หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต
ของตัวอย่างสัตว์ จานวน 3 ชนิด ได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน
นาเสนอครูผู้สอน
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตาแหน่งครู คศ.1 สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
คณะผู้จัดทา กลุ่มที่ 3
1.นางสาวชนิตา สะสิสุวรรณ เลขที่ 6
2.นางสาวธัญรดา แก้วนามไชย เลขที่ 12
3.นางสาวพรจิรา สุวิมล เลขที่ 20
4.นางสาวอธิชา ลีลาเชี่ยวชาญกุล เลขที่ 29
ระดับชั้น ม.5 ห้อง 932 แผนการเรียน วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์คุณภาพชีวิต
ชิ้นงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาชีววิทยา 4 (ว 30244)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561
คานา
หนังสือเล่มเล็กฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาชีววิทยา รหัสวิชา ว 30244 ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 มีจุดประสงค์เพื่อใช้ประกอบการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการสืบพันธุ์
และการเจริญเติบโตของตัวอย่างสัตว์ จานวน 3 ชนิด ได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน
การจัดทาหนังสือเล่มเล็กฉบับนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทา
ขอขอบพระคุณคุณครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ที่ได้ให้คาแนะนาต่างๆ ทั้งแนวทางการศึกษา
แนวทางการปฏิบัติ และเนื้อหาในรายวิชาที่ถูกต้อง คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
เนื้อหาในหนังสือเล่มเล็กฉบับนี้ที่ได้เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างดี
หากมีสิ่งใดจะต้องปรับปรุง คณะผู้จัดทาขอน้อมรับในข้อชี้แนะและจะนาไปแก้ไขหรือ
พัฒนาให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป
คณะผู้จัดทา
วันที่ 2 มกราคม 2562
Link google site :
สารบัญ
หัวข้อนาเสนอ หน้า
1. การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 1 คือ งู 1
1.1 ลักษณะโดยทั่วไปของงู 1
1.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของงู 4
1.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของงู 6
2. การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 2 คือ ยุง 8
2.1 ลักษณะโดยทั่วไปของยุง 8
2.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของยุง 9
2.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของยุง 10
3. การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 3 คือ ปลากระเบน 15
3.1 ลักษณะโดยทั่วไปของปลากระเบน 15
3.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของปลากระเบน 16
3.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของปลากระเบน 17
4. คาถามทบทวนการเรียนรู้ 19
5. ภาคผนวก 27
Dichotomous key
สัตว์
สัตว์มีกระดูกสันหลัง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
สัตว์น้าสัตว์บก
สัตว์ที่ปฏิสนธิภายนอก สัตว์ที่ปฏิสนธิภายใน
ตัวอ่อนเจริญนอกร่างกาย
ตัวเมีย ในรูปไข่ในเปลือก
อาศัยอาหารจากไข่แดง
ตัวอ่อนเจริญในร่างการ
ตัวเมียจนโตเต็มที่ โดย
อาศัยอาหารผ่านทางรก
ตัวอ่อนเจริญนอก
ร่างกายตัวเมียและเกิด
การ metamorphorsis
ออกลูกเป็นไข่ ออกลูกเป็นตัว
oviparous viviparous
งู ยุง ปลากระเบน
1 2
1.1 ลักษณะโดยทั่วไปของงู
ชื่อสัตว์ : งูจงอาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ophiophagus hannah
ชื่อสามัญ : King cobra
ชื่อวงศ์/อันดับ : Elapidae/Squamata
ลักษณะสาคัญทางสัตววิทยา
ลักษณะภายนอกของงู โดยทั่วไป มีอวัยวะประกอบด้วย
-ลำตัว งูมีลาตัวที่คล้ายหลอดกลมยาว ไม่มีแขน ขา หรือใบหู ลาตัวมีเกล็ดปกคลุมโดย
ตลอด
-ตำ งูไม่มีเปลือกตาที่สามารถกะพริบได้เช่นตาคน ดังนั้นจึงดูเสมือนว่ามันไม่เคยนอน
แต่จริงๆ แล้วงูนอน ในเวลาที่มันนอน รูตาดา (pupil) ในตาของมันจะหดตัว พร้อมกัน
นั้นกล้ามเนื้อที่ควบคุมตาจะหย่อน ทาให้ตางูดูเสมือนว่าพลิกคว่า บางชนิดมีสายตาไม่
ดี
-ปำก กล้ามเนื้อในปากสามารถยืด-ขยายได้ ทาให้สามารถอ้าปากได้กว้างกว่าขนาดหัว
ของมันได้หลายเท่าตัว
-ลิ้น งูสามารถแลบลิ้นออกมาจากปากที่ปิดสนิทได้ ซึ่งงูมีลิ้น 2 แฉก เพื่อใช้แสวงหา
ทิศทางของกลิ่นต่าง ๆ
-หำง หางของงูมีลักษณะที่ลดหลั่นขนาดลงมาจากลาตัว มีลักษณะเล็กกลมยาว ปลาย
แหลม
อวัยวะภายใน
อวัยวะของงูส่วนใหญ่จะอยู่ในซี่โครงยาว ๆ ทั้งระบบการหายใจ การ
ไหลเวียนของโลหิต การย่อยอาหาร การขับถ่าย และการสืบพันธุ์
การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 1 คือ งู
3 4
โครงสร้างภายใน
อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายของงู 1.หลอดอาหาร 2.หลอดลม 3.ปอดข้าง
ขวา-ข้างซ้าย 4.ปอดข้างซ้าย 5.ปอดข้างขวา 6.หัวใจ 7.ตับ 8.กระเพาะอาหาร 9.ถุง
ลม 10.ถุงน้าดี 11.ตับอ่อน 12.ม้าม 13.ลาไส้ 14.ลูกอัณฑะ 15.ไต
โครงสร้างของกระดูก ประกอบไปด้วยกะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง ซี่โครง
กระดูกเชิงกราน ข้อกระดูกสันหลังที่มากช่วยทาให้งู โค้ง หรืองอตัวได้ดี และมีความ
แข็งแรงสูงทาให้งูสามารถออกแรงบังคับกล้ามเนื้อบีบรัด โครงกระดูกสันหลังจะไม่
เชื่อมต่อกับช่องท้อง มันจึงขยายตัวได้ง่ายเมื่อกินเหยื่อขนาดใหญ่
1.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของงู
อวัยวะเพศของงูตัวผู้ ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศยื่นออกมาจากลาตัว 2 แต่จะใช้
ผสมพันธุ์ครั้งละ 1 อัน งูมีการผสมพันธุ์เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ
สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ที่ใช้การผสมพันธุ์ภายในร่างกาย ตัวผู้จะมีอวัยวะสืบพันธุ์ 1 คู่ มี
ลักษณะยาวเรียว แต่ในเวลาผสมพันธุ์ จะใช้เพียงอันเดียว โดยปล่อยสเปิร์มจากถุง
อัณฑะผ่านท่อปัสสาวะไปยังรังไข่ของตัวเมีย
Snake hemipene
5 6
การผสมพันธุ์ : การดาเนินชีวิตของงูส่วนมาก จะอยู่ตัวเดียว แต่เมื่อต้องการผสมพันธุ์
ก็จะมารวมกลุ่มกัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาส ในการผสมพันธุ์สาเร็จ งูจะมีความพิเศษ
ในการเลื่อนเวลา ที่จะผสมพันธุ์ออกไปได้ งูตัวเมียสามารเก็บ สเปิร์มของตัวผู้ รอ
จนกระทั่งอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของลูก ๆ ซึ่งจะหลังจาก
ฤดูใบไม้ผลิ ก็จะใช้วิธีวางไข่ และก็มีบางสายพันธุ์ที่ฟักไข่ในตัว และออกลูก แม้ว่าบาง
สายพันธุ์ งูจะผสมพันธุ์หลายเวลา เมื่อผสมพันธุ์กับตัวเมีย ที่เป็นคู่เสร็จแล้วก็จะแยก
ออกไป ผสมกับตัวอื่นได้อีก งูตัวเมียก็จะไป ผสมพันธุ์กับตัวผู้อื่นอีกเช่นกัน และหลาย
ครั้งเมื่อออกลูก ลูกก็จะไม่เหมือนพ่อ
ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ งูก็จะออกหาคู่ตามทาง แต่บางสายพันธุ์ ที่จาศีลร่วมกัน
เป็นร้อยอยู่ในถ้า พวกมันก็จะผสมพันธุ์กัน ก่อนฤดูใบไม้ผลิ และพวกมันก็จะออกจาก
จาศีลก่อนสิ้นฤดูหนาว และแยกย้ายจากกันไป บางสายพันธุ์เช่น Mamba และ Viper
Rattlesnake ตัวผู้ต้องต่อสู้ เพื่อแย่งชิงการผสมพันธุ์กับตัวเมีย ตัวผู้กับตัวผู้ก็จะพัน
รอบตัวเมีย พยายามที่จะ ผสมพันธุ์กับตัวเมีย การเคลื่อนไหวของพวกมันก็จะเป็น ไป
ด้วยทางทางที่นุ่มนวล แต่ก็จะมีตัวหนึ่งได้ผสมพันธุ์กับตัวเมียก่อน อีกตัวก็จะขดเป็น
วงกลมรอเงียบ ๆ อยู่ใกล้ ๆ เพื่อรอที่จะผสมพันธุ์ต่อ
ความอุดมสมบูรณ์ เป็นปัจจัยที่สาคัญ ในการดารงชีวิตของงู พวกมันจะผสม
