คอมพิวเตอร์คืออะไร   ?
สิ่งเหล่านี้ด้วยหรือไม่  ?
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถรับข้อมูล และคำสั่ง แล้วนำไปประมวลผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
เหตุผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน   สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว  สามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากๆ  สามารถส่งข้อมูลจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล  สามารถจัดทำเอกสารต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยระบบประมวลผลคำ
เหตุผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน  ( ต่อ ) การนำมาใช้งานทั้งด้านการศึกษา การวิจัย  การใช้งานธุรกิจ งานการเงิน ธนาคาร และงานของภาครัฐ การควบคุมระบบอัตโนมัติต่างๆ เช่น ระบบจราจร ,  ระบบเปิด / ปิดน้ำของเขื่อน  การใช้เพื่องานวิเคราะห์ต่างๆ เช่น การวิเคราะห์สภาวะดินฟ้าอากาศ สภาพของดิน น้ำ เพื่อการเกษตร
เหตุผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน  ( ต่อ ) การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อจำลองรูปแบบ เช่น จำลองโมเลกุล จำลองรูปแบบการฝึกขับเครื่องบิน  การใช้คอมพิวเตอร์นันทนาการ เช่นการเล่นเกม การดูหนัง ฟังเพลง  การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอี่นๆ เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล เกิดเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่  1  ( พ . ศ .  2497-2501)    คอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้หลอดสุญญากาศ  ( Vacuum tube)  เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยังมีขนาดใหญ่มาก ใช้กระแสไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้เครื่องมีความร้อนสูงจึงมักเกิดข้อผิดพลาดง่าย คอมพิวเตอร์ในยุคนี้ได้แก่   UNIVAC I, IBM 600  เครื่องคอมพิวเตอร์   Mark1 เครื่องคอมพิวเตอร์   ENIAC
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่  2  ( พ . ศ .  2502-2507)  คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้ทรานซิสเตอร์  ( Transistor)  เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และใช้วงแหวนแม่เหล็กเป็นหน่วยความจำ คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กกว่ายุคแรก ต้นทุนต่ำกว่า ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่า และมีความแม่นยำ
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่  3  ( พ . ศ .  2508-2513)         คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้วงจรไอซี   (Integrated Circuit)  เป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถบรรจุวงจรทางตรรกะไว้แล้วพิมพ์บนแผ่นซิลิกอน  ( Silicon)  เรียกว่า  " ชิป "
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่  4  ( พ . ศ .  2514-2523)     คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้วงจร   LSI (Large-Scale Integrated Circuit)  เป็นการรวมวงจรไอซีจำนวนมากลงในแผ่นซิลิกอนชิป   1  แผ่น สามารถบรรจุได้มากกว่า  1  ล้านวงจร ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้เกิดแนวคิดในการบรรจุวงจรที่สำคัญสำหรับการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์นั่นคือ  CPU  ลงชิปตัวเดียว เรียกว่า  " ไมโครโปรเชสเซอร์ "
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่  5  ( พ . ศ .  2524- ปัจจุบัน )   คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้วงจร   VLSI (Very Large-Scale Integrated Circuit)  เป็นการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ Supercomputers  Mainframe Computers  Minicomputers  Microcomputers  การจัดแบ่งประเภทของ เครื่องคอมพิวเตอร์ จะอาศัยความเร็วของการประมวลผล และขนาดความจำ ของหน่วยบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถแบ่งได้ เป็น  4   ประเภท ได้แก่
Super Computer   เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเร็วในการประมวลผลที่สูงประมาณ  100   คำสั่งต่อวินาที และมีขนาดความจำปริมาณมาก ต้องการห้องที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ และมักจะใช้งานในวิจัยต่าง ๆ เช่น การวิจัยเกี่ยวกับ ดินฟ้าอากาศ ( อุตุนิยมวิทยา )  การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม การวิเคราะห์ด้านโมเลกุลของสารต่าง ๆ
Mainframe Computer   เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองมาจาก  Super Computer  มีความต้องการการบำรุงรักษาคล้าย ๆ กับ  Super Computer   แต่มักจะพบในองค์กรขนาดใหญ่  เช่น ธนาคาร ธุรกิจการบิน บริษัท และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพราะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับเครื่องปลายทางได้จำนวนมาก ทำให้สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ได้พร้อมกันหลาย ๆ คน
Mini Computer      เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ที่มักจะพบในหน่วยงานบริษัทที่ใช้งานเฉพาะด้าน เช่น ประมวลผลงานบัญชี โดยสามารถนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องปลายทางได้หลายเครื่อง โดยมีลักษณะการทำงานแบบ การประมวลผลกระทำอยู่ที่ส่วนกลาง แล้วนำไปประมวลผลที่เครื่องปลายทาง โดยที่เครื่องปลายทางไม่ต้องประมวลผลเอง  ( Centralized )
Micro Computer     คอมพิวเตอร์ใช้งานที่พบได้อย่างแพร่หลาย โดยอาจจะพบได้ทั้งในรูปของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบตั้งโต๊ะ  ( Personal Computer )  หรือแบบพกพา  ( Portable Computer )  ลักษณะต่าง ๆ

ประวัติคอมพิวเตอร์

  • 1.
