Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
ploypoll
1,229 views
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
6/15
Data & Analytics
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 10
2
/ 10
3
/ 10
4
/ 10
5
/ 10
6
/ 10
7
/ 10
8
/ 10
9
/ 10
10
/ 10
More Related Content
PDF
Present โครงงานคอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
by
ศิริวรรณ นามสวัสดิ์
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
by
ศิริวรรณ นามสวัสดิ์
PDF
Bathbomb
by
ptbelle eiei
PDF
โครางงานสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
by
Cheeses 'Zee
PDF
1
by
Thanamon Bannarat
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ (งานคู่)
by
Piyarat Kuljittipruet
PDF
คอม1
by
ployharukokojo
PDF
2560 project -4
by
sinekkn
Present โครงงานคอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
by
ศิริวรรณ นามสวัสดิ์
โครงงานคอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
by
ศิริวรรณ นามสวัสดิ์
Bathbomb
by
ptbelle eiei
โครางงานสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
by
Cheeses 'Zee
1
by
Thanamon Bannarat
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ (งานคู่)
by
Piyarat Kuljittipruet
คอม1
by
ployharukokojo
2560 project -4
by
sinekkn
What's hot
PDF
กากกาแฟสครับผิว
by
Jitrapron Tongon
PDF
โครงงานชาผักสมุนไพรพื้นบ้าน
by
Chok Ke
PDF
Bathbomb
by
ratcha belle
PDF
ใบงานที่5 โครงร่างโครงาน
by
Popeye Kotchakorn
PDF
Kannika1
by
KannikaChiraphiphatn
PPTX
หน่วย4 พระไตรปิฎกและพุทธศาสนสุภาษิต
by
วุฒิชาติ มาตย์นอก
DOC
โครงงาน สุดยอดว่านหางจระเข้
by
KuNg Pw
PDF
โครงงาน
by
Waratchaya Mangyasu
DOCX
โครงงานคอมพิวเตอร์ ยาดมสมุนไพร
by
Wichitchai Buathong
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์1
by
aomsin271895
PDF
2560 project
by
Paphatsara Rueancome
PDF
Projectm6 2-2556[โรบ -]
by
Assa Bouquet
DOC
2557 โครงงาน คอม
by
Jaturaphun
DOCX
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Supansa Tomdaeng
PDF
2562 final-project 612-33
by
Mai Lovelove
DOC
work
by
วราลี หอมนาน
DOCX
รูปเล่มคอมพิวเตอร์
by
poe15562
PDF
เกม
by
Pornthip Nabnain
PDF
Bathbomb
by
Fluke Mak
PDF
Bathbomb
by
ratcha belle
กากกาแฟสครับผิว
by
Jitrapron Tongon
โครงงานชาผักสมุนไพรพื้นบ้าน
by
Chok Ke
Bathbomb
by
ratcha belle
ใบงานที่5 โครงร่างโครงาน
by
Popeye Kotchakorn
Kannika1
by
KannikaChiraphiphatn
หน่วย4 พระไตรปิฎกและพุทธศาสนสุภาษิต
by
วุฒิชาติ มาตย์นอก
โครงงาน สุดยอดว่านหางจระเข้
by
KuNg Pw
โครงงาน
by
Waratchaya Mangyasu
โครงงานคอมพิวเตอร์ ยาดมสมุนไพร
by
Wichitchai Buathong
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์1
by
aomsin271895
2560 project
by
Paphatsara Rueancome
Projectm6 2-2556[โรบ -]
by
Assa Bouquet
2557 โครงงาน คอม
by
Jaturaphun
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Supansa Tomdaeng
2562 final-project 612-33
by
Mai Lovelove
work
by
วราลี หอมนาน
รูปเล่มคอมพิวเตอร์
by
poe15562
เกม
by
Pornthip Nabnain
Bathbomb
by
Fluke Mak
Bathbomb
by
ratcha belle
Viewers also liked
PPTX
Data as a Product by Wayne Eckerson
by
Zoomdata
DOCX
Ramesh_6.6_Years_Qlikview_Resume
by
rameshreddypanga
DOCX
CV_-_Salman_Shaikh-NEW.doc
by
salman shaikh
PPTX
Big Data Analytics
by
Tyrone Systems
PDF
alikadem
by
ali kadem
PPTX
3 top tools for taming big data
by
HPC Asia
PDF
Client Testimonials