พันธุ์กันปีละหนึ่งครั้ง เมื่อผสมพันธุ์แล้ว สเปิร์มก็จะอยู่ในตัวเมีย และก็รอเวลาที่จะ
ผสมและวางไข่ ในช่วงเวลาที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม The Ridge-nosed
Rattlesnake Crotalus willardi จะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อน แต่ไข่จะยังไม่พัฒนา
จนกว่าจะฤดูใบไม้ผลิ
1.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของงู
การวางไข่ของงู
งูหลาย ๆ สายพันธุ์จะวางไข่ โดยเฉพาะงูในเขตโซนร้อน เพราะไข่จะพัฒนาได้
ดีในสิ่งแวดล้อม ที่มีความอบอุ่น และแม่งูก็เลือกที่จะวางไข่ ในพื้นที่ที่มีความปลอดภัย
เพราะไข่จะต้องใช้เวลาในการ ฟักตัวประมาณ 3 เดือน บางสายพันธุ์ก็วางไข่ในโพรง
ในทราย หรือในช่องหิน โดยเฉพาะใบบริเวณที่มีเศษใบไม้แห้ง เปลือกไม้แห้ง
เนื่องจากง่าย ต่อการขุดหลุมของแม่งู และมีคุณสมบัติที่ดี ในการผลิตความร้อน และ
ป้องกันความชื้น ได้ดี ไข่ต้องการความชื้น เพราะว่าเปลือกไข่จะนุ่ม น้าและออกซิเจน
สามารถซึมเข้าไปได้ เพื่อช่วยในการพัฒนาตัวอ่อน
7 8
ชีวิตที่อยู่ในไข่ : งูเริ่มพัฒนาเป็นตัวอ่อน ตั้งแต่อยู่ในไข่ พวกมันไม่ได้เติบโต จากรก
ดังเช่นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ แต่มันเติบโตจากผังผืด การอาบแดด สร้างอุณหภูมิ
ในร่างกาย ให้แก่มัน แม่งูจะเก็บความร้อน ก่อนที่จะมีการปฎิสนธิ เพราะอุณหภูมิ
ภายนอกร่างกาย เป็นปัจจัยหนึ่งที่สาคัญในกระบวนการ ปฎิสนธิสาเร็จ แต่ก็ไม่รวมไป
ถึงงูที่อยู่ในโซนหนาว พวกมันก็จะมากวางไข่ในภูเขา หรือพวกงูทะเลก็จะวางไข่บนบก
งูที่อยู่บนต้นไม้ก็จะลงมาวางไข่บนพื้น
Snake egg development stage
2.1 ลักษณะโดยทั่วไปของยุง
ชื่อสัตว์ : ยุงลาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aedes aegypti
ชื่อสามัญ : Mosquito
ชื่อวงศ์/อันดับ : Culicidae/Diptera
ลักษณะสาคัญทางสัตววิทยา
ยุงเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลาตัวยาว 4-6 มม. บางชนิดมี
ขนาดเล็กมาก 2-3 มม. และบางชนิดอาจยาวมากกว่า 10 มม.ยุงมีส่วนหัว อก และ
ท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้อย่างง่ายๆ
โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า
และมีปีกสาหรับบิน 1 คู่
การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 2 คือ ยุง
9 10
2.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของยุง
ยุงตัวผู้ลอกคราบโผล่ออกจากตัวโม่งก่อนยุงตัวเมีย และอยู่ใกล้ ๆ แหล่ง
เพาะพันธุ์ เมื่อตัวเมียออกมา 1-2 วัน จะผสมพันธุ์กัน หลังจากผสมพันธุ์แล้วยุงตัว
เมียจะออกหาแหล่งเลือด แต่ยุงบางชนิดต้องการเลือดก่อนการผสมพันธุ์ เช่น
Anopheles culicifacies นอกจากนี้ยุงก้นปล่องมีพฤติกรรมการบินว่อนเป็นกลุ่ม
เพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์ เรียก swarming ซึ่งมักเกิดขึ้นตอนพระอาทิตย์กาลังตก
โดยแสงที่อ่อนลงอย่างรวดเร็วมีผลในการกระตุ้นกิจกรรมนี้
ส่วนยุงลายจับคู่ผสมพันธุ์โดยไม่ต้อง swarm ตัวผู้จะตอบสนองต่อเสียงกระพือ ปีก
ของยุงตัวเมีย ยุงลายตัวผู้สามารถค้นหาตัวเมียได้ภายในระยะทาง 25 เซนติเมตร
2.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของยุง
ยุงมีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ (holometabolous) ซึ่งประกอบด้วย ไข่ (egg) ลูกน้า
(larva; พหูพจน์ = larvae) ตัวโม่ง (pupa; พหูพจน์ = pupae) และยุงตัวแก่ (adult)
2.3.1 ระยะไข่
ไข่ยุงแต่ละชนิดมีขนาดและลักษณะไม่เหมือนกัน จากลักษณะการวางไข่
อาจบอกชนิดของกลุ่มยุงได้ ยุงชอบวางไข่บนผิวน้าหรือบริเวณชื้น ๆ เช่น บริเวณ
ขอบภาชนะเหนือระดับน้า การวางไข่ของยุงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
-วางไข่ใบเดี่ยวๆ บนผิวน้า เช่น ยุงก้นปล่อง
-วางไข่เป็นแพ (raft) บนผิวน้า เช่น ยุงราคาญ
-วางไข่เดี่ยว ๆ ตามขอบเหนือระดับน้า เช่น ยุงลาย
-วางไข่ติดกับใบพืชน้าเป็นกลุ่ม เช่น ยุงเสือ หรือยุงฟิลาเรีย
11 12
ระยะไข่ใช้เวลา 2-3 วัน จึงฟักตัวออกเป็นลูกน้า ในยุงบางชนิดไข่สามารถ
อยู่ในสภาพแห้งได้หลายเดือนจนกระทั่งเป็นปี เมื่อมีน้าก็จะฟักออกเป็นลูกน้า แหล่ง
วางไข่ของยุงแต่ละชนิดแตกต่างกัน เช่น ยุงลายชอบวางไข่ในภาชนะขังน้าที่มนุษย์
สร้างขึ้น ส่วนยุงราคาญชอบวางไข่ในแหล่งน้าสกปรกต่าง ๆ น้าเสียจากท่อระบายน้า
แต่หากไม่พบ สภาพน้าที่ชอบยุงก็อาจวางไข่ในสภาพน้าที่ผิดไป นักวิทยาศาสตร์
หลายคนรายงานว่าปัจจัยที่ช่วยให้ยุงตัวเมียรู้ว่าควรจะวางไข่ที่ใดก็คือสารเคมี
บางอย่างในน้า สารเคมีอาจเป็น diglycerides ซึ่งผลิตโดยลูกน้ายุงที่อาศัยอยู่ใน
แหล่งน้านั้น หรือเป็นกรดไขมัน (Fatty acid) จากแบคทีเรีย หรือเป็นสารพวก
phenolic compounds จากพืชน้า
2.3.2 ระยะลูกน้า
ลูกน้ายุงแต่ละชนิดอาศัยอยูในน้าต่างชนิดกัน เช่น ตามภาชนะขังน้าต่าง ๆ
ตามบ่อน้า หนอง ลาธาร โพรงไม้ หรือกาบใบไม้ที่อุ้มน้า เป็นต้น ลูกน้ายุงส่วน
ใหญ่ลอยตัวขึ้นมาหายใจบนผิวน้า โดยมีท่อสาหรับหายใจเรียกว่า siphon ยกเว้น
ยุงก้นปล่องไม่มีท่อหายใจ แต่จะวางตัวขนานกับผิวน้า โดยมีขนลักษณะคล้ายใบพัด
(palmate hair) ช่วยให้ลอยตัวและหายใจทางรูหายใจ (spiracle) ส่วนยุงเสือ
(Mansonia sp.) จะใช้ท่อหายใจซึ่งสั้นและปลายแหลมเจาะพวกพืชน้าและหายใจ
เอาออกซิเจนผ่านรากของพืชน้า อาหารของลูกน้ายุงได้แก่ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ใน
นั่นเอง เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ สาหร่าย ลูกน้าจะลอกคราบ 4 ครั้ง เมื่อลอกคราบ
ครั้งสุดท้ายกลายเป็นตัวโม่ง การเจริญเติบโตในระยะลูกน้าใช้เวลาประมาณ 7-10
วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของลูกน้า อาหาร อุณหภูมิ และความหนาแน่นของลูกน้าด้วย
13 14
2.3.3 ตัวโม่ง
ตัวโม่งรูปร่างผิดไปจากลูกน้า ส่วนหัวเชื่อมต่อกับส่วนอก รูปร่างลักษณะ
คล้ายเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ระยะนี้ไม่เกินอาหาร เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีท่อ
หายใจคู่หนึ่งที่ส่วนหัวเรียก trumpets ระยะนี้สั้นใช้เวลาเพียง 1-3 วัน
2.3.4 ระยะตัวเต็มวัย ตัวยุงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
-ส่วนหัว (Head) มีลักษณะกลมเชื่อมติดกับส่วนอก ประกอบด้วย 1 คู่ ตาของยุง
เป็นแบบตาประกอบ (compound eyes) มีหนวด (antenna) 1 คู่ มีระยางค์
ปาก (palpi) 1 คู่ และมี อวัยวะเจาะดูด (proboscis) 1 อัน มีลักษณะเป็นแท่ง
เรียวยาวคล้ายเข็มสาหรับแทงดูดอาหาร
หนวดของยุงแบ่งเป็น 15 ปล้อง สามารถใช้จาแนกเพศของยุงได้แต่ละปล้องจะมีขน
รอบๆ ในยุงตัวเมียขนนี้จะสั้นและไม่หนาแน่น (sparse) เรียกว่า pilose antenna
ส่วนตัวผู้ขนจะยาวและเป็นพุ่ม (bushy) เรียกว่า plumose antenna หนวดยุงเป็น
อวัยวะที่ใช้ในการรับคลื่นเสียง ตัวผู้จะใช้รับเสียงการกระพือปีกของตัวเมีย ความชื้น
ของอากาศ รับกลิ่น Palpi แบ่งเป็น 5 ปล้อง อยู่ติดกับ proboscis ในยุงก้นปล่อง
ตัวเมีย Palpi จะตรงและยาวเท่ากับ proboscis ส่วนยุงตัวผู้ตรงปลาย Palpi จะ
โป่งออกคล้ายกระบอง ในยุงอื่นที่ไม่ใช่ยุงก้นปล่อง Palpi ของตัวเมียจะสั้นประมาณ
¼ ของ proboscis ส่วนตัวผู้ Palpi จะยาว แต่ตรงปลายไม่โป่ง และมีขนมากที่สอง
ปล้องสุดท้ายซึ่งจะงอขึ้น
-ส่วนนอก (thorax) มีปีก 1 คู่ ด้านบนของอก (mesonotum) ปกคลุมด้วยขน
หยาบๆ และเกล็ด ซึ่งมีสีและลวดลายต่างๆ กัน เราใช้ลวดลายนี้สาหรับแยกชนิดยุง
ได้ ด้านข้างของอกมีเกล็ดและกลุ่มขนซึ่งใช้แยกชนิดของยุงได้เช่นกัน ด้านล่างของอก
