English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
2
Present Simple Tense
โครงสร้าง : Subject + Verb 1 (s)
ประธาน + กริยาช่องที่1 (s) (เมื่อประธานเป็น
เอกพจน์บุรุษที่ 3 หลังคํากริยาจะต้องเติมs)
ตัวอย่าง :
- I go to school by car. (ฉันไปโรงเรียนโดยรถยนต์)
- He walks to school. (เขาเดินไปโรงเรียน)
(1) ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทําที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือเกิดขณะที่พูด เช่น
Ann watches television.
Ron takes a bath in the bathroom.
(2) ใช้แสดงเหตุการณ์ที่เป็นจริงอยู่เสมอ ทั้งในอดีต, ปัจจุบัน, อนาคต
The earth moves around the sun.
โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์
Americans speak English.
คนอเมริกันพูดภาษาอังกฤษ
Verb ในความหมายนี้มีดังต่อไปนี้
1. Verbs of perception :
see, hear, smell, taste, feel, notice, recognize
2. Verbs of emotion :
like, love, dislike, hate, prefer, want, need, wish, desire, forgive,
refuse, have
3.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
3
3. Verbs of possession :
belong, owe, own, possess
4. Verbs of thinking and ideas :
think, feel (think), believe, expect, doubt, hope, know, mean,
mind, realize, forget, recall, recollect., suppose, trust
5. Verbs อื่นๆ เช่น appear, concern, consist, contain, seem, matter,
deserve
Verbs ในข้อ 2-5 ไม่นิยมใช้ในรูป Continuous tense ส่วน verb ในข้อ 1 นั้น เมื่อ
ใช้รูป Continuous tense ความหมายจะต่างจากเมื่อใช้ในรูปของ Simple tense เช่น
- I see a beggar here every morning (= เห็น)
- I am seeing the manager about this problem. (= ไปพบ)
- Rore smell sweet. (= มีกลิ่น)
- He is smelling at the bottle to try and find out what has been in it.
(= ดม)
- The milk tastes sour. (= มีรส)
- She is tasting the soups to see if it needs more salt. (= ชิม)
- I feel sure that she is right. (= รู้สึก)
สําหรับ Verb “feel” ถ้าไม่ได้นําหน้า that – clause ก็จะใช้ในรูป Continuous
tense ได้ และนิยมใช้เมื่อต้องการเน้นถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เป็นความรู้สึกเกิดขึ้นชั่ว
ครั้งชั่วคราวไม่ถาวร เช่น
I am feeling tired. (ฉันกําลังรู้สึกเหนื่อย)
I am feeling hungry. (ฉันกําลังรู้สึกหิว)
I didn’t feel very well yesterday but I am feeling better today.
แต่ถ้า “feel” มีความหมายเช่นเดียวกับ “thing” หรือหมายความว่า “มีความเห็นว่า” “คิดว่า” จะใช้
ในรูปของ Simple tense เท่านั้นและส่วนมากจะอยู่หน้า that – clause เช่น
4.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
4
I feel that something horrible is going to happen to us.
I think that he has told us the truth.
เปรียบเทียบ I am thinking about the new house have built.
(3) ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทําที่เกิดขึ้นบ่อยๆ หรือเป็นประจําซึ่งโดยทั่วๆ ไปมักแสดงด้วย
adverb of frequency ต่อไปนี้
always - เสมอ
often - บ่อยๆ
usually - ปกติ
frequently - บ่อย
sometimes - บางครั้ง
rarely - นานๆครั้ง
ever - เคย
never - ไม่เคย
everyday - ทุกๆวัน
every week - ทุกๆสัปดาห์
ซึ่ง adverb of frequency ข้างบนนี้มีการวางตําแหน่งในประโยค คือ
(3.1) หน้า finite verbs
- He always studies Math in the morning.
- The children usually get up late.
(3.2) หลัง special finite verbs : V. to be, V to have, V. to do, can –
could, may – might, shall – should, will– would, must, ougth to,
need, dare, used to
- I am never late for work.
- We do not always come to school late.
5.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
5
- He has seldom much money to school late.
(3.3) ใช้ every day ( week, month, year, Tuesday etc. )
- My parents read the newspaper everyday.
- Ann gets up at six o’clock every morning.
> ใช้ every now and then วางหลังประโยคหรือหน้าประโยค
> ใช้ from time to time ถ้าต้องการเน้นความหมาย
> ใช้ once (twice) a day, three times a day (week, month,
year etc.) วางไว้ท้ายประโยค
(4) ใช้แสดงเหตุการณ์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่กําหนดไว้เป็นโปรแกรม ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต
- The concert begins at 2.30.
- I fly to Bangkok tomorrow.
(5) ใช้แสดงเหตุการณ์แทน future tense ในประโยคเงื่อนไขที่1 และใน subordinate
clause โดยปกติจะอยู่ด้านหลังดังต่อไปนี้ if, unless, when, before, while, until, till,
whenever, as long as, so long as, etc.
- If it rains, I'll not go out.
- I'll tell him when he comes.
(6) ใช้ในประโยคคํากล่าวที่เป็นสุภาษิต หรือ คําพังเพย
- Union is strength.
- While there is life, there is hope.
(7) ใช้ในประโยคคําสั่ง (commands) หรือ ขอร้อง (requests)
- Get out of my room!