by
Paul F. O'Connell
PPTX
Torta Pere e Cioccolato
by
giada torresani
Data as a Product by Wayne Eckerson
by
Zoomdata
Ramesh_6.6_Years_Qlikview_Resume
by
rameshreddypanga
CV_-_Salman_Shaikh-NEW.doc
by
salman shaikh
Big Data Analytics
by
Tyrone Systems
alikadem
by
ali kadem
3 top tools for taming big data
by
HPC Asia
Client Testimonials
by
Paul F. O'Connell
Torta Pere e Cioccolato
by
giada torresani
Similar to แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
PDF
กาแฟ
by
Phongsak Kongkham
PDF
Work1
by
pichayarakdeekhankam
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Phongsak Kongkham
PDF
Do you-know-green-tea
by
B'base Putthipong
PDF
ชาเขียว..เครื่องดื่มยอดนิยม
by
franceky
DOC
กาแฟดีต่อสุขภาพ
by
Ploy Jutamas
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Pukkad Kcn
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
ploypoll
DOCX
2562 final-project-15
by
KUMBELL
PDF
2559 project
by
โชติกา เมธา
PDF
Coffee & Health
by
newwy1
PDF
2559 project -1
by
Phurichaya Phuntawat
PDF
แบบโครงงาน Primrata
by
chayanit kaewjankamol
PDF
โครงร่าง
by
kikjirat norkit
DOC
แบบร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ 23 609
by
stampst
PDF
2559 project 09
by
Aom Tikamporn
PDF
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Arpaporm Homnan
PDF
2562 final-project 24
by
ssuser5a0579
PDF
2562 final-project
by
krisayapornintasan
PDF
2562 final-project 24-mkii
by
ssuser5a0579
กาแฟ
by
Phongsak Kongkham
Work1
by
pichayarakdeekhankam
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Phongsak Kongkham
Do you-know-green-tea
by
B'base Putthipong
ชาเขียว..เครื่องดื่มยอดนิยม
by
franceky
กาแฟดีต่อสุขภาพ
by
Ploy Jutamas
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Pukkad Kcn
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
ploypoll
2562 final-project-15
by
KUMBELL
2559 project
by
โชติกา เมธา
Coffee & Health
by
newwy1
2559 project -1
by
Phurichaya Phuntawat
แบบโครงงาน Primrata
by
chayanit kaewjankamol
โครงร่าง
by
kikjirat norkit
แบบร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ 23 609
by
stampst
2559 project 09
by
Aom Tikamporn
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Arpaporm Homnan
2562 final-project 24
by
ssuser5a0579
2562 final-project
by
krisayapornintasan
2562 final-project 24-mkii
by
ssuser5a0579
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
1.
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปีการศึกษา
2559 ชื่อโครงงาน การดื่มชาและกาแฟให้ดีต่อสุขภาพ ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์ นางสาวอารีรัตน์ สุทธเนตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/15 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34
2.
ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 1. นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์
เลขที่ 3 2. นางสาวอารีรัตน์ สุทธเนตร เลขที่ 5 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) การดื่มชาและกาแฟให้ดีต่อสุขภาพ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Drinking tea & coffee for good health ประเภทโครงงาน สื่อการเรียนการสอนเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์ และ นางสาวอารีรัตน์ สุทธเนตร ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559
3.
