โครงงานคอมพิวเตอร์
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์     
คอมพิวเตอร์ เปนเครืองมือทีใช้ในงานวิจัยในทุกๆ สาขาวิชา ดังนัน
โครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเปนอย่างมาก
ทังในลักษณะของเนือหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือ
ผลงานทีได้ ซึงอาจแบ่งเปนประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ     
1. โครงงานพัฒนาสือเพือการศึกษา (EducationalMedia)     
2. โครงงานพัฒนาเครืองมือ (Tools Development)     
3. โครงงานประเภทจําลองทฤษฎี (Theory Experiment)     
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)     
5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
โครงงานพัฒนาสือเพือการศึกษา
(Educational Media)
เปนโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสือเพือการ
ศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึง
อาจจะต้องมีภาคแบบฝกหัด บททบทวน และคําถามคําตอบไว้
พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอน
โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี ถือว่าเครืองคอมพิวเตอร์เปนอุปกรณ์
การสอน ไม่ใช่เปนครูผู้สอน ซึงอาจเปนการพัฒนาบทเรียนแบบ
ONLINE ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
โครงงานประเภทนีสามารถพัฒนาขึนเพือใช้ประกอบการ
สอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปนสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์
วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอืน ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัด
เลือกหัวข้อทีนักเรียนทัวไปทีทําความเข้าใจยาก มาเปนหัวข้อในการ
พัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้
งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
โครงงานพัฒนาเครืองมือ
(Tools Development)
เปนโครงงานเพือพัฒนาเครืองมือมาใช้ช่วยสร้างงาน
ประยุกต์ต่าง ๆ ซึงโดยส่วนใหญ่จะเปนในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่าง
ของเครืองมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์
งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เปนต้น สําหรับ
ซอฟต์แวร์เพือการพิมพ์งานนันสร้างขึนเปนโปรแกรมประมวล
ผลภาษา ซึงจะเปนเครืองมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บน
เครืองคอมพิวเตอร์เปนไปได้โดยง่าย ซึงรูปทีได้สามารถนําไปใช้
งานต่าง ๆ ได้มากมาย สําหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุใน
มุมต่าง ๆ ใช้สําหรับช่วยในการออกแบบสิงของต่าง ๆ เช่น
โปรแกรมประเภท 3D
เปนโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจําลองการทดลอง
ของสาขาต่าง ๆ เปนโครงงานทีผู้ทําต้องศึกษารวบรวมความรู้
หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึงใน
เรืองทีต้องการศึกษา แล้วเสนอเปนแนวคิด แบบจําลอง หลัก
การ ซึงอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคําอธิบายก็ได้ พร้อม
ทังนําเสนอวิธีการจําลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทําโครง
งานประเภทนีมีจุดสําคัญอยู่ทีผู้ทําต้องมีความรู้เรืองนัน ๆ เปน
อย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรืองการไหลของเหลว การ
ทดลองเรืองพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยก
ดีเอ็นเอ เปนต้น
โครงงานประเภทจําลองทฤษฎี
(Theory Experiment)
เปนโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพือประยุกต์ใช้
งานจริงในชีวิตประจําวัน เช่น ซอฟต์แวร์สําหรับการออกแบบและตกแต่ง
อาคาร ซอฟต์แวร์สําหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สําหรับการระบุคนร้าย
เปนต้น โครงงานงานประเภทนีจะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือ
อุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึงอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที
มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึนก็ได้ โครงงานลักษณะนีจะต้องศึกษาและ
วิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนําข้อมูลทีได้มาใช้ในการ
ออกแบบ และพัฒนาสิงของนัน ๆ ต่อจากนันต้องมีการทดสอบการ
ทํางานหรือทดสอบคุณภาพของสิงประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความ
สมบูรณ์ โครงงานประเภทนีนักเรียนต้องใช้ความรู้เกียวกับเครือง
คอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครืองมือต่าง ๆ ทีเกียวข้อง รวมทัง
อาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน
(Application)
โครงงานพัฒนาเกม
(Game Development)
เปนโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพือความรู้
หรือความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการ
คํานวณเลข ซึงเกมทีพัฒนาขึนนีน่าจะเน้นให้เปนเกมทีไม่รุนแรง
เน้นการใช้สมองเพือฝกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนีจะ
มีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพือให้น่าสนใจเก่ผู้
เล่น พร้อมทังให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้
ทําการสํารวจและรวบรวมข้อมูลเกียวกับเกมต่าง ๆ ทีมีอยู่ทัวไป
และนํามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึนใหม่เพือให้ปนเกมทีแปลกใหม่
และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ
ขันตอนการทําโครงงาน
คอมพิวเตอร์
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน
(การตังชือโครงงานคอมพิวเตอร์ทีสนใจจะทํา)
ปญหาสําคัญในการทําโครงงานคอมพิวเตอร์ประการหนึงคือ ผู้เรียนไม่ทราบว่าจะ
ทําโครงงานเรืองอะไร โดยทัวไปเรืองทีจะนํามาพัฒนาเปนโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้
มาจากเรืองทัวๆ ไป จากปญหา คําถาม หรือความสนใจในเรืองต่างๆ จากการสังเกตสิง
ต่างๆ ทีเกียวเนืองกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิงต่างๆ รอบตัว
อย่างไรก็ตาม ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อทีจะนํามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์
ควรพิจารณาองค์ประกอบสําคัญๆ ดังนี
- เห็นประโยชน์และความคุ้มค่าของเรืองทีจะทําโครงงาน
- ต้องมีความรู้และทักษะพืนฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรืองทีศึกษา
- สามารถจัดหาเครืองคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ทีเกียวข้องได้
- มีแหล่งความรู้เพียงพอทีจะค้นคว้าหรือขอคําปรึกษาซึงรวมถึงผู้เชียวชาญ หรือผู้ให้
คําปรึกษา
- มีเวลาเพียงพอ
- มีงบประมาณเพียงพอ
- มีความปลอดภัย
2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึงรวมถึงการ
ขอคําปรึกษาจากครูผู้เชียวชาญ ปราชญ์ภูมิปญญาท้องถิน จะช่วยให้ผู้เรียนได้แนวคิดทีใช้ใน
การกําหนดขอบเขตของเรืองทีจะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิงขึน รวมทังได้ความรู้เพิมเติมใน
เรืองทีจะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดําเนินการทําโครงงานนันได้อย่างเหมาะสม
ในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว ผู้เรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสําคัญไว้ด้วย แหล่งข้อมูลทีสําคัญ
อีกแหล่งหนึงคือ การศึกษาผลงานของโครงงานคอมพิวเตอร์จากงานแสดงนิทรรศการ หรือ
จากเอกสารรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ ซึงอาจค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ทัวโลก จะช่วย
เพิมพูนประสบการณ์ให้กับผู้เรียนในด้านความรู้ เทคนิคและวิธีการพัฒนา นอกจากนียังทําให้
เกิดแนวคิดทีจะดัดแปลงผลงานดังกล่าว มาจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร์ในหัวข้อทีตนสนใจ
ด้วย ตัวอย่างเว็บไซต์
3. จัดทําเค้าโครงของโครงงานทีจะทํา
3.1  ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิงและรวบรวมข้อมูลทีได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ
3.2  วิเคราะห์ข้อมูล เพือกําหนดขอบเขตและลักษณะของโครงการทีจะพัฒนา
3.3  ออกแบบการพัฒนา มีการกําหนดลักษณะของเครืองคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และ
ตัวแปลภาษา โปรแกรม และวัสดุต่าง ๆ ทีต้องใช้
