ผู ้ชุมนุม “ยึดครองวอลล์สตรีท”
            โกรธเคืองเรืองอะไร?
                        ่
                      สฤณี อาชวานันทกุล
            คอลัมน์ Info * Graphic * Fun ตอนที่ 2
เผยแพร่ครังแรกบนเว็บไซต์ ไทยพับลิก ้า www.thaipublica.org
          ้
                       20 ตุลาคม 2011


              งานนี้เผยแพร่ภายใต้สญญาอนุญาต Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa)
                                    ั
              โดยผูสร้างอนุญาตให้ทาซา แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่งของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะใน
                   ้                  ้
               กรณีทให้เครดิตผูสร้าง ไม่นาไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้สญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้เท่านัน
                     ่ี        ้                                                      ั                             ้
การประท ้วงภาคการเงิน
อเมริกน ภายใต ้ชอ
       ั          ื่
“Occupy Wall
Street” เริมวันที่ 17
           ่
กันยายน 2554 ภายใต ้
การนาของ
กลุม “กวนวัฒนธรรม”
   ่
(culture jamming)
สนับสนุนโดย
Anonymous
               ื่
กลุมแฮคเกอร์ชอดัง
     ่
                    2
จากจุดเริมต ้น การชุมนุมยืดเยือและขยายวง
          ่                    ้
กว ้างขึนเรือยๆ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2011 “วัน
        ้ ่
เปลียนแปลงแห่งโลก” มีการชุมนุมประท ้วงใน
     ่
เมือง 951 แห่ง 82 ประเทศทั่วโลก…

                                   …พวกเขาโกรธ
                                   เรืองอะไร? สไลด์
                                       ่
                                   ของ Business
                                   Insider สรุปได ้ดี
                                   ผู ้เขียนจึงแปลและ
ที่ มา: http://occupywallst.org/   เรียบเรียงมาเล่า –
                                                        3
่      ่    ่     ั
เริมจากเรืองทีเห็นชด: สามปี หลังวิกฤติการเงินปี
2008 อัตราการว่างงานในอเมริกายังอยูในระดับ
                                      ่
สูงสุดหลังเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในทศวรรษ
             ่    ั้
1930 ไม่นับชวงสนๆ ต ้นทศวรรษ 1980




                                              4
ในเมืองานหายาก ผู ้ใหญ่จานวนมากจึงเลิกหา
     ่
 ่                    ่
สงผลให ้ “อัตราการมีสวนร่วมในระบบแรงงาน”
(participation ratio) ลดลงอย่างฮวบฮาบ




                                           5
อีกทังลักษณะของการว่างงานทุกวันนีก็ไม่ใชวา
     ้                              ้     ่ ่
                       ั ่
ว่างงานอย่างกะทันหัน: สดสวนผู ้ว่างงานทีไม่
                                        ่
ทางานมานานกว่า 6 เดือน สูงเป็ นประวัตการณ์
                                      ิ




                                                6
ไม่ได ้มีแต่คนงานก่อสร ้างเท่านันทีหางานไม่ได ้
                                ้ ่
          ั
จานวนสปดาห์ทมคนว่างงานมากทีสดก็สงเป็ น
                  ี่ ี              ่ ุ ู
                              ั
ประวัตการณ์ คือสูงกว่า 20 สปดาห์ (5 เดือน)
        ิ
               ั้
สะท ้อนว่าชนชนกลางก็ลาบากมาก




                                                  7
อัตราการว่างงาน 9% ทีพดถึงนันเท่ากับคน
                      ่ ู   ้
อเมริกน 14 ล ้านคน - คนทีอยากทางานแต่หา
      ั                   ่
งานไม่ได ้




                                          8
ตัวเลขทีกล่าวไปนันรวมเฉพาะคนทีเข ้าข่าย
        ่        ้              ่
นิยามทางการของ “คนว่างงาน” ถ ้าเรารวมคนที่
ทางานพาร์ตไทม์แต่อยากทางานประจา และคน
ทีเลิกหางานมาพักใหญ่ อัตราว่างงานคือ 17%
  ่




                                         9
พูดอีกอย่างคือ จานวนชาวอเมริกนทีมงานทาอยู่
                             ั ่ ี
ในระดับตาสุดนับจากต ้นทศวรรษ 1980 เป็ นต ้น
         ่
มา (และทีบมก่อนหน ้านันมาจากการทีสตรีเข ้าสู่
           ่ ู        ้            ่
ระบบแรงงาน จากทีเคยเป็ นแต่แม่บ ้าน)
                  ่