มีขาแต่ละขาแบ่งออกเป็นช่วงต่างๆ คือ coax ซึ่งมีขนาดสั้นอยูที่โคนสุด ต่อไปเป็น
trochanter คล้ายๆ บานพับ femur , tibia และ tarsus ซึ่งมีอยู่ 5 ปล้อง
ปล้องสุดท้ายมีหนามงอๆ 1 คู่ เรียกว่า claws ขาก็มีเกล็ดสีต่าง ๆ ใช้แยกชนิด
ของยุงได้ ปีกมีลักษณะแคบและยาว มีลายเส้นปีก (veins) ซึ่งมีชื่อเฉพาะของแต่
ละเส้นปีกจะมีเกล็ดสีต่างๆ กัน ตรงขอบปีกด้านหลังจะมีขนเรียงเป็นแถวเรียก
fringe เกล็ดและขนบนปีกนี้ก็ใช้ในการแยกชนิดของยุงได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี
halteres 1 คู่ มีลักษณะเป็นปุ่มเล็กๆ อยู่ต่อหลังจากปีก เมื่อยุงบิน halteres
จะสั่นอย่างรวดเร็วใช้ประโยชน์ในการทรงตัวของยุง
-ส่วนท้อง (abdomen) มีลักษณะกลม ยาว ประกอบด้วย 10 ปล้อง แต่จะเห็น
ชัดเจนเพียง 8 ปล้อง ปล้องที่ 9-10 จะดัดแปลงเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ ในยุงตัวผู้จะ
ใช้ส่วนนี้แยกชนิดของยุงได้
15 16
3.1 ลักษณะโดยทั่วไปของปลากระเบน
ชื่อสัตว์ : ปลากระเบนราหู
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Himantura chaopraya
ชื่อสามัญ : Chaopraya Giant Stingray, Giant Freshwater Stingray
ชื่อวงศ์/อันดับ : Dasyatidae/Myliobatiformes
ลักษณะสาคัญทางสัตววิทยา
ปลากระเบน (string ray) เป็นสัตว์จาพวกปลากระดูกอ่อน มีทั้งหมด
ประมาณ 400 ชนิด พบได้ทั้งใน น้าจืด น้ากร่อยและน้าเค็ม มีรูปร่างแบนราบ ครีบ
ทั้งหมดอยู่ชิดติดกับลาตัวด้านข้าง มีท่อน้าออก (spiracle) 1 คู่ อยู่ด้านหลังของหัว
ทาหน้าที่ให้น้าเข้าออกไหลเวียนผ่านเหงือกเพื่อการหายใจ ซึ่งจะไม่ไหลเวียนผ่านปาก
ซึ่งอยู่ด้านล่างลาตัวเหมือนกับปลาฉลามหรือปลากระดูกแข็งจาพวกอื่น
3.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของปลากระเบน
การสืบพันธุ์ของปลากระเบนเป็นแบบ Viviparous การผสมภายในตัวแม่
เหมือนกับสัตว์บก โดยปลากระเบนเพศผู้จะมีท่อสาหรับส่งน้าเชื้อเพื่อผสมกับปลา
กระเบนเพศเมีย ซึ่งพัฒนามาจากครีบท้อง ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะได้รับอาหารจาก
แม่ทางสายสะดือคล้ายสัตว์บก จนคลอดออกมาเป็นตัวเมื่อปลาเพศเมียได้รับการผสม
จากเพศผู้ จะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องประมาณ 90-120 วันแม่ปลา 1 ตัว สามารถ
ให้ลูกปลาโดยเฉลี่ย 5-6 ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของแม่พันธุ์ แม่พันธุ์ปลากระเบน
ท้องแก่สามารถสังเกตได้จากบริเวณหลังจะนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดระยะนี้ควรแยก
แม่พันธุ์ปลากระเบนออกไปไว้ในกระชังคลอด เพื่อความปลอดภัยของลูกปลากระเบน
การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 3 คือ ปลากระเบน
17 18
3.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของปลากระเบน
ถ้าปลากระเบนมีอาหารกินอุดมสมบูรณ์ อัตราการเจริญเติบโตก็จะเป็นไป
ตามปกติ และปลากระเบนก็จะ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในระยะแรก
ขณะที่ปลากระเบนยังเล็ก อาหารที่ปลากระเบนกินเข้าไปส่วนหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็น
พลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหว ใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอแต่ส่วนใหญ่จะ ใช้
ในการเจริญเติบโตเสริมสร้างเนื้อเยื่อของปลากระเบน จนกระทั่งปลากระเบน
เจริญเติบโตเกือบเต็มวัย อาหาร ส่วนใหญ่จึงเริ่มใช้ในการเสริมสร้างอวัยวะเพศ เพื่อให้
ปลาสามารถสืบพันธุ์ได้ต่อไป ถึงแม้ว่าปลากระเบน โตเต็มวัยและพร้อมที่จะสืบพันธุ์ได้
แล้ว การเจริญเติบโตก็ยังมีอยู่แต่อยู่ในอัตราที่ต่ากว่าที่เป็นมา ดังนั้น การเจริญเติบโต
ของปลากระเบนจึงแตกต่างไปจากสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง นักวิทยาศาสตร์สามารถ
ทานายอายุของปลากระเบน และหาอัตราการเจริญเติบโตได้โดยใช้วิธีการต่างๆ หลาย
วิธีด้วยกัน เช่น ทาการวิเคราะห์วงปีบนเกล็ดหรือส่วนกระดูกอื่นๆ เช่น ชิ้นกระดูกแก้ม
(opercular bones) กระดูกในกล่องหู (otoliths) เป็นต้น ถ้าหากไม่ปรากฏวงปี บน
ส่วนแข็งของปลากระเบน นักวิทยาศาสตร์อาจใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบของความ
ยาวของปลากระเบน โดย ทาการสุ่มตัวอย่างวัดปลาในประชากรเดียวกันตลอดปี เพื่อ
ตรวจดูการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบ ของความยาว นอกจากนี้ เรายังสามารถ
ประเมินอัตราการเจริญเติบโตของปลา โดยทาการติด เครื่องหมายปลาแล้วเลี้ยงไว้ใน
บ่อหรือกระชัง เพื่อตรวจดูความเจริญเติบโตเป็นระยะๆ
วงจรชีวิต
หากินบริเวณพื้นน้า ในปากไม่มีฟันแหลมคมเหมือนปลาฉลาม ดังนั้นการกิน
อาหารจึงค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการเคี้ยวอย่างช้า ๆ แบ่งออกได้เป็น 4 อันดับ ซึ่งก็แบ่ง
ออกได้เป็นหลายวงศ์, หลายสกุล ขนาดแตกต่างหลากหลายไปตามสกุลและชนิด
กระจายไปตามเขตอบอุ่นทั่วโลก เช่น วงศ์ปลากระเบนธง (Dasyatidae) รูปร่าง
ค่อนข้างกลม จะงอยปากแหลม หางยาวคล้ายแส้ มีเงี่ยงแหลมคม ที่มีพิษบริเวณโคน
หาง 1-2 ชิ้น ที่เมื่อหักไปแล้วสามารถงอกใหม่ได้, วงศ์ปลากระเบนนก
(Myliobatidae) มีส่วนหัวโหนก ครีบด้านข้างแยกออกจากส่วนหัวเห็นได้ชัดเจน และ
ครีบขยายออกด้านข้างเสมือนกับปีกของนก ปลายแหลม ใช้สาหรับว่ายน้าในลักษณะ
โบกโบยเหมือนนกบินในทะเล ส่วนปลากระเบนไฟฟ้า พบเฉพาะในทะเล มีขนาดเล็ก
มีรูปร่างต่างไปจากปลากระเบนจาพวกอื่น ๆ ที่โคนหางไม่มีเงี่ยง และสามารถผลิต
ไ ฟ ฟ้ า เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ตั ว แ ล ะ ล่ า เ ห ยื่ อ ไ ด้ ด้ ว ย
19 20
คาถามทบทวนการเรียนรู้การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต
ของสัตว์ตัวอย่างจานวน 3 ชนิดได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน
1. สัตว์ในข้อใดมีการปฏิสนธิแตกต่างจากพวก
ก. งู ข. ยุง ค. ปลากระเบน ง. กบ
2. สัตว์ในข้อใดมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแตกต่างจากยุง
ก. ผีเสื้อ ข. แมลงปอ ค. ผึ้ง ง. ด้วง
3. ท่อส่งน้าเชื้อสาหรับใช้ในการผสมพันธุ์ของปลากระเบนพัฒนามาจากส่วนใด
ก. Anal fin ข. Pelvic fin ค. ครีบก้น(Gonopodium) ง. ครีบท้อง(Clasper)
4. ยุงชนิดใดมีพฤติกรรมการบินว่อนเป็นกลุ่มเพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์(swarming)
ก. ยุงลาย ข. ยุงก้นปล่อง ค. ยุงราคาญ ง. ยุงเสือ
5. ยุงชนิดใดวางไข่เป็นแพ (raft) บนผิวน้า
ก. ยุงลาย ข. ยุงก้นปล่อง ค. ยุงราคาญ ง. ยุงเสือ
6. งูมีชนิดของไข่แบบใดหากจาแนกตามปริมาณของไข่แดง
ก. Alecithal egg ข. Oligolecithal egg
ค. Mesolecithal egg ง. Polylecithal egg
7. ต่อมเจคอบสันของงูทาหน้าที่ใด
ก. ใช้รับรส ข. ใช้รับกลิ่น
ค. ช่วยในการมองเห็น ง. ช่วยปรับอุณหภูมิของร่างกาย
8. สัตว์ประเภทใดมีการปฏิสนธิแตกต่างจากงู
ก. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม ข. สัตว์ปีก ค. แมลง ง. ปลา
9. ข้อใดไม่ใช่วงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ของยุง
ก. Egg ข. Tadpole ค. Larva ง. Pupa
10.ยุงมีชนิดของไข่แบบใดหากจาแนกตามปริมาณของไข่แดง
ก. Alecithal egg ข. Oligolecithal egg
ค. Mesolecithal egg ง. Polylecithal egg
11.การสืบพันธ์ของปลากระเบนเป็นแบบใด
ก. Viviparous ข. Oviparous ค. Ovoviviparous ง. Vivoparous
12.ปลากระเบนสามารถพบได้ในบริเวณใด
ก. น้าจืด ข. น้าเค็ม ค. น้ากร่อย ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
