70
Rice Market Economics
เศรษฐศาสตร์ตลาดข้าว
โดย รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ
	 และผู้ประสานงานโครงการ “งานวิจัยเชิงนโยบายเกษตร”
	 ภายใต้การสนับสนุนของสำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
การพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าว
ของประเทศในเอเชียใต้
และการส่งออกของอินเดีย
	 ภูมิภาคเอเชียใต้ประกอบไปด้วยประเทศอินเดียปากีสถานบังกลาเทศภูฏานอัฟกานิสถาน
เนปาล ศรีลังกา และมัลดีฟส์ ธัญพืชอาหารจานหลักที่ส�ำคัญของประชากรในภูมิภาคนี้ได้แก่
ข้าวและข้าวสาลี อย่างไรก็ตาม ประชากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังมีสัดส่วนของการบริโภคข้าว
มากกว่าข้าวสาลี การผลิตข้าวในภูมิภาคนี้จึงเป็นทั้งพืชอาหารหลัก อาชีพ และวิถีชีวิตของ
ครัวเรือนเกษตรกรในภูมิภาคไปพร้อมๆกันนอกจากนี้ในภูมิภาคเอเชียใต้ยังเป็นแหล่งส่งออกข้าว
ที่ส�ำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมีอินเดียเป็นผู้ส่งออกรายส�ำคัญของภูมิภาค
การบริโภคข้าว
ของเอเชียใต้
	 ภูมิภาคเอเชียใต้แบ่งออกเป็น2ส่วน1.อนุทวีปอินเดียได้แก่อินเดียปากีสถานบังกลาเทศ
และรวมถึงกลุ่มประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัย ได้แก่ เนปาล ภูฏาน และอัฟกานิสถาน
2.กลุ่มประเทศที่มีพื้นทะเลล้อมรอบ ได้แก่ ศรีลังกาและมัลดีฟส์ ในภาพรวมแล้วภูมิภาค
เอเชียใต้มีประชากรทั้งหมดประมาณ 1.78 ล้านคน ทั้งนี้อินเดียมีประชากรมากที่สุดถึง
สามในสี่ส่วนของประชากรในภูมิภาค รองลงมา ได้แก่ ปากีสถานและบังกลาเทศ การมีประชากร
จ�ำนวนมากท�ำให้อินเดียมีสัดส่วนการบริโภคข้าวถึงร้อยละ67.70(ประมาณ93.57 ล้านตัน)
ของการบริโภคข้าวภายในภูมิภาค (ประมาณ 138 ล้านตันข้าวสาร) (ตารางที่ 1) ส�ำหรับ
อัตราการบริโภคข้าวต่อคนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ โดยพิจารณาจากปริมาณการใช้
ภายในประเทศหารด้วยจ�ำนวนประชากรของประเทศนั้นๆ พบว่า บังกลาเทศมีสัดส่วนของ
การบริโภคข้าวต่อคนสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ ภูฏาน ศรีลังกา และเนปาล ซึ่งสะท้อนถึง
ความส�ำคัญของข้าวที่เป็นอาหารจานหลักในประเทศนั้นๆ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าปากีสถานและ
อัฟกานิสถานมีการบริโภคข้าวต่อบุคคลในสัดส่วนที่ต�่ำซึ่งหมายถึงข้าวไม่ได้เป็นอาหารจานหลัก
ของประชากรในประเทศดังกล่าว
71
ตารางที่ 1 ประชากรและการบริโภคข้าวของประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้
ตารางที่ 2 พื้นที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต อุปทานผลผลิตส่วนเกิน
และส่วนขาดของประเทศในเอเชียใต้
ประเทศ
ประเทศ
ประชากร
(ล้านคน)a/
พื้นที่เก็บเกี่ยว
(ล้านไร่)
การบริโภคต่อคน
(กก.)
