สมรรถนะสำหรับผู้บริหารการศึกษา สมรรถนะ  ( Competency)   หมายถึง ความสามารถที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งและหน้าที่ให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถสังเกต วัด ประเมินและพัฒนาได้    การเรียนรู้  ( Learning)    การปรับใช้  ( Adopting)    การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม  ( Performing )      การนำ  ( Leading )
สมรรถนะการปฏิบัติงานของผู้บริหารการศึกษา ตามที่ ก . ค . ศ . กำหนด    การมุ่งผลสัมฤทธิ์    การบริการที่ดี    การพัฒนาตนเอง    การทำงานเป็นทีม    การวิเคราะห์และสังเคราะห์    การสื่อสารและการจูงใจ    การพัฒนาศักยภาพบุคลากร    การมีวิสัยทัศน์
สมรรถนะที่คาดหวังของผู้บริหารการศึกษา    ความคิดเชิงยุทธศาสตร์    การสื่อสารและจูงใจ    ภาวะผู้นำ    การแก้ปัญหาและตัดสินใจ    การบริหารการเปลี่ยนแปลง    การบริหารจัดการเทคโนโลยี    จริยธรรม     เพื่อการศึกษา    การจัดการศึกษา    การประเมินและติดตาม    ความเชี่ยวชาญการบริหาร   ผลการศึกษา ทรัพยากรบุคคล    การใช้อำนาจทางปกครอง   ( กฎหมาย ระเบียบ )
กฎหมาย กฎและระเบียบปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหารการศึกษา โดย ...  ผอ . ทวีพล  แพเรือง
ความหมายของกฎหมาย   :  กฎเกณฑ์ ข้อบังคับของรัฐที่กำหนดระเบียบแห่งการปฏิบัติหรือแบบแผนของความประพฤติแห่งการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม โดยมีสภาพบังคับเป็นกระบวนการ  ที่แน่นอนและชัดเจน   :   กฎเกณฑ์ที่กำหนดวิธีการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ  เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการสาธารณะ
ลักษณะของกฎหมาย ต้องเป็นคำสั่งกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับของรัฐ ต้องเป็นคำสั่งหลักเกณฑ์หรือข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติของมนุษย์ กฎเกณฑ์ต้องมีลักษณะที่ใช้ได้เป็นการทั่วไป ต้องมีสภาพบังคับและใช้ได้เสมอไป ต้องมีความชัดเจนแน่นอน
ลักษณะของกฎหมาย ต้องไม่มีผลย้อนหลัง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับหลักแห่งความได้สัดส่วน ต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสารัตถะของสิทธิและเสรีภาพ
ประเภทของกฎหมาย ( หลักนิติสัมพันธ์และนิติวิธี ) กฎหมายเอกชน ( Private Law)   :   กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนในฐานะเท่าเทียมกัน หรือเสมอกัน  ( สมัครใจหรือยินยอมเข้าผูกนิติสัมพันธ์ต่อกัน )  รัฐจะทำหน้าที่เพียงเป็นผู้รักษากติกาให้เป็นไปตามนิติสัมพันธ์ เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายลิขสิทธิ์และกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เป็นต้น
ประเภทของกฎหมาย  ( หลักนิติสัมพันธ์และนิติวิธี ) กฎหมายมหาชน ( Public Law)   :   กำหนดสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐ หน่วยงานของรัฐกับเอกชนหรือองค์กรมหาชนอื่น โดยรัฐอยู่ในฐานะฝ่ายปกครองซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าเอกชน เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายการคลัง เป็นต้น
บทบาทของกฎหมาย ในฐานะเป็นเครื่องมือของรัฐซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ในฐานะเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนผู้อยู่ใต้  อำนาจปกครอง
ที่มาของ กฎหมาย ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ  ประมวลกฎหมาย กฎมณเฑียรบาล ออกโดยฝ่ายบริหาร ได้แก่ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับตำบล ข้อบัญญัติ กทม .  ข้อบัญญัติเมืองพัทยา
รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายและพระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับตำบล ข้อบัญญัติ กทม .  ข้อบัญญัติเมืองพัทยา ศักดิ์ของกฎหมาย
การตีความกฎหมาย การตีความตามตัวอักษร การตีความตาม เจตนารมณ์ 3.  การตีความตามประเภท และนิติวิธีการใช้ กฎหมาย
ความสำคัญของกฎหมาย ๏  หนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว  89/2497  ลว .1  เม . ย .2497  มติ ค . ร . ม .  เมื่อ  29  มี . ค .2497  ลงมติว่า “ข้าราชการผู้มีหน้าที่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจำต้องปฏิบัติและอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้ การที่ข้าราชการปฏิบัติงานไม่ชอบด้วยกฎหมายระเบียบแบบแผนก็ดีหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายและระเบียบแบบแผนกำหนดก็ดี ให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือหย่อนสมรรถภาพแล้วแต่กรณีและให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณีต่อไป”
