การพัฒนามนุษย์และสังคมเพื่อความเป็นไท 
: ความหมายและขอบเขตของ ความเป็นไท 
สมประสงค์ น่วมบุญลือ (Present for education view)
การพัฒนามนุษย์และสังคมเพื่อความเป็นไท 
สมมุติฐานในการหาคา ตอบในการศึกษาประเด็นตามหัวข้อเรื่อง 
 การพัฒนา – วัฒนา – การทา ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ 
 มนุษย์ – มน + อุษย์– ใจที่ได้ยกขึ้นสูง –คนท่ใีจได้พัฒนาแล้ว 
 สังคม – การอยู่ร่วมกันอย่างมีจุดหมาย และมีข้อตกลงในการด้านปฏิสัมพันธ์ 
 “ความเป็นไท” –ความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง 
 การทา ให้มนุษย์และสังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อความเป็นตัวของตัวเอง
มนุษย์ และ ธรรมชาติมนุษย์ 
มนุษย์ คือ ผู้มีจิตสูง (คุณธรรม) มนุษย์ คือ ผู้มีตัณหา (ความอยาก) 
 มโน 
 จิตฺต 
 วิญญาณ 
 Id - สันดานดิบ 
 Ego - ควบคุมตนเองได้ 
 Super ego - ยกระดับตนเองได้
สังคม และองค์ประกอบสังคม 
 สังคม ในภาษาไทยมาจากคา ว่า ส + คม 
 ส หมายถึงร่วมกัน 
 คม หมายถึงไป 
 สังคมจึงมีความหมายว่าไปด้วยกัน ไปร่วมกัน การร่วมกันไปต้องมีจุดมุ่งหมาย 
 ดังนั้นเราจึงมาใช้ในความหมายว่า ความเป็นอยู่ร่วมกัน
องค์ประกอบของสังคม 
 เป็นมนุษย์ 
 มีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน (ปฏิสัมพันธ์) 
 มีการรวมกันอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง 
 มีวัตถุประสงค์และบรรทัดฐานสนับสนุนสร้างเสริมให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น 
 มีความผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 
 มีการถ่ายทอดปลูกฝังวิถีการปฏิบัติด้านความสัมพันธ์ของสังคมแก่สมาชิกใหม่
ความหมายของ ไท 
ความหมายท่หีนึ่ง 
 หมายถึงกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมพื้นฐานร่วมกัน เรียกว่า ไท หรือ ไต 
 ไท หมายถึง “คน” “ชาว” “พวก” 
 ไท หรือ ไต พูดภาษาตระกูลไท –กะได มีประชากรจา นวนไม่น้อยกว่า ๑๒๐ ล้านคน
กลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือกลุ่มชาตพิันธุ์ไต-ไท 
เป็นชื่อเรียกรวมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในตระกูลภาษาไท-กะได 
 กลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือบางครั้งเรียกว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไต-ไท เป็นชื่อเรียกโดยรวมของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในตระกูล 
ภาษาไท-กะได 
 กลุ่มชาติพันธุ์ ไท-กะได กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคอุษาคเนย์รับประทานข้าวเจ้า หรอืข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก นิยมปลูก 
เรือนเสาสูง มีใต้ถุน อาศัยทั้งในที่ราบลุ่ม และบนภูเขา ประเพณีศพเป็นวิธีเผาจนเป็นเถ้าแล้วเก็บอัฐิไว้ให้ลูกหลานบูชา 
ศาสนาดั้งเดิมเป็นการนับถือผี นับถือบรรพบุรุษ และบูชาแถน (ผีฟ้า หรือเสื้อเมือง) มีประเพณีสา คัญคือ ประเพณีสงกรานต์ 
ซึ่งเป็นประเพณีเฉลิมฉลองวสันตวิษุวัต และการขึ้นปีใหม่ 
 คา เรียก ไต เป็นคา ที่กลุ่มชนตระกลูไทใหญ่ใช้เรียกตนเอง ส่วน ไท เป็นคา เดียวกัน แต่เป็นสา เนียงของชาวไทน้อย และ 
