บทที่ 2
                                      เงินลงทุนและตั๋วเงินรับ

                                                                             ่
        ในการดาเนิ นงานของกิจการ บางครั้งอาจจะมีเงินสด คงเหลืออยูมากเกินกว่าความต้องการใช้
ในขณะนั้น กิ จการที่ มีการบริ หารเงิ นที่ดีจะนาเงิ นไปซื้ อเงิ นลงทุ น เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากการ
ลงทุนในรู ปดอกเบี้ย เงิ นปั นผล หรื อค่าสิ ทธิ เป็ นต้น หรื อกิ จการอาจมีความจาเป็ นที่จะต้องสร้ าง
ความสัมพันธ์ในเชิ งธุ รกิ จ โดยลงทุนในรู ปของหลักทรัพย์ประเภทหุ ้นสามัญ ซึ่ งจะทาให้กิจการได้รับ
ประโยชน์ในอนาคต โดยทัวไปแล้วกิจการมักนาเงินสดไปลงทุนหาผลตอบแทนในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่ ง
                            ่
เป็ นการลงทุนชัวคราว และเมื่อใดที่ตองการจะใช้เงินก็สามารถขายเงินลงทุนเปลี่ยนเป็ นเงินสดได้ทนที
               ่                     ้                                                        ั
และไม่ทาให้เกิ ดผลขาดทุน ดังนั้น เพื่อให้เกิ ดประโยชน์มากที่สุดในการบริ หารเงิ น กิ จการควรมีการ
พิจารณากาหนดจานวนเงินที่จะนาไปลงทุน และช่วงระยะเวลาที่จะลงทุนให้เหมาะสม ซึ่ งบทนี้ จะเน้น
การศึกษาเกี่ยวกับเงินลงทุนชัวคราว
                              ่

ความหมายของเงินลงทุน
        มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 เรื่ องการบัญชี สาหรับเงิ นลงทุนในตราสารหนี้ และตราสารทุน
ของสมาคมนักบัญชี และผูสอบบัญชีรับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย (2542, หน้า4-5) ได้กาหนดคานิยาม
                           ้
ศัพท์ โดยเฉพาะ ไว้ดงนี้
                     ั
        เงินลงทุน หมายถึง สิ นทรั พย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมังคังให้กบกิจการ ไม่วาจะอยูในรู ป
                                                                      ่ ่   ั              ่        ่
ของส่ วนแบ่งที่จะได้รับ (เช่น ดอกเบี้ย ค่าสิ ทธิ และเงินปั นผล) ในรู ปของราคาที่เพิ่มขึ้น หรื อในรู ปของ
ประโยชน์อย่างอื่นที่กิจการได้รับ (เช่น ประโยชน์ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า)

ประเภทของเงินลงทุน
       เงินลงทุน สามารถแบ่งตามระยะเวลาการถือไว้ในกิจการ ได้เป็ น 2 ประเภท คือ
       1. เงินลงทุนชัวคราว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน 1 ปี เงินลงทุนชัวคราว
                     ่                                                                     ่
รวมถึงหลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เ ผื่อขาย เงิ นลงทุนทัวไป และตราสารหนี้ ที่จะครบกาหนดภายใน
                                                         ่
1 ปี
42



       2. เงินลงทุนระยะยาว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้เกิน 1 ปี เงินลงทุนระยะยาว
รวมถึง ตราสารทุนที่จดประเภทเป็ นหลักทรัพย์เ ผื่อขาย เงิ นลงทุนทัวไป ตราสารหนี้ ที่จดประเภทเป็ น
                     ั                                          ่                  ั
หลักทรัพย์เผือขาย และตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบกาหนด
             ่

         เงินลงทุน สามารถแบ่งตามแหล่งที่มาของหลักทรัพย์ เป็ น 2 ชนิด คือ
         1. เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด หมายถึง หลักทรัพย์ หรื อเงินลงทุนอื่น
ที่มีการซื้ อขายในตลาดซื้ อขายคล่อง จึ งทาให้สามารถกาหนดมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์หรื อเงิ น
ลงทุนนั้นได้ทนที มูลค่ายุติธรรมจะถื อว่าสามารถกาหนดได้ในทันที หากราคาขายหรื อราคาเสนอซื้ อ
                ั
หรื อเสนอขายมีการเผยแพร่ ท่ีเป็ นปั จจุบนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรื อตลาดหลักทรัพย์อื่น
                                        ั
ที่ทาการเผยแพร่ ราคาต่อสาธารณชน

                                                                     ่
        2. เงินลงทุนทัวไป หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุน ที่ไม่อยูในความต้องการของตลาด ทา
                      ่
ให้กิจการไม่สามารถจัดประเภทเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนทัวไปสามารถ
                                                                                     ่
แยกประเภทเป็ นเงินลงทุนชัวคราว หรื อเงินลงทุนระยะยาว
                         ่

       เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ยังสามารถแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ
       1. ตราสารทุ น หมายถึ ง สั ญญาที่ แสดงว่า ผูถือตราสารมี ความเป็ นเจ้าของในส่ วนได้เสี ย
                                                       ้
คงเหลือของกิ จการที่ไปลงทุน เช่น หุ ้นสามัญ หุ นบุริมสิ ทธิ และยังรวมถึ งใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ในหุ ้น
                                                 ้
ทุน ใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ในการซื้ อหุ ้นทุน (หน่วยลงทุนในกองทุนรวม) ใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ใบหุ ้นปั น
ผล และตราสารหรื อหลักฐานแสดงสิ ทธิในสิ นทรัพย์ของโครงการจัดการลงทุน แต่หลักทรัพย์หุนทุนนี้   ้
จะไม่รวมถึงหุ นบุริมสิ ทธิ ที่อาจไถ่ถอนได้ และไม่รวมถึงหุ นกู้ ที่อาจแปลงสภาพเป็ นหุ นทุนได้
              ้                                           ้                          ้

           2. ตราสารหนี้ หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผูออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงและทางอ้อม
                                                      ้
ที่จะต้องจ่ายเงิ นสด หรื อสิ นทรัพย์อื่น ให้แก่ผูถือตราสารตามจานวนและเงื่อนไข ที่ได้กาหนดไว้ เช่ น
                                                 ้
หุ นกู้ พันธบัตร ทั้งนี้ได้รวมถึงใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ในหุ นกู้ ใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ที่จะซื้ อหุ นกู้
   ้                                                    ้                                   ้
           ซึ่ งการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ในหลักทรัพย์ตามความต้องการของตลาด สามารถ
จัดประเภทได้ ดังนี้
           หลักทรัพย์เพื่อค้า หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ ทุกชนิ ด หรื อตราสารทุนในความต้องการ
ของตลาดที่กิจการถือไว้โดยมีวตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ ทาให้กิจการถื อหลักทรัพย์
                                  ั
43



นั้นไว้เป็ นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหากาไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ ดังนั้น หลักทรัพย์เผื่อ
ค้าจึงมีอตราการหมุนเวียนสู ง
            ั
              หลัก ทรั พ ย์เ ผื่ อขาย หมายถึ ง เงิ น ลงทุ นในตราสารหนี้ ทุ ก ชนิ ด หรื อตราสารทุ น ในความ
ต้องการของตลาดซึ่ งไม่ถือเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า และขณะเดียวกันไม่ถือเป็ นตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบ
กาหนดหรื อเงิ นลงทุ นในบริ ษทย่อย หรื อบริ ษทร่ วม หลักทรัพย์เผื่อขายสามารถแยกประเภทเป็ นเงิ น
                                      ั                ั
ลงทุนชัวคราว หรื อเงินลงทุนระยะยาว
          ่
              ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกาหนด หมายถึง ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ ที่กิจการ
มีความตั้งใจแน่วแน่ และมีความสามารถที่จะถือไว้จนครบกาหนดไถ่ถอน
              เนื่องจากว่าหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดมีสภาพคล่องสู ง ทาให้กิจการมักจะนาเงินสด
คงเหลือเกินความต้องการใช้ในกิจการมาลงทุนกับตราสารทุน หรื อตราสารหนี้ ในประเภทหลักทรัพย์
เพื่อค้า เพราะนอกจากจะได้รับผลตอบแทนในกาไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์แล้ว เมื่อมี
ความต้องการใช้เงินก็สามารถนาไปขายเปลี่ยนมาเป็ นเงินสดได้ทนที         ั
              การซื้ อขายหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ที่จะจัดอยู่ในประเภทของหลักทรัพย์เพื่อค้า
นั้น ต้องเข้าตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้ หากหลักทรัพย์ใดไม่เป็ นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนด จะให้จดเป็ น          ั
ประเภทหลักทรัพย์เผือขายซึ่ งหลักเกณฑ์ที่ใช้กาหนดประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้า มีดงนี้
                             ่                                                          ั
              1. หลักทรั พย์น้ ันต้องมี สภาพซื้ อง่ายขายคล่ อง หรื อสามารถทาการซื้ อขายได้ทนทีในตลาด
                                                                                              ั
หลักทรัพย์และ
              2. หลักทรัพย์น้ นจะต้องมีการซื้ อขายกันอย่างสม่าเสมอ และ
                                  ั
              3. ผูลงทุนในหลักทรัพย์น้ น มีความตั้งใจที่จะหากาไรจากการขึ้นลงของราคาในช่วงเวลาสั้นๆ
                     ้                    ั
โดยจัดรวมเป็ นกลุ่มหลักทรัพย์ซ่ ึ งกิจการเจาะจงถือไว้เพื่อค้า
              เมื่ อกิ จการต้องการลงทุ นชัวคราว โดยการซื้ อหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด จะต้อง
                                            ่
ติดต่อกับบริ ษทสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็ นผูจดการให้ เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์
                       ั                                               ้ั
จะทาการซื้ อขายเฉพาะกับบริ ษทสมาชิ กเท่านั้น โดยกิ จการจะต้องจ่ายค่าธรรมเนี ยมให้บริ ษทสมาชิ ก
                                        ั                                                         ั
เหล่านั้นในอัตราที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่ งประเทศไทยเป็ นผูกาหนดให้เรี ย กเก็บเป็ นร้ อยละ 0.50 ของ
                                                                  ้
จานวนเงิ นที่ซ้ื อขายสาหรับตราสารทุน และร้ อยละ 0.10 ของจานวนเงิ นที่ซ้ื อขายสาหรับตราสารหนี้
จาพวกพันธบัตร ทั้งนี้การคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวในแต่ละครั้งจะต้องไม่ต่ากว่า 50 บาท ทุกกรณี
              ซึ่ งการทาการซื้ อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์จะใช้วิธีการประมูลราคา ดังนั้น กฎหมาย
ไทยจึ งห้ามจาหน่ ายหลัก ทรั พย์ในราคาที่ ต่ ากว่ามู ลค่า คือ ราคาที่ตราไว้ (atpar) บนใบหุ ้นกู้ โดยให้
44



จาหน่ ายในราคาเท่ากับมูลค่าหรื อสู งกว่ามูลค่าก็ได้ถาคาดว่าหลักทรัพย์น้ ันจะให้ผลตอบแทนสู งกว่า
                                                    ้
อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด

การบัญชีเกียวกับเงินลงทุนชั่ วคราว
            ่
         ในบทนี้ จะเป็ นการศึกษาเฉพาะ เงิ นลงทุนชัวคราวที่เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน และ
                                                  ่
                                      ั ่
ตราสารหนี้ ในความต้องการของตลาดที่จดอยูในประเภทของหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย
ซึ่ งมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 ของสมาคมนักบัญชี และผูส อบบัญชี รับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย
                                                           ้
              ั                                                       ่
กาหนดให้วดมูลค่าโดยใช้มูลค่ายุติธรรม และให้คานิยามมูลค่ายุติธรรมไว้วา หมายถึง จานวนเงินที่ผซ้ื อ
                                                                                            ู้
       ้                           ั
และผูขายตกลงแลกเปลี่ยนสิ นทรัพย์กน ในขณะที่ท้ งสองฝ่ ายมีความรอบรู ้และเต็มใจในการแลกเปลี่ยน
                                                ั
และสามารถต่อรองราคากันได้อย่างเป็ นอิสระ ในลักษณะของผูที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยมีวิธีปฏิบติ
                                                             ้                                 ั
เกี่ยวกับการบัญชีสาหรับหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน และตราสารหนี้ ดังนี้

         การบัญชี สาหรับหลักทรัพย์ ประเภทตราสารทุนในความต้ องการของตลาด
         ต้นทุนของหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน จะประกอบด้วยจานวนเงินของหลักทรัพย์ท่ีกิจการ
ลงทุนซื้ อรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่ งหลักทรัพย์ดงกล่าวมาเช่น ค่าธรรมเนี ยม ค่า
                                                                           ั
นายหน้า ค่ า ภาษี ค่ า ใช้จ่า ยในการโอน เป็ นต้น หากกิ จ การนาสิ น ทรั พ ย์อื่ นไปแลก ก็ ใ ห้ใ ช้มู ล ค่ า
ยุติธรรมของสิ นทรัพย์ที่นาไปแลกเป็ นต้นทุนของหลักทรัพย์น้ น      ั

         1. การบันทึกบัญชีเมื่อซื้ อหลักทรัพย์
         เมื่อกิ จการซื้ อตราสารทุนในความต้องการของตลาด ให้บนทึกบัญชี แยกแสดงเป็ นหลักทรัพย์
                                                                    ั
                                              ่ ั
เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เผือขาย ทั้งนี้ข้ ึนอยูกบวัตถุประสงค์ในการลงทุนของกิจการว่าเป็ นอย่างไร
                           ่
              1.1 ถ้ากิจการถือไว้เป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า จะบันทึกบัญชี ดังนี้
                   เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน้                      XX
                             เครดิต บัญชีเงินสด                                       XX
              1.2 ถ้าการถือไว้เป็ นหลักทรัพย์เผือขาย จะบันทึกบัญชี ดังนี้
                                                    ่
                   เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน
                                                  ่      ้                    XX
                             เครดิต บัญชีเงินสด                                       XX
45



ตัวอย่างที่ 1 บริ ษัท เมื อ งไทย จ ากัด ลงทุ น ซื้ อ หุ ้ น สามัญ ของบริ ษัท ที่ จ ดทะเบี ย นกับ ตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 ดังนี้
 -           บริ ษท A จากัด จานวน 500 หุ ้น มู ลค่ า หุ ้นละ 100 บาท ในราคาหุ ้นละ 110 บาท เสี ย
                     ั
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็ นเงิน 400 บาท โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า
                                                                   ั
 -           บริ ษทั                    1,000 หุ ้น มูลค่ าหุ ้นละ 100 บาท ในราคาหุ ้นละ 120 บาท เสี ย
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็ นเงิน 700 บาท โดยมีวตถุประสงค์ถือไว้เผือขาย
                                                                     ั             ่
        จะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้
                                           ่
2547
มิ.ย. 1 เดบิต หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษท A จากัด
                                      ้              ั                        55,400 -
                       เครดิต เงินสด                                                       55,400 -
            บันทึกการลงทุนในหลักทรัพย์หุนสามัญ บริ ษท A จากัด
                                             ้              ั
            มีวตถุประสงค์เพื่อค้า
               ั
            เดบิต หลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ บริ ษท B จากัด
                                   ่     ้             ั                      120,700 -
                       เครดิต เงินสด                                                       120,700 -
            บันทึกการลงทุนในหลักทรัพย์หุ้นสามัญบริ ษท B จากัด ั
            มีวตถุประสงค์ถือไว้เผื่อขาย
                 ั

        วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เพื่อค้า บริ ษท A จากัด
                                                     ั
                            ราคาซื้ อ (500 หุน x 110 บาท)
                                             ้                                       55,000 บาท
                            บวก ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ                         400 บาท
                            ราคาทุน                                                  55,400 บาท
                            ราคาทุนต่อหุ น = 55,400 บาท
                                          ้                                 =         110.80 บาท
                                                 500 หุน ้
        วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เผือขาย บริ ษท B จากัด
                                           ่           ั
                            ราคาซื้ อ (1,000 หุน x 120 บาท)
                                               ้                                     120,000 บาท
                            บวก ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ                          700 บาท
                            ราคาทุน                                                  120,700 บาท
                     ราคาทุนต่อหุ น =
                                  ้          120,700 บาท                    =         120.70 บาท
                                                 1,000
46



         2. การบันทึกบัญชีเมื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุน
         เมื่ อ กิ จ การไม่ มี ก ารจ าหน่ า ยหลัก ทรั พ ย์ป ระเภทตราสารทุ น ในความต้อ งการของตลาด
ผลตอบแทนที่ กิจการจะได้รับจากการลงทุ นซื้ อหลักทรั พย์ประเภทนี้ ก็ คือ เงิ นปั นผลรั บ (dividend
revenue) ซึ่ งแสดงเป็ นบัญชี รายได้อื่น ในงบกาไรขาดทุน โดยผูออกหุ ้นที่กิจการไปลงทุนจะประกาศ
                                                                    ้
จ่ายเงินปั นผลและรายชื่อผูมีสิทธิ รับเงินปั นผลก่อน แล้วจึงจ่ายเงินให้ภายหลัง
                                ้
                2.1 เมื่อมีการประกาศจ่ายเงินปั นผล บันทึกบัญชี โดย
                      เดบิต บัญชีเงินปันผลค้างรับ                             XX
                               เครดิต บัญชีเงินปันผลรับ                              XX
                2.2 เมื่อกิจการได้รับเงินปั นผล บันทึกบัญชีโดย
                      เดบิต บัญชีเงินสด                                       XX
                               เครดิต บัญชีเงินปันผลค้างรับ                          XX
         ในกรณี ท่ีระยะเวลา วันที่ประกาศจ่ายเงิ นปั นผลไม่ห่างจากวันที่จ่ายเงิ นปั นผลมากนัก และอยู่
ในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน ให้กิจการบันทึกรายการเมื่อได้รับเงินปันผลเลย

ตัวอย่างที่ 2 จากตัวอย่างที่ 1 บริ ษท A จากัด ประกาศจ่ายเงินปั นผลหุ นสามัญ หุ ้นละ 15 บาท เมื่อ
                                    ั                                   ้
วันที่ 24 ธันวาคม 2547 และจะจ่ายเงินปั นผลให้ในวันที่ 15 มกราคม 2548 ส่่ วนทางด้านบริ ษท B  ั
จากัด ประกาศจ่ายเงินปั นผลหุ ้นสามัญ หุ ้นละ 10 บาท เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2547 และจะจ่ายเงินปั น
ผลให้ในวันที่ 29 ธันวาคม 2547 ะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้
                                                             ่
   2547
 ธ.ค. 24 เงินปั นผลค้างรับ                                                     7,500 -
              เงินปั นผลรับ                                                                  7,500 -
         บันทึกเงินปั นผลค้างรับ จากบริ ษท A จากัด (500 หุน x 15 บาท)
                                         ั                ้
      29 เงินสด
                 เงินปั นผลรับ                                                10,000 -
         บันทึกเงินปั นผล จากบริ ษท B จากัด (1,000 หุน x 10 บาท)
                                    ั                ้                                      10,000 -
   2548
 ม.ค. 15 เงินสด                                                                7,500 -
                 เงินปั นผลค้างรับ                                                           7,500 -
         บันทึกรับเงินปั นผลที่คางรับจากบริ ษท A จากัด
                                  ้          ั
47



        3. การบันทึกบัญชีเมื่อขายหลักทรัพย์
           เมื่ อกิ จการมี ค วามต้องการใช้เงิ นหรื อเห็ นว่า ขณะนี้ ราคาตลาดของหลัก ทรั พ ย์ไ ด้สู ง ขึ้ น
กิจการก็จะขายหลักทรัพย์ที่ถืออยูออกไป ซึ่ งในการขายจะต้องเสี ยค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่ายต่างๆ จึง
                                   ่
ทาให้กิจการได้รับเงินสุ ทธิ จากการขาย เท่ากับ ราคาขาย หัก ค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ใน
การบันทึกบัญชีการขายหลักทรัพย์ กิจการจะโอนหลักทรัพย์ออกจากบัญชี ดวยราคาทุน ผลต่างระหว่าง
                                                                           ้
                           ั
ราคาทุนของหลักทรัพย์กบจานวนเงินสุ ทธิ ที่ได้รับ จะบันทึกเป็ นรายการกาไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการ
จาหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่ งแสดงเป็ นบัญชีรายได้ค่าใช้จ่ายอื่น ในงบกาไรขาดทุน

ตัวอย่ างที่ 3 จากตัวอย่างที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 บริ ษทเมืองไทย จากัด ขายหุ นของบริ ษท A
                                                                ั                     ้        ั
จากัด จานวน 300 หุน ในราคาหุนละ 114 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการขายรวม 200 บาท และ ขายหุ ้นของ
                     ้              ้
บริ ษท B จากัด จานวน 800 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 119 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการขายรวม 600 บาท จะ
     ั
บันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้
                              ่

2547
ธ.ค. 28 เงินสด                                                                 34,000 -
              หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษท A จากัด
                                    ้          ั                                               33,240 -
              รายการกาไรที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์                                        760 -
        บันทึกการขายหุนสามัญ บริ ษท A จากัดจานวน 300 หุ ้น
                           ้               ั
        ราคาหุนละ 114 บาท เสี ยค่าใช้จ่าย 200 บาท
               ้
        เงินสด
        รายการขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์                         94,600 -
                   หลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญบริ ษท B จากัด
                                ่      ้          ั                             1,960 -
        บันทึกการขายหุนสามัญ บริ ษท B จากัด จานวน 800 หุ ้น
                             ้           ั                                                     96,560 -
        ราคาหุนละ 119 บาท เสี ยค่าใช้จ่าย 600 บาท
                 ้
48



         วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เพื่อค้า
                             ราคาขาย (300 หุน x 114 บาท)
                                              ้                                                34,200   บาท
                             หัก ค่าใช้จ่าย                                                       200   บาท
                                     จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับ                                  34,000   บาท
                             หัก ราคาทุน (300 หุน x 110.80 บาท)
                                                 ้                                             33,240   บาท
                                     กาไรจากการขายหลักทรัพย์                                      760   บาท

         วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เผือขาย
                                            ่
                             ราคาขาย (800 หุน x 119 บ ท)
                                              ้                                                95,200 บาท
                             หัก ค่าใช้จ่าย                                                       600 บาท
                                      จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับ                                 94,600 บาท
                             หัก ราคาทุน (800 หุน x 120.70 บาท)
                                                ้                                              96,560 บาท
                                      ขาดทุนจากการขายหลักทรัพย์                                (1,960) บาท

          การบัญชีสาหรับหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ ในความต้ องการของตลาด
          ในท านองเดี ย วกับ หลัก ทรั พ ย์ป ระเภทตราสารทุ น ในความต้องการของตลาด ต้น ทุ น ของ
หลักทรัพย์ ประเภทตราสารทุน จะประกอบด้วย จานวนเงินของหลักทรัพย์ที่กิจการลงทุนซื้ อ รวมทั้ง
ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มา ซึ่ งหลักทรัพย์ดงกล่าว เช่น ค่าธรรมเนี ยม ค่านายหน้า ค่าภาษี
                                                                        ั
ค่าใช้จ่ายในการโอน เป็ นต้น หากกิจการนาสิ นทรัพย์อื่นไปแลก ก็ให้ใช้มูลค่ายุติธรรมของสิ นทรัพย์ที่
นาไปแลก เป็ นต้นทุนของหลักทรัพย์น้ น               ั
          1. การบันทึกบัญชีเมื่อซื้ อหลักทรัพย์ และรับผลตอบแทนจากการลงทุน
          เมื่อกิจการซื้ อตราสารหนี้ในความต้องการของตลาด ให้บนทึกแยกแสดงเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า
                                                                              ั
หรื อ หลัก ทรั พ ย์เ ผื่อ ขาย ทั้ง นี้ ข้ ึ น อยู่ก ับ วัต ถุ ป ระสงค์ใ นการลงทุ น ของกิ จ การว่า เป็ นอย่า งไร และ
เนื่องจากว่าตราสารหนี้ เช่นหุ นกู้ พันธบัตร จะให้ผลตอบแทนผูถือในรู ปดอกเบี้ย โดยผูออกหลักทรัพย์
                                   ้                                        ้                         ้
จะกาหนดอัตราดอกเบี้ยและวันที่จ่ายดอกเบี้ยไว้แน่ นอน การบันทึกบัญชี เกี่ ยวกับหลักทรัพย์ประเภท
ตราสารหนี้ มีหลักการเช่ นเดียวกับหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน หากวันที่ซ้ื อขายหลักทรัพย์ตรงกับ
วันที่จ่ายดอกเบี้ย แต่ถาวันที่ซ้ื อขายหลักทรัพย์ไม่ตรงกับวันที่จ่ายดอกเบี้ย จานวนเงิ นที่ซ้ื อขายจะต้อง
                           ้
รวมดอกเบี้ยค้างรับด้วย ซึ่ งแสดงการบันทึกบัญชีได้ ดังนี้
49



            1.1 ถ้ากิ จการซื้ อขายหลักทรั พ ย์ประเภทหนี้ ตรงกับวันที่ จ่า ยดอกเบี้ ย กิ จการจะบันทึ ก
บัญชี โดย
         กรณี กิจการถือหลักทรัพย์โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า
                                           ั
                   เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นหนี้
                                                       ้                     XX
                           เครดิต บัญชีเงินสด                                      XX
         กรณี กิจการถือหลักทรัพย์ โดยมีวตถุประสงค์เผือขาย
                                                 ั               ่
                   เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้
                                                   ่       ้                 XX
                           เครดิต บัญชีเงินสด                                      XX
              1.2 ถ้ากิจการซื้ อขายหลักทรัพย์ประเภทหนี้ ไม่ตรงกับวันที่จ่ายดอกเบี้ย กิจการจะบันทึก
บัญชี โดย
         กรณี กิจการถือหลักทรัพย์โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า
                                             ั
                   เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เพื่อค้า- หุ นหนี้
                                                         ้                   XX
                           บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ                              XX
                           เครดิต บัญชีเงินสด                                      XX
         กรณี กิจการถือหลักทรัพย์โดยมีวตถุประสงค์เผือขาย
                                               ั               ่
                   เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้
                                                     ่       ้               XX
                           บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ                              XX
                           เครดิต บัญชีเงินสด                                      XX
         บัญชีดอกเบี้ยค้างรับที่บนทึกนั้น จะถูกโอนออกในวันรับดอกเบี้ยงวดแรก โดยจานวนเงินสดที่
                                  ั
ได้รับ ณ วันที่ รับ ดอกเบี้ ย งวดแรก จะถื อเป็ นรายได้ ของกิ จการเฉพาะช่ วงเวลาที่ นับ จากวัน ที่ ซ้ื อ
หลักทรัพย์จนถึงวันที่รับดอกเบี้ยงวดแรก ซึ่ งกิจการจะบันทึกบัญชี โดย
                   เดบิต บัญชีเงินสด                                         XX
                           เครดิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ                             XX
                                    บัญชีดอกเบี้ยรับ                               XX
         เมื่อกิ จการได้รับดอกเบี้ยงวดถัดไป จานวนเงิ นสดที่ได้รับ ณ วันที่จ่ายดอกเบี้ยในงวดนี้ จะถื อ
เป็ นรายได้ ของกิจการทั้งจานวน ซึ่ งกิจการจะบันทึกบัญชี โดย
                           เดบิต บัญชีเงินสด                                 XX
                                    เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ                        XX
50



        ในวันสิ้ นของระยะเวลาบัญชี ให้ทาการปรับปรุ งดอกเบี้ยค้างรับ ของหลักทรัพย์ท่ีกิจการถือไว้
แต่ยงไม่ครบกาหนด เวลาจ่ายดอกเบี้ย นับช่วงเวลาจากวันที่ได้รับดอกเบี้ยครั้งสุ ดท้ายจนถึงวันสิ้ นรอบ
    ั
เวลาบัญชี ซึ่ งถือเป็ นรายได้ของกิจการที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยงไม่ได้รับเงิน กิจการจะบันทึกบัญชี โดย
                                                         ั
                           เดบิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ                         XX
                                   เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ                            XX

                       ั                           ้
ตัวอย่างที่ 4 บริ ษทเมืองไทยจากัด ลงทุนซื้ อหุ ้นกูของบริ ษท ที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่ ง
                                                                ั
ประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 ดังนี้
-           บริ ษ ัท              1,000 หุ ้ น มู ล ค่ า หุ ้ น ละ 100 บาท ในราคาหุ ้น ละ 105 บาท
                             ้
ค่าธรรมเนี ยม 0.5% หุ ้นกูกาหนดจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้ อยละ 10 โดยจ่ายดอกเบี้ ยในวันที่ 1 เมษายน
และ 1 ตุลาคม โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า
                     ั
-           บริ ษท
                 ั                2,000 บ ท มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ในราคาหุ ้นละ 108 บาท เสี ย
                           ้
ค่าธรรมเนี ยม 0.5% หุ ้นกูกาหนดจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 โดยจ่ายดอกเบี้ยในวันที่ 1 มิถุนายน
และ 1 ธันวาคม โดยมีวตถุประสงค์ถือไว้เผือขาย
                         ั              ่
        จะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้
                                     ่
 2547
                               ้ ้ ั
  เม.ย.28 หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนกูบริ ษท C จากัด                               104,475 -
                  เงินสด                                                                   104,475 -
          บั น ทึ ก การลงทุ น ในหลัก ทรั พ ย์หุ้ น กู้ บ ริ ษัท C จ ากั ด มี
          วัตถุประสงค์เพื่อค้า
          หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุนบริ ษท D จากัด
                                ้      ั                                       214,920 -
          ดอกเบี้ยค้างรับ                                                        8,000 -
                  เงินสด                                                                   222,920 -
          บัน ทึ ก การลงทุ น ในหลัก ทรั พ ย์หุ้ น กู้ บริ ษัท D จ ากัด มี
          วัตถุประสงค์ถือไว้เผื่อขาย
51




