การสืบพันธุ์ของปลา
สิ่งที่มีชีวตทังหลายเมื่อมีการเจริญเติบโตเต็มวัยแล้ ว ก็จะมีการสืบพันธุ์ ทังนี เพื่อให้
            ิ ้                                                            ้ ้
สิ่งซึ่งมีชีวตเหล่ านัน สามารถคงอยู่ และรั กษาพืชพันธุ์ของมันสืบต่ อไป ภายใต้ สภาวะ
             ิ        ้
ที่เหมาะสมแก่ การ ดารงชีวตของสิ่งที่มีชีวตนันๆ แต่ ในขณะเดียวกัน หากมีสาเหตุ
                             ิ             ิ ้
ที่ก่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงใน เจอร์ มปลาซึม (germ plasm) ของสิ่งที่มีชีวตนันๆ     ิ ้
 และการเปลี่ยนไปนันยังคงทนในการถ่ ายทอด ก็อาจจะทาให้ เกิดสิ่งที่มีชีวตแบบใหม่
                        ้                                                   ิ
ขึนมา ซึ่งผิดแผกไปจากเดิมได้
   ้
สาหรับปลาก็มีระบบการเช่ นเดียวกัน ในระยะแรกๆ ของการเจริญเติบโต อาหารที่ปลากินเข้ า
ไป จะช่ วยในการเจริญเติบโตของปลาเป็ นส่ วนใหญ่ ต่ อเมื่อปลาโตเต็มวัยแล้ ว ส่ วนใหญ่ ของอาหาร
ที่กนเข้ าไป จะไปช่ วยในการเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ (gonads) ซึ่งเราเรียกว่ า ถุงนาเชือ
    ิ                                                                               ้ ้
(testes) ในปลาตัวผู้ และรังไข่ (ovary) ในปลาตัวเมีย

โดยปกติปลาแต่ละตัวมีอวัยวะเพศแยกจากกัน แต่ก็ยงมีปลาบางจาพวก เช่น ปลาในวงศ์
                                                     ั
ปลากะรัง (Serranidae) บางชนิดมีอวัยวะเพศผู้และเพศเมียในตัวเดียวกัน
(protandic hermaphrodite) ได้ พบว่าในปลาจาพวกนี ้ ปลาตัวเดียวกัน
ในระยะแรกอาจเป็ นเพศผู้ก่อน แต่ในระยะต่อมาจะ เปลี่ยนเพศ (sex reversal)
เป็ นเพศเมีย ปลาบางชนิดอาจออกลูกได้ โดยไม่มีการผสมระหว่างน ้าเชื ้อและไข่ โดยลักษณะ
การเช่นนี ้เราเรี ยกว่า ปาร์ เธโนเจนิซส (parthenogenesis) เราพบลักษณะดังกล่าว
                                       ิ
ในปลาจาพวกกินยุง (Poecilidae) บางชนิด อย่างไรก็ดี ในการสืบพันธุ์ของปลาดังกล่าว
 จาต้ องมีตวผู้เข้ าร่วมด้ วย แต่อสุจิ (sperm) ของตัวผู้ไม่ได้ มีสวนร่วมในการผสมกับไข่
             ั                                                    ่
หากแต่เพียงไปกระตุ้นไข่ ให้ เจริญเติบโตเท่านัน ปลาเหล่านี ้จึงออกลูกเป็ นตัวเมียทังหมด
                                              ้                                   ้
และไม่แสดงลักษณะอย่างหนึงอย่างใดของปลาตัวพ่อเลย
                                 ่
เราไม่สามารถมองเห็นความแตกต่าง ระหว่างอวัยวะเพศผู้และเพศเมีย ขณะเมื่อปลายังอยู่
ในวัยอ่อน แต่เมื่อปลาเจริญเติบโตขึ ้นมาระยะหนึงแล้ ว เราจึงจะสามารถสังเกตเพศจาก
                                                   ่
อวัยวะดังกล่าวได้ ถุงน ้าเชื ้อมีลกษณะเป็ น แถบสีขาวขุ่น ๑ คู่ อยูทางส่วนบนของท้ องใต้ ไต
                                  ั                              ่
ของปลา แถบนี ้จะมีความหนาขึ ้นเป็ นลาดับ เมื่อปลาเกือบจะสืบพันธุ์ได้ และในฤดูสืบพันธุ์
อาจมีน ้าหนักมากกว่า ๑๒ เปอร์ เซ็นต์ ของน ้าหนักตัวปลา ปลาที่มีอวัยวะเพศสมบูรณ์ เต็มที่
ในขันสุกไหล (running ripe) ถ้ าเราเอามือบีบเบาๆ ที่บริเวณท้ องปลา แล้ วค่อยๆ รูด
     ้
ไปทางด้ านหลังของตัวปลา น ้าอสุจิจะเคลื่อนออกมาทันที น ้าอสุจิในปลาทัวไปมีสีขาวขุ่น
                                                                          ่
คล้ ายน ้านม เมื่อนาเอาตัวอย่างอสุจิ มาตรวจดูด้วยกล้ องจุลทรรศน์ จะเห็นว่า ตัวอสุจิมี
ลักษณะคล้ ายตัวอสุจิของสัตว์ชนสูง และจะไม่คอยเคลื่อนไหว แต่ถ้าหากหยดน ้าลงไปใน
                                    ั้           ่
