Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Junjira Wuttiwitchai
PPT, PDF
1,925 views
อุตสาหกรรม
powerpoint เรื่องอุตสาหกรรม
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 22 times
1
/ 63
2
/ 63
3
/ 63
4
/ 63
5
/ 63
6
/ 63
7
/ 63
8
/ 63
9
/ 63
10
/ 63
11
/ 63
12
/ 63
13
/ 63
14
/ 63
15
/ 63
16
/ 63
17
/ 63
18
/ 63
19
/ 63
20
/ 63
21
/ 63
22
/ 63
23
/ 63
24
/ 63
25
/ 63
26
/ 63
27
/ 63
28
/ 63
29
/ 63
30
/ 63
31
/ 63
32
/ 63
33
/ 63
34
/ 63
35
/ 63
36
/ 63
37
/ 63
38
/ 63
39
/ 63
40
/ 63
41
/ 63
42
/ 63
43
/ 63
44
/ 63
45
/ 63
46
/ 63
47
/ 63
48
/ 63
49
/ 63
50
/ 63
51
/ 63
52
/ 63
53
/ 63
54
/ 63
55
/ 63
56
/ 63
57
/ 63
58
/ 63
59
/ 63
60
/ 63
61
/ 63
62
/ 63
63
/ 63
More Related Content
PPT
powerpoint อุตสาหกรรมกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
by
Junjira Wuttiwitchai
PDF
A Business Guide to Thailand (2016)
by
Thailand Board of Investment North America
PDF
คู่มือการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 2559
by
Thailand Board of Investment North America
PDF
มาตรการส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบัน
by
Thailand Board of Investment North America
PDF
การซ่อมบำรุงแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกหลังจากผ่านวิกฤตน้ำท่วม
by
Reed Tradex
PPTX
งานนำเสนอ1
by
kittitat chue-usap
PDF
ชุดที่4
by
krurutsamee
PDF
New Investment Promotion Measures
by
Thailand Board of Investment North America
powerpoint อุตสาหกรรมกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
by
Junjira Wuttiwitchai
A Business Guide to Thailand (2016)
by
Thailand Board of Investment North America
คู่มือการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 2559
by
Thailand Board of Investment North America
มาตรการส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบัน
by
Thailand Board of Investment North America
การซ่อมบำรุงแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกหลังจากผ่านวิกฤตน้ำท่วม
by
Reed Tradex
งานนำเสนอ1
by
kittitat chue-usap
ชุดที่4
by
krurutsamee
New Investment Promotion Measures
by
Thailand Board of Investment North America
Similar to อุตสาหกรรม
PDF
มลพิษทางอากาศ
by
Araya Toonton
PDF
บทที่ 23 มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
by
ฟลุ๊ค ลำพูน
PDF
ทรัพยากรธรรมชาติ
by
Oui Nuchanart
PDF
Study the Constitution of the Kingdom of Thailand, BE 2550, Section 67.
by
Naname001
PDF
ปัญหาสิ่งเเวดล้อม
by
พัน พัน
PPT
Hazardous waste management
by
Nithimar Or
PDF
บทที่ 23 มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
by
ฟลุ๊ค ลำพูน
PPT
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 1
by
Green Greenz
PPTX
มลพิษและสิ่งแวดล้อม
by
koradalerttayakun
PPT
มลพิษทางอากาศ
by
Green Greenz
PPTX
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่ง...
by
teeclub
PPT
มลพิษทางน้ำ
by
Green Greenz
PPTX
การประเม นผลกระทบส _งแวดล_อม
by
Quartz Yhaf
DOC
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
by
ป๊อก เบาะ
DOCX
บทที่ 2เอกสารที่เกี่ยวข้อง
by
Boonwiset Seaho
PDF
Industry 2020
by
DrDanai Thienphut
DOC
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
by
ป๊อก เบาะ
PDF
06_การจัดการสิ่งแวดล้อม Vol.1 No.1
by
วารสารวิชาการ เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม
PPT
Kawee.doc
by
kittisak sapphajak
DOCX
กลุ่มไหน -- สิ่งแวดล้อมกับความมั่นคง
by
freelance
มลพิษทางอากาศ
by
Araya Toonton
บทที่ 23 มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
by
ฟลุ๊ค ลำพูน
ทรัพยากรธรรมชาติ
by
Oui Nuchanart
Study the Constitution of the Kingdom of Thailand, BE 2550, Section 67.
