7 ขันตอนในการจัดการความรู ของ กพร.
้
เพื่อใหคณะทํางาน KM สามารถดําเนินกิจกรรมการจัดการความรูไดอยางมีประสิทธิผล

ผมขอนําแนวคิดการจัดการความรูมาแบงปนใหกับทุกทาน ไดศึกษาถึงกิจกรรมที่ควรจะ
ดําเนินการในแตละขั้นตอน
- สไดลที่ 1 จะแสดงถึงขั้นตอนทั้ง 7 ของกระบวนการจัดการความรูนั้น สัมพันธกับ
วงจรการจัดการความรูอยางไร
- สไดลที่ 2-6 จะเปนตัวอยางคําถาม เพื่อใหเรากําหนดกิจกรรมตางๆ ในแตละขั้นตอน
- สไดลที่ 7 ตัวอยางการเลือกใชเครืองมือการจัดการความรูทั้ง 10 ที่ กพร. แนะนํา
่
กา จัดการความรูในองคกร
การ
ร

1
1. การบ ชี้ความรู
1. การบงงชี้ความรู
(Knowledge Identification)
(Knowledge Identification)

7. การเรี นรู
7. การเรียยนรู
(Learning)
(Learning)

6. การแบ ปน
6. การแบงงปน
แลกเปลี นความรู
แลกเปลี่ย่ยนความรู
(Knowledge Sharing)
(Knowledge Sharing)
5. การเข ถึงความรู
5. การเขาาถึงความรู
(Knowledge
(Knowledge
Access)
Access)

4. การประมวลและ
4. การประมวลและ
กลั กรองความรู
กลั่น่นกรองความรู
(Knowledge Codification
(Knowledge Codification
and Refinement)
and Refinement)
5 มกราคม 2550

1.
สํารวจความรู

4.
ถายทอด

KM
3.
จัดเก็บ
สังเคราะห

3. การจั ความรูใหเ เ นระบบ
3. การจัดดความรูใหปปนระบบ
(Knowledge Organization)
(Knowledge Organization)

2.
รวบรวม
พัฒนา
2. การสร งและแสวงหาความรู
2. การสราางและแสวงหาความรู
(Knowledge Creation and Acquisition)
(Knowledge Creation and Acquisition)
กระบวนการจัดการความรู

(Knowledge Management Process)
เราต งมีความรูเ เรื งอะไร
เราตอองมีความรูรื่อ่องอะไร
เรามี วามรูเ เรื งนั้นหรือยัง
เรามีคความรูรื่อ่องนั้นหรือยัง

การบง ้ความรู
1.1.การบงชีชี้ความรู
(Knowledge Identification)
(Knowledge Identification)

ความรู ยูที่ใ ี่ใคร อยูในรู แบบอะไร
ความรูออยูทคร อยูในรูปปแบบอะไร
จะเอามาเก็ รวมกันไดอยาางไร
จะเอามาเก็บบรวมกันไดอยงไร

การสรางและแสวงหาความรู
2.2.การสรางและแสวงหาความรู 
(Knowledge Creation and Acquisition)
(Knowledge Creation and Acquisition)

จะแบงประเภท วว ออยาางไร
จะแบงประเภท หัหัขขออยงไร

การจั ความรูใ ใ เ เ นระบบ(Knowledge Organization)
3.3.การจัดดความรูหหปปนระบบ(KnowledgeOrganization)

จะทําใหเ าาใจงายและสมบูรณ ยาางไร
จะทําใหเขขใจงายและสมบูรณออยงไร

การประมวลและกลั กรองความรู
4.4.การประมวลและกลั่น่นกรองความรู
(Knowledge Codification and Refinement)
(Knowledge Codification and Refinement)

เรานําความรู าใชง งานไดงายหรื ไม
เรานําความรูมมาใชานไดงายหรืออไม


การเขา ง งความรู (Knowledge Access)
5.5.การเขาถึถึความรู (Knowledge Access)

มีมีการแบปปนความรูหหกนหรือไม
การแบง ง นความรูใ ใ กนั หรือไม
ั

การแบง นแลกเปลีย่ นความรู  (Knowledge Sharing)
6.6.การแบงปปนแลกเปลียนความรู(Knowledge Sharing)
่

