สังคมศึกษา
                                                                       อ. สุทัศน ภูมิรัตนจรินทร
                                                                       โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

มนุษย สังคม วัฒนธรรม

    ประเภทของสัตว มี 2 ประเภท
    1. สัตวโลก คือ สัตวที่สามารถดํารงชีวิตอยูไดโดยลําพัง เชน งู จิ้งจก ตุกแก แมงมุม ฯลฯ
    2. สัตวสงคม คือ สัตวที่ตองอยูรวมกันเปนกลุม มีการชวยเหลือ แบงหนาที่กันทํางาน เชน ผึ้ง
             ั                
       มด กวาง ชาง ฯลฯ
    สิ่งที่มนุษยเหมือนกับสัตวอื่น
    1. ความตองการทางกายภาพ – ชีวภาพ
    2. การสรางสมาชิกใหม
    3. การปรับตัวเขากับสิ่งแวดลอม
    4. ความตองการอํานาจ
    สิงทีมนุษยแตกตางจากสัตวอื่น
      ่ ่
    1. มีรางกายตั้งฉากกับพื้นผิวโลก
    2. มีขนาดนํ้าหนักของสมองเมื่อเปรียบเทียบกับนํ้าหนักตัวสูงมาก
    3. มีดวงตาอยูดานหนาและตําแหนงที่เหมาะสม
    4. มีนวมือนิ้วเทาแยกออกจากกัน
           ิ้
    5. มีการสรางสัญลักษณในการสื่อความหมาย
    6. มีวัฒนธรรม
    ความตองการขั้นพื้นฐานของมนุษย
    1. ความตองการทางกายภาพ คือวัตถุสิ่งตางๆ ที่มีความสําคัญตอการดํารงชีวิต เชน ที่อยูอาศัย
       เครื่องใชตางๆ
    2. ความตองการทางดานชีวภาพ คือ อาหาร ยารักษาโรค
    3. ความตองการทางดานสังคม คือ ความสัมพันธของมนุษยในสังคม
    4. ความตองการทางดานจิตวิทยา คือ ทางดานจิตใจ เชน ตองการความรัก ความเขาใจ ความ
       เห็นอกเห็นใจ กําลังใจ


             สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร
                             ั                                                                 1
มนุษยเปนสัตวสังคม (Social animal) หมายถึง มนุษยเปนสัตวโลกที่มีการอยูรวมกันเปนพวก
เปนหมู มีการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีความสัมพันธเกี่ยวของกัน
        มนุษยตองอยูรวมกันเปนสังคม เพราะตองพึ่งกันและกัน ดังนี้
            มีการแตงงานกัน ทําตามความสามารถและความถนัด
            มีการแลกเปลี่ยนผลผลิตกัน
            ตองการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
            มนุษยเปนสัตวสังคม ตองอยูรวมกันเปนหมูคณะเพื่อความสุขทางใจ
       สังคม หมายถึง กลุมคนที่อยูรวมกัน โดยมีลักษณะดังตอไปนี้
           ประกอบดวยกลุมคน
           มีความสัมพันธระหวางสมาชิกภายในกลุม
           มีอาณาเขตที่แนนอน
           มีระเบียบกฎเกณฑ และลักษณะการดําเนินชีวิตในแบบเดียวกัน
           มีจดมุงหมายไปในแนวทางเดียวกัน
              ุ 
       ฝูงชน (Crowd) หมายถึง กลุมคนที่มารวมตัวกันเพื่อจุดประสงคใด จุดประสงคหนึ่ง เมื่อเสร็จ
สินจุดประสงคแลวก็แยกยายจากกันไป โดยขาดความสัมพันธกันอยางตอเนื่อง
  ้
       วัฒนธรรม คือ วิถีการดําเนินชีวิตของมนุษยในสังคม ซึ่งเปนระเบียบกฎเกณฑที่คนสวนใหญ
ในสังคมยึดถือปฏิบัติรวมกัน วัฒนธรรมเปนสิ่งจําเปนในการดํารงชีวตของมนุษย มนุษยจะอยูโดย
                                                                 ิ
ปราศจากวัฒนธรรมไมได
        ลักษณะของวัฒนธรรม
        1. เปนสิ่งที่มนุษยสรางขึ้นมา เพื่อชวยใหมนุษยสามารถดํารงชีวตอยูได
                                                                        ิ
        2. เปนสิ่งที่ไดมาจากการเรียนรู
        3. เปนแบบแผนในการดําเนินชีวิต
        4. เปนมรดกทางสังคม
        5. เปนสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได
       ประเภทของวัฒนธรรม
       1. วัฒนธรรมทางวัตถุ
       2. วัฒนธรรมทางจิตใจ
        ปจจัยหรืออิทธิพลที่กอใหเกิดวัฒนธรรม
        1. สิงแวดลอมทางภูมิศาสตร
              ่
        2. ลัทธิ ศาสนา ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี
        3. ความเจริญกาวหนาทางวิทยาการ เทคโนโลยี


                 สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร
                                 ั                                                             2
เนื้อหาของวัฒนธรรม
        1. คติธรรม คือ ความเชื่อ คานิยมในการดําเนินชีวิต
        2. เนติธรรม คือ กฎหมาย กฎเกณฑ ระเบียบตางๆ
        3. วัตถุธรรม คือ สิ่งประดิษฐตางๆ
        4. สหธรรม คือ มารยาทที่ควรปฏิบัติตอกันในสังคม

                                            แบบทดสอบ
จงเลือกขอที่ถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว
1. ขอใดทีแสดงลักษณะความแตกตางระหวางสัตวโลกกับสัตวสงคม
          ่                                                   ั
      1. ความฉลาดของสัตวสังคม
      2. สัตวสังคมปรับตัวไดดีกวาสัตวโลก
      3. สัตวสังคมมีวัฒนธรรมสูงกวาสัตวโลก
      4. สัตวสงคมอยูรวมกันเปนกลุม แตสัตวโลกชอบอยูลําพัง
                  ั
2. ลักษณะสําคัญของการอยูรวมกันของสัตวสังคม คือขอใด
                               
      1. การตอสูแขงขันกัน                     2. การกระทําระหวางกัน
      3. การถายทอดประสบการณ                    4. การสรางกฎระเบียบ
3. สัตวโลกและสัตวสังคม มีการปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมเนื่องจากสาเหตุใด
      1. ความตองการทางกายภาพและชีวภาพ
      2. สิงแวดลอมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
              ่
      3. ตองการมีชวิตอยูรอด และดํารงเผาพันธุไวได
                       ี
      4. เพือความสะดวกสบายในการดําเนินชีวิต
                ่
4. ขอใดทีแสดงวาเปนลักษณะเฉพาะของสังคมมนุษยที่แตกตางจากสังคมสัตว
            ่
      1. ความตองการเปนอิสระเสรี                2. การมีการกระทําระหวางกัน
      3. ความมีระเบียบแบบแผน                     4. การอยูรวมกันเปนกลุมกอน
5. ขอใดถูกตอง
      1. สัตวโลกและสัตวสังคมมีความตองการทางกายภาพแตกตางกัน
      2. สัตวสังคมมีวัฒนธรรมเชนเดียวกับมนุษย
      3. สังคมและวัฒนธรรมเกิดจากมนุษยและไมแตกตางกัน
      4. ความสามารถของมนุษยที่เหนือสัตวอื่นคือการสรางสัญลักษณ




                 สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร
                                 ั                                               3
6. เมือเดือนเมษายน 2546 อุณหภูมในประเทศอินเดียสูงถึง 45 องศาเซลเซียส มีประชาชนในรัฐ
      ่                                ิ
   อุตรประเทศตายไปถึง 58 คน เหตุการณดังกลาวนี้แสดงวามนุษยเกิดปญหาเกี่ยวกับความตองการ
   ดานใด
        1. ความตองการทางรางกาย                   2. ความตองการทางจิตใจ
        3. ความตองการทางสังคม                     4. ความตองการทางวัฒนธรรม
7. สังคมตอบสนองความตองการทางจิตใจของมนุษยในเรื่องใดที่เปนความปรารถนาของมนุษยมากที่
    สุด
        1. ความสะดวกสบาย                           2. ปจจัย 4
        3. ความรัก                                 4. การศึกษา
8. ขอใดเปนลักษณะสังคม
        1. การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสุราษฎรธานี
        2. ผูนาเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจเขาชมขบวนเรือพยุหยาตราที่รัฐบาลจัดใหชม
              ํ
        3. นักกีฬากวา 5,000 คน ลงแขงขันกีฬาซีเกมสที่เวียดนามในปนี้
        4. แพทยหญิงคุณหญิงพรทิพย เขาชมคอนเสิรตของเบิรด ธงไชยตอเนื่องมาเปนเวลา 5 ป
9. การรวมกลุมในลักษณะใดตอไปนี้จัดเปนสังคมได
        1. มีประชากรจํานวนหนึ่งทั้งหญิงและชาย
        2. มีคนสวนใหญพูดภาษาเดียวกัน
        3. มีการปกครองเปนของตนเอง
        4. มีการดําเนินชีวิตเปนของตนเอง
10. หากสังคมของมนุษยหนวยแรก คือครอบครัว ขอใดมีหนาที่ที่แสดงออกวาครอบครัวคือสังคม
        1. มีญาติพี่นองพอแมลูกอยูครบถวน     2. ทุกคนมีหนาที่รับผิดชอบรวมกัน
        3. มีภาษาพูดอยางเดียวกัน                4. มีสถานที่อยูเปนหลักแหลงเดียวกัน
11. หนาที่ที่สําคัญที่สุดของสังคม ซึ่งจะตองกระทําใหแกสมาชิกคือขอใด
        1. ผลิตสมาชิกใหมเพื่อทดแทนสมาชิกเกา
        2. ใหสมาชิกรูจักปรับตัวกับสภาพแวดลอม
        3. อบรมสมาชิกใหรูจักสิทธิหนาที่ของคนตอสังคม
        4. ใหสมาชิกรูจักมีการผลิตและบริการ
12. ขอใดไมเขาขายกลุมสังคม
        1. สมาคมนิสิตเกาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
        2. ชมรมสนับสนุนสินคาไทย
        3. กลุมแมบานทหารบก
        4. กลุมคนในโรงภาพยนตร

                สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร
                                ั                                                        4
13. ขอใด คือลักษณะการรวมกลุมแบบปฐมภูมิ
       1. การแสดงคอนเสิรต “ธงไชย” มีผคนทุกเพศทุกวัยเขาชมมาก และมีความสนุกสนาน
                                           ู
          ประทับใจ
       2. นายกรัฐมนตรีใสบาตรในวันขึ้นปใหมกับครอบครัว และฉลองปใหมกับเครือญาติที่บานพัก
          จังหวัดตรัง
      3. การไปตรวจราชการที่จังหวัดกาญจนบุรีของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย พรอมผูติด
                                                                
          ตามจํานวนมาก
      4. การสมัครสอบเอนทรานซ เดือนมีนาคม 2542 ใหนักเรียนสมัครสอบไดที่โรงเรียนของตน
          เอง
14. ลักษณะความสัมพันธทางสังคมแบบทุติยภูมจะเปนไปตามขอใด
                                                ิ
      1. เปนความสัมพันธที่เกิดขึ้นในระยะเวลายาวนาน
      2. เปนความสัมพันธเนื่องจากมีจุดมุงหมายเดียวกัน
      3. เปนความสัมพันธท่เี กิดขึนจากการที่มีสมาชิกอยูเปนจํานวนมาก
                                   ้
      4. เปนความสัมพันธภายในกลุมที่มีฐานะ หนาที่ การงานแตกตางกัน
15. ในดานสังคมวิทยาแลว ขอใดตอไปนี้ไมถูกตองเกี่ยวกับวัฒนธรรม
      1. วัฒนธรรมคือรูปแบบการดําเนินชีวิตที่ดีงาม
      2. วัฒนธรรมทําใหสังคมมนุษยมีการเปลี่ยนแปลง
      3. วัฒนธรรมเปนระบบสัญลักษณที่เกิดจากการเรียน
      4. วัฒนธรรมคือวิถีชวิตที่สืบทอดจากคนรุนหนึ่งไปยังอีกรุนหนึ่ง
                          ี
16. “เสียทองเทาหัว ไมยอมเสียผัวใหใคร” เปนคํากลาวที่แสดงลักษณะใดของวัฒนธรรม
      1. มรดกทางสังคม                             2. สิ่งที่สังคมตองเรียนรู
      3. แบบแผนการดําเนินชีวิต                    4. เปนการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย
17. การดําเนินชีวิตของคนยุโรปและอเมริกาที่มีสิ่งอํานวยความสะดวกมากมายกวาคนเอเชียและ
    แอฟริกานั้น แสดงถึงลักษณะใดของวัฒนธรรม
      1. วัฒนธรรมเปนสิ่งที่ไมคงที่มการเปลี่ยนแปลงเสมอ
                                     ี
      2. วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม
      3. วัฒนธรรมเปนสิ่งที่ไดจากการเรียนรู
      4. วัฒนธรรมเปนแบบอยางในการดําเนินชีวิต




                สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร
                                ั                                                         5
18. ขอความใดสะทอนพฤติกรรมที่ไมใชวฒนธรรมทางวัตถุ
                                           ั
       1. การบริจาคเงินรางวัลใหแกสถานเลี้ยงเด็กกําพรา
       2. การสงกระทงดอกไมสดเขาประกวดในงานแสดงภูมิปญญาไทย
       3. การมอบเครื่องหมายประกันคุณภาพแกสินคา 1 ตําบล 1 ผลิตภัณฑ
       4. การสงออกผลไมไทยไดรบความนิยมอยางมากในกลุมประเทศอาเซียน
                                     ั
19. คํากลาวที่วา “วัฒนธรรมไทยเปนมรดกทางสังคมไทย” หมายถึงขอใดมากที่สด    ุ
       1. วัฒนธรรมไทยเปนมรดกทางวัตถุที่จบตองได
                                               ั
       2. วัฒนธรรมไทยมีประวัติความเปนมาอันยาวนาน
       3. วัฒนธรรมไทยเปนสิ่งที่มคุณคาควรรักษาไว
                                   ี
       4. วัฒนธรรมไทยมีการถายทอดจากบรรพบุรุษสูลูกหลาน
20. ขอใดเปนวัฒนธรรมประเภท “สหธรรม”
       1. หลักในการดําเนินชีวิตที่สวนใหญไดมาจากศาสนา
       2. ขนบธรรมเนียมประเพณี และมารยาททางสังคม
       3. ระเบียบขอบังคับตาง ๆ ของสังคมและกฎหมาย
       4. สิ่งที่สมาชิกไดคิดประดิษฐ ใหเกิดความสะดวกสบายในการดําเนินชีวิต
21. พระภิกษุละออง สุวรรณโณ เสพเมถุนกับสีกาปุย ทําใหตองปาราชิกแสดงใหเห็นวาเปนเรื่อง
    เกียวกับวัฒนธรรมดานใด
       ่
       1. คติธรรม                                 2. เนติธรรม
       3. สหธรรม                                  4. วัตถุธรรม
22. ปจจัยขอใดสําคัญที่สุด ทีกอใหเกิดวัฒนธรรมในปจจุบัน
                              ่
       1. ดานภูมิศาสตร                          2. ลัทธิ-ศาสนา
         3. ขนบประเพณี                            4. วิทยาการ-เทคโนโลยี




                สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร
                                ั                                                          6

มนุษย์ สังคม วัฒนธรรม

  • 1.