2547
  มิ.ย. 1 เงินสด                                                             12,000 -
                 ดอกเบี้ยค้างรับ                                                        8,000 -
                 ดอกเบี้ยรับ                                                            4,000 -
          บัน ทึ ก รั บ ดอกเบี้ ย หุ ้นกู้ 12% ของบริ ษ ัท D จ ากัด จ านวน
          2,000 หุ ้น มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1ธ.ค.
          2547 – 1 มิ.ย. 2547)
 ต.ค. 1 เงินสด                                                               5,000 -
                 ดอกเบี้ยรับ                                                            5,000 -
          บันทึ กรับดอกเบี้ ยหุ ้นกู้ 10% ของบริ ษท C จากัด จานวน
                                                          ั
          1,000 หุ ้น มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1 เม.ย. –
          1 ต.ค. 2547)
  ธ.ค. 1 เงินสด                                                              12,000 -
                 ดอกเบี้ยรับ                                                            12,000 -
          บันทึกรับดอกเบี้ยหุ ้นกู้ 12% ของบริ ษท     ั       ่ากัด จานวน
          2,000 หุน มูลค่าหุนละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1 มิ.ย. – 1
                    ้           ้
          ธ.ค. 2547)
       31 ดอกเบี้ยค้างรับ                                                    2,500 -
                 ดอกเบี้ยรับ                                                            2,500 -
          ปรับปรุ งดอกเบี้ ยหุ ้นกู้ 10% ของบริ ษท C จากัด จานวน
                                                            ั
          1,000 หุน มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 3 เดือน (1 ต.ค. –
                      ้
          31 ธ.ค. 2547)
       31 ดอกเบี้ยค้างรับ                                                    2,000 -
                 ดอกเบี้ยรับ                                                            2,000 -
          ปรับปรุ งดอกเบี้ยหุ ้นกู้ 12% ของบริ ษท       ั     ่ากัด จานวน
          2,000 หุ ้น มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 1 เดือน (1 ธ.ค.-
          31 ธ.ค. 2547)
52



วิธีคานวณเมื่อซื้อ -          รายการหลักทรัพย์เพื่อค้า บริ ษท ่ากัด
                                                             ั
                              ราคาทุน :ราคาซื้ อ (1,000 หุน x 105 บาท)
                                                          ้                                 105,000    บาท
                                       หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 105,000บ ท)                     525    บท
                                       ราคาทุน                                              104,475    บาท
                                       ราคาทุนต่อหุ น = 104,475 บาท =
                                                     ้                                      104.475    บท
                                                            1,000 หุน
                                                                    ้
  -                           รายการหลักทรัพย์เผือขาย บริ ษท D จากัด
                                                 ่            ั
                              ราคาทุน              (2,000 หุน x 108 บาท)
                                                            ้                               216,000    บาท
                                        หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 216,000 บ ท)                 1,080    บท
                                        ราคาทุน                                             214,920    บาท
                                        ราคาทุนต่อหุ น = 214,920 บ ท =
                                                       ้                                    107.46     บาท
                                                                2,000 หุน
                                                                        ้
                  ดอกเบี้ยค้างรับ       บ       ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยครั้งสุ ดท้าย จนถึงวันที่ซ้ื อหลักทรัพย์
                                     1 ธ.ค. 2546 – 1 เม.ย. 2547          =        4เ
                                     = (2,000 หุน x 100 บ ท) x 12% x 4
                                                ้
                                                                         12
                                     = 200,000 x 12 x 4
                                                  100 12
                                     = 8,000 บาท
         2. การบันทึกบัญชีเมื่อขายหลักทรัพย์
             เมื่ อกิ จการมี ความต้องการใช้เงิ น หรื อเห็ นว่าขณะนี้ ราคาตลาดของหลักทรั พย์ได้สูง ขึ้ น
กิ จการจะทาการขายหลักทรั พย์ที่ถืออยู่ออกไป ซึ่ งในการขายจะต้องเสี ยค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่าย
ต่างๆ จึงทาให้กิจการได้รับเงินสุ ทธิ จากราคาขาย เท่ากับ ราคาขาย หักค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่ายต่างๆ
แล้ว หากวันที่ ขายหลักทรัพย์ตรงกับวันที่ จ่ายดอกเบี้ย แต่ถาวันที่ ขายหลักทรั พย์ไม่ตรงกับวันที่จ่าย
                                                                  ้
ดอกเบี้ ย กิ จ การผู ้ข ายหลัก ทรั พ ย์จ ะต้อ งคิ ด ดอกเบี้ ย จากผู ้ซ้ื อ หลัก ทรั พ ย์ด้ว ยระยะเวลาจากวัน ที่
หลักทรั พย์จ่ายดอกเบี้ยครั้ งสุ ดท้าย จนถึ งวันที่ ขายหลักทรั พย์ ฉะนั้น จานวนเงิ นสุ ทธิ จากการขายที่
กิจการจะได้รับ จึงรวมดอกเบี้ยค้างรับด้วย
53



ตัวอย่างที่ 5 จากตัวอย่างที่ 4 สมมติวา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 บริ ษทเมืองไทย จากัด ขายหุ ้นกู้
                                     ่                                ั
ของบริ ษท ่ากัด จาวน 600 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 107 บาท เสี ยค่าธรรมเนี ยม 0.5% และ ขายหุ ้นกู้
         ั
ของบริ ษท D จากัด จานวน 1,500 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 110 บาท เสี ยค่าธรรมเนี ยม 0.5% ะบันทึก
           ั
รายการในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้
                    ่
2547
ต.ค. 1   เงินสด                                                                5,000 -
               ดอกเบี้ยรับ                                                                     5,000 -
         บันทึกรับดอกเบี้ยหุ ้นกู้ 10% ของบริ ษท C จากัด จานวน 1,000 หุ ้น
                                                  ั
         มูลค่าหุนละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1 เม.ย. – 1 ต.ค. 2547)
                 ้
         จานวน 600 หุน ในราคาหุนละ 107 บาท เสี ยค่าธรรมเนียม 0.5%
                       ้                ้
         เงินสด                                                               63,879 -
               หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนกู้ บริ ษท C จากัด
                                          ้     ั                                             62,685 -
               รายการกาไรที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์                                    1,194 -
         บันทึกการขายหุ ้นกู้ บริ ษท C จากัด จานวน 600 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ
                                      ั
         107 บาท เสี ยค่าธรรมเนียม 0.5%
         เงินสด (164,175 + 6,000)                                             170,175 -
                            ่               ้ ้ ั
               หลักทรัพย์เผือขาย-หุนกูบริ ษท D จากัด                                          161,190 -
               รายการกาไรที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์                                     2,985 -
               ดอกเบี้ยรับ                                                                      6,000 -
         บันทึกการขายหุนกู้ บริ ษท D จากัด จานวน 1,500 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ
                         ้          ั
         110 บาท เสี ยค่าธรรมเนี ยม 0.5% วมดอกเบี้ยที่คาง 4 เดือน (1มิ.ย. –
                                                        ้
         1 ต.ค. 2547)


วิธีการคานวณเมื่อขาย -       รายการหลักทรัพย์เพื่อค้าบริ ษท C จากัด
                                                          ั
                                  ราคาขาย (6,000 หุน x 107 บ ท)
                                                     ้                               64,200   บาท
                                  หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 64,200)                      321   บท
                                    จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับจากการขาย                63,879   บาท
                                  หัก ราคาทุน (600 หุน x 104.475)
                                                       ้                             62,685   บาท
                                    กาไรจากการจาหน่ายหลักทรัพย์                       1,194   บาท
54



  -                            รายการหลักทรัพย์เพื่อขาย บริ ษท ่ากัด
                                                               ั
                                    ราคาขาย (1,500 หุน x 110 บ ท)
                                                      ้                                          165,000    บาท
                                    หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 165,000 บ ท)                            825    บท
                                      จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับจากการขาย                          164,175    บาท
                                    หัก ราคาทุน (1,500 หุน x 107.46 บาท)
                                                          ้                                      161,190    บาท
                                      กาไรจากการจาหน่ายเงินลงทุน                                   2,985    บาท

                             ดอกเบี้ยรับ สาหรับระยะเวลา 4 เดือน (1 มิ.ย. – 1 ต.ค. 2547)
                                     = (1,500 หุน x 100 บ ท) x12% x 4
                                                ้
                                                                   12
                                     = 150,000 x 12 x 4
                                                  100 12
                                     = 6,000 บ ท

          การบันทึกบัญชี เมื่อมีการเปลียนแปลงมูลค่ าของหลักทรัพย์
                                       ่
          มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 ของสมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแห่ งประเทศไทย
                                                                            ้
ได้กาหนดให้เงินลงทุนชัวคราวที่เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน และตราสารหนี้ ในความต้องการ
                             ่
ของตลาด ที่จดอยู่ในประเภทของหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย แสดงมูลค่าในงบดุ ลด้วย
                ั
มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ในงบดุลมูลค่ายุติธรรมดังกล่าว ก็คือราคาซื้ อขายหรื อราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่
ปรากฏอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้ นวันนั้น ณ วันที่ในงบดุล ถ้ามีการเปลี่ ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคา
ทุนกับราคาตลาดของหลักทรัพย์ ในปี แรก และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาตามบัญชี กบ                             ั
ราคาตลาดของหลักทรัพย์ในปี ต่อๆ ไป กิจการจะต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงดังนี้
          กรณี เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนในความต้องการของตลาด ที่อยูในประเภทหลักทรัพย์  ่
เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย ผลต่างของการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาตามบัญชี กับราคาตลาด
ของหลัก ทรั พ ย์เ พื่ อ ค้า และหลัก ทรั พ ย์เ ผื่ อ ขาย รั บ รู ้ เ ป็ นก าไรหรื อ ขาดทุ น ในงวดบัญ ชี ที่ เ กิ ด การ
เปลี่ยนแปลงมูลค่าทันที โดยบันทึกบัญชีของกาไรขาดทุนนั้น ใน “บัญชี กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจาก  ั
หลักทรัพย์เพื่อค้า – หุนทุน” หรื อ “บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ ้นทุน” ซึ่ ง
                        ้                                           ั
จะแสดงในงบกาไรขาดทุ นประจางวด ส่ วนมูล ค่ า ของหลัก ทรั พ ย์เพื่ อค้าและหลัก ทรั พ ย์เ ผื่อขาย ที่
เพิ่มขึ้นหรื อลดลง จากราคาตามบัญชีจะบันทึกใน “บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ ้นทุน”
                                                                         ่
หรื อ “บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน” ซึ่ งเป็ นบัญชีปรับมูลค่าของบัญชี
                   ่                                ่       ้
55



หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน หรื อบัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นทุน ในงบดุลนันเอง
                     ้                             ่     ้                 ่
             1. เมื่อกิจการเกิดผลต่างของการเปลี่ ยนแปลงมูลค่าของหลักทรัพย์ เนื่ องจากราคาตลาด
มากกว่าราคาตามบัญชี จะรับรู ้เป็ นกาไร บันทึกบัญชีโดย
        เดบิต บัญชีค่าเผือปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน
                           ่                               ้                           XX
                  เครดิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน
                                               ั                                   ้         XX
        หรื อ
        เดบิต บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน
                             ่                         ่       ้                       XX
                  เครดิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นทุน
                                                 ั                               ่   ้       XX
             2. ถ้าผลต่างที่เกิ ดขึ้น เนื่ องจากราคาตลาดน้อยกว่าราคาตามบัญชี จะรั บรู ้ เป็ นขาดทุ น
บันทึกบัญชีโดย
        เดบิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน
                                        ั                                    ้         XX
                  เครดิต บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน
                                    ่                                  ้                     XX
        หรื อ
        เดบิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน
                                          ั                        ่           ้       XX
                  เครดิต บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นทุน
                                      ่                          ่       ้                   XX

        สาหรับงวดต่อมา หากหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนในความต้องการของตลาด ไม่วาจะเป็ น      ่
ประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้า หรื อหลักทรัพย์เ ผื่อขาย ยังคงมียอดคงเหลื ออยู่ กิ จการยังคงต้องการแสดง
มูลค่าของหลักทรัพย์ดงกล่าวในงบดุล ด้วยมูลค่ายุติธรรมหรื อราคาตลาด ณ วันที่ในงบดุล โดยกิจการ
                     ั
ต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาตามบัญชี ของหลักทรัพย์ซ่ ึ งเป็ นราคาตลาด ณ วันที่ของ
งบดุลในงวดก่อน กับราคาตลาด ณ วันที่ในงบดุลของงวดปั จจุบน    ั

ตัวอย่างที่ 6 บริ ษทสยามชัย จากัด ซื้ อหลักทรัพย์เพื่อค้าหุ ้นสามัญ บริ ษท อเนก จากัด เมื่อวันที่ 1
                        ั                                                    ั
มีนาคม 2547 เป็ นเงิน 120,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 หุ ้นสามัญของบริ ษทอเนก จากัด มี
                                                                                     ั
มูลค่ายุติธรรม 130,000 บาท
          หลักทรัพย์เพื่อค้า ราคาทุน 120,000 บาท ณ วันสิ้ นปี มีมูลค่ายุติธรรม 130,000 บาท เนื่องจาก
ราคาตลาดมากว่าราคาทุน จะรับรู ้ เป็ นกาไรที่ยงไม่เกิดขึ้น 10,000 บาท ที่จะบันทึกในงบกาไรขาดทุน
                                              ั
และหลักทรัพย์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 10,000 บาท บันทึกบัญชี โดย
56



        เดบิต   ค่าเผื่อการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษทอเนก จากัด 10,000
                                                          ้          ั
                เครดิต กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษทอเนก จากัด 10,000
                                         ั                                ้           ั
        บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นสามัญบริ ษทอเนก จากัด เมื่อแสดงในงบดุลจะ
                    ่                                  ้          ั
เป็ นบัญชี ปรับเพิ่มยอดหลักทรัพย์เพื่อค้า ทาให้มูลค่าของหลักทรัพย์เพื่อค้าที่แสดงในงบดุ ล จะแสดง
ด้วยมูลค่ายุติธรรม คือ 130,000 บาท

ตัวอย่างที่ 7 บริ ษทสยามชัย จากัด ซื้ อหลักทรัพย์เผื่อขาย หุ ้นสามัญบริ ษท อนันต์ จากัด เมื่อวันที่ 1
                          ั                                                   ั
เมษายน 2547 เป็ นเงิน 150,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 หุ ้นสามัญของบริ ษทอนันต์ จากัด มี
                                                                                        ั
มูลค่ายุติธรรม 110,000 บาท
          หลักทรัพย์เผื่อขาย ราคาทุน 150,000 บาท ณ วันสิ้ นปี มีมูลค่ายุติธรรม 110,000 บาท เนื่องจาก
ราคาตลาดน้อยกว่าราคาทุ น จะรั บรู ้ เป็ นขาดทุ นที่ ยง ไม่เกิ ดขึ้ น 40,000 บาท ที่ จะบันทึ ก ในงบกาไร
                                                      ั
ขาดทุนและหลักทรัพย์มีมูลค่าลดลง 40,000 บาท บันทึกบัญชี โดย
          เดบิต กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-
                                       ั                        ่
                    หุนสามัญบริ ษท อนันต์ จากัด
                        ้            ั                                          40,000
                    เครดิต ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-
                                   ่                          ่
                            หุ นสามัญ บริ ษท อนันต์ จากัด
                               ้           ั                                           40,000
          บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นสามัญบริ ษท อนันต์ จากัด เมื่อแสดงในงบดุล
                      ่                          ่       ้             ั
จะเป็ นบัญชีปรับลดยอดหลักทรัพย์เผื่อขายทาให้มูลค่าของหลักทรัพย์เผื่อขายที่แสดงในงบดุ ลจะแสดง
ด้วยมูลค่ายุติธรรม คือ 110,000 บาท
          กรณี เ ป็ นหลัก ทรั พ ย์ป ระเภทตราสารหนี้ ในความต้อ งการของตลาด ที่ จ ัด อยู่ใ นประเภท
หลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผือขาย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาทุนกับราคาตลาดของ
                                         ่
หลัก ทรั พ ย์ใ นปี แรก และถ้า มี ก ารเปลี่ ย นแปลงมู ล ค่ า ระหว่า งราคาตามบัญ ชี กับ ราคาตลาดของ
หลักทรัพย์ในปี ต่อๆ ไป ให้บนทึกการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน
                                 ั

การแสดงรายการเงินลงทุนชั่ วคราวในงบการเงิน
       เงิ นลงทุนชัวคราวที่เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนและตราสารหนี้ ในความต้องการของ
                   ่
           ่
ตลาด ไม่วาจะเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เผื่อขาย จะแสดงภาพใต้หวข้อสิ นทรัพย์หมุนเวียน
                                                                        ั
ในงบดุล ด้วยราคาตามบัญชีหรื อราคาตลาด ณ วันที่ ในงบดุล ดังนี้
57



                                         งบดุล (บางส่ วน)
                                     ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1
                                              สิ นทรัพย์
สิ นทรัพย์หมุนเวียน
         :
เงินลงทุนชัวคราว
             ่
         หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน  ้                                                 XX
         บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน
                            ่                               ้                         XX XX
         หลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน
                          ่             ้                                             XX
         บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน
                              ่                       ่         ้                     XX XX
         หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นหนี้  ้                                               XX
         บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นหนี้
                                ่                             ้                       XX XX
         หลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้
                        ่                 ้                                           XX
         บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้
                                  ่                     ่         ้                   XX XX
         ส่ วนบัญชี กาไรขาดทุนที่ ยงไม่เกิ ดขึ้น หรื อกาไรขาดทุ นที่เกิ ดขึ้นแล้ว ในหลักทรัพย์ประเภท
                                              ั
                                            ่
ตราสารทุน และตราสารหนี้ ไม่วาจะเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เผื่อขาย แสดงภายใต้หัวข้อ
รายได้อื่น หรื อค่าใช้จ่ายอื่น ในงบกาไรขาดทุน

ตัวอย่างที่ 8 จากตัวอย่างที่ 6 และ 7 จะแสดงรายการหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เ ผื่อขาย ของ
บริ ษทสยามชัย จากัด ในงบดุล และงบกาไรขาดทุน ได้ดงนี้
     ั                                                  ั
                                 การแสดงรายการในงบดุล 2547 (บางส่ วน)
สิ นทรัพย์หมุนเวียน
        :
เงินลงทุนชัวคราว
             ่
        หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญ
                             ้                                    120,000
        บวก ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญ
                    ่                                 ้            10,000   130,000
        หลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ
                      ่        ้                                  150,000
        หัก ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ
                  ่                          ่      ้              40,000   110,000
58



                             การแสดงรายการในงบกาไรขาดทุน 2547 (บางส่ วน)
รายได้อื่น
          กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญ
                        ั                                   ้                                        10,000
ค่าใช้จ่ายอื่น
          กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ
                          ั                         ่         ้                                      40,000

              กิจการย่อมต้องการมีรายได้เกิดขึ้นจานวนมากในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี การซื้ อขายสิ นค้า
หรื อการให้บริ การ จึงมีท้ งที่เป็ นการซื้ อขายเป็ นเงินสดและเป็ นเงินเชื่ อ ส่ วนใหญ่จะเป็ นการซื้ อขายเป็ น
                            ั
เงิ นเชื่ อ แล้วได้รับช าระหนี้ เป็ นเอกสารเครดิ ต ที่ เรี ยกว่า ตัวเงิ นรั บ ซึ่ งเป็ นการเขี ยนสั ญญาเป็ นลาย
                                                                   ๋
ลักษณ์อกษรจากลูกค้าที่ซ้ื อสิ นค้าว่าจะนาเงินสดมาชดใช้ให้แก่กิจการ ตัวเงินรับจะเปลี่ยนเป็ นเงินสดได้
            ั                                                                  ๋
ก็ต่อเมื่อครบกาหนดเวลาจ่ายชาระตามที่ระบุไว้ในตัว แต่ถากิจการมีความจาเป็ นต้องใช้เงินสดก่อนวันที่
                                                        ๋      ้
ตัวครบกาหนด ก็สามารถนาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน เพื่อนาเงินมาใช้ก่อนได้
  ๋                                ๋

ความหมายของตั๋วเงินรับ
         ตัวเงินรับ หมายถึง คามันสัญญาเป็ นลายลักษณ์อกษรโดยปราศจากเงื่อนไขที่บุคคลหนึ่ งรับจะ
           ๋                    ่                     ั
ชาระเงิ นจานวนหนึ่ งที่แน่นอนให้แก่อีกบุคคลหนึ่ งภายในเวลาที่กาหนด (สมาคมนักบัญชี และผูสอบ   ้
บัญชี รับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย, 2538, หน้า68) ดังนั้น ตัวเงินรับจึงเป็ นเอกสารแสดงสิ ทธิ ในการรับ
                                                        ๋
ชาระหนี้ของกิจการ ซึ่ งนอกจากกิจการจะได้รับตามจานวนเงินที่เป็ นมูลค่าหนี้ แล้ว กิจการอาจจะได้รับ
ผลตอบแทนจากตัวเงินรับในรู ปของดอกเบี้ยรับอีกด้วย
                   ๋

ประเภทของตั๋วเงินรับ
          ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 898 แบ่งตัวเงินออกเป็ น 3 ประเภท คือ ตัวแลก
                                                                           ๋                                   ๋
เงิน ตัวสัญญาใช้เงิน และ เช็ค
       ๋
          ตั๋วแลกเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 908 ได้บญญัติวา “อันตัวแลกเงิ น
                                                                                         ั         ่       ๋
นั้นคื อ หนัง สื อตราสารซึ่ งบุ ค คลหนึ่ งเรี ย กว่า ผูสั่ง จ่าย สั่งบุ ค คลอี ก คนหนึ่ งเรี ย กว่า ผูจ่าย ให้ใ ช้เงิ น
                                                       ้                                              ้
จานวนหนึ่ งแก่บุคคลหนึ่ ง หรื อให้ใช้ตามคาสั่งอีกบุคคลหนึ่ ง ซึ่ งเรี ยกว่า ผูรับเงิน และ มาตรา 909 ได้
                                                                                    ้
บัญญัติให้ตวแลกเงิน ต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
              ั๋
                 1. คาบอกชื่อว่า เป็ นตัวแลกเงิน
                                        ๋
59



                                                       ่
              2. คาสั่งอันปราศจากเงื่อนไขให้จายเงินเป็ นจานวนแน่นอน
              3 ชื่อหรื อยีหอผูจ่าย
                            ่ ้ ้
              4 วันถึงกาหนดใช้เงิน
              5. สถานที่ใช้เงิน
              6. ชื่อ หรื อ ยีหอผูรับเงิน หรื อคาจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผซ้ื อ
                              ่ ้ ้                                          ู้
              7. วัน และสถานที่ออกตัวเงิน      ๋
              8. ลายมือชื่อผูสั่งจ่าย  ้
          ดังนั้น จะเห็นว่าตัวแลกเงินเป็ นตราสารที่มีบุคคลเกี่ยวข้องด้วย 3 ฝ่ าย คือ
                                 ๋
          1. ผูสังจ่าย คือ ผูเ้ ขียนตัวฉบับนั้นขึ้น อาจจะระบุให้ตนเองหรื อบุคคลอื่นเป็ นผูรับเงินก็ได้
                  ้่                       ๋                                                  ้
          2. ผูจ่ายเงิน คือ ผูลงลายมือชื่อรับรองตัว และมีหน้าที่จายเงินตามตัวเมื่อครบกาหนด
                  ้                  ้                     ๋             ่         ๋
          3. ผูรับเงิน คือ ผูมีสิทธิ ได้รับเงินตามตัว ซึ่ งผูสั่งจ่ายและผูรับเงินอาจเป็ นบุคคลเดียวกันก็ได้
                ้                  ้                     ๋   ้             ้
          กฎหมายได้มีการบัญญัติให้ เฉพาะตัวแลกเงินนี้ ก่อนถึ งกาหนดเวลาใช้เงิ น ผูถือตัวต้องนาตัว
                                                     ๋                                       ้ ๋            ๋
แลกเงิ นไปให้ผจ่ายเงินรับรองตัว โดยผูจ่ายเงินจะเขียนคาว่า “รับรองแล้ว” พร้อมทั้งลงลายมือชื่ อและ
                     ู้                  ๋       ้
วันที่ไว้บนด้านหน้าของตัว จึงจะถื อว่าตัวแลกเงินฉบับนี้ สมบูรณ์และมีผลตามกฎหมาย ซึ่ งผูจ่ายเงินมี
                               ๋                   ๋                                                ้
หน้าที่จะต้องจ่ายเงินตามวันที่ และจานวนเงินที่ระบุไว้ในตัวเมื่อถึงกาหนดชาระเงิน และในระหว่างที่
                                                                    ๋
ตัวแลกเงินยังไม่ถึงกาหนดชาระเงิน ตัวเงินรับนี้จะมีสภาพเป็ น ตัวเงินรับ ซึ่ งเป็ นสิ นทรัพย์ของผูทรงตัว
  ๋                                          ๋                         ๋                              ้ ๋

                                                                                   ั      ่
         ตั๋วสั ญญาใช้ เงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 982 ได้บญญัติวา “อันว่าตัว       ๋
สัญญาใช้เงิ น คือ หนังสื อตราสารซึ่ งบุคคลหนึ่ ง เรี ยกว่า ผูออกตัว ให้คามันสัญญาว่าจะใช้เงิ นจานวน
                                                             ้    ๋        ่
หนึ่ งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ ง หรื อใช้ให้ตามคาสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ ง เรี ยกว่า ผูรับเงิ น” และมาตรา
                                                                                 ้
983 ได้บญญัติให้ตวสัญญาใช้เงิน ต้องมีรายการดังต่อไปนี้
          ั          ั๋
              1. คาบอกชื่อว่าเป็ นตัวสัญญาใช้เงิน
                                      ๋
              2. คามันสัญญาอันปราศจากเงื่อนไขว่าจะใช้เป็ นจานวนแน่นอน
                        ่
              3. วันถึงกาหนดใช้เงิน
              4. สถานที่ใช้เงิน
              5. ชื่อหรื อยีหอของผูรับเงิน
                            ่ ้     ้
              6. วันและสถานที่ออกตัวสัญญาใช้เงิน
                                        ๋
              7. ลายมือชื่อผูออกตัว
                                ้ ๋
60



           ดังนั้น จะเห็นว่าตัวสัญญาใช้เงินเป็ นตราสารที่มีบุคคลเกี่ยวข้องด้วย 2 ฝ่ าย คือ
                                   ๋
                  1. ผูออกตัว คือ ผูเ้ ขียนตัวซึ่ งมีหน้าที่ตองจ่ายชาระเงินตามสัญญาว่าจะจ่ายเงินตามจานวน
                           ้   ๋                ๋                  ้
ที่ระบุไว้ให้แก่ผมีชื่อในตัวตามที่กาหนด
                        ู้       ๋
                  2. ผูรับเงิน คือ บุคคลที่ถูกระบุชื่อว่ามีสิทธิ ได้รับเงินตามตัว โดยจะได้รับตัวเงินที่ผออก
                             ้                                                               ๋              ๋              ู้
ตัวเขียนตัวและลงลายมือชื่อแล้ว มาถือไว้จนถึงกาหนดชาระเงิน ก็จะนาตัวไปขอรับเงินจากผูออกตัวได้
   ๋        ๋                                                                            ๋                    ้               ๋
ในระหว่างที่ตวสัญญาใช้เงิ นยังไม่ถึงกาหนดชาระเงิ น ตัวเงิ นฉบับนี้ จะมีสภาพเป็ นตัวเงิ นรับซึ่ งเป็ น
                    ั๋                                                  ๋                             ๋
สิ นทรัพย์ของผูทรงตัว  ้ ๋
           เช็ ค ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 987 ได้บญญัติว่า “เช็ค คือ หนังสื อตรา
                                                                                       ั
สารซึ่งบุคคลหนึ่ง เรี ยกว่า ผูสั่งจ่าย สั่งธนาคารให้ใช้เงินจานวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ ง
                                       ้
หรื อใช้ตามคาสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ ง ซึ่ งเรี ยกว่า ผูรับเงิน” ซึ่ งรายการในเช็ค ประกอบด้วย คาบอกว่า
                                                                 ้
เป็ นเช็ค คาสังที่ใช้จ่ายเงินเป็ นจานวนที่แน่นอน วันที่สถานที่ที่ออกเช็ค ชื่อผูรับเงิน ชื่ อธนาคารผูจ่ายเงิน
                ่                                                                              ้                      ้
สถานที่ จ่ า ยเงิ น และลายมื อ ชื่ อ ผู ้สั่ ง จ่ า ยเงิ น เมื่ อ ได้รั บ เช็ ค ธนาคารจะจ่ า ยเงิ น ให้ แ ก่ ผู ้เ บิ ก ทัน ที
นอกจากนั้นเช็คยังโอนสลักหลังให้ผอื่นได้      ู้
           ดังนั้น จะเห็นว่า เช็ค เป็ นตราสารที่มีบุคคลเกี่ยวข้อง 3 ฝ่ าย คือ ผูส่ังจ่าย ซึ่ งเป็ นผูลงนามในเช็ค
                                                                                           ้              ้
ผูรับเงิ น และธนาคารซึ่ งเป็ นผูจ่ายเงิ นคื นให้แก่ ผูรับ เงิ นเมื่ อถู กทวงถาม ซึ่ งเช็ คที่ ลงวันที่ ปัจจุ บนจะ
     ้                                   ้                     ้                                                         ั
สามารถนามาเบิกเงิ นได้ทนที เมื่อได้รับมาทางบัญชี จะนับรวมเป็ นเงินสด ส่ วนเช็คที่ลงวันที่ล่วงหน้า
                                     ั
ยังไม่สามารถเบิ กเงิ นในขณะนั้นได้ทนที จึ งมี ลกษณะเช่ นเดี ยวกับ ตัวแลกเงิ น และตัวสัญญาใช้เงิ น
                                                  ั         ั                        ๋                  ๋
                                           ่
ดังนั้นเมื่อได้รับมาจะบันทึกรวมอยูในบัญชี ตัวเงินรับ ซึ่ งเป็ นสิ นทรัพย์ของผูถือเช็คก็ได้
                                                       ๋                                         ้

การนับวันครบกาหนดของตั๋วเงินรับ
          ข้อความที่ กาหนดวันชาระเงิ นตามตัว อาจเขี ยนได้หลายอย่าง ซึ่ งตามประมวลกฎหมายแพ่ง
                                                  ๋
และพาณิ ชย์ มาตรา 713 ได้กาหนดวันครบกาหนดไว้ 4 วิธี ดังนี้
          1. เมื่อทวงถาม เช่น “ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้เมื่อทวงถามจานวน.................” ดังนั้น ผู ้
จ่ายเงินตามตัวจะต้องจ่ายเงินทันทีเมื่อผูรับเงินต้องการ อย่างไรก็ตาม ตัวเงิน ซึ่ งถึงกาหนดเมื่อทวงถาม
               ๋                            ้                                ๋
จะต้องยืนให้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน
          2. ระบุวนที่ถึงกาหนดไว้ในตัวเงิน เช่น “ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้นายโชคชัย จิตใจดี ใน
                   ั                     ๋
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 25.....” เป็ นต้น ดังนั้นผูจ่ายเงินตามตัวมีหน้าที่จ่ายเงินในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 25.....
                                               ้            ๋
61



