสีติ ภิกฺขู ๘๕ ปญฺจาสีติ ภิกฺขู ๘๖ ฉฬาสีติ ภิกฺขู ๘๗ สตฺตาสีติ ภิกฺขู ๘๘ อฏฺาสีติ ภิกฺขู ๘๙ เอกูนนวุติ ภิกฺขู ๙๐ นวุติ ภิกฺขู ๙๑ เอกนวุติ ภิกฺขู ๙๒ เทฺวนวุติ ภิกฺขู ๙๓ เตนวุติ ภิกฺขู ๙๔ จตุนวุติ ภิกฺขู ๙๕ ปญฺจนวุติ ภิกฺขู ๙๖ ฉนวุติ ภิกฺขู ๙๗ สตฺตนวุติ ภิกฺขู ๙๘ อฏฺนวุติ ภิกฺขู ๙๙ เอกูนสตภิกฺขู
  • 232.
    232  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ๑๐๐ สตภิกฺขู ๑๐๑ เอกุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๒ ทฺวยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๓ ตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๔ จตุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๕ ปญฺจุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๖ ฉฬุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๗ สตฺตุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๘ อฏฺฐุตฺตรสตภิกฺขู ๑๐๙ นวุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๐ ทสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๑ เอกาทสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๒ ทฺวาทสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๓ เตรสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๔ จตุทฺทสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๕ ปณฺณรสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๖ โสฬสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๗ สตฺตรสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๘ อฏฺารสุตฺตรสตภิกฺขู ๑๑๙ เอกูนวีสุตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๒๐ วีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๒๑ เอกวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๒๒ ทฺวาวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๒๓ เตวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๒๔ จตุวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู ๑๒๕ ปญฺจวีสตฺยุตฺตรสตภิกฺขู
  • 233.
  • 234.
      บรรณานุกรม  มหามกุฏราชวิทยาลัย. สฺยามรฏฺสฺส เตปิฏกํ วินยปิฏเก. พิมพ์ครั้งที่๖. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์ มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๕๓ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย พระวินัยปิฎก. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙ สุชีพ ปุญญานุภาพ, พระไตรปิฎก ฉบับส�ำหรับ ประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ ๑๖. กรุงเทพฯ : มหามกุฏ- ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์, ๒๕๓๙ คณาจารย์แห่งโรงพิมพ์เลี่ยงเชียง, พุทธประวัติ ฉบับมาตรฐาน. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ เลี่ยงเชียง, ๒๕๔๐ ส�ำนักงานวัดพระธรรมกาย กองการคณะสงฆ์.  ระเบียบปฏิบัติของพระสงฆ์ โดย พระธรรมวโรดม (บุญมา คุณสมฺปนฺโน). พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ เอส. เอ็ม. เค. พริ้นติ้ง จ�ำกัด, ๒๕๕๓ มูลนิธิธรรมกาย. วิสุทธิวาจา ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๒, ๒๕๔๔
  • 235.
    ศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมทายาท.คู่มือธรรมทายาท,๒๕๕๓ แสวง อุดมศรี. พระวินัยปิฎก ๒. พิมพ์ครั้งที่๒. กรุงเทพฯ:มหาจุฬาบรรณาคารศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๓ ชมรมผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ วัดพระธรรมกาย. คู่มือ พระปาฏิโมกข์ ฉบับวัดพระธรรมกาย. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : บริษัท ทองฟองเอ็นเตอร์ไพรส์ จ�ำกัด, ๒๕๓๙ ชมรมผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ วัดพระธรรมกาย. ภิกขุปาฏิโมกข์ บาลี - แปล. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ เอส. เอ็ม. เค. พริ้นติ้ง จ�ำกัด, ๒๕๔๘ พระภิกษุลูกพระราชฯ. ภิกฺขุปาฏิโมกฺขปาลิ. พิมพ์ครั้ง ที่ ๑, ๒๕๔๖ กองวิชาการ(01). สวดมนต์ฉบับวัดพระธรรมกาย. พิมพ์ ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ เอส. เอ็ม. เค. พริ้นติ้ง จ�ำกัด, 2554
  • 236.
    236  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย รายนามเจ้าภาพ ผู้ร่วมบุญ
  • 237.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  237  น้อมบูชาธรรม  แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า   น้อมบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์  พระมงคลเทพมุนี (หลวงปู่สด จันทสโร) พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) พระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว) คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาทองสุก ส�ำแดงปั้น คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
  • 238.
    238  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย บูชาธรรมโดย   เจ้าภาพกิตติมศักดิ์พิเศษ  วัดพระธรรมกายกุมมะ พระนิสิตสถาบันธรรมชัย พระภิกษุรุ่นบูชาธรรม 68 ปี พระเทพญาณมหามุนี พระภาณุ โอภาสโก และกัลฯเทอดพงศ์ - ณัฏฐ์สุดา - พัชรพล - โสภิณ - กมลทิพย์ พลบุตร พระมหาทศพร ปุญฺงฺกุโร พระมหาแสงชัย คุณทฺธโร - กัลฯมณฑิรา ทรัพย์เหมือน และครอบครัว พระวัฒน์ชานนท์ วริทฺธิโก - กัลฯพงษ์สุวัชร - ลัดดาวัลย์ - รุจิรพันธุ์ ยงคุณานันท์ พระวิภาช ทนฺตจิตฺโต และครอบครัวกาญจน์อาภากร พระวิษณุ อคฺคทีโป กัลฯพิศุทธ์ - เสลาลักษณ์ - ปัญจพล - บุญภัทร จุรีเกษ กัลฯขันชัย - บุษบาวดี - พลอยกระพริบ ศรลัมพ์ กัลฯนที - กัลฯแดนธีระ - กัลฯอรุณวรรณ ตั้งพิสุทธิพงษา กัลฯนิตยา จรุงจิตต์ กัลฯบรรณพจน์ - บุษบา - พลภูมิ ดามาพงศ์ กัลฯประกอบ - ศรีจันทรา - กัญญา - กมลรัตน์ ใต้ธงชัย และครอบครัว กัลฯอภิชาติ - นงกรณ์ จิวัจฉรานุกูล และครอบครัว
  • 239.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  239 คุณพ่อเซี่ยะกิม- คุณแม่เชียง แซ่ตั้ง และครอบครัวธนสมานโชค คุณพ่อทองเคลือบ – คุณแม่มณี ชนะเพีย นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จ�ำกัด Warangkhana + Marvin + Justin Khampoo - Hufer   เจ้าภาพกิตติมศักดิ์  พระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง พระธรรมทายาท รุ่นแสนเข้าพรรษา ปี ๒๕๕๕ ระเบียง ๓ กัลฯเกียรติชัย - เพ็ญจันทร์ - ชวิน ล้อจักรชัย กัลฯจักรกฤษณ์ ทะรารัมย์ กัลฯจันทนี แซ่ตั๊ง พร้อมครอบครัวแซ่ตั๊ง และครอบครัวสัมปชัญญกุล กัลฯจิดาภา วิลคินสัน และครอบครัว กัลฯพัชรี - ธิดารัตน์ กาหา กัลฯอรพิม สุขพูล และครอบครัว Ponpahn - James Ebdon
  • 240.
    240  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย   เจ้าภาพกิตติมสุข  คณะกัลยาณมิตร วัดพระธรรมกายปารีส คณะสงฆ์ - อุบาสก - อุบาสิกา - กัลยาณมิตรวัดพระธรรมกายโตเกียว วัดพุทธตูลูส ฝรั่งเศส วัดพุทธนอร์ดไรน์ - เวสฟาเลนท์ ประเทศเยอรมันนี พระกิตติฤทธิ์ อิทฺธิาโณ พระฉัตรชัย ฉตฺตมงฺคโล และทีมงานธรรมนคร - พระวรรณพงษ์ จิรวณฺโณ และครอบครัว พระภิกษุรุ่น ๒๖ “Twenty - six พลิกโลก” พระมหาอภิชาติ ฌานวโร และครอบครัว ลักษณ์ธนากุล พระมหาอภิเชษฐ์ มุทุจิตฺโต ส.ณ.ณัฐพล - สมชัย ภูวนาฏภิญโญ - กัลฯสุวรรณา ด�ำรงเวชศักดิ์ กัลฯจุฬา - ธัญญ์ชนก ศิริเชาวนิชการ กัลฯชิดพงษ์ กวีวรวุฒิ และครอบครัว - ส�ำนักพิมพ์เอ็ม ไอ เอส จ�ำกัด กัลฯธันยา พลพงษ์ (คาน) กัลฯธิดา - ทองค�ำ เธียรสวน กัลฯปัณณธร ภัทรธนวนิช กัลฯภัสร์ศุภดา ราชฐานะวร กัลฯวิทูรย์ มีมา - รัตนา อาสนเศวตร - ธนวิชญ์ มีมา กัลฯวิริยะ - มาลี - มาณี เปี่ยมกุลวนิช กัลฯสมชาย - นิภาพรรณ จิวัจฉรานุกูล และครอบครัว,
  • 241.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  241 บจก.รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) กัลฯสุธีรา ปิยะบวร กัลฯอนุวัฒน์, สุภัทรา, นิรันธน์, อนัญญา ศีตมโนชญ์ กัลฯอารีย์ - TERUYUKI - ARIYA - TAKAKO SAKUMA คุณยายพนอ ลิ่มปาเฐียร - นุชนาถ - น้อยกร - คุณเกรียงศักดิ์ แซ่ช่าง และร้านสรีธรรม สาขาชัยรัตนธรรม จ.เลย นพ.ประกิตพันธุ์ - อ.ประภัสสร - ด.ช.ธรรม์ ทมทิตชงค์   เจ้าภาพอุปถัมภ์  บูชาธรรมพระธรรมกายทุกๆ พระองค์ โดย กัลฯกนกวรรณ พรพจมาน บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ โดย แก้วภูธรภาคเหนือ บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ โดย พระฐานุศักดิ์ สีลธโร และคณะญาติมิตร มหาปูชนียาจารย์ โดย พระทวีศักดิ์ านารโห มหาปูชนียาจารย์ โดย พระธนกรณ์ สุภโรจโน มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พม.พรหมพินิจ โกวิทธมฺโม และญาติมิตร
  • 242.