                                           10
ทังหมดนันคือสถานการณ์แรงงาน ดูไม่จดเลย
  ้     ้                         ื




                                         11
ทีนี้ เราลองมาดูอกด ้านหนึงของประเด็นนีบ ้าง ดู
                  ี       ่              ้
              ั ่ ี ิ         ั
ฝั่ งชาวอเมริกนทีชวตไม่เคยสุขสนต์เท่านีมาก่อน
                                       ้
นั่นคือ บรรดาเจ้าของทุน




                                             12
กาไรบริษัทต่างๆ พุงสูงทาลายสถิตอกครังหนึง
                  ่            ิ ี  ้   ่
ในปี 2010




                                            13
กาไรบริษัท (corporate profits ย่อว่า CP) คิด
      ั ่
เป็ นสดสวนของเศรษฐกิจทังระบบ (GDP) อยูใน
                         ้                 ่
ระดับสูงสุดตังแต่ทศวรรษ 1950 เป็ นต ้นมา
               ้
        ่   ั้
ยกเว ้นชวงสนๆ ปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤติการเงิน




                                           14
ี ี
ประธานเจ ้าหน ้าทีฝ่ายบริหาร (ซอโอ) ได ้
                  ่
ค่าตอบแทนมากกว่าพนักงานทั่วไปถึง 350 เท่า
เพิมจาก 50 เท่าระหว่างปี 1960-1985
   ่




                                        15
้                      ี ี
ตังแต่ปี 1990 ค่าตอบแทนซอโอเพิม 300%
                                ่
ขณะทีกาไรบริษัทสูงขึนสองเท่า ค่าตอบแทน
       ่             ้
“พนักงานฝ่ ายผลิต” เพิมขึน 4% และค่าแรงขัน
                       ่ ้               ้
ตาลดลง (ตัวเลขทังหมดปรับตามเงินเฟ้ อแล ้ว)
  ่               ้




                                         16
ั่
ค่าจ ้างรายชวโมงเฉลียหลังปรับตามเงินเฟ้ อแล ้ว
                    ่
ไม่เพิมขึนเลยในรอบ 50 ปี ระหว่าง 1964-2008
       ่ ้




                                             17
ั้                 ่ ี ี
พูดสนๆ คือ... ขณะทีซอโอและผู ้ถือหุ ้นได ้เงิน
                                 ั ่
เป็ นกอบเป็ นกา ค่าจ ้างคิดเป็ นสดสวนของจีดพีี
กลับตกตาเป็ นประวัตการณ์
         ่             ิ




                                                 18
้
พูดอีกอย่างคือ ในการต่อสูระหว่าง “แรงงาน”
กับ “ทุน” ทุนเป็ นฝ่ ายชนะขาดลอย (ชายในภาพ
      ี
นียังชพไปวันๆ ในเมืองเลควูด ห่างจากวอลล์
  ้
สตรีทไปประมาณ 100 ไมล์ เขาคงเป็ น
“แรงงาน” ถ ้าไม่ตกงานและหางานใหม่ไม่ได ้)




                                        19
ี ิ
แน่นอน ชวตสุดยอดไปเลยถ ้าคุณอยูในกลุมผู ้มี
                                     ่   ่
รายได ้สูงสุด 1% ของชาวอเมริกนทังหมด
                                 ั ้
  ั ่
สดสวนรายได ้ก่อนหักภาษี ของคุณต่อรายได ้ทัง ้
ประเทศตอนนีสงสุดนับตังแต่ทศวรรษ 1920
                ้ ู       ้
เป็ นต ้นมา สูงเกือบ 2 เท่าของค่าเฉลียระยะยาว!
                                       ่




                                             20
และเศรษฐี 0.1% ทีรวยทีสดในอเมริกาเมือ
                  ่     ่ ุ          ่
เทียบกับคนอืนก็รวยกว่าเศรษฐี 0.1% ใน
            ่
ประเทศพัฒนาแล ้วประเทศอืนๆ  ่




                                         21
อันทีจริง ความเหลือม
      ่            ่
ล้าทางรายได ้ของ
                     ี
อเมริกาถ่างกว ้างเสยจน
ตอนนีอยูอนดับที่ 93 ใน
         ้ ่ ั
โลกในมาตรวัด “ความ
เท่าเทียมทางรายได ้”
จีนอยูอนดับสูงกว่า
        ่ ั
อเมริกา อินเดียกับ
อิหร่านก็สงกว่า
             ู


                     22
คงมีน ้อยคนทีมปัญหากับความเหลือมล้าทาง
              ่ ี                ่
รายได ้ถ ้าหาก “ความฝั นแบบอเมริกน” ยังดีอยู่
                                    ั
คือถ ้าคนขวนขวายเข ้าสู่ 1% นันได ้ แต่ความจริง
                              ้
คือโอกาสขยับฐานะในอเมริกาก็อยูจดตาสุดด ้วย
                                   ่ ุ ่