ตัวอย่างอสุจิ จะปรากฏว่า ตัวอสุจิเริ่มมีชีวิตชีวาทันที และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไร
ก็ตามตัวอสุจิจะกระปรี กระเปร่าอยูในระยะเวลาอันสัน คือ ประมาณ ๑๐ วินาทีถง ๖๐ วินาที
                        ้              ่              ้                        ึ
แล้ วแต่ชนิดของปลา และจะหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอีก
สาหรับรังไข่ ก็มีตาแหน่งที่ตงอยูในบริเวณเดียวกับถุงน ้าเชื ้อและมักเป็ นอวัยวะคู่ เราจะเห็น
                              ั้ ่
รังไข่ในระยะแรกของการเจริญเติบโต เป็ นเพียงแถบสีขาวขุ่น แต่ถ้าดูด้วยแว่นขยายจะเห็น
ว่าผิว ของรังไข่ไม่เรี ยบเหมือนถุงน ้าเชื ้อ แต่เป็ นเม็ดเล็กๆ เมื่อรังไข่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ ว
จะมีขนาดใหญ่มาก และอาจมีน ้าหนักถึง ๗๐ เปอร์ เซ็นต์ของน ้าหนักตัวปลาในปลาบางชนิด
 ส่วนสีของรังไข่ แทนที่จะเป็ นสีขาวขุ่นก็อาจจะเปลี่ยนเป็ นสีเหลือง หรื อสีส้มขณะที่รังไข่มี
ไข่สกเต็มที่
     ุ
ปริมาณไข่ที่ปลาวางในฤดูหนึงๆ มีจานวนไม่เท่ากันขึ ้นอยูกบชนิดของปลา ปลาพระ อาทิตย์
                               ่                       ่ ั
(Mola mola) ซึงเป็ นปลาที่อาศัยอยูในมหาสมุทร มีไข่ขนาดเล็กมาก ในฤดูหนึงๆ ปลา
                        ่                 ่                                   ่
 ชนิดนี ้ อาจวางไข่มากกว่า ๓๐ ล้ านฟอง ตรงข้ ามกับปลาฉลาม ซึงเป็ นปลาที่มีไข่ขนาดใหญ่
                                                                ่
ใน ฤดูวางไข่ฤดูหนึงอาจวางไข่เพียง ๓-๔ ฟองเท่านัน หน่วยงานอนุรักษ์ ปลาผิวน ้า
                    ่                                ้
สถานวิจยประมงทะเล ของกรมประมง ได้ เคยทาการศึกษาความดกของไข่ปลาทูในอ่าวไทย
           ั
ในระยะหลายปี ที่แล้ วมา และได้ ประเมินความดกของไข่ปลาทูไว้ วา อยูในระหว่าง ๕๐,๐๐๐
                                                               ่ ่
ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ฟอง ทังนี ้ขึ ้นอยูกบขนาดของแม่ปลาที่วางไข่ ปลาน ้าจืดในบ้ านเราหลายชนิด
                          ้      ่ ั
 ซึงปลาตัวพ่อหรื อตัวแม่ระวังและดูแลรักษาไข่ในระยะฟั กตัว ออกไข่น้อยกว่าปลาทะเล
   ่
ดังกล่าวข้ างต้ นมาก ปลากัดอาจวางไข่เพียง ๒๐๐-๓๐๐ ฟองในหนึงปี จึงอาจสรุปได้ วา
                                                                  ่             ่
ปลาที่ออกไข่มากที่สดส่วนใหญ่ ได้ แก่ ปลาทะเล ซึงพ่อแม่ปลามักไม่ดแลรักษาไข่ แต่จะ
                      ุ                            ่                  ู
ปล่อยให้ ลองลอยไปตามกระแสน ้า พวกต่อมาเป็ นปลาที่วางไข่ให้ เกาะติดตามสาหร่าย
             ่
หรื อพืชน ้า ส่วนปลาที่ระวังรักษาหรื อซ่อนไข่มีความดกของไข่น้อยที่สดุ
ความดกของไข่ขึ ้นอยูกบอายุความสมบูรณ์และขนาดของปลา แต่เมื่อปลามีอายุมากขึ ้น
                   ่ ั
ความดกอาจลดลง หรื อถ้ าเข้ าในวัยแก่มาก ไข่จะไม่ฟักเป็ นตัว สาเหตุที่สาคัญในการควบ คุม
การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ ได้ แก่ อาหาร ดังนันความดกของไข่ และปริมาณไข่ที่ปลาวาง
                                              ้
แต่ละปี มักจะมีจานวนไม่สม่าเสมอ คือจะเปลี่ยนไปทุกปี
ในฤดูสืบพันธุ์ของปลาแต่ละชนิด สาเหตุที่กระตุ้นให้ ปลาเริ่มทาการสืบพันธุ์ ได้ แก่
สภาพแวดล้ อมที่เหมาะสมกับการดารงชีวิตของลูกปลาที่จะฟั กเป็ นตัวออกมา ใน
การศึกษาเกี่ยวกับประ ชากรของปลาทูในอ่าวไทย พบว่า ลูกปลาวัยอ่อน อาจมี
ความสัมพันธ์กบปริมาณของแพลงก์ตอน ที่มีมากที่สดในรอบปี เช่น ในบริเวณ
                 ั                                  ุ