- Don't talk in the class.
(8) ใช้ในการบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น บรรยายฉากการแสดงละคร บรรยายการแข่งขันกีฬาทางวิทยุ
หรือโทรทัศน์เป็นต้น
6.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
6
- When the curtain rises, Sunalee is sitting at her desk. The
phone rings.
(9) ใช้ในการบรรยายโปรแกรมที่ได้กําหนดไว้ในอนาคต เช่น โปรแกรมการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สํานักงานท่องเที่ยวใช้มาก
- We leave Bangkok at 7 a.m. next Saturday and arrive at
Hua-Hin at 11 o’clock.
ประโยค Present Simple Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Present Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธ ทําได้
ด้วยการใช้ Verb to do มาช่วย
มีหลักการใช้ดังนี้
do ใช้กับประธานพหูพจน์ และ I กับ you
does ใช้กับประธานเอกพจน์ ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + do / does + not + Verb 1
( ประธาน + do / does + not + กริยาช่องที่1 )
ตัวอย่าง :
- I do not ( don’t ) go to school by car. ( ฉันไม่ไปโรงเรียนโดยรถยนต์ )
- He does not ( doesn’t ) walk to school. ( เขาไม่เดินไปโรงเรียน )
- You do not play football every day. ( คุณไม่เล่นฟุตบอลทุกวัน )
- Somsri and Somsak do not study English every day .
( สมศรีและสมศักดิ์ไม่เรียนภาษาอังกฤษทุกวัน )
ข้อสังเกต : เมื่อนํา does มาช่วยในประโยคแล้ว ต้องตัด s ออกด้วย
7.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
7
Present Continuous Tense
โครงสร้าง: Subject + is, am, are + Verb 1 ing.
( ประธาน + is, am, are + กริยาช่อง 1 เติม ing. )
หลักการใช้ Present Continuous Tense
1. ใช้กับการกระทําที่กําลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด
- I am studying English . ( ฉันกําลังเรียนภาษาอังกฤษ )
- Somchai is sleeping. ( สมชายกําลังนอนหลับ )
- Somchai is sleeping. ( สมชายกําลังนอนหลับ )
- I am playing football. ( ฉันกําลังเล่นฟุตบอล )
- They are watching TV. ( พวกเขากําลังดูโทรทัศน์ )
- Somchai is sleeping. ( สมชายกําลังนอนหลับ )
- They are watching TV. ( พวกเขากําลังดูโทรทัศน์)
หลักการเติม ing ท้ายคากริยา
1. คํากริยาธรรมดา ให้เติม ing ได้เลย เช่น
speak ( พูด ) - speaking
eat ( กิน ) - eating
2. คํากริยาที่มีพยางค์เดียว มีตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีก 1 ตัว แล้วเติม ing เช่น
sit ( นั่ง ) - sitting
run ( วิ่ง ) - running
3. คํากริยาที่ลงท้ายด้วย e เพียงตัวเดียวให้ตัด e ทิ้งแล้วเติม ing เช่น
come ( มา ) - coming
8.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
8
drive ( ขับรถ ) - driving
4. คํากริยาที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y แล้วเติม ing เช่น
die ( ตาย ) - dying
lie ( นอน ) - lying
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิงปฏิเสธให้นําnot
มาเติมหลัง Verb to be ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง: Subject + is, am, are + not + Verb 1 ing.
( ประธาน + is, am, are + not + กริยาช่อง 1 เติม ing. )
- Somchai is not ( isn’t ) sleeping. ( สมชายไม่ได้กําลังนอนหลับ )
- I am not playing football. ( ฉันไม่ได้ กําลังเล่น ฟุตบอล )
- They are not ( aren’t ) watching TV. ( พวกเขาไม่ได้กําลังดูโทรทัศน์ )
2. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทําที่กําลังดําเนินอยู่ ในขณะที่พูดซึ่งจะมีคํา Adverb of time
ต่อไปนี้
> now at present
> at this moment
> at the present time
> just now
> at the moment
> right now
> in a minute
- Nick is listening to the radio now.
- At present, he is doing his homework.
3. ใช้แสดงเหตุการณ์ หรือการกระทําที่เริ่มเกิดขึ้นก่อนพูดเป็นเวลานานซึ่งเป็นเหตุการณ์ทําอยู่ในช่วงเวลา
นั้น
9.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
9
- Dr. Pronto is teaching a course in English this semester.
- Dang is working for an examination.
- Manut is working for a publishing company.
4. ใช้แทน future tense เพื่อแสดงว่าการกระทํานั้นจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ตามปกติจะมีคํา
am, is, are going to + V.inf กริยาที่ใช้มักเป็น verb of emotion ( กริยาที่แสดงการ
เคลื่อนไหว เช่น leave, come, arrive )
- He is leaving on Monday.
- I am seeing him tomorrow.
5. ใช้หลังตัวเชื่อม ( conjunction ) while และ as
- He come in while I am reading a newspaper.
- While Debbie was driving a car, his telephone rang.
- He was swimming happily while his wife was taking care of
the baby.
ประโยค Present Continuous Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิงปฏิเสธให้นํา not
มาเติมหลัง Verb to be ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง: Subject + is, am, are + not + Verb 1 ing.
