แบบสอบถาม
เปิดวิธีการที่ใช้วัดพฤติกรรม
ภายในของผู้เรียนเกี่ยวกับความ
รู้สึกความคิดเห็นเจตคติความสนใจ
รูปแบบของแบบสอบถามแบ่งได้สองแบบ
1. แบบคําถามปลายเปิดเป็นคําถามที่ผู้ตอบต้องเตรียม
เขียนคําตอบเอง
2. แบบคําถามปลายปิดเป็นแบบคําถามที่กําหนดตัว
เลือกไว้ให้ตอบด้วยซึ่งตัวเลือกของแต่ละข้อต้องกําหนด
ไว้หลายหลายอย่าง
แบบสอบถามรูปแบบอื่นๆ
1. แบบสํารวจรายการหรือแบบตรวจสอบ
2. แบบจัดอันดับคุณภาพ > แบบมาตรฐาน
ส่วนประมาณค่าของลิคอร์ท
, แบบมาตรฐานส่วนประมาณค่าของออ
สกูด
ข้อขวัญคํานึงถึงในการสร้างแบบสอบถามแบบ
ปลายปิดในการสร้างแบบสอบถามที่ใช้คําถาม
แบบปลายปิดอาจมีจุดอ่อนที่กําหนดตัวเลือกไว้ไม่
ครอบคลุมเพียงพอ
การสังเกต
เป็นวิธีการซึ่งใช้ประสาทสัมผัสของผู้สังเกตโดยเฉพาะตาแล้ว
หูเพื่อติดตามศึกษาพฤติกรรมที่บุคคลแสดงออกได้ทุกด้าน
1. ด้านพุทธิพิสัยหรือด้านปัญญา
2. ด้านจิตพิสัยหรือด้านความรู้สึก
3. ด้านทักษะพิสัยหรือด้านปฏิบัติ
รูปแบบของวิธีการสังเกต
1. จําแนกตามกระบวนการ > ทางตรงและทางอ้อม
2. จําแนกตามการมีส่วนร่วมของผู้สังเกต > มีและไม่มีส่วนร่วม
หลักการทั่วไปในการสังเกต
1. กําหนดสิ่งที่จะให้สังเกตให้ชัดเจนว่าจะสังเกตพฤติกรรมใด
2. เตรียมความพร้อมเพื่อการสังเกต
3. สังเกตด้วยใจจดใจจ่อและระมัดระวังไม่ให้เกิดความลําเอียงในการสังเกต
4. ควรใช้เวลาสังเกตพฤติกรรมแต่ละอย่างนานพอสมควร
5. ควรมีการบันทึกข้อมูลที่สังเกตได้อย่างเป็นระบบ
การสัมภาษณ์
รูปแบบของวิธีการสัมภาษณ์
1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างเป็นการสัมภาษณ์ที่ต้องเตรียมรายการคําถามไว้เป็นแนวทางโดย
สร้างเป็นแบบฟอร์มคล้ายๆกับแบบสอบถามมีส่วนของคําถามและช่องว่างสําหรับบันทึกคําตอบ
2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างเป็นการสัมภาษณ์ถึงจะต้องมีแบบฟอร์มบังคับหรือไม่ต้อง
เตรียมการข้อคําถามเอาไว้
หลักทั่วไปในการสัมภาษณ์
1. ต้องกําหนดจุดมุ่งหมายของการสัมภาษณ์ให้แน่นอน
2. เตรียมแนวคําถามหรือบันทึกคําให้สัมภาษณ์
3. ผู้สัมภาษณ์ต้องสร้างสัมพันธภาบอันดีกับผู้ให้สัมภาษณ์
4. ผู้สัมภาษณ์ต้องถามให้ตรงประเด็นหรือตรงจุดมุ่งหมาย
5. ผู้สัมภาษณ์ต้องมีทักษะหรือเทคนิคในการพูดคุยซักถาม
6. ผู้สัมภาษณ์ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี
7. ผู้สัมภาษณ์ควรมีวิธีจดบันทึกย่ออย่างรวดเร็ว
ข้อขวัญคํานึงในการใช้วิธีสัมภาษณ์
การสัมภาษณ์หรือการซักถามเป็นวิธีการวัดผลอย่างหนึ่งที่หู
ต้องนํามาใช้สมํ่าเสมอเพื่อวัดพฤติกรรมหรือติดตามศึกษา
พฤติกรรมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านพุทธิพิสัยจิตพิสัยหรือ
ทักษะพิสัย
การให้ปฏิบัติจริง
หมายถึงรูปแบบวิธีการที่กําหนดขึ้น
เพื่อวัดความสามารถในการปฏิบัติงาน
หรือปฏิบัติกิจกรรมใดใดที่จัดเป็น
พฤติกรรมด้านทักษะพิสัยเช่นเริ่ม
ตั้งแต่ความสามารถในการเตรียมงาน
วัดการลงมือปฏิบัติในแต่ละขั้นตอน
รูปแบบของวิธีการวัดผลภาคปฏิบัติ
1. ให้แสดงออกถึงความสามารถทางอ้อมโดยให้ระบุ
จําแนกหรือจัดหาพวกวัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้
2. ทางปฏิบัติในสถานการณ์จําลองเช่นวัดความสามารถ
ในการตอนกิ่ง
3. ให้การปฎิบัติในตัวอย่างสถานการณ์จริงในรูปแบบนี้
คือการให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติสถานการณ์ที่เป็นจริงหรือ
ปฏิบัติจริงในชีวิตประจําวัน
ข้อขวัญคํานึงในการ ใช้วิธีการซื้อบัตรจริงเป็น
รูปแบบของวิธีการวัดผลที่ใช้เป็นแบบทดสอบ
ประเภทหนึ่งได้เลือกวางแบบทดสอบภาคปฏิบัติ
จริงจึงมีบทบาทสําคัญที่ต้องใช้ในการวัดผล
แนวปฏิบัติในการสร้างเครื่องมือวัดผลการปฎิบัติงาน
1. วิเคราะห์จุดประสงค์ของการเรียนรู้
2. กําหนดรูปแบบของวิธีการวัดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ต้องการวัด
3. สร้างเครื่องมือบันทึกผลการวัดตามรายการต่างๆที่วิเคราะห์ไว้
4. กําหนดเกณฑ์หรือมาตรฐานขั้นตํ่าที่จะสรุปผลการปฎิบัติ
คุณลักษณะของ
เครื่องมือวัด
ผลการเรียนรู้
เครื่องมือแต่ละชนิดที่ใช้ในการวัดผลการศึกษา
มักมีข้อจํากัดบางประการเป็นลักษณะประจํา
เสมอดังนั้นต้องมีการควบคุมลักษณะสําคัญหลาย
ประการเพื่อให้ได้เครื่องมือที่ดีที่สุดมีจุดอ่อนน้อย
ที่สุด
มีความเที่ยงตรง
มีความเชื่อมั่นหรือความเที่ยง
มีความปรนัยเป็นคุณลักษณะ
ที่ทําให้เครื่องมือความชัดเจน
มีประสิทธิภาพ
มีความยาก
มีอํานาจจําแนก
มีความยุติธรรม

Mind Map 3.pdf