คลิิกเพื่่�อกลัับสู่่�หน้้าสารบััญ
คลิิกเพื่่�อดูู Outlook เล่่มอื่่�น ๆ คลิิกเพื่่�อเข้้าสู่่�เว็็บไซต์์ EIC
คลิิกเพื่่�อไปยัังเนื้้�อหาที่่�ต้้องการ
คลิิกเพื่่�อแสดงรายละเอีียดเพิ่่�ม คลิิกเพื่่�อเพื่่�อกลัับสู่่�หน้้า Theme
วิิธีีใช้้งาน Interactive PDF
มุุมมองเศรษฐกิิจปีี 2022
ณ ไตรมาส 1 ปีี 2022
Go to page หน้้า
x Q4/2021
Q1/2022
เรื่่�องในเล่่ม
The information contained in this report has been obtained from sources believed to be reliable. However, neither we nor any of our respective affiliates, employees or representatives make any representation or warranty,
express or implied, as to the accuracy or completeness of any of the information vcontained in this report, and we and our respective affiliates, employees or representatives expressly disclaim any and all liability relating
to or resulting from the use of this report or such information by the recipient or other persons in whatever manner.
Any opinions presented herein represent our subjective views and our current estimates and judgments based on various assumptions that may be subject to change without notice, and may not prove to be correct.
This report is for the recipient’s information only. It does not represent or constitute any advice, offer, recommendation, or solicitation by us and should not be relied upon as such. We, or any of our associates, may
also have an interest in the companies mentioned here in.
มุุมมองเศรษฐกิิจปีี 2022
ณ ไตรมาส 1 ปีี 2022
Bull-Bear :
ราคาน้ำำ��มััน
Go to page
Go to page
หน้้า
หน้้า
4
139
แนวโน้้มภาวะการเงิินไทยปีี 2022
Go to page หน้้า
123
แนวโน้้มเศรษฐกิิจไทยปีี 2022
หน้้า
63
Go to page
แนวโน้้มเศรษฐกิิจโลกปีี 2022
ภาวะการเงิินไทยมีีแนวโน้้มปรัับตึึงตััวขึ้้�น
และค่่าเงิินบาทจะยัังอ่่อนค่่าในระยะสั้้�น
หน้้า
หน้้า
18 130
Go to page
Go to page
กนง. จะคงดอกเบี้้�ยนโยบายตลอดปีีนี้้�
แม้้ Fed จะปรัับขึ้้�นดอกเบี้้�ยต่่อเนื่่�อง
หน้้า
125
Go to page
แม้้ COVID-19 เริ่่�มคลี่่�คลาย แต่่สงคราม
รััสเซีีย-ยููเครน ทำำ�ให้้เศรษฐกิิจโลกชะลอลง
หน้้า
20
Go to page
เศรษฐกิิจไทยจะได้้รัับผลกระทบจากสงคราม
ในยููเครนผ่่านหลายช่่องทาง
หน้้า
66
Go to page
เงิินเฟ้้อเร่่งตััวขึ้้�นเร็็วจากราคาสิินค้้าโภคภััณฑ์์
และอุุปทานคอขวด
หน้้า
41
Go to page
เงิินเฟ้้อที่่�เพิ่่�มขึ้้�นและแผลเป็็นเศรษฐกิิจเดิิม
ส่่งผลให้้เศรษฐกิิจไทยฟื้้�นตััวช้้าลง
หน้้า
89
Go to page
นโยบายการเงิินในกลุ่่�มเศรษฐกิิจ
พััฒนาแล้้วตึึงตััวขึ้้�น
หน้้า
51
Go to page
ภาครััฐยัังมีีบทบาทสำำ�คััญ
ในการพยุุงเศรษฐกิิจในปีี 2022
หน้้า
118
Go to page
Q4/2021
Q1/2022
• EIC ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในป 2022 เปน 2.7% จากเดิมคาดไวที่ 3.2% จากผลกระทบของ
สงครามระหวางรัสเซียและยูเครน
• การสงออกสินคาจะไดรับผลกระทบจากจากสงครามผานการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยุโรป และปญหาการชะงักงัน
ของอุปทาน (supply disruption) ที่รุนแรงขึ้น ในภาพรวม มูลคาการสงออกยังขยายตัวดีแตเปนผลจากปจจัยดานราคาที่สูงขึ้น
ตามตนทุนโดยเฉพาะในหมวดพลังงานมากกวาการเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณ
• การผอนคลายกฎระเบียบทั้งในไทยและตางประเทศเปนปจจัยสนับสนุนการทองเที่ยว และจะชวยชดเชยการชะลอลงของ
นักทองเที่ยวรัสเซียและยุโรปที่ถูกกระทบจากสงครามสงผลใหในปนี้ จะมีจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางเขาไทยราว
5.7 ลานคน
• อัตราเงินเฟอทั่วไปของไทยเฉลี่ยทั้งปจะเรงตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 14 ปที่ระดับ 4.9% ทามกลางขอจํากัดดานมาตรการการกระตุน
เศรษฐกิจของภาครัฐและแผลเปนทางเศรษฐกิจที่มีอยูเดิม รวมถึงตลาดแรงงานที่ยังฟนตัวไดไมเต็มที่ เพิ่มแรงกดดันการบริโภค
ภาคเอกชนและการลงทุนของภาคธุรกิจ สงผลใหการฟนตัวของเศรษฐกิจไทยเปนไปอยางชา ๆ โดยระดับ GDP รายป จะยังไม
กลับไปเทาระดับกอนเกิดการระบาดในป 2019 จนกระทั่งชวงครึ่งหลังของป 2023
• นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงดานต่ําที่ตองจับตามองอีกหลายประการ ไดแก (1) ราคาน้ํามันที่อาจเพิ่มขึ้นและอยูในระดับสูงยาวนาน
กวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ จนอาจทําใหเกิดภาวะเศรษฐกิจซบเซาคูกับเงินเฟอสูง (stagflation) ที่รุนแรงและ
เนิ่นนานขึ้น (2) การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง (3) การดําเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวของธนาคารกลางหลัก
ของโลก (4) การฟนตัวของนักทองเที่ยวตางประเทศลาชาจากผลกระทบของสงครามและการระบาดรอบใหม และ (5) ผลของ
แผลเปนเศรษฐกิจที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคาครองชีพที่สูงขึ้น จนอาจกระทบตอความสามารถในการชําระหนี้ในวงกวาง
แนวโนมเศรษฐกิจไทยป 2022
4
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
3
Q1/2022
80
85
90
95
100
105
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
Asian Financial Crisis Subprime Crisis
2011 Great Flood COVID-19
EIC คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.7% ในป 2022 ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.2% รวมทั้งปรับเงินเฟอขึ้นเปน
4.9% จากเดิม 1.6% จากผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
ประมาณการการฟนตัวของ Real GDP ไทย (จํานวนไตรมาส
หลังเกิดวิกฤต)
หนวย : ดัชนี Rolling sum 4 ไตรมาส (2019Q4 = 100 ของ COVID-19)
ปจจัยเสี่ยงตอการฟนตัวทางเศรษฐกิจ
• อัตราการเงินเฟอที่เรงตัวสูง จากราคาน้ํามัน
และโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น และอาจอยูในระดับสูงยาว
นานกวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ที่จะสงผลใหอัตราเงินเฟอเรงตัวสูง ซึ่งจะสงผล
กระทบทางตรงตอกําลังซื้อในประเทศและตนทุน
ในภาคธุรกิจ
• การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง
ทั้งจากนโยบาย Zero Covid ของจีน และมาตรการ
คว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซีย
• ภาวะการเงินตึงตัว จากนโยบายของธนาคารกลาง
หลักของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ผานการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือลดสภาพคลองใน
ระบบ ที่จะสงผลตอตนทุนการกูยืมเงินระยะยาวของ
ภาครัฐและภาคเอกชนไทย
• การฟนตัวของนักทองเที่ยวจากยุโรปที่อาจชา
กวาคาด จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-
ยูเครน
• ผลของแผลเปนเศรษฐกิจ จากการแพรระบาด
ของ COVID-19 ที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคา
ครองชีพจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทบตอ
ความสามารถในการชําระหนี้ของภาคครัวเรือน
ในวงกวาง
ประมาณการเศรษฐกิจ
(กรณีฐาน)
หนวย 2021
2022F
ณ ธ.ค.
2021
ณ มี.ค.
2022
GDP %YOY 1.6 3.2 2.7
การบริโภคภาคเอกชน %YOY 0.3 3.4 2.9
การบริโภคภาครัฐ %YOY 3.2 -0.6 -1.5
การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.2 4.0 3.5
การลงทุนภาครัฐ %YOY 3.8 4.8 3.0
การสงออกสินคาและบริการ %YOY 10.4 10.9 8.4
- มูลคาสงออกสินคา (USD BOP basis) %YOY 18.8 3.4 6.1
การนําเขาสินคาและบริการ %YOY 17.9 8.9 6.5
- มูลคานําเขาสินคา (USD BOP basis) %YOY 23.4 4.3 13.2
จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ ลานคน 0.4 5.9 5.7
อัตราเงินเฟอทั่วไป %YOY 1.2 1.6 4.9
ราคาน้ํามันดิบ Brent USD/Brl. 70.4 70 110.3
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นป) % 0.50 0.50 0.5
Forecast periods
คาดเศรษฐกิจไทยกลับไปเทากอนเกิดวิกฤต
ในชวง Q3 ป 2023
2023Q3
5
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
4
Q1/2022
4
เศรษฐกิจไทย ป 2022
EIC ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในป 2022 ลงเปน 2.7% จากเดิมที่คาดไว 3.2% จากผลกระทบของสงครามระหวางรัสเซียและยูเครน
Key forecasts
GDP
(%YOY)
2021 2022F
1.6 2.7
เศรษฐกิจไทยป 2022 จะไดรับผลกระทบจากสงครามใน
ยูเครนผานหลายชองทาง ทั้งจากกําลังซื้อของยุโรปที่
ชะลอลง รวมถึงราคาสินคาและโภคภัณฑที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ
พลังงาน ซึ่งจะกดดันกําลังซื้อของผูบริโภค อยางไรก็ตาม
ยังมีปจจัยหนุนจากจํานวนนักทองเที่ยวชาวตางชาติ
ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่จะ
ทยอยฟนตัวหลังการแพรระบาดของ Omicron เริ่มดีขึ้น
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (ณ สิ้นป)
0.5 0.5
(0.5)
คาด ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5%
ตลอดป 2022 เพื่อสนับสนุนการฟนตัวทางเศรษฐกิจ
และตลาดแรงงานที่ยังคงเปราะบาง ในภาวะที่แรงกดดัน
ดานเงินเฟอจากฝงอุปสงคยังจํากัด ทั้งนี้การปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยของไทย อาจทําไดเร็วสุดในป 2023
ซึ่งเปนชวงที่ขนาดของเศรษฐกิจไทยจะกลับไปเทาชวง
กอน COVID-19
อัตราแลกเปลี่ยน (ณ สิ้นป)
(THB/USD)
33.2 32.5-33.5
เงินบาทมีแนวโนมผันผวนในทิศทางออนคาในระยะสั้น ทั้งจาก
ผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนตอดุลบัญชีเดินสะพัด
และแนวโนมการตึงตัวของนโยบายการเงินในเศรษฐกิจหลัก
อยางไรก็ตาม ณ สิ้นป 2022 เงินบาทมีแนวโนมแข็งคาเล็กนอย
สูระดับ 32.5-33.5 บาทตอดอลลารสหรัฐ ตามการฟนตัวของ
เศรษฐกิจไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโนมปรับดีขึ้นในชวง
ครึ่งหลังของป จากจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น
( ) คาดการณครั้งกอน ไมเปลี่ยนแปลง ปรับขึ้นจากคาดการณครั้งกอน ปรับลงจากคาดการณครั้งกอน
2021 2022F 2021F 2022F
(%)
(3.2) (0.5) (32-33)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแหงประเทศไทย,
กระทรวงพาณิชย, การทองเที่ยวแหงประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg
6
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
5
Q1/2022
5
เศรษฐกิจไทย ป 2022
ปจจัยบวก
ปจจัยลบ
ปจจัยเสี่ยง
(เทียบกับคาดการณครั้งกอน)
(เทียบกับคาดการณครั้งกอน)
• ภาคการทองเที่ยวจะไดรับอานิสงสจากนโยบายเปดรับนักทองเที่ยวของภาครัฐ
การทยอยเปดประเทศของเพื่อนบานในเอเชีย และขอตกลงการเดินทางแบบทวิภาคีกับ
ประเทศตาง ๆ เชน มาเลเซีย อินเดีย รวมถึงการฟนความสัมพันธกับซาอุดีอาระเบีย
• การใชจายในประเทศยังมีแนวโนมฟนตัว แมถูกกระทบดานกําลังซื้อจากผลของสงคราม
รัสเซีย-ยูเครน จากอานิสงสของการกระจายวัคซีนในประเทศที่ดีขึ้นตอเนื่อง และการระบาด
ของ Omicron ที่รุนแรงนอยกวาคาด สงผลใหกิจกรรมเศรษฐกิจจะกลับมาดําเนินการได
เพิ่มขึ้น
• ราคาน้ํามันและโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น และอาจอยูใระดับสูง
ยาวนานกวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน
จะสงผลใหอัตราเงินเฟอเรงตัวสูง และสงผลกระทบ
ทางตรงตอกําลังซื้อในประเทศและตนทุนในภาคธุรกิจ
• การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง
ทั้งจากนโยบาย Zero Covid ของจีน และมาตรการ
คว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซีย
• การเริ่มดําเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวของธนาคาร
กลางหลักของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ
(Fed) ผานการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือลดสภาพคลองใน
ระบบ ที่จะสงผลตอตนทุนการกูยืมเงินระยะยาวของ
ภาครัฐและภาคเอกชนไทย
• การฟนตัวของนักทองเที่ยวจากยุโรปอาจเปนไป
ชากวาที่คาด จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน
• ผลของแผลเปนเศรษฐกิจจากการแพรระบาดของ
COVID-19 ที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคาครองชีพ
จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทบตอความสามารถ
ในการชําระหนี้ของภาคครัวเรือนในวงกวาง
• ผลกระทบจากสงครามในยูเครนและมาตรการคว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตาง ๆ ตอรัสเซีย
ทั้งจากตนทุนโภคภัณฑและราคาสินคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะพลังงาน รวมถึงการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจและการคาโลก โดยเฉพาะในยุโรปซึ่งเปนตลาดสงออกสําคัญของไทย
• ภาวะเงินเฟอที่สูงขึ้นในขณะที่ตลาดแรงงานยังฟนตัวไมเต็มที่ รวมถึงแผลเปนเศรษฐกิจ
จะเปนปจจัยสําคัญที่ใหเศรษฐกิจฟนตัวชา
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแหงประเทศไทย,
กระทรวงพาณิชย, การทองเที่ยวแหงประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg
7
• เศรษฐกิจโลกในป 2022 มีแนวโนมฟนตัวชะลอลงจากปกอน เนื่องจากตองเผชิญปจจัยเสี่ยงสําคัญหลายประการ จากทั้งการ
ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ Omicron ในไตรมาสแรก และสงครามระหวางรัสเซียและยูเครน ที่ทําใหราคาสินคาโภคภัณฑสูงขึ้น
มาก ปญหาอุปทานคอขวดปรับแยลง สงผลใหเงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วในหลายประเทศ
• EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกในป 2022 ขยายตัว 3.4% ชะลอลงจาก 5.8% ในป 2021 โดยในชวงไตรมาสแรกของปนี้ เศรษฐกิจ
โลกมีแนวโนมขยายตัวชะลอลงจากการแพรระบาดของ COVID-19 สายพันธุ Omicron ทําใหหลายประเทศตองกลับมาใชมาตรการ
ควบคุมการแพรระบาดอีกครั้ง ทั้งนี้พบวามาตรการควบคุมมีความเขมงวดนอยกวาการระบาดระลอกกอน ๆ ทําใหผลกระทบตอ
เศรษฐกิจจะนอยกวาในปกอน โดย EIC คาดวาผลกระทบจะจํากัดอยูในไตรมาสแรกของปนี้เปนสวนใหญ และภาคบริการไดรับ
ผลกระทบจากการกลับมาระบาดมากกวา ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตปรับชะลอลงเล็กนอย แตยังมีความเสี่ยงตอการชะงักงันของ
อุปทาน โดยเฉพาะจากการดําเนินนโยบายโควิดเปนศูนย (Zero Covid) ของจีน ซึ่งเปนแหลงผลิตสินคาสําคัญของโลก
• นอกจากนี้ การฟนตัวของเศรษฐกิจโลกยังตองเผชิญอีกหนึ่งอุปสรรคสําคัญ คือ สงครามระหวางรัสเซียและยูเครนที่สงผล
กระทบตอเศรษฐกิจโลกผาน 4 ชองทาง คือ 1) ราคาสินคาโภคภัณฑปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในภาคพลังงานและเกษตรกรรม
เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเปนแหลงจัดหาโลหะอุตสาหกรรม ธัญพืช และวัตถุดิบทางการเกษตรที่สําคัญของโลก 2) ปญหาอุปทาน
คอขวดยืดเยื้อขึ้น โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอรและยานยนต ซึ่งจําเปนตองใชโลหะและสารตาง ๆ ที่รัสเซียและยูเครนอยูในกลุม
ผูผลิตหลัก โดย EIC คาดวา กวาสถานการณอุปทานคอขวดจะคลี่คลายไดอยางชัดเจนอาจตองใชเวลาถึงป 2023 3) การคาโลก
อาจชะลอตัวลง โดยถึงแมวาสัดสวนการคาระหวางประเทศของรัสเซียและยูเครนจะมีขนาดเล็ก แตหากสงครามยืดเยื้อและมาตรการ
คว่ําบาตรครอบคลุมการคาดานพลังงาน จะสงผลกระทบตอการคาและเศรษฐกิจโลกเปนวงกวางและรุนแรงมากขึ้น และ 4) ภาวะ
การเงินที่อาจตึงตัวขึ้นในระยะสั้น จากความผันผวนและการไหลออกของเงินทุนเขาสูสินทรัพยปลอดภัย
• ทั้งนี้ EIC ประเมินวา ผลกระทบจากสงครามตอเศรษฐกิจในแตละภูมิภาคจะแตกตางกัน โดยยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบ
รุนแรงที่สุด เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง ราว 1 ใน 3 ของพลังงานที่ใช ขณะที่สหรัฐฯ จะไดรับผลกระทบจากสงคราม
จํากัด เนื่องจากเปนผูสงออกกาซธรรมชาติสุทธิ และมีสัดสวนการคากับรัสเซียนอย สําหรับกลุมประเทศเอเชียแปซิฟกอาจไดรับ
ผลกระทบจากดุลการคาที่ลดลง จากราคานําเขาดานพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากสวนใหญเปนผูนําเขาสินคาโภคภัณฑ
สรุปแนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022
8
• ดวยราคาสินคาโภคภัณฑที่เรงตัวขึ้นมาก การตึงตัวของอุปทานที่รุนแรงขึ้น และตลาดแรงงานโดยเฉพาะในกลุมเศรษฐกิจ
พัฒนาแลวที่ตึงตัวขึ้น ทําใหอัตราเงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วในหลายภูมิภาค ซึ่งกระทบตอกําลังซื้อและการบริโภค ความสามารถใน
การทํากําไรของบริษัท และการคาระหวางประเทศ ทั้งนี้พบวาอัตราเงินเฟอที่ปรับสูงขึ้นมีความแตกตางกันในแตละภูมิภาค โดยเงิน
เฟอที่สูงขึ้นในกลุมเศรษฐกิจเกิดใหม (Emerging markets) สวนใหญเปนผลจากปจจัยดานอุปทานหรือตนทุน โดยเฉพาะจากราคา
น้ํามันและสินคาโภคภัณฑอื่น ๆ ที่เรงตัวขึ้น ขณะที่แรงกดดันจากฝงอุปสงคยังมีจํากัดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังฟนตัวชา
ขณะที่เงินเฟอในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลว (Advanced economies) ปรับตัวขึ้น จากทั้งปจจัยดานอุปทานและอุปสงค เนื่องจาก
การเปดเมืองที่คืบหนากวากลุมเศรษฐกิจเกิดใหม สงผลใหการบริโภคและการลงทุนฟนตัวเร็ว อีกทั้ง ตลาดแรงงานตึงตัวสงผลให
อัตราคาจางปรับตัวสูงขึ้น ทําใหเงินเฟอพื้นฐานของกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวเรงตัวขึ้น
• อัตราเงินเฟอที่อยูในระดับสูงจะเปนอีกปจจัยที่ฉุดรั้งการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกในปนี้ โดยเงินเฟอที่สูงขึ้นสงผลใหอํานาจซื้อ
สินคาลดลง กดดันการฟนตัวของการบริโภค อีกทั้ง ตนทุนสินคาและบริการที่เพิ่มขึ้นยังกดดันความสามารถในการทํากําไรและฐานะ
ทางการเงินของบริษัท สงผลตอการฟนตัวของการลงทุน นอกจากนี้ การคาระหวางประเทศก็อาจชะลอลงจากดุลบัญชีเดินสะพัด
ในบางประเทศที่ขาดดุลมากขึ้น
• ในระยะตอไป EIC ประเมินวาเงินเฟอมีแนวโนมยังอยูในระดับสูงตอเนื่องในปนี้ แตอาจชะลอลงบางในชวงครึ่งหลังของปเมื่อ
สงครามและความตึงตัวของอุปทานเริ่มคลี่คลายลง และคาดวาอัตราเงินเฟอจะปรับลดลงเขาใกลระดับเปาหมายของธนาคารกลาง
หลักของโลกไดในป 2023 หลังการปรับการจัดการดานอุปทานโลกและเรงเพิ่มอุปทานใหมในบางสินคา โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอรที่
คาดวาจะออกมาเพียงพอตอความตองการในตลาดโลกมากขึ้น ระดับราคาสินคาโภคภัณฑที่คาดวาจะปรับชะลอลง และผลจากการ
ดําเนินนโยบายของภาครัฐและธนาคารกลางที่ตึงตัวขึ้น จะสงผลใหอุปสงคในระบบเศรษฐกิจชะลอลงสูระดับที่สมดุลกับอุปทานขึ้น
สรุปแนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022
9
• แรงกดดันเงินเฟอที่เพิ่มมากขึ้นสงผลใหธนาคารกลางหลายแหงเริ่มดําเนินนโยบายแบบตึงตัวขึ้น โดยลาสุดธนาคารกลาง
สหรัฐฯ (Fed) ไดหยุดการเขาซื้อสินทรัพยทางการเงิน พรอมทั้งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ในการประชุมรอบเดือน
มีนาคมที่ผานมา ในระยะตอไป EIC คาดวา Fed จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในทุกรอบการประชุมที่เหลือของปนี้ รวมทั้งป 7 ครั้ง และมี
โอกาสสูงขึ้นที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 50 bps ในคราวเดียว ในการประชุม 2 ครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2022
จากเงินเฟอที่คาดวาจะยังอยูในระดับสูงกวาเปาหมายมาก นอกจากนี้ คาดวา Fed จะเริ่มลดขนาดงบดุล (Quantitative tightening: QT)
ในเดือนพฤษภาคมดวยความเร็วและปริมาณที่มากกวาวัฏจักรรอบกอน
• EIC ประเมินวา นโยบายการเงินของเศรษฐกิจหลักที่ตึงตัวขึ้นจะเปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ
เนื่องจากจะสงผลใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจผานการลงทุนและการบริโภคที่อาจลดลง
นอกจากนี้ สภาพคลองของเศรษฐกิจหลักที่มีแนวโนมปรับลดลง จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายที่ไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงในกลุม
เศรษฐกิจเกิดใหมชะลอลง และคาเงินสกุลภูมิภาคอาจออนคาลงได
สรุปแนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022
10
อัตราเงินเฟอ
• เศรษฐกิจโลกในป 2022 มีแนวโนมฟนตัว ในอัตราที่ชะลอลง โดยการ
ฟนตัวของเศรษฐกิจปรับชะลอตัวลงเล็กนอยในไตรมาสแรกของปนี้
จากการแพรระบาดของ Omicron
• สงครามรัสเซียและยูเครนกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกในชวง
ที่เหลือทําใหชะลอลงกวาที่คาดการณไวผาน 4 ชองทาง ไดแก
1) การปรับขึ้นของราคาสินคาโภคภัณฑ 2) อุปทานคอขวดยืดเยื้อ
3) การคาโลกอาจชะลอลงรุนแรง และ 4) ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น
• ยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน รุนแรง
ที่สุด เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง สวนเอเชียแปซิฟก
อาจไดรับผลกระทบจากการขาดดุลการคาที่รุนแรง จากราคานําเขา
ดานพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากเปนผูนําเขาสินคาโภคภัณฑ
ตึงตัว ขยายตัว ลดลง เพิ่มขึ้น ตึงตัว ผอนคลาย
การเติบโตทางเศรษฐกิจ ทิศทางนโยบายการเงิน
• อัตราเงินเฟอเรงตัวขึ้นทั่วโลก สงผลตอเสถียรภาพเศรษฐกิจ
โลก โดยเงินเฟอใน AEs มาจากทั้งปจจัยอุปสงคและอุปทาน
ขณะที่เงินเฟอใน EMs สวนใหญเปนผลจากปจจัยอุปทาน
• ในระยะสั้น เงินเฟอโลกปนี้ มีแนวโนมขยายตัวมากกวาที่คาดการณไว
แตจะชะลอลงในป 2023 จากปญหาอุปทานคอขวดที่จะทยอย
คลี่คลายลง และอุปสงคที่จะทยอยกลับเขาสูระดับปกติ
• เงินเฟอสงผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกผาน 1) อํานาจซื้อสินคา
ที่ลดลงกดดันการฟนตัวของการบริโภค 2) ตนทุนที่เพิ่มขึ้น
กดดันการฟนตัวของภาคลงทุน 3) การคาระหวางประเทศ
ชะลอลง และดุลบัญชีเดินสะพัดในบางประเทศขาดดุลมากขึ้น
และ 4) การตึงตัวของตลาดแรงงานปรับลดลง
• EIC คาดวา Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 7 ครั้งในปนี้ และมีโอกาส
สูงที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอยางมาก 50 bps ในเดือนพฤษภาคม
และมิถุนายน นอกจากนี้ Fed อาจเริ่มลดขนาดงบดุล (QT) ในเดือน
พฤษภาคม
• ECB อาจสิ้นสุด QE ในเดือนกันยายน และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
25bp ในเดือนธันวาคม ตามเงินเฟอที่เรงตัวขึ้นและตลาดแรงงานที่ฟนตัว
ไดดี โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งตอไปอาจเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2023
• PBoC มีแนวโนมดําเนินนโยบายผอนคลายจากความไมแนนอนที่มีอยูสูง
โดยคาดวาจะมีการปรับลด RRR และอัตรา LPR เพิ่มเติมอีกในไตรมาส
ที่ 2 สําหรับครึ่งปหลัง ยังมีแนวโนมผอนคลายตอเนื่องแตความ
ชัดเจนจะมีมากขึ้นหลังการประชุม PBOC ในไตรมาสสองของปนี้
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักวิจัยตางประเทศ
แนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022
เศรษฐกิจโลกในป 2022 มีแนวโนมฟนตัวในอัตราที่ชะลอลงกวาที่คาดการณไวจากการระบาดของ Omicron สงครามรัสเซีย-ยูเครน และเงินเฟอที่มีแนวโนมอยูในระดับสูงตอเนื่อง
9
11
การเติบโตของเศรษฐกิจป 2020 2021 และ 2022
หนวย : %YOY
• การฟนตัวของภาคบริการ
• การฟนตัวภาคการผลิตและสินคาคงคลัง
• การฟนตัวของตลาดแรงงานแข็งแกรงตอเนื่อง
• การลงทุน CAPEX ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นตอเนื่อง
• ความเสี่ยงดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มขึ้น นําไปสูเงินเฟอที่เพิ่ม
สูงขึ้นตอเนื่อง และอุปทานคอขวดที่ยืดเยื้อ
• China’s Zero Covid Policy มีแนวโนมดําเนินตอเนื่อง
ในป 2022 อาจกดดันการฟนตัวของอุปทานคอขวด
• ภาวะการเงินอาจตึงตัวเร็วขึ้น จากเงินเฟออยูสูงกวา
ที่คาดการณไว
• ความเสี่ยงการเกิด stagflation ในบางพื้นที่
10
-3.4
-6.3
-4.6
2.3
5.5 5
1.6
8.1
3.2 2.7
1.7
4.5
สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุน จีน
2020 2021 2022F
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
*ขอมูล GDP ของยูโรโซนในป 2021
เปนขอมูลประมาณการ
12
แผนที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกป 2022
การเมือง ภูมิรัฐศาสตร
หมวดความเสี่ยงของ
เศรษฐกิจโลกป 2022
เศรษฐกิจ การเงิน
สงคราม การทหาร
สังคม
ระดับเงินเฟอปรับตัว
เพิ่มสูงขึ้นกวาที่คาดการณ
การปรับนโยบายภาครัฐของ
ประเทศตาง ๆ ที่มีแนวโนมตึงตัวขึ้น
1
ปญหาหนี้และฐานะคลัง
ของประเทศทั่วโลก
วิกฤตพลังงานที่รุนแรงขึ้น จากการที่รัสเซียลด
อุปทานพลังงานไปยังยุโรป
สงครามรัสเซียยูเครนที่ทวีความ
รุนแรงขึ้น กดดันการฟนตัว
ของเศรษฐกิจโลก
ความเปราะบางตอระบบสาธารณสุขโลกหลังวิกฤติ COVID-19
1 2 3
หมายเหตุ
คือ ความเสี่ยงสําคัญของ
เศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเกิดมากและ
ผลกระทบสูง 3 อันดับในป 2022
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
2
Zero Covid Policy ดําเนินตอเนื่อง
ในป 2022 กดดันการฟนตัวของจีน
และอาจกดดันการฟนตัวของอุปทาน
คอขวดของโลก
การกลายพันธุของไวรัสสายพันธุใหม
ขอพิพาทชองแคบไตหวัน
11
3
ความสัมพันธระหวางสหรัฐฯ และจีน ที่คาดวาจะยังตึงเครียดจากการแขงขันดาน
เทคโนโลยีและตลาดทุน และอาจมีแนวโนมขยายขอบเขตสูความมั่นคงของชาติ
การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางในหลายประเทศ
อาจสงผลตอเสถียรภาพการเงินโลก
ขอพิพาทระหวางจีน - อินเดีย
การสงขอมูลขามพรมแดน (cross-border data flow) ที่จะมีขอจํากัดมากขึ้น
จากประเด็นความมั่นคง เปนภาระตอธุรกิจขามชาติ
13
ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022
ที่มา : ขอมูลจากธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุน (BOJ) และธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS)
10
Apr French Presidential
Election การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส
14
Apr ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
27
Apr BOJ Meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุน (BOJ)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุน
9
Philippine
Presidential
Election
การเลือกตั้งประธานาธิบดีฟลิปปนส
Jun BIS Quarterly
Review
การประเมินผลการดําเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก
โดย Bank of International Settlements
ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
9
Jun
ประเด็นที่ตองจับตา
May
12
14
ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022
14-15
Jun FOMC meeting with
economic projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
20
Jul BOJ Meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุน (BOJ)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุน
21
Jul ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
Sep BIS Quarterly
Review
การประเมินผลการดําเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก
โดย Bank of International Settlements
8
Sep ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
20-21
FOMC meeting with
economic projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
Sep
ประเด็นที่ตองจับตา
13 ที่มา : ขอมูลจากธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed), ธนาคารกลางญี่ปุน (BOJ) และธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS)
15
ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022
27
Oct
2
Oct 2022 Brazilian
general election การเลือกตั้งทั่วไปของบราซิล
ประเด็นที่ตองจับตา
8
Nov United States
Congress elections การเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา
14 ที่มา : ขอมูลจาก ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed), ธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS) และธนาคารกลางญี่ปุน (BOJ)
Dec
BIS Quarterly Review การประเมินผลการดําเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก
โดย Bank of International Settlements
13-14
FOMC meeting with
economic projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
Dec
ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
BOJ Meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุน (BOJ)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุน
16
Continued Tight Labor
supply
ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022
15
Dec ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
2H2022 The 20th National
Congress of
the Chinese
Communist Party
การประชุมสภาประชาชนแหงชาติของจีน ซึ่งมีความสําคัญตอเศรษฐกิจ
เนื่องจากการประชุมจะเปนการกําหนดนโยบายที่สําคัญของจีน
ในดานตาง ๆ
ประเด็นที่ตองจับตา
ประเด็นสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022
Decelerated Growth Lingering Inflation Rising geopolitical
risks
AEs-China Policy
Divergence
15 ที่มา : ขอมูลจาก ธนาคารกลางยุโรป (ECB)
17
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022
18
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022
แมสถานการณ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย
แตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทําใหการฟนตัว
ของเศรษฐกิจโลกชะลอลง
เงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วจาก
ราคาสินคาโภคภัณฑและอุปทานคอขวด
กดดันการฟนตัวเศรษฐกิจโลก
นโยบายการเงินในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลว
ตึงตัวขึ้น สงผลตอภาวะการเงินโลก
และภาระหนี้ที่สูง
19
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
แมสถานการณ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย
แตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทําใหการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอลง
การแพรระบาดของ COVID-19 สงผลตอเศรษฐกิจโลกนอยลง หลังหลายประเทศใชนโยบาย Living with Covid อยางไรก็ดี สงครามรัสเซีย-ยูเครน
สงผลใหเศรษฐกิจโลกชะลอลงจากปญหาอุปทานคอขวดที่แยลง เปนผลใหราคาพลังงานและโภคภัณฑสูงขึ้น การคาโลกชะลอลง และภาวะการเงินตึงตัว
20
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
การแพรรบาดของ Omicron สงผลตอการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก (ในระยะสั้นนี้) อยางไร
• การฟนตัวของเศรษฐกิจโลกปรับชะลอตัวลงเล็กนอยในไตรมาสแรกของปนี้ โดยภาคบริการไดรับผลกระทบจากการกลับมาระบาดมากกวา ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตปรับชะลอลงเล็กนอย
อยางไรก็ดี ขอมูลลาสุดสะทอนใหเห็นวาการชะลอตัวมีแนวโนมไมรุนแรง และเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นแลว
มาตรการคว่ําบาตรตอรัสเซียมีอะไรบาง
• กลุมประเทศตะวันตกไดยุติการใหบริการระบบสื่อสารทางการเงินระหวางประเทศ หรือ SWIFT และไดมีการคว่ําบาตรสถาบันการเงินที่สําคัญ เชน แบน Sberbank VTB
• มาตรการปองกันไมใหธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) ใชทุนสํารองระหวางประเทศที่อยูในประเทศของตน
• การหามสงออกอุปกรณและสวนประกอบทางเทคโนโลยี ขอจํากัดในการทําธุรกิจของบริษัทรัสเซีย และบริษัทในตางประเทศไดมีการยุติการทําธุรกิจกับรัสเซีย
มาตรการคว่ําบาตรทางการเงิน สงผลตอตลาดการเงิน ระบบการชําระเงิน และการดําเนินนโยบายของธนาคารกลางรัสเซียอยางไร
• การยุติ SWIFT อาจนําไปสูความลําบากในการทําธุรกรรมระหวางประเทศของรัสเซีย แตจะไมนานําไปสูการหยุดชะงักของการคาทั้งหมด เนื่องจากมีระบบชําระเงินทางเลือกที่สามารถใชได แมจะ
ไมไดมีประสิทธิภาพดีเทาและมีตนทุนสูงกวา
• ธนาคารกลางรัสเซียถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองของตนที่อยูในตางประเทศ ทําใหอาจเปนอุปสรรคตอการดูแลเสถียรภาพตลาดการเงินและความเชื่อมั่น อยางไรก็ดี ตั้งแต 2014 รัฐบาล
และภาคธุรกิจไดเตรียมความพรอมผานการลดการพึ่งพา USD
ผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกมีกี่ชองทาง และสงผลตอการฟนตัวทางเศรษฐกิจโลกมากนอยเพียงใด
• 4 ชองทาง คือ 1) การปรับตัวขึ้นของราคาสินคาโภคภัณฑ 2) ปญหาอุปทานคอขวดยืดเยื้อ 3) การคาโลกอาจชะลอตัวลงรุนแรง และ 4) ภาวะการเงินที่อาจตึงตัวขึ้น
• ความตึงเครียดระหวางรัสเซียและยูเครนสงผลให GDP โลก มีแนวโนมปรับลดลงจากคาดการณเดิม อีกทั้ง การคว่ําบาตรผานการลดปริมาณอุปทานน้ํามันและกาซธรรมชาติ สงผลใหราคา
พลังงานและเงินเฟอโลกปรับสูงขึ้น
Theme 1 : การระบาดของ Omicron และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทําใหการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอลง
21
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
จํานวนผูติดเชื้อใหมทั่วโลกขยับสูงขึ้นเล็กนอยจากจํานวนผูติดเชื้อในเอเชียที่เพิ่มสูงขึ้น แตอัตราการเสียชีวิตสะสมทั่วโลก
มีแนวโนมลดลงตอเนื่อง
สถานการณ COVID-19 ของโลก
หนวย : ลานคน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ WHO และ John Hopkins University CSSE COVID-19 Data
จํานวนผูติดเชื้อรายใหมเฉลี่ย 7 วันของในแตละทวีป
หนวย : ลานคน
หนวย : พันคน
อัตราการเสียชีวิตสะสมของในแตละทวีป
หนวย : %
อัตราการเสียชีวิตสะสมของโลก
หนวย : %
1.27
0
2
4
6
8
0
2
4
6
8
10
Jul-21
Jul-20 Jan-21 Jan-22 Jul-21
Jul-20 Jan-21 Jan-22
แอฟริกา
เอเชีย
ยุโรป อเมริกาใต
อเมริกาเหนือ อื่น ๆ
Jul-21
Jul-20 Jan-21 Jan-22
แอฟริกา
เอเชีย
ยุโรป อเมริกาใต
อเมริกาเหนือ อื่น ๆ
Jul-21
Jul-20 Jan-21 Jan-22
4
3
2
1
0
2.0
1.5
1.0
0.5
0
30
25
20
15
10
5
0
ผูติดเชื้อรายใหมเฉลี่ย 7 วัน (แกนซาย)
ผูเสียชีวิตเฉลี่ย 7 วัน (แกนขวา)
อัตราการเสียชีวิตสะสม
อัปดตลาสุด : 26 มี.ค. 2022
22
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
สถานการณ COVID-19 ของโลกคาดวาจะเริ่มเขาสู endemic ในชวงครึ่งปหลังของป 2022 เมื่อประชากรโลกกวา 70% ไดรับ
วัคซีนครบโดสและยารักษา COVID-19 ถูกกระจายอยางทั่วถึง ซึ่งจะสงผลใหจํานวนผูปวยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิตลดลง
ความคืบหนาของการฉีดวัคซีน และการกระจายยารักษา COVID-19 เปนจุดเปลี่ยนสําคัญที่ทําให COVID-19 เขาสู endemic
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ WHO, CDC, Public Health Emergency (USA) และ McKinsey
เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิต และอัตราการแพรระบาดของ COVID-19
จํานวนผูรับวัคซีนของโลกอยูในระดับสูง โดย WHO คาดวา เมื่อ 70% ของประชากรทั่วโลกไดรับวัคซีนจะเปนจุดเปลี่ยน
สําคัญของการเขาสู endemic อยางไรก็ดี ประเทศในกลุมแอฟริกาที่อัตราการฉีดวัคซีนยังอยูในระดับต่ํา จะใชเวลาถึง
ชวงไตรมาส 3 ป 2023 กวาประชากรราว 70% จะไดรับวัคซีนอยางนอย 1 เข็ม ซึ่งสงผลใหแอฟริกายังเปนพื้นที่เสี่ยงที่
อาจเกิดการกลายพันธุของเชื้อ COVID-19 ขึ้นอีกครั้ง
0
20
40
60
80
100
10 30
0 20 40 50 60 70 80 90
83%
แอฟริกา
อเมริกาเหนือ
66%
อเมริกาใต
เอเชีย
ยุโรป
71%
โอเชียเนีย
74%
68%
20%
1 เข็ม ครบโดส
ความคืบหนาในการฉีดวัคซีน
(% ของจํานวนประชากร)
กลุมประเทศ
ชวงเวลาที่คาดวาประชากร
70% จะไดรับวัคซีน
Q4 ’21
Q1 ’22
Q1 ’22
Q2 ’22
Q2 ’22
Q3 ’23
% ผูไดรับวัคซีนครบโดสทั่วโลก
70%
57%
2021 2022 Jul/22
อัปเดตลาสุด : 26 มี.ค. 2022
การกระจายยารักษา COVID-19
อยางทั่วถึง ปจจุบันหลายประเทศ
อนุมัติใหใชยารักษา COVID-19
ในกรณีฉุกเฉินแลว รวมถึงผูผลิต
อยาง Merck ไดอนุญาตใหผูผลิต
ยาทองถิ่น 27 รายทั่วโลก ผลิตยา
เพื่อสงขายใหประเทศรายไดนอย
ในราคาถูกตามขอตกลงกับ UN
ยา ประสิทธิผลเพื่อลดการรักษา
ใน รพ. และเสียชีวิต
กําลังการผลิต
ตอป
Paxlovid (Pfizer) 89% เมื่อมีอาการไมเกิน 3 วัน 120 ลานคอรส
Molnupiravir
(Merck) 30% เมื่อมีอาการไมเกิน 5 วัน 20 ลานคอรส
• Omicron มีอัตราการแพรเชื้อที่สูงกวาเชื้อไวรัสชนิดอื่น แตอัตราการ
เสียชีวิตต่ํากวาเชื้อไวรัสหลายชนิด
• ประเทศที่มีอัตราการไดรับวัคซีนสูง และอัตราการเสียชีวิตจาก COVID-19
ต่ํา เตรียมที่จะประกาศให COVID-19 เปน Endemic
23
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
หลายประเทศเริ่มใชนโยบาย Living with Covid หลังสถานการณในประเทศเริ่มผอนคลาย
จากอัตราการเสียชีวิตที่อยูในระดับต่ํา
หลายประเทศเริ่มลดมาตรการที่เขมงวดเมื่ออัตราการเสียชีวิตสะสมอยูในระดับต่ํา
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC และมหาวิทยาลัยออกซฟอรด
0
5
10
15
20
25
30
35
40
45
50
55
60
65
70
75
80
85
0.00 0.20 0.40 0.60 0.80 1.00 1.20 1.40 1.60 1.80 2.00 2.20 2.40 2.60 2.80 3.00 3.20 3.40 3.60 3.80 4.00 4.20 4.40 4.60 4.80 5.00
Chile
Russia
India
Brazil
อัตราการเสียชีวิตสะสม
Canada
Stringency index
Belgium
Bangladesh
Poland
China
Colombia
UK
Denmark
Egypt
Indonesia
Sri Lanka
Japan
Kenya
Laos
Myanmar
Netherlands
Norway
Oman
Portugal
Qatar
Saudi Arabia
Vietnam
Singapore
South Africa
South Korea
Spain
USA
Sweden
Switzerland
Taiwan
Thailand
UAE
Asia Europe Latin America North America Africa
รัฐบาลนอรเวยยกเลิกมาตรการจํากัดการ
แพรระบาดของ COVID-19 ทั้งหมดตั้งแต 1
กุมภาพันธ เนื่องจากการระบาดระลอกปจจุบัน
ไมสงผลกระทบตอระบบสาธารณสุขของประเทศ
เชน
• ผูตรวจพบเชื้อไมจําเปนตองกักตัว
• สถานบันเทิงเปดบริการปกติ
• การยกเลิก vaccine passport และการ
ตรวจเชื้อ COVID-19 กอนเขาประเทศ
(มาตรการยังมีผลบังคับใชใน Svalbard
เนื่องจากบริการทางสาธารณสุขยังมีขอจํากัด)
รัฐบาล UK วางนโยบาย Living with COVID
โดยมีแผนในการยกเลิกมาตรการทั้งหมด
ภายในเดือนมีนาคม เชน
• ผูตรวจพบเชื้อไมจําเปนตองกักตัวเพื่อ
รักษาตัว แตแนะนําใหอยูบานและหลีกเลี่ยง
การสัมผัสผูอื่น
• ยกเลิกการบังคับสวมหนากากอนามัยในที่
สาธารณะ
• ตั้งแตวันที่ 1 เมษายน ยกเลิกการใช
vaccine passport ใน UK (ยกเวนการ
เดินทางระหวางประเทศ)
อัปเดตลาสุด : 12 มี.ค. 2022
24
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
แมหลายประเทศในเอเชียมีจํานวนผูติดเชื้อเพิ่มขึ้นแตสวนใหญยังคงเดินหนานโยบาย Living with Covid ยกเวนจีนที่ยังคง
มาตรการควบคุมการแพรระบาดอยางเขมขนจากนโยบาย Zero Covid
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลขององคการอนามัยโลก (WHO), มหาวิทยาลัยออกซฟอรด, กระทรวงสาธารณสุข, Nytimes และกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร
จํานวนผูติดเชื้อใหมเฉลี่ย 7 วัน
หนวย : พันคน หนวย : พันคน
อัตราการเสียชีวิตสะสม
หนวย : %
ความคืบหนาในการฉีดวัคซีน
หนวย : % ตอจํานวนประชากร
30
0
10
20
400
0
100
200
300
40
ก.ค. ม.ค. ก.ค. ม.ค.
0
1
2
3
4
ก.ค. ม.ค. ก.ค. ม.ค. 80%
0% 20% 40% 60% 100%
เกาหลีใต
เวียดนาม
สิงคโปร
จีน
มาเลเซีย
ไทย
91%
88%
88%
83%
81%
78%
รัฐบาลจีนประกาศเพิ่มมาตรการที่เขมงวดทันที เมื่อจํานวนผูติดเชื้อเพิ่มขึ้นกวา 1 พันคน เพื่อลด
การระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศ แมประชากรที่ไดรับวัคซีนครบโดสมีสัดสวนสูง โดยประกาศ
Lockdown 11 พื้นที่ เชน
• เมืองเซินเจิ้น ซึ่งเปนศูนยกลางดานเทคโนโลยีประกาศ Lockdown ใหประชาชนอยูบานตั้งแตวันที่ 14
มีนาคม เปนเวลา 1 สัปดาห รวมถึงการเรงตรวจเชื้อคนในพื้นที่ ซึ่งอาจสงผลตอ supply chain
ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก
• เซี่ยงไฮ เมืองศูนยกลางทางการเงิน ประกาศ Lockdown บางสวน ตั้งแตวันที่ 12 มีนาคม เชน
การปดโรงเรียนโดยใหเรียนออนไลนแทน รวมถึงใหประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากบาน
ถาไมมีเหตุจําเปน
รัฐบาลบางประเทศเริ่มผอนคลายมาตรการที่เขมงวดและประกาศนโยบาย Living with COVID แมจํานวนผูติดเชื้อ
จะเพิ่มขึ้นตอเนื่อง แตดวยผูติดเชื้อใหมมีอาการไมรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตอยูในระดับต่ํา อีกทั้ง ประชากรไดรับวัคซีน
ครบโดสมีสัดสวนสูง
เกาหลีใต รัฐบาลเริ่มผอนคลายมาตรการตาง ๆ ตามนโยบาย Living with COVID เชน ยกเลิก Vaccine
Pass เพื่อเขาสถานที่สาธารณะ, ขยายเวลาเปดรานอาหารและสถานบันเทิงถึง 23 นาฬิกา และประกาศยกเลิก
การกักตัวกับผูที่ไดรับวัคซีนครบโดสเดินทางเขาประเทศตั้งแต 21 มีนาคม 2022
สิงคโปร ปรับมาตรการตามนโยบาย Living with COVID หลังผูติดเชื้อใหมอยูในระดับสูงใกลเคียงกันเปนเวลา
กวา 1 เดือน เชน อนุญาตใหเริ่มกลับไปทํางานตามปกติ และการจัดงานที่มีการรวมกลุมมากกวา 1,000 คน
อยางไรก็ดี การสวมหนากากอนามัยยังคงบังคับใชในที่สาธารณะ โดยเริ่มใชมาตรการตั้งแตวันที่ 15 มีนาคม
2022
จีน มาเลเซีย
เกาหลีใต (แกนขวา)
สิงคโปร เวียดนาม (แกนขวา) สิงคโปร
จีน มาเลเซีย
เกาหลีใต
เวียดนาม
25
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
การฟนตัวของเศรษฐกิจโลกปรับชะลอตัวลงเล็กนอยในไตรมาสแรกของปนี้ เปนผลจากการแพรระบาดของ Omicron
แตขอมูลลาสุดสะทอนใหเห็นวาการชะลอตัวมีแนวโนมไมรุนแรง และเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวดีขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของมหาวิทยาลัยออกซฟอรด, Google Mobility Report North America* เปนการคํานวณคาเฉลี่ยไมถวงน้ําหนักของประเทศสหรัฐฯ และแคนาดา
Google Mobility Report: กิจกรรมคาปลีกและนันทนาการ (Retail and recreation)
หนวย : % การเปลี่ยนแปลงเทียบกรณีฐาน (คามัธยฐานชวง 3 ม.ค. – 6 ก.พ. 2020), คาเฉลี่ย 7 วันยอนหลัง
จุดเขมงวดสูงสุดของดัชนีความเขมงวดของมาตรการควบคุมโรค (Oxford Stringency Index)
หนวย : ดัชนี
20
40
60
80
100
EU North America* LATAMs ASEAN5 China Japan India
First Wave Delta Omicron
-80
-60
-40
-20
0
20
40
Feb-20
Apr-20
Jun-20
Aug-20
Oct-20
Dec-20
Feb-21
Apr-21
Jun-21
Aug-21
Oct-21
Dec-21
Feb-22
US UK Germany India ASEAN5
First Wave Alpha Spread Delta Spread Omicron Spread
ระดับต่ําสุดของดัชนีในชวงที่มีการแพรระบาดแตละระลอก*
First Wave Alpha Delta Omicron
-66.0 -39.8 -28.2 -16.4
• มาตรการควบคุมการแพรระบาดในระลอกลาสุดมีความเขมงวดนอยกวาระลอกอื่น ๆ ผลจาก
ระดับความรุนแรงของไวรัสที่นอยลง อีกทั้ง มีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้น
• รัฐบาลในหลายประเทศ เริ่มผอนคลายมาตรการจํากัดการเดินทาง เชน UK และ EU ไดประกาศ
ผอนคลายมาตรการควบคุมโรคแลว และไดยกเลิกขอบังคับสวมหนากากและ WFH แลว
• ดังนั้น คาดวากิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 เปนตนไป จะทยอยฟนตัวตอเนื่อง ทั้งในภาค
การบริโภคและการผลิต
• กิจกรรมทางเศรษฐกิจสงสัญญาณฟนตัวแลว หลังปรับชะลอตัวลงสูจุดต่ําสุดในชวงที่มีการ
ระบาดหนักของ Omicron เมื่อเดือนมกราคม 2022 สะทอนจากดัชนี Google Mobility Index ที่
ทยอยปรับเพิ่มขึ้น
• การชะลอตัวของเศรษฐกิจมีความรุนแรงนอยลง รวมถึงใชระยะเวลาในการฟนตัวที่สั้นลง สะทอน
จากกิจกรรมคาปลีกและนันทนาการที่หดตัวนอยกวาการระบาดระลอกอื่น
อัปเดตลาสุด : 25 มี.ค. 2022
26
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ภาคบริการไดรับผลกระทบจากการกลับมาระบาดมากกวา ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตปรับชะลอลงเล็กนอยในไตรมาสแรก
ของปนี้ แตมีความเสี่ยงดานอุปทานจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนเพิ่มขึ้น
ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI)
หนวย : ดัชนี (ปรับฤดูกาล), > 50 = อยูในภาวะขยายตัว
ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคบริการ (Services PMI)
หนวย : ดัชนี (ปรับฤดูกาล), > 50 = อยูในภาวะขยายตัว
20
25
30
35
40
45
50
55
60
65
70
Mar-19
May-19
Jul-19
Sep-19
Nov-19
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
US UK Euro Zone
Japan Australia
30
40
50
60
70
Mar-19
May-19
Jul-19
Sep-19
Nov-19
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
US UK Eurozone
Japan Australia
ภาคบริการที่ปรับลดลงมากในชวงที่เกิด
การระบาดของ Omicron แตก็ฟนกลับมา
เร็ว เพราะมาตรการเขมงวดนอยลง
ภาคการผลิตไมไดรับผกระทบจาก
การระบาดมากนัก แตลาสุดเริ่มชะลอ
ลงหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน
• การระบาดของ Omicron สงผลตอกิจกรรมในภาคบริการเปนหลัก สะทอนจากดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคบริการที่ปรับลดลงชัดเจนกวา รวมถึงตัวชี้วัดในภาคบริการอื่น ๆ เชน การรับประทานอาหารนอกบานทั่วโลก
หรือยอดการจองเที่ยวบินขามแอตแลนติกที่ปรับลดลงหลังพบการแพรเชื้อของ Omicron ทั้งนี้ดวย Omicron ที่รุนแรงนอยกวาสายพันธุอื่น สงผลใหความเชื่อมั่นตอภาคบริการปรับฟนตัวเร็ว สะทอนจากขอมูล PMI ภาค
บริการ เดือนกุมภาพันธ - มีนาคม ที่ปรับเพิ่มขึ้นแลว
• กิจกรรมในภาคการผลิตมีแนวโนมชะลอลงในไตรมาสแรกปนี้จากปญหาอุปทานคอขวดที่ยืดเยื้อขึ้น โดยดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคโรงงานเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลงตอเนื่องตั้งแตเดือนธันวาคม 2021
• การแพรระบาดยังสงผลกระทบตอความเชื่อมั่นและอุปสงคของผูบริโภคบางสวน สงผลใหยอดคาปลีกและคําสั่งซื้อใหมในไตรมาส 1 ป 2022 ชะลอตัวลงเชนกัน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC
27
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
Russia-Ukraine War Timeline 2022: สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลตอการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก
ประเทศตะวันตกตอบโตโดย
• ประกาศยุติการใหบริการ Swift กับ
สถาบันการเงินจํานวนหนึ่งในรัสเซีย
• จํากัดการเขาถึงแหลงเงินทุน
สํารองของรัสเซียที่อยูในกลุม
ประเทศ G7
• หามการสงออกเซมิคอนดักเตอร
และสินคาไฮเทคอื่น ๆ ที่เกี่ยวของไป
ยังรัสเซีย
วลาดิเมียร ปูตินประกาศ "ปฏิบัติการ
ทางทหารพิเศษ" ในยูเครน โดยไดสง
ขีปนาวุธรอบแรกไปยังเมืองตาง ๆ ใน
ยูเครน และสหรัฐฯ ตอบโตดวยการสั่ง
ระงับการดําเนินการทางทรัพยสินของ
สถาบันการเงินบางแหงของรัสเซีย
ยูเครนลงนามเขาเปนสมาชิกสหภาพ
ยุโรป โดยรัสเซียไดบุกเมือง Kyiv
เมืองหลวง และ Kharkiv เมืองใหญ
อันดับสองของยูเครน
สหรัฐฯ และอังกฤษประกาศหยุดนําเขา
น้ํามันและกาซธรรมชาติจากรัสเซีย
(embargo) ขณะที่ยุโรปประกาศวาจะลด
การพึ่งพาแหลงพลังงานจากรัสเซีย
เหลือศูนยภายในป 2030
ปูตินประกาศหามการสงออกสินคา
โภคภัณฑและวัตถุดิบของรัสเซีย กวา
200 รายการ ซึ่งรวมถึงธัญพืช เชน
ขาวสาลี ขาวโพด และขาวบารเลย
สินคาและอุปกรณอิเล็กทรอนิกส แตไม
รวมถึงสินคาประเภทพลังงาน และโลหะ
กลุม G7 ประกาศแผนที่จะขึ้นภาษีสินคา
นําเขาจากรัสเซีย เพื่อขจัดผลประโยชน
จากการเปนสมาชิกองคการการคาโลก
(WTO) รวมถึงจะปฏิเสธสิทธิในการกูยืมเงิน
ของรัสเซียกับธนาคารโลก และ IMF ดวย
Sberbank ธนาคารที่ใหญที่สุดของ
รัสเซียไดยุติการดําเนินงานเกือบ
ทั้งหมดในยุโรป เนื่องจากธนาคาร
ประสบปญหาเงินสดไหลออกเปน
จํานวนมาก และเผชิญภัยคุกคามตอ
พนักงานและทรัพยสินของธนาคาร
ตอเนื่อง
สหราชอาณาจักรประกาศจัดเก็บภาษี
นําเขาจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 35% จาก
อัตราในปจจุบัน สําหรับการนําเขา
สินคามูลคารวมกวา 900 ลานปอนด
กลุม G7 และผูนําสหภาพยุโรปประชุม
รวมกันที่สํานักงานใหญของ NATO
และใหคํามั่นที่จะบังคับใชมาตรการคว่ําบาตร
ที่ประกาศไปแลวอยางเต็มที่ รวมถึงทํางาน
รวมกับรัฐบาลประเทศอื่น ๆ เพื่อกําหนด
มาตรการคว่ําบาตรเพิ่มเติม
Feb 24 Feb 26-27 Feb 28 Mar 2 Mar 8 Mar 10 Mar 11 Mar 15 Mar 24
บริษัทรายใหญอื่น ๆ ไดคว่ําบาตร
รัสเซีย เชน Apple, Facebook,
Amazon, Visa, Master Card,
Amex, Google, Microsoft,
Maersk, Shell และ Pfizer
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
28
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
การยุติ SWIFT แกธนาคารในรัสเซียจะเปนอุปสรรคตอการคาการลงทุนของรัสเซีย โดยระบบชําระเงินทางเลือกที่มีในปจจุบัน
ยังไมมีประสิทธิภาพดีเทาและยังไมถูกใชอยางแพรหลายนัก สวนจีนเองก็อาจเลี่ยงที่จะชวยเหลือเพราะกลัวการถูกคว่ําบาตรเพิ่ม
การแบน SWIFT เปนอุปสรรคตอการคาระหวางประเทศของรัสเซีย
ตารางเปรียบเทียบระบบการชําระเงินระหวางประเทศ
กิจกรรมการคาและธุรกรรมทางการเงินระหวางประเทศเกิดความลาชา เนื่องจากรัสเซียจะชําระเงินสําหรับสินคา
ไดยากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี เนื่องจากเปนภาคอุตสาหกรรมที่เผชิญขอจํากัดที่ชัดเจน
การชําระหนี้ตางประเทศทําไดยากและอาจนําไปสูการผิดนัดชําระหนี้ของรัสเซีย โดยธนาคารในยุโรปเปนหนึ่งใน
เจาหนี้รายใหญที่สุดของรัสเซีย มีมูลคาหนี้ 1.21 แสนลานดอลลารสหรัฐ
SWIFT CIPS SPFS
Number of users 11,000 users 1,280 users 400 users
Operating countries 200 countries 103 countries 23 countries
Daily volume $400bn $50bn N/A
Trading currencies USD RMB Ruble
การพึ่งพาระบบการเงินของจีนเพื่อบรรเทาการคว่ําบาตรมีอยูจํากัด
• การทําธุรกรรมทางการเงินระหวางประเทศของรัสเซียผานธนาคารจีนเปนไปได
จํากัด เนื่องจากจีนไมไดเชื่อมโยงระบบธนาคารของจีนโดยตรงกับตางประเทศ
• การทําธุรกรรมผาน CIPS ยังมีนอย โดยปริมาณธุรกรรมของ CIPS มีเพียง
13,000 ตอวัน หรือ ประมาณหนึ่งในยี่สิบของ SWIFT เพราะสวนใหญยังใชในจีน
• การใชบริการบัตรเครดิต UnionPay ของจีนเปนไปไดนอย UnionPay มีสวนแบง
ในตลาดรัสเซียนอย จึงยังทดแทน Visa, MasterCard, AMEX ที่ถูกยุติจากการคว่ํา
บาตรไมไดนัก
• จีนอาจไมไดใหความชวยเหลือรัสเซียอยางเต็มที่ เนื่องจากตองการหลีกเลี่ยงการ
ถูกคว่ําบาตร และระงับการทําธุรกรรมที่เปน dollar clearing
การยุติ SWIFT จะสงผลตอการคาและการทําธุรกรรมของรัสเซียหรือไม ?
• รัสเซียอาจหันไปพึ่งพาระบบของจีน (CIPS) มากขึ้น โดยถึงแมวาในปจจุบัน CIPS จะยังพึ่งพา SWIFT ในการเชื่อมโยงธนาคารระหวาง
ประเทศอยู แตในระยะตอไปก็มีศักยภาพที่จะปฏิบัติการเองได
• อยางไรก็ดี ดวยสัดสวนการชําระเงินในรูป USD ของโลกที่ยังสูง (40% ของการชําระเงินระหวางประเทศ) ทําใหยังเปนขอจํากัดตอการ
ใชระบบ CIPS ซึ่งอยูในสกุล CNY
การยุติ SWIFT ในรัสเซียจะสงผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกหรือไม? อยางไร?
เศรษฐกิจโลกอาจไดรับผลกระทบจากความยุงยาก และตนทุนการชําระเงินในอนาคตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการยุติบริการ SWIFT แกธนาคาร
ของรัสเซีย จะนําไปสูการเรงตัวของการพัฒนาระบบทางเลือก อันจะนําไปสู
1. การขาดระบบสงขอความทางการเงินที่เปนหนึ่งเดียว
2. ตนทุนในการทําธุรกรรมระหวางประเทศทั่วโลกอาจปรับเพิ่มสูงขึ้น จากการที่ผูประกอบการอาจตองใชระบบการสงขอความที่แตกตางกัน
ในการทําธุรกรรมกับแตละประเทศ
3. อาจเพิ่มอุปสรรคทางดานเทคโนโลยีถาวรในระบบการชําระเงินทั่วโลกได
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ SWIFT, CIPS, SPFS, Forbes และ The Economist
29
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ธนาคารกลางรัสเซียถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองของตนที่อยูในตางประเทศ ทําใหอาจเปนอุปสรรคตอการดูแลเสถียรภาพ
ตลาดการเงินและความเชื่อมั่น อยางไรก็ดี ตั้งแต 2014 รัฐบาลและภาคธุรกิจไดทยอยผานการลดการพึ่งพาเงินดอลลารสหรัฐ
เงินทุนสํารองระหวางประเทศของรัสเซีย แบงตามสถานที่อยู
สัดสวนเงินทุนสํารองระหวางประเทศของรัสเซีย แบงตามสกุลเงิน
$410 bn at risk
ในกรณีเลวราย เงินทุนสํารองที่ธนาคารกลางรัสเซียสามารถเขาถึงได
อาจเหลือเพียงทองและเงินหยวนรวม $230 พันลาน จากทั้งหมด
$640 พันลาน (ณ มิ.ย. 2021)
• ธนาคารกลางรัสเซียถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองของตนที่อยูในตางประเทศ สงผลใหรัสเซียไมสามารถใช
เงินทุนสํารองระหวางประเทศในการลดทอนผลกระทบจากการคว่ําบาตร รวมถึงไมสามารถรักษาเสถียรภาพ
ทางการเงินและคาเงินรูเบิลผานการอัดฉีดสภาพคลองได
• รัสเซียอาจเกิดวิกฤตทางการเงินจากการที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบธนาคาร ซึ่งจะนําไปสูการแหถอน
เงินฝากออกจากธนาคาร (bank runs) โดยพบวาประชาชนมีความตองการถือเงินสดเพิ่มขึ้น
• รายไดในรูปเงินตราตางประเทศจากการสงออกน้ํามันและกาซธรรมชาติอาจชวยบรรเทาผลกระทบ ของการ
ถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองระหวางประเทศไดบางสวน
• อยางไรก็ดี ตั้งแตป 2014 รัฐบาลและภาคธุรกิจรัสเซียไดเตรียมความพรอมเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจ
เกิดขึ้นจากการถูกจํากัดการเขาถึงเงินดอลลารสหรัฐฯ
o การใช USD ในการคาและธุรกรรมทางการเงินทยอยลดลง และถูกทดแทนดวยยูโรและหยวน
o ธนาคารกลางของรัสเซีย (CBR) ไดลดสัดสวนเงินสํารองที่เปน USD ลงครึ่งหนึ่ง
o กระทรวงการคลังมีแผนจะไมถือสินทรัพยที่เปนดอลลารสหรัฐในกองทุนน้ํามันอีกตอไป
o สัดสวนหนี้ตางประเทศประเทศของรัสเซียปรับลดลงตอเนื่อง
• บริษัทและธนาคารของรัสเซียหลายแหง กําหนดในสัญญาใหธุรกรรมที่ทํากับรัสเซียจะตองสามารถใชสกุลเงิน
อื่นสําหรับการชําระเงินในกรณีที่ไมสามารถใช USD ไดดวย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg
30
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ความขัดแยงระหวางรัสเซียกับยูเครนอาจสงผลกระทบใหเศรษฐกิจโลกในป 2022 ปรับชะลอลงผาน 4 ชองทาง
Share of Russia to global economy
หนวย : % ของโลก
ชองทางการสงผานผลกระทบของสงครามระหวางรัสเซียและยูเครนตอเศรษฐกิจโลก
ขนาดเศรษฐกิจ
ของรัสเซียมีสัดสวนนอย
ตอเศรษฐกิจโลก
แตมีสัดสวนกําลังการผลิต
พลังงานในตลาดโลกที่สูง
โดยเฉพาะในตลาด Euro Area
รัสเซียเปนแหลงการผลิตสินคา
โภคภัณฑทั้งในภาคเกษตรและโลหะที่
สําคัญของโลก
1.8 1.9 1.9 1.3
10
17
11
40
11
9
4
11
8
10
0
10
20
30
40
50
GDP
Share
Population
Export
Import
Total
Fuels
Gas
Oil
EA
gas
comsumption
Preciouse
Metal
Industrial
Minerals
Non-fer.