                                             23
ทังหมดนีแปลว่าอะไรในแง่ของฐานะ? มัน
  ้      ้
แปลว่าชาวอเมริกนทีรวยสุด 1% เป็ นเจ ้าของ
               ั ่
       ิ
ทรัพย์สนทางการเงิน 42% ของทังประเทศ และ
                                ้
คนทีรวยสุด 5% เป็ นเจ ้าของถึง 70%
    ่




                                       24
ิ
ทรัพย์สนทุกประเภทประมาณ 60% ของทัง้
         ่        ่    ่ ุ          ้
ประเทศอยูในมือคนทีรวยทีสด 5% (ภาพซาย)




                                        25
จาปั ญหาหนีมหาศาลของอเมริกาได ้ไหม ทีชาว
             ้                          ่
อเมริกนนับร ้อยล ้านคนเป็ นหนีทวมหัว? คนทีรวย
      ั                       ้ ่         ่
สุด 1% ไม่มปัญหานัน พวกเขาเป็ นเจ ้าของหนี้
               ี      ้
แค่ 5% ของหนีทงประเทศ
                 ้ ั้




                                           26
ทีนมาดูภาษี ...นีเป็ นยุคทีคนรวยควรหาเงินให ้
    ี้            ่        ่
เยอะๆ ในอเมริกา เพราะอัตราภาษี ทพวกเขาต ้อง
                                   ี่
จ่ายอยูใกล ้จุดตาสุดในประวัตศาสตร์
       ่        ่             ิ




                                           27
ั ่
สดสวนภาษี ทังหมดต่อรายได ้ของคนรวยสุด 1%
            ้
ตากว่าคนทีรวยรองลงมา 9% - และไม่สงไปกว่า
  ่       ่                       ู
คนกลุมรายได ้อืนๆ เท่าไรนัก
      ่        ่




                                      28
ี่   ่ ุ             ี้ ่
เศรษฐีทรวยทีสดในอเมริกามักชวาพวกเขาจ่าย
                      ึ่
ภาษี มากกว่าคนอืนๆ ซงก็จริง – คนรวยสุด 20%
                   ่
จ่ายภาษี 64% ของภาษี ทังหมด (กราฟล่าง) แต่
                         ้
นั่นเป็ นเพราะพวกเขามีรายได ้มากกว่าคนอืนด ้วย
                                        ่
(กราฟบน – 59%)




                                            29
ทีนเราก็มาถึงประเภทของบริษัทอเมริกนทีถก
    ี้                             ั ่ ู
ประณามมากทีสด และก็สมควรถูกประณามด ้วย
               ่ ุ
                               ื่     ั
นั่นคือ ธนาคารทังหลาย โจรชอดัง วิลลี ซตตัน
                   ้
เคยอธิบายว่าเขาปล ้นธนาคารเพราะ “เงินอยูท ี่
                                         ่
นั่น” นายคนนีรู ้ดีวาเขาพูดถึงอะไร
             ้       ่




                                           30
จาได ้ไหมตอนทีรัฐบาลอเมริกนเข ้าไปอุ ้ม
                  ่             ั
ธนาคาร? แล ้วจาได ้ไหมว่ารัฐบาลบอกว่าต ้องเอา
เงินภาษี ไปอุ ้มเพราะอะไร? พวกเขาบอกว่าเรา
ต ้องอุ ้มธนาคารไม่ให ้ล ้ม ธนาคารจะได ้ปล่อยกู ้
ให ้กับธุรกิจอเมริกนต่อไป ถ ้าพวกเขาปล่อยกู ้
                    ั
           ั
ไม่ได ้ สงคมจะล่มสลาย....




                                               31
โอเค พออุ ้มแล ้วธนาคารปล่อยกู ้หรือเปล่า?
                 ิ   ื่
เปล่าเลย ยอดสนเชอธนาคารตกลงอย่างฮวบ
                          ื ่
ฮาบ และจนถึงวันนีก็ยังไม่คนสูระดับก่อนวิกฤติ
                   ้




                                               32
แล ้วธนาคารทาอะไรตังแต่ปี 2007 ถ ้าไม่ปล่อยกู ้
                       ้
ให ้กับธุรกิจอเมริกน? ปล่อยกู ้ให ้กับรัฐบาล
                   ั
              ิ          ื้
อเมริกนน่ะส! ด ้วยการซอพันธบัตรรัฐบาลที่
       ั
                ี่
ปลอดความเสยง และหลักทรัพย์ทรัฐค้าประกัน
                                      ี่