ความสำคัญของกฎหมาย ๏ พ . ร . บ . ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ . ศ .2547  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม .85 “ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา  มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล โดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนและไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ การปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา  มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล  ประมาทเลินเล่อ หรือ ขาดการเอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  2550 พ . ร . บ . วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ . ศ .2539 ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ . ร . บ . ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ .2539 พ . ร . บ . ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ . ศ .2540 พ . ร . บ . คุ้มครองเด็ก พ . ศ .2546 กฎหมายที่สำคัญต่อผู้บริหาร
พ . ร . บ . การศึกษาแห่งชาติ พ . ศ .2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ . ร . บ . ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ . ศ .2546 พ . ร . บ . สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ . ศ .2546 พ . ร . บ . ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ . ศ .2547  และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายการศึกษาที่สำคัญ
พ . ร . บ . การศึกษาภาคบังคับ พ . ศ .  2545 พ . ร . บ . โรงเรียนเอกชน พ . ศ .  2550 กฎกระทรวง กฎ ก . ค . ศ . ที่สำคัญ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศที่ใช้ปฏิบัติงานประจำ มติ ค . ร . ม .  มติ ก . พ .  และมติ ก . ค . ศ . หนังสือเวียนต่าง ๆ กฎหมายการศึกษาที่สำคัญ
การตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เป็นกลางที่สำคัญในการวางแผน  แผนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้  ถ้าไม่มีการตัดสินใจ    ระเบียบปฏิบัติที่น่าสนใจ ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตของ  การปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็น นิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ . ศ .2546 ระเบียบ สพฐ .  ว่าด้วยการมอบอำนาจในการสั่ง  การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือ การดำเนินการอื่นของ ผอ . สพท .  พ . ศ .2546 ระเบียบ คตง .  ว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและ การคลัง พ . ศ .2544
กฎหมาย  ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย  ผอ . ทวีพล  แพเรือง
   กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดกตามหลักกฎหมาย   อิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้   พ . ร . บ . โรงเรียนเอกชน พ . ศ .2550    พ . ร . บ . การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ . ศ .2540    พ . ร . บ . กฎอัยการศึกษา พ . ศ .2547  และระเบียบที่เกี่ยวข้อง   พ . ร . บ . การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ . ศ .2548    ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ พ . ศ .2547    และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด   ( ตาดีกา )  ในจังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส พ . ศ .2548    กฎหมาย มติ ค . ร . ม .  กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ   และคำสั่งที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน
กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก    รู้และเข้าใจข้อเท็จจริงในบริบทสังคม  ( เข้าใจ )     สื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับสังคมได้  ( เข้าถึง )    ใช้และดำเนินการด้วยความเป็นธรรมตามหลักศาสนา   ( จำเป็น )    ใช้ควบคู่กับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
การสมรส  ( นิกาห์ )    โดยพิธีสมรส   โดยการจดทะเบียนต่อหน้า   นายทะเบียน    เงื่อนไขตามหลักศาสนา   เงื่อนไขตามกฎหมาย   ไม่กำหนดอายุขั้นต่ำ   ต้อง  17  ปีบริบูรณ์   ผู้ปกครองฝ่ายหญิงยินยอม   ต้องได้รับความยินยอมตามกรณี   บังคับให้มีพยานอย่างน้อย     ไม่กำหนด     2  คน