อ่าวไทยตอนใน ในระหว่างเดือนมีนาคม-กันยายน ทุกปี สาหรับปลาบางชนิด
การวางไข่จะอยูในระยะเวลาที่การเจริญเติบโตของศัตรู ซึงเป็ นตัวทาลายไข่
                       ่                                 ่
หรื อลูกปลา อยูในระดับต่า ปลาทะเลส่วนใหญ่จะวางไข่ในเวลากลางคืนหรื อเช้ ามืด
                   ่
 สาหรับปลาทูในอ่าวไทย เราพบว่า ไข่สกไหลในฤดูสืบพันธุ์ มีปริมาณสูงในเวลาพลบค่า
                                    ุ
หรื อกลางคืน ซึงอาจจะเป็ นสาเหตุอนหนึงที่ช่วยให้ ไข่ที่สามารถฟั กตัวได้ ในระยะเวลาอันสัน
               ่                 ั ่                                                   ้
 รอดพ้ นอันตรายจากการกระทาของศัตรู เพราะในเวลากลางคืน โอกาสที่ศตรู        ั
จะมองเห็นไข่ ซึงโปร่งใส และมีขนาดเล็ก เช่น ไข่ปลาทูมีน้อยมาก
                     ่
ปลาในเขตร้ อนแถบบ้ านเรา เช่น ปลาทู จะออกไข่
เป็ นระยะเวลายาวนานถึง ๖ เดือน โดยค่อยๆ วางไข่เป็ น
รุ่นๆ (fractional spawning) ทังนี ้ นักวิทยาศาสตร์
                                         ้
ได้ ลงความเห็นว่า การทาเช่นนี ้ ก็เนื่องจากว่า ธรรมชาติต้องการ
ให้ ลกปลา ที่ออกมา มีอาหารพอเพียง เพราะในเขตร้ อนการ
     ู
เปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้ อมมีไม่มากนัก การงอกงามของอาหาร
ปลาในธรรมชาติจงเป็ นไปตาม ปกติ ส่วนในเขตอบอุนหรื อเขตหนาว
                  ึ                                 ่
ซึงการเจริญงอกงามของอาหารปลาในธรรมชาติมีได้ เพียง ระยะเดียวในรอบปี
   ่
คือ ในระยะระหว่างฤดูใบไม้ ผลิ-ฤดูร้อน ปลาในเขตดังกล่าวส่วนใหญ่จงมีฤดู
                                                               ึ
วางไข่สนเพียง ๑-๒ เดือนเท่านัน และส่วนใหญ่วางไข่ทีเดียวหมดในฤดูวางไข่ มิได้ วางเป็ น
         ั้                     ้
รุ่นๆ เหมือนปลาทะเลในเขตร้ อน
การวางไข่ของปลา ขึ ้นอยูกบการกระตุ้นทางธรรมชาติที่ปลาอาจมองเห็น ได้ รับกลิน หรื อ
                              ่ ั                                                ่
ได้ รับสัมผัส ปลาที่วางไข่ติดตามพืชน ้า เช่น ปลาจีน เมื่อได้ ร้ ูความเจริญงอกงามของพืชน ้าเ
รี ยบร้ อยแล้ ว ความรู้สกเช่นนี ้ ก็อาจจะกระตุ้นให้ ปลาวางไข่ได้ ส่วนปลาบางชนิดจะวางไข่ใน
                          ึ
ระหว่างที่น ้า เอ่อขึ ้นเท่านัน้
เราอาจจะแบ่งปลาซึงมีพฤติกรรมในการวางไข่ตางๆ กันออกเป็ นประเภทใหญ่ๆ ดังนี ้
                 ่                      ่

ก) พวกที่ปลาตัวแม่วางไข่ในน ้า แล้ วปลาตัวพ่อฉีดน ้าเชื ้อออกมา และไข่ได้ รับการผสม
จากน ้าเชื ้อทันที หลังจากนันแล้ ว ปลาพ่อแม่ไม่ดแลรักษาไข่เลย ปลาจาพวกนี ้ ได้ แก่
                            ้                   ู
ปลาทะเล ส่วนใหญ่ เช่น ปลาทู ปลาโอ ปลาอินทรี ฯลฯ เป็ นต้ น ไข่ที่แม่ปลาเหล่านี ้วาง
มักมีขนาดเล็ก มีเป็ นจานวนมากและเป็ นไขประเภทลอยน ้าโดยมีลกษณะโปร่งใส
                                                                 ั
ข) ปลาที่วางไข่ติดบนสาหร่ายหรื อพืชน ้า ได้ แก่ ปลาน ้าจืดเป็ นส่วนใหญ่ เช่น ปลาไน ปลาจีน ฯลฯ
ค) ปลาจาพวกที่พอหรื อแม่ปลาทารังเพื่อวางไข่ แต่ไม่อาจดูแลระวังและรักษาไข่ตอไปได้ เช่น
                  ่                                                             ่
ปลาแซลมอน หรื ออาจจะดูแลรักษาจนกระทังไข่ฟักออกมาเป็ นตัว เช่น ปลากัด ปลา สลิด
                                             ่
ปลากระดี่ โดยตัวผู้ก่อหวอดแล้ วอมไข่ไปพ่นเก็บไว้ ที่หวอด และดูแลรักษาจนไข่ฟักออก มาเป็ นตัว

  ง) พวกที่เก็บรักษาไข่ไว้ ในปากหรื อตามร่างกาย เช่น ปลาอมไข่ (Apogonidae)
  ปลากดทะเล (Tachysuridae) ตัวผู้ รวมทังปลาหมอเทศ หรื อปลานิล (Tilapia spp.