Metals
Wheat
Fertillizers
Industrial
wood
of Euro area
การคาโลกอาจ
ชะลอตัวลงรุนแรง
ปญหาคอขวดอุปทาน
ยืดเยื้อ
การปรับเพิ่มขึ้นของ
ราคาสินคาโภคภัณฑ
ภาวะการเงินอาจตึงตัว
เร็วในระยะสั้น
โดยเฉพาะในภาคพลังงานและ
เกษตรกรรม เนื่องจากรัสเซียเปน
ฐานการผลิตที่สําคัญของโลก
โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร
และยานยนต เนื่องจากรัสเซียเปน
ฐานการผลิตโลหะที่สําคัญของโลก
หากมาตรการคว่ําบาตร
ครอบคลุมการคาดานพลังงาน
จากความผันผวนและการไหลออก
ของเงินทุนเขาสูสินทรัพยปลอดภัย
(safe haven)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ World Bank
31
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ชองทางที่ 1 : สถานการณความตึงเครียดระหวางรัสเซียและยูเครนสงผลกระทบตออุปทานดานพลังงาน เนื่องจากรัสเซีย
และยูเครนเปนผูสงออกสําคัญของโลก ซึ่งจะกดดันปญหาเงินเฟอใหเพิ่มสูงขึ้น
สัดสวนการนําเขากาซจากรัสเซียของชาติในยุโรป
หนวย : % ของการนําเขากาซธรรมชาติทั้งหมด
สัดสวนผลผลิตสินคาโภคภัณฑของรัสเซีย (Production)
หนวย : % อุปทานของโลก
EIC คาดการณราคาน้ํามันดิบ Brent 3 กรณี
หนวย : ดอลลารสหรัฐตอบารเรล
21
0 20 40 60 80 100
Austria
Finland
Lithuania
Slovakia
Hungary
Poland
Germany
Italy
France
Netherlands
Britain
19
3
11
25
13
32
27
31
38
32
% ของการบริโภค
กาซธรรมชาติตอ
พลังงานทั้งหมด
10
17
11
20
13
11
7
0
5
10
15
20
Total
Fuels
Gas
Oil
Potash
Barley
Wheat
PhosRock
64
42
70
30
55
80
105
130
155
Low case
Base case
High case
133
110
91
2021
2020
2019 4Q22F
3Q22F
1Q22F 2Q22F
ผลกระทบจากราคาสินคาโภคภัณฑที่สูงขึ้นตอเศรษฐกิจ
• เงินเฟอเพิ่มขึ้น กดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจ
• ตนทุนผูประกอบการเพิ่มขึ้น สงผลตอการทํากําไร
• การบริโภคลดลงจากกําลังซื้อหดตัว
ผลกระทบหากรัสเซียจะตอบโตโดยการลดการสงออกพลังงาน
• รัสเซียเปนผูสงออกพลังงานสําคัญของโลก ประมาณ 10%
ของทั้งหมด
• ยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากนําเขาพลังงานสูง
• ราคา LNG ในเอเชียและถานหินในแปซิฟกมีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้น
จากอุปสงคจากสหภาพยุโรปที่ยายออกจากรัสเซีย
• ภาคคมนาคมและขนสง มีแนวโนมไดรับผลกระทบรุนแรง
High Case ($133/บารเรล) : Supply shock จากสงคราม และวิกฤตพลังงานที่รุนแรงขึ้น
• ความตึงเครียดของสงครามยืดเยื้อยาวนาน
• นานาชาติคว่ําบาตรการสงออกน้ํามันของรัสเซีย หรือรัสเซียหยุดสงออกพลังงานไปยุโรป
สงครามทําใหทอสงน้ํามันและกาซฯ เสียหาย ทาเรือสงน้ํามันเสียหายหรือโดนปด
• วิกฤตพลังงานที่ขาดแคลนกาซธรรมชาติรุนแรงมากขึ้น ทําใหตองใชน้ํามันทดแทนกาซสูงขึ้น
Base Case ($110/บารเรล) : อุปสงคเติบโตตามเศรษฐกิจ อุปทานน้ํามันตึงตัว
• ความตึงเครียดของสงครามยืดเยื้อราว 3-4 เดือน สหรัฐฯ ระงับการนําเขาน้ํามันจากรัสเซีย
• OPEC+ คงมติเพิ่มการผลิตเดือนละ 4 แสนบารเรล/วัน แตยังผลิตไดนอยกวาเปาหมาย
• สหรัฐฯ ผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหราน อิหรานสงออกน้ํามันดิบ 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน
Low Case ($91/บารเรล) : สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยุติเร็ว
• สถานการณของสงครามคลี่คลายในระยะเวลาอันสั้น นําไปสูการเจรจา
• การสงออกพลังงานจากรัสเซียไปยุโรปไมไดรับผลกระทบ
• อุปทานน้ํามันเพิ่มขึ้นจากกลุม OPEC+ และสหรัฐฯ
• สหรัฐฯ ผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหราน ปริมาณสงออกน้ํามันของอิหรานเพิ่มขึ้น
รวดเร็ว
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ The Economist, Moody’s, Bloomberg และ World Bank
32
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
• การคว่ําบาตรของรัสเซียจะทําใหราคาปุยทรงตัวในระดับสูง
เนื่องจากรัสเซียเปนผูสงออกปุยและกาซธรรมชาติที่สําคัญ
• ราคาปุยที่อยูในระดับสูงจะสงผลใหตนทุนการผลิตพืชสูงขึ้น
และเกษตรกรบางสวนอาจจะลดการใชปุยลง ซึ่งจะสงผลให
ผลผลิตตอไรลดลง ผลักดันใหราคาอาหารยิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น
• ราคาขาวสาลีที่เพิ่มขึ้น จะทําใหราคาขนมปง ขนมอบ ผลิตภัณฑเสนสูงขึ้น
• ราคาถั่วเหลืองและปาลมน้ํามันที่เพิ่มขึ้น จะทําใหราคาน้ํามันพืชเพิ่มขึ้น
• ราคาถั่วเหลือง ขาวโพด ขาวสาลีที่เพิ่มขึ้น จะทําใหราคาอาหารสัตวเพิ่มขึ้น
• ราคาขาวบารเลยที่เพิ่มขึ้น จะทําใหตนทุนการผลิตเบียรเพิ่มขึ้น
80
100
120
140
160
180
200
สงครามระหวางรัสเซียกับยูเครน จะผลักดันใหราคาสินคาโภคภัณฑเกษตรหลายชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นและทําใหปญหา
ราคาปุยเคมีแพงยืดเยื้อมากขึ้น ซึ่งจะสงผลใหปญหาเงินเฟอโลกและไทยที่อยูในระดับสูงอยูแลวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
สัดสวนปริมาณการสงออกตอปริมาณการคาโลก
หนวย : % (ป 2020)
ดัชนีราคาสินคาโภคภัณฑเกษตรโลกรายวัน
หนวย : ดัชนี (3 ม.ค. = 100)
ราคากาซธรรมชาติและราคาปุยยูเรียโลกรายเดือน
หนวย : ดอลลารสหรัฐ/ลานบีทียู หนวย : ดอลลารสหรัฐ/ตัน
8
18
18
28
17
16
11
17
17
50
2
20
0 30
10 40 50 60 70 80
0
2
ขาวโพด
0
ขาวบารเลย
กาซธรรมชาติ
ขาวสาลี
น้ํามันทานตะวัน
ปุยยูเรีย
ปุยโพแทสเซียม
20/03
13/02
30/01
02/01
23/01
09/01
16/01
06/02
20/02
27/02
06/03
13/03
27/03
19 ม.ค. ไบเดน คาดการณ
วารัสเซียจะบุกยูเครน
ขาวสาลี
ขาวบารเลย
24 ก.พ. เปดฉาก
สงครามรัสเซีย ยูเครน
น้ําตาล
ถั่วเหลือง
น้ํามันปาลม
ขาวโพด
0
200
400
600
800
1,000
0
5
10
15
20
25
30
35
40
01/21
02/22
02/21
08/21
05/21
03/21
04/21
07/21
06/21
09/21
10/21
11/21
12/21
01/22
28/03//22
ราคาปุยยูเรีย (แกนขวา)
ราคากาซธรรมชาติ ณ ตลาดยุโรป
(แกนซาย,วัตถุดิบหลักผลิตยูเรีย)
รัสเซีย ยูเครน
อุปทานอาหารลดลงนําไปสูราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น
• อุปทานสินคาเกษตรจากยูเครนและรัสเซียลดลง โดยทั้งสองประเทศ
เปนผูสงออกสินคาเกษตรที่สําคัญ เชน เมล็ดพืช ขาวสาลี
• มาตรการควบคุมอุปทานของประเทศอื่นเริ่มทยอยประกาศใช เชน
ตุรกี อารเจนตินา ฮังการี อินโดนิเซีย ไดจํากัดการสงออกอาหาร
• ราคาเนื้อสัตวอาจปรับเพิ่มขึ้น จากตนทุนอาหารสัตว (ธัญพืช) ที่
สูงขึ้น
• EMs-Asia มีแนวโนมไดรับผลกระทบตอเงินเฟออาหารมาก
เนื่องจากราคาอาหารมีสัดสวนในตะกราเงินเฟอสูง (30%)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ BP, USDA, Bloomberg และ World Bank
33
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ชองทางที่ 2 : รัสเซียและยูเครนเปนผูสงออกแรโลหะสําคัญของโลก โดยเฉพาะแพลเลเดียม นิกเกิล และกาซนีออนที่ใชใน
กระบวนการผลิตอุปกรณยานยนตและเซมิคอนดักเตอร ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงตอปญหาดานอุปทานและราคาสินคาดังกลาว
ราคาวัตถุดิบสําคัญในตลาดโลก
หนวย : Index (2019=100)
สัดสวนการสงออกสินคาโภคภัณฑของรัสเซีย
หนวย : % อุปทานโลกทั้งหมด, ป 2020
44
25
16 14 13
6 4
-5
5
15
25
35
45
Palladium
Vanadium
Titanium
Platinum
Nikkel
Aluminum
Steel
50
100
150
200
02/20
09/21
10/20
05/20
03/21
07/20
05/21
12/20
07/21
12/21
03/22
Nickel
Steel Palladium
Rubber Aluminium
แหลงวัตถุดิบกาซนีออนและแรแพลเลเดียมในโลก
หนวย : % เมื่อเทียบกับมูลคาการผลิตของตลาดโลก
44
70
นีออน
แพลลาเดียม
รัสเซีย
ยูเครน
แอฟริกา
อเมริกา
อื่น ๆ
ปญหาอุปทานคอขวดในภาคเซมิคอนดักเตอรและยานยนตอาจรุนแรงขึ้น
• รัสเซียและยูเครนเปนผูผลิตวัตถุดิบสําคัญ ไดแก กาซนีออน และแรแพลเลเดียม โดยรัสเซีย
สงออกแพลเลเดียม 43% ของโลก ซึ่งเปนวัตถุดิบสําคัญสําหรับอุปกรณอิเล็กทรอนิกส ขณะที่
ยูเครนเปนแหลงผลิตกาซนีออนบริสุทธิ์ราว 70% ของกําลังการผลิตทั่วโลก ซึ่งใชในกระบวนการ
ผลิตเซมิคอนดักเตอร
• รัสเซียเปนแหลงสงออกนิกเกิล (13%) ซึ่งเปนวัตถุดิบสําคัญสําหรับผลิตแบตเตอรี่รถยนต EV
• ปริมาณการสงออกของกาซนีออนและแรแพลเลเดียมของยูเครนและรัสเซียที่ลดลง จากผลของ
สงคราม นํามาซึ่งราคาของกาซนีออนและแรแพลเลเดียมที่สูงขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ World Bank และ Bloomberg
34
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลกระทบตออุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร และอุตสาหกรรมตอเนื่องอื่น ๆ เชน
รถยนต ผานตนทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ตามราคาวัตถุดิบสําคัญ รวมทั้งความเสี่ยงจากปญหา supply disruption
Key timeline of global semiconductor shortage
Q1 2021 Q2 2021 Q3 2021 Q4 2021
กระทบการ
ผลิตรถ
1.4 ลานคัน
ผูผลิตรถยนตเรงผลิต
ทดแทนจํานวนรถยนต
ที่ไมสามารถผลิตได
ในชวงกอนหนา
กระทบการ
ผลิตรถ
2.3 ลานคัน
โรงงานผลิตรถยนต
หลายแหงตองปด
ชั่วคราว
Peak of plant
shutdowns
Peak of Semiconductor
Shortage
ยังอยูในภาวะเฝาระวัง
หากสงครามยืดเยื้อจะสงผล
ตอการขาดแคลนวัตถุดิบ
และตนทุนที่สูงขึ้น
2022F 2023F
กระทบการ
ผลิตรถ
3.4 ลานคัน
กระทบการ
ผลิตรถ
3.8 ลานคัน
กระทบการ
ผลิตรถ
7 ลานคัน
OEM ลดคําสั่งซื้อชิ้นสวน
เนื่องจากเกิดผลกระทบจาก
การแพรระบาด ตองปด
สายการผลิตรถยนตทั่วโลก
2020
ผูผลิตเซมิคอนดักเตอร
สําหรับยานยนต ลดคําสั่งซื้อ
เซมิคอนดักเตอร
คาดการณการผลิตรถยนตทั่วโลกในป 2022 (ณ มีนาคม 2022) และโครงสรางสัดสวนวัสดุที่ใชในการผลิตรถยนต
หนวย : ลานคัน (ซาย), หนวย : % ของปริมาณการใชทั้งหมด (ขวา)
ระยะเวลาการสงมอบเซมิคอนดักเตอรยังคงยาวนาน
หนวย : สัปดาห
2017 2020
2019
2018 2021
Trade War Tech War COVID-19
12.8
14.4 15.3 14.2
13.0 14.2
18.5
20.4
25.0
26.2
2022
30.7%
10.1%
20.8%
18.1%
14.0%
3.6%
2.7%
China
Europe
South Asia Japan/Korea
North America
South America
Middle East/Africa
84.1 81.5
Latest
forecast
(Mar22)
Previous
forecast
(Feb22)
-3.1%
52%
15%
9%
5%
19%
เหล็ก
เสนใยแกว/เสนใยคารบอน/พลาสติก
แมกนีเซียม
อะลูมิเนียม
อื่น ๆ
Situation Update:
• สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อและการคว่ําบาตรรัสเซีย สงผลใหปญหาเซมิคอนดักเตอรขาดแคลน มีแนวโนมคลี่คลายชาลงกวาที่คาด สงผลกระทบตอ
อุตสาหกรรมผลิตเซมิคอนดักเตอร และทําใหตนทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนคือ major suppliers ของวัตถุดิบสําคัญอยาง neon
gas และ palladium ปญหาดังกลาวกระทบตอเนื่องมายังอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต สะทอนไดจากการปรับลดคาดการณการผลิตรถยนตโลกลาสุดในป
นี้ ลงมาอยูที่ 81.5 ลานคัน
• ขณะเดียวกัน ตนทุนการผลิตรถยนตโดยรวมยังมีแนวโนมสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและวัสดุอื่น ๆ ที่ใชในกระบวนการผลิตรถยนตอีกดวย อาทิ เหล็กและ
อะลูมิเนียม ที่แพงขึ้นตามราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก เปนตน
• นอกจากนี้ ลาสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ 2022 ที่ผานมา คายรถยนตหลายคายในยุโรป เชน Porsche, Audi, BMW และ Mercedes Benz เปนตน
จําเปนตองหยุดการผลิตรถยนตบางรุนชั่วคราว จากปญหาการขาดแคลนชุดสายไฟที่นําเขาจากยูเครน
• อนึ่ง ตนทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากผลพวงของสงคราม ทําใหผูผลิตรถยนตจําเปนตองปรับขึ้นราคาขายในระยะตอไป เพื่อสงผานภาระตนทุนที่สูงขึ้นตอไปยัง
ผูบริโภค ซึ่งอาจกระทบตอยอดขายรถยนตโลกในระยะตอไปได
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ IHS Markit, KoreaHerald, TrendForce, Nikkei Research และ Susquehanna Financial Group
35
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ชองทางที่ 3 : ผลกระทบตอการคาโลกคาดวาจะมีอยูอยางจํากัด เนื่องจากสัดสวนการคาระหวางประเทศของรัสเซีย
และยูเครนมีขนาดเล็ก เวนแตมาตรการคว่ําบาตรจะรุนแรงขึ้นครอบคลุมการคาดานพลังงาน
สัดสวนมูลคาการคาของรัสเซียและยูเครนกับประเทศเศรษฐกิจสําคัญ
หนวย : % GDP ของแตละประเทศ (ป 2020)
สัดสวนมูลคาการคาของรัสเซียและยูเครน
หนวย : % มูลคาการคาโลก (ป 2020)
0.0
0.2
0.4
0.6
0.8
1.0
Russia Ukraine
Import Export
0
1
2
3
4
5 Imports from Russia and Ukraine
Exports to Russia and Ukraine
ขนาดการคาของรัสเซียและยูเครนมีขนาด
เล็กเมื่อเทียบกับการคาทั่วโลก
โดยรัสเซียคิดเปน 1.6% และยูเครน 0.3%
ของการคาโลกทั้งหมด
ขนาดการคาของรัสเซียและยูเครนกับประเทศ
เศรษฐกิจหลักของโลก มีสัดสวนนอย สงผล
ใหผลกระทบดานการคาระหวางประเทศตอ
ประเทศเศรษฐกิจหลักมีอยูจํากัด
• การคว่ําบาตรทางตะวันตกของรัสเซียจํากัดเฉพาะการสงออกสินคาไฮเทคเทานั้น ซึ่งคิดเปนสัดสวนเพียง 0.07% ของการสงออกทั่วโลก (มูลคา 1.2 หมื่นลานดอลลารในป 2020)
• การสงออกของรัสเซียมากกวาครึ่งเปนผลิตภัณฑดานพลังงาน การแบนรัสเซียออกจากระบบ SWIFT (ไมไดแบน Sberbank และ Gazprombank ซึ่งเปน 2 ธนาคารพาณิชย ที่ใหญสุดในรัสเซียที่ถูกใชเพื่อการคาดาน
พลังงานเปนหลัก) อาจไมไดมีผลกระทบตอการสงออกน้ํามันและกาซของรัสเซีย เนื่องจาก US และ EU ปองกันไมใหภาคพลังงานไดรับผลกระทบมาก
• ผลกระทบตอการคาโลกจะรุนแรงขึ้น หากมาตรกรคว่ําบาตรครอบคลุมการคาดานพลังงาน โดยกลุมประเทศ G7 อาจตกลงที่จะจํากัดการเขาถึงระบบ SWIFT แบบเต็มรูปแบบ (full blocking) ที่จะรวมถึงการชําระเงิน
สําหรับการสงออกพลังงานทั้งหมด ซึ่งอาจทําใหอุปทานพลังงานทั่วโลกหยุดชะงักได
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ World Bank
36
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
สงครามรัสเซีย-ยูเครนไดสรางปญหา supply chain disruption โดยทางอากาศ มาตรการปดนานฟาของกลุม EU, UK, US
ตอรัสเซีย และการปดนานฟาของรัสเซียเพื่อตอบโตกลับ สงผลใหเกิดการเปลี่ยน/ลด/หยุดการขนสง อีกทั้ง มีตนทุนเพิ่มสูงขึ้น
ผลกระทบที่ตามมาตอการขนสงผูโดยสารและการขนสงสินคาทางอากาศ
มาตรการคว่ําบาตรจากกลุม EU, UK, US และมาตรการตอบโตของรัสเซียทางอากาศ
สายการบินในกลุม EU ตองเปลี่ยน
เสนทางบินใหไมผานรัสเซีย
สายการบินตางชาติที่ไมเกี่ยวของ
ยังบินเสนทางเดิมผานรัสเซียได
ขอมูลการจองซื้อตั๋วเครื่องบินทั่วโลก
คาขนสงทางอากาศของ Freightos Air index
หนวย : $/kg
2
4
8
Jul 21
Jan 21 Apr 21 Oct 21 Jan 22
North Europe/UK to South korea
Global
North Europe/UK to China
North Europe/UK to Japan
14-20
Mar 22
แนวโนมการเดินทาง
ทองเที่ยวทางอากาศชะลอลง
ทั้งภายในประเทศและ
ระหวางประเทศ เนื่องจาก
สงครามฯ กับกําลังซื้อ
ของผูบริโภคที่ลดลง
และคาโดยสารที่จะเพิ่มขึ้น
ตามตนทุนน้ํามัน
คาขนสงทางอากาศ
เรงตัวขึ้นในเสนทาง
จากยุโรปไปเอเชีย
ซึ่งใชเสนทางผานรัสเซีย
คอนขางมาก เนื่องจาก
ความจุของเครื่องบิน
ขนสงที่ลดลง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Reuters, Freightos, IATA, J.P. Morgan และ Moody’s
• สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลใหเกิดการปดนานฟารวมกันราว 40 ประเทศ ทั้งจากกลุม EU, UK,
สหรัฐฯ และแคนาดา ที่ปดนานฟาตนเองแกเครื่องบินรัสเซีย สวนรัสเซียก็หามเครื่องบินประเทศเหลานั้น
ผาน
• การปดนานฟาสรางผลกระทบตอการบินโลกโดยเฉพาะเสนทางเอเชีย-ยุโรปที่บินผานรัสเซีย ซึ่ง
ถือเปนเสนทางขนสงที่สําคัญระหวางยุโรปกับเอเชียตะวันออก
• สายการบินของประเทศที่เกี่ยวของกับมาตรการนี้ตองปรับเสนทางบินใหม โดยเฉพาะในเอเชียเหนือ-
ยุโรป และทําใหใชเวลาบินนานขึ้นหลายชั่วโมง เพิ่มตนทุน และทําใหตองหยุดใหบริการในบางเสนทาง
• สายการบินของรัสเซียไดทยอยลดเที่ยวบินและประกาศหยุดบินระหวางประเทศทั้งหมด
โดย Aeroflot ไดหยุดใหบริการระหวางประเทศตั้งแต 8 มีนาคม 2022 รวมถึงระหวางไทย-รัสเซียดวย
37
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
การชะลอหรือปดขนสงทาเรือแถบรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการ sanction ตาง ๆ สงผลใหการขนสงสินคาไปยังบริเวณนั้น
ทําไดคอนขางยาก และทาเรืออื่น ๆ ในยุโรปมีความหนาแนนมากยิ่งขึ้นแทน และจะกระทบอัตราคาขนสง
ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนตอการขนสงทางทะเล ดัชนีคาระวางเรือเทกอง (Baltic Dry Index: BDI)
หนวย : จุด
ดัชนีคาระวางเรือชนสงตูคอนเทนเนอร
หนวย : จุด
• สงครามรัสเซีย-ยูเครนไดสงผลใหการขนสงบริเวณ Black
Sea และ Sea of Azov ชะงักตัวลง โดยทาเรือในยูเครนไดปด
ทุกทาเรือ สวนทาเรือรัสเซียยังเปดอยูพรอมทั้งไดสงทหารเขา
มาควบคุมการขนสงบริเวณชองแคบ Kerch
• ผลกระทบจากการควบคุม Black Sea ทําใหการขนสงสินคา
เทกองที่เปนสินคาหลักทําไดยากมากขึ้น โดยถานหิน (รัสเซีย)
และขาวสาลี (รัสเซีย, ยูเครน)
• การขนสงตูคอนเทนเนอรไปรัสเซียและยูเครนหดตัวรุนแรง
โดยเปนผลจากการ sanction รัสเซียจึงทําใหสายเดินเรือ
หลายสายหยุดใหจองขนสงใหมไปยังรัสเซียรวมถึงยูเครน
จากความปลอดภัย สวนทาเรือในยุโรปก็ประกาศหยุดใหบริการ
กับรัสเซีย
• ความหนาแนนทาเรืออื่น ๆ ในยุโรปเพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนมา
ขนถายที่ทาเหลานั้น
Jan 20 Jul 20 Jan 21 Jul 21
Baltic Dry index (Global)
21 Mar 22
0
1,000
2,000
3,000
4,000
5,000
6,000
0
1,000
2,000
3,000
4,000
0
5,000
10,000
15,000
หนวย : ดัชนี
คาขนสงสินคาเทกองเรงตัวขึ้น ตามความตองการ
นําเขาถานหินของ EU เพื่อนําไปใชเปนพลังงานทดแทน
กาซธรรมชาติ โดยเปลี่ยนไปนําเขาจากแหลงอื่นแทนรัสเซีย
เชน US, Colombia และ South Africa
China containerized freight index (CCFI) (RHS)
Freightos Baltic index (Global)
Freightos (China-Europe)
Jan 20 Jul 20 Jan 21 Jul 21 18 Mar 22
คาขนสงตูคอนเทนเนอรมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
เนื่องจากทาเรือหลายแหงมีความหนาแนนเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การ
ขนสงยังประสบปญหา COVID-19 ในจีนที่รุนแรงขึ้น ซึ่งแม
กดดันใหคาขนสงลดลงในชวงนี้ แตหลังสถานการณดีขึ้น
จะเรงตัวขึ้นจากสินคาที่คางสง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ BIMCO, Freightos, Bloomberg และ J.P. Morgan
38
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ชองทางที่ 4 : ความเสี่ยงดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มขึ้น สงผลใหภาวะการเงินตึงตัว ผานตนทุนการกูยืมที่ปรับสูงขึ้น
คาเงินออนคา และการปรับลดลงของตลาดหุน ซึ่งอาจกระทบการฟนตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนได
Corporate spread ของ High yield bonds
หนวย : %
คาเงินในแตละประเทศ
หนวย : ดัชนี (01/01/2022 = 100)
ดัชนีตลาดหุนในแตละประเทศ
หนวย : ดัชนี (01/01/2022 = 100)
2
4
6
8
10
Feb-20
May-20
Aug-20
Nov-20
Feb-21
May-21
Aug-21
Nov-21
Feb-22
US High Yield Index
Euro High Yield Index
50
60
70
80
90
100
110
3-Jan-22
10-Jan-22
17-Jan-22
24-Jan-22
31-Jan-22
7-Feb-22
14-Feb-22
21-Feb-22
28-Feb-22
7-Mar-22
14-Mar-22
DXY RUB EUR
THB CNY EM
50
60
70
80
90
100
110
3-Jan-22
10-Jan-22
17-Jan-22
24-Jan-22
31-Jan-22
7-Feb-22
14-Feb-22
21-Feb-22
28-Feb-22
7-Mar-22
14-Mar-22
Thailand US Russia
China EU World
% DXY EUR RUB THB CNY EM
YTD 2.3 -2.8 -23 -0.3 0.2 -1.3
War* 2.3 -2.9 -15 -3.1 -0.5 -2.3
% TH US EU RUS CH EM World
YTD -0.5 -13 -11 -36 -15 -15 -13
War* -2.7 -1.2 -3.9 -20 -11 -13 -4
• ความเสี่ยงดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มสูงขึ้น สงผลใหภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้น ผานตนทุนการกูยืมของภาคเอกชนที่ปรับสูงขึ้น คาเงินออนคา และการปรับลดลงของตลาดหุน ซึ่งอาจกดดันการฟนตัวของการลงทุน
และเศรษฐกิจ
• ตลาดเงินกลุมประเทศ EM ในยุโรปและเอเชียกลางไดรับผลกระทบจากสงครามมากที่สุด เพราะมีการพึ่งพาเศรษฐกิจรัสเซียและยูเครนสูง ทั้งการสงออกและนําเขา ซึ่งอาจเกิดการหยุดชะงักลงได ขณะที่นักลงทุนเทขาย
สินทรัพยเสี่ยงจากความไมแนนอนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศที่ไมไดใชสกุลเงินยูโร ซึ่งจะเปราะบางตอภาวะการเงินที่ตึงตัวกวา
• คาดวาตลาดเงินกลุมประเทศ EM นอกยุโรปและเอเชียกลางจะไดรับผลกระทบจํากัด เนื่องจากมีการพึ่งพาเศรษฐกิจรัสเซียและยูเครนไมสูงมาก แตตองเฝาระวังความเสี่ยงจากคาเงินที่อาจออนคาตามราคาสินคานําเขา
ที่สูงขึ้น (โดยเฉพาะพลังงานและขาวสาลี) ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว และ Flight To Quality
* Change since Russia war (24 Feb 2022)
ภาวะการเงินที่ตึงตัว
สะทอนตนทุนการ
กูยืมของภาคเอกชน
ที่ปรับสูงขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg
39
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโนมยืดเยื้อจากการเจรจาที่ยังไมไดขอตกลง ทั้งนี้คาดวาสถานการณนาจะไมรุนแรง
จนนําไปสูสงครามระหวางรัสเซียและประเทศตะวันตก จากตนทุนสงครามที่สูงทามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ออนแอ
ปจจัยสําคัญที่จะมีผลตอความยืดเยื้อของสงคราม
หนวย : %
Base Case : สงครามจบภายในครึ่งปหลัง
รัสเซียลดการสงออกพลังงานบางสวน
• สงครามกินเวลา 3-6 เดือน แตจะคลี่คลายภายในครึ่งปหลัง
• กลุมประเทศตะวันตกยังคงมาตรการคว่ําบาตรที่รุนแรง โดยยังคง
มาตรการคว่ําบาตรที่ครอบคลุมภาคพลังงาน ไดแก การยุติการนําเขา
พลังงานจากรัสเซีย (US, UK)
• รัสเซียอาจตอบโตดวยการลดการสงออกพลังงานไปยังยุโรป
บางสวนเพิ่มเติม หลังจากที่ไดลดปริมาณไปแลวเมื่อเดือนกันยายน 2021
Worst Case : สงครามยืดเยื้อถึงครึ่งปหลัง
รัสเซียระงับการสงออกพลังงานทั้งหมด
• สงครามยืดเยื้อโดยอาจกินเวลาถึงสิ้นป 2022 หรือนานกวา
• เกิดการปะทะกันของทหารรัสเซียและกลุมประเทศตะวันตก
จากความตึงเครียดที่มากขึ้น และความยืดเยื้อของสถานการณ
ซึ่งอาจทําใหทั้งสองฝายตองตอบโตดวยวิธีการที่รุนแรงขึ้น
• รัสเซียอาจตอบโตดวยการยุติการสงพลังงานไปยังยุโรปทั้งหมด
ผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกเมื่อเทียบกับคาดการณกอนเกิดสงคราม
เงินเฟอโลกยังอยูในระดับสูงจนถึงสิ้นป และทยอยลดลงในปหนา
GDP โลกขยายตัวชะลอลง ประมาณ 1-1.5%
• การบริโภคปรับชะลอลงจากกําลังซื้อที่ปรับลดลง
• อุปทานคอขวดมีแนวโนมตึงตัว และการคาชะลอตัวลงมากขึ้น
โดยเฉพาะในภาคพลังงาน โลหะ และสินคาเกษตร
เงินเฟอโลกเรงตัวขึ้นอีก และอยูในระดับสูงถึงปหนา โดยอยูสูงกวา
กรอบเปาหมายมากจากอุปทานที่ใชเวลาในการฟนตัว
GDP โลกขยายตัวชะลอลงมากกวา 2%
• การบริโภคที่ชะลอลงรุนแรง จากสงครามที่รุนแรงขึ้น
• การขาดแคลนพลังงานนําไปสูการหยุดชะงักในภาคการผลิต
ทําใหอุปทานคอขวดยืดเยื้อรุนแรงได
การแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อประกาศความเปนกลางของยูเครนตามขอ
เรียกรองของรัสเซีย ซึ่งยูเครนไดมีทาทียินยอมตอคําเรียกรองแลว
ดวยการยกเลิกการสมัครเขา NATO
ยูเครนยอมรับอยางเปนทางการวาไครเมียเปนอาณาเขตของรัสเซีย
และยอมรับวาสาธารณรัฐโดเนตสกและสาธารณรัฐลูฮันสกเปนรัฐอิสระ
ยูเครนจะตองยุติปฏิบัติการการเคลื่อนไหวทางทหาร
การยกเลิกมาตรการคว่ําบาตรของตะวันตก โดยรัสเซียอาจเรียกรองให
ยกเลิกการคว่ําบาตร เพื่อเปนเงื่อนไขถอนกําลังทหารในยูเครนได
ความนาจะเปนที่สงครามจะยืดเยื้อรุนแรงและนําไปสูการปะทะกัน
ระหวางรัสเซียและกลุมตะวันตกมีอยูนอย จากความสูญเสียที่จะเกิด
กับทั้งสองฝายมีอยูสูง
• เศรษฐกิจรัสเซียอยูในภาวะออนแอมาก จากคาเงินรูเบิลที่ออน
คาลงรุนแรง เงินเฟอในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ปญหาสินคาขาดตลาด
• เศรษฐกิจยุโรปที่พึงพาพลังงานจากรัสเซียมาก การทําสงคราม
ทางกายภาพอาจซ้ําเติมปญหาที่เกิดจากสงครามทางเศรษฐกิจที่
รุนแรงอยูแลวได
• โอกาสที่สหรัฐฯ จะสงกําลังทหารเขารวมมีนอย เพราะอาจ
กอใหเกิดสงครามเปนวงกวางมากขึ้น และทําใหคะแนนนิยมของ
Biden ลดลงอีก
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ The Economist, Financial Times และ Moody’s
40
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอเรงตัวขึ้นจากราคาสินคาโภคภัณฑและอุปทานคอขวด
กดดันการฟนตัวเศรษฐกิจโลก
อัตราเงินเฟอเรงตัวขึ้นทั่วโลกสงผลตอเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเงินเฟอในเศรษฐกิจพัฒนาแลวเกิดจากทั้งปจจัยอุปสงคและอุปทาน
ขณะที่ในกลุมเศรษฐกิจเกิดใหม (EMs) สวนใหญเปนผลจากปจจัยอุปทาน ทั้งนี้คาดวาอัตราเงินเฟอโลกจะอยูในระดับสูงตลอดป และจะเริ่มคลี่คลายลงในป 2023
41
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ปญหาเงินเฟอในแตละภูมิภาคแตกตางกันอยางไร นัยตอการดําเนินนโยบายการเงินและเศรษฐกิจ
• Supply chain disruption ตลาดแรงงานที่ตึงตัว การกลับมาเปดเมืองในบางประเทศ และสงครามรัสเซียยูเครน สงผลใหเงินเฟอโลกปนี้ปรับสูงขึ้นตอเนื่อง และมากกวาที่ไดเคยประเมินไว
• เงินเฟอใน AEs มาจากทั้งปจจัยอุปสงคและอุปทาน ขณะที่เงินเฟอใน EMs สวนใหญเปนผลจากปจจัยอุปทาน
• การดําเนินนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟอใน EMs จึงมีความทาทายมากกวา ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยซึ่งจะสงผลตออุปสงค และการดูแลคาเงินไมใหออนคาจนเกิดเงินเฟอ
Supply chain disruption สงผลตอแนวโนมอัตราเงินเฟออยางไร แรงกดดันเงินเฟอที่เพิ่มสูงขึ้นในชวงที่ผานมาจะอยูอีกนานไหม และจะชะลอลงเมื่อใด
• อุปทานคอขวดเริ่มทยอยคลี่คลายในชวงปลายป 2021 แตการฟนตัวชะลอลงในชวงตนป
• ดานตลาดแรงงานโดยเฉพาะใน AEs อยูในภาวะตึงตัว ทําใหคาจางปรับตัวสูงขึ้น แตคาดวาจะไมนานําไปสูเหตุการณ Wage-Price Spiral เนื่องจาก ในระยะตอไปคาจางมีแนวโนมชะลอตัวลง
จากอุปทานแรงงานที่จะเพิ่มขึ้นตามความกังวลตอการติดเชื้อที่ลดลง และคาดการณเงินเฟอที่คาดวาจะไมปรับสูงขึ้นนัก
• คาดวาเงินเฟอจะชะลอลงชัดเจนในป 2023 จากอุปทานคอขวดที่จะทยอยคลี่คลายลง และปจจัยฐานต่ําจะทยอยหมดไป
เงินเฟอที่ปรับสูงขึ้นเร็ว กดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกอยางไร และแนวโนมเงินเฟอในระยะตอไปเปนอยางไร
• เงินเฟอสงผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกผาน 1) อํานาจซื้อสินคาที่ลดลงกดดันการฟนตัวของการบริโภค 2) ตนทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันความสามารถในการทํากําไรของบริษัทและการฟนตัวของภาค
ลงทุน 3) การคาระหวางประเทศชะลอลง และดุลบัญชีเดินสะพัดในบางประเทศขาดดุลมากขึ้น และ 4) การฟนตัวของตลาดแรงงานปรับชะลอลง
• ในระยะสั้น เงินเฟอโลกปนี้มีแนวโนมขยายตัวมากกวาที่คาดการณไว แตจะชะลอลงในป 2023 จากปญหาอุปทานคอขวดที่จะทยอยคลี่คลายลง ทั้งนี้ธนาคารกลาง EMs บางแหงตองดําเนิน
นโยบายที่ตึงตัวเร็ว แมเศรษฐกิจยังไมฟนตัวเต็มที่ จึงเปนความเสี่ยงตอเศรษฐกิจได
• EIC คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.4% ในปนี้ ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปกอนหนา โดยความเหลื่อมล้ําระหวางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (output loss) ในกลุม
เศรษฐกิจเกิดใหม (Emerging Markets: EMs) ที่มากกวาและอัตราการฉีดวัคซีนใน EMs ที่ต่ํากวา
Theme 2 : เงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วจากราคาสินคาโภคภัณฑ และอุปทานคอขวด กดดันการฟนตัวเศรษฐกิจโลก
42
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
อุปทานกลับมาตึงตัวอีกครั้งในชวงตนปจากการระบาดของ Omicron กดดันใหเงินเฟอเรงตัวขึ้น ทั้งนี้เริ่มเห็นผูบริโภค
หันมาใชจายภาคบริการมากขึ้น
ดัชนี PMIs : ยอดสั่งสินคาใหมภาคการผลิต และยอดงานคางภาคบริการ
หนวย : ดัชนี, >50 ขยายตัวจากเดือนกอนหนา ปรับฤดูกาล
ดัชนี PMIs แบงตามประเภทกิจกรรม: ภาคโรงงาน
หนวย : ดัชนี, >50 ขยายตัวจากเดือนกอนหนา ปรับฤดูกาล
30
35
40
45
50
55
60
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
Suppliers' delivery times
30
35
40
45
50
55
60
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
Backlogs of work
30
35
40
45
50
55
60
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
Output
40
45
50
55
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
Finished Goods Inventory
30
35
40
45
50
55
60
65
Aug-18
Nov-18
Feb-19
May-19
Aug-19
Nov-19
Feb-20
May-20
Aug-20
Nov-20
Feb-21
May-21
Aug-21
Nov-21
Feb-22
New Orders - Manufacturing
Backlogs of work - Services
Export Orders - Manufacturing
งานคางของผูผลิต
กลับมาสูงขึ้น
ยอดสินคาคงคลัง
ปรับลดลง
ยอดการผลิตสินคาใหม
ปรับชะลอลงเดือนม.ค.
ระยะเวลาขนสงปรับดีขึ้น (เร็วขึ้น)
Longer delivery time
ยอดงานคางของภาคบริการ
เพิ่มสูงขึ้น สะทอนอุปสงคตอ
ภาคบริการขยายตัวมากกวา
กําลังการผลิตของ
ผูประกอบการ
ยอดสั่งสินคาใหมและยอด
สินคาสงออกในภาคการผลิต
ชะลอตัวลงตอเนื่อง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC
43
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
Surge in
Delta Variant
รัฐบาลจีนมีแนวโนมดําเนินนโยบาย Zero Covid ตอเนื่องในป 2022 ซึ่งคาดวาจะกดดันการฟนตัวของอุปทานคอขวด
และเงินเฟอของโลก และกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
ดัชนีคาระวางเรือคอนเทนเนอร (Freight Index)
หนวย : ดัชนี, 1 ม.ค. 1998 = 100
ดัชนีราคาผูบริโภค (CPI) และดัชนีราคาผูผลิต (PPI)
หนวย : %YOY
8.80
0.90
-5.0
0.0
5.0
10.0
15.0
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
China PPI
China CPI
จีนประกาศล็อกดาวนเขมงวดอีกครั้ง ซึ่งจะสงผลตอปญหาอุปทานคอขวด
ใหทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
• หากประเมินจากพื้นที่ที่มีการล็อกดาวนแลว พบวา มณฑล Jiangsu, Jilin, Guangdong, Shaanxi,
Shanghai มีความสําคัญตอหวงโซอุปทานในจีนมากที่สุด เนื่องจากเปนฐานการผลิตที่สําคัญของประเทศ
• ภาคการผลิตในประเทศที่สําคัญที่จะไดรับผลกระทบสูงสุด ไดแก เคมีภัณฑ อุปกรณภาคขนสง และ
อุตสาหกรรมไม เนื่องจากมีสัดสวนฐานการผลิตในพื้นที่ล็อกดาวนอยูสูง (Jiangsu, Guangdong, Jilin)
• ภาคการผลิตเพื่อการสงออกที่จะไดรับผลกระทบสูงสุด ไดแก คอมพิวเตอร ภาคการสื่อสาร อุปกรณ
เครื่องจักร เนื่องจากมีฐานการผลิตในพื้นที่ล็อกดาวนอยูสูง (Guangdong, Jiangsu, Shanghai)
• การขนสงที่หยุดชะงักหรือมีขอจํากัดมากขึ้น จะเปนอีกปจจัยกดดันใหระยะเวลาขนสง รวมถึงตนทุนคาขนสง
ปรับเพิ่มสูงขึ้น จากการเพิ่มขอจํากัดในการเดินทางภายในประเทศ รวมถึงการสั่งปดทาเรือขนสง
Zero Covid Policy กดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจเชนกัน
• ความเสี่ยงตอการสงออกจีนที่อาจชะลอลง จากภาคการผลิตเพื่อการสงออก และการควบคุมการเดินทาง
• ความสามารถในการทํากําไรของภาคธุรกิจปรับลดลง จากอุปทานคอขวดยืดเยื้อทําใหตนทุนสูงขึ้น
• แรงกดดันเพิ่มเติมตอการฟนตัวของการใชจายในประเทศ จากขอจํากัดในการเดินทางไปจับจายใชสอย
• ความไมสมดุลของโครงสรางระหวางบริษัทขนาดใหญและขนาดเล็กในจีนอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากบริษัท
ใหญอาจไดรับอนุญาตใหกลับมาเปดการผลิตไดเร็วกวา เชน Foxconn ที่ไดรับอนุญาตใหเปดการผลิตแบบ
ระบบปด เนื่องจากอยูในหวงโซอุปทานโลก ขณะที่บริษัทเล็กจะไดรับการชวยเหลือเปนการลดภาษีแทน
รัฐบาลมีแนวโนมใหความสําคัญตอการควบคุมการแพรระบาด มากกวาการเรง
การเติบโตของเศรษฐกิจ
• จํานวนผูติดเชื้อที่แมมีสัดสวนนอยแตดวยประชากรขนาดใหญ อาจสงผลใหจํานวนผูเสียชีวิตมีสูงมาก
• หลังบังคับใชมาตรการควบคุมที่เขมงวด จะทําใหภาคการผลิตกลับมาดําเนินไดใกลระดับปกติ และสามารถ
ผลิตตอบสนองตออุปสงคโลกที่แข็งแกรงได
Spread ระหวาง PPI และ CPI ที่มากขึ้นสงผลให
profit margin ลดลงจากตนทุนที่สูงขึ้นเร็วกวาการ
เพิ่มขึ้นของราคาสินคา
Omicron
Spread
Suez
Canal
Covid in
Chinese
ports
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC
0
2000
4000
6000
8000
10000
12000
0
1000
2000
3000
4000
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
China Containerized Freight Index (CCFI)
Freightos Baltic Index (FBX): Global
Container Freight Index (RHS)
44
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ตลาดแรงงานในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวอยูในภาวะตึงตัว จากการฟนตัวของเศรษฐกิจสงผลใหอุปสงคและคาจางแรงงาน
ปรับเพิ่มขึ้น ทําใหเงินเฟอของกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลว สูงกวาของกลุมประเทศกําลังพัฒนา
การเติบโตของคาจางแรงงานของ AEs
หนวย : GBP, USD
อุปสงคและอุปทานในตลาดแรงงานของสหรัฐฯ
หนวย : ลานคน
120
130
140
150
160
170
180
2001
2002
2003
2004
2005
2006
2007
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
แรงงานที่มีงานทํา (1)
ประกาศรับสมัครงาน (2)
จํานวนงานทั้งหมด (Total Demand = (1) + (2))
แรงงานทั้งระบบ (Total Supply)
475
485
495
505
515
525
535
Jan-18
Jul-18
Jan-19
Jul-19
Jan-20
Jul-20
Jan-21
Jul-21
UK Average Weekly Earnings
26
27
28
29
30
31
32
Jan-18
Jul-18
Jan-19
Jul-19
Jan-20
Jul-20
Jan-21
Jul-21
US Average Hourly Earnings
ตลาดแรงงานตึงตัวมาก สะทอนจากอุปสงค
อยูสูงกวาอุปทานมากที่สุดในรอบกวา 20 ป
การเติบโตของคาแรงใน UK และ
US อยูสูงกวา trendlines
ในระยะตอไป สหรัฐฯ มีแนวโนมเผชิญการขาดแคลนแรงงานรุนแรงกวา AEs ประเทศอื่น ๆ
• สหรัฐฯ อนุญาตใหบริษัทเลิกจางพนักงานและรัฐจายเปนเงินสนับสนุนวางงานแทน ดังนั้น ในระยะ
ตอไป ตลาดแรงงานอาจฟนตัวชาจากกระบวนการจางงานใหมที่ตองใชเวลา
• ขณะที่รัฐบาลของยุโรปมุงเนนการจายเงินใหบริษัทเพื่อรักษาระดับการจางงานมากกวา
• การขาดแคลนแรงงานในสหรัฐฯ สวนหนึ่งเปนผลจากการที่แรงงานไมรีบรอนกลับเขาสูตลาด
เนื่องจากมีเงินสนับสนุนการวางงานของภาครัฐที่มีสัดสวนสูงมาก ทําใหแรงงานยังพอมีเงินออม
• สหราชอาณาจักร ไดรับแรงกดดันจากนโยบาย Brexit ซึ่งสงผลใหอุปทานแรงงานลดลง
กอน pandemic อยูแลว และอุปทานตึงตัวในอัตราเรงขึ้นจากสถานการณ COVID
• สหภาพยุโรป ไมเผชิญปญหาขาดแคลนแรงงานรุนแรง เนื่องจากมีนโยบายลดจํานวนวันทํางาน
จึงทําใหอัตราคาจางเพิ่มขึ้นไมมากนัก
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ U.S. Bureau of Labor Statistics
45
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
คาจางที่เพิ่มขึ้นคาดวาจะไมนานําไปสูเหตุการณ Wage-Price Spiral เนื่องจาก ในระยะตอไปคาจางมีแนวโนมชะลอตัวลง
จากอุปทานแรงงานที่จะเพิ่มขึ้นตามความกังวลตอการติดเชื้อที่ลดลง และคาดการณเงินเฟอที่คาดวาจะไมปรับสูงขึ้นนัก
ความสัมพันธของการเปลี่ยนแปลงคาจางและเงินเฟอของสหรัฐฯ
หนวย : %YOY
5Y5Y Forward Inflation Expectation
หนวย : % (ขอมูล ณ มี.ค. 2022)
0.5
1.5
2.5
3.5
4.5
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
UK US Euro area
-5
-3
-1
1
3
5
7
9
11
13
15
1961
1965
1969
1973
1977
1981
1985
1989
1993
1997
2001
2005
2009
2013
2017
2021
Compensation of employees
Consumer Price
ในชวง 1970s คาจางและราคาสินคาทําให
ราคาของกันและกันปรับเพิ่มขึ้นตอเนื่องใน
ระดับที่ใกลเคียงกันนําไปสู wage price spiral
ในชวง 1990s คาจางปรับขึ้นสูง
แตราคาสินคาไมไดปรับขึ้นตาม
ในปที่ผานมา คาจางปรับขึ้นสูง เชนเดียวกับ
ราคาสินคาแตในอัตราที่นอยกวา
การเพิ่มขึ้นของคาจางในปจจุบันนาจะไมนําไปสูสถานกาณ Wage-Price Spiral
• คาดการณเงินเฟอในระยะปานกลางยังอยูใกลระดับ Pre-pandemic สะทอนวาตลาดยังมองวาการ
เพิ่มของระดับราคายังเปนเพียงชั่วคราว ทําใหนาจะยังไมปรับคาจางขึ้นมากนัก
• คาจางมีแนวโนมชะลอตัวลงจากอุปทานแรงงานที่จะเพิ่มขึ้น โดยอุปทานแรงงานของสหรัฐฯคาดวาจะ
เพิ่มขึ้นจากเงินสนับสนุนที่หมดอายุ รวมถึงความกังวลตอการติดเชื้อที่ลดลง และในยุโรป รัฐบาล
ผอนคลายมาตรการควบคุมแลว ซึ่งจะสงผลใหชั่วโมงการทํางานของแรงงานกลับเขาใกลระดับปกติได
• สหภาพแรงงานในปจจุบันไมไดมีความเขมแข็งเหมือนในสมัย 1970 จึงมีอํานาจตอรองคาแรงนอยกวา
• ในชวงป 1970 ดวยเงินเฟอสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น สงผลใหคาดการณเงินเฟอปรับเพิ่มขึ้น
สหภาพแรงงานออกมาเรียกรองใหนายจางปรับขึ้นคาแรง จนนําไปสู wage price spiral
สงผลใหธนาคารกลางตองดําเนินนโยบายที่ตึงตัวแบบรุนแรง และนําไปสูชะลอตัวของเศรษฐกิจ
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ U.S Bureau of Economic Analysis, U.S. Bureau of Labor statistics และ Bloomberg
เสนประคือคาเฉลี่ยระหวาง 2010-2019
46
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ดวยปญหา supply chain disruption ตลาดแรงงานที่ตึงตัว และการกลับมาเปดเมืองในบางประเทศ สงผลใหเงินเฟอโลก
ในชวงที่ผานมาปรับสูงขึ้นตอเนื่อง โดยปจจัยที่หนุนเงินเฟอในแตละภูมิภาคยังมีความแตกตางกัน
เงินเฟอในป 2022 จะยังอยูในระดับสูงตอเนื่อง
หนวย : %YOY (Headline inflation, as of Feb22)
สัดสวนผลของเงินเฟอแตละประเภทในป 2021 - 2022
หนวย : percentage point หนวย : percentage point
AEs EM-LATAM EM-Asia
ราคาสินคาโภคภัณฑปรับสูงขึ้นกวาที่คาดการณไว จากความเสี่ยงสงคราม
รัสเซียที่เพิ่มขึ้น สงผลใหอุปทานคอขวดยืดเยื้อ โดยเฉพาะในภาคพลังงาน
เกษตร แลโลหะสําหรับผลิตชิปและรถยนต
มาตรการ Zero Covid Policy ของจีน สงผลใหราคาสินคาคงทนอาจ
ทรงตัวในระดับสูง จากอุปทานคอขวดยืดเยื้อจากการปดเมือง
ราคาอาหารที่จะยังในระดับสูง ตนทุนการเกษตร (ปุย) ที่จะยังสูง
ราคาภาคบริการเพิ่มขึ้น ตามความกังวลในการติดเขื้อที่ลดลง
คาแรงอยูในระดับสูงใน AEs จากอุปสงคแรงงงานเพิ่มแตอุปทานจํากัด
5.3%
1.8%
-3.0%
0.0%
3.0%
2019Q1
2019Q3
2020Q1
2020Q3
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Core contribution Energy contribution
Raw food contribution Headline
Core
1.4 1.6 2.6
4.1 4.9 5.3 5.3 5.2 5.3 6.2
6.8 7.0 7.5 7.9
-1.0
2.0
5.0
8.0
11.0
1.0
2.0
5.0
8.0
11.0
Jan
Feb
Mar
Apr
May
Jun
Jul
Aug
Sep
Oct
Nov
Dec
Jan
Feb
1.1 1.3 1.8 2.0 2.5 2.3
3.7 3.9 4.2 4.5
5.2 5.3 4.9 5.1
0.0
2.0
4.0
6.0
0.0
2.0
4.0
6.0
Jan
Feb
Mar
Apr
May
Jun
Jul
Aug
Sep
Oct
Nov
Dec
Jan
Feb
Core CPI CPI: Energy CPI: Food Headline CPI (แกนขวา)
การเพิ่มขึ้นของเงินเฟอในแตละกลุมเศรษฐกิจแตกตางกัน
เงินเฟอใน DMs เปนผลของทั้งอุปทาน และอุปสงค
ที่ฟนตัวเร็ว จากการเปดเมืองที่เร็วกวา สะทอนจากเงินเฟอ
พื้นฐาน ที่เพิ่มขึ้น (core CPI) เปนหลัก
เงินเฟอใน EMs เปนผลจากปญหาดานอุปทานเปนหลัก
ขณะที่อุปสงคภายในประเทศยังออนแอ สะทอนจากเงินเฟอ
พื้นฐาน (core CPI) ที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กนอยเมื่อเทียบกับ
เงินเฟอทั่วไป
สาเหตุที่ EMs-Asia ไมเผชิญเงินเฟอที่รุนแรงในปที่แลว
อุปสงคภายในประเทศยังออนแอ
สัดสวนราคาพลังงานในตระกราเงินเฟอนอยกวา LATAM
ราคาอาหารอยูในระดับปกติจากสภาพภูมิอากาศที่ดี
ตะกราเงินเฟอมีสัดสวนสินคานําเขา (import content) ที่
ราคาปรับสูงขึ้นมากในชวงที่ผานมา ไมมากนัก
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ CEIC
UK
US
Canada
Italy
S.
Korea
Mexico
Brazil
China
Indonesia
Malaysia*
Thailand
Philippines
0
2
4
6
8
10
12
2019
Latest
EMs-Asia เผชิญปญหา
เงินเฟอรุนแรงนอยกวา
47
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอที่เพิ่มขึ้นกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกจาก 1) อํานาจซื้อสินคาที่ลดลงกดดันการฟนตัวของการบริโภค
2) ตนทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันความสามารถในการทํากําไรของบริษัทและการฟนตัวของภาคลงทุน
สัดสวนคาใชจายในอาหาร (Food Spending)
หนวย : % รายไดตอหัว
สวนตางของดัชนีราคาผูผลิต (PPI) และดัชนีราคาผูบริโภค (CPI)
หนวย : %YOY
0 20 40
Sub-Saharan Africa
South Asia
Latin America
Middle East
East Asia & Pacific
Europe & Central Asia
North America
2017
2023F
LICs และ EMs มี
สัดสวนการใชจายใน
อาหารสูงกวา ทําให
ไดรับผลกระทบจาก
ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น
มากกวา
ผลตอการฟนตัวของการบริโภค จากอํานาจซื้อสินคาที่ลดลง
DMs จะมีคาใชจายในการบริโภคพลังงานสูงขึ้นราว 0.7% ของ GDP
($300bn)* จากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น กระทบแนวโนมการบริโภค
ราคาสินคาโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น กดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจของ
ประเทศนําเขาสุทธิ จากรายไดแทจริงที่ลดลง ขณะที่ประเทศสงออกสุทธิซึ่งมี
สัดสวนตอเศรษฐกิจโลกนอยจะมีรายไดเพิ่มขึ้น
การชะลอตัวของการบริโภค อาจนําไปสูการใชจายภาครัฐที่ปรับลดลง
เนื่องจากรายไดภาษีจากการบริโภคซึ่งเปนรายไดสําคัญปรับลดลง
ราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ําความไมเทาเทียมตอครัวเรือน
ที่มีรายไดนอย เนื่องจากมีสัดสวนการบริโภคสินคาดังกลาวในตะกราสูงกวา
ครัวเรือนรายไดสูง
ทั้งนี้ผลของของราคาที่เพิ่มขึ้นตออํานาจซื้อแตกตางกันในแตละประเทศ
ขึ้นอยูกับสัดสวนเงินออมภาคครัวเรือน มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ
ความยืดหยุนของอุปสงคตอการเปลี่ยนแปลงของราคา และการฟนตัวทาง
เศรษฐกิจในสวนอื่น ๆ ที่อาจมาชดเชยได
นัยของเงินเฟอที่สูงตอการลงทุน
ธนาคารกลางอาจดําเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นมาก กระทบการเติบโต
ของเศรษฐกิจและการลงทุนจากตนทุนการกูยืมที่เพิ่มขึ้น
ผูประกอบการที่มีอํานาจตอรองราคาสูง และอยูในประเทศที่ผูบริโภคมีเงิน
สนับสนุนจากรัฐที่สูง อาจไดรับผลกระทบนอยกวา
ตนทุนวัตถุดิบ (PPI) ที่สูงขึ้นเร็วกวาราคาสินคา (CPI) สงผล
ใหความสามารถในการทํากําไรของผูประกอบการใหปรับลดลง
ตนทุนและกําไรของภาคธุรกิจ (listed) ที่ไมใชสถาบันการเงิน
หนวย : ดัชนี, 2012 = 100
-20.0
-16.0
-12.0
-8.0
-4.0
0.0
4.0
8.0
Jun-17
Oct-17
Feb-18
Jun-18
Oct-18
Feb-19
Jun-19
Oct-19
Feb-20
Jun-20
Oct-20
Feb-21
Jun-21
Oct-21
Feb-22
South Korea China EU UK US
80
90
100
110
120
130
2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021
Non Labor Costs Labor Costs Profits
บริษัทรายใหญในสหรัฐฯ มีอํานาจตอรองที่สูงและ
อุปสงคผูบริโภคที่แข็งแกรง สงผลใหผูประกอบการปรับเพิ่ม
ราคาในอัตราที่สูงกวาการเพิ่มขึ้นของตนทุนได
Margin ของผูประกอบการปรับลดลง เนื่องจากไม
สามารถสงผานตนทุนที่สูงขึ้นสูผูบริโภคทั้งหมดได
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC, U.S. Bureau of Economic Analysis และ The Economist *จากการประเมินของ Capital Economics
48
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอที่เพิ่มขึ้นเร็วสงผลใหการคาระหวางประเทศชะลอลง ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากขึ้นในบางประเทศ ความเสี่ยง
จากความไมสงบทางการเมืองเพิ่มขึ้น รวมถึงการฟนตัวของตลาดแรงงานปรับชะลอลง
ราคานําเขาสินคาของประเทศที่มีการขาดดุลการชําระเงินสูง
หนวย : %YOY
ดุลการคาสินคาโภคภัณฑ : พลังงาน โลหะ และสินคาเกษตร
หนวย : % Country GDP, 2019
-10
10
30
Feb-16
Aug-16
Feb-17
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
US EU Brazil
UK Canada India
การคาโลกชะลอลงตามอุปสงคที่ออนแอ จากรายไดที่แทจริงปรับลดลง
• ประเทศผูสงออกที่มียุโรป รัสเซีย และยูเครน เปนผูนําเขาหลัก
มีแนวโนมที่ภาคการสงออกจะชะลอตัวลงรุนแรง จากกําลังซื้อใน
ประเทศคูคาที่หดตัวลงผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เชน จีน
สหรัฐฯ
• ประเทศผูสงออกสินคาที่ตองพึ่งพาการนําเขาวัตถุดิบสินคา
โภคภัณฑสูงจะไดรับผลกระทบรุนแรง เนื่องจาก (1) ตองเผชิญกับ
ตนทุนนําเขาที่สูงขึ้น และ (2) การสงออกชะลอตัวจากอุปสงคออนแอ
นัยของเงินเฟอตอบัญชีเดินสะพัดและคาเงิน
• ประเทศผูนําเขาสุทธิอาจขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น และนําไปสู
การออนคาของสกุลเงินในประเทศได โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่
ประเทศสวนใหญเปนผูนําเขาสินคาโภคภัณฑสุทธิ
ความเสี่ยงจากความวุนวายทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น
• ราคาน้ํามันและอาหารที่สูงขึ้นมาก อาจนําไปสูการเรียกรองหรือ
ประทวงของประชาชน โดยในชวงป 2008 ราคาอาหารเพิ่มขึ้นมากได
นําไปสูการกอจลาจลในหลายประเทศ
• ผูนําในประเทศตะวันตกอาจตองเผชิญกับความไมพอใจของผูมี
สิทธิเลือกตั้งและอาจนําไปสูความไมแนนอนของผลการเลือกตั้ง เชน
สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งปลายปนี้
เงินเฟอที่สูงขึ้นเร็วอาจกดดันการฟนตัวของตลาดแรงงาน
• โดยปกติเงินเฟอที่สูงขึ้นอาจทําใหอัตราวางงานลดลงได จาก
คาแรงที่เพิ่มขึ้น สงผลใหแรงงานมีแรงจูงใจในการกลับเขาสูตลาด
มากขึ้น ซึ่งปจจุบันพบวาตลาดแรงงานใน AEs ก็ตึงตัวขึ้น
• ทั้งนี้หากเงินเฟอสูงกวาคาแรงมาก อาจนําไปสูการเพิ่มขึ้นของ
อัตราการวางงาน เนื่องจากรายไดที่แทจริงลดลง (คาแรงขึ้นนอย
กวาเงินเฟอ) ทําใหแรงงานมีแรงจูงใจกลับมาทํางานนอยลง
-15 -10 -5 0 5 10 15 20
Hongkong
South Korea
Philippines
Taiwan
Japan
China
India
Thailand
Malaysia
Indonesia
Australia
New Zealand
นําเขาสุทธิ สงออกสุทธิ
ฮองกง เกาหลีใต ฟลิปปนส
และไตหวัน มีแนวโนมไดรับ
ผลกระทบจากราคาสินคา
โภคภัณฑที่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจาก
เปนนําเขาสุทธิรายใหญ
อัตราเงินเฟอและอัตราการวางงานของสหรัฐฯ
หนวย : %
-2
3
8
Dec-06
Feb-08
Apr-09
Jun-10
Aug-11
Oct-12
Dec-13
Feb-15
Apr-16
Jun-17
Aug-18
Oct-19
Dec-20
Feb-22
US CPI
US Unemployment Rate
ในชวงวิกฤตป 2008 เงินเฟอเพิ่มขึ้นมาก
เชนเดียวกับอัตราการวางงานที่เพิ่มขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ European Commission และ UN Comtrade
49
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอโลกปนี้มีแนวโนมขยายตัวมากกวาที่คาดการณไว แตจะชะลอลงในป 2023 จากอุปทานคอขวดที่จะทยอยคลี่คลายลง
ทั้งนี้ธนาคารกลาง EMs บางแหงตองดําเนินนโยบายที่ตึงตัวเร็ว แมเศรษฐกิจยังไมฟนตัวเต็มที่ จึงเปนความเสี่ยงตอเศรษฐกิจได
ระดับราคาพลังงาน
หนวย : %YOY
ดัชนี PMIs แบงตามประเภทกิจกรรม : ภาคโรงงาน
หนวย : ดัชนี, >50 ขยายตัวจากเดือนกอนหนา ปรับฤดูกาล
0
500
1000
1500
0
50
100
150
Jan-21
Feb-21
Mar-21
Apr-21
May-21
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
WTI Crude Brent Crude
ARA Gasoil NYH Gasolue
NYH Heating oil NBP Nat Gas
Australia
Brazil
Canada
China
India
Indonesia
Japan
Korea
Mexico
Russia
Thailand
UK
US
Euro area
-1
1
3
5
7
9
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
อั
ต
ราเงิ
น
เฟ
อ
ป
2021
คาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจป 2022
กลุมประเทศที่เงินเฟอสูงและขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็ว
อาจเผชิญภาวะ Recession ไดในป 2022
เพิ่มดอกเบี้ย > 5pp
เพิ่มดอกเบี้ย < 5pp
ไมปรับดอกเบี้ย
ลดดอกเบี้ย
เงินเฟอโลกคาดวาจะทยอยปรับลดลงในป 2023
ปจจัยฐานต่ําจะทยอยหมดไป ตั้งแตครึ่งหลังของป 2022
ปญหาอุปทานที่จะทยอยคลี่คลายลง ในป 2023 แมลาชากวาที่คาดไวจาก
สงครามและการแพรระบาดของ Omicron
ความตึงเครียดของสงครามรัสเซียที่มีแนวโนมคลี่คลาย
คาดการณเงินเฟอยังใกลเคียงกรอบเปาหมาย
คาแรงปรับชะลอลงจากอุปทานแรงงานที่จะทยอยเพิ่มขึ้น
ราคาสินคาคงทนปรับลดลง จากอุปสงคชะลอตัวจากเงินสนับสนุนที่ลดลง
และการหันไปใชจายในภาคบริการมากขึ้น
ราคาสินคาพลังงานและโภคภัณฑอื่น ๆ ขยายตัวชะลอลง จากปจจัยฐานสูง
และการผลิตสินคาคงคลังใหมที่เพิ่มขึ้น
• เงินเฟอใน LATAM และ Russia เพิ่มสูงเร็วตั้งแต 2021 เปนผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน และคาเงิน
ที่ออนคาสงผลตอราคานําเขาใหเพิ่มขึ้น
• นโยบายที่ตึงตัวขึ้นของ AEs อาจกระทบเสถียรภาพการเงินใน EMs ได จากของเงินทุนไหลออก คาเงินออน
• ดวยเหตุนี้ ธนาคารกลาง EMs บางแหงจึงตองขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตอเนื่อง สงผลตอการฟนตัวของเศรษฐกิจ
เพราะอุปสงคยังออนแอ
• EMs บางประเทศ (LATAM Russia) จึงมีความเสี่ยงตอภาวะ Recession ในระยะตอไปได
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของฺ Bloomberg, Bank of England, Federal Reserves, IMF WEO Oct 2021, ประมาณการใหมจาก IMF WEO Jan 2022 และคาดการณเงินเฟอของการประชุม ธ.ค. 2021
50
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
นโยบายการเงินในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวตึงตัวขึ้น
สงผลตอภาวะการเงินโลกและภาระหนี้ที่สูง
ธ
ธน
นา
าค
คา
าร
รก
กล
ลา
าง
งใใน
นก
กล
ลุุม
มเเศ
ศร
รษ
ษฐ
ฐก
กิิจ
จพ
พััฒ
ฒน
นา
าแ
แล
ลว
วด
ดํํา
าเเน
นิิน
นน
นโโย
ยบ
บา
าย
ยก
กา
าร
รเเง
งิิน
นท
ทีี่่ต
ตึึง
งต
ตััว
วข
ขึึ้้น
น โดย Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 7 ครั้งในปนี้ ขณะที่ ECB มีแนวโนมขึ้นดอกเบี้ยชวงปลายป
ซึ่งจะทําใหภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น เปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ โดยจะกระทบตอการบริโภค และการลงทุนที่อาจชะลอลง
51
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมการดําเนินนโยบายการเงินของกลุม AEs เปนอยางไร หลังมีการระบาดของ Omicron และสงครามรัสเซีย-ยูเครน
• Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 7 ครั้งในปนี้ และอาจเริ่มลดขนาดงบดุล (QT) ในเดือนพฤษภาคม ดวยความเร็วและปริมาณที่มากกวารอบกอน
• แรงกดดันจากเงินเฟอที่พุงสูงขึ้นเปนประวัติการณในอังกฤษและยูโรโซน สงผลใหธนาคารกลางอังกฤษเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ ECB มีแนวโนมสิ้นสุด QE ในเดือนกันยายน และอาจขึ้น
ดอกเบี้ยในชวงปลายปนี้
แนวโนมการดําเนินนโยบายของจีน สาเหตุที่ทําให cycle ตางจาก AEs
• เศรษฐกิจที่ชะลอลงทําใหจีนมีแนวโนมผอนคลายนโยบายตอเนื่องในป 2022 ซึ่งจะชวยสนับสนุนการฟนตัวของการลงทุนในประเทศ จากตนทุนการกูยืมที่ถูกลง รวมถึงสภาพคลองที่เพิ่มขึ้น
แตจะไมชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจไดทั้งหมด
• นอกจากนี้ รัฐบาลจีนไดผอนคลายความเขมงวดในภาคอสังหาฯ ลงเล็กนอย เพื่อควบคุมผลกระทบไมใหเกิดเปนวงกวาง แตจะยังคงมุงเปาลดความเหลื่อมล้ํา และอาจประกาศใช Property
Tax ในครึ่งหลังของป 2022 ซึ่งจะกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจ
นัยของการดําเนินนโยบายที่แตกตางกันของ 2 ภูมิภาคนี้
• นโยบายการเงินของ AEs ที่ตึงตัวขึ้นจะเปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ เนื่องจากจะสงผลใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ผานการลงทุนและการบริโภคที่อาจลดลง
• สภาพคลองของประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีแนวโนมปรับลดลง จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายที่ไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงใน EM ชะลอลง อยางไรก็ดี ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจาก EM
อยางรุนแรงมีไมมาก
• Policy Divergence ระหวาง US และจีน จะไมสงผลใหเงินทุนไหลออกจากจีนรุนแรง รวมถึงเงินหยวนจะไมปรับออนคาลงมากนัก เนื่องจากความตองการเงินหยวน และพันธบัตรจีนยังสูง
รวมถึงจีนมีกันชนตอเงินทุนไหลออก
Theme 3 : นโยบายภาครัฐในกลุมประเทศพัฒนาแลวจะตึงตัว ขณะที่จีนผอนคลายลง
52
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
Median 1.9%
2022 2023 2024
Median
2.8%
Median
2.8%
Longer run
Median 2.4%
Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps เพื่อสกัดเงินเฟอที่เรงตัวสูงสุดในรอบ 40 ป โดย EIC คาดวา Fed มีแนวโนมปรับขึ้น
ดอกเบี้ยทั้งหมด 7 ครั้งในปนี้ และอีก 3 ครั้งในปหนา และ Fed อาจเริ่มทํา QT ในการประชุมครั้งตอไป (เดือนพฤษภาคม)
คาดการณตัวเลขทางเศรษฐกิจโดย FOMC ณ เดือนมีนาคม 2022
() = คาดการณครั้งกอนในเดือนธันวาคม 2021
Unit: % (Median) 2022 2023 2024 Longer run
Real GDP 2.8 (4) 2.2 (2.2) 2 (2) 1.8 (1.8)
Unemployment rate 3.5 (3.5) 3.5 (3.5) 3.6 (3.5) 4.0 (4.0)
PCE Inflation 4.3 (2.6) 2.7 (2.3) 2.3 (2.1) 2.0 (2.0)
Core PCE Inflation 4.1 (2.7) 2.6 (2.3) 2.3 (2.1) -
Median Dot plot โดย FOMC ณ เดือนมีนาคม 2022
หนวย : %
• Fed ไดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคม 2022 เพื่อสกัด
เงินเฟอที่เรงตัวสูงสุดในรอบ 40 ป พรอมปรับลดคาดการณ GDP ปนี้ลงเหลือ 2.8% ทั้งนี้
Powell กลาววา Fed อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกวาที่แสดงใน dot plot ได หากเงินเฟอยังเพิ่มขึ้นเร็ว
ตอเนื่อง
• Median Dot Plot ลาสุดแสดงถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งหมด 7 ครั้งในป 2022
และอีก 3-4 ครั้งในป 2023 สงผลให Terminal rate มีแนวโนมอยูที่ 2.75-3.0% ซึ่งสูงกวา median
neutral rate ของ Fed ที่ 2.375%
• EIC คาดวา Fed มีแนวโนมปรับขึ้นดอกเบี้ยในทุกรอบการประชุมของปนี้ (รวม 7 ครั้ง) และ
มีโอกาสสูงขึ้น ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 50 bps ในคราวเดียว ในการประชุม 2 ครั้ง
ถัดไปเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน จากเงินเฟอที่จะยังอยูในระดับสูง
• ในป 2023 EIC คาดวา Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยไตรมาสละ 1 ครั้ง ในไตรมาส 1 ถึง ไตรมาส 3
สงผลให Terminal rate อาจอยูที่ระดับ 3-3.25%
• EIC คาดวา Fed อาจเริ่มลดขนาดงบดุล (QT) ในการประชุมครั้งตอไป (พฤษภาคม) ดวยความเร็ว
และปริมาณที่มากกวารอบกอน เนื่องจากปจจุบัน Fed ถือครองสินทรัพยมากกวาในอดีตมาก และเงิน
เฟอก็อยูสูงกวาในอดีต โดย EIC คาดวา QT อาจมีปริมาณ (Monthly Cap) 9.5 หมื่นลานดอลลาร
สหรัฐตอเดือน ประกอบดวย UST $60bn และ MBS $35bn และ Fed อาจลดขนาดงบดุลลงราว 15%
ของ GDP (จาก 8.8 ลานลานดอลลารสหรัฐ สู 6.1-6.6 ลานลานดอลลารสหรัฐ ภายใน 2-2.5 ป)
EIC Views
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ FED
53
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
แรงกดดันจากเงินเฟอที่พุงสูงขึ้นเปนประวัติการณในอังกฤษและยูโรโซนสงผลใหธนาคารกลางอังกฤษเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย
ขณะที่ ECB มีแนวโนมสิ้นสุด QE ในไตรมาส 3 และอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2022
อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ US UK และ EU
หนวย : %
0.75
-0.50
-0.50
0.50
1.50
2.50
Jan-18
Apr-18
Jul-18
Oct-18
Jan-19
Apr-19
Jul-19
Oct-19
Jan-20
Apr-20
Jul-20
Oct-20
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
BOE Bank Rate Fed funds rate ECB deposit rate
ปริมาณการซื้อสินทรัพยโดย ECB ผานโครงการ PEPP และ APP
หนวย : ลานยูโร
0
100,000
200,000
Mar-20
Jun-20
Sep-20
Dec-20
Mar-21
Jun-21
Sep-21
Dec-21
Mar-22
Jun-22
Sep-22
PEPP Monthly Purchase APP Monthly Purchase
• BOE ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเปนครั้งที่ 3 สู 0.75% ในเดือนมีนาคม 2022 (ขึ้นครั้งแรกเดือนธันวาคม
จาก 0.1% เปน 0.25%) เนื่องจาก BOE คาดวาเงินเฟออาจพุงสูงขึ้นจนแตะระดับ 7% ในชวง spring
นอกจากนี้ BOE ไดเริ่มลดขนาดงบดุลผานการปลอยใหพันธบัตรที่ถือครองหมดอายุลง โดยเมื่อ
ดอกเบี้ยขึ้นไปถึง 1% BOE จะเริ่มทํา active sales สินทรัพย
• ECB ประกาศลดปริมาณการเขาซื้อสินทรัพยในโครงการ APP เหลือเฉลี่ย 3 หมื่นลานยูโรตอเดือน
ในไตรมาส 2 (จาก 4 หมื่นลานยูโร ในไตรมาส 1) โดย EIC คาดวา ECB อาจลดปริมาณการซื้อ
ในไตรมาส 3 ลง เหลือเฉลี่ย 2 หมื่นลานยูโรตอเดือน และจะเขาซื้อสินทรัพยในโครงการ APP จนถึง
เดือนกันยายน
• BOE มีแนวโนมปรับขึ้นดอกเบี้ยจนถึง 1.75% ในปนี้ และคาดวา Terminal rate ของ UK จะอยูที่ 2%
ในไตรมาส 2 ป 2023
• ECB มีแนวโนมปรับขึ้น Deposit rate ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 25 bps (จากเดิมคาด กันยายน)
เนื่องจาก Growth outlook ของ EU มีแนวโนมไดรับผลกระทบจากสงครามรัสเซียยูเครน แตยังกังวล
เรื่องเงินเฟอ
• การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งตอไปของ EU อาจเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2023 โดย ECB อาจปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยปละ 2 ครั้ง และคาดวา terminal rate จะอยูที่ราว 1.25%
• ทั้งนี้หากปญหาการขาดแคลนพลังงานของ EU รุนแรงกวาที่คาดและมีแนวโนมกระทบตอเศรษฐกิจ
EU หรือทําใหภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้นมาก ECB อาจเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปในป
2023
EIC Views
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ Goldman Sachs
0.5
54
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
การเรงขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟออาจสงผลใหเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเกิด Recession จากตนทุนการกูยืมและ
ภาระดอกเบี้ยของทั้งธุรกิจและผูบริโภคที่จะปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการบริโภค การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจ
อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ US และสวนตางอัตราผลตอบแทนอายุ 10 ป และ 2 ป (2-10 spread)
หนวย : % หนวย : bps
12
= recession
Timeline การเกิด Inverted yield curve และ Recession ในอดีต
1990 to 1991
recession 2001 recession 2008 to 2009 GFC
Inverted yield curve
period
May-Aug 1989
(4 months)
July 00-Jan 01
(7 months)
July 06-Aug 07
(14 months)
Start of the recession July 1990 March 2001 December 2007
Time from start of IYC
to recession 13 months 8 months 17 months
หมายเหตุ : Inverted yield curve คือภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกวาระยะยาว (2-10 spread ติดลบ) โดย 2-10 spread คือสวนตางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ป และ 2 ป ซึ่งสวนตาง
ที่ต่ําลงสะทอนถึงการคาดการณวาเศรษฐกิจจะชะลอลงในอนาคต
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ European Parliament และ CEIC
• ผูรวมตลาดกังวลวา การขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจทําให 2-10 Spread ปรับลดลงจนเกิด
Inverted yield curve ซึ่งมักตามมาดวยภาวะเศรษฐกิจถดถอย Recession โดยสถิติใน
อดีต พบวา recession มักจะเกิดหลังจากการติดลบของ 2-10 spread ประมาณ 1-2 ป
• การเรงขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทําภาวะการเงินตึงตัวขึ้นเร็ว และอาจทําใหเกิด Recession
ผานชองทาง ดังนี้
1. ตนทุนการกูยืมที่สูงขึ้นของทั้งภาคธุรกิจและผูบริโภค อัตราดอกเบี้ย และ
corporate spread ที่สูงขึ้น จะทําใหการลงทุนและการบริโภคที่จะปรับลดลงในระยะ
ตอไป
2. ภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงมีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบตอรายไดสุทธิ
และการบริโภคของครัวเรือนในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูง
3. ฐานะการเงินและความสามารถในการทํากําไรของภาคธุรกิจ โดยหนี้ภาคธุรกิจที่
สูงขึ้นประกอบกับ earning ที่จะลดลง ทําใหความเสี่ยงในการผิดนัดชําระหนี้สูงขึ้น
4. ราคาในตลาดอสังหาฯ รวมถึงผลตอบแทนจากตลาดหลักทรัพยที่มีแนวโนม
ลดลง จะทําใหความมั่งคั่งของครัวเรือนลดลง สงผลตอการบริโภคและลงทุน
(wealth effect)
• Lawrence Summers คาดการณวาเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาส 50% ที่จะเผชิญกับ
economic downturn ในชวงสิ้นป 2023
-400
-200
0
200
400
0
5
10
15
20
1980
1982
1984
1986
1988
1990
1992
1994
1996
1998
2000
2002
2004
2006
2008
2010
2012
2014
2016
2018
2020
2022
Fed fund rate
2-10 Spread (RHS)
55
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
นโยบายการเงินของกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวที่ตึงตัวขึ้นจะเปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ เนื่องจาก
จะสงผลใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผานการลงทุนและการบริโภคที่อาจชะลอลง
หนี้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือนเฉลี่ยในกลุมประเทศ EM
หนวย : % ตอ GDP
หนี้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือนเฉลี่ยในกลุมประเทศ AE
หนวย : % ตอ GDP
60
80
100
120
140
2017Q1
2017Q2
2017Q3
2017Q4
2018Q1
2018Q2
2018Q3
2018Q4
2019Q1
2019Q2
2019Q3
2019Q4
2020Q1
2020Q2
2020Q3
2020Q4
2021Q1
2021Q2
2021Q3
2021Q4
Household debt Government debt Business debt
20
40
60
80
2017Q1
2017Q2
2017Q3
2017Q4
2018Q1
2018Q2
2018Q3
2018Q4
2019Q1
2019Q2
2019Q3
2019Q4
2020Q1
2020Q2
2020Q3
2020Q4
2021Q1
2021Q2
2021Q3
2021Q4
Household debt Government debt Business debt
AE EM
• ภาระหนี้ในหลายประเทศที่อยูในระดับสูงอาจทําใหอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวไมเพิ่มสูงขึ้นมากนัก และจุดสูงสุดมีแนวโนมอยูต่ํากวาในอดีต เนื่องจากจะทําใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น โดยในป 2021 พบวา ครัวเรือน
ภาคธุรกิจ และภาครัฐทั่วโลกมีรายจายดอกเบี้ยรวมกันทั้งสิ้น 10.2 ลานลานดอลลารสหรัฐ หรือคิดเปน 12% ของ GDP โลก
• ประเทศที่มีภาระหนี้สูง โดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุน อาจมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวจากภาระดอกเบี้ยที่จะปรับสูงขึ้น โดยหากดอกเบี้ยทั่วโลกปรับขึ้น 1% จะทําใหภาระดอกเบี้ยสูงขึ้นเปน 15% ของ GDP แตหาก
ดอกเบี้ยปรับขึ้น 2% จะทําใหภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 20% ของ GDP (คาดการณโดย The Economist)
• ประเทศที่มีแนวโนมปรับดอกเบี้ยขึ้นสูงอาจสงผลใหการลงทุนในประเทศปรับลดลงจากตนทุนกูยืมที่จะสูงขึ้น และอาจสงผลใหครัวเรือนในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงมีรายไดเหลือใชจายลดลง จากภาระดอกเบี้ยที่
ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการบริโภค การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะตอไป
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ The Economist และ IIF
92.7
113.2
69.3
71.8
66.2
34.4
56
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
Policy Tightening ของประเทศเศรษฐกิจหลักสงผลตอภาวะการเงินในประเทศเล็กนอย ซึ่งตรงขามกับภาวะการเงิน
ใน EM ที่ปรับตึงตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะใน Latin America และ Emerging Europe ทําใหเศรษฐกิจมีแนวโนมชะลอลงในปนี้
Financial condition ของกลุมประเทศ EM
หนวย : ดัชนี
Financial condition ของกลุมประเทศเศรษฐกิจหลัก
หนวย : ดัชนี, Bloomberg Financial condition
• นโยบายภาครัฐที่ตึงตัวในชวงที่ผานมามีผลใหภาวะการเงินในกลุมเศรษฐกิจหลักปรับตึงตัวขึ้นไมมากและยังถือวาผอนคลายมากเมื่อเทียบกับกอน COVID-19 และคาเฉลี่ยในอดีต อยางไรก็ดี ในชวงปลายเดือน
กุมภาพันธ ภาวะการเงินเริ่มปรับตึงตัวขึ้นหลังความตึงเครียดระหวางรัสเซียและยูเครนรุนแรงขึ้น โดยภาวะการเงินในยุโรปปรับตึงตัวขึ้นมากที่สุด
• ในทางตรงกันขาม ภาวะการเงินใน EM ปรับตึงตัวขึ้นมากตั้งแตป 2021 โดยเฉพาะใน Latin America และ Emerging Europe จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางเพื่อสกัดเงินเฟอที่เรงตัวขึ้นในป 2021 และ
เงินทุนเคลื่อนยายไหลออกตามการดําเนินนโยบายของ AEs ประกอบกับกลุมประเทศดังกลาวมีความเสี่ยงดานการคลัง (Fiscal risk) ที่สูง
• อยางไรก็ดี ภาวะการเงินในเอเชียปรับตึงตัวขึ้นเพียงเล็กนอย จากการที่ธนาคารกลางเอเชียสวนใหญยังมีแนวโนมคงอัตราดอกเบี้ยในปนี้ หรือปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงเล็กนอย ทั้งนี้ในกลุม EM-Asia นั้น พบวาภาวะ
การเงินของเกาหลีปรับตึงตัวขึ้นคอนขางมาก ตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในชวงที่ผานมา
-2
0
2
4
Jan-15
Jun-15
Nov-15
Apr-16
Sep-16
Feb-17
Jul-17
Dec-17
May-18
Oct-18
Mar-19
Aug-19
Jan-20
Jun-20
Nov-20
Apr-21
Sep-21
Feb-22
US EU UK
0.3
2.4
1.7
-2
-1
0
1
2
3
Jan-15
Jun-15
Nov-15
Apr-16
Sep-16
Feb-17
Jul-17
Dec-17
May-18
Oct-18
Mar-19
Aug-19
Jan-20
Jun-20
Nov-20
Apr-21
Sep-21
Feb-22
Emerging Asia Em. Eurpe (ex. Turkey) Latin America (ex. Arg)
เริ่มตึงตัวขึ้นหลัง
เกิดสงคราม
รัสเซียยูเครน
0.25
0.09
-0.7
คาบวก = ภาวะการเงินตึงตัว
2015-2019 Average
US -0.2
EU 0.15
UK -0.4
ภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้น สงผลให
GDP growth มีแนวโนมชะลอลง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ Capital economics
57
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
ภาวะการเงินโลกที่เริ่มตึงตัว จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายที่ไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงในเศรษฐกิจเกิดใหม (EM) ชะลอลง
อยางไรก็ดี ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจาก EM อยางรุนแรงมีไมมาก
เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่แทจริงของ G4 และ EM
หนวย : %
งบดุลของกลุมเศรษฐกิจหลักและเงินทุนเคลื่อนยายเขาสู EM
หนวย : พันลานดอลลารสหรัฐ
• เงินทุนไหลเขา EM ในชวงที่ผานมามีการขยายตัวตามขนาดงบดุลของกลุมเศรษฐกิจหลัก โดยมาตรการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening: QT) และอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับสูงขึ้นสงผลใหสภาพคลองมีแนวโนม
ปรับลดลง และพฤติกรรมรับความเสี่ยง (risk taking) ของนักลงทุนลดลง เงินทุนจึงอาจไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงใน EM ชะลอลงเมื่อเทียบกับในป 2021 ที่มีสภาพคลองสูงและอัตราดอกเบี้ยต่ํา
• ทั้งนี้ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจาก EM อยางรุนแรงมีไมมากและคาดวาจะไมเกิด Taper Tantrum เหมือนในอดีต เนื่องจาก EM หลายเศรษฐกิจมีเสถียรภาพตางประเทศที่แข็งแกรงขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต
นอกจากนี้ ความกังวลตอการชะลอตัวของเศรษฐกิจ AEs จากความตึงเครียดระหวางรัสเซียยูเครนที่อาจสงผลตอเงินเฟอและการฟนตัวทางเศรษฐกิจของ AEs ยังสูงตอเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจ EM กําลังเริ่มฟนตัวจาก
COVID-19 และคาดวาอาจไมไดรับผลกระทบจากปญหารัสเซียยูเครนมากนัก สงผลใหเงินทุนจะไหลออกจาก EM ไมรุนแรงนัก
หนวย : ดัชนี
0
50
100
150
0
10000
20000
30000
Jan-15
Jul-15
Jan-16
Jul-16
Jan-17
Jul-17
Jan-18
Jul-18
Jan-19
Jul-19
Jan-20
Jul-20
Jan-21
Jul-21
Jan-22
G4 Balance sheets EM Capital Flows (rhs)
-1.86
-0.67
-3
-2
-1
0
1
2
3
Feb-15
Jul-15
Dec-15
May-16
Oct-16
Mar-17
Aug-17
Jan-18
Jun-18
Nov-18
Apr-19
Sep-19
Feb-20
Jul-20
Dec-20
May-21
Oct-21
G4 average real yield (core) EM real yield (core)
Note: EM Capital flow proxy index; a composite index of the performance of 4 asset classes that appears to mimic the flow of
money into and out of EM
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg
58
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
เศรษฐกิจที่ชะลอลงทําใหจีนมีแนวโนมผอนคลายนโยบายตอเนื่องในป 2022 ซึ่งจะชวยสนับสนุนการฟนตัวของการลงทุน
ในประเทศ จากตนทุนการกูยืมที่ถูกลง รวมถึงสภาพคลองที่เพิ่มขึ้น แตจะไมชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจไดทั้งหมด
ยอดการปลอยสินเชื่อของจีน (Aggregate Financing)
หนวย : %YOY
Reserve Requirement Ratio (RRR) และ Loan Prime Rate (LPR)
หนวย : %
8.0
8.5
9.0
9.5
10.0
3.5
4.0
4.5
5.0
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
LPR: 1 Year LPR: 5 Year RRR (RHS)
หนวย : %
• นโยบายการเงินของจีนมีแนวโนมผอนคลายลงตั้งแตปลายป 2021 โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ไดปรับลด RRR, 1-year LPR, 5-year LPR ลงแลว 100bps, 10bps, 5bps ตามลําดับ
• ขอมูลลาสุดสะทอนใหเห็นวาการขยายตัวของสินเชื่อปรับเพิ่มขึ้นตอเนื่องตั้งแตชวงปลายป 2021 หลังจากที่ธนาคารกลางของจีนไดประกาศผอนคลายมาตรการทางการเงินทั้ง RRR และ LPR ลง
• รัฐบาลมีแนวโนมดําเนินนโยบายผอนคลายตอเนื่องในครึ่งปแรก แมวารัฐบาลจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ย LPR ในการประชุมเมื่อเดือนมีนาคม จากตัวเลขเศรษฐกิจสองเดือนแรกของป ที่ขยายตัวดีกวาที่คาดไว แตคาดวาจะ
มีการปรับลด RRR และอัตรา LPR เพิ่มเติมอีกในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญความไมแนนอนจากการแพรระบาดระลอกใหม และสงครามยูเครนที่กดดันการขยายตัวของอุปสงคโลก
• ดังนั้น คาดวาการเติบโตของสินเชื่อในครึ่งแรกของป 2022 จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการฟนตัวของการลงทุนและเศรษฐกิจไดจากตนทุนการกูยืมที่ถูกลง
5
7
9
11
13
15
-40
-20
0
20
40
60
80
100
120
Jan-18
Apr-18
Jul-18
Oct-18
Jan-19
Apr-19
Jul-19
Oct-19
Jan-20
Apr-20
Jul-20
Oct-20
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
New Increase (RHS) Outstanding
หนวย : %YOY
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ PBOC, CEIC
59
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
Policy Divergence ระหวาง US และจีน จะไมสงผลใหเงินทุนไหลออกจากจีนรุนแรง รวมถึงเงินหยวนจะไมปรับออนคาลง
มากนัก เนื่องจากความตองการเงินหยวนและพันธบัตรจีนยังสูง รวมถึงจีนมีกันชนตอเงินทุนไหลออก
สวนตางอัตราผลตอบแทนระหวางจีนและสหรัฐฯ และเงินทุนไหลเขาจีน
หนวย : % หนวย : พันลานดอลลารสหรัฐ แมวา Policy divergence มีแนวโนมทําใหเงินทุนไหลออกจากประเทศที่ปรับลดดอกเบี้ย และมีความเสี่ยง
ตอการออนคาของคาเงิน เชน จีน แต EIC คาดวา ผลกระทบตอเงินทุนไหลออกและการออนคา
ของเงินหยวนจะมีจํากัด เนื่องจาก
1. ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโนมถือครองเงินหยวนในฐานะ reserve เพิ่มขึ้นเปน 6-7%
ในอีก 5 ปขางหนา (จาก 3.4% ในป 2021) รวมถึงการลงทุนในสินทรัพยของจีนยังต่ํา
โดยแมวาสวนตางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะสงผลใหพันธบัตรจีนมีความนาสนใจลดลง
แตการที่พันธบัตรจีนยังอยูใน Global Bond Index สงผลใหอุปสงคจะยังอยูในระดับสูง
2. จีนมีการสะสมเงินดอลลารเพิ่มขึ้นมากจากการสงออกที่ขยายตัวในป 2020-2021
ซึ่งสามารถเปนกันชนในยามที่เงินทุนไหลออกและคาเงินหยวนออนคา นอกจากนี้ แนวโนม
การเกินดุลการคาของจีนจะชวยใหเงินหยวนปรับแข็งคาขึ้น ทั้งนี้จีนอาจปลอยใหเงินหยวน
ออนคาลงไดบาง เนื่องจากจะสงผลดีตอการสงออกและเศรษฐกิจ รวมถึงชวยผอนคลาย
ภาวะการเงิน
3. เสถียรภาพตางประเทศของจีนมีความแข็งแกรง โดยจีนมี Short-term External debt
ตอ GDP ต่ํา (<10% of GDP)
4. จีนมีมาตรการจํากัดเงินทุนไหลออก ซึ่งจะชวยชะลอการไหลออกของเงินทุนตางชาติ
-20
0
20
40
60
0
1
2
3
Feb-18
May-18
Aug-18
Nov-18
Feb-19
May-19
Aug-19
Nov-19
Feb-20
May-20
Aug-20
Nov-20
Feb-21
May-21
Aug-21
Nov-21
CH-US Interest rate differential
China inflows (RHS)
0.93
8.8
หนี้ตางประเทศของจีน และสหรัฐฯ
หนวย : % ตอ Nominal GDP
0
10
20
30
40
50
2003
2004
2005
2006
2007
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
CH External Debt CH Short-term External Debt US Short-term external debt
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg
9%
16%
34%
60
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
โดยสรุป EIC คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.4% ในปนี้ ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปกอนหนา โดยความเหลื่อมล้ําระหวาง
เศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (output loss) ในกลุมเศรษฐกิจเกิดใหม (Emerging Markets)
ที่มากกวาและอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ํากวา
คาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดย EIC
หนวย : %YOY
คาดการณมูลคาเศรษฐกิจโดย IMF
หนวย : ดัชนี (2019 = 100)
Financial Conditions Index
หนวย : ดัชนี
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ IMF (WEO Oct 2021 และ WEO Jan 2022) และ Bloomberg
95
105
115
125
2019 2020 2022 2022 2023
World_2019F
AEs_2019F
EMDEs_2019F
World_2022F
AEs_2022F
EMDEs_2022F
-1.0
-0.5
0.0
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
FCI Global FCI US
FCI UK FCI EU
ดัชนีภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้น จากความเสี่ยง
ดานสงครามและเงินเฟอที่ปรับเพิ่มขึ้น
GDP growth (%YOY) 2021 Prev Current
World 5.8% 4.1% 3.4%
US 5.5% 3.7% 3.2%
Euro 5.0% 4.2% 2.7%
Japan 1.9% 2.5% 1.7%
China 7.8% 4.6% 4.5%
India 8.8% 8.6% 7.8%
Brazil 4.7% 0.5% 0.1%
Korea 4.0% 3.3% 3.0%
Malaysia 3.0% 6.5% 5.7%
Philippines 5.0% 7.5% 6.8%
Global Inflation 3.7 6% 7%
61
แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021
Q1/2022
การฟนตัวของเศรษฐกิจในแตละภูมิภาคเผชิญความเสี่ยงที่แตกตางกัน
• การฟนตัวที่ออนแอใน EMs ในปที่ผานมา สรางรอยแผลเปนทาง
เศรษฐกิจให EM มากกวา AEs จากอัตราการฉีดวัคซีนที่ชากวา
สงผลตอเวลาการปดเมือง และมาตรการสนับสนุนที่เล็กกวา
• ADB ประเมินวาการแพรระบาดของ COVID-19 ในปที่ผานมา
ทําใหประชากรใน ASEAN ประสบกับความยากจนขั้นรุนแรงเพิ่มขึ้น
4.7 ลานคน และทําใหงานในภูมิภาคนี้หายไป 9.3 ลานงาน
• สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลกระทบตอเศรษฐกิจในแตละภูมิภาค
ในมิติที่ตางกัน
o ยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบรุนแรงสุด เนื่องจาก
พึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง
o สหรัฐฯ จะไดรับผลกระทบจากสงครามที่จํากัด เนื่องจาก
เปนผูสงออกกาซธรรมชาติสุทธิ อีกทั้ง สัดสวนการคากับ
รัสเซียที่นอย
o เอเชียแปซิฟก อาจไดรับผลกระทบดานเศรษฐกิจจาก
การขาดดุลการคาที่รุนแรง จากราคานําเขาดานพลังงาน
ที่สูงขึ้น เนื่องจากผูนําเขาสินคาโภคภัณฑ
o เศรษฐกิจรัสเซียอาจเขาสูภาวะถดถอย หากมาตรการ
คว่ําบาตรครอบคลุมการยุติการนําเขาพลังงานจากรัสเซีย
ซึ่งเปนแหลงรายไดสําคัญของประเทศ
Upside risks
Downside risks
การฟนตัวของ
ภาคบริการ
การฟนตัว
ภาคการผลิตและ
สินคาคงคลัง
การฟนตัวของ
ตลาดแรงงาน
แข็งแกรง
การลงทุน CAPEX
ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น
ตอเนื่อง
การกลายพันธุของ
ไวรัสสายพันธุใหม
Geopolitical risks
รุนแรงขึ้น
เงินเฟออยูสูงกวาที่
คาดการณไว
Supply Bottlenecks
อาจยืดเยื้อกวาคาด
ภาวะการเงินอาจ
ตึงตัวขึ้นเร็ว
China’s Zero
Covid Policy
ความเสี่ยง
stagflation
ในบางพื้นที่
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ IMF และ Asian Development Bank
62
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
1
Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมเศรษฐกิจไทย
ป 2022
63
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
2
Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมเศรษฐกิจไทยป 2022
เศรษฐกิจไทยจะไดรับผลกระทบจากสงครามใน
ยูเครนผานหลายชองทาง แตยังมีปจจัยชดเชย
จากการผอนคลายมาตรการและการเปดประเทศ
เงินเฟอที่เพิ่มขึ้นและแผลเปนเศรษฐกิจเดิมที่มีอยู
จากวิกฤติ COVID-19 สงผลใหเศรษฐกิจไทยฟน
ตัวชาลง
ภาครัฐยังมีบทบาทสําคัญในการพยุงเศรษฐกิจในป
2022 โดยเฉพาะนโยบายลดคาครองชีพที่ควรมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น
64
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
3
Q4/2021
Q1/2022
80
85
90
95
100
105
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
Asian Financial Crisis Subprime Crisis
2011 Great Flood COVID-19
EIC คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.7% ในป 2022 ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.2% รวมทั้งปรับเงินเฟอขึ้นเปน
4.9% จากเดิม 1.6% จากผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
ประมาณการการฟนตัวของ Real GDP ไทย (จํานวนไตรมาส
หลังเกิดวิกฤต)
หนวย : ดัชนี Rolling sum 4 ไตรมาส (2019Q4 = 100 ของ COVID-19)
ปจจัยเสี่ยงตอการฟนตัวทางเศรษฐกิจ
• อัตราการเงินเฟอที่เรงตัวสูง จากราคาน้ํามัน
และโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น และอาจอยูในระดับสูงยาว
นานกวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ที่จะสงผลใหอัตราเงินเฟอเรงตัวสูง ซึ่งจะสงผล
กระทบทางตรงตอกําลังซื้อในประเทศและตนทุน
ในภาคธุรกิจ
• การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง
ทั้งจากนโยบาย Zero Covid ของจีน และมาตรการ
คว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซีย
• ภาวะการเงินตึงตัว จากนโยบายของธนาคารกลาง
หลักของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ผานการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือลดสภาพคลองใน
ระบบ ที่จะสงผลตอตนทุนการกูยืมเงินระยะยาวของ
ภาครัฐและภาคเอกชนไทย
• การฟนตัวของนักทองเที่ยวจากยุโรปที่อาจชา
กวาคาด จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-
ยูเครน
• ผลของแผลเปนเศรษฐกิจ จากการแพรระบาด
ของ COVID-19 ที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคา
ครองชีพจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทบตอ
ความสามารถในการชําระหนี้ของภาคครัวเรือน
ในวงกวาง
ประมาณการเศรษฐกิจ
(กรณีฐาน)
หนวย 2021
2022F
ณ ธ.ค.