ไทยสยาม บางครั้ง การใช้คา ไต-ไท ในวงแคบจะหมายถึงเฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาในกลุ่มภาษาไท (ไม่รวมกลุ่มภาษากะได เช่น 
ลักเกีย แสก คา ต้ง หลี เจียมาว ฯลฯ)
8 
อาณาเขตและสภาพพื้นที่การตั้งถิ่นฐาน “ไท”
ความหมายของ ไท 
ความหมายที่สอง หมายถึง 
 การปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากข้อบังคับ 
 การปล่อยเป็นอิสระ 
 การปลดปล่อย 
 การปลดแอก 
 ปลดเปลื้อง 
 การเลิกทาส
“ความเป็นไท” - emancipation 
Emancipation คือความพยายามต่าง ๆ นา ๆ ในการให้ได้มาซึ่งสิทธิและความเสมอภาคทางการเมือง มักใช้เฉพาะกับกลุ่มที่ไม่มี 
สิทธิ หรือใช้ในการอภิปรายเรื่องดังกล่าว คา นี้มาจาก ēx manus capere ('take out the hand') "เอาออกไปให้พ้น” 
คาร์ล มาร์ก ได้อภิปราย “ความเป็นไททางการเมือง” ในบทความ "On the Jewish Question" ใน พ.ศ. ๒๓๘๗ (ค.ศ. ๑๘๔๔) 
แม้จะเพิ่ม (หรอืขัดกับ) ศัพท์ “ความเป็นไทของมนุษย์” (human emancipation) 
ทัศนะความเป็นไททางการเมืองของมาร์กในงานชิ้นนี้ได้มีนักเขียนคนหนึ่งสรุปและต่อยอดเป็น “สถานภาพเสมอภาคของพลเมือง 
แต่ละคนในความสัมพันธ์ต่อรัฐ ความเสมอภาคก่อนกฎหมาย ไม่พิจารณาศาสนา ทรัพย์สิน หรอืลักษณะ ‘เอกชน’ อื่น ๆ ของ 
ประชาชนแต่ละคน”[1] 
Notes on Political and Human Emancipation, Mark Rupert, Syracuse University. 
(อา้งจากวิกิปีเดีย)
“ความเป็นไท” - emancipation 
 "Political emancipation" เป็นวลีที่ใช้น้อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านบริบททาง 
วิชาการ, ต่างชาติหรือนักเคลื่อนไหว (activist) แต่ก็มีการใช้ศัพท์อื่นที่มีความคิดรวบ 
ยอดคล้ายกันนี้ เช่น civil rights, Voting Rights 
 ปัญหา คือ emancipation มีความหมายตรงกับคา ว่า “ไท” หรือไม่ จึงเป็นเรื่องต้อง 
พิจารณา ตรึกตรอง
ไท - emancipation 
 ความเป็นอิสระ 
 การปลดปล่อยให้เป็นอิสระ 
 คุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตน 
 การศึกษาท่ชี่วยพัฒนาให้เกิด 
คุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตน
ไท 
ความเป็นอัตตาณัติ(Autonomy) 
การตัดสินใจ (Dicision making) 
ไม่กลัวเกรงอา นาจขู่บังคับ (co-ercion) 
มีความกล้าทางจริยธรรม (Moral courage)
ความเป็นอัตตาณัติ(Autonomy) 
ในความหมายตามความรู้สึกของคนไทย “ไท” เราได้ยินคา ว่าปลดจากทาสมาเป็น “ไท” 
หรือ เราเป็นคน “ไท” ไทก็คือความเป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นคนท่สีัง่ตนเองได้ เรียกว่ามี 
ความเป็นอัตตาณัติ(Autonomy) เชื่อมัน่ในอา นาจของตน 
อา นาจ (power) หมายถึงความสามารรถในการบังคับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อา นาจแบ่ง 
ออกเป็น 
อา นาจชอบธรรม (authority) เป็นอา นาจที่สังคมยอมรับให้กระทา ได้ 
อา นาจขู่บังคับ (co-ercion) เป็นอา นาจที่สังคมไม่ยอมรับ ไม่ยอมให้กระทา
การตัดสินใจ (Dicision making) 
สามารถตัดสินใจด้วยตนเอง เป็นความสามารถในการตัดสินใจ (Dicision making) ตามสิทธิและเสรีภาพพื้นฐาน ที่สามารถ 