    242  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหากฤตนัย รตนปญฺโ และครอบครัวเอกรักษาศิลป์ชัย มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาณัฐชัย วรงฺกุโล และคณะญาติมิตร มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาธีระชัย ธีชชโย และครอบครัวอัศวชัยโสภณ มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาอภิวัตร คุณวฑฺโฒ และครอบครัวโพธิทัพพะ มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหาอรรถพล กุลสิทฺโธ และคณะญาติมิตร มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรม โดย ลูกหลานหลวงปู่ มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย พระมหานภดล คมฺภีรธมฺโม และครอบครัวเสนา มหาปูชนียาจารย์ บูชาธรรมโดย กัลฯสุรัตนา คล้ายอุบล และครอบครัว หลวงปู่สด จันทสโร บูชาธรรมโดย กัลฯศศินันท์ - กมลรัตน์ - ธนิตถ์ ครอบครัวเสริมเลขาวิลาศ พระเทพญาณมหามุนี บูชาธรรมโดย พระประทีป ปทีโป
  • 243.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  243 พระกมลกมโล พระกรวิชญ์ กนฺตวิชฺโช พระกริชชัย อคฺคสิทฺโธ พระกฤตธี สกฺกปญฺโ พระกฤษณ์ กาญฺจนชโย พระกวีศักดิ์ กิตฺติรกฺโข พระกัมพล กนฺตวีโร พระกานต์ าณกนฺโต พระกิตติคุณ สิริคุโณ พระกุศล สุภเนตฺโต พระขจรพงศ์ นีโน่ เขมวํโส พระขจรศักดิ์ ปุากโร พระครูใบฎีกาประดิษฐ์ อริญฺชโย พระครูปลัดนายกวรวัฒน์ พระครูวิเทศปัญญาภรณ์ พระครูสมุห์วิจักษ์ สุทธิวโร พระครูสังฆรักษ์ปรเมษฐ์ ปรมสจฺโจ พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก พระครูสังฆรักษ์สมชาย สุคนฺโธ พระค�ำหล้า สุวโจ พระจรัล ภูรินนฺโท พระจักรกฤช ธีรมูโล พระจิตตกร ถิรธมฺโม พระจิรเชฏฐ์ เชฏฺวํโส พระจิระศักดิ์ จรณสมฺปนฺโน พระเจริญชัย นวคุโณ พระเจษฎา มหิทฺธิโก พระฉัฐกิติ ชยานนฺโท พระฉัตรชัย มณิวโร พระชัยพร วริโต พระชาญชัย ปิยธมฺโม พระชาญยุทธ เอกสิทฺโธ พระไชยา ภาวรสทฺโท พระณรงค์จักร กุสลยุตฺโต พระณรงค์ศักดิ์ ปญฺาพโล พระณัฐพงษ์ ปญฺาสิริ พระติณณภพ สมฺปนฺนคุโณ พระไตรพร ผรณปญฺโ พระถวัลย์ศักดิ์ ยติสกฺโก พระถาวร ถาวโร พระทรงพล ขนฺติธมฺโม พระทรงวุฒิ ชยวุฑฺโฒ พระทรงสิทธ์ สิทฺธิธโร พระธรรมรงค์ สิริธมฺโม พระธวัชชัย คุณากโร พระธานินทร์ าณินฺโท พระธีรเดช ทิตฺตวีโร พระธีระ อตฺตทนฺโต พระธีรภัทร์ าณภทฺโท พระนพณัช าณคฺโค พระนราธิป พลากโร พระนราเศรษฐ์ เชฏฺธมฺโม พระนิพนธ์ วรวํโส พระนิรันดร์ สุวีโร พระบุญช่วย จนฺโทภาโส พระประกฤติ ปยฺาธโร
  • 244.
    244  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย พระประพันธ์ ิตสุโข พระประพุทธ พุทฺธิพโล พระปรัชญกมล คุตฺตปุโ พระปรีดา ธีรกุโล พระปวิทัย วชิรวิชฺโช พระปวีณ โฆสโชโต พระผจญ เถรธมฺโม พระพงศ์ธร กิตฺติพนฺโธ พระพนมชัย อตฺตชโย พระพศุตม์ วฑฺฒวํโส พระพัสถาน านุตฺตโร พระพัสรัฐ กนฺตรตโน พระพิทักษ์ชัย สิทฺธิวโธ พระพุทธวัจน์ หฏฺมโน พระเพิ่มพงษ์ ฉนฺทวฑฺโฒ พระมงคล มงฺคโล พระมนต์ชัย มนฺตชโย พระมหาเกียรติศักดิ์ กิตฺติวณฺโณ พระมหาค�ำสาย อินทฺปญฺโ พระมหาจิระยุทธ จิรวํโส พระมหาเฉลิม ปญฺาภรโณ พระมหาชาติชาย ตกฺกสรโณ พระมหาณัฐพงศ์ มณิสุโข พระมหาธนณัฏฐ์ กิตฺติปญฺโ พระมหาธนวัฒน์ ฉนฺทวฑฺโฒ พระมหาธีระวัฒน์ วิสุทฺธิชโย พระมหานพดล เตชชโย พระมหานักรบ ขนฺติมโน พระมหาพลวัฒน์ อรุณโชโต พระมหาพันธ์สุวิชญ์ อธิวิชฺโช พระมหาภูมินทร์ านสิทฺโธ พระมหามนตรี จริตมนฺโต พระมหายุทธพงษ์ วีรวํโส พระมหาวันชัย ขนฺติปรโม พระมหาวันชัย พลคุโณ พระมหาวิชชา อธิวิชฺโช พระมหาศตวรรษ ธมฺมวํโส และ น.ท.หญิงบุญเยี่ยม สืบจากโกสีย์ พระมหาสมบัติ อินฺทปญฺโ พระมหาสุเจน จนฺทวโร พระมหาสุทธิชัย สุทฺธิชโย พระมหาสุริยัณห์ อมโร พระมหาโสพล สุพโล พระมหาไสว สุวณฺณภาโส พระมหาอภิชาติ ฌานสุโภ พระมหาอมร เทวธมฺโม พระมหาอาริยะ โอทาโต พระมหาอิสระพงศ์ ธมฺมิสฺสโร พระวรพล กิตฺติปุญฺโ พระวสุพล ภทฺทสีโล พระวัชรชัย จิตฺตวชิโร พระวัชระ สมาจาโร พระวัฒนชัย หิตวฑฺโฒ พระวันเฉลิม สมวํโส พระวิชชุรัชย์ สกฺกวโร พระวิชัย ปุณฺณธมฺโม
  • 245.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  245 พระวิทยาจนฺทวิชฺโช พระวีระ ธมมฺวีโร พระวีระพล วชิรจิตฺโต พระศราวุฒิ านวโร พระศักดิ์สิทธิ์ านยุตฺโต พระศิรศักดิ์ สิทฺธิเตโช พระศุภชัย ภทฺรชโย พระสถาพร ฌานวิชฺโช พระสมคิด สีลคุตฺโต พระสมชาย ขนฺติธมฺโม พระสมบูรณ์ จิตฺตทนฺโต พระสมประสงค์ ทีปวิชฺโช พระสมพงศ์ เขมินฺโท พระสมพงษ์ จนฺทโรจโน พระสมยศ ปุณฺณยโส พระสมศักดิ์ นาถสกฺโก พระสมศักดิ์ จนฺทสีโล พระสรรชย นาคชโย พระสันติ ถิรสนฺโต พระส�ำเนียง สุตปตฺโต พระสิทธิพัฒน์ สกฺกวํโส พระสิริ คุณากโร พระสุชิน สุชิโน พระสุทัศน์ ทตฺตเขโม พระสุธีร์ อภิธีโร พระสุพจน์ จตฺตมโล พระสุรนาถ ปการชโย พระสุรพรชัย สมจิตฺโต พระเสถียร จินฺตากโร พระเสรี สิริสมฺปนฺโน พระเสวียน ฌานสุโข พระแสนคม สุขจิตฺโต พระอดิศักดิ์ อติสกฺโก พระอดุลย์ คุณภทฺโท พระอนวัช ภูริวโร พระอนันท์ อุคฺคพโล พระอนุชา อิทฺธิพทฺโธ พระอะตอม สุเทโว พระอาจารย์สุผล ชาตธมฺโม พระอาทร ปุณฺณยโส พระอ�ำนาจ อินฺทชโย พระอิสรภาพ อาจรสมฺปนฺโน พระอุดม ถิรวฑฺฒโน พระอุดม ยติสฺสโร โครงการอบรมพระวิสามัญ และพุทธบุตรอาสา พระ ดร.พงศ์ศักดิ์ านิโย และครอบครัวคงคารัตนรักษ์ พระกมล สุหชฺโช และญาติมิตร พระกฤตสร กิตฺติมงฺคโล และครอบครัววงศาโรจน์ พระกล้าณรงค์ าณวีโร และครอบครัวโตนดแก้ว พระกานต์รวี านจนฺโท และครอบครัวทวีโรจนกุล
  • 246.