อุปทานส่วนเกิน2/
(พันตันข้าวสาร)b/
การบริโภค
(พันตันข้าวสาร)b/
การผลิต
(พันตันข้าวสาร)b/
อินเดีย
ปากีสถาน
บังกลาเทศ
เนปาล
ภูฏาน
อัฟกานิสถาน
ศรีลังกา
มัลดีฟส์
รวม
อินเดีย
ปากีสถาน
รวม
บังกลาเทศ
เนปาล
ภูฏาน
อัฟกานิสถาน
ศรีลังกา
มัลดีฟส์
รวม
รวมทั้งหมด
1,339.18
197.02
164.67
29.30
0.80
35.53
20.88
0.42
1,787.80
274.09
18.07
292.16
70.75
9.29
0.13
1.38
5.01
-
86.56
378.72
69.87
13.96
212.54
113.21
161.25
17.45
125.14
58.61
77.20
+10,840
+4,050
+14,890
-420b/
-37c/
-79c/
-160b/
-415c/
-25d/
-1,136
+13,754
93,568b/
2,750b/
35,000b/
3,317c/
129c/
620b/
2,613c/
25d/
138,022
104,408
6,800
111,208
34,580b/
3,280c/
50c/
460b/
2,198c/
-
40,456
151,664
ที่มา: a/
	http://www.worldometers.info/world-population/southern-asia-population/
	 b/
	USDA : World Rice Trade, October 2017;
	 c/
	http://ricepedia.net/d/	
แปลงจากข้อมูลการน�ำเข้าจาก http://www.helgilibrary.com/
หมายเหตุ: +หมายถึงอุปทานผลผลิตส่วนเกินและ-หมายถึงอุปทานผลผลิตส่วนขาด
ที่มา:	b/ USDA : World Rice Trade, October 2017;
	 c/ http://ricepedia.net/
	 d/ แปลงจากข้อมูลการน�ำเข้า http://www helgilibrary.com/indicators/rice
	 การบริโภคข้าวต่อคนของอินเดียมี
มากกว่าการบริโภคข้าวต่อคนของปากีสถาน
และอัฟกานิสถาน แต่มีน้อยกว่าการบริโภค
ข้าวต่อคนของบังกลาเทศและศรีลังกา เนปาล
และภูฏาน ซึ่งบ่งบอกถึงการบริโภคข้าวและ
ข้าวสาลีเป็นอาหารจานหลักในประเทศดังกล่าว
แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคย่อย โดยภูมิภาค
ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย
จะมีการบริโภคข้าวสาลีเป็นหลักมากกว่าข้าว
ส่วนทางตอนใต้ตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตก
ของอินเดีย ประชากรจะบริโภคข้าวเป็นอาหาร
จานหลักมากกว่าข้าวสาลี ส่วนประเทศมัลดีฟส์
นั้น การบริโภคมีเพียง24.62 พันตันเนื่องจาก
มีประชากรจ�ำนวนน้อยและการบริโภคต่อคน
มีประมาณ 58.61 กก. ต่อคนต่อปี
การผลิตข้าวของเอเชียใต้
และการพึ่งพิงตนเอง
ในภูมิภาค
	 การเพาะปลูกข้าวในเอเชียใต้ประกอบด้วย
เกษตรกรขนาดเล็กเป็นจ�ำนวนมากประมาณว่า
ในภูมิภาคเอเชียใต้มีครัวเรือนที่เพาะปลูกข้าว
ไม่น้อยกว่า 50 ล้านครัวเรือน1
ทั้งนี้ FAO ได้
รายงานว่าในภูมิภาคเอเชียใต้มีพื้นที่เก็บเกี่ยว
ข้าวโดยรวมประมาณ 378.22 ล้านไร่ และ
มีผลผลิตโดยรวมประมาณ 151.66 ล้านตัน
ข้าวสาร (ตารางที่ 2) หรือประมาณร้อยละ
36.21 ของผลผลิตข้าวสารในทวีปเอเชีย
ประเทศผู้ผลิตข้าวในภูมิภาคนี้จัดแบ่งออกได้
เป็นสองกลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่หนึ่งเป็นกลุ่ม
ประเทศที่พึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์
โดยมีอุปทานผลผลิตมากกว่าความต้องการ
ใช้ภายในประเทศ ได้แก่ อินเดียและปากีสถาน
ทั้งนี้อินเดียมีสัดส่วนของผลผลิตคิดเป็นร้อยละ
68.84 ของผลผลิตในภูมิภาค ส่วนปากีสถาน
มีสัดส่วนการผลิตเพียงร้อยละ4.48 ซึ่งน้อยกว่า
ผลผลิตของบังกลาเทศ แต่การที่ประชากรใน
ประเทศมีการบริโภคข้าวน้อยกว่าการบริโภค
ข้าวสาลีท�ำให้ปากีสถานมีอุปทานผลผลิตข้าว
ส่วนเกินจากการใช้บริโภคภายในประเทศ
ปริมาณผลผลิตข้าวส่วนเกินของสองประเทศนี้
มีรวมกันประมาณ 14.89 ล้านตันข้าวสาร