          3. เมื่อสิ้ นเวลาหนึ่ งนับแต่ได้เห็ น เช่ น “ถึ งกาหนด 20 วัน นับแต่ได้เห็ นข้าพเจ้าสัญญาว่าจะ
จ่ายเงิ นจานวน.............” เป็ นต้น ซึ่ งกรณี น้ ี วนถึงกาหนด คือ 20 วัน นับจากวันที่ได้เห็น คือ เป็ นวัน ที่
                                                      ั
รับรองนันเอง ตัวประเภทนี้ผทรงอาจลงวันที่แท้จริ งก็ได้แล้วจึงเริ่ มนับจากวันนั้น
           ่       ๋             ู้
          4. เมื่อสิ้ นระยะเวลาครบที่กาหนดไว้นบแต่วนที่ในตัวเงิน
                                                        ั   ั        ๋
               4.1 ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นปี วันที่ครบกาหนดชาระเงินจะเป็ นวันเดียวกับวันที่ออกตัว             ๋
เงินแต่เป็ นของปี ที่ครบกาหนด เช่น ออกตัวเงิน ณ วันที่ 1 เมษายน 2547 ตัวเงินมีอายุ 1 ปี จึงถึงวันครบ
                                                ๋                                 ๋
กาหนดชาระเงินในวันที่ 1 เมษายน 2547 เป็ นต้น
               4.2 ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นเดือน วันที่ครบกาหนดชาระเงินจะเป็ นวันเดียวกับวันที่ออก
ตัวเงินแต่เป็ นของเดือนที่ครบกาหนด ในกรณี ที่วนที่ในตัวเงินตรงกับวันสิ้ นเดือน ในเดือนที่ถึงกาหนด
  ๋                                                       ั        ๋
ก็ตองเป็ นวันสิ้ นเดือนด้วย ถ้าไม่มีวนที่วนนั้นในเดือนที่ถึงกาหนด ให้ถือวันสุ ดท้ายของเดื อนนั้น เป็ น
        ้                              ั ั
วัน ที่ครบกาหนดแทนได้ เช่ น ออกตัวเงิ น ณ วันที่ 31 มกราคม 2547 ตัวเงิ นมีอายุ 3 เดื อน ดังนั้น วัน
                                            ๋                                 ๋
ครบกาหนดชาระเงินจะเป็ นวันสิ้ นเดือนของเดือนเมษายน คือวันที่ 30 เมษายน 2547 นันเอง แต่ถาออก ่           ้
ตัวเงิน ณ วันที่ 15 มกราคม 2547 วันที่ครบกาหนดชาระเงินจะนับมาอีก 3 เดือน และเป็ นวันที่เดียวกัน
    ๋
คือ วันที่ 15 เมษายน 2547
               4.3 ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นวัน การนับวันครบกาหนดชาระจะไม่นบรวมวันที่ออกตัว  ั                    ๋
แต่จะให้เริ่ มนับวันที่หลังจากวันออกตัว จนครบอายุตว เช่น ออกตัวเงิ น ณ วันที่ 16 มกราคม 2547 ตัว
                                              ๋               ั๋        ๋                                       ๋
เงินอายุ 60 วัน จะหาวันครบกาหนดได้ โดยเอาจานวนวันของเดือนที่ออกตัวเป็ นตัวตั้ง แล้วเอาวันที่ใน
                                                                                    ๋
ตัวไปหักออก จะได้จานวนวันของตัวในเดื อนที่ออกตัว หลังจากนั้น ให้นบวันที่ของเดือนต่อๆ ไป จน
      ๋                                   ๋                      ๋              ั
ครบอายุของตัวไปถึงวันของเดือนใด วันนั้นจะเป็ นวันที่ครบกาหนด ดังนี้
                 ๋

         เดือนมกราคม (เป็ นเดือนที่ออกตัว มีจานวน วัน 31 วัน)
                                           ๋                                     31      วัน
         หัก วันที่ออกตัวเงิน (ณ วันที่ 16 มกราคม 2541)
                        ๋                                                        16      วัน
         จานวนวันของอายุตวเงิน ในเดือนที่ออกตัว
                              ั๋                  ๋                            = 15      วัน
         เดือนกุมภาพันธ์ (มีจานวนวัน 28 วัน)                                     28      วัน
                                                                               = 43      วัน
         เดือนมีนาคม (เดือนที่ครบกาหนด)                                          17      วัน
             รวม                                                               = 60      วัน
         ดังนั้น วันครบกาหนด คือ วันที่ 17 มีนาคม 2547
62



ชนิดของตั๋วเงินรับ
        นอกจากจะแบ่ ง ประเภทของตั๋วเงิ น เป็ นตั๋วแลกเงิ น ตั๋วสั ญญาใช้เงิ นและเช็ ค แล้ว อาจจะ
พิจารณาแบ่งประเภทของตัวเงิน โดยใช้เกณฑ์พิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับจากตัว เนื่ องจากตัวเงินปกติ
                           ๋                                                   ๋         ๋
ระยะเวลาในการชาระหนี้ยาวนานกว่าลูกหนี้ จึงมักมีการตกลงจ่ายดอกเบี้ยให้ระหว่างกัน ดังนั้น ตัวเงิน๋
จะถูกแบ่งตามลักษณะของประโยชน์ที่ได้รับ คือ ดอกเบี้ยที่ปรากฏบนหน้าตัว ดังนี้
                                                                          ๋
        1. ตัวเงิ นชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย ตัวเงิ นประเภทนี้ จะไม่มีอตราดอกเบี้ยระบุไว้บนหน้าตัว เมื่อตัว
                ๋                       ๋                       ั                            ๋     ๋
เงินครบกาหนด จานวนเงินที่ผรับเงินจะได้รับ จะเท่ากับจานวนเงินที่ระบุไว้บนหน้าตัว เท่านั้น
                               ู้                                                 ๋
        2. ตัวเงินชนิดมีดอกเบี้ย ตัวเงินประเภทนี้ จะมีอตราดอกเบี้ยระบุไว้บนหน้าตัว เมื่อตัวเงินครบ
              ๋                     ๋                    ั                          ๋      ๋
กาหนด จานวนเงินที่ผรับเงินจะได้รับ จะเท่ากับ จานวนเงินที่ระบุไว้บนหน้าตัวบอกด้วยจานวนเงินที่
                        ู้                                                   ๋
เป็ นดอกเบี้ยรับ

การคานวณดอกเบียรับของตั๋วเงินรับ
                  ้
      เมื่อตัวเงินครบกาหนด จะมีการนาอัตราดอกเบี้ยที่กาหนดหน้าตัว ของตัวเงินชนิ ดมีดอกเบี้ยมา
             ๋                                                 ๋      ๋
คานวณตามระยะเวลาอายุของตัว ซึ่ งวิธีการคานวณจะแตกต่างกันไม่มากขึ้ นอยู่กบระยะเวลาที่ ครบ
                             ๋                                            ั
กาหนด มีสูตรการคานวณ ดังนี้

        ดอกเบี้ยรับ      =       เงินต้น(มูลค่าที่ระบุไว้บนหน้าตัว) x อัตราดอกเบี้ย x ระยะเวลา
                                                                 ๋

       1. ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นปี การคานวณดอกเบี้ยให้ใช้ปีเป็ นฐานการคานวณ เช่น ตัวเงินรับ
                                                                                  ๋
จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% มีอายุ 1 ปี ดอกเบี้ยจะคานวณได้ดงนี้
                                                                  ั
       ดอกเบี้ยรับ    =50,000 x 10 x 1 ปี
                                100
                      =5,000 บาท

         2. ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นเดือน การคานวณดอกเบี้ยให้ใช้ 12 เดือน เป็ นฐานในการคานวณ
เช่น ตัวเงินรับ จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% มีอายุ 3 เดือน ดอกเบี้ยจะคานวณได้ดงนี้
       ๋                                                                             ั
         ดอกเบี้ยรับ     = 50,000 x 10 x 3
                                  100 12
                         = 1,250 บาท
63



             3. ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นวัน การคานวณดอกเบี้ยรับให้ใช้ 360 วัน หรื อ 365 วัน เป็ นฐาน
ในการคานวณ เช่น ตัวเงินรับ จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% มีอายุ 180 วัน ดอกเบี้ยจะคานวณ
                           ๋
ได้ดงนี้ (กาหนดให้ 1 ปี = 360 วัน)
      ั
             ดอกเบี้ยรับ       = 50,000 x 10 x 180
                                           100 360
                               = 2,500 บาท
มูลค่ าตั๋วเมื่อครบกาหนด
             มูลค่าตัวครบกาหนด หมายถึง จานวนเงินทั้งสิ้ นที่ผรับเงินจะได้รับจากตัวเมื่อครบกาหนดชาระ
                     ๋                                              ู้                       ๋
ถ้า เป็ นตั๋ว ชนิ ด ไม่ มี ด อกเบี้ ย มู ล ค่ า ตั๋ว เมื่ อ ครบก าหนด จะเท่ า กับ มู ล ค่ า ที่ ร ะบุ ไ ว้ห น้ า ตั๋ว และ
ถ้าเป็ นตัวชนิดมีดอกเบี้ย มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด จะเท่ากับ มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว บวก ดอกเบี้ย
           ๋                          ๋                                                          ๋

การบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับ
          กิจการจะได้รับตัวเงินรับเข้ามา ทั้งที่เกิดจากการดาเนิ นงานตามปกติของกิจการ เช่น ตัวเงินรับ
                              ๋                                                                        ๋
ที่ได้รับจากการขายสิ นค้า หรื อตัวเงิ นรับที่ได้รับจากการชาระหนี้ ของลูกหนี้ การค้า ซึ่ งจะเรี ยกตัวเงิ น
                                    ๋                                                                    ๋
             ่ ๋
ประเภทนี้วา “ตัวเงินรับการค้า” และกิจการได้รับตัวเงินรับเข้ามาไม่ได้เกิดจากการดาเนิ นงานตามปกติ
                                                       ๋
                     ๋                             ้ ้
ของกิจการ เช่น ตัวเงินรับที่ได้รับจากการให้ผูอื่นกูยืมเงิน ตัวเงินรับที่ได้รับจากการขายสิ นทรัพย์อื่นที่
                                                                ๋
                           ๋               ่ ๋
มิใช่สินค้า ซึ่ งจะเรี ยกตัวเงินประเภทนี้ วา “ตัวเงินรับอื่น” การบัญชี ตวเงินรับในบทนี้ จะบันทึกรายการ
                                                                        ั๋
สาหรับตัวเงินรับทั้งชนิดที่ไม่มีดอกเบี้ย และชนิดที่มีดอกเบี้ย จะเริ่ มตั้งแต่เมื่อได้รับตัวเงินรับ ตัวเงินรับ
          ๋                                                                               ๋          ๋
ครบกาหนดตัวเงินรับขาดความเชื่อถือ รวมถึงการนาตัวเงินรับไปขายลดให้กบสถาบันการเงิน
                 ๋                                         ๋                     ั

        การบันทึกบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับการค้ า
                        ๋                  ่ ๋
        1. เมื่อได้รับตัวเงินรับการค้า ไม่วาตัวเงินรับฉบับนี้จะเป็ นตัวเงินชนิดที่ไม่มีดอกเบี้ย หรื อ ชนิ ด
                                                                       ๋
มีดอกเบี้ยก็ตาม จะบันทึกโดย เดบิต บัญชี ตวเงินรับ ตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว เครดิ ต บัญชี ขาย เมื่อ
                                             ั๋                                 ๋
ได้รับจากการขาย หรื อ เครดิต บัญชีลูกหนี้การค้า เมื่อได้รับจากการรับชาระหนี้ จากลูกหนี้ จะแสดงการ
บันทึกบัญชี ดังนี้
เดบิต บัญชีตวเงินรับ
              ั๋                  XX                  เดบิต บัญชีตวเงินรับ
                                                                    ั๋                     XX
      เครดิต บัญชีขาย                     XX                 เครดิต บัญชีลูกหนี้การค้า             XX
บันทึกเมื่อได้รับตัวเงินรับจากการขายสิ นค้า
                   ๋                                  บันทึกเมื่อได้รับชาระหนี้จากลูกหนี้เป็ นตัวเงินรับ
                                                                                                 ๋
64



        2. เมื่อถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนดและขึ้นเงินได้ ถ้าเป็ นตัวเงินรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ยผูถือตัว
                            ั๋                                         ๋                          ้ ๋
จะได้รับเงิ นตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว แต่ถาเป็ นตัวเงิ นรับชนิ ดที่มีดอกเบี้ย จะได้รับเงิ นตามมูลค่าที่
                                       ๋    ้       ๋
ระบุไว้หน้าตัว บวกดอกเบี้ยรับ จะบันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชี เงิ นสด เครดิ ต บัญชี ตวเงิ นรับ และ
              ๋                                                                             ั๋
เครดิต บัญชีดอกเบี้ย (ถ้าตัวมีดอกเบี้ย) จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้
                               ๋
เดบิต บัญชีเงินสด                   XX                เดบิต บัญชีเงินสด                     XX
      เครดิต บัญชีตวเงินรับ
                      ั๋                 XX                  เครดิต บัญชีตวเงินรับ
                                                                           ั๋                  XX
บันทึกรับชาระหนี้ตามตัวเงินรับชนิดไม่มีดอกเบี้ย
                          ๋                                          บัญชีดอกเบี้ยรับ          XX
                                                      บันทึกรับชาระหนี้ตามตัวเงินรับชนิดมีดอกเบี้ย
                                                                               ๋

          3. เมื่อถึงวันครบกาหนดและขึ้นเงินไม่ได้ เรี ยกว่า ตัวขาดความเชื่ อถือ ถ้าตัวเงินรับถึงวันครบ
                                                              ๋                      ๋
กาหนดแล้ว และไม่สามารถขึ้นเงินได้ ผูทรงตัวจะต้องรับทาคาคัดค้านภายใน 3 วัน และโอน ตัวเงินรับ
                                         ้    ๋                                                 ๋
ออกจากบัญชี พร้อมกับตั้งผูออกตัวเป็ นลูกหนี้ ด้วยจานวนเงินตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว บวก ดอกเบี้ย
                             ้      ๋                                                   ๋
(ถ้ามี) และค่าใช้จ่าย ในการคัดค้าน (ถ้ามี) จะบันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชี ลูกหนี้ การค้า เครดิต บัญชี
ตัวเงินรับ และ เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ (ถ้ามี) จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้
  ๋
          เดบิต บัญชีลูกหนี้การค้า                          XX
                    เครดิต บัญชีตวเงินรับ
                                 ั๋                                XX
                           บัญชีดอกเบี้ยรับ                        XX

         4. รายการปรับปรุ งของดอกเบี้ยค้างรั บ เนื่ องจากตัวเงิ นรั บชนิ ดที่มีดอกเบี้ย ที่ กิจการถื อไว้
                                                                    ๋
จนถึ ง วันสิ้ นงวดบัญชี แต่ ย ง ไม่ ถึ ง วัน ครบก าหนดที่ จ ะได้รั บ ช าระเงิ น จึ ง ต้องมี ก ารบันทึ ก รายการ
                                ั
ปรับปรุ ง ณ วันสิ้ นปี เพื่อรับรู ้รายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ตามระยะเวลาตั้งแต่วนที่ ได้รับตัวเงินรับจนถึงวัน
                                                                                ั              ๋
สิ้ นงวดบัญชี น้ น โดยไม่คานึ งว่าจะได้รับเงิ นแล้วหรื อไม่ จะบันทึกรายการปรับปรุ งโดย เดบิต บัญชี
                 ั
ดอกเบี้ยค้างรับ และ เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ และเมื่อขึ้นงวดบัญชีใหม่ ให้บนทึกกลับรายการปรับปรุ ง
                                                                                    ั
ดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้ นปี ทาให้บนทึกรายได้ดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่เกิดขึ้นจริ งในงวดบัญชี ใหม่ ได้
                                        ั
สะดวกจะบันทึกกลับรายการปรับปรุ งโดย
31 ธ.ค. 25x1 เดบิต บัญชีดอกเบี้ยรับ XX                   1 ม.ค. 25x2 เดบิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ      XX
                  เครดิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX                          เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ         XX
บันทึกรายการปรับปรุ งดอกเบี้ยค้างรับ                     บันทึกการกลับรายการปรับปรุ ง
65



ตัวอย่ างที่ 1 ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 บริ ษท รวมไทย จากัด ขายสิ นค้าให้บริ ษทสดใน จานวน
                                                 ั                                 ั
20,000 บาท โดยได้รับชาระเป็ นตัวสัญญา ใช้เงิน อายุ 30 วัน และลูกหนี้ นายสนองชาติเขียนตัวสัญญา
                                  ๋                                                       ๋
ใช้เงิ นมูลค่า 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% อายุ 90 วัน ให้แก่บริ ษท เนื่ องจากว่านายสนองชาติไม่
                                                                     ั
สามารถหาเงินมาจ่ายชาระหนี้ค่าสิ นค้าที่ซ้ื อไปจากบริ ษทได้ (กาหนดให้ 1 ปี = 360 วัน)
                                                        ั
          สมมติ ว่า เมื่อตัวสัญญาใช้เงิ นทั้งสองฉบับครบกาหนด บริ ษทรวมไทย จากัด สามารถนาตัว
                           ๋                                       ั                           ๋
สัญญาใช้เงินของบริ ษท สดใส จากัด ไปขึ้นเงิ นได้ ส่ วนตัวสัญญาใช้เงิ นที่ได้จากลูกหนี้ นายสนองชาติ
                         ั                                ๋
ขาดความเชื่อถือ ไม่สามารถขึ้นเงินได้ตามกาหนด บริ ษทจึงทาคาคัดค้านในวันถัดมา
                                                      ั
          การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ได้ดงนี้
                                          ่        ั
    2547
   พ.ย. 1 ตัวเงินรับ
            ๋                                                            20,000 -
                    ขายสิ นค้า                                                        20,000 -
          ขายสิ นค้าให้บริ ษท สดใส จากัด และรับชาระหนี้เป็ นตัว
                                ั                                  ๋
          สัญญาใช้เงิน
          ตัวเงินรับ
              ๋                                                          30,000 -
                    ลูกหนี้-นายสนองชาติ                                               30,000 -
          รับตัวสัญญาใช้เงินอายุ 90 วัน อัตราดอกเบี้ ย 12% จาก
                  ๋
          ลูกหนี้นายสนองชาติ
   ธ.ค. 1 เงินสด                                                         20,000 -
                    ตัวเงินรับ
                      ๋                                                               20,000 -
          ตัวเงินรับอายุ 30 วัน ครบกาหนดได้รับเงิน
                ๋
       31 ดอกเบี้ยค้างรับ                                                  600 -
                    ดอกเบี้ยรับ                                                         600 -
          ปรั บปรุ งดอกเบี้ ยค้างรั บ ตัว เงิ นลงวันที่ 1 พ.ย. มูลค่ า
                                        ๋
          30,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% ระยะเวลาดอกเบี้ยค้าง
          รับ 60 วัน
    2548
   ม.ค. 1 ดอกเบี้ยรับ                                                      600 -
                    ดอกเบี้ยค้างรับ                                                     600
          กลับรายการดอกเบี้ยค้างรับ
66




     2548
       31 ลูกหนี้-นายสนองชาติ                                               30,900 -
                 ตัวเงินรับ
                   ๋                                                                      30,000 -
                 ดอกเบี้ยรับ                                                                 900 -
          ตัวเงินลงวันที่ 1 พ.ย. 2547 มูลค่า 30,000 บาท ดอกเบี้ย
             ๋
          12% อายุ 90 วัน ครบก าหนดช าระเงิ น วัน ที่ 30 ม.ค.
          2548 ขึ้นเงินไม่ได้บริ ษท จึงทาคัดค้านในวันถัดมา โดย
                                  ั
          ตั้งนายสนองชาติเป็ นลูกหนี้ใหม่


        สมมติ ว่าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548 ลู กหนี้ นายสนองชาติ ได้นาเงิ นสดมาจ่ายชาระหนี้ ให้แก่
บริ ษท รวมไทย จากัด พร้อมดอกเบี้ยตัวพ้นกาหนด จานวนเงินที่บริ ษทได้รับคานวณ ดังนี้
     ั                               ๋                           ั
           มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด
                    ๋                                                     30,900
           บวก ดอกเบี้ยตัวพ้นกาหนด (30,000 x 12% x 1)
                            ๋                                                300
                                                        12

             จานวนเงินทั้งหมดที่ได้รับ                                      31,200

        รายการบันทึกบัญชีคือ
 2548
 ก.พ. 28     เงินสด                                                         31,200 -
                     ลูกหนี้-นายสนองชาติ                                                  30,900 -
                     ดอกเบี้ยรับ                                                             300 -
             รั บ ช าระหนี้ ตามตั๋ว เงิ น รั บ ขาดความเชื่ อ ถื อ พร้ อ ม
             ดอกเบี้ยตัวพ้นกาหนด
                        ๋


         การบันทึกบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับอืนๆ ่
         1. เมื่อได้รับตัวเงินรับอื่นๆ
                         ๋
            1.1 ในกรณี ที่เป็ นตัวเงินรับอื่นๆ ชนิดที่มีดอกเบี้ย รายการบัญชี ที่บนทึกในตอนที่ได้รับตัว
                                  ๋                                              ั                   ๋
เงินรับรับชาระหนี้ตามตัวเงินรับเมื่อครบกาหนด และรายการปรับปรุ งเกี่ยวกับดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้ น
                           ๋
งวด จะบันทึกบัญชีเช่นเดียวกับ ตัวเงินรับการค้าชนิดที่มีดอกเบี้ยทุกประการ
                                     ๋
67



                                                                                          ้ ้
              1.2 ในกรณี ที่เป็ นตัวเงิ นรับอื่นๆ ชนิ ดที่ไม่มีดอกเบี้ย เช่ น กิ จการให้ผูอื่นกูยืมเงิ น และรับ
                                     ๋
ชาระเป็ นตัวเงิ นรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย โดยกิ จการอาจจะหักจานวนเงิ นส่ วนที่เป็ นดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า
            ๋
และจ่า ยเงิ นให้ผูท่ี ม ากู้ยืมเงิ นไม่ เต็มตามจานวนมูลค่ าที่ ระบุ ไว้บนหน้าตัว ซึ่ งจานวนเงิ นดอกเบี้ ย ที่
                   ้                                                               ๋
กิจการหักไว้ล่วงหน้า จะบันทึกไว้ใน “บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ” จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้
                                                             ๋
                   เดบิต บัญชีตวเงินรับอื่น ๆ
                                       ั๋                                            XX
                              เครดิต บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ
                                                        ๋                                     XX
                                          บัญชีเงินสด                                         XX

         2. เมื่อถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนดและขึ้นเงินได้ กิจการจะได้รับชาระหนี้ เต็มตามจานวนมูล
                           ั๋
ค่าที่ระบุไว้บนหน้าตัว รายการที่บนทึกบัญชี คือ การรับชาระหนี้ ตามตัวเงินรับ และโอนบัญชี ส่วนลด
                       ๋               ั                            ๋
ในตัวเงินรับ ไปยังบัญชีดอกเบี้ยรับ จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้
      ๋
                   เดบิต บัญชีเงินสด                              XX
                              บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ
                                               ๋                  XX
                              เครดิต บัญชีตวเงินรับอื่น ๆ
                                            ั๋                           XX
                                      บัญชีดอกเบี้ยรับ                   XX

         3. เมื่ อถึ งวันที่ ตวเงิ นรั บครบกาหนดและขึ้ นเงิ นไม่ได้ เรี ยกว่า ตัวเงิ นรั บขาดความเชื่ อถื อ
                              ั๋                                                ๋
กิจการจะโอนตัวเงินรับออกจากบัญชี พร้อมกับตั้งผูออกตัวเป็ นลูกหนี้ และโอนบัญชี ส่วนลดในตัวเงิน
                  ๋                                       ้  ๋                                     ๋
รับ ไปยังบัญชีดอกเบี้ยรับ จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้
                    เดบิต บัญชีลูกหนี้อื่น ๆ                            XX
                                 บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ
                                                  ๋                     XX
                                 เครดิต บัญชีตวเงินรับอื่น ๆ
                                               ั๋                                 XX
                                         บัญชีดอกเบี้ยรับ                         XX

         4. รายการปรับปรุ งส่ วนลดในตัวเงิ นรับ เนื่ องจากตัวเงินรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย ที่กิจการถือไว้
                                              ๋                  ๋
จนถึ ง วัน สิ้ นงวดบัญชี แต่ ย ง ไม่ ถึ ง วันครบก าหนดที่ จะได้รับ ช าระเงิ น จะต้องมี ก ารบันทึ ก รายการ
                                ั
ปรับปรุ ง เพื่อตัดบัญชี ส่วนลดในตัวเงินรับไปยังบัญชี ดอกเบี้ยรับ เพื่อรับรู ้รายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ตาม
                                        ๋
ระยะเวลาตั้งแต่วนที่ได้รับตัวเงินรับจนถึงวันสิ้ นงวดบัญชีน้ น จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้
                   ั          ๋                              ั
68



                   เดบิต บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ
                                          ๋                       XX
                           เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ                      XX
        บัญชี ส่วนลดในตัวเงินรับ เป็ นบัญชี ปรับมูลค่าของตัวเงินรับ และแสดงรายการในงบดุ ล โดย
                            ๋                              ๋
นาไปหักบัญชีตวเงินรับ ดังนี้
                ั๋
                                         งบดุล (บางส่ วน)
สิ นทรัพย์หมุนเวียน
        :
        ตัวเงินรับอื่นๆ
          ๋                                                       XX
        หัก ส่ วนลดในตัวเงินรับ
                         ๋                                        (XX)         XX

                                                   ั             ้ั               ้
ตัวอย่างที่ 2 ณ วันที่ 1 มีนาคม 2547 บริ ษท ร่ วมใจ จากัด ให้ผูจดการแผนกขาย กูยืมเงิ นจานวน
50,000 บาท โดยที่ผจดการแผนกขายได้ออกตัวสัญญาใช้เงิน จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12%
                          ู้ ั                   ๋
อายุ 1 ปี ให้กบบริ ษทและบริ ษทได้จ่ายเงินให้กบผูจดการแผนกขาย จานวน 50,000 บาท
              ั         ั        ั              ั ้ั
                                        ั                 ู้ ั            ้
          วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 บริ ษทร่ วมใจ จากัด ให้ผจดการแผนกตลาด กูยืมเงินจานวน 60,000
บาท โดยที่ผูจดการแผนกตลาดได้ออกตัวสัญญาใช้เงิ นชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย จานวน 60,000 บาท อายุ 6
              ้ั                            ๋
เดือน ให้กบบริ ษท และบริ ษทได้จ่ายเงินให้กบผูจดการแผนกตลาด จานวน 56,400 บาท
            ั       ั          ั              ั ้ั
          และเมื่อตัวสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับครบกาหนด บริ ษทได้รับชาระเงินตามตัวเงินครบ ทั้งสอง
                      ๋                                        ั              ๋
ฉบับ
          การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ได้ดงนี้
                                          ่          ั
    2547
 มี.ค. 1 ตัวเงินรับอื่น ๆ
           ๋                                                       50,000 -
                เงินสด                                                           50,000 -
         รับชาระหนี้ จากผูจดการแผนกขาย เป็ นตัวสัญญาใช้เงิ น
                           ้ั                 ๋
         12% อายุ 1 ปี
 พ.ย. 1 ตัวเงินรับอื่น ๆ
             ๋                                                     60,000 -
                ส่วนลดในตัวเงินรับ
                           ๋                                                      3,600 -
                เงินสด                                                           56,400 -
         รับชาระหนี้จากผูจดการแผนกตลาด เป็ นตัวสัญญาใช้เงิน
                          ้ั                    ๋
         ชนิดไม่มีดอกเบี้ย อายุ 6 เดือน
69



    2547
 ธ.ค. 31 ดอกเบี้ยค้างรับ                                                            5,000 -
                ดอกเบี้ยรับ                                                                    5,000 -
         ปรั บ ปรุ ง ดอกเบี้ ย ค้า งรั บ ตั๋ว เงิ น ลงวัน ที่ 1 มี . ค. มู ล ค่ า
         50,000 บาท อัต ราดอกเบี้ ย 12% ระยะเวลา 10 เดื อ น
         (1 มี.ค. – 31 ธ.ค. 2547)
          ดอกเบี้ยค้างรับ = 50,000 x 12% x 10
                                                       12                           1,200 -
         ส่วนลดในตัวเงินรับ
                       ๋
                ดอกเบี้ยรับ                                                                    1,200 -
         ปรับปรุ งตัดบัญชีส่วนลดในตัวเงินรับสาหรับระยะเวลา 2
                                             ๋
         เดือน (1 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2547) = 3,600x2 = 1,200 บาท
                                                           6


การแสดงรายการในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 ของบัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ จะเป็ นดังนี้
                                                                     ๋
                                           งบดุล (บางส่ วน)
                                      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547
สิ นทรัพย์หมุนเวียน
        :
        :
        ตัวเงินรับอื่น ๆ (50,000 + 60,000)
          ๋                                                    110,000
        หัก ส่ วนลดในตัวเงินรับ (3,600 – 1,200)
                         ๋                                       2,400    107,600

     2548
    ม.ค. 1 ดอกเบี้ยรับ                                                               5,000 -
                  ดอกเบี้ยค้างรับ                                                               5,000 -
            บันทึกกลับรายการปรับปรุ ง
    มี.ค. 1 เงินสด                                                                  56,000 -
                  ตัวเงินรับอื่น ๆ
                    ๋                                                                          50,000 -
                  ดอกเบี้ยรับ                                                                   6,000 -
            รับชาระเงินตามตัวเงินรับ อัตราดอกเบี้ย 12% อายุ 1 ปี
                               ๋
70



      2548
     พ.ค. 1 เงินสด                                                                                 60,000 -
            ส่วนลดในตัวเงินรับ
                         ๋                                                                          2,400 -
                  ตัวเงินรับอื่น ๆ
                    ๋                                                                                                 60,000 -
                  ดอกเบี้ยรับ                                                                                          2,400 -
            รับชาระหนี้ตามตัวเงินรับ อายุ 6 เดือน และรับรู ้รายได้
                               ๋
            ดอกเบี้ยรับ