    246  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย พระการุณ การุญฺโก และญาติมิตร พระกิตตะวัน ปญฺาชโย และคณะญาติมิตร พระกิตติพงศ์ สิริชโย และครอบครัวศิลาวราเวทย์ - กิ่งโพยม พระกิตติศักดิ์ กิตฺติธโร และครอบครัววงศ์ศิริธร พระเกฏตรินทร์ ปญฺาชโย และครอบครัว พระเกียรติขจร าณกิตฺติโก และครอบครัวตั้งจรูญวานิชย์ พระไกรพิชญ์ สจฺจาธิโก และกัลฯมนัสนันท์ สุชาติกุลวิทย์ พระขจรยศ ขนฺติสุโภ - ครอบครัวหลิมสิริภาพ พระคุณากร เมตฺติธโร และครอบครัว พระจิรประวัติ วรจิตฺโต และครอบครัวคิดค้า พระจิรเวท จิรวิชฺโช และครอบครัวนัยน์พาณิช พระฉัฐกิติ - ณัฐพัชร์ - อภิมน - ธนภัส - ชุณท์ธวัช ไชยกฤยานนท์ พระเฉลิมพล อาชิโต และครอบครัว พระชวลิต อตฺถโชโต พระชัชวงศ์ เขมโชโต และครอบครัวฐิติโชติพณิชย์ พระชัชวาล ทิตฺตมงฺคโล และครอบครัวอุดมโชคมงคล พร้อมคณะญาติมิตร พระชัยณัฐ สุทฺโธทาโต และครอบครัวขาวสุวรรณ พระชัยวัฒน์ คุณวฑฺฒโน และครอบครัวประภาส - วิไลลักษณ์ คูวัธนไพศาล พระชัยวัฒน์ ชยวฑฺฒโน และครอบครัวนากสกุลรัตน์ พระชาญณรงค์ ปคุณธมฺโม, กัลฯทัศนีย์ โคตรสมุทร พระณรงค์ ทนตฺจิตฺโต กลุ่มทันต์จิตต์ พระณรงค์ กิตฺติปาโล และครอบครัวธิติมาพงศ์ พระณัฐวุฒิ วุฑฺฒินนฺโท และญาติมิตร พระณัฐวุฒิ อธิวุฑฺโฒ และคณะญาติมิตร พระด�ำรงเกียรติ ถิรโสตฺถิโก และครอบครัวรินเที่ยง - ริค้า พระต่อชัย ชยธโร และคณะญาติมิตร พระตะวัน - พระก�ำพล - พระรจเสน - พระรุ่นแสนระเบียง 2 พระถนอมศักดิ์ ธมฺมปาโล และครอบครัวค�ำจารย์
  • 247.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  247 พระถนัดวรปญฺโ และคุณพ่อแท่น - แม่จ�ำปี ทหารพงศ์ พระทวีรัตน์ ชยวฑฺฒโน และคณะญาติมิตร พระทองเพียร สิริทตฺโต และสามเณรเตรียมพุทธศาสตร์ พระเทียนชัย ปญฺารกฺโข, กัลฯปริมประภา ทองระอา พระธนพล กิตฺติวีโร และครอบครัววิสุทธาพงศ์ชัย พระธนา กิตฺธโร และครอบครัวกาญจนภูพิงศ์ พระธนิตศักดิ์ สกฺกธมฺโม และครอบครัวประโลมรัมย์ พระธรณิศ จารุวํโส และคณะญาติมิตร พระธรรมทายาท รุ่นเข้าพรรษา ปี ๒๕๕๕ ศูนย์นาป่า จ.เพชรบูรณ์ พระธีระยุทธ์ สิริคุตฺโต และคณะญาติมิตร พระนคร โกวิทวํโส พร้อมเครือญาติ และส�ำนักงานกัลยาณมิตร อ.เทิง จ.เชียงราย พระนเรศ รํสิสฺสโร และครอบครัวสุวรรณรังสิมา พระนฤชา สิทฺธตฺเตโช และครอบครัว พระนิพนธ์ ธมฺมพนฺโธ และครอบครัว พระนิวัฒน์ ยติวฑฺฒโน และผู้ร่วมอนุโมทนาบุญ พระบรรจง สกฺกธมฺโม และครอบครัว พระบุญเยี่ยม ปาสาทิโก, กัลฯตฤณพรรษ - ทิพยรัตน์ ต�ำนานวัน พระปนัสย์ ณฏฺมโน, ปเมศ - สชน ประเสริฐยิ่ง และญาติมิตร พระประธาน คุณวีโร, ธานี-สมปอง-ปทุมวดี-รักบุญ โชติอรรคณิต พระประนัย อคฺคชโย และผู้มีบุญทั่วทั้งจักรวาล พระประสิทธิ์ อนงฺคโณ และครอบครัว ลวชัยโยธิน พระประสิทธิ์ วิจกฺขโณ และครอบครัวช่วยเกื้อ พระปรัชญา ปญฺาธิโก และกลุ่มเชื่อมสายบุญกับมหาปูชนียาจารย์ พระปริยพล ยุตฺตวิชฺโช และผู้มีบุญทุกท่าน พระปัญญาทวี อติเมโธ และสหธรรมิก พระปิยวัฏ ปิยวโร และครอบครัวเนตรประเสริฐศรี พระปุณยวีร์ ขนฺติวีโร, กัลฯวสุนทรา พิทักษ์วรชัย พระพงษ์ศิริ ปริปุณฺโณ และครอบครัว
  • 248.
    248  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย พระพงษ์สิทธิ์ ปสุตธมฺโม และครอบครัว พระพรเฉลิม ฉนฺทวโร และคณะ พระพลศักดิ์ านสกฺโก ศูนย์การแปล และสื่อภาษาต่างประเทศ และคณะญาติมิตร พระพรมสรร อภิวฑฺฒโน และครอบครัวพิทยาวิวัฒน์กุล พระพสธร เขมธโร และครอบครัวเลิศเศวตวงศ์ พระพันธุ์เอก านสกฺโก และครอบครัวพัฒนพนิชธ�ำรงค์ พระพิเชฐ อคฺคโรจโน - กัลฯกองมหาธรรมกายเจดีย์ พระพี่เลี้ยงกลุ่ม 8 รุ่นแสนเข้าพรรษา ‘ 55 ระเบียง 3 พระภาณุวัฒน์ รณญฺชโย และคณะญาติมิตร พระภานุพันธ์ อตฺถวโร และญาติมิตร พระภิกษุรุ่น 14 ลูกพระธัมฯ และมหาเศรษฐีคู่บุญวิชชาธรรมกาย พระภิกษุรุ่น 20 ตามติดมหาปูชนียาจารย์ พระภิกษุรุ่น 21 “ส�ำเร็จทุกอย่าง” พระภิกษุรุ่น ๒๓ พระภิกษุรุ่น 25 “คว้าธงชัย” พระภิกษุรุ่นแสน เข้าพรรษา ‘ 55 ระเบียง 3 กลุ่ม 8 พระมงคล ภทฺทมงฺคโล และครอบครัวพี่น้องญาติมิตร พระมนูญ คุตฺตธมฺโม และญาติมิตร พระมหาแก้วปัญญา ปญฺาชโย, กัลฯสมเดช - วาสนา, เกษฏา, จุรีรัตน์ หินกล้า พระมหาชัฏพงศ์ กตปุญฺโ, กัลฯประยุกต์ - มัทนา ฉายทองดี พระมหาชัยฟ้า ธญฺกุโล และกองบุญมหาทานบารมี ๑ เดือน ๑๑ พระมหาธเนศร์ านรโต และครอบครัวทรัพย์สมบูรณ์ พระมหานพพร ปุญฺชโย และครอบครัวบุญญธรรม พระมหาบันเจตร์ ถิรจิตฺโต และคณะญาติ พระมหาประเสริฐกิจ สุเมโธ และกลุ่มบุญอัศจรรย์อนันตกาล พระมหามนต์ชัย อภิชาโน และครอบครัวศรีเทพ พระมหาวิเชษฐ์ เชฏชโย และญาติมิตร พระมหาวิรุฬ ธมฺมารกฺโข และครอบครัว
  • 249.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  249 พระมหาวีรวุฒิอมโร และครอบครัวสายวิเศษ พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย และคณะญาติมิตร พระมหาศรายุทธ ิตคุโณ และญาติมิตร พระมหาศุภเกียรติ สุภกิตฺติโก และกลุ่มบุญพารวย พระมหาศุภชัย สุภชโย กัลฯบุญญ์กัญญ์ แดงตนุ และครอบครัว พระมหาสรพงษ์ สมวํโส และครอบครัววงษาเกษ, ทองระอา พระมหาสาธิต สมาจาโร และครอบครัวนันติวานิช พระมหาสุทธิชัย สุทฺธิชโย และเจ้าหน้าที่ C-Com ศรัทธาภิบาล พระมหาสุทธินารถ าณชโย และคณะญาติมิตร พระมหาสุภวัฒน์ เมธิโก และครอบครัว พระมหาสุรัตน์ อคคฺครตโน และครอบครัวเหลืองธาดา พระมหาอโนทัย สุทฺธิพโล และครอบครัว พระมหาอภิรักษ์ ยโสธโร และชมรมบัวขาว - มีนบุรี พระมหาอัศนัย วิสฺสุตชโย และครอบครัวค�ำจีน พระมหาอาคม สนฺติชโย ปธ.9 - กัลฯชม - ประพันธ์ เครือพิมาย และ กัลฯธาวดี พริ้งรักษา พระมัชฌิมา คุตฺตชีโว พระรุ่งโรจน์ อาภาโรจโน และญาติมิตร พระเรืองศักดิ์ เตชวโร และกลุ่มแก้วพุทธจักร พระวชร อคฺควฑฺฒโน และครอบครัวเกรียงเจริญศิริ พระวชิรศักดิ์ วุฑฺฒิชโย - กัลฯก้อง - เฉลียว - พชระ แก้วไซเทียน พระวัลลภ ธีรวฑฺฒโณ และครอบครัว พระวิเชียร วชิราโณ และพระภิกษุรุ่น ๑๖ พระวีรวุฒน์ มนวีโร และคณะญาติมิตร พระวุฒิชัย ทิพฺพวุฑโฒ และครอบครัวหมอนทอง พระศราวุฒิ านวโร และโยมพ่อ โยมแม่ พระศักดา วิชฺชากโร และกัลฯทองมา - แบ้ง แสนเวทย์ พระศักดิ์ชัย จารุชโย และครอบครัว
  • 250.