การสิ้นสภาพสามีภรรยา    สามีหรือภรรยาตาย   สิ้นสุดลงด้วยความตาย    หย่า  ( เปล่งวาจาหรือ   โมฆียะสมรส  ( ศาลเพิกถอน ) เป็นหนังสือ )   5  กรณี   คำสั่งศาล   การหย่า  ( จดทะเบียนหย่า )    พิธีสาบาน   คำสั่งศาล   ขาดจากการสมรสโดยมิได้เจตนา
มรดกตามกฎหมายอิสลาม    องค์ประกอบของการแบ่งมรดก   เงื่อนไขการแบ่งมรดก   สาเหตุในการรับมรดก   สาเหตุที่ถูกตัดจากกองมรดก
ทายาทตามหลักกฎหมายอิสลาม    ทายาทภาคฟัรดู   ทายาทภาคอะซอบะห์   ทายาทภาคซะฮิลอรฮาม
พ . ร . บ . โรงเรียนเอกชน พ . ศ .2550           
พ . ร . บ . การบริหารองค์กรอิสลาม    มัสยิด  ( สถานที่ซึ่งมุสลิมใช้ประกอบศาสนากิจ )    สัปบุรุษประจำมัสยิด  ( มุสลิมที่คณะกรรมการ   รับเข้ามา )    อิหม่าม  ( ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด )    คอเต็บ  ( ผู้แสดงธรรมประจำมัสยิด )    บิหลั่น  ( ผู้ประกาศเชิญชวนให้ปฏิบัติศาสนกิจ )
คณะผู้บริหารองค์กรอิสลาม    จุฬาราชมนตรี   คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย   คณะกรรมการอิสลามจังหวัด   คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด   คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่ง   ประเทศไทย
ระเบียบ ศธ .  ว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ    สถาบันปอเนาะ   โต๊ะครู   ผู้ช่วยโต้ะครู   นายทะเบียน   การสิ้นสภาพ   จำนวนสถาบัน
ระเบียบ ศธ .  ว่าด้วย ศูนย์การศึกษาตาดีกา                
เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งทางปกครอง 1.  จะต้องเป็นผู้ทรงอำนาจในเรื่องนั้น   ผู้ทรงอำนาจต้องใช้อำนาจด้วยตนเอง จะมอบหมาย ผู้อื่นกระทำแทนมิได้   ผู้ทรงอำนาจอาจมอบอำนาจตามกฎหมายเฉพาะหรือ กฎหมายกลาง โดยการมอบให้ปฏิบัติราชการแทน / รักษาราชการแทนให้มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ทรงอำนาจ 2.  จะต้องมีความดำรงอยู่ในทางกฎหมายในเวลาที่ออกคำสั่งนั้น และจะต้องออกคำสั่งทางปกครองโดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานตามที่กำหนดไว้ในทางกฎหมาย
3.  ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ออกคำสั่ง   ต้องได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งเรื่องนั้น   การดำรงตำแหน่งขึ้นอยู่กับเวลา พื้นที่   ต้องเป็นกลางในเรื่องที่จะออกคำสั่งคือไม่เป็นคู่กรณีเอง 4.  คณะกรรมการเป็นผู้ออกคำสั่ง   ต้องครบองค์ประกอบ   ต้องครบองค์ประชุม   ต้องมีการประชุม   ต้องเป็นกลางคือไม่เป็นคู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสีย 5.  การรับฟังคู่กรณี 6.  กรณีแจ้งหรือไม่ต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบ
รูปแบบคำสั่งทางปกครอง    คำสั่งด้วยวาจา   -  ถ้าผู้รับคำสั่งร้องขอและการร้องขอมีเหตุผลอันควร ภายใน  7  วัน   นับแต่วันมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งต้องยืนยันคำสั่งเป็นหนังสือ   -  การยืนยันคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลด้วย   คำสั่งเป็นหนังสือ  :   อย่างน้อยต้องระบุสิ่งต่อไปนี้   -  วันเดือนปีที่ออกคำสั่ง   -  ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง   -  ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง   -  ต้องจัดให้มีเหตุผล   ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ   ข้อกฎหมายที่อ้างอิง   ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนการใช้ดุลพินิจ
1.  มีผลตรงตามคำขอและไม่กระทบสิทธิและหน้าที่บุคคลอื่น  2.  เหตุผลนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้อง ระบุอีก  3.  กรณีต้องรักษาความลับ  4.  การออกคำสั่งทางปกครองด้วยวาจาหรือเป็นกรณีเร่งด่วน แต่ต้องให้เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรในเวลาอันควร หากผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งร้องขอ 1.  การปฏิเสธการก่อตั้งสิทธิของคู่กรณี เช่น ไม่รับคำขอไม่อนุญาต ไม่อนุมัติ ไม่รับรอง ไม่รับอุทธรณ์ ฯลฯ  2.  การเพิกถอนสิทธิ์ เช่น เบิกค่าเช่าบ้าน เพิกถอนใบอนุญาต  3.  การกำหนดให้กระทำหรือละเว้นการกระทำการ  4.  เป็นคำรับวินัยอุทธรณ์  5.  คำสั่งยกเลิกการสอบราคา ประกวดราคาหรือประมูลราคาที่มีผู้ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่แล้ว คำสั่งทางปกครองที่ไม่ต้องจัดให้มีเหตุผล คำสั่งทางปกครองที่ต้องจัดให้มีเหตุผล
มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้ง เป็นต้นไป มีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลง โดยเงื่อนไขเวลาหรือเหตุผลอื่น ผลของคำสั่งทางปกครอง
โดยเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งหรือ ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ โดยการอุทธรณ์ โดยการขอให้พิจารณาใหม่ การทบทวนคำสั่งทางปกครอง
1.  กรณีมีกฎหมายกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาการอุทธรณ์ หรือโต้แย้งไว้โดยเฉพาะให้ทำตามกฎหมายนั้น เช่น คำสั่ง ลงโทษทางวินัย ต้องอุทธรณ์ภายใน  30  วันนับแต่วันที่ได้   รับแจ้งหรือกรณีใช้สิทธิร้องทุกข์ตามกฎหมายก็เช่นกัน 2.  กรณีไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะให้อุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำคำสั่งภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เช่น อุทธรณ์ คำสั่ง ไม่อนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้าน การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
มีพยานหลักฐานใหม่ คู่กรณีที่แท้จริงมิได้ เข้ามาในกระบวนพิจารณาทางปกครอง หรือเข้ามาแต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจที่จะทำคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น คำสั่งทางปกครองออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย ใด แต่ต่อมาเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญในทางที่เป็น ประโยชน์แก่คู่กรณี การขอให้พิจารณาใหม่   คู่กรณีขอให้ พิจารณาใหม่ได้ ภายใน  90   วัน นับแต่ วันที่รู้ถึงเหตุ ซึ่งอาจขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้โดย
การเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ( ม .50, 51) การเพิกถอนคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย  ( ม .53) การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง
คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้น การกระทำ การบังคับตามคำสั่งทางปกครอง
1.  แจ้งด้วยวาจา 2.  แจ้งเป็นหนังสือ    แจ้งต่อผู้นั้น    ส่งไปยังภูมิลำเนาหรือที่อยู่ที่ได้ให้ไว้กับ เจ้าหน้าที่ไว้แล้ว    ให้บุคคลไปส่ง    ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน การแจ้งคำสั่งทางปกครอง
3.  แจ้งโดยประกาศหนังสือพิมพ์ 4.  แจ้งโดยวิธีปิดประกาศในกรณีผู้รับเกิน  50  คน 5.  แจ้งโดยเครื่องโทรสารกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน การแจ้งคำสั่งทางปกครอง
1.  เป็นคู่กรณีเอง 2.  เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี 3.  เป็นญาติของคู่กรณีหรือเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใดๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียง  3  ชั้นหรือญาติที่ เกี่ยวพันทางแต่งงานนับได้  2  ชั้น 4.  เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือ ตัวแทนของคู่กรณี 5.  เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี 6.  กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เจ้าหน้าที่ต่อไปนี้จะทำการ พิจารณาทางปกครองไม่ได้
   บทบาทของผู้บริหารการศึกษา ในฐานะผู้บังคับบัญชา / ผู้ใต้บังคับบัญชา ในฐานะผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง ในฐานะผู้นำและผู้ตาม ในฐานะผู้บริหารการศึกษาโดยตรง    เป็นผู้แทนนิติส้มพันธ์    เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ    เป็นผู้แทนรัฐบาล / เป็นข้าราชการที่ดี
   สิ่งที่ควรรู้และสิ่งที่ควรทำ เกร็ดความรู้ กรณีตัวอย่างที่ควรศึกษา การบริหารกฎหมายในการปฏิบัติงาน สนทนาแลกเปลี่ยน
“ กฎหมายมิใช่ตัวความยุติธรรม หากเป็นเพียงบทบัญญัติหรือปัจจัยที่ตราไว้เพื่อความยุติธรรม ผู้ใดก็ตามแม้ไม่รู้กฎหมาย แต่ถ้าประพฤติด้วยความสุจริตแล้ว ควรได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายเต็มที่ ตรงกันข้าม คนที่รู้กฎหมายแต่ใช้กฎหมายไปในทางทุจริตแล้ว ควรต้องถือว่าทุจริต และกฎหมายไม่ควรคุ้มครองจนเกินเลยไป  เพราะฉะนั้นจึงไม่สมควรจะถือว่า การรักษาความยุติธรรมในแผ่นดินมีวงกว้างอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย จำเป็นต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรม - จรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย ....” พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

สมรรถนะ

  • 1.
