แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6
ปีการศึกษา 2559
ชื่อโครงงาน
การดื่มชาให้ดีต่อสุขภาพ
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/15 เลขที่ 3
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
1. นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์ เลขที่ 3
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
การดื่มชาให้ดีต่อสุขภาพ
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Drinking tea for good health
ประเภทโครงงาน สื่อการเรียนการสอนเพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์
ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ชาเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจากใบ ยอดอ่อน และก้านของต้นชา นามาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลากหลาย
แล้วยังหมายรวมถึงเครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ทาจากพืชตากแห้งชนิดต่างๆ ที่นามาชงหรือต้มกับน้าร้อน
ชาจึงเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากน้าเปล่า ซึ่งชาสามารถแบ่งหยาบๆ
ได้ 6 ประเภท ได้แก่ ชาขาว, ชาเหลือง, ชาเขียว, ชาอูหลง, ชาดา และชาผู่เอ๋อร์ ชาทุกชนิดสามารถทาได้จากต้น
ชาต้นเดียวกัน แต่ผ่านกรรมวิธีแตกต่างกันออกไป ก็จะเกิดชาหลากหลายแบบขึ้น
ชาถูกจัดประเภทตามกระบวนการแปรรูปหลังจากการเก็บเกี่ยว ใบของต้นชาจะถูกทิ้งให้สลดและบ่ม โดย
ทาให้เอนไซม์ในใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับออกซิเจนในอากาศ ใบชาจะมีสีเข้มขึ้น คลอโรฟิลล์ในใบชาจะ
แตกตัว กลายเป็นสารแทนนินที่ให้รสฝาด ต่อจากนั้นต้องหยุดการทางานของเอนไซม์ โดยใช้ความร้อนเพื่อให้หยุด
ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น โดยในชาดากระบวนการนี้จะดาเนินคู่กันไปกับการทาให้แห้ง หากไม่ระมัดระวังในการ
ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิระหว่างกระบวนการผลิต ใบชาอาจขึ้นรา เกิดปฏิกิริยาสร้างสารพิษที่อาจเป็นสารก่อ
มะเร็งขึ้นได้ ทาให้รสชาติเสียไปและอันตรายต่อการบริโภค
ชามีต้นกาเนิดในแถบเอเชียตะวันออก คือจีนและอินเดีย แต่ในปัจจุบันมีปลูกกันทั่วไปในหลายประเทศ
สาหรับประเทศไทยมีปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ ชาจะเจริญงอกงามได้ดีในที่สูงตามภูเขาซึ่งมีดินอุดมสมบูรณ์และ
ฝนตกชุก ใบชาเมื่อเก็บมาจากต้นแล้วจะต้องรีบทาให้แห้งโดยเร็ว โดยนามาคั่วในกะทะเพื่อทาลายเอนไซม์ในใบชา
ให้หมดไป ทาให้ไม่เกิดการบูด ในใบชาจะประกอบด้วยกรดแกลโลแทนนิด (Gallo tannic acid) 15% ซึ่งจะให้
สารแทนนินออกมา โดยทั่วไปนิยมชงใบชากับน้าดื่มเพื่อกระตุ้นให้ไม่ง่วงนอน และนอกจากนี้ยังรักษาโรคท้องร่วง
ได้ คนไทยในภาคเหนือนิยมเคี้ยวและอมแทนการกินหมาก
ชาวจีนรู้จักการบริโภคชามาแล้วกว่าพันปี ชาวบ้านในสมัยราชวงศ์ฮั่นใช้ชาเป็นยารักษา จีนถือเป็น
ประเทศแรกที่รู้จักการดื่มชา โดยมีหลักฐานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสต์ศักราช นักวิทยาศาสตร์ชาวสิงคโปร์
พบว่า การดื่มน้าชาช่วยให้สมองสดชื่น ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนั้นชาบางชนิด เช่น ชาอัญชัน ชาใบหม่อน
เจี่ยวกู้หลาน และชาหญ้าหวาน ยังมีประโยชน์ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย ช่วย
ยับยั้งโรคมะเร็ง และโรคเบาหวานอีกด้วย
จะเห็นได้ชัดว่าการดื่มชานั้นสร้างประโยชน์ต่อร่างการหลายอย่าง แต่หากชาเกิดการแปรรูปผิดวิธีหรือเกิด
การนามาบริโภคผิดวิธี ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น สตรีมีครรภ์ หรือเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบ
หรือผู้หญิงที่กาลังมีประจาเดือนไม่ควรดื่มชา เนื่องจากชาจะรวมตัวกับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่นธาตุ
เหล็ก ซึ่งจะทาให้ผู้นั้นขาดสารอาหารบางชนิดได้ หรือในปัจจุบันผู้คนนิยมชงชาประกอบกับนมชนิดต่างๆ หรือการ
บริโภคชานมไข่มุก ซึ่งก่อให้เกิดโรคร้าย อาทิ โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่งผลเสียพอๆ กับ
การดื่มน้าอัดลมเลยทีเดียว
จากเนื้อหาข้างต้น ผู้จัดทาโครงงานจึงมีความคิดที่จะรวบรวมวิธีการบริโภคชาให้เกิดประโยชน์อย่างที่สุด
และรวมถึงการนาข้อมูลการบริโภคชาที่ผิดวิธีมาเผยแพร่แก่ทุกคน เพราะชาเป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมดื่ม จึง
ควรมีวิธีการเรียบเรียงข้อมูลการบริโภคชาที่ถูกทาง เพื่อให้สุขภาพของผู้บริโภคดีขึ้น มากกว่าการบริโภคแบบผิดๆ
ที่ก่อแต่ผลเสีย จากสาเหตุต่างๆ นั้น จึงเกิดเป็นโครงงานที่พร้อมจะเผยแพร่การบริโภคชาให้ถูกวิธี และการบริโภค
ชาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายที่ตามมา
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคชาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงศึกษาการบริโภคชาที่ก่อผลเสีย
ต่อร่างกายด้วย
2. เพื่อรวบรวมข้อมูลการดื่มชาที่ให้ทั้งผลดีหรือผลเสียต่อร่างกาย
3. เพื่อเผยแพร่การบริโภคชาที่ให้ผลดีต่อร่างกาย และเผยแพร่วิธีการบริโภคชาที่เป็นอันตราย
4. เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาโครงงานนี้ สามารถดื่มชาโดยวิธีที่ให้ผลดี และสามารถหลีกเลี่ยงการดื่มชาที่ให้ผลเสียได้
ขอบเขตโครงงาน
ศึกษาข้อมูลเรื่องการดื่มชาที่ให้ผลในแบบต่างๆ จากอินเทอร์เน็ตและหนังสือ
หลักการและทฤษฎี
ความรู้เรื่องชาและการดื่มชา

แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์

  • 1.
    แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร6 ปีการศึกษา 2559 ชื่อโครงงาน การดื่มชาให้ดีต่อสุขภาพ ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/15 เลขที่ 3 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 1. นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์เลขที่ 3 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) การดื่มชาให้ดีต่อสุขภาพ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Drinking tea for good health ประเภทโครงงาน สื่อการเรียนการสอนเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวณัฐณิชา ดารงค์วรวัฒน์ ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559
  • 3.
    ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ชาเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจากใบ ยอดอ่อน และก้านของต้นชานามาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลากหลาย แล้วยังหมายรวมถึงเครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ทาจากพืชตากแห้งชนิดต่างๆ ที่นามาชงหรือต้มกับน้าร้อน ชาจึงเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากน้าเปล่า ซึ่งชาสามารถแบ่งหยาบๆ ได้ 6 ประเภท ได้แก่ ชาขาว, ชาเหลือง, ชาเขียว, ชาอูหลง, ชาดา และชาผู่เอ๋อร์ ชาทุกชนิดสามารถทาได้จากต้น ชาต้นเดียวกัน แต่ผ่านกรรมวิธีแตกต่างกันออกไป ก็จะเกิดชาหลากหลายแบบขึ้น ชาถูกจัดประเภทตามกระบวนการแปรรูปหลังจากการเก็บเกี่ยว ใบของต้นชาจะถูกทิ้งให้สลดและบ่ม โดย ทาให้เอนไซม์ในใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับออกซิเจนในอากาศ ใบชาจะมีสีเข้มขึ้น คลอโรฟิลล์ในใบชาจะ แตกตัว กลายเป็นสารแทนนินที่ให้รสฝาด ต่อจากนั้นต้องหยุดการทางานของเอนไซม์ โดยใช้ความร้อนเพื่อให้หยุด ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น โดยในชาดากระบวนการนี้จะดาเนินคู่กันไปกับการทาให้แห้ง หากไม่ระมัดระวังในการ ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิระหว่างกระบวนการผลิต ใบชาอาจขึ้นรา เกิดปฏิกิริยาสร้างสารพิษที่อาจเป็นสารก่อ มะเร็งขึ้นได้ ทาให้รสชาติเสียไปและอันตรายต่อการบริโภค ชามีต้นกาเนิดในแถบเอเชียตะวันออก คือจีนและอินเดีย แต่ในปัจจุบันมีปลูกกันทั่วไปในหลายประเทศ สาหรับประเทศไทยมีปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ ชาจะเจริญงอกงามได้ดีในที่สูงตามภูเขาซึ่งมีดินอุดมสมบูรณ์และ ฝนตกชุก ใบชาเมื่อเก็บมาจากต้นแล้วจะต้องรีบทาให้แห้งโดยเร็ว โดยนามาคั่วในกะทะเพื่อทาลายเอนไซม์ในใบชา ให้หมดไป ทาให้ไม่เกิดการบูด ในใบชาจะประกอบด้วยกรดแกลโลแทนนิด (Gallo tannic acid) 15% ซึ่งจะให้ สารแทนนินออกมา โดยทั่วไปนิยมชงใบชากับน้าดื่มเพื่อกระตุ้นให้ไม่ง่วงนอน และนอกจากนี้ยังรักษาโรคท้องร่วง ได้ คนไทยในภาคเหนือนิยมเคี้ยวและอมแทนการกินหมาก ชาวจีนรู้จักการบริโภคชามาแล้วกว่าพันปี ชาวบ้านในสมัยราชวงศ์ฮั่นใช้ชาเป็นยารักษา จีนถือเป็น ประเทศแรกที่รู้จักการดื่มชา โดยมีหลักฐานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสต์ศักราช นักวิทยาศาสตร์ชาวสิงคโปร์ พบว่า การดื่มน้าชาช่วยให้สมองสดชื่น ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนั้นชาบางชนิด เช่น ชาอัญชัน ชาใบหม่อน เจี่ยวกู้หลาน และชาหญ้าหวาน ยังมีประโยชน์ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย ช่วย ยับยั้งโรคมะเร็ง และโรคเบาหวานอีกด้วย จะเห็นได้ชัดว่าการดื่มชานั้นสร้างประโยชน์ต่อร่างการหลายอย่าง แต่หากชาเกิดการแปรรูปผิดวิธีหรือเกิด การนามาบริโภคผิดวิธี ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น สตรีมีครรภ์ หรือเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบ หรือผู้หญิงที่กาลังมีประจาเดือนไม่ควรดื่มชา เนื่องจากชาจะรวมตัวกับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่นธาตุ เหล็ก ซึ่งจะทาให้ผู้นั้นขาดสารอาหารบางชนิดได้ หรือในปัจจุบันผู้คนนิยมชงชาประกอบกับนมชนิดต่างๆ หรือการ
  • 4.
    บริโภคชานมไข่มุก ซึ่งก่อให้เกิดโรคร้าย อาทิโรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่งผลเสียพอๆ กับ การดื่มน้าอัดลมเลยทีเดียว จากเนื้อหาข้างต้น ผู้จัดทาโครงงานจึงมีความคิดที่จะรวบรวมวิธีการบริโภคชาให้เกิดประโยชน์อย่างที่สุด และรวมถึงการนาข้อมูลการบริโภคชาที่ผิดวิธีมาเผยแพร่แก่ทุกคน เพราะชาเป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมดื่ม จึง ควรมีวิธีการเรียบเรียงข้อมูลการบริโภคชาที่ถูกทาง เพื่อให้สุขภาพของผู้บริโภคดีขึ้น มากกว่าการบริโภคแบบผิดๆ ที่ก่อแต่ผลเสีย จากสาเหตุต่างๆ นั้น จึงเกิดเป็นโครงงานที่พร้อมจะเผยแพร่การบริโภคชาให้ถูกวิธี และการบริโภค ชาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายที่ตามมา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคชาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงศึกษาการบริโภคชาที่ก่อผลเสีย ต่อร่างกายด้วย 2. เพื่อรวบรวมข้อมูลการดื่มชาที่ให้ทั้งผลดีหรือผลเสียต่อร่างกาย 3. เพื่อเผยแพร่การบริโภคชาที่ให้ผลดีต่อร่างกาย และเผยแพร่วิธีการบริโภคชาที่เป็นอันตราย 4. เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาโครงงานนี้ สามารถดื่มชาโดยวิธีที่ให้ผลดี และสามารถหลีกเลี่ยงการดื่มชาที่ให้ผลเสียได้ ขอบเขตโครงงาน ศึกษาข้อมูลเรื่องการดื่มชาที่ให้ผลในแบบต่างๆ จากอินเทอร์เน็ตและหนังสือ หลักการและทฤษฎี ความรู้เรื่องชาและการดื่มชา