13.งูจะมีการผสมพันธุ์กันปีละกี่ครั้ง
ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง ค. 3 ครั้ง ง. 4 ครั้ง
14.ยุงที่กัดเราเป็นยุงเพศใด
ก. เพศผู้ ข. เพศเมีย ค. ทั้งเพศผู้และเพศเมีย ง. ไม่มีข้อ
15.ระยะใดของยุงในวงจรชีวิตเป็นระยะพักตัว ไม่มีการกินอาหาร
ก. egg ข. Larva ค. Pupa ง. Adult
16.ระยะใดของยุงที่สามารถแยกแยะออกจากแมลงชนิดอื่นๆได้ง่ายที่สุด
ก. Egg ข. Larva ค. Pupa ง. Adult
17.ส่วนใดของปลากระเบนทาหน้าที่ให้น้าเข้าออกไหลเวียนผ่านเหงือกเพื่อการหายใจ
ก. ครีบ ข. ผิวหนัง ค. ท่อน้าออก ง. ปาก
18.ปลากระเบนมีการหากินบริเวณใด
ก. พื้นน้า ข. กลางน้า ค. ผิวน้า ง. ถูกทุกข้อ
21 22
19.อวัยวะส่วนใดของยุงที่ใช้ในการรับคลื่นเสียง
ก. ปาก ข. หนวด ค. อวัยวะเจาะดูด ง. ตาประกอบ
20.ส่วนใดของยุงไม่สามารถแยกชนิดของยุงได้
ก. หนวด ข. ระยางค์ปาก(Palpi)
ค. สีและลวดลาย ง. เกล็ดและขนบนปีก
เฉลยคาถามทบทวนการเรียนรู้การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต
ของสัตว์ตัวอย่าง จานวน 3 ชนิดได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน
ข้อที่ 1 ตอบ ง. กบ
งู ยุง และ ปลากระเบน มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย ส่วนกบมี
การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย
ข้อที่ 2 ตอบ ข. แมลงปอ
ผีเสื้อ ผึ้ง และ ด้วง มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบสมบูรณ์
(Complete metamorphosis) เหมือนยุง แต่แมลงปอมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบ
ไม่สมบูรณ์(Incomplete metamorphosis)
ข้อที่ 3 ตอบ ง. ครีบท้อง(Clasper)
ท่อส่งน้าเชื้อของปลากระดูกอ่อน เช่นปลาฉลาม ปลากระเบน จะพัฒนามา
จากครีบท้อง ส่วนปลากระดูกแข็งจะพัฒนามาจากครีบก้น
ข้อที่ 4 ตอบ ข. ยุงก้นปล่อง
ยุงก้นปล่องมีพฤติกรรมการบินว่อนเป็นกลุ่มเพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์
(swarming)
ข้อที่ 5 ตอบ ค. ยุงราคาญ
ยุงลาย วางไข่เดี่ยวๆตามขอบเหนือระดับน้า ยุงก้นปล่อง วางไข่ใบเดี่ยวๆบน
ผิวน้า ยุงเสือ วางไข่ติดกับใบพืชน้าเป็นกลุ่ม
ข้อที่ 6 ตอบ ค. Polylecithal egg
สัตว์เลื้อยคลานจะมีไข่ชนิดโพลีเลซิทัล (Polylecithal egg) ซึ่งเป็นไข่ชนิดที่
มีไข่แดงมาก
ข้อที่ 7 ตอบ ข. ใช้รับกลิ่น
ต่อมเจคอบสันเป็นอวัยวะพิเศษของงูที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รับกลิ่น โดยต่อมเจ
คอบสันจะอยู่ลึกข้าไปในปากของงู งูจึงต้องแลบลิ้นรับกลิ่นของเหยื่อในอากาศ แล้ว
หดเพื่อนากลิ่นนี้เข้าไปยังต่อมเจคอบสัน
ข้อที่ 8 ตอบ ง. ปลา
ปลามีการปฏิสนธิภายนอก ซึ่งแตกต่างจาก งู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม สัตว์
ปีก และแมลง ที่มีการปฏิสนธิภายใน
ข้อที่ 9 ตอบ ข.Tadpole
วงจรชีวิตของยุงประกอบด้วย Egg>>Larva>>Pupa>>Adult ส่วน
Tadpoleคือลูกอ๊อตเป็นวงจรส่วนหนึ่งของกบ
ข้อที่ 10 ตอบ ค. Polylecithal egg
สัตว์จาพวกแมลงจะมีไข่ชนิดโพลีเลซิทัล(Polylecithal egg) ซึ่งเป็นไข่ชนิด
ที่มีไข่แดงมาก
23 24
ข้อที่ 11 ตอบ ก. Viviparous
การสืบพันธุ์ปลาที่ออกลูกเป็นตัว เช่น ปลาฉลามปลากระเบน เรียกว่า
Viviparous
ข้อที่ 12 ตอบ ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
ปลากระเบนสามารถพบได้ทั้งในบริเวณ น้าจืด น้าเค็ม และ น้ากร่อย ขึ้นกับ
ชนิดของปลากระเบน
ข้อที่ 13 ตอบ ก. 1 ครั้ง
งูจะมีการผสมพันธุ์กันปีละ 1 ครั้ง เมื่อผสมพันธุ์แล้ว สเปิร์มก็จะอยู่ในตัว
เมีย รอเวลาที่จะผสมและวางไข่
ข้อที่ 14 ตอบ ข. เพศเมีย
เพราะยุงเพศเมียต้องการเลือดจากคนและสัตว์ เพื่อทาให้ไข่สุก
ข้อที่ 15 ตอบ ค. Pupa
ระยะตัวโม่ง(pupa)ของยุงเป็นระยะพักตัวไม่มีการกินอาหาร
ข้อที่ 16 ตอบ ข. Larva
ลูกน้าของยุงเป็นระยะที่สามารถแยกแยะออกจากตัวอ่อนของแมลงชนิดอื่น
ได้ง่าย โดยมีส่วนอกกว้างใหญ่กว่าส่วนหัวและส่วนท้อง
ข้อที่ 17 ตอบ ค. ท่อน้าออก
ปลากระเบนมีท่อน้าออก (spiracle) 1 คู่ อยู่ด้านหลังของหัว ทาหน้าที่ให้
น้าเข้าออกไหลเวียนผ่านเหงือกเพื่อการหายใจ ซึ่งจะไม่ไหลเวียนผ่านปากซึ่งอยู่
ด้านล่างลาตัวเหมือนกับปลาฉลามหรือปลากระดูกแข็งจาพวกอื่น
ข้อที่ 18 ตอบ ก. พื้นน้า
ปลากระเบนมีนิสัยชอบกบดานตามชายทะเลที่น้าตื้น โดยจะฝังตัวใต้พื้น
ทรายหรือโคลนใต้น้า หากินตามพื้นท้องน้า
ข้อที่ 19 ตอบ ข. หนวด
หนวดยุงเป็นอวัยวะที่ใช้ในการรับคลื่นเสียง
ข้อที่ 20 ตอบ ก. หนวด
หนวดของยุงใช้จาแนกเพศของยุง โดยแต่ละปล้องจะมีขนรอบๆ ในยุงตัว
เมียขนนี้จะสั้นและไม่หนาแน่น (sparse) เรียกว่า pilose antenna ส่วนตัวผู้ขนจะ
ยาวและเป็นพุ่ม (bushy) เรียกว่า plumose antenna
25 26
บรรณานุกรม
นายสองศึก ดอกรักกลาง. (2553). โลกของงู. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/site/worldofsnakes12/home/laksna-
thawpi. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 11 มกราคม 2562).
Made in Thailand. (2551). การผสมพันธุ์งู. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://www.2snake2fish.com/snake/trip/reproduction.html.
(วันที่สืบค้นข้อมูล : 11 มกราคม 2562).
TPK กินๆเที่ยวๆ. (2561). วิดิโองูวางไข่. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://www.youtube.com/watch?v=k4mi11tALLA. (วันที่สืบค้น
ข้อมูล : 11 มกราคม 2562).
รศ.ดร.ปรัชญา สมบูรณ์. (2558). ยุง (MOSQUITOES). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้
จาก : http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/public/Mos
quito.htm. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 11 มกราคม 2562).
Patrick Isaacs. (2552). Reproduction. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://goo.gl/zNVVWx. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 13 มกราคม 2562).
STATE OF CALIFORNIA THE RESOURCES AGENCY DEPARTMENT OF FISH
AND GAME. (2552). Reproduction, Life History, and Ecology
of the Round Stingray, Urolophus Halleri Cooper.
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/MJZQuS. (วันที่สืบค้นข้อมูล
: 13 มกราคม 2562).
University of Michigan. (2557). Insects. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://goo.gl/qfPh92. (วันที่สืบค้น ข้อมูล : 13 มกราคม 2562).
ScienceDirect. (2552). Axial patterning in snakes and caecilians.
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/UCN842. (วันที่สืบค้น
ข้อมูล : 13 มกราคม 2562).
I make shooting thing. (2551). SexingSnakes. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://goo.gl/D9K1ru. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 14 มกราคม 2562).
The Milk Snake Resource. Reproductive system for snake. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/51Q1DF. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 14
มกราคม 2562).
27 28
ภาคผนวก ภาคผนวก
ครูผู้สอน : นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตาแหน่ง ครู ค.ศ.1 สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
1.นางสาวชนิตา สะสิสุวรรณ เลขที่ 6
2.นางสาวธัญรดา แก้วนามไชย เลขที่ 12
3.นางสาวพรจิรา สุวิมล เลขที่ 20
4.นางสาวอธิชา ลีลาเชี่ยวชาญกุล เลขที่ 29
(ซ้ายไปขวาตามลาดับ)
Mosquito kraben snake

Mosquito kraben snake

  • 1.
    หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ของตัวอย่างสัตว์ จานวน 3ชนิด ได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน นาเสนอครูผู้สอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู คศ.1 สาขาชีววิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณะผู้จัดทา กลุ่มที่ 3 1.นางสาวชนิตา สะสิสุวรรณ เลขที่ 6 2.นางสาวธัญรดา แก้วนามไชย เลขที่ 12 3.นางสาวพรจิรา สุวิมล เลขที่ 20 4.นางสาวอธิชา ลีลาเชี่ยวชาญกุล เลขที่ 29 ระดับชั้น ม.5 ห้อง 932 แผนการเรียน วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์คุณภาพชีวิต ชิ้นงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาชีววิทยา 4 (ว 30244) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 คานา หนังสือเล่มเล็กฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาชีววิทยา รหัสวิชา ว 30244 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 มีจุดประสงค์เพื่อใช้ประกอบการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโตของตัวอย่างสัตว์ จานวน 3 ชนิด ได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน การจัดทาหนังสือเล่มเล็กฉบับนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทา ขอขอบพระคุณคุณครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ที่ได้ให้คาแนะนาต่างๆ ทั้งแนวทางการศึกษา แนวทางการปฏิบัติ และเนื้อหาในรายวิชาที่ถูกต้อง คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มเล็กฉบับนี้ที่ได้เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างดี หากมีสิ่งใดจะต้องปรับปรุง คณะผู้จัดทาขอน้อมรับในข้อชี้แนะและจะนาไปแก้ไขหรือ พัฒนาให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป คณะผู้จัดทา วันที่ 2 มกราคม 2562 Link google site :
  • 2.
    สารบัญ หัวข้อนาเสนอ หน้า 1. การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่1 คือ งู 1 1.1 ลักษณะโดยทั่วไปของงู 1 1.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของงู 4 1.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของงู 6 2. การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 2 คือ ยุง 8 2.1 ลักษณะโดยทั่วไปของยุง 8 2.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของยุง 9 2.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของยุง 10 3. การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 3 คือ ปลากระเบน 15 3.1 ลักษณะโดยทั่วไปของปลากระเบน 15 3.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของปลากระเบน 16 3.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของปลากระเบน 17 4. คาถามทบทวนการเรียนรู้ 19 5. ภาคผนวก 27 Dichotomous key สัตว์ สัตว์มีกระดูกสันหลัง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์น้าสัตว์บก สัตว์ที่ปฏิสนธิภายนอก สัตว์ที่ปฏิสนธิภายใน ตัวอ่อนเจริญนอกร่างกาย ตัวเมีย ในรูปไข่ในเปลือก อาศัยอาหารจากไข่แดง ตัวอ่อนเจริญในร่างการ ตัวเมียจนโตเต็มที่ โดย อาศัยอาหารผ่านทางรก ตัวอ่อนเจริญนอก ร่างกายตัวเมียและเกิด การ metamorphorsis ออกลูกเป็นไข่ ออกลูกเป็นตัว oviparous viviparous งู ยุง ปลากระเบน
  • 3.
    1 2 1.1 ลักษณะโดยทั่วไปของงู ชื่อสัตว์: งูจงอาง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ophiophagus hannah ชื่อสามัญ : King cobra ชื่อวงศ์/อันดับ : Elapidae/Squamata ลักษณะสาคัญทางสัตววิทยา ลักษณะภายนอกของงู โดยทั่วไป มีอวัยวะประกอบด้วย -ลำตัว งูมีลาตัวที่คล้ายหลอดกลมยาว ไม่มีแขน ขา หรือใบหู ลาตัวมีเกล็ดปกคลุมโดย ตลอด -ตำ งูไม่มีเปลือกตาที่สามารถกะพริบได้เช่นตาคน ดังนั้นจึงดูเสมือนว่ามันไม่เคยนอน แต่จริงๆ แล้วงูนอน ในเวลาที่มันนอน รูตาดา (pupil) ในตาของมันจะหดตัว พร้อมกัน นั้นกล้ามเนื้อที่ควบคุมตาจะหย่อน ทาให้ตางูดูเสมือนว่าพลิกคว่า บางชนิดมีสายตาไม่ ดี -ปำก กล้ามเนื้อในปากสามารถยืด-ขยายได้ ทาให้สามารถอ้าปากได้กว้างกว่าขนาดหัว ของมันได้หลายเท่าตัว -ลิ้น งูสามารถแลบลิ้นออกมาจากปากที่ปิดสนิทได้ ซึ่งงูมีลิ้น 2 แฉก เพื่อใช้แสวงหา ทิศทางของกลิ่นต่าง ๆ -หำง หางของงูมีลักษณะที่ลดหลั่นขนาดลงมาจากลาตัว มีลักษณะเล็กกลมยาว ปลาย แหลม อวัยวะภายใน อวัยวะของงูส่วนใหญ่จะอยู่ในซี่โครงยาว ๆ ทั้งระบบการหายใจ การ ไหลเวียนของโลหิต การย่อยอาหาร การขับถ่าย และการสืบพันธุ์ การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 1 คือ งู
  • 4.
    3 4 โครงสร้างภายใน อวัยวะต่าง ๆภายในร่างกายของงู 1.หลอดอาหาร 2.หลอดลม 3.ปอดข้าง ขวา-ข้างซ้าย 4.ปอดข้างซ้าย 5.ปอดข้างขวา 6.หัวใจ 7.ตับ 8.กระเพาะอาหาร 9.ถุง ลม 10.ถุงน้าดี 11.ตับอ่อน 12.ม้าม 13.ลาไส้ 14.ลูกอัณฑะ 15.ไต โครงสร้างของกระดูก ประกอบไปด้วยกะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง ซี่โครง กระดูกเชิงกราน ข้อกระดูกสันหลังที่มากช่วยทาให้งู โค้ง หรืองอตัวได้ดี และมีความ แข็งแรงสูงทาให้งูสามารถออกแรงบังคับกล้ามเนื้อบีบรัด โครงกระดูกสันหลังจะไม่ เชื่อมต่อกับช่องท้อง มันจึงขยายตัวได้ง่ายเมื่อกินเหยื่อขนาดใหญ่ 1.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของงู อวัยวะเพศของงูตัวผู้ ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศยื่นออกมาจากลาตัว 2 แต่จะใช้ ผสมพันธุ์ครั้งละ 1 อัน งูมีการผสมพันธุ์เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ที่ใช้การผสมพันธุ์ภายในร่างกาย ตัวผู้จะมีอวัยวะสืบพันธุ์ 1 คู่ มี ลักษณะยาวเรียว แต่ในเวลาผสมพันธุ์ จะใช้เพียงอันเดียว โดยปล่อยสเปิร์มจากถุง อัณฑะผ่านท่อปัสสาวะไปยังรังไข่ของตัวเมีย Snake hemipene
  • 5.
    5 6 การผสมพันธุ์ :การดาเนินชีวิตของงูส่วนมาก จะอยู่ตัวเดียว แต่เมื่อต้องการผสมพันธุ์ ก็จะมารวมกลุ่มกัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาส ในการผสมพันธุ์สาเร็จ งูจะมีความพิเศษ ในการเลื่อนเวลา ที่จะผสมพันธุ์ออกไปได้ งูตัวเมียสามารเก็บ สเปิร์มของตัวผู้ รอ จนกระทั่งอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของลูก ๆ ซึ่งจะหลังจาก ฤดูใบไม้ผลิ ก็จะใช้วิธีวางไข่ และก็มีบางสายพันธุ์ที่ฟักไข่ในตัว และออกลูก แม้ว่าบาง สายพันธุ์ งูจะผสมพันธุ์หลายเวลา เมื่อผสมพันธุ์กับตัวเมีย ที่เป็นคู่เสร็จแล้วก็จะแยก ออกไป ผสมกับตัวอื่นได้อีก งูตัวเมียก็จะไป ผสมพันธุ์กับตัวผู้อื่นอีกเช่นกัน และหลาย ครั้งเมื่อออกลูก ลูกก็จะไม่เหมือนพ่อ ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ งูก็จะออกหาคู่ตามทาง แต่บางสายพันธุ์ ที่จาศีลร่วมกัน เป็นร้อยอยู่ในถ้า พวกมันก็จะผสมพันธุ์กัน ก่อนฤดูใบไม้ผลิ และพวกมันก็จะออกจาก จาศีลก่อนสิ้นฤดูหนาว และแยกย้ายจากกันไป บางสายพันธุ์เช่น Mamba และ Viper Rattlesnake ตัวผู้ต้องต่อสู้ เพื่อแย่งชิงการผสมพันธุ์กับตัวเมีย ตัวผู้กับตัวผู้ก็จะพัน รอบตัวเมีย พยายามที่จะ ผสมพันธุ์กับตัวเมีย การเคลื่อนไหวของพวกมันก็จะเป็น ไป ด้วยทางทางที่นุ่มนวล แต่ก็จะมีตัวหนึ่งได้ผสมพันธุ์กับตัวเมียก่อน อีกตัวก็จะขดเป็น วงกลมรอเงียบ ๆ อยู่ใกล้ ๆ เพื่อรอที่จะผสมพันธุ์ต่อ ความอุดมสมบูรณ์ เป็นปัจจัยที่สาคัญ ในการดารงชีวิตของงู พวกมันจะผสม พันธุ์กันปีละหนึ่งครั้ง เมื่อผสมพันธุ์แล้ว สเปิร์มก็จะอยู่ในตัวเมีย และก็รอเวลาที่จะ ผสมและวางไข่ ในช่วงเวลาที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม The Ridge-nosed Rattlesnake Crotalus willardi จะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อน แต่ไข่จะยังไม่พัฒนา จนกว่าจะฤดูใบไม้ผลิ 1.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของงู การวางไข่ของงู งูหลาย ๆ สายพันธุ์จะวางไข่ โดยเฉพาะงูในเขตโซนร้อน เพราะไข่จะพัฒนาได้ ดีในสิ่งแวดล้อม ที่มีความอบอุ่น และแม่งูก็เลือกที่จะวางไข่ ในพื้นที่ที่มีความปลอดภัย เพราะไข่จะต้องใช้เวลาในการ ฟักตัวประมาณ 3 เดือน บางสายพันธุ์ก็วางไข่ในโพรง ในทราย หรือในช่องหิน โดยเฉพาะใบบริเวณที่มีเศษใบไม้แห้ง เปลือกไม้แห้ง เนื่องจากง่าย ต่อการขุดหลุมของแม่งู และมีคุณสมบัติที่ดี ในการผลิตความร้อน และ ป้องกันความชื้น ได้ดี ไข่ต้องการความชื้น เพราะว่าเปลือกไข่จะนุ่ม น้าและออกซิเจน สามารถซึมเข้าไปได้ เพื่อช่วยในการพัฒนาตัวอ่อน
  • 6.