แสดงความเป็น “ไท” หรือความเป็นอิสระได้ ดังนี้ 
 มนุษย์มีสิทธิที่จะมีชีวติรอดมนุษย์มีสิทธิในการพัฒนาตนเอง 
 มนุษย์มีสิทธิในเสรีภาพ 
 มนุษย์มีสิทธิในการศึกษา (พัฒนาตน) 
 มนุษย์มีสิทธิในการทา งาน (เลือกอาชีพ) 
 มนุษย์มีสิทธิในทรัพย์สินทั้งส่วนตัว ส่วนรวม และของรัฐ 
 มนุษย์มีสิทธิในสัญญาประชาคม
มนุษย์มีหน้าที่ 
หน้าที่ในการยอมรับนับถือชีวิต 
หน้าที่ในการยอมรับนับถือเสรีภาพและบุคลิกภาพ 
หน้าที่ในการยอมรับนับถือเสรีภาพและบุคลิกภาพ 
หน้าที่ในการยอมรับนับถือทรัพย์สินของผู้อื่น 
หน้าที่ในการยอมรับนับถือระเบียบของสังคม 
หน้าที่ในการยอมรับนับถือความจริง
ไม่กลัวเกรงอา นาจขู่บังคับ (co-ercion) 
 โดยไม่กลัวเกรงอา นาจขู่บังคับ (co-ercion) ใด ๆ หรือจะเรียกอีกอย่างว่ามีอา นาจอธิปไตยในตน (อธิ 
(ใหญ)่ + ปติ(ปไตย –ใหญ)่ แปลตามตัวว่า “ใหญ่ใหญ่” (อธิปไตย) ซึ่งหมายถึงใหญ่ท่สีุด หรือไม่มี 
อา นาจใดใหญ่กว่าตัวเรา) คนท่มีีอา นาจเป็นของตนเอง 
 ประเทศท่มีีเอกราช จะต้องมีอา นาจอธิปไตย มนุษย์เกิดมาเท่าเทยีมกัน (ตามกฎหมาย) ก็มอีา นาจเป็น 
ของตนประดุจเช่นประเทศเช่นกัน (แต่ต้องเป็นไปตามข้อตกลงของสังคม ซึ่งอธิบายได้ด้วยทฤษฎีหน้าที่ 
นิยม)
คุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตน 
มีสติ รู้พื้นฐานตนเอง 
ติดตามถามหาความจริงด้วยเหตุผล 
รู้ตัว จดจ่อ และต่อเนื่อง จนได้คา ตอบ 
รู้จักพอ ก่อสันติ 
มีความมัน่คง 
มองให้ตรงกับความจริง (ของโลก)
คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท 
ความไม่รู้ (Ignorance) 
 ความไม่กระจ่าง (Obscurity) 
 ห่างเหตุผล (Fallacy) 
ตามฝูงชนเห็นแต่ทางได้ (Mob)
คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท 
ความไม่รู้ (Ignorance) เนื่องมาจากความไม่สนใจ ไม่สงสัย ไม่ไฝ่รู้ ทั้ง ๆ ที่ความรู้มีอยู่ 
สองข้างทาง แต่ไม่สังเกต ไม่มีจิตเป็นปราชญ์ ทา ให้ขาดทัศนะและความคิดรวบยอดที่ 
ถูกต้อง ซ่งึได้แก่ ปรัชญา ทฤษฎี หลักการ กฎ ระเบียบ ข้อตกลงต่าง ๆ ของสังคม 
ความไม่กระจ่าง (Obscurity) เรื่องมาจากเรียนรู้เท่าที่ครูสอน ไม่สงสัย ไม่ไต่ถาม ไม่จด 
ไม่ทบทวนและสอบทาน ได้แค่ระดับ “จา ” แล้ว “ลืม” หรือ จา ได้แต่ไม่เข้าใจ (ภาวะรู้มี ๓ 
ขั้น คือ มโน จิตต วิญญาณ)
คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท 
 ห่างเหตุผล (Fallacy) ไม่มีหลักการพิจารณาความสมเหตุสมผล (อย่างแท้จริง) ทา ให้เกิดการอ้างเหตุผล 
ลวงโดยที่ตนมี่ทราบ หรือผู้อื่นใช้เหตุผลลวงกับเราก็ไม่รู้ ทา ให้คลาดเคลื่อนไปจากความจริง เรียกว่า 
“วิปริต” 
 ตามฝูงชนเห็นแต่ได้ (Mob) ด้วยความไม่รู้ ไม่กระจ่าง ห่างเหตุผล ท่ตีามมาคือ เห็นคนกลุ่มใหญ่ทา 
อะไรได้ประโยชน์ก็คิดว่าน่าจะถกู และทา ตามอย่างบ้าง โยไม่มีหลักในการตัดสินใจ
คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท 
คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไทนี้ สามารถแก้ไขบรรเทาเบาบางได้ด้วย 
“การศึกษา” 
Education 
Educare 
Educere 
ศึกษา สิกขา แนะ นา สัง่ สอน ฝึก หัด เรียน อบ-รม ?