กลุ่มประเทศที่พึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์
กลุ่มประเทศที่ไม่สามารถพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์
72
โดยอินเดียมีอุปทานผลผลิตส่วนเกินถึงร้อยละ72.80 ของอุปทานผลผลิตส่วนเกินในภูมิภาคและ
ที่เหลืออีกร้อยละ 27.20 เป็นอุปทานผลผลิตส่วนเกินจากปากีสถาน ดังนั้น ทั้งสองประเทศ
ดังกล่าวจึงพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์และมีปริมาณส่วนเกินเป็นสินค้าส่งออก
	 กลุ่มที่สองประกอบด้วยกลุ่มประเทศที่ไม่สามารถพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์
เพราะมีปริมาณผลผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศและต้อง
น�ำเข้าข้าวมาเสริม ได้แก่ บังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน และอัฟกานิสถาน ดังจะเห็นได้ว่า
การมีประชากรจ�ำนวนมากของบังคลาเทศและพื้นที่เพาะปลูกข้าวของประเทศที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งจากภัยน�้ำท่วมและฝนแล้งอยู่เป็นประจ�ำท�ำให้ปริมาณผลผลิตในแต่ละปีของบังกลาเทศมี
ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศและต้องน�ำเข้าข้าวมาเสริมให้กับอุปทานผลผลิต
ภายในประเทศ ในขณะที่เนปาล ภูฏาน และอัฟกานิสถานมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวน้อยเพราะเป็น
ประเทศที่รายล้อมด้วยภูเขาสูงท�ำให้มีเนื้อที่การเกษตรค่อนข้างจ�ำกัด
	 ส่วนประเทศศรีลังกาเนื่องจากเป็นประเทศที่มีทะเลล้อมรอบในพื้นที่ที่ใช้เพาะปลูกข้าว
มีจ�ำกัดและต้องน�ำเข้าข้าวมาเพิ่มให้กับอุปทานผลผลิตในประเทศเพื่อให้ เพียงพอกับความต้องการ
ใช้ภายในประเทศ ในกรณีของประเทศมัลดีฟส์ซึ่งเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดียพบว่าไม่มี
พื้นที่เพาะปลูกข้าว ข้าวที่ใช้บริโภคภายในประเทศจึงเป็นการน�ำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งหมด
	 ประเทศในกลุ่มที่สองนี้จะมีผลผลิตข้าวโดยรวมประมาณ 40.46 ล้านตัน และมีการใช้
บริโภคภายในประเทศ 41.70 ล้านตัน ท�ำให้มีอุปทานผลผลิตไม่เพียงพอซึ่งนอกจากจะใช้จาก
สต็อกภายในประเทศแล้วยังได้น�ำเข้าข้าวอีกประมาณ 1.14 ล้านตัน2
ในปี 2559
	 อย่างไรก็ตามหากหากพิจารณาถึงอุปทาน
ส่วนเกินของผลผลิตส่วนเกินสุทธิในภูมิภาค
แล้วพบว่ามีมากถึง13.75 ล้านตัน3
ซึ่งอุปทาน
ส่วนเกินดังกล่าวจะถูกส่งออกไปยังนอกภูมิภาค
อินเดียผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่
ของภูมิภาคเอเชียใต้
	 ในภูมิภาคเอเชียใต้อินเดียเป็นประเทศ
ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม
ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาอินเดียยังได้ก้าว
ขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก
อีกด้วย โดยในปี 2559 อินเดียมีปริมาณ
ส่งออกข้าวรวม 9.99 ล้านตันข้าวสาร4
การ
ส่งออกข้าวของอินเดียแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่ม
ใหญ่ๆ ได้แก่ ข้าวบาสมาติ ข้าวนึ่ง และข้าว
ขาวอื่นๆ ทั้งนี้หากดูสัดส่วนการส่งออกข้าว
ทั้งสามชนิดในปี2559 พบว่าอินเดียส่งออกข้าว
บาสมาติมากที่สุดหรือร้อยละ38.89 รองลงมา
ได้แก่ข้าวนึ่งร้อยละ 36.72 และข้าวสารขาว
และอื่นๆ ร้อยละ24.39 ตามล�ำดับ(ตารางที่3)
	 ตลาดส่งออกข้าวของอินเดียหากแบ่ง
ตามชนิดของข้าวพบว่า ตลาดข้าวบาสมาติ
ที่ส�ำคัญของอินเดียใน 5 ล�ำดับแรก ได้แก่
ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน
อิรัก และคูเวต ตลาดข้าวนึ่งของอินเดีย
5 ล�ำดับแรก ได้แก่ เบนิน กินี-บิสเซา โซมาเลีย
โกตดิวัวร์ และแอฟริกาใต้ ส่วนตลาดข้าวขาว
ของอินเดีย5 ล�ำดับแรก ได่แก่ เนปาล สหรัฐ
อาหรับเอมิเรตส์ เตอร์กี อิรัก และมาดากัสการ์
(ตารางที่ 4)
ตารางที่ 3 ปริมาณการส่งออกข้าวของอินเดียแยกตามประเภทข้าวปี 2559
ชนิดของข้าว
ปริมาณ (ตัน) ร้อยละ
การส่งออก
ข้าวบาสมาติ
ข้าวนึ่ง
ข้าวขาวอื่นๆ
รวม
3,884,601
3,667,111
2,436,034
9,987,745
38.89
36.72
24.39
100.00
ที่มา: คำ�นวณจากข้อมูล Global Trade
73
	 เนื่องจากข้าวบาสมาติเป็นข้าวหอมและ
ข้าวคุณภาพมีแหล่งผลิตจ�ำเพาะในเอเชียใต้
โดยมีอินเดียเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่
ในภูมิภาค ตลาดการค้าข้าวบาสมาติของโลก
มีประมาณ 4.5 ล้านตันในที่นี้อินเดียเป็น
ผู้ถือครองตลาดประมาณสี่ในห้าส่วนของตลาด
ข้าวบาสมาติ คู่แข่งขันในตลาดข้าวหอมบาสมาติ
ของอินเดียได้แก่ปากีสถานซึ่งมีปริมาณการ
ส่งออกประมาณหนึ่งในห้าส่วนของการส่งออก
ข้าวบาสมาติส�ำหรับตลาดข้าวนึ่งโลกที่มีอยู่
ประมาณ 6 ล้านตันนั้น อินเดียเป็นผู้ถือครอง
ตลาดข้าวนึ่งประมาณสามในห้าส่วนของตลาด
ข้าวนึ่งโลกโดยมีไทยเป็นคู่แข่งขันที่ส�ำคัญ
ในตลาดการค้าข้าวนึ่งของอินเดีย ส�ำหรับตลาด
ข้าวขาวซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก คู่แข่งขันที่ส�ำคัญ
ของอินเดียในตลาดการค้าข้าวสารขาวโลก
ได้แก่ เวียดนาม ไทย และปากีสถาน
	 ดังนั้น การพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวของ
ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้โดยเฉพาะอินเดีย
และปากีสถานยังสามารถมีผลผลิตข้าวส่วนเกิน
ส่งเป็นสินค้าออก ยกเว้นบังกลาเทศ ศรีลังกา
เนปาล อัฟกานิสถานและมัลดีฟส์ ที่ไม่สามารถ
พึ่งพิงตนเองได้อย่างสมบูรณ์และเป็นผู้น�ำเข้า
ข้าวทั้งจากในภูมิภาคและนอกภูมิภาค ส�ำหรับ
ประเทศอินเดียที่มีผลผลิตส่วนเกินจ�ำนวนมาก
จะยังคงเป็นคู่แข่งขันที่ส�ำคัญในตลาดการค้า
ข้าวนึ่งและข้าวสารขาวของโลก ส�ำหรับตลาด
ข้าวบาสมาติซึ่งมีความจ�ำเพาะของตลาด
อินเดีย จะยังคงครองความเป็นผู้น�ำของตลาด
ข้าวดังกล่าวไปอีกนาน
หมายเหตุ1	
IRRI “Rice in South Asia”2
	ตัวเลขปริมาณการน�ำเข้าจะไม่เท่ากับปริมาณผลผลิตหักด้วยปริมาณ
	 การบริโภค เพราะบางส่วนอาจจะใช้สต็อกที่เก็บไว้ในประเทศมาเสริม3	
ค�ำนวณจากปริมาณผลผลิตทั้งหมดหักด้วยปริมาณการบริโภคทั้งหมด
	 ในภูมิภาค4	
ข้อมูลจาก Global Trade
ตารางที่ 4 การส่งออกข้าวแยกตามชนิดของอินเดียไปยังตลาดหลัก 5 ประเทศแรกในปี 2559
ประเภทข้าว ประเทศที่นำ�เข้าข้าวจากอินเดีย 5 ลำ�ดับ
ซาอุดีอาระเบีย (799,393 ตัน); สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
(661,923 ตัน); อิหร่าน (658,202 ตัน); อิรัก (374,244 ตัน)
และคูเวต (158,890 ตัน)
เบนิน (627,165 ตัน); กินี-บิสเซา (497,028 ตัน); โซมาเลีย
(313,443 ตัน); โกตดิวัวร์ (263,684 ตัน) และอเมริกาใต้
(250,897 ตัน)
เนปาล (459,192 ตัน); สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (141,652 ตัน);
เตอร์กี (138,022 ตัน); อิรัก (112,981 ตัน) และมาดากัสการ์
(65,114 ตัน)
บาสมาติ
ข้าวนึ่ง
ข้าวขาว
ที่มา: ค�ำนวณจากข้อมูล Global Trade

การพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวของประเทศในเอเชียใต้

  • 1.