by
Naname001
ปัญหาสิ่งเเวดล้อม
by
พัน พัน
Hazardous waste management
by
Nithimar Or
บทที่ 23 มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
by
ฟลุ๊ค ลำพูน
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 1
by
Green Greenz
มลพิษและสิ่งแวดล้อม
by
koradalerttayakun
มลพิษทางอากาศ
by
Green Greenz
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่ง...
by
teeclub
มลพิษทางน้ำ
by
Green Greenz
การประเม นผลกระทบส _งแวดล_อม
by
Quartz Yhaf
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
by
ป๊อก เบาะ
บทที่ 2เอกสารที่เกี่ยวข้อง
by
Boonwiset Seaho
Industry 2020
by
DrDanai Thienphut
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
by
ป๊อก เบาะ
06_การจัดการสิ่งแวดล้อม Vol.1 No.1
by
วารสารวิชาการ เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม
Kawee.doc
by
kittisak sapphajak
กลุ่มไหน -- สิ่งแวดล้อมกับความมั่นคง
by
freelance
อุตสาหกรรม
1.
อุตสาหกรรมกับ ผลกระทบทางสิ่ง แวดล้อม
2.
กล่ม อะตอม (sec
06) 1.นายกฤษดา สโมสร 5510210008 2.นางสาวญาณิศา ฉันทานุมัติ 5510210041 3.นางสาวกมลชนก สมสู่ 5510210003 4. นางสาวณัฐกานต์ ปรางค์จันทร์ 5510210313 5. นางสาวจันทร์จิรา วุฒิวิทย์ชัย 5510210275
4.
อุตสาหกรรม วิวัฒนาการ แนวทางการป้องกัน ผลกระทบ
5.
อุตสาหกรรม
6.
อุตสาหกรรม (Industry)เป็นคำาจำากัดความที่ใช้กับกิจกรรมที่ใช้ทุน และแรงงาน เพื่อที่จะผลิตสิ่งของ หรือ
จัดให้มี บริการ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ใน ยุควิกตอเรีย นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลา นั้นว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมีการผลิต เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มากมาย และ ทำาให้ อุตสาหกรรมเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วและมี ระเบียบ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังเกี่ยวของ กับลัทธิสังคมนิยมของคาร์ล มาร์กซ ( ลัทธิมาร์กซ) อีกด้วย
7.
ประเภทของอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ๆคือ 1.อุตสาหกรรมครัวเรือน
คืออุตสาหกรรม การผลิตง่ายๆ เล็กๆ มักทำากันในครอบครัว หรือหมู่บ้าน ไม่ใช้แรงงาน ทุนและปัจจัย มาก แต่มักจะได้กำาไรตำ่า อุตสาหกรรม จำาพวกนี้มีตัวอย่างเช่น หัตถกรรมจักสาน เซ รามิก ถ้วยโถโอชามต่างๆ รวมไปถึงสินค้า ประเภทอาหารบรรจุถุงหรือหีบห่อที่มียี่ห้อ บางชนิด
8.
2.อุตสาหกรรมโรงงาน คืออุตสาหกรรมที่ ผลิตในโรงงาน สินค้ามักมีมาตรฐาน เดียวกัน
ไม่แตกต่างกันมากนัก พบมากใน เขตเมืองหรือเขตที่มีความเจริญต่างๆ สินค้า พวกนี้มักเป็นสิ่งอุปโภคบริโภคและสินค้า ฟุ่มเฟือยต่างๆ
9.
วิวัฒนาการ ของ อุตสาหกรรม ช่วงที่
1 ช่วงที่ 4 ช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3 ช่วงที่ 5
10.
วิวัฒนาการของการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศไทยช่วงที่ 1 (พ.ศ.
2504-2514) เป็นช่วงแรกของการ พัฒนาภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1และฉบับที่ 2 การ พัฒนาในช่วงนี้ มีจุดมุ่งหมายที่จะใช้อุตสาหกรรมเป็น ตัวนำา ในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยในระยะแรกได้เลือก นโยบายการผลิตเพื่อทดแทนการนำาเข้า โดยมุ่ง หวังที่จะพึ่งพาต่างประเทศให้น้อยลงและพยายามพึ่ง ตนเองให้มากขึ้นกการพัฒนาเพื่อทดแทนการนำาเข้าในช่วงแรกนั้นทำา ให้เกิด รม ายในประเทศอย่างมากมายเช่น การผลิตยางรถยนต์ อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ อาหารกระจกแผ่นและการประกอบรถยนต์เป็นต้น
11.
