หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย
โครงสร้างเศรษฐกิจไทย
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
• มีลักษณะของเศรษฐกิจแบบพอยังชีพและการค้าระหว่างประเทศอยู่ในขอบเขตจากัด
• การค้าระหว่างประเทศของไทยดั้งเดิมนั้นขึ้นอยู่กับสินค้าจากป่าและธรรมชาติเป็นหลัก
• หลังจากการลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง โครงสร้างการผลิตและการค้าไทยได้
เปลี่ยนแปลงไป
• ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สาคัญของไทย
• มีการก่อตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นภายหลังการ
เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
• ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรม
โดยรัฐเข้าไปประกอบการผลิตโดยตรง
โครงสร้างเศรษฐกิจไทยก่อนการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
• ธนาคารโลกได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยวางแผนทางเศรษฐกิจของไทย ภายหลัง
สงครามโลกครั้งที่ 2
• มีการผลักดันให้ไทยจัดตั้งสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยม
• มีการนาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาใช้ในการพัฒนาประเทศ
• มีการผลิตในภาคเกษตรลดลง และการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีมากขึ้น
• ระดับการค้าระหว่างประเทศมีสูงขึ้น และมีสินค้าส่งออกหลาหลายชนิดขึ้น
โครงสร้างเศรษฐกิจไทยตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
การพัฒนาเศรษฐกิจ หมายถึง กระบวนการซึ่งทาให้เกิดการเพิ่มขึ้นในระดับรายได้ที่แท้จริง
เฉลี่ยต่อบุคคลตลอดระยะเวลายาวนานเพื่อให้ระดับความอยู่ดีกินดีของประชากรสูงขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจจึงมีความสาคัญและก่อให้เกิดผลดีในด้านต่างๆ
• ช่วยให้ประชากรมีความเป็นอยู่และมีสวัสดิการทางเศรษฐกิจดีขึ้น
• สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
• ทาให้ประเทศสามารถช่วยเหลือบุคคลผู้ด้อยโอกาสได้มากขึ้น
• ประชากรมีอิสระในการเลือกวิถีการดารง
ชีวิตได้มากขึ้น
• ทาให้เป็นประเทศมหาอานาจ
มีความมั่นคง และเป็นที่ยอมรับของสากล
ความสาคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ
ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
• ที่ดิน เป็นปัจจัยที่สาคัญต่อการผลิตทางเกษตรกรรม และเป็นแหล่งวัตถุดิบ แร่ธาตุ
รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ที่สาคัญต่ออุตสาหกรรม ละยังมีความสาคัญด้าน
การขนส่ง การคมนาคม และการสื่อสาร
• ทุน เป็นสิ่งสาคัญและจาเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าทุนประเภท
เครื่องมือ เครื่องจักร เมื่อนามาใช้ร่วมกับแรงงานจะมีผลทาให้ประสิทธิภาพในการผลิต
สูงขึ้น เป็นสิ่งอานวยความสะดวกที่เป็นปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่รัฐจัดให้ เพื่อกระตุ้น
ให้เอกชนขยายการลงทุนในด้านต่างๆ
• แรงงาน เป็นทรัพยากรที่เป็นกาลังสาคัญในการพัฒนา
ทางเศรษฐกิจ ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่ในวัย
ทางาน ย่อมมีโอกาสสร้างงานได้มากและสามารถ
พัฒนาประเทได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจัยที่สาคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
• ความก้าวหน้าทางวิทยาการ เป็นสิ่งที่ช่วยให้การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความ
สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยประหยัดการใช้ปัจจัยในการผลิตช่วยในการสร้าง
หรือขยายอุปกรณ์ รวมไปถึงช่วยพัฒนาสินค้าชนิดใหม่ๆ ทั้งด้านรูปแบบให้มีความสวย
งานและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น
• ตลาด มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ
โดยเมื่อตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะกระตุ้นให้
ผู้ผลิตทาการผลิตสินค้ามากขึ้น เศรษฐกิจของ
ประเทศก็ขยายตัว มีการใช้เงินหรือสินเชื่อเป็น
สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมากขึ้น และยังช่วย
กระตุ้นให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่
ปัจจัยที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ
• สถาบันครอบครัว ลักษณะโครงสร้างทางครอบครัว การปกครอง เลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว
การใช้จ่าย การออมในครัวเรือน ล้วนมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
• โครงสร้างทางสังคม ในสังคมที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะย่อมส่งผลให้การเคลื่อนย้ายแรงงาน
ระหว่างอาชีพทาได้จากัดการพัฒนาเศรษฐกิจจึงทาได้ยากแต่ถ้าสังคมใดมีชนชั้นกลาง
จานวนมากและมีความเข้มแข็ง ก็จะสามารถเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างชนชั้นสูงและชนชั้น
ผู้น้อย การพัฒนาเศรษฐกิจก็สามารถกระทาได้โดยง่าย
• ระบบการเมือง การปกครอง และกฎหมาย เป็นปัจจัยสาคัญที่จะกาหนดนโยบายและทิศทาง
เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถ้าหากผู้บริหารประเทศเข้าใจถึงความสาคัญของการพัฒนา
เศรษฐกิจก็จะช่วยให้ประเทศมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี
ปัจจัยที่สาคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาเศรษฐกิจมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการ
ปรับปรุงโครงสร้างทางสังคมอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับความอยู่ดีกินดีของประชาชนดังนั้น
เครื่องชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจึงต้องใช้การวัดระดับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
และวัดความอยู่ดีกินดีประกอบกัน
เครื่องชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
• การวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นการ
วัดโดยพิจารณาจากตัวเลขสถิติที่เกี่ยวกับรายได้
ประชาชาติ (Nation income) หรือผลิตภัณฑ์
ประชาชาติ (Nation product) ซึ่งได้แก่ ค่าจ้าง
ค่าเช่า ดอกเบี้ย และกาไร ซึ่งตัวเลขสถิติเหล่านี้
แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและ
การบริโภคของประเทศ รวมไปถึงฐานะทาง
เศรษฐกิจของประเทศ
• การวัดความอยู่ดีกินดี เป็นการวัดโดยพิจารณา
จากสถิติตัวเลขในด้านต่างๆ ทางสังคม ไม่ว่าจะ
เป็นอัตราการกระจุกตัวของประชากรอัตรา
อายุขัยของประชากร อัตราส่วนผู้ไม่รู้หนังสือต่อ
จานวนประชากรอัตราการเพิ่มขึ้นของที่อยู่
อาศัย การเพิ่มขึ้นของเครื่องรับส่งวิทยุโทรทัศน์
การใช้บริการไปรษณีย์เป็นต้น
• แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นเครื่องมือสาคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศไปสู่
ความทันสมัยได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
• ประเทศไทยเริ่มมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2504 ในปัจจุบัน
ประเทศไทยกาลังอยู่ในการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ซึ่ง
แผนพัฒนาฯในแต่ละฉบับย่อมมีแนวคิดและวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศที่แตกต่าง
กันไป
ความสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 - 2509)
นโยบายสาคัญ
• สนับสนุนการเพิ่มปริมาณการผลิตภายในประเทศ โดยเน้นการผลิตในภาคเอกชนเป็นหลัก
ส่วนรัฐบาลจะดาเนินกิจกรรมประเภทที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น การชลประทาน
การสร้างและบูรณะทาง การสาธารณสุข เป็นต้น
• ส่งเสริมการผลิตด้านการเกษตรทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยมีนโยบายที่จะส่งเสริมการผลิต
พืชที่สาคัญให้ขยายตัวในอัตราประมาณร้อยละ 4 ต่อปี
• ส่งเสริมการออมทรัพย์และลงทุนในอุตสาหกรรมของเอกชน โดยการให้ความช่วยเหลือ
สนับสนุนกิจกรรมของเอกชนในทางที่จะไม่เสียประโยชน์ส่วนรวมแก่ประชาชน และชักจูง
ให้บุคคลทั้งภายในและนอกประเทศมาลงทุนในกิจการอุตสาหกรรมมากขึ้น
• พัฒนากาลังคน โดยวางแผนกาลังคนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ
• ส่งเสริมสมรรถภาพของการทางานและมาตรฐานของงาน เพื่อที่จะยกมาตรฐานการครอง
ชีพและรายได้ของประชากร
• พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยมีการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ ให้มีความ
ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากร
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510 - 2514)
นโยบายสาคัญ
•เพิ่มกาลังการผลิตของประเทศและรายได้ประชาชาติ โดยรัฐมีนโยบายเร่งรัดการผลิตส่งเสริม
การผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และควบคุระดับค่าครองชีพไม่ให้สูงเกินจริง เพื่อให้
ประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น
•พัฒนากาลังคนโดยการขยายการมีงานทาให้มากขึ้น มีการส่งเสริมรายได้และสวัสดิภาพใน
การทางานต่างๆ ให้ดีขึ้น
•สนับสนุนความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาการด้านประยุกต์
•รักษาเสถียรภาพการเงินการคลัง เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515 - 2519)
นโยบายสาคัญ
• เร่งแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยเพิ่มรายได้ประชาชาติให้สอดคล้องกับระดับทรัพยากร
ทางเศรษฐกิจ
• แก้ปัญหาดุลการชาระเงิน โดยดาเนินการป้องกันทุนสารองไม่ให้อยู่ในระดับต่าเกินควร
• ยกระดับรายได้ของประชากร โดยเน้นการพัฒนาในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มีการ
กระจายผลการพัฒนาด้านต่างๆไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง
• ลดอัตราการเพิ่มของประชากร โดยการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการวางแผน
ครอบครัวเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถหารายได้ของตน
• ยกระดับการมีงานทา โดยส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อป้องกันการว่างงาน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520 - 2524)
นโยบายสาคัญ
• เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจหลังจากที่เกิดภาวะซบเซา
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ให้สามารถขยายกาลังการผลิตการลงทุน รวมถึงการมีงานทา
• ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมให้น้อยลง โดยเร่งการกระจายรายได้และยกฐานะทาง
เศรษฐกิจของชาวนา ชาวไร่ และผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการขยายบริการสังคมให้ไปถึง
ประชาชนในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
• ลดอัตราการเพิ่มประชากร โดยควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับทรัพยากรในทาง
กลับกันก็มุ่งพัฒนาศักยภาพของคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
• ปรับปรุงการบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชาติ โดยการบริหารจัดสรรที่ดินป่าไม้
แหล่งน้าให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด
• สนับสนุนขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ โดยมุ่งพัฒนาทรัพยากรที่จาเป็นต่อการ
ป้องกันประเทศพร้อมทั้งสนับสนุนแผนหรือแนวทางที่จะเพิ่มศักยภาพทางความมั่นคงของ
ประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525 - 2529)
นโยบายสาคัญ
• ฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ มุ่งฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศให้
ขาดดุลการค้าไม่เกิน78,400 ล้านบาท ต่อปี และขาดดุลงบประมาณไม่เกิน22,000 ล้านบาท
ต่อปี
• ปรับโครงสร้าง เพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศปรับตัวได้กับ
ภาวะโลกและมีการเพิ่มรายได้การจ้างานแก่ประชาชนในชนบท
• พัฒนาและกระจายบริการทางสังคม โดยเน้นการลดอัตราประชากรควบคู่ไปกับการพัฒนา
คุณภาพประชากรทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งเสริมสร้างสังคมให้มีระเบียบ วินัย
วัฒนธรรม ศีลธรรมจริยธรรมอันดี
• แก้ปัญหาความยากจนในชนบท มุ่งพัฒนาพื้นที่ชนบทให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ส่งเสริม
ให้ประชาชนพอมีพอกินเพื่อพัฒนาไปสู่ความอยู่ดีกินดีในระยะยาว
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530 - 2534)
นโยบายสาคัญ
• พัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โดยส่งเสริมให้เกิดการร่มมือและประสานงานกันระหว่าง
สหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง สมาชิกสหกรณ์สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง
• ปรับปรุงการผลิตและการตลาดของสหกรณ์ เพื่อให้การดาเนินการสหกรณ์มีประสิทธิภาพ
และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
• ส่งเสริมสหกรณ์ให้มีองค์กรชั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการศึกษาอบรมทางด้าน
หลักการ วิธีการ และธุรกิจสหกรณ์เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือตนเองอย่างแท้จริง
• ส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์ใหม่ เพื่อขยายงานทางด้านสหกรณ์ให้มากขึ้น และขยายการรับ
สมาชิกสหกรณ์ให้มากขึ้น
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535 - 2539)
นโยบายสาคัญ
• รักษาอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยควบคุมอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ใน
ระดับที่เหมาะสม มีเสถียรภาพ และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง
• การกระจายรายได้สู่ชนบท มุ่งส่งเสริมการกระจายรายได้มีการสร้างงานสร้างอาชีพแก่
ประชาชนในชนบท
• พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 - 2544)
นโยบายสาคัญ
• เสริมสร้างศักยภาพของคน โดยมุ่งพัฒนาคนทางด้านร่างกายจิตใจ และสติปัญญา ให้มี
สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ และปรับตัวได้ทัน
ต่อการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจสังคม และการปกครอง
• พัฒนาสิ่งแวดล้อมของสังคม โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งของ ครอบครัว ชุมชน และให้
ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมากขึ้น
• พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีเสถียรภาพ โดยเสริมสร้างศักยภาพของคน ให้คนมีส่วน
ร่วมในการพัฒนา และได้รับผลจากการพัฒนาต่างๆ
• ปรับระบบบริหารจัดการ โดยเปิดโอกาสให้องค์พัฒนาเอกชน ภาคเอกชน ชุมชน และ
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศมากขึ้น
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 - 2549)
นโยบายสาคัญ
• สร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมทั้ง ร่วมคิดร่วมทา และ
แก้ไขปัญหาต่างๆในชุมชน
• พัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เหมาะกับการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง
• พัฒนาความเชื่อมโยงชนบทและเมืองอย่างเกื้อกูล โดยพัฒนาและส่งเสริมการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจในชนบทเพื่อเชื่อมโยงกับเมือง มีการกระจายการจ้างงานสู่ชนบท และลดการ
อพยพจากชนบทส่วนเมือง
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554)
• พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คุณธรรม โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี อยู่ในครอบครัว
ที่อบอุ่น ชุมชนที่เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้มีความมั่นคงในการดารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี
• เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและเป็นธรรม โดยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มี
ความสามารถแข่งขันได้มีระดับการอมที่พอเพียง พัฒนาปัจจัยสนับทางด้านโครงสร้าง
พื้นฐาน โลจิสติกส์ พลังงาน เพื่อสนับสนุนการแข่งขันและกระจายผลประโยชน์อย่างเป็น
ธรรม
• สร้างความมั่นคงทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างอณุรักษ์เพื่อความ
ยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนให้ชุมชนมีองค์ความรู้ในการปกป้องรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติ
• พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาลสร้างกลไกและกฎระเบียบที่เอื้อต่อ
การกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาสู่ทุกภาคี ควบคู่กับการเสริมสร้างความโปร่งใส
สุจริต ยุติธรรม รับผิดชอบต่อสาธารณะมีการกระจายอานาจเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
ในการตัดสินใจ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559)
นโยบายสาคัญ
• พัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
• สร้างความเข้มแข็งภาคเกษตร รวมถึงความมั่นคงของอาหารและพลังงาน
• ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
• สร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
ความสาคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย
• ช่วยให้คนในชุมชนสามารถดาเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองได้
• ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างสมาชิกในชุมชน
• ทาให้เศรษฐกิจของชุมชนมีความเข้มแข็ง ลดการพึงพาจากภายนอก
• สร้างความสมดุลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การดาเนินชีวิต การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ความเจริญก้าวหน้าของสังคม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
การนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย
การพัฒนาศักยภาพของคน และสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
• พัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
• สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่มั่นคงของประเทศ
• ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้สมดุลและยั่งยืน
• พัฒนาความหลาหลายทางชีวภาพและ
สร้างความมั่นคงทางด้านทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อม
• เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหาร
ประเทศ
การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขของสังคมไทย
• ส่งเสริมการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น มุ่งปลูกฝังให้
สมาชิกภายในครอบครัวปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่
ของตนอย่างสมบูรณ์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
• พัฒนาให้ประชาชนมีสุขภาวะ ที่ดี ส่งเสริมให้
ประชาชนมีสุขแข็งแรง มีอายุยืนยาว มีจิตใจดี
มีคุณธรรม อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
• เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งเน้นการรวมกลุ่มของคน
ในชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขของสังคมไทย
• มุ่งเน้นเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและเป็นธรรม มุ่งสร้างเศรษฐกิจที่ช่วยให้บุคคลประกอบอาชีพที่
มั่นคง มีรายได้เพียงพอต่อการดารงชีพ และมีความปลอดภัยในการทางาน
• มีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีระบบนิเวศที่สมดุลประชารชนสามารถเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานในการ
ดารงชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ และมีระบบ
นิเวศน์ที่สมดุล
• ดาเนินชีวิตตามแนวทางสังคมประชาธิปไตย
ที่มีธรรมาภิบาล เป็นการส่งเสริมให้ทุกคน
ในสังคมมีศักดิ์ศรีมีสิทธิเสรีภาพ และมีความ
สัมพันธ์ต่อกันบนพื้นฐานของความยุติธรรม
เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับประชาชนทั่วไป
• ยึดหลักความประหยัดลดละความฟุ่มเฟือยในการดารงชีพอย่างจิงจัง
• ประกอบอาชีพด้วยความสุจริตและความถูกต้อง
• ลดละการแก่งแย่งผลประโยชน์และการแข่งขันทางการค้าขาย
• มีความขยัน ใฝ่หาความรู้เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์แล้วนามาพัฒนาอาชีพ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการดาเนินชีวิตประจาวัน
แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการทฤษฎีใหม่ 3 ขั้น
• ขั้นที่ 1 เน้นการผลิตอาหารเพื่อการบริโภคโดยให้แต่ละครัวเรือนมีแหล่งอาหาร
โดยเฉพาะข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภค ส่วนที่มีเหลือจึงนาไปขาย
• ขั้นที่ 2 มีการรวมกลุ่มกันในรูปของสหกรณ์เพื่อการผลิตจาหน่าย ให้ความรู้ส่งเสริม
สวัสดิการเงินกู้และการดูแลสุขภาพ
• ขั้นที่ 3 มีการร่วมมือระหว่างกลุ่มสหกรณ์ในชุมชนกับองค์กรหรือภาคเอกชนภายนอก
เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกร
เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับภาคอุตสาหกรรม การค้าและบริการ
• ผู้ประกอบการมองการณ์ไกลไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ระยะสั้นที่มีความเสี่ยงสูง
• มีการทาไรอย่างเหมาะสม ไม่เอารดเอาเปรียบผู้อื่นและนากาไรส่วนหนึ่งไปพัฒนาองค์กร
และบุคลากร
• ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
• ให้ความสาคัญกับการพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร โดยเฉพาะทักษะในการทางาน
• เน้นการพัฒนาธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ทาอะไรเกินตัวเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง
• ดาเนินธุรกิจภายใต้คุณธรรม จริยธรรม และเอาใจใส่สังคมและสิ่งแวดล้อม

หน่วยที่ 3 เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

  • 1.
  • 2.