2021
ณ มี.ค.
2022
GDP %YOY 1.6 3.2 2.7
การบริโภคภาคเอกชน %YOY 0.3 3.4 2.9
การบริโภคภาครัฐ %YOY 3.2 -0.6 -1.5
การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.2 4.0 3.5
การลงทุนภาครัฐ %YOY 3.8 4.8 3.0
การสงออกสินคาและบริการ %YOY 10.4 10.9 8.4
- มูลคาสงออกสินคา (USD BOP basis) %YOY 18.8 3.4 6.1
การนําเขาสินคาและบริการ %YOY 17.9 8.9 6.5
- มูลคานําเขาสินคา (USD BOP basis) %YOY 23.4 4.3 13.2
จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ ลานคน 0.4 5.9 5.7
อัตราเงินเฟอทั่วไป %YOY 1.2 1.6 4.9
ราคาน้ํามันดิบ Brent USD/Brl. 70.4 70 110.3
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นป) % 0.50 0.50 0.5
Forecast periods
คาดเศรษฐกิจไทยกลับไปเทากอนเกิดวิกฤต
ในชวง Q3 ป 2023
2023Q3
65
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
4
Q4/2021
Q1/2022
เศรษฐกิจไทยจะไดรับผลกระทบจากสงครามในยูเครนผานหลายชองทาง
แตยังมีปจจัยชดเชยจากการผอนคลายมาตรการและการเปดประเทศ
สงครามในยูเครนจะสงผลกระทบตอเศรษฐกิจไทยผานหลายชองทาง โดยเฉพาะราคาพลังงานและโภคภัณฑตาง ๆ ที่สูงขึ้น ที่กระทบกําลังซื้อและตนทุน
ในภาคธุรกิจ และการสงออกไปยุโรปที่อาจชะลอลง อยางไรก็ตาม สถานการณภายในประเทศเริ่มฟนตัวขึ้นจากผลกระทบของ Omicron ที่นอยกวาคาด
รวมถึงจะมีนักทองเที่ยวเอเชียทยอยเดินทางเขามามากขึ้น ชดเชยนักทองเที่ยวจากยุโรป
66
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
5
Q4/2021
Q1/2022
แมจํานวนผูติดเชื้อใหมของไทยยังอยูในระดับสูง แตยังไมเขาขั้นวิกฤตจากจํานวนผูเสียชีวิตและจํานวนผูปวยกลุมสีแดง
ที่ยังอยูในระดับต่ํา ซึ่งไทยเตรียมปรับมาตรการเพื่อเตรียมประกาศให COVID-19 เปน Endemic ในเดือนกรกฎาคม
สถานการณ COVID-19 ของไทย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของศูนยบริหารสถานการณแพรระบาดของโรคติดตอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และกระทรวงสาธารณสุข
0
50
100
150
200
250
300
350
7
63
49
0
28
14
35
21
42
56
มิ
.
ย.
พันคน ต.ค. คน
เม.ย.
พ.ค.
ก.ค.
ส.ค.
ก.ย.
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
ก.พ.
มี
.
ค.
ผูติดเชื้อเขาขาย (ATK) เฉลี่ย 7 วัน (แกนซาย)
ผูเสียชีวิตเฉลี่ย 7 วัน (แกนขวา)
ผูติดเชื้อใหมเฉลี่ย 7 วัน (แกนซาย)
ไทยเตรียมปรับมาตรการ COVID-19 เปน Endemic ในเดือนกรกฎาคม โดยตั้งแตวันที่ 1 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขปรับการรักษาผูติดเชื้อ
แบบไมแสดงอาการและผูปวยอาการนอยเปนรูปแบบผูปวยนอก (OPD) เพื่อผอนคลายสถานการณเตียงในโรงพยาบาลและเตรียมพรอมใน
การดูแลผูปวยแบบโรคประจําถิ่น (Endemic) ทั่วประเทศ
0
25
50
75
100
78%
72%
31%
28
มี
.
ค
% จํานวนผูรับวัคซีน 1 เข็ม
% จํานวนผูรับวัคซีน 2 เข็ม
% จํานวนผูรับวัคซีนกระตุน
1
0
6
4
2
3
5
ต.ค.
พันคน
มิ
.
ย.
ก.ค.
ส.ค.
ก.ย.
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
ก.พ.
มี
.
ค.
ผูปวยกลุมสีแดงที่ไมตองใชเครื่องชวยหายใจ
ผูปวยกลุมสีแดงที่ใชเครื่องชวยหายใจ
%
อัปเดตลาสุด : 28 มี.ค. 2022
67
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
6
Q4/2021
Q1/2022
60
70
80
90
100
110
120
0
5000
10000
15000
20000
25000
01/01/2021
01/02/2021
01/03/2021
01/04/2021
01/05/2021
01/06/2021
01/07/2021
01/08/2021
01/09/2021
01/10/2021
01/11/2021
01/12/2021
01/01/2022
01/02/2022
01/03/2022
New cases Google Mobility: Retail & Recreation (แกนขวา)
จํานวนผูติดเชื้อในการระบาดละลอกใหมของ Omicron เพิ่มสูงขึ้นมากกวาชวงการระบาดของ Delta อยางไรก็ตาม จํานวน
ผูเสียชีวิตในระดับต่ําทําใหรัฐบาลไมไดใชมาตรการควบคุมโรคที่เขมงวดและดัชนีเคลื่อนไหวไมลดลงเทาชวงการระบาดครั้งกอน
กิจกรรมการเดินทาง (Mobility) จํานวนผูติดเชื้อ และผูเสียชีวิตใหมรายวัน Oxford Stringency Index ของประเทศตาง ๆ*
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงสาธารณสุข, ศูนยบริหารสถานการณแพรระบาดของโรคติดตอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, มหาวิทยาลัยออกซฟอรด และ Google
หนวย : ดัชนี (Pre-COVID= 100) สําหรับ Mobility และรายสําหรับผูติดเชื้อ , คาเฉลี่ย 7 วัน หนวย : ดัชนี 0-100 (100=เขมงวดที่สุด), คาเฉลี่ยขอมูลของคาเฉลี่ยโลกเปนคาเฉลี่ยแบบไมถวงน้ําหนัก
ทุกประเทศทั่วโลก เทาที่มีขอมูล
Delta Omicron
• ถึงแมหลายประเทศไดผานจุดเลวรายที่สุดของการระบาดของ Omicron ไปแลว แตดัชนี
การเคลื่อนที่ในหลายประเทศก็ไมไดลดลงเทากับชวงการระบาดของสายพันธุ Delta
• นอกจากนี้รัฐบาลทั้งในไทยและตางประเทศก็ไมไดนํามาตรการควบคุมโรคที่เขมงวดเทา
เดิมกลับมาใชใหม
หมายเหตุ : กําหนดชวงเวลาการระบาดของ Omicron เปนตั้งแตเดือนพฤศจิกายน 2021 เปนตนมา การระบาดของ Delta ระหวางเดือนเมษายน-ตุลาคม 2021
Thailand ASEAN5 US UK Japan India World
Alpha/Beta 53 61 65 69 39 73 57
Delta 59 65 54 51 50 72 52
Omicron 49 58 53 38 47 61 45
68
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
7
Q4/2021
Q1/2022
เศรษฐกิจไทยเริ่มฟนตัวในชวงที่ผานมาทามกลางผลกระทบของ Omicron ที่รุนแรงนอยกวาคาด
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, ธนาคารแหงประเทศไทย, กระทรวงเกษตรและสหกรณ, กระทรวงอุตสาหกรรม,
กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา, กระทรวงพาณิชย, และ Google
เศรษฐกิจไทย Unit 2020 2021 Q3/21 Q4/21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22
ผลิตภัณฑมวลรวมของประเทศ (GDP) %YOY -6.1 1.6 -0.3 1.9 na na na na na na na na
ภาคอุปสงค
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน %YOY -1.3 -1.6 -7.1 -2.7 -7.2 -8.6 -5.6 -2.9 -3.8 -1.2 4.6
ยอดขายรถในประเทศ %YOY -21.4 -6.8 -26.5 -13.6 -11.6 -38.8 -27.0 -13.0 -9.4 -17.2 25.8 26.3
ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน %YOY -5.5 9.8 8.3 5.9 10.7 6.4 7.9 7.9 5.8 4.0 4.8
สงออก (ศุลกากร) %YOY -5.9 17.1 15.3 22.1 20.3 8.9 17.1 17.3 24.7 24.2 8.0 16.2
Google mobility (retail & recreation) % compared to 3 Jan-6 Feb 20 -15.2 -9.0 -21.5 5.6 -19.9 -28.5 -16.2 -1.4 6.6 11.5 -9.3 2.1
ความเชื่อมั่นผูบริโภค Index (100 = previous month) 52.6 44.7 40.6 45.0 40.9 39.6 41.4 43.9 44.9 46.2 44.8 43.3
ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ Index (50 = previous month) 43.1 45.3 41.3 48.1 41.4 40.0 42.6 47.0 48.4 49.0 47.2 47.8
ภาคอุปทาน
รายไดภาคเกษตร %YOY 5.2 2.5 -0.8 -5.3 3.5 0.8 -5.9 -10.9 -4.9 -1.3 5.5 9.0
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม %YOY -9.5 5.8 -0.3 4.7 3.7 -4.9 0.4 2.7 4.6 6.7 2.0
อัตราการใชกําลังการผลิต sa % 60.1 63.0 59.7 64.1 60.3 57.3 61.6 63.2 63.9 65.1 63.2
จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ %YOY (2020), thousands -83.2 427.9 45 342 18 15 12 20 91 230 134 153
จํานวนทริปในประเทศ %YOY -46.4 -41.7 -87.8 -30.9 -91.3 -92.0 -80.6 -66.4 -30.9 4.7 127.2 72.4
อัตราการเขาพักโรงแรม % 29.5 14.0 5.5 26.2 3.5 3.5 9.4 16.2 25.0 37.5 35.6 35.6
ผูโดยสารเครื่องบินในประเทศ (28 สนามบิน) %YOY -40.5 -55.0 -92.0 -49.4 -88.1 -99.6 -88.0 -68.1 -51.8 -29.6 121.9 64.8
ตลาดแรงงาน
อัตราวางงาน % 1.7 1.9 2.3 1.6 na na na na na na na na
อัตราวางงานของแรงงานอายุนอย % 7.3 8.2 8.6 7.2 na na na na na na na na
อัตราวางงานของแรงงานในประกันสังคม % 3.1 2.8 2.7 2.5 2.8 2.8 2.5 2.6 2.6 2.3 2.1 2.0
ชั่วโมงการทํางานเฉลี่ย %YOY -4.7 0.6 -2.1 1.5 na na na na na na na na
69
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
8
Q4/2021
Q1/2022
เศรษฐกิจไทยเริ่มฟนตัวจากพิษของ Delta ในไตรมาส 4 ที่ผานมา แตการฟนตัวในแตละกลุมเศรษฐกิจไมเหมือนกัน
การฟนตัวขององคประกอบตาง ๆ ของเศรษฐกิจไทย
หนวย : ดัชนี คาเฉลี่ย 4 ไตรมาส (2019Q4 = 100), % = สัดสวนตอ GDP
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
20
30
40
50
60
70
80
90
100
110
85
90
95
100
105
110
2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4
GDP (100%) Private consumption (54%)
Public consumption (16%) Investment (25%)
Merchandise exports (62%) Service exports (5%) (แกนขวา)
50
60
70
80
90
100
110
2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4
Agriculture (6%) Mining and Quarrying (2%)
Manufacturing (27%) Construction (3%)
Wholesale and Retail (16%) Transport and storage (5%)
Accom. and food (4%) HealthandSocial Work (3%)
GDP (100%)
70
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
9
Q4/2021
Q1/2022
สงครามรัสเซีย-ยูเครนสงผลกระทบตอเศรษฐกิจไทยผาน 4 ชองทาง
การสงออก
ผลกระทบเฉพาะกลุม
• การสงออกไทยไปยังรัสเซียมีสัดสวนต่ํามาก
(0.5%)
• การสงออกไปยุโรป (9.3%) จะไดรับผลกระทบ
จากการชะลอตัว แตสินคาไทย
บางประเภทอาจทดแทนการนําเขาจากรัสเซียได
• การสงออกโดยรวมยังขยายตัวจากราคาสินคา
สงออกที่มีแนวโนมเพิ่มขึ้นเปนหลัก
ตามทิศทางราคาโภคภัณฑโลก อยางไรก็ตาม
ตนทุนที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงความสามารถ
ในการสงผานตนทุนจะเปนตัวชี้วัดความสามารถ
ในการปรับตัวของแตละธุรกิจ
ทองเที่ยว
ผ
ผล
ลก
กร
ระะท
ทบ
บป
ปา
าน
นก
กล
ลา
าง
ง
• นักทองเที่ยวรัสเซียที่เปนหนี่งกลุมนักทองเที่ยว
หลักของไทยจะหายไป และใชเวลาอยางนอย 2 ป
ในการฟนตัว
• นักทองเที่ยวจากยุโรปจะเพิ่มขึ้นจากปที่แลว
แตจะไมขยายตัวดีโดยเปรียบเทียบ
• การเดินทางโดยเครื่องบินมีตนทุนสูงขึ้น ทั้งจาก
ราคาน้ํามัน และเสนทางการบินบางเสนทางที่จะไกล
และนานขึ้นโดยเฉพาะจากประเทศกลุมสแกนดิเนเวีย
• อยางไรก็ตาม ทองเที่ยวไทยโดยรวมจะฟนตัวได
จากการเปดประเทศและลดขอจํากัดในการเดินทาง
ทั่วโลก และจากการกลับมาขยายตัวของกลุม
นักทองเที่ยวในภูมิภาค
ราคาพลังงานและโภคภัณฑ
ผลกระทบสูง
• รัสเซียเปนผูสงออกน้ํามันและกาซธรรมชาติ
รายสําคัญของโลก
• นอกจากนี้ รัสเซียและยูเครนยังเปนแหลง
จัดหาโภคภัณฑสําคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ
ทั้งในภาคการผลิต (นิกเกิล แพลเลเดียม
กาซนีออน) และภาคเกษตร (ปุย ขาวโพด
ขาวสาลี)
• ตนทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุงสูงขึ้นมาก
จากชองทางการคากับรัสเซียที่เสี่ยงชะงักงัน
เปนผลกระทบตอ 1) กําลังซื้อและการใชจาย
ของผูบริโภค ที่ลดลงจากเงินเฟอที่เรงตัว
และ 2) อัตราผลกําไรของธุรกิจ
ภาคการเงิน
ผลกระทบปานกลาง
• เงินบาทมีแนวโนมออนคาลง จากการขาดดุลบัญชี
เดินสะพัดและการไหลกลับของเงินทุนสูสินทรัพย
ปลอดภัย (safe haven)
• ตลาดหุนไทยปรับตัวลง จากแนวโนมการคา
การทองเที่ยว และแนวโนมการใชจายในประเทศ
ที่จะชะลอลงจากคาดการณเดิม
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น
ของไทยปรับลดลงหลังเกิดสงครามรัสเซีย ขณะที่
พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น
ตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
71
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
10
Q4/2021
Q1/2022
ภาคการทองเที่ยวไทยไดรับผลกระทบจาก
สงครามในยูเครน แตยังมีปจจัยชดเชยจาก
การผอนคลายมาตรการและการเปดประเทศ
ความขัดแยงระหวางรัสเซีย-ยูเครนไดสงผลกระทบตอนักทองเที่ยวรัสเซียที่จะเดินทางมาไทย
รวมถึงนักทองเที่ยวตางชาติบางสวนที่อาจไดรับผลกระทบตอเนื่องจากการปดนานฟาและ
กําลังซื้อที่ลดลง อยางไรก็ตาม จะมีนักทองเที่ยวเอเชียทยอยเดินทางเขามามากขึ้น ชดเชย
นักทองเที่ยวจากยุโรป
72
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
11
Q4/2021
Q1/2022
การเดินทางระหวางประเทศของประเทศในกลุมเอเชีย มีสัญญาณเติบโตดีขึ้น จากการเริ่มทยอยเปดประเทศของหลาย
ประเทศ รวมถึงประเทศที่เปดประเทศแลวปรับลดมาตรการการเขาประเทศตามนโยบาย living with COVID
ประเทศในเอเชียเริ่มทยอยเปดประเทศใหผูที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเขาประเทศโดยไมกักตัว
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ ICAO และกระทรวงตางประเทศของแตละประเทศ
คาดวาจะเริ่มเปดประเทศชวง 2H2022
เปดประเทศใหผูเดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดสไมตองกักตัวแลว
เปดประเทศแบบมีเงื่อนไขกักตัวหรือเปดแบบไมกักตัวเฉพาะบางประเทศ
เปดประเทศใหผูเดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดสไมตองกักตัวในชวง 1H2022
คาดวาจะเริ่มเปดประเทศในป 2023
ตัวอยางมาตรการการเดินทางเขาประเทศของประเทศที่เปดประเทศในชวง 1H2022
ประเทศ ตรวจเชื้อกอนเดินทาง
ตรวจเชื้อ
เมื่อมาถึง
ตรวจเชื้อหลัง
เดินทางมาถึง
การกักตัว
วันที่มีผล
บังคับใช
มาเลเซีย
RT-PCR กอนเดินทาง 48
ชั่วโมง
ATK -
ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว
ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 5 วัน
1 เม.ย
สิงคโปร
RT-PCR กอนเดินทาง 48
ชั่วโมง
- -
ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว
ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 7 วัน
1 เม.ย
อินเดีย
RT-PCR กอนเดินทาง
เฉพาะผูไมไดรับวัคซีน
-
ผูไดรับวัคซีนครบโดส
ไมตองตรวจ
ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว
ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 5 วัน
27 มี.ค
เกาหลีใต
RT-PCR กอนเดินทาง 48
ชั่วโมง
- -
ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว
(ยกเวนประเทศที่มีความเสี่ยง)
ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 7 วัน
1 เม.ย
กัมพูชา
RT-PCR กอนเดินทาง 72
ชั่วโมง
- -
ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว
ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 14 วัน
17 มี.ค
เวียดนาม
RT-PCR กอนเดินทาง 72
ชั่วโมง
- -
ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว
ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 5 วัน
15 มี.ค
อัปเดตลาสุด: 28 มี.ค. 2022
73
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
12
Q4/2021
Q1/2022
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา, ศูนยบริหารสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ
กระทรวงทองเที่ยวของซาอุดิอาระเบีย, อินเดีย และมาเลเซีย
การเจรจากับตางประเทศของทางภาครัฐ และการทยอยปรับลดมาตรการจะสามารถกระตุนใหนักทองเที่ยวตางชาติที่
เดินทางมาไทยมีแนวโนมเติบโตมากขึ้น
การเจรจากับตางประเทศเพื่อกระตุนการทองเที่ยวของไทย ซึ่งคาดวานักทองเที่ยวจะเขามาในชวงไตรมาส 2 ป 2022 การลดมาตรการการเดินทางเขาประเทศของไทย
ซาอุดีอาระเบียฟนความสัมพันธกับไทยอีกครั้งคาดวาจะมีนักทองเที่ยวจากซาอุฯ มาไทยเพิ่มขึ้นในป 2022
แมที่ผานมาจํานวนนักทองเที่ยวซาอุฯ ที่เดินทางเขาไทยจะไมสูงมากนักแตคาใชจายตอคนตอวันของนักทองเที่ยว
ซาอุฯ ในป 2019 สูงเปนอันดับ 2 รองจากนักทองเที่ยวคูเวต
Travel Bubble ไทย-อินเดียเริ่มทําการบินเชิงพาณิชยไดตั้งแตมี.ค. ซึ่งไทยถือเปนจุดมุงหมายหลักอันดับ 4
ของนักทองเที่ยวชาวอินเดียรองจาก UAE, ซาอุฯ และสหรัฐฯ
มาเลเซียเปด Vaccinated Travel Lane (VTL) สําหรับการเดินทางระหวางไทยและมาเลเซียตั้งแต 15 มี.ค
ซึ่งไทยเปนจุดมุงหมายหลักอันดับ 2 ของนักทองเที่ยวมาเลเซียรองจากสิงคโปร และนักทองเที่ยวมาเลเซียเปน
นักทองเที่ยวตางชาติหลักของไทยรองจากจีน
ขอมูลป 2019
นักทองเที่ยวที่
เดินทางออกนอก
ประเทศ
นักทองเที่ยวที่
เดินทางมาไทย
สัดสวนนักทองเที่ยว
เดินทางมาไทยตอ
นักทองเที่ยวที่เดินทางออก
นอกประเทศทั้งหมด
คาใชจายตอคน
ตอวัน (บาท)
ระยะเวลา
ในการพํานัก
ในไทย (วัน)
ซาอุดิอาระเบีย 9.8 ลานคน 36,783 คน <1% 6,823.4 12.8
อินเดีย 26.9 ลานคน 1.96 ลานคน 7.3% 5,493.2 7.4
มาเลเซีย 27 ลานคน 4.27 ลานคน 15.8% 5,226.5 4.8
1 ก.พ. 22 เปดใหลงทะเบียนเขาไทยแบบ Test & GO หลังระงับลงทะเบียนชั่วคราว
• นักทองเที่ยวที่ไดรับวัคซีนครบโดสจากทุกประเทศ
• ตรวจ RT-PCR 2 ครั้งในวันที่เขาประเทศและวันที่ 5
1 เม.ย 22 ยกเลิกการตรวจ RT-PCT กอนเขาประเทศทุกกลุม
• ตรวจ RT-PCR เมื่อเขาประเทศ
• Test & Go และ Sandbox ตรวจ Self-ATK วันที่ 5
• Quarantine กักตัว 5 วัน และตรวจ RT-PCR ในวันที่ 5
1 มี.ค. 22 ปรับมาตรการ Test & Go การตรวจเชื้อครั้งที่ 2 ดวย ATK ดวยตัวเอง
• ตรวจ RT-PCR 1 ครั้งในวันที่เขาประเทศ
• ในวันที่ 5 ตรวจ ATK ดวยตัวเองและรายงานผลทาง App หมอชนะ
เม.ย 22 กระทรวงทองเที่ยวฯ เตรียมเสนอ ศบค. ลดมาตรการเขาประเทศ
• ปรับมาตรการตรวจ ATK ในวันที่เขาประเทศดวยสถานพยาบาลคาดวาจะเริ่ม 1 พ.ค
• ยกเลิกการลงทะเบียน Thailand pass คาดวาจะเริ่ม 1 มิ.ย
74
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
13
Q4/2021
Q1/2022
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา
นักทองเที่ยวตางชาติเดินทางเขาไทยเพิ่มขึ้นหลังไทยเปดลงทะเบียน Test & Go อีกครั้ง โดยนักทองเที่ยวจากยุโรปเปน
กลุมหลักที่เดินทางมาไทย อยางไรก็ดี การผอนคลายมาตรการในหลายประเทศของเอเชียสงผลใหนักทองเที่ยวจาก
เอเชียมีแนวโนมเดินทางเขาไทยมากขึ้น
ผูเดินทางจากตางประเทศเขาไทย (รวมคนไทยซึ่งมีสัดสวนราว 30% ของผูเดินทางจากตางประเทศทั้งหมด) สัดสวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทยในชวงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม 22
หนวย : คน
Nov 21 Dec 21 Jan 22 Feb 22 Mar 22 (E)
ผูเดินทางจากตางประเทศ 133,061 290,617 189,193 203,970 ~260,000
นักทองเที่ยวตางชาติ 91,255 230,497 133,903 152,954 ~180,000
0
5,000
10,000
15,000
20,000
Dec Feb
Jan Mar
Quarantine
Sandbox
Test & Go
4 ม.ค ระงับการลงทะเบียน
Test & Go ชั่วคราว
1 ก.พ เปดลงทะเบียน
Test & Go อีกครั้ง
7%
56%
12%
9%
ธ.ค.
5%
53%
5%
8%
18%
11%
91,255
ม.ค.
8%
9%
8%
51%
6%
ก.พ.
7%
230,497
133,903
152,954
7%
51%
11%
พ.ย.
7%
อาเซียน
อื่น ๆ
เอเชียตะวันออก
อเมริกา
ยุโรป
รัสเซีย เอเชียใต
ตะวันออกกลาง
• สิงคโปร (8%) โดยรัฐบาลเปด VTL อีกครั้งในวันที่ 1 มีนาคม สําหรับผูที่ไดรับวัคซีนครบโดสเดินทางจาก
ไทย เขาสิงคโปรโดยไมกักตัว
• เยอรมนี (7%)
• UK (6%)
• สหรัฐฯ (5%)
• ฝรั่งเศส (5%)
ในเดือนมีนาคม ผูเดินทางจากเอเชียเริ่มเดินทางเขาไทยมากขึ้น โดยในชวง 1-21 มีนาคมที่ผานมา
5 ตนทางหลักของผูเดินทางเขาไทยมาจาก
75
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
14
Q4/2021
Q1/2022
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ European Commission, Reuters, CEIC และ IATA
อยางไรก็ดี ความขัดแยงระหวางรัสเซีย-ยูเครนไดสงผลกระทบตอนักทองเที่ยวรัสเซียที่จะเดินทางมาไทย รวมถึง
นักทองเที่ยวตางชาติบางสวนที่อาจไดรับผลกระทบตอเนื่องจากการปดนานฟาและกําลังซื้อที่ลดลง
ผลกระทบของความขัดแยงระหวางรัสเซีย-ยูเครนตอจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเดินทางมาไทย
ปญหาคาเงินรูเบิลของรัสเซียที่ออนคารวมถึงปญหา
การทําธุรกรรมทางการเงินจะสงผลใหนักทองเที่ยวรัสเซีย
ที่เดินทางมาไทยลดลง โดยอางอิงผลกระทบการทองเที่ยวจาก
สถานการณสงครามระหวางรัสเซียกับไครเมียเมื่อป 2014
%
% Growth นักทองเที่ยวรัสเซียที่เดินทางมาไทย
% Growth นักทองเที่ยวรัสเซียที่เดินทางออกนอกประเทศ
% Change Ruble per USD
การประกาศปดนานฟาระหวางรัสเซียและยุโรป รวมถึง
แคนาดาและสหรัฐฯ สงผลใหนักทองเที่ยวในฝงยุโรป
ชะลอการเดินทาง
• สายการบินรัสเซียยกเลิกเที่ยวบินระหวางประเทศรวมถึงเสนทาง
รัสเซีย-เอเชียบางเสนทางชั่วคราว
• เสนทางยุโรป-เอเชียมีตนทุนในการบินสูงขึ้นและใชระยะเวลามากขึ้น
จากการเปลี่ยนเสนทางการบิน ซึ่งอาจสงผลตอราคาคาโดยสารและ
จํานวนผูโดยสาร เชน เสนทางฟนแลนด-กรุงเทพฯ จะใชเวลาในการบิน
เพิ่มขึ้นประมาณ 3 ชั่วโมงจากการเปลี่ยนเสนทางบินจากเดิมใชเวลา
10.31 ชั่วโมงเปน 13.44 ชั่วโมง
ประเทศที่ปดนานฟากับเครื่องบินสัญชาติรัสเซีย
คาน้ํามันเชื้อเพลิงและภาวะเงินเฟอที่ปรับตัวสูงขึ้น
สงผลใหนักทองเที่ยวบางสวนชะลอการเดินทาง
• กําลังซื้อลดลงจากปญหาเงินเฟอทําใหงบประมาณในการ
ทองเที่ยวลดลง
• ตนทุนในการเดินทางทองเที่ยวของนักทองเที่ยวตางชาติสูงขึ้น
จากคาโดยสารเครื่องบินที่มีแนวโนมเพิ่มขึ้นจากการเก็บคา fuel
surcharge ของสายการบิน เชน AirAsia เริ่มเก็บคาน้ํามัน
เชื้อเพลิงในคาโดยสารตั้งแตวันที่ 5 มีนาคม 2022 และ Emirate
เก็บคาโดยสารเพิ่มขึ้น 4%-6% ในทุกเสนทางบิน
จากขอมูลจํานวนการจองตั๋วเครื่องบินถึงวันที่ 15 มีนาคม 2022 ของ
IATA ที่เริ่มลดลงหลังรัสเซียโจมตียูเครนโดยเทียบป 2019 เปนปฐาน
ซึ่งเปนการลดลงของการจองตั๋วเครื่องบินจากยุโรปเปนหลัก และฟนตัว
อยางคอยเปนคอยไป
-60
-40
-20
0
20
40
2014 2015 2016 2017 2018 2019
76
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
15
Q4/2021
Q1/2022
หมายเหตุ : ประมาณการจากขอมูลการใชจายตอคนตอวัน และจํานวนวันที่พักอาศัยในไทยจากฐานป 2019
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา
EIC ปรับประมาณการนักทองเที่ยวตางชาติป 2022 ลงจาก 5.9 ลานคนเปน 5.7 ลานคนจากผลกระทบความขัดแยง
ระหวางรัสเซีย-ยูเครนกดดันใหเงินเฟอทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น
ประมาณการนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย
หนวย : ลานคน
สมมติฐาน
การระบาดของ Omicron ไมรุนแรงทําใหหลายประเทศใชนโยบาย living
with COVID ลดมาตรการการเดินทางเขาประเทศรวมถึงประเทศในเอเชีย
ทยอยเปดประเทศ
นักทองเที่ยวฝงเอเชียเริ่มฟนตัวจากนโยบายเปดประเทศของหลาย
ประเทศ เชน มาเลเซีย เกาหลีใต
ผลกระทบจากความขัดแยงระหวางรัสเซียและยูเครน สงผลใหราคา
พลังงานที่กดดันใหเงินเฟอทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และราคาสินคาสูงขึ้นซึ่งจะ
ทําใหการบริโภคลดลง
นักทองเที่ยวรัสเซียหายไป จากสถานการณความขัดแยงที่ตรึงเครียด
และปญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปดนานฟา
นักทองเที่ยวยุโรปมีแนวโนมชะลอการเดินทางจากภาวะเงินเฟอและการปด
นานฟา
นักทองเที่ยวทั่วโลกมีแนวโนมชะลอการเดินทางจากภาวะเงินเฟอและการ
บริโภคที่ลดลง
2022F = 5.7 ลานคน
(2M2022 = 286,857 คน)
1.5
0.0
0.5
3.0
2.5
1.0
2.0
2.55
0.47
Q1/21 Q2/21 Q3/21
0.34
Q4/21 Q1/22
0.97
Q2/22
1.74
Q3/22 Q4/22
2021 = 427,869 คน
สัดสวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย
หนวย : ลานคน
4%
22%
51%
29%
28%
19%
27% 25% 33%
14%
2019
13%
12%
39.9
9%
2020
6%
8%
7%
2021
11%
3%
2022F
6.7 0.4 5.7
เอเชียตะวันออก
อาเซียน ยุโรป
จีน รัสเซีย
อเมริกา ตะวันออกกลาง
เอเชียใต อื่น ๆ
ประมาณการรายไดจากนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย*
หนวย : แสนลานบาท
18%
38%
28%
18% 20%
2022F
13%
2019
9%
2020E 2021E
19.1 3.1 0.2 3.0
77
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
16
Q4/2021
Q1/2022
เที่ยว
ดวยกัน
เฟส 3
(8 Oct -
31 Jan)
เที่ยวดวยกันเฟส 1-2
(8 Jul 20-30 Apr 21)
0
20
40
60
80
100
ในป 2022 จํานวนผูเยี่ยมเยือนชาวไทยคาดวาจะอยูที่ 180 ลานคน แตดวยจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่ยังไมสูงมากนัก
จึงทําใหอัตราการเขาพักฟนตัวอยางคอยเปนคอยไป
ประมาณการจํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย อัตราการเขาพักเฉลี่ยทั่วประเทศ
หนวย : % ของอุปทานหองพักทั้งหมด
ป 2019 2020 2021 2022F
จํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย (ลานคน) 229.4 123.2 71.9 180.2
15
0
5
10
20
25
ลานคน
2020 2021 Feb/22
1
15
5..3
3
2019
การกาวเขาสู Endemic ทําใหคนกลับไปใชชีวิตปกติมากขึ้น
นักทองเที่ยวไทยมีแนวโนมเติบโตจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟนตัว
นักทองเที่ยวไทยที่มีกําลังซื้อบางสวนเริ่มเดินทางไปทองเที่ยวตางประเทศ
ภาวะเงินเฟอและราคาน้ํามันแพงสงผลตอการบริโภค
นักทองเที่ยวไทยบางสวนมีแนวโนมชะลอการเดินทางทองเที่ยวจากคาใชจายในดานการทองเที่ยว
ที่สูงขึ้น
ปจจัยที่สงผลตอจํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย
ป 2019 2020 2021 2022F
อัตราการเขาพัก 70% 30% 14% 37%
• โครงการเที่ยวดวยกันเฟส 4
เริ่ม 1 ก.พ. – 31 พ.ค. 2022
Jan/19 Feb/22
Jul/19 Jul/21
Jan/20 Jul/20 Jan/21
35.6%
• แหลงทองเที่ยวยอดนิยมของคนไทยจะมีแนวโนมฟนตัวเร็ว เชน เชียงใหม หัวหิน รวมถึงแหลง
ทองเที่ยวในเมืองรองที่ยังคงไดรับความนิยมตอเนื่อง ขณะที่แหลงทองเที่ยวยอดนิยมของ
นักทองเที่ยวตางชาติจะเริ่มทยอยฟนตัวอยางคอยเปนคอยไป
• โรงแรมระดับกลางจะเริ่มฟนตัวจากนักทองเที่ยวเอเชีย ที่จะเริ่มเขามาทองเที่ยวในไทยจากการ
ทยอยเปดประเทศของหลายประเทศ ไดแก อินเดีย กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต
ปจจัยที่สงผลตอจํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา และสมาคมโรงแรมไทย
78
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
17
Q4/2021
Q1/2022
ภาคการสงออกไดรับผลกระทบทางออมจาก
สงครามในยูเครน ผานแนวโนมเศรษฐกิจโลก
โดยเฉพาะยุโรปที่ชะลอลงกวาคาดและปญหา
การชะงักงันของอุปทานที่รุนแรงขึ้น
ผลกระทบทางตรงจากการสงออกของไทยไปยังรัสเซียและยูเครนมีจํากัด เนื่องจากไทย
สงออกไปประเทศทั้งสองในสัดสวนนอย อยางไรก็ตาม จะไดรับผลกระทบทางออมผาน
แนวโนมเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยุโรปที่ชะลอลงกวาคาดและปญหาการชะงักงันของอุปทานที่
รุนแรงขึ้น ในภาพรวม มูลคาการสงออกยังขยายตัวไดที่ 6.1% ในปนี้ แตเปนผลจากปจจัย
ดานราคาที่สูงขึ้นตามตนทุนโดยเฉพาะในหมวดพลังงานมากกวาการเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณ
79
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
18
Q4/2021
Q1/2022
การสงออกของไทยแมชะลอตัวลงในเดือนมกราคม แตก็เรงตัวขึ้นอีกครั้งไดในเดือนกุมภาพันธ สอดคลองกับหลายประเทศ
ทั่วโลกและดัชนีชี้นําในภาคการผลิต
มูลคาการสงออกของประเทศสงออกสําคัญ ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI)
หนวย : ดัชนี > 50 หมายความวาสถานการณดีขึ้น ปรับฤดูกาล
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย, JP Morgan และ CEIC
หนวย : % ของอุปทานหองพักทั้งหมด
การสงออกในหลายประเทศกลับมาเรงตัวไดอีก
ครั้งในเดือนก.พ. หลังจากที่ชะลอในเดือนม.ค.
TH Exports 2020 2021 2022M1 2022M2
%YOY -5.9% 17.1% 8.0% 16.2%
%MOM_sa - - -12.8% 4.4%
PMI กลับมาขยายตัวไดอีกครั้งในเดือนก.พ.
หลังจากที่ชะลอในเดือนม.ค.
ตัวเลขการสงออก 20 วันของเกาหลีใตเทียบกับการสงออกทั้งเดือนของไทย
หนวย : ดัชนี (2019Q4=100), ปรับฤดูกาล
การสงออกยังมีแนวโนมที่ดีในเดือนมี.ค.
แมเกิดสงครามในยูเครน
40
60
80
100
120
140
160
Jan-20
Feb-20
Mar-20
Apr-20
May-20
Jun-20
Jul-20
Aug-20
Sep-20
Oct-20
Nov-20
Dec-20
Jan-21
Feb-21
Mar-21
Apr-21
May-21
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
China Hong Kong India Japan Malaysia
Singapore South Korea Taiwan Thailand Vietnam
70
100
130
Q4/2019
01/2020
02/2020
03/2020
04/2020
05/2020
06/2020
07/2020
08/2020
09/2020
10/2020
11/2020
12/2020
01/2021
02/2021
03/2021
04/2021
05/2021
06/2021
07/2021
08/2021
09/2021
10/2021
11/2021
12/2021
01/2022
02/2022
03/2022
Korea 20-days Export Thai Exports
25
30
35
40
45
50
55
60
65
Jan
20
Feb
20
Mar
20
Apr
20
May
20
Jun
20
Jul
20
Aug
20
Sep
20
Oct
20
Nov
20
Dec
20
Jan
21
Feb
21
Mar
21
Apr
21
May
21
Jun
21
Jul
21
Aug
21
Sep
21
Oct
21
Nov
21
Dec
21
Jan
22
Feb
22
Developed Market Emerging Market ASEAN Global - Export Orders
80
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
19
Q4/2021
Q1/2022
ผลกระทบทางตรงจากการสงออกของไทยไปยังรัสเซียและยูเครนมีจํากัด เนื่องจากไทยสงออกไปประเทศทั้งสองใน
สัดสวนนอย
การนําเขาและสงออกสินคาของไทยกับรัสเซียและยูเครนในป 2021
รายการ รัสเซีย ยูเครน
ไทยสงออก 1,028 ลานดอลลารฯ (0.4%, อันดับ 36) 135 ลานดอลลารฯ (0.1%, อันดับ 74)
ไทยนําเขา 1,752 ลานดอลลารฯ (0.7%, อันดับ 26) 252 ลานดอลลารฯ (0.1%, อันดับ 58)
สินคาสงออกสําคัญ*
รถยนตและสวนประกอบ (1.1%) ผลิตภัณฑยาง (0.7%)
เครื่องจักรกล (0.7%)
รถยนตและสวนประกอบ (0.1%) ผลิตภัณฑยาง (0.2%) ผลไม
กระปอง/แปรรูป (1%)
สินคานําเขาสําคัญ*
น้ํามันดิบ (3.4%) ปุยและยากําจัดศัตรูพืชและสัตว (5.6%)
เหล็ก เหล็กกลาและผลิตภัณฑ (1.1%)
พืชและผลิตภัณฑจากพืช (1.5%) เหล็ก เหล็กกลาและผลิตภัณฑ
(0.6%)
ผลกระทบและความเสี่ยงในเชิงลบในดานการคาระหวางประเทศ
• เศรษฐกิจและการคาโลกอาจชะลอตัวลง โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งเปนตลาดสงออกสําคัญ
(มูลคาการสงออกไปยัง EU28 อยูที่ 2.5 หมื่นลานดอลลารสหรัฐ)
• ราคาสินคาโภคภัณฑโลก โดยเฉพาะน้ํามันเพิ่มสูงขึ้น สงผลกระทบตอตนทุนการผลิต
และนําเขา
• คาระวางขนสงสินคาอาจอยูในระดับสูงยาวนานขึ้น
• ปญหาหวงโซอุปทานอาจรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะวัตถุดิบใน
การผลิตเซมิคอนดักเตอร (ชิป) และรถยนตสงผลกระทบตอการสงออกสินคาไทย
Top-5 มูลคาการสงออกสินคาไทยไปประเทศรัสเซียและยูเครนในป 2021
Top-5 สินคาสงออกหลัก
ไปยังรัสเซีย
2021
มูลคา
(ลานดอลลาร
สหรัฐ)
เทียบกับการสงออก
ไปรัสเซียทั้งหมด (%)
รถยนต อุปกรณและสวนประกอบ 321.39 31.26
ผลิตภัณฑยาง 106.64 10.37
เครื่องจักรกลและสวนประกอบฯ 54.10 5.26
ผลไมกระปองและแปรรูป 46.14 4.49
เม็ดพลาสติก 43.40 4.22
Top-5 สินคาสงออกหลัก
ไปยังยูเครน
2021
มูลคา
(ลานดอลลาร
สหรัฐ)
เทียบกับการสงออกไป
ยูเครนทั้งหมด (%)
รถยนต อุปกรณและสวนประกอบ 33.04 24.52
ผลิตภัณฑยาง 21.58 16.02
ผลไมกระปองและแปรรูป 17.29 12.83
อาหารทะเลกระปองและแปรรูป 9.00 6.68
เม็ดพลาสติก 8.38 6.22
ผลกระทบตอการสงออกรถยนตในกรณีสงครามรัสเซียและ
ยูเครนมีแนวโนมยืดเยื้อ :
• ผูประกอบการสงออกไทยอาจเสียโอกาสในการสงออกรถยนตฯ
• มาตรการคว่ําบาตรรัสเซีย ที่อาจสงผลใหผูประกอบการมีความเสี่ยง
จากอัตราแลกเปลี่ยน รวมไปถึงตนทุนในการขนสงสินคาระหวาง
ประเทศที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ราคาตนทุนการผลิตที่มีแนวโนมปรับตัว
สูงขึ้นและเศรษฐกิจของประเทศคูคาที่อาจชะลอตัว
หมายเหตุ : *เทียบกับการสงออก/นําเขาสินคาชนิดนั้นทั้งหมดของไทย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย และ International Trade Center
81
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
20
Q4/2021
Q1/2022
สินคาไทยที่พึ่งพาตลาดยุโรปสูงอาจไดรับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปที่อาจฟนตัวชาลงจากเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความรุนแรง
ของมาตรการตอบโต โดยมูลคาการสงออกไปยัง EU28 อยูที่ 2.5 หมื่นลานดอลลารสหรัฐ (9.3%)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Trademap
อุตสาหกรรมที่พึ่งพาการสงออกไปยังยุโรปสูง เชน กลุมอิเล็กทรอนิกสเครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับ
เครื่องพิมพ รถจักรยานยนต และสายเคเบิล อาจไดรับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปที่จะฟนตัวชาลง
อยางไรก็ตาม หากสินคาจากรัสเซียถูกปดกั้นจากตลาดยุโรป อาจเปนโอกาสใหสินคาไทย
บางประเภทสามารถขยายสวนแบงตลาดได เชน ยางสังเคราะห ไมอัด ปลาแชแข็ง
สินคาที่ตองจับตามองเปนพิเศษ
คอมพิวเตอร
เครื่องปรับอากาศ
เครื่องเพชรพลอยและ
รูปพรรณ
แผงวงจรรวม
เครื่องพิมพ
เนื้อสัตวแปรรูป
ยานยนตสําหรับ
ขนสงของ
รถจักรยานยนต
สวนประกอบและอุปกรณ
ของยานยนต
ยางธรรมชาติ
ยางนอกชนิดอัดลม
รถยนต
อุปกรณสื่อสาร
เสนใย/เคเบิลนําแสง
หมอแปลงไฟฟา
แปน แผง
คอนโซล
ไฟฟาฯ
เพชรไมได
ประกอบกับ
ตัวเรือน
วิทยุ/โทรทัศน/
เครื่องสง/กลอง
เครื่องสูบ/อัด/พัด/
ระบายลม
วงจรพิมพ
0%
5%
10%
15%
20%
25%
30%
35%
40%
45%
50%
0% 2% 4% 6% 8%
%การส
ง
ออกไปยุ
โ
รปเที
ย
บกั
บ
การส
ง
ออกทั
้
ง
หมด
%การสงออกสินคาชนิดนั้นไปยุโรปเทียบกับการสงออกทั้งหมดไปยุโรป
ข
ขน
นา
าด
ด =
= ม
มููล
ลค
คา
าก
กา
าร
รส
สง
งอ
ออ
อก
กจ
จา
าก
กไไท
ทย
ยไไป
ปย
ยุุโโร
รป
ป
ขนาด:
มู
ล
ค
า
การส
ง
ออกของไทยไปยุ
โ
รป
82
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
21
Q4/2021
Q1/2022
EIC ปรับคาดการณสงออกไทยเติบโต 6.1% จากคาดการณเดิม 3.4% จากราคาสินคาสงออกที่เพิ่มขึ้นเปนหลัก โดยเฉพาะ
สินคาในกลุมที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย, องคการการคาโลก (WTO), IMF WEO, และ IHS Markit
มูลคาการนําเขาและสงออกของไทย
หนวย : ลานดอลลารสหรัฐ (ปรับฤดูกาล), คาเฉลี่ย 3 เดือน
มูลคาการสงออก
และนําเขาขยายตัว
4.5 และ
5%MOM_sa
ในเดือนก.พ.
ประมาณการมูลคาสงออกของไทยโดย EIC
หนวย : %YOY (BOP Basis)
-6.5
18.8
3.4
6.1
2020 2021 2022F
Previous forecast
Current forecast
ปจจัยสนับสนุนการสงออกของไทยป 2022
• เศรษฐกิจและการคาโลกที่มีแนวโนมขยายตัวตอเนื่อง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ EM ที่จะขยายตัวเรงขึ้น
จากปนี้ ตามความคืบหนาในการฉีดวัคซีน โดยคูคา EM หลักของไทยคือกลุมอาเซียน CLMV และ
อินเดีย ซึ่งมีสินคาสงออกหลัก เชน เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ รถยนต
• การเริ่มมีผลของความตกลงหุนสวนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)
• สินคาที่เกี่ยวเนื่องกับน้ํามันจะไดรับอานิสงสจากราคาในตลาดโลก
• ความคืบหนาในดานสัมพันธไมตรีกับซาอุดีอาระเบียจะสงผลดีตอการสงออกของไทย โดยเฉพาะสินคา
กลุมอาหาร รวมถึงการทยอยฟนตัวของการคาชายแดน
ปจจัยกดดันและปจจัยเสี่ยง
• ประเด็นความขัดแยงระหวางรัสเซียและยูเครน ซึ่งสรางความไมแนนอนทางเศรษฐกิจ
• อัตราเงินเฟอโลกที่อาจปรับเพิ่มขึ้นหรือยืดเยื้อกวาที่คาด ซึ่งจะสงผลกระทบตอกําลังซื้อของผูบริโภค
• ปญหาการขาดแคลนชิป (เซมิคอนดักเตอร) ที่จะกดดันการสงออกสินคาประเภทอิเล็กทรอนิกสและ
รถยนต
• ปญหาการขาดแคลนตูคอนเทนเนอร ที่สงผลใหอัตราคาระวางและระยะเวลาในการขนสงสินคาอยูใน
ระดับสูง
• การระบาดของ Omicron หรือสายพันธุใหมอื่น ๆ ในประเทศที่อาจรุนแรงจนทําใหโรงงานหลายแหง
ตองหยุดทําการผลิต
• เศรษฐกิจจีนที่อาจชะลอตัวลงมากกวาที่คาด จากนโยบายการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจของรัฐ
และวิกฤติหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย
• ดุลการคาอาจปรับตัวลดลงในปนี้ จากราคาสินคานําเขาที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกวาสินคาสงออก
โดยเฉพาะดานสินคาพลังงาน
ดัชนีราคาสินคานําเขาและสงออก
หนวย : ดัชนี (2012=100)
-2000
-1000
0
1000
2000
3000
4000
14500
16500
18500
20500
22500
24500
10/2019
11/2019
12/2019
01/2020
02/2020
03/2020
04/2020
05/2020
06/2020
07/2020
08/2020
09/2020
10/2020
11/2020
12/2020
01/2021
02/2021
03/2021
04/2021
05/2021
06/2021
07/2021
08/2021
09/2021
10/2021
11/2021
12/2021
01/2022
02/2022
Exports 3MMA Imports 3MMA Trade Balance 3MMA (แกนขวา)
85
90
95
100
105
110
01/2018
04/2018
07/2018
10/2018
01/2019
04/2019
07/2019
10/2019
01/2020
04/2020
07/2020
10/2020
01/2021
04/2021
07/2021
10/2021
01/2022
Export price
Import price
+7.6%
+25.8%
83
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
22
Q4/2021
Q1/2022
การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโนมฟนตัวจาก
อุปสงคในประเทศและการขยายตัวของภาคการ
สงออก แตจะเผชิญปจจัยดานตนทุนและความ
ไมแนนอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มขึ้น
การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโนมฟนตัวจากอุปสงคในประเทศและการขยายตัวของภาคการ
สงออก แตจะเผชิญปจจัยดานตนทุนและความไมแนนอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มขึ้น
สงผลใหบางภาคธุรกิจชะลอการลงทุนออกไป ธุรกิจที่จะไดรับผลกระทบมากจากสงคราม
รัสเซียและยูเครนสวนใหญเปนกลุมที่ไดรับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
อาทิ ขนสง สายการบิน
84
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
23
Q4/2021
Q1/2022
0
20
40
60
80
100
Furniture
Electrical
Food
Electronic
Paper
Rubber
&
Plastic
Petroleum
Machinery
Motor
Vehicles
CapU
Beverages
Fabricated
Metal
Basic
Pharma
Chemicals
Other
Manu
Leather
Wearing
Apparel
Basic
Metal
Motorcycles
Textiles
Tobacco
2016-2019 avg. Nov21-Jan22 avg.
การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโนมฟนตัวจากอุปสงคในประเทศและการขยายตัวของภาคการสงออก แตจะเผชิญปจจัยดานตนทุน
และความไมแนนอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มขึ้น สงผลใหบางภาคธุรกิจชะลอการลงทุนออกไป
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย, IHS Markit และ CEIC
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน
หนวย : ดัชนี (2018Q1=100) ปรับฤดูกาล
60
70
80
90
100
110
120
01/2018
04/2018
07/2018
10/2018
01/2019
04/2019
07/2019
10/2019
01/2020
04/2020
07/2020
10/2020
01/2021
04/2021
07/2021
10/2021
01/2022
PII Construction Area Permitted
Construction Material Sales Real Imports of Capital Goods
Real Domestic Machinery Sales
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน เชน เครื่องชี้
การลงทุนดานการกอสราง และเครื่องจักรและ
อุปกรณ เริ่มสงสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในชวง
ที่ผานมา
อัตราการใชกําลังการผลิต (CapU) รายอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับกอนวิกฤติ COVID-19
หนวย : ดัชนี
ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อและดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของไทย (3 เดือนขางหนา)
หนวย : ดัชนี > 50 หมายถึงสภาวะอยูในเกณฑดีขึ้น, PMI ปรับฤดูกาล
35
40
45
50
55
60
65 Manufacturing PMI BSI: expectation BSI investment: expectation Manufacturing
PMI ของไทย
ในเดือนก.พ.