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ชา เป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจากใบ ยอดอ่อน
และก้านของต้นชา นามาผ่านกรรมวิธีแปรรูป หลากหลายแล้วยังหมายรวมถึงเครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ทาจากพืชตากแห้งชนิดต่างๆ ที่นามาชงหรือต้มกับน้าร้อน ชาจึงเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากน้าเปล่า ซึ่งชาสามารถแบ่ง หยาบๆ ได้ 6 ประเภท ได้แก่ ชาขาว, ชาเหลือง, ชาเขียว, ชาอูหลง, ชาดา และชาผู่เอ๋อร์ ชาทุกชนิดสามารถ ทาได้จากต้นชาต้นเดียวกัน แต่ผ่านกรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไป ก็จะเกิดชาขึ้นหลายแบบขึ้น ชาถูกจัดประเภทตามกระบวนการแปรรูปหลังจากเก็บเกี่ยว ใบของตนชาจะถูกทิ้งให้สลดและบ่ม โดย ทาให้เอนไซม์ในใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น โดยในชาดากระบวนการนี้จะดาเนินการคู่กันไปกับการทาให้ แห้ง หากไม่ระมัดระวังในการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิระหว่างกระบวนการผลิต ใบชาอาจขึ้นรา เกิดปฏิกิริยาสร้างสารพิษที่อาจเป็นสารก่อมะเร็งขึ้นได้ ทาให้รสชาติเสียไปและอันตรายต่อการบริโภค ชามีต้นกาเนิดในแถบเอเชียตะวันออก คือ จีนและอินเดีย แต่ในปัจจุบันมีปลูกกันทั่วไปในหลาย ประเทศ สาหรับประเทศไทยมีปลูกมาในจังหวัดเชียงใหม่ ชาจะเจริญงอกงามได้ดีในที่สูงตามภูเขาซึ่งมีดินอุดม สมบูรณ์และฝนตกชุก ใบชาเมื่อเก็บมาจาก้นแล้วจะต้องรีบทาให้แห้งโดยเร็ว โดยนามาคั่วในกระทะเพื่อทาลาย เอนไซม์ในใบชาให้หมดไป ทาให้ไม่เกิดการบูด ในใบชาจะประกอบด้วยกรดแกลโลเทนนิค (Gallo tannic acid) 15% ซึ่งจะทาให้สารเทนนิคออกมา โดยทั่วไปนิยมชงใบชากับน้าดื่ม เพื่อกระตุ้นไม่ให้ง่วงนอน และ นอกจากนี้ยังรักษาโรคท้องร่วงได้ คนไทยในภาคเหนือนิยมเคี้ยวและอมแทนการกินหมาก ชาวจีนรู้จักการบริโภคชามาแล้วกว่าพันปี ชาวบ้านในสมัยราชวงศ์ฮั่นใช้ชาเป็นยารักษา จีนถือเป็น ประเทศแรกที่รู้จักการดื่มชา โดยมีหลักฐานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสต์ศักราช นักวิทยาศาสตร์ชาว สิงคโปร์พบว่า การดื่มน้าชาช่วยให้สมองสดชื่น ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนั้นชาบางชนิด เช่น ชาอัญชัญ ชาใบหม่อน เจี่ยวกุ้หลาน และชาหญ้าหวาน ยังมีประโยชน์ที่จะช่วยที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและลด คอเลสเตอรอลลภายในร่างกาย ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง และโรคเบาหวานอีกด้วย จะเห็นได้ชัดว่าการดื่มชานั้นสร้างประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง แต่หากชาเกิดการแปรรูปผิดวิธีหรือ เกิดการนามาบริโภคผิดวิธี ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น สตรีมีครรภ์ หรือเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบ หรือผู้หญิงที่กาลังมีประจาเดือนไม่ควรดื่มชา เนื่องจากชาจะรวมตัวกับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่น ธาตุเหล็ก ซึ่งจะทาให้ผู้นั้นขาดสารอาหารบางชนิดได้ หรือในปัจจุบันผู้คนนิยมชงชาประกอบนมชนิดต่างๆ หรือการบริโภคชานมไข่มุก ซึ่งก่อให้เกิดโรคร้าย อาทิ โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่งผลเสีย พอๆ กับ การดื่มน้าอัดลมเลยทีเดียว
4.
กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ทาจากเมล็ดซึ่งได้จากต้นกาแฟ หรือมักเรียกว่า
เมล็ดกาแฟคั่ว มีการปลูกต้น กาแฟในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก นิยมดื่มแบบร้อนๆ บางครั้งมักใส่นมหรือครีมลงในถ้วยกาแฟ ในกาแฟ หนึ่งถ้วยมีส่วนประกอบของคาเฟอีน 80-140 มิลลิกรัม ทาให้มีสรรพคุณชูกาลังในมนุษย์ กาแฟสามารถแบ่ง ได้หลายชนิด ได้แก่ กาแฟดา, เอสเพรสโซ่, คาปูชิโน่, ลาเต้, มอคค่า, อเมริกาโน่ และกาแฟขาว ปัจจุบันกาแฟ เป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกับชาและน้าดื่ม “กาแฟเขียว” (กาแฟซึ่งยังไม่ผ่าน การคั่ว) เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก ชนิดของเมล็ดกาแฟนั้นมีหลายสายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมี 2 สายพัน์ ได้แก่ อารา บิก้า (Arabica) ซึ่งเป็นกาแฟแบบดั้งเดิม มีรสชาติดี และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนสูง และ สามารถปลูกในที่ที่อาราบิก้าปลูกไม่ได้ มีความทนทานและราคาถูก แต่ผู้คนไม่นิยมดื่มมากนักเนื่องจากมีรสขม และเปรี้ยว ส่วนโรบัสต้าที่มีคุณภาพดีมักถูกนาไปใช้เป็นส่วนผสมของเอสเพรสโซ่แบบผสม มีงานวิจัยหลายงานที่ระบุว่าเมล็ดกาแฟมีสารคาเฟอีนที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและกระตุ้นประสาท ส่วนกลาง การดื่มกาแฟจึงช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทาให้ตาแข็ง นอนไม่หลับแต่ทาให้ร่างกายสดชื่น ขจัด ความเซื่องซึมและอ่อนล้าได้ จากเนื้อหาข้างต้น ผู้จัดทาโครงงานจึงมีความคิดที่จะรวบรวมวิธีการบริโภคชาและกาแฟให้เกิด ประโยชน์อย่างที่สุด และรวมถึงการนาข้อมูลการบริโภคชาและกาแฟที่ผิดมาเผยแพร่แก่ทุกคน เพราะ เครื่องดื่มทั้งสองชนิดเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนนิยมดื่มกันทั่วโลก จึงควรมีวิธีการเรียบเรียงข้อมูลการบริโภคชาและ กาแฟที่ถูกต้อง เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคดีขึ้น มากกว่าการบริโภคแบบผิดๆ ที่ก่อแต่ผลเสีย จากสาเหตุต่างๆ นั้น จึงเกิดเป็นโครงงานที่พร้อมจะเผยแพร่การบริโภคชาและกาแฟที่ถูกต้อง และการบริโภคเพื่อลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคร้ายที่ตามมา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคชาและกาแฟที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงศึกษาการบริโภค ชาและกาแฟในแบบที่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ร่างกายด้วย 2. เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการดื่มชาและกาแฟที่ให้ทั้งผลดีและผลเสีย 3. เพื่อเผยแพร่การบริโภคชาและกาแฟที่ดีต่อร่างกาย รวมทั้งเผยแพร่วิธีการบริโภคที่จะทาให้ร่างกาย ได้รับผลเสียด้วย 4. เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาโครงงานนี้ สามารถดื่มชาด้วยวิธีการที่ให้ผลดีแก่ร่างกาย และหลีกเลี่ยงการบริโภคชา ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
5.