  • 2.
  • 3.
  • 4.
    คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับข้อมูล และคำสั่ง แล้วนำไปประมวลผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • 5.
    เหตุผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว สามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากๆ สามารถส่งข้อมูลจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล สามารถจัดทำเอกสารต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยระบบประมวลผลคำ
  • 6.
    เหตุผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน (ต่อ ) การนำมาใช้งานทั้งด้านการศึกษา การวิจัย การใช้งานธุรกิจ งานการเงิน ธนาคาร และงานของภาครัฐ การควบคุมระบบอัตโนมัติต่างๆ เช่น ระบบจราจร , ระบบเปิด / ปิดน้ำของเขื่อน การใช้เพื่องานวิเคราะห์ต่างๆ เช่น การวิเคราะห์สภาวะดินฟ้าอากาศ สภาพของดิน น้ำ เพื่อการเกษตร
  • 7.
    เหตุผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน (ต่อ ) การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อจำลองรูปแบบ เช่น จำลองโมเลกุล จำลองรูปแบบการฝึกขับเครื่องบิน การใช้คอมพิวเตอร์นันทนาการ เช่นการเล่นเกม การดูหนัง ฟังเพลง การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอี่นๆ เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล เกิดเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • 8.
    ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 ( พ . ศ . 2497-2501)    คอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้หลอดสุญญากาศ ( Vacuum tube) เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยังมีขนาดใหญ่มาก ใช้กระแสไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้เครื่องมีความร้อนสูงจึงมักเกิดข้อผิดพลาดง่าย คอมพิวเตอร์ในยุคนี้ได้แก่ UNIVAC I, IBM 600 เครื่องคอมพิวเตอร์ Mark1 เครื่องคอมพิวเตอร์ ENIAC
  • 9.
    ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2 ( พ . ศ . 2502-2507) คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้ทรานซิสเตอร์ ( Transistor) เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และใช้วงแหวนแม่เหล็กเป็นหน่วยความจำ คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กกว่ายุคแรก ต้นทุนต่ำกว่า ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่า และมีความแม่นยำ
  • 10.
    ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 ( พ . ศ . 2508-2513)         คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้วงจรไอซี (Integrated Circuit) เป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถบรรจุวงจรทางตรรกะไว้แล้วพิมพ์บนแผ่นซิลิกอน ( Silicon) เรียกว่า " ชิป "
  • 11.
    ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 ( พ . ศ . 2514-2523)     คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้วงจร LSI (Large-Scale Integrated Circuit) เป็นการรวมวงจรไอซีจำนวนมากลงในแผ่นซิลิกอนชิป 1 แผ่น สามารถบรรจุได้มากกว่า 1 ล้านวงจร ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้เกิดแนวคิดในการบรรจุวงจรที่สำคัญสำหรับการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์นั่นคือ CPU ลงชิปตัวเดียว เรียกว่า " ไมโครโปรเชสเซอร์ "
  • 12.
    ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5 ( พ . ศ . 2524- ปัจจุบัน )   คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้วงจร VLSI (Very Large-Scale Integrated Circuit) เป็นการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 13.
    ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ Supercomputers Mainframe Computers Minicomputers Microcomputers การจัดแบ่งประเภทของ เครื่องคอมพิวเตอร์ จะอาศัยความเร็วของการประมวลผล และขนาดความจำ ของหน่วยบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถแบ่งได้ เป็น 4 ประเภท ได้แก่
  • 14.
    Super Computer เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเร็วในการประมวลผลที่สูงประมาณ 100 คำสั่งต่อวินาที และมีขนาดความจำปริมาณมาก ต้องการห้องที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ และมักจะใช้งานในวิจัยต่าง ๆ เช่น การวิจัยเกี่ยวกับ ดินฟ้าอากาศ ( อุตุนิยมวิทยา ) การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม การวิเคราะห์ด้านโมเลกุลของสารต่าง ๆ
  • 15.
    Mainframe Computer เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองมาจาก Super Computer มีความต้องการการบำรุงรักษาคล้าย ๆ กับ Super Computer   แต่มักจะพบในองค์กรขนาดใหญ่  เช่น ธนาคาร ธุรกิจการบิน บริษัท และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพราะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับเครื่องปลายทางได้จำนวนมาก ทำให้สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ได้พร้อมกันหลาย ๆ คน
  • 16.
    Mini Computer     เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ที่มักจะพบในหน่วยงานบริษัทที่ใช้งานเฉพาะด้าน เช่น ประมวลผลงานบัญชี โดยสามารถนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องปลายทางได้หลายเครื่อง โดยมีลักษณะการทำงานแบบ การประมวลผลกระทำอยู่ที่ส่วนกลาง แล้วนำไปประมวลผลที่เครื่องปลายทาง โดยที่เครื่องปลายทางไม่ต้องประมวลผลเอง ( Centralized )
  • 17.
    Micro Computer    คอมพิวเตอร์ใช้งานที่พบได้อย่างแพร่หลาย โดยอาจจะพบได้ทั้งในรูปของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบตั้งโต๊ะ ( Personal Computer ) หรือแบบพกพา ( Portable Computer ) ลักษณะต่าง ๆ