2022 อยูในระดับ
ที่สูงที่สุด
นับตั้งแตมีการ
สํารวจในป 2016
85
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
24
Q4/2021
Q1/2022
ธุรกิจที่จะไดรับผลกระทบมากจากสงครามรัสเซียและยูเครน สวนใหญเปนกลุมที่ไดรับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัว
สูงขึ้น อาทิ ขนสง สายการบิน ขณะที่บางกลุมธุรกิจไดรับผลกระทบปานกลางจากตนทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่
เพิ่มขึ้น อาทิ วัสดุกอสราง รถยนต เปนตน
หมายเหตุ : *EIC ไดมีการพิจารณาภาพรวมผลกระทบตอเนื่องที่สงผานมายังอุปสงคภายในประเทศ ที่อาจชะลอตัวลงจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและราคาสินคาอื่น ๆ ตลอดจนการสงผานตนทุนที่แมวาสินคาบางหมวดไมไดเปนสินคาควบคุม
แตผูประกอบการอาจปรับขึ้นราคาไดยากจากภาวะกําลังซื้อที่ออนแอและการแขงขันที่สูงขึ้น, **ผลกระทบตอสินคาเกษตรบางกลุมอยูในระดับต่ําหรือไดรับผลเชิงบวกเนื่องจาก แมวาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะสงผลกระทบตออุปสงคที่อาจชะลอตัว
แตสินคาเกษตรบางกลุม อาทิ ยางพารา และปาลมน้ํามัน ยังไดอานิสงสจากความตองการพืชเพื่อทดแทนผลิตภัณฑจากน้ํามันที่ราคาสูงขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC
ผลกระทบจํากัด : พึ่งพา
รัสเซียและยูเครนนอย
กําลังซื้อจากรัสเซีย-ยูเครน
 สายการบินและสนามบิน
 รานอาหารในพื้นที่พัทยาและภูเก็ต
 รถยนตนั่งสวนบุคคล
 ชิ้นสวนรถยนต (ชิ้นสวนรถยนต
เพื่อการพาณิชยและยางลอ)
 ยางพารา
 อสังหาฯ ที่อยูอาศัย (คอนโดใน
พัทยาและภูเก็ต)
ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ผลกระทบมาก : มีตนทุนพลังงานเปนสัดสวน
สูง สงผานตนทุนไปไดจํากัด
 ขนสงผูโดยสารและขนสงสินคาทางถนนและทาง
อากาศ
ผลกระทบปานกลาง : มีตนทุนพลังงานเปน
สัดสวนสูง แตสงผานตนทุนไปได
คอนขางมาก
 วัสดุกอสราง (เหล็ก, ปูนซิเมนต)
 รับเหมากอสราง
 ขนสงทางเรือ
ผลกระทบจํากัด : มีตนทุนพลังงานเปน
สัดสวนนอยและสงผานตนทุนไดมาก แตไดรับ
ผลกระทบตอเนื่องจากราคาสินคาที่เกี่ยวของ
กับราคาพลังงาน
 อสังหาฯ
 ยานยนตและชิ้นสวน
ราคาวัตถุดิบที่ไมใชพลังงาน
ปรับตัวสูงขึ้น
ผลกระทบมาก : ราคาวัตถุดิบปรับตัว
สูงขึ้นมาก และการสงผานตนทุนไดนอย
ผลกระทบปานกลาง : ราคา
วัตถุดิบ/packaging ปรับตัวสูงขึ้นมาก และ
การสงผานตนทุนไดจํากัด
ผลกระทบจํากัด : ราคาวัตถุดิบ/packing
ปรับเพิ่มขึ้น แตสามารถสงผานตนทุนไดมาก
 อาหารสัตว
 ขาว
 อาหารและเครื่องดื่ม
 เนื้อสัตวสดและแปรรูป
 ผลิตภัณฑพลาสติก
 ยานยนตและชิ้นสวน
 เครื่องใชไฟฟา
 รานอาหาร
 คาปลีก
 ยางพารา, ปาลมน้ํามัน, มันสําปะหลัง, น้ําตาล
ผลกระทบทางออมจากกําลังซื้อ
ของ EU ที่มีแนวโนมชะลอตัวลง
ภาพรวมผลกระทบตอภาคธุรกิจ*
High
Moderate
Low
ผลกระทบมาก : ไทยพึ่งพา EU มาก
ผลกระทบปานกลาง : พึ่งพา
ตลาดรัสเซียในระดับปานกลาง
 โรงแรมในพัทยาและภูเก็ต
 โรงแรมในแหลงทองเที่ยวของ EU เชน
ภูเก็ต พังงา กระบี่ สมุย
 สายการบินและสนามบิน
 เครื่องปรับอากาศ
 รถจักรยานยนต
ผลกระทบจํากัด : ไทยพึ่งพา EU
นอย
 อสังหาฯ ที่อยูอาศัย (คอนโดในภูเก็ต)
 อสังหาฯ เชิงพาณิชย
 วัสดุกอสราง
 รับเหมากอสราง
 ยานยนตและชิ้นสวน
 ชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกส
 เครื่องใชไฟฟา
 ผลิตภัณฑพลาสติก
 ขนสงทางเรือ
 โรงแรม
 อาหารและเครื่องดื่ม
 ขนสงผูโดยสารและขนสงสินคาทางถนนและ
ทางอากาศ
 สายการบินและสนามบิน
 อาหารสัตว
ผลกระทบเชิงบวก
 ปโตรเคมี
 สํารวจและผลิตน้ํามัน
 โรงกลั่นน้ํามัน
 ยางพารา, ปาลมน้ํามัน,น้ําตาล, มันสําปะหลัง
 ถานหิน
 ปโตรเคมีขั้นตน
 นิคมอุตสาหกรรม
 คาปลีก (grocery)
 สินคาและบริการอื่น ๆ
 ขาว
 คาปลีก
(non-grocery)
 รานอาหาร
 อสังหาฯ
 สถานีบริการน้ํามัน ผลกระทบปานกลาง : ไทยพึ่งพา
EU ปานกลาง
 คอมพิวเตอรและสวนประกอบ
 ผลไมกระปอง
 ยางพารา
86
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
25
Q4/2021
Q1/2022
EIC คาดการลงทุนภาคเอกชนป 2022 ฟนตัวที่ 3.5% ทั้งนี้การลงทุนบางประเภทจะมีเทรนดสนับสนุนสําคัญ โดยเฉพาะ
การลงทุนดานเทคโนโลยีและ ESG
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติและสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน
คําขอรับการสงเสริมการลงทุน (BOI) จําแนกตามอุตสาหกรรมเปาหมาย
หนวย : ลานบาท
ปจจัยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนป 2022
• การขยายตัวตอเนื่องของภาคการสงออกสินคา ซึ่งเปนปจจัยสําคัญตอการลงทุนภาคเอกชน
ของไทย
• การฟนตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังความเสี่ยงจาก COVID-19 ที่กดดันใหภาคธุรกิจ
ในประเทศชะลอการลงทุนในชวง 2 ปที่ผานมาเริ่มคลี่คลายลง
• เทรนดการลงทุนใหม COVID-19 ไดเรงใหเทรนดสําคัญของโลก ไดแก digital transformation
และ ESG กลายเปนสิ่งที่ธุรกิจทุกประเภทตองปรับตัวเขาหา เปนแรงผลักดันสําคัญใหเกิดการลงทุน
ในดานดังกลาวในไทยดวยเชนกัน
ปจจัยเสี่ยงที่ตองจับตามอง
• ตนทุนของภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นและกําไรที่ลดลง สะทอนจากแนวโนมขาขึ้นของราคาพลังงาน
และราคาวัตถุดิบ สงผลเงินเฟอผูผลิตเรงตัว นอกจากนี้ ตนทุนทางการเงินที่มีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้น
เชนกันตามทิศทางดอกเบี้ยพันธบัตร
• การระบาดของ Omicron หรือสายพันธุใหมอื่น ๆ ในประเทศที่รุนแรงจนกลับมากระทบกับ
ความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคธุรกิจ และการเกิดขึ้นของธุรกิจใหม
• ความไมแนนอน ทั้งจากสถานการณเงินเฟอ สงคราม COVID-19 และกําลังซื้อของผูบริโภค
0
100,000
200,000
300,000
400,000
2020 2021
อุตสาหกรรมเปาหมายเดิม
อุตสาหกรรมเปาหมายใหม
0
50,000
100,000
2020 2021
การแพทย เทคโนโลยีชีวภาพ
ดิจิทัล อากาศยาน
ระบบอัตโนมัติ/หุนยนต ปองกันประเทศ
ทรัพยากรมนุษย/การศึกษา
อุตสาหกรรมเปาหมายใหม
+164%
อุตสาหกรรมเปาหมาย
+80%
คาดการณการลงทุนภาคเอกชน
หนวย : %YOY
4.0
2.7
-8.4
3.2 3.5
-10
-5
0
5
2019 2020 2021 2022F
Previous forecast Current Forecast
87
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
26
Q4/2021
Q1/2022
คาดป 2022 มูลคาการกอสรางภาครัฐยังสามารถขยายตัวไดอยางตอเนื่องที่ 6% จากความคืบหนาของโครงการขนาดใหญ
(Megaprojects) เปนหลัก แตอาจประสบปญหาลาชาในการประมูลโครงการใหม ตนทุนวัสดุกอสรางยังอยูในระดับสูง รวมถึง
การขาดแคลนแรงงาน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และกระทรวงคมนาคม
มูลคาการกอสรางภาครัฐ
หนวย : พันลานบาท
78%
22% 24%
2018
76%
2019
85%
15%
756
2020
81%
19%
2021 2022F
2017
84%
25%
75%
16%
685 707 726
804
853
+6%
+6%
โครงการกอสรางทั่วไป
Mega project
คาดมูลคาการกอสรางภาครัฐขยายตัวที่ 6%YOY
2022
โครงการ
Mega project
ความทาทายใน
โครงการกอสราง
ภาครัฐ
• ความลาชาในการประมูลโครงการใหม ๆ
• ราคาเหล็กทรงยาว และปูนซีเมนตมีแนวโนมอยูในระดับสูง ตามตนทุนพลังงาน และอุปสงค
• ปญหาขาดแคลนแรงงานยังคงอยู โดยเฉพาะอยางยิ่งแรงงานตางดาวที่ยังไมกลับมาเขามาทํางานได
ตัวอยางโครงการใหม
ที่จะเริ่มกอสราง
มูลคาโครงการ
(ลานบาท)
ความคืบหนา
รถไฟฟาสายสีมวงใต เตาปูน-ราษฎรบูรณะ 82,000 ลงนามสัญญาภายในเดือนมี.ค. 2022 จากนั้นผูรับจางจะเขาพื้นที่กอสราง
รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 224,000 ชวงแรก สุวรรณภูมิ-อูตะเภา จะมีการสงมอบพื้นที่ใหกลุมซีพีทั้งหมด
ภายใน พ.ค. 2022 (ปจจุบันสงมอบพื้นที่แลว 99%)
รถไฟทางคู เดนชัย-เชียงราย-เชียงของ 72,921 ลงนามสัญญาแลว คาดวาจะเริ่มเวนคืนที่ดินเดือนพ.ค. 2022 ควบคูไปกับ
การกอสราง
รถไฟทางคู บานไผ-นครพนม 66,848 ลงนามสัญญาแลว คาดวาจะเริ่มเวนคืนที่ดินเดือนต.ค. 2022 ควบคูไปกับ
การกอสราง
มอเตอรเวย M82 สายบางขุนเทียน-บาน
แพว เฟส 2 ชวงเอกชัย-บานแพว
19,700 ลงนามสัญญาแลว จากนั้นผูรับจางจะเขาพื้นที่กอสราง
ตัวอยางโครงการที่กําลังดําเนินการ • รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-โคราช
• มอเตอรเวยบางใหญ-กาญจนบุรี
• รถไฟฟาสีสมตะวันออก ชวงศูนยวัฒนธรรมฯ- มีนบุรี
• รถไฟฟาสีชมพู ชวงแคราย-มีนบุรี
พ.ร.ก. เงินกู
5 แสนลานบาท
โครงการ
กอสรางทั่วไป
• เม็ดเงินมีแนวโนมลดลง จากงบลงทุนจาก พ.ร.บ. งบประมาณประจําป 2022 ลดลงราว 27,000 ลานบาท โดยสวนหนึ่งเปนการ
จัดสรรงบประมาณไปใชสวนอื่น ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19
• คาดไดรับเม็ดเงิน 1-3 หมื่นลานบาท จาก พ.ร.ก. เงินกู 5 แสนลานบาท
88
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
27
Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอเรงตัวสูงขึ้นจากราคาพลังงานและอาหารกระทบกําลังซื้อภาคครัวเรือน
ตนทุนการผลิตมีแนวโนมถูกสงผานมายังผูบริโภคเพิ่มมากขึ้น
เงินเฟอที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วประกอบกับแผลเปนทางเศรษฐกิจทั้งจากการวางงาน ความมั่นคงทางรายได และหนี้ครัวเรือนที่จะยังมีผลตอเนื่อง
ไปในระยะขางหนาทําใหการฟนตัวของการใชจายในประเทศในภาพรวมจะเปนไปอยางชา ๆ โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่ซบเซาและมีแนวโนมฟนตัวชากวาเศรษฐกิจ
และอาจสงผลใหคาจางฟนตัวไมทันคาครองชีพ
89
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
28
Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอไทยลาสุดเดือนกุมภาพันธ ยังคงปรับตัวเรงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน เนื้อสัตวและไฟฟาเปนสําคัญ
อาจกดดันตอกําลังซื้อโดยเฉพาะกลุมรายไดนอย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย, สํานักงานสถิติแหงชาติ, CEIC และสํานักขาวตาง ๆ
การเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาผูบริโภครายสินคาสูงสุดเดือนกุมภาพันธ 2022
หนวย : %YOY
การขยายตัวของดัชนีราคาผูบริโภคเดือนกุมภาพันธ 2022 จําแนกตามประเภทสินคา
0% 5% 10% 15% 20% 25% 30% 35% 40%
อาหารปรุงสําเร็จนอกบาน
อาหารปรุงสําเร็จที่บาน
ผักสด
น้ําตาล
ไข
น้ําประปา
เนื้อสัตวสด
น้ํามันทําอาหาร
น้ํามันเชื้อเพลิง
ไฟฟา
เกี่ยวกับพลังงาน
เกี่ยวกับอาหาร
ดัชนีราคาผูบริโภคหมวดอาหารและกาซหุงตม (LPG) 15 กิโลกรัม
หนวย : %YOY
-20.0%
-10.0%
0.0%
10.0%
20.0%
30.0%
0.0%
2.0%
4.0%
6.0%
8.0%
01/2013
08/2013
03/2014
10/2014
05/2015
12/2015
07/2016
02/2017
09/2017
04/2018
11/2018
06/2019
01/2020
08/2020
03/2021
10/2021
CPI อาหารสําเร็จรูป CPI อาหารบริโภค-ในบาน CPI อาหารบริโภค-นอกบาน LPG
ราคาอาหารบริโภคในบานและนอกบานปรับตัวสูงขึ้นอยางมาก
ในชวง 2 เดือนที่ผานมาถึงแมจะยังมีมาตรการตรึงราคา LPG
กลุมประชากรที่มีรายได
นอยที่สุด 20% แรกของ
ประเทศมีคาใชในหมวด
อาหารและเครื่องดื่ม
คิดเปน 40.7% ของ
รายจายทั้งหมด ในขณะที่
ประชากรที่มีรายไดมาก
20% ของประเทศมี
สัดสวนเปน 24.7%
ของคาใชจาย
%YOY Share 2021 Dec-21 Jan-22 Feb-22 YTD
รวมทุกรายการ 100% 1.2% 2.2% 3.2% 5
5..3
3%
% 4.2%
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไมมีแอลกอฮอล 40.4% -0.1% 0.8% 2.4% 4
4..5
5%
% 3.4%
อาหารสด 20.6% -1.0% -0.2% 0.6% 3
3..1
1%
% 3.1%
- เนื้อสัตว (ไมรวมเปดไก และสัตวน้ํา) 3.5% 2.3% 4.0% 22.7% 1
17
7..1
1%
% 19.9%
หมวดเครื่องนุงหมและรองเทา 2.2% -0.3% -0.2% -0.2% -
-0
0..2
2%
% -0.2%
หมวดเคหสถาน 23.2% -1.7% -0.1% 0.7% 5
5..7
7%
% 3.2%
ไฟฟา เชื้อเพลิง น้ําประปาและแสงสวาง -0.5% 3.1% 2
28
8..2
2%
% 14.3%
หมวดการตรวจรักษาและบริการสวนบุคคล 5.7% 0.2% 0.3% 0.3% 0
0..5
5%
% 0.4%
หมวดพาหนะ การขนสง และการสื่อสาร 22.7% 7.7% 8.7% 9.4% 9
9..4
4%
% 9.4%
หมวดการบันเทิงการอาน การศึกษา และการศาสนา 4.5% -0.4% -1.0% -0.9% -
-0
0..8
8%
% -0.8%
หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล 1.4% 0.3% 1.4% 1.7% 1
1..7
7%
% 1.7%
สัดสวนของการเปลี่ยนแปลงราคาสินคาในตะกราเงินเฟอ
0.00
10.00
20.00
30.00
40.00
50.00
60.00
70.00
80.00
90.00
100.00
01/2018
04/2018
07/2018
10/2018
01/2019
04/2019
07/2019
10/2019
01/2020
04/2020
07/2020
10/2020
01/2021
04/2021
07/2021
10/2021
01/2022
Proportion of product price increased over 1%
Proportion of product price decreased less than 1%
Proportion of product price decreased less than 0.5%
Proportion of product price decreased
สัดสวนสินคาที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นมี
แนวโนมเพิ่มขึ้น
สินคาในตะกราที่ราคา
ปรับตัวสูงขึ้น 260
รายการจาก 430
รายการ
90
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
29
Q4/2021
Q1/2022
เงินเฟอยังคงมีแนวโนมสูงจากราคาน้ํามันที่คาดอยูในระดับสูงตอเนื่องตลอดปนี้ จากความกังวลเรื่องสงคราม
รัสเซีย-ยูเครน
ปริมาณสงออกน้ํามันดิบของรัสเซีย สงไปยุโรปเกือบ 60%
หนวย : ลานบารเรล/วัน
0
1
2
3
4
5
6
2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021
Mainland
China
Europe
Other Asia
Rest of the
world
ประเด็นสําคัญ
• ราคาน้ํามันป 2022 มีแนวโนมสูงขึ้นจากการเติบโตของอุปสงคน้ํามันตามเศรษฐกิจโลก และการตึงตัวของอุปทานน้ํามัน
• แมวา OPEC+ คงมติเพิ่มการผลิตเดือนละ 4 แสนบารเรล/วัน แตยังผลิตไดนอยกวาเปาหมาย สวนอุปทานน้ํามันจาก
สหรัฐฯในป 2022 ยังไมฟนตัวกลับมาเทาชวงกอน COVID-19 และการปลอยน้ํามันจากคลังสํารองทางยุทธศาสตรของ
สหรัฐฯ และพันธมิตร รวม 60 ลานบารเรล คอนขางนอย ทําใหไมสามารถกดดันราคาน้ํามันในตลาดไดทามกลางสงคราม
รัสเซีย-ยูเครน
• สงครามระหวางรัสเซีย-ยูเครน หากเกิดการคว่ําบาตรทําใหรัสเซียตองหยุดการสงออกน้ํามันและกาซฯ เกิด supply
disruption จะทําใหอุปทานน้ํามันยิ่งตึงตัวสงผลใหราคาน้ํามันพุงสูงขึ้น และหากการสูรบมีความรุนแรงยิ่งขึ้นเกิด supply
shock ราคาน้ํามันจะทะยานสูงขึ้นอยางรวดเร็ว
• จับตาการผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหรานของสหรัฐฯ จะทําใหอิหรานสงออกน้ํามันได 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน จะ
เปนปจจัยจํากัดการเพิ่มขึ้นของราคาน้ํามัน
หมายเหตุ : Gulf-3 ไดแก ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส และคูเวต ปริมาณการผลิตน้ํามันของ OPEC ในกราฟไมรวมการผลิตของอิหราน ลิเบีย และเวเนซุเอลา เนื่องจากไดรับการยกเวนเรื่องโควตาการผลิต
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ IHS
0
20
40
60
80
100
120
140
Jan-18
Mar-18
May-18
Jul-18
Sep-18
Nov-18
Jan-19
Mar-19
May-19
Jul-19
Sep-19
Nov-19
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
ราคาน้ํามันดิบรวงลงสูจุดต่ําสุดที่ $18/บารเรล
ในรอบ 19 ป จากความตองการน้ํามันที่หดตัว
เนื่องจากการระบาดของ COVID-19
ราคาน้ํามันดิบทะยานขึ้นสูระดับ $133/บารเรล สูงสุด
ตั้งแตป 2008 จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสหรัฐฯ
ยุโรป มีแผนไมนําเขาน้ํามันและกาซจากรัสเซีย
เริ่มฉีดวัคซีน
COVID-19
COVID-19
เริ่มระบาด
Delta
Variant
Omicron
Brent ($/b) 2021 2022F %YOY
EIC Base case 71 110 56%
High case 71 133 89%
ปริมาณการผลิตน้ํามันจริง และปริมาณการผลิตเปาหมายของ OPEC
หนวย : ลานบารเรล/วัน
10
15
20
25
30
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
ปริมาณการผลิต
เปาหมาย
ปริมาณการผลิตจริงโดย
ประเทศที่เหลือใน OPEC
ซาอุฯ ลดการผลิตน้ํามันโดยสมัครใจ 1 ลาน
บารเรล/วัน ตั้งแต ก.พ.-เม.ย. 21
ปริมาณการผลิตจริงของ
Gulf-3
ประมาณการราคาน้ํามันดิบ Brent
หนวย : ดอลลารสหรัฐ/บารเรล
91
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
30
Q4/2021
Q1/2022
อีกแรงกดดันดานเงินเฟอคือการระบาดของ ASF และตนทุนอาหารสัตวที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยูเครนเปนประเทศที่
สงออกอาหารสัตวเปนอันดับตน ๆ ของโลก สงครามในครั้งนี้จะสงผลตอหวงโซอุปทานของเนื้อสัตวยางหลีกเลี่ยงไมได
อัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณผลผลิตสุกร และราคาสุกร ที่เกษตรกรไดรับในประเทศที่มีการระบาดของ ASF
หนวย : %YOY
อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา
วัตถุดิบอาหารสัตวในไทย
หนวย : %YOY
จีน ยืนยันการระบาดครั้ง
แรกในเดือนส.ค. 2018
เวียดนาม ยืนยันการ
ระบาดครั้งแรกในเดือน
ก.พ. 2019
ฟลิปปนส ยืนยันการระบาดครั้ง
แรกในเดือนก.ค. 2019
ไทย ยืนยันการระบาดครั้งแรก
ในเดือนม.ค. 2022 โดยพบการ
ระบาดแลวในพื้นที่ 20 จังหวัด
-0.9
-21.3
-14.6
34.4
2.7
-30.3
12.3
2.5 1.0
-4.4
-23.2
5.3
-1.5 -2.8 -6.7
-20.0
-15.5
77.0
55.1
-42.2
51.4
7.4
61.7
-2.9
14.8
-9.8
6.3
39.3
-5.6
19.4
8.1
1.8
25.0
2021 2019
2018
2018 2018
2020
2019 2020 2021 2019 2020 2021 2019
2018 2020 2021 2022F
ปริมาณ ราคา
การระบาดของโรคอหิวาตแอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) ในทวีปเอเชีย เริ่มตนขึ้นในเดือนสิงหาคม 2018 โดยพบครั้งแรก
ในประเทศจีน กอนจะกระจายไปสูอีก 16 ประเทศ ซึ่งจากบทเรียนการระบาดของ ASF ในจีน เวียดนาม และฟลิปปนส พบวา หลัง ASF ระบาด
ผลผลิตสุกรจะปรับตัวลดลงคอนขางมาก และตองใชเวลามากกวาสองปกอนที่ระดับผลผลิตจะฟนกลับไปอยูในระดับที่ใกลเคียงกับชวงกอนเกิด
การระบาด ซึ่งผลผลิตสุกรที่ปรับตัวลดลงดังกลาวมีสวนทําใหราคาสุกรในจีน เวียดนาม และฟลิปปนส ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องเปน
เวลานานถึง 2 ป
EIC คาดวา ผลผลิตสุกรในไทยในป 2022 มีแนวโนมปรับตัวลดลง 20.0%YOY ซึ่งเปนการลดลงตอเนื่องเปนปที่ 4
โดยผลผลิตสุกรที่ลดลง ทามกลางความตองการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตวที่ทรงตัวในระดับสูง
ทําให EIC คาดวา ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรไดรับในป 2022 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.0%YOY อยางไรก็ตาม เนื้อหมูคิดเปน
เพียงประมาณ 2.2% ของการคํานวณราคาในตะกราสินคาของกระทรวงพาณิชย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ USDA, CEIC และ CPF (ประมาณการ ณ กุมภาพันธ 2022)
20.1
-7.1
-2.0
11.2
17.1
4.1
-10.8
2.2
31.1
9.4
2021
2019
2018 2020
ขาวโพด ถั่วเหลือง
2M2022
92
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
31
Q4/2021
Q1/2022
-4.0%
-3.0%
-2.0%
-1.0%
0.0%
1.0%
2.0%
3.0%
4.0%
5.0%
6.0%
2019Q1
2019Q2
2019Q3
2019Q4
2020Q1
2020Q2
2020Q3
2020Q4
2021Q1
2021Q2
2021Q3
2021Q4
2022Q1F
2022Q2F
2022Q3F
2022Q4F
Core contribution Energy contribution Raw food contribution
Headline (%yoy) Core (%yoy)
EIC คาดเงินเฟอไทยอยูที่ 4.9 % ในป 2022 ภายใตสมมติฐานภาครัฐยังคงมีมาตรการควบคุมราคาพลังงาน
อัตราเงินเฟอของไทย
หนวย : %YOY
สินคา มาตรการชวยเหลือจากรัฐเพื่อลดคาครองชีพดานพลังงาน มาตรการชวยเหลือจากรัฐดานพลังงานที่ลดลง
ดีเซล
• ตรึงราคาขายปลีกน้ํามันดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน
2022
• หลังจาก เมษายน 2022 รัฐบาลจะเขาไปชวยครึ่งหนึ่งของสวนที่
ราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น เชน ราคาน้ํามันดีเซล 32 บาท/ลิตร
สวนตาง 2 บาทที่เพิ่มขึ้น ประชาชนจาย 1 บาท รัฐชวย 1 บาท
เทากับประชาชนจะจาย 31 บาท
แกสโซฮอล
• ชวยเหลือคาน้ํามันใหกับผูขับขี่จักรยานยนตรับจางที่ขึ้นทะเบียนไวกับ
กรมการขนสงทางบก จํานวน 157,000 คน โดยชวยลดคาใชจายน้ํามัน
แกสโซฮอล 250 บาท/เดือน
-
LPG
• 1 เมษายน 2022 เพิ่มเงินชวยเหลือเพื่อซื้อกาซหุงตมสําหรับผูถือบัตร
สวัสดิการแหงรัฐ 3.6 ลานคน โดยเพิ่มเงินจากเดิม 45 บาท เปน 100
บาท/3 เดือน
• สวนลดซื้อกาซหุงตม100 บาท/เดือน สําหรับผูคาหาบเรแผงลอยที่ถือ
บัตรสวัสดิการแหงรัฐ เริ่ม 1 เมษายน-มิถุนายน 2022
• เดือน เมษายน จะปรับขึ้นราคา LPG ในภาคครัวเรือนตอถัง 15
กก. จาก 318 บาท เปน 333 บาท เดือนพฤษภาคม ปรับเปน 348
บาท และเดือนมิถุนายน ปรับเปน 363 บาท โดยกองทุนน้ํามันจะ
อุดหนุนสวนตางที่เหลือ
NGV
• ปตท. คงราคาขายปลีกผูที่ใชกาซ NGV ไวที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม เริ่ม
แลวเมื่อ 15 มีนาคม 2022
• ผูขับขี่แท็กซี่มิเตอรภายใตโครงการลมหายใจเดียวกัน 17,460 คน
สามารถซื้อกาซ NGV ไดในราคา 13.62 บาท/กิโลกรัม เริ่มแลวเมื่อ 15
มีนาคม 2022
-
ไฟฟา
• ชวยลดภาระคาไฟฟาที่จะเพิ่มขึ้นสําหรับผูที่ใชไฟฟาไมเกิน 300 หนวย/
เดือน โดยลดคา Ft ลง 22 สตางค/หนวย ในชวงเดือนพฤษภาคม-
สิงหาคม 2022
• กกพ.จะทําการขึ้นคา FT ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2022
ในอัตรา 24.77 สตางคตอหนวย เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค
ตอหนวย สงผลใหอัตราคาไฟฟาเฉลี่ยอยูที่ 4.00 บาทตอ
หนวย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022 ของกระทรวงพาณิชย, ธนาคารแหงประเทศไทย และสํานักขาวตาง ๆ
Headline 4.9%
Core 1.9%
กรอบเงินเฟอ 1-3%
Headline (%YOY) Core (%YOY)
93
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
32
Q4/2021
Q1/2022
ราคาอาหารที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในชวงนี้ จะสงผลกระทบตอเนื่องไปยังรายจายของครัวเรือน โดยเฉพาะครัวเรือนรายได
นอย ที่มีสัดสวนรายจายดานอาหารสูงกวาครัวเรือนกลุมอื่น ๆ
หมายเหตุ : *ขอมูล ณ ครึ่งแรกป 2021 // ** คาใชจายอุปโภคบริโภค ไดแก คาใชจายเกี่ยวกับที่อยูอาศัย เครื่องแตงกาย การเดินทาง/สื่อสาร รักษาพยาบาล การศึกษา สันทนาการ เปนตน คาใชจายที่ไมเกี่ยวกับการ
อุปโภคบริโภค ไดแก ภาษี คาสมาชิก บริจาค ประกัน ดอกเบี้ย สลากกินแบงรัฐบาล เปนตน
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ
สัดสวนคาใชจายเฉลี่ยตอเดือนของครัวเรือนแบงตามประเภทการใชจาย* ณ ครึ่งแรกป 2021
หนวย : % ตอรายจายเฉลี่ยตอเดือนทั้งหมดของครัวเรือน
รายจายดานอาหารคิดเปนสัดสวนที่คอนขางสูงสําหรับครัวเรือน
รายไดนอย ซึ่งเปนกลุมเปราะบางอยูแลว
38.1% 36.5% 36.9% 39.4% 44.9% 40.9%
3.4% 3.3% 3.2% 3.2%
3.2%
3.2%
4.4% 5.3% 5.6% 6.4%
6.9%
6.2%
7.9% 9.4% 12.0%
12.8%
16.2%
13.3%
27.8% 25.1% 21.5% 17.5%
12.3%
17.7%
7.9% 6.9% 6.2% 5.8% 4.3% 5.6%
5.0% 7.1% 8.2% 8.9% 8.0% 7.9%
0%
10%
20%
30%
40%
50%
60%
70%
80%
90%
100%
Q1 (รายไดนอยสุด) Q2 Q3 Q4 Q5 (รายไดมากสุด) ครัวเรือนทั้งหมด
ยาสูบ
เครื่องดื่ม
ทานขาวนอกบาน
อาหารสําเร็จรูป
วัตถุดิบในการทําอาหารที่บาน
คาใชจายที่ไมเกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค
คาการเดินทางดวยการขนสงสาธารณะ
คาเชื้อเพลิงที่ใชในการเดินทาง
คาแกสหุงตม
คาไฟฟา
คาใชจายอุปโภคบริโภค (ไมรวมพลังงาน)
พลังงาน
รายจายเฉลี่ยตอเดือน 9k บาท 13k บาท 18k บาท 25k บาท 47k บาท 22k บาท
สัดสวนรายจายอาหาร 41% 39% 36% 32% 25% 31%
สัดสวนรายจายพลังงาน 9% 10% 10% 11% 11% 11%
ผลกระทบจากเงินเฟอจะสงผลกระทบตอ
ครัวเรือนที่มีรายไดนอยหนักกวาโดย
เปรียบเทียบ
• จากขอมูลครึ่งปแรกของป 2021 พบวาราคา
อาหารที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นสงผลกระทบ
ตอเนื่องไปยังรายจายของครัวเรือน
• โดยเฉพาะครัวเรือนรายไดนอย (20% ที่มี
รายไดต่ําที่สุด) จะมีสัดสวนรายจายดานอาหาร
อยูที่ 41% ของรายได ซึ่งสูงกวาครัวเรือน
กลุมอื่น ๆ
• คาเฉลี่ยของรายจายดานอาหารของครัวเรือน
ทั้งหมดอยูที่ 32% ของรายได
• จะเห็นไดวาในตัวเลขเงินเฟอที่ทางการรายงาน
ออกมานั้นสงผลกระทบตอแตละครัวเรือน
ไมเทากัน
94
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
33
Q4/2021
Q1/2022
รายไดที่แทจริงของแรงงานในกรุงเทพฯ ลดลงรุนแรงถึงกวา 10% ในปที่ผานมา เมื่อพิจารณาถึงผลของเงินเฟอที่กระทบตอกําลังซื้อ
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย และสํานักงานสถิติแหงชาติ
รายไดที่แทจริงของแรงงานในกรุงเทพฯ และนอกกรุงเทพฯ
หนวย : %YOY
รายไดที่แทจริง 2014-19 2020 2021
แรงงานทั่วประเทศ 0.9% 1.8% -0.7%
แรงงานในกรุงเทพ 1.5% 0.9% -10.3%
แรงงานนอกกรุงเทพ 0.7% 2.2% 3.0%
• เงินเฟอและคาแรงเฉลี่ยไมสัมพันธกันอีกตอไปในชวงที่เกิดวิกฤต COVID-19 สงผลใหรายไดที่แทจริง
ของลูกจางในระบบเศรษฐกิจลดลงอยางมีนัยสําคัญ
• จากขอมูลป 2021 พบวารายไดที่แทจริงของแรงงานในกรุงเทพลดลงถึง -10.3% รายไดที่แทจริง
ของแรงงานนอกกรุงเทพเพิ่มขึ้น 3.0% และรายไดที่แทจริงของแรงงานทั้งประเทศเฉลี่ยอยูที่ -0.7%
ความสัมพันธของคาแรงเฉลี่ยและเงินเฟอ
หนวย : %
R² = 0.4028
R² = 0.0456
-5
0
5
10
15
20
-4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5 6 7
Avg
wage
(%YOY)
Inflation (%YOY)
PRE-COVID19 COVID19 Linear (PRE-COVID19) Linear (COVID19)
95
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
34
Q4/2021
Q1/2022
เมื่อรายไดปรับขึ้นไมทันคาครองชีพ
คนไทยจึงหันไปพึ่งหนี้นอกระบบมากขึ้น
96
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
35
Q4/2021
Q1/2022
สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของไทย ณ ไตรมาส 3 ป 2021 ทรงตัวอยูในระดับสูงที่ 89.3% โดยยังสูงสุดในกลุมประเทศ
กําลังพัฒนา EIC คาดวาในป 2022 สัดสวนจะทยอยปรับลดลงอยางชา ๆ ตามการฟนตัวทางเศรษฐกิจ
ปญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นในชวง COVID-19 โดยเฉพาะหนี้ตอรายไดของ
ครัวเรือน (ขอมูลสํารวจครัวเรือน) ที่สูงกวา 100% แลว
สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของไทยยังคงสูงสุดในบรรดาประเทศกําลังพัฒนา
โดยเปนการคงอันดับหนึ่งตอเนื่องมาตั้งแตในป 2011
สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP และอัตราการเติบโตของหนี้ครัวเรือน และ GDP
หนวย : % ตอ nominal GDP (รวม 4 ไตรมาสยอนหลัง), % ตอรายไดทั้งป
57.9%
66.2%
76.6%
81.2%
78.1% 79.8%
89.3% 89.3%
83.2%
80.3%
88.3% 87.1%
96.1%
98.5%
100.6%
50%
60%
70%
80%
90%
100%
110%
2009
2011
2013
2015
2017
2019
Q2-2021
Q3-2021
สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP
สัดสวนหนี้ตอรายไดครัวเรือน
สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ในแตละประเทศ
หนวย : %
4.7
15.9
16.3
16.7
17.4
21.2
21.8
31.0
33.7
34.0
35.4
35.8
36.2
61.2
73.4
89.3
89.3
0
25
50
75
100
125
150
Argentina
Turkey
Saudi
Arabia
Mexico
Indonesia
Hungary
Russia
Colombia
Poland
Czech…
South
Africa
India
Brazil
China
Malaysia
Thailand*
สิ้นป 2019 (กอน COVID-19)
สิ้นป 2020
Q1/2021
Q2/2021
Q3/2021
กลุมประเทศกําลังพัฒนา
หมายเหตุ : *สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของไทยเปนขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย ขณะที่สัดสวนของประเทศอื่นเปนขอมูลจากธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS) (ขอมูลลาสุดถึง Q2/21)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย สํานักงานสถิติแหงชาติ และ BIS
ทิศทางหนี้ครัวเรือนในป 2022
• คาดวาหนี้ครัวเรือนยังมีแนวโนมขยายตัว
3-5% นําโดยความตองการสภาพคลอง
ของภาคครัวเรือน ในชวงที่รายไดฟนตัวชา
และยังมีปจจัยเสี่ยงจากการระบาดของ
สายพันธุใหม
• สงผลใหสัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP
ณ สิ้นป 2022 จะอยูในชวง 88%-90%
ซึ่งยังเปนระดับที่สูง และสะทอนกระบวนการ
deleverage ของครัวเรือนอยางชา ๆ
• ครัวเรือนรายไดนอยยังเปนจุดเปราะบาง
สําคัญ จากความเสี่ยงตอผลกระทบของ
COVID-19 ที่สูงกวาและสถานะการเงิน
ที่แยกวา implication ตอเศรษฐกิจ
97
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
36
Q4/2021
Q1/2022
มาตรฐานการปลอยสินเชื่อของสถาบันการเงินหลักที่เขมงวดขึ้น ทําใหความตองการสินเชื่อของครัวเรือนบางสวนตองหันไปพึ่งพา
หนี้นอกระบบ ทั้งนี้ความตองการสินเชื่อโดยเฉพาะหนี้นอกระบบอาจเพิ่มขึ้นไดอีกเมื่อรายไดปรับขึ้นไมทันคาครองชีพที่เพิ่มสูง
การคนหาเงินกู-เงินดวน บน Google (Google Trends)
หนวย : ดัชนีเฉลี่ย, คนหาสูงสุด=100
39 100 51
กอน COVID-19 จุดสูงสุด (Q2/20) Q1/22
ปริมาณการคนหาในไตรมาส 1
ป 2022 ยังคงสูงกวาคาเฉลี่ย
ชวงกอน COVID-19 อยูราว
30%
(ขอมูล ณ 27 มี.ค. 22)
มาตรฐานการปลอยสินเชื่อสวนบุคคลโดยธนาคารพาณิชย
หนวย : Diffusion Index (คา <0 คือ เขมงวดขึ้นกวาไตรมาสกอนหนา)
-15
-5
5
15
Q4-19
Q1-20
Q2-20
Q3-20
Q4-20
Q1-21
Q2-21
Q3-21
Q4-21
ปลอยสินเชื่องายลงกวาไตรมาสกอน
ปลอยสินเชื่อยากขึ้นกวาไตรมาสกอน
มาตรฐานการปลอยสินเชื่อสวนบุคคลโดย
เฉลี่ยปรับเขมงวดขึ้นมากในชวง COVID-19
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย, สํานักงานสถิติแหงชาติ, Google และการสํารวจของ EIC
สัดสวนการกูยืมในชวง COVID-19 ตามแหลงที่มา*
หนวย : % ของผูตอบแบบสอมถามที่ทําการกูยืมในชวง COVID-19
40.2%
7.2%
23.7%
9.9% 3.0%
8.7%
7.2%
กูยืมจากสถาบันการเงิน
กูยืมหนี้นอกระบบ
กูยืมจากเพื่อน, ญาติ, คนรูจัก
*ขอมูลจากการสํารวจผูบริโภคของ EIC (EIC Consumer Survey 2021) มี
จํานวนผูตอบทั้งสิ้น 3,205 คน โดยทําการสํารวจในชวง 27 ส.ค. - 27 ก.ย.
2021
ในชวง COVID-19
สัดสวนของคนที่มี
การกูนอกระบบ
รวมอยูที่ 26%
หนี้นอกระบบครัวเรือนไทย**
หนวย : ลานบาท หนวย : % ของหนี้ทั้งระบบ
65,969
71,351
91,532
47,845
85,007
2.0%
2.1%
2.4%
1.3%
1.8%
0.0%
0.5%
1.0%
1.5%
2.0%
2.5%
3.0%
0
10,000
20,000
30,000
40,000
50,000
60,000
70,000
80,000
90,000
100,000
2013
2015
2017
2019
H1-2021
มูลคาหนี้นอกระบบ
สัดสวนหนี้นอกระบบตอหนี้ทั้งหมด
78%
**คํานวณจากขอมูลการสํารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทย H1/21
การเพิ่มขึ้นสูงของหนี้นอกระบบ ถือเปนโอกาสทางธุรกิจสําหรับธนาคาร
ในการนําเสนอผลิตภัณฑทางเลือก เพื่อทดแทนหนี้นอกระบบที่ตนทุน
ภาระหนี้สูงสําหรับครัวเรือนรายไดนอย-ปานกลาง
98
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
37
Q4/2021
Q1/2022
9.2% ของครัวเรือนไทยที่มีหนี้ เปนหนี้จากการกูยืมหนี้นอกระบบ โดยกลุมครัวเรือนรายไดนอยจะยิ่งมีสัดสวนของครัวเรือนที่เปนหนี้
นอกระบบสูงกวา
สัดสวนหนี้นอกระบบตอหนี้ทั้งหมด
ครัวเรือนไทย
แบงตาม 5 ระดับรายได (quintile)
รายได
ครัวเรือนเฉลี่ย
ตอเดือน**
(พันบาท/เดือน)
หนี้ตอรายไดทั้ง
ปของครัวเรือน
(%)
หนี้ตอ
ทรัพยสินของ
ครัวเรือน
(%)
100%
(หนี้ทั้งหมด
เปนหนี้นอกระบบ)
50-99% 1-49%
0%
(หนี้ทั้งหมด
เปนหนี้ในระบบ)
ครัวเรือนที่มีหนี้ทั้งหมด 32.8 100.6% 19.4% 5.2% 0.9% 3.0% 90.8%
Quintile 1 (รายไดนอยสุด) 7.7 126.8% 11.5% 7.7% 1.1% 2.5% 88.7%
Quintile 2 13.8 78.8% 11.1% 7.8% 1.3% 3.0% 87.9%
Quintile 3 20.4 82.1% 13.9% 5.8% 1.2% 3.4% 89.6%
Quintile 4 30.6 88.9% 18.6% 5.6% 1.0% 4.0% 89.5%
Quintile 5 (รายไดสูงสุด) 68.1 111.1% 24.0% 1.5% 0.4% 2.4% 95.7%
- รายไดสูงสุด Top 5% 119.2 111.9% 23.9% 0.7% 0.3% 2.5% 96.6%
หนวย : % ของครัวเรือนที่มีหนี้ในแตละกลุม*
สัดสวนของครัวเรือน
ที่เปนหนี้นอกระบบ
ในแตละระดับรายได
9.2%
11.3%
12.1%
10.4%
10.6%
4.3%
3.5%
หมายเหตุ : *ขอมูล ณ ครึ่งแรกป 2021 ครัวเรือนที่มีหนี้คิดเปน 52.7% ของครัวเรือนทั้งหมด **คํานวณเฉพาะครัวเรือนที่มีหนี้
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ
99
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
38
Q4/2021
Q1/2022
0.1
0
5
10
15
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
4.4
0
25
50
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
ยอดคงคางสินเชื่อ
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงเล็กนอยจากสถานการณการระบาดของ Omicron ในประเทศ สวนสินเชื่ออุปโภค
บริโภคขยายตัวเทาไตรมาสกอน โดยสินเชื่อที่อยูอาศัยขยายตัวชะลอลงตามอุปสงคที่อยูอาศัยที่ชะลอลงจากปกอน
อัตราการเติบโตของสินเชื่ออุปโภคบริโภค
หนวย : %YOY
1.7
-5
0
5
10
15
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
7.8
0
5
10
15
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
สินเชื่อที่อยูอาศัย
สินเชื่อบัตรเครดิต
สินเชื่อรถยนต
สินเชื่อสวนบุคคล
ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค
หนวย : ดัชนี > 100 หมายถึงผูบริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น, ปรับฤดูกาล
20
30
40
50
60
70
80
90
10/2019
11/2019
12/2019
01/2020
02/2020
03/2020
04/2020
05/2020
06/2020
07/2020
08/2020
09/2020
10/2020
11/2020
12/2020
01/2021
02/2021
03/2021
04/2021
05/2021
06/2021
07/2021
08/2021
09/2021
10/2021
11/2021
12/2021
01/2022
02/2022
CCI CCI: present CCI: Future
ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภคปรับตัวลดลงในชวงที่ผานมาจาก
ความกังวลของการระบาดที่มีผูติดเชื้อมากขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย และธนาคารแหงประเทศไทย
100
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
39
Q4/2021
Q1/2022
อยางไรก็ตาม ในป 2022 ภาครัฐยังคงมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยแมเม็ดเงินจะทยอย
ปรับลดลง โดยภาครัฐอาจลดการอัดฉีดเงินในโครงการกระตุนกําลังซื้อและหันมาใชนโยบายควบคุมคาครองชีพมากยิ่งขึ้น
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงการคลัง และสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
มาตรการกระตุนการบริโภค วงเงิน (ลานบาท) Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22
เพิ่มกําลังซื้อผูถือบัตรสวัสดิการ ระยะที่ 4 9,422
คนละครึ่ง ระยะที่ 4 34,800
เราเที่ยวดวยกัน ระยะที่ 4 9,000
รวม 53,222
ระยะเวลาโครงการ
กรอบงบประมาณประจําปงบประมาณ 2022
หนวย : ลานลานบาท
-
1.0
2.0
3.0
4.0
งบประมาณประจําป รายจายประจํา รายจายลงทุน
FY21 FY22
เม็ดเงินจากงบประมาณ
ปรับลดลงในป 2022
-5.7%YOY
-6.5%YOY
-5.8%YOY
เม็ดเงินกูภาครัฐสําหรับกระตุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม (นอกงบประมาณประจําป)
หนวย : พันลานบาทตอปปฏิทิน
3
36
61
1
8
81
11
1
2
27
70
0
-
250
500
750
1,000
2020 2021 2022
2020 2021 2022
เม็ดเงินกระตุนเศรษฐกิจปรับลดลง
ในป 2022 (กรณีไมมีการกูเพิ่มเติม)
ปจจุบัน ครม. ไดอนุมัติการใชเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. กูเงิน 5 แสนลานบาท แลว 4.25 แสนลานบาท (เหลือ 0.75 แสนลานบาท)
โดยมีการเบิกจายแลว 3.12 แสนลานบาท (ณ วันที่ 15 มี.ค. 2022)
101
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
40
Q4/2021
Q1/2022
EIC คาดการบริโภคภาคเอกชนเติบโตที่ 2.9% ในป 2022 ลดลงจากคาดการณเดิมที่ 3.4% โดยมีปจจัยสําคัญจากอัตราเงินเฟอที่
เรงตัวสูง บั่นทอนกําลังซื้อของครัวเรือนแตยังมีปจจัยสนับสนุนหลายประการ
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย และสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ปริมาณเงินฝากทั้งระบบ เทียบกับ 5-year trend
หนวย : ลานลานบาท
15.14
14.16
16.21
12
13
14
15
16
17
ม.ค.-16
เม.ย.-16
ก.ค.-16
ต.ค.-16
ม.ค.-17
เม.ย.-17
ก.ค.-17
ต.ค.-17
ม.ค.-18
เม.ย.-18
ก.ค.-18
ต.ค.-18
ม.ค.-19
เม.ย.-19
ก.ค.-19
ต.ค.-19
ม.ค.-20
เม.ย.-20
ก.ค.-20
ต.ค.-20
ม.ค.-21
เม.ย.-21
ก.ค.-21
ต.ค.-21
ม.ค.-22
เงินฝากสวนเกิน 1.06 ลานลานบาท
(ณ ม.ค. 2022)
เงินฝากที่เพิ่มขึ้นกวา 87% เทียบระหวางเดือนมกราคม 2022 และ
กุมภาพันธ 2020 สวนใหญมาจากบัญชีขนาดใหญ ซึ่งมีจํานวนนอยราว
1.5% จากสัดสวนจํานวนบัญชีทั้งหมด
คาดการณการบริโภคภาคเอกชน
หนวย : %YOY
4.0
-1.0 0.3
3.4 2.9
-5
0
5
2019 2020 2021 2022F
Previous forecast Current forecast
คาดการณการบริโภคภาคเอกชน
• การระบาดของ Omicron ที่รุนแรงนอยกวาคาด
• Pent-up Demand ยังอยูในระดับสูง เงินออมเพิ่มสูงขึ้นในชวง COVID-19 ซึ่งบางสวนจะเปนแรง
เสริมของการใชจาย pent-up demand อยางไรก็ตาม เงินออมที่เพิ่มมาจากครัวเรือนรายไดสูงซึ่งเปน
สวนนอย
• การผอนคลายมาตรการควบคุมการแพรระบาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟนตัวกลับสูระดับ
ใกลเคียงปกติ
• การทยอยฟนตัวของภาคทองเที่ยวจากมาตรการเปดประเทศ สงผลดีตอการจางงานในภาคบริการ
• รายไดจากภาคสงออกที่ยังมีแนวโนมขยายตัวตอเนื่อง แมอาจคําสั่งซื้อจากยุโรปอาจชะลอลง
ปจจัยลบและปจจัยเสี่ยงที่ตองจับตามอง
• อัตราเงินเฟอที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้น จากราคาพลังงานและโภคภัณฑโลกจากผลของสงครามรัสเซีย-ยูเครน
• การสงผานตนทุนไปสูผูบริโภคจากภาคธุรกิจที่จะทยอยเพิ่มขึ้น
• การระบาดของไวรัสสายพันธุใหมอื่น ๆ ในประเทศที่รุนแรงจนตองปดเมือง
102
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
41
Q4/2021
Q1/2022
ตลาดแรงงานยังคงซบเซา
และยังคงไดรับผลกระทบจากแผลเปน
ทางเศรษฐกิจจาก COVID-19
103
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
42
Q4/2021
Q1/2022
อุปทานแรงงานสวนเกิน (slack) ยังสูง
แรงงานไหลออกนอกระบบ รายไดไมมั่นคง
104
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
43
Q4/2021
Q1/2022
Q: เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟนตัว ตลาดแรงงานไทยป 2022 จะฟนตัวหรือไม ?
A: ตลาดแรงงานมีแนวโนมที่จะฟนตัวชากวาเศรษฐกิจ เนื่องจาก (1) อุปทานสวนเกิน (slack)
ยังสูง และ (2) ปญหาความไมสอดคลองกันระหวางอุปสงคและอุปทานแรงงาน (mismatch)
รุนแรงขึ้นหลังเกิดการเคลื่อนยายแรงงาน ซึ่งภาวะดังกลาวจะสงผลทําใหแรงงานไทยที่วางงาน
และทํางานต่ําระดับ จะยังมีจํานวนสูงกวาระดับกอน COVID-19 กดดันแนวโนมการขึ้นคาแรงในชวง
ที่คาครองชีพเรงตัว
105
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
44
Q4/2021
Q1/2022
ตลาดแรงงานไทยยังไมกลับไปสูระดับกอน COVID-19 ทั้งในดานอัตราการวางงาน จํานวนคนทํางานต่ําระดับ และจํานวนชั่วโมง
ทํางาน แมมีการฟนตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ป 2021 จากไตรมาสกอนหนา ในภาพรวมตลาดแรงงานจึงยังมีอุปทานสวนเกิน (slack)
จํานวนผูวางงานและอัตราการวางงานของไทย
หนวย : พันคน
สัดสวนการกูยืมในชวง COVID-19 ตามแหลงที่มา*
หนวย : % ของผูตอบแบบสอมถามที่ทําการกูยืมในชวง COVID-19
จํานวนชั่วโมงการทํางานเฉลี่ย
หนวย : ชั่วโมง/สัปดาห
หนวย : % กําลังแรงงาน
323
341
377
451
404
373
395
745
738
727
758
732
871
632
0.8%
0.9%
1.0%
1.2%
1.1%
1.0%
1.0%
2.0%
1.9%
1.9%
2.0%
1.9%
2.3%
1.6%
0.0%
0.5%
1.0%
1.5%
2.0%
2.5%
0
100
200
300
400
500
600
700
800
900
1,000
2014
2015
2016
2017
2018
2019
Q1-2020
Q2-2020
Q3-2020
Q4-2020
Q1-2021
Q2-2021
Q3-2021
Q4-2021
ผูวางงาน อัตราวางงาน (แกนขวา)
1.0% 1.6%
กอน COVID-19 ลาสุด
กอน COVID-19
6.5
7.2 6.9 6.7 6.8 6.9
9.3
10.6
8.1
7.0
10.1
7.7
8.4
7.4
0
2
4
6
8
10
12
14
2014
2015
2016
2017
2018
2019
Q1-2020
Q2-2020
Q3-2020
Q4-2020
Q1-2021
Q2-2021
Q3-2021
Q4-2021
ทํางานตั้งแต 1-34 ชม./สัปดาห
ทํางาน 0 ชม./สัปดาห (เสมือนวางงาน)
6.8 7.4
กอน COVID-19 ลาสุด
กอน COVID-19
43.6
42.8
42.7
42.6
42.5
42.3
40.4
37.8
41.1
41.9
39.6
41.1
40.2
41.2
35
37
39
41
43
45
2014
2015
2016
2017
2018
2019
Q1-2020
Q2-2020
Q3-2020
Q4-2020
Q1-2021
Q2-2021
Q3-2021
Q4-2021
42.8 41.2
กอน COVID-19 ลาสุด
กอน COVID-19
หมายเหตุ : *ผูมีงานทําที่ทํางาน 0 ชม. หมายถึง ผูที่ไมไดทํางานที่กอใหเกิดรายไดระหวาง 7 วันกอนวันสัมภาษณ แตมีงานหรือธุรกิจที่จะกลับไปทํา
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ
*
106
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
45
Q4/2021
Q1/2022
-1,500
-1,000
-500
0
500
1,000
1,500
0 ชั่วโมง 1 ถึงไมเกิน 35 ชม. 35 ถึงไมเกิน 50 ชม. ตั้งแต 50 ชม. ขึ้นไป จางงานรวม
เกษตร การผลิต กอสราง โรงแรมและรานอาหาร คาสง-คาปลีก บริการอื่น ๆ
ในชวง COVID-19 แรงงานมีการยายเขาภาคเกษตรซึ่งมีรายไดนอย และยังเปนงานในภาคเกษตรที่ทํางานนอยชั่วโมงอีกดวย
โดยกลุมงานที่หายไปคืองานเต็มเวลาและงานโอทีที่หายไปรวมกันถึง 1.3 ลานคน
การจางงานเฉลี่ย 2021 เทียบกอน COVID-19
หนวย : จํานวนคนเปลี่ยนแปลงเทียบ 2021 vs 2019, พันคน
จํานวนผูมีงานทําตามระดับการทํางานรายอุตสาหกรรม เปรียบเทียบระหวาง 2021 และ 2019
หนวย : พันคน
138
204
47
18
-114
9
-204
61
-2
120
-300
-250
-200
-150
-100
-50
0
50
100
150
200
250
รวม
(13.5k)
เกษตร
(6.2k)
ร
า
นอาหาร
(10.1k)
ก
อ
สร
า
ง
(10.8k)
โรงแรม
(12.6k)
ค
า
ส
ง
-ปลี
ก
(13k)
การผลิ
ต
(14.8k)
ขนส
ง
-โกดั
ง
(15.9k)
อื
่
น
ๆ
(16.8k)
บริ
ก
ารสุ
ข
ภาพ
(19.1k)
*ใน () แสดงรายไดของลูกจาง
เอกชนเฉลี่ยป 2021
รายไดเฉลี่ยของสาขาที่การจางงานเพิ่ม = 1.1 หมื่นบาท/เดือน
รายไดเฉลี่ยของสาขาที่การจางงานลด = 1.5 หมื่นบาท/เดือน
แรงงานเคลื่อนยายสู
อุตสาหกรรมที่รายไดต่ํากวา
ขนสง
อีคอมเมิรซ
เติบโต
นักทองเที่ยวหายไป
เรียงอุตสาหกรรมตามรายไดจากนอยไปมาก
วิกฤตเศรษฐกิจ
ภาวะโรคระบาด
และเทรนด
สุขภาพ
การจางงานรวม
เพิ่มขึ้นเล็กนอย แต
เปนการเพิ่มขึ้นใน
งานต่ําระดับเปนหลัก
(เพิ่ม 0.4 ลาน) (เพิ่ม 1.1 ลาน) (ลด 0.2 ลาน) (ลด 1.1 ลาน) (เพิ่ม 0.1 ลาน)
คนทํางานต่ําระดับเพิ่มขึ้นในทุกสาขาธุรกิจ
โดยสวนใหญเปนแรงงานภาคเกษตร
จํานวนคนทํางาน
ลวงเวลาลดลงในทุก
สาขาธุรกิจ โดยเฉพาะ
ในภาคการผลิต
จํานวนคนทํางาน
full-time ลดลง
เล็กนอย จากภาค
เกษตร และโรงแรม
และรานอาหาร
หมายเหตุ : *ผูมีงานทําที่ทํางาน 0 ชม. หมายถึง ผูที่ไมไดทํางานที่กอใหเกิดรายไดระหวาง 7 วันกอนวันสัมภาษณ แตมีงานหรือธุรกิจที่จะกลับไปทํา
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ
*
107
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
46
Q4/2021
Q1/2022
นอกจากนี้ แรงงานไทยยังมีการออกจากลูกจางไปทํางานอิสระ และการออกนอกระบบประกันสังคมจากทุกอุตสาหกรรม
ซึ่งมีแนวโนมไดรายไดนอยกวาและมีความมั่นคงลดลงดวยเชนกัน
การจางงานเฉลี่ย 2021 เทียบกอน COVID-19
หนวย : จํานวนคนปลี่ยนแปลงเทียบ 2021 vs 2019, พันคน
สัดสวนแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33
หนวย : % ตอจํานวนผูมีงานทํารวม
138
-973
-76
83 124
974
-1,500
-1,000
-500
0
500
1,000
1,500
รวม
ลู
ก
จ
า
งเอกชน
นายจ
า
ง
ช
ว
ยงานที
่
บ

า
น
ลู
ก
จ
า
งรั
ฐ
บาล-รั
ฐ
วิ
ส
าหกิ
จ
ทํ
า
งานอิ
ส
ระ
จํานวนผูทําอาชีพอิสระเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่จํานวนลูกจางเอกชนที่มี
ความมั่นคงทางรายไดมากกวาลดลง
31.2%
28.6%
26%
27%
28%
29%
30%
31%
32%
2017Q1
2017Q3
2018Q1
2018Q3
2019Q1
2019Q3
2020Q1
2020Q3
2021Q1
2021Q3
วิกฤต COVID-19
วิกฤต COVID-19 สงผลใหแรงงานราว 6 แสนคนตองออก
นอกระบบประกันสังคม สูญเสียสวัสดิการที่เคยไดรับไป ทั้งนี้
การออกนอกระบบเกิดขึ้นในทุก ๆ อุตสาหกรรม
ต่ําสุดนับตั้งแต Q4/2017
การเปลี่ยนแปลงจํานวนแรงงาน
ในระบบประกันสังคมรายอุตสาหกรรม
(ธ.ค. ‘21 เทียบ ธ.ค. ‘19)
• เกษตร ลดลง 6.9 พันคน (-5.4%)
• การผลิต ลดลง 2.6 แสนคน (-7.6%)
• กอสราง ลดลง 2 หมื่นคน (-3.3%)
• คาสงคาปลีก ลดลง 4.2 หมื่นคน (-2.5%)
• โรงแรม รานอาหาร ลดลง 1.6 แสนคน (-30.8%)
• บริการอื่น ๆ ลดลง 6.8 หมื่นคน (-1.3%)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ และสํานักงานประกันสังคม
108
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
47
Q4/2021
Q1/2022
ปญหาความไมสอดคลองกันระหวางอุปสงค
และอุปทานแรงงาน (mismatch)
รุนแรงขึ้น หลังเกิดการเคลื่อนยายแรงงาน
109
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
48
Q4/2021
Q1/2022
การเปลี่ยนอาชีพของแรงงานไทยทําใหมีการยายถิ่นฐานกลับตางจังหวัด ประกอบกับแรงงานตางดาวมีจํานวนลดลงในทุกภูมิภาค
ทําใหแรงงานขาดแคลน โดยเฉพาะสําหรับธุรกิจใน กทม. และภาคกลาง ที่พึ่งพาแรงงานตางดาวสูง
การเปลี่ยนแปลงจํานวนแรงงาน จากการเปลี่ยนแปลงของแรงงานตางดาวในไทยและการยายถิ่นฐานของคนไทยในชวง COVID-19*
หนวย : พันคน การเปลี่ยนแปลงของจํานวนแรงงานเทียบ
ป 2019
• แนวโนมการยายเขาภาคเกษตรของคนไทย
สงผลใหแรงงานใน กทม. และภาคกลาง
(รวมปริมณฑล และภาคตะวันออก) มีการ
ยายกลับภาคเหนือและภาคอีสาน
• จํานวนแรงงานตางดาวที่เขามาทํางานในไทย
ลดลงในชวงป 2021 เทียบกับชวงกอน
COVID ถึง 6.5 แสนคน โดยเปนการลดลง
ในทุกภูมิภาค
• สถานการณดังกลาวสงผลทําใหธุรกิจใน
เมืองหาแรงงานยากขึ้น ในชวงที่กิจกรรม
ทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา โดยเฉพาะกลุมที่
เคยพึ่งพาแรงงานตางดาว ที่อาจตองเสีย
ตนทุนแรงงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากตอง
เปลี่ยนจากการจางแรงงานตางดาวไปจางคน
ไทยซึ่งมีคาแรงที่สูงกวา
-654
-165
-417
1 33
-105
(700)
(600)
(500)
(400)
(300)
(200)
(100)
-
100
รวม กรุงเทพฯ กลาง เหนือ อีสาน ใต
คนไทยยายถิ่น
ตางดาวลดลง
รวมแรงงานลดลงจาก 2 ปจจัย
คนไทยยายจาก กทม. และภาคกลาง กลับภาคเหนือ/อีสาน
ในชวง COVID-19 สอดคลองกับการยายเขาภาคเกษตร
จํานวนแรงงานตางดาวในไทย
• สิ้นป 2019 = 3.0 ลานคน
• สิ้นป 2020 = 2.5 ลานคน
• สิ้นป 2021 = 2.4 ลานคน
หมายเหตุ : *ขอมูลการสํารวจป 2020 ชวง 1 ตุลาคม 2019 ถึง 30 กันยายน 2020
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ และกรมบริหารแรงงานตางดาว
110
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
49
Q4/2021
Q1/2022
ปญหาการขาดแรงงานตางดาวและคนไทยยายถิ่นสงผลกระทบตอธุรกิจแตกตางกัน ตามสัดสวนการพึ่งพาแรงงาน
และความสามารถในการปรับตัว
ระดับผลกระทบจากปญหาขาดแคลนแรงงานตอตนทุนคาแรงของภาคธุรกิจ
หมายเหตุ : ณ กรกฎาคม 2019 รายไดเฉลี่ยตอเดือนของแรงงานตางดาวทักษะนอยอยูที่ราว 8-9 พันบาท/ *สํารวจธุรกิจ 209 ราย
ที่มา : การวิเคราะหของ EIC จากขอมูลของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจปวย อึ๊งภากรณ (วิเคราะหจากขอมูลประกันสังคม กรกฎาคม 2019) และธนาคารแหงประเทศไทย
มาก ปานกลาง นอย
กลุมธุรกิจรานอาหาร โรงแรม บริการ
ทองเที่ยว การผลิต ในเขตเมือง เพราะจะไดรับ
ผลกระทบจากคนไทยที่ยายกลับตางจังหวัด
แตตนทุนคาแรงอาจไมเพิ่มสูงเทาการเปลี่ยน
จากตางดาวเปนคนไทย โดยผูประกอบการอาจ
เลือก utilize แรงงานเดิมที่มี หรือเปลี่ยน
รูปแบบการทํางาน รวมถึงนําเทคโนโลยีมาใช
กลุมธุรกิจ เกษตร ประมง กอสราง เพราะมัก
มีการพึ่งพาแรงงานตางดาวสูง ทั้งนี้หากธุรกิจ
เปลี่ยนมาใชแรงงานไทย ตนทุนคาแรงจะสูงขึ้น
ราว 1-3 พันบาทตอเดือนตอคน หรือ ราว 10-
30% นอกจากนี้ การหาคนไทยที่ทํางานประเภท
ที่ใชแรงงานตางดาวยังทําไดยากขึ้นโดยเฉพาะใน
เขตเมืองที่คนไทยมีการยายถิ่นฐาน
กลุมธุรกิจที่พึ่งพาแรงงาน high skill เชน
hi-tech บริการวิชาชีพ สุขภาพ หรือกลุม
ธุรกิจ low labor intensity เชน การเงิน
สื่อสาร พลังงาน หรือ ธุรกิจที่สามารถ
ปรับตัวไปใชเทคโนโลยีทดแทนแรงงานแลว
ผลสํารวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยธนาคารแหงประเทศไทย ณ กุมภาพันธ 2022 พบวา 37% ของธุรกิจที่สํารวจ* มีปญหาขาดแคลนแรงงาน โดยกลุมที่มี
ปญหาสวนใหญจะปรับตัวดวยการจางแรงงาน part time หรือเพิ่มชั่วโมงทํางาน ขณะที่การใชวิธีปรับเพิ่มคาแรงเพื่อดึงดูดแรงงานใหมยังเปนสวนนอย
111
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
50
Q4/2021
Q1/2022
แมอัตราการวางงานจะต่ําลง แตปญหา mismatch ไดสงผลใหสัดสวนของคนวางงานนานกลับสูงขึ้น ทําใหแรงงานกลุมนี้
(ราว 3 แสนคนจากคนวางงานทั้งหมด 6 แสนคน) ขาดรายไดเปนเวลานาน อีกทั้ง ยังขาดชวงในการเพิ่มทักษะ ทําใหโอกาส
ในการกลับเขาตลาดแรงงานยิ่งนอยลงในชวงที่ผานมา จึงมีสัดสวนของแรงงานที่ตัดสินใจไมหางานเพิ่มขึ้นดวย
อัตราการวางงาน
หนวย : % ตอกําลังแรงงาน
สัดสวนคนวางงานนาน (6 เดือนขึ้นไป)
หนวย : % ตอผูวางงานทั้งหมด
สัดสวนคนวางงานที่ไมหางาน จากเหตุผล “เชื่อวาหางาน
ไมได” และ “หางานมาแลวแตหาไมได”
หนวย : % ตอผูวางงานทั้งหมด
1.0% 1.0%
1.9%
1.6%
0.0%
0.2%
0.4%
0.6%
0.8%
1.0%
1.2%
1.4%
1.6%
1.8%
2.0%
AVG
2014-2019
Q4-2019
Q4-2020
Q4-2021
17% 18% 19%
24%
0%
10%
20%
30%
AVG
2014-2019
Q4-2019
Q4-2020
Q4-2021
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ
10% 12%
21% 23%
15%
16%
12%
26%
0%
10%
20%
30%
40%
50%
AVG
2014-2019
Q4-2019
Q4-2020
Q4-2021
ตั้งแต 6 แตไมเกิน 12 เดือน
ตั้งแต 1 ปขึ้นไป
วางงานตั้งแต 6 เดือน แตไมเกิน 12 เดือน
วางงานตั้งแต 1 ปขึ้นไป
112
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
51
Q4/2021
Q1/2022
Q: สถานการณคาแรงในป 2022 มีทิศทางเปนอยางไร?