ความรู ั้นทําาใหเ ดประโยชนกบั องคกรหรือไม
ความรูนนั้นทํใหเกิกิดประโยชนกบองคกรหรือไม
ั
ทํใหอองคกรดีขึ้นหรือไม
าให งคกรดีขึ้นหรือไม
ทํา

การเรี นรู  (Learning)
7.7.การเรียยนรู(Learning)

5 มกราคม 2550

2
กระบวนการจัดการความรู
(Knowledge Management Process)
เราตองมีความรู ่องอะไร
เราตองมีความรูเเรืรื่องอะไร
เรามีความรู ่องนั้นหรือยั
เรามีความรูเเรืรื่องนั้นหรือยังง

ความรูอยูท คร อยู น
ความรูอยูที่ใี่ใคร อยูใใน
ปแบบอะไร
รูรูปแบบอะไร
จะเอามาเก็บรวมกันได
จะเอามาเก็บรวมกันได 
อย งไร
อยาางไร
5 มกราคม 2550

3

1. การบ ชี้ความรู
1. การบงงชี้ความรู 
(Knowledge Identification)
(Knowledge Identification)

การบ ชี้ความรูที่องคกรจําเปนตองมี
- -การบงงชี้ความรูที่องคกรจําเปนตองมี
- -วิวิคราะหรรูปแบบและแหลงความรูที่มีอยู
เเคราะห ูปแบบและแหลงความรูที่มีอยู

2. การสร งและแสวงหาความรู
2. การสราางและแสวงหาความรู 

(Knowledge Creation and Acquisition)
(Knowledge Creation and Acquisition)
สร งและแสวงหาความรูจากแหลงตาง ๆ
- -สราางและแสวงหาความรูจากแหลงตางๆ
ที ระจัดกระจายทั้งภายใน/ภายนอก เพื่อ
ที่ก่กระจัดกระจายทั้งภายใน/ภายนอกเพื่อ
จัจัดทําเนื้อหาใหตรงกับความตองการ
ดทําเนื้อหาใหตรงกับความตองการ
กระบวนการจัดการความรู
(Knowledge Management Process)

จะแบ ประเภท
จะแบงงประเภท
หัวขออย งไร
หัวขออยาางไร

4

3. การจัดความรู ห ปนระบบ
3. การจัดความรูใใหเเปนระบบ
(Knowledge Organization)
(Knowledge Organization)
แบ ชนิ และประเภทของความรู เพื
•• แบงงชนิดดและประเภทของความรู เพื่อ่อจัจัดดทํทําา

ระบบให ายและสะดวกตอการคนหาและใชงาน
ระบบใหงงายและสะดวกตอการคนหาและใชงาน

จะทํ ให ข ใจง ย
จะทําาใหเเขาาใจงาาย
และสมบู ณ
และสมบูรรณ 
อย งไร
อยาางไร
5 มกราคม 2550

4. การประมวลและกลั่นกรองความรู
4. การประมวลและกลั่นกรองความรู 

(Knowledge Codification and Refinement)
(Knowledge Codification and Refinement)

• ดทํารูปแบบและ “ภาษา” ใหเปนมาตรฐาน
• จัจัดทํารูปแบบและ“ภาษา” ใหเปนมาตรฐาน
เดี วกันทั่วทั้งองคกร
เดียยวกันทั่วทั้งองคกร
เรี บเรียงปรับปรุงเนื้อหาใหทันสมัยและตรงกับ
••เรียยบเรียงปรับปรุงเนื้อหาใหทันสมัยและตรงกับ
ความตองการ
ความตองการ
กระบวนการจัดการความรู

(Knowledge Management Process)

เรานํ ความรูม
เรานําาความรูมาา
ใช านได ย
ใชงงานไดงงาาย
หรือไม
หรือไม 

5 มกราคม 2550

5. การเขาถึ ความรู
5. การเขาถึงงความรู 
(Knowledge Access)
(Knowledge Access)

ความสามารถในการเข ถึง
••ความสามารถในการเขาาถึง
ความรู ดอยางสะดวก รวดเร็ ใน
ความรูไไดอยางสะดวกรวดเร็ววใน
เวลาที่ตองการ
เวลาที่ตองการ

5
กระบวนการจัดการความรู

(Knowledge Management Process)