                                                         ้
  ) ตัวเมีย ปลาม้ าน ้าตัวผู้ มีถงเก็บไข่ไว้ ที่หน้ าท้ อง
                                 ุ

    จ) ปลาที่ออกลูกเป็ นตัว เช่น ปลากินยุง และปลาเข็ม เป็ นต้ น
การเจริญเติบโตของไข่ขึ ้นอยูกบสภาวะแวดล้ อม เช่น ก๊ าซละลายในน ้า ศัตรูหรื ออุณหภูมิ
                             ่ ั
แต่สาเหตุที่สาคัญ ได้ แก่ อุณหภูมิ จากผลของการศึกษาของหน่วยงานอนุรักษ์ ปลาผิวน ้า
สถานวิจย ประมงทะเล กรมประมง ปรากฏว่า ในการทดลองผสมเทียมของปลาทู
        ั
ไข่ปลาทูที่ได้ รับการ ผสมกับน ้าเชื ้อของปลาตัวผู้แล้ ว จะฟั กออกมาเป็ นตัวเร็วขึ ้นโดยใช้ เวลา
 ๒๓ ชัวโมง ที่อณหภูมิ ของน ้าประมาณ ๒๗.๒ องศาเซลเซียส และจะต้ องใช้ เวลานาน
      ่           ุ
ประมาณ ๒๗ ชัวโมง หากอุณหภูมิ ลดลงมาเป็ น ๒๔.๔ องศาเซลเซียส
                    ่
หลังจากที่ไข่ได้ ฟักออกมาเป็ นตัวแล้ ว ตัวอ่อนของปลายังไม่หาอาหารทันที แต่จะใช้ อาหารเ
ดิมซึงสะสมไว้ ในไข่แดงที่ติดกับตัวมันจนหมดก่อน แล้ วจึงเริ่มหาอาหารตามธรรมชาติ ต่อไป
     ่
ในระยะที่ลกปลาเปลี่ยนวิธีการหาและกินอาหาร อัตราการตายของลูกปลาในระยะนี ้จะสูง
            ู
มาก หากมิได้ รับอาหารที่เหมาะสม เช่น ในบางปี ลูกปลาถูกกระแสน ้าพัดออกไปนอกฝั่ ง
สูบริเวณ ที่มีอาหารน้ อย ดังนัน ลูกปลาในปี นันจะเหลือน้ อยมากและอาจทาให้ ประชากร
 ่                            ้               ้
ของปลาในปี ต่อไป ที่อยูในข่ายของการประมงลดลง
                        ่
ก. ภาพถ่ายของไข่ปลาทูที่เริ่มมีการแบ่งเซลล์ภายหลังที่ได้ รับการ ผสมของน ้าเชื ้อจากตัวผู้
ข. ข. ภายหลังจากการผสมกับน ้าเชื ้อ ๒ ชัวโมง ไข่มี ๖๔ เซลล์
                                             ่
ค. ภายหลังจากการผสมกับน ้าเชื ้อ ๑๓ ชัวโมง ปรากฏว่าตัวอ่อน เริ่มมีการเจริญเติบโตของเบ้ าน
                                           ่
ง. ภายหลังจากการผสมกับน ้าเชื ้อ ๒๑ ชัวโมง ส่วนหางตัวอ่อนหลุดเป็ นอิสระ จากไข่แดง
                                         ่
จ. ตัวอ่อนที่เพิ่งฟั กออกมาจากไข่ใหม่ๆ ๒๕ ชัวโมง หลังจากที่ไข่ ได้ รับการผสมจากน ้าเชื ้อ
                                               ่
ได้ มีนกวิทยาศาสตร์ ชาวอเมริกนทาการศึกษาอัตราการตายของปลาในสกุลใกล้ เคียงกับ
       ั                      ั
ก. ปลา- ทู (Scomber spp.) ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปรากฏว่าในระยะเป็ นไข่และ
ข. ลูกปลาวัยอ่อน อัตรา การตายตามธรรมชาติจะสูงถึง ๙๙.๙๙ เปอร์ เซ็นต์ ซึงหมายความ่
ค. ว่าหลังจากระยะนี ้ผ่านพ้ นไปแล้ ว จะเหลือลูกปลาเจริญเติบโตต่อไปเพียง ๒-๓ ตัวเท่านัน    ้
ง. จากไข่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ฟอง ที่แม่ปลาชนิดนี ้วางไข่ในฤดูหนึง           ่
จ. ไข่ปลาทะเล ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก โปร่งใสและลอยน ้า (pelagic eggs)
ฉ. การที่ไข่ลอยน ้าได้ อาจเนื่องจากมีจดน ้ามัน หรื อไข่มีเปลือกบาง และมีช่อง ระหว่าง
                                       ุ
ช. ตัวอ่อนและเปลือกไข่ (perivitelline space) กว้ างหรื อมีเมือก ซึงทาให้ ความ
                                                                           ่
ซ. ถ่วงจาเพาะใกล้ เคียงกับน ้าที่ไข่ลอยอยู่ ในภาพเป็ นภาพถ่าย ขยายของไข่ปลาทู
ฌ. ซึงมีขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๘๖๐ ไมครอน (๐.๘๖ มิลลิเมตรนี ้ทดลอง
         ่
แหล่งที่มา http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/book/
book.php?book=1&chap=5&page=t1-5-infodetail07.html

กลุ่ม 4

  • 2.