• คาแรงคนไทยในภาพรวมของป 2022 นาจะปรับเพิ่มไดบางตามการฟนตัวของเศรษฐกิจ
และการปรับตามคาครองชีพ แตอัตราการปรับเพิ่มจะไมไดมากนัก จาก (1) slack ที่ยังสูง
ทั้งคนวางงานและการทํางานต่ําระดับ และ (2) ความพรอมของภาคธุรกิจในการขึ้นคาแรงมี
คอนขางจํากัด ถือเปนความทาทายสําคัญตอรายได-การใชจายของครัวเรือนในภาวะที่คา
ครองชีพเรงตัว
• อยางไรก็ตาม แรงกดดันตอคาแรงในบางพื้นที่-บางธุรกิจ-บางทักษะอาจมีสูงกวา
คาเฉลี่ยได โดยเฉพาะในจุดที่ขาดแคลนมาก เชน ธุรกิจกอสรางใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล
ภาคตะวันออก ธุรกิจการเกษตร และประมง ทั้งนี้คาแรงที่เพิ่มขึ้นในจุดดังกลาวจะไมสูงขึ้น
แบบรุนแรง เพราะ (1) ถาสวนตางสูงมาก จะดึงดูดให slack ที่ยังมีสูง เชน แรงงานที่ยาย
จากเมืองไป เริ่มกลับเขาสูตลาดแรงงาน และ (2) หาก COVID-19 คลี่คลาย แรงงานตางดาว
จะเริ่มกลับเขามา ซึ่งจะชวยลดแรงกดดันดานคาจางลง
• EIC มองวาตนทุนแรงงานภาคธุรกิจที่เพิ่มหลัก ๆ นาจะมาจาก ธุรกิจที่ตองเปลี่ยนจาก
แรงงานตางดาวมาเปนแรงงานคนไทย ซึ่งความแตกตางของคาจางโดยเฉลี่ยจะอยูที่ราว
10-30%
113
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
52
Q4/2021
Q1/2022
คาแรงปรับเพิ่มขึ้นไมทันคาครองชีพที่เรงตัว
ขณะที่ความสามารถในการขึ้นคาแรง
ของภาคธุรกิจมีจํากัด
114
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
53
Q4/2021
Q1/2022
54.8%
3.0%
0
0..3
3%
%
-18.9%
-40.5%
Agri (1.2%)
Services excl. Hotel (90%)
Total
Manu (8.1%)
Hotel (0.8%)
จํานวนการเปดกิจการใหมในภาพรวมทรงตัวเทียบกอน COVID-19 ขณะที่ขนาดธุรกิจเล็กลง อีกทั้ง ธุรกิจเดิมที่ยังอยูก็มีสัดสวน
ของบริษัทผีดิบเพิ่มมากขึ้น สะทอนถึงแนวโนมการจางงานและความสามารถในการขึ้นคาแรงของธุรกิจไทยจะยังมีจํากัด
อัตราการเปลี่ยนแปลงจํานวนนิติบุคคลใหม (ไมรวมวิสาหกิจชุมชน)
หนวย : %
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการคา
ทุนจดทะเบียนเฉลี่ยของนิติบุคคลจดทะเบียนใหมในไทย
หนวย : ลานบาทตอบริษัท
สัดสวนบริษัทผีดิบในไทย
หนวย : % ตอจํานวนบริษัททั้งหมด
ใน () สัดสวนนิติบุคคลใหม ณ เดือนกุมภาพันธ 2022
12 เดือนลาสุด เทียบกอน COVID (2019)
7.0
5.2
4.6
3.7
3.1
0.0
1.5
3.0
4.5
6.0
7.5
2017 2018 2019 2020 2021
6.1% 6.4%
7.1%
7.7%
9.1%
12.2%
0%
2%
4%
6%
8%
10%
12%
14%
2015 2016 2017 2018 2019 2020
บริษัทถูกจัดเปน บริษัทผีดิบ หาก
• มี ICR*<1 เปนเวลา 3 ปติดตอกัน
• บริษัทมีอายุมากกวา 10 ป
เกษตร
ธรุกิจภาคบริการ ไมรวม โรงแรม
รวม
การผลิต
โรงแรม
*ICR, Interest Coverage Ratio = EBIT Margin * Sales / Interest Expenses
115
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
54
Q4/2021
Q1/2022
สรุป
แนวโนมตลาดแรงงานไทยป 2022 จะฟนตัวชาจากอุปทานสวนเกิน (slack) ที่ยังมีมากและปญหา
mismatch ทั้งในดานพื้นที่และดานทักษะ สงผลทําใหคาแรงมีแนวโนมปรับขึ้นไดไมมากนัก เปนความ
ทาทายสําคัญของภาคครัวเรือนในภาวะคาครองชีพสูงและหนี้สูง
116
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
55
Q4/2021
Q1/2022
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายสําหรับตลาดแรงงานไทยป 2022
การปรับ-เพิ่มทักษะ
(Reskill-Upskill) แรงงาน
skills ที่ธุรกิจตองการเปลี่ยนไปมาก และงาน
บางประเภทกําลังเปนที่ตองการนอยลง การพัฒนา
ทักษะแรงงานจึงเปนเรื่องจําเปนและเรงดวน
โดยควรเปนความรวมมือของทั้งเอกชนและภาครัฐ
ในทั้งการกําหนดทักษะที่เปนที่ตองการ จัดหาแหลง
การเรียนรูฟรีและเขาถึงงาย เชน free online
courses ที่เรียนรูไดตลอด 24 ชั่วโมง และมีการให
การรับรอง รวมไปถึงสนับสนุนกลุมที่ยังขาดโอกาส
ในการพัฒนาทักษะ โดยมักเปนกลุมแรงงานรายได
นอย ที่ขาดการแนะแนวทางการพัฒนาทักษะ
ไมมีเวลาไปพัฒนาทักษะ เนื่องจากตองทํางานหาเชา
กินค่ํา โดยสําหรับกลุมนี้อาจมีการชดเชยรายได
เพิ่มเติม นอกเหนือจากใหเรียนฟรี
ยกระดับกลไกการจับคู
นายจาง-ลูกจาง (Job matching)
โดยใช digital platform ที่ใชงาย สะดวก
และตองมีการประชาสัมพันธ กระตุน/จูงใจ
platform ใหเปนที่รูจัก เพื่อใหเกิด
network effect (คือแรงงานและนายจางใช)
โดย platform นี้ อาจเกิดไดจากทั้งการลงทุน
โดยภาครัฐหรือความรวมมือระหวางภาคธุรกิจ
เพื่อตอบโจทยทั้งสําหรับแรงงานที่ตองการ
กลับเขาสูตลาดแรงงานและนายจางที่ตองการ
แรงงานในชวงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
เริ่มฟนตัว
ลดอุปสรรค (friction) และ
สนับสนุนการเคลื่อนยายกลับ
สูตลาดแรงงาน
เชน การชวยคาเดินทางระหวางจังหวัด
มาตรการลดภาระคาครองชีพในเมือง
การเพิ่มความเชื่อมั่นแกแรงงานตอเรื่อง
ผลกระทบจาก COVID-19 ดวยการรับมือ
โรคระบาดที่รัดกุม แนวทางนโยบายและ
การสื่อสารใหขอมูลที่ชัดเจน มาตรการรองรับ
แรงงานไดรับผลกระทบจากการปดกิจการ
ชั่วคราว เชน จัดหาที่พักชั่วคราว
การชวยเหลือดานการชดเชยรายได
อยางเหมาะสม ฯลฯ
นโยบายสําหรับ
ประเด็นแรงงานตางดาว
โดยในระยะสั้น ควรผอนคลายการรับแรงงาน
ตางดาวกลับเขาประเทศ อาจพิจารณาทําควบคู
ไปกับการจัดสรรวัคซีนสวนเกินใหแรงงานตาง
ดาวที่ยังเขาไมถึง เพื่อลดความรุนแรงของปญหา
การขาดแคลนแรงงาน
สวนในระยะยาว ควรสนับสนุนการปรับตัวของ
ภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน
โดยการพัฒนาทักษะแรงงานตางดาวควบคูไป
กับการลงทุนดานนวัตกรรม กาวขามการดําเนิน
ธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกเปนปจจัยหลัก
117
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
56
Q4/2021
Q1/2022
ภาครัฐยังมีบทบาทสําคัญในการพยุงเศรษฐกิจในป 2022
โดยเฉพาะนโยบายลดคาครองชีพที่ควรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ราคาพลังงานมีแนวโนมที่จะอยูในระดับที่สูงตลอดป 2022 และจะเปนภาระดานการคลังที่สําคัญของรัฐบาล
ดังนั้น ภาครัฐจําเปนตองทบทวนกรอบมาตรการชวยเหลือแบบใหมที่มีประสิทธิภาพ ตรงกลุมเปาหมาย และยั่งยืนมากขึ้น
เชน การใชนโยบายที่เจาะจงเฉพาะกลุม หรือการอุดหนุนในรูปแบบที่ราคาขายปลีกสามารถปรับขึ้นลงเพื่อสะทอนราคาตลาดโลก
118
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
57
Q4/2021
Q1/2022
การอุดหนุนราคาขายปลีกพลังงานแบบหนากระดานกอใหเกิดผลกระทบและความเสี่ยงตอเศรษฐกิจใน 3 ดานหลัก
การเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงและราคาน้ํามัน Brent
หนวย : ลานบาทตอเดือน (แกนซาย), UDS/barrel (แกนขวา)
-
20
40
60
80
100
-14000
-9000
-4000
1000
Jan-19
Mar-19
May-19
Jul-19
Sep-19
Nov-19
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Gasoline Diesel LPG Brent
• ที่ผานมารัฐบาลมีมาตรการชวยเหลือเพื่อลดภาระคาครองชีพโดยการตรึงราคาน้ํามัน
ดีเซลและ LPG ผานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงและการลดภาษีสรรพสามิต แตราคาพลังงานที่พุง
สูงขึ้นทําใหกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงขาดดุลเปนจํานวนมาก
• EIC ประเมินวาหากภาครัฐไมพยุงราคาดีเซล ราคาคาปลีกในปจจุบันที่ราคา Brent ราว 110
ดอลลารสหรัฐตอบารเรล จะอยูที่ราว 38-39 บาทตอลิตร
• คาดภาครัฐอาจตองใชเงินราว 1.7 แสนลานบาทตลอดป 2022 เพื่อชดเชยกองทุนน้ํามัน
(หากภาครัฐยกเลิกการตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาทตอลิตรหลังสิ้นเดือน เมษายน 2022 และเขา
ไปชวยครึ่งหนึ่งของสวนที่ราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นและทยอยปรับขึ้นราคา LPG 3 ครั้ง
โดยปรับขึ้นเดือนละ 1 บาทตอกิโลกรัมหลังสิ้นเดือนมีนาคม 2022)
ความเสี่ยงดานที่ 1 : การอุดหนุนอาจไมไดชวยบรรเทาผลกระทบตอผูมีรายไดนอยโดยตรง
คาใชจายดีเซลเฉลี่ยตอครัวเรือนที่ใชในการเดินทางเฉลี่ยตอเดือนแยกตามกลุมรายได
หนวย : บาท (q1 คือ ครัวเรือนที่มีรายไดต่ําสุด 20% แรก และ q5 คือ ครัวเรือนรายไดสูงสุด 20% แรก)
110 202 372
665
1,056
0
500
1,000
1,500
2,000
2,500
q1 q2 q3 q4 q5
รายจายดีเซลที่ใชในการเดินทาง
สัดสวนรายจายเชื้อเพลิงเทียบกับรายจายที่ใชในการเดินทางทั้งหมด (จากขอมูลครึ่งปแรก 2021)
ประเภทเชื้อเพลิง Quintile 1 Quintile 4 และ 5 (เฉลี่ย)
เบนซิน 72% 62%
ดีเซล 28% 38%
• ครัวเรือนที่มีรายไดสูง 20% แรกไดรับประโยชนในเชิงเม็ดเงินจากมาตรการตรึงราคาน้ํามันดีเซลแบบหนากระดานเทียบกับกลุมรายได
นอย 20% ลางสุดมากกวามากถึง 9.6 เทา เนื่องจากเปนผูใชพลังงานในปริมาณมากกวา หรือกลาวคือทุก 100 บาทจากการ
อุดหนุนดีเซลจากภาครัฐจะไปตกที่คนรายไดสูงสุด 40% แรกราว 72 บาท หรือ 72%
• มีการศึกษาของ IMF ดานเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงในประเทศกาลังพัฒนา 42 ประเทศระหวางป 2005 – 2014 พบวาโดยเฉลี่ยครัวเรือน
ที่มีรายไดสูงที่สุด 20% ไดรับเงินอุดหนุนจากนโยบายการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงขายปลีก (retail fuel subsidies) เชน ดีเซล แกสโซลีน
และ LPG มากกวา 6 เทาของครัวเรือนรายไดต่ําที่สุด 20%
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพลังงาน CEIC ,สํานักงานสถิติแหงชาติ และ IMF
119
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
58
Q4/2021
Q1/2022
การอุดหนุนราคาขายปลีกพลังงานแบบหนากระดานกอใหเกิดผลกระทบและความเสี่ยงตอเศรษฐกิจใน 3 ดานหลัก
• ที่ผานมาภาครัฐไดทําการตรึงราคาขายปลีกดีเซลไวที่ 30 บาท ตอลิตรมาเปนเวลานาน และราคา
ไมไดสะทอนถึงราคาตลาดโลกที่แทจริง
• หากไมมี Exit strategy จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงตอการที่กองทุนจะขาดทุนมาก กระทั่ง ณ จุดหนึ่งที่
รัฐบาลอาจจะตรึงราคาตอไมไหวและตองปลอยลอยตัว
• ชวงป 2004 รัฐตรึงราคาขายปลีกดีเซลไวที่ราว 14 บาททั้งป แตในป 2005 รัฐบาลตองปรับราคา
ดีเซลขึ้นอยางรวดเร็ว เชน 3 บาทในคราวเดียวในเดือนมีนาคม 2005 และขึ้น 4 บาทในชวง
กรกฎาคม จากการที่กองทุนน้ํามันขาดทุนอยางหนักทําใหเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจในขณะนั้น
อยางมากเนื่องจากภาคประชาชนและธุรกิจไมสามารถปรับตัวไดทัน
ความเสี่ยงดานที่ 2 : เพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
อยางรุนแรง (Economic shocks)
ความเสี่ยงดานที่ 3 : การอุดหนุนราคาพลังงานสงผลใหเกิดการใชพลังงาน
อยางขาดประสิทธิภาพ
• ไทยเปนประเทศผูนําเขาน้ํามันและกาซธรรมชาติสุทธิ โดยที่ผานมาในชวงราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น
การอุดหนุนราคาพลังงานทําใหดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสูงขึ้น คาเงินบาทมีแนวโนมออนคาลง แต
ผูบริโภคใชพลังงานในปริมาณที่เทาเดิม
• เกิดการใชพลังงานอยางขาดประสิทธิภาพ โดยในป 2019 ประสิทธิภาพการใชพลังงานของประเทศไทย
(Energy intensity) โดยวัดจาก Primary energy consumption ตอ Real GDP อยูที่อันดับ 55
จาก 70 ประเทศทั่วโลก เปนรองกลุมประเทศสงออกน้ํามันแตสูงกวากลุมประเทศที่พึ่งพาการนําเขา
พลังงาน และ Energy intensity ของไทยแทบไมดีขึ้นเลยในชวง 20 ปที่ผานมา
Intensity change
Sweden -37%
China -34%
United States -29%
Indonesia -26%
Singapore -22%
India -21%
Malaysia -18%
Thailand -1%
กองทุนน้ํามันขาดทุนกวาเกาหมื่นสองพันลาน
บาททําใหรัฐบาลตัดสินใจปลอยราคาดีเซล
ลอยตัวในชวงป 2005
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพลังงาน, สํานักงานสถิติแหงชาติ, BP และ CEIC
120
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
59
Q4/2021
Q1/2022
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายสําหรับทางออกในการแกปญหาราคาพลังงาน
• ใใน
นช
ชว
วง
งท
ทีี่่ร
รา
าค
คา
าน
น้้ํํา
าม
มััน
นอ
อย
ยููใใน
นร
ระะด
ดัับ
บส
สููง
ง ก
กา
าร
รช
ชว
วย
ยเเห
หล
ลืือ
อก
กล
ลุุม
มเเป
ปร
รา
าะะบ
บา
าง
งแ
แล
ละะก
กล
ลุุม
มท
ทีี่่ม
มีีร
รา
าย
ยไได
ดน
นอ
อย
ยผ
ผา
าน
นโโค
คร
รง
งก
กา
าร
รท
ทีี่่เเฉ
ฉพ
พา
าะะเเจ
จา
าะะจ
จง
ง เชน กลุมรายไดนอย
กลุมผูประกอบการธุรกิจขนสงสาธารณะ ก็จะทําใหการชวยเหลือเขาถึงไดตรงจุดและรัฐสามารถควบคุมงบประมาณได
• ก
กา
าร
รต
ตร
รึึง
งร
รา
าค
คา
าม
มีีค
คว
วา
าม
มเเส
สีี่่ย
ยง
งท
ทัั้้ง
งใใน
นด
ดา
าน
นช
ชอ
อง
งว
วา
าง
งร
ระะห
หว
วา
าง
งร
รา
าค
คา
าท
ทีี่่ต
ตร
รึึง
งแ
แล
ละะร
รา
าค
คา
าต
ตา
าม
มต
ตล
ลา
าด
ดท
ทีี่่ก
กว
วา
าง
งข
ขึึ้้น
นในชวงที่ราคาน้ํามันโลกปรับขึ้นอยางปจจุบัน
และปริมาณการใชที่อาจจะไมลดลงเนื่องจากไมมีสัญญาณดานราคาที่สงผานไปถึงผูบริโภค
• ก
กา
าร
รป
ปร
รัับ
บร
รา
าค
คา
าแ
แบ
บบ
บค
คอ
อย
ยเเป
ปน
นค
คอ
อย
ยไไป
ปผ
ผา
าน
นก
กา
าร
รส
สร
รา
าง
งส
สููต
ตร
รท
ทีี่่ช
ชััด
ดเเจ
จน
น จะทําใหราคาน้ํามันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้นอยางคอยเปนคอยไป และไม
ฝนตรึงราคาที่จุดใดจุดหนึ่งนาน เพื่อไมใหรัฐตองเพิ่มงบประมาณในการตรึงราคามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อราคาโลกเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงของ
การสราง price shock ที่อาจทําใหเศรษฐกิจชะงักงัน
• ใใน
นข
ขณ
ณะะเเด
ดีีย
ยว
วก
กััน
น ก
ก็็ใให
หส
สััญ
ญญ
ญา
าณ
ณก
กัับ
บผ
ผููบ
บร
ริิโโภ
ภค
คว
วา
า น
น้้ํํา
าม
มััน
นม
มีีร
รา
าค
คา
าส
สููง
งข
ขึึ้้น
น เเพ
พืื่่อ
อก
กา
าร
รป
ปร
รัับ
บก
กา
าร
รบ
บร
ริิโโภ
ภค
คต
ตา
าม
มค
คว
วา
าม
มเเห
หม
มา
าะะส
สม
ม ลดระดับของการขาดดุลการคา
และแนวโนมคาเงินบาทออนที่จะยิ่งทําใหเงินเฟอเรงตัวยิ่งขึ้น
• น
นโโย
ยบ
บา
าย
ยเเพ
พืื่่อ
อเเพ
พิิ่่ม
มป
ปร
ระะส
สิิท
ทธ
ธิิภ
ภา
าพ
พก
กา
าร
รใใช
ชพ
พล
ลััง
งง
งา
าน
นแ
แล
ละะก
กา
าร
รเเพ
พิิ่่ม
มก
กา
าร
รใใช
ชพ
พล
ลััง
งง
งา
าน
นห
หม
มุุน
นเเว
วีีย
ยน
นข
ขอ
อง
งภ
ภา
าค
คธ
ธุุร
รก
กิิจ
จจ
จะะช
ชว
วย
ยล
ลด
ดภ
ภา
าร
ระะข
ขอ
อง
งภ
ภา
าค
คร
รััฐ
ฐใใน
นก
กา
าร
รพ
พย
ยุุง
งร
รา
าค
คา
า
และยังชวยเพิ่มความสามารถในการแขงขันของประเทศอีกดวย
• น
นโโย
ยบ
บา
าย
ยส
สน
นัับ
บส
สน
นุุน
นภ
ภา
าค
คธ
ธุุร
รก
กิิจ
จ ควรเริ่มเนนจากกลุมที่ไดรับผลกระทบอยางรุนแรง เชน ผูประกอบภาคขนสง เพื่อมุงสนับสนุนผูประกอบการให
ลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง โโด
ดย
ยน
นํํา
าก
กา
าร
รค
คิิด
ดต
ตน
นท
ทุุน
นพ
พล
ลััง
งง
งา
าน
นท
ทีี่่ล
ลด
ดล
ลง
ง ((C
Co
os
st
t s
sa
av
viin
ng
g)) ตลอดอายุการใชงานของรถมากําหนด
ระดับการสนับสนุนของภาครัฐ ตลอดจนมีมาตรการสงเสริมการใชพลังงานหมุนเวียน เชน solar rooftop หรือ EV
• การสนับสนุนจากภาคการเงิน เเช
ชน
น G
Gr
re
ee
en
n llo
oa
an
ns
s ก
ก็็จ
จะะช
ชว
วย
ยเเพ
พิิ่่ม
มป
ปร
ระะส
สิิท
ทธ
ธิิภ
ภา
าพ
พก
กา
าร
รใใช
ชพ
พล
ลััง
งง
งา
าน
นไได
ดแ
แล
ละะย
ยััง
งม
มีีผ
ผล
ลก
กร
ระะท
ทบ
บเเช
ชิิง
งบ
บว
วก
กภ
ภา
าย
ยน
นอ
อก
ก ((P
Po
os
siit
tiiv
ve
e
e
ex
xt
te
er
rn
na
alliit
tiie
es
s)) ดานการลดมลพิษควบคูไปดวย
นโยบายบรรเทา
ควรเจาะจง
เฉพาะกลุม
การปรับราคาแบบ
คอยเปนคอยไป หรือ
Managed float
approach
นโยบายสนับสนุนภาค
ธุรกิจในระยะกลาง
และยาว
121
แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022
60
Q4/2021
Q1/2022
ภาครัฐควรสงเสริมใหมีการลงทุนและใชประโยชนจากเทคโนโลยีตาง ๆ เพื่อสรางหวงโซการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและมั่นคง
มีภูมิคุมกันตอโรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรเทาปญหาเงินเฟอจากฝงอุปทาน
อัตราเงินเฟอหมวดอาหารสดของไทย
หนวย : %
ตัวอยางการใชเทคโนโลยีเพื่อชวยสรางระบบอาหารที่มั่นคงในตางประเทศ
-5
0
5
10
15
20
25
30
1992
1996
2017
1998
1990
1995
2002
1991
2009
1997
2022
1993
1994
2018
1999
2000
2001
2003
2020
2004
2021
2005
2006
2007
2014
2008
2010
2011
2012
2013
2016
2015
2019
น้ําทวมใหญ
ภัยแลง
ไขหวัดนก
วิกฤติราคาอาหาร
โลก
น้ําทวมใหญ
ฝนทิ้งชวง
โรคอหิวาต
แอฟริกาในสุกร
• การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะสงผลใหความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศมีแนวโนมที่รุนแรงมากขึ้น
และถี่ขึ้น
• การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศโลก จะทําใหเกิดโรคระบาดในพืชและสัตวเพิ่มขึ้น
?
Alibaba ใชขอมูลของสุกร เชน ใบหนา การไอ และอุณภูมิ มาทําการวิเคราะหสุขภาพของสุกรผาน
ระบบ AI ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการเฝาสังเกตสุกรตลอดเวลาดังกลาว จะชวยใหฟารมสุกรสามารถ
ปองกันโรคระบาดไมใหแพรกระจายตัวในวงกวางไดอยางรวดเร็ว
ET Agricultural Brain
Climate change-ready rice
สถาบันวิจัยขาวนานาชาติ
พัฒนาพันธุขาวที่สามารถทน
แลงและทนน้ําทวมได
ชวยใหเกษตรกรเขาถึงสัตวแพทยผาน App และเก็บขอมูลสุกรจากฟารมผานกลองและเซ็นเซอรตลอด
24 ชั่วโมง โดยขอมูลที่ไดมา เชน พฤติกรรมการกินอาหารของสุกร จะถูกนํามาใชวิเคราะหสุขภาพของ
สุกรผานระบบ AI
Tele-veterinary startup
(Telehealth platform for pigs)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC, ศูนยอํานวยการบรรเทาสาธารณภัย, EveryPig, Theguardian, Synced Review, Vulcan Post และ IRRI
122
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022
123
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022
กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปนี้
แม Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่อง
ภาวะการเงินไทยมีแนวโนมปรับตึงตัวขึ้นตามภาวะการเงินโลกและความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
และ คาเงินบาทจะยังออนคาในระยะสั้นแตจะปรับแข็งคาขึ้นเล็กนอยในชวงปลายป
124
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปนี้
แม Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่อง
EIC คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดปนี้ เนื่องจาก กนง. ใหความสําคัญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่
เงินเฟอที่เรงตัวขึ้นนั้นสวนใหญมาจากปจจัยอุปทานและคาดวาจะกลับมาเขากรอบเปาหมายในปหนา นอกจากนี้ ภาระหนี้ที่สูงขึ้น ทําใหการขึ้นดอกเบี้ย
จะกระทบตอเศรษฐกิจมากขึ้น ดานการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะไมกดดัน กนง. เนื่องจากไทยยังมีเสถียรภาพตางประเทศดี
125
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
แนวโนมอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ในปนี้เปนอยางไร
EIC มองวา กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป 2022 เนื่องจาก
1. กนง. มีแนวโนมที่จะใหความสําคัญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังคงเปราะบางและอยูในระดับที่ต่ํากวาชวงกอน COVID-19 จากกําลังซื้อของครัวเรือนที่มีแนวโนมลดลงตามอัตรา
เงินเฟอที่จะเรงตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสงผลใหตนทุนของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ผลกําไรลดลง และอาจชะลอการลงทุนจากเดิม นอกจากนี้ จํานวนนักทองเที่ยวจะฟนตัวชากวาประมาณการเดิม อีกทั้ง
การวางงาน รายได และหนี้ครัวเรือนยังเปนอุปสรรคตอการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย
2. อัตราเงินเฟอของไทยที่เรงตัวขึ้นนั้น สวนใหญมาจากปจจัยอุปทาน ขณะที่อุปสงคยังออนแอ อีกทั้ง เงินเฟอที่สูงขึ้นคาดวาจะเปนเพียงระยะสั้น และจะปรับลดลงเขาสูกรอบเปาหมาย
ไดในปหนา นอกจากนี้ เงินเฟอคาดการณยังไมปรับสูงขึ้นมากนัก โดยลาสุดเงินเฟอคาดการณ 1 ปขางหนาของครัวเรือนอยูที่ 2.6% (กุมภาพันธ 2022)
3. ภาระหนี้ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนของไทย ทําใหการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโนมกระทบตอการบริโภคและการลงทุนมากกวาในอดีต โดยสัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของ
ไทย ณ ไตรมาส 3 ป 2021 ทรงตัวอยูในระดับสูงที่ 89.3% สูงสุดในกลุมประเทศกําลังพัฒนา
การดําเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นอยางรวดเร็วของ Fed จะกดดันให กนง. ตองปรับขึ้นดอกเบี้ยตามหรือไม
EIC มองวา กนง. ไมมีความจําเปนในการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางของสหรัฐฯ เนื่องจาก
1. สหรัฐฯ และไทยมีการฟนตัวทางเศรษฐกิจ และแรงกดดันเงินเฟอ ที่แตกตางกันคอนขางมาก โดยการเติบโตของ GDP ในป 2021 ของ US สูงถึง 5.7% ขณะที่ของไทยอยูที่ 1.6%
2. เสถียรภาพดานตางประเทศของไทยยังแข็งแกรง สะทอนจากเงินสํารองระหวางประเทศที่สูงเปนอันดับ 12 ของโลก และมีสัดสวนหนี้ตางประเทศตอ GDP ต่ํา รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดมี
แนวโนมปรับดีขึ้นในชวงครึ่งหลังของปนี้ สงผลใหไทยมีกันชนรับแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกได
3. สัดสวนการลงทุนของนักลงทุนตางชาติในตลาดการเงินไทยมีจํากัดและอยูต่ํากวาประเทศอื่นในภูมิภาค โดยสัดสวนของนักลงทุนตางชาติในตลาดทุนไทยคิดเปน 26% ขณะที่ในตลาด
ตราสารหนี้ไทยมีการถือครองตราสารหนี้โดยนักลงทุนตางชาติเพียง 9% สงผลใหความเสี่ยงที่จะเกิด Capital flight ของไทยมีจํากัด
กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปนี้ แม Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่อง
126
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
EIC คาด กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป 2022 แมประเทศเศรษฐกิจหลักจะเริ่มดําเนินนโยบายการเงินตึงตัว
ทั้งนี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจทําไดเร็วสุดในป 2023 ซึ่งเปนชวงที่ขนาดของเศรษฐกิจไทยจะกลับไปเทาชวงกอน COVID-19
ตนทุนการระดมทุนในตลาดสินเชื่อของไทย
หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 28 มีนาคม 2022)
0.5
5.42
5.99
0.25
2.82
0
2
4
6
8
10
12
2005
2006
2007
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย MOR*
MLR* MRR*
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปลอยใหม**
Avg. 2005-2021 = 2.23%
Avg. 2005-2015 = 2.79%
หนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะตอ GDP
หนวย : %
80.3 89.3
43.0
59.6
0.0
20.0
40.0
60.0
80.0
100.0
Mar-05
Mar-06
Mar-07
Mar-08
Mar-09
Mar-10
Mar-11
Mar-12
Mar-13
Mar-14
Mar-15
Mar-16
Mar-17
Mar-18
Mar-19
Mar-20
Mar-21
HH Debt
Public Debt
EIC คาดวา กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป2022 เนื่องจาก
• กนง. ใหความสําคัญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังคงเปราะบางและต่ํากวาชวงกอน
COVID-19
• เงินเฟอที่เรงตัวขึ้นนั้น สวนใหญมาจากปจจัยอุปทาน ขณะที่อุปสงคยังออนแอ อีกทั้ง
เงินเฟอที่สูงขึ้นคาดวาจะเปนเพียงระยะสั้น และจะปรับลดลงเขาสูกรอบเปาหมายไดในปหนา
• ภาระหนี้ที่สูงขึ้น ทําใหการขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบตอแนวโนมการบริโภคและการลงทุนมากกวาอดีต
• เงินเฟอคาดการณยังไมปรับสูงขึ้นมาก โดยลาสุดเงินเฟอคาดการณ 1 ปขางหนาของ
ครัวเรือนอยูที่ 2.6% (กุมภาพันธ 2022) และระยะ 5 ปขางหนาของ professional forecasters
อยูที่ 1.9% (ตุลาคม 2021)
EIC คาดจุดสูงสุดของดอกเบี้ยนโยบายในวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้ จะอยูที่ราว 2.25%-2.5%
• คาดการณของผูรวมตลาดประเมินวา Fed funds rate มีแนวโนมแตะระดับสูงสุดที่ราว
3-3.25% ในป 2023 ซึ่ง EIC คาดวา ดวยแนวโนมเศรษฐกิจไทยที่ฟน
ชากวา และยังมีความเสี่ยงอยูมาก ทําใหดอกเบี้ยอาจอยูต่ํากวาสหรัฐฯ เล็กนอย
• อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยเคยแตะระดับสูงสุดที่ 3.5% ในวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบกอน
อยางไรก็ดี จุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยูต่ํากวาวัฏจักรในอดีต เนื่องจาก
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (potential growth) มีแนวโนมลดลงจากอดีต อีกทั้ง
ภาระหนี้ของทั้งครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ก็สูงกวาในอดีตเชนกัน
หมายเหตุ : *คาเฉลี่ยคํานวณจากอัตราดอกเบี้ยสูงสุดกับต่ําสุด / **ถวงน้ําหนักตามวงเงินรายสัญญาของเงินใหสินเชื่อใหม
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย
127
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
EIC มองวา กนง. ไมมีความจําเปนในการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางของ US เนื่องจาก 1) US และไทยมี
การฟนตัวทางเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟอที่แตกตางกัน และ 2) เสถียรภาพดานตางประเทศของไทยยังแข็งแกรง
เสถียรภาพดานตางประเทศของไทย
เปรียบเทียบตัวเลขทางเศรษฐกิจระหวางไทยและสหรัฐฯ
Indicator Thailand US
เศรษฐกิจ Real GDP growth
2020 -6.1%YOY
2021 1.6%YOY
2020 -3.4YOY
2021 5.7%YOY
อัตราเงินเฟอ
(Feb 22)
Headline CPI Inflation
Core CPI Inflation
5.3%YOY
1.8%YOY
7.9%YOY
6.4%YOY
ตลาดแรงงาน Unemployment
Pre-COVID (2019) 1%
2021 1.9%
Pre-COVID (2019) 3.6%
2021 4.2%
ปจจุบัน คาเฉลี่ยป 2015-2018
หนี้ตางประเทศ 36% ตอ GDP 34.2% ตอ GDP
เงินสํารองระหวางประเทศ
3 เทาของหนี้ตางประเทศ
ระยะสั้น
2.6 เทาของหนี้ตางประเทศ
ระยะสั้น
ดุลบัญชีเดินสะพัด $-10.9 Billion $35.9 Billion
• สหรัฐฯ และไทยมีการฟนตัวทางเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟอที่แตกตางกัน โดยการเติบโตของ GDP ในป 2021 ของ US สูงถึง 5.7% ขณะที่ของไทยอยูที่ 1.6% ประกอบกับ
เงินเฟอ US เรงตัวสูงสุดในรอบ 40 ปสู 7.9% ในเดือนกุมภาพันธ ขณะที่เงินเฟอของไทยเดือนกุมภาพันธ อยูที่ 5.3% โดยแมวาจะเปนระดับสูงสุดในรอบ 13 ป แตสวนใหญเปนเงินเฟอ
ที่มาจากปจจัยดานตนทุน
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไดกลับไปสูงกวาชวงกอนเกิดวิกฤต COVID-19 แลว ขณะที่เศรษฐกิจไทยจะยังไมสามารถกลับไปสูระดับกอนวิกฤตไดภายในปนี้ โดย EIC คาดวา เศรษฐกิจไทย
จะทยอยฟนตัวไดดีขึ้นในชวงครึ่งปหลัง และขนาดของเศรษฐกิจไทยมีแนวโนมที่จะกลับไปเทากับชวงกอน COVID-19 ในป 2023 นอกจากนี้ ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ฟนตัวแข็งแกรง
ขณะที่ตลาดแรงงานไทยยังคงออนแอ
• เศรษฐกิจไทยมีปจจัยลดทอนผลกระทบ และมีเครื่องมือพรอมรองรับความผันผวนในตลาดการเงิน โดยเสถียรภาพดานตางประเทศในปจจุบันของไทยยังคงแข็งแกรง สะทอนจากเงิน
สํารองระหวางประเทศของไทยที่สูงเปนอันดับ 12 ของโลก ทําใหมีกันชนตอความผันผวนจากเงินทุนเคลื่อนยายได ขณะที่สัดสวนหนี้ตางประเทศตอ GDP ยังต่ํา และแมไทยจะขาดดุลบัญชี
เดินสะพัด (ครั้งแรกนับตั้งแตป 2014) แตมีแนวโนมปรับดีขึ้นในชวงครึ่งหลังของปนี้ และคาดวาจะกลับมาเกินดุลไดในป 2023 ตามการทองเที่ยวที่ฟนตัว
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และธนาคารแหงประเทศไทย
128
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
3) สัดสวนการลงทุนของตางชาติในไทยมีจํากัด สงผลใหความเสี่ยงที่จะเกิด Capital flight ของไทยอยูในระดับต่ํา และแมวา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยมีความออนไหวตอภาวะการเงินโลกสูง แต 90% ของภาคเอกชนไทยกูยืมผานสถาบันการเงิน
มูลคาการลงทุนทางตรงจากตางประเทศ (FDI) ในอาเซียน
หนวย : %Nominal GDP, เฉลี่ยรายไตรมาส
สัดสวนนักลงทุนตางชาติในตลาดพันธบัตรไทย
หนวย : ลานบาท หนวย : %
ความออนไหวของ Yield curve ตอการเปลี่ยนแปลงของกลุมประเทศ G3
หนวย : percentage point
• ไทยมีสัดสวนการลงทุนของนักลงทุนตางชาติต่ํากวาประเทศอื่นในภูมิภาค ทั้งการ
ลงทุนในตลาดการเงิน และการลงทุนทางตรง (FDI) โดยสัดสวนของนักลงทุน
ตางชาติในตลาดทุนไทยคิดเปน 26% ขณะที่ในตลาดตราสารหนี้ไทยมีการถือครองตรา
สารหนี้โดยนักลงทุนตางชาติเพียง 9% นอกจากนี้ การลงทุนทางตรงจากตางประเทศ
ของไทย (FDI) ก็อยูในระดับต่ํา ดังนั้น ความเสี่ยงที่จะเกิดการไหลกลับเฉียบพลันของ
เงินทุน (Capital flight) ในไทยจึงมีจํากัด
• แมพันธบัตรรัฐบาลไทยจะมีความสัมพันธคอนขางสูงกับพันธบัตรรัฐบาลของกลุม
G3 แตการระดมทุนภาคเอกชนไทยสวนใหญยังเปนการกูยืมผานสถาบันการเงิน โดย
ความออนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยตออัตราผลตอบแทนพันธบัตรใน
ตลาดโลกสูงราว 80% อยางไรก็ดี 90% ของการระดมทุนในไทยเปนการกูยืมผาน
สถาบันการเงิน
11.1% 9.7%
0%
10%
20%
0
500,000
1,000,000
1,500,000
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
ยอดการถือครองพันธบัตรไทยของนักลงทุนตางชาติ
สัดสวนนักลงทุนตางชาติในตลาดพันธบัตรไทย (rhs)
1.25
0.8
0.6
0
0.5
1
1.5
2.2
-2
6
14
22
30 2010 2016 2019 2020 9M2021
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg, CEIC และธนาคารแหงประเทศไทย
129
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
ภาวะการเงินไทยมีแนวโนมปรับตึงตัวขึ้นตามภาวะการเงินโลกและความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
และ คาเงินบาทจะยังออนคาในระยะสั้นแตจะปรับแข็งคาขึ้นเล็กนอยในชวงปลายป
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวมีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอย ตามอัตราผลตอบแทนในตลาดเงินโลกที่มีแนวโนมสูงขึ้น โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
สหรัฐฯ ขณะที่ spread ปรับสูงขึ้น และการระดมทุนผานพันธบัตรปรับลดลงเล็กนอยตามความเสี่ยงเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ทั้งนี้ สินเชื่อธนาคารพาณิชยยังขยายตัว
ใกลเคียงไตรมาสกอน โดยการขยายตัวมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญเปนหลัก สวนสินเชื่อที่อยูอาศัยขยายตัวชะลอลง และ คาเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันดานออนคาในระยะสั้น
จากความเสี่ยงดานสงครามและการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยคาดวาจะอยูในกรอบ 33.5-34 บาทตอดอลลารสหรัฐ แตเงินบาทมีแนวโนมกลับมาแข็งคาขึ้นอยูในกรอบ 32.5-33.5 บาท
ตอดอลลารสหรัฐ ในชวงปลายป จากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโนมฟนตัวดีขึ้นและดุลบัญชีเดินสะพัด ที่คาดวาจะขาดดุลลดลงตามการกลับมาของนักทองเที่ยวและราคาน้ํามันที่มีแนวโนมชะลอลง
130
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในป 2022 มีแนวโนมเปนอยางไร
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว มีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอยในปนี้ สูระดับ 2.4-2.5% ตามอัตราผลตอบแทนในตลาดเงินโลกที่มีแนวโนมสูงขึ้นจาก
วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย (Hiking cycle) ของธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโนมปรับสูงขึ้นอีกเล็กนอยในชวงที่เหลือของป ตาม
เงินเฟอที่คาดวาจะยังอยูในระดับสูง ทําให Fed ตองขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่องตลอดป 2022 นอกจากนี้ แนวโนมการฟนตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดวาจะปรับดีขึ้นจากการฟนตัวของอุปสงคใน
ประเทศ และจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น จะเปนปจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น มีแนวโนมทรงตัวตามแนวโนมการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทยในป 2022
คาเงินบาทในป 2022 มีแนวโนมเปนอยางไร
• ในระยะสั้น เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันดานออนคา (คาดวาจะอยูในกรอบ 33.5-34) จากความเสี่ยงของภาวะสงครามที่ทําใหนักลงทุนลดความเสี่ยง (risk off) และเขาถือสินทรัพยปลอดภัยมาก
ขึ้น นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นสงผลใหดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยปรับแยลง ประกอบกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายมีความผันผวนและไหลกลับเขา
สหรัฐฯ มากขึ้น
• ในชวงปลายป เงินบาทมีแนวโนมกลับมาแข็งคาขึ้นเล็กนอย มาอยูในชวง 32.5-33.5 บาทตอดอลลารสหรัฐ ตามการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดในชวงปลายปที่มีแนวโนม
ปรับดีขึ้น จากจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ํามันและคาระวางเรือที่มีแนวโนมลดลง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวมีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้น และคาเงินบาทจะยังออนคาในระยะสั้น
แตจะปรับแข็งคาขึ้นเล็กนอยในชวงปลายป
131
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นตอเนื่องตามเงินเฟอที่สูงขึ้น การปรับนโยบายการเงินของ
Fed และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตรโลก ในระยะตอไป คาดวาจะยังปรับสูงขึ้นอีก ตามการขึ้นดอกเบี้ย และความไมแนนอนที่มีอยูมาก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปและอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ
หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ
หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022)
0.47
0.0
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
Jan-15
Jun-15
Nov-15
Apr-16
Sep-16
Feb-17
Jul-17
Dec-17
May-18
Oct-18
Mar-19
Aug-19
Jan-20
Jun-20
Nov-20
Apr-21
Sep-21
Feb-22
3-month UST 2-year UST 10-year UST
2.15
2.37
0.0
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
Jan-15
Jun-15
Nov-15
Apr-16
Sep-16
Feb-17
Jul-17
Dec-17
May-18
Oct-18
Mar-19
Aug-19
Jan-20
Jun-20
Nov-20
Apr-21
Sep-21
Feb-22
10-year UST
Fed funds rate
2.37
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ มีแนวโนมปรับสูงขึ้นอีกเล็กนอย ในชวงที่เหลือของป
• ทิศทางการดําเนินนโยบายการเงินของ Fed ทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการลดขนาดงบดุล สงผลใหสภาพคลองในระบบมีแนวโนมลดลง ซึ่งจะทําใหอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโนมปรับสูงขึ้นได
อีกในปนี้ โดย EIC คาดวาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปของสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นสู 2.3-2.5% ณ สิ้นป 2022
• แรงกดดันเงินเฟอที่คาดวาจะยังอยูในระดับสูงตลอดทั้งป และความไมแนนอนจากสถานการณสงครามที่มีอยูมาก จะเปนปจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ป (10Y Bond yield)
Downside risk
• ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอลงมาก จากการดําเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นอยางรวดเร็วของ Fed ซึ่งอาจนําไปสู Recession ได สงผลให yield อาจปรับลดลง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg
132
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของไทยปรับลดลงหลังเกิดสงครามรัสเซีย ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว
ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ ในระยะตอไป คาดวาพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจะปรับขึ้นไดเล็กนอย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
หนวย : %
ปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลไทย
หนวย : พันลานบาท
0.53
0
0.5
1
1.5
2
2.5
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
Thailand (10y)
US (10y)
Thailand (1y)
US (1y) Avg 5y TH = 2.1
Avg 5y US = 2.0 2.37
2.37
1.52
(bps) TH10 TH1 US10 US1
Chg since war 21 2 43 51
0
100
200
300
Jan-19
Apr-19
Jul-19
Oct-19
Jan-20
Apr-20
Jul-20
Oct-20
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
พันธบัตรระยะสั้น (อายุนอยกวาเทากับ 1 ป)
พันธบัตรระยะยาว (อายุมากกวา 1 ป)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของรัฐบาลไทย
• นับตั้งแตเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับลดลงเล็กนอย
สะทอนมุมมองของนักลงทุนที่ประเมินผลกระทบของภาวะสงครามตอเศรษฐกิจ ทําใหนักลงทุนปรับ
ลดคาดการณการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทย
• ในระยะตอไป คาดวา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นจะยังทรงตัว ตามแนวโนมการคงอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทย
แนวโนมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลไทย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลไทย มีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอยในปนี้ โดย EIC คาด
วาอาจปรับเพิ่มขึ้นสูระดับ 2.4-2.5% จากปจจัยดังนี้
• อัตราผลตอบแทนในตลาดเงินโลกที่มีแนวโนมสูงขึ้น ตาม Hiking cycle ของธนาคารกลางใน
หลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ
• แนวโนมการฟนตัวของเศรษฐกิจไทยในปนี้ ที่คาดวาจะปรับดีขึ้นจากการฟนตัวของอุปสงคใน
ประเทศ และจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้คาดวาอัตราผลตอบแทนฯ จะปรับขึ้นไมมากนัก เนื่องจาก ในปงบประมาณ 2023 รัฐบาลมีแผนระดม
ทุนลดลง สงผลใหอุปทานพันธบัตรรัฐบาลปรับลดลง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ ThaiBMA
133
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
หลังเกิดความไมสงบในยูเครน Corporate spread สวนใหญปรับสูงขึ้นเล็กนอย ตามความเสี่ยงเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่การระดมทุนผานการออกหุนกูในไตรมาสแรกปนี้ มีแนวโนมขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสกอนหนาเล็กนอย
Corporate spread แบงตามอันดับความนาเชื่อถือ
หนวย : bps (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022)
39
94
354
0
100
200
300
400
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
AAA: <3Y AA: <3Y
A: <3Y BBB: <3Y
70% 69% 68% 65% 64%
13% 13% 13% 12% 12%
16% 17% 16% 19% 20%
10.3% 9.8%
0%
5%
10%
15%
-
500
1,000
1,500
2,000
2,500
2019Q4
2020Q1
2020Q2
2020Q3
2020Q4
2021Q1
2021Q2
2021Q3
2021Q4
2022Q1
AAA to A- BBB and BBB+ BBB-
Lower than BBB- Unrated bond Total (แกนขวา)
23% 27%
13% 12%
13%
18%
13%
20%
13%
17%
61% 58%
63% 64% 67%
มูลคาคงคางของตราสารหนี้ภาคเอกชน (ไมรวมภาคการเงิน) แบงตามอันดับความนาเชื่อถือ*
หนวย : พันลานบาท
• หลังเกิดสงครามในยูเครน Corporate spread สวนใหญปรับสูงขึ้นเล็กนอยตาม
ความเสี่ยงตอเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และความสามารถในการชําระหนี้ที่แยลง
• การออกหุนกูกลุม Investment grade ในไตรมาสที่ 1 ปนี้ มีแนวโนมลดลงจากใน
ไตรมาสกอนหนา เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เริ่มปรับสูงขึ้นและความเสี่ยง
ดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มขึ้น ทําใหภาคธุรกิจชะลอการระดมทุนลง
หมายเหตุ : *ขอมูลรวมตราหนี้ระยะสั้นและยาว แบงตามเกรดที่ใหโดย Fitch และ TRIS
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC และ ThaiBMA
134
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
สินเชื่อธนาคารพาณิชยในไตรมาส 4 ป 2022 ขยายตัวตอเนื่อง จากสินเชื่อธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ ดานคุณภาพ
สินเชื่อในภาพรวมคอนขางทรงตัวจากปกอน เปนผลจากการปรับโครงสรางหนี้ และมาตรการชวยเหลือลูกหนี้เปนสําคัญ
อัตราการขยายตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจ
หนวย : %YOY
Stage 3 แยกพอรตสินเชื่อธุรกิจและอุปโภคบริโภค
หนวย : %
Stage 3 ธุรกิจ แยกตามขนาดธุรกิจ
หนวย : %
อัตราการขยายตัวของสินเชื่อรวม
หนวย : ลานบาท หนวย : %YOY
6.50%
4.0%
7.9%
0%
2%
4%
6%
8%
10%
0
5,000,000
10,000,000
15,000,000
Q1-19 Q2-19 Q3-19 Q4-19 Q1-20 Q2-20 Q3-20 Q4-20 Q1-21 Q2-21 Q3-21 Q4-21
ยอดคงคางสินเชื่อรวม ยอดคงคางสินเชื่ออุปโภคบริโภค ยอดคงคางสินเชื่อธุรกิจ
รวม (แกนขวา) อุปโภค (แกนขวา) ธุรกิจ (แกนขวา)
2.1
12.8
-0.4
-10
-6
-2
2
6
10
14
Q4-17 Q4-18 Q4-19 Q1-20 Q2-20 Q3-20 Q4-20 Q1-21 Q2-21 Q3-21 Q4-21
วงเงิน นอยกวาเทากับ 500 ลานบาท วงเงินมากกวา 500 ลานบาท
3.08
2.73
2.98
2.5
2.7
2.9
3.1
3.3
17 18 19 20Q1 20Q2 20Q3 20Q4 21Q1 21Q2 21Q3 21Q4
ธุรกิจ อุปโภคบริโภค รวม
5.99 6.24 6.23 6.59 6.26 6.55 6.86 7.14 7.17 7.18 7.08
2.06 1.86 2.05 2.09 2.48 2.58 2.55 2.53 2.5 2.41 2.23
-1
2
5
8
17 18 19 20Q1 20Q2 20Q3 20Q4 21Q1 21Q2 21Q3 21Q4
วงเงิน นอยกวาเทากับ 500 ลานบาท วงเงินมากกวา 500 ลานบาท
หักผลของ soft loan
หมายเหตุ : *สินเชื่อ stage 2 คือ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญ
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย
135
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
ดอลลารสหรัฐอาจออนคาไดบาง เนื่องจาก
• หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยหรือทํา QT เร็วเกินไป อาจบั่นทอนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ในอนาคต
• รัฐบาลประเทศตาง ๆ มีแนวโนมลดการพึ่งพาเงินดอลลารในฐานะศูนยกลางของการชําระเงิน
ระหวางประเทศ สงผลใหความตองการถือดอลลารอาจปรับลดลงในระยะตอไป
• แนวโนมการดําเนินนโยบายการเงินที่เขมงวดของ ECB เพื่อสกัดเงินเฟอ สงผลใหเงินทุน
มีแนวโนมไหลเขาตลาดเงินยุโรปในชวงปลายป เงินยูโรจึงอาจแข็งคาขึ้นเทียบดอลลารสหรัฐ
เงินดอลลารมีแนวโนมแข็งคาในปนี้ตามนโยบายที่เขมงวดของ Fed และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตรโลกที่สูงขึ้น ทําใหความ
ตองการสินทรัพยปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ความสัมพันธระหวางคาเงินดอลลารสหรัฐ และอัตราผลตอบแทนที่แทจริง
หนวย : ดัชนี หนวย : %
คาเงินดอลลารสหรัฐและคาเงินยูโร
หนวย : ดัชนี หนวย : ยูโรตอดอลลารสหรัฐ
98.5
-2
-1
0
1
2
80
90
100
110
Feb-15
Aug-15
Feb-16
Aug-16
Feb-17
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
DXY US 10Y real yield (แกนขวา)
-0.58
0.90
1.00
1.10
1.20
1.30
80
90
100
110
Feb-15
Aug-15
Feb-16
Aug-16
Feb-17
Aug-17
Feb-18
Aug-18
Feb-19
Aug-19
Feb-20
Aug-20
Feb-21
Aug-21
Feb-22
DXY
EUR
คาเงินแข็งคา
98.5
1.1
ดอลลารสหรัฐมีแนวโนมแข็งคาตอเนื่องในปนี้ เนื่องจาก
• ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตรโลกที่สูงขึ้น (รัสเซีย ยูเครน) ทําใหมีความตองการสินทรัพยปลอดภัย
เพิ่มขึ้น โดยเงินดอลลารเปน safe haven ที่นักลงทุนตองการถือในภาวะ risk off
• แนวโนมนโยบายการเงินที่เขมงวดของ Fed สงผลให yield ปรับสูงขึ้นไดอีก โดย real yield ที่
เพิ่มขึ้นสงผลใหเงินทุนมีแนวโนมไหลกลับเขาสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงต่ํา
• แมธนาคารกลางหลักอื่น ๆ มีแนวโนมขึ้นดอกเบี้ยเชนกัน แตคาดวา Fed จะขึ้นดอกเบี้ยมาก
ที่สุดในปนี้ รวมถึงจะลดขนาดงบดุลเร็วกวาธนาคารกลางหลักอื่น ทําใหเงินจะไหลเขาสหรัฐฯ
มากกวา
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg
136
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
หลังเกิดความตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน เงินบาทปรับออนคาลง สงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายไหลออกจากตลาด
พันธบัตร ดานตลาดหุน พบวา SET ปรับตัวลดลงมากเชนกัน แตเริ่มฟนตัวกลับมาหลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวล
เงินทุนเคลื่อนยายของนักลงทุนตางประเทศในตลาดการเงินไทย
หนวย : พันลานบาท (ขอมูล ณ 25 มีนาคม 2022)
ดัชนีตลาดหลักทรัพยไทย (SET Index)
หนวย : ดัชนี
-200
-150
-100
-50
0
50
100
150
May-19
Jul-19
Sep-19
Nov-19
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
ตลาดหลักทรัพย ตลาดพันธบัตรรัฐบาล
พันลานบาท Equity Bond
2021 -50.5 +144
YTD +99 +23
เงินไหลออกหลัง
เกิดสงคราม
70
80
90
100
110
120
130
140
150
160
Jan-21
Feb-21
Mar-21
Apr-21
May-21
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
SET Index Tourism & leisures
Transportation Energy
Financial Info Tech
Since Russia war (24 Feb 22)
SET Index -0.9%
Healthcare 10%
Info Tech 5.7%
Tourism 4.9%
Energy 1%
Transportation -0.5%
Commerce -1.8%
Automobiles -2%
Property -2.4%
Construc mat. -4.2%
Electronics -4.4%
Financial -4.9%
Agri -5.8%
Packaging -8.9%
• กอนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินทุนเคลื่อนยายไหลเขาตลาดพันธบัตรและตลาด
หุนไทยตอเนื่องในชวงตนป 2022 โดยเงินทุนที่ไหลเขาตลาดพันธบัตรสวนใหญคาดวา
เปนการเก็งกําไรคาเงินในชวงที่เงินบาทปรับแข็งคาขึ้นมาก ขณะที่ตลาดหุนไทยมีสัดสวน
หุนกลุม Value มากและยังมี Valuation ที่ต่ํา
• ทั้งนี้หลังเกิดความตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน เงินบาทปรับออนคาลง สงผลให
เงินทุนเคลื่อนยายไหลออกจากตลาดพันธบัตรไทย
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg, SETSMART และ ThaiBMA
137
แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021
Q1/2022
นับตั้งแตเกิดสงคราม เงินบาทออนคามากกวาสกุลอื่นในภูมิภาค EIC คาดวาเงินบาทในระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุล
บัญชีเดินสะพัดและความเชื่อมั่นที่ลดง แตจะแข็งคาขึ้นเล็กนอยอยูในกรอบ 32.5-33.5 ณ สิ้นป ตามการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย
การเปลี่ยนแปลงของคาเงินแตละสกุล เทียบตอดอลลารสหรัฐ
หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022)
ดุลบัญชีเดินสะพัดและคาเงินบาท
หนวย : ลานดอลลารสหรัฐ หนวย : บาทตอดอลลารสหรัฐ
-5.6%
-3.1%
-2.6%
-0.5%
-0.8%
-3.0%
-6%
-4%
-2%
0%
Japan
Thailand
Taiwan
Europe
Korea
India
Philippines
Malaysia
China
Vietnam
Indonesia
Since Russia War YTD
33.5
28
30
32
34
36
38
-4,000
-2,000
0
2,000
4,000
6,000
8,000
Jan-13
Jul-13
Jan-14
Jul-14
Jan-15
Jul-15
Jan-16
Jul-16
Jan-17
Jul-17
Jan-18
Jul-18
Jan-19
Jul-19
Jan-20
Jul-20
Jan-21
Jul-21
Jan-22
ดุลบัญชีเดินสะพัด USDTHB (แกนขวา) เงินบาทแข็ง
ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมาก -> เงินบาทแข็ง
เงินบาทออนคามากกวาสกุลอื่นในภูมิภาคสวนใหญ จากความเสี่ยงของภาวะสงครามที่ทําให
ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง (risk off) โดยพบวาในเดือนมีนาคม มีเงินไหลออกจากตลาด
พันธบัตรรัฐบาลไทยถึงราว 1 แสนลานบาท นอกจากนี้ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงก็ยิ่งทํา
ใหบาทออนคา
ในระยะสั้น เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันดานออนคา โดยคาดวาอยูในชวง 33.5-34
1. นักลงทุนตองการถือสินทรัพยเสี่ยงลดลง จากความไมแนนอนของสถานการณสงครามที่
รุนแรงขึ้น และมีแนวโนมยืดเยื้อ
2. ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโนมขาดดุลมากขึ้น ผลจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทําใหมูลคาการนําเขา
เพิ่มขึ้น ความตองการซื้อเงินดอลลารมากขึ้น กดดันใหบาทออนคา
3. การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทําใหอัตราผลตอบแทนที่แทจริงมีแนวโนมสูงขึ้น สงผลใหสวน
ตางอัตราดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ ปรับลดลง
ในชวงปลายป เงินบาทมีแนวโนมกลับมาแข็งคาขึ้นเล็กนอย มาอยูในชวง 32.5-33.5
1. การฟนตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของป 2022 สงผลใหนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกตอ
แนวโนมเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะชวยกระตุน Portfolio flow จากนักลงทุนตางชาติ
2. ดุลบัญชีเดินสะพัดชวงปลายปมีแนวโนมปรับดีขึ้น จากจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น
ประกอบกับราคาน้ํามันและคาระวางเรือที่มีแนวโนมลดลง
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และธนาคารแหงประเทศไทย
138
BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน
หมายเหตุ : *ประมาณการราคาน้ํามันดิบเฉลี่ยตอป กรณีฐาน โดย EIC
**ชวงราคาน้ํามันดิบเฉลี่ยป 2022 กรณีฐาน ประมาณการโดย Leading global houses 4 ราย (ณ 9 มีนาคม 2022)
ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ JP morgan, Goldman Sachs, EIA, Bloomberg และ Capital Economics
ราคาน้ํามัน
(USD/บารเรล)
(คาเฉลี่ย)
2020 2021 2022F
เฉลี่ย Q1 Q2 Q3 Q4 เฉลี่ย Q1F Q2F Q3F Q4F เฉลี่ย* ชวงราคา**
ราคาน้ํามันดิบ WTI 39 58 66 71 77 68 92 119 111 104 106 100-122
ราคาน้ํามันดิบ Brent 42 61 69 73 79 70 96 123 115 108 110 104-126
139
BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน Q4/2021
Q1/2022
BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน
สถานการณตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน รุนแรงยิ่งขึ้นสหรัฐฯ ประกาศไมนําเขาน้ํามันจากรัสเซีย สวนอังกฤษทยอยลดการนําเขาน้ํามันจาก
รัสเซีย ราคาน้ํามันดิบทะยานทะลุ 130 ดอลลารสหรัฐ/บารเรล เมื่อตนเดือนมีนาคม 2022 ซึ่งเปนราคาสูงสุดนับตั้งแตป 2008 หลังสหรัฐฯ ประกาศวาจะไม
นําเขาน้ํามันจากรัสเซีย เชนเดียวกับอังกฤษที่จะลดการนําเขาน้ํามันจากรัสเซียใหเหลือศูนยภายในสิ้นป 2022 อยางไรก็ตาม เยอรมนี และเนเธอรแลนด ไม
เห็นดวย เนื่องจากการหาแหลงพลังงานมาทดแทนอุปทานของรัสเซียทําไดยากในเวลาอันสั้น และรัสเซียอาจตอบโตโดยการหยุดสงกาซฯ ผานทอ Nord
Stream 1 ไปยังเยอรมนี ซึ่งจะสงผลทําใหราคาพลังงานในยุโรปสูงขึ้น กระทบตอการบริโภคและเศรษฐกิจ ทั้งนี้หากรัสเซียถูกคว่ําบาตรจากนานาประเทศจน
ไมสามารถสงออกน้ํามันดิบและกาซฯ ได หรือสงครามยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้น อาจทําใหเกิด supply shock ซึ่งจะสงผลทําใหราคาน้ํามันพุงสูงขึ้นอยาง
รวดเร็ว
ความตองการใชน้ํามันในป 2022 เติบโตสูงขึ้นมากกวาที่คาดจากสภาพเศรษฐกิจที่ฟนตัว IMF1 คาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกป 2022 อยูที่
4.4% โดยเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเปนประเทศผูบริโภคน้ํามันอันดับ 1 และ 2 ของโลกจะขยายตัวราว 4% และ 4.8% ตามลําดับ ซึ่งการเติบโตของ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เชน การเดินทาง การขนสง การคาการลงทุน จะสงผลบวกตอการใชน้ํามัน ทั้งนี้สํานักงานสารสนเทศดานพลังงานของสหรัฐฯ
หรือ EIA2 ประเมินอุปสงคน้ํามันป 2022 ของโลก สหรัฐฯ และจีน จะสูงขึ้นมาอยูที่ 100.6 ลานบารเรล/วัน (3.2%YOY) 20.7 ลานบารเรล/วัน
(4.4%YOY) และ 15.7 ลานบารเรล/วัน (3%YOY) ตามลําดับ ซึ่งเปนระดับที่ฟนตัวกลับมาสูงกวาในชวง Pre-COVID-19 เมื่อป 2019 แลว
ปริมาณน้ํามันดิบคงคลังมีแนวโนมลดลง สะทอนวาไดมีการดึงสต็อกไปใชเพื่อรองรับความตองการน้ํามันที่สูงขึ้น ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ 2022
ปริมาณน้ํามันคงคลังของประเทศกลุม OECD ปรับลดลงไปสูจุดต่ําสุดในรอบ 7 ป ที่ 2,639 ลานบารเรล นอกจากนี้ จํานวนวันที่ OECD มีน้ํามันคงคลัง
ใชเพียงพอลดลงจาก 88 วันในชวงเริ่มตนการแพรระบาดของ COVID-19 เหลือเพียง 58 วันในเดือนธันวาคม 2021 สะทอนถึงความตองการใชน้ํามันที่
เพิ่มขึ้น เชนเดียวกับปริมาณน้ํามันดิบคงคลังของสหรัฐฯ คาดวาจะลดลงในป 2022 มาอยูที่ 434 ลานบารเรล (-5%YOY) ต่ํากวาระดับชวง Pre-COVID-
19 เมื่อป 2019 น้ํามันดิบคงคลังที่ลดต่ําลงจะเปนปจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของราคาน้ํามัน
1 ตัวเลขคาดการณของ IMF ในเดือนมกราคม 2022
2 ตัวเลขคาดการณของ EIA ในเดือนมีนาคม 2022
140
BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน Q4/2021
Q1/2022
BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน
กลุมประเทศ OPEC+ ยังคงดําเนินการตามแผนการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ํามันเดือนละ 4 แสนบารเรลตอวัน จากการประชุมของกลุม OPEC+
วันที่ 2 มีนาคม 2022 มีมติคงการผลิตน้ํามันเขามาในตลาดเพิ่มขึ้นเดือนละ 4 แสนบารเรลตอวัน อยางไรก็ตาม ยังมีความกังวลเรื่องสมาชิก OPEC บาง
รายผลิตไดนอยกวาปริมาณเปาหมาย เชน ไนจีเรีย ทั้งนี้จากขอมูลในเดือนมกราคม 2022 สมาชิก OPEC ผลิตไดนอยกวาโควตาถึง 7.5 แสนบารเรล/วัน
นอกจากนี้ Spare capacity ของ OPEC ลดลงจากปกอนหนาที่มีปริมาณ 6 ลานบารเรล/วัน เหลือราว 3 ลานบารเรล/วัน (คิดเปน 3% ของอุปสงค
น้ํามันโลก) สะทอนถึงความสามารถที่นอยลงของ OPEC ในการเพิ่มอุปทานน้ํามัน ตองจับตาการประชุมของ OPEC+ ครั้งถัดไปวาจะคงมติเพิ่มการผลิต
น้ํามันหรือไม
การผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหรานของสหรัฐฯ จะทําใหอิหรานสามารถสงออกน้ํามันไดราว 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน ชวยเพิ่มอุปทานน้ํามัน
เขามาในตลาด สหรัฐฯ และชาติมหาอํานาจกําลังเจรจากับอิหรานเพื่อรื้อฟนขอตกลง Joint Comprehensive Plan of Action: JCPOA ที่ทําไวในป
2015 เรื่องโครงการนิวเคลียรของอิหราน ซึ่งสหรัฐฯ มีแนวโนมที่จะผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรหากอิหรานยอมรับขอตกลงที่จะจํากัดการเสริม
สมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งจะสงผลใหอิหรานพัฒนาวัตถุดิบสําหรับผลิตอาวุธนิวเคลียรไดยากขึ้น คาดวาการผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรจากสหรัฐฯ จะทํา
ใหอิหรานกลับมาสงออกน้ํามันดิบได 1.5 ลานบารเรล/วัน ภายใน 9 เดือน และคอย ๆ เพิ่มเปน 2.5 ลานบารเรล/วัน โดยอิหรานจะสงออกน้ํามันดิบไปจีน
มากที่สุด
สหรัฐฯ และพันธมิตร เห็นชอบระบายน้ํามันดิบจากคลังสํารองทางยุทธศาสตร (Strategic Petroleum Reserve: SPR) รวม 60 ลานบารเรล เพื่อ
กดดันราคาน้ํามัน โดยปกติน้ํามันใน SPR จะถูกนําออกมาใชในสถานการณฉุกเฉินเมื่อเกิดการขาดแคลนน้ํามัน เชน ภาวะสงคราม หรือเกิดภัยธรรมชาติ
จากสถานการณรัสเซีย-ยูเครน ที่ทําใหราคาน้ํามันพุงสูงขึ้นมาก สหรัฐฯ ประกาศในเดือนมีนาคม 2022 วาจะปลอยน้ํามันดิบจาก SPR จํานวน 30 ลาน
บารเรล (จากน้ํามันดิบที่สหรัฐฯ มีทั้งหมดใน SPR ราว 600 ลานบารเรล ณ เดือนกุมภาพันธ 2022) ออกสูตลาด รวมกับชาติพันธมิตรในยุโรปและเอเชีย
อีก 30 ลานบารเรล เพื่อกดดันใหราคาน้ํามันปรับลดลง
141
BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน Q4/2021
Q1/2022
EIC ประเมินราคาน้ํามันดิบโดยเฉลี่ยในไตรมาส 2 ป 2022 กรณีฐาน มีแนวโนมสูงขึ้นจากอุปทานน้ํามันที่ยังตึง
ตัว รวมถึงความกังวลเรื่อง supply shock จากสถานการณตึงเครียดในรัสเซีย-ยูเครน จะเปนปจจัยสําคัญที่
ทําใหราคาน้ํามันผันผวนแรง ในขณะที่ความตองการใชน้ํามันสูงมากกวาที่คาดจากสถานการณ COVID-19 ที่ไม
รุนแรงและการเปดประเทศมากขึ้น
ราคาน้ํามันดิบไตรมาส 2 ป 2022 กรณีฐานมีแนวโนมปรับระดับสูงขึ้น จากการขยายตัวของอุปสงคตามกิจกรรม
การเดินทางและการขนสง โดยคาดวาหลาย ๆ ประเทศจะผอนคลายมาตรการยับยั้งการแพรระบาดของ COVID-19
และเริ่มเปดประเทศมากขึ้น
ในขณะที่ดานอุปทาน ตลาดยังมีความกังวลเรื่องการตึงตัวของอุปทานน้ํามัน สะทอนจากปริมาณน้ํามันดิบคงคลังที่
ลดนอยลง เชนเดียวกับ Spare capacity ของ OPEC ที่เหลือเพียง 3 ลานบารเรล/วัน ลดลงจาก 6 ลานบารเรล/
วัน ในป 2021 ซึ่ง Spare capacity สวนใหญอยูในซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส ในขณะที่สมาชิก
OPEC อื่น ๆ แทบจะเพิ่มการผลิตไมไดแลว เปนความทาทายของ OPEC ในการผลิตน้ํามันใหไดตามเปาหมาย
ทั้งนี้ยังคงตองจับตาสถานการณความตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน หากสงครามทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ การ
เจรจาไกลเกลี่ยกับรัสเซียไมสําเร็จ มีการคว่ําบาตรรัสเซียดานพลังงาน จะเปน upside ของราคาน้ํามัน ในทางตรงกัน
ขาม หากสถานการณรัสเซีย-ยูเครน ไมรุนแรง มีการถอนกําลังทหาร คาดวาราคาน้ํามันจะสามารถลดระดับลงได
อยางไรก็ตาม สหรัฐฯ และพันธมิตรประกาศจะระบายน้ํามันดิบจากคลังสํารองทางยุทธศาสตรรวม 60 ลานบารเรล
ออกสูตลาด นอกจากนี้ หากสหรัฐฯ ผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหราน ทําใหอิหรานกลับมาสงออกน้ํามันดิบได
จะชวยเพิ่มอุปทานน้ํามันไดราว 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน ทั้งสองปจจัยจะชวยจํากัดการเพิ่มขึ้นของน้ํามันในชวงไตร
มาส 2 ป 2022
มุมมอง SCB EIC
ไตรมาส 2/2022 (เทียบ YOY)
BULL
142
คณะผูจัดทํา
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ
รองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wholesale
และรองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wealth
กระแสร รังสิพล
ผูอํานวยการฝาย Data Analytics
krasae.rangsipol@scb.co.th
ดร.ชินวุฒิ์ เตชานุวัตร
ผูอํานวยการฝายวิจัยดานเศรษฐกิจ
และตลาดการเงิน
chinnawut.techanuvat@scb.co.th
วชิรวัฒน บานชื่น
นักเศรษฐศาสตรอาวุโส
wachirawat.banchuen@scb.co.th
143
ดร.กมลมาลย แจงลอม
นักวิเคราะหอาวุโส
kamonmarn.jaenglom@scb.co.th
คณะผูจัดทํา
ดร.ศิวาลัย ขันธะชวนะ
ผูจัดการคลัสเตอรพลังงาน
sivalai.khantachavana@scb.co.th
กัญญารัตน กาญจนวิสุทธิ์
นักวิเคราะหอาวุโส
kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th
ดร.ปุณยวัจน ศรีสิงห
นักเศรษฐศาสตรอาวุโส
poonyawat.sreesing@scb.co.th
พิมใจ ฮุนตระกูล
ผูอํานวยการฝาย Digital and
New Business Model
pimjai.hoontrakul@scb.co.th
ปางอุบล อํานวยสิทธิ์
Senior Data Scientist
pangubon.amnueysit@scb.co.th
ดร.เกียรติศักดิ์ คําสี
นักวิเคราะหอาวุโส
kaittisak.kumse@scb.co.th
จงรัก กองกําชัย
นักวิเคราะห
jongrak.kongkumchai@scb.co.th
144
อสมา เหลี่ยมมุกดา
นักวิเคราะห
asama.liammukda@scb.co.th
คณะผูจัดทํา
วิชาญ กุลาตี
นักวิเคราะห
vishal.gulati@scb.co.th
ปณณ พัฒนศิริ
นักวิเคราะห
punn.pattanasiri@scb.co.th
ณิชนันท โลกวิทูล
นักวิเคราะห
nichanan.logewitool@scb.co.th
นงนภัส โกฏิวิเชียร
นักวิเคราะห
nongnapat.gotiwichien@scb.co.th
ปุญญภพ ตันติปฎก
นักวิเคราะห
punyapob.tantipidok@scb.co.th
145
Economic Intelligence Center (EIC)
E-mail : eic@scb.co.th โทร : +66 (2) 544 2953
ด
ดร
ร.. ย
ยร
รร
รย
ยง
ง ไไท
ทย
ยเเจ
จร
ริิญ
ญ
รองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wholesale และรองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wealth
yunyong.thaicharoen@scb.co.th
Economic and Financial
Market Research
ดร.ชินวุฒิ์ เตชานุวัตร
chinnawut.techanuvat@scb.co.th
วชิรวัฒน บานชื่น
wachirawat.banchuen@scb.co.th
จงรัก กองกําชัย
jongrak.kongkumchai@scb.co.th
ณิชนันท โลกวิทูล
nichanan.logewitool@scb.co.th
ปณณ พัฒนศิริ
punn.pattanasiri@scb.co.th
วิชาญ กุลาตี
vishal.gulati@scb.co.th
Data Analytics
กระแสร รังสิพล
krasae.rangsipol@scb.co.th
ปางอุบล อํานวยสิทธิ์
pangubon.amnueysit@scb.co.th
Infrastructure Cluster
กัญญารัตน กาญจนวิสุทธิ์
kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th
เชษฐวัฒก ทรงประเสริฐ
chetthawat.songprasert@scb.co.th
Service Cluster
ปราณิดา ศยามานนท
pranida.syamananda@scb.co.th
ดร.กมลมาลย แจงลอม
kamonmarn.jaenglom@scb.co.th
ปุญญภพ ตันติปฎก
punyapob.tantipidok@scb.co.th
ภัทรพล ยุทธศักดิ์นุกูล
pattharapon.yuttharsaknukul@scb.co.th
Export Cluster
โชติกา ชุมมี
chotika.chummee@scb.co.th
ดร.เกียรติศักดิ์ คําสี
kaittisak.kumse@scb.co.th
จิรภา บุญพาสุข
jirapa.boonpasuk@scb.co.th
Energy Cluster
ดร.ศิวาลัย ขันธะชวนะ
sivalai.khantachavana@scb.co.th
ณัฐนันท อภินันทวัฒนกูล
nattanan.apinunwattanakul@scb.co.th
พุธิตา แยมจินดา
puthita.yamchinda@scb.co.th
อภิญญา อักษรกิจ
apinya.aksornkij@scb.co.th
Digital And
New Business Model
พิมใจ ฮุนตระกูล
pimjai.hoontrakul@scb.co.th
Knowledge Management
And Networking
ภาณุมาศ เหลืองอราม
phanumard.lueangaram@scb.co.th
ไกรฤกษ วัลลภศิริ
krilerk.vallopsiri@scb.co.th
ปยนุช ผิวเหลือง
piyanuch.phiolueang@scb.co.th
ภูมิศักดิ์ คําประเสริฐ
poomisak.kumprasert@scb.co.th
วนิชชา นาฑีสุวรรณ
wanitcha.nateesuwan@scb.co.th
วรวรรณ วรรณประพันธ
worawan.wannaprapan@scb.co.th
ดร.ปุณยวัจน ศรีสิงห
poonyawat.sreesing@scb.co.th
อสมา เหลี่ยมมุกดา
asama.liammukda@scb.co.th
นงนภัส โกฏิวิเชียร
nongnapat.gotiwichien@scb.co.th
กีรติญา ครองแกว
keeratiya.krongkaew@scb.co.th
กีรติญา ครองแกว
keeratiya.krongkaew@scb.co.th
จิรภา บุญพาสุข
jirapa.boonpasuk@scb.co.th
146
INSIGHTFUL ECONOMIC AND BUSINESS
INTELLIGENCE FOR EFFECTIVE DECISION MAKING
Find us at : @scbeic
 WEBSITE
www.scbeic.com
 LINE OFFICIAL ACCOUNT
up-to-date with email notification
E-mail: eic@scb.co.th
 CONTACT US
SCBEIC ECONOMIC INTELLIGENCE CENTER
TH-Outlook-1Q22-Final.pdf

TH-Outlook-1Q22-Final.pdf

  • 2.
    คลิิกเพื่่�อกลัับสู่่�หน้้าสารบััญ คลิิกเพื่่�อดูู Outlook เล่่มอื่่�นๆ คลิิกเพื่่�อเข้้าสู่่�เว็็บไซต์์ EIC คลิิกเพื่่�อไปยัังเนื้้�อหาที่่�ต้้องการ คลิิกเพื่่�อแสดงรายละเอีียดเพิ่่�ม คลิิกเพื่่�อเพื่่�อกลัับสู่่�หน้้า Theme วิิธีีใช้้งาน Interactive PDF มุุมมองเศรษฐกิิจปีี 2022 ณ ไตรมาส 1 ปีี 2022 Go to page หน้้า x Q4/2021 Q1/2022
  • 3.
    เรื่่�องในเล่่ม The information containedin this report has been obtained from sources believed to be reliable. However, neither we nor any of our respective affiliates, employees or representatives make any representation or warranty, express or implied, as to the accuracy or completeness of any of the information vcontained in this report, and we and our respective affiliates, employees or representatives expressly disclaim any and all liability relating to or resulting from the use of this report or such information by the recipient or other persons in whatever manner. Any opinions presented herein represent our subjective views and our current estimates and judgments based on various assumptions that may be subject to change without notice, and may not prove to be correct. This report is for the recipient’s information only. It does not represent or constitute any advice, offer, recommendation, or solicitation by us and should not be relied upon as such. We, or any of our associates, may also have an interest in the companies mentioned here in. มุุมมองเศรษฐกิิจปีี 2022 ณ ไตรมาส 1 ปีี 2022 Bull-Bear : ราคาน้ำำ��มััน Go to page Go to page หน้้า หน้้า 4 139 แนวโน้้มภาวะการเงิินไทยปีี 2022 Go to page หน้้า 123 แนวโน้้มเศรษฐกิิจไทยปีี 2022 หน้้า 63 Go to page แนวโน้้มเศรษฐกิิจโลกปีี 2022 ภาวะการเงิินไทยมีีแนวโน้้มปรัับตึึงตััวขึ้้�น และค่่าเงิินบาทจะยัังอ่่อนค่่าในระยะสั้้�น หน้้า หน้้า 18 130 Go to page Go to page กนง. จะคงดอกเบี้้�ยนโยบายตลอดปีีนี้้� แม้้ Fed จะปรัับขึ้้�นดอกเบี้้�ยต่่อเนื่่�อง หน้้า 125 Go to page แม้้ COVID-19 เริ่่�มคลี่่�คลาย แต่่สงคราม รััสเซีีย-ยููเครน ทำำ�ให้้เศรษฐกิิจโลกชะลอลง หน้้า 20 Go to page เศรษฐกิิจไทยจะได้้รัับผลกระทบจากสงคราม ในยููเครนผ่่านหลายช่่องทาง หน้้า 66 Go to page เงิินเฟ้้อเร่่งตััวขึ้้�นเร็็วจากราคาสิินค้้าโภคภััณฑ์์ และอุุปทานคอขวด หน้้า 41 Go to page เงิินเฟ้้อที่่�เพิ่่�มขึ้้�นและแผลเป็็นเศรษฐกิิจเดิิม ส่่งผลให้้เศรษฐกิิจไทยฟื้้�นตััวช้้าลง หน้้า 89 Go to page นโยบายการเงิินในกลุ่่�มเศรษฐกิิจ พััฒนาแล้้วตึึงตััวขึ้้�น หน้้า 51 Go to page ภาครััฐยัังมีีบทบาทสำำ�คััญ ในการพยุุงเศรษฐกิิจในปีี 2022 หน้้า 118 Go to page Q4/2021 Q1/2022
  • 4.