3.4  กําหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทําเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทําโครงงาน
และสรุปรายงานโครงงาน โดยกําหนดช่วงเวลาอย่างกว้าง ๆ
3.5  ทําการพัฒนาโครงงานขันต้น เพือศึกษาความเปนไปได้เบืองต้น โดยอาจจะทําการ
พัฒนาส่วนย่อย ๆ บางส่วนตามทีได้ออกแบบไว้แล้ว นําผลจากการศึกษาในช่วงนีไปปรับปรุง
แผนการทดลองทีออกแบบไว้ในครังแรกให้เหมาะสมมากยิงขึน
3.6  เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่ออาจารย์ทีปรึกษา เพือขอคําแนะนําและ
ปรับปรุงแก้ไขเพือให้การวางแผนและดําเนินการทําโครงงานเปนไปอย่างเหมาะสมเปนขันตอน
ตังแต่เริมต้นจนสินสุด
4. การลงมือทําโครงงาน
4.1 การเตรียมการ ต้องเตรียมเครืองคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอืน ๆ ทีจะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมและควรเตรียมสมุด
บันทึกหรือบันทึกเปนแฟมข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สําหรับบันทึกการทํากิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างการทําโครงงาน ได้แก่ การดําเนินการ
อย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทังข้อสังเกตต่าง ๆ ทีพบ    
4.2 การลงมือพัฒนา เปนการปฏิบัติตามแผนงานทีได้วางไว้ในเค้าโครง ซึงสามารถเปลียนแปลงหรือเพิมเติมได้ หากพบว่าจะช่วยให้
ผลงานพัฒนาได้ดีขึน โดยจัดระบบการทํางาน  ทําส่วนทีเปนหลักสําคัญให้เสร็จก่อน จึงค่อยทําส่วนทีเปนส่วนประกอบหรือส่วนเสริม เพือให้
โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึน และถ้ามีการแบ่งงานกันทํา ให้มีการตกลงรายละเอียดในการเชือมต่อชินงานทีชัดเจนด้วย รวมทังต้องพัฒนา
ระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเปนระบบและครบถ้วน    
4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข เปนการตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เพือให้แน่ใจว่าผลงานทีพัฒนาขึน ทํางานได้ถูกต้อง
ตรงตามความต้องการทีระบุไว้ในเปาหมาย และมีประสิทธิภาพ    
4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมือพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทําข้อสรุปด้วยข้อความทีสันกะทัดรัด ครอบคลุมหัวข้อโครง
งาน เพือช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิงทีค้นพบจากการทําโครงงานและอภิปรายผล เพือพิจารณาข้อมูลและผลทีได้ พร้อมกับนําไปหาความสัมพันธ์
กับ หลักการ ทฤษฎี หรือผลงานทีผู้อืนได้ศึกษาไว้แล้ว ทังนีรวมไปถึงหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อืนมาใช้ประกอบการอภิปรายผลได้    
4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ เมือทําโครงงานเสร็จสินลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที
สําคัญหรือปญหาซึงสามารถเขียนเปนข้อเสนอแนะ สําหรับผู้ทีสนใจจะนําไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพมากขึน
5. การจัดทํารายงาน
เมือทําโครงงานจนได้ข้อมูลอย่างเพียงพอและทําการวิเคราะห์ผล และสรุปผลแล้ว
ขันตอนต่อไปทีต้องทําคือการจัดทํารายงาน ซึงจะรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ในการพัฒนา และ
คู่มือการใช้งานรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์เปนวิธีสือความหมายทีมีประสิทธิภาพ เพือให้ผู้อืน
ได้เข้าใจแนวคิด วิธีดําเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลทีได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
ต่างๆ เกียวกับโครงงาน ในการเขียนรายงานนัน ผู้เรียนควรใช้ภาษาทีอ่านและเข้าใจได้ง่าย
ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ
แหล่งที มา
- https://sites.google.com/a/moeipit.ac.th/wirapons/khan-txn-
kar-tha-khorng-ngan-khxmphiwtexr
- http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-
Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/
content1.html
Meet Our Team
W A R U C H
K O N G K W A M S U E
No.42 M.6/6
P A E N G R A M
J A N T A T H A
No.17 M.6/6

Com3

  • 1.