                                             33
ทีน่าทึงคือ ธนาคารมีรายได ้ดอกเบียจากเงินที่
      ่  ่                          ้
พวกเขา ไม่ได ้ปล่อยกู ้ ด ้วย – จาก “ทุนสารอง
  ่
สวนเกิน” ทีฝากไว ้กับธนาคารกลาง ย ้อนไปตอน
               ่
                                        ิ
เกิดวิกฤติการเงิน ธนาคารกลางตัดสนใจชวยอุ ้ม ่
ธนาคารพาณิชย์ด ้วยการจ่ายดอกเบียให ้กับเงิน
                                      ้
    ่
สวนนีทไม่ได ้ปล่อยกู ้ ธนาคารก็กนดอกเบียนี้
        ้ ี่                      ิ       ้
ต่อไปอย่างสุข
สบาย (การเป็ น
ธนาคารนีมัน  ่
สุดยอดจริงๆ)

                                           34
แน่นอน ระหว่างนันธนาคารต่างๆ ก็กู ้เงินได ้ฟรีๆ
                  ้
เพราะธนาคารกลางหั่นอัตราดอกเบียนโยบายจน
                                  ้
เกือบศูนย์ ธนาคารก็หนดอกเบียเงินฝากตามจน
                    ั่       ้
เกือบศูนย์ พวกเขาจะได ้โกยเงินทังหมดที่
                                ้
ต ้องการได ้ – โดยแทบไม่มต ้นทุนอะไรเลย!
                         ี




                                             35
ี
ถ ้าคุณกู ้เงินได ้โดยแทบไม่เสยดอกเบีย และเอา
                                     ้
                                  ี่
เงินนันไปให ้รัฐบาลกู ้ปลอดความเสยงโดยได ้
        ้
                            ็
ดอกเบียสองสามเปอร์เซนต์ ก็เท่ากับว่าคุณปั๊ม
            ้
เงินได้เอง และตอนนีธนาคารต่างๆ ก็กาลังทา
                          ้
อย่างนัน สถาบัน Institutional Risk Analytics
          ้
   ี้ ่                         ่
ชวาธนาคารอเมริกนมีกาไร “สวนต่างดอกเบีย
                        ั                 ้
สุทธิ” (net interest margin) ถึง 211,000 ล ้าน
เหรียญสหรัฐในครึงปี แรก 2011 …สุดยอด!
                      ่



                                            36
่                      ่
และเจ ้ากาไรสวนต่างดอกเบียสุทธินันก็ชวยให ้
                          ้      ้
ธนาคารพาณิชย์ทากาไรได ้ 58,000 ล ้านเหรียญ
สหรัฐในครึงปี แรกของปี 2011
           ่




                                          37
่
และชวยทาให ้ภาคการเงินอเมริกนทากาไรสุทธิ
                               ั
เกือบสูงสุดเป็ นประวัตการณ์ – ในขณะทีภาค
                      ิ              ่
 ่
สวนอืนๆ ของประเทศดินรนกับอัตราว่างงาน 9%
       ่                ้




                                      38
และกาไรสุทธิของภาคการเงินก็กาลังไต่ระดับสู่
    ิ       ่         ั ่
สถิตใหม่ เมือคิดเป็ นสดสวนต่อกาไรสุทธิของ
ภาคธุรกิจอเมริกาทังประเทศ
                    ้




                                          39
แน่นอนว่าตัวเลขกาไรเหล่านันคือหลังจากที่
                          ้
ธนาคารจ่ายพนักงานธนาคารของพวกเขาไป
แล ้ว และตอนนีงานในภาคการเงินก็ยังเจ๋งอยู่ –
              ้
พนักงานธนาคารในนิวยอร์คมีเงินเดือนเฉลีย่
361,330 เหรียญสหรัฐในปี 2010 ไม่เลวเลย!




                                               40
เงินเดือนในภาคการเงินทีวานันสูงกว่าเงินเดือน
                            ่ ่ ้
เฉลียในภาคธุรกิจทังอเมริกาโดยรวม 6 เท่า
       ่               ้
    ึ่
(ซงตัวเลขหลังนีทจริงก็ตากว่าเงินเดือนเฉลียใน
                  ้ ี่    ่              ่
ภาครัฐ แต่นั่นเป็ นอีกประเด็นหนึง)่




                                           41
ดังนันนายธนาคารจึงไม่เดือดร ้อนอะไรเลยจริงๆ
     ้




                                          42
สุดท ้าย เราจะย ้อนมาดูภาพ “นาทีทอง” อีกที –
เหตุผลใหญ่ทผู ้ชุมนุมประท ้วงภาคการเงินโกรธ
                ี่
                                 ้ ั ่
มาก นั่นคือเรืองของค่าจ ้าง ตอนนีสดสวนค่าจ ้าง
              ่
ต่อจีดพตาสุดเป็ นประวัตการณ์
       ี ี ่            ิ




                                             43
ทีนคณก็รู ้แล ้วว่าผู ้ชุมนุมประท ้วงโกรธเรืองอะไร!
   ี้ ุ                                     ่