มีการแบ ปนความร
มีการแบงงปนความรู ู
ใหกันหรือไม
ใหกันหรือไม 
ความรูนั้นทํ ให กิด
ความรูนั้นทําาใหเเกิด
ประโยชนกับองคก
ประโยชนกับองคกรร
หรือไม
หรือไม 
ทํ ใหองคกรดีขึ้น
ทําาใหองคกรดีขึ้น
หรือไม
หรือไม 
5 มกราคม 2550

6. การแบ ปนแลกเปลี่ยนความรู
6. การแบงงปนแลกเปลี่ยนความรู 

(Knowledge Sharing)
(Knowledge Sharing)

การจัดทํ เอกสาร
• •การจัดทําาเอกสาร

การจัดทํ ฐานความรู
การจัดทําาฐานความรู
ชุชุมชนนักปฏิบัต(CoP)
มชนนักปฏิบัติ ิ (CoP)
•ระบบพี่เ ้ยง (Mentoring System)
•ระบบพี่เลีลี้ยง(Mentoring System)
•การสับเปลี นงาน (Job Rotation)
•การสับเปลี่ย่ยนงาน(Job Rotation)

7. การเรียนรู
7. การเรียนรู 
(Learning)
(Learning)
•นํ ความรูไปใชประโยชนในการตัดสินใจ
•นําาความรูไปใชประโยชนในการตัดสินใจ
แกปญหาและปรับปรุ องคกร
••แกปญหาและปรับปรุงงองคกร

6
ตัวอยางกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรูกับประเภทของความรู
ประเภทของความรู

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู

ความรูที่ชัดแจง
1.
(Explicit Knowledge)
2.
3.
4.

การจัดเก็บความรูและวิธีปฏิบติที่เปนเลิศในรูปของ
ั
เอกสาร
การใชเทคนิคการเลาเรื่อง (Story Telling)
สมุดหนาเหลือง (Yellow Pages)
ฐานความรู (Knowledge Bases)

ความรูที่ฝงอยูในคน
(Tacit Knowledge)

การจัดตั้งทีมขามสายงาน (Cross-functional team)
กิจกรรมกลุมคุณภาพและนวัตกรรม (Innovation &
Quality Circles : IQCs)
ชุมชนนักปฏิบัติ (Communities of Practice : CoP)
ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System)
การสับเปลี่ยนงาน (Job Rotation) และการยืมตัว
บุคลากรมาชวยงาน
เวทีสําหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู (Knowledge
Forum)

1.
2.
3.
4.
5.
6.