ช่วงที่ 2 เป็นช่วงของแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515-2519) และฉบับที่ 4 (พ.ศ.2520-2524) รัฐบาล เริ่มหันมาใช้นโยบายการส่งเสริมการส่งออกควบคู่ไปกับ นโยบายการผลิตเพื่อทดแทนการนำา เข้า ทั้งนี้เนื่องมาจาก ผลของการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำา เข้าใน ช่วงแรกทำา ให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าสูงมากนอกจากนี้การขยายตัวของอุตสาหกรรมยังก่อให้เกิด ปัญหาการขาดแคลนผู้ประกอบการและแรงงานที่มีความ เชี่ยวชาญด้านเทคนิคทำา ให้มีประสิทธิภาพการผลิตตำ่า ประกอบกับในขณะนั้นประเทศมีความต้องการในการ แปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกมากขึ้นด้วย
12.
ช่วงที่ 3 เป็นช่วงของแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในช่วง นี้ รัฐบาลได้เน้นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มีอยู่ ให้มีประสิทธิภาพเร่งรัดและส่งเสริมการส่งออกและ พัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐาน ในบริเวณชายฝั่งทะเล ตะวันออกเป็นสำา คัญ กระบวนการส่งเสริมการลงทุนให้มีความคล่องตัวยิ่ง ขึ้น การส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดย่อมและ อุตสาหกรรมในภูมิภาค การพัฒนาอุตสาหกรรมพื้น ฐานเช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีอันเป็นผลมาจากการ ค้นพบก๊าซธรรมชาติซึ่งจะมีการเชื่อมโยงไปสู่ อุตสาหกรรมอื่นๆอีกหลายประเภทและปรับ โครงสร้างอุตสาหกรรมเฉพาะประเภทเพื่อให้เกิดการ พัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตให้สามารถแข่งขัน กับตลาดต่างประเทศได้ใน
13.
ช่วงที่ 4 เป็นช่วงของแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534) การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยในช่วงแผน พัฒนาฯ ฉบับที่ 6 ได้ให้ความสำาคัญกับการพัฒนา อุตสาหกรรมโดยทั่วไปและอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดย เฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายได้เน้นอุตสาหกรรม 3 ประเภทที่มีโอกาสก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การก ระจายรายได้การผลิตในภูมิภาคและการสร้างงานคือ 1.อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก 2. อุตสาหกรรมวิศวการ 3. อุตสาหกรรมขนาดย่อมและอุตสาหกรรมใน ภูมิภาค
14.
ช่วงที่ 5 เป็นช่วงของแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) จากลักษณะโครงสร้างทาง เศรษฐกิจที่จะพัฒนาไปสู่สังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น และโครงสร้างการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเอง ก็ได้เปลี่ยนแปลงจากการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตกึ่งสำา เร็จรูปและ อุตสาหกรรมต่อเนื่องมากขึ้น
15.
ผลกระทบ !! านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ อาชีวอนามัย ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
16.
ด้านสังคม วัฒนธรรม
18.
ด้าน เศรษฐกิจ
19.
- ค่าครองชีพของคนในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น (Increase of
Living Expenses) - ราคาที่ดินแพงขึ้น - มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องนำาเข้าจากต่าง ประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการนัก ท่องเที่ยวต่างชาติ - ทำาให้สูญเสียรายได้ออกนอกประเทศ - รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ เป็นไป ตามฤดูกาล
21.
ด้านอาชีวอนามัย
22.