                                                 44
ุ ้      ่
       สไลด์ชดนีเป็ นสวนหนึงของคอลัมน์
                           ่
 Info * Graphic * Fun บนเว็บไซต์ไทยพับลิก ้า




แปลจากต ้นฉบับภาษาอังกฤษ “CHARTS: Here's
What The Wall Street Protesters Are So Angry
     About...” เว็บไซต์ Business Insider



 http://www.businessinsider.com/what-wall-
street-protesters-are-so-angry-about-2011-10   45

Why Occupy Wall Street Protesters are Upset

  • 1.
    ผู ้ชุมนุม “ยึดครองวอลล์สตรีท” โกรธเคืองเรืองอะไร? ่ สฤณี อาชวานันทกุล คอลัมน์ Info * Graphic * Fun ตอนที่ 2 เผยแพร่ครังแรกบนเว็บไซต์ ไทยพับลิก ้า www.thaipublica.org ้ 20 ตุลาคม 2011 งานนี้เผยแพร่ภายใต้สญญาอนุญาต Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) ั โดยผูสร้างอนุญาตให้ทาซา แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่งของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะใน ้ ้ กรณีทให้เครดิตผูสร้าง ไม่นาไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้สญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้เท่านัน ่ี ้ ั ้
  • 2.
    การประท ้วงภาคการเงิน อเมริกน ภายใต้ชอ ั ื่ “Occupy Wall Street” เริมวันที่ 17 ่ กันยายน 2554 ภายใต ้ การนาของ กลุม “กวนวัฒนธรรม” ่ (culture jamming) สนับสนุนโดย Anonymous ื่ กลุมแฮคเกอร์ชอดัง ่ 2
  • 3.
    จากจุดเริมต ้น การชุมนุมยืดเยือและขยายวง ่ ้ กว ้างขึนเรือยๆ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2011 “วัน ้ ่ เปลียนแปลงแห่งโลก” มีการชุมนุมประท ้วงใน ่ เมือง 951 แห่ง 82 ประเทศทั่วโลก… …พวกเขาโกรธ เรืองอะไร? สไลด์ ่ ของ Business Insider สรุปได ้ดี ผู ้เขียนจึงแปลและ ที่ มา: http://occupywallst.org/ เรียบเรียงมาเล่า – 3
  • 4.
    ่ ่ ั เริมจากเรืองทีเห็นชด: สามปี หลังวิกฤติการเงินปี 2008 อัตราการว่างงานในอเมริกายังอยูในระดับ ่ สูงสุดหลังเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในทศวรรษ ่ ั้ 1930 ไม่นับชวงสนๆ ต ้นทศวรรษ 1980 4
  • 5.
    ในเมืองานหายาก ผู ้ใหญ่จานวนมากจึงเลิกหา ่ ่ ่ สงผลให ้ “อัตราการมีสวนร่วมในระบบแรงงาน” (participation ratio) ลดลงอย่างฮวบฮาบ 5
  • 6.
    อีกทังลักษณะของการว่างงานทุกวันนีก็ไม่ใชวา ้ ้ ่ ่ ั ่ ว่างงานอย่างกะทันหัน: สดสวนผู ้ว่างงานทีไม่ ่ ทางานมานานกว่า 6 เดือน สูงเป็ นประวัตการณ์ ิ 6
  • 7.
    ไม่ได ้มีแต่คนงานก่อสร ้างเท่านันทีหางานไม่ได้ ้ ่ ั จานวนสปดาห์ทมคนว่างงานมากทีสดก็สงเป็ น ี่ ี ่ ุ ู ั ประวัตการณ์ คือสูงกว่า 20 สปดาห์ (5 เดือน) ิ ั้ สะท ้อนว่าชนชนกลางก็ลาบากมาก 7