    250  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย พระศักดิ์สิทธิ์ ปญฺาสกฺโก - พระมหิทธร จนฺทสโม พระสกล นนฺทรตโน - กัลฯมานิตย์ - กัลฯซิ้วลั้ง และครอบครัววรรัตน์ญานนท์ พระสมโภชน์ อตฺตชิโน และครอบครัวสิงขรณ์ พร้อมคณะญาติมิตร พระสมาธิ สนฺตจิตฺโต และครอบครัว พระสหวัจน์ กวิทตฺโต และครอบครัวแก้วทัต พระสังวรณ์ ธมฺมสํวโร และครอบครัวสัตตารัมย์ พระสันติราษฎร์ อุปสนฺโต และครอบครัวศรีสมบัติ พระสุขสันต์ สุขสนฺโต และครอบครัวฟ้าลี พระสุขสันต์ ทีปธมฺโม และพระพีรพัชร ถิรธมฺโม พระสุธินนท์ สนฺตินนฺโท และครอบครัวพัสดุธาร พระสุทธิพงศ์ สิริวฑฺฒโน กัลฯอุดม - พาณี รัตนยันท์ พระสุธี โกวิโท และญาติมิตร ชมรมส่งเสริมคุณธรรม ต.คลองสาม พระสุเนตร ฉฬภิญฺโ พร้อมคณะกัลยาณมิตร พระสุบงกช นิสมฺมกาโร และครอบครัวพันธ์ค�ำภา พระสุพัฒน์ นิพนฺโธ และครอบครัว พระสุภัสร์ ปภสฺสโร และครอบครัวจิระอธิกุล พระสุรชัย ชยสโม และครอบครัวเสมอภาค พระสุรวัฒน์ สุพนฺธโก และครอบครัว พระสุรศักดิ์ สุราโ และครอบครัว KUMADA พระสุรศักดิ์ สุรสกฺโก, สุมัชญา - สุมิตรา - วัลลภ หาญสุขวรพาณิช พระสุวัจชัย ทิตฺตธมฺโม และกัลฯกัญญาภัค มณีรัตน์ พระสุวิชัย อธิชโย และธรรมทายาทรุ่นผู้บริหาร พระโสรัจน์ รตนวํโส และครอบครัว พระหลิงเจี้ยนเหวิน าณวุฑฺโฒ และครอบครัว พระอรรควัฒน์ สุวณฺณวโร และครอบครัว พระอรรณพ เปมสีโล และคณะญาติมิตร พระอรรถกร ภทฺทธมฺโม และคณะกัลยาณมิตร พระอวิรุทธ์ อภิฉนฺโท และคณะญาติมิตร
  • 251.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  251 พระอัมรินทร์สนฺติธมฺโม และครอบครัว พระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง และสามเฌรเตรียมสถาบันธรรมชัย พระอาจารย์พระพี่เลี้ยง และสามเณรใหม่ ร.ร.เตรียมพุทธศาสตร์เขาแก้วเสด็จ ปี 55 พระอารยะ พลาธิโก และครอบครัว พระอ�ำนาจ อินฺทรตโน - กัลฯดวงพร ปิ่นธนรัตน์ พระอิศเรศ อิสฺสโร และลูกพระธัมฯประเทศมองโกเลีย พระอุกฤษฏ์ ชยุตฺตโม และญาติมิตร พระอุดม อุตฺตมจิตฺโต และครอบครัวจิตรนิมิตร พระเอกชัย ชยวณฺโณ และกองบริการงานบุญ พระเอกลักษณ์ สุภธมฺโม และครอบครัวโหรารัตน์ พระโอภาส ปญฺาโภ - กลุ่มบุญธาตุธรรมพิเศษเขตใน พระโอรัญ อคฺควิชฺโช และพ่อแม่ และคณะญาติโยม พอจ. พพล. ธทย.เข้าพรรษา ศูนย์กัลฯพิจิตร วัดพุทธสตอกโฮล์ม สวีเดน ส.ณ.ชูชัย แก้วหงษา และครอบครัว ส.ณ.วรวิวรรธน์ - ด.ช.วรเทพ อาจภิรมย์ พร้อมครอบครัว สามเณรญาณวรุตม์ - กัลฯสุภาพ - นงเยาว์ - วรรณิดา กสิวงศ์ และคณะญาติมิตร สามเณรดุสิต คชเดช และครอบครัว สามเณรทรงพล และครอบครัวแสงสาร สามเณรธรรมรัตน์ มาตขาว สามเณรธัชธรรม ตั้งบูรณะกูล และครอบครัว สามเณรธิติ วารีศรี สามเณรธีรากานต์ ทาวี - ด.ช.ไกรสิทธิ์ ทาวี และครอบครัว สามเณรนครินทร์ คุ้มดี สามเณรยศพล - ร.ต.วิชัย - จิตตา - จิตติมา สาตร์เพ็ชร์ สามเณรโรงเรียนเตรียมพุทธศาสตร์ ร่นที่ 14 สามเณรวาทิศ ค�ำแท้
  • 252.
    252  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย สามเณรศุภากร หิรัญศรี สามเณรสุชาติ อินตอง กัลฯกนกพร กาญจนวัฒนา กัลฯกนิษฐากาญจน์ สุขเหลือง กัลฯกมล เถลิงนวชาติ กัลฯกรวรรณ นิลพฤกษ์ กัลฯกฤษณา มะสีผา กัลฯกอบกุล แววนิลานนท์ กัลฯกัญญา พิทักษ์เงินดี กัลฯกัณหา อรรณพเพ็ชร กัลฯกิจภูสุข โกสุมสุภพล กัลฯกิรณา ศรีอรัญ กัลฯขจรศักดิ์ ถาวรประเสริฐ กัลฯขวัญ บวรพาณิชย์ กัลฯขวัญชนก จงไมตรีพร กัลฯขวัญลดา จงไมตรีพร กัลฯขวัญศิริ ถาวรประเสริฐ กัลฯคุณัญภา ทวีกุล กัลฯจันทนา เมฆวิลัย กัลฯจามร อ�่ำน้อย กัลฯจารุณี แสนดวง กัลฯจ�ำนงค์ ภู่มะพลับ กัลฯจิตรสุดา พงษ์กิ่ง กัลฯจิรภัทร ราชบุรี กัลฯจิระภา โอกาว่า กัลฯจิราพร พุกชูนาม กัลฯจิราภรณ์ อุครานันท์ กัลฯจิราภรณ์ คุเรฮะ กัลฯจีรภัทร เตชะกุลชัยนันท์ กัลฯจุฑาทิพย์ ก่อเกื้อ กัลฯจุฑามาศ ดีเวียง กัลฯเจนจิรา ด�ำรงค์ไทย กัลฯเจนธรรม จงประดิษฐ์กุล กัลฯเจริญ เถลิงนวชาติ กัลฯใจรัสมิ์ วิบูลย์โชติ กัลฯฉวีวรรณ กลิ่นจุ้ย กัลฯฉัตรชัย อนันตวิเชียร กัลฯเฉลียว และครอบครัว กัลฯชฏาวีณ์ ไชยภูริพัฒน์ กัลฯชลอ กรเกษมศิริ กัลฯชลิดา จันคณานนท์ กัลฯช่อเอื้อง วาตาเบะ กัลฯชัยภัฏ ต้นสน กัลฯชัยยศ เตชะทวีวัฒน์ กัลฯชัยรัตน์ ศิริรักษ์ กัลฯชุติมา บุญศิริวัฒนกุล กัลฯชุติมา ยุทธนานุกูล กัลฯญาณวัฒน์ พึงพุ่ม กัลฯญาณี Greiner กัลฯญาศิธร ธนนพภัทร์ กัลฯณัฏฐ์ วงษ์ทองดี กัลฯณัฐกาณฐ์ เรืองหิรันวานิช กัลฯณัฐชา ปู่นะ กัลฯณัฐณิชา สุขพิงค์ กัลฯณัฐนันท์ วิธัญญโคตร กัลฯณัฐพัชร์ แพร่ชินวงศ์
  • 253.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  253 กัลฯณัฐสินีโชติเสถียรธรรม กัลฯณัดพงษ์ ถาวรประเสริฐ กัลฯดวงกมล ทองคณารักษ์ กัลฯดวงนภา ภูพิมล กัลฯแดงตราด รวยตลอด กัลฯตวงทอง ถาวรประเสริฐ กัลฯเตือนตา บุญวงษ์ กัลฯทัชกร เตชะกุลพงศ์ กัลฯทิพวัลย์ วงค์ปาน กัลฯธนกร กลิ่นใย กัลฯธนกฤต เตียภัทรปัญญา กัลฯธนพร ลุนลา กัลฯธนาวนิช ช้างเขียว กัลฯธราพงษ์ วัฒนจันทร์ กัลฯธวัชชัย สุขพิงค์ กัลฯธัญญกรณ์ อาจการ กัลฯธัญเทพ นันทะวราการ กัลฯธัญธร เรืองหิรันวานิช กัลฯธามวรานนท์ ศิระไพบูลย์ กัลฯธีระพล จันทองพูน กัลฯนงลักษณ์ ทากาฮาชิ กัลฯนนทพร คูหาทอง กัลฯนรินทร์ ครองสมบัติ กัลฯนัยนา ศิริรักษ์ กัลฯนิภานันท์ กองเพ็ง กัลฯนิลเนตร อ่อนชาติ กัลฯนุชนภา กลิ่นใย กัลฯเนาเอะ ทะน่าเบ๊ กัลฯแน่งน้อย พันธุ์มีเชาวน์ กัลฯบรรณารัตน์ พลับสุขี กัลฯบังอร รักสุทธี กัลฯบุญธิดา เลิศด�ำริห์การ กัลฯบุญวรรณ สุจริตวรกุล กัลฯเบญจวรรณ มนัสไพบูลย์ กัลฯปภาอร กรเกษมศิริ กัลฯประคอง หนูแก้ว กัลฯปราโมทย์ ลักขณาภิชนชัช กัลฯปรียนันท์ ห้วยหงษ์ทอง กัลฯปานทิพย์ เนโมโตะ กัลฯปาริชาต วีระประสิทธ์ กัลฯปุณณภา กรเกษมศิริ กัลฯผาณิตา ดวงมณีมรกต กัลฯพงศ์ธนา จงเอี่ยมสุนทร กัลฯพนิตา สุรชัยกุลวัฒนา กัลฯพรจันทร์ ลูกอินทร์ กัลฯพรทิพย์ จ�ำเริญศรีสกุล กัลฯพรปรียา แก้วบุญเรือง กัลฯพรพิมล สุเมธาวัฒนะ กัลฯพรรณประภา กลิ่นจุ้ย กัลฯพฤกษา ไพรรุ่งเรือง กัลฯพัชนี บุญธรรมจิต กัลฯพัชรีพร ศุภพิพัฒน์ กัลฯพัทธสิวลี วิธัญญโคตร กัลฯพันธ์วิเชียร สุดโตเจริญ กัลฯพิชญา ศรีแดง กัลฯพิเชฐ รัตนยันต์
  • 254.
