4.4 สปริง (Spring) เป็นชิ้นส่วนที่สาคัญชิ้นหนึ่งของเครื่องจักรกล มีคุณสมบัติยืดหยุ่นเมื่อมีแรงมากระทา สามารถรับ
แรงกด แรงดึงได้ และช่วยลดแรงสั่นสะเทือน
4.4.1 ชนิดของสปริง สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
1. สปริงรับแรงกด (Compression spring)
2. สปริงรับแรงดึง (Extension spring)
3. สปริงรับแรงบิด (Torsion spring)
สปริงรับแรงกด จะมีลักษณะเป็นขดเป็น รูปทรงกระบอกเวียนขวา ทรงกรวยเวียนขวา ผิวโค้ง เวียนขวา ผิวเว้าเวียนขวา มี
รูปหน้าตัดเป็นรูปทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ เมื่อถูกแรงกดจะยุบตัวและเมื่อปล่อยจะยืดตัวออกดังรูป
รูปที่ 4.14 แสดงสปริงรับแรงอัด (Compression)
สปริงรับแรงดึง (Extension spring) จะมีลักษณะขดชิดกันปลายของสปริงจะมีลักษณะเป็นห่วงทั้งสองข้างไว้
สาหรับเกี่ยวเมื่อออกแรงดึงประกอบไปด้วย แบบห่วงครึ่งวงกลม แบบห่วงกลม แบบห่วงตัววีและแบบขอเกี่ยวที่มีตัวยึดหมุน
เข้าไปภายในสปริง
รูปที่ 4.15 แสดงสปริงรับแรงดึง (Extension spring)
สปริงแบบแรงบิด(Torsion spring)มีลักษณะเหมือนกับสปริงรับแรงดึงมีปลายสองข้างยื่นออกมานอกขดสปริงส่วนที่
ยื่นออกมาเพื่อจะเป็นตัวสัมผัสรับแรงดึง
รูปที่ 4.16 แสดงสปริงรับแรงบิด (Torsion spring)
การเขียนแบบสปริง
1. สปริงรับแรงกด(Compression Spring) เป็นสปริงลักษณะม้วนของขดลวดและมีระยะห่างเพื่อรับแรงกดอัดปลายทั้งสอง
ข้างจะถูกเจียระไนให้เรียบการเขียนแบบสปริงชนิดนี้นิยมเขียนขดลวดสปริงสองถึงสามขดส่วนขดสปริงที่อยู่ระหว่างกลาง
จะแสดงเส้นศูนย์กลางเล็กเท่านั้นดังรูป
ตารางที่ 4.12 แสดงการเขียนแบบสปริงรับแรงกด
2.สปริงรับแรงดึง(Extension Spring)เป็นสปริงที่มีลักษณะการม้วนของขดลวดเรียงชิดติดกันและมีปลายทั้งสอง
ข้างมีห่วงไว้สาหรับเกี่ยวเพื่อรับแรงดึงได้การเขียนแบบสปริงชนิดนี้จะเขียนห่วงเกี่ยวทั้งสองข้างส่วนขดระหว่างกลางจะ
เขียนเส้นศูนย์กลางเล็กเท่านั้นดังรูป
ตารางที่ 4.13 แสดงการเขียนแบบสปริงรับแรงดึง
3. สปริงรับแรงบิด(Torsion Spring)สปริงมีลักษณะเรียงชิดติดกันปลายสองข้างยื่นออกมาต้านทานแรงบิด การเขียนแบบ
สปริงชนิดนี้ให้เขียนปลายทั้งสองข้างส่วนขดสปริงตรงกลางให้เขียนเส้นศูนย์กลางเล็กเท่านั้นดังรูป
ตารางที่ 4.14 แสดงการเขียนแบบสปริงรับแรงบิด

4 4

  • 1.
    4.4 สปริง (Spring)เป็นชิ้นส่วนที่สาคัญชิ้นหนึ่งของเครื่องจักรกล มีคุณสมบัติยืดหยุ่นเมื่อมีแรงมากระทา สามารถรับ แรงกด แรงดึงได้ และช่วยลดแรงสั่นสะเทือน 4.4.1 ชนิดของสปริง สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ 1. สปริงรับแรงกด (Compression spring) 2. สปริงรับแรงดึง (Extension spring) 3. สปริงรับแรงบิด (Torsion spring) สปริงรับแรงกด จะมีลักษณะเป็นขดเป็น รูปทรงกระบอกเวียนขวา ทรงกรวยเวียนขวา ผิวโค้ง เวียนขวา ผิวเว้าเวียนขวา มี รูปหน้าตัดเป็นรูปทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ เมื่อถูกแรงกดจะยุบตัวและเมื่อปล่อยจะยืดตัวออกดังรูป รูปที่ 4.14 แสดงสปริงรับแรงอัด (Compression) สปริงรับแรงดึง (Extension spring) จะมีลักษณะขดชิดกันปลายของสปริงจะมีลักษณะเป็นห่วงทั้งสองข้างไว้ สาหรับเกี่ยวเมื่อออกแรงดึงประกอบไปด้วย แบบห่วงครึ่งวงกลม แบบห่วงกลม แบบห่วงตัววีและแบบขอเกี่ยวที่มีตัวยึดหมุน เข้าไปภายในสปริง
  • 2.
    รูปที่ 4.15 แสดงสปริงรับแรงดึง(Extension spring) สปริงแบบแรงบิด(Torsion spring)มีลักษณะเหมือนกับสปริงรับแรงดึงมีปลายสองข้างยื่นออกมานอกขดสปริงส่วนที่ ยื่นออกมาเพื่อจะเป็นตัวสัมผัสรับแรงดึง รูปที่ 4.16 แสดงสปริงรับแรงบิด (Torsion spring)
  • 3.
    การเขียนแบบสปริง 1. สปริงรับแรงกด(Compression Spring)เป็นสปริงลักษณะม้วนของขดลวดและมีระยะห่างเพื่อรับแรงกดอัดปลายทั้งสอง ข้างจะถูกเจียระไนให้เรียบการเขียนแบบสปริงชนิดนี้นิยมเขียนขดลวดสปริงสองถึงสามขดส่วนขดสปริงที่อยู่ระหว่างกลาง จะแสดงเส้นศูนย์กลางเล็กเท่านั้นดังรูป ตารางที่ 4.12 แสดงการเขียนแบบสปริงรับแรงกด 2.สปริงรับแรงดึง(Extension Spring)เป็นสปริงที่มีลักษณะการม้วนของขดลวดเรียงชิดติดกันและมีปลายทั้งสอง ข้างมีห่วงไว้สาหรับเกี่ยวเพื่อรับแรงดึงได้การเขียนแบบสปริงชนิดนี้จะเขียนห่วงเกี่ยวทั้งสองข้างส่วนขดระหว่างกลางจะ เขียนเส้นศูนย์กลางเล็กเท่านั้นดังรูป
  • 4.
    ตารางที่ 4.13 แสดงการเขียนแบบสปริงรับแรงดึง 3.สปริงรับแรงบิด(Torsion Spring)สปริงมีลักษณะเรียงชิดติดกันปลายสองข้างยื่นออกมาต้านทานแรงบิด การเขียนแบบ สปริงชนิดนี้ให้เขียนปลายทั้งสองข้างส่วนขดสปริงตรงกลางให้เขียนเส้นศูนย์กลางเล็กเท่านั้นดังรูป ตารางที่ 4.14 แสดงการเขียนแบบสปริงรับแรงบิด