( ประธาน + is, am, are + not + กริยาช่อง 1 เติม ing. )
ตัวอย่าง :
- Somchai is not ( isn’t ) sleeping. ( สมชายไม่ได้กําลังนอนหลับ )
- I am not playing football. ( ฉันไม่ได้ กําลังเล่น ฟุตบอล )
- They are not ( aren’t ) watching TV. ( พวกเขาไม่ได้กําลังดูโทรทัศน์ )
10.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
10
ประโยค Present Continuous Tense เชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิงคําถามให้
นํา Verb to be มาวางไว้หน้าประโยคและตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง: Is, Am, Are + Subject + Verb 1 ing. ?
( Is, Am, Are +ประธาน + กริยาช่อง 1 เติม ing. ? )
ตัวอย่าง :
- Is Somchai sleeping ? ( สมชายกําลังนอนหลับใช่หรือไม่ )
- Yes, he is . ( ใช่ เขากําลังนอนหลับ )
- No, he isn’t. ( ไม่เขาไม่ได้กําลังนอนหลับ )
- Are they studying English ? ( พวกเขากําลังเรียนภาษาอังกฤษใช่หรือไม่ )
-Yes, they are. ( ใช่พวกเขากําลังเรียน )
- No, they aren’t . ( ไม่พวกเขาไม่ได้กําลังเรียน )
- Am I playing football ? ( ฉัน กําลังเล่น ฟุตบอลใช่หรือไม่ )
-Yes, you are. ( ใช่คุณกําลังเล่นฟุตบอล )
- No, you aren’t . ( ไม่คุณไม่ได้กําลังเล่นฟุตบอล )
11.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
11
Present Perfect Tense
โครงสร้าง : Subject + have , has + Verb 3
( ประธาน + have , has + กริยาช่อง 3 )
1. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทําที่เกิดขึ้นในอดีต และดําเนินเรื่อยมาจนถึงขณะที่พูดและมีท่าทีว่าจะ
ดําเนินต่อไปอีกในอนาคต โดยมี Adverb of time : for, since, up to now, until
now, so far, up to the present, recently, lately
- He has lived here since 1969.
- He has lived here for thirteen years.
- He has lived here since his mother died.
- We have had no trouble with our T.V. set so for. ( up to now )
- Somchai has studied English for 5 years.
( สมชายเรียนภาษาอังกฤษมา 5 ปีแล้ว ขณะนี้ก็ยังเรียนอยู่ )
- I have worked in this company since 1990.
( ฉันทํางานในบริษัทนี้ตั้งแต่ปี1990 ขณะนี้ก็ยังทําอยู่ )
- He has lived in Bangkok since 1990.
( เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 )
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง
Verb to have ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + have , has + not + Verb 3
( ประธาน + have , has + not + กริยาช่อง 3 )
ตัวอย่าง :
- I have not studied English for 5 years.
( ฉันเรียนภาษาอังกฤษมาไม่ถึง 5 ปี )
12.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
12
- He has not lived in Bangkok since 1990.
( เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 )
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทําในอดีต ซึ่งมิได้บ่งบอกเวลาที่แน่นอนเอาไว้ และมักจะมีคําวิเศษณ์
คือ ever, never, once, twice มาใช้ร่วมเสมอ
- I have never seen him before. ( ฉันไม่เคยเห็นเข้ามาก่อน )
- Have you ever been abroad? ( คุณเคยไปต่างประเทศหรือเปล่า )
- She has been to Bangkok twice. ( หล่อนเคยไปกรุงเทพฯ 2 ครั้ง )
3. ใช้แสดงเหตุการณ์ หรือ การกระทําซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วในอดีต แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใดแน่หรือไม่ได้บ่งไว้
แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด มักมี adverb of time เป็นเครื่องชี้บอกว่า เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง
หรือ หลายครั้งแล้ว : many times, several times, over and over, again, once,
twice, three times, ever (never) etc.
- I have visited U.S.A. many times.
- Have you ever studied French?
- No, I have never studied French.
4. ใช้แสดงเหตุการณ์ หรือ การกระทําซึ่งเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดก่อนเวลาที่พูดเล็กน้อย หรือ
เหตุการณ์ที่ทําแล้วเสร็จอย่างเรียบร้อยแล้ว โดยจะพบ Just, already, yet
- He has just come in.
- The train has already left.
- They haven’t finished this work yet.
หมายเหตุ *yet ใช้ใน negative sentence และ interrogative sentence เท่านั้น
13.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
13
ประโยค Present Perfect Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม
not หลัง Verb to have ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + have , has + not + Verb 3
( ประธาน + have , has + not + กริยาช่อง 3 )
ตัวอย่าง :
- I have not studied English for 5 years.
( ฉันเรียนภาษาอังกฤษมาไม่ถึง 5 ปี )
- He has not lived in Bangkok since 1990.
( เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 )
ประโยค Present Perfect Tense เชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Tense ให้มีความหมาย เชิงคําถามให้นํา
Verb to have มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Have, Has + Subject + Verb 3 ?
( Have, Has + ประธาน + กริยาช่อง 3 ? )
ตัวอย่าง :
- Have you studied English for 5 years ?
( คุณเรียนภาษาอังกฤษมา 5 ปีแล้วใช่หรือไม่ )
- Yes, I have.
( ใช่ ฉันเรียนภาษาอังกฤษมา 5 ปีแล้ว )
- No, I haven’t.
