More Related Content
PDF
PDF
Waste reduction and productivity improvement PDF
Lean management (หลักการบริหารจัดการแบบลีน) PDF
PPTX
บทที่ 6 การออกแบบกระบวนการใหม่ PPT
PPTX
บทที่ 8 วิเิคราะห์กระบวนการ PDF
คู่มือไคเซ็น บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย What's hot
PDF
PPTX
PDF
บทที่ 9 การวางผังสถานประกอบการ PDF
Tpm .ppt [compatibility mode] PPT
PDF
Business Process Improvement by Kaizen PPTX
PPTX
บทที่ 5 ภาพรวมของการศึกษางาน PDF
Improvement internal process PPT
PPTX
PPTX
PDF
บทที่ 5 การออกแบบผลิตภัณฑ์ PDF
บทที่ 1 การจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ PPTX
เพลงคลาสสิค (Classical music) PPT
PPTX
บทที่ 11 การศึกษาการเคลื่อนไหวแบบไมโคร PDF
การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา ( Root Cause Analysis) PDF
บทที่ 12 การจัดการสินค้าคงคลัง PPTX
บทที่ 4 กระบวนการแก้ปัญหาโดยทั่วไป Similar to Eye for waste
PDF
PDF
การปฏิบัติการที่เป็นเลิศ Operations from role models PDF
ไคเซ็น Shigeo Shingo - Kaizen and the Art of Creative Thinking PPT
WastesWastesWastesWastes Wastes Wastes.ppt PPT
อบรม Kaizen บริษัท สยามราชธานี จำักัด PPT
PPTX
การบำรุงรักษาแบบมีส่วนร่วม : TPM PPT
การวางแผนและการควบคุมการผลิต PPT
PDF
PDF
บทที่ 10 ทรัพยากรมนุษย์และการออกแบบงาน PPT
PDF
PDF
แนวคิด Lean ในสำนักงาน Lean thinking in office PDF
Lean covid 19 pr os-cons for SPU PDF
Lean 2 เรียนรู้จาก โตโยต้า PPT
Agile66 Virtual Bar Camp: Lean PDF
Presentation 2012-11-13 การพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ด้วยตัวชี้วัด PPTX
PDF
More from Jirasap Kijakarnsangworn
PDF
Kirkpatrick Model & Follow Up & Evaluation of Training PDF
PDF
9 future of work trends post covid-19 PPTX
ความรู้เบื้องต้นระบบคุณภาพ PPT
PDF
วิธีทำงานให้สนุกและสร้างสุขในชีวิต PDF
พัฒนาองค์กรยุค 3.0 คืออะไรกัน PDF
การวางแผนกำลังคน Manpower planning PDF
หัวหน้างาน ตัวสร้าง หรือ ตัวทำลาย ความภักดีองค์กร PDF
Key performance indicator & job description PDF
PDF
Eye for waste
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
- 5.
- 6.
- 7.
การค้นหาความสูญเสียด้วย 3 MU
Muda( 7 Wastes) ผลิตมาก,เก็บมาก,ขนส่งมาก,ของเสียมาก,
ขั้นตอนมาก,รอคอยมาก,เคลื่อนไหวมาก
ขั้นตอนมาก ของเสียมาก ผลิตมาก เก็บมาก ขนส่งมาก
ต้นตอนมาจาก ขั้นตอนมาก/ไม่ดีพอ
Mura ( Unevenness) ความไม่สม่าเสมอจากแผนผลิตและปัจจัยต่างๆ
ตั้งแต่วัตถุดิบ,พนักงาน,เครื่องจักร,วิธีการทางาน,การตรวจสอบและการบริหารงาน
Muri ( Overburden) การทางานเกินความสามารถของคน/เครื่องมือ
Copyright @ The Best Knowledge
- 8.