    7 8 ชีวิตที่อยู่ในไข่ :งูเริ่มพัฒนาเป็นตัวอ่อน ตั้งแต่อยู่ในไข่ พวกมันไม่ได้เติบโต จากรก ดังเช่นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ แต่มันเติบโตจากผังผืด การอาบแดด สร้างอุณหภูมิ ในร่างกาย ให้แก่มัน แม่งูจะเก็บความร้อน ก่อนที่จะมีการปฎิสนธิ เพราะอุณหภูมิ ภายนอกร่างกาย เป็นปัจจัยหนึ่งที่สาคัญในกระบวนการ ปฎิสนธิสาเร็จ แต่ก็ไม่รวมไป ถึงงูที่อยู่ในโซนหนาว พวกมันก็จะมากวางไข่ในภูเขา หรือพวกงูทะเลก็จะวางไข่บนบก งูที่อยู่บนต้นไม้ก็จะลงมาวางไข่บนพื้น Snake egg development stage 2.1 ลักษณะโดยทั่วไปของยุง ชื่อสัตว์ : ยุงลาย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aedes aegypti ชื่อสามัญ : Mosquito ชื่อวงศ์/อันดับ : Culicidae/Diptera ลักษณะสาคัญทางสัตววิทยา ยุงเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลาตัวยาว 4-6 มม. บางชนิดมี ขนาดเล็กมาก 2-3 มม. และบางชนิดอาจยาวมากกว่า 10 มม.ยุงมีส่วนหัว อก และ ท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้อย่างง่ายๆ โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า และมีปีกสาหรับบิน 1 คู่ การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 2 คือ ยุง
  • 7.
    9 10 2.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของยุง ยุงตัวผู้ลอกคราบโผล่ออกจากตัวโม่งก่อนยุงตัวเมียและอยู่ใกล้ ๆ แหล่ง เพาะพันธุ์ เมื่อตัวเมียออกมา 1-2 วัน จะผสมพันธุ์กัน หลังจากผสมพันธุ์แล้วยุงตัว เมียจะออกหาแหล่งเลือด แต่ยุงบางชนิดต้องการเลือดก่อนการผสมพันธุ์ เช่น Anopheles culicifacies นอกจากนี้ยุงก้นปล่องมีพฤติกรรมการบินว่อนเป็นกลุ่ม เพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์ เรียก swarming ซึ่งมักเกิดขึ้นตอนพระอาทิตย์กาลังตก โดยแสงที่อ่อนลงอย่างรวดเร็วมีผลในการกระตุ้นกิจกรรมนี้ ส่วนยุงลายจับคู่ผสมพันธุ์โดยไม่ต้อง swarm ตัวผู้จะตอบสนองต่อเสียงกระพือ ปีก ของยุงตัวเมีย ยุงลายตัวผู้สามารถค้นหาตัวเมียได้ภายในระยะทาง 25 เซนติเมตร 2.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของยุง ยุงมีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ (holometabolous) ซึ่งประกอบด้วย ไข่ (egg) ลูกน้า (larva; พหูพจน์ = larvae) ตัวโม่ง (pupa; พหูพจน์ = pupae) และยุงตัวแก่ (adult) 2.3.1 ระยะไข่ ไข่ยุงแต่ละชนิดมีขนาดและลักษณะไม่เหมือนกัน จากลักษณะการวางไข่ อาจบอกชนิดของกลุ่มยุงได้ ยุงชอบวางไข่บนผิวน้าหรือบริเวณชื้น ๆ เช่น บริเวณ ขอบภาชนะเหนือระดับน้า การวางไข่ของยุงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท -วางไข่ใบเดี่ยวๆ บนผิวน้า เช่น ยุงก้นปล่อง -วางไข่เป็นแพ (raft) บนผิวน้า เช่น ยุงราคาญ -วางไข่เดี่ยว ๆ ตามขอบเหนือระดับน้า เช่น ยุงลาย -วางไข่ติดกับใบพืชน้าเป็นกลุ่ม เช่น ยุงเสือ หรือยุงฟิลาเรีย
  • 8.
    11 12 ระยะไข่ใช้เวลา 2-3วัน จึงฟักตัวออกเป็นลูกน้า ในยุงบางชนิดไข่สามารถ อยู่ในสภาพแห้งได้หลายเดือนจนกระทั่งเป็นปี เมื่อมีน้าก็จะฟักออกเป็นลูกน้า แหล่ง วางไข่ของยุงแต่ละชนิดแตกต่างกัน เช่น ยุงลายชอบวางไข่ในภาชนะขังน้าที่มนุษย์ สร้างขึ้น ส่วนยุงราคาญชอบวางไข่ในแหล่งน้าสกปรกต่าง ๆ น้าเสียจากท่อระบายน้า แต่หากไม่พบ สภาพน้าที่ชอบยุงก็อาจวางไข่ในสภาพน้าที่ผิดไป นักวิทยาศาสตร์ หลายคนรายงานว่าปัจจัยที่ช่วยให้ยุงตัวเมียรู้ว่าควรจะวางไข่ที่ใดก็คือสารเคมี บางอย่างในน้า สารเคมีอาจเป็น diglycerides ซึ่งผลิตโดยลูกน้ายุงที่อาศัยอยู่ใน แหล่งน้านั้น หรือเป็นกรดไขมัน (Fatty acid) จากแบคทีเรีย หรือเป็นสารพวก phenolic compounds จากพืชน้า 2.3.2 ระยะลูกน้า ลูกน้ายุงแต่ละชนิดอาศัยอยูในน้าต่างชนิดกัน เช่น ตามภาชนะขังน้าต่าง ๆ ตามบ่อน้า หนอง ลาธาร โพรงไม้ หรือกาบใบไม้ที่อุ้มน้า เป็นต้น ลูกน้ายุงส่วน ใหญ่ลอยตัวขึ้นมาหายใจบนผิวน้า โดยมีท่อสาหรับหายใจเรียกว่า siphon ยกเว้น ยุงก้นปล่องไม่มีท่อหายใจ แต่จะวางตัวขนานกับผิวน้า โดยมีขนลักษณะคล้ายใบพัด (palmate hair) ช่วยให้ลอยตัวและหายใจทางรูหายใจ (spiracle) ส่วนยุงเสือ (Mansonia sp.) จะใช้ท่อหายใจซึ่งสั้นและปลายแหลมเจาะพวกพืชน้าและหายใจ เอาออกซิเจนผ่านรากของพืชน้า อาหารของลูกน้ายุงได้แก่ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ใน นั่นเอง เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ สาหร่าย ลูกน้าจะลอกคราบ 4 ครั้ง เมื่อลอกคราบ ครั้งสุดท้ายกลายเป็นตัวโม่ง การเจริญเติบโตในระยะลูกน้าใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของลูกน้า อาหาร อุณหภูมิ และความหนาแน่นของลูกน้าด้วย
  • 9.
    13 14 2.3.3 ตัวโม่ง ตัวโม่งรูปร่างผิดไปจากลูกน้าส่วนหัวเชื่อมต่อกับส่วนอก รูปร่างลักษณะ คล้ายเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ระยะนี้ไม่เกินอาหาร เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีท่อ หายใจคู่หนึ่งที่ส่วนหัวเรียก trumpets ระยะนี้สั้นใช้เวลาเพียง 1-3 วัน 2.3.4 ระยะตัวเต็มวัย ตัวยุงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน -ส่วนหัว (Head) มีลักษณะกลมเชื่อมติดกับส่วนอก ประกอบด้วย 1 คู่ ตาของยุง เป็นแบบตาประกอบ (compound eyes) มีหนวด (antenna) 1 คู่ มีระยางค์ ปาก (palpi) 1 คู่ และมี อวัยวะเจาะดูด (proboscis) 1 อัน มีลักษณะเป็นแท่ง เรียวยาวคล้ายเข็มสาหรับแทงดูดอาหาร หนวดของยุงแบ่งเป็น 15 ปล้อง สามารถใช้จาแนกเพศของยุงได้แต่ละปล้องจะมีขน รอบๆ ในยุงตัวเมียขนนี้จะสั้นและไม่หนาแน่น (sparse) เรียกว่า pilose antenna ส่วนตัวผู้ขนจะยาวและเป็นพุ่ม (bushy) เรียกว่า plumose antenna หนวดยุงเป็น อวัยวะที่ใช้ในการรับคลื่นเสียง ตัวผู้จะใช้รับเสียงการกระพือปีกของตัวเมีย ความชื้น ของอากาศ รับกลิ่น Palpi แบ่งเป็น 5 ปล้อง อยู่ติดกับ proboscis ในยุงก้นปล่อง ตัวเมีย Palpi จะตรงและยาวเท่ากับ proboscis ส่วนยุงตัวผู้ตรงปลาย Palpi จะ โป่งออกคล้ายกระบอง ในยุงอื่นที่ไม่ใช่ยุงก้นปล่อง Palpi ของตัวเมียจะสั้นประมาณ ¼ ของ proboscis ส่วนตัวผู้ Palpi จะยาว แต่ตรงปลายไม่โป่ง และมีขนมากที่สอง ปล้องสุดท้ายซึ่งจะงอขึ้น -ส่วนนอก (thorax) มีปีก 1 คู่ ด้านบนของอก (mesonotum) ปกคลุมด้วยขน หยาบๆ และเกล็ด ซึ่งมีสีและลวดลายต่างๆ กัน เราใช้ลวดลายนี้สาหรับแยกชนิดยุง ได้ ด้านข้างของอกมีเกล็ดและกลุ่มขนซึ่งใช้แยกชนิดของยุงได้เช่นกัน ด้านล่างของอก มีขาแต่ละขาแบ่งออกเป็นช่วงต่างๆ คือ coax ซึ่งมีขนาดสั้นอยูที่โคนสุด ต่อไปเป็น trochanter คล้ายๆ บานพับ femur , tibia และ tarsus ซึ่งมีอยู่ 5 ปล้อง ปล้องสุดท้ายมีหนามงอๆ 1 คู่ เรียกว่า claws ขาก็มีเกล็ดสีต่าง ๆ ใช้แยกชนิด ของยุงได้ ปีกมีลักษณะแคบและยาว มีลายเส้นปีก (veins) ซึ่งมีชื่อเฉพาะของแต่ ละเส้นปีกจะมีเกล็ดสีต่างๆ กัน ตรงขอบปีกด้านหลังจะมีขนเรียงเป็นแถวเรียก fringe เกล็ดและขนบนปีกนี้ก็ใช้ในการแยกชนิดของยุงได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี halteres 1 คู่ มีลักษณะเป็นปุ่มเล็กๆ อยู่ต่อหลังจากปีก เมื่อยุงบิน halteres จะสั่นอย่างรวดเร็วใช้ประโยชน์ในการทรงตัวของยุง -ส่วนท้อง (abdomen) มีลักษณะกลม ยาว ประกอบด้วย 10 ปล้อง แต่จะเห็น ชัดเจนเพียง 8 ปล้อง ปล้องที่ 9-10 จะดัดแปลงเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ ในยุงตัวผู้จะ ใช้ส่วนนี้แยกชนิดของยุงได้
  • 10.