    สมรรถนะสำหรับผู้บริหารการศึกษา สมรรถนะ ( Competency) หมายถึง ความสามารถที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งและหน้าที่ให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถสังเกต วัด ประเมินและพัฒนาได้  การเรียนรู้ ( Learning)  การปรับใช้ ( Adopting)  การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ( Performing )  การนำ ( Leading )
  • 2.
    สมรรถนะการปฏิบัติงานของผู้บริหารการศึกษา ตามที่ ก. ค . ศ . กำหนด  การมุ่งผลสัมฤทธิ์  การบริการที่ดี  การพัฒนาตนเอง  การทำงานเป็นทีม  การวิเคราะห์และสังเคราะห์  การสื่อสารและการจูงใจ  การพัฒนาศักยภาพบุคลากร  การมีวิสัยทัศน์
  • 3.
    สมรรถนะที่คาดหวังของผู้บริหารการศึกษา  ความคิดเชิงยุทธศาสตร์  การสื่อสารและจูงใจ  ภาวะผู้นำ  การแก้ปัญหาและตัดสินใจ  การบริหารการเปลี่ยนแปลง  การบริหารจัดการเทคโนโลยี  จริยธรรม เพื่อการศึกษา  การจัดการศึกษา  การประเมินและติดตาม  ความเชี่ยวชาญการบริหาร ผลการศึกษา ทรัพยากรบุคคล  การใช้อำนาจทางปกครอง ( กฎหมาย ระเบียบ )
  • 4.
  • 5.
    ความหมายของกฎหมาย : กฎเกณฑ์ ข้อบังคับของรัฐที่กำหนดระเบียบแห่งการปฏิบัติหรือแบบแผนของความประพฤติแห่งการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม โดยมีสภาพบังคับเป็นกระบวนการ ที่แน่นอนและชัดเจน : กฎเกณฑ์ที่กำหนดวิธีการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการสาธารณะ
  • 6.
    ลักษณะของกฎหมาย ต้องเป็นคำสั่งกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับของรัฐ ต้องเป็นคำสั่งหลักเกณฑ์หรือข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติของมนุษย์กฎเกณฑ์ต้องมีลักษณะที่ใช้ได้เป็นการทั่วไป ต้องมีสภาพบังคับและใช้ได้เสมอไป ต้องมีความชัดเจนแน่นอน
  • 7.
  • 8.
    ประเภทของกฎหมาย ( หลักนิติสัมพันธ์และนิติวิธี) กฎหมายเอกชน ( Private Law) : กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนในฐานะเท่าเทียมกัน หรือเสมอกัน ( สมัครใจหรือยินยอมเข้าผูกนิติสัมพันธ์ต่อกัน ) รัฐจะทำหน้าที่เพียงเป็นผู้รักษากติกาให้เป็นไปตามนิติสัมพันธ์ เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายลิขสิทธิ์และกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เป็นต้น
  • 9.
    ประเภทของกฎหมาย (หลักนิติสัมพันธ์และนิติวิธี ) กฎหมายมหาชน ( Public Law) : กำหนดสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐ หน่วยงานของรัฐกับเอกชนหรือองค์กรมหาชนอื่น โดยรัฐอยู่ในฐานะฝ่ายปกครองซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าเอกชน เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายการคลัง เป็นต้น
  • 10.
  • 11.
    ที่มาของ กฎหมาย ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติได้แก่ รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมาย กฎมณเฑียรบาล ออกโดยฝ่ายบริหาร ได้แก่ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับตำบล ข้อบัญญัติ กทม . ข้อบัญญัติเมืองพัทยา
  • 12.
    รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายและพระราชกำหนดพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับตำบล ข้อบัญญัติ กทม . ข้อบัญญัติเมืองพัทยา ศักดิ์ของกฎหมาย
  • 13.
    การตีความกฎหมาย การตีความตามตัวอักษร การตีความตามเจตนารมณ์ 3. การตีความตามประเภท และนิติวิธีการใช้ กฎหมาย
  • 14.