การศึกษา 
การศึกษา เรามักใช้ในความหมายของชาวตะวันตก คือ Education มาจากคา ลาตินว่า 
 educare มีความหมายว่า การอบรม เลี้ยงดู (เน้นที่ตัวผู้เลี้ยง ผู้สอน เป็นแบบ ครูเป็น 
ศูนย์กลาง) กับ 
educere มีความหมายว่า นา หรือ ดึงความสามารถของผู้เรียนออกมา (เน้นท่ตีัวผู้เรียน 
เป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง) ซึ่งทั้งสองประการก็ทา ให้เกิดการพัฒนาขึ้นในตัวผู้เรียนทั้ง 
ทาง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
การศึกษา 
ศึกษา ในคา ไทยมาจากภาษาสันสกฤต ตรงกับภาษาบาลีว่า “สิกขา” หมายถึง “การพัฒนาอบรม 
ตน” ตามความหมายนี้หมายถึง การพัฒนาตน (Education/Self development) ทั้งกาย และจิต 
โดยมีเงื่อนไขว่า ทุกคนต้องพัฒนาตนเอง คนอื่นมาพัฒนาให้ไม่ได้ ได้แต่ชี้แนว บอกทาง 
บุคคลที่มีความปรารถนาจะพัฒนาตนเองจะมีใจจดจ่อ ต่อเนื่องในสิ่งที่ตนต้องการพัฒนา เต็มใจ 
ไฝ่หา เรียนรู้ ปฏิบัติ และฝึกฝน โดยไม่เบื่อหน่าย เนื่องจากเป็นความปรารถนาของตน 
ในฐานะที่เราเป็นนักการศึกษา เรามีหน้าที่หาวิธีการเพื่อให้ที่ยังมีแรงปรารถนาพัฒนาตนเองน้อย 
ให้เกิดความปรารถนาขึ้นมา หรือเกิดแรงบัลดาลใจจากภายในจุดหมายที่ตนปรารถนา นักการศึกษา 
จะมีวิธีการชี้แนวบอกทาง เพื่อให้บุคคลพัฒนาตนได้อย่างไร
การศึกษา 
ศึกษา ในความหมายที่สอง หมายถึง การแสวงหาคา ตอบ (Study) เป็นการแสวงหา 
คา ตอบในสิ่งที่สงสัย หรือใคร่รู้ เมื่อได้คา ตอบหรือมีความรู้แล้ว กน็าความรู้นั้นมาพัฒนา 
ตนและแนะนาผู้อื่นในสังคมต่อไป การแสวงหาคา ตอบ มีอย่างน้อย ๓ ช่องทาง คือ 
จากประสบการณ์ 
จากการคิด (จินตนาการ เหตุผล สร้างสรรค์) 
จากปฏิบัติ (ทดลอง ฝึกซ้า ชานาญ)
การศึกษา(สิกขา) : Education vs Study 
 การพัฒนาตน (Education/Self 
development) ทั้งกาย และจิต (ตะวันตก 
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สตปิัญญา) 
 ทุกคนต้องพัฒนาตนเอง คนอื่นมาพัฒนาให้ 
ไม่ได้ ได้แต่ชี้แนว บอกทาง 
 ดังนั้น เราจะมีวิธีการชี้แนวบอกทาง เพื่อให้ 
บุคคลพัฒนาตนได้อย่างไร 
 การแสวงหาคาตอบ (Study) 
 การแสวงหาคาตอบ มี ๓ ช่องทาง 
๑. ประสบการณ์ 
๒. คิด (จินตนาการ เหตุผล สร้างสรรค์) 
๓. ปฏิบัติ (ทดลอง ฝึกซ้า ชานาญ) 
 รู้จุดหมาย จดจ่อ ทา ต่อเนื่อง
ปัจจัยสา คัญในการแสวงหาคา ตอบ (ความรู้) 
ปัจจัยสา คัญในการแสวงหาคา ตอบคือ 
 รู้จุดหมาย 
 ใจจดจ่อ 
 ทา ต่อเนื่องตามลา ดับ 
 จับด้วยเหตุผล 
 ดลให้เกิดประโยชน์
กิจกรรม 
 สรุปประเด็นสา คัญของ “ความเป็นไท” (emancipation) ความหมาย องค์ประกอบ หลักการ องค์และ/ 
หรือ แนวทางทางการศึกษา 
 เสนอความคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หรือการจัดการทางสังคม เพื่อช่วยพัฒนาบุคคล กลุ่ม และ/หรือ 
ชุมชนให้เกิดคุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตนมา ๑ อย่าง เช่น 
 วิธีการพัฒนาตนเอง 
 วิธีการควบคุมและครองตน 
 วิธีการพิจารณาตัดสินใจตามหลักสิทธิและหน้าที่ของมนุษย์ 
 จากหลักการที่ได้ศึกษา สามารถนาไปใช้กับการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษานอกระบบโรงเรียนได้อย่างไร
สวัสดี

การพัฒนามนุษย์และสังคมเพื่อความเป็นไท ความหมาย

  • 1.