4 M Muda(สูญเสีย) Mura (ไม่สม่าเสมอ) Muri (ไม่ถูกต้อง)
Man (พนักงาน)
- เวลาเผื่อมากเกินไป / รอคอย -พนักงานมีไม่เพียงพอ /ไม่มีพนักงานสารอง - พนักงานไม่ทาตามมาตรฐาน
- เคลื่อนไหวที่ไม่จาเป็น - ทักษะของพนักงานไม่เพียงพอ - ท่าทางการทางานไม่ถูกต้อง / เมื่อยล้า
- ทางานซ้า/ทีไม่จาเป็น -มอบหมายงานไม่เหมาะสม -ไม่ได้จัดทาคู่มือการทางาน
- ใช้คนไม่เหมาะสมกับงาน - ไม่มีระบบสอนงานสาหรับงานที่มอบหมาย
- จานวนพนักงานมากเกินไป
Machine (เครื่องจักร)
- กาลังการผลิตเหลือ / ใช้ไม่เต็มที่ - กาลังการผลิตไม่สมดุลในแต่ละขั้นตอน - กาลังการผลิตไม่เพียงพอ
- ปรับเปลี่ยนงานบ่อยๆ - จัดผังโรงงานไม่เหมาะสม - เครื่องจักรอยู่ในสภาพไม่พร้อม /เสียบ่อย
- เตรียมงานใช้เวลานาน / หยุดรอบ่อยๆ - เครื่องจักรใช้งาน /ความเร็วไม่สม่าเสมอ - เครื่องจักรถูกใช้ผิดประเภท / เกินกาลัง
- เครื่องจักรผลิตของเสีย - มีงานที่ก่อให้เกิดอันตราย
- ทางานหนักโดยใช้แรงงานคน
Material (วัตถุดิบ/สินค้า)
- วัตถุดิบในคลังมาก - คุณภาพของวัตถุดิบไม่สม่าเสมอ - คุณภาพของวัตถุดิบไม่ได้มาตรฐาน
- วัตถุดิบที่สูญเสียจากการผลิต - คุณสมบัติของวัตถุดิบไม่สม่าเสมอ - ใช้วัตถุดิบผิดประเภท
- งานซ่อมจานวนมาก
- สูญเสียพลังงานโดยไม่จาเป็น
Method (วิธีการทางาน)
- เคลื่อนย้ายที่ไม่จาเป็น - วางแผนที่ไม่สม่าเสมอ - วิธีการทางานไม่มีมาตรฐาน/ไม่เหมือนกัน
-ตรวจสอบเกินความจาเป็น/ ตรวจสอบยาก - สั่งงานด้วยวาจาไม่ชัดเจน - วิธีการทางานไม่ถูกต้อง / มีข้อผิดพลาด
- การค้นหาใช้เวลานาน - วิธีการทางานไม่ชัดเจน /ทางานยาก/ใช้งานยาก - วิธีการทางานไม่กาหนดเวลา
- ขาดการควบคุมด้วยการมองเห็น /มองไม่เห็น -ผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ และปริมาณไม่สม่าเสมอ - สภาพแวดล้อมการทางานไม่ดี /ไม่ปลอดภัย
- ทางานไม่สอดคล้องกัน - สกปรก /ทาความสะอาดยาก /เปียก
- เสียงดัง /ร้อน/เย็น
Copyright @ The Best Knowledge
- 9.
- 10.
ความสูญเสีย (Wastes) คือสิ่งที่สูญเสียไปในกระบวนการผลิตโดย
ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ แต่กลับทาให้ประสิทธิภาพการทางานลดลง
ความสูญเสียสังเกตได้จากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพ แต่ต้นทุน การ
ผลิตสูง ใช้เวลาผลิตนาน มีของเสียมาก วัสดุอุปกรณ์สูญหายบ่อย หรือ ใช้พนักงาน
มากเกินความจาเป็น
ข้อเสียจากความสูญเสีย ที่สาคัญ คือ เวลาผลิตนาน สินค้า มีคุณภาพต่า และ
ต้นทุนสูง
Copyright @ The Best Knowledge
- 11.
- 12.
