งานนำเสนอเรื่อง   กล้วยจัดทำโดยนาย   นวพล    รุ่งภาษา  ม.4/3นาย    อภิวัฒน์   เขตบ้าน  ม.4/3
จุดประสงค์www.themegallery.com1.บอกประเภทและชนิดของกล้วยต่างๆได้2.บอกลักษณะกล้วยแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้อง
สาระสำคัญwww.themegallery.comกล้วยมีการปลูกกันมากในเอเชียใต้ แม้ในปัจจุบัน ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีการปลูกกล้วยมากที่สุดในโลก และมีพันธุ์กล้วยมากมายอีกด้วย เหมาะสมกับที่มีการกล่าวกันไว้ในหนังสือของชาวอาหรับว่า “กล้วยเป็นผลไม้ของชาวอินเดีย” ต่อมาได้มีหมอของจักรพรรดิโรมันแห่งกรุงโรมชื่อว่า แอนโตนิอุส มูซา (Antonius Musa) ได้นำหน่อกล้วยจากอินเดียไปปลูกทางตอนเหนือของอียิปต์ เมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว หลังจากนั้นมีการแพร่ขยายพันธุ์กล้วยไปในดินแดนของแอฟริกาที่ชาวอาหรับเข้าไปค้าขายและพำนักอาศัย จนกระทั่งเมื่อประมาณ ค.ศ. ๙๖๕ ได้มีการกล่าวถึงกล้วยว่า ใช้ในการประกอบอาหารชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ ซึ่งอร่อยและเป็นที่เลื่องลือมาก ชื่อว่า กาลาอิฟ  (Kalaif) เป็นอาหารที่ปรุงด้วยกล้วย เมล็ดอัลมอนด์ น้ำผึ้ง ผสมกับน้ำมันนัต (Nut oil) ซึ่งสกัดจากผลไม้เปลือกแข็งชนิดหนึ่ง นอกจากใช้ประกอบอาหารแล้ว ชาวอาหรับยังใช้กล้วยทำยาอีกด้วย  ชาวอาหรับเรียกกล้วยว่า “มูซา” ตามชื่อของหมอที่เป็นผู้นำกล้วยเข้ามาในอียิปต์เป็นครั้งแรก
www.themegallery.comประวัติของกล้วยกล้วยเป็นไม้ผลที่คนไทยรู้จักกันมานาน เนื่องจากกล้วยมีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคดังกล่าว จากการศึกษาพบว่า กล้วยมีวิวัฒนาการถึง ๕๐ ล้านปีมาแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไม้ผลที่มนุษย์รู้จักบริโภคเป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย เชื่อกันว่ากล้วยเป็นไม้ผลชนิดแรกที่มีการปลูกเลี้ยงไว้ตามบ้าน และได้แพร่พันธุ์จากเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังดินแดนอื่นๆ ในระยะเวลาต่อมา
www.themegallery.comกล้วยมีการปลูกกันมากในเอเชียใต้ แม้ในปัจจุบัน ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีการปลูกกล้วยมากที่สุดในโลก และมีพันธุ์กล้วยมากมายอีกด้วย เหมาะสมกับที่มีการกล่าวกันไว้ในหนังสือของชาวอาหรับว่า “กล้วยเป็นผลไม้ของชาวอินเดีย” ต่อมาได้มีหมอของจักรพรรดิโรมันแห่งกรุงโรมชื่อว่า แอนโตนิอุส มูซา (Antonius Musa) ได้นำหน่อกล้วยจากอินเดียไปปลูกทางตอนเหนือของอียิปต์ เมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว หลังจากนั้นมีการแพร่ขยายพันธุ์กล้วยไปในดินแดนของแอฟริกาที่ชาวอาหรับเข้าไปค้าขายและพำนักอาศัย จนกระทั่งเมื่อประมาณ ค.ศ. ๙๖๕ ได้มีการกล่าวถึงกล้วยว่า ใช้ในการประกอบอาหารชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ ซึ่งอร่อยและเป็นที่เลื่องลือมาก ชื่อว่า กาลาอิฟ  (Kalaif) เป็นอาหารที่ปรุงด้วยกล้วย เมล็ดอัลมอนด์ น้ำผึ้ง ผสมกับน้ำมันนัต (Nut oil) ซึ่งสกัดจากผลไม้เปลือกแข็งชนิดหนึ่ง นอกจากใช้ประกอบอาหารแล้ว ชาวอาหรับยังใช้กล้วยทำยาอีกด้วย  ชาวอาหรับเรียกกล้วยว่า “มูซา” ตามชื่อของหมอที่เป็นผู้นำกล้วยเข้ามาในอียิปต์เป็นครั้งแรก
ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๕ ชาวโปรตุเกสได้เดินเรือไปค้าขายบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา และได้นำกล้วยไปแพร่พันธุ์ที่หมู่เกาะคะแนรี  ซึ่งตั้งอยู่นอก ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป หลังจากนั้น ชาวสเปนจึงได้นำกล้วยจากหมู่เกาะ คะแนรีเข้าไปปลูกในหมู่เกาะอินดีสตะวันตก  นอเมริกากลาง โดยเริ่มปลูกที่อาณานิคมซันโตโดมิงโก  บนเกาะฮิสปันโยลา เป็นแห่งแรก แล้วขยายไปปลูกที่เกาะอื่นในเวลาต่อมา ส่งผลให้ดินแดนในอเมริกากลางมีการปลูกกล้วยเป็นพืชเศรษฐกิจกันอย่างแพร่หลาย และนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ เป็นต้นมา ได้กลายเป็นแหล่งปลูกกล้วยส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดของโลก โดยปลูกมากในประเทศคอสตาริกา และประเทศฮอนดูรัสwww.themegallery.com
www.themegallery.comลักษณะทางพฤกษาศาสตร์กล้วยมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญๆ ดังนี้        - ลำต้น กล้วยมีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า หัว หรือเหง้า (rhizome) ที่หัวมีตา (bud)  ซึ่งจะเจริญเป็นต้นเกิดหน่อ (sucker) หลายหน่อ เรียกว่า การแตกกอ หน่อที่เกิด หรือต้นที่เห็นอยู่เหนือดิน ความจริงแล้วมิใช่ลำต้น เราเรียกว่า ลำต้นเทียม (pseudostem) ส่วนนี้เกิดจากการอัดกันแน่นของกาบใบที่เกิดจากจุดเจริญของลำต้นใต้ดิน กาบใบจะชูก้านใบ และใบ และที่จุดเจริญนี้จะมีการเจริญเป็นดอกตามขึ้นมาหลังจากสิ้นสุดการเจริญของใบ ใบสุดท้ายก่อนการเกิดดอก เรียกว่า ใบธง
 - ดอก ดอกของกล้วยออกเป็นช่อ (inflorescence) ในช่อดอกยังมีกลุ่มของช่อ ดอกย่อยเป็นกลุ่มๆ ระหว่างกลุ่มของช่อดอกย่อยแต่ละช่อจะมีกลีบประดับ หรือที่เราเรียกกันว่า กาบปลี (bract)  มีสีม่วงแดงกั้นไว้ กลุ่มดอกเพศเมียอยู่ที่โคน และกลุ่มดอกเพศผู้อยู่ที่ปลาย เป็นส่วนที่เราเรียกว่า หัวปลี  (male bud)  ระหว่างกลุ่มดอกเพศเมียและดอกเพศผู้มีดอกกะเทย แต่บางพันธุ์ก็ไม่มี ในช่อดอกย่อยแต่ละช่อมีดอกเรียงซ้อนกันอยู่  ๒ แถว ถ้าเป็นดอกเพศเมีย ดอกเหล่านี้จะ เจริญต่อไปเป็นผลwww.themegallery.com
 - ผล  ผลกล้วยเกิดจากดอกเพศเมีย ซึ่งอยู่ที่โคน กลุ่มของดอกเพศเมีย ๑ กลุ่ม เจริญเป็นผล เรียกว่า ๑ หวี ช่อดอกเจริญเป็น ๑  เครือ ดังนั้นกล้วย ๑ เครืออาจมี ๒ - ๓  หวี  หรือมากกว่า ๑๐ หวี ทั้งนี้แล้วแต่พันธุ์กล้วยและการดูแล    ผลของกล้วยมีการเจริญได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ จึงทำให้กล้วยส่วนใหญ่ไม่มีเมล็ดwww.themegallery.com