ตั๋วเงินรับขายลด
          ถ้ากิจการมีความจาเป็ นต้องการใช้เงินก่อนถึงวันที่ตวเงินครบกาหนด ก็สามารถนาตัวเงินรับไป
                                                                        ั๋                                              ๋
ขายลดให้สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิ ชย์ หรื อบริ ษทเงินทุนหลักทรัพย์ เพื่อนาเงินสดมาใช้ก่อน
                                                                      ั
ซึ่ งสถาบันการเงิ นจะรั บซื้ อตัวเงิ นรั บไว้ และถื อไว้จนกระทังตัวครบกาหนด โดยสถาบันการเงิ นจะ
                                ๋                                            ่ ๋
จ่ายเงิ นสดให้ผนาตัวไปขายลดด้วยจานวนเงิน เท่ากับ มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด หักด้วยส่ วนลด ซึ่ งคิด
                 ู้ ๋                                                         ๋
จากอัตราที่สถาบันการเงินกาหนดจากมูลค่าตัวเมื่อครบกาหนดและระยะเวลาตั้งแต่วนรุ่ งขึ้นที่นาตัวเงิน
                                                    ๋                                                           ั                  ๋
รับไปขายลดจนถึ งวันครบกาหนดชาระตามตัวทาการเปรี ยบเทียบระหว่าง จานวนเงิ นสดที่ได้รับ กับ
                                                         ๋
มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างที่เกิดขึ้นจะเป็ นดอกเบี้ยของทางด้านผูนาตัวไปขายลด โดยถ้าจานวนเงิน
                      ๋                                                                     ้ ๋
สดที่ได้รับ มากกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะถือเป็ นบัญชี ดอกเบี้ยรับ แต่ถาจานวนเงินที่ได้รับ
                                             ๋                                                                ้
น้อยกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะถือเป็ นบัญชีดอกเบี้ยจ่าย
                              ๋
          เนื่องจากการนาตัวเงิ นรับไปขายลดนั้น ผูนาตัวไปขายจะต้องสลักหลังตัวก่อนที่จะส่ งมอบให้
                           ๋                                    ้ ๋                                       ๋
สถาบันการเงิ น ซึ่ ง ผลตามกฎหมายของการสลัก หลังตัว ทาให้ผูข ายตัวมี ภาระที่ ตองรั บผิดชอบต่ อ
                                                                    ๋                 ้         ๋                 ้
สถาบันการเงิ น ถ้าตัวขาดความเชื่ อถื อ คื อ ไม่ สามารถเรี ยกเก็บเงิ นจากผูออกตัวเงิ นรั บได้ ผูขายตัว
                        ๋                                                                            ้      ๋               ้        ๋
จะต้องรับผิดชอบจ่ายชาระเงินแทนด้วยจานวนมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว รวมกับดอกเบี้ยรับ และค่าใช้จ่าย
                                                                                          ๋
ต่างๆ ที่สถาบันการเงิ นเสี ยไปแล้วจึงค่อยไปไล่เบี้ยเอาจากผูออกตัว โดยบันทึกบัญชี ต้ งผูออกตัวเป็ น
                                                                           ้            ๋                           ั ้       ๋
ลูกหนี้ ด้วยจานวนเงินที่ได้จ่ายแทนไปแล้วทั้งหมด ดังนั้นเมื่อนาตัวเงินรับไปขายลด จึงไม่บนทึกบัญชี
                                                                                 ๋                                        ั
เครดิต ตัวเงินรับโดยตรง แต่จะให้บนทึกบัญชี ตวเงินขายลด ซึ่ งเป็ นหนี้ สินที่อาจจะเกิ ดขึ้นในภายหน้า
           ๋                             ั                 ั๋
เพื่อแสดงถึงภาระผูกพันยังคงมีอยูเ่ กิดขึ้นตั้งแต่วนขายจนถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนด ซึ่ งบัญชี ตวเงิ น
                                                              ั                    ั๋                                           ั๋
รับขายลดนี้ จะแสดงรายการหักจากบัญชี ตวเงิ นรับ ในงบดุล และเมื่อถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนดไม่
                                               ั๋                                                      ั๋
ว่าจะได้รับเงินหรื อไม่ก็ตาม ให้โอนปิ ดบัญชี ตวเงินรับขายลด และบัญชี ตวเงินรับออกจากบัญชี บันทึก
                                                      ั๋                                          ั๋
บัญชีโดย เดบิต ตัวเงินรับขายลด เครดิต ตัวเงินรับ
                    ๋                             ๋
71



         ขั้นตอนการปฏิบติเมื่อนาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน มีดงนี้
                                  ั   ๋                                ั
         1. คานวณหามูลค่าของตัวเมื่อครบกาหนด
                                    ๋
              1.1 ถ้าเป็ นตัวเงินรับชนิดไม่มีดอกเบี้ย
                              ๋
                  มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด = มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว
                          ๋                                      ๋
              1.2 ถ้าเป็ นตัวเงินรับชนิดมีดอกเบี้ย
                                ๋
                  มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด = มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว + ดอกเบี้ยรับตามอายุของตัว
                            ๋                                      ๋                        ๋

         2. คานวณหาจานวนส่ วนลดที่สถาบันการเงินหักไว้
           = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด x อัตราส่ วนลดของสถาบันการเงินที่กาหนดไว้ x ระยะเวลาที่ตวอยูกบสถาบันการเงิน
                     ๋                                                                      ั๋ ่ ั
         (ระยะเวลาที่ตวอยูกบสถาบันการเงิน = ระยะเวลานับแต่วนรุ่ งขึ้นที่นาตัวเงินรับไปขายลดให้กบสถาบันการเงินจนถึง
                      ๋ั ่ ั                                 ั              ๋                  ั
                                            วันที่ตวเงินรับครบกาหนด)
                                                   ั๋

         3. คานวณจานวนเงินที่กิจการจะได้รับ
             = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด - จานวนส่ วนลดที่สถาบันการเงินหักไว้
                       ๋

        4. คานวณดอกเบี้ยรับ หรื อดอกเบี้ยจ่าย
             = จานวนเงินที่ได้รับ - มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว       ๋
             4.1 ถ้าจานวนเงินที่ได้รับ มากกว่า มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะบันทึกไว้ในบัญชี
                                                                                ๋
ดอกเบี้ยรับ
             4.2 ถ้า จ านวนที่ ไ ด้รั บ น้ อ ยกว่า มู ล ค่ า ที่ ร ะบุ ไ ว้ห น้ า ตั๋ว ผลต่ า งจะบัน ทึ ก ไว้ใ นบัญ ชี
ดอกเบี้ยจ่าย

         การบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับขายลด
         1. เมื่อนาตัวเงินรับไปขายลด
                     ๋
           1.1 กรณี จานวนเงินที่ได้รับ มากกว่า มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว
                                                                     ๋
                  เดบิต บัญชีเงินสด                                 XX
                           เครดิต บัญชีตวเงินรับขายลด
                                         ั๋                                             XX
                                  บัญชีดอกเบี้ยรับ                                      XX
             นาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน
                  ๋
72



          1.2 กรณี จานวนเงินที่ได้รับ น้อยกว่า มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว
                                                                     ๋
               เดบิต บัญชีเงินสด                                    XX
                        บัญชีดอกเบี้ยจ่าย                           XX
                        เครดิต บัญชีตวเงินรับขายลด
                                        ั๋                                  XX
               นาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน
                    ๋

       2. เมื่อเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินได้
                                     ๋
        กรณี ตวเงินรับขายลดครบกาหนด และสถาบันการเงินเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับได้ จะบันทึก
               ั๋                                                       ๋
รายการยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้
                  เดบิต บัญชีตวเงินรับขายลด
                                  ั๋                              XX
                           เครดิต บัญชีตวเงินรับ
                                           ั๋                        XX
                  ยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเงินรับขายลด
                                                    ๋

          3. เมื่อเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับไม่ได้
                                            ๋
                                                     ั
          กรณี ตวเงินรับที่นาไปขายลดให้กบสถาบันการเงินครบกาหนด และไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินได้
                  ั๋
เรี ยกว่า ตัวเงิ นขาดความเชื่ อถื อ กิ จการจะบันทึกรายการยกเลิ กหนี้ สินที่อาจจะเกิ ดขึ้น และบันทึกการ
            ๋
จ่ายชาระเงินแทนผูออกตัวให้แก่สถาบันการเงิน ด้วยจานวนมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว รวมกับดอกเบี้ยรับ
                        ้     ๋                                                     ๋
และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สถาบันการเงิ นได้เสี ยไป พร้ อมกับตั้งผูออกตัวกลับมาเป็ นลูกหนี้ จะแสดงการ
                                                                   ้   ๋
บันทึกบัญชี ดังนี้
               3.1 การบันทึกบัญชีตวเงินรับความเชื่อถือ
                                         ั๋
                     เดบิต บัญชีตวเงินรับขายลด
                                      ั๋                                      XX
                                เครดิต บัญชีตวเงินรับ
                                                  ั๋                                    XX
                     ยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเงินรับขายลด
                                                         ๋
                     เดบิต ลูกหนี้-ผูออกตัว   ้ ๋                             XX
                                เครดิต เงินสด                                           XX
                                                           ๋   ั
                     บันทึกการจ่ายชาระเงินแทนผูออกตัวให้กบสถาบันการเงิน พร้อมกับ บันทึกผูออกตัว
                                                       ้                                        ้    ๋
กลับมาเป็ นลูกหนี้ดวยจานวนเงินที่จ่ายชาระแทนทั้งหมด
                          ้
              3.2 การบันทึกบัญชีเมื่อสามารถเก็บเงินจากลูกค้าผูออกตัวเงินรับขาดความเชื่อถือได้
                                                                 ้   ๋
73



                เดบิต เงินสด                                            XX
                       เครดิต ลูกหนี้-ผูออกตัว
                                          ้    ๋                                XX
                รับชาระหนี้จากลูกหนี้ ผูออกตัวสาหรับเงินที่ได้จ่ายชาระแทนให้แก่สถาบันการเงิน
                                        ้    ๋

        การแสดงรายการตั๋วเงินรับขายลดในงบการเงิน
        บัญชี ตวเงินรับขายลด เป็ นบัญชี ปรับมูลค่าของตัวเงิ นรับ จะแสดงรายการหักจากบัญชี ตวเงิ น
                 ั๋                                    ๋                                  ั๋
รับในงบดุล ดังนี้
                                         งบดุล (บางส่ วน)
สิ นทรัพย์หมุนเวียน
        :
        ตัวเงินรับ
          ๋                                                             XX
        หัก ตัวเงินรับขายลด
               ๋                                                        (XX)          XX

ตัวอย่างที่ 3 จากตัวอย่างที่ 1 ถ้าบริ ษท รวมไทย จากัด นาตัวเงิ นรับของนายสนองชาติ ไปขายลด
                                       ั                       ๋
    ั
ให้กบธนาคาร ในวันที่ 16 ธันวาคม 2547 โดยธนาคารคิดส่ วนลด 10%
        1. มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด
                   ๋                     = มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว + ดอกเบี้ยตามอายุของตัว
                                                                 ๋                       ๋
                                         = 30,000 + (30,000x12%x 90/360)
                                         = 30,000 + 900
                                         = 30,900 บาท

       2. จานวนส่ วนลดที่ธนาคารหักไว้ = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนดxอัตราส่ วนลดที่ธนาคารกาหนด
                                                ๋
                                                        ั๋ ่ ั
                                        xระยะเวลาที่ตวอยูกบธนาคาร
                                     = 30,900 x 10% x 45/360
                                     = 386.25 บาท

       3. จานวนเงินที่จะได้รับ          =   มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด–จานวนส่ วนลดที่ธนาคารหักไว้
                                                    ๋
                                        =   30,900 – 386.25
                                        =   30,513.75 บาท
       4. ดอกเบี้ย                      =   จานวนเงินที่ได้รับ – มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว
                                                                                       ๋
74



                                            = 30,513.75 – 30,000
                                            = 513.75 บาท (บัญชีดอกเบี้ยรับ)

การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป เมื่อนาตัวเงินรับไปขายลด มีดงนี้
                            ่            ๋                  ั
  2547
  ธ.ค. 16   เงินสด                                                     30,513 75
                   ตัวเงินรับขายลด
                     ๋                                                                30,000 -
                   ดอกเบี้ยรับ                                                           513 75
            นาตัวเงิ นรับมูลค่า 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ ย 12%
                 ๋
            ไปขายลดธนาคารคิดส่วนลด 10%


ตัวอย่างที่ 4 เมื่ อ ตั๋ว ครบก าหนด ธนาคารแจ้ง ว่ า ตั๋ว เงิ น รั บ ขายลดขาดความเชื่ อ ถื อ และคิ ด
ค่าธรรมเนียม 150 บาท ดังนั้น กิจการจะจ่ายเงินให้ธนาคาร เป็ นเงินตามมูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด (มูล
                                                                               ๋
ค่าที่ ระบุ ไว้หน้าตัว + ดอกเบี้ยรับ) รวมกับค่าธรรมเนี ยม จะเป็ นจานวนเงิ นที่ตองจ่ายเท่ากับ 31,050
                     ๋                                                           ้
บาท (30,900 + 150) และ ตั้งนายสนองชาติ เป็ นลูกหนี้เท่ากับจานวนเงินที่จ่ายไป
          การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป เมื่อตัวเงินรับขายลดขาดความเชื่อถือ
                                         ่        ๋
 2548
 ม.ค. 30    ตัวเงินรับขายลด
               ๋                                                          30,000 -
                      ตัวเงินรับ
                        ๋                                                               30,000 -
            ยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเงินรับ
                                              ๋
            ลูกหนี้-นายสนองชาติ                                           31,050 -
                      เงินสด                                                            31,050 -
            ตั๋ ว เงิ น รั บ ขายลดขาดความเชื่ อถื อ ธนาคารคิ ด
            ค่าธรรมเนี ยม 150 บาท จ่ ายเงิ นตามมูลค่าตัวเมื่อครบ
                                                       ๋
            ก าหนด บวก ค่ า ธรรมเนี ย มให้ ธ นาคารและตั้ง นาย
            สนองชาติผออกตัวเป็ นลูกหนี้
                             ู้  ๋
75



                                                 งบดุล
                                      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547
สิ นทรัพย์หมุนเวียน
        .
        .
        .
        ตัวเงินรับ
          ๋                                                          XX
        หัก ตัวเงินรับขายลด
               ๋                                                     30,000           XX



สรุ ป
           เงินลงทุนชั่ วคราว เป็ นสิ นทรั พย์หมุ นเวียน ที่ กิจการมี ไ ว้เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากการ
ลงทุ น ในรู ปดอกเบี้ ย เงิ นปั นผล หรื อค่าสิ ทธิ ในบางครั้ งกิ จการมี เงิ นสดเหลื ออยู่มากเกิ นกว่าความ
ต้องการใช้ในขณะนั้น กิจการที่มีการบริ หารเงินที่ดีจะนาเงินสดไปลงทุนหาผลตอบแทนในระยะเวลา
สั้นๆ ซึ่ งเป็ นการลงทุนชัวคราว และเมื่อใดที่มีความต้องการใช้เงินก็สามารถขายเงินลงทุนนี้ เปลี่ยนเป็ น
                             ่
เงินสดได้ทนที วิธีการบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 ได้แบ่งเงินลงทุนชัวคราวในหลักทรัพย์
                 ั                                                                    ่
ในความต้องการของตลาด เป็ นประเภทตราสารทุน และตราสารหนี้ ซึ่ งกิจการตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน 1 ปี
สามารถจัดประเภทได้เป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนทัวไป และตราสารหนี้ ที่จะ
                                                                                  ่
ครบกาหนดภายใน 1 ปี และให้บนทึกการได้มาสาหรับหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เ ผื่อขาย โดย
                                     ั
การจ่ายเงินด้วยจานวนต้นทุน และ ณ วันสิ้ นงวดบัญชี ก็ให้แสดงเงินลงทุนที่เป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าและ
หลักทรัพย์เผือขายด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ในงบดุล ผลต่างของการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคา
                   ่
               ั
ตามบัญชี กบราคาตลาดของหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย ให้รับรู ้เป็ นกาไรหรื อขาดทุนใน
งวดบัญชี ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมูลค่าทันที โดยแสดงรายการบัญชี เป็ นรายได้หรื อค่าใช้จ่ายในงบกาไร
ขาดทุนประจางวด และปรับมูลค่าของหลักทรัพย์เพื่อค้าและหลักทรัพย์เผือขายในงบดุล   ่
           ตัวเงิ นรั บ คื อ คามันสัญญาเป็ นลายลักษณ์ อกษร ที่ บุคคลหนึ่ งรับจะชาระเงิ นจานวนหนึ่ งที่
             ๋                   ่                       ั
แน่นอน ให้แก่อีกบุคคลหนึ่ งภายในระยะเวลาที่กาหนดโดยปราศจากเงื่อนไข ซึ่ งแบ่งประเภทออกเป็ น
ตัวแลกเงิน ตัวสัญญาใช้เงิน และ เช็ค (ลงวันที่ล่วงหน้า) หรื ออาจจะพิจารณาแบ่งเป็ นชนิ ดของตัวเงินรับ
   ๋                 ๋                                                                             ๋
ตามประโยชน์ที่ได้รับดอกเบี้ย คือ ตัวเงินรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย และตัวเงินรับชนิ ดมีดอกเบี้ย ตัวเงินรับ
                                       ๋                                    ๋                    ๋
76



เป็ นสิ นทรัพย์ของกิ จการ แสดงรายการเป็ นสิ นทรัพย์หมุนเวียน โดยถ้ากิจการได้รับตัวเงินรับจากการ
                                                                                           ๋
                                                                                                   ้
ขายสิ นค้าหรื อรับชาระหนี้จากลูกหนี้การค้าจะถือเป็ น ตัวเงินรับการค้า และถ้าได้รับจากการให้กูยืมเงิน
                                                              ๋
หรื อ การขายสิ นทรัพย์อื่น จะถือเป็ นตัวเงินรับอื่นๆ ซึ่ งเมื่อตัวเงินรับครบกาหนด ในกรณี ตวเงินรับชนิ ด
                                         ๋                        ๋                           ั๋
ไม่มีดอกเบี้ย กิจการจะได้รับเงินตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว แต่ถาเป็ นตัวเงิ นรับชนิ ดมีดอกเบี้ย กิจการ
                                                                ๋        ้       ๋
จะได้รับเงินตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัวรวมกับดอกเบี้ย นอกจากนี้ ถากิจการมีความจาเป็ นต้องใช้เงินสด
                                       ๋                                   ้
และไม่ต้องการถื อตัวเงิ นรั บ ไว้จนกระทัง ตัวครบก าหนด กิ จการสามารถนาตัวเงิ นรั บ ไปขายลดที่
                           ๋                 ่ ๋                                        ๋
สถาบันการเงิน และรับเงินสดมาก่อน โดยสถาบันการเงินจะรับซื้ อตัวเงินและหักส่ วนลดตามระยะเวลา
                                                                             ๋
จากวันรุ่ งขึ้นที่นาตัวเงินรับไปขายลดจนถึงวันครบกาหนดจ่ายชาระตามตัวเงิน ซึ่ งถ้าจานวนเงินที่ได้รับ
                         ๋                                                         ๋
มากกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะถือเป็ นบัญชีดอกเบี้ยรับ แต่ถาจานวนเงินที่ได้รับน้อยกว่ามูลค่า
                                  ๋                                            ้
ที่ ระบุ ไว้หน้าตัว ผลต่ างจะถื อเป็ นบัญชี ดอกเบี้ ยจ่ า ย และเมื่ อตัวเงิ นรั บ ครบก าหนด หากว่าสถาบัน
                   ๋                                                   ๋
การเงินที่รับซื้ อตัวเงินรับ ไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับได้ จะเรี ยกว่า ตัวเงินรับขาดความเชื่ อถือ
                       ๋                                    ๋                        ๋
กิจการผูขายตัวจะต้องเป็ นผูชาระเงินตามมูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด บวกค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) ให้แก่สถาบัน
          ้ ๋                   ้                   ๋
การเงินและตั้งผูออกตัวเป็ นลูกหนี้
                     ้       ๋
77




                                        แบบฝึ กหัดบทที่ 2

1. จงอธิบายความหมาย “เงินลงทุน” และ “เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด”
2. เงินลงทุน แบ่งได้เป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง อธิ บาย
3. กิจการมีวธีการแสดงรายการเงินลงทุนชัวคราวในงบการเงิน ได้อย่างไร อธิ บาย
             ิ                            ่
4. จงอธิบาย ความหมาย “ตัวเงินรับ” “ตัวเงินรับขายลด” และ “ตัวเงินขาดความเชื่อถือ”
                              ๋         ๋                   ๋
5. ตัวเงินรับแบ่งได้เป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง อธิ บาย
     ๋
6. กิจการมีวธีการนับวันครบกาหนดตัวเงินรับได้อย่างไรบ้าง อธิ บาย
               ิ                      ๋

7. รายการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดของบริ ษท น้ านิ่ ง จากัด ซึ่ งถื อว่าเป็ น
                                                                          ั
หลักทรัพย์เพื่อค้า สาหรับปี 2547 ดังนี้
       ม.ค. 5 ซื้ อหุ นสามัญของบริ ษท น้ าเชี่ยว จากัด จานวน 8,000 หุน ในราคา 102% าคามูลค่า
                         ้                ั                             ้
                  หุนละ 60 บาท
                     ้
       มี.ค.19 ซื้ อหุ นสามัญของบริ ษท น้ าวน จากัด ในราคาหุ นละ 23 บาท จานวน 10,000 บาท เสี ย
                           ้            ั                     ้
                  ค่านายหน้า 13,800 บาท
       มิ.ย.10 จาหน่ายหุ นสามัญ ของบริ ษท น้ าเชี่ยว จากัด ในราคาหุ นละ 19 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายใน
                             ้                ั                       ้
                  การขาย 4,500 บาท จานวน 5,000 หุน   ้
       ต.ค.29 ได้รับเงินปันผลจาหุนสามัญของบริ ษท น้ าวน จากัด ในราคาหุ นละ 2 บาท
                                      ้                ั                    ้
       ธ.ค.31 ณ วันที่ 31 ธ.ค. หุ นสามัญของบริ ษท น้ าเชี่ยว จากัด มีราคาตลาดหุ นละ 17.50 บาท
                                  ้                ั                            ้
                  หุ นสามัญของบริ ษท น้ าวน จากัด มีราคาตลาดหุ นละ 19.50 บาท
                       ้            ั                           ้
ให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป     ่
       2. แสดงรายการที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ปี 2547 ในงบการเงิน

8. ต่อไปนี้ เป็ นรายการเกี่ ยวกับหลักทรัพย์ ซึ่ งกิจการมีวตถุ ประสงค์ที่จะถือไว้เพื่อค้า ของปี 2546 และ
                                                           ั
2547 ดังนี้
        2546
        มี.ค. 1 ซื้ อหลักทรัพย์ –หุนสามัญ ของบริ ษท มงคล จากัด 1,000 หุน ในราคาหุนละ
                                     ้                   ั                    ้             ้
78



                   14 บาท ราคาตามมูลค่า 10 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 0.5%
        พ.ค. 1     ได้รับเงินปันผลของหุนบริ ษท ก. จากัด หุ นละ 7 บาท
                                          ้     ั          ้
        ก.ค. 1     ขายหุ นสามัญของบริ ษท มงคล จากัด ไป 300 หุน ในราคา 16 บาท เสี ยค่านายหน้า
                         ้                  ั                   ้
                   0.5%
        ต.ค. 1     ซื้ อหลักทรัพย์หุนสามัญของบริ ษท มงคล จากัด เพิ่มอีก 800 หุน ในราคาหุนละ
                                    ้               ั                         ้         ้
                                      ่
                   10 บาท เสี ยค่าใช้จายในการซื้ อ 0.5%
        ธ.ค.31     มูลค่ายุติธรรมของหุ น บริ ษท มงคล จากัด หุ นละ 12 บาท
                                        ้     ั               ้
        2547
        เม.ย. 1    ขายหุ นสามัญของบริ ษท มงคล จากัด ในราคาหุ นละ 15 บาท จานวน 500 หุ น เสี ยค่า
                         ้               ั                   ้                       ้
                   นายหน้า 0.5%
        ธ.ค.31     มูลค่ายุติธรรมของหุ นสามัญของบริ ษท มงคล จากัด หุ นละ 15 บาท
                                       ้             ั               ้

ให้ ทา 1. บันทึกรายการข้างต้นในสมุดรายวันทัวไป
                                             ่
       2. แสดงรายการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ ในงบการเงิน ปี 2546, และ 2547

9. ต่อไปนี้เป็ นรายการหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ของบริ ษท นกขมิน จากัด
                                                                       ั       ้
        2547
        ก.พ. 1 ซื้ อหุ นกู้ 12% บริ ษท สี ฟ้า จากัด มูลค่า 60,000 บาท ในราคา 105 หุ นกูจ่ายดอกเบี้ย
                             ้             ั                                          ้ ้
                   ปี ละ 2 ครั้ง คือ ในวันที่ 30 เมษายน และ 31 ตุลาคม กิจการเสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ
                   300 บาท
        มี.ค.21 ซื้ อหุ นสามัญ บริ ษท สี หนุ่ม จากัด จานวน 300 หุน มูลค่าหุ นละ 100 ในราคา 120
                               ้         ั                           ้       ้
                   เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 75 บาท
        มิ.ย. 1 ขายเงินลงทุนหุ นกู้ 12% บริ ษท มีสุข จากัด มูลค่า 20,000 บาท ในราคา 108 พร้อม
                                     ้              ั
                   เสี ยค่าใช้จ่ายในการขาย 50 บาท
        ก.ค.18 ซื้ อหุ นสามัญบริ ษท สี หนุ่ม จากัด จานวน 400 หุ น มูลค่าหุ นละ 100 บาท ในราคา
                                 ้     ั                           ้       ้
                   125 เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 600 บาท
        พ.ย. 1 บริ ษทได้รับเงินปันผลหุนละ 3 บาท
                         ั                    ้
        ธ.ค. 1 บริ ษทขายเงินลงทุน ดังนี้
                           ั
79



  -                        หุ นกู้ 12% บริ ษทสี ฟ้า จากัด มูลค่า 20,000 บาท ในราคา 109 ค่าใช้จ่ายใน
                                ้           ั
                           การขาย 40 บาท
  -                        หุนสามัญบริ ษท บันเทิง จากัด 500 หุน ราคาหุนละ 123 บาท ค่าใช้จ่ายใน
                              ้          ั                        ้       ้
                           การขาย 70 บาท

ให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป
                                      ่
       2. แสดงรายการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดในงบการเงิน

10. บริ ษท เต็มดวง จากัด มีเงินลงทุนชัวคราว ในปี 2546 และปี 2547 ดังนี้
          ั                                    ่
         2546
         ต.ค. 1 ซื้ อหุ นกู้ 10% ข งบริ ษท กุสุมา จากัด มูลค่า 15,000 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ
                        ้                          ั
                                         ้ ้
                  100 บาท โดยหุ นกูมีกาหนดการชาระดอกเบี้ยปี ละ 1 ครั้ง ในวันที่ 1 ม.ค.
         ธ.ค.31 ปรับปรุ งบัญชีดอกเบี้ยค้างรับ
         2547
         ม.ค. 1 รับดอกเบี้ยหุ นกู้ งวด 1 ปี
                                     ้
         ต.ค. 1 ขายเงินลงทุนชัวคราว หุ นกู้ 10% มูลค่า 5,000 บาท ในราคา 125 ค่าใช้จ่ายในการ
                                       ่               ้
                  ขาย 100 บาท
         ธ.ค.12 ซื้ อหุ นสามัญ บริ ษท ตวงทรัพย์ จากัด จานวน 200 หุ น มูลค่าหุ นละ 100 บาท ใน
                          ้                  ั                       ้         ้
                  ราคา 102 เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 200 บาท
             14 ราคายุติธรรม ของเงินลงทุนชัวคราว เป็ นดังนี้
                                                         ่
                            หุ นกู้ 10% บ ท สม ราคา 10,000 บาท
                                 ้
                            หุนสามัญ บริ ษท ตวงทรัพย์ หุนละ 105 บาท
                               ้                 ั         ้
ให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดรายการทัวไป              ่
         2. แสดงรายการเงินลงทุนชัวคราวในงบดุล ปี 2546 และปี 2547
                                           ่
80




11. จากข้อมู ลต่อไปนี้ ให้คานวณหาวันที่ ครบกาหนด มูล ค่าหน้าตัว ส่ วนลดที่ ธนาคารหัก ไว้ และ
                                                              ๋
จานวนเงินที่ได้รับ
  ฉบับที่          วันที่   จานวนเงิน      อัตรา     ระยะเวลา วันที่ขายลด อัตราขายลด
                                          ดอกเบี้ย
     1        22 มี.ค. 47      12,000      12%      6 เดือน         -
     2        10 พ.ค. 47        9,000      10%      30 วัน          -
     3           8 มิ.ย. 47    15,000       9%      45 วัน          -
     4        12 ก.ค. 47       20,000         -     3 เดือน         -
     5          6 ส.ค. 47      10,000      10%      6 เดือน            6 ก.ย. 47    12%
     6        15 ก.ย. 47        8,000      15%      45 วัน          10 ต.ค. 47      15%
     7        21 ต.ค. 47       15,000       8%      120 วัน         15 ธ.ค. 47      18%
     8        30 พ.ย. 47       27,000         -     45 วัน             5 ธ.ค. 47    10%
     9          7 ธ.ค. 47      42,000      12%      30 วัน          15 ธ.ค. 47      15%
    10        23 ธ.ค. 47       35,000      10%      1 ปี              1 ก.พ. 47     12%

12. ต่อไปนี้เป็ นรายการเกี่ยวกับตัวเงินของกิจการ
                                  ๋
        2547
        ม.ค. 7 ขายสิ นค้าเป็ นเงินเชื่อให้นายสมโชค จานวน 50,000 บาท
              8 ได้รับตัวเงิน จานวน 50,000 บาท กาหนด 30 วัน อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี จากนาย
                            ๋
                   สมโชค เป็ นค่าสิ นค้าที่ซ้ื อ
            12 ได้รับตัวเงินลงวันที่ 15 ม.ค. 2547 นายสมชัย เพื่อชาระหนี้ จานวน 80,000 บาท
                              ๋
                   กาหนด 1 เดือน
        ก.พ.15 ได้รับเงินตามตัวเงินของนาย
                                    ๋
            17 ได้รับเงินตามตัวของนายสมโชค
                                      ๋