    254  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย กัลฯพิมพ์ประภัทร์ สุดโตเจริญ กัลฯพีรญา ขุนพิทักษ์ กัลฯพูนทรัพย์ แสนระลึก กัลฯภคมน เถลิงนวชาติ กัลฯภัททิรา ยิ่งเจริญภักดี กัลฯภัทรวรรณ รัตนยันต์ กัลฯภัษมา ชิวหวรรณ กัลฯภิญญา เถลิงนวชาติ กัลฯมุกดา หมื่นรัตน์ กัลฯเมธาวดี จงไมตรีพร กัลฯเมษธิดา วันใจ กัลฯยุทธการ กลิ่นใย กัลฯรจรินทร์ ขจีเจริญกุล กัลฯรวิวรรณ ศรีสวัสดิ์ กัลฯรัดเกล้า ลิ่วเฉลิมวงศ์ กัลฯรัตนพร โนซะวะ กัลฯรัศมี กานาย กัลฯรุจนา นิยมศิลป์ กัลฯละไม สร้อยอินทร์ กัลฯละเอียด ซาคะโยริ กัลฯลักขณา ภูมิสิทธิ์ กัลฯลาวัลย์ ธนาสว่างกุล กัลฯวนิดา เชดเลอร์ กัลฯวรนุช เลาหวัฒน์ กัลฯวรรณธนา ยิ่งสง่า กัลฯวรรณ์นา ฉัตรแก้ว กัลฯวรรณภา สังฆรัตน์ กัลฯวราวุธ วรรธนาคม กัลฯวสันต์ แซ่ตัน กัลฯวสุด เรืองหิรันวานิช กัลฯวัชชญา เถลิงนวชาติ กัลฯวันทพล งามดี กัลฯวาสนา มาร์ติน กัลฯวาสนา สุขพิงค์ กัลฯวิกานดา ลิมป์ธนาภิลัคน์ กัลฯวิทูรย์ ไทยลา กัลฯวิภาดา รักความสุข กัลฯวิลาวัณย์ นักษัตรมณฑล กัลฯศรีประไพ จันลุทิน กัลฯศศิกานต์ ส�ำราญจิตร์ กัลฯศันสนีย์ กาญจนสุวรรณ กัลฯศิริพร ชื่นประเสริฐ กัลฯศิริเพ็ญ เมธารมณ์ กัลฯศุภวิทย์ ชะนะ กัลฯศุภาวดี สะระศรี กัลฯสนั่น เปลี่ยนศักดิ์ กัลฯสมเชษฐ หนูแก้ว กัลฯสมบูรณ์ เนตยกุล กัลฯสมปอง เฮืองค�ำใส กัลฯสมพร นันทวงศ์ดวงศรี กัลฯสมร แก้วใส กัลฯสมศักดิ์ ขัตตุพงศ์วณิช กัลฯสลีนา เอี่ยมประชา กัลฯสารนันท์ ก่อกิจฤกษ์ชัย กัลฯสิทธิเดช คงสอน กัลฯสิริกมณ ควรเอี่ยม
  • 255.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  255 กัลฯสิริรัตน์สุขใจ กัลฯสุกันยา กุสุมภ์ กัลฯสุขุม ราญรอน กัลฯสุคนธา แก้วแดง กัลฯสุจารวี มหามงคล กัลฯสุจิราภร ไชยพิมพ์ กัลฯสุชาติ ตั้งเลิศผลานนท์ กัลฯสุทัตตา คุโบตะ กัลฯสุปรีดา ลอยเดือนฉาย กัลฯสุภัฒน์ เชิดชูบัณฑิต กัลฯสุภาภร Lundqvist กัลฯสุวรรณา รอดอินทร์ กัลฯสุวิมล นฤมิตร กัลฯแสงมณี อิทธิวรากร กัลฯโสภิศ ฮามาซากิ กัลฯอนงค์ เพ็งพา กัลฯอรพินท์ เถลิงนวชาติ กัลฯอรรถวุฒิ รัตนยันต์ กัลฯอรวรรณ รัตนสุภา กัลฯอรอวรรณ นันทวรรณ กัลฯอัฐพล ค�ำมงคล กัลฯอัมพา ทองเงิน กัลฯอัมรา นาเมืองรักษ์ กัลฯอาภรณ์ จิ้งจ่าย กัลฯอาภรณ์ วงศ์เวียง กัลฯอารมณ์ มงคลลักษณ์ กัลฯอินทรา กิติโกเศศ กัลฯอุมารัชนี แก้วบุดตา กัลฯเอกชัย สว่างภพ กัลฯเอื้อมพร ปุญญพัฒน์สัตกร กัลฯไอ๊ช คุโบตะ กัลฯฮิโรมิ คุโบตะ กัลฯฮีโร่ คุโบตะ กัลฯฮีโร่ ซือกิยาม่า ครอบครัวธนกาญจน์ ครอบครัวยิ่งสง่า ครอบครัวฤทัยวณิช ครอบครัวศิริเกษร์ คุณกุลพรภัสร์ ทิพย์ชโนทัย คุณเกรียงศักดิ์ เรืองศรีไชยะ คุณธมนพันณ์ ทิพย์ชโนทัย คุณพ่อเทพ แซ่เฮง คุณแม่จ�ำรัส กุจิรพันธ์ คุณแม่ลูกจันทร์ ศิริวรา ด.ช.ฐานันดร หมั่นการ ด.ช.ทินภัทร อนุรักษ์ ด.ช.ภีม ปานโต ด.ช.มาโปรด เทพฉิม ด.ญ.มนัสนันท์ ปุญญพัฒน์สัตกร ด.ญ.รตณภัส มณีฉาย ดร.ชุลีพร โพธิ์เหลือง ดร.อภิรภรณ์ วาสวกุล ดร.เอกพล เมธารมณ์ นพ.ยศพนธ์ ปองทอง ผศ.ดร.สุวัฒน์ อธิชนากร พ.ต.ท.พีรพัทธ บุญพุทธ
  • 256.