ด้านอาชีวอนามัย กัมมันตภาพรังสีและพลังงานที่เกิดจากแม่เหล็กไฟฟ้า ฯลฯ โรคที่เกิดจากความเย็น มักจะพบกับคนงานในอุตสาหกรรม ห้องเย็นทำานำ้าแข็ง
ทำาเบียร์ ความเย็นจะทำาให้อุณหภูมิของ ผิวหนังตำ่า และการไหลเวียนของโลหิตมาสู่ส่วนปลาย ร่างกายน้อยลงเช่น ปลายมือ ปลายเท้า เกิดชา เป็นแผล เท้าเปื่อยได้ โรคผิวหนังที่เกิดจากความร้อนมักจะพบในพวก หลอมโลหะ ทำาแก้ว เครื่องปั้นดินเผา พวกนี้ผิวหนังอาจจะ แดง ด้าน เหี่ยว และมีอาการผื่นคันง่าย พวกนั่งปิ้งกล้วย ปิ้ง ข้าวโพด ขนมครก ความร้อนอ่อนๆ ระบายมาถูกหน้าแข้ง ตลอดเวลา ภายหลังหน้าแข้งจะแดงเป็นผื่นคันทุกครั้งที่ถูก ความร้อน มือก็ด้านเพราะถูกความร้อนตลอดเวลา กัมมันตภาพรังสี ทำาให้เกิดมะเร็งบนผิวหนังพบมากในคน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับพลังงาน เช่น พลังงานปรมาณูและเครื่อง เอ๊กซเรย์ พลังงานที่เกิดจากไพฟ้า คือ อินฟราเรดอุลตร้าไว โอเลตพวกนี้ทำาให้เกิดผิวหนังอักเสบ หนังคลำ้าเป็นผื่นแดง ไหม้ อาชีพที่เป็นโรคเหล่านี้ได้แก่พวกกลาสีเรือ คนงาน
23.
2.สิ่งแวดล้อมทางเคมี สารเคมีที่ทำาให้เกิดเป็น พิษแก่ร่างกายและผิวหนัง มีอยู่หลายแบบและ หลายชนิด
เช่น โลหะ แก๊สหรือของเหลว เช่น นำ้ามันก็ได้ สารหนู ซึ่งพบในอุตสาหกรรมทำายาฆ่า แมลง ยาฆ่าวัชพืช อุตสาหกรรมทำาแก้ว และ โรงงานทำาสี ผิวหนังที่สัมผัสสารหนู ทำาให้เกิดการ แพ้ เป็นผื่นแดง และพุพอง เม็ดนำ้าใส นานๆ ไปอาจ เกิดเป็นมะเร็งของผิวหนัง ในโรงงานทำางานทำาสี ต่างๆ ในโรงงานเครื่องปั้นดินเผา และโรงงาน เครื่องเคลือบ เครื่องชุบต่างๆ จะใช้โครเมี่ยมเป็น ส่วนประกอบ จะทำาให้เกิดผิวหนังอักเสบบริเวณที่ สัมผัสกับโครเมี่ยม ฝุ่นไอและกรดของโครเมี่ยมจะ ทำาให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุช่องจมูกจนถึง หลอดลมและปอด เกิดการทำาลายเนื้อเยื่อ เกิดเป็น โรคปอดได้
24.
3.สิ่งแวดล้อมทางชีวะ ได้แก่เชื้อโรค พวก ไวรัส
แบคทีเรีย ริคเคทเชีย และพยาธิ ตัวอย่าง เช่น คนงานในโรงงานฟอกหนังโรงงานเคี่ยว กาว โรงงานป่นกระดูก มีโอกาสติดโรค แอนแทร็กซ์ (Anfrax) ได้ง่ายกว่าคนธรรมดา คนงานที่ทำางานในที่อับชื้นหรือต้องใส่รองเท้า อับตลอดเวลา มีโอกาสเป็นเชื้อราได้ง่าย
25.
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
26.
ลกระทบของมลพิษทางนำ้า านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุตสหกรรมที่จะต้องใช้นำ้าเป็นจำานวนมากในการ ผลิต เช่น อุตสหกรรมผลิตกระดาษ
อุตสาหกรรมสุรา อุตสาหกรรมสิ่งทอผ้า อุตสาหกรรมประเภทที่ต้องการ นำ้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น อุตสาหกรรมกระดาษและ เส้นใย ต้องการนำ้าที่มีปริมาณเหล็กและแมงกานิสตำ่า มาก ก็ยิ่งจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพนำ้ามาก ขึ้น นอกจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพนำ้าแล้ว โรงงานเหล่านี้ยังต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องจักร ที่เสียหายเนื่องจากการที่ใช้นำ้าไม่ ได้คุณภาพอีกด้วย
28.
กระทบของมลพิษทางอากาศ เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและกระบวนการผลิต ซึ่ง เป็นตัวการสำาคัญที่ก่อให้เกิดผล กระทบต่อคุณภาพ อากาศในบรรยากาศและอาจส่งผล
กระทบต่อสุขภาพ อนามัยของประชาชนในชุมชน โดยทั่วไปหรือก่อให้ เกิดความเดือดร้อนรำาคาญเชื้อเพลิงที่ใช้สำาหรับ อุตสาหกรรมมีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ เชื้อเพลิงที่เป็นของแข็ง เชื้อเพลิงที่เป็นของเหลว ได้แก่ นำ้ามันเตา และนำ้ามันดีเซล เชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ และก๊าซ LPG สารมลพิษทาง อากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ได ออกไซด์ และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ซึ่งพบว่ามี ปริมาณการระบายออกสู่บรรยากาศเพิ่มมากขึ้นทุกปี ตามปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
30.