    สังคมศึกษา อ. สุทัศน ภูมิรัตนจรินทร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มนุษย สังคม วัฒนธรรม ประเภทของสัตว มี 2 ประเภท 1. สัตวโลก คือ สัตวที่สามารถดํารงชีวิตอยูไดโดยลําพัง เชน งู จิ้งจก ตุกแก แมงมุม ฯลฯ 2. สัตวสงคม คือ สัตวที่ตองอยูรวมกันเปนกลุม มีการชวยเหลือ แบงหนาที่กันทํางาน เชน ผึ้ง ั  มด กวาง ชาง ฯลฯ สิ่งที่มนุษยเหมือนกับสัตวอื่น 1. ความตองการทางกายภาพ – ชีวภาพ 2. การสรางสมาชิกใหม 3. การปรับตัวเขากับสิ่งแวดลอม 4. ความตองการอํานาจ สิงทีมนุษยแตกตางจากสัตวอื่น ่ ่ 1. มีรางกายตั้งฉากกับพื้นผิวโลก 2. มีขนาดนํ้าหนักของสมองเมื่อเปรียบเทียบกับนํ้าหนักตัวสูงมาก 3. มีดวงตาอยูดานหนาและตําแหนงที่เหมาะสม 4. มีนวมือนิ้วเทาแยกออกจากกัน ิ้ 5. มีการสรางสัญลักษณในการสื่อความหมาย 6. มีวัฒนธรรม ความตองการขั้นพื้นฐานของมนุษย 1. ความตองการทางกายภาพ คือวัตถุสิ่งตางๆ ที่มีความสําคัญตอการดํารงชีวิต เชน ที่อยูอาศัย เครื่องใชตางๆ 2. ความตองการทางดานชีวภาพ คือ อาหาร ยารักษาโรค 3. ความตองการทางดานสังคม คือ ความสัมพันธของมนุษยในสังคม 4. ความตองการทางดานจิตวิทยา คือ ทางดานจิตใจ เชน ตองการความรัก ความเขาใจ ความ เห็นอกเห็นใจ กําลังใจ สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร ั 1
  • 2.
    มนุษยเปนสัตวสังคม (Social animal)หมายถึง มนุษยเปนสัตวโลกที่มีการอยูรวมกันเปนพวก เปนหมู มีการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีความสัมพันธเกี่ยวของกัน มนุษยตองอยูรวมกันเปนสังคม เพราะตองพึ่งกันและกัน ดังนี้ มีการแตงงานกัน ทําตามความสามารถและความถนัด มีการแลกเปลี่ยนผลผลิตกัน ตองการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน มนุษยเปนสัตวสังคม ตองอยูรวมกันเปนหมูคณะเพื่อความสุขทางใจ สังคม หมายถึง กลุมคนที่อยูรวมกัน โดยมีลักษณะดังตอไปนี้ ประกอบดวยกลุมคน มีความสัมพันธระหวางสมาชิกภายในกลุม มีอาณาเขตที่แนนอน มีระเบียบกฎเกณฑ และลักษณะการดําเนินชีวิตในแบบเดียวกัน มีจดมุงหมายไปในแนวทางเดียวกัน ุ  ฝูงชน (Crowd) หมายถึง กลุมคนที่มารวมตัวกันเพื่อจุดประสงคใด จุดประสงคหนึ่ง เมื่อเสร็จ สินจุดประสงคแลวก็แยกยายจากกันไป โดยขาดความสัมพันธกันอยางตอเนื่อง ้ วัฒนธรรม คือ วิถีการดําเนินชีวิตของมนุษยในสังคม ซึ่งเปนระเบียบกฎเกณฑที่คนสวนใหญ ในสังคมยึดถือปฏิบัติรวมกัน วัฒนธรรมเปนสิ่งจําเปนในการดํารงชีวตของมนุษย มนุษยจะอยูโดย ิ ปราศจากวัฒนธรรมไมได ลักษณะของวัฒนธรรม 1. เปนสิ่งที่มนุษยสรางขึ้นมา เพื่อชวยใหมนุษยสามารถดํารงชีวตอยูได ิ 2. เปนสิ่งที่ไดมาจากการเรียนรู 3. เปนแบบแผนในการดําเนินชีวิต 4. เปนมรดกทางสังคม 5. เปนสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได ประเภทของวัฒนธรรม 1. วัฒนธรรมทางวัตถุ 2. วัฒนธรรมทางจิตใจ ปจจัยหรืออิทธิพลที่กอใหเกิดวัฒนธรรม 1. สิงแวดลอมทางภูมิศาสตร ่ 2. ลัทธิ ศาสนา ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี 3. ความเจริญกาวหนาทางวิทยาการ เทคโนโลยี สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร ั 2
  • 3.
    เนื้อหาของวัฒนธรรม 1. คติธรรม คือ ความเชื่อ คานิยมในการดําเนินชีวิต 2. เนติธรรม คือ กฎหมาย กฎเกณฑ ระเบียบตางๆ 3. วัตถุธรรม คือ สิ่งประดิษฐตางๆ 4. สหธรรม คือ มารยาทที่ควรปฏิบัติตอกันในสังคม แบบทดสอบ จงเลือกขอที่ถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว 1. ขอใดทีแสดงลักษณะความแตกตางระหวางสัตวโลกกับสัตวสงคม ่ ั 1. ความฉลาดของสัตวสังคม 2. สัตวสังคมปรับตัวไดดีกวาสัตวโลก 3. สัตวสังคมมีวัฒนธรรมสูงกวาสัตวโลก 4. สัตวสงคมอยูรวมกันเปนกลุม แตสัตวโลกชอบอยูลําพัง ั 2. ลักษณะสําคัญของการอยูรวมกันของสัตวสังคม คือขอใด  1. การตอสูแขงขันกัน 2. การกระทําระหวางกัน 3. การถายทอดประสบการณ 4. การสรางกฎระเบียบ 3. สัตวโลกและสัตวสังคม มีการปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมเนื่องจากสาเหตุใด 1. ความตองการทางกายภาพและชีวภาพ 2. สิงแวดลอมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ่ 3. ตองการมีชวิตอยูรอด และดํารงเผาพันธุไวได ี 4. เพือความสะดวกสบายในการดําเนินชีวิต ่ 4. ขอใดทีแสดงวาเปนลักษณะเฉพาะของสังคมมนุษยที่แตกตางจากสังคมสัตว ่ 1. ความตองการเปนอิสระเสรี 2. การมีการกระทําระหวางกัน 3. ความมีระเบียบแบบแผน 4. การอยูรวมกันเปนกลุมกอน 5. ขอใดถูกตอง 1. สัตวโลกและสัตวสังคมมีความตองการทางกายภาพแตกตางกัน 2. สัตวสังคมมีวัฒนธรรมเชนเดียวกับมนุษย 3. สังคมและวัฒนธรรมเกิดจากมนุษยและไมแตกตางกัน 4. ความสามารถของมนุษยที่เหนือสัตวอื่นคือการสรางสัญลักษณ สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร ั 3
  • 4.