  • 8.
    อัตราการว่างงาน 9% ทีพดถึงนันเท่ากับคน ่ ู ้ อเมริกน 14 ล ้านคน - คนทีอยากทางานแต่หา ั ่ งานไม่ได ้ 8
  • 9.
    ตัวเลขทีกล่าวไปนันรวมเฉพาะคนทีเข ้าข่าย ่ ้ ่ นิยามทางการของ “คนว่างงาน” ถ ้าเรารวมคนที่ ทางานพาร์ตไทม์แต่อยากทางานประจา และคน ทีเลิกหางานมาพักใหญ่ อัตราว่างงานคือ 17% ่ 9
  • 10.
    พูดอีกอย่างคือ จานวนชาวอเมริกนทีมงานทาอยู่ ั ่ ี ในระดับตาสุดนับจากต ้นทศวรรษ 1980 เป็ นต ้น ่ มา (และทีบมก่อนหน ้านันมาจากการทีสตรีเข ้าสู่ ่ ู ้ ่ ระบบแรงงาน จากทีเคยเป็ นแต่แม่บ ้าน) ่ 10
  • 11.
  • 12.
    ทีนี้ เราลองมาดูอกด ้านหนึงของประเด็นนีบ้าง ดู ี ่ ้ ั ่ ี ิ ั ฝั่ งชาวอเมริกนทีชวตไม่เคยสุขสนต์เท่านีมาก่อน ้ นั่นคือ บรรดาเจ้าของทุน 12
  • 13.
  • 14.
    กาไรบริษัท (corporate profitsย่อว่า CP) คิด ั ่ เป็ นสดสวนของเศรษฐกิจทังระบบ (GDP) อยูใน ้ ่ ระดับสูงสุดตังแต่ทศวรรษ 1950 เป็ นต ้นมา ้ ่ ั้ ยกเว ้นชวงสนๆ ปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤติการเงิน 14
  • 15.
    ี ี ประธานเจ ้าหน้าทีฝ่ายบริหาร (ซอโอ) ได ้ ่ ค่าตอบแทนมากกว่าพนักงานทั่วไปถึง 350 เท่า เพิมจาก 50 เท่าระหว่างปี 1960-1985 ่ 15
  • 16.
    ี ี ตังแต่ปี 1990 ค่าตอบแทนซอโอเพิม 300% ่ ขณะทีกาไรบริษัทสูงขึนสองเท่า ค่าตอบแทน ่ ้ “พนักงานฝ่ ายผลิต” เพิมขึน 4% และค่าแรงขัน ่ ้ ้ ตาลดลง (ตัวเลขทังหมดปรับตามเงินเฟ้ อแล ้ว) ่ ้ 16
  • 17.
    ั่ ค่าจ ้างรายชวโมงเฉลียหลังปรับตามเงินเฟ้ อแล้ว ่ ไม่เพิมขึนเลยในรอบ 50 ปี ระหว่าง 1964-2008 ่ ้ 17
  • 18.
    ั้ ่ ี ี พูดสนๆ คือ... ขณะทีซอโอและผู ้ถือหุ ้นได ้เงิน ั ่ เป็ นกอบเป็ นกา ค่าจ ้างคิดเป็ นสดสวนของจีดพีี กลับตกตาเป็ นประวัตการณ์ ่ ิ 18
  • 19.
    ้ พูดอีกอย่างคือ ในการต่อสูระหว่าง “แรงงาน” กับ“ทุน” ทุนเป็ นฝ่ ายชนะขาดลอย (ชายในภาพ ี นียังชพไปวันๆ ในเมืองเลควูด ห่างจากวอลล์ ้ สตรีทไปประมาณ 100 ไมล์ เขาคงเป็ น “แรงงาน” ถ ้าไม่ตกงานและหางานใหม่ไม่ได ้) 19
  • 20.
    ี ิ แน่นอน ชวตสุดยอดไปเลยถ้าคุณอยูในกลุมผู ้มี ่ ่ รายได ้สูงสุด 1% ของชาวอเมริกนทังหมด ั ้ ั ่ สดสวนรายได ้ก่อนหักภาษี ของคุณต่อรายได ้ทัง ้ ประเทศตอนนีสงสุดนับตังแต่ทศวรรษ 1920 ้ ู ้ เป็ นต ้นมา สูงเกือบ 2 เท่าของค่าเฉลียระยะยาว! ่ 20
  • 21.
    และเศรษฐี 0.1% ทีรวยทีสดในอเมริกาเมือ ่ ่ ุ ่ เทียบกับคนอืนก็รวยกว่าเศรษฐี 0.1% ใน ่ ประเทศพัฒนาแล ้วประเทศอืนๆ ่ 21
  • 22.
    อันทีจริง ความเหลือม ่ ่ ล้าทางรายได ้ของ ี อเมริกาถ่างกว ้างเสยจน ตอนนีอยูอนดับที่ 93 ใน ้ ่ ั โลกในมาตรวัด “ความ เท่าเทียมทางรายได ้” จีนอยูอนดับสูงกว่า ่ ั อเมริกา อินเดียกับ อิหร่านก็สงกว่า ู 22