14.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
14
( ไม่ฉันเรียนภาษาอังกฤษมาไม่ถึง 5 ปี )
- Has he lived in Bangkok since 1990 ?
( เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 ใช่หรือไม่ )
- Yes, he has.
( ใช่เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 )
-No, he hasn’t.
( ไม่เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 )
15.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
15
Present Perfect Continuous Tense
โครงสร้าง : Subject + have , has + been + Verb 1 ing
( ประธาน + have , has + been + กริยาช่อง 1 เติม ing )
หลักการใช้ Present Perfect Continuous Tense
1. ใช้กับการกระทําหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และจะดําเนินต่อไปอีกใน
อนาคต ( Present Perfect Continuous Tense ใช้เหมือน Present Perfect
Tense ต่างกันแต่เพียงว่า Present Perfect Continuous Tense เน้นความต่อเนื่องไปถึง
อนาคต )
- He has been speaking for 3 hours. ( เขาพูดมา 3 ชั่วโมงแล้ว )
- They have been playing football for 2 hours.
( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมา 2 ชั่วโมงแล้ว )
ใช้บรรยายการกระทําซึ่งเกิดขึ้นในอดีต และดําเนินติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันอย่างไม่ขาดตอน ซึ่งให้
ความหมายของประโยคเช่นเดียวกับ Present Perfect Tense เพียงแต่ต่างกันว่า Present
Continuous Tense ให้ความหมายที่ชัดเจนกว่า
- They have lived here for years.
- They have been living here for four years.
( Tense ใช้เหมือน Present Perfect Tense ต่างกันแต่เพียงว่า Present Perfect
Continuous Tense เน้นความต่อเนื่องไปถึงอนาคต ) เช่น
16.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
16
Present Perfect Tense
Present Perfect Continuous
Tense
He has worked for 3 hours. He has been working for 3 hours.
ในประโยคนี้เขาทางานมาแล้ว 3 ชั่วโมง แต่ไม่
ทราบว่าจะทาต่อไปอีกหรือไม่
ในประโยคนี้เขาทํางานมาแล้ว 3 ชั่วโมง และจะทํา
ต่อไปอีก
ประโยค Present Perfect Continuous Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Continuous Tense ให้มีความหมายเชิง
ปฏิเสธให้เติม not หลัง Verb to have ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + have , has + not + been + Verb 1 ing
( ประธาน+have, has+not + been+ กริยาช่อง 1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- He has not been speaking for 3 hours. ( เขาพูดมาไม่ถึง 3 ชั่วโมง )
- They have not been playing football for 2 hours.
( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมาไม่ถึง 2 ชั่วโมง )
17.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
17
ประโยค Present Perfect Continuous Tense เชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Continuous Tense ให้มีความหมาย
เชิงคําถามให้นําVerb to have มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้าง
ดังนี้
โครงสร้าง : Have , Has + Subject +been + Verb 1 ing ?
( Have, Has + ประธาน + been + กริยาช่อง 1 เติม ing ? )
ตัวอย่าง :
- Has he been speaking for 3 hours ? ( เขาพูดมาตลอด 3 ชั่วโมงใช่หรือไม่ )
-Yes , he has. ( ใช่ เขาพูดมาตลอด 3 ชั่วโมง )
- No, he hasn’t . ( ไม่เขาพูดมาไม่ถึง 3 ชั่วโมง )
- Have they been playing football for 2 hours ?
( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมาตลอด 2 ชั่วโมงใช่หรือไม่ )
- Yes, they have. ( ใช่เขาเล่นมาตลอด 2 ชั่วโมง )
- No, they haven’t . ( ไม่ เขาเล่นมาไม่ถึง 2 ชั่วโมง )
18.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
18
Past Simple Tense
โครงสร้าง : Subject + Verb 2
( ประธาน + กริยาช่องที่2 )
1.ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทําที่เกิดขึ้นในอดีตและได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างสมบูรณ์ในอดีต โดยปกติจะ
พบ Adverb of time ต่อไปนี้
Yesterday, …………ago, last week/ ear/ Saturday , that day, the other
day ( week, year etc. ), in those days, in 1970
- He walked to school yesterday.
( เขาเดินมาโรงเรียนเมื่อวานนี้ )
- They played volleyball last week.
( เขาทั้งหลายเล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้ว )
- I lived in Chaing mai 3 years ago.
( ฉันอยู่ที่เชียงใหม่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่แล้ว )
- His father died during the war.
( พ่อของเขาตายระหว่างสงคราม )
- He learned English when he was young.
( เขาเรียนภาษาอังกฤษเมื่อเขาเป็นเด็ก )
19.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
19
ประโยค Past Simple Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Past Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธ ทําได้ด้วยการ
ใช้Verb to do ช่องที่2 คือ did มาช่วย และเติม not ข้างหลัง มีโครงสร้างของประโยคดังนี้
โครงสร้าง : Subject + did + not + Verb 1
( ประธาน + did + not + กริยาช่องที่1 )
- He did not ( didn’t ) walk to school yesterday.
( เขาไม่ได้เดินมาโรงเรียนเมื่อวานนี้ )
- They did not play volleyball last week.