กระทบของมลพิษทางเสียง แหล่งมลพิษทางเสียงอาจแบ่งออกได้ เป็น 2 ประเภทคือ 1.
จากยานพาหนะส่วนใหญ่มีสาเหตุจากท่อไอเสีย รถยนต์ แตร เบรค เครื่องเรือหางยาว เป็นต้น ปัจจุบันตามเมืองขนาดใหญ่ๆ มักมีระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงกว่า 70 เดซิเบล โดยเฉพาะบริเวณที่มี การจราจรหนาเน่นและมีตึกแถวเรียงรายอยู่ 2 ฟาก ถนน 2. จากสถานประกอบการต่างๆได้แก่ โรงงาน อุตสาหกรรม โรงมหรสพ สถานเริงรมย์ ต่างๆ จาก การสำารวจปรากฎว่าเสียงจากโรงงานอุตสาหกรรม ทั่วไปมีระดับเสียงดัง 60 -120 เดซิเบลเอ ก่อให้เกิด อันตรายแบบค่อยเป็นค่อยไปกับคนงานทำาให้คนงาน ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของอาการหูงตึงที่เกิดขึ้นกับ ตนเอง
31.
หมายสิ่งแวดล้อมอุตสาหก าชบัญญัติ ะทรวง าศกระทรวงอุตสาหกรรม าศกรมโรงงานอุตสาหกรรม ยบกรมอุตสาหกรรม ายเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ายด้านความปลอดภัย
32.
-กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.
2535) ออกตาม ความ ในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 -กฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2544) ออก ตามพระราชบัญญัติ โรงงาน พ.ศ. 2535 -กฏกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2539) ออก ตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 -กฎกระทรวงฉบับที่ 3 ออกตามความในพระ ราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
33.
-เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.
2549 -เรื่อง การประกันภัยความเสียหายจากการ ขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ.2549 -เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2549 -เรื่อง การกำาจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้ แล้ว พ.ศ. 2548 -เรื่อง กำาหนดชนิดของวัตถุดิบที่จะนำามาใช้ หรือผลิตในโรงงาน
34.
-เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณา การแต่งตั้งตัวแทน เพื่อเป็นผู้รวบรวมและขนส่งของเสีย อันตรายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
เรื่อง การกำาจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุ ที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 -เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้นำาเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ แล้วที่เป็นวัตถุอันตรายเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2550 -เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการ จัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของผู้ประกอบ
35.
-ว่าด้วยเรื่องรายละเอียดหลักเกณฑ์การ พิจารณาอนุญาตประเภทหรือชนิด ของโรงงาน ลำาดับที่ 105
และลำาดับที่ 106 พ.ศ. 2545 -ว่าด้วยเรื่องรายละเอียดหลักเกณฑ์การ พิจารณาอนุญาตประเภทหรือชนิดของ โรงงานลำาดับที่ 105 และลำาดับที่ 106 (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2550
36.
มาตรฐาน ISO 14000
คืออะไร -ในยุคที่สังคมโลกกำาลังให้ความสำาคัญ ในเรื่องสิ่งแวดล้อม อันเป็นผลสืบ เนื่องจากมลพิษต่าง ๆ ไม่ว่าทาง อากาศ ทางนำ้า การกำาจัดของเสีย ฯลฯ ได้ส่งผลกระทบต่อพลเมืองโลกอย่าง มาก ผลกระทบนี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศ ในโลก และเป็นเหตุให้เกิดแรงผลักดัน ให้ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วย การมาตรฐาน หรือ ISO (International Organization for
37.
ISO 14000 เป็นชุดของมาตรฐานที่ ประกอบไปด้วยมาตรฐานหลายเล่ม เริ่มต้นตั้งแต่หมายเลข
14001 จนถึง 14100 (ปัจจุบัน ISO กำาหนด เลขสำาหรับมาตรฐานในอนุกรมนี้ไว้ 100 หมายเลข) โดยแต่ละเล่มเป็น เรื่องของมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ การจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
38.
การของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
39.
ประโยชน์ของ EMS -บริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็น ระบบ -เกิดสภาพแวดล้อมการทำางานที่ดี รวมทั้งมี การป้องกันในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น -เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร -ลดภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีการจัดการสิ่ง แวดล้อมที่เหมาะสม
เช่น การจัดการ ทรัพยากร การจัดการของเสีย (waste
40.
น ISO 14000
ใครควรทำา ทำาแล้วไ องค์การระหว่างประเทศว่า ด้วยการมาตรฐาน หรือ ISO (International Organization for Standardization) จึงได้กำาหนดกฎ เกณฑ์สำาหรับอนุกรมมาตรฐานด้านสิ่ง แวดล้อมขึ้น ได้แก่ ระบบการจัดการสิ่ง แวดล้อม การตรวจประเมินการจัดการ สิ่งแวดล้อม การประเมินความสามารถ ในการจัดการสิ่งแวดล้อม การแสดง
41.
ใคร ควร ทำา ? งค์กร ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ให้บริก เพราะในแต่ละองค์กรมีกิจกรรมที่มี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
สำาหรับ องค์กรที่เป็นผู้ผลิต นอกจากจะได้ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์แล้ว ในระหว่าง กระบวนการผลิต อาจจะมีผลที่ไม่พึง ประสงค์อื่น ๆ ตามมา เช่น เสียง ฝุ่น ของเสีย สารปนเปื้อน ถ้าเป็นองค์กรที่ เป็นผู้ให้บริการ ก็จะอยู่ในรูปของการ ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างไม่คุ้มค่าและ ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเป็นผลกระ
42.
ถึงแม้ว่าแต่ละประเทศทั่วโลก จะมีข้อ บังคับและกฎระเบียบเกี่ยวกับสิ่ง แวดล้อมแล้วก็ตาม องค์กรต่าง
ๆ สามารถนำาอนุกรมมาตรฐาน ISO 14000 ไปประยุกต์ใช้กับระบบของ ตนเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย ความสมัครใจ ซึ่งประโยชน์ที่ได้จาก การนำาไปปฎิบัติ ก็เป็นขององค์กรและ สังคมโดยส่วนรวม
43.
ทำาแล้วได้ อะไร ?ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว เนื่องจากมี การพิจารณาถึงการใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มค่า
ทำาให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม น้อยที่สุด เป็นผลให้ต้นทุนตำ่าลง เพิ่มโอกาสในด้านการค้า ทำาให้การ เจรจาทางด้านการค้าสะดวกยิ่งขึ้น เป็น ผลให้สามารถรักษาส่วนแบ่งทางการ ตลาด และเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด ในอนาคตอีกด้วย สร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจาก ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์จรรโลง สภาพแวดล้อม ให้แก่สังคมส่วนรวม เป็น ผลให้ภาพพจน์ขององค์กรเป็นที่ยอมรับ ของสังคม ได้รับเครื่องหมายรับรองระบบการจัดการ สิ่งแวดล้อม องค์กรที่นำามาตรฐาน ISO 14000 ไปปฏิบัติ สามารถขอให้ หน่วย งานรับรองให้การรับรองระบบการ จัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำาให้ องค์กร
44.
การของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
45.
การกำาจัดนำ้าทิ้ง จาก โรงงานอุตสาหกรรมเป็นการกำาจัดสิ่งปนเปื้อนที่ทำาให้นำ้า เสียอยู่ในเกณฑ์ตำ่าสุดที่จะปล่อย ลงสู่ แหล่งนำ้า
ตามที่กรมโรงงาน อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กำาหนดมาตรฐาน นำ้าทิ้งจาก โรงงานอุตสาหกรรม ที่กำาหนดให้โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) และ กระทรวงอุตสาหกรรมของ ประเทศไทย กำาหนดได้ตามตาราง
46.
องค์ประกอบของ นำ้า หน่วย องค์การอนามัย โลก กระทรวง อุตสาหกรรม บีโอดี มก./ล 40
20 ซีโอดี มก./ล 100 - ด่างทับทิม มก./ล - 60 สารแขวนลอย มก./ล 60 30 ของแข็ง(ละลาย นำ้า) มก./ล 2,000 2,000 pH มก./ล 5-9 5-9 ซัลไฟด์(เช่น H2S) มก./ล 3.0 1.0 ไซยาไนด์( เช่น HCN) มก./ล 1.0 0.2 ตาราง มาตรฐานนำ้าทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมตาราง มาตรฐานนำ้าทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม
47.
