ผลกระทบของเทคโนโลยี
ต่อสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับ
การดารงอยู่ของมนุษย์ พืชและสัตร์มนุษย์ได้สร้างเทคโนโลยีที่
เหมาะสมกับลิ่งแวดล้อมเพื่อความสะดวกในการดารงชีวิตของ
มุนษย์ ความจริงก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์การพัฒนา
และการสร้างเทคโนโลยี ส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางดิน
น้า อากาศ เสียง หรือการปนเปื้อนของสารพิษ ใน
ขณะเดียวกันมีการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการบาบัดของเสียจาก
กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม หรือภาคครัวเรือน เช่น
เทคโนโลยีบาบัดน้าเสีย เป็นต้น
1.การลดลงของชั้นโอโซนในบรรยากาศ
โอโซนส่วนใหญ่อยู่ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์สูงจากพื้นผิวโลก ขึ้นไป
12- 50 กิโลเมตร เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านมายังผิวโลก รังสีบางส่วนจะเป็น
รังสีคลื่นสั้นหรือรังสีอัลตราไวโอเลตจะถูกโอโซนดูดกลืนไว้ และบางส่วนถูกสะท้อน
กลับหรือกระจายไปในบรรยากาศโอโซนจึงทาหน้าที่ป้องกันไม่ให้รังสีอัลตราไวโอเลต
ส่องผ่านลงมาบนผิวโลก ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อพืชและสัตว์ได้หากปราศจากโอโซน
แล้วสิ่งมีชีวิตบนโลกจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้
2.มลพิษจากฝนกรด
ฝนกรด คือ น้าฝนที่รวมตัวกันกับแก๊สออกไซด์
ของโลหะบางชนิดในอากาศ เกิดเป็นสารละลายที่มีสมบัติ
เป็นกรด และมีความเป็นกรดอยู่ในช่วง pH = 3-
5 สาเหตุของฝนกรดคือ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
(SO2) และ ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ซึ่งเกิดจาก
การเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์และโรงงานต่างๆ แล้ว
ถูกปล่อยสู่บรรยากาศ และเกิดการทาปฏิกิริยากับน้า
ออกซิเจน และสารเคมีอื่นๆ ก่อให้เกิดสารประกอบที่เป็น
กรดซัลฟุริกและกรดไนตริกซึ่งมีแสงอาทิตย์เป็นตัวเร่ง
ปฏิกิริยา
ผลกระทบของฝนกรด
1.ทาให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น มีผลต่อการเพาะปลูก เช่น ผลผลิตของพืชน้อยกว่า ปกติ
2.ฝนกรดทาให้ดินเปรี้ยวจุลินทรีย์หลายชนิดในดินที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชถูก
ทาลาย ซึ่งจะมีผลกระทบในแง่การย่อยสลาย ในดินและการเจริญเติบโตของพืช
3.ฝนกรดสามารถทาปฏิกิริยากับธาตุอาหารที่สาคัญของพืช เช่น แคลเซียม, ไนเตรต,
แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ทาให้พืชไม่สามารถนาธาตุอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้
4.แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบรรยากาศทาให้ปากใบปิดซึ่งจะมีผลกระทบต่อการหายใจของพืช
5.ความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้นของน้ายังมีผลกระทบด้านระบบนิเวศ ที่อยู่อาศัยรวมถึงการดารงชีวิต
อีกด้วย
ความหมาย
6.ฝนกรดสามารถละลาย calcium carbonateในหินทาให้เกิดการสึกกร่อน
เช่น พิรามิดในประเทศอียิปต์และ ทัชมาฮาลในประเทศอินเดีย เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีฤทธิ์
กัดกร่อนทาลาย พวกโลหะทาให้เกิดสนิมเร็วขึ้นอีกด้วย
7.ฝนกรดทาลายวัสดุสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์บางชนิด คือ จะกัดกร่อนทาลาย