    การพัฒนามนุษย์และสังคมเพื่อความเป็นไท : ความหมายและขอบเขตของความเป็นไท สมประสงค์ น่วมบุญลือ (Present for education view)
  • 2.
    การพัฒนามนุษย์และสังคมเพื่อความเป็นไท สมมุติฐานในการหาคา ตอบในการศึกษาประเด็นตามหัวข้อเรื่อง  การพัฒนา – วัฒนา – การทา ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่  มนุษย์ – มน + อุษย์– ใจที่ได้ยกขึ้นสูง –คนท่ใีจได้พัฒนาแล้ว  สังคม – การอยู่ร่วมกันอย่างมีจุดหมาย และมีข้อตกลงในการด้านปฏิสัมพันธ์  “ความเป็นไท” –ความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง  การทา ให้มนุษย์และสังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อความเป็นตัวของตัวเอง
  • 3.
    มนุษย์ และ ธรรมชาติมนุษย์ มนุษย์ คือ ผู้มีจิตสูง (คุณธรรม) มนุษย์ คือ ผู้มีตัณหา (ความอยาก)  มโน  จิตฺต  วิญญาณ  Id - สันดานดิบ  Ego - ควบคุมตนเองได้  Super ego - ยกระดับตนเองได้
  • 4.
    สังคม และองค์ประกอบสังคม สังคม ในภาษาไทยมาจากคา ว่า ส + คม  ส หมายถึงร่วมกัน  คม หมายถึงไป  สังคมจึงมีความหมายว่าไปด้วยกัน ไปร่วมกัน การร่วมกันไปต้องมีจุดมุ่งหมาย  ดังนั้นเราจึงมาใช้ในความหมายว่า ความเป็นอยู่ร่วมกัน
  • 5.
    องค์ประกอบของสังคม  เป็นมนุษย์  มีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน (ปฏิสัมพันธ์)  มีการรวมกันอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง  มีวัตถุประสงค์และบรรทัดฐานสนับสนุนสร้างเสริมให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น  มีความผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  มีการถ่ายทอดปลูกฝังวิถีการปฏิบัติด้านความสัมพันธ์ของสังคมแก่สมาชิกใหม่
  • 6.
    ความหมายของ ไท ความหมายท่หีนึ่ง  หมายถึงกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมพื้นฐานร่วมกัน เรียกว่า ไท หรือ ไต  ไท หมายถึง “คน” “ชาว” “พวก”  ไท หรือ ไต พูดภาษาตระกูลไท –กะได มีประชากรจา นวนไม่น้อยกว่า ๑๒๐ ล้านคน
  • 7.
    กลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือกลุ่มชาตพิันธุ์ไต-ไท เป็นชื่อเรียกรวมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในตระกูลภาษาไท-กะได  กลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือบางครั้งเรียกว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไต-ไท เป็นชื่อเรียกโดยรวมของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในตระกูล ภาษาไท-กะได  กลุ่มชาติพันธุ์ ไท-กะได กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคอุษาคเนย์รับประทานข้าวเจ้า หรอืข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก นิยมปลูก เรือนเสาสูง มีใต้ถุน อาศัยทั้งในที่ราบลุ่ม และบนภูเขา ประเพณีศพเป็นวิธีเผาจนเป็นเถ้าแล้วเก็บอัฐิไว้ให้ลูกหลานบูชา ศาสนาดั้งเดิมเป็นการนับถือผี นับถือบรรพบุรุษ และบูชาแถน (ผีฟ้า หรือเสื้อเมือง) มีประเพณีสา คัญคือ ประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีเฉลิมฉลองวสันตวิษุวัต และการขึ้นปีใหม่  คา เรียก ไต เป็นคา ที่กลุ่มชนตระกลูไทใหญ่ใช้เรียกตนเอง ส่วน ไท เป็นคา เดียวกัน แต่เป็นสา เนียงของชาวไทน้อย และ ไทยสยาม บางครั้ง การใช้คา ไต-ไท ในวงแคบจะหมายถึงเฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาในกลุ่มภาษาไท (ไม่รวมกลุ่มภาษากะได เช่น ลักเกีย แสก คา ต้ง หลี เจียมาว ฯลฯ)
  • 8.