( เขาทั้งหลายไม่ได้เล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้ว )
ข้อสังเกต : เมื่อนํา did มาใช้ในประโยคแล้วต้องเปลี่ยนกริยาช่องที่ 2 ให้เป็นกริยาช่องที่ 1 ด้วย
ประโยค Past Simple Tense เชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Past Simple Tense ให้มีความหมายเชิงคําถาม ทําได้ด้วยการ
นํา did มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างของประโยคดังนี้
โครงสร้าง : Did + Subject + Verb 1
( Did + ประธาน + กริยาช่องที่1 )
ตัวอย่าง :
1. Did he walk to school yesterday ? ( เมื่อวานนี้เขาเดินมาโรงเรียนใช่หรือไม่ )
- Yes, he did. ( ใช่ เขาเดินมา )
- No, he didn’t. ( ไม่เขาไม่ได้เดินมา )
2. Did they play volleyball last week ?
( เขาทั้งหลายเล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้วใช่หรือไม่ )
20.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
20
- Yes, they did. ( ใช่ เขาทั้งหลายเล่น )
- No, they didn’t . ( ไม่เขาทั้งหลายไม่ได้เล่น )
หลักการเติม ed ที่คากริยา
1. กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น
love - loved = รัก
move - move = เคลื่อน
hope - hoped = หวัง
2. กริยาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น I แล้วเติม ed เช่น
cry - cried = ร้องไห้
try - tried = พยายาม
marry - married = แต่งงาน
ข้อยกเว้น ถ้าหน้า y เป็นสระ ให้เติม ed ได้เลย เช่น
play - played = เล่น
stay - stayed = พัก , อาศัย
enjoy - enjoyed = สนุก
obey - obeyed = เชื่อฟัง
3. กริยาที่มีพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียวให้เพิ่มพยัญชนะที่
ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น
plan - planned = วางแผน
stop - stopped = หยุด
beg - begged = ขอร้อง
21.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
21
4. กริยาที่มี 2 พยางค์แต่ลงเสียงหนักพยางค์หลัง และพยางค์หลังนั้น มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วย
พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น
concur - concurred = ตกลง, เห็นด้วย
occur - occurred = เกิดขึ้น
refer - referred = อ้างถึง
permit - permitted = อนุญาต
ข้อยกเว้น ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายเข้ามา เช่น
cover - covered = ปกคลุม
open - opened = เปิด
5. นอกจากกฏที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อต้องการให้เป็นช่อง 2 ให้เติม ed ได้เลย เช่น
walk - walked = เดิน
start - started = เริ่ม
worked - worked = ทํางาน
22.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
22
Past Continuous Tense
โครงสร้าง : Subject + was , were + Verb 1 ing
( ประธาน + was, were + กริยาช่องที่1 เติม ing )
1. ใช้เมื่อมีเหตุการณ์หรือการกระทําที่กําลังดําเนินอยู่ในอดีต โดยปกติจะมีคําบอกเวลาแสดงให้เห็นอยู่ด้วย
เช่น at six o’clock, at the time, last night an hour ago, this morning, all
the afternoon all night.
- It was raining at 10 o’clock last night.
- I was living abroad in 1987.
- I was playing football at 4 pm. yesterday.
( ฉันกําลังเล่นฟุตบอลตอน 4 โมงเย็นเมื่อวานนี้ )
- She was watching TV at 6 pm. yesterday.
( หล่อนกําลังดูโทรทัศน์ตอน 6 โมงเย็นเมื่อวานนี้ )
- They were studying English at 9 am. yesterday.
( เขาทั้งหลายกําลังเรียนภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าเมื่อวานนี้ )
2. ใช้เมื่อมีเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต โดยที่เหตุการณ์หนึ่งได้กําลังดําเนินอยู่และในระหว่าง
นั้นมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดแทรกขึ้นมา ปกติจะมีconjunction เชื่อม 2 เหตุการณ์นี้เข้าด้วยกัน คือ
while, as และ when
- The went out while (as) her children were sleeping.
- When the postman came, I was studying my English lesson.
- While he was walking along the street, he saw an accident.
( ขณะที่เขากําลังเดินไปตามถนนเขาเห็นอุบัติเหตุ )
- I was taking a bath when the telephone rang.
( ฉันกําลังอาบน้ําอยู่เมื่อโทรศัพท์มันดัง )
23.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
23
3. ใช้แสดงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ซึ่งกําลังดําเนินอยู่พร้อมกันในอดีตโดยใช้while, as เป็นตัวเชื่อม
เหตุการณ์
- While I was writing letters, she was readying a book.
- My mother was cooking while I was watching TV.
( แม่ของฉันกําลังทําอาหารในขณะที่ฉันกําลังดูโทรทัศน์ )
- He was standing while she was sitting.
( เขากําลังยืนในขณะที่หล่อนกําลังนั่ง )
ประโยค Past Continuous Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Continuous Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้นํา
not มาเติมหลัง Verb to be ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง: Subject + was, were + not + Verb1 ing.
( ประธาน + was , were + not + กริยาช่องที่1 เติม ing )
ตัวอย่าง:
- I was not ( wasn’t ) playing football at 4 pm. yesterday.
( ฉันกําลังเล่นฟุตบอลตอน 4 โมงเย็นวานนี้ )
- She was not watching TV at 6 pm. yesterday.
( หล่อนกําลังดูโทรทัศน์ตอน 6 โมงเย็นเมื่อวานนี้ )
- They were not ( weren’t ) studying English at 9 am. yesterday.
( เขาทั้งหลายกําลังเรียนภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าเมื่อวานนี้ )
24.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
24
ประโยค Past Continuous Tense เชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิงคําถามให้นํา
Verb to be มาวางไว้หน้าประโยคและตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Was , Were + Subject + Verb 1 ing. ?
( Was , Were + ประธาน + กริยาช่อง 1 เติม ing. ? )
- Was she watching TV at 6 pm. yesterday ?
( หล่อนกําลังดูโทรทัศน์ตอน 6 โมงเย็นวานนี้ใช่หรือไม่ )
- Yes, she was. ( ใช่หล่อนกําลังดูโทรทัศน์ )
- No, she wasn’t ( ไม่หล่อนไม่ได้กําลังดูโทรทัศน์ )
- Were they studying English at 9 am. yesterday ?
( เขาทั้งหลายกําลังเรียนภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าวานนี้ใช่หรือไม่ )
- Yes, they were. ( ใช่เขาทั้งหลายกําลังเรียน )
- No, they weren’t. ( ไม่เขาทั้งหลายไม่ได้กําลังเรียน )
25.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
25
Past Perfect Tense
โครงสร้าง : Subject + had + verb 3
( ประธาน + had + กริยาช่อง 3 )
ตัวอย่าง :
- He had gone. ( เขาได้ไปแล้ว )
- She had studied Thai. ( หล่อนได้เรียนภาษาไทย )
ประโยค Past Perfect Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not
หลัง Verb to have ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + had + not + Verb 3
( ประธาน + had + not + กริยาช่อง 3 )
- He had not ( hadn’t ) gone. ( เขายังไม่ได้ไป )
- She had not studied Thai. ( หล่อนยังไม่ได้เรียนภาษาไทย )
ประโยค Past Perfect Tense เชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงคําถามให้นําVerb
to have มาวางไว้หน้าประโยคและตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Had + Subject + Verb 3 ?
( Had + ประธาน + กริยาช่อง 3 ? )
26.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
26
ตัวอย่าง :
- Had he gone ? ( เขาได้ไปแล้วใช่หรือไม่ )
- Yes, he had. ( ใช่เขาได้ไปแล้ว )
- No, he hadn’t. ( ไม่เขายังไม่ได้ไป )
- Had she studied Thai ? ( หล่อนได้เรียนภาษาไทยแล้วใช่หรือไม่ )
- Yes, she had. ( ใช่หล่อนได้เรียนแล้ว )
- No, she hadn’t. ( ไม่หล่อนยังไม่ได้เรียน )
หลักการใช้ Past Perfect Tense
1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทํา 2 อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีตและสิ้นสุดลงไปแล้วทั้ง 2
เหตุการณ์ดังนี้
1.1 เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Past Perfect Tense
1.2 เหตุการณ์ใดเกิดหลังใช้ Past Simple Tense เช่น
- We went out for a walk after we had eaten dinner.
( พวกเราออกไปเดินเล่นหลังจากรับประทานอาหารเย็น )
27.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
27
Past Perfect Continuous Tense
โครงสร้าง : Subject + had + been + Verb 1 ing
( ประธาน + had + been + กริยาช่อง 1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- They had been playing football for three hours.
( เขาทั้งหลายได้เล่นฟุตบอลโดยไม่หยุดมา 3 ชั่วโมงแล้ว )
- It had been raining for five hours.
( ฝนได้ตกโดยไม่หยุดมาเป็นเวลา 5 ชั่วโมงแล้ว )
ประโยค Past Perfect Continuous Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Continuous Tense ให้มีความหมายเชิง
ปฏิเสธให้เติม not หลัง Verb to have ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + had + not + been + Verb 1 ing
( ประธาน + had + not + been + กริยาช่อง 1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- They had not ( hadn’t ) been playing football for three hours.
( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมาไม่ถึง 3 ชั่วโมง )
- It had not been raining for five hours.
( ฝนตกมาไม่ถึง 5 ชั่วโมง )
28.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
28
ประโยค Past Perfect Continuous Tense เชิงเชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิง
คําถาม ให้นําVerb to have มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้าง
ดังนี้
โครงสร้าง : Had + Subject + been + Verb 1 ing ?
( Had + ประธาน + been + กริยาช่อง 1 เติม ing ? )
ตัวอย่าง :
- Has they been playing football for three hours ?
( เขาทั้งหลายได้เล่นฟุตบอลมาตลอด 3 ชั่วโมงใช่หรือไม่ )
-Yes, they had. ( ใช่ เขาทั้งหลายเล่นมา 3 ชั่วโมงแล้ว )
- No, they hadn’t.( ไม่ เขาทั้งหลายเล่นมาไม่ถึง 3 ชั่วโมง )
- Had it been raining for five hours ?