    ความสำคัญของกฎหมาย ๏ หนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2497 ลว .1 เม . ย .2497 มติ ค . ร . ม . เมื่อ 29 มี . ค .2497 ลงมติว่า “ข้าราชการผู้มีหน้าที่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจำต้องปฏิบัติและอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้ การที่ข้าราชการปฏิบัติงานไม่ชอบด้วยกฎหมายระเบียบแบบแผนก็ดีหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายและระเบียบแบบแผนกำหนดก็ดี ให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือหย่อนสมรรถภาพแล้วแต่กรณีและให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณีต่อไป”
  • 15.
    ความสำคัญของกฎหมาย ๏ พ. ร . บ . ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ . ศ .2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม .85 “ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล โดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนและไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ การปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อ หรือ ขาดการเอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
  • 16.
    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 พ . ร . บ . วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ . ศ .2539 ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ . ร . บ . ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ .2539 พ . ร . บ . ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ . ศ .2540 พ . ร . บ . คุ้มครองเด็ก พ . ศ .2546 กฎหมายที่สำคัญต่อผู้บริหาร
  • 17.
    พ . ร. บ . การศึกษาแห่งชาติ พ . ศ .2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ . ร . บ . ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ . ศ .2546 พ . ร . บ . สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ . ศ .2546 พ . ร . บ . ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ . ศ .2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายการศึกษาที่สำคัญ
  • 18.
    พ . ร. บ . การศึกษาภาคบังคับ พ . ศ . 2545 พ . ร . บ . โรงเรียนเอกชน พ . ศ . 2550 กฎกระทรวง กฎ ก . ค . ศ . ที่สำคัญ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศที่ใช้ปฏิบัติงานประจำ มติ ค . ร . ม . มติ ก . พ . และมติ ก . ค . ศ . หนังสือเวียนต่าง ๆ กฎหมายการศึกษาที่สำคัญ
  • 19.
    การตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เป็นกลางที่สำคัญในการวางแผน แผนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีการตัดสินใจ  ระเบียบปฏิบัติที่น่าสนใจ ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตของ การปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็น นิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ . ศ .2546 ระเบียบ สพฐ . ว่าด้วยการมอบอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือ การดำเนินการอื่นของ ผอ . สพท . พ . ศ .2546 ระเบียบ คตง . ว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและ การคลัง พ . ศ .2544
  • 20.
    กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ผอ . ทวีพล แพเรือง
  • 21.
    กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดกตามหลักกฎหมาย อิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้  พ . ร . บ . โรงเรียนเอกชน พ . ศ .2550  พ . ร . บ . การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ . ศ .2540  พ . ร . บ . กฎอัยการศึกษา พ . ศ .2547 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง  พ . ร . บ . การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ . ศ .2548  ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ พ . ศ .2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด ( ตาดีกา ) ในจังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส พ . ศ .2548  กฎหมาย มติ ค . ร . ม . กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน
  • 22.
    กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก  รู้และเข้าใจข้อเท็จจริงในบริบทสังคม ( เข้าใจ )  สื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับสังคมได้ ( เข้าถึง )  ใช้และดำเนินการด้วยความเป็นธรรมตามหลักศาสนา ( จำเป็น )  ใช้ควบคู่กับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • 23.
    การสมรส (นิกาห์ )  โดยพิธีสมรส  โดยการจดทะเบียนต่อหน้า นายทะเบียน  เงื่อนไขตามหลักศาสนา  เงื่อนไขตามกฎหมาย  ไม่กำหนดอายุขั้นต่ำ  ต้อง 17 ปีบริบูรณ์  ผู้ปกครองฝ่ายหญิงยินยอม  ต้องได้รับความยินยอมตามกรณี  บังคับให้มีพยานอย่างน้อย  ไม่กำหนด 2 คน
  • 24.
    การสิ้นสภาพสามีภรรยา  สามีหรือภรรยาตาย  สิ้นสุดลงด้วยความตาย  หย่า ( เปล่งวาจาหรือ  โมฆียะสมรส ( ศาลเพิกถอน ) เป็นหนังสือ ) 5 กรณี  คำสั่งศาล  การหย่า ( จดทะเบียนหย่า )  พิธีสาบาน  คำสั่งศาล  ขาดจากการสมรสโดยมิได้เจตนา
  • 25.
