แผนการสอน
  วิช า เทคโนโลยีส ารสนเทศ ม .๓



              นายสุร พงษ์ จ๋า ก๋า ง
              ตำา แหน่ง ครู คศ .๒
     กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ก ารงานอาชีพ
               และเทคโนโลยี




         ภาคเรีย นที่ ๑ /๒๕๕๕
           โรงเรีย นวชิร ป่า ซาง อ .ป่า ซาง จ .ลำา พูน
 สัง กัด สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษามัธ ยมศึก ษา
เขต ๓๕
สารบัญ
                         หน้า
กำา หนดการสอน
หน่ว ยที่ 1 เรื่อ ง หลัก การทำา งานของระบบ
    คอมพิว เตอร์ จำา นวน 8 ชั่ว โมง
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความสำาคัญของ
        เทคโนโลยีสารสนเทศ
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความก้าวหน้าของ
        เทคโนโลยีของไทย
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบ
        คอมพิวเตอร์
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง องค์ประกอบด้านสื่อสาร
        ข้อมูลและสารสนเทศ
หน่ว ยที่ 2 เรื่อ ง การสร้า งงานอย่า งมีร ะบบ จำา นวน 6
    ชัว โมง
      ่
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ระบบงานสารสนเทศ
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ขั้นตอนและหลักการ
สร้างระบบงาน
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ตัวอย่างการสร้างระบบ
งาน
หน่ว ยที่ 3 เรื่อ ง หลัก การพัฒ นาโครงงานที่ใ ช้
    เทคโนโลยี จำา นวน 8 ชั่ง โมง
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ลักษณะของสารสนเทศ
ทีดี
  ่
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและ
กระบวนการทำางาน
                           ด้านคอมพิวเตอร์
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ลักษณะงานของ
บุคลากรคอมพิวเตอร์
หน่ว ยที่ 4 เรื่อ ง ภาษาคอมพิว เตอร์ จำา นวน 6 ชั่ว โมง
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระดับภาษาคอมพิวเตอร์
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การสร้างชิ้นงานจาก
ภาษาคอมพิวเตอร์
หน่ว ยที่ 5 เรื่อ ง การสร้า งงานด้ว ยภาษาคอมพิว เตอร์
   จำา นวน 2 ชั่ว โมง
     แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ภาษาโลโกและการ
สร้างชิ้นงาน
     แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การติดตั้งโปรแกรม
ภาษาโลโกสำาหรับวินโดว์


หน่ว ยที่ 6 เรื่อ ง การสร้า งชิ้น งานด้ว ยภาษาโลโก
    จำา นวน 5 ชั่ว โมง
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เริ่มต้นใช้โปรแกรม
ภาษาโลโก
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเข้าสู่โปรแกรม
ภาษาโลโก
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเปลี่ยนขนาดเส้น
ปากกา
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเลือกขนาดตัว
หนังสือ
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเลือกสีต่าง ๆ
หน่ว ยที่ 7 เรื่อ ง การเขีย นโปรแกรมภาษาโลโก
    จำา นวน 5 ชั่ว โมง
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การใช้หน้าต่าง
Editor
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การพิมพ์คำาสั่งและคำา
สั่งซำ้า
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเขียนกระบวนงาน
        แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสร้างภาพแบบต่าง
ๆ
กำา หนดการสอน

กลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
ชันมัธยมศึกษาปีที่
  ้                3
                                      เวลา  40
                                  ชัวโมง
                                    ่
    ชื่อหน่วย             สาระการเรียนรู้         เวลา(ชั่ว
                                                    โมง)
หน่ว ยที่ 1 เรื่อ ง ความสำาคัญของเทคโนโลยี           2
                    สารสนเทศ
หลักการทำางาน       ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี         2
ของระบบ                ของไทย
คอมพิวเตอร์          องค์ประกอบของระบบ               2
                    คอมพิวเตอร์
                    องค์ประกอบด้านสื่อสารข้อมูล      2
                    และสารสนเทศ

หน่ว ยที่ 2 เรื่อ ง ระบบงานสารสนเทศ                  2
การสร้างงาน         ขันตอนและหลักการสร้าง
                      ้                              2
อย่างมีระบบ         ระบบงาน
                    ตัวอย่างการสร้างระบบงาน          2
หน่ว ยที่ 3 เรื่อ ง
หลักการพัฒนา        ลักษณะของสารสนเทศที่ดี          2
โครงงาน
ที่ใช้เทคโนโลยี     ระบบการปฏิบัติและ               2
                    กระบวนการทำางาน
                    ด้านคอมพิวเตอร์
                    ระบบสื่อสารข้อมูล               2
                    ลักษณะของบุคลากร                2
                    คอมพิวเตอร์

หน่ว ยที่ 4 เรื่อ ง ภาษาคอมพิวเตอร์                 2
ภาษา                ระดับภาษาคอมพิวเตอร์            2
คอมพิวเตอร์
                    การสร้างชิ้นงานจากภาษา          2
                    คอมพิวเตอร์

หน่ว ยที่ 5 เรื่อ ง ภาษาโลโกและการสร้างชิ้น         1
                    งาน
การสร้างชิ้นงาน การติดตั้งโปรแกรมภาษาโล             1
ด้วย                โกสำาหรับ
ภาษา                วินโดว์
คอมพิวเตอร์
                     กำา หนดการสอน

กลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
ชันมัธยมศึกษาปีที่
  ้                3
                                      เวลา  40
                                  ชัวโมง
                                    ่
     ชื่อหน่วย               สาระการเรียนรู้     เวลา(ชั่ว
                                                   โมง)
หน่ว ยที่ 6 เรื่อ ง   เริ่มต้นใช้โปรแกรมภาษาโล      1
โก
การสร้างชิ้นงาน       การเข้าสู่โปรแกรมภาษาโลโก        1
ด้วยภาษา
โลโก                  การเปลี่ยนขนาดเส้นปากกา          1
                      การเลือกขนาดตัวหนังสือ           1
                      การเลือกสีต่าง ๆ                 1

หน่ว ยที่ 7 เรื่อ ง   การใช้หน้าต่าง Editor            1
การเขียน              การพิมพ์คำาสั่งและคำาสั่งซำ้า    1
โปรแกรมภาษา
โลโก                  การเขียนกระบวนงาน                2
                      การสร้างภาพแบบต่าง ๆ             1


                                                 รวม   40




                 แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
     ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
       ้
หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์
     เวลาเรียน 8 ชั่วโมง
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี
สารสนเทศ      เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
     ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับหลักการ
ทำางานของระบบคอมพิวเตอร์

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกที่มาของคำาว่าเทคโนโลยีและการสื่อสารได้
   นักเรียนบอกส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์กับระบบ
   สื่อสารได้

สาระการเรีย นรู้
      ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการ
สื่อสาร

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
     1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างเกี่ยวกับงานที่ประกอบด้วย
เทคโนโลยี เช่น
       งานด้านธุรกิจ เทคโนโลยีการแพทย์ เทคโนโลยีการ
ผลิตสินค้า เป็นต้น
     2. ครูแนะนำานักเรียนว่า ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีที่มีความ
สำาคัญกับการดำาเนินชีวิต
        ประจำาวันของมนุษย์เราอีกอย่างคือ เทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี
         การสื่อสาร ซึงนับวันจะกลายเป็นความจำาเป็นในชีวิต
                      ่
เราแล้ว
3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี
สารสนเทศ

    4. ครูแจกใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี
สารสนเทศ
    5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด

สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบความรู้เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
      2. ใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - ใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี
   สารสนเทศ
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                 ใบความรู้ เรื่อ ง
      ความสำา คัญ ของเทคโนโลยีส ารสนเทศ

      การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความเป็นอยู่ของมนุษย์
เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่าง
                       ่
รวดเร็ว ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์และ
ระบบสื่อสารโทรคมนาคมมีมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน
การสื่อสารรวมถึงโทรศัพท์ไร้สาร ทำาให้ชีวิตความเป็นอยู่และ
กิจวัจตประจำาวันของเราเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก
มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายและประสบความสำาเร็จในงาน
ด้านต่าง ๆ เช่น งานธุรกิจ เทคโนโลยีทางการแพทย์
เทคโนโลยีทางการผลิตสินค้า เทคโนโลยีด้านอวกาศ เป็นต้น
เนื่องจากการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับการพัฒนา
ระบบการสื่อสาร จึงเป็นที่มีของคำาว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร” Information and Communication
Technology หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ICT นั้นเอง

ICT คือเทคโนโลยีที่ใช้จัดการกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เพื่อให้
ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นสามารถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ และ
สามารถส่งไปยังที่ต่าง ๆ ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วทันใจ
อีกทั้งผู้ต้องการใช้สารสนเทศยังสามารถสืบค้นหาข้อมูลและ
ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วด้วย




      สารสนเทศที่ประกอบด้วยสองฝ่ายคือ ฝ่ายส่งข้อมูลและ
ฝ่ายรับข้อมูล แต่ละฝ่ายประกอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์กับ
ระบบสื่อสาร และระบบสื่อสารของทั้งสองฝ่ายเชื่อมต่อถึงกัน
ด้วย “ช่องทางการสื่อสาร” ซึงอาจเป็นสารโทรศัพท์ ใยแก้ว
                               ่
นำาแสง หรือคลื่นวิทยุก็ได้ ในทางปฏิบัติ ระบบสารสนเทศอาจ
มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยฝ่ายส่งข้อมูลและฝ่ายรับข้อมูลอย่าง
ละหลายพันรายก็ได้ ในกรณีของระบบใหญ่ซึ่งมีผู้ส่งและผู้รับ
จำานวนมากราย ต้องมีวิธีการหาเส้นทางระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
เพื่อให้ข้อมูลไปถึงผู้รับรายที่ต้องการ ข้อสังเกตประการหนึ่งที่
สำาคัญคือ ผู้ใช้แต่ละรายมักเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล
ใบงาน
        เรื่อ ง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................

ให้นักเรียนอธิบายวิธีการจากภาพต่อไปนี้ กรณีที่เป็นผู้ส่งและ
รับข้อมูลเป็นคนเดียวกันพร้อมยกต่ออย่างให้เข้าใจได้ชัดเจน
ยิงขึ้น
  ่




………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
          แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล      คะแนน         สรุป
 ที่
                  2 2   2    รวม   ผ่า     ไม่
                                   น      ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

        ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
        … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                ( ………………………………………… )
            ………. / …………… / ……….
แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์
       เวลาเรียน 8 ชั่วโมง
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
ของไทย เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
    ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ
ประเทศไทย

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนสามารถบอกความก้าวหน้าของการพัฒนา
   เทคโนโลยีของไทยได้

สาระการเรีย นรู้
   การพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทย

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
      1. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนรู้จัก เนคเทค หรือไม่
      2. ครูอธิบายหน่วยงานที่ชื่อ เนคเทค ซึ่ง เนคเทค คือ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์
         และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จัดตั้งเป็นสำานักงานบริการ
เทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ
(สบทร.)
     3. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ความ
ก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย
     4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยี
ของไทย
     5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด



สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบความรู้เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย
      2. แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของ
   ไทย
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                ใบความรู้ เรื่อ ง
        ความก้า วหน้า เทคโนโลยีข องไทย

     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม
2540 ให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่ง
ชาติ (เนคเทค) จัดตั้งสำานักงานบริการเทคโนโลยี
สารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) (Government Information
Technology Services : GITS) ขึน เพื่อให้บริการเครือข่าย
                                   ้
สารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network:
GNet) ให้บริการด้านการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย
ความเร็วสูง รวมถึงการสนับสนุนการทำางานด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงาน
อิสระ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารงานภายในและ
การให้บริการแก่ประชาชน โดยประชาชนสามารถเข้าถึง
แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันมี
หลายหน่วยงานของราชการจัดทำารายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ
ให้บริการผ่านเว็บไซต์ได้ เช่น การให้บริการของสำานัก
บริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ โดยมีผู้ให้บริการ
Universal Resource Locator หรือ URL คือ
http://www.gits.net.th หรือการให้บริการของกระทรวง
ศึกษาธิการที่                http ://www.moe.go.th
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่สามารถให้บริการเช่น
เดียวกัน ในขณะเดียวกันภาคเอกชนต่าง ๆ หรือองค์กรอิสระที่
เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่างก็ให้ความสำาคัญใน
การนำาเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้งาน และเมื่อเดือน
ตุลาคม 2545 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงใหม่ที่ดูแลและรับผิด
ชอบทางด้านนโยบายการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารของประเทศคือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ซึ่งทำาให้กิจการเทคโนโลยีสารสนเทศในไทย
ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำาดับครับ




                             แบบฝึก หัด
          เรื่อ ง ความก้า วหน้า เทคโนโลยีข องไทย
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ
สมบูรณ์ที่สุด
1. กระทรวงที่ รั บ ผิ ด ชอบเกี่ ย วกั บ เทคโนโลยี ข องไทยคื อ
กระทรวงใด
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
2. Gnet คืออะไร
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
3. GITS คืออะไร
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
4. เว็บที่ให้บริการข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการคือเว็บใด
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
5. เนคเทคคือหน่วยงานเกี่ยวกับอะไรและมีชื่อเต็มว่าอย่างไร
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
                 แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
 เลข ชื่อ – สกุล                           คะแนน              สรุป
  ที่
                                     2 2       2     รวม       ผ่า    ไม่
                                                               น     ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
   ความกระตือรือร้น
การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

            ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
            … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                       แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์
       เวลาเรียน 8 ชั่วโมง
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบ
คอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้

สาระการเรีย นรู้
    ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุลากรคอมพิวเตอร์ ข้อมูล
กระบวนงาน

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
    1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนโดยให้นักเรียน
บอกว่า วาดภาพแสดง
       การสื่อสารข้อมูลระว่างผู้ส่งและผู้รับ
    2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง องค์ประกอบของระบบ
คอมพิวเตอร์
    3. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบ
คอมพิวเตอร์
    4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด


สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบงาน เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์กับระบบการสื่อสาร
      2. ใบความรู้เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
      3. แบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
      4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบ
   คอมพิวเตอร์
- แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
    3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป




กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                          ลงชื่อ
               …………………………….

(……………….. ……….)
                                 ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                     ใบความรู้
     เรือ ง องค์ป ระกอบของระบบคอมพิว เตอร์
        ่
ข้อมูล                  โปรแกรม
                              ซอฟต์แวร์


                                      หน่วย
                         ประมวล
   อุปกรณ์นำา                                             อุปกรณ์ส่ง
      เข้า               ผลกลาง                              ออก


   คู่มอการจัด
       ื
    เก็บข้อมูล
     กระบวน                  บุคลากร
                        องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
         งาน               คอมพิวเตอร์
        ระบบคอมพิวเตอร์ คือ ระบบที่ทำาหน้าที่ประมวลผลข้อมูล
ข้ อ มู ล คื อ ข้ อ เท็ จ จิ ร งที่ ส ามารถนำา ไปใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ การ
ประมวลผลข้อมูล หมายถึง การที่คอมพิวเตอร์ทำาการใด ๆ กับ
ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้
ใช้มากขึ้น เช่น จากแฟ้มทะเบียนประวัตินักเรียนทั้งห้องซึ่งมี
อยู่ 35 คน ถ้ า ต้ อ งการทราบว่ า นั ก เรี ย นกี่ ค นที่ เ ป็ น นั ก เรี ย น
ชายและเป็ น นั ก เรี ย นหญิ ง คอมพิ ว เตอร์ ส ามารถทำา การ
ประมวลผลโดยใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เฉพาะเพื่อทำางาน
แล้วให้คำาตอบตามที่ต้องการได้


ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำาคัญดังต่อไปนี้
    1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
    2. ซอฟต์แวร์ (Software)
    3. บุคลากรคอมพิวเตอร์ (People)
    4. ข้อมูล (Data)
5. กระบวนงาน (Procedure)

1. ฮาร์ด แ วร์ คือส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ส่วนต่าง ๆ ที่
มี ตั ว ตน สามารถมองเห็ น ได้ จั บ ต้ อ งได้ เช่ น ซี พี ยู จอภาพ
เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งส่วนเหล่านี้แตะละส่วน
จะทำาหน้าที่แตกต่างกันออกไปดังนี้คือ
        1.1 หน่วยรับข้อมูลเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์




      1.2 หน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู)




      1.3 หน่วยแสดงผลข้อมูล หรือหน่วยส่งออก




2. ซอฟต์แ วร์ คือ ชุดคำาสั่ง (โปรแกรม) ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์
ทำางาน จัดเป็นส่วนที่เป็นนามธรรม คือ ไม่มีตัวตน ไม่สามารถ
ม อ ง เ ห็ น ไ ด้ แ ต่ เ ป็ น ส่ ว น ที่ จำา เ ป็ น ถ้ า ไ ม่ มี ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์
คอมพิ ว เตอร์ ก็ ไ ม่ ส ามารถทำา งานได้ ซอฟต์ แ วร์ ถื อ ว่ า เป็ น
ทรั พ ย์ สิ น ทางปั ญ ญาอย่ า งหนึ่ ง และอยู่ ภ ายใต้ ก ารคุ้ ม ครอง
ของกฎหมายลิขสิทธิ์ หมายถึง ผู้ใช้งานที่ถูกต้องจะต้องได้รับ
การอนุญาตจากเจ้ า ของซอฟต์แ วร์ นั้น อาจจะได้รั บอนุญ าต
หรือ ซื้อมา ซอฟต์แวร์นั้นเราแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
2.1 ซอฟต์ แ วร์ ร ะบบ เป็ น โปรแกรมที่ ทำำ หน้ ำ ที่ ค วบคุ ม
กำรทำำ งำนในส่ วนต่ ำ ง ๆ ของเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ทำำ หน้ ำ ที่
ประสำนงำนระหว่ำงฮำร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์อื่น