    256  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย พ.อ.อ.เชาวลิต ทิมสวัสดิ์ พญ.ฑัญภมร บุญแข็งเก่ง พล.อ.ต.พลินทร์ ทิมบรรเจิด แม่ชีโสภา นนท์สุราช แม่อวน พรหมเลิศ กลุ่มจตุจักรผดุงธรรม กลุ่มบ�ำเพ็ญบารมี กลุ่มบุญต่อเนื่องทับทวี กลุ่มบุญศักดิ์สิทธิ์อจินไตย กลุ่มมัชฌิมา และญาติมิตรภาค นครหลวง 4 กลุ่มรถวัดปากน�้ำภาษีเจริญ กลุ่มรวยทะลุฟ้า กลุ่มรัตนโชติ, จุดออกรถสนามหลวง กองภาพลักษณ์องค์กร ส�ำนักสื่อสาร องค์กร กัปตันเพทาย - ภารณี - ธนภูมิ - ณัชพล สุขสว่าง กัลฯกชกร - วศค - ไกรสรสวัสดิ์ กัลฯกนกพร กาญจนวัฒนา กัลฯกรกนก แสงศศิธรชัย และคณะญาติมิตร กัลฯกฤษฎาวรรณ สายหงษ์ และครอบครัว กัลฯกัญญานันท์ สุขมากอนันต์ และครอบครัว กัลฯกัษกร - ดิษกร จอมสิรโชติ กัลฯกาญจนสิริ อินทะวง - Akira Kobayashi กัลฯแก้ว - แป้น ชนะเพีย และครอบครัว กัลฯแก้วปสุตา - ผานิต - ด�ำรัส - จรัสศรี - อาทิตย์ ธรรมริยา กัลฯโกษม - ธนภร แจ่มจันทร์ชนก และครอบครัว กัลฯไกรศรี - นุชรักษา - นฤมล ทองทิว กัลฯไข่มุก - SEIICHI OKAMURA, KENTO KAWAHARA กัลฯคัสสึ - นาง คิมูระ กัลฯคุณพ่อศักดิ์ - คุณแม่ศุภกร - ณัฑณีย์ ชลายุทธ กัลฯจรรยา - ด.ญ.บุญแก้ว, แม่จรี โยชิโอะ คุวาบาร่า พร้อมครอบครัว กัลฯจริยา - Makoto ค�ำพันธ์ กัลฯจะเด็ด - หนูจีน - จักรวาล สุวรรณธรรมา กัลฯจ�ำนวน - รุจี - รัศมี - จันทิมา - ธีราพรรณ - จารุวรรณ กัลยานมิตตา กัลฯจ�ำลอง - สริตา และครอบครัวจูงทรัพย์
  • 257.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  257 กัลฯจิติมา- นพ.ณัฐพงศ์ ณ นคร และครอบครัว กัลฯจินดารัตน์ TAKAAKI SASAGAWA TOKYO BUSINESS FORUM กัลฯจิรโชติ ลิ้มทอแสงศิลป์ พร้อมครอบครัว กัลฯจิรบุญย์ จิตรเกษมราตรี - ศุภพิชญ์ บุตรค�ำชิต - ลลวลัย ธนวิริยาปภา กรณ์ - กานดา จันทรากิตติพงศ์ - วิวรรธน์ชัย เรืองศรี และครอบครัว กัลฯจิราพร - จิรพัฒน์ จิตต์ถือ กัลฯเจนจิรา พันธุ์รักษ์ พร้อมครอบครัว กัลฯเจริญ พันธุ์มณี และครอบครัว กัลฯเจี่ยบักกุย - ลี้เซี่ยมเกียว กัลฯชฎารัตน์ คาโต และครอบครัว กัลฯชนันต์ - ปาริชาติ - รัสนันท์ - ลักษณ์ทิพย์ - ชิดชนก - ศิรดา ลิ่มกังวาฬมงคล กัลฯชนิษฐา เล็กค�ำด้วง และ WONG SIEW LEE กัลฯชลิตา - ปริญรัตน์ ทาเคดะ กัลฯชวลิต กรรมสาธก - น�้ำเพชร อภิบุญญาวรกุล กัลฯชวลิต สถิรวาณิช และครอบครัว กัลฯชัชวาลย์ - สุนันทา - ชรีรัช ทศรัตน์ กัลฯชัยสิทธิ์ - ธิดารัตน์ ศิริโพธิ์ กัลฯชาณิดา รัตนกัญจน์ - กัลฯนาถลดา ตะวันกาญจนโชติ กัลฯชาตรี - มัลลิกา บุญสูง และครอบครัว กัลฯชิดชนก ชมนาวัง และครอบครัว กัลฯชุติกานต์ - สมชาย - สุวรรรภุมิ เพียรอรรถสาร กัลฯชุมพล - จันทร์เพ็ญ เพ็งด้วง กัลฯชูศรี ประกอบดง และครอบครัว กัลฯฐกลพัศ - สรัลพร เจนจิวัฒนกุล และครอบครัว กัลฯฐิติรัตน์ ฐิติวราธนเลิศ และครอบครัว กัลฯณธเดช - ณธษา จอมสิรโชติ กัลฯณัฏฐิกร ลิ้มโอฬารสุขสกุล พร้อมครอบครัว กัลฯณัฐธีรา พจน์ธนพร, กัลฯวิชัย - ด.ช.สิริภูมิ ลาภหลาย
  • 258.
    258  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย กัลฯณัฐพงษ์ อัครชวัลวัฒน์ และครอบครัว กัลฯณัฐพร ตวงสินธุรัตน์ และครอบครัว กัลฯณัฐมนัส โสภาสาย และครอบครัว กัลฯณิชาภา - ศุภกร นาคประสิทธิ์ กัลฯดร.รัชดา แสงทอง พร้อมครอบครัว และครูอาจารย์ กัลฯตรีณภา ณัฏฐ์ชิตา กมลรัตน์ และครอบครัว กัลฯเตี้ย - เรไร - คทาวุฒิ - พงศธร เขียววิไล กัลฯไตร - วาสนา - ภาษิต ศุขสมใจ - นิตยา - HIROKOZU KUMADA กัลฯทวนเทพ ศรีเพชร - ศุภกานตร์ ขาวนอก พร้อมครอบครัว กัลฯทวิวรรณ บุญยอ และครอบครัว กัลฯทวีชัย - สิริมน - สิริมา - สรวิศ - สุบุษบา ชัยสุวรรณ กัลฯทองค�ำ - เคอิจิ , ด.ญ.อาโกะ, ด.ญ.ริโกะ นากาโอะกะ พร้อมครอบครัว กัลฯทองใบ ยารักษ์ - อุไร สังเกตุ กัลฯทองอินทร์ - บรรลุ ไชยปัญหา และครอบครัว กัลฯทุเรียน - Makoto-Masato Eri Ito และครอบครัว กัลฯเที่ยง - ผัน แก้วเงิน และครอบครัว กัลฯธงชัย - นันทพร - ไพโรจน์ แต่งเจริยพาณิชย์ และครอบครัว กัลฯธงชัย - ลักษมี - วรพจน์ สุวรรณอักษร กัลฯธนเดช - ธัญภา เตชะกุลพงศ์ กัลฯธนพรรณ - ปฐมใจ - สิริพิณ คุณานุรักษพงษ์ กัลฯธนู ชูสม - อมรศักดิ์ ทองภู่ กัลฯธรรมศักดิ์ - ถาวร - ชนาภัทร กิจพ่อค้า กัลฯธัชชัย - ราวรรณ แก่นมณี กัลฯธิติ กิติสิน และครอบครัว กัลฯธีรยุทธ - อัญชสา อังกุรนาค กัลฯนงลักษณ์ - ชินอิจิ ไซโตะ กัลฯนพดล - ขัตติยา โขวัฒนชัย กัลฯนพอนันต์ - ชัชชญา - ณัฐวัฒน์ พูลทรัพย์
  • 259.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  259 กัลฯนภัสสรณ์เหมะสุคนธมาศ, เกียรติพงศ์ - พีรยจันทร์ น้อยใจบุญ กัลฯนภา แซ่ตั้ง - จันทรา โกมลสุรเดช และครอบครัว กัลฯนราภัทร วงศ์ดาว และครอบครัว กัลฯนฤมล - SYOTA YAMASAKI - นวลปรางค์ พระขันเพชร กัลฯนันทพล พุทธพงษ์ และครอบครัว กัลฯนิจนันทน์ เอี่ยมจ�ำนงค์ และครอบครัว กัลฯนิรัญ ครองสมบัติ - กัลฯพิไลวรรณ ไพลด�ำ กัลฯนิรันดร์ - ประทุม ปาละกูล กัลฯนิสา คาวาคามิ - เมธาวินี แสงเพ็ชร กัลฯเนตริยา จรัลวิกรัย และคณะ กัลฯบงกช มัณฑะจิตร และครอบครัว กัลฯบรรจบ - ลัดดา - สันติ - สุขสันต์ - เตชาพิสุทธิ์, วัลลภ กัณหะเสน กัลฯบังอร พลต้น และครอบครัว กัลฯบัญชา ศรีบุรินทร์ เปมิกา ขายของ กัลฯบัวขาว ขันโธ และครอบครัว กัลฯบุญธรรม กุนหอม และครอบครัว กัลฯบุปผาชาติ ศรีลาภ และครอบครัว กัลฯเบญจา ปัญญาคม และครอบครัว กัลฯปฑิตา วรพิพัฒน์ พร้อมทั้งครอบครัว กัลฯปณิธิ อยู่วิจิตร และครอบครัว กัลฯปณิธิ อยู่วิจิตร พร้อมครอบครัว กัลฯประกอบ - รุจิรา สายรัตน์ กัลฯประชุม เสถียรรัตนชัย และครอบครัว กัลฯประภาส - ลักขณา - ด.ช.ภควัต - ด.ช.ติณณภพ เพ็ชรวงษ์ กัลฯประมูล - อร่าม อนุชปรีดา กัลฯประวิทย์ - ลัดดา - ปรีดา - ปรีดี - ปนัดดา ปุญญวานิช กัลฯประวีณ วงศ์เทียมจันทร์ - นฤมล แก้วทอง กัลฯประสงค์ สกุลวงศ์วัฒนา และครอบครัว
  • 260.