( ฝนตกโดยไม่หยุดมาเป็นเวลา 5 ชั่วโมงแล้วใช่หรือไม่ )
- Yes, it had. ( ใช่มันตกมา 5 ชั่วโมงแล้ว )
- No, it hadn’t. ( ไม่ใช่มันตกมาไม่ถึง 5 ชั่วโมง )
หลักการใช้ Past Perfect Continuous Tense
1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทํา2 อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีตและสิ้นสุดลงไปแล้วทั้ง 2
เหตุการณ์ดังนี้
1. เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Past Perfect Continuous Tense
2.เหตุการณ์ใดเกิดหลังใช้ Past Simple Tense เช่น
- He had been sleeping for 30 minutes before we woke him
up. ( เขาได้นอนหลับมา 30 นาทีก่อนที่เราจะปลุกเขา )
29.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
29
Future Simple Tense
โครงสร้าง : Subject + will, shall +
verb 1
(ประธาน + will , shall + กริยาช่อง 1 )
ตัวอย่าง :
- I shall go to Chiangmai tomorrow. ( ฉันจะไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้ )
- She will study Spanish next week. (หล่อนจะเรียนภาษาสเปนสัปดาห์หน้า )
1. ใช้แสดงเหตุการณ์ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต ปกติจะมี adverb of time; tomorrow ,next
week ( month, year, Monday etc.) this afternoon etc. ขยายอยู่ในประโยค
ด้วย
- I’ll telephone you this afternoon.
- They will sign the contract tomorrow.
- My father will go to America next month.
( พ่อของฉันจะไปอเมริกาเดือนหน้า )
- I shall play football tomorrow afternoon.
( ฉันจะเล่นฟุตบอลบ่ายวันพรุ่งนี้ )
ใช้ในการแสดงความสงสัยหรือในประโยคเงื่อนไขใน Condition type 1
- Perhaps she’ll come.
- If I see her ,I’ll give a book.
หมายเหตุ สามารถใช้ to be going to แทน shall ได้ใน future simple โดมีข้อเปรียบเทียบ
ได้ดังนี้
30.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
30
S + V.to be going to + V inf ……… S + will/shall + V inf + ……….
1. ใช้เพื่อแสดงถึงความตั้งใจที่จะทําไว้ล่วงหน้าแล้ว
และบ่อยครั้งที่แผนการบางอย่างกําหนดไว้แล้ว
- I have bought some bricks and
I’m going to build a garage.
2. ใช้เพื่อแสดงการกระทําที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอัน
ใกล้
- He’s going to die.
3. แสดงความไม่แน่ใจว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ อย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้
- Mary is going to have a baby in
may.
4.แสดงการคาดคะเนว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ
- I think it’s going to rain.
1. ใช้แสดงถึงความตั้งใจที่ไม่ได้คิดที่จะทําล่วงหน้า
- There’s somebody at the door,
I’ll go and open it.
2. ใช้แสดงการกระทําที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันไกล
หรือไม่แน่นอน
- We’ll all die some day
3. ใช้“ will be” แสดงอนาคตที่แท้จริง
- Tomorrow will be Sunday.
ประโยค Future Simple Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not
หลัง will หรือ shall ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + will, shall + not + verb 1
( ประธาน + will , shall + not + กริยาช่อง 1 )
ตัวอย่าง :
- I shall not ( shan’t ) go to Chiangmai tomorrow.
( ฉันจะไม่ไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้ )
- She will not ( won’t ) study Spanish next week.
( หล่อนจะไม่เรียนภาษาสเปนสัปดาห์หน้า )
31.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
31
ประโยค Future Simple Tense เชิงเชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Simple Tense ให้มีความหมาย เชิงคําถามให้นํา will
หรือ shall มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Will,Shall + Subject + verb 1 ?
( Will, Shall + ประธาน + กริยาช่อง 1 ? )
ตัวอย่าง :
- Shall you go to Chiangmai tomorrow ?
( คุณจะไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้ใช่หรือไม่ )
- Yes, I shall. ( ใช่ฉันจะไป )
- No, I shan’t. ( ไม่ฉันจะไม่ไป )
- Will she study Spanish next week ?
( หล่อนจะเรียนภาษาสเปนสัปดาห์หน้าใช่หรือไม่ )
- Yes, she will. ( ใช่หล่อนจะเรียน )
- No, she won’t. ( ไม่หล่อนจะไม่เรียน )
32.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
32
Future Continuous Tense
โครงสร้าง : Subject + will ,shall + be + verb 1. ing
( ประธาน + will ,shall + be + กริยาช่อง 1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- She will be playing tennis. ( หล่อนจะกําลังเล่นเทนนิสอยู่ )
- They will be cooking. ( เขาทั้งหลายจะกําลังทําอาหารอยู่ )
1. ใช้เพื่อแสดงถึงเหตุการณ์ที่พอถึงเวลานั้นในอนาคต เหตุการณ์หรือการกระทําอย่างหนึ่งจะกําลังดําเนิน
อยู่ โดยมี adv. of time ต่อไปนี้ at this time tomorrow, When I get back
home tomorrow etc. ( จะสังเกตว่าจะมีเวลากําหนดและมีคําแสดง อนาคต กํากับอยู่ด้วย )
- We shall be waiting for you of this time Tense.
- He will be reading when I visit him.
( เขาจะอ่านหนังสืออยู่เมื่อผมไปเยี่ยมเขา )
- I shall be watching TV when he arrives.
( ฉันจะอ่านหนังสืออยู่เมื่อเขามาถึง )
ประโยค Future Continuous Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Continuous Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม
not หลัง will หรือ shall ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + will ,shall + not + be + verb 1. Ing
( ประธาน + will ,shall + not + be + กริยาช่อง 1 เติม ing )
33.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
33
ตัวอย่าง :
- She will not ( won’t ) be playing tennis. ( หล่อนจะไม่กําลังเล่นเทนนิสอยู่ )
- They will not ( won’t ) be cooking. ( เขาทั้งหลายจะไม่กําลังทําอาหารอยู่ )
ประโยค Future Continuous Tense เชิงเชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิงคําถามให้นํา
will หรือ shall มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Will , Shall + Subject + be + verb 1 ing ?