    15 16 3.1 ลักษณะโดยทั่วไปของปลากระเบน ชื่อสัตว์: ปลากระเบนราหู ชื่อวิทยาศาสตร์ : Himantura chaopraya ชื่อสามัญ : Chaopraya Giant Stingray, Giant Freshwater Stingray ชื่อวงศ์/อันดับ : Dasyatidae/Myliobatiformes ลักษณะสาคัญทางสัตววิทยา ปลากระเบน (string ray) เป็นสัตว์จาพวกปลากระดูกอ่อน มีทั้งหมด ประมาณ 400 ชนิด พบได้ทั้งใน น้าจืด น้ากร่อยและน้าเค็ม มีรูปร่างแบนราบ ครีบ ทั้งหมดอยู่ชิดติดกับลาตัวด้านข้าง มีท่อน้าออก (spiracle) 1 คู่ อยู่ด้านหลังของหัว ทาหน้าที่ให้น้าเข้าออกไหลเวียนผ่านเหงือกเพื่อการหายใจ ซึ่งจะไม่ไหลเวียนผ่านปาก ซึ่งอยู่ด้านล่างลาตัวเหมือนกับปลาฉลามหรือปลากระดูกแข็งจาพวกอื่น 3.2 ระบบสืบพันธุ์และการสืบพันธุ์ของปลากระเบน การสืบพันธุ์ของปลากระเบนเป็นแบบ Viviparous การผสมภายในตัวแม่ เหมือนกับสัตว์บก โดยปลากระเบนเพศผู้จะมีท่อสาหรับส่งน้าเชื้อเพื่อผสมกับปลา กระเบนเพศเมีย ซึ่งพัฒนามาจากครีบท้อง ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะได้รับอาหารจาก แม่ทางสายสะดือคล้ายสัตว์บก จนคลอดออกมาเป็นตัวเมื่อปลาเพศเมียได้รับการผสม จากเพศผู้ จะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องประมาณ 90-120 วันแม่ปลา 1 ตัว สามารถ ให้ลูกปลาโดยเฉลี่ย 5-6 ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของแม่พันธุ์ แม่พันธุ์ปลากระเบน ท้องแก่สามารถสังเกตได้จากบริเวณหลังจะนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดระยะนี้ควรแยก แม่พันธุ์ปลากระเบนออกไปไว้ในกระชังคลอด เพื่อความปลอดภัยของลูกปลากระเบน การสืบพันธุ์และการเจริญของสัตว์ชนิดที่ 3 คือ ปลากระเบน
  • 11.
    17 18 3.3 การเจริญเติบโตและวัฏจักรชีวิตของปลากระเบน ถ้าปลากระเบนมีอาหารกินอุดมสมบูรณ์อัตราการเจริญเติบโตก็จะเป็นไป ตามปกติ และปลากระเบนก็จะ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในระยะแรก ขณะที่ปลากระเบนยังเล็ก อาหารที่ปลากระเบนกินเข้าไปส่วนหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็น พลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหว ใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอแต่ส่วนใหญ่จะ ใช้ ในการเจริญเติบโตเสริมสร้างเนื้อเยื่อของปลากระเบน จนกระทั่งปลากระเบน เจริญเติบโตเกือบเต็มวัย อาหาร ส่วนใหญ่จึงเริ่มใช้ในการเสริมสร้างอวัยวะเพศ เพื่อให้ ปลาสามารถสืบพันธุ์ได้ต่อไป ถึงแม้ว่าปลากระเบน โตเต็มวัยและพร้อมที่จะสืบพันธุ์ได้ แล้ว การเจริญเติบโตก็ยังมีอยู่แต่อยู่ในอัตราที่ต่ากว่าที่เป็นมา ดังนั้น การเจริญเติบโต ของปลากระเบนจึงแตกต่างไปจากสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง นักวิทยาศาสตร์สามารถ ทานายอายุของปลากระเบน และหาอัตราการเจริญเติบโตได้โดยใช้วิธีการต่างๆ หลาย วิธีด้วยกัน เช่น ทาการวิเคราะห์วงปีบนเกล็ดหรือส่วนกระดูกอื่นๆ เช่น ชิ้นกระดูกแก้ม (opercular bones) กระดูกในกล่องหู (otoliths) เป็นต้น ถ้าหากไม่ปรากฏวงปี บน ส่วนแข็งของปลากระเบน นักวิทยาศาสตร์อาจใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบของความ ยาวของปลากระเบน โดย ทาการสุ่มตัวอย่างวัดปลาในประชากรเดียวกันตลอดปี เพื่อ ตรวจดูการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบ ของความยาว นอกจากนี้ เรายังสามารถ ประเมินอัตราการเจริญเติบโตของปลา โดยทาการติด เครื่องหมายปลาแล้วเลี้ยงไว้ใน บ่อหรือกระชัง เพื่อตรวจดูความเจริญเติบโตเป็นระยะๆ วงจรชีวิต หากินบริเวณพื้นน้า ในปากไม่มีฟันแหลมคมเหมือนปลาฉลาม ดังนั้นการกิน อาหารจึงค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการเคี้ยวอย่างช้า ๆ แบ่งออกได้เป็น 4 อันดับ ซึ่งก็แบ่ง ออกได้เป็นหลายวงศ์, หลายสกุล ขนาดแตกต่างหลากหลายไปตามสกุลและชนิด กระจายไปตามเขตอบอุ่นทั่วโลก เช่น วงศ์ปลากระเบนธง (Dasyatidae) รูปร่าง ค่อนข้างกลม จะงอยปากแหลม หางยาวคล้ายแส้ มีเงี่ยงแหลมคม ที่มีพิษบริเวณโคน หาง 1-2 ชิ้น ที่เมื่อหักไปแล้วสามารถงอกใหม่ได้, วงศ์ปลากระเบนนก (Myliobatidae) มีส่วนหัวโหนก ครีบด้านข้างแยกออกจากส่วนหัวเห็นได้ชัดเจน และ ครีบขยายออกด้านข้างเสมือนกับปีกของนก ปลายแหลม ใช้สาหรับว่ายน้าในลักษณะ โบกโบยเหมือนนกบินในทะเล ส่วนปลากระเบนไฟฟ้า พบเฉพาะในทะเล มีขนาดเล็ก มีรูปร่างต่างไปจากปลากระเบนจาพวกอื่น ๆ ที่โคนหางไม่มีเงี่ยง และสามารถผลิต ไ ฟ ฟ้ า เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ตั ว แ ล ะ ล่ า เ ห ยื่ อ ไ ด้ ด้ ว ย
  • 12.