  • 9.
    ความหมายของ ไท ความหมายที่สองหมายถึง  การปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากข้อบังคับ  การปล่อยเป็นอิสระ  การปลดปล่อย  การปลดแอก  ปลดเปลื้อง  การเลิกทาส
  • 10.
    “ความเป็นไท” - emancipation Emancipation คือความพยายามต่าง ๆ นา ๆ ในการให้ได้มาซึ่งสิทธิและความเสมอภาคทางการเมือง มักใช้เฉพาะกับกลุ่มที่ไม่มี สิทธิ หรือใช้ในการอภิปรายเรื่องดังกล่าว คา นี้มาจาก ēx manus capere ('take out the hand') "เอาออกไปให้พ้น” คาร์ล มาร์ก ได้อภิปราย “ความเป็นไททางการเมือง” ในบทความ "On the Jewish Question" ใน พ.ศ. ๒๓๘๗ (ค.ศ. ๑๘๔๔) แม้จะเพิ่ม (หรอืขัดกับ) ศัพท์ “ความเป็นไทของมนุษย์” (human emancipation) ทัศนะความเป็นไททางการเมืองของมาร์กในงานชิ้นนี้ได้มีนักเขียนคนหนึ่งสรุปและต่อยอดเป็น “สถานภาพเสมอภาคของพลเมือง แต่ละคนในความสัมพันธ์ต่อรัฐ ความเสมอภาคก่อนกฎหมาย ไม่พิจารณาศาสนา ทรัพย์สิน หรอืลักษณะ ‘เอกชน’ อื่น ๆ ของ ประชาชนแต่ละคน”[1] Notes on Political and Human Emancipation, Mark Rupert, Syracuse University. (อา้งจากวิกิปีเดีย)
  • 11.
    “ความเป็นไท” - emancipation  "Political emancipation" เป็นวลีที่ใช้น้อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านบริบททาง วิชาการ, ต่างชาติหรือนักเคลื่อนไหว (activist) แต่ก็มีการใช้ศัพท์อื่นที่มีความคิดรวบ ยอดคล้ายกันนี้ เช่น civil rights, Voting Rights  ปัญหา คือ emancipation มีความหมายตรงกับคา ว่า “ไท” หรือไม่ จึงเป็นเรื่องต้อง พิจารณา ตรึกตรอง
  • 12.
    ไท - emancipation  ความเป็นอิสระ  การปลดปล่อยให้เป็นอิสระ  คุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตน  การศึกษาท่ชี่วยพัฒนาให้เกิด คุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตน
  • 13.
    ไท ความเป็นอัตตาณัติ(Autonomy) การตัดสินใจ(Dicision making) ไม่กลัวเกรงอา นาจขู่บังคับ (co-ercion) มีความกล้าทางจริยธรรม (Moral courage)
  • 14.
    ความเป็นอัตตาณัติ(Autonomy) ในความหมายตามความรู้สึกของคนไทย “ไท”เราได้ยินคา ว่าปลดจากทาสมาเป็น “ไท” หรือ เราเป็นคน “ไท” ไทก็คือความเป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นคนท่สีัง่ตนเองได้ เรียกว่ามี ความเป็นอัตตาณัติ(Autonomy) เชื่อมัน่ในอา นาจของตน อา นาจ (power) หมายถึงความสามารรถในการบังคับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อา นาจแบ่ง ออกเป็น อา นาจชอบธรรม (authority) เป็นอา นาจที่สังคมยอมรับให้กระทา ได้ อา นาจขู่บังคับ (co-ercion) เป็นอา นาจที่สังคมไม่ยอมรับ ไม่ยอมให้กระทา
  • 15.
    การตัดสินใจ (Dicision making) สามารถตัดสินใจด้วยตนเอง เป็นความสามารถในการตัดสินใจ (Dicision making) ตามสิทธิและเสรีภาพพื้นฐาน ที่สามารถ แสดงความเป็น “ไท” หรือความเป็นอิสระได้ ดังนี้  มนุษย์มีสิทธิที่จะมีชีวติรอดมนุษย์มีสิทธิในการพัฒนาตนเอง  มนุษย์มีสิทธิในเสรีภาพ  มนุษย์มีสิทธิในการศึกษา (พัฒนาตน)  มนุษย์มีสิทธิในการทา งาน (เลือกอาชีพ)  มนุษย์มีสิทธิในทรัพย์สินทั้งส่วนตัว ส่วนรวม และของรัฐ  มนุษย์มีสิทธิในสัญญาประชาคม
  • 16.