ขอบเขตโครงงาน ศึกษาข้อมูลเรื่องการดื่มชาและกาแฟที่ให้ผลในแบบต่างๆจากหนังสือและอินเทอร์เน็ต หลักการและทฤษฎี เครื่องดื่มประเภทน้าชามีมาช้านานกว่า 4700 ปี
นอกเหนือจากการเป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย แก้ง่วง ยังพบว่าสามารถแก้สารพัดโรคได้อีกด้วย เช่น ต้านอนุมูลอิสสระที่เกิดขึ้นภายในเซลของร่างกาย ต้านอาการ อักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลาไส้ ป้องกันตับจากสารพิษ และโรคอื่นๆอีกมากมายที่เกิดจากอนุมูลอิสสระ อย่างไรก็ตาม การที่เครื่องดื่มชาให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากมีองค์ประกอบของสารสาคัญในใบ ชาที่เรียกว่า แทนนิน หรือ ทีโพลีฟีนอล (Tea polyphenols) สารสาคัญกลุ่มนี้พบมากในพืชเกือบทุกชนิด แต่ ละชนิดอาจจะมีโครงสร้างทางเคมีที่แตกต่างกันไป สารแทนนินในใบชาสดหรือชาเขียวที่มีฤทธิ์ทางยาที่สาคัญ ได้แก่สารกลุ่มที่ชื่อว่า คาเทคชินส์ (catechins) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามีฤทธิ์ต้านโรคภัยได้มากมายหาก ดื่มเป็นประจา แต่สารสาคัญจากใบชามักจะสลายตัวได้ง่ายและรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศและ ความร้อน ดังนั้นเราลองมาพิจารณาดูว่าวิธีการชงชาหรือเครื่องดื่มชาแบบไหนที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ที่สุด หรือแบบไหนจะได้ประโยชน์น้อยที่สุด หรือไม่ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเลย หรือในทางตรงกันข้ามมีผลเสีย ต่อร่างกายก็เป็นไปได้ 1. สาหรับผู้ที่นิยมดื่มน้าชาร้อนๆ สารสาคัญที่เป็นประโยชน์คือ ‘คาเทคชินส์’ (Catechins) จะถูกความ ร้อนทาลายไปเกือบหมด คงเหลือแต่ความหอมและรสชาด ถ้าต้องการให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกายแต่ยังนิยมชาร้อนๆ ควรดื่มน้าชาที่เข้มข้น เช่นเดียวกับคนจีนแต้จิ๋ว ที่นิยมชงชาจีนรสเข้มข้น ในถ้วยชาใบจิ๋วคล้ายกับการดื่มกาแฟเอ็กซ์เพรซโซ่ ความเข้มข้นของใบชาจะทาให้มีปริมาณสารคา เทคชินส์ที่เข้มข้น และแม้ว่าสารเหล่านี้จะสลายตัวไปบางส่วนเมื่อโดนความร้อนจากน้าร้อน แต่จะ ยังคงมีบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ ที่พอจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้บ้าง 2. ชาเขียวหรือสารสกัดจากใบชาสด หากนามาเตรียมเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นจะช่วยรักษาคุณค่า ของสารสาคัญในใบชาไว้ได้ดี อย่างไรก็ตามหากขบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวที่ต้องผ่านขบวนการ ต้มหรือทาให้ร้อนในขบวนการฆ่าเชื้อจุลลินทรีย์ก่อนบรรจุลงในขวด ปริมาณสารสาคัญในน้าชาก็จะ ถูกทาลายหรือลดน้อยลงไปเช่นกัน 3. การดื่มน้าชาไม่ว่าจะชาร้อนหรือชาแช่เย็น ไม่ควรแต่งรสด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะน้านมสด นมข้นหรือ นมผง เพราะโปรตีนในนมจะไปจับกับสารสาคัญในชา และทาลายประสิทธิภาพสารออกฤทธิ์ที่เป็น
6.
ประโยชน์ต่อร่างกาย วิธีการดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงควรดื่มน้าชาล้วนๆไม่ควรปรุง แต่ง
สาหรับผู้ที่ชื่นชอบชาเย็นใส่นม จะไม่ได้ประโยชน์จากใบชาเลย 4. ผู้ที่รับประทานวิตามินเสริม เช่น ธาตุเหล็ก เกลือแร่ หรือยาที่คล้ายคลึงกัน ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้าชา ร่วมไปด้วย เพราะสารสาคัญจากใบชาจะไปตกตะกอนธาตุเหล็กหรือเกลือแร่ไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ ร่างกาย ในกรณีที่ดื่มน้าชาร่วมกับการรับประทานอาหาร แร่ธาตุต่างๆจากผักใบเขียวหรือจากผลไม้ก็ จะถูกสารสาคัญจากชาจับไว้หมดไม่ให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเช่นกัน 5. โทษของการดื่มชาต่อร่างกายก็มีรายงานเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสาคัญคือแทนนิน ซึ่งจะไป ตกตะกอนโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆจากอาหารที่รับประทาน ทาให้ลดการดูดซึมของสารอาหารที่มี คุณค่าต่อร่างกาย ดังนั้นจึงมักจะมีคาแนะนาไม่ให้เด็กดื่มน้าชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแช่เย็นหรือชาร้อน เพราะจะทาให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ 6. ใบชายังมีองค์ประกอบที่ให้โทษต่อร่างกายที่ยังไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงคือ มีองค์ประกอบของฟรูออไรด์ ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง และสูงกว่าปริมาณในน้าประปา การที่ร่างกายได้รับเข้าไปทุกวันจากการดื่ม น้าชาเป็นประจา จะเกิดการสะสม มีผลให้ไตวาย เกิดมะเร็งลาไส้ โรคกระดูกพรุน (Osteofluorosis) โรคข้อ และโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับกระดูก แต่ผู้ที่ดื่มไม่มาก ก็คงไม่ต้องกังวล 7. ใบชายังมีสารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอีก คือ สารที่ชื่อว่า “ออกซาเรท oxalate” แม้ว่าสารชนิดนี้จะมีอยู่ น้อย แต่หากผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชามากๆและดื่มบ่อยๆเป็นประจา จะสะสมสารออกซาเรทในร่างกาย ได้ สารชนิดนี้มีรายงานว่ามีผลทาลายไต 8. ใบชามีสารคาเฟอินน์ ในปริมาณสูง อาจสูงกว่าในเมล็ดกาแฟด้วยซ้าไป เพียงแต่การดื่มน้าชา สาร แทนนินจากน้าชาจะป้องกันหรือลดการดูดซึมของคาแฟอินน์เข้าสู่ร่างกาย ทาให้ฤทธิ์การกระตุ้นหัวใจ และสมองน้อยกว่ากาแฟมาก จากที่กล่าวไปข้างต้น พอสรุปได้ว่าเครื่องดื่มชามีทั้งคุณและโทษต่อร่างกาย ขึ้นอยู่กับการบริโภค ถ้า มากเกินไปจะเป็นโทษได้ ผู้ที่นิยมนาสารสกัดจากชาเขียวไปทาสปา โดยการหมักบนใบหน้าและผิวหนัง ควร ผสมกับน้าเย็น ไม่ควรผสมน้านมเด็ดขาด เพราะจะไปทาลายคุณค่าของสารสกัดชาเขียวตามที่กล่าวไปแล้ว ข้างต้น การนาสารสกัดชาเขียวไปผสมกับอาหารอื่นๆ หากต้องนาไปทาให้ร้อน เช่น ขนมเค้ก คุณค่าชาเขียวจะ หมดไป คงเหลือแต่รสชาติเท่านั้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดชาเขียวไปผ่าน ขบวนการความร้อน เพื่อคงคุณค่าของชาเขียวต่อสุขภาพร่างกาย บทความฉบับนี้อาจทาให้ผู้บริโภคหลายคนงง เพราะเคยทราบแต่สารพัดประโยชน์ของชาเขียว แต่ อ่านแล้วคงไม่ทาให้กลัวการการดื่มชา องค์ความรู้จากนักวิจัยจะช่วยให้เราระวังไม่บริโภคมากเกินไป เพราะ เช่นเดียวกับทุกอย่าง ถ้ามากไปมักจะมีให้ผลเสียต่อร่างกายได้
7.