     2.2 ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ เป็นโปรแกรมที่ทำำหน้ำที่
ช่วยในกำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ในหน้ำที่เฉพำะด้ำน
บำงอย่ำง เช่น กำรตรวจหำและกำำ จัดไวรัสคอมพิวเตอร์ กำร
เรียงลำำดับข้อมูลเป็นต้น




        2.3 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ได้แก่โปรแกรมที่ใช้ทำำงำนตำม
คำำ สั่ ง หรื อ ตำมควำมต้ อ งกำรของผู้ ใ ช้ ค อมพิ ว เตอร์ ได้ แ ก่
โปรแกรมประมวลผลคำำ เช่ น Word หรือ โปรแกรมคำำ นวณ
เช่น Excel เป็นต้น




3. บุค ลำกรคอมพิว เตอร์ ซึ่งถือว่ำเป็นส่วนสำำคัญส่วนหนึ่ง
ของระบบคอมพิวเตอร์ เพรำะแต่เดิมนั้น คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่
ใช้ยำก บุคลำกรที่จะทำำหน้ำที่เป็นผู้ใช้งำนคอมพิวเตอร์จะต้อง
มีควำมรู้ในระดับผู้ชำำนำญกำรทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ กำรใช้
งำนคอมพิวเตอร์มีหลำยระดับ ในระดับพื้นฐำนนั้นกำรใช้งำน
จะง่ำยมำก เพรำะทั้งฮำร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สมัยใหม่ได้รับ
กำรออกแบบให้ง่ำยต่อกำรใช้งำน เรียกว่ำ เป็นมิตรต่อผู้ใช้ ผู้
ใช้งำนในระดับนี้ เมื่อได้รับกำรฝึกหัดเพียงเล็กน้อยก็สำมำรถ
เริ่ ม ใช้ ง ำนได้ ทั น ที อย่ ำ งไรก็ ต ำม ระบบคอมพิ ว เตอร์ ใ น
ปัจจุบันมักมีกำรต่อเชื่อมกับเครือข่ำย ซึ่งส่วนนี้ยังมีควำมยุ่ง
ยำกพอสมควร นอกจำกนี้ยังมีปัญหำเรื่อง ไวรัสคอมพิวเตอร์
ซึงเป็นโปรแกรมชนิดหนึ่งที่สำมำรถทำำให้เกิดควำมผิดปกติใน
  ่
กำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ จึงจำำเป็นที่ต้องใช้บุคลำกร
คอมพิวเตอร์ที่มีควำมเชี่ยวชำญมำดูแลระบบคอมพิวเตอร์ โดย
เฉพำะอย่ำงยิ่งในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์จำำนวนมำก ๆ บุลำกร
คอมพิวเตอร์ที่สำำคัญได้แก่
        3.1 ผู้ดูแลระบบ (System Administrator)
        3.2 นักวิเครำะห์ระบบ (System Analyst)
        3.3 นักเขียนโปรแกรม (Programmer)
        3.4 วิศวกรระบบ (System Engineer)
        3.5 วิศวกรเครือข่ำย (Network Engineer)
        3.6 ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับสูง (Super User)
        3.7 ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป (User)

4. ข้อ มูล คือทรัพยำกรอันมีค่ำขององค์กร ต้องมีกำรจัดเก็บ
อย่ำงมีประสิทธิภำพและปลอดภัย และต้องมีวิธีกำรให้เรียนก
ใช้ได้อย่ำงทันกำรตำมวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำรจัดข้อมูลอย่ำง
มี ร ะ บ บ ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม จั ด ก ำ ร ฐ ำ น ข้ อ มู ล (Database
Management Program) ดั ง นั้ น ใ น ก ำ ร จั ด เ ก็ บ ข้ อ มู ล
จำำเป็นต้องศึกษำระบบงำนขององค์กรเป็นอย่ำงดี เพื่อทำำ กำร
วิเครำะห์และออกแบบระบบฐำนข้อมูล เพื่อให้เรียกใช้งำนได้
ง่ำยยิงขึ้น
       ่




5. ก ร ะ บ ว น ง ำ น คือระเบียบวิธีกำรปฏิบัติงำน กรณีที่มีผู้ใช้
ระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกันหลำยคน กำรมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยว
กับวิธีปฏิบัติงำน จะทำำให้เกิดกำรประสำรงำนที่ดีขึ้น เช่น กำร
ตั้ ง ชื่ อ แ ฟ้ ม ข้ อ มู ล แ ละในห น่ ว ย ง ำนที่ มี ก ำรบ ริ ห ำรง ำน
คอมพิวเตอร์และสำรสนเทศอย่ำงเป็นระบบ จะมีกำรจัดทำำคู่มือ
ต่ ำ ง ๆ เกี่ ย วกั บ ระบบวิ ธี ก ำรปฏิ บั ติ ง ำน รวมทั้ ง มี ก ำรวบรวม
หนังสือคู่มือเครื่อง คู่มือซอฟต์แวร์ คู่มือกำรใช้เครือข่ำย ฯลฯ
ให้พร้อมใช้งำนได้ตลอดเวลำ




                      แบบฝึก หัด
      เรือ ง องค์ป ระกอบของระบบคอมพิว เตอร์
         ่
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำำ ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำำ ถำมต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ
สมบูรณ์ที่สุด

1. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์มีทั้งหมดกี่อย่ำงอะไร
บ้ำง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
2. ฮำร์ดแวร์แบ่งออกเป็น 3 หน่วยอะไรบ้ำง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
3. ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
4. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ระดับ อะไรบ้ำง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
5. จงบอกวิธีกำรซื้อ สิ น ค้ ำ จำกห้ ำ งสรรพสิ น ค้ ำ อย่ ำ งเป็ น ขึ้ น
ตอนตั้งแต่เริ่มต้น
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
                 แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น

เกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ำรประเมิน   กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
 เลข ชื่อ – สกุล                           คะแนน             สรุป
  ที่
                                     2 2       2     รวม      ผ่ำ     ไม่
                                                              น      ผ่ำน
เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม
     ควำมกระตือรือร้น
     กำรแสดงควำมคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

            ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
            … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                       แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้
กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักกำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์
       เวลำเรียน 8 ชั่วโมง
แผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 4 เรื่อง องค์ประกอบด้ำนสื่อสำรข้อมูลและ
สำรสนเทศ เวลำเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภำคเรียนที่ ….
มำตรฐำนกำรเรีย นรู้
       มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำร
เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำร
สื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม
สำระสำำ คัญ
   องค์ประกอบด้ำนข้อมูลและสำรสนเทศ

ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง
   นักเรียนบอกองค์ประกอบด้ำนข้อมูลและสำรสนเทศได้

สำระกำรเรีย นรู้
   ข้อมูล (Data) สำรสนเทศ (Information)

กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้
      1. ครูถำมนักเรียนถึงข้อแตกต่ำงระหว่ำงข้อมูลและ
สำรสนเทศ
      2. ครูอธิบำย องค์ประกอบข้อมูลและสำรสนเทศ (Data
and Information) กำรทำำงำน
         ต่ำง ๆ จะต้องมีขอมูลเกิดขึ้นตลอดเวลำ ข้อมูลที่
                          ้
เกี่ยวข้องกับงำนจะถูกเก็บรวบรวม
         และประเมินผลเพื่อให้สำรสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้
ใช้ ข้อมูล (Data) หมำยถึง
         ข้อมูลที่ได้จำกกำรสำำรวจจริง แต่ สำรสนเทศ
(Information) หมำยถึง สิ่งที่ได้จำก
         กำรนำำข้อมูลไปผ่ำนกระบวนกำรหนึ่งเสียก่อน ซึง   ่
สำรสนเทศเป็นสิ่งที่ผู้มีหน้ำที่
         บริหำรนำำไปใช้เพื่อช่วยในกำรตัดสินใจ
      3. ครูแจกนักเรียนทำำแบบทดสอบ
สื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้
      1. แบบทดสอบ
      2. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้

กำรวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีกำรวัด
        - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม
        - ตรวจแบบทดสอบ
2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล
        - แบบบทดสอบ
        - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้
    3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล
        ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป




กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                          ลงชื่อ
               …………………………….
(……………….. ……….)
                                       ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำร
สถำนศึกษำ………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้
  ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหำ / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำำแหน่ง………………………………………………
………../…………./
………….
           แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น

เกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ำรประเมิน   กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล             คะแนน         สรุป
 ที่
                        2 2    2    รวม   ผ่ำ     ไม่
                                          น      ผ่ำน




เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม
     ควำมกระตือรือร้น
     กำรแสดงควำมคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

              ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
              … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                      ( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                           แบบทดสอบ
ชื่ อ -สกุ ล ………………………………………………..เลข
ที่…..ชันมัธยมศึกษำปีที่……….
           ้
คำำ ชี้แ จง ให้นักเรียนทำำเครื่องหมำย    X  ทับข้อที่ถูก
ที่สุด
1. ข้อใดคือตัวอักษรย่อของคำำว่ำ เทคโนโลยีและกำรสื่อสำร
        ก. IT
        ข. ICT
        ค. ITT
        ง. GITS
2. www.moe.go.th คือเว็บไซต์ของหน่วยงำนใด
        ก. กระทรวงเทคโนโลยีและกำรสื่อสำร
        ข. กระทรวงสำธำรณะสุข
        ค. กระทรวงมหำดไทย
        ง. กระทรวงศึกษำธิกำร
3. ข้อใดคืออุปกรณ์ในหน่วยประมวลผลกลำง
        ก. HARD DISK
        ข. RAM
        ค. CPU
        ง. MOUSE
4. ข้อใดคือหน่วยรับข้อมูลเข้ำ
        ก. HARD DISK
        ข. RAM
        ค. CPU
        ง. MOUSE
5. สำรสนเทศหมำยถึงข้อมูล
ก. จำำนวนนักเรียนชำยและหญิงชั้น ม.1
    ข. ชื่อนักเรียนชั้น ม.1
    ค. ชื่อต้นไม้ทั่วประเทศ
    ง. ข้อมูลที่รวบรวมมำได้
เฉลย      1.ข 2.ง 3.ค 4.ง 5.ก
แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้
กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 2 เรื่อง กำรสร้ำงงำนอย่ำงมีระบบ
       เวลำเรียน 6 ชั่วโมง
แผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ
       เวลำเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภำคเรียนที่ ….
มำตรฐำนกำรเรีย นรู้
       มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำร
เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำร
สื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สำระสำำ คัญ
   ควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศ

ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง
   นักเรียนบอกควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศได้
   นักเรียนอธิบำยระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วย
   คอมพิวเตอร์ได้

สำระกำรเรีย นรู้
    ควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศ ระบบงำน
สำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์

กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้
     1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่ำงเกี่ยวกับส่วนต่ำง ๆ ใน
ร่ำงกำยเรำว่ำมีส่วนใดที่ทำำงำน
        เป็นระบบสำรสนเทศของร่ำงกำย
2. ครูอธิบำยให้นักเรียนฟังว่ำ สมองของเรำทำำหน้ำที่
แปรควำมหมำยข้อมูลที่รับเข้ำมำ
       มำกมำยจำกสัมผัสทั้งห้ำ ทำำให้รับรับรู้ว่ำสิ่งนั้นคือ
อะไร เช่น ถนน ทุ่งนำ ท้องฟ้ำ
       ต้นไม้ คน บ้ำน รถ ฯลฯ กำรทำำงำนของสมองใน
ลักษณะนี้ถือได้ว่ำเป็นระบบงำน
       สำรสนเทศ ซึงซับซ้อนที่สุดยิ่งกว่ำระบบงำน
                      ่
สำรสนเทศที่ทำำด้วยคอมพิวเตอร์อีก
    3. ครูแจกใบควำมรู้เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ

    4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ
    5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษำใบควำมรู้
และทำำแบบฝึกหัด

สื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้
      1. ใบควำมรู้เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ
      2. แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้

กำรวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีกำรวัด
        - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ
        - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้
   3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล
        ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำร
สถำนศึกษำ………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้
  ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหำ / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำำแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                  ใบควำมรู้ เรื่อ ง
                ระบบงำนสำรสนเทศ

       กำรทำำงำนใด ๆ ให้ลุล่วงตำมวัตถุประสงค์และภำรกิจที่
ได้รับมอบหมำย จะต้องมีกำรวำงแผนและออกแบบระบบกำร
ทำำงำนได้ดีที่สุด เพื่อลดปัญหำควำมผิดพลำดและควำมล่ำช้ำ
ของกำรปฏิบัติงำน ระบบกำรทำำงำนโดยทั่วไปหมำยถึง
กระบวนกำรทำำงำนที่ประกอบด้วย คน ข้อมูล และเครื่องจักร
ที่จำำเป็นในกำรทำำงำนนั้น ระหว่ำงองค์ประกอบทั้ง 3 ประกำร
นี้จะต้องมี กำรสื่อสำรข้อมูลระหว่ำงกัน เพื่อให้กำรทำำงำน
สอดคล้องประสำนกันไปในทิศทำงที่ต้องกำร
       กำรสื่อสำรระหว่ำงคนโดยทั่วไปก็คือกำรพูด กำรสั่งงำน
และรำยงำนก็ทำำด้วยคำำพูดหรือด้วยเอกสำร ส่วนกำรสื่อสำร
ระหว่ำงคนกับเครื่องจักร ขึนอยู่กับเครื่องจักรนั้นคืออะไร
                                 ้
ตัวอย่ำงเช่น เรำสื่อสำรกับรถยนต์ด้วยพวงมำลัยเพื่อสั่งให้
เลี้ยวเป็นต้น ข้อมูลที่เรำใช้ในกำรตัดสินใจสั่งก็คือถนน
หนทำงหรือสิ่งที่เรำมองเห็น รวมทั้งควำมต้องกำรของเรำ
สมองของเรำ
                        ทำำหน้ำที่แปรควำมหมำยข้อมูลมำกมำย
                        ที่ เ ห็ น เช่ น ถนน ทุ่ง นำ ท้ องฟ้ ำ ต้ น ไม้
                        คน บ้ำน รถ ฯลฯ ที่ปรำกฏตำมเส้นทำง
                        ให้เป็นสำรสนเทศ คือส้นทำงที่เรำไปได้
                        และต้ อ งกำรจะไป สำรสนเทศเรื่ อ งนี้
                        จำำ เป็ น ต้ อ งใช้ เ พื่ อ กำรตั ด สิ น ใจในกำร
                        บังคับรถยนต์ให้ไปสู่จุดหมำยที่ต้องกำร
                        กำรทำำงำนของสมองในลักษณะนี้ถือได้
                        ว่ ำ เป็ น ระบบสำรสนเทศที่ ซั บ ซ้ อ นที่ สุ ด
                        ยิ่ ง กว่ ำ ระบบงำนสำรสนเทศที่ ทำำ ด้ ว ย
                        ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ใ ด                        ๆ




     กำรตัดสินใจสั่งงำนหรือดำำเนินกำรใด ๆ จะต้องใช้คน
กลั่นกรองและประมวลผลข้อมูลออกเป็นสำรสนเทศ เพื่อช่วย
ในกำรตัดสินใจให้ดีที่สุด ระบบงำนที่ทำำหน้ำที่กลั่นกรองและ
ประมวลผลข้อมูลดิบ เพื่อทำำให้เป็นสำรสนเทศขึ้นมำ ไม่ว่ำจะ
เป็นคนหรือเครื่องจักรก็คือระบบงำนสำรสนเทศ
     กรณีที่เรำใช้คอมพิวเตอร์ทำำงำน เรำสื่อสำรกับ
คอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลดิจิตอลและคำำสั่งหรือชุดคำำสั่งที่เรียก
ว่ำ โปรแกรม ถ้ำระบบงำนใหญ่มำก อำจจำำเป็นต้องใช้
โปรแกรมหลำยโปรแกรมรวมกันเป็นโปรแกรมชุดใหญ่ที่เรียก
กันว่ำ ซอฟต์แวร์ โปรแกรมอำจจะถูกป้อนเข้ำทำงแป้นพิมพ์
หรืออ่ำนจำกแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดี ข้อมูลที่ป้อนให้
คอมพิวเตอร์ก็อยู่ในรูปเดียวกับคำำสั่ง โปรแกรมจะเป็นตัว
ประมวลผลข้อมูลตำมกรรมวิธีที่เรำคิดขึ้นตำมจุดประสงค์ของ
งำน เพื่อกลั่นกรองข้อมูลออกเป็นสำรสนเทศให้เรำใช้ช่วยใน
กำรตัดสินใจทำำอะไรบำงอย่ำงที่เหมำะสม ดังนั้นจึงกล่ำวได้ว่ำ
ระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์
( Information Systems) จะประกอบด้วย องค์ประกอบดัง
ต่อไปนี้
     1.เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ำยสื่อสำรข้อมูล
     2.ข้อมูลและสำรสนเทศ
     3.โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์
     4.บุคลำกรด้ำนคอมพิวเตอร์




                               ใบงำน
                    เรื่อ ง ระบบงำนสำรสนเทศ
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำำ สั่ง ให้นักเรียนตอบคำำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. ระบบงำนสำรสนเทศหมำยถึงอะไร
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
2. ส่วนใดของมนุษย์ที่ทำำหน้ำที่เป็นระบบสำรสนเทศที่ซับ
ซ้อนที่สุด
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
3. เรำสำมำรถติดต่อสื่อสำรกับคอมพิวเตอร์ได้อย่ำงไร
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
4. องค์ประกอบของระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วย
คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้ำง
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
5. เพรำะเหตุใดบุคลำกรด้ำนคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนที่มีควำม
สำำคัญสำำหรับระบบงำน
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
             แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น

เกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ำรประเมิน   กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล                 คะแนน         สรุป
 ที่
                           2 2     2    รวม   ผ่ำ     ไม่
                                              น      ผ่ำน
เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม
     ควำมกระตือรือร้น
     กำรแสดงควำมคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

            ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
            … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                       แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้
กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 2 เรื่อง กำรสร้ำงงำนอย่ำงมีระบบ
       เวลำเรียน 6 ชั่วโมง
แผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ขันตอนและกำรสร้ำงระบบงำน
                                     ้
            เวลำเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภำคเรียนที่ ….
มำตรฐำนกำรเรีย นรู้
       มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำร
เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำร
สื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม
สำระสำำ คัญ
   กำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์และระบบงำนที่ไม่ใช้
คอมพิวเตอร์

ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง
   นักเรียนบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์ได้
   นักเรียนบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนที่ไม่ใช้
   คอมพิวเตอร์ได้

สำระกำรเรีย นรู้
    ขันตอนกำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์และขั้นตอน
      ้
กำรระบบงำนที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์

กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้
      1. ครูยกตัวอย่ำงให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับกำรระบบงำนที่
ใช้คอมพิวเตอร์และระบบงำน
         ที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น กำรตรวจสอบผลกำรเรียน
ถ้ำเรำไม่ใช้ระบบคือ โรงเรียน
         จะประกำศผลกำรสอบแล้วติดประกำศที่บอร์ดเพื่อให้
นักเรียนทรำบโดยที่นักเรียน
         จะต้องมำตรวจสอบเอง ส่วนกำรใช้ระบบคอมพิวเตอร์
นั้น นักเรียนสำมำรถตรวจ
         สอบได้เองตลอดเวลำ โดยเฉพำะกำรตรวจสอบผ่ำน
ระบบอินเตอร์เน็ต
      2. ครูอธิบำยให้นักเรียนฟังว่ำ ต้องต้องกำรพัฒนำระบบ
ทั้ง 2 แบบ มีขั้นตอนอย่ำงไร
      3. ครูแจกใบควำมรู้เรื่อง ขันตอนกำรพัฒนำระบบ
                                 ้
      4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ขันตอนกำรพัฒนำระบบ
                                   ้
    5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษำใบควำมรู้และ
    ทำำแบบฝึกหัด
สื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้
      1. ใบควำมรู้เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ
      2. แบบฝึกหัด เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้

กำรวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีกำรวัด
        - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ
        - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้
   3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล
        ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป




กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำร
สถำนศึกษำ………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้
  ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหำ / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
(………………..
……….)

ตำำแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                   ใบควำมรู้ เรื่อ ง
              ขั้น ตอนกำรพัฒ นำระบบ

      กำรนำำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในกำรแก้ปัญหำหรือเพิ่ม
ประสิทธิภำพในกำรทำำงำนใด ๆ ก็ตำม จะต้องมีกำรวิเครำะห์
ปัญหำและศึกษำควำมเป็นไปได้ให้รอบคอบ ทั้งนี้เนื่องจำก
คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหำได้ทุกเรื่อง
นอกจำกนี้ยังจะต้องมีกำรศึกษำถึงควำมคุ้มค่ำในกำรลงทุน
เพื่อไม่ให้เป็นกำรลงทุนที่สูญเปล่ำ กำรวิเครำะห์หำวิธีแก้
ปัญหำต้องพอเหมำะพอดี มีกำรจัดหำระบบ เครื่องมือ และ
เทคโนโลยีที่ไม่เกินควำมจำำเป็น
      ดังนั้น จึงต้องมีกำรจัดขั้นตอนและหลักกำรสร้ำงระบบ
งำนคอมพิวเตอร์ให้เหมำะสมซึ่งโดยทั่วไปเรำอำจไม่ได้สร้ำง
ระบบงำนใหม่ แต่พัฒนำระบบงำนเก่ำให้เป็นระบบงำน
สำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงนิยมเรียกกันว่ำ
“กำรพัฒนำระบบงำน” มำกกว่ำคำำว่ำ กำรสร้ำงงำน ซึ่งตำม
หลักวิชำว่ำด้วยกำรวิเครำะห์และออกแบบระบบงำน
คอมพิวเตอร์มีกำรจัดขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนดังนี้


      ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำน
              คอมพิวเตอร์
     1. วิเครำะห์ปัญหำและระบบงำนที่จะทำำรวมถึงรำย
ละเอียดข้อมูลที่ต้องใช้
     2. กำำหนดรำยละเอียดควำมต้องกำรของผู้ใช้ระบบงำน
     3. ออกแบบโปรแกรม
4.   เขียนชุดคำำสั่ง
    5.   ทดสอบโปรแกรม
    6.   นำำไปใช้งำนจริง
    7.   บำำรุงรักษำ ติดตำมผล และแก้ไขปรับปรุง

     จะเห็นว่ำกำรพัฒนำระบบงำนนั้น จำำเป็นต้องรู้ขั้นตอนวิธี
ทำำงำนของระบบงำนเดิมและกำำหนดวิธีกำรทำำงำนในระบบ
งำนที่จะทำำใหม่ให้ละเอียดเสียก่อน จำกนั้นจึงเป็นกำรหำวิธี
แก้ปัญหำโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสำรสนเทศ ซึงจะต้องมี
                                                  ่
กำรสร้ำงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมำช่วยทำำงำน


 ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนที่ไม่ใช้
             คอมพิวเตอร์
     1. วิเครำะห์ปัญหำและระบบงำนที่จะทำำ รวมถึงรำย
ละเอียดข้อมูล
     2. กำำหนดรำยละเอียดควำมต้องกำรข้องผู้ใช้ระบบงำน
     3. ออกแบบขั้นตอนวิธีของกำรทำำงำน
     4. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีของกำรทำำงำนให้แน่ใจว่ำถูก
ต้อง
     5. นำำไปใช้งำนจริง
     6. บำำรุงรักษำระบบ ติดตำมผลและแก้ไขปรับปรุง
แบบฝึก หัด
              เรื่อ ง ขั้น ตอนกำรพัฒ นำระบบงำน
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำำ ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำำ ถำมต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ
สมบูรณ์ที่สุด

1. จงบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนด้วยคอมพิวเตอร์
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
2. จงบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
                 แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น
เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล             คะแนน         สรุป
 ที่
                        2 2   2     รวม   ผ่า     ไม่
                                          น      ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

        ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
        … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                       แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 2 เรื่อง การสร้างงานอย่างมีระบบ
       เวลาเรียน 6 ชั่วโมง
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง ตัวอย่างการสร้างระบบงาน
       เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   การสร้างระบบงานด้วยคอมพิวเตอร์

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนสามารถสร้างระบบงานด้วยคอมพิวเตอร์ได้

สาระการเรีย นรู้
      ตัวอย่างการสร้างระบบงานการหาความสูงเฉลี่ยของผัก
ทั้ง 5 ชนิดและการใช้ปุ๋ย 5 สูตรเพื่อหาสูตรเดี่ยวที่ให้นำ้าหนัก
เฉลี่ยของผักดีที่สุด

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
    1. ครูตัวอย่างการสร้างระบบงานเพื่อหานำาหนักเฉลี่ยผัก
5 ชนิดจากปุ๋ย 5 สูตร
    2. ครูอธิบายวิธีการสร้างระบบงานที่ละขั้นตอน
3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 คน เพื่อให้
นักเรียนทำางานกลุ่ม และแจก
         ในงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเพื่อสร้างระบบโดยไม่ให้
ซำ้ากัน
      4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด


สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบงาน เรื่อง การสร้างระบบงาน
      2. ใบความรู้เรื่อง การสร้างระบบงาน
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง การสร้างระบบงาน
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                       ใบความรู้
              เรื่อ ง การสร้า งระบบงาน

1. วิเ คราะห์ป ัญ หาและระบบงานที่จ ะทำา ถึง รายละเอีย ด
ข้อ มูล ที่ต ้อ งใช้
      ชาวสวนผักพบปัญหาว่า ผักนำ้าหนักไม่ค่อยดี คือ เมื่อนำา
มาชั่งนำ้าหนักแล้วเบามาก ซึงเขาปลูกผักทั้งหมด 5 ชนิด ซึ่ง
                            ่
เขาเคยได้ทดลองซื้อปุ๋ยจากบริษัทต่าง ๆ มาใช้ แต่ก็ยังได้ผล
ไม่เต็มที่และมีราคาแพง ดังนั้นเขาจึงศึกษางานวิจัยพบว่าเขา
สามารถผลิตปุ๋ยนำ้าธรรมชาติใช้เองได้ ซึ่งมีสูตรการทำาอยู่
ทั้งหมด 5 สูตร
      ปัญ หา คือ ปุ๋ยสูตรใดดีที่สุด เพราะโดยธรรมชาติแล้ว
ผักแต่ละประเภทเจริญเติบโตไม่เท่ากัน
      ข้อ มูล คือ นำ้าหนักของผักทั้ง 5 ชนิดที่ชั่งใด
2. กำา หนดรายละเอีย ดความต้อ งการของผู้ใ ช้ร ะบบ
งาน
     ต้องการทราบว่าปุ๋ยทั้ง 5 สูตร สูตรใดให้นำ้าหนักเฉลี่ย
ของผักทั้ง 5 ชนิดสูงที่สุด

3. ออกแบบขั้น ตอนวิธ ีก ารทำา งานหรือ ออกแบบ
โปรแกรม
     ขันตอนเพื่อหาคำาตอบ
       ้
     1. แบ่งผักทั้ง 5 ชนิดออกเป็น 5 แปรง คือ แปรงละ 5
ชนิด
     2. ให้ปุ๋ยแต่ละแปรงต่างสูตรกันในระยะเวลาเท่า ๆ กัน
คือ 2 เดือน
     3. เมื่อครบกำาหนด ให้นำาผักจากแต่ละแปรงมาชั่งนำ้า
หนักทั้ง 5 ชนิด ๆละเท่ากัน
         เช่น 1 ต้นเท่ากัน
     4. กลุ่มใดมีนำ้านักมากที่สุด ถือว่าปุ๋ยสูตรนั้นดีที่สุด

4. เขีย นชุด คำา สั่ง หรือ โปรแกรม
     การเขียนโปรแกรมผู้เขียนจะต้องมีความรู้เรื่องการเขียน
โปรแกรม เพราะต้องใช้ภาษาของการเขียนโปรแกรม ซึง       ่
โปรแกรมแต่ละอย่างจะใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ตัวอย่างนี้คือ
การเขียนด้วยโปรแกรม BASIC programming language

      10 CSL
      20 PRINT “<< โปรแกรมคำานวณค่าเฉลี่ยของนำ้าหนัก
      ผัก >>”
      30 ZUMW = 0
      40 FOR N = 1 TO 5
      50 INPUT “นำ้าหนักผักชนิดที่ :”;N,” = ”,W
      60 ZUMW = ZUMW + W
      70 NEXT N
      80 AV = ZUMW / 5
      90 PRINT “นำ้าหนักผักโดยเฉลี่ยของกลุ่มนี้ = ”; AV
100 PRINT “จบการทำางาน”


5. ทดสอบโปรแกรมและหาจุด บกพร่อ ง

    << โปรแกรมคำานวณค่าเฉลี่ยของนำ้าหนักผัก>>
    นำ้าหนักผักชนิดที่ : 1 = 145.21
    นำ้าหนักผักชนิดที่ : 2 = 144.90 นำ้าหนักที่ป้อนเข้าสู่
การประมวลผล
    นำ้าหนักผักชนิดที่ : 3 = 146.15
    นำ้าหนักผักชนิดที่ : 4 = 143.95
    นำ้าหนักผักชนิดที่ : 5 = 148.30
    นำ้าหนักผักโดยเฉลี่ยของกลุ่มนี้ = 145.702
    จบการทำางาน


6. นำา ไปใช้ง านจริง เมื่อทดสอบโปรแกรมจนแน่ใจว่าถูก
ต้องแล้ว เราก็จะนำาโปรแกรมไปรวมทั้งระบบงานที่ได้
ออกแบบขึ้นไปใช้งานจริง

7. บำา รุง รัก ษา ติด ตามผล และแก้ไ ขปรัง ปรุง สำาหรับ
ระบบงานที่ต้องนำาไปปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องเราจะต้องคอย
บำารุงรักษาโปรแกรมรวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อให้
ทำางานได้ตลอดไป และอาจต้องทำาการแก้ไขปรับปรุง
โปรแกรมให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
ใบงาน เรื่อง การสร้างระบบ กลุ่มที่…………..
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................

คำา ชี้แ จ้ง ให้นักเรียนสร้างระบบงานโดยใช้คอมพิวเตอร์
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
                 แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
 เลข ชื่อ – สกุล                           คะแนน              สรุป
  ที่
                                     2 2       2     รวม       ผ่า    ไม่
                                                               น     ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

            ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
            … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                ………. / …………… / ……….
                       แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี
            เวลาเรียน 8 ชั่วโมง
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ลักษณะของสารสนเทศที่ดี
            เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   ลักษณะของสารสนเทศที่ดี

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกลักษณะของสารสนเทศที่ดีได้

สาระการเรีย นรู้
   คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์
กระบวนการจัด การเรีย นรู้
      1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าสารสนเทศที่ดีนั้นไม่
จำาเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์
         เสมอไป แต่การใช้คอมพิวเตอร์เป็นการช่วยให้เรา
ประหยัดเวลาและลดขั้นตอน
         ต่าง ๆ เพื่อให้ได้สารสนเทศนั้น ๆ
      2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าแต่ลักษณะของสารสนเทศ
ทีดีจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  ่
      3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี
      4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี
      5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด

สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบความรู้ เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี
      2. แบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
 ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
 ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
              ใบความรู้ เรื่อ ง
         คุณ สมบัต ิข องสารสนเทศทีด ี
                                  ่
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์โดย
อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ หรือไม่ใช้
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือก็สามารถสร้างสารสนเทศที่ดีได้
       คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์มีคุณสมบัติ
ดังนี้
           1. มีความสัมพันธ์กัน (Relevant)
           2. มีความทันสมัย (Timely)
           3. มีความถูกต้องแม่นยำา (Accurate)
           4. มีความกระชับรัดกุม (Concise)
           5. มีความสมบูรณ์ในตัวเอง (Complete)




                      แบบฝึก หัด
เรื่อ ง คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำา สั่ง     ให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและ
สมบูรณ์ที่สุด

1. คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์จะต้องมี
คุณสมบัติอย่างไร
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
2. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างสารสนเทศมีประโยชน์
อย่างไร
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..

           แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล             คะแนน         สรุป
 ที่
                        2 2    2    รวม   ผ่า     ไม่
                                          น      ผ่าน
เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

           ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
           … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                   ( ………………………………………… )
                 ………. / …………… / ……….
                    แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
          ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี
                เวลาเรียน 8 ชัวโมง
                                 ่
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางาน
ด้านคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกระเบียบปฏิบัติการทำางานด้านคอมพิวเตอร์
   ได้
   นักเรียนอธิบายกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ได้

สาระการเรีย นรู้
   ระเบียนปฏิบัติ คู่มือ มาตรฐาน ในการทำางานด้าน
คอมพิวเตอร์

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
     1. ครูบอกนักเรียนถึงความสำาคัญของการทำางานด้าน
คอมพิวเตอร์เนื่องจากการ
        ทำางานด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีบุคลากรด้วยกันหลาย
คน หลายตำาแหน่ง หลายหน้าที่
        บางตำาแหน่งอาจมีพนักงานหลายคน
     2. ดังนั้นการปฏิบัติจำาเป็นต้องมีระเบียนปฏิบัติมีคู่มือและ
มาตราฐานในการทำางาน
        เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน
     3. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ระเบียบ
ปฏิบัติและกระบวนการทำางาน
        ด้านคอมพิวเตอร์
4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและ
กระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์
    5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด

สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบความรู้เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย
      2. แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของ
   ไทย
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป




กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                  ใบความรู้ เรื่อ ง
    ระเบีย บปฏิบ ัต ิแ ละกระบวนการทำา งานด้า น
                        คอมพิว เตอร์

     ระเบียบปฏิบัติและกระบวนงานเป็นการกำาหนดเกณฑ์ขั้น
พื้นฐานให้กับบุคลากรในหน่วยงานได้ถือปฏิบัติร่วมกันเป็น
มาตรฐานเดียวกันได้ ลักษณะและความสำาคัญของระเบียบ
ปฏิบัติการและกระบวนงานมีดังนี้