นำ้ามันและไขมัน มก./ล 15.0
- นำ้ามันดิน มก./ล มองไม่เห็น - ฟอร์มาลดีไฮด์ มก./ล - 1.0 ฟีโนลิค มก./ล 0.05 1.0 คลอรีนอิสระ มก./ล 5.0 1.0 โลหะ หนัก(ทั้งหมด) มก./ล 5.0 - สังกะสี มก./ล 2.0 * โครเมียม มก./ล 0.1 * สารหนู มก./ล - * เงิน มก./ล - * ซิลีเนียม มก./ล - *
48.
ตะกั่ว มก./ล -
* นิเกิล มก./ล - - ทองแดง มก./ล 2.0 - เหล็ก มก./ล 5.0 - ยาฆ่าแมลง มก./ล - - ยาปราบศัตรูพืช มก./ล 0.01 - สาร กัมมันตภาพรังสี มก./ล - - อุณหภูมิ มก./ล 40 40 ผงซักฟอก มก./ล 1.5 -
49.
ปริมาณออกซิเจนที่ละลายนำ้า (DO= dissolved oxygen)
มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร นำ้าที่มีคุณภาพดี ต้องมีค่า DOอยู่ประมาณ 5-7 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) ส่วนนำ้าเสียมีค่า DOตำ่ากว่า 30 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) ปลาและสัตว์นำ้าสามารถอาศัยอยู่ในนำ้าที่มีค่า DOมากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) ปริมาณ ออกซิเจนในนำ้าเป็นปัจจัยที่สำาคัญต่อการดำารงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตในนำ้า เป็นตัวช่วยกำาจัดมลภาวะในนำ้า ในการเกิดออกซิเดชั่น ทำาให้ลดปริมาณสารอินทรีย์ และแบคทีเรียบางชนิดในนำ้าได้ดี ค่าความเข้มข้น ออกซิเจนในนำ้าถือเป็นปัจจัยสำาคัญที่บ่งชี้คุณภาพนำ้า ออกซิเจนที่ละลายในนำ้าได้มาจากบรรยากาศหรือ ค่า DO คืออะไร ?
50.
บีโอดี (BOD=biochemical oxygen demand)
คือ ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ ใช้ไปสำาหรับการย่อยสารอินทรีย์ชนิดที่ย่อย สลายได้นำ้า ค่า BOD จึงใช้เป็นดัชนีวัดความ สกปรกของนำ้าเสียหรือนำ้าทิ้งจากโรงงาน อุตสาหกรรม การเกษตรกรรม ชุมชน และ ใช้กำาหนดลักษะนำ้าทิ้งลงสู่แหล่งนำ้า ตลอด จนใช้หาประสิทธิภาพของโรงงานจำากัดนำ้า ทิ้ง ตารางแสดงค่า BOD ที่เป็นดัชนีบ่งชี้ ค่า BOD คืออะไร?
51.
ตารางแสดงค่า BOD ที่เป็นดัชนีบ่งชี้คุณภาพนำ้า คุณภาพของนำ้า
ค่า BOD (มิลลิกรัมต่อลิตร) นำ้าบริสุทธิ์ นำ้าสะอาดมาก นำ้าสะอาด นำ้าสะอาดพอประมาณ นำ้าไม่สะอาด นำ้าสกปรก 0 1 2 3 5 10 ตารางแสดงมาตรฐานระดับความร้อน ความหนักเบาของงาน มาตรฐานระดับความร้อนค่าเฉลี่ยอุณหภูมิ เวทบัลบ์โกลบ (WBGT) กำาหนดเป็นองศา เซลเซียส เบา ปานกลาง หนัก 34.0 32.0 30.0
52.
ตารางแสดงมาตรฐานระดับเสียงเฉลี่ยที่ยอมรับได้กับเวลาการทำางาน เวลาการทำางานที่ได้รับเสียงใน 1 วัน (ชม.) ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำางาน ไม่เกิน
(เดซิเบลเอ) 12 8 6 4 3 2 11/2 1 1/2 1/4 หรือน้อยกว่า 87 90 92 95 97 100 102 105 110 115
53.