    มรดกตามกฎหมายอิสลาม  องค์ประกอบของการแบ่งมรดก  เงื่อนไขการแบ่งมรดก  สาเหตุในการรับมรดก  สาเหตุที่ถูกตัดจากกองมรดก
  • 26.
    ทายาทตามหลักกฎหมายอิสลาม  ทายาทภาคฟัรดู  ทายาทภาคอะซอบะห์  ทายาทภาคซะฮิลอรฮาม
  • 27.
    พ . ร. บ . โรงเรียนเอกชน พ . ศ .2550     
  • 28.
    พ . ร. บ . การบริหารองค์กรอิสลาม  มัสยิด ( สถานที่ซึ่งมุสลิมใช้ประกอบศาสนากิจ )  สัปบุรุษประจำมัสยิด ( มุสลิมที่คณะกรรมการ รับเข้ามา )  อิหม่าม ( ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด )  คอเต็บ ( ผู้แสดงธรรมประจำมัสยิด )  บิหลั่น ( ผู้ประกาศเชิญชวนให้ปฏิบัติศาสนกิจ )
  • 29.
    คณะผู้บริหารองค์กรอิสลาม  จุฬาราชมนตรี  คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย  คณะกรรมการอิสลามจังหวัด  คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด  คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่ง ประเทศไทย
  • 30.
    ระเบียบ ศธ . ว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ  สถาบันปอเนาะ  โต๊ะครู  ผู้ช่วยโต้ะครู  นายทะเบียน  การสิ้นสภาพ  จำนวนสถาบัน
  • 31.
    ระเบียบ ศธ . ว่าด้วย ศูนย์การศึกษาตาดีกา      
  • 32.
    เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งทางปกครอง 1. จะต้องเป็นผู้ทรงอำนาจในเรื่องนั้น  ผู้ทรงอำนาจต้องใช้อำนาจด้วยตนเอง จะมอบหมาย ผู้อื่นกระทำแทนมิได้  ผู้ทรงอำนาจอาจมอบอำนาจตามกฎหมายเฉพาะหรือ กฎหมายกลาง โดยการมอบให้ปฏิบัติราชการแทน / รักษาราชการแทนให้มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ทรงอำนาจ 2. จะต้องมีความดำรงอยู่ในทางกฎหมายในเวลาที่ออกคำสั่งนั้น และจะต้องออกคำสั่งทางปกครองโดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานตามที่กำหนดไว้ในทางกฎหมาย
  • 33.
    3. ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ออกคำสั่ง ต้องได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งเรื่องนั้น  การดำรงตำแหน่งขึ้นอยู่กับเวลา พื้นที่  ต้องเป็นกลางในเรื่องที่จะออกคำสั่งคือไม่เป็นคู่กรณีเอง 4. คณะกรรมการเป็นผู้ออกคำสั่ง  ต้องครบองค์ประกอบ  ต้องครบองค์ประชุม  ต้องมีการประชุม  ต้องเป็นกลางคือไม่เป็นคู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสีย 5. การรับฟังคู่กรณี 6. กรณีแจ้งหรือไม่ต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบ
  • 34.
    รูปแบบคำสั่งทางปกครอง  คำสั่งด้วยวาจา - ถ้าผู้รับคำสั่งร้องขอและการร้องขอมีเหตุผลอันควร ภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งต้องยืนยันคำสั่งเป็นหนังสือ - การยืนยันคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลด้วย  คำสั่งเป็นหนังสือ : อย่างน้อยต้องระบุสิ่งต่อไปนี้ - วันเดือนปีที่ออกคำสั่ง - ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง - ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง - ต้องจัดให้มีเหตุผล  ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ  ข้อกฎหมายที่อ้างอิง  ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนการใช้ดุลพินิจ
  • 35.
    1. มีผลตรงตามคำขอและไม่กระทบสิทธิและหน้าที่บุคคลอื่น 2. เหตุผลนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้อง ระบุอีก 3. กรณีต้องรักษาความลับ 4. การออกคำสั่งทางปกครองด้วยวาจาหรือเป็นกรณีเร่งด่วน แต่ต้องให้เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรในเวลาอันควร หากผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งร้องขอ 1. การปฏิเสธการก่อตั้งสิทธิของคู่กรณี เช่น ไม่รับคำขอไม่อนุญาต ไม่อนุมัติ ไม่รับรอง ไม่รับอุทธรณ์ ฯลฯ 2. การเพิกถอนสิทธิ์ เช่น เบิกค่าเช่าบ้าน เพิกถอนใบอนุญาต 3. การกำหนดให้กระทำหรือละเว้นการกระทำการ 4. เป็นคำรับวินัยอุทธรณ์ 5. คำสั่งยกเลิกการสอบราคา ประกวดราคาหรือประมูลราคาที่มีผู้ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่แล้ว คำสั่งทางปกครองที่ไม่ต้องจัดให้มีเหตุผล คำสั่งทางปกครองที่ต้องจัดให้มีเหตุผล
  • 36.