 -  เมล็ด  เมล็ดกล้วยมีลักษณะกลมเล็ก  บางพันธุ์มีขนาดใหญ่ เปลือกหนา แข็ง มีสีดำ         - ราก เป็นระบบรากฝอย แผ่ไปทางด้านกว้างมากกว่าทางแนวดิ่งลึก        - ใบ ใบกล้วยมีลักษณะเป็นแผ่นใบใหญ่ มีความกว้างประมาณ ๗๐ - ๙๐ เซนติเมตร ความยาว ๑.๗ - ๒.๕ เมตร  ปลายใบมน  รูปใบขอบขนาน โคนใบมน และแผ่นใบมีสีเขียวwww.themegallery.com
www.themegallery.comภาพรายเส้นแสดงส่วนต่างๆของต้นกล้วย
www.themegallery.comรูปกล้วยๆ
www.themegallery.comการจำแนกชนิดของกล้วยกล้วยจัดอยู่ในอันดับ (order) Scitamineae  หรือ  Zingiberales  ประกอบด้วย  ๘ วงศ์ (family)  ด้วยกัน  คือ                ๑.  Musaceaeได้แก่ กล้วยทั้งหลาย                ๒.  Strelitziaceae ได้แก่ กล้วยพัด                ๓.  Heliconiaceae  ได้แก่  ก้ามกุ้ง ธรรมรักษา                ๔.  Lowiaceae ได้แก่  พืชในสกุล Orchidantha ซึ่งไม่มีในประเทศไทย                ๕.  Costaceae ได้แก่ เอื้องหมายนา                ๖.  Zingiberaceae ได้แก่ ขิงทั้งหลาย                ๗.  Marantaceae  ได้แก่  คล้า                ๘.  Cannaceae  ได้แก่  พุทธรักษา
www.themegallery.com๑.สกุลเอนเซเต (Ensete)๑. สกุล Ensete เป็นกล้วยที่ไม่มีการแตกหน่อ ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ในประเทศไทยมี ๒ ชนิด (species) คือ                 E. superba  กล้วยผา                 E. glauca  กล้วยนวล  กล้วยญวน                 กล้วยชนิดนี้ในประเทศไทยไม่มีการนำมาบริโภค แต่ในประเทศแถบทวีปแอฟริกานำแป้งที่ได้จากลำต้นมาใช้บริโภค
www.themegallery.com๒.สกุลมูซา (musa)  ๒. สกุล Musaเป็นกล้วยที่มีการแตกหน่อ และนิยมใช้หน่อในการขยายพันธุ์  มีทั้งกล้วยกินได้ และกล้วยประดับ แบ่งออกเป็น ๔ หมู่ (section) คือ                - หมู่  Australimusa กล้วยชนิดนี้มีช่อดอกตั้ง มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบทวีปออสเตรเลีย จนถึงประเทศฟิลิปปินส์   เส้นใยของลำต้นเทียมมีความเหนียวมาก เหมาะในการทำเชือก กระดาษ และทอเป็นผ้า                - หมู่ Callimusaส่วนใหญ่เป็นกล้วยประดับ ในประเทศไทยมีกล้วยทหารพราน หรือกล้วยเลือด (Musa  gracillis) ใบสีเขียว มีปื้นสีม่วง เมื่อโตเต็มที่สีของปื้นอาจจางลง ช่อดอกตั้ง ผลมีขนาดเล็ก ใช้ประดับเพราะมีใบสวยงาม  นอกจากนี้ยังได้มีการนำเข้ากล้วยกัทลี หรือรัตกัทลี (Musa coccinea) จากประเทศอินโดนีเซีย กล้วยชนิดนี้มีใบประดับสีแดงสดใส ช่อดอกตั้ง ใช้เป็นไม้ตัดดอกได้เป็นอย่างดี              
www.themegallery.com หมู่ Rhodochlamys  หรือเรียกกันว่า กล้วยบัว ใช้เป็นไม้ประดับมีความสวยงาม ของช่อดอกที่คล้ายดอกบัว ใบประดับมีสี สวยงามและสดใส กล้วยบัวที่มีใบประดับสีชมพูอมม่วง เรียกว่า กล้วยบัวสีชมพู  (Musa ornata) หากมีใบประดับสีส้ม เรียกว่า กล้วยบัวสีส้ม (Musa laterita)  ทั้ง ๒ พันธุ์นี้เป็นพันธุ์พื้นเมืองของไทย พบมากในภาคเหนือ นอกจาก ๒ ชนิดนี้แล้ว ได้มีการนำเข้ากล้วยบัวสีม่วงและสีชมพูอ่อนจากต่างประเทศอีกด้วย                - หมู่  Eumusa  มี  ๙ - ๑๐ ชนิด  มีทั้งกล้วยป่าและกล้วยกินได้ ซึ่งกล้วยกินได้นั้นถือกำเนิดมาจากกล้วย ๒  ชนิดผสมกัน คือ กล้วยป่า (Musa acuminata) กับกล้วยตานี (Musa balbisiana) ผ่านวิวัฒนาการอันยาวนานนับหลายพันปี กล้วยป่ามีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ส่วนกล้วยตานีมีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย หรือเอเชียใต้ ต่อมาได้เกิดการผสมพันธุ์กันขึ้นระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ทำให้ เกิดพันธุ์กล้วยลูกผสมดังกล่าว นอกจากนี้  แล้วยังอาจเกิดจากการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดพันธุ์มากมายมากกว่า  ๑๐๐  พันธุ์ในโลกนี้ และเกิดการพัฒนาจากกล้วยที่มีเมล็ด เป็นกล้วยที่ไม่มีเมล็ด ทำให้กล้วยที่รับประทานกันอยู่ในปัจจุบันไม่มีเมล็ด
www.themegallery.com๓.สกุลมูเซลลา(Musella)๓.สกุล Musellaเป็นกล้วยที่จัดอยู่ในสกุลใหม่ ต้นเตี้ย คล้ายกล้วยผา ลำต้นเทียม มีลักษณะพองเช่นกัน แต่มีการแตกกอที่เกิดจากมุมระหว่างใบ มีช่อดอกตั้ง และกลีบใบประดับสีเหลืองสดใส ขนาดของดอกใหญ่ เช่น กล้วยคุนหมิง
การจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมwww.themegallery.comกลุ่ม AA           ที่พบในประเทศไทยมีกล้วยป่า สำหรับกล้วยกินได้ในกลุ่มนี้มีขนาดเล็ก รสหวาน กลิ่นหอม รับประทานสด ได้แก่ กล้วยไข่  กล้วยเล็บมือนาง  กล้วยหอมจันทร์  กล้วยไข่ทองร่วง  กล้วยไข่จีน  กล้วยน้ำนม  กล้วยไล  กล้วยสา  กล้วยหอม  กล้วยหอมจำปา   กล้วยทองกาบดำ
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม AAA           กล้วยกลุ่มนี้มีจำนวนโครโมโซม 2n = 33 ผลจึงมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มแรก รูปร่างผลเรียวยาว มีเนื้อนุ่ม รสหวาน กลิ่นหอม   รับประทานสดเช่นกันได้แก่  กล้วยหอมทอง  กล้วยนาก  กล้วยครั่ง  กล้วยหอมเขียว  กล้วยกุ้งเขียว  กล้วยหอมแม้ว  กล้วยไข่พระตะบอง  กล้วยคลองจัง
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม BB           ในประเทศไทยจะมีแต่กล้วยตานี  ซึ่งเป็นกล้วยป่าชนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย  รับประทานผลอ่อนได้   โดยนำมาใส่แกงเผ็ด  ทำส้มตำ ไม่นิยมรับประทานผลแก่  เพราะมีเมล็ดมาก  แต่คนไทยและคนเอเชียส่วนใหญ่รับประทานปลีและหยวก ไม่มีกล้วยกินได้ในกลุ่ม  BB  ในประเทศไทย แต่พบว่ามีที่ประเทศฟิลิปปินส์
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม BBB           กล้วยในกลุ่มนี้เกิดจากกล้วยตานี (Musa balbisiana)  เนื้อไม่ค่อยนุ่ม  ประกอบด้วยแป้งมาก เมื่อสุกก็ยังมีแป้งมาก อยู่   จึงไม่ค่อยหวาน ขนาดผลใหญ่  เมื่อนำมาทำให้สุกด้วยความร้อน จะทำให้รสชาติดีขึ้น เนื้อเหนียวนุ่ม เช่น กล้วยเล็บช้างกุด