    การสืบพันธุ์ของปลา สิ่งที่มีชีวตทังหลายเมื่อมีการเจริญเติบโตเต็มวัยแล้ ว ก็จะมีการสืบพันธุ์ทังนี เพื่อให้ ิ ้ ้ ้ สิ่งซึ่งมีชีวตเหล่ านัน สามารถคงอยู่ และรั กษาพืชพันธุ์ของมันสืบต่ อไป ภายใต้ สภาวะ ิ ้ ที่เหมาะสมแก่ การ ดารงชีวตของสิ่งที่มีชีวตนันๆ แต่ ในขณะเดียวกัน หากมีสาเหตุ ิ ิ ้ ที่ก่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงใน เจอร์ มปลาซึม (germ plasm) ของสิ่งที่มีชีวตนันๆ ิ ้ และการเปลี่ยนไปนันยังคงทนในการถ่ ายทอด ก็อาจจะทาให้ เกิดสิ่งที่มีชีวตแบบใหม่ ้ ิ ขึนมา ซึ่งผิดแผกไปจากเดิมได้ ้
  • 3.
    สาหรับปลาก็มีระบบการเช่ นเดียวกัน ในระยะแรกๆของการเจริญเติบโต อาหารที่ปลากินเข้ า ไป จะช่ วยในการเจริญเติบโตของปลาเป็ นส่ วนใหญ่ ต่ อเมื่อปลาโตเต็มวัยแล้ ว ส่ วนใหญ่ ของอาหาร ที่กนเข้ าไป จะไปช่ วยในการเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ (gonads) ซึ่งเราเรียกว่ า ถุงนาเชือ ิ ้ ้ (testes) ในปลาตัวผู้ และรังไข่ (ovary) ในปลาตัวเมีย โดยปกติปลาแต่ละตัวมีอวัยวะเพศแยกจากกัน แต่ก็ยงมีปลาบางจาพวก เช่น ปลาในวงศ์ ั ปลากะรัง (Serranidae) บางชนิดมีอวัยวะเพศผู้และเพศเมียในตัวเดียวกัน (protandic hermaphrodite) ได้ พบว่าในปลาจาพวกนี ้ ปลาตัวเดียวกัน ในระยะแรกอาจเป็ นเพศผู้ก่อน แต่ในระยะต่อมาจะ เปลี่ยนเพศ (sex reversal) เป็ นเพศเมีย ปลาบางชนิดอาจออกลูกได้ โดยไม่มีการผสมระหว่างน ้าเชื ้อและไข่ โดยลักษณะ การเช่นนี ้เราเรี ยกว่า ปาร์ เธโนเจนิซส (parthenogenesis) เราพบลักษณะดังกล่าว ิ ในปลาจาพวกกินยุง (Poecilidae) บางชนิด อย่างไรก็ดี ในการสืบพันธุ์ของปลาดังกล่าว จาต้ องมีตวผู้เข้ าร่วมด้ วย แต่อสุจิ (sperm) ของตัวผู้ไม่ได้ มีสวนร่วมในการผสมกับไข่ ั ่ หากแต่เพียงไปกระตุ้นไข่ ให้ เจริญเติบโตเท่านัน ปลาเหล่านี ้จึงออกลูกเป็ นตัวเมียทังหมด ้ ้ และไม่แสดงลักษณะอย่างหนึงอย่างใดของปลาตัวพ่อเลย ่
  • 4.
    เราไม่สามารถมองเห็นความแตกต่าง ระหว่างอวัยวะเพศผู้และเพศเมีย ขณะเมื่อปลายังอยู่ ในวัยอ่อนแต่เมื่อปลาเจริญเติบโตขึ ้นมาระยะหนึงแล้ ว เราจึงจะสามารถสังเกตเพศจาก ่ อวัยวะดังกล่าวได้ ถุงน ้าเชื ้อมีลกษณะเป็ น แถบสีขาวขุ่น ๑ คู่ อยูทางส่วนบนของท้ องใต้ ไต ั ่ ของปลา แถบนี ้จะมีความหนาขึ ้นเป็ นลาดับ เมื่อปลาเกือบจะสืบพันธุ์ได้ และในฤดูสืบพันธุ์ อาจมีน ้าหนักมากกว่า ๑๒ เปอร์ เซ็นต์ ของน ้าหนักตัวปลา ปลาที่มีอวัยวะเพศสมบูรณ์ เต็มที่ ในขันสุกไหล (running ripe) ถ้ าเราเอามือบีบเบาๆ ที่บริเวณท้ องปลา แล้ วค่อยๆ รูด ้ ไปทางด้ านหลังของตัวปลา น ้าอสุจิจะเคลื่อนออกมาทันที น ้าอสุจิในปลาทัวไปมีสีขาวขุ่น ่ คล้ ายน ้านม เมื่อนาเอาตัวอย่างอสุจิ มาตรวจดูด้วยกล้ องจุลทรรศน์ จะเห็นว่า ตัวอสุจิมี ลักษณะคล้ ายตัวอสุจิของสัตว์ชนสูง และจะไม่คอยเคลื่อนไหว แต่ถ้าหากหยดน ้าลงไปใน ั้ ่ ตัวอย่างอสุจิ จะปรากฏว่า ตัวอสุจิเริ่มมีชีวิตชีวาทันที และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไร ก็ตามตัวอสุจิจะกระปรี กระเปร่าอยูในระยะเวลาอันสัน คือ ประมาณ ๑๐ วินาทีถง ๖๐ วินาที ้ ่ ้ ึ แล้ วแต่ชนิดของปลา และจะหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอีก
  • 5.