  • 2.
    ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์      คอมพิวเตอร์เปนเครืองมือทีใช้ในงานวิจัยในทุกๆ สาขาวิชา ดังนัน โครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเปนอย่างมาก ทังในลักษณะของเนือหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือ ผลงานทีได้ ซึงอาจแบ่งเปนประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ      1. โครงงานพัฒนาสือเพือการศึกษา (EducationalMedia)      2. โครงงานพัฒนาเครืองมือ (Tools Development)      3. โครงงานประเภทจําลองทฤษฎี (Theory Experiment)      4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)      5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
  • 3.
    โครงงานพัฒนาสือเพือการศึกษา (Educational Media) เปนโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสือเพือการ ศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึง อาจจะต้องมีภาคแบบฝกหัด บททบทวน และคําถามคําตอบไว้ พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี ถือว่าเครืองคอมพิวเตอร์เปนอุปกรณ์ การสอน ไม่ใช่เปนครูผู้สอน ซึงอาจเปนการพัฒนาบทเรียนแบบ ONLINE ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนีสามารถพัฒนาขึนเพือใช้ประกอบการ สอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปนสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอืน ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัด เลือกหัวข้อทีนักเรียนทัวไปทีทําความเข้าใจยาก มาเปนหัวข้อในการ พัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้ งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
  • 4.
    โครงงานพัฒนาเครืองมือ (Tools Development) เปนโครงงานเพือพัฒนาเครืองมือมาใช้ช่วยสร้างงาน ประยุกต์ต่าง ๆซึงโดยส่วนใหญ่จะเปนในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่าง ของเครืองมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์ งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เปนต้น สําหรับ ซอฟต์แวร์เพือการพิมพ์งานนันสร้างขึนเปนโปรแกรมประมวล ผลภาษา ซึงจะเปนเครืองมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บน เครืองคอมพิวเตอร์เปนไปได้โดยง่าย ซึงรูปทีได้สามารถนําไปใช้ งานต่าง ๆ ได้มากมาย สําหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุใน มุมต่าง ๆ ใช้สําหรับช่วยในการออกแบบสิงของต่าง ๆ เช่น โปรแกรมประเภท 3D
  • 5.
    เปนโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจําลองการทดลอง ของสาขาต่าง ๆ เปนโครงงานทีผู้ทําต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึงใน เรืองทีต้องการศึกษา แล้วเสนอเปนแนวคิด แบบจําลอง หลัก การ ซึงอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคําอธิบายก็ได้ พร้อม ทังนําเสนอวิธีการจําลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทําโครง งานประเภทนีมีจุดสําคัญอยู่ทีผู้ทําต้องมีความรู้เรืองนัน ๆ เปน อย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรืองการไหลของเหลว การ ทดลองเรืองพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยก ดีเอ็นเอ เปนต้น โครงงานประเภทจําลองทฤษฎี (Theory Experiment)
  • 6.
    เปนโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพือประยุกต์ใช้ งานจริงในชีวิตประจําวัน เช่น ซอฟต์แวร์สําหรับการออกแบบและตกแต่ง อาคารซอฟต์แวร์สําหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สําหรับการระบุคนร้าย เปนต้น โครงงานงานประเภทนีจะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือ อุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึงอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึนก็ได้ โครงงานลักษณะนีจะต้องศึกษาและ วิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนําข้อมูลทีได้มาใช้ในการ ออกแบบ และพัฒนาสิงของนัน ๆ ต่อจากนันต้องมีการทดสอบการ ทํางานหรือทดสอบคุณภาพของสิงประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความ สมบูรณ์ โครงงานประเภทนีนักเรียนต้องใช้ความรู้เกียวกับเครือง คอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครืองมือต่าง ๆ ทีเกียวข้อง รวมทัง อาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
  • 7.