    70 Rice Market Economics เศรษฐศาสตร์ตลาดข้าว โดยรศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ และผู้ประสานงานโครงการ “งานวิจัยเชิงนโยบายเกษตร” ภายใต้การสนับสนุนของสำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) การพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าว ของประเทศในเอเชียใต้ และการส่งออกของอินเดีย ภูมิภาคเอเชียใต้ประกอบไปด้วยประเทศอินเดียปากีสถานบังกลาเทศภูฏานอัฟกานิสถาน เนปาล ศรีลังกา และมัลดีฟส์ ธัญพืชอาหารจานหลักที่ส�ำคัญของประชากรในภูมิภาคนี้ได้แก่ ข้าวและข้าวสาลี อย่างไรก็ตาม ประชากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังมีสัดส่วนของการบริโภคข้าว มากกว่าข้าวสาลี การผลิตข้าวในภูมิภาคนี้จึงเป็นทั้งพืชอาหารหลัก อาชีพ และวิถีชีวิตของ ครัวเรือนเกษตรกรในภูมิภาคไปพร้อมๆกันนอกจากนี้ในภูมิภาคเอเชียใต้ยังเป็นแหล่งส่งออกข้าว ที่ส�ำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมีอินเดียเป็นผู้ส่งออกรายส�ำคัญของภูมิภาค การบริโภคข้าว ของเอเชียใต้ ภูมิภาคเอเชียใต้แบ่งออกเป็น2ส่วน1.อนุทวีปอินเดียได้แก่อินเดียปากีสถานบังกลาเทศ และรวมถึงกลุ่มประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัย ได้แก่ เนปาล ภูฏาน และอัฟกานิสถาน 2.กลุ่มประเทศที่มีพื้นทะเลล้อมรอบ ได้แก่ ศรีลังกาและมัลดีฟส์ ในภาพรวมแล้วภูมิภาค เอเชียใต้มีประชากรทั้งหมดประมาณ 1.78 ล้านคน ทั้งนี้อินเดียมีประชากรมากที่สุดถึง สามในสี่ส่วนของประชากรในภูมิภาค รองลงมา ได้แก่ ปากีสถานและบังกลาเทศ การมีประชากร จ�ำนวนมากท�ำให้อินเดียมีสัดส่วนการบริโภคข้าวถึงร้อยละ67.70(ประมาณ93.57 ล้านตัน) ของการบริโภคข้าวภายในภูมิภาค (ประมาณ 138 ล้านตันข้าวสาร) (ตารางที่ 1) ส�ำหรับ อัตราการบริโภคข้าวต่อคนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ โดยพิจารณาจากปริมาณการใช้ ภายในประเทศหารด้วยจ�ำนวนประชากรของประเทศนั้นๆ พบว่า บังกลาเทศมีสัดส่วนของ การบริโภคข้าวต่อคนสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ ภูฏาน ศรีลังกา และเนปาล ซึ่งสะท้อนถึง ความส�ำคัญของข้าวที่เป็นอาหารจานหลักในประเทศนั้นๆ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าปากีสถานและ อัฟกานิสถานมีการบริโภคข้าวต่อบุคคลในสัดส่วนที่ต�่ำซึ่งหมายถึงข้าวไม่ได้เป็นอาหารจานหลัก ของประชากรในประเทศดังกล่าว
  • 2.