มาตรฐานอากาศเสียที่ระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรม ชนิดของสาร เจือปน แหล่งที่มาของสาร กระบวนการผลิต ที่ไม่มีการเผาไหม้ เชื้อเพลิง* กระบวนการผลิต ที่มีการเผาไหม้เชื้อ เพลิง** 1. ฝุ่นละออง (มก./ลบ.ม.) 1. หม้อไอนำ้าหรือ แหล่งกำาเนิดที่ใช้เชื้อ เพลิง
ดังนี้ · นำ้ามันเตา · ถ่านหิน · ชีวมวล · เชื้อเพลิงอื่นๆ 2. การถลุง หล่อ หลอม รีดดึง และ/หรืออลูมิเนียม 3. การผลิตทั่วไป - - - - ไม่เกิน 300 ไม่เกิน 400 ไม่เกิน 240 ไม่เกิน 320 ไม่เกิน 320 ไม่เกิน 320 ไม่เกิน 240 ไม่เกิน 320 2. ซัลเฟอร์ได ออกไซด์ (ppm) 1. หม้อไอนำ้าหรือ แหล่งกำาเนิดที่ใช้เชื้อ เพลิง ดังนี้ · นำ้ามันเตา - - ไม่เกิน 950 ไม่เกิน 700
54.
3. ออกไซด์ของ ไนโตรเจน (ppm) หม้อไอนำ้าหรือแหล่ง กำาเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้ นำ้ามันเตา
ถ่านหิน ชีวมวล เชื้อเพลิงอื่นๆ - - - - ไม่เกิน 200 ไม่เกิน 400 ไม่เกิน 200 ไม่เกิน 200 4. คาร์บอนมอนอกไซด์ (ppm) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 870 ไม่เกิน 690 5. ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ppm) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 100 ไม่เกิน 80 6. ไฮโดรเจนคลอ ไรด์ (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 200 ไม่เกิน 160 7. กรดกำามะะถัน (ppm) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 25 - 8. ไซลีน (ppm) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 200 -
55.
10. พลวง (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 20
ไม่เกิน16 11. สารหนู (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 20 ไม่เกิน 16 12. ทองแดง (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 30 ไม่เกิน 24 13. ตะกั่ว (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 30 ไม่เกิน 24 14. คลอรีน (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 30 ไม่เกิน 24 15. ปรอท (มก./ลบ.ม.) การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 3 ไม่เกิน 2.4
56.
หมายเหตุ : *
ให้คำานวณผลที่ความดัน 1 atm หรือ 760 mmHg อุณหภุมิ 25 C ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)โดยมี ปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน ณ สภาวะจริงในขณะตรวจวัด ** ให้คำานวณผลที่ความดัน 1 atm หรือ 760 mmHg อุณหภุมิ 25 C ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) โดยมี ปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน ร้อยละ 7
59.
แผนที่แสดงปริมาณกากของเสียรายจังหวัด (ตัน ต่อปี) ซึ่งสรุปผลได้
ดังนี้ คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด - ปริมาณกากของเสียรวมทั่วประเทศ 10,243,396.52 ตันต่อปี - ปริมาณกากของเสียอันตรายรวมทั่วประเทศ 1,558,743.23 ตันต่อปี - ปริมาณกากของเสียไม่อันตรายรวมทั่วประเทศ 8,684,653.29 ตันต่อปี แผนที่แสดงปริมาณกากของเสียรายภาค (ตันต่อ ปี) - ปริมาณกากของเสียรวมภาคเหนือ 235,961.3 ตัน ต่อปี คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
60.
- ปริมาณกากของเสียรวมภาคกลาง 3,500,081.58
ตัน ต่อปี คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ของเสียไม่อันตราย 3,084,766.75 ตันต่อปี ของเสียอันตราย 415,314.83 ตันต่อปี - ปริมาณกากของเสียรวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 807,513.41 ตันต่อปี คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ของเสียไม่อันตราย 792,821.81 ตันต่อปี ของเสียอันตราย 14,691.6 ตันต่อปี - ปริมาณกากของเสียรวมภาคใต้ 124,747.11 ตันต่อปี คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ของเสียไม่อันตราย 117,803.38 ตันต่อปี
61.
3) แผนที่แสดงปริมาณกากของเสียรวมรายอำาเภอ (ตันต่อปี) คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด 4) แผนที่แสดงปริมาณกากของเสียอันตรายที่มี ปริมาณสูงรายอำาเภอ
(ตันต่อปี) คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
62.
ที่มา จาก http://teenet.tei.or.th/environment_training/pdf/La w%202.pdf http://www.thaigoodview.com/library/teachersho w/nakhonsithamrat/arunee_w/cheevit/aboutme.h tml http://dek-iptm.exteen.com/page-8
63.
THANK YOU
Download