เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร
นาย ธัญธร พ้นภัย ม.6/8 เลขที่ 20
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 1.เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง
 การนาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการ
สารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์
 2.องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
 ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทางานโดยใช่
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
 2.1 ฮาร์ดแวร์ ( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ จอภาพ เป็นต้น รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับ
เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็มและสายสัญญา
 2.2 ชอฟต์แวร์ ( software ) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง ที่ใช่ควบคุมการทางาน
ของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
 2.2.1 ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคาสั่งที่ทาหน้าที่ควบคุม
การทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทาหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้
กับคอมพิวเตอร์
 2.2.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง ชุดคาสั่งที่
เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางานตามวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง
 2.3 ข้อมูล (data) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้ อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์
ของหน่วยรับเข้า
 1.2.4 บุคลากร (people) บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ จะต้องมี
ความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถทางานได้
ตามความต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก
 1.2.5 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (procedure) ระบบสารสนเทศต้องมีขั้นตอน
การปฏิบัติงานที่เป็นลาดับขั้นชัดเจนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายและดาเนินงานได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน
 3.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 3.1 ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เพื่ออานวย
ความสะดวกในการบริหารด้านการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และ
ระบบการจัดตารางสอน
 3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้
เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข้การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรค
ต่างๆได้อย่างรวดเร็วและแม่นยา
 3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้
ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทาระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์
ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม
 4.แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 4.1 ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการรสื่อสาร เมื่อพิจารณา
เครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสาร
แบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว ซึ่งเป็นเครื่องรับข้อความ มาเป็นถึง
โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆได้นอกจาก
การพูดคุยธรรมดา
 4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็น
ระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อตรงโดยจุดเดียว ต่อมามีการเชื่อมต่อ
คอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทาให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์
ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและให้บริการ
 4.3 ด้านเทคโนโลยี ระบบทางานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มาก
ขึ้นระบบที่ทางานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลักในการดาเนินการของหน่วยงาน
ต่่างๆ โดยเข้ามาแทนที่การทางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกว้างขวางไปยังหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 5.ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 5.1. ด้านสังคม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงการทางาน
ต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือที่รู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ์สเปช
 5.2. ด้านเศรษกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิด
สังคมโลกาภิวัตน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการโทร
ทัศนที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้
ทันที ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
 5.3. ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มี
ประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้ องกันการกัดเซาะ
ชายฝั่ง
 6 ตัวอย่างอาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่าง
แท้จริง ซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งานด้าน การออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านระบบ
เครือข่ายทั้งในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยใน ระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย
ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโลโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น
 6.1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer) ทาหน้าที่ในการ
เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ
 6.2. นักวิเคราะห์ระบบ (system analyst) ทาหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และ
พัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทาการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้
ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
6.3. ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (database administrator) ทาหน้าที่
บริหารและจัดการฐานข้อมูล รวมถึงการออกแบบ บารุงรักษาข้อมูล
แหล่งที่มา
 http://flukeloveskb.blogspot.com/2012/06/1.html
 http://www.satreephuket.ac.th/thananya/ng30101/unit1.html

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

  • 1.
  • 2.
    เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  1.เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการ สารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์
  • 3.
     2.องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ  ระบบสารสนเทศเป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทางานโดยใช่ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย  2.1 ฮาร์ดแวร์ ( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ จอภาพ เป็นต้น รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับ เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็มและสายสัญญา
  • 4.
     2.2 ชอฟต์แวร์( software ) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง ที่ใช่ควบคุมการทางาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ  2.2.1 ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคาสั่งที่ทาหน้าที่ควบคุม การทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทาหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้ กับคอมพิวเตอร์  2.2.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง ชุดคาสั่งที่ เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางานตามวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง  2.3 ข้อมูล (data) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้ อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์ ของหน่วยรับเข้า
  • 5.
     1.2.4 บุคลากร(people) บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ จะต้องมี ความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถทางานได้ ตามความต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก  1.2.5 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (procedure) ระบบสารสนเทศต้องมีขั้นตอน การปฏิบัติงานที่เป็นลาดับขั้นชัดเจนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายและดาเนินงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • 6.
     3.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  3.1ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เพื่ออานวย ความสะดวกในการบริหารด้านการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และ ระบบการจัดตารางสอน
  • 7.
     3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุขเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข้การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรค ต่างๆได้อย่างรวดเร็วและแม่นยา  3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทาระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม
  • 8.
     4.แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  4.1ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการรสื่อสาร เมื่อพิจารณา เครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสาร แบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว ซึ่งเป็นเครื่องรับข้อความ มาเป็นถึง โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆได้นอกจาก การพูดคุยธรรมดา
  • 9.
     4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบเครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็น ระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อตรงโดยจุดเดียว ต่อมามีการเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทาให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและให้บริการ
  • 10.
     4.3 ด้านเทคโนโลยีระบบทางานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มาก ขึ้นระบบที่ทางานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลักในการดาเนินการของหน่วยงาน ต่่างๆ โดยเข้ามาแทนที่การทางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกว้างขวางไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • 11.
     5.ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  5.1.ด้านสังคม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงการทางาน ต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือที่รู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ์สเปช  5.2. ด้านเศรษกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิด สังคมโลกาภิวัตน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการโทร ทัศนที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ ทันที ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน  5.3. ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มี ประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้ องกันการกัดเซาะ ชายฝั่ง
  • 12.
     6 ตัวอย่างอาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่าง แท้จริงซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งานด้าน การออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านระบบ เครือข่ายทั้งในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยใน ระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโลโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น  6.1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer) ทาหน้าที่ในการ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ  6.2. นักวิเคราะห์ระบบ (system analyst) ทาหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และ พัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทาการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย 6.3. ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (database administrator) ทาหน้าที่ บริหารและจัดการฐานข้อมูล รวมถึงการออกแบบ บารุงรักษาข้อมูล
  • 13.