ให้ ทา บันทึกรายการข้างต้นในสมุดรายวันทัวไป
                                        ่
81



13. บริ ษท เทวรานนท์ จากัดเริ่ ม ดาเนิ นธุ รกิ จ เมื่ อวันที่ 1 กรกฏาคม 2547 รายการค่ า ที่ เกิ ดขึ้ นใน
         ั
ระหว่างปี มีดงนี้
               ั
         มิ.ย. 8 รับชาระหนี้จาก นายองอาจ เป็ นตัวเงินรับ จานวน 75,000 บาท อายุ 60 วัน อัตรา
                                                         ๋
                  ดอกเบี้ย 10%
              28 นาตัวเงินรับของนายองอาจ ไปขายลดที่ธนาคารกรุ งไทย ธนาคารหักส่ วนลด
                       ๋
                  ไว้ 12%
         ส.ค. 7 นายองอาจจ่ายชาระหนี้ตามตัวเงินรับให้ธนาคารกรุ งไทยแล้ว
                                                 ๋
         ก.ย. 1 รับชาระหนี้จากนายอานาจ เป็ นตัวเงินรับ จานวน 120,000 บาท อายุ 120 วัน อัตรา
                                                       ๋
                  ดอกเบี้ย 12%
         ต.ค. 1 นาตัวเงินรับของนาย อานาจ ไปขายลดที่ธนาคารกสิ กรไทย ธนาคารหักส่ วนลดไว้
                         ๋
                  15%
         ธ.ค.30 ธนาคารกสิ กรไทย แจ้งว่าตัวเงินรับของนายอานาจ ขาดความเชื่อถือ ธนาคารเสี ยค่า
                                               ๋
                  ใช้จ่ายในการเรี ยกเก็บเงิน 200 บาท
              31 ตัดจาหน่ายลูกหนี้ นายอานาจ เป็ นหนี้สูญ
ให้ ทา บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป  ่

14. ต่อไปนี้เป็ นรายการเกี่ยวกับตัวเงินของกิจการ แห่งหนึ่ง
                                  ๋
        2547
        เม.ย. 2 กิจการได้รับตัวเงินรับ จากนายมังมี เป็ นการชาระหนี้ จานวน 30,000 บาท กาหนด
                                    ๋               ่
                    45 วัน ดอกเบี้ย 15% ต่อปี
              5 กิจการได้รับตัวเงินรับ จากนายกาพล สาหรับการขายสิ นค้า จานวน 42,000 บาท
                                      ๋
                    กาหนด 60 วัน ดอกเบี้ย 12% ต่อปี
              8 นาตัวเงินรับ ลงวันที่ 2 เม.ย. ไปขายลดธนาคาร ธนาคารหักส่ วนลดไว้ 12% ต่อปี
                         ๋
             15 นาตัวเงินรับ ลงวันที่ 5 เม.ย. ไปขายลดธนาคาร ธนาคารหักส่ วนลดไว้ 10% ต่อปี
                           ๋
        พ.ค.17 ธนาคารเก็บเงินตามตัวเงินรับลงวันที่ 2 เม.ย. เรี ยบร้อยแล้ว
                                          ๋
        มิ.ย. 4 ธนาคารแจ้งมาว่าไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับลงวันที่ 5 เม.ย. ได้ และมีค่า
                                                             ๋
                    ใช้จ่ายในการเรี ยกเก็บเงิน 100 บาท
ให้ ทา บันทึกรายการข้างต้นในสมุดรายวันทัวไป    ่
82



                                        เอกสารอ้างอิง

นักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย . (2538). ศัพท์บัญชี . พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุ งเทพฯ :
             ้
             .เ . ง.
______. (2542). มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 การบัญชี สาหรับเงินลงทุนในตราสารหนีและ ้
            ตราสารทุน . กรุ งเทพฯ : พี.เอ.ลิฟวิง.
                                               ่
______. (2544). มาตรฐานการบัญชีของไทย ฉบับรวมเล่ม พ.ศ. 2544 เล่ม 1. กรุ งเทพฯ : สมาคม
            นักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย.
                           ้
______. (2544). มาตรฐานการบัญชีของไทย ฉบับรวมเล่ม พ.ศ. 2544 เล่ม 2 กรุ งเทพฯ :
            สม ม บ แ ส บบ บ าตแห่งประเทศไทย.
พยอม สิ งห์เสน่ห์. (2543) . การบัญชี ทรัพย์สิน. กรุ งเทพฯ โรงพิมพ์ชวนพิมพ์.