1. การผลิตมากเกินไป (Overproduction)หมายถึง การผลิตสินค้าเกินความต้องการ
ในการใช้งาน หรือผลิตไว้ล่วงหน้านานเกินไป หรือผลิตก่อนที่จะมีคาสั่งซื้อจากลูกค้า
ปัญหาจากการผลิตมากเกินไป
- เสียเวลา ทรัพยากร และแรงงานโดยไม่จาเป็น และเกินความจาเป็น
- เกิดการสะสมของพัสดุคงคลังเพิ่มขึ้น
- เสียพื้นที่ในการจัดเก็บงานระหว่างรอทา (Work In Process – WIP)
- เสียพื้นที่ในการเก็บสินค้าในคลังสินค้า
- การขนย้ายวัตถุดิบต่าง ๆ มีมากเกินความจาเป็น
- เกิดต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost) และต้นทุมจม (Sunk Cost)
- เกิดค่าเสื่อมาราคาทางกายภาพ (Physical Depreciation)
Copyright @ The Best Knowledge
- 13.
การปรับปรุงจากการผลิตมากเกินไป
1. บารุงรักษาเครื่องจักรให้มีสภาพพร้อมผลิตตลอดเวลา
2. ลดเวลาการตั้งเครื่องจักร(Reduce Setup Time) โดยศึกษาเวลาในการตั้งเครื่องจักร จากนั้นทา
การปรับปรุง จัดเตรียมเครื่องมือ และอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเริ่มตั้งเครื่อง
- แยกขั้นตอนที่ทาได้ในขณะที่เครื่องจักรยังทางานอยู่ออกจากขั้นตอนที่ต้องทาเมื่อเครื่องจักรหยุด
เท่านั้น
- จัดลาดับขั้นตอนในการตั้งเครื่องจักรให้เหมาะสม
- กระจายงานอย่างเหมาะสมโดยไม่ให้เกิดการรองาน
- จัดหา/ทาอุปกรณ์เพื่อช่วยในการกาหนดตาแหน่งอย่างรวดเร็ว
3. ปรับปรุงขั้นตอนที่เป็นคอขวด (Bottle-Neck) ในกระบวนการ เพื่อลดรอบเวลาการผลิต
4. ผลิตในปริมาณและเวลาที่ต้องการเท่านั้น โดยปรับเวลาของกระบวนการให้สอดคล้องกับปริมาณ
การผลิต
5. ทาการผลิตเฉพาะที่จาเป็น
6. ฝึกให้พนักงานมีทักษะหลายอย่าง
Copyright @ The Best Knowledge
- 14.
2. สินค้าคงคลัง (Inventory)หมายถึง การเก็บสินค้า (Finish Goods) มากเกินไป การเก็บ
วัตถุดิบสาหรับการผลิตมากเกินไป อาจมาจากการสั่งซื้อคราวละมาก ๆ เพื่อได้ส่วนลด หรืองาน
ระหว่างรอทา (Work In Process – WIP) ที่มีมากเกินไป
ปัญหาจากการเก็บสินค้า/พัสดุ/วัสดุมากเกินไป
- เกิดต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์
- เพิ่มเนื้อที่ในการจัดเก็บพัสดุคงคลังมากขึ้น
- เสียดอกเบี้ยจากต้นทุนจม (Sunk Cost)
- งานเอกสารมากขึ้น และต้องใช้บุคลากรเพิ่มขึ้นในการจัดการต่าง ๆ
- เกิดค่าเสื่อมาราคาทางกายภาพ (Physical Depreciation)
Copyright @ The Best Knowledge
- 15.
- 16.
3. การขนย้าย (Transportation)หมายถึง การขนส่ง หรือการเคลื่อนที่ของคน วัสดุ
ชิ้นงาน ที่มากเกินไป โดยปกติแล้วการขนย้ายเป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Non –
Value Added Work)
ปัญหาที่เกิดจากการขนย้าย
- สูญเสียเวลาในการผลิต
- ต้นทุนในการขนย้ายเพิ่มขึ้นได้แก่ ค่าเชื้อเพลิง,แรงงาน,อุปกรณ์ขนย้าย เป็นต้น
- ขาดการทากิจกรรม 5ส และการปรับปรุงงานด้วยไคเซ็น
- บ่งบอกถึงการวางผังเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตไม่มีประสิทธิภาพ
Copyright @ The Best Knowledge
- 17.
การปรับปรุงจากการขนย้าย
1. ศึกษาการเคลื่อนไหว (MotionStudy) เพื่อปรับปรุงวิธีการทางานให้เกิดการเคลื่อนไหว
น้อยที่สุดและเหมาะสมที่สุดตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) เท่าที่จะทาได้
2. จัดสภาพการทางาน (Working Condition) ให้เหมาะสม
3. ปรับปรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทางานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน
4. ทาอุปกรณ์ช่วยในการจับยึดชิ้นงาน (Jig, Fixtures) เพื่อให้สามารถทางานได้อย่าง
สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
5. ปรับลาดับขั้นตอนการทางาน เพื่อเป็นมาตรฐาน
6. จัดวางผังกระบวนการให้เหมาะสม เพื่อลดการเดิน (Minimize Walking)
Copyright @ The Best Knowledge
- 18.
4. การเคลื่อนไหว (Motion)หมายถึง การปฏิบัติงานของพนักงานอยู่ในภาวะไม่สมดุลของ
ร่างกาย ไม่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ส่งผลให้ร่างกายเมื่อยล้า และความ
ล่าช้าในการปฏิบัติงาน
ปัญหาที่เกิดจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จาเป็น
- การจัดวางอุปกรณ์และการวางผังโรงงาน (Plant Layout) ที่ไม่เหมาะสม, ขาดการทา
กิจกรรม 5 ส และการควบคุมด้วยระบบประสาทสัมผัส (Visual Control) หรือ ขาด
มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Work Instruction) ที่ถูกต้อง
- เกิดปัญหาจากการเคลื่อนไหวที่ไม่เกิดมูลค่าเพิ่ม อันเกิดจากการเหตุข้างต้นและ ขาดการ
ทากิจกรรมปรับปรุงงานไคเซ็น
- เกิดปัญหาการเคลื่อนไหวไม่ถูกหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ทาให้เกิดความล้าและ
ความเครียด
Copyright @ The Best Knowledge
- 19.
การปรับปรุงจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จาเป็น
1. ศึกษาการเคลื่อนไหว (MotionStudy) เพื่อปรับปรุงวิธีการทางานให้เกิดการเคลื่อนไหว
น้อยที่สุดและเหมาะสมที่สุดตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) เท่าที่จะทาได้
2. จัดสภาพการทางาน (Working Condition) ให้เหมาะสม
3. ปรับปรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทางานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน
4. ทาอุปกรณ์ช่วยในการจับยึดชิ้นงาน (Jig, Fixtures) เพื่อให้สามารถทางานได้อย่าง
สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
5. ปรับลาดับขั้นตอนการทางาน เพื่อเป็นมาตรฐาน
6. จัดวางผังกระบวนการให้เหมาะสม เพื่อลดการเดิน (Minimize Walking)
Copyright @ The Best Knowledge
- 20.
5. กระบวนการทางานซ้าซ้อน (OverProcessing) หมายถึง กระบวนการทางานที่มี มากเกิน
ความจาเป็น ซึ่งส่วนเกินที่มากขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น
ปัญหาที่เกิดจากการทางานซ้าซ้อน
- มีการตรวจสอบมากเกินไป อาจเกิดจากการมีกระบวนการควบคุมคุณภาพแบบแยกย่อยในทุก
ขั้นตอนของการผลิต ซึ่งบางกระบวนการสามารถยุบรวมเป็นงานเดียวกันได้
- กระบวนการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอทาให้มีการทางานเพิ่มขึ้น
- การจัดลาดับการทางานไม่เหมาะสม ทาให้การทางานซ้าซ้อนเกิดขึ้นได้
- พื้นที่สาหรับการปฏิบัติงานอาจต้องใช้เพิ่มขึ้น
- เครื่องจักร แรงงาน ทรัพยากรต่าง ๆ ถูกใช้โดยเกินความจาเป็น
- กระบวนการทางานที่ซ้าซ้อนอาจส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของกระบวนการผลิต แบบคอขวด
(Bottleneck)
- มาตรฐานการปฏิบัติงานต้องได้รับการตรวจสอบและแก้ไขมาตรฐาน (Check & Act)
Copyright @ The Best Knowledge
- 21.
การปรับปรุงจากการทางานซ้าซ้อน
1. วิเคราะห์กระบวนการผลิตโดยใช้ OperationProcess Chart เพื่อทราบขั้นตอน
ทั้งหมดในการทางาน จากนั้นจึงเลือกขั้นตอนที่ไม่เหมาะสมเพื่อนามาปรับปรุง
2. ใช้หลักการ 5 W 1 H เพื่อวิเคราะห์ความจาเป็นของแต่ละกระบวนการผลิต
- What ทาอะไร ถามเพื่อหาจุดประสงค์ของการทางาน
- When ทาเมื่อไร ถามเพื่อหาลาดับขั้นตอนการทางานที่เหมาะสม
- Where ทาที่ไหน ถามเพื่อหาสถานที่ทางานที่เหมาะสม
- Who ใครเป็นผู้ทา ถามเพื่อหาวิธีการทางานทีเหมาะสม
- How ทาอย่างไร ถามเพื่อหาวิธีการทางานที่เหมาะสม
- Why ทาไม ถามเพื่อหาเหตุผลในการทางาน
3. หากระบวนการทดแทนที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ของงานอย่างเดียวกัน
4. ใช้หลัก ECRS เพื่อปรับปรุงการทางาน
5. หาแนวทางขจัดความสูญเปล่าด้วยการนาหลักการวิศวกรรมอุตสาหการ (IE
Techniques) เพื่อปรับลดกระบวนที่ไม่จาเป็นออก
Copyright @ The Best Knowledge
- 22.
6. การรอคอย (Waiting)หมายถึง คน เครื่องจักรต้องหยุดการทางาน อาจมีสาเหตุ มาจาก
การรอวัตถุดิบ การวางแผนการผลิตไม่สมดุล หรือเครื่องจักรขัดข้อง
ปัญหาที่เกิดจากการรอคอย
- เกิดต้นทุนที่สูญเปล่าของเครื่องจักร แรงงาน และค่าดาเนินการต่าง ๆ
- เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) และต้นทุมจม (Sunk Cost)
- การผลิตล่าช้าและปัญหาการส่งมอบไม่ตรงกาหนดเวลา
- งานที่เกี่ยวข้องในส่วนอื่น ๆ หยุดชะงักไปด้วย
- ขวัญและกาลังใจของพนักงานปฏิบัติการ
- ส่งผลต่อการปรับตั้งเครื่องจักรและประสิทธิภาพของเครื่องจักรอาจลดลง
Copyright @ The Best Knowledge
- 23.
การปรับปรุงจากการรอคอย
1. จัดวางแผนการผลิต วัตถุดิบและลาดับการผลิตให้ดี
2. บารุงรักษาเครื่องจักรให้มีสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา
3. จัดสรรงานให้มีความสมดุล
4. วางแผนขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และจัดสรรกาลังคนให้เหมาะสม
5. เตรียมเครื่องมือที่จะใช้ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้พร้อมก่อนหยุดเครื่อง
6. ใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยให้เกิดความสะดวกในการปรับ เปลี่ยนกระบวนการผลิต
Copyright @ The Best Knowledge
- 24.
7. ผลผลิตที่บกพร่อง (Defects)หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นโดยมีปัญหา ด้าน
คุณภาพในมิติของความบกพร่อง (Defect) และความไม่ตรงตามข้อกาหนด (NC-
Nonconformity)
ปัญหาที่เกิดจากผลผลิตที่บกพร่อง (Defect)
- ความล่าช้าในการส่งมอบ
- เสียเวลา แรงงาน และทรัพยากรในการแก้ไขของเสีย
- ผลผลิตโดยรวมลดลงเนื่องจากการใช้แรงงานบางส่วนในการแก้ไขของเสีย
- บ่งบอกถึงกระบวนการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ และขาดระบบป้ องกันความผิดพลาด
- เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) และต้นทุมจม (Sunk Cost)
- มีแนวโน้มถึงวัตถุดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิตไม่ได้คุณภาพ
- พนักงานอาจไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Work Instruction)
Copyright @ The Best Knowledge
- 25.
การปรับปรุงจากผลผลิตที่บกพร่อง
1. จัดทามาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานคุณภาพวัตถุดิบที่ถูกต้องแม่นยา
2.พนักงานต้องปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานตั้งแต่เริ่มแรก
3. อบรมพนักงานให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามมาตรฐานที่
กาหนด พร้อมทั้งฝึกให้พนักงานมีจิตสานึกด้านคุณภาพตลอดเวลา
4. จัดสร้างระบบหรืออุปกรณ์ที่สามารถป้ องกันความผิดพลาดจากการทางานในสายการผลิต
(Poka-Yoke)
5. ตั้งเป้ าหมายลดปริมาณของเสียในการผลิตให้เป็นศูนย์ (Zero Defect)
6. การตอบสนองข้อมูลทางด้านคุณภาพอย่างรวดเร็วในทุกขั้นตอนการผลิตจะทาให้
สามารถทราบถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตได้เร็วขึ้น การแก้ไขปัญหา ก็จะง่าย
ขึ้นและยังช่วยลดปริมาณของเสียในลักษณะที่เหมือนกันให้น้อยลงด้วย
7. ปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานและการผลิต
8. บารุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตให้มีสภาพดีอยู่เสมอ
Copyright @ The Best Knowledge
- 26.
- 27.
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ16 Major Losses
เพื่อให้ระบบการผลิตมีประสิทธิภาพสูงสุดเราต้องกาจัดความสูญเสียซึ่งมีอยู่ 16 ประเภท
การสูญเสียที่ทาให้ประสิทธิภาพเครื่องจักรลดลง 8 ประเภท
1. การสูญเสียเนื่องจากการวางแผนการหยุดเครื่อง (Shutdown Losses)
2. การสูญเสียจากการปรับการผลิต (Production Adjustment Losses)
3. การขัดข้องของเครื่องจักร(Failure Losses)
4. การปรับตั้งและการปรับแต่ง (Setting Up & Adjustment)
5. การสูญเสียเวลาหยุดเล็กน้อยและการเดินเครื่องเปล่า (Minor Stoppage & Idling Time)
6. การสูญเสียความเร็ว (Speed Losses)
7. การเกิดของเสีย (Quality Defect Losses)
8. การนากลับมาผลิตซ้า (Reprocessing Losses)
Copyright @ The Best Knowledge
- 28.
การสูญเสียที่ทาให้ประสิทธิภาพของคนลดลง 5 ประเภท
1.การสูญเสียจากการจัดการ(Management Losses)
2. การสูญเสียจากการเคลื่อนไหว (Motion Losses)
3. การสูญเสียจากการจัดวางสายการผลิต(Line Organization Losses)
4. การสูญเสียเนื่องจากการไม่นาระบบอัตโนมัติมาใช้(Losses resulting from lack of auto )
5. การสูญเสียจากการวัดและปรับค่าบ่อย(Measurement and adjustment losses)
การสูญเสียจากการใช้ทรัพยากรในการผลิต 3 ประเภท
1. การสูญเสียผลได้จากการผลิต (Yield Losses)
2. การสูญเสียพลังงาน (Energy Losses)
3. การสูญเสียเนื่องจากเครื่องมือ จิ๊ก และแม่พิมพ์ (Die,Jig and Tool Losses)
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ16 Major Losses
Copyright @ The Best Knowledge
- 29.