    โครงงานพัฒนาเกม (Game Development) เปนโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพือความรู้ หรือความเพลิดเพลิน เช่นเกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการ คํานวณเลข ซึงเกมทีพัฒนาขึนนีน่าจะเน้นให้เปนเกมทีไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพือฝกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนีจะ มีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพือให้น่าสนใจเก่ผู้ เล่น พร้อมทังให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ ทําการสํารวจและรวบรวมข้อมูลเกียวกับเกมต่าง ๆ ทีมีอยู่ทัวไป และนํามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึนใหม่เพือให้ปนเกมทีแปลกใหม่ และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ
  • 8.
  • 9.
    1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน (การตังชือโครงงานคอมพิวเตอร์ทีสนใจจะทํา) ปญหาสําคัญในการทําโครงงานคอมพิวเตอร์ประการหนึงคือ ผู้เรียนไม่ทราบว่าจะ ทําโครงงานเรืองอะไรโดยทัวไปเรืองทีจะนํามาพัฒนาเปนโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้ มาจากเรืองทัวๆ ไป จากปญหา คําถาม หรือความสนใจในเรืองต่างๆ จากการสังเกตสิง ต่างๆ ทีเกียวเนืองกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิงต่างๆ รอบตัว อย่างไรก็ตาม ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อทีจะนํามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสําคัญๆ ดังนี - เห็นประโยชน์และความคุ้มค่าของเรืองทีจะทําโครงงาน - ต้องมีความรู้และทักษะพืนฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรืองทีศึกษา - สามารถจัดหาเครืองคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ทีเกียวข้องได้ - มีแหล่งความรู้เพียงพอทีจะค้นคว้าหรือขอคําปรึกษาซึงรวมถึงผู้เชียวชาญ หรือผู้ให้ คําปรึกษา - มีเวลาเพียงพอ - มีงบประมาณเพียงพอ - มีความปลอดภัย
  • 10.
    2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึงรวมถึงการ ขอคําปรึกษาจากครูผู้เชียวชาญปราชญ์ภูมิปญญาท้องถิน จะช่วยให้ผู้เรียนได้แนวคิดทีใช้ใน การกําหนดขอบเขตของเรืองทีจะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิงขึน รวมทังได้ความรู้เพิมเติมใน เรืองทีจะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดําเนินการทําโครงงานนันได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว ผู้เรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสําคัญไว้ด้วย แหล่งข้อมูลทีสําคัญ อีกแหล่งหนึงคือ การศึกษาผลงานของโครงงานคอมพิวเตอร์จากงานแสดงนิทรรศการ หรือ จากเอกสารรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ ซึงอาจค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ทัวโลก จะช่วย เพิมพูนประสบการณ์ให้กับผู้เรียนในด้านความรู้ เทคนิคและวิธีการพัฒนา นอกจากนียังทําให้ เกิดแนวคิดทีจะดัดแปลงผลงานดังกล่าว มาจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร์ในหัวข้อทีตนสนใจ ด้วย ตัวอย่างเว็บไซต์
  • 11.
    3. จัดทําเค้าโครงของโครงงานทีจะทํา 3.1  ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิงและรวบรวมข้อมูลทีได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ 3.2 วิเคราะห์ข้อมูล เพือกําหนดขอบเขตและลักษณะของโครงการทีจะพัฒนา 3.3  ออกแบบการพัฒนา มีการกําหนดลักษณะของเครืองคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และ ตัวแปลภาษา โปรแกรม และวัสดุต่าง ๆ ทีต้องใช้ 3.4  กําหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทําเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทําโครงงาน และสรุปรายงานโครงงาน โดยกําหนดช่วงเวลาอย่างกว้าง ๆ 3.5  ทําการพัฒนาโครงงานขันต้น เพือศึกษาความเปนไปได้เบืองต้น โดยอาจจะทําการ พัฒนาส่วนย่อย ๆ บางส่วนตามทีได้ออกแบบไว้แล้ว นําผลจากการศึกษาในช่วงนีไปปรับปรุง แผนการทดลองทีออกแบบไว้ในครังแรกให้เหมาะสมมากยิงขึน 3.6  เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่ออาจารย์ทีปรึกษา เพือขอคําแนะนําและ ปรับปรุงแก้ไขเพือให้การวางแผนและดําเนินการทําโครงงานเปนไปอย่างเหมาะสมเปนขันตอน ตังแต่เริมต้นจนสินสุด
  • 12.