1. ระเบีย บปฏิบ ัต ิ
      เป็นเครื่องมือสำาหรับกำากับให้ผู้ที่มีพื้นฐานต่างกัน มีความ
รู้ ความเข้าใจ และความสำานึกในความถูกต้องพอเหมาะ
พอควรต่างกัน ให้สามารถทำางานร่วมกันได้โดยมีความขัด
แย้งกันน้อยที่สุด เป็นเครื่องมือสำาหรับให้ฝ่ายบริการสามารถ
ดูแลให้การใช้คอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างราบรื่นไม่เกิดความ
เสียหายหรือสูญเสีย หรือถ้าเกิดก็จะเสียหายน้อยที่สุด ซึง      ่
จำาแนกออกเป็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้
      1.1 ระเบียบในด้านสถานที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ เป็น
ระเบียบที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติในห้องที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์
ไว้ใช้งาน ในหน่วยงานที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีหอง         ้
พิเศษที่ปรับอากาศและมียกพื้นพิเศษนั้น มักจะห้ามนำาเครื่อง
ดืมและอาหารเข้าไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันแมลง จิ้งจก และหนูที่จะ
  ่
เข้าไปกินอาหาร
      1.2 ระเบียบเกี่ยวกับการเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์ ก็
เป็นเรื่องจำาเป็น บางแห่งนั้นใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลที่เป็น
ความลับ การปล่อยให้ใครต่อใครเดินเพ่นพ่านผ่านเข้าไปใน
ห้องย่อมไม่ปลอดภัยต่อข้อมูล วิธีกันก็คือปิดประตูและใช้
ลูกบิด หรือกุญแจพิเศษสำาหรับเปิดประตูและทางที่ดีก็กำาหนด
ไว้เป็นระเบียบว่าใครมีหน้าที่เข้าไปในหน้องที่ตั้งเครื่องหรือที่
เก็บข้อมูล
      1.3 ระเบียบด้านการจัดหา การติดตั้ง และการสำาเนา
ซอฟต์แวร์ เมื่อซื้อซอฟต์แวร์มาแล้ว ควรนำาไปตรวจสอบไวรัส
คอมพิวเตอร์ ดำาเนินการสำาเนาซอฟต์แวร์นั้นเพื่อนำาแผ่นที่เป็น
ชุดสำาเนาไปใช้
      1.4 ระเบียบด้านการดูแลซ่อมบำารุง เป็นเรื่องจำาเป็นต้อง
มีขั้นตอนและวิธีการที่รัดกุม ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ใช้ดูกันเอง ย้าย
เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ไปไว้ที่โน่นที่นี่
      1.5 ระเบียบด้านการบันทึก การใช้ การปรับปรุงข้อมูล
ตลอดจนการเก็บรักษาและทำาลายแฟ้มข้อมูลก็เป็นเครื่องที่จะ
ต้องจัดทำาขึ้นอย่างละเอียดครอบครอบ เพราะข้อมูลนั้นเป็น
ทรัพยากรที่สำาคัญของหน่วยงาน
      1.6 ระเบียบด้านการส่งเอกสารที่พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ก็
ควรจะมีไว้ เพื่อควบคุมการพิมพ์และเพื่อให้แน่ใจว่าได้จัดส่ง
เอกสารนั้น ๆ ไปถึงมือผู้ใช้ได้ครบถ้วน
2. คู่ม ือ
       คือมือมีความสำาคัญมากต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ ดัง
นั้นเราควรตรวจตราว่าการจัดซื้อหาคอมพิวเตอร์และ
ซอฟต์แวร์ของส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์และปุ่มต่าง ๆ มีการ
อธิบายการเชื่อมต่อสายเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจมีวิธีการ
แก้ปัญหาอย่างง่ายไว้ด้วย
       2.1 คู่มือฮาร์ดแวร์ ส่วนมากเป็นคู่มือด้านเทคนิคที่
อธิบายหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์และปุ่มต่าง ๆ
อธิบายการเชื่อมต่อสารเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจมีวิธีการ
แก้ไขปัญหาอย่างง่ายไว้ด้วย
       2.2 คู่มือซอฟต์แวร์ มีสองประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรก
คือ Operation Manual หรือคู่มือการปฏิบัติงานสำาหรับ
พนักงานคุมเครื่อง ประเภทที่สองคือ User Manual หรือคู่มือ
ผู้ใช้ ซึ่งอธิบายวิธีการใช้ซอฟต์แวร์ในแบบง่าย ๆ ว่าจะเริ่มใช้
อย่างไร
3. มาตรฐาน
      การใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐนั้น
ยังมีปัญหาและอุปสรรคในด้านมาตรฐานเกือบทุกเรื่อง
ปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับด้าน
คอมพิวเตอร์ที่สำาคัญ ดังนี้
      3.1 มาตรฐานรหัสภาษาไทย ที่เรียกว่า สมอ. และแทน
มาตรฐานแป้นพิมพ์โดยรหัส สมอ. เป็นรหัสที่กำาหนดวิธีใช้
ตัวเลข 0 กับ 1 สำาหรับแทนตัวอักษรไทยในระบบ
คอมพิวเตอร์ มาตรฐานแป้นพิมพ์เป็นมาตรฐานที่กำาหนด
ตำาแหน่งของตัวอักษร ตัวเลขและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตลอดจน
ปุ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ บนแป้นพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อให้การใช้งานเป็นไป
ในแบบเดียวกันไม่มีปัญหาในการพิมพ์
      3.2 มาตรฐานด้านรหัส คำา และชื่อต่าง ๆ จะต้องมีหน่วย
งานกลางเป็นผู้กำาหนด เช่น ราชบัณฑิตยสถานต้องประกาศ
ให้ใช้คำาว่า “โลกาภิวัตน์” เป็นต้น
      3.3 มาตรฐานด้านวิธีการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในด้าน
การวิเคราะห์ระบบงานและการออกแบบระบบงาน ควรเน้นให้
เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่เป็นงานวิทยาศาสตร์นั้น
ตรวจสอบได้ง่ายว่าถูกต้องหรือผิดพลาดประการใด
แบบฝึก หัด
     เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้าน
                         คอมพิวเตอร์
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ
สมบูรณ์ที่สุด

1. จงบอกระเบียบการปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
3. คู่มือการใช้งานมีความสำาคัญ
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
4. รหัสมาตรฐานภาษาไทยคือรหัสใด
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
5. มาตรฐานการทำางานด้านคอมพิวเตอร์มีกี่อย่างอะไรบ้าง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
                 แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
 เลข ชื่อ – สกุล                           คะแนน              สรุป
  ที่
                                     2 2       2     รวม       ผ่า    ไม่
                                                               น     ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

             ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
             … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                   ………. / …………… / ……….
                       แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี
                  เวลาเรียน 8 ชัวโมง่
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูล

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลได้
   นักเรียนอธิบายความหมายแต่ละประเภทของระบบ
   สื่อสารข้อมูลได้
สาระการเรีย นรู้
   ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูล และองค์ประกอบที่สำาคัญ
ในการสื่อสารข้อมูล

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
    1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การจำาแนกประเภทของ
ระบบสื่อสารข้อมูลสามารถ
        จำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภท
    2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
    3. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
    4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด


สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
      2. ใบความรู้เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
      4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                         ใบความรู้
                 เรือ ง ระบบสือ สารข้อ มูล
                    ่         ่

       อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ด้ า น ร ะ บ บ สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล (Data
Communication) หมายถึงระบบสื่อสารและอุปกรณ์ที่ช่วย
ให้เราสามารถส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไป
ถึ ง เครื่ อ งหนึ่ ง ที่ อ ยู่ ห่ า งไกลออกไปได้ การสื่ อ สารในระบบ
คอมพิวเตอร์ จำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภท คือ
1. การจัดเก็บและการค้นคืนสารสนเทศ โดยใช้เทอร์มินัลส่ง
และรับสารสนเทศผ่านสารโทรศัพท์ ใช้กันมากในธุรกิจการ
เงิน การธนาคาร และงานด้านพัสดุ




2. คอมพิ ว เตอร์ กั บ คอมพิ ว เตอร์ ใช้ ใ นกรณี ที่ ต้ อ งการฐาน
ข้อมูลหรือส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีก
ศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์




3. การรับและส่งผ่านสารสนเทศ โดยมีคอมพิวเตอร์ชนิดพิเศษ
ทำา หน้ า ที่ เ ป็ น สวิ ต ซื รั บ และส่ ง สารสนเทศตามจุ ด หมายปลาย
ทางที่กำาหนด ทำาให้สามารถบริการสารสนเทศจำานวนมากใน
เวลาจำากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. การแบ่งเวลาเครื่อง วิธีใช้เป็นการสื่อสารข้อมูลระดับสูง มี
ความซับซ้อนด้านเทคนิควิธีโดยเฉพาะระบบควบคุมศักยภาพ
ของระบบนี้ได้แก่ ติดต่อสื่อสารสนเทศกับผู้ใช้ทางไกลตอบรับ
ทันทีที่ผู้ใช้ปลายทางร้องขอบริการผู้ใช้หลายคนได้ในเวลา
เดียวกัน อนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางใช้โปรแกรมต่างกันได้




     ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล เ ป็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ส่ ง ผ่ า น แ ล ะ รั บ
สารสนเทศระยะไกลในรูปแบบของสัญญาณแล้วแพร่กระจ่าย
ผ่านช่ องทางการสื่อ สารต่ าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทั ศ น์ โทรเลข
โทรศัพท์ โทรสาร และคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งมีองค์ประกอบที่
สำาคัญ 3 ประการ ดังนี้
     1. อุ ป ก ร ณ์ ก า ร แ ส ด ง ส า ร ส น เ ท ศ ไ ด้ แ ก่ จ อ ภ า พ
คอมพิ ว เตอร์ เทอร์ มิ นั ล ชนิ ด ต่ า ง ๆ เครื่ อ งพิ ม พ์ และหน่ ว ย
ประมวลผลกลาง ฯลฯ
     2. อุ ป กรณ์ ส่ ง ผ่ า นสารสนเทศ ได้ แ ก่ อุ ป กรณ์ ป ระเภท
สาย เช่น สารเคเบิล สาย Coaxial สายโทรศัพท์ สายใยแก้ว
นำาแสง เป็นต้น
     3. อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล ได้แก่ โมเด็ม อุปกรณ์ประเภท
Line Driven และ Multiplexes เป็นต้น
แบบฝึก หัด
                   เรือ ง ระบบสือ สารข้อ มูล
                      ่         ่
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ
สมบูรณ์ที่สุด

1. ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
2. จงอธิ บ ายกรณี สื่ อ สารข้ อ มู ล ระหว่ า งคอมพิ ว เตอร์ กั บ
คอมพิวเตอร์
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
3. ระบบสื่อสารข้อมูลประเภทใดนิยมใช้กับด้านการเงิน การ
ธนาคาร
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
5. จงบอกองค์ประกอบการสื่อสารข้อมูลทั้ง 3 ประการมีอะไร
บ้าง
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................
.............................................................................
...................................................................

                แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
 เลข ชื่อ – สกุล                           คะแนน              สรุป
  ที่
                                     2 2       2     รวม       ผ่า    ไม่
                                                               น     ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
    ความกระตือรือร้น
    การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………

             ( ลงชื่อ ) ………………………………………….
             … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                   ………. / …………… / ……….
                       แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี
                  เวลาเรียน 8 ชัวโมง ่
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 4 เรื่อง ลักษณะของบุคลากร
คอมพิวเตอร์                   เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   ลักษณะงานของบุคลากรคอมพิวเตอร์ที่สำาคัญ
ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกคุณสมบัติของบุลากรคอมพิวเตอร์แต่ละ
   ประเภทได้

สาระการเรีย นรู้
    นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ เจ้าหน้าที่พัฒนา
โปรแกรมประยุกต์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่ควบคุม
การทำางาน ผู้บริหารศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
      1. ครูถามนักเรียนว่าใครอยากทำางานด้านคอมพิวเตอร์
บ้างเมื่อเรียนจบแล้ว
          การทำางานด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีหลายหน้าที่ที่ต้องทำา
ไม่ใช่ใครอยากทำาอะไร
          ก็ได้ ดังนั้นการเรียนเป็นสิ่งสำาคัญว่าเราควรที่จะเรียน
เกี่ยวกับด้านใด เรามาดู
          หน้าที่ที่มีความสำาคัญเกี่ยวกับงานด้านคอมพิวเตอร์
กัน
      2. ครูให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้เรื่อง ลักษณะงาน
ของบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์
      3. ครูแจกนักเรียนทำาแบบทดสอบ
สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. แบบทดสอบ
      2. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบทดสอบ
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบทดสอบ
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป




กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                          ลงชื่อ
               …………………………….

(……………….. ……….)
ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                          ใบความรู้
เรื่อง ลักษณะงานของบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์

     บุคลากรคอมพิวเตอร์เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน
คอมพิวเตอร์ เรียกว่าบุคลากรเหล่านี้ว่า ผู้ใช้หรือยูสเซอร์
(User) แบ่งตามลักษณะงานได้ดงนี้   ั
     1. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (System
Analysis and Designer) ได้แก่ วิศวกรระบบ เจ้าหน้าที่
จัดการฐานข้อมูล เป็นผู้ทำาการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
งานที่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล
     2. เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application
Programmer) คือ เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม เป็นผู้ทำาการ
พัฒนาและบำารุงรักษาโปรแกรม
     3. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล (Data Entry Operator)
ได้แก่ผู้ดำาเนินการกับเครื่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำาการ
บันทึกข้อมูลลงสื่อ หรือส่งข้อมูลเข้าประมวลผล
     4. เจ้าหน้าที่ควบคุมการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์
(Computer Operator) ทำาการพัฒนาและบำารุงรักษาระบบ
ทางฮาร์ดแวร์
     5. ผู้บริการศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
มีหน้าที่บริหารงานในหน่วยประมวลผลข้อมูลเป็นต้น
แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล             คะแนน         สรุป
 ที่
                        2 2    2    รวม   ผ่า     ไม่
                                          น      ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
( ลงชื่อ ) ………………………………………….
              … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                      ( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                           แบบทดสอบ
ชื่ อ -สกุ ล ………………………………………………..เลข
ที่…..ชันมัธยมศึกษาปีที่……….
           ้
คำา ชี้แ จง ให้นักเรียนทำาเครื่องหมาย    X  ทับข้อที่ถูก
ที่สุด
1. ส่วนใดของร่างกายมีหน้าทำางานเป็นระบบสารสนเทศ
        ก. ตา
        ข. มือ
        ค. สมอง
        ง. จมูก
2. ขั้นตอนใดคือขั้นตอนแรกของการสร้างระบบงาน
        ก. เขียนโปรแกรม
        ข. ติดตามผลและแก้ไขปรับปรุง
        ค. กำาหนดรายละเอียดของระบบงาน
        ง. วิเคราะห์ปัญหาและระบบงานที่จะทำา
3. การเขียนโปรแกรมเพื่อลดขั้นตอนใดต่อไปนี้
        ก. ลดระยะเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูล
        ข. ลดระยะประมวลผลข้อมูล
        ค. ลดระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูล
        ง. ลดจำานวนคน
4. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี
        ก. ความสัมพันธ์กัน
        ข. ถูกต้องและแม่นยำา
        ค. ได้รับมาโดยสะดวก
        ง. ความทันสมัย
5. บุคลากรใดต่อไปนี้มีหน้าที่เขียนโปรแกรม
        ก. โปรแกรมเมอร์
        ข. ผู้ใช้งานระบบสูง
        ค. วิศวกรระบบ
ง. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ
เฉลย     1.ค 2.ง 3.ข 4.ค 5.ก




                 แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
     ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
       ้
หน่ว ยที่ 4 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
       เวลาเรียน 6 ชัวโมง ่
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
       เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   ภาษาคอมพิวเตอร์หรือภาษาประดิษฐ์

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์ได้

สาระการเรีย นรู้
    ลักษณะและความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์หรือภาษา
ประดิษฐ์

กระบวนการจัด การเรีย นรู้
       1. ครูถามนักเรียนว่า คอมพิวเตอร์สามารถทำางานได้
อย่างไร
       2. ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า การทำางานของระบบ
คอมพิวเตอร์นั้น ต้องป้อนคำาสั่ง
          เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำางานตามที่เราต้องการ ส่วนคำา
สั่งมีลักษณะอย่างไร เราไป
          ศึกษาในใบความรู้กันต่อ
       3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
       4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้
และทำาแบบฝึกหัด

สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้
      1. ใบความรู้ เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
      2. แบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
      3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัด ผลประเมิน ผล
   1. วิธีการวัด
        - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม
        - ตรวจแบบฝึกหัด
   2. เครื่องการวัดผลประเมินผล
        - แบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
        - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
   3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
        ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป




กิจ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………
บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
…………………………………

                            ลงชื่อ
                 …………………………….

(……………….. ……….)
                                       ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ
สถานศึกษา………….
                                      ………../……………../
……….

บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้
  ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
  ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
……………………………………….
………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….

           ลงชือ
               ่
……………………………….…ผู้สอน
                 (………………..
……….)