  • 37.
  • 38.
    1. กรณีมีกฎหมายกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาการอุทธรณ์หรือโต้แย้งไว้โดยเฉพาะให้ทำตามกฎหมายนั้น เช่น คำสั่ง ลงโทษทางวินัย ต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ รับแจ้งหรือกรณีใช้สิทธิร้องทุกข์ตามกฎหมายก็เช่นกัน 2. กรณีไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะให้อุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เช่น อุทธรณ์ คำสั่ง ไม่อนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้าน การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
  • 39.
    มีพยานหลักฐานใหม่ คู่กรณีที่แท้จริงมิได้ เข้ามาในกระบวนพิจารณาทางปกครองหรือเข้ามาแต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจที่จะทำคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น คำสั่งทางปกครองออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย ใด แต่ต่อมาเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญในทางที่เป็น ประโยชน์แก่คู่กรณี การขอให้พิจารณาใหม่  คู่กรณีขอให้ พิจารณาใหม่ได้ ภายใน 90 วัน นับแต่ วันที่รู้ถึงเหตุ ซึ่งอาจขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้โดย
  • 40.
    การเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ( ม.50, 51) การเพิกถอนคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ( ม .53) การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง
  • 41.
  • 42.
    1. แจ้งด้วยวาจา2. แจ้งเป็นหนังสือ  แจ้งต่อผู้นั้น  ส่งไปยังภูมิลำเนาหรือที่อยู่ที่ได้ให้ไว้กับ เจ้าหน้าที่ไว้แล้ว  ให้บุคคลไปส่ง  ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน การแจ้งคำสั่งทางปกครอง
  • 43.
    3. แจ้งโดยประกาศหนังสือพิมพ์4. แจ้งโดยวิธีปิดประกาศในกรณีผู้รับเกิน 50 คน 5. แจ้งโดยเครื่องโทรสารกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน การแจ้งคำสั่งทางปกครอง
  • 44.
    1. เป็นคู่กรณีเอง2. เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี 3. เป็นญาติของคู่กรณีหรือเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใดๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียง 3 ชั้นหรือญาติที่ เกี่ยวพันทางแต่งงานนับได้ 2 ชั้น 4. เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือ ตัวแทนของคู่กรณี 5. เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี 6. กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เจ้าหน้าที่ต่อไปนี้จะทำการ พิจารณาทางปกครองไม่ได้
  • 45.
    บทบาทของผู้บริหารการศึกษา ในฐานะผู้บังคับบัญชา / ผู้ใต้บังคับบัญชา ในฐานะผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง ในฐานะผู้นำและผู้ตาม ในฐานะผู้บริหารการศึกษาโดยตรง  เป็นผู้แทนนิติส้มพันธ์  เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ  เป็นผู้แทนรัฐบาล / เป็นข้าราชการที่ดี
  • 46.
    สิ่งที่ควรรู้และสิ่งที่ควรทำ เกร็ดความรู้ กรณีตัวอย่างที่ควรศึกษา การบริหารกฎหมายในการปฏิบัติงาน สนทนาแลกเปลี่ยน
  • 47.
    “ กฎหมายมิใช่ตัวความยุติธรรม หากเป็นเพียงบทบัญญัติหรือปัจจัยที่ตราไว้เพื่อความยุติธรรมผู้ใดก็ตามแม้ไม่รู้กฎหมาย แต่ถ้าประพฤติด้วยความสุจริตแล้ว ควรได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายเต็มที่ ตรงกันข้าม คนที่รู้กฎหมายแต่ใช้กฎหมายไปในทางทุจริตแล้ว ควรต้องถือว่าทุจริต และกฎหมายไม่ควรคุ้มครองจนเกินเลยไป เพราะฉะนั้นจึงไม่สมควรจะถือว่า การรักษาความยุติธรรมในแผ่นดินมีวงกว้างอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย จำเป็นต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรม - จรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย ....” พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน