หลักเศรษฐศาสตร์ 
[Economics]
[01] ความหมายของเศรษฐศาสตร์ 
เศรษฐศาสตร ์(Economics) 
คือ การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ 
ในโลกที่ม 
ีทรพัยากรจา กัด 
การจัดการ (Management) 
คือ การใช้ทรัพยากรที่ม 
ีใหเ้กิด 
ประโยชน์ตรงกับเป้าหมายที่ 
ตอ้งการ
[02] ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) 
“โลกนี้ไ 
ม่มีอะไรฟร”ี “ไดอ้ย่างก็ตอ้งเสียอย่าง” 
“ควรเลือกทาในสิ่งที่ท 
าไดดี้กว่า” 
ค่าเสียโอกาส คือ คุณค่าสูงสุดของโอกาสที่เสียไป เมื่อ 
เลือกทา กิจกรรมอย่างหนึ่ง
[02] ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) 
* ต้นทุนค่าเสียโอกาส นศ.เรียนต่อปริญญาตรี 
มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ๙,๐๐๐ บาท/เดือน 
ส่งพิซซ่า ๑๕,๐๐๐ บาท/เดือน 
เปิดร้านขายของ ๓๐,๐๐๐ บาท/เดือน 
ดารา, นักร้อง ๒๐๐,๐๐๐ บาท/เดือน
[02] ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) 
(๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า 
ลุงชาย ๒ ห้อง ๑๐ ชิน้ 
ป้าหญิง ๔ ห้อง ๘ ชิน้ 
(๑ ช.ม.) ทาความสะอาด + ซักผ้า 
ลุงชาย ๑ ห้อง ๕ ชิน้ 
ป้าหญิง ๒ ห้อง ๖ ชิน้ 
๓ ห้อง ๑๑ ชิน้
[02] ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) 
(๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า 
ลุงชาย ๒ ห้อง ๑๐ ชิน้ 
ป้าหญิง ๔ ห้อง ๑๒ ชิน้ 
(๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า 
ลุงชาย ๑ ห้อง ๕ ชิน้ 
ป้าหญิง ๑ ห้อง ๓ ชิน้
[02] ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) 
(๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า 
ลุงชาย ๒ ห้อง ๑๐ ชิน้ 
ป้าหญิง ๔ ห้อง ๑๒ ชิน้ 
(๑ ช.ม.) ซักผ้า ทาความสะอาด 
ลุงชาย ๑ ชิน้๑ / ๕ ห้อง 
ป้าหญิง ๑ ชิน้๑ / ๓ ห้อง
[03] กาไร (Profit) 
(กา ไรทางบัญชี)กา ไร = รายรบั - รายจ่าย 
(กา ไรทางเศรษฐศาสตร)์กา ไร = รายรบั - ตน้ทุนค่าเสียโอกาส 
ตัวอย่าง 
นศ.เรยีนจบ แลว้เลือกทางานบรษิัทฯ เงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาท/ด 
ถา้เปิดรา้นกาแฟ หักรายจ่ายแลว้เหลือกา ไร ๙๖,๐๐๐ บาท/ปี
[04] มุมมองต่อกาไร (Perspectives on Profit) 
(บรหิาร) มาตรวัดความสา เร็จ และทุนสา หรบัพัฒนาธุรกิจ 
(เศรษฐศาสตร์) เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจ เป็นเครื่อ 
งวัดคุณค่าของ 
ธุรกิจที่ม 
ีต่อสังคม 
มุมมอง 
ไม่ผิดกฎหมาย, คุณธรรม, ศีลธรรม, รับผิดชอบต่อสังคม, ยั่ง 
ยืน
[05] พฤติกรรมผู้บรโิภค (Consumer Behavior) 
กระบวนการตัดสินใจ และการกระทาของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้มาซึ่ง 
สินคา้หรอืบรกิาร ในการบรโิภค 
มุมมอง 
ผู้บริโภคย่อมต้องเลือกสินค้า หรือบริการ ที่ค 
ิดว่าตนเองจะไดร้บั 
อรรถประโยชน์สูงสุด หรือตอบสนองความพึงพอใจมากที่ส 
ุด
[06] อุปสงค ์(Demand) 
้อ 
อุปสงค์ คือ ปริมาณของสินค้าหรือบริการทีคนพรอ้มและตอ้งการจะ 
ซืณ ระดับราคา และ ณ เวลาหนึ่ง 
่กฎของอุปสงค ์(Law of Demand) 
ราคาสูงขึ้น 
ความตอ้งการจะลดลง ; ราคาลดลง ความตอ้งการจะ 
สูงขึ้น 
ขอ้ยกเวน้ 
- Giffen goods (สินค้าราคาต่า) : ข้าวแกงขึ้น 
ราคา เลยตอ้งเลิกกิน 
ฟาสต์ฟู๊ต เพื่อ 
ลดรายจ่าย และกินขา้วแกงทดแทน 
- Veblen goods (สินคา้ราคาสูง) :
[06] อุปสงค ์(Demand) 
(Change in Quantity Demand)
[06] อุปสงค ์(Demand) 
(Change in Demand) 
- รสนิยม ที่เปลี่ย 
นแปลงไป 
- รายได้ ที่เปลี่ย 
นแปลงไป (Income Effect) 
- ราคาสินค้า ที่เกี่ย 
วข้องเปลี่ย 
นไป 
สินค้าที่ใชร้่วม (Complementory products) 
สินคา้ทดแทน (Substitute products) 
- การคาดการณ์ราคาในอนาคต
[06] อุปสงค ์(Demand) 
(Change in Demand)
[07] ความยืดหยุุ่น (Elasticity) 
ความยืดหยุ่นของอุปสงค ์หมายถึง อัตราหรอืเปอรเ์ซ็นตก์าร 
เปลี่ย 
นแปลงปริมาณสินค้า ที่ม 
ีผู้ต้องการซื้อในขณะใดขณะหนึ่ง เมื่อ 
ตัวแปรที่เป็นปัจจัยกาหนดปริมาณซื้อเปลี่ย 
นไปหนึ่งเปอรเ์ซ็นต์ 
สินค้าที่ม 
ีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อย 
เมื่อ 
ราคาเปลี่ย 
นแปลง ปริมาณการบริโภคไม่เปลี่ย 
นแปลง ; สินคา้ 
จา เป็น, ไม่มีสินคา้ทดแทน (ทางเลือกมีน้อย) 
- การมีความยืดหยุุ่นในการบรโิภค ทาใหส้ามารถปรบัพฤติกรรม 
การบรโิภคไดอ้ย่างเหมาะสม
[08] อุปทาน (Supply) 
อุปทาน คือ ปริมาณของสินค้าหรือบริการที่คนพรอ้มและตอ้งการจะ 
ขาย ณ ระดับราคา และ ณ เวลาหนึ่ง 
(Change in Quantity Supply)
[06] อุปทาน (Supply) 
การเปลี่ย 
นแปลงที่ไ 
ม่ไดเ้กิดจากราคา (Change in Supply)
[06] อุปทาน (Supply) 
สาเหตุที่ท 
าให้อุปทาน เปลี่ย 
นแปลง 
- ตน้ทุนและเทคโนโลยี 
- ราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวขอ้ง 
- จา นวนผูข้าย 
- สภาพแวดลอ้ม (ดินฟ้าอากาศ, เศรษฐกิจ, การเมือง)
[09] ดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium) 
ตลาด เกิดขึ้น 
เมื่อ 
มีความต้องการซื้อ 
ขาย สินคา้หรอืบรกิาร 
ดุลยภาพตลาด คือ จุดที่ Supply = Demand

หลักเศรษฐศาสตร์๑

  • 1.
  • 2.
    [01] ความหมายของเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์(Economics) คือ การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ ในโลกที่ม ีทรพัยากรจา กัด การจัดการ (Management) คือ การใช้ทรัพยากรที่ม ีใหเ้กิด ประโยชน์ตรงกับเป้าหมายที่ ตอ้งการ
  • 3.
    [02] ค่าเสียโอกาส (OpportunityCost) “โลกนี้ไ ม่มีอะไรฟร”ี “ไดอ้ย่างก็ตอ้งเสียอย่าง” “ควรเลือกทาในสิ่งที่ท าไดดี้กว่า” ค่าเสียโอกาส คือ คุณค่าสูงสุดของโอกาสที่เสียไป เมื่อ เลือกทา กิจกรรมอย่างหนึ่ง
  • 4.
    [02] ค่าเสียโอกาส (OpportunityCost) * ต้นทุนค่าเสียโอกาส นศ.เรียนต่อปริญญาตรี มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ๙,๐๐๐ บาท/เดือน ส่งพิซซ่า ๑๕,๐๐๐ บาท/เดือน เปิดร้านขายของ ๓๐,๐๐๐ บาท/เดือน ดารา, นักร้อง ๒๐๐,๐๐๐ บาท/เดือน
  • 5.
    [02] ค่าเสียโอกาส (OpportunityCost) (๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า ลุงชาย ๒ ห้อง ๑๐ ชิน้ ป้าหญิง ๔ ห้อง ๘ ชิน้ (๑ ช.ม.) ทาความสะอาด + ซักผ้า ลุงชาย ๑ ห้อง ๕ ชิน้ ป้าหญิง ๒ ห้อง ๖ ชิน้ ๓ ห้อง ๑๑ ชิน้
  • 6.
    [02] ค่าเสียโอกาส (OpportunityCost) (๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า ลุงชาย ๒ ห้อง ๑๐ ชิน้ ป้าหญิง ๔ ห้อง ๑๒ ชิน้ (๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า ลุงชาย ๑ ห้อง ๕ ชิน้ ป้าหญิง ๑ ห้อง ๓ ชิน้
  • 7.
    [02] ค่าเสียโอกาส (OpportunityCost) (๑ ช.ม.) ทาความสะอาด ซักผ้า ลุงชาย ๒ ห้อง ๑๐ ชิน้ ป้าหญิง ๔ ห้อง ๑๒ ชิน้ (๑ ช.ม.) ซักผ้า ทาความสะอาด ลุงชาย ๑ ชิน้๑ / ๕ ห้อง ป้าหญิง ๑ ชิน้๑ / ๓ ห้อง
  • 8.
    [03] กาไร (Profit) (กา ไรทางบัญชี)กา ไร = รายรบั - รายจ่าย (กา ไรทางเศรษฐศาสตร)์กา ไร = รายรบั - ตน้ทุนค่าเสียโอกาส ตัวอย่าง นศ.เรยีนจบ แลว้เลือกทางานบรษิัทฯ เงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาท/ด ถา้เปิดรา้นกาแฟ หักรายจ่ายแลว้เหลือกา ไร ๙๖,๐๐๐ บาท/ปี
  • 9.
    [04] มุมมองต่อกาไร (Perspectiveson Profit) (บรหิาร) มาตรวัดความสา เร็จ และทุนสา หรบัพัฒนาธุรกิจ (เศรษฐศาสตร์) เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจ เป็นเครื่อ งวัดคุณค่าของ ธุรกิจที่ม ีต่อสังคม มุมมอง ไม่ผิดกฎหมาย, คุณธรรม, ศีลธรรม, รับผิดชอบต่อสังคม, ยั่ง ยืน
  • 10.
    [05] พฤติกรรมผู้บรโิภค (ConsumerBehavior) กระบวนการตัดสินใจ และการกระทาของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้มาซึ่ง สินคา้หรอืบรกิาร ในการบรโิภค มุมมอง ผู้บริโภคย่อมต้องเลือกสินค้า หรือบริการ ที่ค ิดว่าตนเองจะไดร้บั อรรถประโยชน์สูงสุด หรือตอบสนองความพึงพอใจมากที่ส ุด
  • 11.
    [06] อุปสงค ์(Demand) ้อ อุปสงค์ คือ ปริมาณของสินค้าหรือบริการทีคนพรอ้มและตอ้งการจะ ซืณ ระดับราคา และ ณ เวลาหนึ่ง ่กฎของอุปสงค ์(Law of Demand) ราคาสูงขึ้น ความตอ้งการจะลดลง ; ราคาลดลง ความตอ้งการจะ สูงขึ้น ขอ้ยกเวน้ - Giffen goods (สินค้าราคาต่า) : ข้าวแกงขึ้น ราคา เลยตอ้งเลิกกิน ฟาสต์ฟู๊ต เพื่อ ลดรายจ่าย และกินขา้วแกงทดแทน - Veblen goods (สินคา้ราคาสูง) :
  • 12.
    [06] อุปสงค ์(Demand) (Change in Quantity Demand)
  • 13.
    [06] อุปสงค ์(Demand) (Change in Demand) - รสนิยม ที่เปลี่ย นแปลงไป - รายได้ ที่เปลี่ย นแปลงไป (Income Effect) - ราคาสินค้า ที่เกี่ย วข้องเปลี่ย นไป สินค้าที่ใชร้่วม (Complementory products) สินคา้ทดแทน (Substitute products) - การคาดการณ์ราคาในอนาคต
  • 14.
  • 15.
    [07] ความยืดหยุุ่น (Elasticity) ความยืดหยุ่นของอุปสงค ์หมายถึง อัตราหรอืเปอรเ์ซ็นตก์าร เปลี่ย นแปลงปริมาณสินค้า ที่ม ีผู้ต้องการซื้อในขณะใดขณะหนึ่ง เมื่อ ตัวแปรที่เป็นปัจจัยกาหนดปริมาณซื้อเปลี่ย นไปหนึ่งเปอรเ์ซ็นต์ สินค้าที่ม ีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อย เมื่อ ราคาเปลี่ย นแปลง ปริมาณการบริโภคไม่เปลี่ย นแปลง ; สินคา้ จา เป็น, ไม่มีสินคา้ทดแทน (ทางเลือกมีน้อย) - การมีความยืดหยุุ่นในการบรโิภค ทาใหส้ามารถปรบัพฤติกรรม การบรโิภคไดอ้ย่างเหมาะสม
  • 16.
    [08] อุปทาน (Supply) อุปทาน คือ ปริมาณของสินค้าหรือบริการที่คนพรอ้มและตอ้งการจะ ขาย ณ ระดับราคา และ ณ เวลาหนึ่ง (Change in Quantity Supply)
  • 17.
    [06] อุปทาน (Supply) การเปลี่ย นแปลงที่ไ ม่ไดเ้กิดจากราคา (Change in Supply)
  • 18.
    [06] อุปทาน (Supply) สาเหตุที่ท าให้อุปทาน เปลี่ย นแปลง - ตน้ทุนและเทคโนโลยี - ราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวขอ้ง - จา นวนผูข้าย - สภาพแวดลอ้ม (ดินฟ้าอากาศ, เศรษฐกิจ, การเมือง)
  • 19.
    [09] ดุลยภาพตลาด (MarketEquilibrium) ตลาด เกิดขึ้น เมื่อ มีความต้องการซื้อ ขาย สินคา้หรอืบรกิาร ดุลยภาพตลาด คือ จุดที่ Supply = Demand