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม AAB           กล้วยกลุ่มนี้เกิดจากการผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี  เมื่อผลสุกมีรสชาติดีกว่ากล้วยกลุ่ม ABB  ได้แก่ กล้วยน้ำ      กล้วยน้ำฝาด  กล้วยนมสวรรค์  กล้วยนิ้วมือนาง  กล้วยไข่โบราณ  กล้วยทองเดช  กล้วยศรีนวล  กล้วยขม  กล้วยนมสาว  แต่มีกล้วยกลุ่ม AAB  บางชนิดที่มีความคล้ายกับ ABB กล่าวคือ เนื้อจะค่อนข้างแข็ง  มีแป้งมาก  เมื่อสุกเนื้อไม่นุ่ม  ทั้งนี้อาจได้รับเชื้อพันธุกรรมของกล้วยป่าที่ต่าง  sub species กัน  จึงทำให้ลักษณะต่างกัน  กล้วยในกลุ่มนี้เรียกว่า  plantain  subgroup  ซึ่งจะต้องทำ ให้สุกโดยการต้ม ปิ้ง เผา  เช่นเดียวกับกลุ่ม ABB  ได้แก่  กล้วยกล้าย  กล้วยงาช้าง  กล้วยนิ้วจระเข้  กล้วยหิน  กล้วยพม่าแหกคุก
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม ABB           กล้วยกลุ่มนี้เป็นลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี  มีแป้งมาก ขนาดผลใหญ่  ไม่นิยมรับประทานสด  เพราะเมื่อสุกรสไม่หวานมาก  บางครั้งมีรสฝาด  เมื่อนำมาต้ม  ปิ้ง  ย่าง  และเชื่อม  จะทำให้รสชาติดีขึ้น ได้แก่  กล้วยหักมุกเขียว  กล้วยหักมุกนวล  กล้วยเปลือกหนา  กล้วยส้ม  กล้วยนางพญา  กล้วยนมหมี  กล้วยน้ำว้า  สำหรับกล้วยน้ำว้าแบ่งออกเป็น ๓  ชนิด  ตามสีของเนื้อ  คือ  น้ำว้าแดง  น้ำว้าขาว  และน้ำว้าเหลือง  คนไทยรับประทานกล้วยน้ำว้าทั้งผลสด  ต้ม  ปิ้ง  และนำมาประกอบอาหาร  นอกจากนี้ยังมีกล้วยน้ำว้าดำ ซึ่งเปลือกมีสีครั่งปนดำ แต่เนื้อมีสีขาว  รสชาติอร่อยคล้ายกล้วยน้ำว้าขาว  สำหรับกล้วยตีบเหมาะที่จะรับประทานผลสด  เพราะเมื่อนำไปย่าง หรือต้มจะมีรสฝาด
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม ABBB           กล้วยในกลุ่มนี้เป็นลูกผสมเช่นกันจึงมีแป้งมาก  และมีอยู่พันธุ์เดียวคือ  กล้วยเทพรส  หรือกล้วยทิพรส  ผลมีขนาดใหญ่มาก  บางทีมีดอกเพศผู้หรือปลี  บางทีไม่มี  ถ้าหากไม่มีดอกเพศผู้  จะไม่เห็นปลี  และมีผลขนาดใหญ่  ถ้ามีดอกเพศผู้  ผลจะมีขนาดเล็กกว่า  มีหลายหวีและหลายผล  การมีปลีและไม่มีปลีนี้เกิดจากการกลายพันธุ์แบบกลับไปกลับมาได้  ดังนั้นจะเห็นว่าในกอเดียวกันอาจมีทั้งกล้วยเทพรสมีปลี และไม่มีปลี  หรือบางครั้งมี  ๒ - ๓  ปลี  ในสมัยโบราณเรียกกล้วยเทพรสที่มีปลีว่า กล้วย  ทิพรส กล้วยเทพรสที่สุกงอมจะหวาน  เมื่อนำไปต้มมีรสฝาด
www.themegallery.comการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมกลุ่ม AABB           เป็นลูกผสมมีเชื้อพันธุกรรมของกล้วยป่ากับกล้วยตานี กล้วยในกลุ่มนี้มีอยู่ชนิดเดียวในประเทศไทย  คือ  กล้วยเงิน ผลขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายกล้วยไข่  เมื่อสุกผิวสีเหลืองสดใส  เนื้อผลสีส้ม  มีแป้งมาก  รับประทานผลสด          นอกจากกล้วยดังที่ได้กล่าวแล้วยังมีกล้วยป่าที่เกิดในธรรมชาติซึ่งมีเมล็ดมาก ทั้งกล้วยในสกุล Musa acuminata  และ  Musa  itinerans หรือที่เรียกว่า  กล้วยหก  หรือกล้วยอ่างขาง  และกล้วยป่าที่เป็นกล้วยประดับ  เช่น  กล้วยบัวสีส้ม  และกล้วยบัวสีชมพู
www.themegallery.comรูปกล้วยป่า
Thank You !จบการนำเสนอ

งานนำเสนอ3