การหาความสูญเสียในกระบวนการผลิต
1. อธิบายความหมายความสูญเสีย 16ประการให้พนักงานเข้าใจ
2. แบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5 - 8 คน
3. ใช้เทคนิคระดมสมอง โดยตั้งหัวข้อ " ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตของตนเอง" ให้
สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมคนละ 5 หัวข้อไม่ซ้ากัน เป็นสิ่งที่พบในกระบวนการผลิตจริง ประมาณ 45
นาที
4. รวบรวมหัวข้อ ตัดหัวข้อที่ซ้าออกไป จัดหมวดหมู่ของความสูญเสีย 16 ประการ ระบุหน่วยงาน
และผู้รับผิดชอบ
5. กาหนดสูตรและวิธีคานวณมูลค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น ในแต่ละหัวข้อ
6. กาหนดหัวข้อปรับปรุง ดาเนินการปรับปรุง และสรุปผล โดยกาหนดรอบเวลา
Copyright @ The Best Knowledge
- 30.
- 31.
1. Information Wastesความสูญเสียจากข้อมูลผิดพลาด
Translation แปลความหมายผิด
Missing เข้าใจผิด
Inaccuracy ไม่ถูกต้อง
Irrelevancy ไม่สอดคล้องกัน
Collection เก็บซ้าซ้อน
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ Office Wastes
Copyright @ The Best Knowledge
- 32.
2. Process Wastesขั้นตอนทางานทาให้เกิดความสูญเสีย
Control จุดควบคุมมาก
Variability มีหลากหลาย ไม่รวมกลุ่ม
Reliability ไม่น่าเชื่อถือ
Standardization ไม่มีมาตรฐาน
Scheduling ไม่กาหนดเวลา
Uneven Flow ไม่ไหลลื่น
Checking ตรวจสอบมาก
Error มีข้อผิดพลาด
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ Office Wastes
Copyright @ The Best Knowledge
- 33.
3. People Wastesความสูญเสียจากพนักงาน
Alignment ทางานไม่สอดคล้องกัน
Assignment มอบหมายงานไม่ดี
Waiting รอคอยงาน
Motion เคลื่อนไหวมากเกินไป
Processing ขั้นตอนไม่เหมือนกัน
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ Office Wastes
Copyright @ The Best Knowledge
- 34.
4. Leadership Wastesปัญหาจากหัวหน้างาน
Focus ทาผิดจุด ใหญ่ๆไม่ทา
Structure โครงสร้างไม่ชัดเจน บางหน่วยงาน
Strategic กลยุทธ์ผิด
Discipline ไม่มีวินัย
Ownership ไม่มีความเป็นเจ้าของ
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ Office Wastes
Copyright @ The Best Knowledge
- 35.
5. Asset Wastesทรัพย์สินที่มีอยู่เป็ นความสูญเสีย
Fixed Cost เช่า/ ซื้อ มีค่าเสื่อม , ค่าบารุงรักษา
Inventory มีมากเกินไป
Utilization ใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่
Insufficiency ไม่เพียงพอ
Durability ไม่ทนทาน
การสังเกตและค้นหาปัญหาแบบ Office Wastes
Copyright @ The Best Knowledge
- 36.
เป้ าหมาย -จะทาอย่างไร
???
Copyright @ The Best Knowledge
- 37.
1. หาความสัมพันธ์ความสูญเสียแต่ละชนิด ในรูปข้อมูลตัวเงินที่วัดได้
2.กาหนดเป้ าหมายของขั้นตอนผลิต / ค่าใช้จ่าย ที่มีความสูญเสียมากที่สุด
จัดลาดับความสาคัญในการทาโครงการ
3. แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาศัยการสังเกตจากข้อมูลจริง ที่หน้างานจริง ที่เป็น
สาเหตุใหญ่ และกาจัดปัญหาที่ต้นตอของปัญหา โดยอาศัยการทางานเป็นทีม
4. ติดตามผลลัพธ์และลดค่าใช้จ่าย จากการทาโครงการ อย่างต่อเนื่อง
5. พัฒนาทักษะและความสามารถของผู้บริหาร ให้มีความสามารถวิเคราะห์และแก้ไข
ปัญหา หา ต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติงาน จัดการหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม
และมีความสามารถในการป้ องกันปัญหา
จะทาอย่างไร ???
Copyright @ The Best Knowledge
- 38.