  • 23.
    คงมีน ้อยคนทีมปัญหากับความเหลือมล้าทาง ่ ี ่ รายได ้ถ ้าหาก “ความฝั นแบบอเมริกน” ยังดีอยู่ ั คือถ ้าคนขวนขวายเข ้าสู่ 1% นันได ้ แต่ความจริง ้ คือโอกาสขยับฐานะในอเมริกาก็อยูจดตาสุดด ้วย ่ ุ ่ 23
  • 24.
    ทังหมดนีแปลว่าอะไรในแง่ของฐานะ? มัน ้ ้ แปลว่าชาวอเมริกนทีรวยสุด 1% เป็ นเจ ้าของ ั ่ ิ ทรัพย์สนทางการเงิน 42% ของทังประเทศ และ ้ คนทีรวยสุด 5% เป็ นเจ ้าของถึง 70% ่ 24
  • 25.
    ิ ทรัพย์สนทุกประเภทประมาณ 60% ของทัง้ ่ ่ ่ ุ ้ ประเทศอยูในมือคนทีรวยทีสด 5% (ภาพซาย) 25
  • 26.
    จาปั ญหาหนีมหาศาลของอเมริกาได ้ไหมทีชาว ้ ่ อเมริกนนับร ้อยล ้านคนเป็ นหนีทวมหัว? คนทีรวย ั ้ ่ ่ สุด 1% ไม่มปัญหานัน พวกเขาเป็ นเจ ้าของหนี้ ี ้ แค่ 5% ของหนีทงประเทศ ้ ั้ 26
  • 27.
    ทีนมาดูภาษี ...นีเป็ นยุคทีคนรวยควรหาเงินให้ ี้ ่ ่ เยอะๆ ในอเมริกา เพราะอัตราภาษี ทพวกเขาต ้อง ี่ จ่ายอยูใกล ้จุดตาสุดในประวัตศาสตร์ ่ ่ ิ 27
  • 28.
    ั ่ สดสวนภาษี ทังหมดต่อรายได้ของคนรวยสุด 1% ้ ตากว่าคนทีรวยรองลงมา 9% - และไม่สงไปกว่า ่ ่ ู คนกลุมรายได ้อืนๆ เท่าไรนัก ่ ่ 28
  • 29.
    ี่ ่ ุ ี้ ่ เศรษฐีทรวยทีสดในอเมริกามักชวาพวกเขาจ่าย ึ่ ภาษี มากกว่าคนอืนๆ ซงก็จริง – คนรวยสุด 20% ่ จ่ายภาษี 64% ของภาษี ทังหมด (กราฟล่าง) แต่ ้ นั่นเป็ นเพราะพวกเขามีรายได ้มากกว่าคนอืนด ้วย ่ (กราฟบน – 59%) 29
  • 30.
    ทีนเราก็มาถึงประเภทของบริษัทอเมริกนทีถก ี้ ั ่ ู ประณามมากทีสด และก็สมควรถูกประณามด ้วย ่ ุ ื่ ั นั่นคือ ธนาคารทังหลาย โจรชอดัง วิลลี ซตตัน ้ เคยอธิบายว่าเขาปล ้นธนาคารเพราะ “เงินอยูท ี่ ่ นั่น” นายคนนีรู ้ดีวาเขาพูดถึงอะไร ้ ่ 30
  • 31.
    จาได ้ไหมตอนทีรัฐบาลอเมริกนเข ้าไปอุ้ม ่ ั ธนาคาร? แล ้วจาได ้ไหมว่ารัฐบาลบอกว่าต ้องเอา เงินภาษี ไปอุ ้มเพราะอะไร? พวกเขาบอกว่าเรา ต ้องอุ ้มธนาคารไม่ให ้ล ้ม ธนาคารจะได ้ปล่อยกู ้ ให ้กับธุรกิจอเมริกนต่อไป ถ ้าพวกเขาปล่อยกู ้ ั ั ไม่ได ้ สงคมจะล่มสลาย.... 31
  • 32.
    โอเค พออุ ้มแล้วธนาคารปล่อยกู ้หรือเปล่า? ิ ื่ เปล่าเลย ยอดสนเชอธนาคารตกลงอย่างฮวบ ื ่ ฮาบ และจนถึงวันนีก็ยังไม่คนสูระดับก่อนวิกฤติ ้ 32
  • 33.
    แล ้วธนาคารทาอะไรตังแต่ปี 2007ถ ้าไม่ปล่อยกู ้ ้ ให ้กับธุรกิจอเมริกน? ปล่อยกู ้ให ้กับรัฐบาล ั ิ ื้ อเมริกนน่ะส! ด ้วยการซอพันธบัตรรัฐบาลที่ ั ี่ ปลอดความเสยง และหลักทรัพย์ทรัฐค้าประกัน ี่ 33
  • 34.