Ch2 เงินลงทุนและตั๋วเงินรับ

  • 1.
    บทที่ 2 เงินลงทุนและตั๋วเงินรับ ่ ในการดาเนิ นงานของกิจการ บางครั้งอาจจะมีเงินสด คงเหลืออยูมากเกินกว่าความต้องการใช้ ในขณะนั้น กิ จการที่ มีการบริ หารเงิ นที่ดีจะนาเงิ นไปซื้ อเงิ นลงทุ น เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากการ ลงทุนในรู ปดอกเบี้ย เงิ นปั นผล หรื อค่าสิ ทธิ เป็ นต้น หรื อกิ จการอาจมีความจาเป็ นที่จะต้องสร้ าง ความสัมพันธ์ในเชิ งธุ รกิ จ โดยลงทุนในรู ปของหลักทรัพย์ประเภทหุ ้นสามัญ ซึ่ งจะทาให้กิจการได้รับ ประโยชน์ในอนาคต โดยทัวไปแล้วกิจการมักนาเงินสดไปลงทุนหาผลตอบแทนในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่ ง ่ เป็ นการลงทุนชัวคราว และเมื่อใดที่ตองการจะใช้เงินก็สามารถขายเงินลงทุนเปลี่ยนเป็ นเงินสดได้ทนที ่ ้ ั และไม่ทาให้เกิ ดผลขาดทุน ดังนั้น เพื่อให้เกิ ดประโยชน์มากที่สุดในการบริ หารเงิ น กิ จการควรมีการ พิจารณากาหนดจานวนเงินที่จะนาไปลงทุน และช่วงระยะเวลาที่จะลงทุนให้เหมาะสม ซึ่ งบทนี้ จะเน้น การศึกษาเกี่ยวกับเงินลงทุนชัวคราว ่ ความหมายของเงินลงทุน มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 เรื่ องการบัญชี สาหรับเงิ นลงทุนในตราสารหนี้ และตราสารทุน ของสมาคมนักบัญชี และผูสอบบัญชีรับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย (2542, หน้า4-5) ได้กาหนดคานิยาม ้ ศัพท์ โดยเฉพาะ ไว้ดงนี้ ั เงินลงทุน หมายถึง สิ นทรั พย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมังคังให้กบกิจการ ไม่วาจะอยูในรู ป ่ ่ ั ่ ่ ของส่ วนแบ่งที่จะได้รับ (เช่น ดอกเบี้ย ค่าสิ ทธิ และเงินปั นผล) ในรู ปของราคาที่เพิ่มขึ้น หรื อในรู ปของ ประโยชน์อย่างอื่นที่กิจการได้รับ (เช่น ประโยชน์ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า) ประเภทของเงินลงทุน เงินลงทุน สามารถแบ่งตามระยะเวลาการถือไว้ในกิจการ ได้เป็ น 2 ประเภท คือ 1. เงินลงทุนชัวคราว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน 1 ปี เงินลงทุนชัวคราว ่ ่ รวมถึงหลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เ ผื่อขาย เงิ นลงทุนทัวไป และตราสารหนี้ ที่จะครบกาหนดภายใน ่ 1 ปี
  • 2.
    42 2. เงินลงทุนระยะยาว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้เกิน 1 ปี เงินลงทุนระยะยาว รวมถึง ตราสารทุนที่จดประเภทเป็ นหลักทรัพย์เ ผื่อขาย เงิ นลงทุนทัวไป ตราสารหนี้ ที่จดประเภทเป็ น ั ่ ั หลักทรัพย์เผือขาย และตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบกาหนด ่ เงินลงทุน สามารถแบ่งตามแหล่งที่มาของหลักทรัพย์ เป็ น 2 ชนิด คือ 1. เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด หมายถึง หลักทรัพย์ หรื อเงินลงทุนอื่น ที่มีการซื้ อขายในตลาดซื้ อขายคล่อง จึ งทาให้สามารถกาหนดมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์หรื อเงิ น ลงทุนนั้นได้ทนที มูลค่ายุติธรรมจะถื อว่าสามารถกาหนดได้ในทันที หากราคาขายหรื อราคาเสนอซื้ อ ั หรื อเสนอขายมีการเผยแพร่ ท่ีเป็ นปั จจุบนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรื อตลาดหลักทรัพย์อื่น ั ที่ทาการเผยแพร่ ราคาต่อสาธารณชน ่ 2. เงินลงทุนทัวไป หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุน ที่ไม่อยูในความต้องการของตลาด ทา ่ ให้กิจการไม่สามารถจัดประเภทเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนทัวไปสามารถ ่ แยกประเภทเป็ นเงินลงทุนชัวคราว หรื อเงินลงทุนระยะยาว ่ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ยังสามารถแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ 1. ตราสารทุ น หมายถึ ง สั ญญาที่ แสดงว่า ผูถือตราสารมี ความเป็ นเจ้าของในส่ วนได้เสี ย ้ คงเหลือของกิ จการที่ไปลงทุน เช่น หุ ้นสามัญ หุ นบุริมสิ ทธิ และยังรวมถึ งใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ในหุ ้น ้ ทุน ใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ในการซื้ อหุ ้นทุน (หน่วยลงทุนในกองทุนรวม) ใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ใบหุ ้นปั น ผล และตราสารหรื อหลักฐานแสดงสิ ทธิในสิ นทรัพย์ของโครงการจัดการลงทุน แต่หลักทรัพย์หุนทุนนี้ ้ จะไม่รวมถึงหุ นบุริมสิ ทธิ ที่อาจไถ่ถอนได้ และไม่รวมถึงหุ นกู้ ที่อาจแปลงสภาพเป็ นหุ นทุนได้ ้ ้ ้ 2. ตราสารหนี้ หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผูออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงและทางอ้อม ้ ที่จะต้องจ่ายเงิ นสด หรื อสิ นทรัพย์อื่น ให้แก่ผูถือตราสารตามจานวนและเงื่อนไข ที่ได้กาหนดไว้ เช่ น ้ หุ นกู้ พันธบัตร ทั้งนี้ได้รวมถึงใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ในหุ นกู้ ใบสาคัญแสดงสิ ทธิ ที่จะซื้ อหุ นกู้ ้ ้ ้ ซึ่ งการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ในหลักทรัพย์ตามความต้องการของตลาด สามารถ จัดประเภทได้ ดังนี้ หลักทรัพย์เพื่อค้า หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ ทุกชนิ ด หรื อตราสารทุนในความต้องการ ของตลาดที่กิจการถือไว้โดยมีวตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ ทาให้กิจการถื อหลักทรัพย์ ั
  • 3.
    43 นั้นไว้เป็ นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหากาไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ดังนั้น หลักทรัพย์เผื่อ ค้าจึงมีอตราการหมุนเวียนสู ง ั หลัก ทรั พ ย์เ ผื่ อขาย หมายถึ ง เงิ น ลงทุ นในตราสารหนี้ ทุ ก ชนิ ด หรื อตราสารทุ น ในความ ต้องการของตลาดซึ่ งไม่ถือเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า และขณะเดียวกันไม่ถือเป็ นตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบ กาหนดหรื อเงิ นลงทุ นในบริ ษทย่อย หรื อบริ ษทร่ วม หลักทรัพย์เผื่อขายสามารถแยกประเภทเป็ นเงิ น ั ั ลงทุนชัวคราว หรื อเงินลงทุนระยะยาว ่ ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกาหนด หมายถึง ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ ที่กิจการ มีความตั้งใจแน่วแน่ และมีความสามารถที่จะถือไว้จนครบกาหนดไถ่ถอน เนื่องจากว่าหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดมีสภาพคล่องสู ง ทาให้กิจการมักจะนาเงินสด คงเหลือเกินความต้องการใช้ในกิจการมาลงทุนกับตราสารทุน หรื อตราสารหนี้ ในประเภทหลักทรัพย์ เพื่อค้า เพราะนอกจากจะได้รับผลตอบแทนในกาไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์แล้ว เมื่อมี ความต้องการใช้เงินก็สามารถนาไปขายเปลี่ยนมาเป็ นเงินสดได้ทนที ั การซื้ อขายหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ที่จะจัดอยู่ในประเภทของหลักทรัพย์เพื่อค้า นั้น ต้องเข้าตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้ หากหลักทรัพย์ใดไม่เป็ นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนด จะให้จดเป็ น ั ประเภทหลักทรัพย์เผือขายซึ่ งหลักเกณฑ์ที่ใช้กาหนดประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้า มีดงนี้ ่ ั 1. หลักทรั พย์น้ ันต้องมี สภาพซื้ อง่ายขายคล่ อง หรื อสามารถทาการซื้ อขายได้ทนทีในตลาด ั หลักทรัพย์และ 2. หลักทรัพย์น้ นจะต้องมีการซื้ อขายกันอย่างสม่าเสมอ และ ั 3. ผูลงทุนในหลักทรัพย์น้ น มีความตั้งใจที่จะหากาไรจากการขึ้นลงของราคาในช่วงเวลาสั้นๆ ้ ั โดยจัดรวมเป็ นกลุ่มหลักทรัพย์ซ่ ึ งกิจการเจาะจงถือไว้เพื่อค้า เมื่ อกิ จการต้องการลงทุ นชัวคราว โดยการซื้ อหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด จะต้อง ่ ติดต่อกับบริ ษทสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็ นผูจดการให้ เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ ั ้ั จะทาการซื้ อขายเฉพาะกับบริ ษทสมาชิ กเท่านั้น โดยกิ จการจะต้องจ่ายค่าธรรมเนี ยมให้บริ ษทสมาชิ ก ั ั เหล่านั้นในอัตราที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่ งประเทศไทยเป็ นผูกาหนดให้เรี ย กเก็บเป็ นร้ อยละ 0.50 ของ ้ จานวนเงิ นที่ซ้ื อขายสาหรับตราสารทุน และร้ อยละ 0.10 ของจานวนเงิ นที่ซ้ื อขายสาหรับตราสารหนี้ จาพวกพันธบัตร ทั้งนี้การคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวในแต่ละครั้งจะต้องไม่ต่ากว่า 50 บาท ทุกกรณี ซึ่ งการทาการซื้ อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์จะใช้วิธีการประมูลราคา ดังนั้น กฎหมาย ไทยจึ งห้ามจาหน่ ายหลัก ทรั พย์ในราคาที่ ต่ ากว่ามู ลค่า คือ ราคาที่ตราไว้ (atpar) บนใบหุ ้นกู้ โดยให้
  • 4.
    44 จาหน่ ายในราคาเท่ากับมูลค่าหรื อสูงกว่ามูลค่าก็ได้ถาคาดว่าหลักทรัพย์น้ ันจะให้ผลตอบแทนสู งกว่า ้ อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด การบัญชีเกียวกับเงินลงทุนชั่ วคราว ่ ในบทนี้ จะเป็ นการศึกษาเฉพาะ เงิ นลงทุนชัวคราวที่เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน และ ่ ั ่ ตราสารหนี้ ในความต้องการของตลาดที่จดอยูในประเภทของหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย ซึ่ งมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 ของสมาคมนักบัญชี และผูส อบบัญชี รับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย ้ ั ่ กาหนดให้วดมูลค่าโดยใช้มูลค่ายุติธรรม และให้คานิยามมูลค่ายุติธรรมไว้วา หมายถึง จานวนเงินที่ผซ้ื อ ู้ ้ ั และผูขายตกลงแลกเปลี่ยนสิ นทรัพย์กน ในขณะที่ท้ งสองฝ่ ายมีความรอบรู ้และเต็มใจในการแลกเปลี่ยน ั และสามารถต่อรองราคากันได้อย่างเป็ นอิสระ ในลักษณะของผูที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยมีวิธีปฏิบติ ้ ั เกี่ยวกับการบัญชีสาหรับหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน และตราสารหนี้ ดังนี้ การบัญชี สาหรับหลักทรัพย์ ประเภทตราสารทุนในความต้ องการของตลาด ต้นทุนของหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน จะประกอบด้วยจานวนเงินของหลักทรัพย์ท่ีกิจการ ลงทุนซื้ อรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่ งหลักทรัพย์ดงกล่าวมาเช่น ค่าธรรมเนี ยม ค่า ั นายหน้า ค่ า ภาษี ค่ า ใช้จ่า ยในการโอน เป็ นต้น หากกิ จ การนาสิ น ทรั พ ย์อื่ นไปแลก ก็ ใ ห้ใ ช้มู ล ค่ า ยุติธรรมของสิ นทรัพย์ที่นาไปแลกเป็ นต้นทุนของหลักทรัพย์น้ น ั 1. การบันทึกบัญชีเมื่อซื้ อหลักทรัพย์ เมื่อกิ จการซื้ อตราสารทุนในความต้องการของตลาด ให้บนทึกบัญชี แยกแสดงเป็ นหลักทรัพย์ ั ่ ั เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เผือขาย ทั้งนี้ข้ ึนอยูกบวัตถุประสงค์ในการลงทุนของกิจการว่าเป็ นอย่างไร ่ 1.1 ถ้ากิจการถือไว้เป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า จะบันทึกบัญชี ดังนี้ เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน้ XX เครดิต บัญชีเงินสด XX 1.2 ถ้าการถือไว้เป็ นหลักทรัพย์เผือขาย จะบันทึกบัญชี ดังนี้ ่ เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน ่ ้ XX เครดิต บัญชีเงินสด XX
  • 5.
    45 ตัวอย่างที่ 1 บริษัท เมื อ งไทย จ ากัด ลงทุ น ซื้ อ หุ ้ น สามัญ ของบริ ษัท ที่ จ ดทะเบี ย นกับ ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 ดังนี้ - บริ ษท A จากัด จานวน 500 หุ ้น มู ลค่ า หุ ้นละ 100 บาท ในราคาหุ ้นละ 110 บาท เสี ย ั ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็ นเงิน 400 บาท โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า ั - บริ ษทั 1,000 หุ ้น มูลค่ าหุ ้นละ 100 บาท ในราคาหุ ้นละ 120 บาท เสี ย ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็ นเงิน 700 บาท โดยมีวตถุประสงค์ถือไว้เผือขาย ั ่ จะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่ 2547 มิ.ย. 1 เดบิต หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษท A จากัด ้ ั 55,400 - เครดิต เงินสด 55,400 - บันทึกการลงทุนในหลักทรัพย์หุนสามัญ บริ ษท A จากัด ้ ั มีวตถุประสงค์เพื่อค้า ั เดบิต หลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ บริ ษท B จากัด ่ ้ ั 120,700 - เครดิต เงินสด 120,700 - บันทึกการลงทุนในหลักทรัพย์หุ้นสามัญบริ ษท B จากัด ั มีวตถุประสงค์ถือไว้เผื่อขาย ั วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เพื่อค้า บริ ษท A จากัด ั ราคาซื้ อ (500 หุน x 110 บาท) ้ 55,000 บาท บวก ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ 400 บาท ราคาทุน 55,400 บาท ราคาทุนต่อหุ น = 55,400 บาท ้ = 110.80 บาท 500 หุน ้ วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เผือขาย บริ ษท B จากัด ่ ั ราคาซื้ อ (1,000 หุน x 120 บาท) ้ 120,000 บาท บวก ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ 700 บาท ราคาทุน 120,700 บาท ราคาทุนต่อหุ น = ้ 120,700 บาท = 120.70 บาท 1,000
  • 6.
    46 2. การบันทึกบัญชีเมื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่ อ กิ จ การไม่ มี ก ารจ าหน่ า ยหลัก ทรั พ ย์ป ระเภทตราสารทุ น ในความต้อ งการของตลาด ผลตอบแทนที่ กิจการจะได้รับจากการลงทุ นซื้ อหลักทรั พย์ประเภทนี้ ก็ คือ เงิ นปั นผลรั บ (dividend revenue) ซึ่ งแสดงเป็ นบัญชี รายได้อื่น ในงบกาไรขาดทุน โดยผูออกหุ ้นที่กิจการไปลงทุนจะประกาศ ้ จ่ายเงินปั นผลและรายชื่อผูมีสิทธิ รับเงินปั นผลก่อน แล้วจึงจ่ายเงินให้ภายหลัง ้ 2.1 เมื่อมีการประกาศจ่ายเงินปั นผล บันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชีเงินปันผลค้างรับ XX เครดิต บัญชีเงินปันผลรับ XX 2.2 เมื่อกิจการได้รับเงินปั นผล บันทึกบัญชีโดย เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต บัญชีเงินปันผลค้างรับ XX ในกรณี ท่ีระยะเวลา วันที่ประกาศจ่ายเงิ นปั นผลไม่ห่างจากวันที่จ่ายเงิ นปั นผลมากนัก และอยู่ ในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน ให้กิจการบันทึกรายการเมื่อได้รับเงินปันผลเลย ตัวอย่างที่ 2 จากตัวอย่างที่ 1 บริ ษท A จากัด ประกาศจ่ายเงินปั นผลหุ นสามัญ หุ ้นละ 15 บาท เมื่อ ั ้ วันที่ 24 ธันวาคม 2547 และจะจ่ายเงินปั นผลให้ในวันที่ 15 มกราคม 2548 ส่่ วนทางด้านบริ ษท B ั จากัด ประกาศจ่ายเงินปั นผลหุ ้นสามัญ หุ ้นละ 10 บาท เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2547 และจะจ่ายเงินปั น ผลให้ในวันที่ 29 ธันวาคม 2547 ะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่ 2547 ธ.ค. 24 เงินปั นผลค้างรับ 7,500 - เงินปั นผลรับ 7,500 - บันทึกเงินปั นผลค้างรับ จากบริ ษท A จากัด (500 หุน x 15 บาท) ั ้ 29 เงินสด เงินปั นผลรับ 10,000 - บันทึกเงินปั นผล จากบริ ษท B จากัด (1,000 หุน x 10 บาท) ั ้ 10,000 - 2548 ม.ค. 15 เงินสด 7,500 - เงินปั นผลค้างรับ 7,500 - บันทึกรับเงินปั นผลที่คางรับจากบริ ษท A จากัด ้ ั
  • 7.
    47 3. การบันทึกบัญชีเมื่อขายหลักทรัพย์ เมื่ อกิ จการมี ค วามต้องการใช้เงิ นหรื อเห็ นว่า ขณะนี้ ราคาตลาดของหลัก ทรั พ ย์ไ ด้สู ง ขึ้ น กิจการก็จะขายหลักทรัพย์ที่ถืออยูออกไป ซึ่ งในการขายจะต้องเสี ยค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่ายต่างๆ จึง ่ ทาให้กิจการได้รับเงินสุ ทธิ จากการขาย เท่ากับ ราคาขาย หัก ค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ใน การบันทึกบัญชีการขายหลักทรัพย์ กิจการจะโอนหลักทรัพย์ออกจากบัญชี ดวยราคาทุน ผลต่างระหว่าง ้ ั ราคาทุนของหลักทรัพย์กบจานวนเงินสุ ทธิ ที่ได้รับ จะบันทึกเป็ นรายการกาไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการ จาหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่ งแสดงเป็ นบัญชีรายได้ค่าใช้จ่ายอื่น ในงบกาไรขาดทุน ตัวอย่ างที่ 3 จากตัวอย่างที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 บริ ษทเมืองไทย จากัด ขายหุ นของบริ ษท A ั ้ ั จากัด จานวน 300 หุน ในราคาหุนละ 114 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการขายรวม 200 บาท และ ขายหุ ้นของ ้ ้ บริ ษท B จากัด จานวน 800 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 119 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการขายรวม 600 บาท จะ ั บันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่ 2547 ธ.ค. 28 เงินสด 34,000 - หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษท A จากัด ้ ั 33,240 - รายการกาไรที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์ 760 - บันทึกการขายหุนสามัญ บริ ษท A จากัดจานวน 300 หุ ้น ้ ั ราคาหุนละ 114 บาท เสี ยค่าใช้จ่าย 200 บาท ้ เงินสด รายการขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์ 94,600 - หลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญบริ ษท B จากัด ่ ้ ั 1,960 - บันทึกการขายหุนสามัญ บริ ษท B จากัด จานวน 800 หุ ้น ้ ั 96,560 - ราคาหุนละ 119 บาท เสี ยค่าใช้จ่าย 600 บาท ้
  • 8.
    48 วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เพื่อค้า ราคาขาย (300 หุน x 114 บาท) ้ 34,200 บาท หัก ค่าใช้จ่าย 200 บาท จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับ 34,000 บาท หัก ราคาทุน (300 หุน x 110.80 บาท) ้ 33,240 บาท กาไรจากการขายหลักทรัพย์ 760 บาท วิธีการคานวณ - รายการหลักทรัพย์เผือขาย ่ ราคาขาย (800 หุน x 119 บ ท) ้ 95,200 บาท หัก ค่าใช้จ่าย 600 บาท จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับ 94,600 บาท หัก ราคาทุน (800 หุน x 120.70 บาท) ้ 96,560 บาท ขาดทุนจากการขายหลักทรัพย์ (1,960) บาท การบัญชีสาหรับหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ ในความต้ องการของตลาด ในท านองเดี ย วกับ หลัก ทรั พ ย์ป ระเภทตราสารทุ น ในความต้องการของตลาด ต้น ทุ น ของ หลักทรัพย์ ประเภทตราสารทุน จะประกอบด้วย จานวนเงินของหลักทรัพย์ที่กิจการลงทุนซื้ อ รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มา ซึ่ งหลักทรัพย์ดงกล่าว เช่น ค่าธรรมเนี ยม ค่านายหน้า ค่าภาษี ั ค่าใช้จ่ายในการโอน เป็ นต้น หากกิจการนาสิ นทรัพย์อื่นไปแลก ก็ให้ใช้มูลค่ายุติธรรมของสิ นทรัพย์ที่ นาไปแลก เป็ นต้นทุนของหลักทรัพย์น้ น ั 1. การบันทึกบัญชีเมื่อซื้ อหลักทรัพย์ และรับผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่อกิจการซื้ อตราสารหนี้ในความต้องการของตลาด ให้บนทึกแยกแสดงเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า ั หรื อ หลัก ทรั พ ย์เ ผื่อ ขาย ทั้ง นี้ ข้ ึ น อยู่ก ับ วัต ถุ ป ระสงค์ใ นการลงทุ น ของกิ จ การว่า เป็ นอย่า งไร และ เนื่องจากว่าตราสารหนี้ เช่นหุ นกู้ พันธบัตร จะให้ผลตอบแทนผูถือในรู ปดอกเบี้ย โดยผูออกหลักทรัพย์ ้ ้ ้ จะกาหนดอัตราดอกเบี้ยและวันที่จ่ายดอกเบี้ยไว้แน่ นอน การบันทึกบัญชี เกี่ ยวกับหลักทรัพย์ประเภท ตราสารหนี้ มีหลักการเช่ นเดียวกับหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน หากวันที่ซ้ื อขายหลักทรัพย์ตรงกับ วันที่จ่ายดอกเบี้ย แต่ถาวันที่ซ้ื อขายหลักทรัพย์ไม่ตรงกับวันที่จ่ายดอกเบี้ย จานวนเงิ นที่ซ้ื อขายจะต้อง ้ รวมดอกเบี้ยค้างรับด้วย ซึ่ งแสดงการบันทึกบัญชีได้ ดังนี้
  • 9.
    49 1.1 ถ้ากิ จการซื้ อขายหลักทรั พ ย์ประเภทหนี้ ตรงกับวันที่ จ่า ยดอกเบี้ ย กิ จการจะบันทึ ก บัญชี โดย กรณี กิจการถือหลักทรัพย์โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า ั เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นหนี้ ้ XX เครดิต บัญชีเงินสด XX กรณี กิจการถือหลักทรัพย์ โดยมีวตถุประสงค์เผือขาย ั ่ เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้ ่ ้ XX เครดิต บัญชีเงินสด XX 1.2 ถ้ากิจการซื้ อขายหลักทรัพย์ประเภทหนี้ ไม่ตรงกับวันที่จ่ายดอกเบี้ย กิจการจะบันทึก บัญชี โดย กรณี กิจการถือหลักทรัพย์โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า ั เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เพื่อค้า- หุ นหนี้ ้ XX บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX เครดิต บัญชีเงินสด XX กรณี กิจการถือหลักทรัพย์โดยมีวตถุประสงค์เผือขาย ั ่ เดบิต บัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้ ่ ้ XX บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX เครดิต บัญชีเงินสด XX บัญชีดอกเบี้ยค้างรับที่บนทึกนั้น จะถูกโอนออกในวันรับดอกเบี้ยงวดแรก โดยจานวนเงินสดที่ ั ได้รับ ณ วันที่ รับ ดอกเบี้ ย งวดแรก จะถื อเป็ นรายได้ ของกิ จการเฉพาะช่ วงเวลาที่ นับ จากวัน ที่ ซ้ื อ หลักทรัพย์จนถึงวันที่รับดอกเบี้ยงวดแรก ซึ่ งกิจการจะบันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX บัญชีดอกเบี้ยรับ XX เมื่อกิ จการได้รับดอกเบี้ยงวดถัดไป จานวนเงิ นสดที่ได้รับ ณ วันที่จ่ายดอกเบี้ยในงวดนี้ จะถื อ เป็ นรายได้ ของกิจการทั้งจานวน ซึ่ งกิจการจะบันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ XX
  • 10.
    50 ในวันสิ้ นของระยะเวลาบัญชี ให้ทาการปรับปรุ งดอกเบี้ยค้างรับ ของหลักทรัพย์ท่ีกิจการถือไว้ แต่ยงไม่ครบกาหนด เวลาจ่ายดอกเบี้ย นับช่วงเวลาจากวันที่ได้รับดอกเบี้ยครั้งสุ ดท้ายจนถึงวันสิ้ นรอบ ั เวลาบัญชี ซึ่ งถือเป็ นรายได้ของกิจการที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยงไม่ได้รับเงิน กิจการจะบันทึกบัญชี โดย ั เดบิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ XX ั ้ ตัวอย่างที่ 4 บริ ษทเมืองไทยจากัด ลงทุนซื้ อหุ ้นกูของบริ ษท ที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่ ง ั ประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 ดังนี้ - บริ ษ ัท 1,000 หุ ้ น มู ล ค่ า หุ ้ น ละ 100 บาท ในราคาหุ ้น ละ 105 บาท ้ ค่าธรรมเนี ยม 0.5% หุ ้นกูกาหนดจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้ อยละ 10 โดยจ่ายดอกเบี้ ยในวันที่ 1 เมษายน และ 1 ตุลาคม โดยมีวตถุประสงค์เพื่อค้า ั - บริ ษท ั 2,000 บ ท มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ในราคาหุ ้นละ 108 บาท เสี ย ้ ค่าธรรมเนี ยม 0.5% หุ ้นกูกาหนดจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 โดยจ่ายดอกเบี้ยในวันที่ 1 มิถุนายน และ 1 ธันวาคม โดยมีวตถุประสงค์ถือไว้เผือขาย ั ่ จะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่ 2547 ้ ้ ั เม.ย.28 หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนกูบริ ษท C จากัด 104,475 - เงินสด 104,475 - บั น ทึ ก การลงทุ น ในหลัก ทรั พ ย์หุ้ น กู้ บ ริ ษัท C จ ากั ด มี วัตถุประสงค์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุนบริ ษท D จากัด ้ ั 214,920 - ดอกเบี้ยค้างรับ 8,000 - เงินสด 222,920 - บัน ทึ ก การลงทุ น ในหลัก ทรั พ ย์หุ้ น กู้ บริ ษัท D จ ากัด มี วัตถุประสงค์ถือไว้เผื่อขาย
  • 11.
    51 2547 มิ.ย.1 เงินสด 12,000 - ดอกเบี้ยค้างรับ 8,000 - ดอกเบี้ยรับ 4,000 - บัน ทึ ก รั บ ดอกเบี้ ย หุ ้นกู้ 12% ของบริ ษ ัท D จ ากัด จ านวน 2,000 หุ ้น มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1ธ.ค. 2547 – 1 มิ.ย. 2547) ต.ค. 1 เงินสด 5,000 - ดอกเบี้ยรับ 5,000 - บันทึ กรับดอกเบี้ ยหุ ้นกู้ 10% ของบริ ษท C จากัด จานวน ั 1,000 หุ ้น มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1 เม.ย. – 1 ต.ค. 2547) ธ.ค. 1 เงินสด 12,000 - ดอกเบี้ยรับ 12,000 - บันทึกรับดอกเบี้ยหุ ้นกู้ 12% ของบริ ษท ั ่ากัด จานวน 2,000 หุน มูลค่าหุนละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1 มิ.ย. – 1 ้ ้ ธ.ค. 2547) 31 ดอกเบี้ยค้างรับ 2,500 - ดอกเบี้ยรับ 2,500 - ปรับปรุ งดอกเบี้ ยหุ ้นกู้ 10% ของบริ ษท C จากัด จานวน ั 1,000 หุน มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 3 เดือน (1 ต.ค. – ้ 31 ธ.ค. 2547) 31 ดอกเบี้ยค้างรับ 2,000 - ดอกเบี้ยรับ 2,000 - ปรับปรุ งดอกเบี้ยหุ ้นกู้ 12% ของบริ ษท ั ่ากัด จานวน 2,000 หุ ้น มูลค่าหุ ้นละ 100 บาท ระยะเวลา 1 เดือน (1 ธ.ค.- 31 ธ.ค. 2547)
  • 12.
    52 วิธีคานวณเมื่อซื้อ - รายการหลักทรัพย์เพื่อค้า บริ ษท ่ากัด ั ราคาทุน :ราคาซื้ อ (1,000 หุน x 105 บาท) ้ 105,000 บาท หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 105,000บ ท) 525 บท ราคาทุน 104,475 บาท ราคาทุนต่อหุ น = 104,475 บาท = ้ 104.475 บท 1,000 หุน ้ - รายการหลักทรัพย์เผือขาย บริ ษท D จากัด ่ ั ราคาทุน (2,000 หุน x 108 บาท) ้ 216,000 บาท หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 216,000 บ ท) 1,080 บท ราคาทุน 214,920 บาท ราคาทุนต่อหุ น = 214,920 บ ท = ้ 107.46 บาท 2,000 หุน ้ ดอกเบี้ยค้างรับ บ ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยครั้งสุ ดท้าย จนถึงวันที่ซ้ื อหลักทรัพย์ 1 ธ.ค. 2546 – 1 เม.ย. 2547 = 4เ = (2,000 หุน x 100 บ ท) x 12% x 4 ้ 12 = 200,000 x 12 x 4 100 12 = 8,000 บาท 2. การบันทึกบัญชีเมื่อขายหลักทรัพย์ เมื่ อกิ จการมี ความต้องการใช้เงิ น หรื อเห็ นว่าขณะนี้ ราคาตลาดของหลักทรั พย์ได้สูง ขึ้ น กิ จการจะทาการขายหลักทรั พย์ที่ถืออยู่ออกไป ซึ่ งในการขายจะต้องเสี ยค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่าย ต่างๆ จึงทาให้กิจการได้รับเงินสุ ทธิ จากราคาขาย เท่ากับ ราคาขาย หักค่าธรรมเนี ยมและค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว หากวันที่ ขายหลักทรัพย์ตรงกับวันที่ จ่ายดอกเบี้ย แต่ถาวันที่ ขายหลักทรั พย์ไม่ตรงกับวันที่จ่าย ้ ดอกเบี้ ย กิ จ การผู ้ข ายหลัก ทรั พ ย์จ ะต้อ งคิ ด ดอกเบี้ ย จากผู ้ซ้ื อ หลัก ทรั พ ย์ด้ว ยระยะเวลาจากวัน ที่ หลักทรั พย์จ่ายดอกเบี้ยครั้ งสุ ดท้าย จนถึ งวันที่ ขายหลักทรั พย์ ฉะนั้น จานวนเงิ นสุ ทธิ จากการขายที่ กิจการจะได้รับ จึงรวมดอกเบี้ยค้างรับด้วย
  • 13.
    53 ตัวอย่างที่ 5 จากตัวอย่างที่4 สมมติวา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 บริ ษทเมืองไทย จากัด ขายหุ ้นกู้ ่ ั ของบริ ษท ่ากัด จาวน 600 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 107 บาท เสี ยค่าธรรมเนี ยม 0.5% และ ขายหุ ้นกู้ ั ของบริ ษท D จากัด จานวน 1,500 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 110 บาท เสี ยค่าธรรมเนี ยม 0.5% ะบันทึก ั รายการในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่ 2547 ต.ค. 1 เงินสด 5,000 - ดอกเบี้ยรับ 5,000 - บันทึกรับดอกเบี้ยหุ ้นกู้ 10% ของบริ ษท C จากัด จานวน 1,000 หุ ้น ั มูลค่าหุนละ 100 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (1 เม.ย. – 1 ต.ค. 2547) ้ จานวน 600 หุน ในราคาหุนละ 107 บาท เสี ยค่าธรรมเนียม 0.5% ้ ้ เงินสด 63,879 - หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนกู้ บริ ษท C จากัด ้ ั 62,685 - รายการกาไรที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์ 1,194 - บันทึกการขายหุ ้นกู้ บริ ษท C จากัด จานวน 600 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ ั 107 บาท เสี ยค่าธรรมเนียม 0.5% เงินสด (164,175 + 6,000) 170,175 - ่ ้ ้ ั หลักทรัพย์เผือขาย-หุนกูบริ ษท D จากัด 161,190 - รายการกาไรที่เกิดขึ้นจากการจาหน่ายหลักทรัพย์ 2,985 - ดอกเบี้ยรับ 6,000 - บันทึกการขายหุนกู้ บริ ษท D จากัด จานวน 1,500 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ ้ ั 110 บาท เสี ยค่าธรรมเนี ยม 0.5% วมดอกเบี้ยที่คาง 4 เดือน (1มิ.ย. – ้ 1 ต.ค. 2547) วิธีการคานวณเมื่อขาย - รายการหลักทรัพย์เพื่อค้าบริ ษท C จากัด ั ราคาขาย (6,000 หุน x 107 บ ท) ้ 64,200 บาท หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 64,200) 321 บท จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับจากการขาย 63,879 บาท หัก ราคาทุน (600 หุน x 104.475) ้ 62,685 บาท กาไรจากการจาหน่ายหลักทรัพย์ 1,194 บาท
  • 14.