    71 ตารางที่ 1 ประชากรและการบริโภคข้าวของประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ ตารางที่2 พื้นที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต อุปทานผลผลิตส่วนเกิน และส่วนขาดของประเทศในเอเชียใต้ ประเทศ ประเทศ ประชากร (ล้านคน)a/ พื้นที่เก็บเกี่ยว (ล้านไร่) การบริโภคต่อคน (กก.) อุปทานส่วนเกิน2/ (พันตันข้าวสาร)b/ การบริโภค (พันตันข้าวสาร)b/ การผลิต (พันตันข้าวสาร)b/ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล ภูฏาน อัฟกานิสถาน ศรีลังกา มัลดีฟส์ รวม อินเดีย ปากีสถาน รวม บังกลาเทศ เนปาล ภูฏาน อัฟกานิสถาน ศรีลังกา มัลดีฟส์ รวม รวมทั้งหมด 1,339.18 197.02 164.67 29.30 0.80 35.53 20.88 0.42 1,787.80 274.09 18.07 292.16 70.75 9.29 0.13 1.38 5.01 - 86.56 378.72 69.87 13.96 212.54 113.21 161.25 17.45 125.14 58.61 77.20 +10,840 +4,050 +14,890 -420b/ -37c/ -79c/ -160b/ -415c/ -25d/ -1,136 +13,754 93,568b/ 2,750b/ 35,000b/ 3,317c/ 129c/ 620b/ 2,613c/ 25d/ 138,022 104,408 6,800 111,208 34,580b/ 3,280c/ 50c/ 460b/ 2,198c/ - 40,456 151,664 ที่มา: a/ http://www.worldometers.info/world-population/southern-asia-population/ b/ USDA : World Rice Trade, October 2017; c/ http://ricepedia.net/d/ แปลงจากข้อมูลการน�ำเข้าจาก http://www.helgilibrary.com/ หมายเหตุ: +หมายถึงอุปทานผลผลิตส่วนเกินและ-หมายถึงอุปทานผลผลิตส่วนขาด ที่มา: b/ USDA : World Rice Trade, October 2017; c/ http://ricepedia.net/ d/ แปลงจากข้อมูลการน�ำเข้า http://www helgilibrary.com/indicators/rice การบริโภคข้าวต่อคนของอินเดียมี มากกว่าการบริโภคข้าวต่อคนของปากีสถาน และอัฟกานิสถาน แต่มีน้อยกว่าการบริโภค ข้าวต่อคนของบังกลาเทศและศรีลังกา เนปาล และภูฏาน ซึ่งบ่งบอกถึงการบริโภคข้าวและ ข้าวสาลีเป็นอาหารจานหลักในประเทศดังกล่าว แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคย่อย โดยภูมิภาค ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย จะมีการบริโภคข้าวสาลีเป็นหลักมากกว่าข้าว ส่วนทางตอนใต้ตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตก ของอินเดีย ประชากรจะบริโภคข้าวเป็นอาหาร จานหลักมากกว่าข้าวสาลี ส่วนประเทศมัลดีฟส์ นั้น การบริโภคมีเพียง24.62 พันตันเนื่องจาก มีประชากรจ�ำนวนน้อยและการบริโภคต่อคน มีประมาณ 58.61 กก. ต่อคนต่อปี การผลิตข้าวของเอเชียใต้ และการพึ่งพิงตนเอง ในภูมิภาค การเพาะปลูกข้าวในเอเชียใต้ประกอบด้วย เกษตรกรขนาดเล็กเป็นจ�ำนวนมากประมาณว่า ในภูมิภาคเอเชียใต้มีครัวเรือนที่เพาะปลูกข้าว ไม่น้อยกว่า 50 ล้านครัวเรือน1 ทั้งนี้ FAO ได้ รายงานว่าในภูมิภาคเอเชียใต้มีพื้นที่เก็บเกี่ยว ข้าวโดยรวมประมาณ 378.22 ล้านไร่ และ มีผลผลิตโดยรวมประมาณ 151.66 ล้านตัน ข้าวสาร (ตารางที่ 2) หรือประมาณร้อยละ 36.21 ของผลผลิตข้าวสารในทวีปเอเชีย ประเทศผู้ผลิตข้าวในภูมิภาคนี้จัดแบ่งออกได้ เป็นสองกลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่หนึ่งเป็นกลุ่ม ประเทศที่พึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีอุปทานผลผลิตมากกว่าความต้องการ ใช้ภายในประเทศ ได้แก่ อินเดียและปากีสถาน ทั้งนี้อินเดียมีสัดส่วนของผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 68.84 ของผลผลิตในภูมิภาค ส่วนปากีสถาน มีสัดส่วนการผลิตเพียงร้อยละ4.48 ซึ่งน้อยกว่า ผลผลิตของบังกลาเทศ แต่การที่ประชากรใน ประเทศมีการบริโภคข้าวน้อยกว่าการบริโภค ข้าวสาลีท�ำให้ปากีสถานมีอุปทานผลผลิตข้าว ส่วนเกินจากการใช้บริโภคภายในประเทศ ปริมาณผลผลิตข้าวส่วนเกินของสองประเทศนี้ มีรวมกันประมาณ 14.89 ล้านตันข้าวสาร กลุ่มประเทศที่พึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์ กลุ่มประเทศที่ไม่สามารถพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์
  • 3.