    • EIC ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในป2022 เปน 2.7% จากเดิมคาดไวที่ 3.2% จากผลกระทบของ สงครามระหวางรัสเซียและยูเครน • การสงออกสินคาจะไดรับผลกระทบจากจากสงครามผานการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยุโรป และปญหาการชะงักงัน ของอุปทาน (supply disruption) ที่รุนแรงขึ้น ในภาพรวม มูลคาการสงออกยังขยายตัวดีแตเปนผลจากปจจัยดานราคาที่สูงขึ้น ตามตนทุนโดยเฉพาะในหมวดพลังงานมากกวาการเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณ • การผอนคลายกฎระเบียบทั้งในไทยและตางประเทศเปนปจจัยสนับสนุนการทองเที่ยว และจะชวยชดเชยการชะลอลงของ นักทองเที่ยวรัสเซียและยุโรปที่ถูกกระทบจากสงครามสงผลใหในปนี้ จะมีจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางเขาไทยราว 5.7 ลานคน • อัตราเงินเฟอทั่วไปของไทยเฉลี่ยทั้งปจะเรงตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 14 ปที่ระดับ 4.9% ทามกลางขอจํากัดดานมาตรการการกระตุน เศรษฐกิจของภาครัฐและแผลเปนทางเศรษฐกิจที่มีอยูเดิม รวมถึงตลาดแรงงานที่ยังฟนตัวไดไมเต็มที่ เพิ่มแรงกดดันการบริโภค ภาคเอกชนและการลงทุนของภาคธุรกิจ สงผลใหการฟนตัวของเศรษฐกิจไทยเปนไปอยางชา ๆ โดยระดับ GDP รายป จะยังไม กลับไปเทาระดับกอนเกิดการระบาดในป 2019 จนกระทั่งชวงครึ่งหลังของป 2023 • นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงดานต่ําที่ตองจับตามองอีกหลายประการ ไดแก (1) ราคาน้ํามันที่อาจเพิ่มขึ้นและอยูในระดับสูงยาวนาน กวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ จนอาจทําใหเกิดภาวะเศรษฐกิจซบเซาคูกับเงินเฟอสูง (stagflation) ที่รุนแรงและ เนิ่นนานขึ้น (2) การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง (3) การดําเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวของธนาคารกลางหลัก ของโลก (4) การฟนตัวของนักทองเที่ยวตางประเทศลาชาจากผลกระทบของสงครามและการระบาดรอบใหม และ (5) ผลของ แผลเปนเศรษฐกิจที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคาครองชีพที่สูงขึ้น จนอาจกระทบตอความสามารถในการชําระหนี้ในวงกวาง แนวโนมเศรษฐกิจไทยป 2022 4
  • 5.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 3 Q1/2022 80 85 90 95 100 105 0 12 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 Asian Financial Crisis Subprime Crisis 2011 Great Flood COVID-19 EIC คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.7% ในป 2022 ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.2% รวมทั้งปรับเงินเฟอขึ้นเปน 4.9% จากเดิม 1.6% จากผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC ประมาณการการฟนตัวของ Real GDP ไทย (จํานวนไตรมาส หลังเกิดวิกฤต) หนวย : ดัชนี Rolling sum 4 ไตรมาส (2019Q4 = 100 ของ COVID-19) ปจจัยเสี่ยงตอการฟนตัวทางเศรษฐกิจ • อัตราการเงินเฟอที่เรงตัวสูง จากราคาน้ํามัน และโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น และอาจอยูในระดับสูงยาว นานกวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่จะสงผลใหอัตราเงินเฟอเรงตัวสูง ซึ่งจะสงผล กระทบทางตรงตอกําลังซื้อในประเทศและตนทุน ในภาคธุรกิจ • การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง ทั้งจากนโยบาย Zero Covid ของจีน และมาตรการ คว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซีย • ภาวะการเงินตึงตัว จากนโยบายของธนาคารกลาง หลักของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ผานการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือลดสภาพคลองใน ระบบ ที่จะสงผลตอตนทุนการกูยืมเงินระยะยาวของ ภาครัฐและภาคเอกชนไทย • การฟนตัวของนักทองเที่ยวจากยุโรปที่อาจชา กวาคาด จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย- ยูเครน • ผลของแผลเปนเศรษฐกิจ จากการแพรระบาด ของ COVID-19 ที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคา ครองชีพจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทบตอ ความสามารถในการชําระหนี้ของภาคครัวเรือน ในวงกวาง ประมาณการเศรษฐกิจ (กรณีฐาน) หนวย 2021 2022F ณ ธ.ค. 2021 ณ มี.ค. 2022 GDP %YOY 1.6 3.2 2.7 การบริโภคภาคเอกชน %YOY 0.3 3.4 2.9 การบริโภคภาครัฐ %YOY 3.2 -0.6 -1.5 การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.2 4.0 3.5 การลงทุนภาครัฐ %YOY 3.8 4.8 3.0 การสงออกสินคาและบริการ %YOY 10.4 10.9 8.4 - มูลคาสงออกสินคา (USD BOP basis) %YOY 18.8 3.4 6.1 การนําเขาสินคาและบริการ %YOY 17.9 8.9 6.5 - มูลคานําเขาสินคา (USD BOP basis) %YOY 23.4 4.3 13.2 จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ ลานคน 0.4 5.9 5.7 อัตราเงินเฟอทั่วไป %YOY 1.2 1.6 4.9 ราคาน้ํามันดิบ Brent USD/Brl. 70.4 70 110.3 อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นป) % 0.50 0.50 0.5 Forecast periods คาดเศรษฐกิจไทยกลับไปเทากอนเกิดวิกฤต ในชวง Q3 ป 2023 2023Q3 5
  • 6.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 4 Q1/2022 4 เศรษฐกิจไทย ป2022 EIC ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในป 2022 ลงเปน 2.7% จากเดิมที่คาดไว 3.2% จากผลกระทบของสงครามระหวางรัสเซียและยูเครน Key forecasts GDP (%YOY) 2021 2022F 1.6 2.7 เศรษฐกิจไทยป 2022 จะไดรับผลกระทบจากสงครามใน ยูเครนผานหลายชองทาง ทั้งจากกําลังซื้อของยุโรปที่ ชะลอลง รวมถึงราคาสินคาและโภคภัณฑที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ พลังงาน ซึ่งจะกดดันกําลังซื้อของผูบริโภค อยางไรก็ตาม ยังมีปจจัยหนุนจากจํานวนนักทองเที่ยวชาวตางชาติ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่จะ ทยอยฟนตัวหลังการแพรระบาดของ Omicron เริ่มดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (ณ สิ้นป) 0.5 0.5 (0.5) คาด ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป 2022 เพื่อสนับสนุนการฟนตัวทางเศรษฐกิจ และตลาดแรงงานที่ยังคงเปราะบาง ในภาวะที่แรงกดดัน ดานเงินเฟอจากฝงอุปสงคยังจํากัด ทั้งนี้การปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยของไทย อาจทําไดเร็วสุดในป 2023 ซึ่งเปนชวงที่ขนาดของเศรษฐกิจไทยจะกลับไปเทาชวง กอน COVID-19 อัตราแลกเปลี่ยน (ณ สิ้นป) (THB/USD) 33.2 32.5-33.5 เงินบาทมีแนวโนมผันผวนในทิศทางออนคาในระยะสั้น ทั้งจาก ผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนตอดุลบัญชีเดินสะพัด และแนวโนมการตึงตัวของนโยบายการเงินในเศรษฐกิจหลัก อยางไรก็ตาม ณ สิ้นป 2022 เงินบาทมีแนวโนมแข็งคาเล็กนอย สูระดับ 32.5-33.5 บาทตอดอลลารสหรัฐ ตามการฟนตัวของ เศรษฐกิจไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโนมปรับดีขึ้นในชวง ครึ่งหลังของป จากจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น ( ) คาดการณครั้งกอน ไมเปลี่ยนแปลง ปรับขึ้นจากคาดการณครั้งกอน ปรับลงจากคาดการณครั้งกอน 2021 2022F 2021F 2022F (%) (3.2) (0.5) (32-33) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแหงประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย, การทองเที่ยวแหงประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg 6
  • 7.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 5 Q1/2022 5 เศรษฐกิจไทย ป2022 ปจจัยบวก ปจจัยลบ ปจจัยเสี่ยง (เทียบกับคาดการณครั้งกอน) (เทียบกับคาดการณครั้งกอน) • ภาคการทองเที่ยวจะไดรับอานิสงสจากนโยบายเปดรับนักทองเที่ยวของภาครัฐ การทยอยเปดประเทศของเพื่อนบานในเอเชีย และขอตกลงการเดินทางแบบทวิภาคีกับ ประเทศตาง ๆ เชน มาเลเซีย อินเดีย รวมถึงการฟนความสัมพันธกับซาอุดีอาระเบีย • การใชจายในประเทศยังมีแนวโนมฟนตัว แมถูกกระทบดานกําลังซื้อจากผลของสงคราม รัสเซีย-ยูเครน จากอานิสงสของการกระจายวัคซีนในประเทศที่ดีขึ้นตอเนื่อง และการระบาด ของ Omicron ที่รุนแรงนอยกวาคาด สงผลใหกิจกรรมเศรษฐกิจจะกลับมาดําเนินการได เพิ่มขึ้น • ราคาน้ํามันและโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น และอาจอยูใระดับสูง ยาวนานกวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะสงผลใหอัตราเงินเฟอเรงตัวสูง และสงผลกระทบ ทางตรงตอกําลังซื้อในประเทศและตนทุนในภาคธุรกิจ • การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง ทั้งจากนโยบาย Zero Covid ของจีน และมาตรการ คว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซีย • การเริ่มดําเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวของธนาคาร กลางหลักของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ผานการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือลดสภาพคลองใน ระบบ ที่จะสงผลตอตนทุนการกูยืมเงินระยะยาวของ ภาครัฐและภาคเอกชนไทย • การฟนตัวของนักทองเที่ยวจากยุโรปอาจเปนไป ชากวาที่คาด จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน • ผลของแผลเปนเศรษฐกิจจากการแพรระบาดของ COVID-19 ที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคาครองชีพ จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทบตอความสามารถ ในการชําระหนี้ของภาคครัวเรือนในวงกวาง • ผลกระทบจากสงครามในยูเครนและมาตรการคว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตาง ๆ ตอรัสเซีย ทั้งจากตนทุนโภคภัณฑและราคาสินคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะพลังงาน รวมถึงการชะลอตัวของ เศรษฐกิจและการคาโลก โดยเฉพาะในยุโรปซึ่งเปนตลาดสงออกสําคัญของไทย • ภาวะเงินเฟอที่สูงขึ้นในขณะที่ตลาดแรงงานยังฟนตัวไมเต็มที่ รวมถึงแผลเปนเศรษฐกิจ จะเปนปจจัยสําคัญที่ใหเศรษฐกิจฟนตัวชา ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแหงประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย, การทองเที่ยวแหงประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg 7
  • 8.
    • เศรษฐกิจโลกในป 2022มีแนวโนมฟนตัวชะลอลงจากปกอน เนื่องจากตองเผชิญปจจัยเสี่ยงสําคัญหลายประการ จากทั้งการ ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ Omicron ในไตรมาสแรก และสงครามระหวางรัสเซียและยูเครน ที่ทําใหราคาสินคาโภคภัณฑสูงขึ้น มาก ปญหาอุปทานคอขวดปรับแยลง สงผลใหเงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วในหลายประเทศ • EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกในป 2022 ขยายตัว 3.4% ชะลอลงจาก 5.8% ในป 2021 โดยในชวงไตรมาสแรกของปนี้ เศรษฐกิจ โลกมีแนวโนมขยายตัวชะลอลงจากการแพรระบาดของ COVID-19 สายพันธุ Omicron ทําใหหลายประเทศตองกลับมาใชมาตรการ ควบคุมการแพรระบาดอีกครั้ง ทั้งนี้พบวามาตรการควบคุมมีความเขมงวดนอยกวาการระบาดระลอกกอน ๆ ทําใหผลกระทบตอ เศรษฐกิจจะนอยกวาในปกอน โดย EIC คาดวาผลกระทบจะจํากัดอยูในไตรมาสแรกของปนี้เปนสวนใหญ และภาคบริการไดรับ ผลกระทบจากการกลับมาระบาดมากกวา ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตปรับชะลอลงเล็กนอย แตยังมีความเสี่ยงตอการชะงักงันของ อุปทาน โดยเฉพาะจากการดําเนินนโยบายโควิดเปนศูนย (Zero Covid) ของจีน ซึ่งเปนแหลงผลิตสินคาสําคัญของโลก • นอกจากนี้ การฟนตัวของเศรษฐกิจโลกยังตองเผชิญอีกหนึ่งอุปสรรคสําคัญ คือ สงครามระหวางรัสเซียและยูเครนที่สงผล กระทบตอเศรษฐกิจโลกผาน 4 ชองทาง คือ 1) ราคาสินคาโภคภัณฑปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในภาคพลังงานและเกษตรกรรม เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเปนแหลงจัดหาโลหะอุตสาหกรรม ธัญพืช และวัตถุดิบทางการเกษตรที่สําคัญของโลก 2) ปญหาอุปทาน คอขวดยืดเยื้อขึ้น โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอรและยานยนต ซึ่งจําเปนตองใชโลหะและสารตาง ๆ ที่รัสเซียและยูเครนอยูในกลุม ผูผลิตหลัก โดย EIC คาดวา กวาสถานการณอุปทานคอขวดจะคลี่คลายไดอยางชัดเจนอาจตองใชเวลาถึงป 2023 3) การคาโลก อาจชะลอตัวลง โดยถึงแมวาสัดสวนการคาระหวางประเทศของรัสเซียและยูเครนจะมีขนาดเล็ก แตหากสงครามยืดเยื้อและมาตรการ คว่ําบาตรครอบคลุมการคาดานพลังงาน จะสงผลกระทบตอการคาและเศรษฐกิจโลกเปนวงกวางและรุนแรงมากขึ้น และ 4) ภาวะ การเงินที่อาจตึงตัวขึ้นในระยะสั้น จากความผันผวนและการไหลออกของเงินทุนเขาสูสินทรัพยปลอดภัย • ทั้งนี้ EIC ประเมินวา ผลกระทบจากสงครามตอเศรษฐกิจในแตละภูมิภาคจะแตกตางกัน โดยยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบ รุนแรงที่สุด เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง ราว 1 ใน 3 ของพลังงานที่ใช ขณะที่สหรัฐฯ จะไดรับผลกระทบจากสงคราม จํากัด เนื่องจากเปนผูสงออกกาซธรรมชาติสุทธิ และมีสัดสวนการคากับรัสเซียนอย สําหรับกลุมประเทศเอเชียแปซิฟกอาจไดรับ ผลกระทบจากดุลการคาที่ลดลง จากราคานําเขาดานพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากสวนใหญเปนผูนําเขาสินคาโภคภัณฑ สรุปแนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022 8
  • 9.
    • ดวยราคาสินคาโภคภัณฑที่เรงตัวขึ้นมาก การตึงตัวของอุปทานที่รุนแรงขึ้นและตลาดแรงงานโดยเฉพาะในกลุมเศรษฐกิจ พัฒนาแลวที่ตึงตัวขึ้น ทําใหอัตราเงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วในหลายภูมิภาค ซึ่งกระทบตอกําลังซื้อและการบริโภค ความสามารถใน การทํากําไรของบริษัท และการคาระหวางประเทศ ทั้งนี้พบวาอัตราเงินเฟอที่ปรับสูงขึ้นมีความแตกตางกันในแตละภูมิภาค โดยเงิน เฟอที่สูงขึ้นในกลุมเศรษฐกิจเกิดใหม (Emerging markets) สวนใหญเปนผลจากปจจัยดานอุปทานหรือตนทุน โดยเฉพาะจากราคา น้ํามันและสินคาโภคภัณฑอื่น ๆ ที่เรงตัวขึ้น ขณะที่แรงกดดันจากฝงอุปสงคยังมีจํากัดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังฟนตัวชา ขณะที่เงินเฟอในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลว (Advanced economies) ปรับตัวขึ้น จากทั้งปจจัยดานอุปทานและอุปสงค เนื่องจาก การเปดเมืองที่คืบหนากวากลุมเศรษฐกิจเกิดใหม สงผลใหการบริโภคและการลงทุนฟนตัวเร็ว อีกทั้ง ตลาดแรงงานตึงตัวสงผลให อัตราคาจางปรับตัวสูงขึ้น ทําใหเงินเฟอพื้นฐานของกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวเรงตัวขึ้น • อัตราเงินเฟอที่อยูในระดับสูงจะเปนอีกปจจัยที่ฉุดรั้งการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกในปนี้ โดยเงินเฟอที่สูงขึ้นสงผลใหอํานาจซื้อ สินคาลดลง กดดันการฟนตัวของการบริโภค อีกทั้ง ตนทุนสินคาและบริการที่เพิ่มขึ้นยังกดดันความสามารถในการทํากําไรและฐานะ ทางการเงินของบริษัท สงผลตอการฟนตัวของการลงทุน นอกจากนี้ การคาระหวางประเทศก็อาจชะลอลงจากดุลบัญชีเดินสะพัด ในบางประเทศที่ขาดดุลมากขึ้น • ในระยะตอไป EIC ประเมินวาเงินเฟอมีแนวโนมยังอยูในระดับสูงตอเนื่องในปนี้ แตอาจชะลอลงบางในชวงครึ่งหลังของปเมื่อ สงครามและความตึงตัวของอุปทานเริ่มคลี่คลายลง และคาดวาอัตราเงินเฟอจะปรับลดลงเขาใกลระดับเปาหมายของธนาคารกลาง หลักของโลกไดในป 2023 หลังการปรับการจัดการดานอุปทานโลกและเรงเพิ่มอุปทานใหมในบางสินคา โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอรที่ คาดวาจะออกมาเพียงพอตอความตองการในตลาดโลกมากขึ้น ระดับราคาสินคาโภคภัณฑที่คาดวาจะปรับชะลอลง และผลจากการ ดําเนินนโยบายของภาครัฐและธนาคารกลางที่ตึงตัวขึ้น จะสงผลใหอุปสงคในระบบเศรษฐกิจชะลอลงสูระดับที่สมดุลกับอุปทานขึ้น สรุปแนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022 9
  • 10.
    • แรงกดดันเงินเฟอที่เพิ่มมากขึ้นสงผลใหธนาคารกลางหลายแหงเริ่มดําเนินนโยบายแบบตึงตัวขึ้น โดยลาสุดธนาคารกลาง สหรัฐฯ(Fed) ไดหยุดการเขาซื้อสินทรัพยทางการเงิน พรอมทั้งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ในการประชุมรอบเดือน มีนาคมที่ผานมา ในระยะตอไป EIC คาดวา Fed จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในทุกรอบการประชุมที่เหลือของปนี้ รวมทั้งป 7 ครั้ง และมี โอกาสสูงขึ้นที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 50 bps ในคราวเดียว ในการประชุม 2 ครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2022 จากเงินเฟอที่คาดวาจะยังอยูในระดับสูงกวาเปาหมายมาก นอกจากนี้ คาดวา Fed จะเริ่มลดขนาดงบดุล (Quantitative tightening: QT) ในเดือนพฤษภาคมดวยความเร็วและปริมาณที่มากกวาวัฏจักรรอบกอน • EIC ประเมินวา นโยบายการเงินของเศรษฐกิจหลักที่ตึงตัวขึ้นจะเปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ เนื่องจากจะสงผลใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจผานการลงทุนและการบริโภคที่อาจลดลง นอกจากนี้ สภาพคลองของเศรษฐกิจหลักที่มีแนวโนมปรับลดลง จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายที่ไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงในกลุม เศรษฐกิจเกิดใหมชะลอลง และคาเงินสกุลภูมิภาคอาจออนคาลงได สรุปแนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022 10
  • 11.
    อัตราเงินเฟอ • เศรษฐกิจโลกในป 2022มีแนวโนมฟนตัว ในอัตราที่ชะลอลง โดยการ ฟนตัวของเศรษฐกิจปรับชะลอตัวลงเล็กนอยในไตรมาสแรกของปนี้ จากการแพรระบาดของ Omicron • สงครามรัสเซียและยูเครนกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกในชวง ที่เหลือทําใหชะลอลงกวาที่คาดการณไวผาน 4 ชองทาง ไดแก 1) การปรับขึ้นของราคาสินคาโภคภัณฑ 2) อุปทานคอขวดยืดเยื้อ 3) การคาโลกอาจชะลอลงรุนแรง และ 4) ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น • ยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน รุนแรง ที่สุด เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง สวนเอเชียแปซิฟก อาจไดรับผลกระทบจากการขาดดุลการคาที่รุนแรง จากราคานําเขา ดานพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากเปนผูนําเขาสินคาโภคภัณฑ ตึงตัว ขยายตัว ลดลง เพิ่มขึ้น ตึงตัว ผอนคลาย การเติบโตทางเศรษฐกิจ ทิศทางนโยบายการเงิน • อัตราเงินเฟอเรงตัวขึ้นทั่วโลก สงผลตอเสถียรภาพเศรษฐกิจ โลก โดยเงินเฟอใน AEs มาจากทั้งปจจัยอุปสงคและอุปทาน ขณะที่เงินเฟอใน EMs สวนใหญเปนผลจากปจจัยอุปทาน • ในระยะสั้น เงินเฟอโลกปนี้ มีแนวโนมขยายตัวมากกวาที่คาดการณไว แตจะชะลอลงในป 2023 จากปญหาอุปทานคอขวดที่จะทยอย คลี่คลายลง และอุปสงคที่จะทยอยกลับเขาสูระดับปกติ • เงินเฟอสงผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกผาน 1) อํานาจซื้อสินคา ที่ลดลงกดดันการฟนตัวของการบริโภค 2) ตนทุนที่เพิ่มขึ้น กดดันการฟนตัวของภาคลงทุน 3) การคาระหวางประเทศ ชะลอลง และดุลบัญชีเดินสะพัดในบางประเทศขาดดุลมากขึ้น และ 4) การตึงตัวของตลาดแรงงานปรับลดลง • EIC คาดวา Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 7 ครั้งในปนี้ และมีโอกาส สูงที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอยางมาก 50 bps ในเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน นอกจากนี้ Fed อาจเริ่มลดขนาดงบดุล (QT) ในเดือน พฤษภาคม • ECB อาจสิ้นสุด QE ในเดือนกันยายน และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25bp ในเดือนธันวาคม ตามเงินเฟอที่เรงตัวขึ้นและตลาดแรงงานที่ฟนตัว ไดดี โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งตอไปอาจเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2023 • PBoC มีแนวโนมดําเนินนโยบายผอนคลายจากความไมแนนอนที่มีอยูสูง โดยคาดวาจะมีการปรับลด RRR และอัตรา LPR เพิ่มเติมอีกในไตรมาส ที่ 2 สําหรับครึ่งปหลัง ยังมีแนวโนมผอนคลายตอเนื่องแตความ ชัดเจนจะมีมากขึ้นหลังการประชุม PBOC ในไตรมาสสองของปนี้ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักวิจัยตางประเทศ แนวโนมเศรษฐกิจโลกป 2022 เศรษฐกิจโลกในป 2022 มีแนวโนมฟนตัวในอัตราที่ชะลอลงกวาที่คาดการณไวจากการระบาดของ Omicron สงครามรัสเซีย-ยูเครน และเงินเฟอที่มีแนวโนมอยูในระดับสูงตอเนื่อง 9 11
  • 12.
    การเติบโตของเศรษฐกิจป 2020 2021และ 2022 หนวย : %YOY • การฟนตัวของภาคบริการ • การฟนตัวภาคการผลิตและสินคาคงคลัง • การฟนตัวของตลาดแรงงานแข็งแกรงตอเนื่อง • การลงทุน CAPEX ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นตอเนื่อง • ความเสี่ยงดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มขึ้น นําไปสูเงินเฟอที่เพิ่ม สูงขึ้นตอเนื่อง และอุปทานคอขวดที่ยืดเยื้อ • China’s Zero Covid Policy มีแนวโนมดําเนินตอเนื่อง ในป 2022 อาจกดดันการฟนตัวของอุปทานคอขวด • ภาวะการเงินอาจตึงตัวเร็วขึ้น จากเงินเฟออยูสูงกวา ที่คาดการณไว • ความเสี่ยงการเกิด stagflation ในบางพื้นที่ 10 -3.4 -6.3 -4.6 2.3 5.5 5 1.6 8.1 3.2 2.7 1.7 4.5 สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุน จีน 2020 2021 2022F ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC *ขอมูล GDP ของยูโรโซนในป 2021 เปนขอมูลประมาณการ 12
  • 13.
    แผนที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกป 2022 การเมือง ภูมิรัฐศาสตร หมวดความเสี่ยงของ เศรษฐกิจโลกป2022 เศรษฐกิจ การเงิน สงคราม การทหาร สังคม ระดับเงินเฟอปรับตัว เพิ่มสูงขึ้นกวาที่คาดการณ การปรับนโยบายภาครัฐของ ประเทศตาง ๆ ที่มีแนวโนมตึงตัวขึ้น 1 ปญหาหนี้และฐานะคลัง ของประเทศทั่วโลก วิกฤตพลังงานที่รุนแรงขึ้น จากการที่รัสเซียลด อุปทานพลังงานไปยังยุโรป สงครามรัสเซียยูเครนที่ทวีความ รุนแรงขึ้น กดดันการฟนตัว ของเศรษฐกิจโลก ความเปราะบางตอระบบสาธารณสุขโลกหลังวิกฤติ COVID-19 1 2 3 หมายเหตุ คือ ความเสี่ยงสําคัญของ เศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเกิดมากและ ผลกระทบสูง 3 อันดับในป 2022 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC 2 Zero Covid Policy ดําเนินตอเนื่อง ในป 2022 กดดันการฟนตัวของจีน และอาจกดดันการฟนตัวของอุปทาน คอขวดของโลก การกลายพันธุของไวรัสสายพันธุใหม ขอพิพาทชองแคบไตหวัน 11 3 ความสัมพันธระหวางสหรัฐฯ และจีน ที่คาดวาจะยังตึงเครียดจากการแขงขันดาน เทคโนโลยีและตลาดทุน และอาจมีแนวโนมขยายขอบเขตสูความมั่นคงของชาติ การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางในหลายประเทศ อาจสงผลตอเสถียรภาพการเงินโลก ขอพิพาทระหวางจีน - อินเดีย การสงขอมูลขามพรมแดน (cross-border data flow) ที่จะมีขอจํากัดมากขึ้น จากประเด็นความมั่นคง เปนภาระตอธุรกิจขามชาติ 13
  • 14.
    ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022 ที่มา :ขอมูลจากธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุน (BOJ) และธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS) 10 Apr French Presidential Election การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 14 Apr ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 27 Apr BOJ Meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุน (BOJ) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุน 9 Philippine Presidential Election การเลือกตั้งประธานาธิบดีฟลิปปนส Jun BIS Quarterly Review การประเมินผลการดําเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 9 Jun ประเด็นที่ตองจับตา May 12 14
  • 15.
    ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022 14-15 Jun FOMCmeeting with economic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ 20 Jul BOJ Meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุน (BOJ) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุน 21 Jul ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน Sep BIS Quarterly Review การประเมินผลการดําเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements 8 Sep ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 20-21 FOMC meeting with economic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ Sep ประเด็นที่ตองจับตา 13 ที่มา : ขอมูลจากธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed), ธนาคารกลางญี่ปุน (BOJ) และธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS) 15
  • 16.
    ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022 27 Oct 2 Oct 2022Brazilian general election การเลือกตั้งทั่วไปของบราซิล ประเด็นที่ตองจับตา 8 Nov United States Congress elections การเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา 14 ที่มา : ขอมูลจาก ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed), ธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS) และธนาคารกลางญี่ปุน (BOJ) Dec BIS Quarterly Review การประเมินผลการดําเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements 13-14 FOMC meeting with economic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ Dec ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน BOJ Meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุน (BOJ) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุน 16
  • 17.
    Continued Tight Labor supply ลําดับเหตุการณสําคัญของเศรษฐกิจโลกป2022 15 Dec ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พรอมกับการคาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 2H2022 The 20th National Congress of the Chinese Communist Party การประชุมสภาประชาชนแหงชาติของจีน ซึ่งมีความสําคัญตอเศรษฐกิจ เนื่องจากการประชุมจะเปนการกําหนดนโยบายที่สําคัญของจีน ในดานตาง ๆ ประเด็นที่ตองจับตา ประเด็นสําคัญของเศรษฐกิจโลกป 2022 Decelerated Growth Lingering Inflation Rising geopolitical risks AEs-China Policy Divergence 15 ที่มา : ขอมูลจาก ธนาคารกลางยุโรป (ECB) 17
  • 18.
  • 19.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 แนวโนมเศรษฐกิจโลกป2022 แมสถานการณ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย แตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทําใหการฟนตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอลง เงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วจาก ราคาสินคาโภคภัณฑและอุปทานคอขวด กดดันการฟนตัวเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลว ตึงตัวขึ้น สงผลตอภาวะการเงินโลก และภาระหนี้ที่สูง 19
  • 20.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 แมสถานการณCOVID-19 เริ่มคลี่คลาย แตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทําใหการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอลง การแพรระบาดของ COVID-19 สงผลตอเศรษฐกิจโลกนอยลง หลังหลายประเทศใชนโยบาย Living with Covid อยางไรก็ดี สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลใหเศรษฐกิจโลกชะลอลงจากปญหาอุปทานคอขวดที่แยลง เปนผลใหราคาพลังงานและโภคภัณฑสูงขึ้น การคาโลกชะลอลง และภาวะการเงินตึงตัว 20
  • 21.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 การแพรรบาดของOmicron สงผลตอการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก (ในระยะสั้นนี้) อยางไร • การฟนตัวของเศรษฐกิจโลกปรับชะลอตัวลงเล็กนอยในไตรมาสแรกของปนี้ โดยภาคบริการไดรับผลกระทบจากการกลับมาระบาดมากกวา ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตปรับชะลอลงเล็กนอย อยางไรก็ดี ขอมูลลาสุดสะทอนใหเห็นวาการชะลอตัวมีแนวโนมไมรุนแรง และเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นแลว มาตรการคว่ําบาตรตอรัสเซียมีอะไรบาง • กลุมประเทศตะวันตกไดยุติการใหบริการระบบสื่อสารทางการเงินระหวางประเทศ หรือ SWIFT และไดมีการคว่ําบาตรสถาบันการเงินที่สําคัญ เชน แบน Sberbank VTB • มาตรการปองกันไมใหธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) ใชทุนสํารองระหวางประเทศที่อยูในประเทศของตน • การหามสงออกอุปกรณและสวนประกอบทางเทคโนโลยี ขอจํากัดในการทําธุรกิจของบริษัทรัสเซีย และบริษัทในตางประเทศไดมีการยุติการทําธุรกิจกับรัสเซีย มาตรการคว่ําบาตรทางการเงิน สงผลตอตลาดการเงิน ระบบการชําระเงิน และการดําเนินนโยบายของธนาคารกลางรัสเซียอยางไร • การยุติ SWIFT อาจนําไปสูความลําบากในการทําธุรกรรมระหวางประเทศของรัสเซีย แตจะไมนานําไปสูการหยุดชะงักของการคาทั้งหมด เนื่องจากมีระบบชําระเงินทางเลือกที่สามารถใชได แมจะ ไมไดมีประสิทธิภาพดีเทาและมีตนทุนสูงกวา • ธนาคารกลางรัสเซียถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองของตนที่อยูในตางประเทศ ทําใหอาจเปนอุปสรรคตอการดูแลเสถียรภาพตลาดการเงินและความเชื่อมั่น อยางไรก็ดี ตั้งแต 2014 รัฐบาล และภาคธุรกิจไดเตรียมความพรอมผานการลดการพึ่งพา USD ผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกมีกี่ชองทาง และสงผลตอการฟนตัวทางเศรษฐกิจโลกมากนอยเพียงใด • 4 ชองทาง คือ 1) การปรับตัวขึ้นของราคาสินคาโภคภัณฑ 2) ปญหาอุปทานคอขวดยืดเยื้อ 3) การคาโลกอาจชะลอตัวลงรุนแรง และ 4) ภาวะการเงินที่อาจตึงตัวขึ้น • ความตึงเครียดระหวางรัสเซียและยูเครนสงผลให GDP โลก มีแนวโนมปรับลดลงจากคาดการณเดิม อีกทั้ง การคว่ําบาตรผานการลดปริมาณอุปทานน้ํามันและกาซธรรมชาติ สงผลใหราคา พลังงานและเงินเฟอโลกปรับสูงขึ้น Theme 1 : การระบาดของ Omicron และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทําใหการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอลง 21
  • 22.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 จํานวนผูติดเชื้อใหมทั่วโลกขยับสูงขึ้นเล็กนอยจากจํานวนผูติดเชื้อในเอเชียที่เพิ่มสูงขึ้นแตอัตราการเสียชีวิตสะสมทั่วโลก มีแนวโนมลดลงตอเนื่อง สถานการณ COVID-19 ของโลก หนวย : ลานคน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ WHO และ John Hopkins University CSSE COVID-19 Data จํานวนผูติดเชื้อรายใหมเฉลี่ย 7 วันของในแตละทวีป หนวย : ลานคน หนวย : พันคน อัตราการเสียชีวิตสะสมของในแตละทวีป หนวย : % อัตราการเสียชีวิตสะสมของโลก หนวย : % 1.27 0 2 4 6 8 0 2 4 6 8 10 Jul-21 Jul-20 Jan-21 Jan-22 Jul-21 Jul-20 Jan-21 Jan-22 แอฟริกา เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต อเมริกาเหนือ อื่น ๆ Jul-21 Jul-20 Jan-21 Jan-22 แอฟริกา เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต อเมริกาเหนือ อื่น ๆ Jul-21 Jul-20 Jan-21 Jan-22 4 3 2 1 0 2.0 1.5 1.0 0.5 0 30 25 20 15 10 5 0 ผูติดเชื้อรายใหมเฉลี่ย 7 วัน (แกนซาย) ผูเสียชีวิตเฉลี่ย 7 วัน (แกนขวา) อัตราการเสียชีวิตสะสม อัปดตลาสุด : 26 มี.ค. 2022 22
  • 23.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 สถานการณCOVID-19 ของโลกคาดวาจะเริ่มเขาสู endemic ในชวงครึ่งปหลังของป 2022 เมื่อประชากรโลกกวา 70% ไดรับ วัคซีนครบโดสและยารักษา COVID-19 ถูกกระจายอยางทั่วถึง ซึ่งจะสงผลใหจํานวนผูปวยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิตลดลง ความคืบหนาของการฉีดวัคซีน และการกระจายยารักษา COVID-19 เปนจุดเปลี่ยนสําคัญที่ทําให COVID-19 เขาสู endemic ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ WHO, CDC, Public Health Emergency (USA) และ McKinsey เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิต และอัตราการแพรระบาดของ COVID-19 จํานวนผูรับวัคซีนของโลกอยูในระดับสูง โดย WHO คาดวา เมื่อ 70% ของประชากรทั่วโลกไดรับวัคซีนจะเปนจุดเปลี่ยน สําคัญของการเขาสู endemic อยางไรก็ดี ประเทศในกลุมแอฟริกาที่อัตราการฉีดวัคซีนยังอยูในระดับต่ํา จะใชเวลาถึง ชวงไตรมาส 3 ป 2023 กวาประชากรราว 70% จะไดรับวัคซีนอยางนอย 1 เข็ม ซึ่งสงผลใหแอฟริกายังเปนพื้นที่เสี่ยงที่ อาจเกิดการกลายพันธุของเชื้อ COVID-19 ขึ้นอีกครั้ง 0 20 40 60 80 100 10 30 0 20 40 50 60 70 80 90 83% แอฟริกา อเมริกาเหนือ 66% อเมริกาใต เอเชีย ยุโรป 71% โอเชียเนีย 74% 68% 20% 1 เข็ม ครบโดส ความคืบหนาในการฉีดวัคซีน (% ของจํานวนประชากร) กลุมประเทศ ชวงเวลาที่คาดวาประชากร 70% จะไดรับวัคซีน Q4 ’21 Q1 ’22 Q1 ’22 Q2 ’22 Q2 ’22 Q3 ’23 % ผูไดรับวัคซีนครบโดสทั่วโลก 70% 57% 2021 2022 Jul/22 อัปเดตลาสุด : 26 มี.ค. 2022 การกระจายยารักษา COVID-19 อยางทั่วถึง ปจจุบันหลายประเทศ อนุมัติใหใชยารักษา COVID-19 ในกรณีฉุกเฉินแลว รวมถึงผูผลิต อยาง Merck ไดอนุญาตใหผูผลิต ยาทองถิ่น 27 รายทั่วโลก ผลิตยา เพื่อสงขายใหประเทศรายไดนอย ในราคาถูกตามขอตกลงกับ UN ยา ประสิทธิผลเพื่อลดการรักษา ใน รพ. และเสียชีวิต กําลังการผลิต ตอป Paxlovid (Pfizer) 89% เมื่อมีอาการไมเกิน 3 วัน 120 ลานคอรส Molnupiravir (Merck) 30% เมื่อมีอาการไมเกิน 5 วัน 20 ลานคอรส • Omicron มีอัตราการแพรเชื้อที่สูงกวาเชื้อไวรัสชนิดอื่น แตอัตราการ เสียชีวิตต่ํากวาเชื้อไวรัสหลายชนิด • ประเทศที่มีอัตราการไดรับวัคซีนสูง และอัตราการเสียชีวิตจาก COVID-19 ต่ํา เตรียมที่จะประกาศให COVID-19 เปน Endemic 23
  • 24.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 หลายประเทศเริ่มใชนโยบายLiving with Covid หลังสถานการณในประเทศเริ่มผอนคลาย จากอัตราการเสียชีวิตที่อยูในระดับต่ํา หลายประเทศเริ่มลดมาตรการที่เขมงวดเมื่ออัตราการเสียชีวิตสะสมอยูในระดับต่ํา ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC และมหาวิทยาลัยออกซฟอรด 0 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 0.00 0.20 0.40 0.60 0.80 1.00 1.20 1.40 1.60 1.80 2.00 2.20 2.40 2.60 2.80 3.00 3.20 3.40 3.60 3.80 4.00 4.20 4.40 4.60 4.80 5.00 Chile Russia India Brazil อัตราการเสียชีวิตสะสม Canada Stringency index Belgium Bangladesh Poland China Colombia UK Denmark Egypt Indonesia Sri Lanka Japan Kenya Laos Myanmar Netherlands Norway Oman Portugal Qatar Saudi Arabia Vietnam Singapore South Africa South Korea Spain USA Sweden Switzerland Taiwan Thailand UAE Asia Europe Latin America North America Africa รัฐบาลนอรเวยยกเลิกมาตรการจํากัดการ แพรระบาดของ COVID-19 ทั้งหมดตั้งแต 1 กุมภาพันธ เนื่องจากการระบาดระลอกปจจุบัน ไมสงผลกระทบตอระบบสาธารณสุขของประเทศ เชน • ผูตรวจพบเชื้อไมจําเปนตองกักตัว • สถานบันเทิงเปดบริการปกติ • การยกเลิก vaccine passport และการ ตรวจเชื้อ COVID-19 กอนเขาประเทศ (มาตรการยังมีผลบังคับใชใน Svalbard เนื่องจากบริการทางสาธารณสุขยังมีขอจํากัด) รัฐบาล UK วางนโยบาย Living with COVID โดยมีแผนในการยกเลิกมาตรการทั้งหมด ภายในเดือนมีนาคม เชน • ผูตรวจพบเชื้อไมจําเปนตองกักตัวเพื่อ รักษาตัว แตแนะนําใหอยูบานและหลีกเลี่ยง การสัมผัสผูอื่น • ยกเลิกการบังคับสวมหนากากอนามัยในที่ สาธารณะ • ตั้งแตวันที่ 1 เมษายน ยกเลิกการใช vaccine passport ใน UK (ยกเวนการ เดินทางระหวางประเทศ) อัปเดตลาสุด : 12 มี.ค. 2022 24
  • 25.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 แมหลายประเทศในเอเชียมีจํานวนผูติดเชื้อเพิ่มขึ้นแตสวนใหญยังคงเดินหนานโยบายLiving with Covid ยกเวนจีนที่ยังคง มาตรการควบคุมการแพรระบาดอยางเขมขนจากนโยบาย Zero Covid ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลขององคการอนามัยโลก (WHO), มหาวิทยาลัยออกซฟอรด, กระทรวงสาธารณสุข, Nytimes และกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร จํานวนผูติดเชื้อใหมเฉลี่ย 7 วัน หนวย : พันคน หนวย : พันคน อัตราการเสียชีวิตสะสม หนวย : % ความคืบหนาในการฉีดวัคซีน หนวย : % ตอจํานวนประชากร 30 0 10 20 400 0 100 200 300 40 ก.ค. ม.ค. ก.ค. ม.ค. 0 1 2 3 4 ก.ค. ม.ค. ก.ค. ม.ค. 80% 0% 20% 40% 60% 100% เกาหลีใต เวียดนาม สิงคโปร จีน มาเลเซีย ไทย 91% 88% 88% 83% 81% 78% รัฐบาลจีนประกาศเพิ่มมาตรการที่เขมงวดทันที เมื่อจํานวนผูติดเชื้อเพิ่มขึ้นกวา 1 พันคน เพื่อลด การระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศ แมประชากรที่ไดรับวัคซีนครบโดสมีสัดสวนสูง โดยประกาศ Lockdown 11 พื้นที่ เชน • เมืองเซินเจิ้น ซึ่งเปนศูนยกลางดานเทคโนโลยีประกาศ Lockdown ใหประชาชนอยูบานตั้งแตวันที่ 14 มีนาคม เปนเวลา 1 สัปดาห รวมถึงการเรงตรวจเชื้อคนในพื้นที่ ซึ่งอาจสงผลตอ supply chain ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก • เซี่ยงไฮ เมืองศูนยกลางทางการเงิน ประกาศ Lockdown บางสวน ตั้งแตวันที่ 12 มีนาคม เชน การปดโรงเรียนโดยใหเรียนออนไลนแทน รวมถึงใหประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากบาน ถาไมมีเหตุจําเปน รัฐบาลบางประเทศเริ่มผอนคลายมาตรการที่เขมงวดและประกาศนโยบาย Living with COVID แมจํานวนผูติดเชื้อ จะเพิ่มขึ้นตอเนื่อง แตดวยผูติดเชื้อใหมมีอาการไมรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตอยูในระดับต่ํา อีกทั้ง ประชากรไดรับวัคซีน ครบโดสมีสัดสวนสูง เกาหลีใต รัฐบาลเริ่มผอนคลายมาตรการตาง ๆ ตามนโยบาย Living with COVID เชน ยกเลิก Vaccine Pass เพื่อเขาสถานที่สาธารณะ, ขยายเวลาเปดรานอาหารและสถานบันเทิงถึง 23 นาฬิกา และประกาศยกเลิก การกักตัวกับผูที่ไดรับวัคซีนครบโดสเดินทางเขาประเทศตั้งแต 21 มีนาคม 2022 สิงคโปร ปรับมาตรการตามนโยบาย Living with COVID หลังผูติดเชื้อใหมอยูในระดับสูงใกลเคียงกันเปนเวลา กวา 1 เดือน เชน อนุญาตใหเริ่มกลับไปทํางานตามปกติ และการจัดงานที่มีการรวมกลุมมากกวา 1,000 คน อยางไรก็ดี การสวมหนากากอนามัยยังคงบังคับใชในที่สาธารณะ โดยเริ่มใชมาตรการตั้งแตวันที่ 15 มีนาคม 2022 จีน มาเลเซีย เกาหลีใต (แกนขวา) สิงคโปร เวียดนาม (แกนขวา) สิงคโปร จีน มาเลเซีย เกาหลีใต เวียดนาม 25
  • 26.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 การฟนตัวของเศรษฐกิจโลกปรับชะลอตัวลงเล็กนอยในไตรมาสแรกของปนี้เปนผลจากการแพรระบาดของ Omicron แตขอมูลลาสุดสะทอนใหเห็นวาการชะลอตัวมีแนวโนมไมรุนแรง และเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวดีขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของมหาวิทยาลัยออกซฟอรด, Google Mobility Report North America* เปนการคํานวณคาเฉลี่ยไมถวงน้ําหนักของประเทศสหรัฐฯ และแคนาดา Google Mobility Report: กิจกรรมคาปลีกและนันทนาการ (Retail and recreation) หนวย : % การเปลี่ยนแปลงเทียบกรณีฐาน (คามัธยฐานชวง 3 ม.ค. – 6 ก.พ. 2020), คาเฉลี่ย 7 วันยอนหลัง จุดเขมงวดสูงสุดของดัชนีความเขมงวดของมาตรการควบคุมโรค (Oxford Stringency Index) หนวย : ดัชนี 20 40 60 80 100 EU North America* LATAMs ASEAN5 China Japan India First Wave Delta Omicron -80 -60 -40 -20 0 20 40 Feb-20 Apr-20 Jun-20 Aug-20 Oct-20 Dec-20 Feb-21 Apr-21 Jun-21 Aug-21 Oct-21 Dec-21 Feb-22 US UK Germany India ASEAN5 First Wave Alpha Spread Delta Spread Omicron Spread ระดับต่ําสุดของดัชนีในชวงที่มีการแพรระบาดแตละระลอก* First Wave Alpha Delta Omicron -66.0 -39.8 -28.2 -16.4 • มาตรการควบคุมการแพรระบาดในระลอกลาสุดมีความเขมงวดนอยกวาระลอกอื่น ๆ ผลจาก ระดับความรุนแรงของไวรัสที่นอยลง อีกทั้ง มีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้น • รัฐบาลในหลายประเทศ เริ่มผอนคลายมาตรการจํากัดการเดินทาง เชน UK และ EU ไดประกาศ ผอนคลายมาตรการควบคุมโรคแลว และไดยกเลิกขอบังคับสวมหนากากและ WFH แลว • ดังนั้น คาดวากิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 เปนตนไป จะทยอยฟนตัวตอเนื่อง ทั้งในภาค การบริโภคและการผลิต • กิจกรรมทางเศรษฐกิจสงสัญญาณฟนตัวแลว หลังปรับชะลอตัวลงสูจุดต่ําสุดในชวงที่มีการ ระบาดหนักของ Omicron เมื่อเดือนมกราคม 2022 สะทอนจากดัชนี Google Mobility Index ที่ ทยอยปรับเพิ่มขึ้น • การชะลอตัวของเศรษฐกิจมีความรุนแรงนอยลง รวมถึงใชระยะเวลาในการฟนตัวที่สั้นลง สะทอน จากกิจกรรมคาปลีกและนันทนาการที่หดตัวนอยกวาการระบาดระลอกอื่น อัปเดตลาสุด : 25 มี.ค. 2022 26
  • 27.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ภาคบริการไดรับผลกระทบจากการกลับมาระบาดมากกวาขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตปรับชะลอลงเล็กนอยในไตรมาสแรก ของปนี้ แตมีความเสี่ยงดานอุปทานจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนเพิ่มขึ้น ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) หนวย : ดัชนี (ปรับฤดูกาล), > 50 = อยูในภาวะขยายตัว ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคบริการ (Services PMI) หนวย : ดัชนี (ปรับฤดูกาล), > 50 = อยูในภาวะขยายตัว 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 Mar-19 May-19 Jul-19 Sep-19 Nov-19 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 US UK Euro Zone Japan Australia 30 40 50 60 70 Mar-19 May-19 Jul-19 Sep-19 Nov-19 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 US UK Eurozone Japan Australia ภาคบริการที่ปรับลดลงมากในชวงที่เกิด การระบาดของ Omicron แตก็ฟนกลับมา เร็ว เพราะมาตรการเขมงวดนอยลง ภาคการผลิตไมไดรับผกระทบจาก การระบาดมากนัก แตลาสุดเริ่มชะลอ ลงหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน • การระบาดของ Omicron สงผลตอกิจกรรมในภาคบริการเปนหลัก สะทอนจากดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคบริการที่ปรับลดลงชัดเจนกวา รวมถึงตัวชี้วัดในภาคบริการอื่น ๆ เชน การรับประทานอาหารนอกบานทั่วโลก หรือยอดการจองเที่ยวบินขามแอตแลนติกที่ปรับลดลงหลังพบการแพรเชื้อของ Omicron ทั้งนี้ดวย Omicron ที่รุนแรงนอยกวาสายพันธุอื่น สงผลใหความเชื่อมั่นตอภาคบริการปรับฟนตัวเร็ว สะทอนจากขอมูล PMI ภาค บริการ เดือนกุมภาพันธ - มีนาคม ที่ปรับเพิ่มขึ้นแลว • กิจกรรมในภาคการผลิตมีแนวโนมชะลอลงในไตรมาสแรกปนี้จากปญหาอุปทานคอขวดที่ยืดเยื้อขึ้น โดยดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคโรงงานเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลงตอเนื่องตั้งแตเดือนธันวาคม 2021 • การแพรระบาดยังสงผลกระทบตอความเชื่อมั่นและอุปสงคของผูบริโภคบางสวน สงผลใหยอดคาปลีกและคําสั่งซื้อใหมในไตรมาส 1 ป 2022 ชะลอตัวลงเชนกัน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC 27
  • 28.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 Russia-UkraineWar Timeline 2022: สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลตอการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก ประเทศตะวันตกตอบโตโดย • ประกาศยุติการใหบริการ Swift กับ สถาบันการเงินจํานวนหนึ่งในรัสเซีย • จํากัดการเขาถึงแหลงเงินทุน สํารองของรัสเซียที่อยูในกลุม ประเทศ G7 • หามการสงออกเซมิคอนดักเตอร และสินคาไฮเทคอื่น ๆ ที่เกี่ยวของไป ยังรัสเซีย วลาดิเมียร ปูตินประกาศ "ปฏิบัติการ ทางทหารพิเศษ" ในยูเครน โดยไดสง ขีปนาวุธรอบแรกไปยังเมืองตาง ๆ ใน ยูเครน และสหรัฐฯ ตอบโตดวยการสั่ง ระงับการดําเนินการทางทรัพยสินของ สถาบันการเงินบางแหงของรัสเซีย ยูเครนลงนามเขาเปนสมาชิกสหภาพ ยุโรป โดยรัสเซียไดบุกเมือง Kyiv เมืองหลวง และ Kharkiv เมืองใหญ อันดับสองของยูเครน สหรัฐฯ และอังกฤษประกาศหยุดนําเขา น้ํามันและกาซธรรมชาติจากรัสเซีย (embargo) ขณะที่ยุโรปประกาศวาจะลด การพึ่งพาแหลงพลังงานจากรัสเซีย เหลือศูนยภายในป 2030 ปูตินประกาศหามการสงออกสินคา โภคภัณฑและวัตถุดิบของรัสเซีย กวา 200 รายการ ซึ่งรวมถึงธัญพืช เชน ขาวสาลี ขาวโพด และขาวบารเลย สินคาและอุปกรณอิเล็กทรอนิกส แตไม รวมถึงสินคาประเภทพลังงาน และโลหะ กลุม G7 ประกาศแผนที่จะขึ้นภาษีสินคา นําเขาจากรัสเซีย เพื่อขจัดผลประโยชน จากการเปนสมาชิกองคการการคาโลก (WTO) รวมถึงจะปฏิเสธสิทธิในการกูยืมเงิน ของรัสเซียกับธนาคารโลก และ IMF ดวย Sberbank ธนาคารที่ใหญที่สุดของ รัสเซียไดยุติการดําเนินงานเกือบ ทั้งหมดในยุโรป เนื่องจากธนาคาร ประสบปญหาเงินสดไหลออกเปน จํานวนมาก และเผชิญภัยคุกคามตอ พนักงานและทรัพยสินของธนาคาร ตอเนื่อง สหราชอาณาจักรประกาศจัดเก็บภาษี นําเขาจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 35% จาก อัตราในปจจุบัน สําหรับการนําเขา สินคามูลคารวมกวา 900 ลานปอนด กลุม G7 และผูนําสหภาพยุโรปประชุม รวมกันที่สํานักงานใหญของ NATO และใหคํามั่นที่จะบังคับใชมาตรการคว่ําบาตร ที่ประกาศไปแลวอยางเต็มที่ รวมถึงทํางาน รวมกับรัฐบาลประเทศอื่น ๆ เพื่อกําหนด มาตรการคว่ําบาตรเพิ่มเติม Feb 24 Feb 26-27 Feb 28 Mar 2 Mar 8 Mar 10 Mar 11 Mar 15 Mar 24 บริษัทรายใหญอื่น ๆ ไดคว่ําบาตร รัสเซีย เชน Apple, Facebook, Amazon, Visa, Master Card, Amex, Google, Microsoft, Maersk, Shell และ Pfizer ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC 28
  • 29.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 การยุติSWIFT แกธนาคารในรัสเซียจะเปนอุปสรรคตอการคาการลงทุนของรัสเซีย โดยระบบชําระเงินทางเลือกที่มีในปจจุบัน ยังไมมีประสิทธิภาพดีเทาและยังไมถูกใชอยางแพรหลายนัก สวนจีนเองก็อาจเลี่ยงที่จะชวยเหลือเพราะกลัวการถูกคว่ําบาตรเพิ่ม การแบน SWIFT เปนอุปสรรคตอการคาระหวางประเทศของรัสเซีย ตารางเปรียบเทียบระบบการชําระเงินระหวางประเทศ กิจกรรมการคาและธุรกรรมทางการเงินระหวางประเทศเกิดความลาชา เนื่องจากรัสเซียจะชําระเงินสําหรับสินคา ไดยากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี เนื่องจากเปนภาคอุตสาหกรรมที่เผชิญขอจํากัดที่ชัดเจน การชําระหนี้ตางประเทศทําไดยากและอาจนําไปสูการผิดนัดชําระหนี้ของรัสเซีย โดยธนาคารในยุโรปเปนหนึ่งใน เจาหนี้รายใหญที่สุดของรัสเซีย มีมูลคาหนี้ 1.21 แสนลานดอลลารสหรัฐ SWIFT CIPS SPFS Number of users 11,000 users 1,280 users 400 users Operating countries 200 countries 103 countries 23 countries Daily volume $400bn $50bn N/A Trading currencies USD RMB Ruble การพึ่งพาระบบการเงินของจีนเพื่อบรรเทาการคว่ําบาตรมีอยูจํากัด • การทําธุรกรรมทางการเงินระหวางประเทศของรัสเซียผานธนาคารจีนเปนไปได จํากัด เนื่องจากจีนไมไดเชื่อมโยงระบบธนาคารของจีนโดยตรงกับตางประเทศ • การทําธุรกรรมผาน CIPS ยังมีนอย โดยปริมาณธุรกรรมของ CIPS มีเพียง 13,000 ตอวัน หรือ ประมาณหนึ่งในยี่สิบของ SWIFT เพราะสวนใหญยังใชในจีน • การใชบริการบัตรเครดิต UnionPay ของจีนเปนไปไดนอย UnionPay มีสวนแบง ในตลาดรัสเซียนอย จึงยังทดแทน Visa, MasterCard, AMEX ที่ถูกยุติจากการคว่ํา บาตรไมไดนัก • จีนอาจไมไดใหความชวยเหลือรัสเซียอยางเต็มที่ เนื่องจากตองการหลีกเลี่ยงการ ถูกคว่ําบาตร และระงับการทําธุรกรรมที่เปน dollar clearing การยุติ SWIFT จะสงผลตอการคาและการทําธุรกรรมของรัสเซียหรือไม ? • รัสเซียอาจหันไปพึ่งพาระบบของจีน (CIPS) มากขึ้น โดยถึงแมวาในปจจุบัน CIPS จะยังพึ่งพา SWIFT ในการเชื่อมโยงธนาคารระหวาง ประเทศอยู แตในระยะตอไปก็มีศักยภาพที่จะปฏิบัติการเองได • อยางไรก็ดี ดวยสัดสวนการชําระเงินในรูป USD ของโลกที่ยังสูง (40% ของการชําระเงินระหวางประเทศ) ทําใหยังเปนขอจํากัดตอการ ใชระบบ CIPS ซึ่งอยูในสกุล CNY การยุติ SWIFT ในรัสเซียจะสงผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกหรือไม? อยางไร? เศรษฐกิจโลกอาจไดรับผลกระทบจากความยุงยาก และตนทุนการชําระเงินในอนาคตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการยุติบริการ SWIFT แกธนาคาร ของรัสเซีย จะนําไปสูการเรงตัวของการพัฒนาระบบทางเลือก อันจะนําไปสู 1. การขาดระบบสงขอความทางการเงินที่เปนหนึ่งเดียว 2. ตนทุนในการทําธุรกรรมระหวางประเทศทั่วโลกอาจปรับเพิ่มสูงขึ้น จากการที่ผูประกอบการอาจตองใชระบบการสงขอความที่แตกตางกัน ในการทําธุรกรรมกับแตละประเทศ 3. อาจเพิ่มอุปสรรคทางดานเทคโนโลยีถาวรในระบบการชําระเงินทั่วโลกได ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ SWIFT, CIPS, SPFS, Forbes และ The Economist 29
  • 30.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ธนาคารกลางรัสเซียถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองของตนที่อยูในตางประเทศทําใหอาจเปนอุปสรรคตอการดูแลเสถียรภาพ ตลาดการเงินและความเชื่อมั่น อยางไรก็ดี ตั้งแต 2014 รัฐบาลและภาคธุรกิจไดทยอยผานการลดการพึ่งพาเงินดอลลารสหรัฐ เงินทุนสํารองระหวางประเทศของรัสเซีย แบงตามสถานที่อยู สัดสวนเงินทุนสํารองระหวางประเทศของรัสเซีย แบงตามสกุลเงิน $410 bn at risk ในกรณีเลวราย เงินทุนสํารองที่ธนาคารกลางรัสเซียสามารถเขาถึงได อาจเหลือเพียงทองและเงินหยวนรวม $230 พันลาน จากทั้งหมด $640 พันลาน (ณ มิ.ย. 2021) • ธนาคารกลางรัสเซียถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองของตนที่อยูในตางประเทศ สงผลใหรัสเซียไมสามารถใช เงินทุนสํารองระหวางประเทศในการลดทอนผลกระทบจากการคว่ําบาตร รวมถึงไมสามารถรักษาเสถียรภาพ ทางการเงินและคาเงินรูเบิลผานการอัดฉีดสภาพคลองได • รัสเซียอาจเกิดวิกฤตทางการเงินจากการที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบธนาคาร ซึ่งจะนําไปสูการแหถอน เงินฝากออกจากธนาคาร (bank runs) โดยพบวาประชาชนมีความตองการถือเงินสดเพิ่มขึ้น • รายไดในรูปเงินตราตางประเทศจากการสงออกน้ํามันและกาซธรรมชาติอาจชวยบรรเทาผลกระทบ ของการ ถูกจํากัดการเขาถึงเงินทุนสํารองระหวางประเทศไดบางสวน • อยางไรก็ดี ตั้งแตป 2014 รัฐบาลและภาคธุรกิจรัสเซียไดเตรียมความพรอมเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากการถูกจํากัดการเขาถึงเงินดอลลารสหรัฐฯ o การใช USD ในการคาและธุรกรรมทางการเงินทยอยลดลง และถูกทดแทนดวยยูโรและหยวน o ธนาคารกลางของรัสเซีย (CBR) ไดลดสัดสวนเงินสํารองที่เปน USD ลงครึ่งหนึ่ง o กระทรวงการคลังมีแผนจะไมถือสินทรัพยที่เปนดอลลารสหรัฐในกองทุนน้ํามันอีกตอไป o สัดสวนหนี้ตางประเทศประเทศของรัสเซียปรับลดลงตอเนื่อง • บริษัทและธนาคารของรัสเซียหลายแหง กําหนดในสัญญาใหธุรกรรมที่ทํากับรัสเซียจะตองสามารถใชสกุลเงิน อื่นสําหรับการชําระเงินในกรณีที่ไมสามารถใช USD ไดดวย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg 30
  • 31.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ความขัดแยงระหวางรัสเซียกับยูเครนอาจสงผลกระทบใหเศรษฐกิจโลกในป2022 ปรับชะลอลงผาน 4 ชองทาง Share of Russia to global economy หนวย : % ของโลก ชองทางการสงผานผลกระทบของสงครามระหวางรัสเซียและยูเครนตอเศรษฐกิจโลก ขนาดเศรษฐกิจ ของรัสเซียมีสัดสวนนอย ตอเศรษฐกิจโลก แตมีสัดสวนกําลังการผลิต พลังงานในตลาดโลกที่สูง โดยเฉพาะในตลาด Euro Area รัสเซียเปนแหลงการผลิตสินคา โภคภัณฑทั้งในภาคเกษตรและโลหะที่ สําคัญของโลก 1.8 1.9 1.9 1.3 10 17 11 40 11 9 4 11 8 10 0 10 20 30 40 50 GDP Share Population Export Import Total Fuels Gas Oil EA gas comsumption Preciouse Metal Industrial Minerals Non-fer. Metals Wheat Fertillizers Industrial wood of Euro area การคาโลกอาจ ชะลอตัวลงรุนแรง ปญหาคอขวดอุปทาน ยืดเยื้อ การปรับเพิ่มขึ้นของ ราคาสินคาโภคภัณฑ ภาวะการเงินอาจตึงตัว เร็วในระยะสั้น โดยเฉพาะในภาคพลังงานและ เกษตรกรรม เนื่องจากรัสเซียเปน ฐานการผลิตที่สําคัญของโลก โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร และยานยนต เนื่องจากรัสเซียเปน ฐานการผลิตโลหะที่สําคัญของโลก หากมาตรการคว่ําบาตร ครอบคลุมการคาดานพลังงาน จากความผันผวนและการไหลออก ของเงินทุนเขาสูสินทรัพยปลอดภัย (safe haven) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ World Bank 31
  • 32.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ชองทางที่1 : สถานการณความตึงเครียดระหวางรัสเซียและยูเครนสงผลกระทบตออุปทานดานพลังงาน เนื่องจากรัสเซีย และยูเครนเปนผูสงออกสําคัญของโลก ซึ่งจะกดดันปญหาเงินเฟอใหเพิ่มสูงขึ้น สัดสวนการนําเขากาซจากรัสเซียของชาติในยุโรป หนวย : % ของการนําเขากาซธรรมชาติทั้งหมด สัดสวนผลผลิตสินคาโภคภัณฑของรัสเซีย (Production) หนวย : % อุปทานของโลก EIC คาดการณราคาน้ํามันดิบ Brent 3 กรณี หนวย : ดอลลารสหรัฐตอบารเรล 21 0 20 40 60 80 100 Austria Finland Lithuania Slovakia Hungary Poland Germany Italy France Netherlands Britain 19 3 11 25 13 32 27 31 38 32 % ของการบริโภค กาซธรรมชาติตอ พลังงานทั้งหมด 10 17 11 20 13 11 7 0 5 10 15 20 Total Fuels Gas Oil Potash Barley Wheat PhosRock 64 42 70 30 55 80 105 130 155 Low case Base case High case 133 110 91 2021 2020 2019 4Q22F 3Q22F 1Q22F 2Q22F ผลกระทบจากราคาสินคาโภคภัณฑที่สูงขึ้นตอเศรษฐกิจ • เงินเฟอเพิ่มขึ้น กดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจ • ตนทุนผูประกอบการเพิ่มขึ้น สงผลตอการทํากําไร • การบริโภคลดลงจากกําลังซื้อหดตัว ผลกระทบหากรัสเซียจะตอบโตโดยการลดการสงออกพลังงาน • รัสเซียเปนผูสงออกพลังงานสําคัญของโลก ประมาณ 10% ของทั้งหมด • ยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากนําเขาพลังงานสูง • ราคา LNG ในเอเชียและถานหินในแปซิฟกมีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้น จากอุปสงคจากสหภาพยุโรปที่ยายออกจากรัสเซีย • ภาคคมนาคมและขนสง มีแนวโนมไดรับผลกระทบรุนแรง High Case ($133/บารเรล) : Supply shock จากสงคราม และวิกฤตพลังงานที่รุนแรงขึ้น • ความตึงเครียดของสงครามยืดเยื้อยาวนาน • นานาชาติคว่ําบาตรการสงออกน้ํามันของรัสเซีย หรือรัสเซียหยุดสงออกพลังงานไปยุโรป สงครามทําใหทอสงน้ํามันและกาซฯ เสียหาย ทาเรือสงน้ํามันเสียหายหรือโดนปด • วิกฤตพลังงานที่ขาดแคลนกาซธรรมชาติรุนแรงมากขึ้น ทําใหตองใชน้ํามันทดแทนกาซสูงขึ้น Base Case ($110/บารเรล) : อุปสงคเติบโตตามเศรษฐกิจ อุปทานน้ํามันตึงตัว • ความตึงเครียดของสงครามยืดเยื้อราว 3-4 เดือน สหรัฐฯ ระงับการนําเขาน้ํามันจากรัสเซีย • OPEC+ คงมติเพิ่มการผลิตเดือนละ 4 แสนบารเรล/วัน แตยังผลิตไดนอยกวาเปาหมาย • สหรัฐฯ ผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหราน อิหรานสงออกน้ํามันดิบ 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน Low Case ($91/บารเรล) : สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยุติเร็ว • สถานการณของสงครามคลี่คลายในระยะเวลาอันสั้น นําไปสูการเจรจา • การสงออกพลังงานจากรัสเซียไปยุโรปไมไดรับผลกระทบ • อุปทานน้ํามันเพิ่มขึ้นจากกลุม OPEC+ และสหรัฐฯ • สหรัฐฯ ผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหราน ปริมาณสงออกน้ํามันของอิหรานเพิ่มขึ้น รวดเร็ว ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ The Economist, Moody’s, Bloomberg และ World Bank 32
  • 33.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 •การคว่ําบาตรของรัสเซียจะทําใหราคาปุยทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากรัสเซียเปนผูสงออกปุยและกาซธรรมชาติที่สําคัญ • ราคาปุยที่อยูในระดับสูงจะสงผลใหตนทุนการผลิตพืชสูงขึ้น และเกษตรกรบางสวนอาจจะลดการใชปุยลง ซึ่งจะสงผลให ผลผลิตตอไรลดลง ผลักดันใหราคาอาหารยิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น • ราคาขาวสาลีที่เพิ่มขึ้น จะทําใหราคาขนมปง ขนมอบ ผลิตภัณฑเสนสูงขึ้น • ราคาถั่วเหลืองและปาลมน้ํามันที่เพิ่มขึ้น จะทําใหราคาน้ํามันพืชเพิ่มขึ้น • ราคาถั่วเหลือง ขาวโพด ขาวสาลีที่เพิ่มขึ้น จะทําใหราคาอาหารสัตวเพิ่มขึ้น • ราคาขาวบารเลยที่เพิ่มขึ้น จะทําใหตนทุนการผลิตเบียรเพิ่มขึ้น 80 100 120 140 160 180 200 สงครามระหวางรัสเซียกับยูเครน จะผลักดันใหราคาสินคาโภคภัณฑเกษตรหลายชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นและทําใหปญหา ราคาปุยเคมีแพงยืดเยื้อมากขึ้น ซึ่งจะสงผลใหปญหาเงินเฟอโลกและไทยที่อยูในระดับสูงอยูแลวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สัดสวนปริมาณการสงออกตอปริมาณการคาโลก หนวย : % (ป 2020) ดัชนีราคาสินคาโภคภัณฑเกษตรโลกรายวัน หนวย : ดัชนี (3 ม.ค. = 100) ราคากาซธรรมชาติและราคาปุยยูเรียโลกรายเดือน หนวย : ดอลลารสหรัฐ/ลานบีทียู หนวย : ดอลลารสหรัฐ/ตัน 8 18 18 28 17 16 11 17 17 50 2 20 0 30 10 40 50 60 70 80 0 2 ขาวโพด 0 ขาวบารเลย กาซธรรมชาติ ขาวสาลี น้ํามันทานตะวัน ปุยยูเรีย ปุยโพแทสเซียม 20/03 13/02 30/01 02/01 23/01 09/01 16/01 06/02 20/02 27/02 06/03 13/03 27/03 19 ม.ค. ไบเดน คาดการณ วารัสเซียจะบุกยูเครน ขาวสาลี ขาวบารเลย 24 ก.พ. เปดฉาก สงครามรัสเซีย ยูเครน น้ําตาล ถั่วเหลือง น้ํามันปาลม ขาวโพด 0 200 400 600 800 1,000 0 5 10 15 20 25 30 35 40 01/21 02/22 02/21 08/21 05/21 03/21 04/21 07/21 06/21 09/21 10/21 11/21 12/21 01/22 28/03//22 ราคาปุยยูเรีย (แกนขวา) ราคากาซธรรมชาติ ณ ตลาดยุโรป (แกนซาย,วัตถุดิบหลักผลิตยูเรีย) รัสเซีย ยูเครน อุปทานอาหารลดลงนําไปสูราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น • อุปทานสินคาเกษตรจากยูเครนและรัสเซียลดลง โดยทั้งสองประเทศ เปนผูสงออกสินคาเกษตรที่สําคัญ เชน เมล็ดพืช ขาวสาลี • มาตรการควบคุมอุปทานของประเทศอื่นเริ่มทยอยประกาศใช เชน ตุรกี อารเจนตินา ฮังการี อินโดนิเซีย ไดจํากัดการสงออกอาหาร • ราคาเนื้อสัตวอาจปรับเพิ่มขึ้น จากตนทุนอาหารสัตว (ธัญพืช) ที่ สูงขึ้น • EMs-Asia มีแนวโนมไดรับผลกระทบตอเงินเฟออาหารมาก เนื่องจากราคาอาหารมีสัดสวนในตะกราเงินเฟอสูง (30%) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ BP, USDA, Bloomberg และ World Bank 33
  • 34.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ชองทางที่2 : รัสเซียและยูเครนเปนผูสงออกแรโลหะสําคัญของโลก โดยเฉพาะแพลเลเดียม นิกเกิล และกาซนีออนที่ใชใน กระบวนการผลิตอุปกรณยานยนตและเซมิคอนดักเตอร ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงตอปญหาดานอุปทานและราคาสินคาดังกลาว ราคาวัตถุดิบสําคัญในตลาดโลก หนวย : Index (2019=100) สัดสวนการสงออกสินคาโภคภัณฑของรัสเซีย หนวย : % อุปทานโลกทั้งหมด, ป 2020 44 25 16 14 13 6 4 -5 5 15 25 35 45 Palladium Vanadium Titanium Platinum Nikkel Aluminum Steel 50 100 150 200 02/20 09/21 10/20 05/20 03/21 07/20 05/21 12/20 07/21 12/21 03/22 Nickel Steel Palladium Rubber Aluminium แหลงวัตถุดิบกาซนีออนและแรแพลเลเดียมในโลก หนวย : % เมื่อเทียบกับมูลคาการผลิตของตลาดโลก 44 70 นีออน แพลลาเดียม รัสเซีย ยูเครน แอฟริกา อเมริกา อื่น ๆ ปญหาอุปทานคอขวดในภาคเซมิคอนดักเตอรและยานยนตอาจรุนแรงขึ้น • รัสเซียและยูเครนเปนผูผลิตวัตถุดิบสําคัญ ไดแก กาซนีออน และแรแพลเลเดียม โดยรัสเซีย สงออกแพลเลเดียม 43% ของโลก ซึ่งเปนวัตถุดิบสําคัญสําหรับอุปกรณอิเล็กทรอนิกส ขณะที่ ยูเครนเปนแหลงผลิตกาซนีออนบริสุทธิ์ราว 70% ของกําลังการผลิตทั่วโลก ซึ่งใชในกระบวนการ ผลิตเซมิคอนดักเตอร • รัสเซียเปนแหลงสงออกนิกเกิล (13%) ซึ่งเปนวัตถุดิบสําคัญสําหรับผลิตแบตเตอรี่รถยนต EV • ปริมาณการสงออกของกาซนีออนและแรแพลเลเดียมของยูเครนและรัสเซียที่ลดลง จากผลของ สงคราม นํามาซึ่งราคาของกาซนีออนและแรแพลเลเดียมที่สูงขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ World Bank และ Bloomberg 34
  • 35.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 สงครามรัสเซีย-ยูเครนสงผลกระทบตออุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร และอุตสาหกรรมตอเนื่องอื่น ๆ เชน รถยนต ผานตนทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ตามราคาวัตถุดิบสําคัญ รวมทั้งความเสี่ยงจากปญหา supply disruption Key timeline of global semiconductor shortage Q1 2021 Q2 2021 Q3 2021 Q4 2021 กระทบการ ผลิตรถ 1.4 ลานคัน ผูผลิตรถยนตเรงผลิต ทดแทนจํานวนรถยนต ที่ไมสามารถผลิตได ในชวงกอนหนา กระทบการ ผลิตรถ 2.3 ลานคัน โรงงานผลิตรถยนต หลายแหงตองปด ชั่วคราว Peak of plant shutdowns Peak of Semiconductor Shortage ยังอยูในภาวะเฝาระวัง หากสงครามยืดเยื้อจะสงผล ตอการขาดแคลนวัตถุดิบ และตนทุนที่สูงขึ้น 2022F 2023F กระทบการ ผลิตรถ 3.4 ลานคัน กระทบการ ผลิตรถ 3.8 ลานคัน กระทบการ ผลิตรถ 7 ลานคัน OEM ลดคําสั่งซื้อชิ้นสวน เนื่องจากเกิดผลกระทบจาก การแพรระบาด ตองปด สายการผลิตรถยนตทั่วโลก 2020 ผูผลิตเซมิคอนดักเตอร สําหรับยานยนต ลดคําสั่งซื้อ เซมิคอนดักเตอร คาดการณการผลิตรถยนตทั่วโลกในป 2022 (ณ มีนาคม 2022) และโครงสรางสัดสวนวัสดุที่ใชในการผลิตรถยนต หนวย : ลานคัน (ซาย), หนวย : % ของปริมาณการใชทั้งหมด (ขวา) ระยะเวลาการสงมอบเซมิคอนดักเตอรยังคงยาวนาน หนวย : สัปดาห 2017 2020 2019 2018 2021 Trade War Tech War COVID-19 12.8 14.4 15.3 14.2 13.0 14.2 18.5 20.4 25.0 26.2 2022 30.7% 10.1% 20.8% 18.1% 14.0% 3.6% 2.7% China Europe South Asia Japan/Korea North America South America Middle East/Africa 84.1 81.5 Latest forecast (Mar22) Previous forecast (Feb22) -3.1% 52% 15% 9% 5% 19% เหล็ก เสนใยแกว/เสนใยคารบอน/พลาสติก แมกนีเซียม อะลูมิเนียม อื่น ๆ Situation Update: • สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อและการคว่ําบาตรรัสเซีย สงผลใหปญหาเซมิคอนดักเตอรขาดแคลน มีแนวโนมคลี่คลายชาลงกวาที่คาด สงผลกระทบตอ อุตสาหกรรมผลิตเซมิคอนดักเตอร และทําใหตนทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนคือ major suppliers ของวัตถุดิบสําคัญอยาง neon gas และ palladium ปญหาดังกลาวกระทบตอเนื่องมายังอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต สะทอนไดจากการปรับลดคาดการณการผลิตรถยนตโลกลาสุดในป นี้ ลงมาอยูที่ 81.5 ลานคัน • ขณะเดียวกัน ตนทุนการผลิตรถยนตโดยรวมยังมีแนวโนมสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและวัสดุอื่น ๆ ที่ใชในกระบวนการผลิตรถยนตอีกดวย อาทิ เหล็กและ อะลูมิเนียม ที่แพงขึ้นตามราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก เปนตน • นอกจากนี้ ลาสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ 2022 ที่ผานมา คายรถยนตหลายคายในยุโรป เชน Porsche, Audi, BMW และ Mercedes Benz เปนตน จําเปนตองหยุดการผลิตรถยนตบางรุนชั่วคราว จากปญหาการขาดแคลนชุดสายไฟที่นําเขาจากยูเครน • อนึ่ง ตนทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากผลพวงของสงคราม ทําใหผูผลิตรถยนตจําเปนตองปรับขึ้นราคาขายในระยะตอไป เพื่อสงผานภาระตนทุนที่สูงขึ้นตอไปยัง ผูบริโภค ซึ่งอาจกระทบตอยอดขายรถยนตโลกในระยะตอไปได ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ IHS Markit, KoreaHerald, TrendForce, Nikkei Research และ Susquehanna Financial Group 35