  • 4.
    • มีลักษณะของเศรษฐกิจแบบพอยังชีพและการค้าระหว่างประเทศอยู่ในขอบเขตจากัด • การค้าระหว่างประเทศของไทยดั้งเดิมนั้นขึ้นอยู่กับสินค้าจากป่าและธรรมชาติเป็นหลัก •หลังจากการลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง โครงสร้างการผลิตและการค้าไทยได้ เปลี่ยนแปลงไป • ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สาคัญของไทย • มีการก่อตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นภายหลังการ เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 • ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยรัฐเข้าไปประกอบการผลิตโดยตรง โครงสร้างเศรษฐกิจไทยก่อนการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
  • 5.
    • ธนาคารโลกได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยวางแผนทางเศรษฐกิจของไทย ภายหลัง สงครามโลกครั้งที่2 • มีการผลักดันให้ไทยจัดตั้งสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยม • มีการนาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาใช้ในการพัฒนาประเทศ • มีการผลิตในภาคเกษตรลดลง และการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีมากขึ้น • ระดับการค้าระหว่างประเทศมีสูงขึ้น และมีสินค้าส่งออกหลาหลายชนิดขึ้น โครงสร้างเศรษฐกิจไทยตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • 7.
    การพัฒนาเศรษฐกิจ หมายถึง กระบวนการซึ่งทาให้เกิดการเพิ่มขึ้นในระดับรายได้ที่แท้จริง เฉลี่ยต่อบุคคลตลอดระยะเวลายาวนานเพื่อให้ระดับความอยู่ดีกินดีของประชากรสูงขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจจึงมีความสาคัญและก่อให้เกิดผลดีในด้านต่างๆ •ช่วยให้ประชากรมีความเป็นอยู่และมีสวัสดิการทางเศรษฐกิจดีขึ้น • สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น • ทาให้ประเทศสามารถช่วยเหลือบุคคลผู้ด้อยโอกาสได้มากขึ้น • ประชากรมีอิสระในการเลือกวิถีการดารง ชีวิตได้มากขึ้น • ทาให้เป็นประเทศมหาอานาจ มีความมั่นคง และเป็นที่ยอมรับของสากล ความสาคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ
  • 8.
    ปัจจัยทางเศรษฐกิจ • ที่ดิน เป็นปัจจัยที่สาคัญต่อการผลิตทางเกษตรกรรมและเป็นแหล่งวัตถุดิบ แร่ธาตุ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ที่สาคัญต่ออุตสาหกรรม ละยังมีความสาคัญด้าน การขนส่ง การคมนาคม และการสื่อสาร • ทุน เป็นสิ่งสาคัญและจาเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าทุนประเภท เครื่องมือ เครื่องจักร เมื่อนามาใช้ร่วมกับแรงงานจะมีผลทาให้ประสิทธิภาพในการผลิต สูงขึ้น เป็นสิ่งอานวยความสะดวกที่เป็นปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่รัฐจัดให้ เพื่อกระตุ้น ให้เอกชนขยายการลงทุนในด้านต่างๆ • แรงงาน เป็นทรัพยากรที่เป็นกาลังสาคัญในการพัฒนา ทางเศรษฐกิจ ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่ในวัย ทางาน ย่อมมีโอกาสสร้างงานได้มากและสามารถ พัฒนาประเทได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่สาคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
  • 9.
    • ความก้าวหน้าทางวิทยาการ เป็นสิ่งที่ช่วยให้การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความ สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยประหยัดการใช้ปัจจัยในการผลิตช่วยในการสร้าง หรือขยายอุปกรณ์ รวมไปถึงช่วยพัฒนาสินค้าชนิดใหม่ๆ ทั้งด้านรูปแบบให้มีความสวย งานและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น • ตลาด มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเมื่อตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะกระตุ้นให้ ผู้ผลิตทาการผลิตสินค้ามากขึ้น เศรษฐกิจของ ประเทศก็ขยายตัว มีการใช้เงินหรือสินเชื่อเป็น สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมากขึ้น และยังช่วย กระตุ้นให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่
  • 10.
    ปัจจัยที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ • สถาบันครอบครัว ลักษณะโครงสร้างทางครอบครัวการปกครอง เลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว การใช้จ่าย การออมในครัวเรือน ล้วนมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ • โครงสร้างทางสังคม ในสังคมที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะย่อมส่งผลให้การเคลื่อนย้ายแรงงาน ระหว่างอาชีพทาได้จากัดการพัฒนาเศรษฐกิจจึงทาได้ยากแต่ถ้าสังคมใดมีชนชั้นกลาง จานวนมากและมีความเข้มแข็ง ก็จะสามารถเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างชนชั้นสูงและชนชั้น ผู้น้อย การพัฒนาเศรษฐกิจก็สามารถกระทาได้โดยง่าย • ระบบการเมือง การปกครอง และกฎหมาย เป็นปัจจัยสาคัญที่จะกาหนดนโยบายและทิศทาง เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถ้าหากผู้บริหารประเทศเข้าใจถึงความสาคัญของการพัฒนา เศรษฐกิจก็จะช่วยให้ประเทศมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี ปัจจัยที่สาคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
  • 12.
    การพัฒนาเศรษฐกิจมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการ ปรับปรุงโครงสร้างทางสังคมอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับความอยู่ดีกินดีของประชาชนดังนั้น เครื่องชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจึงต้องใช้การวัดระดับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และวัดความอยู่ดีกินดีประกอบกัน เครื่องชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • 13.
    • การวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นการ วัดโดยพิจารณาจากตัวเลขสถิติที่เกี่ยวกับรายได้ ประชาชาติ(Nation income) หรือผลิตภัณฑ์ ประชาชาติ (Nation product) ซึ่งได้แก่ ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย และกาไร ซึ่งตัวเลขสถิติเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและ การบริโภคของประเทศ รวมไปถึงฐานะทาง เศรษฐกิจของประเทศ • การวัดความอยู่ดีกินดี เป็นการวัดโดยพิจารณา จากสถิติตัวเลขในด้านต่างๆ ทางสังคม ไม่ว่าจะ เป็นอัตราการกระจุกตัวของประชากรอัตรา อายุขัยของประชากร อัตราส่วนผู้ไม่รู้หนังสือต่อ จานวนประชากรอัตราการเพิ่มขึ้นของที่อยู่ อาศัย การเพิ่มขึ้นของเครื่องรับส่งวิทยุโทรทัศน์ การใช้บริการไปรษณีย์เป็นต้น
  • 15.
    • แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นเครื่องมือสาคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศไปสู่ ความทันสมัยได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ •ประเทศไทยเริ่มมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2504 ในปัจจุบัน ประเทศไทยกาลังอยู่ในการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ซึ่ง แผนพัฒนาฯในแต่ละฉบับย่อมมีแนวคิดและวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศที่แตกต่าง กันไป ความสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • 16.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 1(พ.ศ. 2504 - 2509) นโยบายสาคัญ • สนับสนุนการเพิ่มปริมาณการผลิตภายในประเทศ โดยเน้นการผลิตในภาคเอกชนเป็นหลัก ส่วนรัฐบาลจะดาเนินกิจกรรมประเภทที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น การชลประทาน การสร้างและบูรณะทาง การสาธารณสุข เป็นต้น • ส่งเสริมการผลิตด้านการเกษตรทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยมีนโยบายที่จะส่งเสริมการผลิต พืชที่สาคัญให้ขยายตัวในอัตราประมาณร้อยละ 4 ต่อปี • ส่งเสริมการออมทรัพย์และลงทุนในอุตสาหกรรมของเอกชน โดยการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนกิจกรรมของเอกชนในทางที่จะไม่เสียประโยชน์ส่วนรวมแก่ประชาชน และชักจูง ให้บุคคลทั้งภายในและนอกประเทศมาลงทุนในกิจการอุตสาหกรรมมากขึ้น • พัฒนากาลังคน โดยวางแผนกาลังคนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ • ส่งเสริมสมรรถภาพของการทางานและมาตรฐานของงาน เพื่อที่จะยกมาตรฐานการครอง ชีพและรายได้ของประชากร • พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยมีการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ ให้มีความ ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากร
  • 17.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2510 - 2514) นโยบายสาคัญ •เพิ่มกาลังการผลิตของประเทศและรายได้ประชาชาติ โดยรัฐมีนโยบายเร่งรัดการผลิตส่งเสริม การผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และควบคุระดับค่าครองชีพไม่ให้สูงเกินจริง เพื่อให้ ประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น •พัฒนากาลังคนโดยการขยายการมีงานทาให้มากขึ้น มีการส่งเสริมรายได้และสวัสดิภาพใน การทางานต่างๆ ให้ดีขึ้น •สนับสนุนความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาการด้านประยุกต์ •รักษาเสถียรภาพการเงินการคลัง เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ
  • 18.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3(พ.ศ. 2515 - 2519) นโยบายสาคัญ • เร่งแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยเพิ่มรายได้ประชาชาติให้สอดคล้องกับระดับทรัพยากร ทางเศรษฐกิจ • แก้ปัญหาดุลการชาระเงิน โดยดาเนินการป้องกันทุนสารองไม่ให้อยู่ในระดับต่าเกินควร • ยกระดับรายได้ของประชากร โดยเน้นการพัฒนาในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มีการ กระจายผลการพัฒนาด้านต่างๆไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง • ลดอัตราการเพิ่มของประชากร โดยการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการวางแผน ครอบครัวเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถหารายได้ของตน • ยกระดับการมีงานทา โดยส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อป้องกันการว่างงาน
  • 19.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4(พ.ศ. 2520 - 2524) นโยบายสาคัญ • เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจหลังจากที่เกิดภาวะซบเซา ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ให้สามารถขยายกาลังการผลิตการลงทุน รวมถึงการมีงานทา • ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมให้น้อยลง โดยเร่งการกระจายรายได้และยกฐานะทาง เศรษฐกิจของชาวนา ชาวไร่ และผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการขยายบริการสังคมให้ไปถึง ประชาชนในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น • ลดอัตราการเพิ่มประชากร โดยควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับทรัพยากรในทาง กลับกันก็มุ่งพัฒนาศักยภาพของคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต • ปรับปรุงการบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชาติ โดยการบริหารจัดสรรที่ดินป่าไม้ แหล่งน้าให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด • สนับสนุนขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ โดยมุ่งพัฒนาทรัพยากรที่จาเป็นต่อการ ป้องกันประเทศพร้อมทั้งสนับสนุนแผนหรือแนวทางที่จะเพิ่มศักยภาพทางความมั่นคงของ ประเทศ