    6. เมือเดือนเมษายน 2546อุณหภูมในประเทศอินเดียสูงถึง 45 องศาเซลเซียส มีประชาชนในรัฐ ่ ิ อุตรประเทศตายไปถึง 58 คน เหตุการณดังกลาวนี้แสดงวามนุษยเกิดปญหาเกี่ยวกับความตองการ ดานใด 1. ความตองการทางรางกาย 2. ความตองการทางจิตใจ 3. ความตองการทางสังคม 4. ความตองการทางวัฒนธรรม 7. สังคมตอบสนองความตองการทางจิตใจของมนุษยในเรื่องใดที่เปนความปรารถนาของมนุษยมากที่ สุด 1. ความสะดวกสบาย 2. ปจจัย 4 3. ความรัก 4. การศึกษา 8. ขอใดเปนลักษณะสังคม 1. การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสุราษฎรธานี 2. ผูนาเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจเขาชมขบวนเรือพยุหยาตราที่รัฐบาลจัดใหชม  ํ 3. นักกีฬากวา 5,000 คน ลงแขงขันกีฬาซีเกมสที่เวียดนามในปนี้ 4. แพทยหญิงคุณหญิงพรทิพย เขาชมคอนเสิรตของเบิรด ธงไชยตอเนื่องมาเปนเวลา 5 ป 9. การรวมกลุมในลักษณะใดตอไปนี้จัดเปนสังคมได 1. มีประชากรจํานวนหนึ่งทั้งหญิงและชาย 2. มีคนสวนใหญพูดภาษาเดียวกัน 3. มีการปกครองเปนของตนเอง 4. มีการดําเนินชีวิตเปนของตนเอง 10. หากสังคมของมนุษยหนวยแรก คือครอบครัว ขอใดมีหนาที่ที่แสดงออกวาครอบครัวคือสังคม 1. มีญาติพี่นองพอแมลูกอยูครบถวน 2. ทุกคนมีหนาที่รับผิดชอบรวมกัน 3. มีภาษาพูดอยางเดียวกัน 4. มีสถานที่อยูเปนหลักแหลงเดียวกัน 11. หนาที่ที่สําคัญที่สุดของสังคม ซึ่งจะตองกระทําใหแกสมาชิกคือขอใด 1. ผลิตสมาชิกใหมเพื่อทดแทนสมาชิกเกา 2. ใหสมาชิกรูจักปรับตัวกับสภาพแวดลอม 3. อบรมสมาชิกใหรูจักสิทธิหนาที่ของคนตอสังคม 4. ใหสมาชิกรูจักมีการผลิตและบริการ 12. ขอใดไมเขาขายกลุมสังคม 1. สมาคมนิสิตเกาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 2. ชมรมสนับสนุนสินคาไทย 3. กลุมแมบานทหารบก 4. กลุมคนในโรงภาพยนตร สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร ั 4
  • 5.
    13. ขอใด คือลักษณะการรวมกลุมแบบปฐมภูมิ 1. การแสดงคอนเสิรต “ธงไชย” มีผคนทุกเพศทุกวัยเขาชมมาก และมีความสนุกสนาน ู ประทับใจ 2. นายกรัฐมนตรีใสบาตรในวันขึ้นปใหมกับครอบครัว และฉลองปใหมกับเครือญาติที่บานพัก จังหวัดตรัง 3. การไปตรวจราชการที่จังหวัดกาญจนบุรีของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย พรอมผูติด  ตามจํานวนมาก 4. การสมัครสอบเอนทรานซ เดือนมีนาคม 2542 ใหนักเรียนสมัครสอบไดที่โรงเรียนของตน เอง 14. ลักษณะความสัมพันธทางสังคมแบบทุติยภูมจะเปนไปตามขอใด ิ 1. เปนความสัมพันธที่เกิดขึ้นในระยะเวลายาวนาน 2. เปนความสัมพันธเนื่องจากมีจุดมุงหมายเดียวกัน 3. เปนความสัมพันธท่เี กิดขึนจากการที่มีสมาชิกอยูเปนจํานวนมาก ้ 4. เปนความสัมพันธภายในกลุมที่มีฐานะ หนาที่ การงานแตกตางกัน 15. ในดานสังคมวิทยาแลว ขอใดตอไปนี้ไมถูกตองเกี่ยวกับวัฒนธรรม 1. วัฒนธรรมคือรูปแบบการดําเนินชีวิตที่ดีงาม 2. วัฒนธรรมทําใหสังคมมนุษยมีการเปลี่ยนแปลง 3. วัฒนธรรมเปนระบบสัญลักษณที่เกิดจากการเรียน 4. วัฒนธรรมคือวิถีชวิตที่สืบทอดจากคนรุนหนึ่งไปยังอีกรุนหนึ่ง ี 16. “เสียทองเทาหัว ไมยอมเสียผัวใหใคร” เปนคํากลาวที่แสดงลักษณะใดของวัฒนธรรม 1. มรดกทางสังคม 2. สิ่งที่สังคมตองเรียนรู 3. แบบแผนการดําเนินชีวิต 4. เปนการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย 17. การดําเนินชีวิตของคนยุโรปและอเมริกาที่มีสิ่งอํานวยความสะดวกมากมายกวาคนเอเชียและ แอฟริกานั้น แสดงถึงลักษณะใดของวัฒนธรรม 1. วัฒนธรรมเปนสิ่งที่ไมคงที่มการเปลี่ยนแปลงเสมอ ี 2. วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม 3. วัฒนธรรมเปนสิ่งที่ไดจากการเรียนรู 4. วัฒนธรรมเปนแบบอยางในการดําเนินชีวิต สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร ั 5
  • 6.
    18. ขอความใดสะทอนพฤติกรรมที่ไมใชวฒนธรรมทางวัตถุ ั 1. การบริจาคเงินรางวัลใหแกสถานเลี้ยงเด็กกําพรา 2. การสงกระทงดอกไมสดเขาประกวดในงานแสดงภูมิปญญาไทย 3. การมอบเครื่องหมายประกันคุณภาพแกสินคา 1 ตําบล 1 ผลิตภัณฑ 4. การสงออกผลไมไทยไดรบความนิยมอยางมากในกลุมประเทศอาเซียน ั 19. คํากลาวที่วา “วัฒนธรรมไทยเปนมรดกทางสังคมไทย” หมายถึงขอใดมากที่สด ุ 1. วัฒนธรรมไทยเปนมรดกทางวัตถุที่จบตองได ั 2. วัฒนธรรมไทยมีประวัติความเปนมาอันยาวนาน 3. วัฒนธรรมไทยเปนสิ่งที่มคุณคาควรรักษาไว ี 4. วัฒนธรรมไทยมีการถายทอดจากบรรพบุรุษสูลูกหลาน 20. ขอใดเปนวัฒนธรรมประเภท “สหธรรม” 1. หลักในการดําเนินชีวิตที่สวนใหญไดมาจากศาสนา 2. ขนบธรรมเนียมประเพณี และมารยาททางสังคม 3. ระเบียบขอบังคับตาง ๆ ของสังคมและกฎหมาย 4. สิ่งที่สมาชิกไดคิดประดิษฐ ใหเกิดความสะดวกสบายในการดําเนินชีวิต 21. พระภิกษุละออง สุวรรณโณ เสพเมถุนกับสีกาปุย ทําใหตองปาราชิกแสดงใหเห็นวาเปนเรื่อง เกียวกับวัฒนธรรมดานใด ่ 1. คติธรรม 2. เนติธรรม 3. สหธรรม 4. วัตถุธรรม 22. ปจจัยขอใดสําคัญที่สุด ทีกอใหเกิดวัฒนธรรมในปจจุบัน ่ 1. ดานภูมิศาสตร 2. ลัทธิ-ศาสนา 3. ขนบประเพณี 4. วิทยาการ-เทคโนโลยี สังคมศึกษา อ.สุทศน ภูมิรัตนจรินทร ั 6