  • 36.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ชองทางที่3 : ผลกระทบตอการคาโลกคาดวาจะมีอยูอยางจํากัด เนื่องจากสัดสวนการคาระหวางประเทศของรัสเซีย และยูเครนมีขนาดเล็ก เวนแตมาตรการคว่ําบาตรจะรุนแรงขึ้นครอบคลุมการคาดานพลังงาน สัดสวนมูลคาการคาของรัสเซียและยูเครนกับประเทศเศรษฐกิจสําคัญ หนวย : % GDP ของแตละประเทศ (ป 2020) สัดสวนมูลคาการคาของรัสเซียและยูเครน หนวย : % มูลคาการคาโลก (ป 2020) 0.0 0.2 0.4 0.6 0.8 1.0 Russia Ukraine Import Export 0 1 2 3 4 5 Imports from Russia and Ukraine Exports to Russia and Ukraine ขนาดการคาของรัสเซียและยูเครนมีขนาด เล็กเมื่อเทียบกับการคาทั่วโลก โดยรัสเซียคิดเปน 1.6% และยูเครน 0.3% ของการคาโลกทั้งหมด ขนาดการคาของรัสเซียและยูเครนกับประเทศ เศรษฐกิจหลักของโลก มีสัดสวนนอย สงผล ใหผลกระทบดานการคาระหวางประเทศตอ ประเทศเศรษฐกิจหลักมีอยูจํากัด • การคว่ําบาตรทางตะวันตกของรัสเซียจํากัดเฉพาะการสงออกสินคาไฮเทคเทานั้น ซึ่งคิดเปนสัดสวนเพียง 0.07% ของการสงออกทั่วโลก (มูลคา 1.2 หมื่นลานดอลลารในป 2020) • การสงออกของรัสเซียมากกวาครึ่งเปนผลิตภัณฑดานพลังงาน การแบนรัสเซียออกจากระบบ SWIFT (ไมไดแบน Sberbank และ Gazprombank ซึ่งเปน 2 ธนาคารพาณิชย ที่ใหญสุดในรัสเซียที่ถูกใชเพื่อการคาดาน พลังงานเปนหลัก) อาจไมไดมีผลกระทบตอการสงออกน้ํามันและกาซของรัสเซีย เนื่องจาก US และ EU ปองกันไมใหภาคพลังงานไดรับผลกระทบมาก • ผลกระทบตอการคาโลกจะรุนแรงขึ้น หากมาตรกรคว่ําบาตรครอบคลุมการคาดานพลังงาน โดยกลุมประเทศ G7 อาจตกลงที่จะจํากัดการเขาถึงระบบ SWIFT แบบเต็มรูปแบบ (full blocking) ที่จะรวมถึงการชําระเงิน สําหรับการสงออกพลังงานทั้งหมด ซึ่งอาจทําใหอุปทานพลังงานทั่วโลกหยุดชะงักได ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ World Bank 36
  • 37.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 สงครามรัสเซีย-ยูเครนไดสรางปญหาsupply chain disruption โดยทางอากาศ มาตรการปดนานฟาของกลุม EU, UK, US ตอรัสเซีย และการปดนานฟาของรัสเซียเพื่อตอบโตกลับ สงผลใหเกิดการเปลี่ยน/ลด/หยุดการขนสง อีกทั้ง มีตนทุนเพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบที่ตามมาตอการขนสงผูโดยสารและการขนสงสินคาทางอากาศ มาตรการคว่ําบาตรจากกลุม EU, UK, US และมาตรการตอบโตของรัสเซียทางอากาศ สายการบินในกลุม EU ตองเปลี่ยน เสนทางบินใหไมผานรัสเซีย สายการบินตางชาติที่ไมเกี่ยวของ ยังบินเสนทางเดิมผานรัสเซียได ขอมูลการจองซื้อตั๋วเครื่องบินทั่วโลก คาขนสงทางอากาศของ Freightos Air index หนวย : $/kg 2 4 8 Jul 21 Jan 21 Apr 21 Oct 21 Jan 22 North Europe/UK to South korea Global North Europe/UK to China North Europe/UK to Japan 14-20 Mar 22 แนวโนมการเดินทาง ทองเที่ยวทางอากาศชะลอลง ทั้งภายในประเทศและ ระหวางประเทศ เนื่องจาก สงครามฯ กับกําลังซื้อ ของผูบริโภคที่ลดลง และคาโดยสารที่จะเพิ่มขึ้น ตามตนทุนน้ํามัน คาขนสงทางอากาศ เรงตัวขึ้นในเสนทาง จากยุโรปไปเอเชีย ซึ่งใชเสนทางผานรัสเซีย คอนขางมาก เนื่องจาก ความจุของเครื่องบิน ขนสงที่ลดลง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Reuters, Freightos, IATA, J.P. Morgan และ Moody’s • สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลใหเกิดการปดนานฟารวมกันราว 40 ประเทศ ทั้งจากกลุม EU, UK, สหรัฐฯ และแคนาดา ที่ปดนานฟาตนเองแกเครื่องบินรัสเซีย สวนรัสเซียก็หามเครื่องบินประเทศเหลานั้น ผาน • การปดนานฟาสรางผลกระทบตอการบินโลกโดยเฉพาะเสนทางเอเชีย-ยุโรปที่บินผานรัสเซีย ซึ่ง ถือเปนเสนทางขนสงที่สําคัญระหวางยุโรปกับเอเชียตะวันออก • สายการบินของประเทศที่เกี่ยวของกับมาตรการนี้ตองปรับเสนทางบินใหม โดยเฉพาะในเอเชียเหนือ- ยุโรป และทําใหใชเวลาบินนานขึ้นหลายชั่วโมง เพิ่มตนทุน และทําใหตองหยุดใหบริการในบางเสนทาง • สายการบินของรัสเซียไดทยอยลดเที่ยวบินและประกาศหยุดบินระหวางประเทศทั้งหมด โดย Aeroflot ไดหยุดใหบริการระหวางประเทศตั้งแต 8 มีนาคม 2022 รวมถึงระหวางไทย-รัสเซียดวย 37
  • 38.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 การชะลอหรือปดขนสงทาเรือแถบรัสเซีย-ยูเครนและมาตรการ sanction ตาง ๆ สงผลใหการขนสงสินคาไปยังบริเวณนั้น ทําไดคอนขางยาก และทาเรืออื่น ๆ ในยุโรปมีความหนาแนนมากยิ่งขึ้นแทน และจะกระทบอัตราคาขนสง ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนตอการขนสงทางทะเล ดัชนีคาระวางเรือเทกอง (Baltic Dry Index: BDI) หนวย : จุด ดัชนีคาระวางเรือชนสงตูคอนเทนเนอร หนวย : จุด • สงครามรัสเซีย-ยูเครนไดสงผลใหการขนสงบริเวณ Black Sea และ Sea of Azov ชะงักตัวลง โดยทาเรือในยูเครนไดปด ทุกทาเรือ สวนทาเรือรัสเซียยังเปดอยูพรอมทั้งไดสงทหารเขา มาควบคุมการขนสงบริเวณชองแคบ Kerch • ผลกระทบจากการควบคุม Black Sea ทําใหการขนสงสินคา เทกองที่เปนสินคาหลักทําไดยากมากขึ้น โดยถานหิน (รัสเซีย) และขาวสาลี (รัสเซีย, ยูเครน) • การขนสงตูคอนเทนเนอรไปรัสเซียและยูเครนหดตัวรุนแรง โดยเปนผลจากการ sanction รัสเซียจึงทําใหสายเดินเรือ หลายสายหยุดใหจองขนสงใหมไปยังรัสเซียรวมถึงยูเครน จากความปลอดภัย สวนทาเรือในยุโรปก็ประกาศหยุดใหบริการ กับรัสเซีย • ความหนาแนนทาเรืออื่น ๆ ในยุโรปเพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนมา ขนถายที่ทาเหลานั้น Jan 20 Jul 20 Jan 21 Jul 21 Baltic Dry index (Global) 21 Mar 22 0 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 0 1,000 2,000 3,000 4,000 0 5,000 10,000 15,000 หนวย : ดัชนี คาขนสงสินคาเทกองเรงตัวขึ้น ตามความตองการ นําเขาถานหินของ EU เพื่อนําไปใชเปนพลังงานทดแทน กาซธรรมชาติ โดยเปลี่ยนไปนําเขาจากแหลงอื่นแทนรัสเซีย เชน US, Colombia และ South Africa China containerized freight index (CCFI) (RHS) Freightos Baltic index (Global) Freightos (China-Europe) Jan 20 Jul 20 Jan 21 Jul 21 18 Mar 22 คาขนสงตูคอนเทนเนอรมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากทาเรือหลายแหงมีความหนาแนนเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การ ขนสงยังประสบปญหา COVID-19 ในจีนที่รุนแรงขึ้น ซึ่งแม กดดันใหคาขนสงลดลงในชวงนี้ แตหลังสถานการณดีขึ้น จะเรงตัวขึ้นจากสินคาที่คางสง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ BIMCO, Freightos, Bloomberg และ J.P. Morgan 38
  • 39.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ชองทางที่4 : ความเสี่ยงดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มขึ้น สงผลใหภาวะการเงินตึงตัว ผานตนทุนการกูยืมที่ปรับสูงขึ้น คาเงินออนคา และการปรับลดลงของตลาดหุน ซึ่งอาจกระทบการฟนตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนได Corporate spread ของ High yield bonds หนวย : % คาเงินในแตละประเทศ หนวย : ดัชนี (01/01/2022 = 100) ดัชนีตลาดหุนในแตละประเทศ หนวย : ดัชนี (01/01/2022 = 100) 2 4 6 8 10 Feb-20 May-20 Aug-20 Nov-20 Feb-21 May-21 Aug-21 Nov-21 Feb-22 US High Yield Index Euro High Yield Index 50 60 70 80 90 100 110 3-Jan-22 10-Jan-22 17-Jan-22 24-Jan-22 31-Jan-22 7-Feb-22 14-Feb-22 21-Feb-22 28-Feb-22 7-Mar-22 14-Mar-22 DXY RUB EUR THB CNY EM 50 60 70 80 90 100 110 3-Jan-22 10-Jan-22 17-Jan-22 24-Jan-22 31-Jan-22 7-Feb-22 14-Feb-22 21-Feb-22 28-Feb-22 7-Mar-22 14-Mar-22 Thailand US Russia China EU World % DXY EUR RUB THB CNY EM YTD 2.3 -2.8 -23 -0.3 0.2 -1.3 War* 2.3 -2.9 -15 -3.1 -0.5 -2.3 % TH US EU RUS CH EM World YTD -0.5 -13 -11 -36 -15 -15 -13 War* -2.7 -1.2 -3.9 -20 -11 -13 -4 • ความเสี่ยงดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มสูงขึ้น สงผลใหภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้น ผานตนทุนการกูยืมของภาคเอกชนที่ปรับสูงขึ้น คาเงินออนคา และการปรับลดลงของตลาดหุน ซึ่งอาจกดดันการฟนตัวของการลงทุน และเศรษฐกิจ • ตลาดเงินกลุมประเทศ EM ในยุโรปและเอเชียกลางไดรับผลกระทบจากสงครามมากที่สุด เพราะมีการพึ่งพาเศรษฐกิจรัสเซียและยูเครนสูง ทั้งการสงออกและนําเขา ซึ่งอาจเกิดการหยุดชะงักลงได ขณะที่นักลงทุนเทขาย สินทรัพยเสี่ยงจากความไมแนนอนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศที่ไมไดใชสกุลเงินยูโร ซึ่งจะเปราะบางตอภาวะการเงินที่ตึงตัวกวา • คาดวาตลาดเงินกลุมประเทศ EM นอกยุโรปและเอเชียกลางจะไดรับผลกระทบจํากัด เนื่องจากมีการพึ่งพาเศรษฐกิจรัสเซียและยูเครนไมสูงมาก แตตองเฝาระวังความเสี่ยงจากคาเงินที่อาจออนคาตามราคาสินคานําเขา ที่สูงขึ้น (โดยเฉพาะพลังงานและขาวสาลี) ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว และ Flight To Quality * Change since Russia war (24 Feb 2022) ภาวะการเงินที่ตึงตัว สะทอนตนทุนการ กูยืมของภาคเอกชน ที่ปรับสูงขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg 39
  • 40.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโนมยืดเยื้อจากการเจรจาที่ยังไมไดขอตกลงทั้งนี้คาดวาสถานการณนาจะไมรุนแรง จนนําไปสูสงครามระหวางรัสเซียและประเทศตะวันตก จากตนทุนสงครามที่สูงทามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ออนแอ ปจจัยสําคัญที่จะมีผลตอความยืดเยื้อของสงคราม หนวย : % Base Case : สงครามจบภายในครึ่งปหลัง รัสเซียลดการสงออกพลังงานบางสวน • สงครามกินเวลา 3-6 เดือน แตจะคลี่คลายภายในครึ่งปหลัง • กลุมประเทศตะวันตกยังคงมาตรการคว่ําบาตรที่รุนแรง โดยยังคง มาตรการคว่ําบาตรที่ครอบคลุมภาคพลังงาน ไดแก การยุติการนําเขา พลังงานจากรัสเซีย (US, UK) • รัสเซียอาจตอบโตดวยการลดการสงออกพลังงานไปยังยุโรป บางสวนเพิ่มเติม หลังจากที่ไดลดปริมาณไปแลวเมื่อเดือนกันยายน 2021 Worst Case : สงครามยืดเยื้อถึงครึ่งปหลัง รัสเซียระงับการสงออกพลังงานทั้งหมด • สงครามยืดเยื้อโดยอาจกินเวลาถึงสิ้นป 2022 หรือนานกวา • เกิดการปะทะกันของทหารรัสเซียและกลุมประเทศตะวันตก จากความตึงเครียดที่มากขึ้น และความยืดเยื้อของสถานการณ ซึ่งอาจทําใหทั้งสองฝายตองตอบโตดวยวิธีการที่รุนแรงขึ้น • รัสเซียอาจตอบโตดวยการยุติการสงพลังงานไปยังยุโรปทั้งหมด ผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกเมื่อเทียบกับคาดการณกอนเกิดสงคราม เงินเฟอโลกยังอยูในระดับสูงจนถึงสิ้นป และทยอยลดลงในปหนา GDP โลกขยายตัวชะลอลง ประมาณ 1-1.5% • การบริโภคปรับชะลอลงจากกําลังซื้อที่ปรับลดลง • อุปทานคอขวดมีแนวโนมตึงตัว และการคาชะลอตัวลงมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคพลังงาน โลหะ และสินคาเกษตร เงินเฟอโลกเรงตัวขึ้นอีก และอยูในระดับสูงถึงปหนา โดยอยูสูงกวา กรอบเปาหมายมากจากอุปทานที่ใชเวลาในการฟนตัว GDP โลกขยายตัวชะลอลงมากกวา 2% • การบริโภคที่ชะลอลงรุนแรง จากสงครามที่รุนแรงขึ้น • การขาดแคลนพลังงานนําไปสูการหยุดชะงักในภาคการผลิต ทําใหอุปทานคอขวดยืดเยื้อรุนแรงได การแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อประกาศความเปนกลางของยูเครนตามขอ เรียกรองของรัสเซีย ซึ่งยูเครนไดมีทาทียินยอมตอคําเรียกรองแลว ดวยการยกเลิกการสมัครเขา NATO ยูเครนยอมรับอยางเปนทางการวาไครเมียเปนอาณาเขตของรัสเซีย และยอมรับวาสาธารณรัฐโดเนตสกและสาธารณรัฐลูฮันสกเปนรัฐอิสระ ยูเครนจะตองยุติปฏิบัติการการเคลื่อนไหวทางทหาร การยกเลิกมาตรการคว่ําบาตรของตะวันตก โดยรัสเซียอาจเรียกรองให ยกเลิกการคว่ําบาตร เพื่อเปนเงื่อนไขถอนกําลังทหารในยูเครนได ความนาจะเปนที่สงครามจะยืดเยื้อรุนแรงและนําไปสูการปะทะกัน ระหวางรัสเซียและกลุมตะวันตกมีอยูนอย จากความสูญเสียที่จะเกิด กับทั้งสองฝายมีอยูสูง • เศรษฐกิจรัสเซียอยูในภาวะออนแอมาก จากคาเงินรูเบิลที่ออน คาลงรุนแรง เงินเฟอในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ปญหาสินคาขาดตลาด • เศรษฐกิจยุโรปที่พึงพาพลังงานจากรัสเซียมาก การทําสงคราม ทางกายภาพอาจซ้ําเติมปญหาที่เกิดจากสงครามทางเศรษฐกิจที่ รุนแรงอยูแลวได • โอกาสที่สหรัฐฯ จะสงกําลังทหารเขารวมมีนอย เพราะอาจ กอใหเกิดสงครามเปนวงกวางมากขึ้น และทําใหคะแนนนิยมของ Biden ลดลงอีก ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ The Economist, Financial Times และ Moody’s 40
  • 41.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอเรงตัวขึ้นจากราคาสินคาโภคภัณฑและอุปทานคอขวด กดดันการฟนตัวเศรษฐกิจโลก อัตราเงินเฟอเรงตัวขึ้นทั่วโลกสงผลตอเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกโดยเงินเฟอในเศรษฐกิจพัฒนาแลวเกิดจากทั้งปจจัยอุปสงคและอุปทาน ขณะที่ในกลุมเศรษฐกิจเกิดใหม (EMs) สวนใหญเปนผลจากปจจัยอุปทาน ทั้งนี้คาดวาอัตราเงินเฟอโลกจะอยูในระดับสูงตลอดป และจะเริ่มคลี่คลายลงในป 2023 41
  • 42.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ปญหาเงินเฟอในแตละภูมิภาคแตกตางกันอยางไรนัยตอการดําเนินนโยบายการเงินและเศรษฐกิจ • Supply chain disruption ตลาดแรงงานที่ตึงตัว การกลับมาเปดเมืองในบางประเทศ และสงครามรัสเซียยูเครน สงผลใหเงินเฟอโลกปนี้ปรับสูงขึ้นตอเนื่อง และมากกวาที่ไดเคยประเมินไว • เงินเฟอใน AEs มาจากทั้งปจจัยอุปสงคและอุปทาน ขณะที่เงินเฟอใน EMs สวนใหญเปนผลจากปจจัยอุปทาน • การดําเนินนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟอใน EMs จึงมีความทาทายมากกวา ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยซึ่งจะสงผลตออุปสงค และการดูแลคาเงินไมใหออนคาจนเกิดเงินเฟอ Supply chain disruption สงผลตอแนวโนมอัตราเงินเฟออยางไร แรงกดดันเงินเฟอที่เพิ่มสูงขึ้นในชวงที่ผานมาจะอยูอีกนานไหม และจะชะลอลงเมื่อใด • อุปทานคอขวดเริ่มทยอยคลี่คลายในชวงปลายป 2021 แตการฟนตัวชะลอลงในชวงตนป • ดานตลาดแรงงานโดยเฉพาะใน AEs อยูในภาวะตึงตัว ทําใหคาจางปรับตัวสูงขึ้น แตคาดวาจะไมนานําไปสูเหตุการณ Wage-Price Spiral เนื่องจาก ในระยะตอไปคาจางมีแนวโนมชะลอตัวลง จากอุปทานแรงงานที่จะเพิ่มขึ้นตามความกังวลตอการติดเชื้อที่ลดลง และคาดการณเงินเฟอที่คาดวาจะไมปรับสูงขึ้นนัก • คาดวาเงินเฟอจะชะลอลงชัดเจนในป 2023 จากอุปทานคอขวดที่จะทยอยคลี่คลายลง และปจจัยฐานต่ําจะทยอยหมดไป เงินเฟอที่ปรับสูงขึ้นเร็ว กดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกอยางไร และแนวโนมเงินเฟอในระยะตอไปเปนอยางไร • เงินเฟอสงผลกระทบตอเศรษฐกิจโลกผาน 1) อํานาจซื้อสินคาที่ลดลงกดดันการฟนตัวของการบริโภค 2) ตนทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันความสามารถในการทํากําไรของบริษัทและการฟนตัวของภาค ลงทุน 3) การคาระหวางประเทศชะลอลง และดุลบัญชีเดินสะพัดในบางประเทศขาดดุลมากขึ้น และ 4) การฟนตัวของตลาดแรงงานปรับชะลอลง • ในระยะสั้น เงินเฟอโลกปนี้มีแนวโนมขยายตัวมากกวาที่คาดการณไว แตจะชะลอลงในป 2023 จากปญหาอุปทานคอขวดที่จะทยอยคลี่คลายลง ทั้งนี้ธนาคารกลาง EMs บางแหงตองดําเนิน นโยบายที่ตึงตัวเร็ว แมเศรษฐกิจยังไมฟนตัวเต็มที่ จึงเปนความเสี่ยงตอเศรษฐกิจได • EIC คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.4% ในปนี้ ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปกอนหนา โดยความเหลื่อมล้ําระหวางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (output loss) ในกลุม เศรษฐกิจเกิดใหม (Emerging Markets: EMs) ที่มากกวาและอัตราการฉีดวัคซีนใน EMs ที่ต่ํากวา Theme 2 : เงินเฟอเรงตัวขึ้นเร็วจากราคาสินคาโภคภัณฑ และอุปทานคอขวด กดดันการฟนตัวเศรษฐกิจโลก 42
  • 43.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 อุปทานกลับมาตึงตัวอีกครั้งในชวงตนปจากการระบาดของOmicron กดดันใหเงินเฟอเรงตัวขึ้น ทั้งนี้เริ่มเห็นผูบริโภค หันมาใชจายภาคบริการมากขึ้น ดัชนี PMIs : ยอดสั่งสินคาใหมภาคการผลิต และยอดงานคางภาคบริการ หนวย : ดัชนี, >50 ขยายตัวจากเดือนกอนหนา ปรับฤดูกาล ดัชนี PMIs แบงตามประเภทกิจกรรม: ภาคโรงงาน หนวย : ดัชนี, >50 ขยายตัวจากเดือนกอนหนา ปรับฤดูกาล 30 35 40 45 50 55 60 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 Suppliers' delivery times 30 35 40 45 50 55 60 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 Backlogs of work 30 35 40 45 50 55 60 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 Output 40 45 50 55 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 Finished Goods Inventory 30 35 40 45 50 55 60 65 Aug-18 Nov-18 Feb-19 May-19 Aug-19 Nov-19 Feb-20 May-20 Aug-20 Nov-20 Feb-21 May-21 Aug-21 Nov-21 Feb-22 New Orders - Manufacturing Backlogs of work - Services Export Orders - Manufacturing งานคางของผูผลิต กลับมาสูงขึ้น ยอดสินคาคงคลัง ปรับลดลง ยอดการผลิตสินคาใหม ปรับชะลอลงเดือนม.ค. ระยะเวลาขนสงปรับดีขึ้น (เร็วขึ้น) Longer delivery time ยอดงานคางของภาคบริการ เพิ่มสูงขึ้น สะทอนอุปสงคตอ ภาคบริการขยายตัวมากกวา กําลังการผลิตของ ผูประกอบการ ยอดสั่งสินคาใหมและยอด สินคาสงออกในภาคการผลิต ชะลอตัวลงตอเนื่อง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC 43
  • 44.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 Surgein Delta Variant รัฐบาลจีนมีแนวโนมดําเนินนโยบาย Zero Covid ตอเนื่องในป 2022 ซึ่งคาดวาจะกดดันการฟนตัวของอุปทานคอขวด และเงินเฟอของโลก และกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ดัชนีคาระวางเรือคอนเทนเนอร (Freight Index) หนวย : ดัชนี, 1 ม.ค. 1998 = 100 ดัชนีราคาผูบริโภค (CPI) และดัชนีราคาผูผลิต (PPI) หนวย : %YOY 8.80 0.90 -5.0 0.0 5.0 10.0 15.0 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 China PPI China CPI จีนประกาศล็อกดาวนเขมงวดอีกครั้ง ซึ่งจะสงผลตอปญหาอุปทานคอขวด ใหทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น • หากประเมินจากพื้นที่ที่มีการล็อกดาวนแลว พบวา มณฑล Jiangsu, Jilin, Guangdong, Shaanxi, Shanghai มีความสําคัญตอหวงโซอุปทานในจีนมากที่สุด เนื่องจากเปนฐานการผลิตที่สําคัญของประเทศ • ภาคการผลิตในประเทศที่สําคัญที่จะไดรับผลกระทบสูงสุด ไดแก เคมีภัณฑ อุปกรณภาคขนสง และ อุตสาหกรรมไม เนื่องจากมีสัดสวนฐานการผลิตในพื้นที่ล็อกดาวนอยูสูง (Jiangsu, Guangdong, Jilin) • ภาคการผลิตเพื่อการสงออกที่จะไดรับผลกระทบสูงสุด ไดแก คอมพิวเตอร ภาคการสื่อสาร อุปกรณ เครื่องจักร เนื่องจากมีฐานการผลิตในพื้นที่ล็อกดาวนอยูสูง (Guangdong, Jiangsu, Shanghai) • การขนสงที่หยุดชะงักหรือมีขอจํากัดมากขึ้น จะเปนอีกปจจัยกดดันใหระยะเวลาขนสง รวมถึงตนทุนคาขนสง ปรับเพิ่มสูงขึ้น จากการเพิ่มขอจํากัดในการเดินทางภายในประเทศ รวมถึงการสั่งปดทาเรือขนสง Zero Covid Policy กดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจเชนกัน • ความเสี่ยงตอการสงออกจีนที่อาจชะลอลง จากภาคการผลิตเพื่อการสงออก และการควบคุมการเดินทาง • ความสามารถในการทํากําไรของภาคธุรกิจปรับลดลง จากอุปทานคอขวดยืดเยื้อทําใหตนทุนสูงขึ้น • แรงกดดันเพิ่มเติมตอการฟนตัวของการใชจายในประเทศ จากขอจํากัดในการเดินทางไปจับจายใชสอย • ความไมสมดุลของโครงสรางระหวางบริษัทขนาดใหญและขนาดเล็กในจีนอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากบริษัท ใหญอาจไดรับอนุญาตใหกลับมาเปดการผลิตไดเร็วกวา เชน Foxconn ที่ไดรับอนุญาตใหเปดการผลิตแบบ ระบบปด เนื่องจากอยูในหวงโซอุปทานโลก ขณะที่บริษัทเล็กจะไดรับการชวยเหลือเปนการลดภาษีแทน รัฐบาลมีแนวโนมใหความสําคัญตอการควบคุมการแพรระบาด มากกวาการเรง การเติบโตของเศรษฐกิจ • จํานวนผูติดเชื้อที่แมมีสัดสวนนอยแตดวยประชากรขนาดใหญ อาจสงผลใหจํานวนผูเสียชีวิตมีสูงมาก • หลังบังคับใชมาตรการควบคุมที่เขมงวด จะทําใหภาคการผลิตกลับมาดําเนินไดใกลระดับปกติ และสามารถ ผลิตตอบสนองตออุปสงคโลกที่แข็งแกรงได Spread ระหวาง PPI และ CPI ที่มากขึ้นสงผลให profit margin ลดลงจากตนทุนที่สูงขึ้นเร็วกวาการ เพิ่มขึ้นของราคาสินคา Omicron Spread Suez Canal Covid in Chinese ports ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC 0 2000 4000 6000 8000 10000 12000 0 1000 2000 3000 4000 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 China Containerized Freight Index (CCFI) Freightos Baltic Index (FBX): Global Container Freight Index (RHS) 44
  • 45.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ตลาดแรงงานในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวอยูในภาวะตึงตัวจากการฟนตัวของเศรษฐกิจสงผลใหอุปสงคและคาจางแรงงาน ปรับเพิ่มขึ้น ทําใหเงินเฟอของกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลว สูงกวาของกลุมประเทศกําลังพัฒนา การเติบโตของคาจางแรงงานของ AEs หนวย : GBP, USD อุปสงคและอุปทานในตลาดแรงงานของสหรัฐฯ หนวย : ลานคน 120 130 140 150 160 170 180 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 แรงงานที่มีงานทํา (1) ประกาศรับสมัครงาน (2) จํานวนงานทั้งหมด (Total Demand = (1) + (2)) แรงงานทั้งระบบ (Total Supply) 475 485 495 505 515 525 535 Jan-18 Jul-18 Jan-19 Jul-19 Jan-20 Jul-20 Jan-21 Jul-21 UK Average Weekly Earnings 26 27 28 29 30 31 32 Jan-18 Jul-18 Jan-19 Jul-19 Jan-20 Jul-20 Jan-21 Jul-21 US Average Hourly Earnings ตลาดแรงงานตึงตัวมาก สะทอนจากอุปสงค อยูสูงกวาอุปทานมากที่สุดในรอบกวา 20 ป การเติบโตของคาแรงใน UK และ US อยูสูงกวา trendlines ในระยะตอไป สหรัฐฯ มีแนวโนมเผชิญการขาดแคลนแรงงานรุนแรงกวา AEs ประเทศอื่น ๆ • สหรัฐฯ อนุญาตใหบริษัทเลิกจางพนักงานและรัฐจายเปนเงินสนับสนุนวางงานแทน ดังนั้น ในระยะ ตอไป ตลาดแรงงานอาจฟนตัวชาจากกระบวนการจางงานใหมที่ตองใชเวลา • ขณะที่รัฐบาลของยุโรปมุงเนนการจายเงินใหบริษัทเพื่อรักษาระดับการจางงานมากกวา • การขาดแคลนแรงงานในสหรัฐฯ สวนหนึ่งเปนผลจากการที่แรงงานไมรีบรอนกลับเขาสูตลาด เนื่องจากมีเงินสนับสนุนการวางงานของภาครัฐที่มีสัดสวนสูงมาก ทําใหแรงงานยังพอมีเงินออม • สหราชอาณาจักร ไดรับแรงกดดันจากนโยบาย Brexit ซึ่งสงผลใหอุปทานแรงงานลดลง กอน pandemic อยูแลว และอุปทานตึงตัวในอัตราเรงขึ้นจากสถานการณ COVID • สหภาพยุโรป ไมเผชิญปญหาขาดแคลนแรงงานรุนแรง เนื่องจากมีนโยบายลดจํานวนวันทํางาน จึงทําใหอัตราคาจางเพิ่มขึ้นไมมากนัก ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ U.S. Bureau of Labor Statistics 45
  • 46.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 คาจางที่เพิ่มขึ้นคาดวาจะไมนานําไปสูเหตุการณWage-Price Spiral เนื่องจาก ในระยะตอไปคาจางมีแนวโนมชะลอตัวลง จากอุปทานแรงงานที่จะเพิ่มขึ้นตามความกังวลตอการติดเชื้อที่ลดลง และคาดการณเงินเฟอที่คาดวาจะไมปรับสูงขึ้นนัก ความสัมพันธของการเปลี่ยนแปลงคาจางและเงินเฟอของสหรัฐฯ หนวย : %YOY 5Y5Y Forward Inflation Expectation หนวย : % (ขอมูล ณ มี.ค. 2022) 0.5 1.5 2.5 3.5 4.5 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 UK US Euro area -5 -3 -1 1 3 5 7 9 11 13 15 1961 1965 1969 1973 1977 1981 1985 1989 1993 1997 2001 2005 2009 2013 2017 2021 Compensation of employees Consumer Price ในชวง 1970s คาจางและราคาสินคาทําให ราคาของกันและกันปรับเพิ่มขึ้นตอเนื่องใน ระดับที่ใกลเคียงกันนําไปสู wage price spiral ในชวง 1990s คาจางปรับขึ้นสูง แตราคาสินคาไมไดปรับขึ้นตาม ในปที่ผานมา คาจางปรับขึ้นสูง เชนเดียวกับ ราคาสินคาแตในอัตราที่นอยกวา การเพิ่มขึ้นของคาจางในปจจุบันนาจะไมนําไปสูสถานกาณ Wage-Price Spiral • คาดการณเงินเฟอในระยะปานกลางยังอยูใกลระดับ Pre-pandemic สะทอนวาตลาดยังมองวาการ เพิ่มของระดับราคายังเปนเพียงชั่วคราว ทําใหนาจะยังไมปรับคาจางขึ้นมากนัก • คาจางมีแนวโนมชะลอตัวลงจากอุปทานแรงงานที่จะเพิ่มขึ้น โดยอุปทานแรงงานของสหรัฐฯคาดวาจะ เพิ่มขึ้นจากเงินสนับสนุนที่หมดอายุ รวมถึงความกังวลตอการติดเชื้อที่ลดลง และในยุโรป รัฐบาล ผอนคลายมาตรการควบคุมแลว ซึ่งจะสงผลใหชั่วโมงการทํางานของแรงงานกลับเขาใกลระดับปกติได • สหภาพแรงงานในปจจุบันไมไดมีความเขมแข็งเหมือนในสมัย 1970 จึงมีอํานาจตอรองคาแรงนอยกวา • ในชวงป 1970 ดวยเงินเฟอสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น สงผลใหคาดการณเงินเฟอปรับเพิ่มขึ้น สหภาพแรงงานออกมาเรียกรองใหนายจางปรับขึ้นคาแรง จนนําไปสู wage price spiral สงผลใหธนาคารกลางตองดําเนินนโยบายที่ตึงตัวแบบรุนแรง และนําไปสูชะลอตัวของเศรษฐกิจ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ U.S Bureau of Economic Analysis, U.S. Bureau of Labor statistics และ Bloomberg เสนประคือคาเฉลี่ยระหวาง 2010-2019 46
  • 47.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ดวยปญหาsupply chain disruption ตลาดแรงงานที่ตึงตัว และการกลับมาเปดเมืองในบางประเทศ สงผลใหเงินเฟอโลก ในชวงที่ผานมาปรับสูงขึ้นตอเนื่อง โดยปจจัยที่หนุนเงินเฟอในแตละภูมิภาคยังมีความแตกตางกัน เงินเฟอในป 2022 จะยังอยูในระดับสูงตอเนื่อง หนวย : %YOY (Headline inflation, as of Feb22) สัดสวนผลของเงินเฟอแตละประเภทในป 2021 - 2022 หนวย : percentage point หนวย : percentage point AEs EM-LATAM EM-Asia ราคาสินคาโภคภัณฑปรับสูงขึ้นกวาที่คาดการณไว จากความเสี่ยงสงคราม รัสเซียที่เพิ่มขึ้น สงผลใหอุปทานคอขวดยืดเยื้อ โดยเฉพาะในภาคพลังงาน เกษตร แลโลหะสําหรับผลิตชิปและรถยนต มาตรการ Zero Covid Policy ของจีน สงผลใหราคาสินคาคงทนอาจ ทรงตัวในระดับสูง จากอุปทานคอขวดยืดเยื้อจากการปดเมือง ราคาอาหารที่จะยังในระดับสูง ตนทุนการเกษตร (ปุย) ที่จะยังสูง ราคาภาคบริการเพิ่มขึ้น ตามความกังวลในการติดเขื้อที่ลดลง คาแรงอยูในระดับสูงใน AEs จากอุปสงคแรงงงานเพิ่มแตอุปทานจํากัด 5.3% 1.8% -3.0% 0.0% 3.0% 2019Q1 2019Q3 2020Q1 2020Q3 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Core contribution Energy contribution Raw food contribution Headline Core 1.4 1.6 2.6 4.1 4.9 5.3 5.3 5.2 5.3 6.2 6.8 7.0 7.5 7.9 -1.0 2.0 5.0 8.0 11.0 1.0 2.0 5.0 8.0 11.0 Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec Jan Feb 1.1 1.3 1.8 2.0 2.5 2.3 3.7 3.9 4.2 4.5 5.2 5.3 4.9 5.1 0.0 2.0 4.0 6.0 0.0 2.0 4.0 6.0 Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec Jan Feb Core CPI CPI: Energy CPI: Food Headline CPI (แกนขวา) การเพิ่มขึ้นของเงินเฟอในแตละกลุมเศรษฐกิจแตกตางกัน เงินเฟอใน DMs เปนผลของทั้งอุปทาน และอุปสงค ที่ฟนตัวเร็ว จากการเปดเมืองที่เร็วกวา สะทอนจากเงินเฟอ พื้นฐาน ที่เพิ่มขึ้น (core CPI) เปนหลัก เงินเฟอใน EMs เปนผลจากปญหาดานอุปทานเปนหลัก ขณะที่อุปสงคภายในประเทศยังออนแอ สะทอนจากเงินเฟอ พื้นฐาน (core CPI) ที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กนอยเมื่อเทียบกับ เงินเฟอทั่วไป สาเหตุที่ EMs-Asia ไมเผชิญเงินเฟอที่รุนแรงในปที่แลว อุปสงคภายในประเทศยังออนแอ สัดสวนราคาพลังงานในตระกราเงินเฟอนอยกวา LATAM ราคาอาหารอยูในระดับปกติจากสภาพภูมิอากาศที่ดี ตะกราเงินเฟอมีสัดสวนสินคานําเขา (import content) ที่ ราคาปรับสูงขึ้นมากในชวงที่ผานมา ไมมากนัก ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ CEIC UK US Canada Italy S. Korea Mexico Brazil China Indonesia Malaysia* Thailand Philippines 0 2 4 6 8 10 12 2019 Latest EMs-Asia เผชิญปญหา เงินเฟอรุนแรงนอยกวา 47
  • 48.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอที่เพิ่มขึ้นกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจโลกจาก1) อํานาจซื้อสินคาที่ลดลงกดดันการฟนตัวของการบริโภค 2) ตนทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันความสามารถในการทํากําไรของบริษัทและการฟนตัวของภาคลงทุน สัดสวนคาใชจายในอาหาร (Food Spending) หนวย : % รายไดตอหัว สวนตางของดัชนีราคาผูผลิต (PPI) และดัชนีราคาผูบริโภค (CPI) หนวย : %YOY 0 20 40 Sub-Saharan Africa South Asia Latin America Middle East East Asia & Pacific Europe & Central Asia North America 2017 2023F LICs และ EMs มี สัดสวนการใชจายใน อาหารสูงกวา ทําให ไดรับผลกระทบจาก ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น มากกวา ผลตอการฟนตัวของการบริโภค จากอํานาจซื้อสินคาที่ลดลง DMs จะมีคาใชจายในการบริโภคพลังงานสูงขึ้นราว 0.7% ของ GDP ($300bn)* จากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น กระทบแนวโนมการบริโภค ราคาสินคาโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น กดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจของ ประเทศนําเขาสุทธิ จากรายไดแทจริงที่ลดลง ขณะที่ประเทศสงออกสุทธิซึ่งมี สัดสวนตอเศรษฐกิจโลกนอยจะมีรายไดเพิ่มขึ้น การชะลอตัวของการบริโภค อาจนําไปสูการใชจายภาครัฐที่ปรับลดลง เนื่องจากรายไดภาษีจากการบริโภคซึ่งเปนรายไดสําคัญปรับลดลง ราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ําความไมเทาเทียมตอครัวเรือน ที่มีรายไดนอย เนื่องจากมีสัดสวนการบริโภคสินคาดังกลาวในตะกราสูงกวา ครัวเรือนรายไดสูง ทั้งนี้ผลของของราคาที่เพิ่มขึ้นตออํานาจซื้อแตกตางกันในแตละประเทศ ขึ้นอยูกับสัดสวนเงินออมภาคครัวเรือน มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ ความยืดหยุนของอุปสงคตอการเปลี่ยนแปลงของราคา และการฟนตัวทาง เศรษฐกิจในสวนอื่น ๆ ที่อาจมาชดเชยได นัยของเงินเฟอที่สูงตอการลงทุน ธนาคารกลางอาจดําเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นมาก กระทบการเติบโต ของเศรษฐกิจและการลงทุนจากตนทุนการกูยืมที่เพิ่มขึ้น ผูประกอบการที่มีอํานาจตอรองราคาสูง และอยูในประเทศที่ผูบริโภคมีเงิน สนับสนุนจากรัฐที่สูง อาจไดรับผลกระทบนอยกวา ตนทุนวัตถุดิบ (PPI) ที่สูงขึ้นเร็วกวาราคาสินคา (CPI) สงผล ใหความสามารถในการทํากําไรของผูประกอบการใหปรับลดลง ตนทุนและกําไรของภาคธุรกิจ (listed) ที่ไมใชสถาบันการเงิน หนวย : ดัชนี, 2012 = 100 -20.0 -16.0 -12.0 -8.0 -4.0 0.0 4.0 8.0 Jun-17 Oct-17 Feb-18 Jun-18 Oct-18 Feb-19 Jun-19 Oct-19 Feb-20 Jun-20 Oct-20 Feb-21 Jun-21 Oct-21 Feb-22 South Korea China EU UK US 80 90 100 110 120 130 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 Non Labor Costs Labor Costs Profits บริษัทรายใหญในสหรัฐฯ มีอํานาจตอรองที่สูงและ อุปสงคผูบริโภคที่แข็งแกรง สงผลใหผูประกอบการปรับเพิ่ม ราคาในอัตราที่สูงกวาการเพิ่มขึ้นของตนทุนได Margin ของผูประกอบการปรับลดลง เนื่องจากไม สามารถสงผานตนทุนที่สูงขึ้นสูผูบริโภคทั้งหมดได ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC, U.S. Bureau of Economic Analysis และ The Economist *จากการประเมินของ Capital Economics 48
  • 49.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอที่เพิ่มขึ้นเร็วสงผลใหการคาระหวางประเทศชะลอลงดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากขึ้นในบางประเทศ ความเสี่ยง จากความไมสงบทางการเมืองเพิ่มขึ้น รวมถึงการฟนตัวของตลาดแรงงานปรับชะลอลง ราคานําเขาสินคาของประเทศที่มีการขาดดุลการชําระเงินสูง หนวย : %YOY ดุลการคาสินคาโภคภัณฑ : พลังงาน โลหะ และสินคาเกษตร หนวย : % Country GDP, 2019 -10 10 30 Feb-16 Aug-16 Feb-17 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 US EU Brazil UK Canada India การคาโลกชะลอลงตามอุปสงคที่ออนแอ จากรายไดที่แทจริงปรับลดลง • ประเทศผูสงออกที่มียุโรป รัสเซีย และยูเครน เปนผูนําเขาหลัก มีแนวโนมที่ภาคการสงออกจะชะลอตัวลงรุนแรง จากกําลังซื้อใน ประเทศคูคาที่หดตัวลงผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เชน จีน สหรัฐฯ • ประเทศผูสงออกสินคาที่ตองพึ่งพาการนําเขาวัตถุดิบสินคา โภคภัณฑสูงจะไดรับผลกระทบรุนแรง เนื่องจาก (1) ตองเผชิญกับ ตนทุนนําเขาที่สูงขึ้น และ (2) การสงออกชะลอตัวจากอุปสงคออนแอ นัยของเงินเฟอตอบัญชีเดินสะพัดและคาเงิน • ประเทศผูนําเขาสุทธิอาจขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น และนําไปสู การออนคาของสกุลเงินในประเทศได โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ ประเทศสวนใหญเปนผูนําเขาสินคาโภคภัณฑสุทธิ ความเสี่ยงจากความวุนวายทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น • ราคาน้ํามันและอาหารที่สูงขึ้นมาก อาจนําไปสูการเรียกรองหรือ ประทวงของประชาชน โดยในชวงป 2008 ราคาอาหารเพิ่มขึ้นมากได นําไปสูการกอจลาจลในหลายประเทศ • ผูนําในประเทศตะวันตกอาจตองเผชิญกับความไมพอใจของผูมี สิทธิเลือกตั้งและอาจนําไปสูความไมแนนอนของผลการเลือกตั้ง เชน สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งปลายปนี้ เงินเฟอที่สูงขึ้นเร็วอาจกดดันการฟนตัวของตลาดแรงงาน • โดยปกติเงินเฟอที่สูงขึ้นอาจทําใหอัตราวางงานลดลงได จาก คาแรงที่เพิ่มขึ้น สงผลใหแรงงานมีแรงจูงใจในการกลับเขาสูตลาด มากขึ้น ซึ่งปจจุบันพบวาตลาดแรงงานใน AEs ก็ตึงตัวขึ้น • ทั้งนี้หากเงินเฟอสูงกวาคาแรงมาก อาจนําไปสูการเพิ่มขึ้นของ อัตราการวางงาน เนื่องจากรายไดที่แทจริงลดลง (คาแรงขึ้นนอย กวาเงินเฟอ) ทําใหแรงงานมีแรงจูงใจกลับมาทํางานนอยลง -15 -10 -5 0 5 10 15 20 Hongkong South Korea Philippines Taiwan Japan China India Thailand Malaysia Indonesia Australia New Zealand นําเขาสุทธิ สงออกสุทธิ ฮองกง เกาหลีใต ฟลิปปนส และไตหวัน มีแนวโนมไดรับ ผลกระทบจากราคาสินคา โภคภัณฑที่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจาก เปนนําเขาสุทธิรายใหญ อัตราเงินเฟอและอัตราการวางงานของสหรัฐฯ หนวย : % -2 3 8 Dec-06 Feb-08 Apr-09 Jun-10 Aug-11 Oct-12 Dec-13 Feb-15 Apr-16 Jun-17 Aug-18 Oct-19 Dec-20 Feb-22 US CPI US Unemployment Rate ในชวงวิกฤตป 2008 เงินเฟอเพิ่มขึ้นมาก เชนเดียวกับอัตราการวางงานที่เพิ่มขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ European Commission และ UN Comtrade 49
  • 50.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอโลกปนี้มีแนวโนมขยายตัวมากกวาที่คาดการณไวแตจะชะลอลงในป 2023 จากอุปทานคอขวดที่จะทยอยคลี่คลายลง ทั้งนี้ธนาคารกลาง EMs บางแหงตองดําเนินนโยบายที่ตึงตัวเร็ว แมเศรษฐกิจยังไมฟนตัวเต็มที่ จึงเปนความเสี่ยงตอเศรษฐกิจได ระดับราคาพลังงาน หนวย : %YOY ดัชนี PMIs แบงตามประเภทกิจกรรม : ภาคโรงงาน หนวย : ดัชนี, >50 ขยายตัวจากเดือนกอนหนา ปรับฤดูกาล 0 500 1000 1500 0 50 100 150 Jan-21 Feb-21 Mar-21 Apr-21 May-21 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 WTI Crude Brent Crude ARA Gasoil NYH Gasolue NYH Heating oil NBP Nat Gas Australia Brazil Canada China India Indonesia Japan Korea Mexico Russia Thailand UK US Euro area -1 1 3 5 7 9 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 อั ต ราเงิ น เฟ อ ป 2021 คาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจป 2022 กลุมประเทศที่เงินเฟอสูงและขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็ว อาจเผชิญภาวะ Recession ไดในป 2022 เพิ่มดอกเบี้ย > 5pp เพิ่มดอกเบี้ย < 5pp ไมปรับดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ย เงินเฟอโลกคาดวาจะทยอยปรับลดลงในป 2023 ปจจัยฐานต่ําจะทยอยหมดไป ตั้งแตครึ่งหลังของป 2022 ปญหาอุปทานที่จะทยอยคลี่คลายลง ในป 2023 แมลาชากวาที่คาดไวจาก สงครามและการแพรระบาดของ Omicron ความตึงเครียดของสงครามรัสเซียที่มีแนวโนมคลี่คลาย คาดการณเงินเฟอยังใกลเคียงกรอบเปาหมาย คาแรงปรับชะลอลงจากอุปทานแรงงานที่จะทยอยเพิ่มขึ้น ราคาสินคาคงทนปรับลดลง จากอุปสงคชะลอตัวจากเงินสนับสนุนที่ลดลง และการหันไปใชจายในภาคบริการมากขึ้น ราคาสินคาพลังงานและโภคภัณฑอื่น ๆ ขยายตัวชะลอลง จากปจจัยฐานสูง และการผลิตสินคาคงคลังใหมที่เพิ่มขึ้น • เงินเฟอใน LATAM และ Russia เพิ่มสูงเร็วตั้งแต 2021 เปนผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน และคาเงิน ที่ออนคาสงผลตอราคานําเขาใหเพิ่มขึ้น • นโยบายที่ตึงตัวขึ้นของ AEs อาจกระทบเสถียรภาพการเงินใน EMs ได จากของเงินทุนไหลออก คาเงินออน • ดวยเหตุนี้ ธนาคารกลาง EMs บางแหงจึงตองขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตอเนื่อง สงผลตอการฟนตัวของเศรษฐกิจ เพราะอุปสงคยังออนแอ • EMs บางประเทศ (LATAM Russia) จึงมีความเสี่ยงตอภาวะ Recession ในระยะตอไปได ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของฺ Bloomberg, Bank of England, Federal Reserves, IMF WEO Oct 2021, ประมาณการใหมจาก IMF WEO Jan 2022 และคาดการณเงินเฟอของการประชุม ธ.ค. 2021 50
  • 51.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 นโยบายการเงินในกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวตึงตัวขึ้น สงผลตอภาวะการเงินโลกและภาระหนี้ที่สูง ธ ธน นา าค คา าร รก กล ลา าง งใใน นก กล ลุุม มเเศ ศร รษ ษฐ ฐก กิิจ จพ พััฒ ฒน นา าแ แล ลว วด ดํํา าเเน นิิน นน นโโย ยบ บา าย ยก กา าร รเเง งิิน นท ทีี่่ต ตึึง งต ตััว วข ขึึ้้น นโดย Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 7 ครั้งในปนี้ ขณะที่ ECB มีแนวโนมขึ้นดอกเบี้ยชวงปลายป ซึ่งจะทําใหภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น เปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ โดยจะกระทบตอการบริโภค และการลงทุนที่อาจชะลอลง 51
  • 52.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 แนวโนมการดําเนินนโยบายการเงินของกลุมAEs เปนอยางไร หลังมีการระบาดของ Omicron และสงครามรัสเซีย-ยูเครน • Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 7 ครั้งในปนี้ และอาจเริ่มลดขนาดงบดุล (QT) ในเดือนพฤษภาคม ดวยความเร็วและปริมาณที่มากกวารอบกอน • แรงกดดันจากเงินเฟอที่พุงสูงขึ้นเปนประวัติการณในอังกฤษและยูโรโซน สงผลใหธนาคารกลางอังกฤษเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ ECB มีแนวโนมสิ้นสุด QE ในเดือนกันยายน และอาจขึ้น ดอกเบี้ยในชวงปลายปนี้ แนวโนมการดําเนินนโยบายของจีน สาเหตุที่ทําให cycle ตางจาก AEs • เศรษฐกิจที่ชะลอลงทําใหจีนมีแนวโนมผอนคลายนโยบายตอเนื่องในป 2022 ซึ่งจะชวยสนับสนุนการฟนตัวของการลงทุนในประเทศ จากตนทุนการกูยืมที่ถูกลง รวมถึงสภาพคลองที่เพิ่มขึ้น แตจะไมชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจไดทั้งหมด • นอกจากนี้ รัฐบาลจีนไดผอนคลายความเขมงวดในภาคอสังหาฯ ลงเล็กนอย เพื่อควบคุมผลกระทบไมใหเกิดเปนวงกวาง แตจะยังคงมุงเปาลดความเหลื่อมล้ํา และอาจประกาศใช Property Tax ในครึ่งหลังของป 2022 ซึ่งจะกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจ นัยของการดําเนินนโยบายที่แตกตางกันของ 2 ภูมิภาคนี้ • นโยบายการเงินของ AEs ที่ตึงตัวขึ้นจะเปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศ เนื่องจากจะสงผลใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผานการลงทุนและการบริโภคที่อาจลดลง • สภาพคลองของประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีแนวโนมปรับลดลง จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายที่ไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงใน EM ชะลอลง อยางไรก็ดี ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจาก EM อยางรุนแรงมีไมมาก • Policy Divergence ระหวาง US และจีน จะไมสงผลใหเงินทุนไหลออกจากจีนรุนแรง รวมถึงเงินหยวนจะไมปรับออนคาลงมากนัก เนื่องจากความตองการเงินหยวน และพันธบัตรจีนยังสูง รวมถึงจีนมีกันชนตอเงินทุนไหลออก Theme 3 : นโยบายภาครัฐในกลุมประเทศพัฒนาแลวจะตึงตัว ขณะที่จีนผอนคลายลง 52
  • 53.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 Median1.9% 2022 2023 2024 Median 2.8% Median 2.8% Longer run Median 2.4% Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps เพื่อสกัดเงินเฟอที่เรงตัวสูงสุดในรอบ 40 ป โดย EIC คาดวา Fed มีแนวโนมปรับขึ้น ดอกเบี้ยทั้งหมด 7 ครั้งในปนี้ และอีก 3 ครั้งในปหนา และ Fed อาจเริ่มทํา QT ในการประชุมครั้งตอไป (เดือนพฤษภาคม) คาดการณตัวเลขทางเศรษฐกิจโดย FOMC ณ เดือนมีนาคม 2022 () = คาดการณครั้งกอนในเดือนธันวาคม 2021 Unit: % (Median) 2022 2023 2024 Longer run Real GDP 2.8 (4) 2.2 (2.2) 2 (2) 1.8 (1.8) Unemployment rate 3.5 (3.5) 3.5 (3.5) 3.6 (3.5) 4.0 (4.0) PCE Inflation 4.3 (2.6) 2.7 (2.3) 2.3 (2.1) 2.0 (2.0) Core PCE Inflation 4.1 (2.7) 2.6 (2.3) 2.3 (2.1) - Median Dot plot โดย FOMC ณ เดือนมีนาคม 2022 หนวย : % • Fed ไดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคม 2022 เพื่อสกัด เงินเฟอที่เรงตัวสูงสุดในรอบ 40 ป พรอมปรับลดคาดการณ GDP ปนี้ลงเหลือ 2.8% ทั้งนี้ Powell กลาววา Fed อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกวาที่แสดงใน dot plot ได หากเงินเฟอยังเพิ่มขึ้นเร็ว ตอเนื่อง • Median Dot Plot ลาสุดแสดงถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งหมด 7 ครั้งในป 2022 และอีก 3-4 ครั้งในป 2023 สงผลให Terminal rate มีแนวโนมอยูที่ 2.75-3.0% ซึ่งสูงกวา median neutral rate ของ Fed ที่ 2.375% • EIC คาดวา Fed มีแนวโนมปรับขึ้นดอกเบี้ยในทุกรอบการประชุมของปนี้ (รวม 7 ครั้ง) และ มีโอกาสสูงขึ้น ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 50 bps ในคราวเดียว ในการประชุม 2 ครั้ง ถัดไปเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน จากเงินเฟอที่จะยังอยูในระดับสูง • ในป 2023 EIC คาดวา Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยไตรมาสละ 1 ครั้ง ในไตรมาส 1 ถึง ไตรมาส 3 สงผลให Terminal rate อาจอยูที่ระดับ 3-3.25% • EIC คาดวา Fed อาจเริ่มลดขนาดงบดุล (QT) ในการประชุมครั้งตอไป (พฤษภาคม) ดวยความเร็ว และปริมาณที่มากกวารอบกอน เนื่องจากปจจุบัน Fed ถือครองสินทรัพยมากกวาในอดีตมาก และเงิน เฟอก็อยูสูงกวาในอดีต โดย EIC คาดวา QT อาจมีปริมาณ (Monthly Cap) 9.5 หมื่นลานดอลลาร สหรัฐตอเดือน ประกอบดวย UST $60bn และ MBS $35bn และ Fed อาจลดขนาดงบดุลลงราว 15% ของ GDP (จาก 8.8 ลานลานดอลลารสหรัฐ สู 6.1-6.6 ลานลานดอลลารสหรัฐ ภายใน 2-2.5 ป) EIC Views ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ FED 53
  • 54.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 แรงกดดันจากเงินเฟอที่พุงสูงขึ้นเปนประวัติการณในอังกฤษและยูโรโซนสงผลใหธนาคารกลางอังกฤษเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ECB มีแนวโนมสิ้นสุด QE ในไตรมาส 3 และอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2022 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ US UK และ EU หนวย : % 0.75 -0.50 -0.50 0.50 1.50 2.50 Jan-18 Apr-18 Jul-18 Oct-18 Jan-19 Apr-19 Jul-19 Oct-19 Jan-20 Apr-20 Jul-20 Oct-20 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 BOE Bank Rate Fed funds rate ECB deposit rate ปริมาณการซื้อสินทรัพยโดย ECB ผานโครงการ PEPP และ APP หนวย : ลานยูโร 0 100,000 200,000 Mar-20 Jun-20 Sep-20 Dec-20 Mar-21 Jun-21 Sep-21 Dec-21 Mar-22 Jun-22 Sep-22 PEPP Monthly Purchase APP Monthly Purchase • BOE ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเปนครั้งที่ 3 สู 0.75% ในเดือนมีนาคม 2022 (ขึ้นครั้งแรกเดือนธันวาคม จาก 0.1% เปน 0.25%) เนื่องจาก BOE คาดวาเงินเฟออาจพุงสูงขึ้นจนแตะระดับ 7% ในชวง spring นอกจากนี้ BOE ไดเริ่มลดขนาดงบดุลผานการปลอยใหพันธบัตรที่ถือครองหมดอายุลง โดยเมื่อ ดอกเบี้ยขึ้นไปถึง 1% BOE จะเริ่มทํา active sales สินทรัพย • ECB ประกาศลดปริมาณการเขาซื้อสินทรัพยในโครงการ APP เหลือเฉลี่ย 3 หมื่นลานยูโรตอเดือน ในไตรมาส 2 (จาก 4 หมื่นลานยูโร ในไตรมาส 1) โดย EIC คาดวา ECB อาจลดปริมาณการซื้อ ในไตรมาส 3 ลง เหลือเฉลี่ย 2 หมื่นลานยูโรตอเดือน และจะเขาซื้อสินทรัพยในโครงการ APP จนถึง เดือนกันยายน • BOE มีแนวโนมปรับขึ้นดอกเบี้ยจนถึง 1.75% ในปนี้ และคาดวา Terminal rate ของ UK จะอยูที่ 2% ในไตรมาส 2 ป 2023 • ECB มีแนวโนมปรับขึ้น Deposit rate ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 25 bps (จากเดิมคาด กันยายน) เนื่องจาก Growth outlook ของ EU มีแนวโนมไดรับผลกระทบจากสงครามรัสเซียยูเครน แตยังกังวล เรื่องเงินเฟอ • การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งตอไปของ EU อาจเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2023 โดย ECB อาจปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยปละ 2 ครั้ง และคาดวา terminal rate จะอยูที่ราว 1.25% • ทั้งนี้หากปญหาการขาดแคลนพลังงานของ EU รุนแรงกวาที่คาดและมีแนวโนมกระทบตอเศรษฐกิจ EU หรือทําใหภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้นมาก ECB อาจเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปในป 2023 EIC Views ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ Goldman Sachs 0.5 54
  • 55.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 การเรงขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟออาจสงผลใหเศรษฐกิจสหรัฐฯมีความเสี่ยงที่จะเกิด Recession จากตนทุนการกูยืมและ ภาระดอกเบี้ยของทั้งธุรกิจและผูบริโภคที่จะปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการบริโภค การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ US และสวนตางอัตราผลตอบแทนอายุ 10 ป และ 2 ป (2-10 spread) หนวย : % หนวย : bps 12 = recession Timeline การเกิด Inverted yield curve และ Recession ในอดีต 1990 to 1991 recession 2001 recession 2008 to 2009 GFC Inverted yield curve period May-Aug 1989 (4 months) July 00-Jan 01 (7 months) July 06-Aug 07 (14 months) Start of the recession July 1990 March 2001 December 2007 Time from start of IYC to recession 13 months 8 months 17 months หมายเหตุ : Inverted yield curve คือภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกวาระยะยาว (2-10 spread ติดลบ) โดย 2-10 spread คือสวนตางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ป และ 2 ป ซึ่งสวนตาง ที่ต่ําลงสะทอนถึงการคาดการณวาเศรษฐกิจจะชะลอลงในอนาคต ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ European Parliament และ CEIC • ผูรวมตลาดกังวลวา การขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจทําให 2-10 Spread ปรับลดลงจนเกิด Inverted yield curve ซึ่งมักตามมาดวยภาวะเศรษฐกิจถดถอย Recession โดยสถิติใน อดีต พบวา recession มักจะเกิดหลังจากการติดลบของ 2-10 spread ประมาณ 1-2 ป • การเรงขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทําภาวะการเงินตึงตัวขึ้นเร็ว และอาจทําใหเกิด Recession ผานชองทาง ดังนี้ 1. ตนทุนการกูยืมที่สูงขึ้นของทั้งภาคธุรกิจและผูบริโภค อัตราดอกเบี้ย และ corporate spread ที่สูงขึ้น จะทําใหการลงทุนและการบริโภคที่จะปรับลดลงในระยะ ตอไป 2. ภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงมีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบตอรายไดสุทธิ และการบริโภคของครัวเรือนในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูง 3. ฐานะการเงินและความสามารถในการทํากําไรของภาคธุรกิจ โดยหนี้ภาคธุรกิจที่ สูงขึ้นประกอบกับ earning ที่จะลดลง ทําใหความเสี่ยงในการผิดนัดชําระหนี้สูงขึ้น 4. ราคาในตลาดอสังหาฯ รวมถึงผลตอบแทนจากตลาดหลักทรัพยที่มีแนวโนม ลดลง จะทําใหความมั่งคั่งของครัวเรือนลดลง สงผลตอการบริโภคและลงทุน (wealth effect) • Lawrence Summers คาดการณวาเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาส 50% ที่จะเผชิญกับ economic downturn ในชวงสิ้นป 2023 -400 -200 0 200 400 0 5 10 15 20 1980 1982 1984 1986 1988 1990 1992 1994 1996 1998 2000 2002 2004 2006 2008 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022 Fed fund rate 2-10 Spread (RHS) 55
  • 56.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 นโยบายการเงินของกลุมเศรษฐกิจพัฒนาแลวที่ตึงตัวขึ้นจะเปนความเสี่ยงตอภาระหนี้ที่อยูในระดับสูงในหลายประเทศเนื่องจาก จะสงผลใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผานการลงทุนและการบริโภคที่อาจชะลอลง หนี้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือนเฉลี่ยในกลุมประเทศ EM หนวย : % ตอ GDP หนี้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือนเฉลี่ยในกลุมประเทศ AE หนวย : % ตอ GDP 60 80 100 120 140 2017Q1 2017Q2 2017Q3 2017Q4 2018Q1 2018Q2 2018Q3 2018Q4 2019Q1 2019Q2 2019Q3 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 Household debt Government debt Business debt 20 40 60 80 2017Q1 2017Q2 2017Q3 2017Q4 2018Q1 2018Q2 2018Q3 2018Q4 2019Q1 2019Q2 2019Q3 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 Household debt Government debt Business debt AE EM • ภาระหนี้ในหลายประเทศที่อยูในระดับสูงอาจทําใหอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวไมเพิ่มสูงขึ้นมากนัก และจุดสูงสุดมีแนวโนมอยูต่ํากวาในอดีต เนื่องจากจะทําใหรายจายดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น โดยในป 2021 พบวา ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาครัฐทั่วโลกมีรายจายดอกเบี้ยรวมกันทั้งสิ้น 10.2 ลานลานดอลลารสหรัฐ หรือคิดเปน 12% ของ GDP โลก • ประเทศที่มีภาระหนี้สูง โดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุน อาจมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวจากภาระดอกเบี้ยที่จะปรับสูงขึ้น โดยหากดอกเบี้ยทั่วโลกปรับขึ้น 1% จะทําใหภาระดอกเบี้ยสูงขึ้นเปน 15% ของ GDP แตหาก ดอกเบี้ยปรับขึ้น 2% จะทําใหภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 20% ของ GDP (คาดการณโดย The Economist) • ประเทศที่มีแนวโนมปรับดอกเบี้ยขึ้นสูงอาจสงผลใหการลงทุนในประเทศปรับลดลงจากตนทุนกูยืมที่จะสูงขึ้น และอาจสงผลใหครัวเรือนในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงมีรายไดเหลือใชจายลดลง จากภาระดอกเบี้ยที่ ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบตอการบริโภค การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะตอไป ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ The Economist และ IIF 92.7 113.2 69.3 71.8 66.2 34.4 56
  • 57.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 PolicyTightening ของประเทศเศรษฐกิจหลักสงผลตอภาวะการเงินในประเทศเล็กนอย ซึ่งตรงขามกับภาวะการเงิน ใน EM ที่ปรับตึงตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะใน Latin America และ Emerging Europe ทําใหเศรษฐกิจมีแนวโนมชะลอลงในปนี้ Financial condition ของกลุมประเทศ EM หนวย : ดัชนี Financial condition ของกลุมประเทศเศรษฐกิจหลัก หนวย : ดัชนี, Bloomberg Financial condition • นโยบายภาครัฐที่ตึงตัวในชวงที่ผานมามีผลใหภาวะการเงินในกลุมเศรษฐกิจหลักปรับตึงตัวขึ้นไมมากและยังถือวาผอนคลายมากเมื่อเทียบกับกอน COVID-19 และคาเฉลี่ยในอดีต อยางไรก็ดี ในชวงปลายเดือน กุมภาพันธ ภาวะการเงินเริ่มปรับตึงตัวขึ้นหลังความตึงเครียดระหวางรัสเซียและยูเครนรุนแรงขึ้น โดยภาวะการเงินในยุโรปปรับตึงตัวขึ้นมากที่สุด • ในทางตรงกันขาม ภาวะการเงินใน EM ปรับตึงตัวขึ้นมากตั้งแตป 2021 โดยเฉพาะใน Latin America และ Emerging Europe จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางเพื่อสกัดเงินเฟอที่เรงตัวขึ้นในป 2021 และ เงินทุนเคลื่อนยายไหลออกตามการดําเนินนโยบายของ AEs ประกอบกับกลุมประเทศดังกลาวมีความเสี่ยงดานการคลัง (Fiscal risk) ที่สูง • อยางไรก็ดี ภาวะการเงินในเอเชียปรับตึงตัวขึ้นเพียงเล็กนอย จากการที่ธนาคารกลางเอเชียสวนใหญยังมีแนวโนมคงอัตราดอกเบี้ยในปนี้ หรือปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงเล็กนอย ทั้งนี้ในกลุม EM-Asia นั้น พบวาภาวะ การเงินของเกาหลีปรับตึงตัวขึ้นคอนขางมาก ตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในชวงที่ผานมา -2 0 2 4 Jan-15 Jun-15 Nov-15 Apr-16 Sep-16 Feb-17 Jul-17 Dec-17 May-18 Oct-18 Mar-19 Aug-19 Jan-20 Jun-20 Nov-20 Apr-21 Sep-21 Feb-22 US EU UK 0.3 2.4 1.7 -2 -1 0 1 2 3 Jan-15 Jun-15 Nov-15 Apr-16 Sep-16 Feb-17 Jul-17 Dec-17 May-18 Oct-18 Mar-19 Aug-19 Jan-20 Jun-20 Nov-20 Apr-21 Sep-21 Feb-22 Emerging Asia Em. Eurpe (ex. Turkey) Latin America (ex. Arg) เริ่มตึงตัวขึ้นหลัง เกิดสงคราม รัสเซียยูเครน 0.25 0.09 -0.7 คาบวก = ภาวะการเงินตึงตัว 2015-2019 Average US -0.2 EU 0.15 UK -0.4 ภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้น สงผลให GDP growth มีแนวโนมชะลอลง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ Capital economics 57
  • 58.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 ภาวะการเงินโลกที่เริ่มตึงตัวจะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายที่ไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงในเศรษฐกิจเกิดใหม (EM) ชะลอลง อยางไรก็ดี ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจาก EM อยางรุนแรงมีไมมาก เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่แทจริงของ G4 และ EM หนวย : % งบดุลของกลุมเศรษฐกิจหลักและเงินทุนเคลื่อนยายเขาสู EM หนวย : พันลานดอลลารสหรัฐ • เงินทุนไหลเขา EM ในชวงที่ผานมามีการขยายตัวตามขนาดงบดุลของกลุมเศรษฐกิจหลัก โดยมาตรการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening: QT) และอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับสูงขึ้นสงผลใหสภาพคลองมีแนวโนม ปรับลดลง และพฤติกรรมรับความเสี่ยง (risk taking) ของนักลงทุนลดลง เงินทุนจึงอาจไหลเขาสินทรัพยเสี่ยงใน EM ชะลอลงเมื่อเทียบกับในป 2021 ที่มีสภาพคลองสูงและอัตราดอกเบี้ยต่ํา • ทั้งนี้ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจาก EM อยางรุนแรงมีไมมากและคาดวาจะไมเกิด Taper Tantrum เหมือนในอดีต เนื่องจาก EM หลายเศรษฐกิจมีเสถียรภาพตางประเทศที่แข็งแกรงขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต นอกจากนี้ ความกังวลตอการชะลอตัวของเศรษฐกิจ AEs จากความตึงเครียดระหวางรัสเซียยูเครนที่อาจสงผลตอเงินเฟอและการฟนตัวทางเศรษฐกิจของ AEs ยังสูงตอเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจ EM กําลังเริ่มฟนตัวจาก COVID-19 และคาดวาอาจไมไดรับผลกระทบจากปญหารัสเซียยูเครนมากนัก สงผลใหเงินทุนจะไหลออกจาก EM ไมรุนแรงนัก หนวย : ดัชนี 0 50 100 150 0 10000 20000 30000 Jan-15 Jul-15 Jan-16 Jul-16 Jan-17 Jul-17 Jan-18 Jul-18 Jan-19 Jul-19 Jan-20 Jul-20 Jan-21 Jul-21 Jan-22 G4 Balance sheets EM Capital Flows (rhs) -1.86 -0.67 -3 -2 -1 0 1 2 3 Feb-15 Jul-15 Dec-15 May-16 Oct-16 Mar-17 Aug-17 Jan-18 Jun-18 Nov-18 Apr-19 Sep-19 Feb-20 Jul-20 Dec-20 May-21 Oct-21 G4 average real yield (core) EM real yield (core) Note: EM Capital flow proxy index; a composite index of the performance of 4 asset classes that appears to mimic the flow of money into and out of EM ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg 58
  • 59.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 เศรษฐกิจที่ชะลอลงทําใหจีนมีแนวโนมผอนคลายนโยบายตอเนื่องในป2022 ซึ่งจะชวยสนับสนุนการฟนตัวของการลงทุน ในประเทศ จากตนทุนการกูยืมที่ถูกลง รวมถึงสภาพคลองที่เพิ่มขึ้น แตจะไมชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจไดทั้งหมด ยอดการปลอยสินเชื่อของจีน (Aggregate Financing) หนวย : %YOY Reserve Requirement Ratio (RRR) และ Loan Prime Rate (LPR) หนวย : % 8.0 8.5 9.0 9.5 10.0 3.5 4.0 4.5 5.0 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 LPR: 1 Year LPR: 5 Year RRR (RHS) หนวย : % • นโยบายการเงินของจีนมีแนวโนมผอนคลายลงตั้งแตปลายป 2021 โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ไดปรับลด RRR, 1-year LPR, 5-year LPR ลงแลว 100bps, 10bps, 5bps ตามลําดับ • ขอมูลลาสุดสะทอนใหเห็นวาการขยายตัวของสินเชื่อปรับเพิ่มขึ้นตอเนื่องตั้งแตชวงปลายป 2021 หลังจากที่ธนาคารกลางของจีนไดประกาศผอนคลายมาตรการทางการเงินทั้ง RRR และ LPR ลง • รัฐบาลมีแนวโนมดําเนินนโยบายผอนคลายตอเนื่องในครึ่งปแรก แมวารัฐบาลจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ย LPR ในการประชุมเมื่อเดือนมีนาคม จากตัวเลขเศรษฐกิจสองเดือนแรกของป ที่ขยายตัวดีกวาที่คาดไว แตคาดวาจะ มีการปรับลด RRR และอัตรา LPR เพิ่มเติมอีกในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญความไมแนนอนจากการแพรระบาดระลอกใหม และสงครามยูเครนที่กดดันการขยายตัวของอุปสงคโลก • ดังนั้น คาดวาการเติบโตของสินเชื่อในครึ่งแรกของป 2022 จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการฟนตัวของการลงทุนและเศรษฐกิจไดจากตนทุนการกูยืมที่ถูกลง 5 7 9 11 13 15 -40 -20 0 20 40 60 80 100 120 Jan-18 Apr-18 Jul-18 Oct-18 Jan-19 Apr-19 Jul-19 Oct-19 Jan-20 Apr-20 Jul-20 Oct-20 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 New Increase (RHS) Outstanding หนวย : %YOY ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ PBOC, CEIC 59
  • 60.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 PolicyDivergence ระหวาง US และจีน จะไมสงผลใหเงินทุนไหลออกจากจีนรุนแรง รวมถึงเงินหยวนจะไมปรับออนคาลง มากนัก เนื่องจากความตองการเงินหยวนและพันธบัตรจีนยังสูง รวมถึงจีนมีกันชนตอเงินทุนไหลออก สวนตางอัตราผลตอบแทนระหวางจีนและสหรัฐฯ และเงินทุนไหลเขาจีน หนวย : % หนวย : พันลานดอลลารสหรัฐ แมวา Policy divergence มีแนวโนมทําใหเงินทุนไหลออกจากประเทศที่ปรับลดดอกเบี้ย และมีความเสี่ยง ตอการออนคาของคาเงิน เชน จีน แต EIC คาดวา ผลกระทบตอเงินทุนไหลออกและการออนคา ของเงินหยวนจะมีจํากัด เนื่องจาก 1. ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโนมถือครองเงินหยวนในฐานะ reserve เพิ่มขึ้นเปน 6-7% ในอีก 5 ปขางหนา (จาก 3.4% ในป 2021) รวมถึงการลงทุนในสินทรัพยของจีนยังต่ํา โดยแมวาสวนตางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะสงผลใหพันธบัตรจีนมีความนาสนใจลดลง แตการที่พันธบัตรจีนยังอยูใน Global Bond Index สงผลใหอุปสงคจะยังอยูในระดับสูง 2. จีนมีการสะสมเงินดอลลารเพิ่มขึ้นมากจากการสงออกที่ขยายตัวในป 2020-2021 ซึ่งสามารถเปนกันชนในยามที่เงินทุนไหลออกและคาเงินหยวนออนคา นอกจากนี้ แนวโนม การเกินดุลการคาของจีนจะชวยใหเงินหยวนปรับแข็งคาขึ้น ทั้งนี้จีนอาจปลอยใหเงินหยวน ออนคาลงไดบาง เนื่องจากจะสงผลดีตอการสงออกและเศรษฐกิจ รวมถึงชวยผอนคลาย ภาวะการเงิน 3. เสถียรภาพตางประเทศของจีนมีความแข็งแกรง โดยจีนมี Short-term External debt ตอ GDP ต่ํา (<10% of GDP) 4. จีนมีมาตรการจํากัดเงินทุนไหลออก ซึ่งจะชวยชะลอการไหลออกของเงินทุนตางชาติ -20 0 20 40 60 0 1 2 3 Feb-18 May-18 Aug-18 Nov-18 Feb-19 May-19 Aug-19 Nov-19 Feb-20 May-20 Aug-20 Nov-20 Feb-21 May-21 Aug-21 Nov-21 CH-US Interest rate differential China inflows (RHS) 0.93 8.8 หนี้ตางประเทศของจีน และสหรัฐฯ หนวย : % ตอ Nominal GDP 0 10 20 30 40 50 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 CH External Debt CH Short-term External Debt US Short-term external debt ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg 9% 16% 34% 60
  • 61.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 โดยสรุปEIC คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.4% ในปนี้ ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปกอนหนา โดยความเหลื่อมล้ําระหวาง เศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (output loss) ในกลุมเศรษฐกิจเกิดใหม (Emerging Markets) ที่มากกวาและอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ํากวา คาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดย EIC หนวย : %YOY คาดการณมูลคาเศรษฐกิจโดย IMF หนวย : ดัชนี (2019 = 100) Financial Conditions Index หนวย : ดัชนี ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ IMF (WEO Oct 2021 และ WEO Jan 2022) และ Bloomberg 95 105 115 125 2019 2020 2022 2022 2023 World_2019F AEs_2019F EMDEs_2019F World_2022F AEs_2022F EMDEs_2022F -1.0 -0.5 0.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 FCI Global FCI US FCI UK FCI EU ดัชนีภาวะการเงินปรับตึงตัวขึ้น จากความเสี่ยง ดานสงครามและเงินเฟอที่ปรับเพิ่มขึ้น GDP growth (%YOY) 2021 Prev Current World 5.8% 4.1% 3.4% US 5.5% 3.7% 3.2% Euro 5.0% 4.2% 2.7% Japan 1.9% 2.5% 1.7% China 7.8% 4.6% 4.5% India 8.8% 8.6% 7.8% Brazil 4.7% 0.5% 0.1% Korea 4.0% 3.3% 3.0% Malaysia 3.0% 6.5% 5.7% Philippines 5.0% 7.5% 6.8% Global Inflation 3.7 6% 7% 61
  • 62.