5 มกราคม 2550

7

7-KM Process

  • 1.
    7 ขันตอนในการจัดการความรู ของกพร. ้ เพื่อใหคณะทํางาน KM สามารถดําเนินกิจกรรมการจัดการความรูไดอยางมีประสิทธิผล  ผมขอนําแนวคิดการจัดการความรูมาแบงปนใหกับทุกทาน ไดศึกษาถึงกิจกรรมที่ควรจะ ดําเนินการในแตละขั้นตอน - สไดลที่ 1 จะแสดงถึงขั้นตอนทั้ง 7 ของกระบวนการจัดการความรูนั้น สัมพันธกับ วงจรการจัดการความรูอยางไร - สไดลที่ 2-6 จะเปนตัวอยางคําถาม เพื่อใหเรากําหนดกิจกรรมตางๆ ในแตละขั้นตอน - สไดลที่ 7 ตัวอยางการเลือกใชเครืองมือการจัดการความรูทั้ง 10 ที่ กพร. แนะนํา ่
  • 2.
    กา จัดการความรูในองคกร การ ร 1 1. การบชี้ความรู 1. การบงงชี้ความรู (Knowledge Identification) (Knowledge Identification) 7. การเรี นรู 7. การเรียยนรู (Learning) (Learning) 6. การแบ ปน 6. การแบงงปน แลกเปลี นความรู แลกเปลี่ย่ยนความรู (Knowledge Sharing) (Knowledge Sharing) 5. การเข ถึงความรู 5. การเขาาถึงความรู (Knowledge (Knowledge Access) Access) 4. การประมวลและ 4. การประมวลและ กลั กรองความรู กลั่น่นกรองความรู (Knowledge Codification (Knowledge Codification and Refinement) and Refinement) 5 มกราคม 2550 1. สํารวจความรู 4. ถายทอด KM 3. จัดเก็บ สังเคราะห 3. การจั ความรูใหเ เ นระบบ 3. การจัดดความรูใหปปนระบบ (Knowledge Organization) (Knowledge Organization) 2. รวบรวม พัฒนา 2. การสร งและแสวงหาความรู 2. การสราางและแสวงหาความรู (Knowledge Creation and Acquisition) (Knowledge Creation and Acquisition)
  • 3.
    กระบวนการจัดการความรู (Knowledge Management Process) เราตงมีความรูเ เรื งอะไร เราตอองมีความรูรื่อ่องอะไร เรามี วามรูเ เรื งนั้นหรือยัง เรามีคความรูรื่อ่องนั้นหรือยัง การบง ้ความรู 1.1.การบงชีชี้ความรู (Knowledge Identification) (Knowledge Identification) ความรู ยูที่ใ ี่ใคร อยูในรู แบบอะไร ความรูออยูทคร อยูในรูปปแบบอะไร จะเอามาเก็ รวมกันไดอยาางไร จะเอามาเก็บบรวมกันไดอยงไร การสรางและแสวงหาความรู 2.2.การสรางและแสวงหาความรู  (Knowledge Creation and Acquisition) (Knowledge Creation and Acquisition) จะแบงประเภท วว ออยาางไร จะแบงประเภท หัหัขขออยงไร การจั ความรูใ ใ เ เ นระบบ(Knowledge Organization) 3.3.การจัดดความรูหหปปนระบบ(KnowledgeOrganization) จะทําใหเ าาใจงายและสมบูรณ ยาางไร จะทําใหเขขใจงายและสมบูรณออยงไร การประมวลและกลั กรองความรู 4.4.การประมวลและกลั่น่นกรองความรู (Knowledge Codification and Refinement) (Knowledge Codification and Refinement) เรานําความรู าใชง งานไดงายหรื ไม เรานําความรูมมาใชานไดงายหรืออไม  การเขา ง งความรู (Knowledge Access) 5.5.การเขาถึถึความรู (Knowledge Access) มีมีการแบปปนความรูหหกนหรือไม การแบง ง นความรูใ ใ กนั หรือไม ั การแบง นแลกเปลีย่ นความรู  (Knowledge Sharing) 6.6.การแบงปปนแลกเปลียนความรู(Knowledge Sharing) ่ ความรู ั้นทําาใหเ ดประโยชนกบั องคกรหรือไม ความรูนนั้นทํใหเกิกิดประโยชนกบองคกรหรือไม ั ทํใหอองคกรดีขึ้นหรือไม าให งคกรดีขึ้นหรือไม ทํา การเรี นรู  (Learning) 7.7.การเรียยนรู(Learning) 5 มกราคม 2550 2
  • 4.
    กระบวนการจัดการความรู (Knowledge Management Process) เราตองมีความรู่องอะไร เราตองมีความรูเเรืรื่องอะไร เรามีความรู ่องนั้นหรือยั เรามีความรูเเรืรื่องนั้นหรือยังง ความรูอยูท คร อยู น ความรูอยูที่ใี่ใคร อยูใใน ปแบบอะไร รูรูปแบบอะไร จะเอามาเก็บรวมกันได จะเอามาเก็บรวมกันได  อย งไร อยาางไร 5 มกราคม 2550 3 1. การบ ชี้ความรู 1. การบงงชี้ความรู  (Knowledge Identification) (Knowledge Identification) การบ ชี้ความรูที่องคกรจําเปนตองมี - -การบงงชี้ความรูที่องคกรจําเปนตองมี - -วิวิคราะหรรูปแบบและแหลงความรูที่มีอยู เเคราะห ูปแบบและแหลงความรูที่มีอยู 2. การสร งและแสวงหาความรู 2. การสราางและแสวงหาความรู  (Knowledge Creation and Acquisition) (Knowledge Creation and Acquisition) สร งและแสวงหาความรูจากแหลงตาง ๆ - -สราางและแสวงหาความรูจากแหลงตางๆ ที ระจัดกระจายทั้งภายใน/ภายนอก เพื่อ ที่ก่กระจัดกระจายทั้งภายใน/ภายนอกเพื่อ จัจัดทําเนื้อหาใหตรงกับความตองการ ดทําเนื้อหาใหตรงกับความตองการ
  • 5.
    กระบวนการจัดการความรู (Knowledge Management Process) จะแบประเภท จะแบงงประเภท หัวขออย งไร หัวขออยาางไร 4 3. การจัดความรู ห ปนระบบ 3. การจัดความรูใใหเเปนระบบ (Knowledge Organization) (Knowledge Organization) แบ ชนิ และประเภทของความรู เพื •• แบงงชนิดดและประเภทของความรู เพื่อ่อจัจัดดทํทําา ระบบให ายและสะดวกตอการคนหาและใชงาน ระบบใหงงายและสะดวกตอการคนหาและใชงาน จะทํ ให ข ใจง ย จะทําาใหเเขาาใจงาาย และสมบู ณ และสมบูรรณ  อย งไร อยาางไร 5 มกราคม 2550 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู  (Knowledge Codification and Refinement) (Knowledge Codification and Refinement) • ดทํารูปแบบและ “ภาษา” ใหเปนมาตรฐาน • จัจัดทํารูปแบบและ“ภาษา” ใหเปนมาตรฐาน เดี วกันทั่วทั้งองคกร เดียยวกันทั่วทั้งองคกร เรี บเรียงปรับปรุงเนื้อหาใหทันสมัยและตรงกับ ••เรียยบเรียงปรับปรุงเนื้อหาใหทันสมัยและตรงกับ ความตองการ ความตองการ
  • 6.
    กระบวนการจัดการความรู (Knowledge Management Process) เรานํความรูม เรานําาความรูมาา ใช านได ย ใชงงานไดงงาาย หรือไม หรือไม  5 มกราคม 2550 5. การเขาถึ ความรู 5. การเขาถึงงความรู  (Knowledge Access) (Knowledge Access) ความสามารถในการเข ถึง ••ความสามารถในการเขาาถึง ความรู ดอยางสะดวก รวดเร็ ใน ความรูไไดอยางสะดวกรวดเร็ววใน เวลาที่ตองการ เวลาที่ตองการ 5
  • 7.
    กระบวนการจัดการความรู (Knowledge Management Process) มีการแบปนความร มีการแบงงปนความรู ู ใหกันหรือไม ใหกันหรือไม  ความรูนั้นทํ ให กิด ความรูนั้นทําาใหเเกิด ประโยชนกับองคก ประโยชนกับองคกรร หรือไม หรือไม  ทํ ใหองคกรดีขึ้น ทําาใหองคกรดีขึ้น หรือไม หรือไม  5 มกราคม 2550 6. การแบ ปนแลกเปลี่ยนความรู 6. การแบงงปนแลกเปลี่ยนความรู  (Knowledge Sharing) (Knowledge Sharing) การจัดทํ เอกสาร • •การจัดทําาเอกสาร การจัดทํ ฐานความรู การจัดทําาฐานความรู ชุชุมชนนักปฏิบัต(CoP) มชนนักปฏิบัติ ิ (CoP) •ระบบพี่เ ้ยง (Mentoring System) •ระบบพี่เลีลี้ยง(Mentoring System) •การสับเปลี นงาน (Job Rotation) •การสับเปลี่ย่ยนงาน(Job Rotation) 7. การเรียนรู 7. การเรียนรู  (Learning) (Learning) •นํ ความรูไปใชประโยชนในการตัดสินใจ •นําาความรูไปใชประโยชนในการตัดสินใจ แกปญหาและปรับปรุ องคกร ••แกปญหาและปรับปรุงงองคกร 6
  • 8.
    ตัวอยางกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรูกับประเภทของความรู ประเภทของความรู กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู ความรูที่ชัดแจง 1. (Explicit Knowledge) 2. 3. 4. การจัดเก็บความรูและวิธีปฏิบติที่เปนเลิศในรูปของ ั เอกสาร การใชเทคนิคการเลาเรื่อง (StoryTelling) สมุดหนาเหลือง (Yellow Pages) ฐานความรู (Knowledge Bases) ความรูที่ฝงอยูในคน (Tacit Knowledge) การจัดตั้งทีมขามสายงาน (Cross-functional team) กิจกรรมกลุมคุณภาพและนวัตกรรม (Innovation & Quality Circles : IQCs) ชุมชนนักปฏิบัติ (Communities of Practice : CoP) ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) การสับเปลี่ยนงาน (Job Rotation) และการยืมตัว บุคลากรมาชวยงาน เวทีสําหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู (Knowledge Forum) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 5 มกราคม 2550 7