ตำาแหน่ง………………………………………………
                 ………../…………./
………….
                           ใบความรู้ เรื่อ ง
                          ภาษาคอมพิว เตอร์

ภาษาเป็นสื่อที่ใช้ในการติต่อสื่อสารระหว่างกันของสิ่งมีชีวิต
ซึ่งมีหลายรูปแบบแตกต่างกันไป มนุษย์เราสามารถใช้สื่อได้
หลายรูปแบบ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษามือเป็นต้น
มนุ ษ ย์ มี ภ าษาพู ด และภาษาเขี ย นมาหลายพั น ปี แ ล้ ว แต่ ล ะ
ชนชาติจะมีภาษาพูดและเขียนเป็นของตนเอง อาจจะคล้ายกัน
หรื อ แตกต่ า งกั น เช่ น ภาษาจี น ภาษาอั ง กฤษ ภาษา
ฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาไทย และอื่น ๆ อีกมาก โดยมีจุด
ประสงค์ เ ดี ย วกั น คื อ เป็ น สื่ อ เพื่ อ ติ ด ต่ อ ระหว่ า งกั น ได้ โ ดยง่ า ย
ในบางครั้งการสื่อสารต่างชนชาติอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ถ้าเรา
                                                   ?
ไม่ทราบความหมายของการสื่อสารนั้น เราจำา เป็ นต้องมีล่าม
เ ป็ น ผู้ ถ่ า ย ท อ ด ค ว า ม ห ม า ย อี ก ค รั้ ง ห นึ่ ง เ พื่ อ ใ ห้ เ ข้ า ใ จ




     คอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทำาไมทำางานได้ คอมพิวเตอร์
เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อช่วยในการ
ทำางานตั้งแต่งานที่ง่ายจนถึงระบบที่มีความสลับซับซ้อนมาก
คอมพิวเตอร์จะทำางานาตามคำาสั่งที่มนุษย์กำาหนดไว้ให้ทำาทุก
ขันตอน จึงมีการกำาหนดภาษาขึ้นมาใหม่เพื่อให้คอมพิวเตอร์
  ้
เข้าใจคำาสั่งมนุษย์ เรียกภาษานี้ว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ
ภาษาประดิษฐ์ เป็นภาษาติดต่อสื่อสารกันระหว่างมนุษย์และ
คอมพิวเตอร์ ในบางกรณีอาจมีการออกแบบที่สลับซับซ้อน
ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบและตัดสินใจเองโดย
อัตโนมัติ




                             แบบฝึก หัด
                     เรื่อ ง ภาษาคอมพิวเตอร์
ชื่                                   อ                                     -
สกุ ล .......................................................................
..............เลขที่..............ชั้น..................
คำา สั่ง     ให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและ
สมบูรณ์ที่สุด

1. มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างไร
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
2. คอมพิวเตอร์ทำางานอย่างไร
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
3. ภาษาคอมพิวเตอร์คืออะไร
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
………………………………………………………………………
……………………………………..
แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น

เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1    ควร
ปรับปรุง ให้ 0
เกณฑ์ก ารประเมิน   การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง
ได้ 1 ขึนไป
         ้
เลข ชื่อ – สกุล             คะแนน         สรุป
 ที่
                        2 2    2    รวม   ผ่า     ไม่
                                          น      ผ่าน




เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม
     ความกระตือรือร้น
     การแสดงความคิดเห็น
คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ข้อเสนอแนะเพิ่ม
เติม…………………………………………………………
………………
………………………………………………………………
………………………………
………………………………………………………………
………………………………
( ลงชื่อ ) ………………………………………….
            … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
                     ( ………………………………………… )
                  ………. / …………… / ……….
                       แผนการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
       ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3
          ้
หน่ว ยที่ 4 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
       เวลาเรียน 6 ชั่วโมง
แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ระดับภาษาคอมพิวเตอร์
       เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.
……………                          ภาคเรียนที่ ….
มาตรฐานการเรีย นรู้
       มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม

สาระสำา คัญ
   ระดับภาษาคอมพิวเตอร์

ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง
   นักเรียนบอกระดับภาษคอมพิวเตอร์ได้
   นักเรียนบอกลักษณะของระดับภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละ
   ระดับได้

สาระการเรีย นรู้
     ระดับของภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาเครื่อง และภาษา
ระดับตำ่าหรือภาษาแอสแซมบลี