    260  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย กัลฯปราณี - คะนึง พะลัง กัลฯปราณี อุดจันทร์ และครอบครัว กัลฯปรีชา - สายใจ - สุจิรา บัวสงค์ กัลฯปรีชา สิทธิกรกวิน - กัลฯนรา สันทัด กัลฯปรียานันท์ และรินทร์ลภัส กวินภาณุเศรษฐ์ กัลฯปาณิสรา - กิมลุ้ย เอี่ยมกุศลกิจ , กัลฯอภิโชติ วงษ์เงิน กัลฯปานใจ - อัญญรัตน์ - แพรวพรรณ สีมารัตน์ กัลฯปิติ - วันทนา - อาทยา - ปิยนันท์ - ชุติมน บุญสูง กัลฯปิยนุช ตั้งเสริมกิจ - จุฑาทิพย์ ก่อเกื้อ กัลฯปิยะรัฐ - วิภา อะดุงเดชจรูญ กัลฯไปรยดา - โคอิจิ - คิหมิเอะ เอโนะโมโตะ กัลฯผ่องศรี ยุทไธสง และครอบครัว กัลฯฝ่งเวงแฉ่ง - ฉั่นออยเผ่ง - จินนา - วันเพ็ญ - อรุณ เสวนะบัณฑิตแพทย์ และครอบครัว กัลฯพงศ์พันธุ์ - บุษยมนตร์ ศุภเวชพงศ์ พร้อมครอบครัว กัลฯพจน์ - พัชรา ศรีแดง และครอบครัว กัลฯพนอ ลิมปิษเฐียร - ภูริชญ์ วันชัย กัลฯพนัส - เตือนใจ จันทรังษ์ กัลฯพรชัย - ปฐม - กนกรัตน์ - วรวรรณ - ธฤต ภิญโญ กัลฯพรรษพร - มนตรี - ตรีพร - ปัณณวิชญ์ สุขสว่าง กัลฯพรหมพัมน์ - ด.ช.ปารเมษฐ์ ซื่อสัตยาศิลป์ - กัลฯวลัญช์ลักษณ์ สวาทยานนท์ กัลฯพศวีร์ - จันทร์วิภา - ธกร - กานดา อนันต์ฐานิต กัลฯพสก - ญาณิศา - เกรซ - อ๊อด ทองระอา กัลฯพัชรินทร์ - จึงสี - สุปรียา เซ่งเจง - เซียวฮึง แซ่เตี่ย กัลฯพัฒน์นรี - พณสร ธรรมพ้นภัย และครอบครัว กัลฯพิชฎา - ภาณุพงศ์ - เยาวภาณี - สุทธิพงษ์ พัฒนวงศ์อนันต์ กัลฯพิมพกา กาญจนนพวงศ์ และครอบครัว กัลฯพิมพ์ยุพา - คุณชนานิภาวีร์ รดาจิรานิตย์ และครอบครัว
  • 261.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  261 กัลฯพิศวง- ทองอินทร์ - สุทิน - สุฑาทิพย์ จันทร์เพ็ญ และครอบครัว กัลฯพิสิทธิ์ - ภัคชลี - ด.ญ.ธรรมาภรณ์ อังค์สุธาสาวิทย์ กัลฯเพชรรัตน์ ตันตินิรามัย บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์,บิดา - มารดา, ผู้มีพระคุณ กัลฯเพ็ญนภา - ธชภัค ปิยจิรกาล และกัลฯสัตชม ตั้งนิธิชัย กัลฯเพ็ญศรี ริมวิทยากร และครอบครัว กัลฯเพิ่มศักดิ์ - อรัญญา - ฉัตรชุดา ชีวาวัฒนานนท์ กัลฯไพโรจน์ - ดร.จารุณี ตันติเวชวุฒิกุล และครอบครัว กัลฯภัทรพร รัตนนันทวาที กัลฯภาคิน - นลินี - ฟ้าใส - ปพณ หิรัญศรี กัลฯภาณุภณ - ปิยจิต ชิวปรีชา กัลฯมยุรี - จรูญ จิตต์ถือ และครอบครัว กัลฯมลิวัลย์ - วชิระ - ชุลีพร ช่วงรังษี กัลฯมะลิ วิคลุนด์ และครอบครัว กัลฯมาณพ - วรารัตน์ - มหัทธนา - มหัทธน เค้ามาก กัลฯมายูมิ โมริน่า คาตะโอกะ กัลฯมารศรี อุสาหะ และญาติมิตร กัลฯมาลี - ชะลอ - อัคธัช - อรศิริ ชวนะพงศ์ กัลฯยุพา รอดอินทร์ และครอบครัว กัลฯยุภา มาซาฮีโร่ และครอบครัว กัลฯรวิวรรณ และครอบครัวมีช้าง กัลฯรวิสรา บัณฑิต และครอบครัว กัลฯรังสรรค์ - บุญมี รัตนนันทวาที กัลฯรัชดา - นฎา - นรุตม์ นิยมศิลป์ กัลฯรัฐกร เกิดศิลป์ และครอบครัวทุกคน กัลฯรัตติยากร - พ่อนาย - แม่สังวาลย์ สุขจิตต์ กัลฯรัตนา ปริญญาตร - วิลาวัลย์ มหาเกตุ กัลฯราตรี เอิทลุนด์ และครอบครัว กัลฯรินทร์ธนัน - อินท์ชลิตา คงประเสริฐกุล และครอบครัว
  • 262.
    262  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย กัลฯเรวัต - มณฑกานต์ - ปัณณทัต บุญทอง กัลฯล้อม ดัลส์การ์ด เย็นเซ่น และครอบครัว กัลฯลักขณา รัตนทรานนท์ และครอบครัว กัลฯล�ำพู โกศัลวิทย์ เพื่อแม่สาคร กัลฯล�ำใย - ลิ้นจี่ - สายัณต์ แก้วอินชัย กัลฯเลขา กนิษฐกุล และรุ่งนภา พงษ์ศิริ กัลฯเลี้ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ และครอบครัว กัลฯวนิดา - MR.LAURENT BUSSARD กัลฯวรรณา - เสงี่ยม - สมบูรณ์ - อรพิน ยงยุทธ กัลฯวรรณา เอี่ยมเจริญ และครอบครัว กัลฯวรรษิดา ซาคาตะ - กัลฯไพโรจน์ ทองน้อย กัลฯวราภรณ์ - ชวลิต วงศาฟู กัลฯวราภรณ์ ตั้งจรูญวานิชย์ และครอบครัว กัลฯวัฒนา - ลักขณา - พัศกร -โชติกา ภูมิสิทธิ์ กัลฯวานิช - สุวรรณ วานิชสัมพันธ์ และบุตรธิดา กัลฯวาสนา สุขหอม และครอบครัว กัลฯวาสิตา เอี่ยมสด และครอบครัว กัลฯวิฑูรย์ ขันโธ และครอบครัว กัลฯวิพล - สุชาดา นราศร กัลฯวิภาดา เจริญภูมิ - คะสึยะ ฟุนาฮาชิ พร้อมครอบครัว กัลฯวิโรจน์ - สมจิตต์ หัสสวรพันธุ์ และครอบครัว กัลฯวิไล - Mr.Koji Jindo พร้อมครอบครัว กัลฯวิไลพร บุตรดาจันทร์ และครอบครัว กัลฯวิไลพร ฟูจินาวา , อังคนา ยอดสุบัน กัลฯวิวัฒน์ - กัลยา - ทิพย์วรรณ - อภิสิทธิ์ - อภิญญา - กฤษณ์ อัคราวานิช กัลฯวีณา เพิ่มพานิช และครอบครัว กัลฯวีรสิทธิ์ โตสวัสดิ์ และครอบครัว กัลฯศรีนวล ค�ำสาย พร้อมลูกหลาน
  • 263.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  263 กัลฯศรีฟ้าสุทธิประเสริฐ - อัยลดา ค�ำพิลา กัลฯศรุตยา - สมชาย อัศววงศ์ตระกูล กัลฯศักดิ์ชัย - วนิดา พีชะพัฒน์ กัลฯศิริ - สุจินดา - จิตรารี โรหิตธรรมพร กัลฯศิริขวัญ แก่นทอง พร้อมครอบครัว กัลฯศิริพร วัฒนจันทร์ และครอบครัว กัลฯศิริลักษณ์ - สาธิต - คมศักดิ์ สุริยาวรกุล กัลฯศิริศักดิ์ สาลีสิงห์ และครอบครัว กัลฯสงัด - ละออง - พิมพ์หทัย ไตลังคะ กัลฯสนิท - กชกร มณีกุล กัลฯสมคิด - นิทัศ เคียงมะโน พร้อมครอบครัว กัลฯสมจิตต์ - ทองมา ชนะเพีย และครอบครัว กัลฯสมจิตร บุญกองแก้ว และครอบครัว กัลฯสมจิตร พันธุ์มณี และหมู่ญาติ กัลฯสมพณ - ดวงชีวัน - พีท ตั้งทวีกูล กัลฯสมโภชน์ - เยาวลักษณ์ - สุชัญญา ศรีสว่างอรุณรุ่ง กัลฯสมรภูมิ - ทิพวรรณ - หาญณรงค์ วงษา กัลฯสมศรี - นิโลบล ศิริสมบัติ กัลฯสมศักดิ์ - พรทิพย์ - ศุภฤกษ์ - สุภาวดี วิลาทอง กัลฯสมศักดิ์ - พัชรีรัตน์ ภู่ทอง กัลฯสมสิน เสถียรรัตนชัย และครอบครัว กัลฯสมหมาย มาอิตะ และครอบครัว กัลฯสมาน วงบุญ และครอบครัว กัลฯสว่าง - ผกามาศ แก้วเมืองค�ำ และหมู่คณะ กัลฯสอาด บุญเพิ่ม และครอบครัว กัลฯสาธิต ลีละสุวัฒนากุล พร้อมครอบครัว กัลฯสายชล ภาคพรม และครอบครัว กัลฯสาวิตรี ขันโธ และครอบครัว
  • 264.