  • 20.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5(พ.ศ. 2525 - 2529) นโยบายสาคัญ • ฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ มุ่งฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศให้ ขาดดุลการค้าไม่เกิน78,400 ล้านบาท ต่อปี และขาดดุลงบประมาณไม่เกิน22,000 ล้านบาท ต่อปี • ปรับโครงสร้าง เพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศปรับตัวได้กับ ภาวะโลกและมีการเพิ่มรายได้การจ้างานแก่ประชาชนในชนบท • พัฒนาและกระจายบริการทางสังคม โดยเน้นการลดอัตราประชากรควบคู่ไปกับการพัฒนา คุณภาพประชากรทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งเสริมสร้างสังคมให้มีระเบียบ วินัย วัฒนธรรม ศีลธรรมจริยธรรมอันดี • แก้ปัญหาความยากจนในชนบท มุ่งพัฒนาพื้นที่ชนบทให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ส่งเสริม ให้ประชาชนพอมีพอกินเพื่อพัฒนาไปสู่ความอยู่ดีกินดีในระยะยาว
  • 21.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6(พ.ศ. 2530 - 2534) นโยบายสาคัญ • พัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โดยส่งเสริมให้เกิดการร่มมือและประสานงานกันระหว่าง สหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง สมาชิกสหกรณ์สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง • ปรับปรุงการผลิตและการตลาดของสหกรณ์ เพื่อให้การดาเนินการสหกรณ์มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด • ส่งเสริมสหกรณ์ให้มีองค์กรชั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการศึกษาอบรมทางด้าน หลักการ วิธีการ และธุรกิจสหกรณ์เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือตนเองอย่างแท้จริง • ส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์ใหม่ เพื่อขยายงานทางด้านสหกรณ์ให้มากขึ้น และขยายการรับ สมาชิกสหกรณ์ให้มากขึ้น
  • 22.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7(พ.ศ. 2535 - 2539) นโยบายสาคัญ • รักษาอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยควบคุมอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ใน ระดับที่เหมาะสม มีเสถียรภาพ และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง • การกระจายรายได้สู่ชนบท มุ่งส่งเสริมการกระจายรายได้มีการสร้างงานสร้างอาชีพแก่ ประชาชนในชนบท • พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • 23.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8(พ.ศ. 2540 - 2544) นโยบายสาคัญ • เสริมสร้างศักยภาพของคน โดยมุ่งพัฒนาคนทางด้านร่างกายจิตใจ และสติปัญญา ให้มี สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ และปรับตัวได้ทัน ต่อการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจสังคม และการปกครอง • พัฒนาสิ่งแวดล้อมของสังคม โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งของ ครอบครัว ชุมชน และให้ ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมากขึ้น • พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีเสถียรภาพ โดยเสริมสร้างศักยภาพของคน ให้คนมีส่วน ร่วมในการพัฒนา และได้รับผลจากการพัฒนาต่างๆ • ปรับระบบบริหารจัดการ โดยเปิดโอกาสให้องค์พัฒนาเอกชน ภาคเอกชน ชุมชน และ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศมากขึ้น
  • 24.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9(พ.ศ. 2545 - 2549) นโยบายสาคัญ • สร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมทั้ง ร่วมคิดร่วมทา และ แก้ไขปัญหาต่างๆในชุมชน • พัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เหมาะกับการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง • พัฒนาความเชื่อมโยงชนบทและเมืองอย่างเกื้อกูล โดยพัฒนาและส่งเสริมการรวมกลุ่มทาง เศรษฐกิจในชนบทเพื่อเชื่อมโยงกับเมือง มีการกระจายการจ้างงานสู่ชนบท และลดการ อพยพจากชนบทส่วนเมือง
  • 25.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10(พ.ศ. 2550 - 2554) • พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คุณธรรม โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี อยู่ในครอบครัว ที่อบอุ่น ชุมชนที่เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้มีความมั่นคงในการดารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี • เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและเป็นธรรม โดยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มี ความสามารถแข่งขันได้มีระดับการอมที่พอเพียง พัฒนาปัจจัยสนับทางด้านโครงสร้าง พื้นฐาน โลจิสติกส์ พลังงาน เพื่อสนับสนุนการแข่งขันและกระจายผลประโยชน์อย่างเป็น ธรรม • สร้างความมั่นคงทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างอณุรักษ์เพื่อความ ยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนให้ชุมชนมีองค์ความรู้ในการปกป้องรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติ • พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาลสร้างกลไกและกฎระเบียบที่เอื้อต่อ การกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาสู่ทุกภาคี ควบคู่กับการเสริมสร้างความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม รับผิดชอบต่อสาธารณะมีการกระจายอานาจเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ
  • 26.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11(พ.ศ. 2555 - 2559) นโยบายสาคัญ • พัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน • สร้างความเข้มแข็งภาคเกษตร รวมถึงความมั่นคงของอาหารและพลังงาน • ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน • สร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
  • 28.
    ความสาคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย • ช่วยให้คนในชุมชนสามารถดาเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองได้ •ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างสมาชิกในชุมชน • ทาให้เศรษฐกิจของชุมชนมีความเข้มแข็ง ลดการพึงพาจากภายนอก • สร้างความสมดุลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การดาเนินชีวิต การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้าของสังคม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
  • 29.
    การนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย การพัฒนาศักยภาพของคน และสร้างความเข้มแข็งของชุมชน • พัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ •สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่มั่นคงของประเทศ • ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้สมดุลและยั่งยืน • พัฒนาความหลาหลายทางชีวภาพและ สร้างความมั่นคงทางด้านทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม • เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหาร ประเทศ
  • 30.
    การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขของสังคมไทย • ส่งเสริมการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น มุ่งปลูกฝังให้ สมาชิกภายในครอบครัวปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ของตนอย่างสมบูรณ์และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน • พัฒนาให้ประชาชนมีสุขภาวะ ที่ดี ส่งเสริมให้ ประชาชนมีสุขแข็งแรง มีอายุยืนยาว มีจิตใจดี มีคุณธรรม อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข • เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งเน้นการรวมกลุ่มของคน ในชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
  • 31.
    การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขของสังคมไทย • มุ่งเน้นเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและเป็นธรรม มุ่งสร้างเศรษฐกิจที่ช่วยให้บุคคลประกอบอาชีพที่ มั่นคงมีรายได้เพียงพอต่อการดารงชีพ และมีความปลอดภัยในการทางาน • มีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีระบบนิเวศที่สมดุลประชารชนสามารถเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานในการ ดารงชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ และมีระบบ นิเวศน์ที่สมดุล • ดาเนินชีวิตตามแนวทางสังคมประชาธิปไตย ที่มีธรรมาภิบาล เป็นการส่งเสริมให้ทุกคน ในสังคมมีศักดิ์ศรีมีสิทธิเสรีภาพ และมีความ สัมพันธ์ต่อกันบนพื้นฐานของความยุติธรรม
  • 32.
    เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับประชาชนทั่วไป • ยึดหลักความประหยัดลดละความฟุ่มเฟือยในการดารงชีพอย่างจิงจัง • ประกอบอาชีพด้วยความสุจริตและความถูกต้อง •ลดละการแก่งแย่งผลประโยชน์และการแข่งขันทางการค้าขาย • มีความขยัน ใฝ่หาความรู้เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์แล้วนามาพัฒนาอาชีพ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการดาเนินชีวิตประจาวัน
  • 33.
    แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการทฤษฎีใหม่ 3 ขั้น •ขั้นที่ 1 เน้นการผลิตอาหารเพื่อการบริโภคโดยให้แต่ละครัวเรือนมีแหล่งอาหาร โดยเฉพาะข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภค ส่วนที่มีเหลือจึงนาไปขาย • ขั้นที่ 2 มีการรวมกลุ่มกันในรูปของสหกรณ์เพื่อการผลิตจาหน่าย ให้ความรู้ส่งเสริม สวัสดิการเงินกู้และการดูแลสุขภาพ • ขั้นที่ 3 มีการร่วมมือระหว่างกลุ่มสหกรณ์ในชุมชนกับองค์กรหรือภาคเอกชนภายนอก เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกร
  • 34.
    เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับภาคอุตสาหกรรม การค้าและบริการ • ผู้ประกอบการมองการณ์ไกลไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ระยะสั้นที่มีความเสี่ยงสูง •มีการทาไรอย่างเหมาะสม ไม่เอารดเอาเปรียบผู้อื่นและนากาไรส่วนหนึ่งไปพัฒนาองค์กร และบุคลากร • ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ • ให้ความสาคัญกับการพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร โดยเฉพาะทักษะในการทางาน • เน้นการพัฒนาธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ทาอะไรเกินตัวเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง • ดาเนินธุรกิจภายใต้คุณธรรม จริยธรรม และเอาใจใส่สังคมและสิ่งแวดล้อม