    มนุษย์มีหน้าที่ หน้าที่ในการยอมรับนับถือชีวิต หน้าที่ในการยอมรับนับถือเสรีภาพและบุคลิกภาพ หน้าที่ในการยอมรับนับถือเสรีภาพและบุคลิกภาพ หน้าที่ในการยอมรับนับถือทรัพย์สินของผู้อื่น หน้าที่ในการยอมรับนับถือระเบียบของสังคม หน้าที่ในการยอมรับนับถือความจริง
  • 17.
    ไม่กลัวเกรงอา นาจขู่บังคับ (co-ercion)  โดยไม่กลัวเกรงอา นาจขู่บังคับ (co-ercion) ใด ๆ หรือจะเรียกอีกอย่างว่ามีอา นาจอธิปไตยในตน (อธิ (ใหญ)่ + ปติ(ปไตย –ใหญ)่ แปลตามตัวว่า “ใหญ่ใหญ่” (อธิปไตย) ซึ่งหมายถึงใหญ่ท่สีุด หรือไม่มี อา นาจใดใหญ่กว่าตัวเรา) คนท่มีีอา นาจเป็นของตนเอง  ประเทศท่มีีเอกราช จะต้องมีอา นาจอธิปไตย มนุษย์เกิดมาเท่าเทยีมกัน (ตามกฎหมาย) ก็มอีา นาจเป็น ของตนประดุจเช่นประเทศเช่นกัน (แต่ต้องเป็นไปตามข้อตกลงของสังคม ซึ่งอธิบายได้ด้วยทฤษฎีหน้าที่ นิยม)
  • 18.
    คุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตน มีสติ รู้พื้นฐานตนเอง ติดตามถามหาความจริงด้วยเหตุผล รู้ตัว จดจ่อ และต่อเนื่อง จนได้คา ตอบ รู้จักพอ ก่อสันติ มีความมัน่คง มองให้ตรงกับความจริง (ของโลก)
  • 19.
    คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท ความไม่รู้ (Ignorance)  ความไม่กระจ่าง (Obscurity)  ห่างเหตุผล (Fallacy) ตามฝูงชนเห็นแต่ทางได้ (Mob)
  • 20.
    คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท ความไม่รู้ (Ignorance)เนื่องมาจากความไม่สนใจ ไม่สงสัย ไม่ไฝ่รู้ ทั้ง ๆ ที่ความรู้มีอยู่ สองข้างทาง แต่ไม่สังเกต ไม่มีจิตเป็นปราชญ์ ทา ให้ขาดทัศนะและความคิดรวบยอดที่ ถูกต้อง ซ่งึได้แก่ ปรัชญา ทฤษฎี หลักการ กฎ ระเบียบ ข้อตกลงต่าง ๆ ของสังคม ความไม่กระจ่าง (Obscurity) เรื่องมาจากเรียนรู้เท่าที่ครูสอน ไม่สงสัย ไม่ไต่ถาม ไม่จด ไม่ทบทวนและสอบทาน ได้แค่ระดับ “จา ” แล้ว “ลืม” หรือ จา ได้แต่ไม่เข้าใจ (ภาวะรู้มี ๓ ขั้น คือ มโน จิตต วิญญาณ)
  • 21.
    คุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นไท  ห่างเหตุผล(Fallacy) ไม่มีหลักการพิจารณาความสมเหตุสมผล (อย่างแท้จริง) ทา ให้เกิดการอ้างเหตุผล ลวงโดยที่ตนมี่ทราบ หรือผู้อื่นใช้เหตุผลลวงกับเราก็ไม่รู้ ทา ให้คลาดเคลื่อนไปจากความจริง เรียกว่า “วิปริต”  ตามฝูงชนเห็นแต่ได้ (Mob) ด้วยความไม่รู้ ไม่กระจ่าง ห่างเหตุผล ท่ตีามมาคือ เห็นคนกลุ่มใหญ่ทา อะไรได้ประโยชน์ก็คิดว่าน่าจะถกู และทา ตามอย่างบ้าง โยไม่มีหลักในการตัดสินใจ
  • 22.
  • 23.