    ทีน่าทึงคือ ธนาคารมีรายได ้ดอกเบียจากเงินที่ ่ ่ ้ พวกเขา ไม่ได ้ปล่อยกู ้ ด ้วย – จาก “ทุนสารอง ่ สวนเกิน” ทีฝากไว ้กับธนาคารกลาง ย ้อนไปตอน ่ ิ เกิดวิกฤติการเงิน ธนาคารกลางตัดสนใจชวยอุ ้ม ่ ธนาคารพาณิชย์ด ้วยการจ่ายดอกเบียให ้กับเงิน ้ ่ สวนนีทไม่ได ้ปล่อยกู ้ ธนาคารก็กนดอกเบียนี้ ้ ี่ ิ ้ ต่อไปอย่างสุข สบาย (การเป็ น ธนาคารนีมัน ่ สุดยอดจริงๆ) 34
  • 35.
    แน่นอน ระหว่างนันธนาคารต่างๆ ก็กู้เงินได ้ฟรีๆ ้ เพราะธนาคารกลางหั่นอัตราดอกเบียนโยบายจน ้ เกือบศูนย์ ธนาคารก็หนดอกเบียเงินฝากตามจน ั่ ้ เกือบศูนย์ พวกเขาจะได ้โกยเงินทังหมดที่ ้ ต ้องการได ้ – โดยแทบไม่มต ้นทุนอะไรเลย! ี 35
  • 36.
    ี ถ ้าคุณกู ้เงินได้โดยแทบไม่เสยดอกเบีย และเอา ้ ี่ เงินนันไปให ้รัฐบาลกู ้ปลอดความเสยงโดยได ้ ้ ็ ดอกเบียสองสามเปอร์เซนต์ ก็เท่ากับว่าคุณปั๊ม ้ เงินได้เอง และตอนนีธนาคารต่างๆ ก็กาลังทา ้ อย่างนัน สถาบัน Institutional Risk Analytics ้ ี้ ่ ่ ชวาธนาคารอเมริกนมีกาไร “สวนต่างดอกเบีย ั ้ สุทธิ” (net interest margin) ถึง 211,000 ล ้าน เหรียญสหรัฐในครึงปี แรก 2011 …สุดยอด! ่ 36
  • 37.
    ่ และเจ ้ากาไรสวนต่างดอกเบียสุทธินันก็ชวยให ้ ้ ้ ธนาคารพาณิชย์ทากาไรได ้ 58,000 ล ้านเหรียญ สหรัฐในครึงปี แรกของปี 2011 ่ 37
  • 38.
    ่ และชวยทาให ้ภาคการเงินอเมริกนทากาไรสุทธิ ั เกือบสูงสุดเป็ นประวัตการณ์ – ในขณะทีภาค ิ ่ ่ สวนอืนๆ ของประเทศดินรนกับอัตราว่างงาน 9% ่ ้ 38
  • 39.
    และกาไรสุทธิของภาคการเงินก็กาลังไต่ระดับสู่ ิ ่ ั ่ สถิตใหม่ เมือคิดเป็ นสดสวนต่อกาไรสุทธิของ ภาคธุรกิจอเมริกาทังประเทศ ้ 39
  • 40.
    แน่นอนว่าตัวเลขกาไรเหล่านันคือหลังจากที่ ้ ธนาคารจ่ายพนักงานธนาคารของพวกเขาไป แล ้ว และตอนนีงานในภาคการเงินก็ยังเจ๋งอยู่ – ้ พนักงานธนาคารในนิวยอร์คมีเงินเดือนเฉลีย่ 361,330 เหรียญสหรัฐในปี 2010 ไม่เลวเลย! 40
  • 41.
    เงินเดือนในภาคการเงินทีวานันสูงกว่าเงินเดือน ่ ่ ้ เฉลียในภาคธุรกิจทังอเมริกาโดยรวม 6 เท่า ่ ้ ึ่ (ซงตัวเลขหลังนีทจริงก็ตากว่าเงินเดือนเฉลียใน ้ ี่ ่ ่ ภาครัฐ แต่นั่นเป็ นอีกประเด็นหนึง)่ 41
  • 42.
  • 43.
    สุดท ้าย เราจะย้อนมาดูภาพ “นาทีทอง” อีกที – เหตุผลใหญ่ทผู ้ชุมนุมประท ้วงภาคการเงินโกรธ ี่ ้ ั ่ มาก นั่นคือเรืองของค่าจ ้าง ตอนนีสดสวนค่าจ ้าง ่ ต่อจีดพตาสุดเป็ นประวัตการณ์ ี ี ่ ิ 43
  • 44.
    ทีนคณก็รู ้แล ้วว่าผู้ชุมนุมประท ้วงโกรธเรืองอะไร! ี้ ุ ่ 44
  • 45.
    ุ ้ ่ สไลด์ชดนีเป็ นสวนหนึงของคอลัมน์ ่ Info * Graphic * Fun บนเว็บไซต์ไทยพับลิก ้า แปลจากต ้นฉบับภาษาอังกฤษ “CHARTS: Here's What The Wall Street Protesters Are So Angry About...” เว็บไซต์ Business Insider http://www.businessinsider.com/what-wall- street-protesters-are-so-angry-about-2011-10 45