พวกโลหะ เช่น เหล็กเป็นสนิม เร็วขึ้น สังกะสีมุงหลังคา ที่ใกล้ๆ โรงงานจะผุกร่อนเร็ว
สังเกตได้ง่าย นอกจากนี้ยังทาให้แอร์ ตู้เย็น หรือวัสดุอื่นๆ เช่น ปูนซีเมนต์หมดอายุเร็วขึ้น
ผุกร่อนเร็วขึ้น เป็นต้น
8.ฝนกรดจะทาลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปู หอย กุ้ง มีจานวนลดลงหรือ
สูญพันธุ์ไปได้เพราะฝนกรดที่เกิดจากแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และเกิดจากแก๊สไนโตรเจน
ออกไซด์ จะทาให้น้าในแม่น้าทะเลสาบ มีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ถ้าเกิดอย่างรุนแรงจะทาให้
สัตว์น้าดังกล่าวตาย
3 . ป ร า ก ฎ ก า ร ณ์ เ รื อ น ก ร ะ จ ก
ปรากฏการณ์เรือนกระจก (greenhouse effect) คือ
ปรากฏการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจาก พลังงานแสงอาทิตย์์
ในช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรทที่สะท้อนกลับถูกดูดกลืนโดยโมเลกุล
ของ ไอน้า คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีเทน(CH4) และ CFCs
ไนตรัสออกไซด์ (N2O)ในบรรยากาศทาให้โมเลกุลเหล่านี้มีพลังงาน
สูงขึ้นมีการถ่ายเทพลังงานซึ่งกันและกันทาให้อุณหภูมิในชั้น
บรรยากาศสูงขึ้นการถ่ายเทพลังงานและความยาวคลื่นของ โมเลกุล
เหล่านี้ต่อๆกันไป ในบรรยากาศทาให้โมเลกุลเกิดการสั่นการเคลื่อน
ความหมายผลกระทบจากปรากฎการณ์เรือนกระจก
1) ผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ
สภาวะโลกร้อนที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ทาให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นตลอดศตวรรษที่ผ่านมา โดย
นักวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าสภาวะโลกร้อนได้ส่งผลกระทบถึงความดัน
บรรยากาศด้วย และการเปลี่ยนแปลงในความดันบรรยากาศนี้เองที่มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศ
โลก เพราะความดันอากาศจะควบคุมการไหลเวียนบรรยากาศ ดังนั้นจึงมีอิทธิพลต่อการ
เคลื่อนไหวของความชื้น โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบต่อปริมาณของฝนที่ตก,
อุณหภูมิ,ลม,และพายุ
“ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ”
2) ผลกระทบต่อแหล่งน้า
เมื่อมีฝนตกหนักขึ้น จนเกิดอุทกภัยและแผ่นดินถล่ม ดินอันอุดมสมบูรณ์จะ
ถูกพัดพาไปตามลาน้าเกิดเป็นความขุ่นของสายน้า ที่เมื่อตกตะกอนจะสร้างความตื้น
เขินให้แก่แหล่งน้า เมื่อสายน้าขุ่นไหลออกสู่ชายฝั่งจะทาลายแนวปะการัง แหล่งอาศัย
และอนุบาลสัตว์น้า นอกจากนั้นแล้วตะกอนดินที่มีปริมาณธาตุไนโตรเจนสูง ยังช่วย
เร่งการเจริญเติบโตของสาหร่ายตามชายฝั่ง เมื่อสาหร่ายเหล่านี้ตายลง จะเกิดการเน่า
เสีย ที่ลดปริมาณออกซิเจนในน้าจนเป็นอันตรายต่อสัตว์น้า
ความหมาย
(3) ผลกระทบต่อแหล่งพลังงาน
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแหล่งพลังงาน เกิดขึ้นกับกิจกรรมขุดเจาะน้ามันใน
มหาสมุทรที่อยู่ใต้อิทธิพลของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดพายุหมุนที่
รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคในการขุดเจาะน้ามันในทะเลและมหาสมุทร วาตภัยอาจกระหน่า
แท่นขุดเจาะน้ามันในทะเลจนอับปาง การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้า พลังงานนิวเคลียร์
พลังงานลม ก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ
มากกว่าการผลิตพลังงานรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะระดับน้าที่ลดลงอย่างมากของเขื่อนใน
หน้าแล้ง ทาให้มีปริมาณน้าไม่พอต่อการผลิตไฟฟ้า
(4) ผลกระทบต่อระดับน้าทะเลและที่อยู่อาศัยของมนุษย์
นักวิทยาศาสตร์คาดว่าถ้าอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นอีก 0.3OC จะทา
ให้กราเซียร์ (glacier) เกิดการละลายจนระดับน้าในมหาสมุทรเพิ่มขึ้นอีก 100 เมตร
การขยายตัวของมหาสมุทรทาให้เมืองที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและที่ราบลุ่มปากแม่น้า
ที่อยู่สูงจากระดับน้าทะเลไม่มาก จะถูกน้าท่วม จนมนุษย์ต้องมีการย้ายถิ่นฐานใหม่ ซึ่ง
มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่และสภาพสังคม
ความหมาย
(5) ผลกระทบต่อการเกษตรกรรม
ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจะเร่งการเจริญเติบโตของพืช แต่ใน
บริเวณที่มีการจัดสรรน้าในการชลประทานได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในการเกษตรกรรม
อากาศที่ร้อนขึ้นจะเร่งการระเหยและการคายน้าของพืช ทาให้พืชเกิดอาการเหี่ยวแห้งตาย ใน
ขณะเดียวกัน อากาศร้อนยังเร่งการเจริญเติบโตของแมลงและจุลินทรีย์บางชนิดที่ทาลายพืช
(6) ผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาของโลก
ระดับน้าทะเลที่สูงและอุ่นขึ้น ทาให้สัตว์และพืชต่างๆต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อ
ความอยู่รอด และถ้าปรับตัวไม่ได้ก็จะล้มตายลง เช่นในปี 1998 อุณหภูมิที่สูงขึ้นของ
น้าทะเลได้ทาลายปะการังของโลกไป ร้อยละ 10 และ ส่งผลกระทบต่อการสืบพันธ์ของ
สัตว์และปลาน้าเย็น ในมหาสมุทรอาร์คติกแมวน้าและหมีขาว กาลังเผชิญชะตากรรมที่
เลวร้ายจากช่วงฤดูหนาวที่สั้นลง ส่วนดินแดนในเขตมรสุม จะมีพายุฤดูร้อนเกิดบ่อย
และรุนแรงขึ้น โดยระดับน้าทะเลที่สูงขึ้น ทาให้เกิดการสูญเสียของผลิตผลทาง
การเกษตรและมีการระบาดที่มากขึ้นของแมลงและเชื้อโรคหลายชนิด นอกจากนั้นการ
ระบาดนี้ยังค่อยๆลามขึ้นไปในดินแดนทางขั้วโลกและที่สูงตาม
ยอดเขาที่เคยหนาวเย็น
ความหมาย
(7) การสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์ที่ผิดปรกติบนผิวโลก
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าความผิดปกติในการสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์ของโลก
ในฤดูกาลต่างๆ มีสาเหตุมาจากการตัดไม้ทาลายป่าในเขตร้อนชื้น และ การหายไปของ
น้าแข็งที่ขั้วโลกเนื่องจากแถบเส้นศูนย์สูตรเป็นบริเวณที่ได้รับแสงอาทิตย์มากที่สุด ดังนั้น
การหายไปของป่าในเขตร้อนชื้น จึงทาให้การสะท้อนรังสีของโลกผิดปกติไป ซึ่งจะสัมพันธ์
กับความผิดปกติของปริมาณน้าฝนที่ตก
(8) ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์
การเพิ่มอุณหภูมิของอากาศทาให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพและอนามัยของ
มนุษย์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม อากาศที่ร้อนและมีความชื้นสูงจะบั่นทอนสุขภาพใน
การทางานของมนุษย์ ก่อให้เกิดความกดดันต่อสภาพร่างกายและจิตใจ ร่างกายจึงมี
ภูมิคุ้มกันที่ต่าลงจนง่ายต่อการรับเชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ โดยอุณหภูมิ
และความชื้นที่สูงเกินไปอาจทาให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนเกิดการเสียชีวิตได้

ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อสิ่งแวดล้อม