แผนคอมฯ ม.3 ใหม่

  • 1.
    แผนการสอน วิชา เทคโนโลยีส ารสนเทศ ม .๓ นายสุร พงษ์ จ๋า ก๋า ง ตำา แหน่ง ครู คศ .๒ กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ก ารงานอาชีพ และเทคโนโลยี ภาคเรีย นที่ ๑ /๒๕๕๕ โรงเรีย นวชิร ป่า ซาง อ .ป่า ซาง จ .ลำา พูน สัง กัด สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษามัธ ยมศึก ษา เขต ๓๕
  • 2.
    สารบัญ หน้า กำา หนดการสอน
  • 3.
    หน่ว ยที่ 1เรื่อ ง หลัก การทำา งานของระบบ คอมพิว เตอร์ จำา นวน 8 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความสำาคัญของ เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีของไทย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง องค์ประกอบด้านสื่อสาร ข้อมูลและสารสนเทศ หน่ว ยที่ 2 เรื่อ ง การสร้า งงานอย่า งมีร ะบบ จำา นวน 6 ชัว โมง ่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ระบบงานสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ขั้นตอนและหลักการ สร้างระบบงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ตัวอย่างการสร้างระบบ งาน หน่ว ยที่ 3 เรื่อ ง หลัก การพัฒ นาโครงงานที่ใ ช้ เทคโนโลยี จำา นวน 8 ชั่ง โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ลักษณะของสารสนเทศ ทีดี ่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและ กระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ลักษณะงานของ บุคลากรคอมพิวเตอร์ หน่ว ยที่ 4 เรื่อ ง ภาษาคอมพิว เตอร์ จำา นวน 6 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การสร้างชิ้นงานจาก ภาษาคอมพิวเตอร์
  • 4.
    หน่ว ยที่ 5เรื่อ ง การสร้า งงานด้ว ยภาษาคอมพิว เตอร์ จำา นวน 2 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ภาษาโลโกและการ สร้างชิ้นงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การติดตั้งโปรแกรม ภาษาโลโกสำาหรับวินโดว์ หน่ว ยที่ 6 เรื่อ ง การสร้า งชิ้น งานด้ว ยภาษาโลโก จำา นวน 5 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เริ่มต้นใช้โปรแกรม ภาษาโลโก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเข้าสู่โปรแกรม ภาษาโลโก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเปลี่ยนขนาดเส้น ปากกา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเลือกขนาดตัว หนังสือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเลือกสีต่าง ๆ หน่ว ยที่ 7 เรื่อ ง การเขีย นโปรแกรมภาษาโลโก จำา นวน 5 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การใช้หน้าต่าง Editor แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การพิมพ์คำาสั่งและคำา สั่งซำ้า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเขียนกระบวนงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสร้างภาพแบบต่าง ๆ
  • 5.
    กำา หนดการสอน กลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ ้ 3 เวลา 40 ชัวโมง ่ ชื่อหน่วย สาระการเรียนรู้ เวลา(ชั่ว โมง) หน่ว ยที่ 1 เรื่อ ง ความสำาคัญของเทคโนโลยี 2 สารสนเทศ หลักการทำางาน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 2 ของระบบ ของไทย คอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของระบบ 2 คอมพิวเตอร์ องค์ประกอบด้านสื่อสารข้อมูล 2 และสารสนเทศ หน่ว ยที่ 2 เรื่อ ง ระบบงานสารสนเทศ 2 การสร้างงาน ขันตอนและหลักการสร้าง ้ 2 อย่างมีระบบ ระบบงาน ตัวอย่างการสร้างระบบงาน 2
  • 6.
    หน่ว ยที่ 3เรื่อ ง หลักการพัฒนา ลักษณะของสารสนเทศที่ดี 2 โครงงาน ที่ใช้เทคโนโลยี ระบบการปฏิบัติและ 2 กระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารข้อมูล 2 ลักษณะของบุคลากร 2 คอมพิวเตอร์ หน่ว ยที่ 4 เรื่อ ง ภาษาคอมพิวเตอร์ 2 ภาษา ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ 2 คอมพิวเตอร์ การสร้างชิ้นงานจากภาษา 2 คอมพิวเตอร์ หน่ว ยที่ 5 เรื่อ ง ภาษาโลโกและการสร้างชิ้น 1 งาน การสร้างชิ้นงาน การติดตั้งโปรแกรมภาษาโล 1 ด้วย โกสำาหรับ ภาษา วินโดว์ คอมพิวเตอร์ กำา หนดการสอน กลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ ้ 3 เวลา 40 ชัวโมง ่ ชื่อหน่วย สาระการเรียนรู้ เวลา(ชั่ว โมง) หน่ว ยที่ 6 เรื่อ ง เริ่มต้นใช้โปรแกรมภาษาโล 1
  • 7.
    โก การสร้างชิ้นงาน การเข้าสู่โปรแกรมภาษาโลโก 1 ด้วยภาษา โลโก การเปลี่ยนขนาดเส้นปากกา 1 การเลือกขนาดตัวหนังสือ 1 การเลือกสีต่าง ๆ 1 หน่ว ยที่ 7 เรื่อ ง การใช้หน้าต่าง Editor 1 การเขียน การพิมพ์คำาสั่งและคำาสั่งซำ้า 1 โปรแกรมภาษา โลโก การเขียนกระบวนงาน 2 การสร้างภาพแบบต่าง ๆ 1 รวม 40 แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 8 ชั่วโมง แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี สารสนเทศ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
  • 8.
    สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับหลักการ ทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกที่มาของคำาว่าเทคโนโลยีและการสื่อสารได้ นักเรียนบอกส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์กับระบบ สื่อสารได้ สาระการเรีย นรู้ ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการ สื่อสาร กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างเกี่ยวกับงานที่ประกอบด้วย เทคโนโลยี เช่น งานด้านธุรกิจ เทคโนโลยีการแพทย์ เทคโนโลยีการ ผลิตสินค้า เป็นต้น 2. ครูแนะนำานักเรียนว่า ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีที่มีความ สำาคัญกับการดำาเนินชีวิต ประจำาวันของมนุษย์เราอีกอย่างคือ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสื่อสาร ซึงนับวันจะกลายเป็นความจำาเป็นในชีวิต ่ เราแล้ว
  • 9.
    3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี สารสนเทศ 4. ครูแจกใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี สารสนเทศ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - ใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี สารสนเทศ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 10.
    กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึกข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
  • 11.
    ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรื่อ ง ความสำา คัญ ของเทคโนโลยีส ารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่าง ่ รวดเร็ว ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์และ ระบบสื่อสารโทรคมนาคมมีมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน การสื่อสารรวมถึงโทรศัพท์ไร้สาร ทำาให้ชีวิตความเป็นอยู่และ กิจวัจตประจำาวันของเราเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายและประสบความสำาเร็จในงาน ด้านต่าง ๆ เช่น งานธุรกิจ เทคโนโลยีทางการแพทย์
  • 12.
    เทคโนโลยีทางการผลิตสินค้า เทคโนโลยีด้านอวกาศ เป็นต้น เนื่องจากการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับการพัฒนา ระบบการสื่อสารจึงเป็นที่มีของคำาว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร” Information and Communication Technology หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ICT นั้นเอง ICT คือเทคโนโลยีที่ใช้จัดการกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เพื่อให้ ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นสามารถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ และ สามารถส่งไปยังที่ต่าง ๆ ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วทันใจ อีกทั้งผู้ต้องการใช้สารสนเทศยังสามารถสืบค้นหาข้อมูลและ ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วด้วย สารสนเทศที่ประกอบด้วยสองฝ่ายคือ ฝ่ายส่งข้อมูลและ ฝ่ายรับข้อมูล แต่ละฝ่ายประกอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์กับ ระบบสื่อสาร และระบบสื่อสารของทั้งสองฝ่ายเชื่อมต่อถึงกัน ด้วย “ช่องทางการสื่อสาร” ซึงอาจเป็นสารโทรศัพท์ ใยแก้ว ่ นำาแสง หรือคลื่นวิทยุก็ได้ ในทางปฏิบัติ ระบบสารสนเทศอาจ มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยฝ่ายส่งข้อมูลและฝ่ายรับข้อมูลอย่าง ละหลายพันรายก็ได้ ในกรณีของระบบใหญ่ซึ่งมีผู้ส่งและผู้รับ จำานวนมากราย ต้องมีวิธีการหาเส้นทางระหว่างผู้ส่งและผู้รับ เพื่อให้ข้อมูลไปถึงผู้รับรายที่ต้องการ ข้อสังเกตประการหนึ่งที่ สำาคัญคือ ผู้ใช้แต่ละรายมักเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล
  • 13.
    ใบงาน เรื่อ ง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. ให้นักเรียนอธิบายวิธีการจากภาพต่อไปนี้ กรณีที่เป็นผู้ส่งและ รับข้อมูลเป็นคนเดียวกันพร้อมยกต่ออย่างให้เข้าใจได้ชัดเจน ยิงขึ้น ่ ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… ……………………………………..
  • 14.
    ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้
  • 15.
    เลข ชื่อ –สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ……….
  • 16.
    แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 8 ชั่วโมง แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ของไทย เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ ประเทศไทย ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนสามารถบอกความก้าวหน้าของการพัฒนา เทคโนโลยีของไทยได้ สาระการเรีย นรู้ การพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทย กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนรู้จัก เนคเทค หรือไม่ 2. ครูอธิบายหน่วยงานที่ชื่อ เนคเทค ซึ่ง เนคเทค คือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จัดตั้งเป็นสำานักงานบริการ เทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ
  • 17.
    (สบทร.) 3. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ความ ก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยี ของไทย 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของ ไทย - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 18.
    กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึกข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
  • 19.
    ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรื่อ ง ความก้า วหน้า เทคโนโลยีข องไทย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่ง ชาติ (เนคเทค) จัดตั้งสำานักงานบริการเทคโนโลยี สารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) (Government Information Technology Services : GITS) ขึน เพื่อให้บริการเครือข่าย ้ สารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network: GNet) ให้บริการด้านการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย ความเร็วสูง รวมถึงการสนับสนุนการทำางานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงาน อิสระ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารงานภายในและ การให้บริการแก่ประชาชน โดยประชาชนสามารถเข้าถึง แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันมี
  • 20.
    หลายหน่วยงานของราชการจัดทำารายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ให้บริการผ่านเว็บไซต์ได้ เช่นการให้บริการของสำานัก บริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ โดยมีผู้ให้บริการ Universal Resource Locator หรือ URL คือ http://www.gits.net.th หรือการให้บริการของกระทรวง ศึกษาธิการที่ http ://www.moe.go.th นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่สามารถให้บริการเช่น เดียวกัน ในขณะเดียวกันภาคเอกชนต่าง ๆ หรือองค์กรอิสระที่ เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่างก็ให้ความสำาคัญใน การนำาเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้งาน และเมื่อเดือน ตุลาคม 2545 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงใหม่ที่ดูแลและรับผิด ชอบทางด้านนโยบายการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารของประเทศคือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ซึ่งทำาให้กิจการเทคโนโลยีสารสนเทศในไทย ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำาดับครับ แบบฝึก หัด เรื่อ ง ความก้า วหน้า เทคโนโลยีข องไทย ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ สมบูรณ์ที่สุด
  • 21.
    1. กระทรวงที่ รับ ผิ ด ชอบเกี่ ย วกั บ เทคโนโลยี ข องไทยคื อ กระทรวงใด ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 2. Gnet คืออะไร ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 3. GITS คืออะไร ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 4. เว็บที่ให้บริการข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการคือเว็บใด ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 5. เนคเทคคือหน่วยงานเกี่ยวกับอะไรและมีชื่อเต็มว่าอย่างไร
  • 22.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น
  • 23.
    การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 8 ชั่วโมง แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
  • 24.
    ผลการเรีย นรู้ท ี่คาดหวัง นักเรียนบอกองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้ สาระการเรีย นรู้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุลากรคอมพิวเตอร์ ข้อมูล กระบวนงาน กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนโดยให้นักเรียน บอกว่า วาดภาพแสดง การสื่อสารข้อมูลระว่างผู้ส่งและผู้รับ 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์ 3. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์ 4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบงาน เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์กับระบบการสื่อสาร 2. ใบความรู้เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 3. แบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์
  • 25.
    - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา………….
  • 26.
    ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลังกระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรือ ง องค์ป ระกอบของระบบคอมพิว เตอร์ ่
  • 27.
    ข้อมูล โปรแกรม ซอฟต์แวร์ หน่วย ประมวล อุปกรณ์นำา อุปกรณ์ส่ง เข้า ผลกลาง ออก คู่มอการจัด ื เก็บข้อมูล กระบวน บุคลากร องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ งาน คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ คือ ระบบที่ทำาหน้าที่ประมวลผลข้อมูล ข้ อ มู ล คื อ ข้ อ เท็ จ จิ ร งที่ ส ามารถนำา ไปใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ การ ประมวลผลข้อมูล หมายถึง การที่คอมพิวเตอร์ทำาการใด ๆ กับ ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้ ใช้มากขึ้น เช่น จากแฟ้มทะเบียนประวัตินักเรียนทั้งห้องซึ่งมี อยู่ 35 คน ถ้ า ต้ อ งการทราบว่ า นั ก เรี ย นกี่ ค นที่ เ ป็ น นั ก เรี ย น ชายและเป็ น นั ก เรี ย นหญิ ง คอมพิ ว เตอร์ ส ามารถทำา การ ประมวลผลโดยใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เฉพาะเพื่อทำางาน แล้วให้คำาตอบตามที่ต้องการได้ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำาคัญดังต่อไปนี้ 1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) 2. ซอฟต์แวร์ (Software) 3. บุคลากรคอมพิวเตอร์ (People) 4. ข้อมูล (Data)
  • 28.
    5. กระบวนงาน (Procedure) 1.ฮาร์ด แ วร์ คือส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ส่วนต่าง ๆ ที่ มี ตั ว ตน สามารถมองเห็ น ได้ จั บ ต้ อ งได้ เช่ น ซี พี ยู จอภาพ เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งส่วนเหล่านี้แตะละส่วน จะทำาหน้าที่แตกต่างกันออกไปดังนี้คือ 1.1 หน่วยรับข้อมูลเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ 1.2 หน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) 1.3 หน่วยแสดงผลข้อมูล หรือหน่วยส่งออก 2. ซอฟต์แ วร์ คือ ชุดคำาสั่ง (โปรแกรม) ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ ทำางาน จัดเป็นส่วนที่เป็นนามธรรม คือ ไม่มีตัวตน ไม่สามารถ ม อ ง เ ห็ น ไ ด้ แ ต่ เ ป็ น ส่ ว น ที่ จำา เ ป็ น ถ้ า ไ ม่ มี ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ คอมพิ ว เตอร์ ก็ ไ ม่ ส ามารถทำา งานได้ ซอฟต์ แ วร์ ถื อ ว่ า เป็ น ทรั พ ย์ สิ น ทางปั ญ ญาอย่ า งหนึ่ ง และอยู่ ภ ายใต้ ก ารคุ้ ม ครอง ของกฎหมายลิขสิทธิ์ หมายถึง ผู้ใช้งานที่ถูกต้องจะต้องได้รับ การอนุญาตจากเจ้ า ของซอฟต์แ วร์ นั้น อาจจะได้รั บอนุญ าต หรือ ซื้อมา ซอฟต์แวร์นั้นเราแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
  • 29.
    2.1 ซอฟต์ แวร์ ร ะบบ เป็ น โปรแกรมที่ ทำำ หน้ ำ ที่ ค วบคุ ม กำรทำำ งำนในส่ วนต่ ำ ง ๆ ของเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ทำำ หน้ ำ ที่ ประสำนงำนระหว่ำงฮำร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์อื่น 2.2 ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ เป็นโปรแกรมที่ทำำหน้ำที่ ช่วยในกำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ในหน้ำที่เฉพำะด้ำน บำงอย่ำง เช่น กำรตรวจหำและกำำ จัดไวรัสคอมพิวเตอร์ กำร เรียงลำำดับข้อมูลเป็นต้น 2.3 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ได้แก่โปรแกรมที่ใช้ทำำงำนตำม คำำ สั่ ง หรื อ ตำมควำมต้ อ งกำรของผู้ ใ ช้ ค อมพิ ว เตอร์ ได้ แ ก่ โปรแกรมประมวลผลคำำ เช่ น Word หรือ โปรแกรมคำำ นวณ เช่น Excel เป็นต้น 3. บุค ลำกรคอมพิว เตอร์ ซึ่งถือว่ำเป็นส่วนสำำคัญส่วนหนึ่ง ของระบบคอมพิวเตอร์ เพรำะแต่เดิมนั้น คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ ใช้ยำก บุคลำกรที่จะทำำหน้ำที่เป็นผู้ใช้งำนคอมพิวเตอร์จะต้อง มีควำมรู้ในระดับผู้ชำำนำญกำรทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ กำรใช้ งำนคอมพิวเตอร์มีหลำยระดับ ในระดับพื้นฐำนนั้นกำรใช้งำน จะง่ำยมำก เพรำะทั้งฮำร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สมัยใหม่ได้รับ กำรออกแบบให้ง่ำยต่อกำรใช้งำน เรียกว่ำ เป็นมิตรต่อผู้ใช้ ผู้ ใช้งำนในระดับนี้ เมื่อได้รับกำรฝึกหัดเพียงเล็กน้อยก็สำมำรถ
  • 30.
    เริ่ ม ใช้ง ำนได้ ทั น ที อย่ ำ งไรก็ ต ำม ระบบคอมพิ ว เตอร์ ใ น ปัจจุบันมักมีกำรต่อเชื่อมกับเครือข่ำย ซึ่งส่วนนี้ยังมีควำมยุ่ง ยำกพอสมควร นอกจำกนี้ยังมีปัญหำเรื่อง ไวรัสคอมพิวเตอร์ ซึงเป็นโปรแกรมชนิดหนึ่งที่สำมำรถทำำให้เกิดควำมผิดปกติใน ่ กำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ จึงจำำเป็นที่ต้องใช้บุคลำกร คอมพิวเตอร์ที่มีควำมเชี่ยวชำญมำดูแลระบบคอมพิวเตอร์ โดย เฉพำะอย่ำงยิ่งในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์จำำนวนมำก ๆ บุลำกร คอมพิวเตอร์ที่สำำคัญได้แก่ 3.1 ผู้ดูแลระบบ (System Administrator) 3.2 นักวิเครำะห์ระบบ (System Analyst) 3.3 นักเขียนโปรแกรม (Programmer) 3.4 วิศวกรระบบ (System Engineer) 3.5 วิศวกรเครือข่ำย (Network Engineer) 3.6 ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับสูง (Super User) 3.7 ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป (User) 4. ข้อ มูล คือทรัพยำกรอันมีค่ำขององค์กร ต้องมีกำรจัดเก็บ อย่ำงมีประสิทธิภำพและปลอดภัย และต้องมีวิธีกำรให้เรียนก ใช้ได้อย่ำงทันกำรตำมวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำรจัดข้อมูลอย่ำง มี ร ะ บ บ ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม จั ด ก ำ ร ฐ ำ น ข้ อ มู ล (Database Management Program) ดั ง นั้ น ใ น ก ำ ร จั ด เ ก็ บ ข้ อ มู ล จำำเป็นต้องศึกษำระบบงำนขององค์กรเป็นอย่ำงดี เพื่อทำำ กำร วิเครำะห์และออกแบบระบบฐำนข้อมูล เพื่อให้เรียกใช้งำนได้ ง่ำยยิงขึ้น ่ 5. ก ร ะ บ ว น ง ำ น คือระเบียบวิธีกำรปฏิบัติงำน กรณีที่มีผู้ใช้ ระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกันหลำยคน กำรมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยว กับวิธีปฏิบัติงำน จะทำำให้เกิดกำรประสำรงำนที่ดีขึ้น เช่น กำร ตั้ ง ชื่ อ แ ฟ้ ม ข้ อ มู ล แ ละในห น่ ว ย ง ำนที่ มี ก ำรบ ริ ห ำรง ำน คอมพิวเตอร์และสำรสนเทศอย่ำงเป็นระบบ จะมีกำรจัดทำำคู่มือ
  • 31.
    ต่ ำ งๆ เกี่ ย วกั บ ระบบวิ ธี ก ำรปฏิ บั ติ ง ำน รวมทั้ ง มี ก ำรวบรวม หนังสือคู่มือเครื่อง คู่มือซอฟต์แวร์ คู่มือกำรใช้เครือข่ำย ฯลฯ ให้พร้อมใช้งำนได้ตลอดเวลำ แบบฝึก หัด เรือ ง องค์ป ระกอบของระบบคอมพิว เตอร์ ่ ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น..................
  • 32.
    คำำ ชี้แ จ้งให้ นั ก เรี ย นตอบคำำ ถำมต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ สมบูรณ์ที่สุด 1. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์มีทั้งหมดกี่อย่ำงอะไร บ้ำง ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 2. ฮำร์ดแวร์แบ่งออกเป็น 3 หน่วยอะไรบ้ำง ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 3. ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 4. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ระดับ อะไรบ้ำง ............................................................................. ...................................................................
  • 33.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 5. จงบอกวิธีกำรซื้อ สิน ค้ ำ จำกห้ ำ งสรรพสิ น ค้ ำ อย่ ำ งเป็ น ขึ้ น ตอนตั้งแต่เริ่มต้น ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น เกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ำรประเมิน กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่ำ ไม่ น ผ่ำน
  • 34.
    เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม ควำมกระตือรือร้น กำรแสดงควำมคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้ กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักกำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ เวลำเรียน 8 ชั่วโมง แผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 4 เรื่อง องค์ประกอบด้ำนสื่อสำรข้อมูลและ สำรสนเทศ เวลำเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภำคเรียนที่ …. มำตรฐำนกำรเรีย นรู้ มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำร เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำร สื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม
  • 35.
    สำระสำำ คัญ องค์ประกอบด้ำนข้อมูลและสำรสนเทศ ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง นักเรียนบอกองค์ประกอบด้ำนข้อมูลและสำรสนเทศได้ สำระกำรเรีย นรู้ ข้อมูล (Data) สำรสนเทศ (Information) กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ 1. ครูถำมนักเรียนถึงข้อแตกต่ำงระหว่ำงข้อมูลและ สำรสนเทศ 2. ครูอธิบำย องค์ประกอบข้อมูลและสำรสนเทศ (Data and Information) กำรทำำงำน ต่ำง ๆ จะต้องมีขอมูลเกิดขึ้นตลอดเวลำ ข้อมูลที่ ้ เกี่ยวข้องกับงำนจะถูกเก็บรวบรวม และประเมินผลเพื่อให้สำรสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ ใช้ ข้อมูล (Data) หมำยถึง ข้อมูลที่ได้จำกกำรสำำรวจจริง แต่ สำรสนเทศ (Information) หมำยถึง สิ่งที่ได้จำก กำรนำำข้อมูลไปผ่ำนกระบวนกำรหนึ่งเสียก่อน ซึง ่ สำรสนเทศเป็นสิ่งที่ผู้มีหน้ำที่ บริหำรนำำไปใช้เพื่อช่วยในกำรตัดสินใจ 3. ครูแจกนักเรียนทำำแบบทดสอบ สื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้ 1. แบบทดสอบ 2. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ กำรวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีกำรวัด - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม - ตรวจแบบทดสอบ
  • 36.
    2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล - แบบบทดสอบ - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ …………………………….
  • 37.
    (……………….. ……….) ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำร สถำนศึกษำ…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหำ / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำำแหน่ง………………………………………………
  • 38.
    ………../…………./ …………. แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น เกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ำรประเมิน กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่ำ ไม่ น ผ่ำน เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม ควำมกระตือรือร้น กำรแสดงควำมคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ………………………………
  • 39.
    ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แบบทดสอบ ชื่ อ -สกุ ล ………………………………………………..เลข ที่…..ชันมัธยมศึกษำปีที่………. ้ คำำ ชี้แ จง ให้นักเรียนทำำเครื่องหมำย X ทับข้อที่ถูก ที่สุด 1. ข้อใดคือตัวอักษรย่อของคำำว่ำ เทคโนโลยีและกำรสื่อสำร ก. IT ข. ICT ค. ITT ง. GITS 2. www.moe.go.th คือเว็บไซต์ของหน่วยงำนใด ก. กระทรวงเทคโนโลยีและกำรสื่อสำร ข. กระทรวงสำธำรณะสุข ค. กระทรวงมหำดไทย ง. กระทรวงศึกษำธิกำร 3. ข้อใดคืออุปกรณ์ในหน่วยประมวลผลกลำง ก. HARD DISK ข. RAM ค. CPU ง. MOUSE 4. ข้อใดคือหน่วยรับข้อมูลเข้ำ ก. HARD DISK ข. RAM ค. CPU ง. MOUSE 5. สำรสนเทศหมำยถึงข้อมูล
  • 40.
    ก. จำำนวนนักเรียนชำยและหญิงชั้น ม.1 ข. ชื่อนักเรียนชั้น ม.1 ค. ชื่อต้นไม้ทั่วประเทศ ง. ข้อมูลที่รวบรวมมำได้ เฉลย 1.ข 2.ง 3.ค 4.ง 5.ก
  • 41.
    แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้ กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 2 เรื่อง กำรสร้ำงงำนอย่ำงมีระบบ เวลำเรียน 6 ชั่วโมง แผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ เวลำเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภำคเรียนที่ …. มำตรฐำนกำรเรีย นรู้ มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำร เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำร สื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สำระสำำ คัญ ควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศ ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง นักเรียนบอกควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศได้ นักเรียนอธิบำยระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วย คอมพิวเตอร์ได้ สำระกำรเรีย นรู้ ควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศ ระบบงำน สำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์ กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ 1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่ำงเกี่ยวกับส่วนต่ำง ๆ ใน ร่ำงกำยเรำว่ำมีส่วนใดที่ทำำงำน เป็นระบบสำรสนเทศของร่ำงกำย
  • 42.
    2. ครูอธิบำยให้นักเรียนฟังว่ำ สมองของเรำทำำหน้ำที่ แปรควำมหมำยข้อมูลที่รับเข้ำมำ มำกมำยจำกสัมผัสทั้งห้ำ ทำำให้รับรับรู้ว่ำสิ่งนั้นคือ อะไร เช่น ถนน ทุ่งนำ ท้องฟ้ำ ต้นไม้ คน บ้ำน รถ ฯลฯ กำรทำำงำนของสมองใน ลักษณะนี้ถือได้ว่ำเป็นระบบงำน สำรสนเทศ ซึงซับซ้อนที่สุดยิ่งกว่ำระบบงำน ่ สำรสนเทศที่ทำำด้วยคอมพิวเตอร์อีก 3. ครูแจกใบควำมรู้เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษำใบควำมรู้ และทำำแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้ 1. ใบควำมรู้เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ กำรวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีกำรวัด - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 43.
    กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึกข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำร สถำนศึกษำ…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหำ / อุปสรรค
  • 44.
    ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ/ แนวทำงแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำำแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบควำมรู้ เรื่อ ง ระบบงำนสำรสนเทศ กำรทำำงำนใด ๆ ให้ลุล่วงตำมวัตถุประสงค์และภำรกิจที่ ได้รับมอบหมำย จะต้องมีกำรวำงแผนและออกแบบระบบกำร ทำำงำนได้ดีที่สุด เพื่อลดปัญหำควำมผิดพลำดและควำมล่ำช้ำ ของกำรปฏิบัติงำน ระบบกำรทำำงำนโดยทั่วไปหมำยถึง กระบวนกำรทำำงำนที่ประกอบด้วย คน ข้อมูล และเครื่องจักร ที่จำำเป็นในกำรทำำงำนนั้น ระหว่ำงองค์ประกอบทั้ง 3 ประกำร นี้จะต้องมี กำรสื่อสำรข้อมูลระหว่ำงกัน เพื่อให้กำรทำำงำน สอดคล้องประสำนกันไปในทิศทำงที่ต้องกำร กำรสื่อสำรระหว่ำงคนโดยทั่วไปก็คือกำรพูด กำรสั่งงำน และรำยงำนก็ทำำด้วยคำำพูดหรือด้วยเอกสำร ส่วนกำรสื่อสำร
  • 45.
    ระหว่ำงคนกับเครื่องจักร ขึนอยู่กับเครื่องจักรนั้นคืออะไร ้ ตัวอย่ำงเช่น เรำสื่อสำรกับรถยนต์ด้วยพวงมำลัยเพื่อสั่งให้ เลี้ยวเป็นต้น ข้อมูลที่เรำใช้ในกำรตัดสินใจสั่งก็คือถนน หนทำงหรือสิ่งที่เรำมองเห็น รวมทั้งควำมต้องกำรของเรำ สมองของเรำ ทำำหน้ำที่แปรควำมหมำยข้อมูลมำกมำย ที่ เ ห็ น เช่ น ถนน ทุ่ง นำ ท้ องฟ้ ำ ต้ น ไม้ คน บ้ำน รถ ฯลฯ ที่ปรำกฏตำมเส้นทำง ให้เป็นสำรสนเทศ คือส้นทำงที่เรำไปได้ และต้ อ งกำรจะไป สำรสนเทศเรื่ อ งนี้ จำำ เป็ น ต้ อ งใช้ เ พื่ อ กำรตั ด สิ น ใจในกำร บังคับรถยนต์ให้ไปสู่จุดหมำยที่ต้องกำร กำรทำำงำนของสมองในลักษณะนี้ถือได้ ว่ ำ เป็ น ระบบสำรสนเทศที่ ซั บ ซ้ อ นที่ สุ ด ยิ่ ง กว่ ำ ระบบงำนสำรสนเทศที่ ทำำ ด้ ว ย ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ใ ด ๆ กำรตัดสินใจสั่งงำนหรือดำำเนินกำรใด ๆ จะต้องใช้คน กลั่นกรองและประมวลผลข้อมูลออกเป็นสำรสนเทศ เพื่อช่วย ในกำรตัดสินใจให้ดีที่สุด ระบบงำนที่ทำำหน้ำที่กลั่นกรองและ ประมวลผลข้อมูลดิบ เพื่อทำำให้เป็นสำรสนเทศขึ้นมำ ไม่ว่ำจะ เป็นคนหรือเครื่องจักรก็คือระบบงำนสำรสนเทศ กรณีที่เรำใช้คอมพิวเตอร์ทำำงำน เรำสื่อสำรกับ คอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลดิจิตอลและคำำสั่งหรือชุดคำำสั่งที่เรียก ว่ำ โปรแกรม ถ้ำระบบงำนใหญ่มำก อำจจำำเป็นต้องใช้ โปรแกรมหลำยโปรแกรมรวมกันเป็นโปรแกรมชุดใหญ่ที่เรียก
  • 46.
    กันว่ำ ซอฟต์แวร์ โปรแกรมอำจจะถูกป้อนเข้ำทำงแป้นพิมพ์ หรืออ่ำนจำกแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดีข้อมูลที่ป้อนให้ คอมพิวเตอร์ก็อยู่ในรูปเดียวกับคำำสั่ง โปรแกรมจะเป็นตัว ประมวลผลข้อมูลตำมกรรมวิธีที่เรำคิดขึ้นตำมจุดประสงค์ของ งำน เพื่อกลั่นกรองข้อมูลออกเป็นสำรสนเทศให้เรำใช้ช่วยใน กำรตัดสินใจทำำอะไรบำงอย่ำงที่เหมำะสม ดังนั้นจึงกล่ำวได้ว่ำ ระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์ ( Information Systems) จะประกอบด้วย องค์ประกอบดัง ต่อไปนี้ 1.เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ำยสื่อสำรข้อมูล 2.ข้อมูลและสำรสนเทศ 3.โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ 4.บุคลำกรด้ำนคอมพิวเตอร์ ใบงำน เรื่อ ง ระบบงำนสำรสนเทศ ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำำ สั่ง ให้นักเรียนตอบคำำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ระบบงำนสำรสนเทศหมำยถึงอะไร
  • 47.
    ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… 2. ส่วนใดของมนุษย์ที่ทำำหน้ำที่เป็นระบบสำรสนเทศที่ซับ ซ้อนที่สุด ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… 3. เรำสำมำรถติดต่อสื่อสำรกับคอมพิวเตอร์ได้อย่ำงไร ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… 4.องค์ประกอบของระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วย คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้ำง ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ………………………………
  • 48.
    5. เพรำะเหตุใดบุคลำกรด้ำนคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนที่มีควำม สำำคัญสำำหรับระบบงำน ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น เกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ำรประเมิน กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่ำ ไม่ น ผ่ำน
  • 49.
    เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม ควำมกระตือรือร้น กำรแสดงควำมคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้ กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 2 เรื่อง กำรสร้ำงงำนอย่ำงมีระบบ เวลำเรียน 6 ชั่วโมง แผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ขันตอนและกำรสร้ำงระบบงำน ้ เวลำเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภำคเรียนที่ …. มำตรฐำนกำรเรีย นรู้ มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำร เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำร สื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม
  • 50.
    สำระสำำ คัญ กำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์และระบบงำนที่ไม่ใช้ คอมพิวเตอร์ ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง นักเรียนบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์ได้ นักเรียนบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนที่ไม่ใช้ คอมพิวเตอร์ได้ สำระกำรเรีย นรู้ ขันตอนกำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์และขั้นตอน ้ กำรระบบงำนที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ 1. ครูยกตัวอย่ำงให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับกำรระบบงำนที่ ใช้คอมพิวเตอร์และระบบงำน ที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น กำรตรวจสอบผลกำรเรียน ถ้ำเรำไม่ใช้ระบบคือ โรงเรียน จะประกำศผลกำรสอบแล้วติดประกำศที่บอร์ดเพื่อให้ นักเรียนทรำบโดยที่นักเรียน จะต้องมำตรวจสอบเอง ส่วนกำรใช้ระบบคอมพิวเตอร์ นั้น นักเรียนสำมำรถตรวจ สอบได้เองตลอดเวลำ โดยเฉพำะกำรตรวจสอบผ่ำน ระบบอินเตอร์เน็ต 2. ครูอธิบำยให้นักเรียนฟังว่ำ ต้องต้องกำรพัฒนำระบบ ทั้ง 2 แบบ มีขั้นตอนอย่ำงไร 3. ครูแจกใบควำมรู้เรื่อง ขันตอนกำรพัฒนำระบบ ้ 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ขันตอนกำรพัฒนำระบบ ้ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษำใบควำมรู้และ ทำำแบบฝึกหัด
  • 51.
    สื่อ /แหล่ง กำรเรียนรู้ 1. ใบควำมรู้เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ กำรวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีกำรวัด - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
  • 52.
    ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำร สถำนศึกษำ…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหำ / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน
  • 53.
    (……………….. ……….) ตำำแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบควำมรู้ เรื่อ ง ขั้น ตอนกำรพัฒ นำระบบ กำรนำำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในกำรแก้ปัญหำหรือเพิ่ม ประสิทธิภำพในกำรทำำงำนใด ๆ ก็ตำม จะต้องมีกำรวิเครำะห์ ปัญหำและศึกษำควำมเป็นไปได้ให้รอบคอบ ทั้งนี้เนื่องจำก คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหำได้ทุกเรื่อง นอกจำกนี้ยังจะต้องมีกำรศึกษำถึงควำมคุ้มค่ำในกำรลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นกำรลงทุนที่สูญเปล่ำ กำรวิเครำะห์หำวิธีแก้ ปัญหำต้องพอเหมำะพอดี มีกำรจัดหำระบบ เครื่องมือ และ เทคโนโลยีที่ไม่เกินควำมจำำเป็น ดังนั้น จึงต้องมีกำรจัดขั้นตอนและหลักกำรสร้ำงระบบ งำนคอมพิวเตอร์ให้เหมำะสมซึ่งโดยทั่วไปเรำอำจไม่ได้สร้ำง ระบบงำนใหม่ แต่พัฒนำระบบงำนเก่ำให้เป็นระบบงำน สำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงนิยมเรียกกันว่ำ “กำรพัฒนำระบบงำน” มำกกว่ำคำำว่ำ กำรสร้ำงงำน ซึ่งตำม หลักวิชำว่ำด้วยกำรวิเครำะห์และออกแบบระบบงำน คอมพิวเตอร์มีกำรจัดขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนดังนี้ ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำน คอมพิวเตอร์ 1. วิเครำะห์ปัญหำและระบบงำนที่จะทำำรวมถึงรำย ละเอียดข้อมูลที่ต้องใช้ 2. กำำหนดรำยละเอียดควำมต้องกำรของผู้ใช้ระบบงำน 3. ออกแบบโปรแกรม
  • 54.
    4. เขียนชุดคำำสั่ง 5. ทดสอบโปรแกรม 6. นำำไปใช้งำนจริง 7. บำำรุงรักษำ ติดตำมผล และแก้ไขปรับปรุง จะเห็นว่ำกำรพัฒนำระบบงำนนั้น จำำเป็นต้องรู้ขั้นตอนวิธี ทำำงำนของระบบงำนเดิมและกำำหนดวิธีกำรทำำงำนในระบบ งำนที่จะทำำใหม่ให้ละเอียดเสียก่อน จำกนั้นจึงเป็นกำรหำวิธี แก้ปัญหำโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสำรสนเทศ ซึงจะต้องมี ่ กำรสร้ำงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมำช่วยทำำงำน ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนที่ไม่ใช้ คอมพิวเตอร์ 1. วิเครำะห์ปัญหำและระบบงำนที่จะทำำ รวมถึงรำย ละเอียดข้อมูล 2. กำำหนดรำยละเอียดควำมต้องกำรข้องผู้ใช้ระบบงำน 3. ออกแบบขั้นตอนวิธีของกำรทำำงำน 4. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีของกำรทำำงำนให้แน่ใจว่ำถูก ต้อง 5. นำำไปใช้งำนจริง 6. บำำรุงรักษำระบบ ติดตำมผลและแก้ไขปรับปรุง
  • 55.
    แบบฝึก หัด เรื่อ ง ขั้น ตอนกำรพัฒ นำระบบงำน ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำำ ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำำ ถำมต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ สมบูรณ์ที่สุด 1. จงบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนด้วยคอมพิวเตอร์ ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 56.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 2. จงบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น
  • 57.
    เกณฑ์ก ารให้ค ะแนนดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
  • 58.
    ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 2 เรื่อง การสร้างงานอย่างมีระบบ เวลาเรียน 6 ชั่วโมง แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง ตัวอย่างการสร้างระบบงาน เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ การสร้างระบบงานด้วยคอมพิวเตอร์ ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนสามารถสร้างระบบงานด้วยคอมพิวเตอร์ได้ สาระการเรีย นรู้ ตัวอย่างการสร้างระบบงานการหาความสูงเฉลี่ยของผัก ทั้ง 5 ชนิดและการใช้ปุ๋ย 5 สูตรเพื่อหาสูตรเดี่ยวที่ให้นำ้าหนัก เฉลี่ยของผักดีที่สุด กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูตัวอย่างการสร้างระบบงานเพื่อหานำาหนักเฉลี่ยผัก 5 ชนิดจากปุ๋ย 5 สูตร 2. ครูอธิบายวิธีการสร้างระบบงานที่ละขั้นตอน
  • 59.
    3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆละ 5 คน เพื่อให้ นักเรียนทำางานกลุ่ม และแจก ในงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเพื่อสร้างระบบโดยไม่ให้ ซำ้ากัน 4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบงาน เรื่อง การสร้างระบบงาน 2. ใบความรู้เรื่อง การสร้างระบบงาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง การสร้างระบบงาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 60.
    กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึกข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………….
  • 61.
    ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรื่อ ง การสร้า งระบบงาน 1. วิเ คราะห์ป ัญ หาและระบบงานที่จ ะทำา ถึง รายละเอีย ด ข้อ มูล ที่ต ้อ งใช้ ชาวสวนผักพบปัญหาว่า ผักนำ้าหนักไม่ค่อยดี คือ เมื่อนำา มาชั่งนำ้าหนักแล้วเบามาก ซึงเขาปลูกผักทั้งหมด 5 ชนิด ซึ่ง ่ เขาเคยได้ทดลองซื้อปุ๋ยจากบริษัทต่าง ๆ มาใช้ แต่ก็ยังได้ผล ไม่เต็มที่และมีราคาแพง ดังนั้นเขาจึงศึกษางานวิจัยพบว่าเขา สามารถผลิตปุ๋ยนำ้าธรรมชาติใช้เองได้ ซึ่งมีสูตรการทำาอยู่ ทั้งหมด 5 สูตร ปัญ หา คือ ปุ๋ยสูตรใดดีที่สุด เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ผักแต่ละประเภทเจริญเติบโตไม่เท่ากัน ข้อ มูล คือ นำ้าหนักของผักทั้ง 5 ชนิดที่ชั่งใด
  • 62.
    2. กำา หนดรายละเอียดความต้อ งการของผู้ใ ช้ร ะบบ งาน ต้องการทราบว่าปุ๋ยทั้ง 5 สูตร สูตรใดให้นำ้าหนักเฉลี่ย ของผักทั้ง 5 ชนิดสูงที่สุด 3. ออกแบบขั้น ตอนวิธ ีก ารทำา งานหรือ ออกแบบ โปรแกรม ขันตอนเพื่อหาคำาตอบ ้ 1. แบ่งผักทั้ง 5 ชนิดออกเป็น 5 แปรง คือ แปรงละ 5 ชนิด 2. ให้ปุ๋ยแต่ละแปรงต่างสูตรกันในระยะเวลาเท่า ๆ กัน คือ 2 เดือน 3. เมื่อครบกำาหนด ให้นำาผักจากแต่ละแปรงมาชั่งนำ้า หนักทั้ง 5 ชนิด ๆละเท่ากัน เช่น 1 ต้นเท่ากัน 4. กลุ่มใดมีนำ้านักมากที่สุด ถือว่าปุ๋ยสูตรนั้นดีที่สุด 4. เขีย นชุด คำา สั่ง หรือ โปรแกรม การเขียนโปรแกรมผู้เขียนจะต้องมีความรู้เรื่องการเขียน โปรแกรม เพราะต้องใช้ภาษาของการเขียนโปรแกรม ซึง ่ โปรแกรมแต่ละอย่างจะใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ตัวอย่างนี้คือ การเขียนด้วยโปรแกรม BASIC programming language 10 CSL 20 PRINT “<< โปรแกรมคำานวณค่าเฉลี่ยของนำ้าหนัก ผัก >>” 30 ZUMW = 0 40 FOR N = 1 TO 5 50 INPUT “นำ้าหนักผักชนิดที่ :”;N,” = ”,W 60 ZUMW = ZUMW + W 70 NEXT N 80 AV = ZUMW / 5 90 PRINT “นำ้าหนักผักโดยเฉลี่ยของกลุ่มนี้ = ”; AV
  • 63.
    100 PRINT “จบการทำางาน” 5.ทดสอบโปรแกรมและหาจุด บกพร่อ ง << โปรแกรมคำานวณค่าเฉลี่ยของนำ้าหนักผัก>> นำ้าหนักผักชนิดที่ : 1 = 145.21 นำ้าหนักผักชนิดที่ : 2 = 144.90 นำ้าหนักที่ป้อนเข้าสู่ การประมวลผล นำ้าหนักผักชนิดที่ : 3 = 146.15 นำ้าหนักผักชนิดที่ : 4 = 143.95 นำ้าหนักผักชนิดที่ : 5 = 148.30 นำ้าหนักผักโดยเฉลี่ยของกลุ่มนี้ = 145.702 จบการทำางาน 6. นำา ไปใช้ง านจริง เมื่อทดสอบโปรแกรมจนแน่ใจว่าถูก ต้องแล้ว เราก็จะนำาโปรแกรมไปรวมทั้งระบบงานที่ได้ ออกแบบขึ้นไปใช้งานจริง 7. บำา รุง รัก ษา ติด ตามผล และแก้ไ ขปรัง ปรุง สำาหรับ ระบบงานที่ต้องนำาไปปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องเราจะต้องคอย บำารุงรักษาโปรแกรมรวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อให้ ทำางานได้ตลอดไป และอาจต้องทำาการแก้ไขปรับปรุง โปรแกรมให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
  • 64.
    ใบงาน เรื่อง การสร้างระบบกลุ่มที่………….. ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น..................
  • 65.
    ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำา ชี้แ จ้ง ให้นักเรียนสร้างระบบงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 66.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 67.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 68.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ………………
  • 69.
    ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชั่วโมง แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ลักษณะของสารสนเทศที่ดี เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ลักษณะของสารสนเทศที่ดี ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกลักษณะของสารสนเทศที่ดีได้ สาระการเรีย นรู้ คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์
  • 70.
    กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าสารสนเทศที่ดีนั้นไม่ จำาเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ เสมอไป แต่การใช้คอมพิวเตอร์เป็นการช่วยให้เรา ประหยัดเวลาและลดขั้นตอน ต่าง ๆ เพื่อให้ได้สารสนเทศนั้น ๆ 2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าแต่ลักษณะของสารสนเทศ ทีดีจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ่ 3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 2. แบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 71.
    กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึกข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………….
  • 72.
    ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา /อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรื่อ ง คุณ สมบัต ิข องสารสนเทศทีด ี ่
  • 73.
    การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์โดย อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ หรือไม่ใช้ คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือก็สามารถสร้างสารสนเทศที่ดีได้ คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีความสัมพันธ์กัน (Relevant) 2. มีความทันสมัย (Timely) 3. มีความถูกต้องแม่นยำา (Accurate) 4. มีความกระชับรัดกุม (Concise) 5. มีความสมบูรณ์ในตัวเอง (Complete) แบบฝึก หัด
  • 74.
    เรื่อ ง คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำา สั่ง ให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและ สมบูรณ์ที่สุด 1. คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์จะต้องมี คุณสมบัติอย่างไร ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. 2. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างสารสนเทศมีประโยชน์ อย่างไร ……………………………………………………………………… ……………………………………..