    72 โดยอินเดียมีอุปทานผลผลิตส่วนเกินถึงร้อยละ72.80 ของอุปทานผลผลิตส่วนเกินในภูมิภาคและ ที่เหลืออีกร้อยละ 27.20เป็นอุปทานผลผลิตส่วนเกินจากปากีสถาน ดังนั้น ทั้งสองประเทศ ดังกล่าวจึงพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์และมีปริมาณส่วนเกินเป็นสินค้าส่งออก กลุ่มที่สองประกอบด้วยกลุ่มประเทศที่ไม่สามารถพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์ เพราะมีปริมาณผลผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศและต้อง น�ำเข้าข้าวมาเสริม ได้แก่ บังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน และอัฟกานิสถาน ดังจะเห็นได้ว่า การมีประชากรจ�ำนวนมากของบังคลาเทศและพื้นที่เพาะปลูกข้าวของประเทศที่ได้รับผลกระทบ ทั้งจากภัยน�้ำท่วมและฝนแล้งอยู่เป็นประจ�ำท�ำให้ปริมาณผลผลิตในแต่ละปีของบังกลาเทศมี ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศและต้องน�ำเข้าข้าวมาเสริมให้กับอุปทานผลผลิต ภายในประเทศ ในขณะที่เนปาล ภูฏาน และอัฟกานิสถานมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวน้อยเพราะเป็น ประเทศที่รายล้อมด้วยภูเขาสูงท�ำให้มีเนื้อที่การเกษตรค่อนข้างจ�ำกัด ส่วนประเทศศรีลังกาเนื่องจากเป็นประเทศที่มีทะเลล้อมรอบในพื้นที่ที่ใช้เพาะปลูกข้าว มีจ�ำกัดและต้องน�ำเข้าข้าวมาเพิ่มให้กับอุปทานผลผลิตในประเทศเพื่อให้ เพียงพอกับความต้องการ ใช้ภายในประเทศ ในกรณีของประเทศมัลดีฟส์ซึ่งเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดียพบว่าไม่มี พื้นที่เพาะปลูกข้าว ข้าวที่ใช้บริโภคภายในประเทศจึงเป็นการน�ำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งหมด ประเทศในกลุ่มที่สองนี้จะมีผลผลิตข้าวโดยรวมประมาณ 40.46 ล้านตัน และมีการใช้ บริโภคภายในประเทศ 41.70 ล้านตัน ท�ำให้มีอุปทานผลผลิตไม่เพียงพอซึ่งนอกจากจะใช้จาก สต็อกภายในประเทศแล้วยังได้น�ำเข้าข้าวอีกประมาณ 1.14 ล้านตัน2 ในปี 2559 อย่างไรก็ตามหากหากพิจารณาถึงอุปทาน ส่วนเกินของผลผลิตส่วนเกินสุทธิในภูมิภาค แล้วพบว่ามีมากถึง13.75 ล้านตัน3 ซึ่งอุปทาน ส่วนเกินดังกล่าวจะถูกส่งออกไปยังนอกภูมิภาค อินเดียผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ ของภูมิภาคเอเชียใต้ ในภูมิภาคเอเชียใต้อินเดียเป็นประเทศ ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาอินเดียยังได้ก้าว ขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก อีกด้วย โดยในปี 2559 อินเดียมีปริมาณ ส่งออกข้าวรวม 9.99 ล้านตันข้าวสาร4 การ ส่งออกข้าวของอินเดียแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่ม ใหญ่ๆ ได้แก่ ข้าวบาสมาติ ข้าวนึ่ง และข้าว ขาวอื่นๆ ทั้งนี้หากดูสัดส่วนการส่งออกข้าว ทั้งสามชนิดในปี2559 พบว่าอินเดียส่งออกข้าว บาสมาติมากที่สุดหรือร้อยละ38.89 รองลงมา ได้แก่ข้าวนึ่งร้อยละ 36.72 และข้าวสารขาว และอื่นๆ ร้อยละ24.39 ตามล�ำดับ(ตารางที่3) ตลาดส่งออกข้าวของอินเดียหากแบ่ง ตามชนิดของข้าวพบว่า ตลาดข้าวบาสมาติ ที่ส�ำคัญของอินเดียใน 5 ล�ำดับแรก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน อิรัก และคูเวต ตลาดข้าวนึ่งของอินเดีย 5 ล�ำดับแรก ได้แก่ เบนิน กินี-บิสเซา โซมาเลีย โกตดิวัวร์ และแอฟริกาใต้ ส่วนตลาดข้าวขาว ของอินเดีย5 ล�ำดับแรก ได่แก่ เนปาล สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ เตอร์กี อิรัก และมาดากัสการ์ (ตารางที่ 4) ตารางที่ 3 ปริมาณการส่งออกข้าวของอินเดียแยกตามประเภทข้าวปี 2559 ชนิดของข้าว ปริมาณ (ตัน) ร้อยละ การส่งออก ข้าวบาสมาติ ข้าวนึ่ง ข้าวขาวอื่นๆ รวม 3,884,601 3,667,111 2,436,034 9,987,745 38.89 36.72 24.39 100.00 ที่มา: คำ�นวณจากข้อมูล Global Trade
  • 4.