    264  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย กัลฯส�ำรวม วงษ์สอาด และครอบครัว - กัลฯวรรณา ปั้นวงษ์ และครอบครัว กัลฯส�ำรวย วิพันธุ์เงิน และครอบครัว กัลฯส�ำรวย - อ�ำนาจ - ปรียานารถ - อัตรนาท หนูทอง กัลฯสินีนาฎ - กมลวรรณ - กมลพร เกศวพิทักษ์ กัลฯสิริมา แจ้งกระจ่าง พร้อมครอบครัว กัลฯสิริวรรณ - สิริรัตน์ หัสสวรพันธุ์ กัลฯสุกัญญา แสวงทรัพย์ และครอบครัว กัลฯสุกัญญา ชลอ�ำนวย และครอบครัว กัลฯสุจิตรา ทองแดง และครอบครัว กัลฯสุชาติ - จิรนันท์ แก่นนอก พร้อมครอบครัว กัลฯสุชาติ - จู แซ่ลิ้ม, สิงห์คาล - ศศิธร มะโนจิตต์, ศุภร สายแว่นแก้ว, สุจินต์ ชาญชัยพาณิชย์ กัลฯสุดตา ไกรเพชร และครอบครัว กัลฯสุมิตรา วิฑูรชาตรี และครอบครัว กัลฯสุรินทร์ ชนะเพีย และครอบครัว กัลฯสุวรรณ - ปราณี ชูเชื้อ กัลฯสุวิทย์ - ยุพิน - เอกชัย - สุวิมล ชัยวรนิจ และครอบครัวผาสุข กัลฯสุวิมล - โนโซมิ คะทาดะ กัลฯสู ทองค�ำ และครอบครัว กัลฯแสวง - จรรยงค์ พยุงญาติ กัลฯโสฬส วรีฤทธิ์ เขมิกา สิงสถิตย์ กัลฯหมวก ใจแก้ว- คุ่ย จันทะกุล, กัลฯอุไร นายทากุจิ ด.ญ.มิกะ อิชิดะ พร้อมครอบครัว กัลฯอชิรพล ทัศนประพันธ์ และครอบครัว กัลฯอตินุช - เกชร - สมจิตต์ - อมรวดี - มนต์ชัย อัศววิบูล กัลฯอนุชัย อนันตประยูร และกัลฯพิศชะกุณฑ์ มหาวิชา กัลฯอนุสรณ์ อุปสิทธิ์ - กัลฯธนกร สิงห์แก้ว กัลฯอนุสา ปรารมย์ และบุตรธิดา
  • 265.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  265 กัลฯอมรศิริรักษ์ พร้อมทั้งครอบครัว กัลฯอรุณรัตน์ ลีวิริยะเลิศ และบรรพบุรุษ กัลฯออย บัวไข และครอบครัว กัลฯอัชชาวุฒิ - อรวรรณ กิตติพนังกุล และครอบครัว กัลฯอัมพร - ยาสึฮิโร่ - นัสซึมิ - อากิโกะ อิมาอิ กัลฯอานนท์ วิพันธุ์เงิน และครอบครัว กัลฯอารยา ปัญจมูล และครอบครัว กัลฯอ�ำไพ - อุทุมพร ภักดิ์อนันต์ กัลฯอิทธิพล - สายสุนี เพิ่มศรี กัลฯอินท์ชลิตา วัชรีจิระโชติ และครอบครัว กัลฯอิสรีย์ เหล่าศรีไพบูลย์ และครอบครัว กัลฯอุทัย คูตระกูล และญาติมิตร กัลฯอุทุมพร - อ�ำไพ ภักดิ์อนันต์ และครอบครัว กัลฯอุ้มฤดี มินไธสง และครอบครัว กัลฯอุรวี ลิขิตสัมพันธ์ และครอบครัว กัลฯเอกบุรุษ แฉ่งใจ และครอบครัว แฉ่งใจ - เกษตรภิบาล กัลฯเอมอร ศิริรักษ์ พร้อมทั้งครอบครัว ครอบครัวชิวหรัตน์ และครอบครัวศรีไทย ครอบครัวสายประดิษฐ์ - จ�ำปาทอง ครอบครัวอุดมรุ่งเรืองผล และแซ่โค้ว คุณประภาวรินทร์ ทิพย์ชโนทัย และครอบครัว คุณพ่อเฉิม - คุณแม่อิ้น - สมใจ - สุกานดา มณีเพชร์รัตน์ คุณแม่เตียว แซ่เล็ก - เพชรวิไล - เพ็ชรฟ้า - เพชรพร ธัญญสาธุกุล คุณแม่ปวงค�ำ ค�ำเมือง, ปรีดา มาซึบาร่า และครอบครัว คุณแม่สุชาดา เรณูรส - อุบล อุดร จักรกฤษณ์ - ประภัสสร - วิจิตรา - เบญจวรรณ เล้าธนะธรรม และครอบครัว จุดออกแม็คโครจรัญ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครสโมสรต้อนรับระดับโลก กองปฏิสันถาร
  • 266.
    266  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย ชมรมพุทธศาสตร์ทางก้าวหน้าทั่วประเทศ ชมรมศิษย์เก่าธรรมทายาท อุดมศึกษา ชุมนุมศึกษาพุทธศาสตร์และประเพณีฯ ม.ธรรมศาสตร์ ดร.เจษฎา - นิราพร - บัณฑิตา เหลืองแจ่ม ดร.ประโยชน์ - บุญเรือน ส่งกลิ่น ดร.เสนิส - ดร.อักษรอนงค์ บุศยพงศ์ชัย ทีมงานห้องบรมจักรพรรดิ ธุดงคสถานปราจีนบุรี น.พ.บุณย์ธนิสร์ - สรีระเพ็ญ โอทกานนท์ และครอบครัว นพ.สุนันท์ - สมบัติ วงศ์เกษมศิริ นางสมศรี พยุหะ และครอบครัว บริษัท เจคเชียร์ เทคโนโลยี จ�ำกัด บัณฑิตแก้วรุ่นที่ 15.1 บัณฑิตอาสาฟื้นฟูศีลธรรมโลก ผศ.ดร.สุขุมาล กิติสิน และครอบครัว ผู้ประสานงานและผู้มีบุญฉะเชิงเทรา - บุญบันเทิง แผนกบรรยากาศแก้ว กองรักษาบรรยากาศ แผนกเพชรอัศจรรย์ กองติดต่อสอบถาม พ.ต.ท.นรเดช - ดนิตา และครอบครัวเตชะกุลพงศ์ พ.ต.ท.อาคม ชนะเพีย และครอบครัว พ.ต.อ.วิสิทธิ์ ศิริสหวัฒน์ พร้อมทั้งครอบครัว พญ.นฤมล - อชิตะ จินตพัฒนากิจ - ธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล พตอ.วิชัย - คุณแม่เรณู ไตรวิเชียร พล.อ.อาทิตย์ - พรสรร ก�ำลังเอก พ่อสมศักดิ์ - แม่ส�ำเภา - สุวารี - สุวรรณา อารยะถาวร แม่นับ - พ่อนวน - ปิยธรรม มาสิง แม่นุ้ย - พ่อมนต์ศักดิ์ พันธุ์วิริยรัตน์ ร.ต.บุญส่ง - สุพร พันธุ์โกศล - ทพญ.บงกช สุวรรณปัทม
  • 267.
    รายนามเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ /  267 ร.ต.อ.ชัยนรินทร์- คุณพิชชานันท์ ศิระไพบูลย์ ร.อ.ณัฐพล โยธินพนาเวศ และครอบครัว ร้านกองเพชรโปรดิจิตอล และครอบครัวอิสริยคุณธรรม ร้านทิพย์มาลา โรงเรียนเตรียมพุทธศาสตร์ ลานมันธนโชติพืชผล จ.ก�ำแพงเพชร ลูกพระธัมฯศูนย์ปฏิบัติธรรมดูไบ ศาสตราจารย์ ดร.อัณณพ - เรวดี ปาลวัฒน์วิไชย ศูนย์ธรรมตะวัน เบตง ส�ำนักงานกัลยาณมิตร อ.เชียงของ จ.เชียงราย ห.จ.ก.แก้วใส ประเสริฐ - พิมประไพ แก้วใส หัวหน้าชั้น นร.อนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก อ.เสาวนี เปี่ยมสัมฤทธิ์ และคณะ อุบาสิการุ่น ๒ Adrian Hamryni Bouavone - Nilun - Julie Manivanh Bounlieng - Chanthanom Phongprija Chomsy - Paul - Michelle Philavong Cindy - Julina Kanhalikham DCI # 15 Dr.Henry Scheyvens, Dr.Janya Sang - Arun and relatives Eric - Natchanok - Worasad Ingram Graham Humphrey Johan Warn Khammy - Mone Vongsamphanh Ko Kai Thai Bistro Leif Pettersson Liew Lee Bee
  • 268.
    268  ปาฏิโมกข์ -ฉบับฉลองวันธรรมชัย Mark - Lee Vongnarath Mr.Ole Johan Karlsen Mr.Richard Mrs.Chadalak Hussey และครอบครัว NAVIYA TONBOONRITHI STANLEY M. CHRUSEIEL Nirun - Supamas Tantawiwat Noo - Pin Asklund Panor Holloway Phillip มาร์ติน Phrawoody Boon_ruk_sa และสหายธรรมแห่งโลกออนไลน์ Ralf Siriwan Bildtsen Sanom Horlander Sengthip - Saysamone Keohavong Sing - Bounma Xaysongkham and Family Sittichai - Patra - Winn Mekpongsatorn Somphan Maliwong, Mieko-Keita Endo Sven Lundahl Tay Chin Hern Thawanrat - Roger Owen Thongnhot - Vasana Khamvongsa Tipawan - Nat - Timmy - Bee Wanakaew Chanleung Yingyos Faengsrikum - Mananatchanok Yordming YUKIAKI - วิภา ซาโต้ และกัลยาณมิตรทุกท่าน