  • 75.
    ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน
  • 76.
    เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชัวโมง ่ แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
  • 77.
    สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกระเบียบปฏิบัติการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ ได้ นักเรียนอธิบายกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ได้ สาระการเรีย นรู้ ระเบียนปฏิบัติ คู่มือ มาตรฐาน ในการทำางานด้าน คอมพิวเตอร์ กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูบอกนักเรียนถึงความสำาคัญของการทำางานด้าน คอมพิวเตอร์เนื่องจากการ ทำางานด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีบุคลากรด้วยกันหลาย คน หลายตำาแหน่ง หลายหน้าที่ บางตำาแหน่งอาจมีพนักงานหลายคน 2. ดังนั้นการปฏิบัติจำาเป็นต้องมีระเบียนปฏิบัติมีคู่มือและ มาตราฐานในการทำางาน เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน 3. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ระเบียบ ปฏิบัติและกระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์
  • 78.
    4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่องระเบียบปฏิบัติและ กระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของ ไทย - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป กิจ กรรมเสนอแนะ
  • 79.
    ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึก ข้อเสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
  • 80.
    ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรื่อ ง ระเบีย บปฏิบ ัต ิแ ละกระบวนการทำา งานด้า น คอมพิว เตอร์ ระเบียบปฏิบัติและกระบวนงานเป็นการกำาหนดเกณฑ์ขั้น พื้นฐานให้กับบุคลากรในหน่วยงานได้ถือปฏิบัติร่วมกันเป็น มาตรฐานเดียวกันได้ ลักษณะและความสำาคัญของระเบียบ ปฏิบัติการและกระบวนงานมีดังนี้ 1. ระเบีย บปฏิบ ัต ิ เป็นเครื่องมือสำาหรับกำากับให้ผู้ที่มีพื้นฐานต่างกัน มีความ รู้ ความเข้าใจ และความสำานึกในความถูกต้องพอเหมาะ พอควรต่างกัน ให้สามารถทำางานร่วมกันได้โดยมีความขัด แย้งกันน้อยที่สุด เป็นเครื่องมือสำาหรับให้ฝ่ายบริการสามารถ ดูแลให้การใช้คอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างราบรื่นไม่เกิดความ เสียหายหรือสูญเสีย หรือถ้าเกิดก็จะเสียหายน้อยที่สุด ซึง ่ จำาแนกออกเป็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้ 1.1 ระเบียบในด้านสถานที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ เป็น ระเบียบที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติในห้องที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ ไว้ใช้งาน ในหน่วยงานที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีหอง ้ พิเศษที่ปรับอากาศและมียกพื้นพิเศษนั้น มักจะห้ามนำาเครื่อง
  • 81.
    ดืมและอาหารเข้าไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันแมลง จิ้งจกและหนูที่จะ ่ เข้าไปกินอาหาร 1.2 ระเบียบเกี่ยวกับการเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์ ก็ เป็นเรื่องจำาเป็น บางแห่งนั้นใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลที่เป็น ความลับ การปล่อยให้ใครต่อใครเดินเพ่นพ่านผ่านเข้าไปใน ห้องย่อมไม่ปลอดภัยต่อข้อมูล วิธีกันก็คือปิดประตูและใช้ ลูกบิด หรือกุญแจพิเศษสำาหรับเปิดประตูและทางที่ดีก็กำาหนด ไว้เป็นระเบียบว่าใครมีหน้าที่เข้าไปในหน้องที่ตั้งเครื่องหรือที่ เก็บข้อมูล 1.3 ระเบียบด้านการจัดหา การติดตั้ง และการสำาเนา ซอฟต์แวร์ เมื่อซื้อซอฟต์แวร์มาแล้ว ควรนำาไปตรวจสอบไวรัส คอมพิวเตอร์ ดำาเนินการสำาเนาซอฟต์แวร์นั้นเพื่อนำาแผ่นที่เป็น ชุดสำาเนาไปใช้ 1.4 ระเบียบด้านการดูแลซ่อมบำารุง เป็นเรื่องจำาเป็นต้อง มีขั้นตอนและวิธีการที่รัดกุม ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ใช้ดูกันเอง ย้าย เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ไปไว้ที่โน่นที่นี่ 1.5 ระเบียบด้านการบันทึก การใช้ การปรับปรุงข้อมูล ตลอดจนการเก็บรักษาและทำาลายแฟ้มข้อมูลก็เป็นเครื่องที่จะ ต้องจัดทำาขึ้นอย่างละเอียดครอบครอบ เพราะข้อมูลนั้นเป็น ทรัพยากรที่สำาคัญของหน่วยงาน 1.6 ระเบียบด้านการส่งเอกสารที่พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ก็ ควรจะมีไว้ เพื่อควบคุมการพิมพ์และเพื่อให้แน่ใจว่าได้จัดส่ง เอกสารนั้น ๆ ไปถึงมือผู้ใช้ได้ครบถ้วน
  • 82.
    2. คู่ม ือ คือมือมีความสำาคัญมากต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ ดัง นั้นเราควรตรวจตราว่าการจัดซื้อหาคอมพิวเตอร์และ ซอฟต์แวร์ของส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์และปุ่มต่าง ๆ มีการ อธิบายการเชื่อมต่อสายเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจมีวิธีการ แก้ปัญหาอย่างง่ายไว้ด้วย 2.1 คู่มือฮาร์ดแวร์ ส่วนมากเป็นคู่มือด้านเทคนิคที่ อธิบายหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์และปุ่มต่าง ๆ อธิบายการเชื่อมต่อสารเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจมีวิธีการ แก้ไขปัญหาอย่างง่ายไว้ด้วย 2.2 คู่มือซอฟต์แวร์ มีสองประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรก คือ Operation Manual หรือคู่มือการปฏิบัติงานสำาหรับ พนักงานคุมเครื่อง ประเภทที่สองคือ User Manual หรือคู่มือ ผู้ใช้ ซึ่งอธิบายวิธีการใช้ซอฟต์แวร์ในแบบง่าย ๆ ว่าจะเริ่มใช้ อย่างไร
  • 83.
    3. มาตรฐาน การใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐนั้น ยังมีปัญหาและอุปสรรคในด้านมาตรฐานเกือบทุกเรื่อง ปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับด้าน คอมพิวเตอร์ที่สำาคัญ ดังนี้ 3.1 มาตรฐานรหัสภาษาไทย ที่เรียกว่า สมอ. และแทน มาตรฐานแป้นพิมพ์โดยรหัส สมอ. เป็นรหัสที่กำาหนดวิธีใช้ ตัวเลข 0 กับ 1 สำาหรับแทนตัวอักษรไทยในระบบ คอมพิวเตอร์ มาตรฐานแป้นพิมพ์เป็นมาตรฐานที่กำาหนด ตำาแหน่งของตัวอักษร ตัวเลขและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตลอดจน ปุ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ บนแป้นพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อให้การใช้งานเป็นไป ในแบบเดียวกันไม่มีปัญหาในการพิมพ์ 3.2 มาตรฐานด้านรหัส คำา และชื่อต่าง ๆ จะต้องมีหน่วย งานกลางเป็นผู้กำาหนด เช่น ราชบัณฑิตยสถานต้องประกาศ ให้ใช้คำาว่า “โลกาภิวัตน์” เป็นต้น 3.3 มาตรฐานด้านวิธีการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในด้าน การวิเคราะห์ระบบงานและการออกแบบระบบงาน ควรเน้นให้ เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่เป็นงานวิทยาศาสตร์นั้น ตรวจสอบได้ง่ายว่าถูกต้องหรือผิดพลาดประการใด
  • 84.
    แบบฝึก หัด เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้าน คอมพิวเตอร์ ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ สมบูรณ์ที่สุด 1. จงบอกระเบียบการปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 85.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 3. คู่มือการใช้งานมีความสำาคัญ ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 4. รหัสมาตรฐานภาษาไทยคือรหัสใด ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 5.มาตรฐานการทำางานด้านคอมพิวเตอร์มีกี่อย่างอะไรบ้าง ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 86.
    ............................................................................. ................................................................... แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ………………………………
  • 87.
    ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชัวโมง่ แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูล ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลได้ นักเรียนอธิบายความหมายแต่ละประเภทของระบบ สื่อสารข้อมูลได้
  • 88.
    สาระการเรีย นรู้ ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูล และองค์ประกอบที่สำาคัญ ในการสื่อสารข้อมูล กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การจำาแนกประเภทของ ระบบสื่อสารข้อมูลสามารถ จำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภท 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 3. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 2. ใบความรู้เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 89.
    กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึกข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………….
  • 90.
    ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา/ อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรือ ง ระบบสือ สารข้อ มูล ่ ่ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ด้ า น ร ะ บ บ สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล (Data Communication) หมายถึงระบบสื่อสารและอุปกรณ์ที่ช่วย ให้เราสามารถส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไป ถึ ง เครื่ อ งหนึ่ ง ที่ อ ยู่ ห่ า งไกลออกไปได้ การสื่ อ สารในระบบ คอมพิวเตอร์ จำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภท คือ
  • 91.
    1. การจัดเก็บและการค้นคืนสารสนเทศ โดยใช้เทอร์มินัลส่ง และรับสารสนเทศผ่านสารโทรศัพท์ใช้กันมากในธุรกิจการ เงิน การธนาคาร และงานด้านพัสดุ 2. คอมพิ ว เตอร์ กั บ คอมพิ ว เตอร์ ใช้ ใ นกรณี ที่ ต้ อ งการฐาน ข้อมูลหรือส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีก ศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ 3. การรับและส่งผ่านสารสนเทศ โดยมีคอมพิวเตอร์ชนิดพิเศษ ทำา หน้ า ที่ เ ป็ น สวิ ต ซื รั บ และส่ ง สารสนเทศตามจุ ด หมายปลาย ทางที่กำาหนด ทำาให้สามารถบริการสารสนเทศจำานวนมากใน เวลาจำากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 92.
    4. การแบ่งเวลาเครื่อง วิธีใช้เป็นการสื่อสารข้อมูลระดับสูงมี ความซับซ้อนด้านเทคนิควิธีโดยเฉพาะระบบควบคุมศักยภาพ ของระบบนี้ได้แก่ ติดต่อสื่อสารสนเทศกับผู้ใช้ทางไกลตอบรับ ทันทีที่ผู้ใช้ปลายทางร้องขอบริการผู้ใช้หลายคนได้ในเวลา เดียวกัน อนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางใช้โปรแกรมต่างกันได้ ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล เ ป็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ส่ ง ผ่ า น แ ล ะ รั บ สารสนเทศระยะไกลในรูปแบบของสัญญาณแล้วแพร่กระจ่าย ผ่านช่ องทางการสื่อ สารต่ าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทั ศ น์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร และคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งมีองค์ประกอบที่ สำาคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. อุ ป ก ร ณ์ ก า ร แ ส ด ง ส า ร ส น เ ท ศ ไ ด้ แ ก่ จ อ ภ า พ คอมพิ ว เตอร์ เทอร์ มิ นั ล ชนิ ด ต่ า ง ๆ เครื่ อ งพิ ม พ์ และหน่ ว ย ประมวลผลกลาง ฯลฯ 2. อุ ป กรณ์ ส่ ง ผ่ า นสารสนเทศ ได้ แ ก่ อุ ป กรณ์ ป ระเภท สาย เช่น สารเคเบิล สาย Coaxial สายโทรศัพท์ สายใยแก้ว นำาแสง เป็นต้น 3. อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล ได้แก่ โมเด็ม อุปกรณ์ประเภท Line Driven และ Multiplexes เป็นต้น
  • 93.
    แบบฝึก หัด เรือ ง ระบบสือ สารข้อ มูล ่ ่ ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และ สมบูรณ์ที่สุด 1. ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 94.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 2. จงอธิ บายกรณี สื่ อ สารข้ อ มู ล ระหว่ า งคอมพิ ว เตอร์ กั บ คอมพิวเตอร์ ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 3. ระบบสื่อสารข้อมูลประเภทใดนิยมใช้กับด้านการเงิน การ ธนาคาร ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... 5. จงบอกองค์ประกอบการสื่อสารข้อมูลทั้ง 3 ประการมีอะไร บ้าง ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ...................................................................
  • 95.
    ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... ............................................................................. ................................................................... แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย น เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
  • 96.
    ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ……………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชัวโมง ่ แผนการเรีย นรู้ท ี่ 4 เรื่อง ลักษณะของบุคลากร คอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ลักษณะงานของบุคลากรคอมพิวเตอร์ที่สำาคัญ
  • 97.
    ผลการเรีย นรู้ท ี่คาดหวัง นักเรียนบอกคุณสมบัติของบุลากรคอมพิวเตอร์แต่ละ ประเภทได้ สาระการเรีย นรู้ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ เจ้าหน้าที่พัฒนา โปรแกรมประยุกต์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่ควบคุม การทำางาน ผู้บริหารศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูถามนักเรียนว่าใครอยากทำางานด้านคอมพิวเตอร์ บ้างเมื่อเรียนจบแล้ว การทำางานด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีหลายหน้าที่ที่ต้องทำา ไม่ใช่ใครอยากทำาอะไร ก็ได้ ดังนั้นการเรียนเป็นสิ่งสำาคัญว่าเราควรที่จะเรียน เกี่ยวกับด้านใด เรามาดู หน้าที่ที่มีความสำาคัญเกี่ยวกับงานด้านคอมพิวเตอร์ กัน 2. ครูให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้เรื่อง ลักษณะงาน ของบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ 3. ครูแจกนักเรียนทำาแบบทดสอบ สื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. แบบทดสอบ 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบทดสอบ 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบทดสอบ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
  • 98.
    3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป กิจ กรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….)
  • 99.
    ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้
  • 100.
    เรื่อง ลักษณะงานของบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ บุคลากรคอมพิวเตอร์เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน คอมพิวเตอร์ เรียกว่าบุคลากรเหล่านี้ว่า ผู้ใช้หรือยูสเซอร์ (User) แบ่งตามลักษณะงานได้ดงนี้ ั 1. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (System Analysis and Designer) ได้แก่ วิศวกรระบบ เจ้าหน้าที่ จัดการฐานข้อมูล เป็นผู้ทำาการวิเคราะห์และออกแบบระบบ งานที่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล 2. เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application Programmer) คือ เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม เป็นผู้ทำาการ พัฒนาและบำารุงรักษาโปรแกรม 3. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล (Data Entry Operator) ได้แก่ผู้ดำาเนินการกับเครื่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำาการ บันทึกข้อมูลลงสื่อ หรือส่งข้อมูลเข้าประมวลผล 4. เจ้าหน้าที่ควบคุมการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Operator) ทำาการพัฒนาและบำารุงรักษาระบบ ทางฮาร์ดแวร์ 5. ผู้บริการศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่บริหารงานในหน่วยประมวลผลข้อมูลเป็นต้น
  • 101.
    แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรียน เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ………………………………
  • 102.
    ( ลงชื่อ )…………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แบบทดสอบ ชื่ อ -สกุ ล ………………………………………………..เลข ที่…..ชันมัธยมศึกษาปีที่………. ้ คำา ชี้แ จง ให้นักเรียนทำาเครื่องหมาย X ทับข้อที่ถูก ที่สุด 1. ส่วนใดของร่างกายมีหน้าทำางานเป็นระบบสารสนเทศ ก. ตา ข. มือ ค. สมอง ง. จมูก 2. ขั้นตอนใดคือขั้นตอนแรกของการสร้างระบบงาน ก. เขียนโปรแกรม ข. ติดตามผลและแก้ไขปรับปรุง ค. กำาหนดรายละเอียดของระบบงาน ง. วิเคราะห์ปัญหาและระบบงานที่จะทำา 3. การเขียนโปรแกรมเพื่อลดขั้นตอนใดต่อไปนี้ ก. ลดระยะเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูล ข. ลดระยะประมวลผลข้อมูล ค. ลดระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูล ง. ลดจำานวนคน 4. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี ก. ความสัมพันธ์กัน ข. ถูกต้องและแม่นยำา ค. ได้รับมาโดยสะดวก ง. ความทันสมัย 5. บุคลากรใดต่อไปนี้มีหน้าที่เขียนโปรแกรม ก. โปรแกรมเมอร์ ข. ผู้ใช้งานระบบสูง ค. วิศวกรระบบ
  • 103.
    ง. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ เฉลย 1.ค 2.ง 3.ข 4.ค 5.ก แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้
  • 104.
    หน่ว ยที่ 4เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 6 ชัวโมง ่ แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ภาษาคอมพิวเตอร์หรือภาษาประดิษฐ์ ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์ได้ สาระการเรีย นรู้ ลักษณะและความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์หรือภาษา ประดิษฐ์ กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูถามนักเรียนว่า คอมพิวเตอร์สามารถทำางานได้ อย่างไร 2. ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า การทำางานของระบบ คอมพิวเตอร์นั้น ต้องป้อนคำาสั่ง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำางานตามที่เราต้องการ ส่วนคำา สั่งมีลักษณะอย่างไร เราไป ศึกษาในใบความรู้กันต่อ 3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
  • 105.
    5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทำาแบบฝึกหัด สื่อ /แหล่งการเรีย นรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป กิจ กรรมเสนอแนะ
  • 106.
    ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… บัน ทึก ข้อเสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ………………………………… ลงชื่อ ……………………………. (……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการ สถานศึกษา…………. ………../……………../ ………. บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
  • 107.
    ………………………………………. ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………. ลงชือ ่ ……………………………….…ผู้สอน (……………….. ……….) ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./ …………. ใบความรู้ เรื่อ ง ภาษาคอมพิว เตอร์ ภาษาเป็นสื่อที่ใช้ในการติต่อสื่อสารระหว่างกันของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีหลายรูปแบบแตกต่างกันไป มนุษย์เราสามารถใช้สื่อได้ หลายรูปแบบ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษามือเป็นต้น มนุ ษ ย์ มี ภ าษาพู ด และภาษาเขี ย นมาหลายพั น ปี แ ล้ ว แต่ ล ะ ชนชาติจะมีภาษาพูดและเขียนเป็นของตนเอง อาจจะคล้ายกัน หรื อ แตกต่ า งกั น เช่ น ภาษาจี น ภาษาอั ง กฤษ ภาษา ฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาไทย และอื่น ๆ อีกมาก โดยมีจุด ประสงค์ เ ดี ย วกั น คื อ เป็ น สื่ อ เพื่ อ ติ ด ต่ อ ระหว่ า งกั น ได้ โ ดยง่ า ย ในบางครั้งการสื่อสารต่างชนชาติอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ถ้าเรา ? ไม่ทราบความหมายของการสื่อสารนั้น เราจำา เป็ นต้องมีล่าม เ ป็ น ผู้ ถ่ า ย ท อ ด ค ว า ม ห ม า ย อี ก ค รั้ ง ห นึ่ ง เ พื่ อ ใ ห้ เ ข้ า ใ จ คอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทำาไมทำางานได้ คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อช่วยในการ
  • 108.
    ทำางานตั้งแต่งานที่ง่ายจนถึงระบบที่มีความสลับซับซ้อนมาก คอมพิวเตอร์จะทำางานาตามคำาสั่งที่มนุษย์กำาหนดไว้ให้ทำาทุก ขันตอน จึงมีการกำาหนดภาษาขึ้นมาใหม่เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ้ เข้าใจคำาสั่งมนุษย์ เรียกภาษานี้ว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ ภาษาประดิษฐ์ เป็นภาษาติดต่อสื่อสารกันระหว่างมนุษย์และ คอมพิวเตอร์ ในบางกรณีอาจมีการออกแบบที่สลับซับซ้อน ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบและตัดสินใจเองโดย อัตโนมัติ แบบฝึก หัด เรื่อ ง ภาษาคอมพิวเตอร์ ชื่ อ - สกุ ล ....................................................................... ..............เลขที่..............ชั้น.................. คำา สั่ง ให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและ สมบูรณ์ที่สุด 1. มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างไร ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… ……………………………………..
  • 109.
    ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. 2. คอมพิวเตอร์ทำางานอย่างไร ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. 3. ภาษาคอมพิวเตอร์คืออะไร ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… …………………………………….. ……………………………………………………………………… ……………………………………..
  • 110.
    แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรียน เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควร ปรับปรุง ให้ 0 เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้อง ได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็น คะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อเสนอแนะเพิ่ม เติม………………………………………………………… ……………… ……………………………………………………………… ……………………………… ……………………………………………………………… ………………………………
  • 111.
    ( ลงชื่อ )…………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ หน่ว ยที่ 4 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 6 ชั่วโมง แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม สาระสำา คัญ ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกระดับภาษคอมพิวเตอร์ได้ นักเรียนบอกลักษณะของระดับภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละ ระดับได้ สาระการเรีย นรู้ ระดับของภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาเครื่อง และภาษา ระดับตำ่าหรือภาษาแอสแซมบลี