    การศึกษา การศึกษา เรามักใช้ในความหมายของชาวตะวันตกคือ Education มาจากคา ลาตินว่า  educare มีความหมายว่า การอบรม เลี้ยงดู (เน้นที่ตัวผู้เลี้ยง ผู้สอน เป็นแบบ ครูเป็น ศูนย์กลาง) กับ educere มีความหมายว่า นา หรือ ดึงความสามารถของผู้เรียนออกมา (เน้นท่ตีัวผู้เรียน เป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง) ซึ่งทั้งสองประการก็ทา ให้เกิดการพัฒนาขึ้นในตัวผู้เรียนทั้ง ทาง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
  • 24.
    การศึกษา ศึกษา ในคาไทยมาจากภาษาสันสกฤต ตรงกับภาษาบาลีว่า “สิกขา” หมายถึง “การพัฒนาอบรม ตน” ตามความหมายนี้หมายถึง การพัฒนาตน (Education/Self development) ทั้งกาย และจิต โดยมีเงื่อนไขว่า ทุกคนต้องพัฒนาตนเอง คนอื่นมาพัฒนาให้ไม่ได้ ได้แต่ชี้แนว บอกทาง บุคคลที่มีความปรารถนาจะพัฒนาตนเองจะมีใจจดจ่อ ต่อเนื่องในสิ่งที่ตนต้องการพัฒนา เต็มใจ ไฝ่หา เรียนรู้ ปฏิบัติ และฝึกฝน โดยไม่เบื่อหน่าย เนื่องจากเป็นความปรารถนาของตน ในฐานะที่เราเป็นนักการศึกษา เรามีหน้าที่หาวิธีการเพื่อให้ที่ยังมีแรงปรารถนาพัฒนาตนเองน้อย ให้เกิดความปรารถนาขึ้นมา หรือเกิดแรงบัลดาลใจจากภายในจุดหมายที่ตนปรารถนา นักการศึกษา จะมีวิธีการชี้แนวบอกทาง เพื่อให้บุคคลพัฒนาตนได้อย่างไร
  • 25.
    การศึกษา ศึกษา ในความหมายที่สองหมายถึง การแสวงหาคา ตอบ (Study) เป็นการแสวงหา คา ตอบในสิ่งที่สงสัย หรือใคร่รู้ เมื่อได้คา ตอบหรือมีความรู้แล้ว กน็าความรู้นั้นมาพัฒนา ตนและแนะนาผู้อื่นในสังคมต่อไป การแสวงหาคา ตอบ มีอย่างน้อย ๓ ช่องทาง คือ จากประสบการณ์ จากการคิด (จินตนาการ เหตุผล สร้างสรรค์) จากปฏิบัติ (ทดลอง ฝึกซ้า ชานาญ)
  • 26.
    การศึกษา(สิกขา) : Educationvs Study  การพัฒนาตน (Education/Self development) ทั้งกาย และจิต (ตะวันตก ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สตปิัญญา)  ทุกคนต้องพัฒนาตนเอง คนอื่นมาพัฒนาให้ ไม่ได้ ได้แต่ชี้แนว บอกทาง  ดังนั้น เราจะมีวิธีการชี้แนวบอกทาง เพื่อให้ บุคคลพัฒนาตนได้อย่างไร  การแสวงหาคาตอบ (Study)  การแสวงหาคาตอบ มี ๓ ช่องทาง ๑. ประสบการณ์ ๒. คิด (จินตนาการ เหตุผล สร้างสรรค์) ๓. ปฏิบัติ (ทดลอง ฝึกซ้า ชานาญ)  รู้จุดหมาย จดจ่อ ทา ต่อเนื่อง
  • 27.
    ปัจจัยสา คัญในการแสวงหาคา ตอบ(ความรู้) ปัจจัยสา คัญในการแสวงหาคา ตอบคือ  รู้จุดหมาย  ใจจดจ่อ  ทา ต่อเนื่องตามลา ดับ  จับด้วยเหตุผล  ดลให้เกิดประโยชน์
  • 28.
    กิจกรรม  สรุปประเด็นสาคัญของ “ความเป็นไท” (emancipation) ความหมาย องค์ประกอบ หลักการ องค์และ/ หรือ แนวทางทางการศึกษา  เสนอความคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หรือการจัดการทางสังคม เพื่อช่วยพัฒนาบุคคล กลุ่ม และ/หรือ ชุมชนให้เกิดคุณลักษณะที่เป็นไทแก่ตนมา ๑ อย่าง เช่น  วิธีการพัฒนาตนเอง  วิธีการควบคุมและครองตน  วิธีการพิจารณาตัดสินใจตามหลักสิทธิและหน้าที่ของมนุษย์  จากหลักการที่ได้ศึกษา สามารถนาไปใช้กับการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษานอกระบบโรงเรียนได้อย่างไร
  • 29.