    สาหรับรังไข่ ก็มีตาแหน่งที่ตงอยูในบริเวณเดียวกับถุงน ้าเชื้อและมักเป็ นอวัยวะคู่ เราจะเห็น ั้ ่ รังไข่ในระยะแรกของการเจริญเติบโต เป็ นเพียงแถบสีขาวขุ่น แต่ถ้าดูด้วยแว่นขยายจะเห็น ว่าผิว ของรังไข่ไม่เรี ยบเหมือนถุงน ้าเชื ้อ แต่เป็ นเม็ดเล็กๆ เมื่อรังไข่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ ว จะมีขนาดใหญ่มาก และอาจมีน ้าหนักถึง ๗๐ เปอร์ เซ็นต์ของน ้าหนักตัวปลาในปลาบางชนิด ส่วนสีของรังไข่ แทนที่จะเป็ นสีขาวขุ่นก็อาจจะเปลี่ยนเป็ นสีเหลือง หรื อสีส้มขณะที่รังไข่มี ไข่สกเต็มที่ ุ
  • 6.
    ปริมาณไข่ที่ปลาวางในฤดูหนึงๆ มีจานวนไม่เท่ากันขึ ้นอยูกบชนิดของปลาปลาพระ อาทิตย์ ่ ่ ั (Mola mola) ซึงเป็ นปลาที่อาศัยอยูในมหาสมุทร มีไข่ขนาดเล็กมาก ในฤดูหนึงๆ ปลา ่ ่ ่ ชนิดนี ้ อาจวางไข่มากกว่า ๓๐ ล้ านฟอง ตรงข้ ามกับปลาฉลาม ซึงเป็ นปลาที่มีไข่ขนาดใหญ่ ่ ใน ฤดูวางไข่ฤดูหนึงอาจวางไข่เพียง ๓-๔ ฟองเท่านัน หน่วยงานอนุรักษ์ ปลาผิวน ้า ่ ้ สถานวิจยประมงทะเล ของกรมประมง ได้ เคยทาการศึกษาความดกของไข่ปลาทูในอ่าวไทย ั ในระยะหลายปี ที่แล้ วมา และได้ ประเมินความดกของไข่ปลาทูไว้ วา อยูในระหว่าง ๕๐,๐๐๐ ่ ่ ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ฟอง ทังนี ้ขึ ้นอยูกบขนาดของแม่ปลาที่วางไข่ ปลาน ้าจืดในบ้ านเราหลายชนิด ้ ่ ั ซึงปลาตัวพ่อหรื อตัวแม่ระวังและดูแลรักษาไข่ในระยะฟั กตัว ออกไข่น้อยกว่าปลาทะเล ่ ดังกล่าวข้ างต้ นมาก ปลากัดอาจวางไข่เพียง ๒๐๐-๓๐๐ ฟองในหนึงปี จึงอาจสรุปได้ วา ่ ่ ปลาที่ออกไข่มากที่สดส่วนใหญ่ ได้ แก่ ปลาทะเล ซึงพ่อแม่ปลามักไม่ดแลรักษาไข่ แต่จะ ุ ่ ู ปล่อยให้ ลองลอยไปตามกระแสน ้า พวกต่อมาเป็ นปลาที่วางไข่ให้ เกาะติดตามสาหร่าย ่ หรื อพืชน ้า ส่วนปลาที่ระวังรักษาหรื อซ่อนไข่มีความดกของไข่น้อยที่สดุ
  • 7.
    ความดกของไข่ขึ ้นอยูกบอายุความสมบูรณ์และขนาดของปลา แต่เมื่อปลามีอายุมากขึ้น ่ ั ความดกอาจลดลง หรื อถ้ าเข้ าในวัยแก่มาก ไข่จะไม่ฟักเป็ นตัว สาเหตุที่สาคัญในการควบ คุม การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ ได้ แก่ อาหาร ดังนันความดกของไข่ และปริมาณไข่ที่ปลาวาง ้ แต่ละปี มักจะมีจานวนไม่สม่าเสมอ คือจะเปลี่ยนไปทุกปี
  • 8.
    ในฤดูสืบพันธุ์ของปลาแต่ละชนิด สาเหตุที่กระตุ้นให้ ปลาเริ่มทาการสืบพันธุ์ได้ แก่ สภาพแวดล้ อมที่เหมาะสมกับการดารงชีวิตของลูกปลาที่จะฟั กเป็ นตัวออกมา ใน การศึกษาเกี่ยวกับประ ชากรของปลาทูในอ่าวไทย พบว่า ลูกปลาวัยอ่อน อาจมี ความสัมพันธ์กบปริมาณของแพลงก์ตอน ที่มีมากที่สดในรอบปี เช่น ในบริเวณ ั ุ อ่าวไทยตอนใน ในระหว่างเดือนมีนาคม-กันยายน ทุกปี สาหรับปลาบางชนิด การวางไข่จะอยูในระยะเวลาที่การเจริญเติบโตของศัตรู ซึงเป็ นตัวทาลายไข่ ่ ่ หรื อลูกปลา อยูในระดับต่า ปลาทะเลส่วนใหญ่จะวางไข่ในเวลากลางคืนหรื อเช้ ามืด ่ สาหรับปลาทูในอ่าวไทย เราพบว่า ไข่สกไหลในฤดูสืบพันธุ์ มีปริมาณสูงในเวลาพลบค่า ุ หรื อกลางคืน ซึงอาจจะเป็ นสาเหตุอนหนึงที่ช่วยให้ ไข่ที่สามารถฟั กตัวได้ ในระยะเวลาอันสัน ่ ั ่ ้ รอดพ้ นอันตรายจากการกระทาของศัตรู เพราะในเวลากลางคืน โอกาสที่ศตรู ั จะมองเห็นไข่ ซึงโปร่งใส และมีขนาดเล็ก เช่น ไข่ปลาทูมีน้อยมาก ่
  • 9.
    ปลาในเขตร้ อนแถบบ้ านเราเช่น ปลาทู จะออกไข่ เป็ นระยะเวลายาวนานถึง ๖ เดือน โดยค่อยๆ วางไข่เป็ น รุ่นๆ (fractional spawning) ทังนี ้ นักวิทยาศาสตร์ ้ ได้ ลงความเห็นว่า การทาเช่นนี ้ ก็เนื่องจากว่า ธรรมชาติต้องการ ให้ ลกปลา ที่ออกมา มีอาหารพอเพียง เพราะในเขตร้ อนการ ู เปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้ อมมีไม่มากนัก การงอกงามของอาหาร ปลาในธรรมชาติจงเป็ นไปตาม ปกติ ส่วนในเขตอบอุนหรื อเขตหนาว ึ ่ ซึงการเจริญงอกงามของอาหารปลาในธรรมชาติมีได้ เพียง ระยะเดียวในรอบปี ่ คือ ในระยะระหว่างฤดูใบไม้ ผลิ-ฤดูร้อน ปลาในเขตดังกล่าวส่วนใหญ่จงมีฤดู ึ วางไข่สนเพียง ๑-๒ เดือนเท่านัน และส่วนใหญ่วางไข่ทีเดียวหมดในฤดูวางไข่ มิได้ วางเป็ น ั้ ้ รุ่นๆ เหมือนปลาทะเลในเขตร้ อน
  • 10.
    การวางไข่ของปลา ขึ ้นอยูกบการกระตุ้นทางธรรมชาติที่ปลาอาจมองเห็นได้ รับกลิน หรื อ ่ ั ่ ได้ รับสัมผัส ปลาที่วางไข่ติดตามพืชน ้า เช่น ปลาจีน เมื่อได้ ร้ ูความเจริญงอกงามของพืชน ้าเ รี ยบร้ อยแล้ ว ความรู้สกเช่นนี ้ ก็อาจจะกระตุ้นให้ ปลาวางไข่ได้ ส่วนปลาบางชนิดจะวางไข่ใน ึ ระหว่างที่น ้า เอ่อขึ ้นเท่านัน้
  • 11.
    เราอาจจะแบ่งปลาซึงมีพฤติกรรมในการวางไข่ตางๆ กันออกเป็ นประเภทใหญ่ๆดังนี ้ ่ ่ ก) พวกที่ปลาตัวแม่วางไข่ในน ้า แล้ วปลาตัวพ่อฉีดน ้าเชื ้อออกมา และไข่ได้ รับการผสม จากน ้าเชื ้อทันที หลังจากนันแล้ ว ปลาพ่อแม่ไม่ดแลรักษาไข่เลย ปลาจาพวกนี ้ ได้ แก่ ้ ู ปลาทะเล ส่วนใหญ่ เช่น ปลาทู ปลาโอ ปลาอินทรี ฯลฯ เป็ นต้ น ไข่ที่แม่ปลาเหล่านี ้วาง มักมีขนาดเล็ก มีเป็ นจานวนมากและเป็ นไขประเภทลอยน ้าโดยมีลกษณะโปร่งใส ั
  • 12.
    ข) ปลาที่วางไข่ติดบนสาหร่ายหรื อพืชน้า ได้ แก่ ปลาน ้าจืดเป็ นส่วนใหญ่ เช่น ปลาไน ปลาจีน ฯลฯ ค) ปลาจาพวกที่พอหรื อแม่ปลาทารังเพื่อวางไข่ แต่ไม่อาจดูแลระวังและรักษาไข่ตอไปได้ เช่น ่ ่ ปลาแซลมอน หรื ออาจจะดูแลรักษาจนกระทังไข่ฟักออกมาเป็ นตัว เช่น ปลากัด ปลา สลิด ่ ปลากระดี่ โดยตัวผู้ก่อหวอดแล้ วอมไข่ไปพ่นเก็บไว้ ที่หวอด และดูแลรักษาจนไข่ฟักออก มาเป็ นตัว ง) พวกที่เก็บรักษาไข่ไว้ ในปากหรื อตามร่างกาย เช่น ปลาอมไข่ (Apogonidae) ปลากดทะเล (Tachysuridae) ตัวผู้ รวมทังปลาหมอเทศ หรื อปลานิล (Tilapia spp. ้ ) ตัวเมีย ปลาม้ าน ้าตัวผู้ มีถงเก็บไข่ไว้ ที่หน้ าท้ อง ุ จ) ปลาที่ออกลูกเป็ นตัว เช่น ปลากินยุง และปลาเข็ม เป็ นต้ น
  • 13.