ส่วนประกอบที่สาคัญของกาแฟคือ caffeine หรือมีชื่อทางเคมีว่า
1,3,7 trimethylxanthine ซึ่ง เป็นอนุพันธ์ของยาขยายหลอดลม theophylline caffeine สามารถพบได้ในหลายชนิดได้แก่ เมล็ดคา เมล็ด กาแฟ ใบชา โคลา caffeine ถูกผสมลงในน้าอัดลม ยาแก้หวัดบางชนิด ยาแก้ปวด ยาลดน้าหนัก กาแฟจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วหลังจากที่เราดื่มกาแฟและจะถูกขับออกไปครึ่งหนึ่งในเวลา ประมาณ 4 ชั่วโมงกาแฟจะไม่สะสมในร่างกาย โดยจะถูกทาลายและขับออกหมด ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีการ ขับถ่ายกาแฟมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ ดังนั้นคนที่สูบบุหรี่หากต้องการ การกระตุ้นของกาแฟ จะต้องดื่มกาแฟบ่อย กว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ คนท้องและผู้ที่กินยาคุมกาเนิดจะมีการขับกาแฟน้อยกว่าคนทั่วไป กาแฟจะออกฤทธิ์โดย การกระตุ้นสมอง ทาให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ ปริมาณ caffeine ที่มีในเครื่องดื่มแต่ละชนิดขึ้นกับความเข้มข้น ตารางข้างล่างเป็นตัวอย่าง ปริมาณกาแฟMilligrams of Caffeine และชนิดของเครื่องดื่ม นักวิทยาศาสตร์ประมาณว่าวันหนึ่ง ๆ เราจะรับสาร caffeine ประมาณ 250-600 มก. ซึ่งไม่เกิดผล ข้างเคียงต่อร่างกาย
8.
ผลดีของกาแฟ กาแฟจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทาให้ไม่ง่วง สมาธิในการทางานดีขึ้น ผู้ที่ดื่มกาแฟจะทาให้ ไม่ง่วงนอน
มีสมาธิในการทางาน และยังทาให้ความสามารถในการทางานดีขึ้น และยังลดอาการปวดเมื่อย เนื่องจากไข้หวัด ผลต่อสมรรถภาพของร่างกายดีขึ้น เช่นการขี่จักรยาน การว่ายน้า เล่นกีฬาได้นานขึ้น ผลดีของกาแฟจะทาให้ไม่ง่วงนอน โดยเฉพาะผู้ที่ทางานเป็นกะ และช่วยลดอุบัติเหตุขณะขับรถ กระตุ้นอวัยวะของร่างกายและเพิ่มการเผาผลาญไขมันและช่วยลดน้าหนักได้ด้วย กาแฟจะมีฤทธิ์ขับ ปัสสาวะอ่อน ๆ ดังนั้นขณะออกกาลังกายหรือหลังออกกาลังกายไม่ควรรับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟ เพราะจะทาให้ร่างกายขาดน้า ดื่มนาน ๆ จะติดกาแฟหรือไม่ องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ไม่มีหลักฐานว่ากาแฟจะเป็นสารซึ่งหากดื่มนาน ๆ แล้วจะเสพติด การดื่ม กาแฟจะเป็นนิสัยมากกว่าเสพติด เนื่องจากไม่จาเป็นต้องเพิ่มปริมาณของกาแฟ และเมื่อหยุดกาแฟบางคนก็ เกิดอาการปวดหรือมึนศีรษะเพียงเล็กน้อย ผลดีของกาแฟต่อสุขภาพ โรคหอบหืด มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว จะลดอาการหอบหืด หากดื่มมากกว่า 6 แก้ว การทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้น กาแฟก็เหมือนกับพืชอื่น ๆ มีสาร flavanoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การดื่มกาแฟจะลดอาการง่วงนอน และทาให้มีสมาธิในการทางานดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทางานเป็นกะ และลดอุบัติเหตุขณะขับขี่ กาแฟช่วยลดอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล การดื่มกาแฟเป็นประจาจะลดอุบัติการณ์การเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และยังลดอุบัติการณ์ของนิ่ว ในถุงน้าดี มีหลักฐานพอจะเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะป้องกันมะเร็งลาไส้ใหญ่เมื่อดื่มวันละ 4 แก้ว กาแฟกับสุขภาพสตรี กาแฟกับการตั้งครรภ์ The Food Standards Agency ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะ เป็นผลเสียต่อการตั้งครรภ์ แต่จากหลักฐานยังไม่พบผลเสียดังกล่าว ประเทศอังกฤษได้แนะนาว่าการดื่มวันละ 3-4 แก้ว ขณะตั้งครรภ์ไม่เกิดผลเสีย สาหรับผู้ที่ตั้งท้องหากงดได้ก็น่าจะงด การเป็นหมัน พบว่าหากดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้ว จะมีโอกาสเกิดการเป็นหมันเพิ่มขึ้น
9.
กาแฟกับโรคกระดูกพรุน ยังมีรายงานทั้งสนับสนุนว่าการดื่มกาแฟทาให้เกิดโรคกระดูกพรุน บางรายงานก็กล่าวว่าไม่เกิดโรค ผู้ที่ เกิดโรคกระดูกพรุนมักจะได้รับแคลเซียมไม่พอ
แนะนาว่าควรจะดื่มนมเพิ่ม สาหรับผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2 แก้ว ขึ้นไป กาแฟกับโรคมะเร็ง มีรายงานจาก World Cancer Research Fund ว่าการดื่มกาแฟปริมาณปานกลางไม่มี ความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง มีรายงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟมีผลดีต่อการป้องกันมะเร็งตับอ่อนเล็กน้อย มีรายงานว่าการดื่มกาแฟอาจจะมีผลป้องกันโรคมะเร็งลาไส้ใหญ่ กาแฟกับโรคหัวใจ เท่ามีรายงานขณะนี้พบว่าการดื่มกาแฟวันละ 4 แก้ว ไม่มีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจ การดื่มกาแฟเป็นประจาไม่ทาให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การดื่มกาแฟครั้งแรกจะทาให้ความดันขึ้น ชั่วคราว กาแฟกับโรคเบาหวาน จากการศึกษาพบว่า การดื่มกาแฟจะทาให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มขึ้น 15 % กรดไขมันในเลือด เพิ่มขึ้น ฮอร์โมน epinephrine เพิ่มสูงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน เอกสารอ้างอิง 1. http://www.thekitchn.com/does-putting-milk-in-your-tea-negate-its-health-benefits- food-news-177896 2. https://www.healthstatus.com/health_blog/diabetes-3/milk-in-your-tea-not-a-good- idea/ 3. http://ajcn.nutrition.org/content/81/1/326S.full 4. http://journal.frontiersin.org/article/10.3389/fphar.2016.00192/full
10.
5. http://www.m.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-960/green-tea 6. http://www.teaanswers.com/side-effects-tea/ 7.
http://health.kapook.com/view4592.html
Download