    19 20 คาถามทบทวนการเรียนรู้การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ของสัตว์ตัวอย่างจานวน 3ชนิดได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน 1. สัตว์ในข้อใดมีการปฏิสนธิแตกต่างจากพวก ก. งู ข. ยุง ค. ปลากระเบน ง. กบ 2. สัตว์ในข้อใดมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแตกต่างจากยุง ก. ผีเสื้อ ข. แมลงปอ ค. ผึ้ง ง. ด้วง 3. ท่อส่งน้าเชื้อสาหรับใช้ในการผสมพันธุ์ของปลากระเบนพัฒนามาจากส่วนใด ก. Anal fin ข. Pelvic fin ค. ครีบก้น(Gonopodium) ง. ครีบท้อง(Clasper) 4. ยุงชนิดใดมีพฤติกรรมการบินว่อนเป็นกลุ่มเพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์(swarming) ก. ยุงลาย ข. ยุงก้นปล่อง ค. ยุงราคาญ ง. ยุงเสือ 5. ยุงชนิดใดวางไข่เป็นแพ (raft) บนผิวน้า ก. ยุงลาย ข. ยุงก้นปล่อง ค. ยุงราคาญ ง. ยุงเสือ 6. งูมีชนิดของไข่แบบใดหากจาแนกตามปริมาณของไข่แดง ก. Alecithal egg ข. Oligolecithal egg ค. Mesolecithal egg ง. Polylecithal egg 7. ต่อมเจคอบสันของงูทาหน้าที่ใด ก. ใช้รับรส ข. ใช้รับกลิ่น ค. ช่วยในการมองเห็น ง. ช่วยปรับอุณหภูมิของร่างกาย 8. สัตว์ประเภทใดมีการปฏิสนธิแตกต่างจากงู ก. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม ข. สัตว์ปีก ค. แมลง ง. ปลา 9. ข้อใดไม่ใช่วงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ของยุง ก. Egg ข. Tadpole ค. Larva ง. Pupa 10.ยุงมีชนิดของไข่แบบใดหากจาแนกตามปริมาณของไข่แดง ก. Alecithal egg ข. Oligolecithal egg ค. Mesolecithal egg ง. Polylecithal egg 11.การสืบพันธ์ของปลากระเบนเป็นแบบใด ก. Viviparous ข. Oviparous ค. Ovoviviparous ง. Vivoparous 12.ปลากระเบนสามารถพบได้ในบริเวณใด ก. น้าจืด ข. น้าเค็ม ค. น้ากร่อย ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. 13.งูจะมีการผสมพันธุ์กันปีละกี่ครั้ง ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง ค. 3 ครั้ง ง. 4 ครั้ง 14.ยุงที่กัดเราเป็นยุงเพศใด ก. เพศผู้ ข. เพศเมีย ค. ทั้งเพศผู้และเพศเมีย ง. ไม่มีข้อ 15.ระยะใดของยุงในวงจรชีวิตเป็นระยะพักตัว ไม่มีการกินอาหาร ก. egg ข. Larva ค. Pupa ง. Adult 16.ระยะใดของยุงที่สามารถแยกแยะออกจากแมลงชนิดอื่นๆได้ง่ายที่สุด ก. Egg ข. Larva ค. Pupa ง. Adult 17.ส่วนใดของปลากระเบนทาหน้าที่ให้น้าเข้าออกไหลเวียนผ่านเหงือกเพื่อการหายใจ ก. ครีบ ข. ผิวหนัง ค. ท่อน้าออก ง. ปาก 18.ปลากระเบนมีการหากินบริเวณใด ก. พื้นน้า ข. กลางน้า ค. ผิวน้า ง. ถูกทุกข้อ
  • 13.
    21 22 19.อวัยวะส่วนใดของยุงที่ใช้ในการรับคลื่นเสียง ก. ปากข. หนวด ค. อวัยวะเจาะดูด ง. ตาประกอบ 20.ส่วนใดของยุงไม่สามารถแยกชนิดของยุงได้ ก. หนวด ข. ระยางค์ปาก(Palpi) ค. สีและลวดลาย ง. เกล็ดและขนบนปีก เฉลยคาถามทบทวนการเรียนรู้การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ของสัตว์ตัวอย่าง จานวน 3 ชนิดได้แก่ งู ยุง ปลากระเบน ข้อที่ 1 ตอบ ง. กบ งู ยุง และ ปลากระเบน มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย ส่วนกบมี การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ข้อที่ 2 ตอบ ข. แมลงปอ ผีเสื้อ ผึ้ง และ ด้วง มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบสมบูรณ์ (Complete metamorphosis) เหมือนยุง แต่แมลงปอมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบ ไม่สมบูรณ์(Incomplete metamorphosis) ข้อที่ 3 ตอบ ง. ครีบท้อง(Clasper) ท่อส่งน้าเชื้อของปลากระดูกอ่อน เช่นปลาฉลาม ปลากระเบน จะพัฒนามา จากครีบท้อง ส่วนปลากระดูกแข็งจะพัฒนามาจากครีบก้น ข้อที่ 4 ตอบ ข. ยุงก้นปล่อง ยุงก้นปล่องมีพฤติกรรมการบินว่อนเป็นกลุ่มเพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์ (swarming) ข้อที่ 5 ตอบ ค. ยุงราคาญ ยุงลาย วางไข่เดี่ยวๆตามขอบเหนือระดับน้า ยุงก้นปล่อง วางไข่ใบเดี่ยวๆบน ผิวน้า ยุงเสือ วางไข่ติดกับใบพืชน้าเป็นกลุ่ม ข้อที่ 6 ตอบ ค. Polylecithal egg สัตว์เลื้อยคลานจะมีไข่ชนิดโพลีเลซิทัล (Polylecithal egg) ซึ่งเป็นไข่ชนิดที่ มีไข่แดงมาก ข้อที่ 7 ตอบ ข. ใช้รับกลิ่น ต่อมเจคอบสันเป็นอวัยวะพิเศษของงูที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รับกลิ่น โดยต่อมเจ คอบสันจะอยู่ลึกข้าไปในปากของงู งูจึงต้องแลบลิ้นรับกลิ่นของเหยื่อในอากาศ แล้ว หดเพื่อนากลิ่นนี้เข้าไปยังต่อมเจคอบสัน ข้อที่ 8 ตอบ ง. ปลา ปลามีการปฏิสนธิภายนอก ซึ่งแตกต่างจาก งู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม สัตว์ ปีก และแมลง ที่มีการปฏิสนธิภายใน ข้อที่ 9 ตอบ ข.Tadpole วงจรชีวิตของยุงประกอบด้วย Egg>>Larva>>Pupa>>Adult ส่วน Tadpoleคือลูกอ๊อตเป็นวงจรส่วนหนึ่งของกบ ข้อที่ 10 ตอบ ค. Polylecithal egg สัตว์จาพวกแมลงจะมีไข่ชนิดโพลีเลซิทัล(Polylecithal egg) ซึ่งเป็นไข่ชนิด ที่มีไข่แดงมาก
  • 14.
    23 24 ข้อที่ 11ตอบ ก. Viviparous การสืบพันธุ์ปลาที่ออกลูกเป็นตัว เช่น ปลาฉลามปลากระเบน เรียกว่า Viviparous ข้อที่ 12 ตอบ ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. ปลากระเบนสามารถพบได้ทั้งในบริเวณ น้าจืด น้าเค็ม และ น้ากร่อย ขึ้นกับ ชนิดของปลากระเบน ข้อที่ 13 ตอบ ก. 1 ครั้ง งูจะมีการผสมพันธุ์กันปีละ 1 ครั้ง เมื่อผสมพันธุ์แล้ว สเปิร์มก็จะอยู่ในตัว เมีย รอเวลาที่จะผสมและวางไข่ ข้อที่ 14 ตอบ ข. เพศเมีย เพราะยุงเพศเมียต้องการเลือดจากคนและสัตว์ เพื่อทาให้ไข่สุก ข้อที่ 15 ตอบ ค. Pupa ระยะตัวโม่ง(pupa)ของยุงเป็นระยะพักตัวไม่มีการกินอาหาร ข้อที่ 16 ตอบ ข. Larva ลูกน้าของยุงเป็นระยะที่สามารถแยกแยะออกจากตัวอ่อนของแมลงชนิดอื่น ได้ง่าย โดยมีส่วนอกกว้างใหญ่กว่าส่วนหัวและส่วนท้อง ข้อที่ 17 ตอบ ค. ท่อน้าออก ปลากระเบนมีท่อน้าออก (spiracle) 1 คู่ อยู่ด้านหลังของหัว ทาหน้าที่ให้ น้าเข้าออกไหลเวียนผ่านเหงือกเพื่อการหายใจ ซึ่งจะไม่ไหลเวียนผ่านปากซึ่งอยู่ ด้านล่างลาตัวเหมือนกับปลาฉลามหรือปลากระดูกแข็งจาพวกอื่น ข้อที่ 18 ตอบ ก. พื้นน้า ปลากระเบนมีนิสัยชอบกบดานตามชายทะเลที่น้าตื้น โดยจะฝังตัวใต้พื้น ทรายหรือโคลนใต้น้า หากินตามพื้นท้องน้า ข้อที่ 19 ตอบ ข. หนวด หนวดยุงเป็นอวัยวะที่ใช้ในการรับคลื่นเสียง ข้อที่ 20 ตอบ ก. หนวด หนวดของยุงใช้จาแนกเพศของยุง โดยแต่ละปล้องจะมีขนรอบๆ ในยุงตัว เมียขนนี้จะสั้นและไม่หนาแน่น (sparse) เรียกว่า pilose antenna ส่วนตัวผู้ขนจะ ยาวและเป็นพุ่ม (bushy) เรียกว่า plumose antenna
  • 15.
    25 26 บรรณานุกรม นายสองศึก ดอกรักกลาง.(2553). โลกของงู. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/worldofsnakes12/home/laksna- thawpi. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 11 มกราคม 2562). Made in Thailand. (2551). การผสมพันธุ์งู. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.2snake2fish.com/snake/trip/reproduction.html. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 11 มกราคม 2562). TPK กินๆเที่ยวๆ. (2561). วิดิโองูวางไข่. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.youtube.com/watch?v=k4mi11tALLA. (วันที่สืบค้น ข้อมูล : 11 มกราคม 2562). รศ.ดร.ปรัชญา สมบูรณ์. (2558). ยุง (MOSQUITOES). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก : http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/public/Mos quito.htm. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 11 มกราคม 2562). Patrick Isaacs. (2552). Reproduction. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/zNVVWx. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 13 มกราคม 2562). STATE OF CALIFORNIA THE RESOURCES AGENCY DEPARTMENT OF FISH AND GAME. (2552). Reproduction, Life History, and Ecology of the Round Stingray, Urolophus Halleri Cooper. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/MJZQuS. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 13 มกราคม 2562). University of Michigan. (2557). Insects. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/qfPh92. (วันที่สืบค้น ข้อมูล : 13 มกราคม 2562). ScienceDirect. (2552). Axial patterning in snakes and caecilians. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/UCN842. (วันที่สืบค้น ข้อมูล : 13 มกราคม 2562). I make shooting thing. (2551). SexingSnakes. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/D9K1ru. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 14 มกราคม 2562). The Milk Snake Resource. Reproductive system for snake. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://goo.gl/51Q1DF. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 14 มกราคม 2562).
  • 16.
    27 28 ภาคผนวก ภาคผนวก ครูผู้สอน: นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ.1 สาขาชีววิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 1.นางสาวชนิตา สะสิสุวรรณ เลขที่ 6 2.นางสาวธัญรดา แก้วนามไชย เลขที่ 12 3.นางสาวพรจิรา สุวิมล เลขที่ 20 4.นางสาวอธิชา ลีลาเชี่ยวชาญกุล เลขที่ 29 (ซ้ายไปขวาตามลาดับ)