( Will , Shall + ประธาน + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ? )
ตัวอย่าง :
- Will she be playing tennis ? ( หล่อนจะกําลังเล่นเทนนิสอยู่ใช่หรือไม่ )
- Yes, she will. ( ใช่หล่อนจะเล่นอยู่ )
- No, she won’t. ( ไม่หล่อนจะไม่เล่นอยู่ )
34.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
34
Future Perfect Tense
โครงสร้าง : Subject + will ,shall + have + verb 3
( ประธาน + will ,shall + have + กริยาช่อง 3 )
ตัวอย่าง :
- She will have gone. ( หล่อนคงจะไปแล้ว )
- They will have cooked. ( เขาทั้งหลายคงจะทําอาหารแล้ว )
การใช้เหมือนกับ Future Perfect Tense ต่างกันเพียงว่า Tense นี้แสดงให้เห็นถึงความ
ต่อเนื่องของการกระทําว่าเมื่อถึงเวลานั้นในอนาคตการกระทําจะยังคงดําเนินอยู่และจะดําเนินต่อไปอีก
- By nightfall I will have been working for four hours without a
rest.
( พอตกกลางคืนผมคงจะทํางานติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ชม. โดยไม่ได้หยุดพักผ่อนเลย และผมจะทํางาน
ต่อไปอีก )
- By nightfall I will have worked for four hours without a rest.
( พอตกกลางคืนผมจะทํางานของผมแล้วเสร็จพอดี ซึ่งใช้เวลา 4 ชม. โดยไม่ได้หยุดพักผ่อนเลย และผมก็
จะยุติการทํางาน ไม่ทํางานต่อไปอีก )
35.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
35
Future Perfect Continuous Tense
โครงสร้าง : Subject + will, shall + have + been + verb 1. ing
( ประธาน+ will shall +have +been + กริยาช่อง 1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- She will have been playing tennis. ( หล่อนคงจะเล่นเทนนิสอยู่ )
- They will have been cooking. ( เขาทั้งหลายคงจะทําอาหารอยู่ )
การใช้เหมือนกับ Future Perfect Tense ต่างกันเพียงว่า Tense นี้แสดงให้เห็นถึง
ความต่อเนื่องของการกระทําว่าเมื่อถึงเวลานั้นในอนาคตการกระทําจะยังคงดําเนินอยู่และจะดําเนินต่อไปอีก
- By nightfall I will have been working for four hours without a rest.
( พอตกกลางคืนผมคงจะทํางาน๖ติดต่อกันมา๗ เป็นเวลา 4 ชม. โดยไม่ได้หยุดพักผ่อนเลยและผมก็จะ
ทํางานต่อไปอีก )
- By nightfall I will have worked for four hours without a rest
( พอตกกลางคืนผมจะทํางานของผมแล้วเสร็จพอดี ซึ่งใช้เวลา 4 ชม. โดยไม่ได้หยุดพักผ่อนเลย และผมก็
จะยุติการทํางาน ไม่ทํางานต่อไปอีก )
ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นก่อนหลังกันในอนาคต แต่เน้นความต่อเนื่องของการกระทา
ดังนี้ 1. เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Future Perfect Continuous Tense
2. เหตุการณ์ใดเกิดทีหลังใช้ Present Simple Tense
- He will have been reading for two hours when I visit him.
( เขาคงจะอ่านหนังสืออยู่เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว เมื่อผมไปเยี่ยมเขา )
- I shall have been watching TV for an hour when he arrives.
( ฉันคงจะอ่านหนังสืออยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโทงแล้ว เมื่อเขามาถึง )
36.
English รู้ทัน Tenseภาษาอังกฤษ
36
ประโยค Future Perfect Continuous Tense เชิงปฏิเสธ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Perfect Continuous Tense ให้มีความหมายเชิง
ปฏิเสธให้เติม not+ หลัง will หรือ shall ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Subject + will ,shall + not +have + been +verb 1. ing
( ประธาน + will , shall + not + have + been + กริยาช่อง 1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- She will not ( won’t ) have been playing tennis.
( หล่อนคงจะไม่เล่นเทนนิสอยู่ )
- They will not have been cooking.
( เขาทั้งหลายคงจะไม่ทําอาหารอยู่ )
ประโยค Future Perfect Continuous Tense เชิงเชิงคาถามและการตอบ
เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Perfect Continuous Tense ให้มีความหมาย เชิง
คําถามให้นําwill หรือ shall มาวางไว้หน้าประโยคและตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
โครงสร้าง : Will , Shall + Subject + have + been + verb 1. ing ?
( Will ,Shall +ประธาน + have + been + กริยาช่อง1 เติม ing )
ตัวอย่าง :
- Will she have been playing tennis ? ( หล่อนคงจะเล่นเทนนิสอยู่ใช่หรือไม่)
- Yes, she will. ( ใช่หล่อนคงจะเล่นอยู่ )
- No, she won’t . ( ไม่หล่อนคงจะไม่เล่นอยู่ )