    54 - รายการหลักทรัพย์เพื่อขาย บริ ษท ่ากัด ั ราคาขาย (1,500 หุน x 110 บ ท) ้ 165,000 บาท หัก ค่าธรรมเนียม (0.5% x 165,000 บ ท) 825 บท จานวนเงินสุ ทธิที่ได้รับจากการขาย 164,175 บาท หัก ราคาทุน (1,500 หุน x 107.46 บาท) ้ 161,190 บาท กาไรจากการจาหน่ายเงินลงทุน 2,985 บาท ดอกเบี้ยรับ สาหรับระยะเวลา 4 เดือน (1 มิ.ย. – 1 ต.ค. 2547) = (1,500 หุน x 100 บ ท) x12% x 4 ้ 12 = 150,000 x 12 x 4 100 12 = 6,000 บ ท การบันทึกบัญชี เมื่อมีการเปลียนแปลงมูลค่ าของหลักทรัพย์ ่ มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 ของสมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแห่ งประเทศไทย ้ ได้กาหนดให้เงินลงทุนชัวคราวที่เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน และตราสารหนี้ ในความต้องการ ่ ของตลาด ที่จดอยู่ในประเภทของหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย แสดงมูลค่าในงบดุ ลด้วย ั มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ในงบดุลมูลค่ายุติธรรมดังกล่าว ก็คือราคาซื้ อขายหรื อราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่ ปรากฏอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้ นวันนั้น ณ วันที่ในงบดุล ถ้ามีการเปลี่ ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคา ทุนกับราคาตลาดของหลักทรัพย์ ในปี แรก และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาตามบัญชี กบ ั ราคาตลาดของหลักทรัพย์ในปี ต่อๆ ไป กิจการจะต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงดังนี้ กรณี เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนในความต้องการของตลาด ที่อยูในประเภทหลักทรัพย์ ่ เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย ผลต่างของการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาตามบัญชี กับราคาตลาด ของหลัก ทรั พ ย์เ พื่ อ ค้า และหลัก ทรั พ ย์เ ผื่ อ ขาย รั บ รู ้ เ ป็ นก าไรหรื อ ขาดทุ น ในงวดบัญ ชี ที่ เ กิ ด การ เปลี่ยนแปลงมูลค่าทันที โดยบันทึกบัญชีของกาไรขาดทุนนั้น ใน “บัญชี กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจาก ั หลักทรัพย์เพื่อค้า – หุนทุน” หรื อ “บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ ้นทุน” ซึ่ ง ้ ั จะแสดงในงบกาไรขาดทุ นประจางวด ส่ วนมูล ค่ า ของหลัก ทรั พ ย์เพื่ อค้าและหลัก ทรั พ ย์เ ผื่อขาย ที่ เพิ่มขึ้นหรื อลดลง จากราคาตามบัญชีจะบันทึกใน “บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ ้นทุน” ่ หรื อ “บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน” ซึ่ งเป็ นบัญชีปรับมูลค่าของบัญชี ่ ่ ้
  • 15.
    55 หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน หรื อบัญชีหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน ในงบดุลนันเอง ้ ่ ้ ่ 1. เมื่อกิจการเกิดผลต่างของการเปลี่ ยนแปลงมูลค่าของหลักทรัพย์ เนื่ องจากราคาตลาด มากกว่าราคาตามบัญชี จะรับรู ้เป็ นกาไร บันทึกบัญชีโดย เดบิต บัญชีค่าเผือปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน ่ ้ XX เครดิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน ั ้ XX หรื อ เดบิต บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน ่ ่ ้ XX เครดิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นทุน ั ่ ้ XX 2. ถ้าผลต่างที่เกิ ดขึ้น เนื่ องจากราคาตลาดน้อยกว่าราคาตามบัญชี จะรั บรู ้ เป็ นขาดทุ น บันทึกบัญชีโดย เดบิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน ั ้ XX เครดิต บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน ่ ้ XX หรื อ เดบิต บัญชีกาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน ั ่ ้ XX เครดิต บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นทุน ่ ่ ้ XX สาหรับงวดต่อมา หากหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนในความต้องการของตลาด ไม่วาจะเป็ น ่ ประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้า หรื อหลักทรัพย์เ ผื่อขาย ยังคงมียอดคงเหลื ออยู่ กิ จการยังคงต้องการแสดง มูลค่าของหลักทรัพย์ดงกล่าวในงบดุล ด้วยมูลค่ายุติธรรมหรื อราคาตลาด ณ วันที่ในงบดุล โดยกิจการ ั ต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาตามบัญชี ของหลักทรัพย์ซ่ ึ งเป็ นราคาตลาด ณ วันที่ของ งบดุลในงวดก่อน กับราคาตลาด ณ วันที่ในงบดุลของงวดปั จจุบน ั ตัวอย่างที่ 6 บริ ษทสยามชัย จากัด ซื้ อหลักทรัพย์เพื่อค้าหุ ้นสามัญ บริ ษท อเนก จากัด เมื่อวันที่ 1 ั ั มีนาคม 2547 เป็ นเงิน 120,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 หุ ้นสามัญของบริ ษทอเนก จากัด มี ั มูลค่ายุติธรรม 130,000 บาท หลักทรัพย์เพื่อค้า ราคาทุน 120,000 บาท ณ วันสิ้ นปี มีมูลค่ายุติธรรม 130,000 บาท เนื่องจาก ราคาตลาดมากว่าราคาทุน จะรับรู ้ เป็ นกาไรที่ยงไม่เกิดขึ้น 10,000 บาท ที่จะบันทึกในงบกาไรขาดทุน ั และหลักทรัพย์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 10,000 บาท บันทึกบัญชี โดย
  • 16.
    56 เดบิต ค่าเผื่อการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษทอเนก จากัด 10,000 ้ ั เครดิต กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญบริ ษทอเนก จากัด 10,000 ั ้ ั บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นสามัญบริ ษทอเนก จากัด เมื่อแสดงในงบดุลจะ ่ ้ ั เป็ นบัญชี ปรับเพิ่มยอดหลักทรัพย์เพื่อค้า ทาให้มูลค่าของหลักทรัพย์เพื่อค้าที่แสดงในงบดุ ล จะแสดง ด้วยมูลค่ายุติธรรม คือ 130,000 บาท ตัวอย่างที่ 7 บริ ษทสยามชัย จากัด ซื้ อหลักทรัพย์เผื่อขาย หุ ้นสามัญบริ ษท อนันต์ จากัด เมื่อวันที่ 1 ั ั เมษายน 2547 เป็ นเงิน 150,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 หุ ้นสามัญของบริ ษทอนันต์ จากัด มี ั มูลค่ายุติธรรม 110,000 บาท หลักทรัพย์เผื่อขาย ราคาทุน 150,000 บาท ณ วันสิ้ นปี มีมูลค่ายุติธรรม 110,000 บาท เนื่องจาก ราคาตลาดน้อยกว่าราคาทุ น จะรั บรู ้ เป็ นขาดทุ นที่ ยง ไม่เกิ ดขึ้ น 40,000 บาท ที่ จะบันทึ ก ในงบกาไร ั ขาดทุนและหลักทรัพย์มีมูลค่าลดลง 40,000 บาท บันทึกบัญชี โดย เดบิต กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย- ั ่ หุนสามัญบริ ษท อนันต์ จากัด ้ ั 40,000 เครดิต ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย- ่ ่ หุ นสามัญ บริ ษท อนันต์ จากัด ้ ั 40,000 บัญชีค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นสามัญบริ ษท อนันต์ จากัด เมื่อแสดงในงบดุล ่ ่ ้ ั จะเป็ นบัญชีปรับลดยอดหลักทรัพย์เผื่อขายทาให้มูลค่าของหลักทรัพย์เผื่อขายที่แสดงในงบดุ ลจะแสดง ด้วยมูลค่ายุติธรรม คือ 110,000 บาท กรณี เ ป็ นหลัก ทรั พ ย์ป ระเภทตราสารหนี้ ในความต้อ งการของตลาด ที่ จ ัด อยู่ใ นประเภท หลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผือขาย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคาทุนกับราคาตลาดของ ่ หลัก ทรั พ ย์ใ นปี แรก และถ้า มี ก ารเปลี่ ย นแปลงมู ล ค่ า ระหว่า งราคาตามบัญ ชี กับ ราคาตลาดของ หลักทรัพย์ในปี ต่อๆ ไป ให้บนทึกการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน ั การแสดงรายการเงินลงทุนชั่ วคราวในงบการเงิน เงิ นลงทุนชัวคราวที่เป็ นหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนและตราสารหนี้ ในความต้องการของ ่ ่ ตลาด ไม่วาจะเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เผื่อขาย จะแสดงภาพใต้หวข้อสิ นทรัพย์หมุนเวียน ั ในงบดุล ด้วยราคาตามบัญชีหรื อราคาตลาด ณ วันที่ ในงบดุล ดังนี้
  • 17.
    57 งบดุล (บางส่ วน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 สิ นทรัพย์ สิ นทรัพย์หมุนเวียน : เงินลงทุนชัวคราว ่ หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน ้ XX บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนทุน ่ ้ XX XX หลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน ่ ้ XX บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนทุน ่ ่ ้ XX XX หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นหนี้ ้ XX บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุ นหนี้ ่ ้ XX XX หลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้ ่ ้ XX บวก(หัก) ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุ นหนี้ ่ ่ ้ XX XX ส่ วนบัญชี กาไรขาดทุนที่ ยงไม่เกิ ดขึ้น หรื อกาไรขาดทุ นที่เกิ ดขึ้นแล้ว ในหลักทรัพย์ประเภท ั ่ ตราสารทุน และตราสารหนี้ ไม่วาจะเป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรื อหลักทรัพย์เผื่อขาย แสดงภายใต้หัวข้อ รายได้อื่น หรื อค่าใช้จ่ายอื่น ในงบกาไรขาดทุน ตัวอย่างที่ 8 จากตัวอย่างที่ 6 และ 7 จะแสดงรายการหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เ ผื่อขาย ของ บริ ษทสยามชัย จากัด ในงบดุล และงบกาไรขาดทุน ได้ดงนี้ ั ั การแสดงรายการในงบดุล 2547 (บางส่ วน) สิ นทรัพย์หมุนเวียน : เงินลงทุนชัวคราว ่ หลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญ ้ 120,000 บวก ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญ ่ ้ 10,000 130,000 หลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ ่ ้ 150,000 หัก ค่าเผือการปรับมูลค่าหลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ ่ ่ ้ 40,000 110,000
  • 18.
    58 การแสดงรายการในงบกาไรขาดทุน 2547 (บางส่ วน) รายได้อื่น กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เพื่อค้า-หุนสามัญ ั ้ 10,000 ค่าใช้จ่ายอื่น กาไรขาดทุนที่ยงไม่เกิดขึ้นจากหลักทรัพย์เผือขาย-หุนสามัญ ั ่ ้ 40,000 กิจการย่อมต้องการมีรายได้เกิดขึ้นจานวนมากในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี การซื้ อขายสิ นค้า หรื อการให้บริ การ จึงมีท้ งที่เป็ นการซื้ อขายเป็ นเงินสดและเป็ นเงินเชื่ อ ส่ วนใหญ่จะเป็ นการซื้ อขายเป็ น ั เงิ นเชื่ อ แล้วได้รับช าระหนี้ เป็ นเอกสารเครดิ ต ที่ เรี ยกว่า ตัวเงิ นรั บ ซึ่ งเป็ นการเขี ยนสั ญญาเป็ นลาย ๋ ลักษณ์อกษรจากลูกค้าที่ซ้ื อสิ นค้าว่าจะนาเงินสดมาชดใช้ให้แก่กิจการ ตัวเงินรับจะเปลี่ยนเป็ นเงินสดได้ ั ๋ ก็ต่อเมื่อครบกาหนดเวลาจ่ายชาระตามที่ระบุไว้ในตัว แต่ถากิจการมีความจาเป็ นต้องใช้เงินสดก่อนวันที่ ๋ ้ ตัวครบกาหนด ก็สามารถนาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน เพื่อนาเงินมาใช้ก่อนได้ ๋ ๋ ความหมายของตั๋วเงินรับ ตัวเงินรับ หมายถึง คามันสัญญาเป็ นลายลักษณ์อกษรโดยปราศจากเงื่อนไขที่บุคคลหนึ่ งรับจะ ๋ ่ ั ชาระเงิ นจานวนหนึ่ งที่แน่นอนให้แก่อีกบุคคลหนึ่ งภายในเวลาที่กาหนด (สมาคมนักบัญชี และผูสอบ ้ บัญชี รับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย, 2538, หน้า68) ดังนั้น ตัวเงินรับจึงเป็ นเอกสารแสดงสิ ทธิ ในการรับ ๋ ชาระหนี้ของกิจการ ซึ่ งนอกจากกิจการจะได้รับตามจานวนเงินที่เป็ นมูลค่าหนี้ แล้ว กิจการอาจจะได้รับ ผลตอบแทนจากตัวเงินรับในรู ปของดอกเบี้ยรับอีกด้วย ๋ ประเภทของตั๋วเงินรับ ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 898 แบ่งตัวเงินออกเป็ น 3 ประเภท คือ ตัวแลก ๋ ๋ เงิน ตัวสัญญาใช้เงิน และ เช็ค ๋ ตั๋วแลกเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 908 ได้บญญัติวา “อันตัวแลกเงิ น ั ่ ๋ นั้นคื อ หนัง สื อตราสารซึ่ งบุ ค คลหนึ่ งเรี ย กว่า ผูสั่ง จ่าย สั่งบุ ค คลอี ก คนหนึ่ งเรี ย กว่า ผูจ่าย ให้ใ ช้เงิ น ้ ้ จานวนหนึ่ งแก่บุคคลหนึ่ ง หรื อให้ใช้ตามคาสั่งอีกบุคคลหนึ่ ง ซึ่ งเรี ยกว่า ผูรับเงิน และ มาตรา 909 ได้ ้ บัญญัติให้ตวแลกเงิน ต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ ั๋ 1. คาบอกชื่อว่า เป็ นตัวแลกเงิน ๋
  • 19.
    59 ่ 2. คาสั่งอันปราศจากเงื่อนไขให้จายเงินเป็ นจานวนแน่นอน 3 ชื่อหรื อยีหอผูจ่าย ่ ้ ้ 4 วันถึงกาหนดใช้เงิน 5. สถานที่ใช้เงิน 6. ชื่อ หรื อ ยีหอผูรับเงิน หรื อคาจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผซ้ื อ ่ ้ ้ ู้ 7. วัน และสถานที่ออกตัวเงิน ๋ 8. ลายมือชื่อผูสั่งจ่าย ้ ดังนั้น จะเห็นว่าตัวแลกเงินเป็ นตราสารที่มีบุคคลเกี่ยวข้องด้วย 3 ฝ่ าย คือ ๋ 1. ผูสังจ่าย คือ ผูเ้ ขียนตัวฉบับนั้นขึ้น อาจจะระบุให้ตนเองหรื อบุคคลอื่นเป็ นผูรับเงินก็ได้ ้่ ๋ ้ 2. ผูจ่ายเงิน คือ ผูลงลายมือชื่อรับรองตัว และมีหน้าที่จายเงินตามตัวเมื่อครบกาหนด ้ ้ ๋ ่ ๋ 3. ผูรับเงิน คือ ผูมีสิทธิ ได้รับเงินตามตัว ซึ่ งผูสั่งจ่ายและผูรับเงินอาจเป็ นบุคคลเดียวกันก็ได้ ้ ้ ๋ ้ ้ กฎหมายได้มีการบัญญัติให้ เฉพาะตัวแลกเงินนี้ ก่อนถึ งกาหนดเวลาใช้เงิ น ผูถือตัวต้องนาตัว ๋ ้ ๋ ๋ แลกเงิ นไปให้ผจ่ายเงินรับรองตัว โดยผูจ่ายเงินจะเขียนคาว่า “รับรองแล้ว” พร้อมทั้งลงลายมือชื่ อและ ู้ ๋ ้ วันที่ไว้บนด้านหน้าของตัว จึงจะถื อว่าตัวแลกเงินฉบับนี้ สมบูรณ์และมีผลตามกฎหมาย ซึ่ งผูจ่ายเงินมี ๋ ๋ ้ หน้าที่จะต้องจ่ายเงินตามวันที่ และจานวนเงินที่ระบุไว้ในตัวเมื่อถึงกาหนดชาระเงิน และในระหว่างที่ ๋ ตัวแลกเงินยังไม่ถึงกาหนดชาระเงิน ตัวเงินรับนี้จะมีสภาพเป็ น ตัวเงินรับ ซึ่ งเป็ นสิ นทรัพย์ของผูทรงตัว ๋ ๋ ๋ ้ ๋ ั ่ ตั๋วสั ญญาใช้ เงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 982 ได้บญญัติวา “อันว่าตัว ๋ สัญญาใช้เงิ น คือ หนังสื อตราสารซึ่ งบุคคลหนึ่ ง เรี ยกว่า ผูออกตัว ให้คามันสัญญาว่าจะใช้เงิ นจานวน ้ ๋ ่ หนึ่ งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ ง หรื อใช้ให้ตามคาสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ ง เรี ยกว่า ผูรับเงิ น” และมาตรา ้ 983 ได้บญญัติให้ตวสัญญาใช้เงิน ต้องมีรายการดังต่อไปนี้ ั ั๋ 1. คาบอกชื่อว่าเป็ นตัวสัญญาใช้เงิน ๋ 2. คามันสัญญาอันปราศจากเงื่อนไขว่าจะใช้เป็ นจานวนแน่นอน ่ 3. วันถึงกาหนดใช้เงิน 4. สถานที่ใช้เงิน 5. ชื่อหรื อยีหอของผูรับเงิน ่ ้ ้ 6. วันและสถานที่ออกตัวสัญญาใช้เงิน ๋ 7. ลายมือชื่อผูออกตัว ้ ๋
  • 20.
    60 ดังนั้น จะเห็นว่าตัวสัญญาใช้เงินเป็ นตราสารที่มีบุคคลเกี่ยวข้องด้วย 2 ฝ่ าย คือ ๋ 1. ผูออกตัว คือ ผูเ้ ขียนตัวซึ่ งมีหน้าที่ตองจ่ายชาระเงินตามสัญญาว่าจะจ่ายเงินตามจานวน ้ ๋ ๋ ้ ที่ระบุไว้ให้แก่ผมีชื่อในตัวตามที่กาหนด ู้ ๋ 2. ผูรับเงิน คือ บุคคลที่ถูกระบุชื่อว่ามีสิทธิ ได้รับเงินตามตัว โดยจะได้รับตัวเงินที่ผออก ้ ๋ ๋ ู้ ตัวเขียนตัวและลงลายมือชื่อแล้ว มาถือไว้จนถึงกาหนดชาระเงิน ก็จะนาตัวไปขอรับเงินจากผูออกตัวได้ ๋ ๋ ๋ ้ ๋ ในระหว่างที่ตวสัญญาใช้เงิ นยังไม่ถึงกาหนดชาระเงิ น ตัวเงิ นฉบับนี้ จะมีสภาพเป็ นตัวเงิ นรับซึ่ งเป็ น ั๋ ๋ ๋ สิ นทรัพย์ของผูทรงตัว ้ ๋ เช็ ค ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ มาตรา 987 ได้บญญัติว่า “เช็ค คือ หนังสื อตรา ั สารซึ่งบุคคลหนึ่ง เรี ยกว่า ผูสั่งจ่าย สั่งธนาคารให้ใช้เงินจานวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ ง ้ หรื อใช้ตามคาสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ ง ซึ่ งเรี ยกว่า ผูรับเงิน” ซึ่ งรายการในเช็ค ประกอบด้วย คาบอกว่า ้ เป็ นเช็ค คาสังที่ใช้จ่ายเงินเป็ นจานวนที่แน่นอน วันที่สถานที่ที่ออกเช็ค ชื่อผูรับเงิน ชื่ อธนาคารผูจ่ายเงิน ่ ้ ้ สถานที่ จ่ า ยเงิ น และลายมื อ ชื่ อ ผู ้สั่ ง จ่ า ยเงิ น เมื่ อ ได้รั บ เช็ ค ธนาคารจะจ่ า ยเงิ น ให้ แ ก่ ผู ้เ บิ ก ทัน ที นอกจากนั้นเช็คยังโอนสลักหลังให้ผอื่นได้ ู้ ดังนั้น จะเห็นว่า เช็ค เป็ นตราสารที่มีบุคคลเกี่ยวข้อง 3 ฝ่ าย คือ ผูส่ังจ่าย ซึ่ งเป็ นผูลงนามในเช็ค ้ ้ ผูรับเงิ น และธนาคารซึ่ งเป็ นผูจ่ายเงิ นคื นให้แก่ ผูรับ เงิ นเมื่ อถู กทวงถาม ซึ่ งเช็ คที่ ลงวันที่ ปัจจุ บนจะ ้ ้ ้ ั สามารถนามาเบิกเงิ นได้ทนที เมื่อได้รับมาทางบัญชี จะนับรวมเป็ นเงินสด ส่ วนเช็คที่ลงวันที่ล่วงหน้า ั ยังไม่สามารถเบิ กเงิ นในขณะนั้นได้ทนที จึ งมี ลกษณะเช่ นเดี ยวกับ ตัวแลกเงิ น และตัวสัญญาใช้เงิ น ั ั ๋ ๋ ่ ดังนั้นเมื่อได้รับมาจะบันทึกรวมอยูในบัญชี ตัวเงินรับ ซึ่ งเป็ นสิ นทรัพย์ของผูถือเช็คก็ได้ ๋ ้ การนับวันครบกาหนดของตั๋วเงินรับ ข้อความที่ กาหนดวันชาระเงิ นตามตัว อาจเขี ยนได้หลายอย่าง ซึ่ งตามประมวลกฎหมายแพ่ง ๋ และพาณิ ชย์ มาตรา 713 ได้กาหนดวันครบกาหนดไว้ 4 วิธี ดังนี้ 1. เมื่อทวงถาม เช่น “ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้เมื่อทวงถามจานวน.................” ดังนั้น ผู ้ จ่ายเงินตามตัวจะต้องจ่ายเงินทันทีเมื่อผูรับเงินต้องการ อย่างไรก็ตาม ตัวเงิน ซึ่ งถึงกาหนดเมื่อทวงถาม ๋ ้ ๋ จะต้องยืนให้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน 2. ระบุวนที่ถึงกาหนดไว้ในตัวเงิน เช่น “ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้นายโชคชัย จิตใจดี ใน ั ๋ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 25.....” เป็ นต้น ดังนั้นผูจ่ายเงินตามตัวมีหน้าที่จ่ายเงินในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 25..... ้ ๋
  • 21.
    61 3. เมื่อสิ้ นเวลาหนึ่ งนับแต่ได้เห็ น เช่ น “ถึ งกาหนด 20 วัน นับแต่ได้เห็ นข้าพเจ้าสัญญาว่าจะ จ่ายเงิ นจานวน.............” เป็ นต้น ซึ่ งกรณี น้ ี วนถึงกาหนด คือ 20 วัน นับจากวันที่ได้เห็น คือ เป็ นวัน ที่ ั รับรองนันเอง ตัวประเภทนี้ผทรงอาจลงวันที่แท้จริ งก็ได้แล้วจึงเริ่ มนับจากวันนั้น ่ ๋ ู้ 4. เมื่อสิ้ นระยะเวลาครบที่กาหนดไว้นบแต่วนที่ในตัวเงิน ั ั ๋ 4.1 ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นปี วันที่ครบกาหนดชาระเงินจะเป็ นวันเดียวกับวันที่ออกตัว ๋ เงินแต่เป็ นของปี ที่ครบกาหนด เช่น ออกตัวเงิน ณ วันที่ 1 เมษายน 2547 ตัวเงินมีอายุ 1 ปี จึงถึงวันครบ ๋ ๋ กาหนดชาระเงินในวันที่ 1 เมษายน 2547 เป็ นต้น 4.2 ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นเดือน วันที่ครบกาหนดชาระเงินจะเป็ นวันเดียวกับวันที่ออก ตัวเงินแต่เป็ นของเดือนที่ครบกาหนด ในกรณี ที่วนที่ในตัวเงินตรงกับวันสิ้ นเดือน ในเดือนที่ถึงกาหนด ๋ ั ๋ ก็ตองเป็ นวันสิ้ นเดือนด้วย ถ้าไม่มีวนที่วนนั้นในเดือนที่ถึงกาหนด ให้ถือวันสุ ดท้ายของเดื อนนั้น เป็ น ้ ั ั วัน ที่ครบกาหนดแทนได้ เช่ น ออกตัวเงิ น ณ วันที่ 31 มกราคม 2547 ตัวเงิ นมีอายุ 3 เดื อน ดังนั้น วัน ๋ ๋ ครบกาหนดชาระเงินจะเป็ นวันสิ้ นเดือนของเดือนเมษายน คือวันที่ 30 เมษายน 2547 นันเอง แต่ถาออก ่ ้ ตัวเงิน ณ วันที่ 15 มกราคม 2547 วันที่ครบกาหนดชาระเงินจะนับมาอีก 3 เดือน และเป็ นวันที่เดียวกัน ๋ คือ วันที่ 15 เมษายน 2547 4.3 ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นวัน การนับวันครบกาหนดชาระจะไม่นบรวมวันที่ออกตัว ั ๋ แต่จะให้เริ่ มนับวันที่หลังจากวันออกตัว จนครบอายุตว เช่น ออกตัวเงิ น ณ วันที่ 16 มกราคม 2547 ตัว ๋ ั๋ ๋ ๋ เงินอายุ 60 วัน จะหาวันครบกาหนดได้ โดยเอาจานวนวันของเดือนที่ออกตัวเป็ นตัวตั้ง แล้วเอาวันที่ใน ๋ ตัวไปหักออก จะได้จานวนวันของตัวในเดื อนที่ออกตัว หลังจากนั้น ให้นบวันที่ของเดือนต่อๆ ไป จน ๋ ๋ ๋ ั ครบอายุของตัวไปถึงวันของเดือนใด วันนั้นจะเป็ นวันที่ครบกาหนด ดังนี้ ๋ เดือนมกราคม (เป็ นเดือนที่ออกตัว มีจานวน วัน 31 วัน) ๋ 31 วัน หัก วันที่ออกตัวเงิน (ณ วันที่ 16 มกราคม 2541) ๋ 16 วัน จานวนวันของอายุตวเงิน ในเดือนที่ออกตัว ั๋ ๋ = 15 วัน เดือนกุมภาพันธ์ (มีจานวนวัน 28 วัน) 28 วัน = 43 วัน เดือนมีนาคม (เดือนที่ครบกาหนด) 17 วัน รวม = 60 วัน ดังนั้น วันครบกาหนด คือ วันที่ 17 มีนาคม 2547
  • 22.
    62 ชนิดของตั๋วเงินรับ นอกจากจะแบ่ ง ประเภทของตั๋วเงิ น เป็ นตั๋วแลกเงิ น ตั๋วสั ญญาใช้เงิ นและเช็ ค แล้ว อาจจะ พิจารณาแบ่งประเภทของตัวเงิน โดยใช้เกณฑ์พิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับจากตัว เนื่ องจากตัวเงินปกติ ๋ ๋ ๋ ระยะเวลาในการชาระหนี้ยาวนานกว่าลูกหนี้ จึงมักมีการตกลงจ่ายดอกเบี้ยให้ระหว่างกัน ดังนั้น ตัวเงิน๋ จะถูกแบ่งตามลักษณะของประโยชน์ที่ได้รับ คือ ดอกเบี้ยที่ปรากฏบนหน้าตัว ดังนี้ ๋ 1. ตัวเงิ นชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย ตัวเงิ นประเภทนี้ จะไม่มีอตราดอกเบี้ยระบุไว้บนหน้าตัว เมื่อตัว ๋ ๋ ั ๋ ๋ เงินครบกาหนด จานวนเงินที่ผรับเงินจะได้รับ จะเท่ากับจานวนเงินที่ระบุไว้บนหน้าตัว เท่านั้น ู้ ๋ 2. ตัวเงินชนิดมีดอกเบี้ย ตัวเงินประเภทนี้ จะมีอตราดอกเบี้ยระบุไว้บนหน้าตัว เมื่อตัวเงินครบ ๋ ๋ ั ๋ ๋ กาหนด จานวนเงินที่ผรับเงินจะได้รับ จะเท่ากับ จานวนเงินที่ระบุไว้บนหน้าตัวบอกด้วยจานวนเงินที่ ู้ ๋ เป็ นดอกเบี้ยรับ การคานวณดอกเบียรับของตั๋วเงินรับ ้ เมื่อตัวเงินครบกาหนด จะมีการนาอัตราดอกเบี้ยที่กาหนดหน้าตัว ของตัวเงินชนิ ดมีดอกเบี้ยมา ๋ ๋ ๋ คานวณตามระยะเวลาอายุของตัว ซึ่ งวิธีการคานวณจะแตกต่างกันไม่มากขึ้ นอยู่กบระยะเวลาที่ ครบ ๋ ั กาหนด มีสูตรการคานวณ ดังนี้ ดอกเบี้ยรับ = เงินต้น(มูลค่าที่ระบุไว้บนหน้าตัว) x อัตราดอกเบี้ย x ระยะเวลา ๋ 1. ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นปี การคานวณดอกเบี้ยให้ใช้ปีเป็ นฐานการคานวณ เช่น ตัวเงินรับ ๋ จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% มีอายุ 1 ปี ดอกเบี้ยจะคานวณได้ดงนี้ ั ดอกเบี้ยรับ =50,000 x 10 x 1 ปี 100 =5,000 บาท 2. ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นเดือน การคานวณดอกเบี้ยให้ใช้ 12 เดือน เป็ นฐานในการคานวณ เช่น ตัวเงินรับ จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% มีอายุ 3 เดือน ดอกเบี้ยจะคานวณได้ดงนี้ ๋ ั ดอกเบี้ยรับ = 50,000 x 10 x 3 100 12 = 1,250 บาท
  • 23.
    63 3. ระยะเวลาครบกาหนดเป็ นวัน การคานวณดอกเบี้ยรับให้ใช้ 360 วัน หรื อ 365 วัน เป็ นฐาน ในการคานวณ เช่น ตัวเงินรับ จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% มีอายุ 180 วัน ดอกเบี้ยจะคานวณ ๋ ได้ดงนี้ (กาหนดให้ 1 ปี = 360 วัน) ั ดอกเบี้ยรับ = 50,000 x 10 x 180 100 360 = 2,500 บาท มูลค่ าตั๋วเมื่อครบกาหนด มูลค่าตัวครบกาหนด หมายถึง จานวนเงินทั้งสิ้ นที่ผรับเงินจะได้รับจากตัวเมื่อครบกาหนดชาระ ๋ ู้ ๋ ถ้า เป็ นตั๋ว ชนิ ด ไม่ มี ด อกเบี้ ย มู ล ค่ า ตั๋ว เมื่ อ ครบก าหนด จะเท่ า กับ มู ล ค่ า ที่ ร ะบุ ไ ว้ห น้ า ตั๋ว และ ถ้าเป็ นตัวชนิดมีดอกเบี้ย มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด จะเท่ากับ มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว บวก ดอกเบี้ย ๋ ๋ ๋ การบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับ กิจการจะได้รับตัวเงินรับเข้ามา ทั้งที่เกิดจากการดาเนิ นงานตามปกติของกิจการ เช่น ตัวเงินรับ ๋ ๋ ที่ได้รับจากการขายสิ นค้า หรื อตัวเงิ นรับที่ได้รับจากการชาระหนี้ ของลูกหนี้ การค้า ซึ่ งจะเรี ยกตัวเงิ น ๋ ๋ ่ ๋ ประเภทนี้วา “ตัวเงินรับการค้า” และกิจการได้รับตัวเงินรับเข้ามาไม่ได้เกิดจากการดาเนิ นงานตามปกติ ๋ ๋ ้ ้ ของกิจการ เช่น ตัวเงินรับที่ได้รับจากการให้ผูอื่นกูยืมเงิน ตัวเงินรับที่ได้รับจากการขายสิ นทรัพย์อื่นที่ ๋ ๋ ่ ๋ มิใช่สินค้า ซึ่ งจะเรี ยกตัวเงินประเภทนี้ วา “ตัวเงินรับอื่น” การบัญชี ตวเงินรับในบทนี้ จะบันทึกรายการ ั๋ สาหรับตัวเงินรับทั้งชนิดที่ไม่มีดอกเบี้ย และชนิดที่มีดอกเบี้ย จะเริ่ มตั้งแต่เมื่อได้รับตัวเงินรับ ตัวเงินรับ ๋ ๋ ๋ ครบกาหนดตัวเงินรับขาดความเชื่อถือ รวมถึงการนาตัวเงินรับไปขายลดให้กบสถาบันการเงิน ๋ ๋ ั การบันทึกบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับการค้ า ๋ ่ ๋ 1. เมื่อได้รับตัวเงินรับการค้า ไม่วาตัวเงินรับฉบับนี้จะเป็ นตัวเงินชนิดที่ไม่มีดอกเบี้ย หรื อ ชนิ ด ๋ มีดอกเบี้ยก็ตาม จะบันทึกโดย เดบิต บัญชี ตวเงินรับ ตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว เครดิ ต บัญชี ขาย เมื่อ ั๋ ๋ ได้รับจากการขาย หรื อ เครดิต บัญชีลูกหนี้การค้า เมื่อได้รับจากการรับชาระหนี้ จากลูกหนี้ จะแสดงการ บันทึกบัญชี ดังนี้ เดบิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX เดบิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX เครดิต บัญชีขาย XX เครดิต บัญชีลูกหนี้การค้า XX บันทึกเมื่อได้รับตัวเงินรับจากการขายสิ นค้า ๋ บันทึกเมื่อได้รับชาระหนี้จากลูกหนี้เป็ นตัวเงินรับ ๋
  • 24.
    64 2. เมื่อถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนดและขึ้นเงินได้ ถ้าเป็ นตัวเงินรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ยผูถือตัว ั๋ ๋ ้ ๋ จะได้รับเงิ นตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว แต่ถาเป็ นตัวเงิ นรับชนิ ดที่มีดอกเบี้ย จะได้รับเงิ นตามมูลค่าที่ ๋ ้ ๋ ระบุไว้หน้าตัว บวกดอกเบี้ยรับ จะบันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชี เงิ นสด เครดิ ต บัญชี ตวเงิ นรับ และ ๋ ั๋ เครดิต บัญชีดอกเบี้ย (ถ้าตัวมีดอกเบี้ย) จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้ ๋ เดบิต บัญชีเงินสด XX เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX เครดิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX บันทึกรับชาระหนี้ตามตัวเงินรับชนิดไม่มีดอกเบี้ย ๋ บัญชีดอกเบี้ยรับ XX บันทึกรับชาระหนี้ตามตัวเงินรับชนิดมีดอกเบี้ย ๋ 3. เมื่อถึงวันครบกาหนดและขึ้นเงินไม่ได้ เรี ยกว่า ตัวขาดความเชื่ อถือ ถ้าตัวเงินรับถึงวันครบ ๋ ๋ กาหนดแล้ว และไม่สามารถขึ้นเงินได้ ผูทรงตัวจะต้องรับทาคาคัดค้านภายใน 3 วัน และโอน ตัวเงินรับ ้ ๋ ๋ ออกจากบัญชี พร้อมกับตั้งผูออกตัวเป็ นลูกหนี้ ด้วยจานวนเงินตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว บวก ดอกเบี้ย ้ ๋ ๋ (ถ้ามี) และค่าใช้จ่าย ในการคัดค้าน (ถ้ามี) จะบันทึกบัญชี โดย เดบิต บัญชี ลูกหนี้ การค้า เครดิต บัญชี ตัวเงินรับ และ เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ (ถ้ามี) จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้ ๋ เดบิต บัญชีลูกหนี้การค้า XX เครดิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX บัญชีดอกเบี้ยรับ XX 4. รายการปรับปรุ งของดอกเบี้ยค้างรั บ เนื่ องจากตัวเงิ นรั บชนิ ดที่มีดอกเบี้ย ที่ กิจการถื อไว้ ๋ จนถึ ง วันสิ้ นงวดบัญชี แต่ ย ง ไม่ ถึ ง วัน ครบก าหนดที่ จ ะได้รั บ ช าระเงิ น จึ ง ต้องมี ก ารบันทึ ก รายการ ั ปรับปรุ ง ณ วันสิ้ นปี เพื่อรับรู ้รายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ตามระยะเวลาตั้งแต่วนที่ ได้รับตัวเงินรับจนถึงวัน ั ๋ สิ้ นงวดบัญชี น้ น โดยไม่คานึ งว่าจะได้รับเงิ นแล้วหรื อไม่ จะบันทึกรายการปรับปรุ งโดย เดบิต บัญชี ั ดอกเบี้ยค้างรับ และ เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ และเมื่อขึ้นงวดบัญชีใหม่ ให้บนทึกกลับรายการปรับปรุ ง ั ดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้ นปี ทาให้บนทึกรายได้ดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่เกิดขึ้นจริ งในงวดบัญชี ใหม่ ได้ ั สะดวกจะบันทึกกลับรายการปรับปรุ งโดย 31 ธ.ค. 25x1 เดบิต บัญชีดอกเบี้ยรับ XX 1 ม.ค. 25x2 เดบิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX เครดิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ XX เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ XX บันทึกรายการปรับปรุ งดอกเบี้ยค้างรับ บันทึกการกลับรายการปรับปรุ ง
  • 25.
    65 ตัวอย่ างที่ 1ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 บริ ษท รวมไทย จากัด ขายสิ นค้าให้บริ ษทสดใน จานวน ั ั 20,000 บาท โดยได้รับชาระเป็ นตัวสัญญา ใช้เงิน อายุ 30 วัน และลูกหนี้ นายสนองชาติเขียนตัวสัญญา ๋ ๋ ใช้เงิ นมูลค่า 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% อายุ 90 วัน ให้แก่บริ ษท เนื่ องจากว่านายสนองชาติไม่ ั สามารถหาเงินมาจ่ายชาระหนี้ค่าสิ นค้าที่ซ้ื อไปจากบริ ษทได้ (กาหนดให้ 1 ปี = 360 วัน) ั สมมติ ว่า เมื่อตัวสัญญาใช้เงิ นทั้งสองฉบับครบกาหนด บริ ษทรวมไทย จากัด สามารถนาตัว ๋ ั ๋ สัญญาใช้เงินของบริ ษท สดใส จากัด ไปขึ้นเงิ นได้ ส่ วนตัวสัญญาใช้เงิ นที่ได้จากลูกหนี้ นายสนองชาติ ั ๋ ขาดความเชื่อถือ ไม่สามารถขึ้นเงินได้ตามกาหนด บริ ษทจึงทาคาคัดค้านในวันถัดมา ั การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ได้ดงนี้ ่ ั 2547 พ.ย. 1 ตัวเงินรับ ๋ 20,000 - ขายสิ นค้า 20,000 - ขายสิ นค้าให้บริ ษท สดใส จากัด และรับชาระหนี้เป็ นตัว ั ๋ สัญญาใช้เงิน ตัวเงินรับ ๋ 30,000 - ลูกหนี้-นายสนองชาติ 30,000 - รับตัวสัญญาใช้เงินอายุ 90 วัน อัตราดอกเบี้ ย 12% จาก ๋ ลูกหนี้นายสนองชาติ ธ.ค. 1 เงินสด 20,000 - ตัวเงินรับ ๋ 20,000 - ตัวเงินรับอายุ 30 วัน ครบกาหนดได้รับเงิน ๋ 31 ดอกเบี้ยค้างรับ 600 - ดอกเบี้ยรับ 600 - ปรั บปรุ งดอกเบี้ ยค้างรั บ ตัว เงิ นลงวันที่ 1 พ.ย. มูลค่ า ๋ 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% ระยะเวลาดอกเบี้ยค้าง รับ 60 วัน 2548 ม.ค. 1 ดอกเบี้ยรับ 600 - ดอกเบี้ยค้างรับ 600 กลับรายการดอกเบี้ยค้างรับ
  • 26.
    66 2548 31 ลูกหนี้-นายสนองชาติ 30,900 - ตัวเงินรับ ๋ 30,000 - ดอกเบี้ยรับ 900 - ตัวเงินลงวันที่ 1 พ.ย. 2547 มูลค่า 30,000 บาท ดอกเบี้ย ๋ 12% อายุ 90 วัน ครบก าหนดช าระเงิ น วัน ที่ 30 ม.ค. 2548 ขึ้นเงินไม่ได้บริ ษท จึงทาคัดค้านในวันถัดมา โดย ั ตั้งนายสนองชาติเป็ นลูกหนี้ใหม่ สมมติ ว่าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548 ลู กหนี้ นายสนองชาติ ได้นาเงิ นสดมาจ่ายชาระหนี้ ให้แก่ บริ ษท รวมไทย จากัด พร้อมดอกเบี้ยตัวพ้นกาหนด จานวนเงินที่บริ ษทได้รับคานวณ ดังนี้ ั ๋ ั มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด ๋ 30,900 บวก ดอกเบี้ยตัวพ้นกาหนด (30,000 x 12% x 1) ๋ 300 12 จานวนเงินทั้งหมดที่ได้รับ 31,200 รายการบันทึกบัญชีคือ 2548 ก.พ. 28 เงินสด 31,200 - ลูกหนี้-นายสนองชาติ 30,900 - ดอกเบี้ยรับ 300 - รั บ ช าระหนี้ ตามตั๋ว เงิ น รั บ ขาดความเชื่ อ ถื อ พร้ อ ม ดอกเบี้ยตัวพ้นกาหนด ๋ การบันทึกบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับอืนๆ ่ 1. เมื่อได้รับตัวเงินรับอื่นๆ ๋ 1.1 ในกรณี ที่เป็ นตัวเงินรับอื่นๆ ชนิดที่มีดอกเบี้ย รายการบัญชี ที่บนทึกในตอนที่ได้รับตัว ๋ ั ๋ เงินรับรับชาระหนี้ตามตัวเงินรับเมื่อครบกาหนด และรายการปรับปรุ งเกี่ยวกับดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้ น ๋ งวด จะบันทึกบัญชีเช่นเดียวกับ ตัวเงินรับการค้าชนิดที่มีดอกเบี้ยทุกประการ ๋