    73 เนื่องจากข้าวบาสมาติเป็นข้าวหอมและ ข้าวคุณภาพมีแหล่งผลิตจ�ำเพาะในเอเชียใต้ โดยมีอินเดียเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ ในภูมิภาค ตลาดการค้าข้าวบาสมาติของโลก มีประมาณ4.5 ล้านตันในที่นี้อินเดียเป็น ผู้ถือครองตลาดประมาณสี่ในห้าส่วนของตลาด ข้าวบาสมาติ คู่แข่งขันในตลาดข้าวหอมบาสมาติ ของอินเดียได้แก่ปากีสถานซึ่งมีปริมาณการ ส่งออกประมาณหนึ่งในห้าส่วนของการส่งออก ข้าวบาสมาติส�ำหรับตลาดข้าวนึ่งโลกที่มีอยู่ ประมาณ 6 ล้านตันนั้น อินเดียเป็นผู้ถือครอง ตลาดข้าวนึ่งประมาณสามในห้าส่วนของตลาด ข้าวนึ่งโลกโดยมีไทยเป็นคู่แข่งขันที่ส�ำคัญ ในตลาดการค้าข้าวนึ่งของอินเดีย ส�ำหรับตลาด ข้าวขาวซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก คู่แข่งขันที่ส�ำคัญ ของอินเดียในตลาดการค้าข้าวสารขาวโลก ได้แก่ เวียดนาม ไทย และปากีสถาน ดังนั้น การพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวของ ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้โดยเฉพาะอินเดีย และปากีสถานยังสามารถมีผลผลิตข้าวส่วนเกิน ส่งเป็นสินค้าออก ยกเว้นบังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล อัฟกานิสถานและมัลดีฟส์ ที่ไม่สามารถ พึ่งพิงตนเองได้อย่างสมบูรณ์และเป็นผู้น�ำเข้า ข้าวทั้งจากในภูมิภาคและนอกภูมิภาค ส�ำหรับ ประเทศอินเดียที่มีผลผลิตส่วนเกินจ�ำนวนมาก จะยังคงเป็นคู่แข่งขันที่ส�ำคัญในตลาดการค้า ข้าวนึ่งและข้าวสารขาวของโลก ส�ำหรับตลาด ข้าวบาสมาติซึ่งมีความจ�ำเพาะของตลาด อินเดีย จะยังคงครองความเป็นผู้น�ำของตลาด ข้าวดังกล่าวไปอีกนาน หมายเหตุ1 IRRI “Rice in South Asia”2 ตัวเลขปริมาณการน�ำเข้าจะไม่เท่ากับปริมาณผลผลิตหักด้วยปริมาณ การบริโภค เพราะบางส่วนอาจจะใช้สต็อกที่เก็บไว้ในประเทศมาเสริม3 ค�ำนวณจากปริมาณผลผลิตทั้งหมดหักด้วยปริมาณการบริโภคทั้งหมด ในภูมิภาค4 ข้อมูลจาก Global Trade ตารางที่ 4 การส่งออกข้าวแยกตามชนิดของอินเดียไปยังตลาดหลัก 5 ประเทศแรกในปี 2559 ประเภทข้าว ประเทศที่นำ�เข้าข้าวจากอินเดีย 5 ลำ�ดับ ซาอุดีอาระเบีย (799,393 ตัน); สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (661,923 ตัน); อิหร่าน (658,202 ตัน); อิรัก (374,244 ตัน) และคูเวต (158,890 ตัน) เบนิน (627,165 ตัน); กินี-บิสเซา (497,028 ตัน); โซมาเลีย (313,443 ตัน); โกตดิวัวร์ (263,684 ตัน) และอเมริกาใต้ (250,897 ตัน) เนปาล (459,192 ตัน); สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (141,652 ตัน); เตอร์กี (138,022 ตัน); อิรัก (112,981 ตัน) และมาดากัสการ์ (65,114 ตัน) บาสมาติ ข้าวนึ่ง ข้าวขาว ที่มา: ค�ำนวณจากข้อมูล Global Trade