    4. การลงมือทําโครงงาน 4.1 การเตรียมการ ต้องเตรียมเครืองคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และวัสดุอืน ๆ ทีจะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมและควรเตรียมสมุด บันทึกหรือบันทึกเปนแฟมข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สําหรับบันทึกการทํากิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างการทําโครงงาน ได้แก่ การดําเนินการ อย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทังข้อสังเกตต่าง ๆ ทีพบ     4.2 การลงมือพัฒนา เปนการปฏิบัติตามแผนงานทีได้วางไว้ในเค้าโครง ซึงสามารถเปลียนแปลงหรือเพิมเติมได้ หากพบว่าจะช่วยให้ ผลงานพัฒนาได้ดีขึน โดยจัดระบบการทํางาน  ทําส่วนทีเปนหลักสําคัญให้เสร็จก่อน จึงค่อยทําส่วนทีเปนส่วนประกอบหรือส่วนเสริม เพือให้ โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึน และถ้ามีการแบ่งงานกันทํา ให้มีการตกลงรายละเอียดในการเชือมต่อชินงานทีชัดเจนด้วย รวมทังต้องพัฒนา ระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเปนระบบและครบถ้วน     4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข เปนการตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เพือให้แน่ใจว่าผลงานทีพัฒนาขึน ทํางานได้ถูกต้อง ตรงตามความต้องการทีระบุไว้ในเปาหมาย และมีประสิทธิภาพ     4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมือพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทําข้อสรุปด้วยข้อความทีสันกะทัดรัด ครอบคลุมหัวข้อโครง งาน เพือช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิงทีค้นพบจากการทําโครงงานและอภิปรายผล เพือพิจารณาข้อมูลและผลทีได้ พร้อมกับนําไปหาความสัมพันธ์ กับ หลักการ ทฤษฎี หรือผลงานทีผู้อืนได้ศึกษาไว้แล้ว ทังนีรวมไปถึงหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อืนมาใช้ประกอบการอภิปรายผลได้     4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ เมือทําโครงงานเสร็จสินลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที สําคัญหรือปญหาซึงสามารถเขียนเปนข้อเสนอแนะ สําหรับผู้ทีสนใจจะนําไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพมากขึน
  • 13.
    5. การจัดทํารายงาน เมือทําโครงงานจนได้ข้อมูลอย่างเพียงพอและทําการวิเคราะห์ผล และสรุปผลแล้ว ขันตอนต่อไปทีต้องทําคือการจัดทํารายงานซึงจะรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ในการพัฒนา และ คู่มือการใช้งานรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์เปนวิธีสือความหมายทีมีประสิทธิภาพ เพือให้ผู้อืน ได้เข้าใจแนวคิด วิธีดําเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลทีได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ต่างๆ เกียวกับโครงงาน ในการเขียนรายงานนัน ผู้เรียนควรใช้ภาษาทีอ่านและเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ
  • 14.
    แหล่งที มา - https://sites.google.com/a/moeipit.ac.th/wirapons/khan-txn- kar-tha-khorng-ngan-khxmphiwtexr -http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E- Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/ content1.html
  • 15.
    Meet Our Team WA R U C H K O N G K W A M S U E No.42 M.6/6 P A E N G R A M J A N T A T H A No.17 M.6/6