  • 27.
    67 ้ ้ 1.2 ในกรณี ที่เป็ นตัวเงิ นรับอื่นๆ ชนิ ดที่ไม่มีดอกเบี้ย เช่ น กิ จการให้ผูอื่นกูยืมเงิ น และรับ ๋ ชาระเป็ นตัวเงิ นรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย โดยกิ จการอาจจะหักจานวนเงิ นส่ วนที่เป็ นดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า ๋ และจ่า ยเงิ นให้ผูท่ี ม ากู้ยืมเงิ นไม่ เต็มตามจานวนมูลค่ าที่ ระบุ ไว้บนหน้าตัว ซึ่ งจานวนเงิ นดอกเบี้ ย ที่ ้ ๋ กิจการหักไว้ล่วงหน้า จะบันทึกไว้ใน “บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ” จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้ ๋ เดบิต บัญชีตวเงินรับอื่น ๆ ั๋ XX เครดิต บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ XX บัญชีเงินสด XX 2. เมื่อถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนดและขึ้นเงินได้ กิจการจะได้รับชาระหนี้ เต็มตามจานวนมูล ั๋ ค่าที่ระบุไว้บนหน้าตัว รายการที่บนทึกบัญชี คือ การรับชาระหนี้ ตามตัวเงินรับ และโอนบัญชี ส่วนลด ๋ ั ๋ ในตัวเงินรับ ไปยังบัญชีดอกเบี้ยรับ จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้ ๋ เดบิต บัญชีเงินสด XX บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ XX เครดิต บัญชีตวเงินรับอื่น ๆ ั๋ XX บัญชีดอกเบี้ยรับ XX 3. เมื่ อถึ งวันที่ ตวเงิ นรั บครบกาหนดและขึ้ นเงิ นไม่ได้ เรี ยกว่า ตัวเงิ นรั บขาดความเชื่ อถื อ ั๋ ๋ กิจการจะโอนตัวเงินรับออกจากบัญชี พร้อมกับตั้งผูออกตัวเป็ นลูกหนี้ และโอนบัญชี ส่วนลดในตัวเงิน ๋ ้ ๋ ๋ รับ ไปยังบัญชีดอกเบี้ยรับ จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้ เดบิต บัญชีลูกหนี้อื่น ๆ XX บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ XX เครดิต บัญชีตวเงินรับอื่น ๆ ั๋ XX บัญชีดอกเบี้ยรับ XX 4. รายการปรับปรุ งส่ วนลดในตัวเงิ นรับ เนื่ องจากตัวเงินรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย ที่กิจการถือไว้ ๋ ๋ จนถึ ง วัน สิ้ นงวดบัญชี แต่ ย ง ไม่ ถึ ง วันครบก าหนดที่ จะได้รับ ช าระเงิ น จะต้องมี ก ารบันทึ ก รายการ ั ปรับปรุ ง เพื่อตัดบัญชี ส่วนลดในตัวเงินรับไปยังบัญชี ดอกเบี้ยรับ เพื่อรับรู ้รายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ตาม ๋ ระยะเวลาตั้งแต่วนที่ได้รับตัวเงินรับจนถึงวันสิ้ นงวดบัญชีน้ น จะแสดงการบันทึกบัญชี ดังนี้ ั ๋ ั
  • 28.
    68 เดบิต บัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ XX เครดิต บัญชีดอกเบี้ยรับ XX บัญชี ส่วนลดในตัวเงินรับ เป็ นบัญชี ปรับมูลค่าของตัวเงินรับ และแสดงรายการในงบดุ ล โดย ๋ ๋ นาไปหักบัญชีตวเงินรับ ดังนี้ ั๋ งบดุล (บางส่ วน) สิ นทรัพย์หมุนเวียน : ตัวเงินรับอื่นๆ ๋ XX หัก ส่ วนลดในตัวเงินรับ ๋ (XX) XX ั ้ั ้ ตัวอย่างที่ 2 ณ วันที่ 1 มีนาคม 2547 บริ ษท ร่ วมใจ จากัด ให้ผูจดการแผนกขาย กูยืมเงิ นจานวน 50,000 บาท โดยที่ผจดการแผนกขายได้ออกตัวสัญญาใช้เงิน จานวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% ู้ ั ๋ อายุ 1 ปี ให้กบบริ ษทและบริ ษทได้จ่ายเงินให้กบผูจดการแผนกขาย จานวน 50,000 บาท ั ั ั ั ้ั ั ู้ ั ้ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 บริ ษทร่ วมใจ จากัด ให้ผจดการแผนกตลาด กูยืมเงินจานวน 60,000 บาท โดยที่ผูจดการแผนกตลาดได้ออกตัวสัญญาใช้เงิ นชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย จานวน 60,000 บาท อายุ 6 ้ั ๋ เดือน ให้กบบริ ษท และบริ ษทได้จ่ายเงินให้กบผูจดการแผนกตลาด จานวน 56,400 บาท ั ั ั ั ้ั และเมื่อตัวสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับครบกาหนด บริ ษทได้รับชาระเงินตามตัวเงินครบ ทั้งสอง ๋ ั ๋ ฉบับ การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป ได้ดงนี้ ่ ั 2547 มี.ค. 1 ตัวเงินรับอื่น ๆ ๋ 50,000 - เงินสด 50,000 - รับชาระหนี้ จากผูจดการแผนกขาย เป็ นตัวสัญญาใช้เงิ น ้ั ๋ 12% อายุ 1 ปี พ.ย. 1 ตัวเงินรับอื่น ๆ ๋ 60,000 - ส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ 3,600 - เงินสด 56,400 - รับชาระหนี้จากผูจดการแผนกตลาด เป็ นตัวสัญญาใช้เงิน ้ั ๋ ชนิดไม่มีดอกเบี้ย อายุ 6 เดือน
  • 29.
    69 2547 ธ.ค. 31 ดอกเบี้ยค้างรับ 5,000 - ดอกเบี้ยรับ 5,000 - ปรั บ ปรุ ง ดอกเบี้ ย ค้า งรั บ ตั๋ว เงิ น ลงวัน ที่ 1 มี . ค. มู ล ค่ า 50,000 บาท อัต ราดอกเบี้ ย 12% ระยะเวลา 10 เดื อ น (1 มี.ค. – 31 ธ.ค. 2547)  ดอกเบี้ยค้างรับ = 50,000 x 12% x 10 12 1,200 - ส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ ดอกเบี้ยรับ 1,200 - ปรับปรุ งตัดบัญชีส่วนลดในตัวเงินรับสาหรับระยะเวลา 2 ๋ เดือน (1 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2547) = 3,600x2 = 1,200 บาท 6 การแสดงรายการในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 ของบัญชีส่วนลดในตัวเงินรับ จะเป็ นดังนี้ ๋ งบดุล (บางส่ วน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 สิ นทรัพย์หมุนเวียน : : ตัวเงินรับอื่น ๆ (50,000 + 60,000) ๋ 110,000 หัก ส่ วนลดในตัวเงินรับ (3,600 – 1,200) ๋ 2,400 107,600 2548 ม.ค. 1 ดอกเบี้ยรับ 5,000 - ดอกเบี้ยค้างรับ 5,000 - บันทึกกลับรายการปรับปรุ ง มี.ค. 1 เงินสด 56,000 - ตัวเงินรับอื่น ๆ ๋ 50,000 - ดอกเบี้ยรับ 6,000 - รับชาระเงินตามตัวเงินรับ อัตราดอกเบี้ย 12% อายุ 1 ปี ๋
  • 30.
    70 2548 พ.ค. 1 เงินสด 60,000 - ส่วนลดในตัวเงินรับ ๋ 2,400 - ตัวเงินรับอื่น ๆ ๋ 60,000 - ดอกเบี้ยรับ 2,400 - รับชาระหนี้ตามตัวเงินรับ อายุ 6 เดือน และรับรู ้รายได้ ๋ ดอกเบี้ยรับ ตั๋วเงินรับขายลด ถ้ากิจการมีความจาเป็ นต้องการใช้เงินก่อนถึงวันที่ตวเงินครบกาหนด ก็สามารถนาตัวเงินรับไป ั๋ ๋ ขายลดให้สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิ ชย์ หรื อบริ ษทเงินทุนหลักทรัพย์ เพื่อนาเงินสดมาใช้ก่อน ั ซึ่ งสถาบันการเงิ นจะรั บซื้ อตัวเงิ นรั บไว้ และถื อไว้จนกระทังตัวครบกาหนด โดยสถาบันการเงิ นจะ ๋ ่ ๋ จ่ายเงิ นสดให้ผนาตัวไปขายลดด้วยจานวนเงิน เท่ากับ มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด หักด้วยส่ วนลด ซึ่ งคิด ู้ ๋ ๋ จากอัตราที่สถาบันการเงินกาหนดจากมูลค่าตัวเมื่อครบกาหนดและระยะเวลาตั้งแต่วนรุ่ งขึ้นที่นาตัวเงิน ๋ ั ๋ รับไปขายลดจนถึ งวันครบกาหนดชาระตามตัวทาการเปรี ยบเทียบระหว่าง จานวนเงิ นสดที่ได้รับ กับ ๋ มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างที่เกิดขึ้นจะเป็ นดอกเบี้ยของทางด้านผูนาตัวไปขายลด โดยถ้าจานวนเงิน ๋ ้ ๋ สดที่ได้รับ มากกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะถือเป็ นบัญชี ดอกเบี้ยรับ แต่ถาจานวนเงินที่ได้รับ ๋ ้ น้อยกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะถือเป็ นบัญชีดอกเบี้ยจ่าย ๋ เนื่องจากการนาตัวเงิ นรับไปขายลดนั้น ผูนาตัวไปขายจะต้องสลักหลังตัวก่อนที่จะส่ งมอบให้ ๋ ้ ๋ ๋ สถาบันการเงิ น ซึ่ ง ผลตามกฎหมายของการสลัก หลังตัว ทาให้ผูข ายตัวมี ภาระที่ ตองรั บผิดชอบต่ อ ๋ ้ ๋ ้ สถาบันการเงิ น ถ้าตัวขาดความเชื่ อถื อ คื อ ไม่ สามารถเรี ยกเก็บเงิ นจากผูออกตัวเงิ นรั บได้ ผูขายตัว ๋ ้ ๋ ้ ๋ จะต้องรับผิดชอบจ่ายชาระเงินแทนด้วยจานวนมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว รวมกับดอกเบี้ยรับ และค่าใช้จ่าย ๋ ต่างๆ ที่สถาบันการเงิ นเสี ยไปแล้วจึงค่อยไปไล่เบี้ยเอาจากผูออกตัว โดยบันทึกบัญชี ต้ งผูออกตัวเป็ น ้ ๋ ั ้ ๋ ลูกหนี้ ด้วยจานวนเงินที่ได้จ่ายแทนไปแล้วทั้งหมด ดังนั้นเมื่อนาตัวเงินรับไปขายลด จึงไม่บนทึกบัญชี ๋ ั เครดิต ตัวเงินรับโดยตรง แต่จะให้บนทึกบัญชี ตวเงินขายลด ซึ่ งเป็ นหนี้ สินที่อาจจะเกิ ดขึ้นในภายหน้า ๋ ั ั๋ เพื่อแสดงถึงภาระผูกพันยังคงมีอยูเ่ กิดขึ้นตั้งแต่วนขายจนถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนด ซึ่ งบัญชี ตวเงิ น ั ั๋ ั๋ รับขายลดนี้ จะแสดงรายการหักจากบัญชี ตวเงิ นรับ ในงบดุล และเมื่อถึงวันที่ตวเงินรับครบกาหนดไม่ ั๋ ั๋ ว่าจะได้รับเงินหรื อไม่ก็ตาม ให้โอนปิ ดบัญชี ตวเงินรับขายลด และบัญชี ตวเงินรับออกจากบัญชี บันทึก ั๋ ั๋ บัญชีโดย เดบิต ตัวเงินรับขายลด เครดิต ตัวเงินรับ ๋ ๋
  • 31.
    71 ขั้นตอนการปฏิบติเมื่อนาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน มีดงนี้ ั ๋ ั 1. คานวณหามูลค่าของตัวเมื่อครบกาหนด ๋ 1.1 ถ้าเป็ นตัวเงินรับชนิดไม่มีดอกเบี้ย ๋ มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด = มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ๋ ๋ 1.2 ถ้าเป็ นตัวเงินรับชนิดมีดอกเบี้ย ๋ มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด = มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว + ดอกเบี้ยรับตามอายุของตัว ๋ ๋ ๋ 2. คานวณหาจานวนส่ วนลดที่สถาบันการเงินหักไว้ = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด x อัตราส่ วนลดของสถาบันการเงินที่กาหนดไว้ x ระยะเวลาที่ตวอยูกบสถาบันการเงิน ๋ ั๋ ่ ั (ระยะเวลาที่ตวอยูกบสถาบันการเงิน = ระยะเวลานับแต่วนรุ่ งขึ้นที่นาตัวเงินรับไปขายลดให้กบสถาบันการเงินจนถึง ๋ั ่ ั ั ๋ ั วันที่ตวเงินรับครบกาหนด) ั๋ 3. คานวณจานวนเงินที่กิจการจะได้รับ = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด - จานวนส่ วนลดที่สถาบันการเงินหักไว้ ๋ 4. คานวณดอกเบี้ยรับ หรื อดอกเบี้ยจ่าย = จานวนเงินที่ได้รับ - มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ๋ 4.1 ถ้าจานวนเงินที่ได้รับ มากกว่า มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะบันทึกไว้ในบัญชี ๋ ดอกเบี้ยรับ 4.2 ถ้า จ านวนที่ ไ ด้รั บ น้ อ ยกว่า มู ล ค่ า ที่ ร ะบุ ไ ว้ห น้ า ตั๋ว ผลต่ า งจะบัน ทึ ก ไว้ใ นบัญ ชี ดอกเบี้ยจ่าย การบัญชีสาหรับตั๋วเงินรับขายลด 1. เมื่อนาตัวเงินรับไปขายลด ๋ 1.1 กรณี จานวนเงินที่ได้รับ มากกว่า มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ๋ เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต บัญชีตวเงินรับขายลด ั๋ XX บัญชีดอกเบี้ยรับ XX นาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน ๋
  • 32.
    72 1.2 กรณี จานวนเงินที่ได้รับ น้อยกว่า มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ๋ เดบิต บัญชีเงินสด XX บัญชีดอกเบี้ยจ่าย XX เครดิต บัญชีตวเงินรับขายลด ั๋ XX นาตัวเงินรับไปขายลดให้สถาบันการเงิน ๋ 2. เมื่อเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินได้ ๋ กรณี ตวเงินรับขายลดครบกาหนด และสถาบันการเงินเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับได้ จะบันทึก ั๋ ๋ รายการยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้ เดบิต บัญชีตวเงินรับขายลด ั๋ XX เครดิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX ยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเงินรับขายลด ๋ 3. เมื่อเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับไม่ได้ ๋ ั กรณี ตวเงินรับที่นาไปขายลดให้กบสถาบันการเงินครบกาหนด และไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินได้ ั๋ เรี ยกว่า ตัวเงิ นขาดความเชื่ อถื อ กิ จการจะบันทึกรายการยกเลิ กหนี้ สินที่อาจจะเกิ ดขึ้น และบันทึกการ ๋ จ่ายชาระเงินแทนผูออกตัวให้แก่สถาบันการเงิน ด้วยจานวนมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว รวมกับดอกเบี้ยรับ ้ ๋ ๋ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สถาบันการเงิ นได้เสี ยไป พร้ อมกับตั้งผูออกตัวกลับมาเป็ นลูกหนี้ จะแสดงการ ้ ๋ บันทึกบัญชี ดังนี้ 3.1 การบันทึกบัญชีตวเงินรับความเชื่อถือ ั๋ เดบิต บัญชีตวเงินรับขายลด ั๋ XX เครดิต บัญชีตวเงินรับ ั๋ XX ยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเงินรับขายลด ๋ เดบิต ลูกหนี้-ผูออกตัว ้ ๋ XX เครดิต เงินสด XX ๋ ั บันทึกการจ่ายชาระเงินแทนผูออกตัวให้กบสถาบันการเงิน พร้อมกับ บันทึกผูออกตัว ้ ้ ๋ กลับมาเป็ นลูกหนี้ดวยจานวนเงินที่จ่ายชาระแทนทั้งหมด ้ 3.2 การบันทึกบัญชีเมื่อสามารถเก็บเงินจากลูกค้าผูออกตัวเงินรับขาดความเชื่อถือได้ ้ ๋
  • 33.
    73 เดบิต เงินสด XX เครดิต ลูกหนี้-ผูออกตัว ้ ๋ XX รับชาระหนี้จากลูกหนี้ ผูออกตัวสาหรับเงินที่ได้จ่ายชาระแทนให้แก่สถาบันการเงิน ้ ๋ การแสดงรายการตั๋วเงินรับขายลดในงบการเงิน บัญชี ตวเงินรับขายลด เป็ นบัญชี ปรับมูลค่าของตัวเงิ นรับ จะแสดงรายการหักจากบัญชี ตวเงิ น ั๋ ๋ ั๋ รับในงบดุล ดังนี้ งบดุล (บางส่ วน) สิ นทรัพย์หมุนเวียน : ตัวเงินรับ ๋ XX หัก ตัวเงินรับขายลด ๋ (XX) XX ตัวอย่างที่ 3 จากตัวอย่างที่ 1 ถ้าบริ ษท รวมไทย จากัด นาตัวเงิ นรับของนายสนองชาติ ไปขายลด ั ๋ ั ให้กบธนาคาร ในวันที่ 16 ธันวาคม 2547 โดยธนาคารคิดส่ วนลด 10% 1. มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด ๋ = มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว + ดอกเบี้ยตามอายุของตัว ๋ ๋ = 30,000 + (30,000x12%x 90/360) = 30,000 + 900 = 30,900 บาท 2. จานวนส่ วนลดที่ธนาคารหักไว้ = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนดxอัตราส่ วนลดที่ธนาคารกาหนด ๋ ั๋ ่ ั xระยะเวลาที่ตวอยูกบธนาคาร = 30,900 x 10% x 45/360 = 386.25 บาท 3. จานวนเงินที่จะได้รับ = มูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด–จานวนส่ วนลดที่ธนาคารหักไว้ ๋ = 30,900 – 386.25 = 30,513.75 บาท 4. ดอกเบี้ย = จานวนเงินที่ได้รับ – มูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ๋
  • 34.
    74 = 30,513.75 – 30,000 = 513.75 บาท (บัญชีดอกเบี้ยรับ) การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป เมื่อนาตัวเงินรับไปขายลด มีดงนี้ ่ ๋ ั 2547 ธ.ค. 16 เงินสด 30,513 75 ตัวเงินรับขายลด ๋ 30,000 - ดอกเบี้ยรับ 513 75 นาตัวเงิ นรับมูลค่า 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ ย 12% ๋ ไปขายลดธนาคารคิดส่วนลด 10% ตัวอย่างที่ 4 เมื่ อ ตั๋ว ครบก าหนด ธนาคารแจ้ง ว่ า ตั๋ว เงิ น รั บ ขายลดขาดความเชื่ อ ถื อ และคิ ด ค่าธรรมเนียม 150 บาท ดังนั้น กิจการจะจ่ายเงินให้ธนาคาร เป็ นเงินตามมูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด (มูล ๋ ค่าที่ ระบุ ไว้หน้าตัว + ดอกเบี้ยรับ) รวมกับค่าธรรมเนี ยม จะเป็ นจานวนเงิ นที่ตองจ่ายเท่ากับ 31,050 ๋ ้ บาท (30,900 + 150) และ ตั้งนายสนองชาติ เป็ นลูกหนี้เท่ากับจานวนเงินที่จ่ายไป การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทัวไป เมื่อตัวเงินรับขายลดขาดความเชื่อถือ ่ ๋ 2548 ม.ค. 30 ตัวเงินรับขายลด ๋ 30,000 - ตัวเงินรับ ๋ 30,000 - ยกเลิกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเงินรับ ๋ ลูกหนี้-นายสนองชาติ 31,050 - เงินสด 31,050 - ตั๋ ว เงิ น รั บ ขายลดขาดความเชื่ อถื อ ธนาคารคิ ด ค่าธรรมเนี ยม 150 บาท จ่ ายเงิ นตามมูลค่าตัวเมื่อครบ ๋ ก าหนด บวก ค่ า ธรรมเนี ย มให้ ธ นาคารและตั้ง นาย สนองชาติผออกตัวเป็ นลูกหนี้ ู้ ๋
  • 35.
    75 งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 สิ นทรัพย์หมุนเวียน . . . ตัวเงินรับ ๋ XX หัก ตัวเงินรับขายลด ๋ 30,000 XX สรุ ป เงินลงทุนชั่ วคราว เป็ นสิ นทรั พย์หมุ นเวียน ที่ กิจการมี ไ ว้เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากการ ลงทุ น ในรู ปดอกเบี้ ย เงิ นปั นผล หรื อค่าสิ ทธิ ในบางครั้ งกิ จการมี เงิ นสดเหลื ออยู่มากเกิ นกว่าความ ต้องการใช้ในขณะนั้น กิจการที่มีการบริ หารเงินที่ดีจะนาเงินสดไปลงทุนหาผลตอบแทนในระยะเวลา สั้นๆ ซึ่ งเป็ นการลงทุนชัวคราว และเมื่อใดที่มีความต้องการใช้เงินก็สามารถขายเงินลงทุนนี้ เปลี่ยนเป็ น ่ เงินสดได้ทนที วิธีการบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 ได้แบ่งเงินลงทุนชัวคราวในหลักทรัพย์ ั ่ ในความต้องการของตลาด เป็ นประเภทตราสารทุน และตราสารหนี้ ซึ่ งกิจการตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน 1 ปี สามารถจัดประเภทได้เป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนทัวไป และตราสารหนี้ ที่จะ ่ ครบกาหนดภายใน 1 ปี และให้บนทึกการได้มาสาหรับหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เ ผื่อขาย โดย ั การจ่ายเงินด้วยจานวนต้นทุน และ ณ วันสิ้ นงวดบัญชี ก็ให้แสดงเงินลงทุนที่เป็ นหลักทรัพย์เพื่อค้าและ หลักทรัพย์เผือขายด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ในงบดุล ผลต่างของการเปลี่ยนแปลงมูลค่าระหว่างราคา ่ ั ตามบัญชี กบราคาตลาดของหลักทรัพย์เพื่อค้า และหลักทรัพย์เผื่อขาย ให้รับรู ้เป็ นกาไรหรื อขาดทุนใน งวดบัญชี ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมูลค่าทันที โดยแสดงรายการบัญชี เป็ นรายได้หรื อค่าใช้จ่ายในงบกาไร ขาดทุนประจางวด และปรับมูลค่าของหลักทรัพย์เพื่อค้าและหลักทรัพย์เผือขายในงบดุล ่ ตัวเงิ นรั บ คื อ คามันสัญญาเป็ นลายลักษณ์ อกษร ที่ บุคคลหนึ่ งรับจะชาระเงิ นจานวนหนึ่ งที่ ๋ ่ ั แน่นอน ให้แก่อีกบุคคลหนึ่ งภายในระยะเวลาที่กาหนดโดยปราศจากเงื่อนไข ซึ่ งแบ่งประเภทออกเป็ น ตัวแลกเงิน ตัวสัญญาใช้เงิน และ เช็ค (ลงวันที่ล่วงหน้า) หรื ออาจจะพิจารณาแบ่งเป็ นชนิ ดของตัวเงินรับ ๋ ๋ ๋ ตามประโยชน์ที่ได้รับดอกเบี้ย คือ ตัวเงินรับชนิ ดไม่มีดอกเบี้ย และตัวเงินรับชนิ ดมีดอกเบี้ย ตัวเงินรับ ๋ ๋ ๋
  • 36.
    76 เป็ นสิ นทรัพย์ของกิจการ แสดงรายการเป็ นสิ นทรัพย์หมุนเวียน โดยถ้ากิจการได้รับตัวเงินรับจากการ ๋ ้ ขายสิ นค้าหรื อรับชาระหนี้จากลูกหนี้การค้าจะถือเป็ น ตัวเงินรับการค้า และถ้าได้รับจากการให้กูยืมเงิน ๋ หรื อ การขายสิ นทรัพย์อื่น จะถือเป็ นตัวเงินรับอื่นๆ ซึ่ งเมื่อตัวเงินรับครบกาหนด ในกรณี ตวเงินรับชนิ ด ๋ ๋ ั๋ ไม่มีดอกเบี้ย กิจการจะได้รับเงินตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว แต่ถาเป็ นตัวเงิ นรับชนิ ดมีดอกเบี้ย กิจการ ๋ ้ ๋ จะได้รับเงินตามมูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัวรวมกับดอกเบี้ย นอกจากนี้ ถากิจการมีความจาเป็ นต้องใช้เงินสด ๋ ้ และไม่ต้องการถื อตัวเงิ นรั บ ไว้จนกระทัง ตัวครบก าหนด กิ จการสามารถนาตัวเงิ นรั บ ไปขายลดที่ ๋ ่ ๋ ๋ สถาบันการเงิน และรับเงินสดมาก่อน โดยสถาบันการเงินจะรับซื้ อตัวเงินและหักส่ วนลดตามระยะเวลา ๋ จากวันรุ่ งขึ้นที่นาตัวเงินรับไปขายลดจนถึงวันครบกาหนดจ่ายชาระตามตัวเงิน ซึ่ งถ้าจานวนเงินที่ได้รับ ๋ ๋ มากกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตัว ผลต่างจะถือเป็ นบัญชีดอกเบี้ยรับ แต่ถาจานวนเงินที่ได้รับน้อยกว่ามูลค่า ๋ ้ ที่ ระบุ ไว้หน้าตัว ผลต่ างจะถื อเป็ นบัญชี ดอกเบี้ ยจ่ า ย และเมื่ อตัวเงิ นรั บ ครบก าหนด หากว่าสถาบัน ๋ ๋ การเงินที่รับซื้ อตัวเงินรับ ไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับได้ จะเรี ยกว่า ตัวเงินรับขาดความเชื่ อถือ ๋ ๋ ๋ กิจการผูขายตัวจะต้องเป็ นผูชาระเงินตามมูลค่าตัวเมื่อครบกาหนด บวกค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) ให้แก่สถาบัน ้ ๋ ้ ๋ การเงินและตั้งผูออกตัวเป็ นลูกหนี้ ้ ๋
  • 37.
    77 แบบฝึ กหัดบทที่ 2 1. จงอธิบายความหมาย “เงินลงทุน” และ “เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด” 2. เงินลงทุน แบ่งได้เป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง อธิ บาย 3. กิจการมีวธีการแสดงรายการเงินลงทุนชัวคราวในงบการเงิน ได้อย่างไร อธิ บาย ิ ่ 4. จงอธิบาย ความหมาย “ตัวเงินรับ” “ตัวเงินรับขายลด” และ “ตัวเงินขาดความเชื่อถือ” ๋ ๋ ๋ 5. ตัวเงินรับแบ่งได้เป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง อธิ บาย ๋ 6. กิจการมีวธีการนับวันครบกาหนดตัวเงินรับได้อย่างไรบ้าง อธิ บาย ิ ๋ 7. รายการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดของบริ ษท น้ านิ่ ง จากัด ซึ่ งถื อว่าเป็ น ั หลักทรัพย์เพื่อค้า สาหรับปี 2547 ดังนี้ ม.ค. 5 ซื้ อหุ นสามัญของบริ ษท น้ าเชี่ยว จากัด จานวน 8,000 หุน ในราคา 102% าคามูลค่า ้ ั ้ หุนละ 60 บาท ้ มี.ค.19 ซื้ อหุ นสามัญของบริ ษท น้ าวน จากัด ในราคาหุ นละ 23 บาท จานวน 10,000 บาท เสี ย ้ ั ้ ค่านายหน้า 13,800 บาท มิ.ย.10 จาหน่ายหุ นสามัญ ของบริ ษท น้ าเชี่ยว จากัด ในราคาหุ นละ 19 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายใน ้ ั ้ การขาย 4,500 บาท จานวน 5,000 หุน ้ ต.ค.29 ได้รับเงินปันผลจาหุนสามัญของบริ ษท น้ าวน จากัด ในราคาหุ นละ 2 บาท ้ ั ้ ธ.ค.31 ณ วันที่ 31 ธ.ค. หุ นสามัญของบริ ษท น้ าเชี่ยว จากัด มีราคาตลาดหุ นละ 17.50 บาท ้ ั ้ หุ นสามัญของบริ ษท น้ าวน จากัด มีราคาตลาดหุ นละ 19.50 บาท ้ ั ้ ให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่ 2. แสดงรายการที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ปี 2547 ในงบการเงิน 8. ต่อไปนี้ เป็ นรายการเกี่ ยวกับหลักทรัพย์ ซึ่ งกิจการมีวตถุ ประสงค์ที่จะถือไว้เพื่อค้า ของปี 2546 และ ั 2547 ดังนี้ 2546 มี.ค. 1 ซื้ อหลักทรัพย์ –หุนสามัญ ของบริ ษท มงคล จากัด 1,000 หุน ในราคาหุนละ ้ ั ้ ้
  • 38.
    78 14 บาท ราคาตามมูลค่า 10 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 0.5% พ.ค. 1 ได้รับเงินปันผลของหุนบริ ษท ก. จากัด หุ นละ 7 บาท ้ ั ้ ก.ค. 1 ขายหุ นสามัญของบริ ษท มงคล จากัด ไป 300 หุน ในราคา 16 บาท เสี ยค่านายหน้า ้ ั ้ 0.5% ต.ค. 1 ซื้ อหลักทรัพย์หุนสามัญของบริ ษท มงคล จากัด เพิ่มอีก 800 หุน ในราคาหุนละ ้ ั ้ ้ ่ 10 บาท เสี ยค่าใช้จายในการซื้ อ 0.5% ธ.ค.31 มูลค่ายุติธรรมของหุ น บริ ษท มงคล จากัด หุ นละ 12 บาท ้ ั ้ 2547 เม.ย. 1 ขายหุ นสามัญของบริ ษท มงคล จากัด ในราคาหุ นละ 15 บาท จานวน 500 หุ น เสี ยค่า ้ ั ้ ้ นายหน้า 0.5% ธ.ค.31 มูลค่ายุติธรรมของหุ นสามัญของบริ ษท มงคล จากัด หุ นละ 15 บาท ้ ั ้ ให้ ทา 1. บันทึกรายการข้างต้นในสมุดรายวันทัวไป ่ 2. แสดงรายการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ ในงบการเงิน ปี 2546, และ 2547 9. ต่อไปนี้เป็ นรายการหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ของบริ ษท นกขมิน จากัด ั ้ 2547 ก.พ. 1 ซื้ อหุ นกู้ 12% บริ ษท สี ฟ้า จากัด มูลค่า 60,000 บาท ในราคา 105 หุ นกูจ่ายดอกเบี้ย ้ ั ้ ้ ปี ละ 2 ครั้ง คือ ในวันที่ 30 เมษายน และ 31 ตุลาคม กิจการเสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 300 บาท มี.ค.21 ซื้ อหุ นสามัญ บริ ษท สี หนุ่ม จากัด จานวน 300 หุน มูลค่าหุ นละ 100 ในราคา 120 ้ ั ้ ้ เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 75 บาท มิ.ย. 1 ขายเงินลงทุนหุ นกู้ 12% บริ ษท มีสุข จากัด มูลค่า 20,000 บาท ในราคา 108 พร้อม ้ ั เสี ยค่าใช้จ่ายในการขาย 50 บาท ก.ค.18 ซื้ อหุ นสามัญบริ ษท สี หนุ่ม จากัด จานวน 400 หุ น มูลค่าหุ นละ 100 บาท ในราคา ้ ั ้ ้ 125 เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 600 บาท พ.ย. 1 บริ ษทได้รับเงินปันผลหุนละ 3 บาท ั ้ ธ.ค. 1 บริ ษทขายเงินลงทุน ดังนี้ ั
  • 39.
    79 - หุ นกู้ 12% บริ ษทสี ฟ้า จากัด มูลค่า 20,000 บาท ในราคา 109 ค่าใช้จ่ายใน ้ ั การขาย 40 บาท - หุนสามัญบริ ษท บันเทิง จากัด 500 หุน ราคาหุนละ 123 บาท ค่าใช้จ่ายใน ้ ั ้ ้ การขาย 70 บาท ให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่ 2. แสดงรายการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดในงบการเงิน 10. บริ ษท เต็มดวง จากัด มีเงินลงทุนชัวคราว ในปี 2546 และปี 2547 ดังนี้ ั ่ 2546 ต.ค. 1 ซื้ อหุ นกู้ 10% ข งบริ ษท กุสุมา จากัด มูลค่า 15,000 บาท เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ ้ ั ้ ้ 100 บาท โดยหุ นกูมีกาหนดการชาระดอกเบี้ยปี ละ 1 ครั้ง ในวันที่ 1 ม.ค. ธ.ค.31 ปรับปรุ งบัญชีดอกเบี้ยค้างรับ 2547 ม.ค. 1 รับดอกเบี้ยหุ นกู้ งวด 1 ปี ้ ต.ค. 1 ขายเงินลงทุนชัวคราว หุ นกู้ 10% มูลค่า 5,000 บาท ในราคา 125 ค่าใช้จ่ายในการ ่ ้ ขาย 100 บาท ธ.ค.12 ซื้ อหุ นสามัญ บริ ษท ตวงทรัพย์ จากัด จานวน 200 หุ น มูลค่าหุ นละ 100 บาท ใน ้ ั ้ ้ ราคา 102 เสี ยค่าใช้จ่ายในการซื้ อ 200 บาท 14 ราคายุติธรรม ของเงินลงทุนชัวคราว เป็ นดังนี้ ่ หุ นกู้ 10% บ ท สม ราคา 10,000 บาท ้ หุนสามัญ บริ ษท ตวงทรัพย์ หุนละ 105 บาท ้ ั ้ ให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดรายการทัวไป ่ 2. แสดงรายการเงินลงทุนชัวคราวในงบดุล ปี 2546 และปี 2547 ่
  • 40.
    80 11. จากข้อมู ลต่อไปนี้ให้คานวณหาวันที่ ครบกาหนด มูล ค่าหน้าตัว ส่ วนลดที่ ธนาคารหัก ไว้ และ ๋ จานวนเงินที่ได้รับ ฉบับที่ วันที่ จานวนเงิน อัตรา ระยะเวลา วันที่ขายลด อัตราขายลด ดอกเบี้ย 1 22 มี.ค. 47 12,000 12% 6 เดือน - 2 10 พ.ค. 47 9,000 10% 30 วัน - 3 8 มิ.ย. 47 15,000 9% 45 วัน - 4 12 ก.ค. 47 20,000 - 3 เดือน - 5 6 ส.ค. 47 10,000 10% 6 เดือน 6 ก.ย. 47 12% 6 15 ก.ย. 47 8,000 15% 45 วัน 10 ต.ค. 47 15% 7 21 ต.ค. 47 15,000 8% 120 วัน 15 ธ.ค. 47 18% 8 30 พ.ย. 47 27,000 - 45 วัน 5 ธ.ค. 47 10% 9 7 ธ.ค. 47 42,000 12% 30 วัน 15 ธ.ค. 47 15% 10 23 ธ.ค. 47 35,000 10% 1 ปี 1 ก.พ. 47 12% 12. ต่อไปนี้เป็ นรายการเกี่ยวกับตัวเงินของกิจการ ๋ 2547 ม.ค. 7 ขายสิ นค้าเป็ นเงินเชื่อให้นายสมโชค จานวน 50,000 บาท 8 ได้รับตัวเงิน จานวน 50,000 บาท กาหนด 30 วัน อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี จากนาย ๋ สมโชค เป็ นค่าสิ นค้าที่ซ้ื อ 12 ได้รับตัวเงินลงวันที่ 15 ม.ค. 2547 นายสมชัย เพื่อชาระหนี้ จานวน 80,000 บาท ๋ กาหนด 1 เดือน ก.พ.15 ได้รับเงินตามตัวเงินของนาย ๋ 17 ได้รับเงินตามตัวของนายสมโชค ๋ ให้ ทา บันทึกรายการข้างต้นในสมุดรายวันทัวไป ่
  • 41.
    81 13. บริ ษทเทวรานนท์ จากัดเริ่ ม ดาเนิ นธุ รกิ จ เมื่ อวันที่ 1 กรกฏาคม 2547 รายการค่ า ที่ เกิ ดขึ้ นใน ั ระหว่างปี มีดงนี้ ั มิ.ย. 8 รับชาระหนี้จาก นายองอาจ เป็ นตัวเงินรับ จานวน 75,000 บาท อายุ 60 วัน อัตรา ๋ ดอกเบี้ย 10% 28 นาตัวเงินรับของนายองอาจ ไปขายลดที่ธนาคารกรุ งไทย ธนาคารหักส่ วนลด ๋ ไว้ 12% ส.ค. 7 นายองอาจจ่ายชาระหนี้ตามตัวเงินรับให้ธนาคารกรุ งไทยแล้ว ๋ ก.ย. 1 รับชาระหนี้จากนายอานาจ เป็ นตัวเงินรับ จานวน 120,000 บาท อายุ 120 วัน อัตรา ๋ ดอกเบี้ย 12% ต.ค. 1 นาตัวเงินรับของนาย อานาจ ไปขายลดที่ธนาคารกสิ กรไทย ธนาคารหักส่ วนลดไว้ ๋ 15% ธ.ค.30 ธนาคารกสิ กรไทย แจ้งว่าตัวเงินรับของนายอานาจ ขาดความเชื่อถือ ธนาคารเสี ยค่า ๋ ใช้จ่ายในการเรี ยกเก็บเงิน 200 บาท 31 ตัดจาหน่ายลูกหนี้ นายอานาจ เป็ นหนี้สูญ ให้ ทา บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่ 14. ต่อไปนี้เป็ นรายการเกี่ยวกับตัวเงินของกิจการ แห่งหนึ่ง ๋ 2547 เม.ย. 2 กิจการได้รับตัวเงินรับ จากนายมังมี เป็ นการชาระหนี้ จานวน 30,000 บาท กาหนด ๋ ่ 45 วัน ดอกเบี้ย 15% ต่อปี 5 กิจการได้รับตัวเงินรับ จากนายกาพล สาหรับการขายสิ นค้า จานวน 42,000 บาท ๋ กาหนด 60 วัน ดอกเบี้ย 12% ต่อปี 8 นาตัวเงินรับ ลงวันที่ 2 เม.ย. ไปขายลดธนาคาร ธนาคารหักส่ วนลดไว้ 12% ต่อปี ๋ 15 นาตัวเงินรับ ลงวันที่ 5 เม.ย. ไปขายลดธนาคาร ธนาคารหักส่ วนลดไว้ 10% ต่อปี ๋ พ.ค.17 ธนาคารเก็บเงินตามตัวเงินรับลงวันที่ 2 เม.ย. เรี ยบร้อยแล้ว ๋ มิ.ย. 4 ธนาคารแจ้งมาว่าไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรับลงวันที่ 5 เม.ย. ได้ และมีค่า ๋ ใช้จ่ายในการเรี ยกเก็บเงิน 100 บาท ให้ ทา บันทึกรายการข้างต้นในสมุดรายวันทัวไป ่
  • 42.
    82 เอกสารอ้างอิง นักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย . (2538). ศัพท์บัญชี . พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุ งเทพฯ : ้ .เ . ง. ______. (2542). มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 การบัญชี สาหรับเงินลงทุนในตราสารหนีและ ้ ตราสารทุน . กรุ งเทพฯ : พี.เอ.ลิฟวิง. ่ ______. (2544). มาตรฐานการบัญชีของไทย ฉบับรวมเล่ม พ.ศ. 2544 เล่ม 1. กรุ งเทพฯ : สมาคม นักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย. ้ ______. (2544). มาตรฐานการบัญชีของไทย ฉบับรวมเล่ม พ.ศ. 2544 เล่ม 2 กรุ งเทพฯ : สม ม บ แ ส บบ บ าตแห่งประเทศไทย. พยอม สิ งห์เสน่ห์. (2543) . การบัญชี ทรัพย์สิน. กรุ งเทพฯ โรงพิมพ์ชวนพิมพ์.