    การเจริญเติบโตของไข่ขึ ้นอยูกบสภาวะแวดล้ อมเช่น ก๊ าซละลายในน ้า ศัตรูหรื ออุณหภูมิ ่ ั แต่สาเหตุที่สาคัญ ได้ แก่ อุณหภูมิ จากผลของการศึกษาของหน่วยงานอนุรักษ์ ปลาผิวน ้า สถานวิจย ประมงทะเล กรมประมง ปรากฏว่า ในการทดลองผสมเทียมของปลาทู ั ไข่ปลาทูที่ได้ รับการ ผสมกับน ้าเชื ้อของปลาตัวผู้แล้ ว จะฟั กออกมาเป็ นตัวเร็วขึ ้นโดยใช้ เวลา ๒๓ ชัวโมง ที่อณหภูมิ ของน ้าประมาณ ๒๗.๒ องศาเซลเซียส และจะต้ องใช้ เวลานาน ่ ุ ประมาณ ๒๗ ชัวโมง หากอุณหภูมิ ลดลงมาเป็ น ๒๔.๔ องศาเซลเซียส ่
  • 14.
    หลังจากที่ไข่ได้ ฟักออกมาเป็ นตัวแล้ว ตัวอ่อนของปลายังไม่หาอาหารทันที แต่จะใช้ อาหารเ ดิมซึงสะสมไว้ ในไข่แดงที่ติดกับตัวมันจนหมดก่อน แล้ วจึงเริ่มหาอาหารตามธรรมชาติ ต่อไป ่ ในระยะที่ลกปลาเปลี่ยนวิธีการหาและกินอาหาร อัตราการตายของลูกปลาในระยะนี ้จะสูง ู มาก หากมิได้ รับอาหารที่เหมาะสม เช่น ในบางปี ลูกปลาถูกกระแสน ้าพัดออกไปนอกฝั่ ง สูบริเวณ ที่มีอาหารน้ อย ดังนัน ลูกปลาในปี นันจะเหลือน้ อยมากและอาจทาให้ ประชากร ่ ้ ้ ของปลาในปี ต่อไป ที่อยูในข่ายของการประมงลดลง ่
  • 16.
    ก. ภาพถ่ายของไข่ปลาทูที่เริ่มมีการแบ่งเซลล์ภายหลังที่ได้ รับการผสมของน ้าเชื ้อจากตัวผู้ ข. ข. ภายหลังจากการผสมกับน ้าเชื ้อ ๒ ชัวโมง ไข่มี ๖๔ เซลล์ ่ ค. ภายหลังจากการผสมกับน ้าเชื ้อ ๑๓ ชัวโมง ปรากฏว่าตัวอ่อน เริ่มมีการเจริญเติบโตของเบ้ าน ่ ง. ภายหลังจากการผสมกับน ้าเชื ้อ ๒๑ ชัวโมง ส่วนหางตัวอ่อนหลุดเป็ นอิสระ จากไข่แดง ่ จ. ตัวอ่อนที่เพิ่งฟั กออกมาจากไข่ใหม่ๆ ๒๕ ชัวโมง หลังจากที่ไข่ ได้ รับการผสมจากน ้าเชื ้อ ่ ได้ มีนกวิทยาศาสตร์ ชาวอเมริกนทาการศึกษาอัตราการตายของปลาในสกุลใกล้ เคียงกับ ั ั ก. ปลา- ทู (Scomber spp.) ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปรากฏว่าในระยะเป็ นไข่และ ข. ลูกปลาวัยอ่อน อัตรา การตายตามธรรมชาติจะสูงถึง ๙๙.๙๙ เปอร์ เซ็นต์ ซึงหมายความ่ ค. ว่าหลังจากระยะนี ้ผ่านพ้ นไปแล้ ว จะเหลือลูกปลาเจริญเติบโตต่อไปเพียง ๒-๓ ตัวเท่านัน ้ ง. จากไข่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ฟอง ที่แม่ปลาชนิดนี ้วางไข่ในฤดูหนึง ่ จ. ไข่ปลาทะเล ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก โปร่งใสและลอยน ้า (pelagic eggs) ฉ. การที่ไข่ลอยน ้าได้ อาจเนื่องจากมีจดน ้ามัน หรื อไข่มีเปลือกบาง และมีช่อง ระหว่าง ุ ช. ตัวอ่อนและเปลือกไข่ (perivitelline space) กว้ างหรื อมีเมือก ซึงทาให้ ความ ่ ซ. ถ่วงจาเพาะใกล้ เคียงกับน ้าที่ไข่ลอยอยู่ ในภาพเป็ นภาพถ่าย ขยายของไข่ปลาทู ฌ. ซึงมีขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๘๖๐ ไมครอน (๐.๘๖ มิลลิเมตรนี ้ทดลอง ่
  • 17.