    แนวโนมเศรษฐกิจโลก 2022 Q4/2021 Q1/2022 การฟนตัวของเศรษฐกิจในแตละภูมิภาคเผชิญความเสี่ยงที่แตกตางกัน •การฟนตัวที่ออนแอใน EMs ในปที่ผานมา สรางรอยแผลเปนทาง เศรษฐกิจให EM มากกวา AEs จากอัตราการฉีดวัคซีนที่ชากวา สงผลตอเวลาการปดเมือง และมาตรการสนับสนุนที่เล็กกวา • ADB ประเมินวาการแพรระบาดของ COVID-19 ในปที่ผานมา ทําใหประชากรใน ASEAN ประสบกับความยากจนขั้นรุนแรงเพิ่มขึ้น 4.7 ลานคน และทําใหงานในภูมิภาคนี้หายไป 9.3 ลานงาน • สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงผลกระทบตอเศรษฐกิจในแตละภูมิภาค ในมิติที่ตางกัน o ยุโรปมีแนวโนมไดรับผลกระทบรุนแรงสุด เนื่องจาก พึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง o สหรัฐฯ จะไดรับผลกระทบจากสงครามที่จํากัด เนื่องจาก เปนผูสงออกกาซธรรมชาติสุทธิ อีกทั้ง สัดสวนการคากับ รัสเซียที่นอย o เอเชียแปซิฟก อาจไดรับผลกระทบดานเศรษฐกิจจาก การขาดดุลการคาที่รุนแรง จากราคานําเขาดานพลังงาน ที่สูงขึ้น เนื่องจากผูนําเขาสินคาโภคภัณฑ o เศรษฐกิจรัสเซียอาจเขาสูภาวะถดถอย หากมาตรการ คว่ําบาตรครอบคลุมการยุติการนําเขาพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งเปนแหลงรายไดสําคัญของประเทศ Upside risks Downside risks การฟนตัวของ ภาคบริการ การฟนตัว ภาคการผลิตและ สินคาคงคลัง การฟนตัวของ ตลาดแรงงาน แข็งแกรง การลงทุน CAPEX ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ตอเนื่อง การกลายพันธุของ ไวรัสสายพันธุใหม Geopolitical risks รุนแรงขึ้น เงินเฟออยูสูงกวาที่ คาดการณไว Supply Bottlenecks อาจยืดเยื้อกวาคาด ภาวะการเงินอาจ ตึงตัวขึ้นเร็ว China’s Zero Covid Policy ความเสี่ยง stagflation ในบางพื้นที่ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ IMF และ Asian Development Bank 62
  • 63.
  • 64.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 2 Q4/2021 Q1/2022 แนวโนมเศรษฐกิจไทยป 2022 เศรษฐกิจไทยจะไดรับผลกระทบจากสงครามใน ยูเครนผานหลายชองทางแตยังมีปจจัยชดเชย จากการผอนคลายมาตรการและการเปดประเทศ เงินเฟอที่เพิ่มขึ้นและแผลเปนเศรษฐกิจเดิมที่มีอยู จากวิกฤติ COVID-19 สงผลใหเศรษฐกิจไทยฟน ตัวชาลง ภาครัฐยังมีบทบาทสําคัญในการพยุงเศรษฐกิจในป 2022 โดยเฉพาะนโยบายลดคาครองชีพที่ควรมี ประสิทธิภาพมากขึ้น 64
  • 65.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 3 Q4/2021 Q1/2022 80 85 90 95 100 105 0 12 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 Asian Financial Crisis Subprime Crisis 2011 Great Flood COVID-19 EIC คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.7% ในป 2022 ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.2% รวมทั้งปรับเงินเฟอขึ้นเปน 4.9% จากเดิม 1.6% จากผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC ประมาณการการฟนตัวของ Real GDP ไทย (จํานวนไตรมาส หลังเกิดวิกฤต) หนวย : ดัชนี Rolling sum 4 ไตรมาส (2019Q4 = 100 ของ COVID-19) ปจจัยเสี่ยงตอการฟนตัวทางเศรษฐกิจ • อัตราการเงินเฟอที่เรงตัวสูง จากราคาน้ํามัน และโภคภัณฑที่เพิ่มขึ้น และอาจอยูในระดับสูงยาว นานกวาคาด จากปจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่จะสงผลใหอัตราเงินเฟอเรงตัวสูง ซึ่งจะสงผล กระทบทางตรงตอกําลังซื้อในประเทศและตนทุน ในภาคธุรกิจ • การชะงักงันของอุปทานในภาคการผลิตและขนสง ทั้งจากนโยบาย Zero Covid ของจีน และมาตรการ คว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซีย • ภาวะการเงินตึงตัว จากนโยบายของธนาคารกลาง หลักของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ผานการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือลดสภาพคลองใน ระบบ ที่จะสงผลตอตนทุนการกูยืมเงินระยะยาวของ ภาครัฐและภาคเอกชนไทย • การฟนตัวของนักทองเที่ยวจากยุโรปที่อาจชา กวาคาด จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย- ยูเครน • ผลของแผลเปนเศรษฐกิจ จากการแพรระบาด ของ COVID-19 ที่ถูกซ้ําเติมจากผลกระทบดานคา ครองชีพจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทบตอ ความสามารถในการชําระหนี้ของภาคครัวเรือน ในวงกวาง ประมาณการเศรษฐกิจ (กรณีฐาน) หนวย 2021 2022F ณ ธ.ค. 2021 ณ มี.ค. 2022 GDP %YOY 1.6 3.2 2.7 การบริโภคภาคเอกชน %YOY 0.3 3.4 2.9 การบริโภคภาครัฐ %YOY 3.2 -0.6 -1.5 การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.2 4.0 3.5 การลงทุนภาครัฐ %YOY 3.8 4.8 3.0 การสงออกสินคาและบริการ %YOY 10.4 10.9 8.4 - มูลคาสงออกสินคา (USD BOP basis) %YOY 18.8 3.4 6.1 การนําเขาสินคาและบริการ %YOY 17.9 8.9 6.5 - มูลคานําเขาสินคา (USD BOP basis) %YOY 23.4 4.3 13.2 จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ ลานคน 0.4 5.9 5.7 อัตราเงินเฟอทั่วไป %YOY 1.2 1.6 4.9 ราคาน้ํามันดิบ Brent USD/Brl. 70.4 70 110.3 อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นป) % 0.50 0.50 0.5 Forecast periods คาดเศรษฐกิจไทยกลับไปเทากอนเกิดวิกฤต ในชวง Q3 ป 2023 2023Q3 65
  • 66.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 4 Q4/2021 Q1/2022 เศรษฐกิจไทยจะไดรับผลกระทบจากสงครามในยูเครนผานหลายชองทาง แตยังมีปจจัยชดเชยจากการผอนคลายมาตรการและการเปดประเทศ สงครามในยูเครนจะสงผลกระทบตอเศรษฐกิจไทยผานหลายชองทาง โดยเฉพาะราคาพลังงานและโภคภัณฑตางๆ ที่สูงขึ้น ที่กระทบกําลังซื้อและตนทุน ในภาคธุรกิจ และการสงออกไปยุโรปที่อาจชะลอลง อยางไรก็ตาม สถานการณภายในประเทศเริ่มฟนตัวขึ้นจากผลกระทบของ Omicron ที่นอยกวาคาด รวมถึงจะมีนักทองเที่ยวเอเชียทยอยเดินทางเขามามากขึ้น ชดเชยนักทองเที่ยวจากยุโรป 66
  • 67.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 5 Q4/2021 Q1/2022 แมจํานวนผูติดเชื้อใหมของไทยยังอยูในระดับสูง แตยังไมเขาขั้นวิกฤตจากจํานวนผูเสียชีวิตและจํานวนผูปวยกลุมสีแดง ที่ยังอยูในระดับต่ําซึ่งไทยเตรียมปรับมาตรการเพื่อเตรียมประกาศให COVID-19 เปน Endemic ในเดือนกรกฎาคม สถานการณ COVID-19 ของไทย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของศูนยบริหารสถานการณแพรระบาดของโรคติดตอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และกระทรวงสาธารณสุข 0 50 100 150 200 250 300 350 7 63 49 0 28 14 35 21 42 56 มิ . ย. พันคน ต.ค. คน เม.ย. พ.ค. ก.ค. ส.ค. ก.ย. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี . ค. ผูติดเชื้อเขาขาย (ATK) เฉลี่ย 7 วัน (แกนซาย) ผูเสียชีวิตเฉลี่ย 7 วัน (แกนขวา) ผูติดเชื้อใหมเฉลี่ย 7 วัน (แกนซาย) ไทยเตรียมปรับมาตรการ COVID-19 เปน Endemic ในเดือนกรกฎาคม โดยตั้งแตวันที่ 1 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขปรับการรักษาผูติดเชื้อ แบบไมแสดงอาการและผูปวยอาการนอยเปนรูปแบบผูปวยนอก (OPD) เพื่อผอนคลายสถานการณเตียงในโรงพยาบาลและเตรียมพรอมใน การดูแลผูปวยแบบโรคประจําถิ่น (Endemic) ทั่วประเทศ 0 25 50 75 100 78% 72% 31% 28 มี . ค % จํานวนผูรับวัคซีน 1 เข็ม % จํานวนผูรับวัคซีน 2 เข็ม % จํานวนผูรับวัคซีนกระตุน 1 0 6 4 2 3 5 ต.ค. พันคน มิ . ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี . ค. ผูปวยกลุมสีแดงที่ไมตองใชเครื่องชวยหายใจ ผูปวยกลุมสีแดงที่ใชเครื่องชวยหายใจ % อัปเดตลาสุด : 28 มี.ค. 2022 67
  • 68.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 6 Q4/2021 Q1/2022 60 70 80 90 100 110 120 0 5000 10000 15000 20000 25000 01/01/2021 01/02/2021 01/03/2021 01/04/2021 01/05/2021 01/06/2021 01/07/2021 01/08/2021 01/09/2021 01/10/2021 01/11/2021 01/12/2021 01/01/2022 01/02/2022 01/03/2022 New casesGoogle Mobility: Retail & Recreation (แกนขวา) จํานวนผูติดเชื้อในการระบาดละลอกใหมของ Omicron เพิ่มสูงขึ้นมากกวาชวงการระบาดของ Delta อยางไรก็ตาม จํานวน ผูเสียชีวิตในระดับต่ําทําใหรัฐบาลไมไดใชมาตรการควบคุมโรคที่เขมงวดและดัชนีเคลื่อนไหวไมลดลงเทาชวงการระบาดครั้งกอน กิจกรรมการเดินทาง (Mobility) จํานวนผูติดเชื้อ และผูเสียชีวิตใหมรายวัน Oxford Stringency Index ของประเทศตาง ๆ* ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงสาธารณสุข, ศูนยบริหารสถานการณแพรระบาดของโรคติดตอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, มหาวิทยาลัยออกซฟอรด และ Google หนวย : ดัชนี (Pre-COVID= 100) สําหรับ Mobility และรายสําหรับผูติดเชื้อ , คาเฉลี่ย 7 วัน หนวย : ดัชนี 0-100 (100=เขมงวดที่สุด), คาเฉลี่ยขอมูลของคาเฉลี่ยโลกเปนคาเฉลี่ยแบบไมถวงน้ําหนัก ทุกประเทศทั่วโลก เทาที่มีขอมูล Delta Omicron • ถึงแมหลายประเทศไดผานจุดเลวรายที่สุดของการระบาดของ Omicron ไปแลว แตดัชนี การเคลื่อนที่ในหลายประเทศก็ไมไดลดลงเทากับชวงการระบาดของสายพันธุ Delta • นอกจากนี้รัฐบาลทั้งในไทยและตางประเทศก็ไมไดนํามาตรการควบคุมโรคที่เขมงวดเทา เดิมกลับมาใชใหม หมายเหตุ : กําหนดชวงเวลาการระบาดของ Omicron เปนตั้งแตเดือนพฤศจิกายน 2021 เปนตนมา การระบาดของ Delta ระหวางเดือนเมษายน-ตุลาคม 2021 Thailand ASEAN5 US UK Japan India World Alpha/Beta 53 61 65 69 39 73 57 Delta 59 65 54 51 50 72 52 Omicron 49 58 53 38 47 61 45 68
  • 69.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 7 Q4/2021 Q1/2022 เศรษฐกิจไทยเริ่มฟนตัวในชวงที่ผานมาทามกลางผลกระทบของ Omicronที่รุนแรงนอยกวาคาด ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, ธนาคารแหงประเทศไทย, กระทรวงเกษตรและสหกรณ, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา, กระทรวงพาณิชย, และ Google เศรษฐกิจไทย Unit 2020 2021 Q3/21 Q4/21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 ผลิตภัณฑมวลรวมของประเทศ (GDP) %YOY -6.1 1.6 -0.3 1.9 na na na na na na na na ภาคอุปสงค ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน %YOY -1.3 -1.6 -7.1 -2.7 -7.2 -8.6 -5.6 -2.9 -3.8 -1.2 4.6 ยอดขายรถในประเทศ %YOY -21.4 -6.8 -26.5 -13.6 -11.6 -38.8 -27.0 -13.0 -9.4 -17.2 25.8 26.3 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน %YOY -5.5 9.8 8.3 5.9 10.7 6.4 7.9 7.9 5.8 4.0 4.8 สงออก (ศุลกากร) %YOY -5.9 17.1 15.3 22.1 20.3 8.9 17.1 17.3 24.7 24.2 8.0 16.2 Google mobility (retail & recreation) % compared to 3 Jan-6 Feb 20 -15.2 -9.0 -21.5 5.6 -19.9 -28.5 -16.2 -1.4 6.6 11.5 -9.3 2.1 ความเชื่อมั่นผูบริโภค Index (100 = previous month) 52.6 44.7 40.6 45.0 40.9 39.6 41.4 43.9 44.9 46.2 44.8 43.3 ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ Index (50 = previous month) 43.1 45.3 41.3 48.1 41.4 40.0 42.6 47.0 48.4 49.0 47.2 47.8 ภาคอุปทาน รายไดภาคเกษตร %YOY 5.2 2.5 -0.8 -5.3 3.5 0.8 -5.9 -10.9 -4.9 -1.3 5.5 9.0 ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม %YOY -9.5 5.8 -0.3 4.7 3.7 -4.9 0.4 2.7 4.6 6.7 2.0 อัตราการใชกําลังการผลิต sa % 60.1 63.0 59.7 64.1 60.3 57.3 61.6 63.2 63.9 65.1 63.2 จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ %YOY (2020), thousands -83.2 427.9 45 342 18 15 12 20 91 230 134 153 จํานวนทริปในประเทศ %YOY -46.4 -41.7 -87.8 -30.9 -91.3 -92.0 -80.6 -66.4 -30.9 4.7 127.2 72.4 อัตราการเขาพักโรงแรม % 29.5 14.0 5.5 26.2 3.5 3.5 9.4 16.2 25.0 37.5 35.6 35.6 ผูโดยสารเครื่องบินในประเทศ (28 สนามบิน) %YOY -40.5 -55.0 -92.0 -49.4 -88.1 -99.6 -88.0 -68.1 -51.8 -29.6 121.9 64.8 ตลาดแรงงาน อัตราวางงาน % 1.7 1.9 2.3 1.6 na na na na na na na na อัตราวางงานของแรงงานอายุนอย % 7.3 8.2 8.6 7.2 na na na na na na na na อัตราวางงานของแรงงานในประกันสังคม % 3.1 2.8 2.7 2.5 2.8 2.8 2.5 2.6 2.6 2.3 2.1 2.0 ชั่วโมงการทํางานเฉลี่ย %YOY -4.7 0.6 -2.1 1.5 na na na na na na na na 69
  • 70.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 8 Q4/2021 Q1/2022 เศรษฐกิจไทยเริ่มฟนตัวจากพิษของ Deltaในไตรมาส 4 ที่ผานมา แตการฟนตัวในแตละกลุมเศรษฐกิจไมเหมือนกัน การฟนตัวขององคประกอบตาง ๆ ของเศรษฐกิจไทย หนวย : ดัชนี คาเฉลี่ย 4 ไตรมาส (2019Q4 = 100), % = สัดสวนตอ GDP ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 20 30 40 50 60 70 80 90 100 110 85 90 95 100 105 110 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 GDP (100%) Private consumption (54%) Public consumption (16%) Investment (25%) Merchandise exports (62%) Service exports (5%) (แกนขวา) 50 60 70 80 90 100 110 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 Agriculture (6%) Mining and Quarrying (2%) Manufacturing (27%) Construction (3%) Wholesale and Retail (16%) Transport and storage (5%) Accom. and food (4%) HealthandSocial Work (3%) GDP (100%) 70
  • 71.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 9 Q4/2021 Q1/2022 สงครามรัสเซีย-ยูเครนสงผลกระทบตอเศรษฐกิจไทยผาน 4ชองทาง การสงออก ผลกระทบเฉพาะกลุม • การสงออกไทยไปยังรัสเซียมีสัดสวนต่ํามาก (0.5%) • การสงออกไปยุโรป (9.3%) จะไดรับผลกระทบ จากการชะลอตัว แตสินคาไทย บางประเภทอาจทดแทนการนําเขาจากรัสเซียได • การสงออกโดยรวมยังขยายตัวจากราคาสินคา สงออกที่มีแนวโนมเพิ่มขึ้นเปนหลัก ตามทิศทางราคาโภคภัณฑโลก อยางไรก็ตาม ตนทุนที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงความสามารถ ในการสงผานตนทุนจะเปนตัวชี้วัดความสามารถ ในการปรับตัวของแตละธุรกิจ ทองเที่ยว ผ ผล ลก กร ระะท ทบ บป ปา าน นก กล ลา าง ง • นักทองเที่ยวรัสเซียที่เปนหนี่งกลุมนักทองเที่ยว หลักของไทยจะหายไป และใชเวลาอยางนอย 2 ป ในการฟนตัว • นักทองเที่ยวจากยุโรปจะเพิ่มขึ้นจากปที่แลว แตจะไมขยายตัวดีโดยเปรียบเทียบ • การเดินทางโดยเครื่องบินมีตนทุนสูงขึ้น ทั้งจาก ราคาน้ํามัน และเสนทางการบินบางเสนทางที่จะไกล และนานขึ้นโดยเฉพาะจากประเทศกลุมสแกนดิเนเวีย • อยางไรก็ตาม ทองเที่ยวไทยโดยรวมจะฟนตัวได จากการเปดประเทศและลดขอจํากัดในการเดินทาง ทั่วโลก และจากการกลับมาขยายตัวของกลุม นักทองเที่ยวในภูมิภาค ราคาพลังงานและโภคภัณฑ ผลกระทบสูง • รัสเซียเปนผูสงออกน้ํามันและกาซธรรมชาติ รายสําคัญของโลก • นอกจากนี้ รัสเซียและยูเครนยังเปนแหลง จัดหาโภคภัณฑสําคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ ทั้งในภาคการผลิต (นิกเกิล แพลเลเดียม กาซนีออน) และภาคเกษตร (ปุย ขาวโพด ขาวสาลี) • ตนทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุงสูงขึ้นมาก จากชองทางการคากับรัสเซียที่เสี่ยงชะงักงัน เปนผลกระทบตอ 1) กําลังซื้อและการใชจาย ของผูบริโภค ที่ลดลงจากเงินเฟอที่เรงตัว และ 2) อัตราผลกําไรของธุรกิจ ภาคการเงิน ผลกระทบปานกลาง • เงินบาทมีแนวโนมออนคาลง จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัดและการไหลกลับของเงินทุนสูสินทรัพย ปลอดภัย (safe haven) • ตลาดหุนไทยปรับตัวลง จากแนวโนมการคา การทองเที่ยว และแนวโนมการใชจายในประเทศ ที่จะชะลอลงจากคาดการณเดิม • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ของไทยปรับลดลงหลังเกิดสงครามรัสเซีย ขณะที่ พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น ตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC 71
  • 72.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 10 Q4/2021 Q1/2022 ภาคการทองเที่ยวไทยไดรับผลกระทบจาก สงครามในยูเครน แตยังมีปจจัยชดเชยจาก การผอนคลายมาตรการและการเปดประเทศ ความขัดแยงระหวางรัสเซีย-ยูเครนไดสงผลกระทบตอนักทองเที่ยวรัสเซียที่จะเดินทางมาไทย รวมถึงนักทองเที่ยวตางชาติบางสวนที่อาจไดรับผลกระทบตอเนื่องจากการปดนานฟาและ กําลังซื้อที่ลดลงอยางไรก็ตาม จะมีนักทองเที่ยวเอเชียทยอยเดินทางเขามามากขึ้น ชดเชย นักทองเที่ยวจากยุโรป 72
  • 73.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 11 Q4/2021 Q1/2022 การเดินทางระหวางประเทศของประเทศในกลุมเอเชีย มีสัญญาณเติบโตดีขึ้นจากการเริ่มทยอยเปดประเทศของหลาย ประเทศ รวมถึงประเทศที่เปดประเทศแลวปรับลดมาตรการการเขาประเทศตามนโยบาย living with COVID ประเทศในเอเชียเริ่มทยอยเปดประเทศใหผูที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเขาประเทศโดยไมกักตัว ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ ICAO และกระทรวงตางประเทศของแตละประเทศ คาดวาจะเริ่มเปดประเทศชวง 2H2022 เปดประเทศใหผูเดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดสไมตองกักตัวแลว เปดประเทศแบบมีเงื่อนไขกักตัวหรือเปดแบบไมกักตัวเฉพาะบางประเทศ เปดประเทศใหผูเดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดสไมตองกักตัวในชวง 1H2022 คาดวาจะเริ่มเปดประเทศในป 2023 ตัวอยางมาตรการการเดินทางเขาประเทศของประเทศที่เปดประเทศในชวง 1H2022 ประเทศ ตรวจเชื้อกอนเดินทาง ตรวจเชื้อ เมื่อมาถึง ตรวจเชื้อหลัง เดินทางมาถึง การกักตัว วันที่มีผล บังคับใช มาเลเซีย RT-PCR กอนเดินทาง 48 ชั่วโมง ATK - ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 5 วัน 1 เม.ย สิงคโปร RT-PCR กอนเดินทาง 48 ชั่วโมง - - ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 7 วัน 1 เม.ย อินเดีย RT-PCR กอนเดินทาง เฉพาะผูไมไดรับวัคซีน - ผูไดรับวัคซีนครบโดส ไมตองตรวจ ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 5 วัน 27 มี.ค เกาหลีใต RT-PCR กอนเดินทาง 48 ชั่วโมง - - ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว (ยกเวนประเทศที่มีความเสี่ยง) ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 7 วัน 1 เม.ย กัมพูชา RT-PCR กอนเดินทาง 72 ชั่วโมง - - ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 14 วัน 17 มี.ค เวียดนาม RT-PCR กอนเดินทาง 72 ชั่วโมง - - ผูไดรับวัคซีนครบโดส : ไมกักตัว ผูไมไดรับวัคซีนครบ : 5 วัน 15 มี.ค อัปเดตลาสุด: 28 มี.ค. 2022 73
  • 74.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 12 Q4/2021 Q1/2022 ที่มา :การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา, ศูนยบริหารสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ กระทรวงทองเที่ยวของซาอุดิอาระเบีย, อินเดีย และมาเลเซีย การเจรจากับตางประเทศของทางภาครัฐ และการทยอยปรับลดมาตรการจะสามารถกระตุนใหนักทองเที่ยวตางชาติที่ เดินทางมาไทยมีแนวโนมเติบโตมากขึ้น การเจรจากับตางประเทศเพื่อกระตุนการทองเที่ยวของไทย ซึ่งคาดวานักทองเที่ยวจะเขามาในชวงไตรมาส 2 ป 2022 การลดมาตรการการเดินทางเขาประเทศของไทย ซาอุดีอาระเบียฟนความสัมพันธกับไทยอีกครั้งคาดวาจะมีนักทองเที่ยวจากซาอุฯ มาไทยเพิ่มขึ้นในป 2022 แมที่ผานมาจํานวนนักทองเที่ยวซาอุฯ ที่เดินทางเขาไทยจะไมสูงมากนักแตคาใชจายตอคนตอวันของนักทองเที่ยว ซาอุฯ ในป 2019 สูงเปนอันดับ 2 รองจากนักทองเที่ยวคูเวต Travel Bubble ไทย-อินเดียเริ่มทําการบินเชิงพาณิชยไดตั้งแตมี.ค. ซึ่งไทยถือเปนจุดมุงหมายหลักอันดับ 4 ของนักทองเที่ยวชาวอินเดียรองจาก UAE, ซาอุฯ และสหรัฐฯ มาเลเซียเปด Vaccinated Travel Lane (VTL) สําหรับการเดินทางระหวางไทยและมาเลเซียตั้งแต 15 มี.ค ซึ่งไทยเปนจุดมุงหมายหลักอันดับ 2 ของนักทองเที่ยวมาเลเซียรองจากสิงคโปร และนักทองเที่ยวมาเลเซียเปน นักทองเที่ยวตางชาติหลักของไทยรองจากจีน ขอมูลป 2019 นักทองเที่ยวที่ เดินทางออกนอก ประเทศ นักทองเที่ยวที่ เดินทางมาไทย สัดสวนนักทองเที่ยว เดินทางมาไทยตอ นักทองเที่ยวที่เดินทางออก นอกประเทศทั้งหมด คาใชจายตอคน ตอวัน (บาท) ระยะเวลา ในการพํานัก ในไทย (วัน) ซาอุดิอาระเบีย 9.8 ลานคน 36,783 คน <1% 6,823.4 12.8 อินเดีย 26.9 ลานคน 1.96 ลานคน 7.3% 5,493.2 7.4 มาเลเซีย 27 ลานคน 4.27 ลานคน 15.8% 5,226.5 4.8 1 ก.พ. 22 เปดใหลงทะเบียนเขาไทยแบบ Test & GO หลังระงับลงทะเบียนชั่วคราว • นักทองเที่ยวที่ไดรับวัคซีนครบโดสจากทุกประเทศ • ตรวจ RT-PCR 2 ครั้งในวันที่เขาประเทศและวันที่ 5 1 เม.ย 22 ยกเลิกการตรวจ RT-PCT กอนเขาประเทศทุกกลุม • ตรวจ RT-PCR เมื่อเขาประเทศ • Test & Go และ Sandbox ตรวจ Self-ATK วันที่ 5 • Quarantine กักตัว 5 วัน และตรวจ RT-PCR ในวันที่ 5 1 มี.ค. 22 ปรับมาตรการ Test & Go การตรวจเชื้อครั้งที่ 2 ดวย ATK ดวยตัวเอง • ตรวจ RT-PCR 1 ครั้งในวันที่เขาประเทศ • ในวันที่ 5 ตรวจ ATK ดวยตัวเองและรายงานผลทาง App หมอชนะ เม.ย 22 กระทรวงทองเที่ยวฯ เตรียมเสนอ ศบค. ลดมาตรการเขาประเทศ • ปรับมาตรการตรวจ ATK ในวันที่เขาประเทศดวยสถานพยาบาลคาดวาจะเริ่ม 1 พ.ค • ยกเลิกการลงทะเบียน Thailand pass คาดวาจะเริ่ม 1 มิ.ย 74
  • 75.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 13 Q4/2021 Q1/2022 ที่มา :การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา นักทองเที่ยวตางชาติเดินทางเขาไทยเพิ่มขึ้นหลังไทยเปดลงทะเบียน Test & Go อีกครั้ง โดยนักทองเที่ยวจากยุโรปเปน กลุมหลักที่เดินทางมาไทย อยางไรก็ดี การผอนคลายมาตรการในหลายประเทศของเอเชียสงผลใหนักทองเที่ยวจาก เอเชียมีแนวโนมเดินทางเขาไทยมากขึ้น ผูเดินทางจากตางประเทศเขาไทย (รวมคนไทยซึ่งมีสัดสวนราว 30% ของผูเดินทางจากตางประเทศทั้งหมด) สัดสวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทยในชวงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม 22 หนวย : คน Nov 21 Dec 21 Jan 22 Feb 22 Mar 22 (E) ผูเดินทางจากตางประเทศ 133,061 290,617 189,193 203,970 ~260,000 นักทองเที่ยวตางชาติ 91,255 230,497 133,903 152,954 ~180,000 0 5,000 10,000 15,000 20,000 Dec Feb Jan Mar Quarantine Sandbox Test & Go 4 ม.ค ระงับการลงทะเบียน Test & Go ชั่วคราว 1 ก.พ เปดลงทะเบียน Test & Go อีกครั้ง 7% 56% 12% 9% ธ.ค. 5% 53% 5% 8% 18% 11% 91,255 ม.ค. 8% 9% 8% 51% 6% ก.พ. 7% 230,497 133,903 152,954 7% 51% 11% พ.ย. 7% อาเซียน อื่น ๆ เอเชียตะวันออก อเมริกา ยุโรป รัสเซีย เอเชียใต ตะวันออกกลาง • สิงคโปร (8%) โดยรัฐบาลเปด VTL อีกครั้งในวันที่ 1 มีนาคม สําหรับผูที่ไดรับวัคซีนครบโดสเดินทางจาก ไทย เขาสิงคโปรโดยไมกักตัว • เยอรมนี (7%) • UK (6%) • สหรัฐฯ (5%) • ฝรั่งเศส (5%) ในเดือนมีนาคม ผูเดินทางจากเอเชียเริ่มเดินทางเขาไทยมากขึ้น โดยในชวง 1-21 มีนาคมที่ผานมา 5 ตนทางหลักของผูเดินทางเขาไทยมาจาก 75
  • 76.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 14 Q4/2021 Q1/2022 ที่มา :การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ European Commission, Reuters, CEIC และ IATA อยางไรก็ดี ความขัดแยงระหวางรัสเซีย-ยูเครนไดสงผลกระทบตอนักทองเที่ยวรัสเซียที่จะเดินทางมาไทย รวมถึง นักทองเที่ยวตางชาติบางสวนที่อาจไดรับผลกระทบตอเนื่องจากการปดนานฟาและกําลังซื้อที่ลดลง ผลกระทบของความขัดแยงระหวางรัสเซีย-ยูเครนตอจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเดินทางมาไทย ปญหาคาเงินรูเบิลของรัสเซียที่ออนคารวมถึงปญหา การทําธุรกรรมทางการเงินจะสงผลใหนักทองเที่ยวรัสเซีย ที่เดินทางมาไทยลดลง โดยอางอิงผลกระทบการทองเที่ยวจาก สถานการณสงครามระหวางรัสเซียกับไครเมียเมื่อป 2014 % % Growth นักทองเที่ยวรัสเซียที่เดินทางมาไทย % Growth นักทองเที่ยวรัสเซียที่เดินทางออกนอกประเทศ % Change Ruble per USD การประกาศปดนานฟาระหวางรัสเซียและยุโรป รวมถึง แคนาดาและสหรัฐฯ สงผลใหนักทองเที่ยวในฝงยุโรป ชะลอการเดินทาง • สายการบินรัสเซียยกเลิกเที่ยวบินระหวางประเทศรวมถึงเสนทาง รัสเซีย-เอเชียบางเสนทางชั่วคราว • เสนทางยุโรป-เอเชียมีตนทุนในการบินสูงขึ้นและใชระยะเวลามากขึ้น จากการเปลี่ยนเสนทางการบิน ซึ่งอาจสงผลตอราคาคาโดยสารและ จํานวนผูโดยสาร เชน เสนทางฟนแลนด-กรุงเทพฯ จะใชเวลาในการบิน เพิ่มขึ้นประมาณ 3 ชั่วโมงจากการเปลี่ยนเสนทางบินจากเดิมใชเวลา 10.31 ชั่วโมงเปน 13.44 ชั่วโมง ประเทศที่ปดนานฟากับเครื่องบินสัญชาติรัสเซีย คาน้ํามันเชื้อเพลิงและภาวะเงินเฟอที่ปรับตัวสูงขึ้น สงผลใหนักทองเที่ยวบางสวนชะลอการเดินทาง • กําลังซื้อลดลงจากปญหาเงินเฟอทําใหงบประมาณในการ ทองเที่ยวลดลง • ตนทุนในการเดินทางทองเที่ยวของนักทองเที่ยวตางชาติสูงขึ้น จากคาโดยสารเครื่องบินที่มีแนวโนมเพิ่มขึ้นจากการเก็บคา fuel surcharge ของสายการบิน เชน AirAsia เริ่มเก็บคาน้ํามัน เชื้อเพลิงในคาโดยสารตั้งแตวันที่ 5 มีนาคม 2022 และ Emirate เก็บคาโดยสารเพิ่มขึ้น 4%-6% ในทุกเสนทางบิน จากขอมูลจํานวนการจองตั๋วเครื่องบินถึงวันที่ 15 มีนาคม 2022 ของ IATA ที่เริ่มลดลงหลังรัสเซียโจมตียูเครนโดยเทียบป 2019 เปนปฐาน ซึ่งเปนการลดลงของการจองตั๋วเครื่องบินจากยุโรปเปนหลัก และฟนตัว อยางคอยเปนคอยไป -60 -40 -20 0 20 40 2014 2015 2016 2017 2018 2019 76
  • 77.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 15 Q4/2021 Q1/2022 หมายเหตุ :ประมาณการจากขอมูลการใชจายตอคนตอวัน และจํานวนวันที่พักอาศัยในไทยจากฐานป 2019 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา EIC ปรับประมาณการนักทองเที่ยวตางชาติป 2022 ลงจาก 5.9 ลานคนเปน 5.7 ลานคนจากผลกระทบความขัดแยง ระหวางรัสเซีย-ยูเครนกดดันใหเงินเฟอทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ประมาณการนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย หนวย : ลานคน สมมติฐาน การระบาดของ Omicron ไมรุนแรงทําใหหลายประเทศใชนโยบาย living with COVID ลดมาตรการการเดินทางเขาประเทศรวมถึงประเทศในเอเชีย ทยอยเปดประเทศ นักทองเที่ยวฝงเอเชียเริ่มฟนตัวจากนโยบายเปดประเทศของหลาย ประเทศ เชน มาเลเซีย เกาหลีใต ผลกระทบจากความขัดแยงระหวางรัสเซียและยูเครน สงผลใหราคา พลังงานที่กดดันใหเงินเฟอทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และราคาสินคาสูงขึ้นซึ่งจะ ทําใหการบริโภคลดลง นักทองเที่ยวรัสเซียหายไป จากสถานการณความขัดแยงที่ตรึงเครียด และปญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปดนานฟา นักทองเที่ยวยุโรปมีแนวโนมชะลอการเดินทางจากภาวะเงินเฟอและการปด นานฟา นักทองเที่ยวทั่วโลกมีแนวโนมชะลอการเดินทางจากภาวะเงินเฟอและการ บริโภคที่ลดลง 2022F = 5.7 ลานคน (2M2022 = 286,857 คน) 1.5 0.0 0.5 3.0 2.5 1.0 2.0 2.55 0.47 Q1/21 Q2/21 Q3/21 0.34 Q4/21 Q1/22 0.97 Q2/22 1.74 Q3/22 Q4/22 2021 = 427,869 คน สัดสวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย หนวย : ลานคน 4% 22% 51% 29% 28% 19% 27% 25% 33% 14% 2019 13% 12% 39.9 9% 2020 6% 8% 7% 2021 11% 3% 2022F 6.7 0.4 5.7 เอเชียตะวันออก อาเซียน ยุโรป จีน รัสเซีย อเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต อื่น ๆ ประมาณการรายไดจากนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย* หนวย : แสนลานบาท 18% 38% 28% 18% 20% 2022F 13% 2019 9% 2020E 2021E 19.1 3.1 0.2 3.0 77
  • 78.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 16 Q4/2021 Q1/2022 เที่ยว ดวยกัน เฟส 3 (8Oct - 31 Jan) เที่ยวดวยกันเฟส 1-2 (8 Jul 20-30 Apr 21) 0 20 40 60 80 100 ในป 2022 จํานวนผูเยี่ยมเยือนชาวไทยคาดวาจะอยูที่ 180 ลานคน แตดวยจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่ยังไมสูงมากนัก จึงทําใหอัตราการเขาพักฟนตัวอยางคอยเปนคอยไป ประมาณการจํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย อัตราการเขาพักเฉลี่ยทั่วประเทศ หนวย : % ของอุปทานหองพักทั้งหมด ป 2019 2020 2021 2022F จํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย (ลานคน) 229.4 123.2 71.9 180.2 15 0 5 10 20 25 ลานคน 2020 2021 Feb/22 1 15 5..3 3 2019 การกาวเขาสู Endemic ทําใหคนกลับไปใชชีวิตปกติมากขึ้น นักทองเที่ยวไทยมีแนวโนมเติบโตจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟนตัว นักทองเที่ยวไทยที่มีกําลังซื้อบางสวนเริ่มเดินทางไปทองเที่ยวตางประเทศ ภาวะเงินเฟอและราคาน้ํามันแพงสงผลตอการบริโภค นักทองเที่ยวไทยบางสวนมีแนวโนมชะลอการเดินทางทองเที่ยวจากคาใชจายในดานการทองเที่ยว ที่สูงขึ้น ปจจัยที่สงผลตอจํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย ป 2019 2020 2021 2022F อัตราการเขาพัก 70% 30% 14% 37% • โครงการเที่ยวดวยกันเฟส 4 เริ่ม 1 ก.พ. – 31 พ.ค. 2022 Jan/19 Feb/22 Jul/19 Jul/21 Jan/20 Jul/20 Jan/21 35.6% • แหลงทองเที่ยวยอดนิยมของคนไทยจะมีแนวโนมฟนตัวเร็ว เชน เชียงใหม หัวหิน รวมถึงแหลง ทองเที่ยวในเมืองรองที่ยังคงไดรับความนิยมตอเนื่อง ขณะที่แหลงทองเที่ยวยอดนิยมของ นักทองเที่ยวตางชาติจะเริ่มทยอยฟนตัวอยางคอยเปนคอยไป • โรงแรมระดับกลางจะเริ่มฟนตัวจากนักทองเที่ยวเอเชีย ที่จะเริ่มเขามาทองเที่ยวในไทยจากการ ทยอยเปดประเทศของหลายประเทศ ไดแก อินเดีย กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต ปจจัยที่สงผลตอจํานวนผูเยี่ยมเยือนไทย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงทองเที่ยวและกีฬา และสมาคมโรงแรมไทย 78
  • 79.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 17 Q4/2021 Q1/2022 ภาคการสงออกไดรับผลกระทบทางออมจาก สงครามในยูเครน ผานแนวโนมเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรปที่ชะลอลงกวาคาดและปญหา การชะงักงันของอุปทานที่รุนแรงขึ้น ผลกระทบทางตรงจากการสงออกของไทยไปยังรัสเซียและยูเครนมีจํากัดเนื่องจากไทย สงออกไปประเทศทั้งสองในสัดสวนนอย อยางไรก็ตาม จะไดรับผลกระทบทางออมผาน แนวโนมเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยุโรปที่ชะลอลงกวาคาดและปญหาการชะงักงันของอุปทานที่ รุนแรงขึ้น ในภาพรวม มูลคาการสงออกยังขยายตัวไดที่ 6.1% ในปนี้ แตเปนผลจากปจจัย ดานราคาที่สูงขึ้นตามตนทุนโดยเฉพาะในหมวดพลังงานมากกวาการเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณ 79
  • 80.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 18 Q4/2021 Q1/2022 การสงออกของไทยแมชะลอตัวลงในเดือนมกราคม แตก็เรงตัวขึ้นอีกครั้งไดในเดือนกุมภาพันธสอดคลองกับหลายประเทศ ทั่วโลกและดัชนีชี้นําในภาคการผลิต มูลคาการสงออกของประเทศสงออกสําคัญ ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) หนวย : ดัชนี > 50 หมายความวาสถานการณดีขึ้น ปรับฤดูกาล ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย, JP Morgan และ CEIC หนวย : % ของอุปทานหองพักทั้งหมด การสงออกในหลายประเทศกลับมาเรงตัวไดอีก ครั้งในเดือนก.พ. หลังจากที่ชะลอในเดือนม.ค. TH Exports 2020 2021 2022M1 2022M2 %YOY -5.9% 17.1% 8.0% 16.2% %MOM_sa - - -12.8% 4.4% PMI กลับมาขยายตัวไดอีกครั้งในเดือนก.พ. หลังจากที่ชะลอในเดือนม.ค. ตัวเลขการสงออก 20 วันของเกาหลีใตเทียบกับการสงออกทั้งเดือนของไทย หนวย : ดัชนี (2019Q4=100), ปรับฤดูกาล การสงออกยังมีแนวโนมที่ดีในเดือนมี.ค. แมเกิดสงครามในยูเครน 40 60 80 100 120 140 160 Jan-20 Feb-20 Mar-20 Apr-20 May-20 Jun-20 Jul-20 Aug-20 Sep-20 Oct-20 Nov-20 Dec-20 Jan-21 Feb-21 Mar-21 Apr-21 May-21 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 China Hong Kong India Japan Malaysia Singapore South Korea Taiwan Thailand Vietnam 70 100 130 Q4/2019 01/2020 02/2020 03/2020 04/2020 05/2020 06/2020 07/2020 08/2020 09/2020 10/2020 11/2020 12/2020 01/2021 02/2021 03/2021 04/2021 05/2021 06/2021 07/2021 08/2021 09/2021 10/2021 11/2021 12/2021 01/2022 02/2022 03/2022 Korea 20-days Export Thai Exports 25 30 35 40 45 50 55 60 65 Jan 20 Feb 20 Mar 20 Apr 20 May 20 Jun 20 Jul 20 Aug 20 Sep 20 Oct 20 Nov 20 Dec 20 Jan 21 Feb 21 Mar 21 Apr 21 May 21 Jun 21 Jul 21 Aug 21 Sep 21 Oct 21 Nov 21 Dec 21 Jan 22 Feb 22 Developed Market Emerging Market ASEAN Global - Export Orders 80
  • 81.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 19 Q4/2021 Q1/2022 ผลกระทบทางตรงจากการสงออกของไทยไปยังรัสเซียและยูเครนมีจํากัด เนื่องจากไทยสงออกไปประเทศทั้งสองใน สัดสวนนอย การนําเขาและสงออกสินคาของไทยกับรัสเซียและยูเครนในป2021 รายการ รัสเซีย ยูเครน ไทยสงออก 1,028 ลานดอลลารฯ (0.4%, อันดับ 36) 135 ลานดอลลารฯ (0.1%, อันดับ 74) ไทยนําเขา 1,752 ลานดอลลารฯ (0.7%, อันดับ 26) 252 ลานดอลลารฯ (0.1%, อันดับ 58) สินคาสงออกสําคัญ* รถยนตและสวนประกอบ (1.1%) ผลิตภัณฑยาง (0.7%) เครื่องจักรกล (0.7%) รถยนตและสวนประกอบ (0.1%) ผลิตภัณฑยาง (0.2%) ผลไม กระปอง/แปรรูป (1%) สินคานําเขาสําคัญ* น้ํามันดิบ (3.4%) ปุยและยากําจัดศัตรูพืชและสัตว (5.6%) เหล็ก เหล็กกลาและผลิตภัณฑ (1.1%) พืชและผลิตภัณฑจากพืช (1.5%) เหล็ก เหล็กกลาและผลิตภัณฑ (0.6%) ผลกระทบและความเสี่ยงในเชิงลบในดานการคาระหวางประเทศ • เศรษฐกิจและการคาโลกอาจชะลอตัวลง โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งเปนตลาดสงออกสําคัญ (มูลคาการสงออกไปยัง EU28 อยูที่ 2.5 หมื่นลานดอลลารสหรัฐ) • ราคาสินคาโภคภัณฑโลก โดยเฉพาะน้ํามันเพิ่มสูงขึ้น สงผลกระทบตอตนทุนการผลิต และนําเขา • คาระวางขนสงสินคาอาจอยูในระดับสูงยาวนานขึ้น • ปญหาหวงโซอุปทานอาจรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะวัตถุดิบใน การผลิตเซมิคอนดักเตอร (ชิป) และรถยนตสงผลกระทบตอการสงออกสินคาไทย Top-5 มูลคาการสงออกสินคาไทยไปประเทศรัสเซียและยูเครนในป 2021 Top-5 สินคาสงออกหลัก ไปยังรัสเซีย 2021 มูลคา (ลานดอลลาร สหรัฐ) เทียบกับการสงออก ไปรัสเซียทั้งหมด (%) รถยนต อุปกรณและสวนประกอบ 321.39 31.26 ผลิตภัณฑยาง 106.64 10.37 เครื่องจักรกลและสวนประกอบฯ 54.10 5.26 ผลไมกระปองและแปรรูป 46.14 4.49 เม็ดพลาสติก 43.40 4.22 Top-5 สินคาสงออกหลัก ไปยังยูเครน 2021 มูลคา (ลานดอลลาร สหรัฐ) เทียบกับการสงออกไป ยูเครนทั้งหมด (%) รถยนต อุปกรณและสวนประกอบ 33.04 24.52 ผลิตภัณฑยาง 21.58 16.02 ผลไมกระปองและแปรรูป 17.29 12.83 อาหารทะเลกระปองและแปรรูป 9.00 6.68 เม็ดพลาสติก 8.38 6.22 ผลกระทบตอการสงออกรถยนตในกรณีสงครามรัสเซียและ ยูเครนมีแนวโนมยืดเยื้อ : • ผูประกอบการสงออกไทยอาจเสียโอกาสในการสงออกรถยนตฯ • มาตรการคว่ําบาตรรัสเซีย ที่อาจสงผลใหผูประกอบการมีความเสี่ยง จากอัตราแลกเปลี่ยน รวมไปถึงตนทุนในการขนสงสินคาระหวาง ประเทศที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ราคาตนทุนการผลิตที่มีแนวโนมปรับตัว สูงขึ้นและเศรษฐกิจของประเทศคูคาที่อาจชะลอตัว หมายเหตุ : *เทียบกับการสงออก/นําเขาสินคาชนิดนั้นทั้งหมดของไทย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย และ International Trade Center 81
  • 82.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 20 Q4/2021 Q1/2022 สินคาไทยที่พึ่งพาตลาดยุโรปสูงอาจไดรับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปที่อาจฟนตัวชาลงจากเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความรุนแรง ของมาตรการตอบโตโดยมูลคาการสงออกไปยัง EU28 อยูที่ 2.5 หมื่นลานดอลลารสหรัฐ (9.3%) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Trademap อุตสาหกรรมที่พึ่งพาการสงออกไปยังยุโรปสูง เชน กลุมอิเล็กทรอนิกสเครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับ เครื่องพิมพ รถจักรยานยนต และสายเคเบิล อาจไดรับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปที่จะฟนตัวชาลง อยางไรก็ตาม หากสินคาจากรัสเซียถูกปดกั้นจากตลาดยุโรป อาจเปนโอกาสใหสินคาไทย บางประเภทสามารถขยายสวนแบงตลาดได เชน ยางสังเคราะห ไมอัด ปลาแชแข็ง สินคาที่ตองจับตามองเปนพิเศษ คอมพิวเตอร เครื่องปรับอากาศ เครื่องเพชรพลอยและ รูปพรรณ แผงวงจรรวม เครื่องพิมพ เนื้อสัตวแปรรูป ยานยนตสําหรับ ขนสงของ รถจักรยานยนต สวนประกอบและอุปกรณ ของยานยนต ยางธรรมชาติ ยางนอกชนิดอัดลม รถยนต อุปกรณสื่อสาร เสนใย/เคเบิลนําแสง หมอแปลงไฟฟา แปน แผง คอนโซล ไฟฟาฯ เพชรไมได ประกอบกับ ตัวเรือน วิทยุ/โทรทัศน/ เครื่องสง/กลอง เครื่องสูบ/อัด/พัด/ ระบายลม วงจรพิมพ 0% 5% 10% 15% 20% 25% 30% 35% 40% 45% 50% 0% 2% 4% 6% 8% %การส ง ออกไปยุ โ รปเที ย บกั บ การส ง ออกทั ้ ง หมด %การสงออกสินคาชนิดนั้นไปยุโรปเทียบกับการสงออกทั้งหมดไปยุโรป ข ขน นา าด ด = = ม มููล ลค คา าก กา าร รส สง งอ ออ อก กจ จา าก กไไท ทย ยไไป ปย ยุุโโร รป ป ขนาด: มู ล ค า การส ง ออกของไทยไปยุ โ รป 82
  • 83.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 21 Q4/2021 Q1/2022 EIC ปรับคาดการณสงออกไทยเติบโต6.1% จากคาดการณเดิม 3.4% จากราคาสินคาสงออกที่เพิ่มขึ้นเปนหลัก โดยเฉพาะ สินคาในกลุมที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย, องคการการคาโลก (WTO), IMF WEO, และ IHS Markit มูลคาการนําเขาและสงออกของไทย หนวย : ลานดอลลารสหรัฐ (ปรับฤดูกาล), คาเฉลี่ย 3 เดือน มูลคาการสงออก และนําเขาขยายตัว 4.5 และ 5%MOM_sa ในเดือนก.พ. ประมาณการมูลคาสงออกของไทยโดย EIC หนวย : %YOY (BOP Basis) -6.5 18.8 3.4 6.1 2020 2021 2022F Previous forecast Current forecast ปจจัยสนับสนุนการสงออกของไทยป 2022 • เศรษฐกิจและการคาโลกที่มีแนวโนมขยายตัวตอเนื่อง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ EM ที่จะขยายตัวเรงขึ้น จากปนี้ ตามความคืบหนาในการฉีดวัคซีน โดยคูคา EM หลักของไทยคือกลุมอาเซียน CLMV และ อินเดีย ซึ่งมีสินคาสงออกหลัก เชน เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ รถยนต • การเริ่มมีผลของความตกลงหุนสวนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) • สินคาที่เกี่ยวเนื่องกับน้ํามันจะไดรับอานิสงสจากราคาในตลาดโลก • ความคืบหนาในดานสัมพันธไมตรีกับซาอุดีอาระเบียจะสงผลดีตอการสงออกของไทย โดยเฉพาะสินคา กลุมอาหาร รวมถึงการทยอยฟนตัวของการคาชายแดน ปจจัยกดดันและปจจัยเสี่ยง • ประเด็นความขัดแยงระหวางรัสเซียและยูเครน ซึ่งสรางความไมแนนอนทางเศรษฐกิจ • อัตราเงินเฟอโลกที่อาจปรับเพิ่มขึ้นหรือยืดเยื้อกวาที่คาด ซึ่งจะสงผลกระทบตอกําลังซื้อของผูบริโภค • ปญหาการขาดแคลนชิป (เซมิคอนดักเตอร) ที่จะกดดันการสงออกสินคาประเภทอิเล็กทรอนิกสและ รถยนต • ปญหาการขาดแคลนตูคอนเทนเนอร ที่สงผลใหอัตราคาระวางและระยะเวลาในการขนสงสินคาอยูใน ระดับสูง • การระบาดของ Omicron หรือสายพันธุใหมอื่น ๆ ในประเทศที่อาจรุนแรงจนทําใหโรงงานหลายแหง ตองหยุดทําการผลิต • เศรษฐกิจจีนที่อาจชะลอตัวลงมากกวาที่คาด จากนโยบายการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจของรัฐ และวิกฤติหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย • ดุลการคาอาจปรับตัวลดลงในปนี้ จากราคาสินคานําเขาที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกวาสินคาสงออก โดยเฉพาะดานสินคาพลังงาน ดัชนีราคาสินคานําเขาและสงออก หนวย : ดัชนี (2012=100) -2000 -1000 0 1000 2000 3000 4000 14500 16500 18500 20500 22500 24500 10/2019 11/2019 12/2019 01/2020 02/2020 03/2020 04/2020 05/2020 06/2020 07/2020 08/2020 09/2020 10/2020 11/2020 12/2020 01/2021 02/2021 03/2021 04/2021 05/2021 06/2021 07/2021 08/2021 09/2021 10/2021 11/2021 12/2021 01/2022 02/2022 Exports 3MMA Imports 3MMA Trade Balance 3MMA (แกนขวา) 85 90 95 100 105 110 01/2018 04/2018 07/2018 10/2018 01/2019 04/2019 07/2019 10/2019 01/2020 04/2020 07/2020 10/2020 01/2021 04/2021 07/2021 10/2021 01/2022 Export price Import price +7.6% +25.8% 83
  • 84.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 22 Q4/2021 Q1/2022 การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโนมฟนตัวจาก อุปสงคในประเทศและการขยายตัวของภาคการ สงออก แตจะเผชิญปจจัยดานตนทุนและความ ไมแนนอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มขึ้น การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโนมฟนตัวจากอุปสงคในประเทศและการขยายตัวของภาคการ สงออกแตจะเผชิญปจจัยดานตนทุนและความไมแนนอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มขึ้น สงผลใหบางภาคธุรกิจชะลอการลงทุนออกไป ธุรกิจที่จะไดรับผลกระทบมากจากสงคราม รัสเซียและยูเครนสวนใหญเปนกลุมที่ไดรับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ขนสง สายการบิน 84
  • 85.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 23 Q4/2021 Q1/2022 0 20 40 60 80 100 Furniture Electrical Food Electronic Paper Rubber & Plastic Petroleum Machinery Motor Vehicles CapU Beverages Fabricated Metal Basic Pharma Chemicals Other Manu Leather Wearing Apparel Basic Metal Motorcycles Textiles Tobacco 2016-2019 avg.Nov21-Jan22 avg. การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโนมฟนตัวจากอุปสงคในประเทศและการขยายตัวของภาคการสงออก แตจะเผชิญปจจัยดานตนทุน และความไมแนนอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มขึ้น สงผลใหบางภาคธุรกิจชะลอการลงทุนออกไป ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย, IHS Markit และ CEIC เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน หนวย : ดัชนี (2018Q1=100) ปรับฤดูกาล 60 70 80 90 100 110 120 01/2018 04/2018 07/2018 10/2018 01/2019 04/2019 07/2019 10/2019 01/2020 04/2020 07/2020 10/2020 01/2021 04/2021 07/2021 10/2021 01/2022 PII Construction Area Permitted Construction Material Sales Real Imports of Capital Goods Real Domestic Machinery Sales เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน เชน เครื่องชี้ การลงทุนดานการกอสราง และเครื่องจักรและ อุปกรณ เริ่มสงสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในชวง ที่ผานมา อัตราการใชกําลังการผลิต (CapU) รายอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับกอนวิกฤติ COVID-19 หนวย : ดัชนี ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อและดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของไทย (3 เดือนขางหนา) หนวย : ดัชนี > 50 หมายถึงสภาวะอยูในเกณฑดีขึ้น, PMI ปรับฤดูกาล 35 40 45 50 55 60 65 Manufacturing PMI BSI: expectation BSI investment: expectation Manufacturing PMI ของไทย ในเดือนก.พ. 2022 อยูในระดับ ที่สูงที่สุด นับตั้งแตมีการ สํารวจในป 2016 85
  • 86.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 24 Q4/2021 Q1/2022 ธุรกิจที่จะไดรับผลกระทบมากจากสงครามรัสเซียและยูเครน สวนใหญเปนกลุมที่ไดรับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัว สูงขึ้นอาทิ ขนสง สายการบิน ขณะที่บางกลุมธุรกิจไดรับผลกระทบปานกลางจากตนทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ เพิ่มขึ้น อาทิ วัสดุกอสราง รถยนต เปนตน หมายเหตุ : *EIC ไดมีการพิจารณาภาพรวมผลกระทบตอเนื่องที่สงผานมายังอุปสงคภายในประเทศ ที่อาจชะลอตัวลงจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและราคาสินคาอื่น ๆ ตลอดจนการสงผานตนทุนที่แมวาสินคาบางหมวดไมไดเปนสินคาควบคุม แตผูประกอบการอาจปรับขึ้นราคาไดยากจากภาวะกําลังซื้อที่ออนแอและการแขงขันที่สูงขึ้น, **ผลกระทบตอสินคาเกษตรบางกลุมอยูในระดับต่ําหรือไดรับผลเชิงบวกเนื่องจาก แมวาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะสงผลกระทบตออุปสงคที่อาจชะลอตัว แตสินคาเกษตรบางกลุม อาทิ ยางพารา และปาลมน้ํามัน ยังไดอานิสงสจากความตองการพืชเพื่อทดแทนผลิตภัณฑจากน้ํามันที่ราคาสูงขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC ผลกระทบจํากัด : พึ่งพา รัสเซียและยูเครนนอย กําลังซื้อจากรัสเซีย-ยูเครน  สายการบินและสนามบิน  รานอาหารในพื้นที่พัทยาและภูเก็ต  รถยนตนั่งสวนบุคคล  ชิ้นสวนรถยนต (ชิ้นสวนรถยนต เพื่อการพาณิชยและยางลอ)  ยางพารา  อสังหาฯ ที่อยูอาศัย (คอนโดใน พัทยาและภูเก็ต) ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ผลกระทบมาก : มีตนทุนพลังงานเปนสัดสวน สูง สงผานตนทุนไปไดจํากัด  ขนสงผูโดยสารและขนสงสินคาทางถนนและทาง อากาศ ผลกระทบปานกลาง : มีตนทุนพลังงานเปน สัดสวนสูง แตสงผานตนทุนไปได คอนขางมาก  วัสดุกอสราง (เหล็ก, ปูนซิเมนต)  รับเหมากอสราง  ขนสงทางเรือ ผลกระทบจํากัด : มีตนทุนพลังงานเปน สัดสวนนอยและสงผานตนทุนไดมาก แตไดรับ ผลกระทบตอเนื่องจากราคาสินคาที่เกี่ยวของ กับราคาพลังงาน  อสังหาฯ  ยานยนตและชิ้นสวน ราคาวัตถุดิบที่ไมใชพลังงาน ปรับตัวสูงขึ้น ผลกระทบมาก : ราคาวัตถุดิบปรับตัว สูงขึ้นมาก และการสงผานตนทุนไดนอย ผลกระทบปานกลาง : ราคา วัตถุดิบ/packaging ปรับตัวสูงขึ้นมาก และ การสงผานตนทุนไดจํากัด ผลกระทบจํากัด : ราคาวัตถุดิบ/packing ปรับเพิ่มขึ้น แตสามารถสงผานตนทุนไดมาก  อาหารสัตว  ขาว  อาหารและเครื่องดื่ม  เนื้อสัตวสดและแปรรูป  ผลิตภัณฑพลาสติก  ยานยนตและชิ้นสวน  เครื่องใชไฟฟา  รานอาหาร  คาปลีก  ยางพารา, ปาลมน้ํามัน, มันสําปะหลัง, น้ําตาล ผลกระทบทางออมจากกําลังซื้อ ของ EU ที่มีแนวโนมชะลอตัวลง ภาพรวมผลกระทบตอภาคธุรกิจ* High Moderate Low ผลกระทบมาก : ไทยพึ่งพา EU มาก ผลกระทบปานกลาง : พึ่งพา ตลาดรัสเซียในระดับปานกลาง  โรงแรมในพัทยาและภูเก็ต  โรงแรมในแหลงทองเที่ยวของ EU เชน ภูเก็ต พังงา กระบี่ สมุย  สายการบินและสนามบิน  เครื่องปรับอากาศ  รถจักรยานยนต ผลกระทบจํากัด : ไทยพึ่งพา EU นอย  อสังหาฯ ที่อยูอาศัย (คอนโดในภูเก็ต)  อสังหาฯ เชิงพาณิชย  วัสดุกอสราง  รับเหมากอสราง  ยานยนตและชิ้นสวน  ชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกส  เครื่องใชไฟฟา  ผลิตภัณฑพลาสติก  ขนสงทางเรือ  โรงแรม  อาหารและเครื่องดื่ม  ขนสงผูโดยสารและขนสงสินคาทางถนนและ ทางอากาศ  สายการบินและสนามบิน  อาหารสัตว ผลกระทบเชิงบวก  ปโตรเคมี  สํารวจและผลิตน้ํามัน  โรงกลั่นน้ํามัน  ยางพารา, ปาลมน้ํามัน,น้ําตาล, มันสําปะหลัง  ถานหิน  ปโตรเคมีขั้นตน  นิคมอุตสาหกรรม  คาปลีก (grocery)  สินคาและบริการอื่น ๆ  ขาว  คาปลีก (non-grocery)  รานอาหาร  อสังหาฯ  สถานีบริการน้ํามัน ผลกระทบปานกลาง : ไทยพึ่งพา EU ปานกลาง  คอมพิวเตอรและสวนประกอบ  ผลไมกระปอง  ยางพารา 86
  • 87.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 25 Q4/2021 Q1/2022 EIC คาดการลงทุนภาคเอกชนป2022 ฟนตัวที่ 3.5% ทั้งนี้การลงทุนบางประเภทจะมีเทรนดสนับสนุนสําคัญ โดยเฉพาะ การลงทุนดานเทคโนโลยีและ ESG ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติและสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน คําขอรับการสงเสริมการลงทุน (BOI) จําแนกตามอุตสาหกรรมเปาหมาย หนวย : ลานบาท ปจจัยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนป 2022 • การขยายตัวตอเนื่องของภาคการสงออกสินคา ซึ่งเปนปจจัยสําคัญตอการลงทุนภาคเอกชน ของไทย • การฟนตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังความเสี่ยงจาก COVID-19 ที่กดดันใหภาคธุรกิจ ในประเทศชะลอการลงทุนในชวง 2 ปที่ผานมาเริ่มคลี่คลายลง • เทรนดการลงทุนใหม COVID-19 ไดเรงใหเทรนดสําคัญของโลก ไดแก digital transformation และ ESG กลายเปนสิ่งที่ธุรกิจทุกประเภทตองปรับตัวเขาหา เปนแรงผลักดันสําคัญใหเกิดการลงทุน ในดานดังกลาวในไทยดวยเชนกัน ปจจัยเสี่ยงที่ตองจับตามอง • ตนทุนของภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นและกําไรที่ลดลง สะทอนจากแนวโนมขาขึ้นของราคาพลังงาน และราคาวัตถุดิบ สงผลเงินเฟอผูผลิตเรงตัว นอกจากนี้ ตนทุนทางการเงินที่มีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้น เชนกันตามทิศทางดอกเบี้ยพันธบัตร • การระบาดของ Omicron หรือสายพันธุใหมอื่น ๆ ในประเทศที่รุนแรงจนกลับมากระทบกับ ความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคธุรกิจ และการเกิดขึ้นของธุรกิจใหม • ความไมแนนอน ทั้งจากสถานการณเงินเฟอ สงคราม COVID-19 และกําลังซื้อของผูบริโภค 0 100,000 200,000 300,000 400,000 2020 2021 อุตสาหกรรมเปาหมายเดิม อุตสาหกรรมเปาหมายใหม 0 50,000 100,000 2020 2021 การแพทย เทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล อากาศยาน ระบบอัตโนมัติ/หุนยนต ปองกันประเทศ ทรัพยากรมนุษย/การศึกษา อุตสาหกรรมเปาหมายใหม +164% อุตสาหกรรมเปาหมาย +80% คาดการณการลงทุนภาคเอกชน หนวย : %YOY 4.0 2.7 -8.4 3.2 3.5 -10 -5 0 5 2019 2020 2021 2022F Previous forecast Current Forecast 87
  • 88.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 26 Q4/2021 Q1/2022 คาดป 2022มูลคาการกอสรางภาครัฐยังสามารถขยายตัวไดอยางตอเนื่องที่ 6% จากความคืบหนาของโครงการขนาดใหญ (Megaprojects) เปนหลัก แตอาจประสบปญหาลาชาในการประมูลโครงการใหม ตนทุนวัสดุกอสรางยังอยูในระดับสูง รวมถึง การขาดแคลนแรงงาน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และกระทรวงคมนาคม มูลคาการกอสรางภาครัฐ หนวย : พันลานบาท 78% 22% 24% 2018 76% 2019 85% 15% 756 2020 81% 19% 2021 2022F 2017 84% 25% 75% 16% 685 707 726 804 853 +6% +6% โครงการกอสรางทั่วไป Mega project คาดมูลคาการกอสรางภาครัฐขยายตัวที่ 6%YOY 2022 โครงการ Mega project ความทาทายใน โครงการกอสราง ภาครัฐ • ความลาชาในการประมูลโครงการใหม ๆ • ราคาเหล็กทรงยาว และปูนซีเมนตมีแนวโนมอยูในระดับสูง ตามตนทุนพลังงาน และอุปสงค • ปญหาขาดแคลนแรงงานยังคงอยู โดยเฉพาะอยางยิ่งแรงงานตางดาวที่ยังไมกลับมาเขามาทํางานได ตัวอยางโครงการใหม ที่จะเริ่มกอสราง มูลคาโครงการ (ลานบาท) ความคืบหนา รถไฟฟาสายสีมวงใต เตาปูน-ราษฎรบูรณะ 82,000 ลงนามสัญญาภายในเดือนมี.ค. 2022 จากนั้นผูรับจางจะเขาพื้นที่กอสราง รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 224,000 ชวงแรก สุวรรณภูมิ-อูตะเภา จะมีการสงมอบพื้นที่ใหกลุมซีพีทั้งหมด ภายใน พ.ค. 2022 (ปจจุบันสงมอบพื้นที่แลว 99%) รถไฟทางคู เดนชัย-เชียงราย-เชียงของ 72,921 ลงนามสัญญาแลว คาดวาจะเริ่มเวนคืนที่ดินเดือนพ.ค. 2022 ควบคูไปกับ การกอสราง รถไฟทางคู บานไผ-นครพนม 66,848 ลงนามสัญญาแลว คาดวาจะเริ่มเวนคืนที่ดินเดือนต.ค. 2022 ควบคูไปกับ การกอสราง มอเตอรเวย M82 สายบางขุนเทียน-บาน แพว เฟส 2 ชวงเอกชัย-บานแพว 19,700 ลงนามสัญญาแลว จากนั้นผูรับจางจะเขาพื้นที่กอสราง ตัวอยางโครงการที่กําลังดําเนินการ • รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-โคราช • มอเตอรเวยบางใหญ-กาญจนบุรี • รถไฟฟาสีสมตะวันออก ชวงศูนยวัฒนธรรมฯ- มีนบุรี • รถไฟฟาสีชมพู ชวงแคราย-มีนบุรี พ.ร.ก. เงินกู 5 แสนลานบาท โครงการ กอสรางทั่วไป • เม็ดเงินมีแนวโนมลดลง จากงบลงทุนจาก พ.ร.บ. งบประมาณประจําป 2022 ลดลงราว 27,000 ลานบาท โดยสวนหนึ่งเปนการ จัดสรรงบประมาณไปใชสวนอื่น ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 • คาดไดรับเม็ดเงิน 1-3 หมื่นลานบาท จาก พ.ร.ก. เงินกู 5 แสนลานบาท 88
  • 89.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 27 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอเรงตัวสูงขึ้นจากราคาพลังงานและอาหารกระทบกําลังซื้อภาคครัวเรือน ตนทุนการผลิตมีแนวโนมถูกสงผานมายังผูบริโภคเพิ่มมากขึ้น เงินเฟอที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วประกอบกับแผลเปนทางเศรษฐกิจทั้งจากการวางงาน ความมั่นคงทางรายไดและหนี้ครัวเรือนที่จะยังมีผลตอเนื่อง ไปในระยะขางหนาทําใหการฟนตัวของการใชจายในประเทศในภาพรวมจะเปนไปอยางชา ๆ โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่ซบเซาและมีแนวโนมฟนตัวชากวาเศรษฐกิจ และอาจสงผลใหคาจางฟนตัวไมทันคาครองชีพ 89
  • 90.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 28 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอไทยลาสุดเดือนกุมภาพันธ ยังคงปรับตัวเรงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเนื้อสัตวและไฟฟาเปนสําคัญ อาจกดดันตอกําลังซื้อโดยเฉพาะกลุมรายไดนอย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย, สํานักงานสถิติแหงชาติ, CEIC และสํานักขาวตาง ๆ การเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาผูบริโภครายสินคาสูงสุดเดือนกุมภาพันธ 2022 หนวย : %YOY การขยายตัวของดัชนีราคาผูบริโภคเดือนกุมภาพันธ 2022 จําแนกตามประเภทสินคา 0% 5% 10% 15% 20% 25% 30% 35% 40% อาหารปรุงสําเร็จนอกบาน อาหารปรุงสําเร็จที่บาน ผักสด น้ําตาล ไข น้ําประปา เนื้อสัตวสด น้ํามันทําอาหาร น้ํามันเชื้อเพลิง ไฟฟา เกี่ยวกับพลังงาน เกี่ยวกับอาหาร ดัชนีราคาผูบริโภคหมวดอาหารและกาซหุงตม (LPG) 15 กิโลกรัม หนวย : %YOY -20.0% -10.0% 0.0% 10.0% 20.0% 30.0% 0.0% 2.0% 4.0% 6.0% 8.0% 01/2013 08/2013 03/2014 10/2014 05/2015 12/2015 07/2016 02/2017 09/2017 04/2018 11/2018 06/2019 01/2020 08/2020 03/2021 10/2021 CPI อาหารสําเร็จรูป CPI อาหารบริโภค-ในบาน CPI อาหารบริโภค-นอกบาน LPG ราคาอาหารบริโภคในบานและนอกบานปรับตัวสูงขึ้นอยางมาก ในชวง 2 เดือนที่ผานมาถึงแมจะยังมีมาตรการตรึงราคา LPG กลุมประชากรที่มีรายได นอยที่สุด 20% แรกของ ประเทศมีคาใชในหมวด อาหารและเครื่องดื่ม คิดเปน 40.7% ของ รายจายทั้งหมด ในขณะที่ ประชากรที่มีรายไดมาก 20% ของประเทศมี สัดสวนเปน 24.7% ของคาใชจาย %YOY Share 2021 Dec-21 Jan-22 Feb-22 YTD รวมทุกรายการ 100% 1.2% 2.2% 3.2% 5 5..3 3% % 4.2% หมวดอาหารและเครื่องดื่มไมมีแอลกอฮอล 40.4% -0.1% 0.8% 2.4% 4 4..5 5% % 3.4% อาหารสด 20.6% -1.0% -0.2% 0.6% 3 3..1 1% % 3.1% - เนื้อสัตว (ไมรวมเปดไก และสัตวน้ํา) 3.5% 2.3% 4.0% 22.7% 1 17 7..1 1% % 19.9% หมวดเครื่องนุงหมและรองเทา 2.2% -0.3% -0.2% -0.2% - -0 0..2 2% % -0.2% หมวดเคหสถาน 23.2% -1.7% -0.1% 0.7% 5 5..7 7% % 3.2% ไฟฟา เชื้อเพลิง น้ําประปาและแสงสวาง -0.5% 3.1% 2 28 8..2 2% % 14.3% หมวดการตรวจรักษาและบริการสวนบุคคล 5.7% 0.2% 0.3% 0.3% 0 0..5 5% % 0.4% หมวดพาหนะ การขนสง และการสื่อสาร 22.7% 7.7% 8.7% 9.4% 9 9..4 4% % 9.4% หมวดการบันเทิงการอาน การศึกษา และการศาสนา 4.5% -0.4% -1.0% -0.9% - -0 0..8 8% % -0.8% หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล 1.4% 0.3% 1.4% 1.7% 1 1..7 7% % 1.7% สัดสวนของการเปลี่ยนแปลงราคาสินคาในตะกราเงินเฟอ 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 80.00 90.00 100.00 01/2018 04/2018 07/2018 10/2018 01/2019 04/2019 07/2019 10/2019 01/2020 04/2020 07/2020 10/2020 01/2021 04/2021 07/2021 10/2021 01/2022 Proportion of product price increased over 1% Proportion of product price decreased less than 1% Proportion of product price decreased less than 0.5% Proportion of product price decreased สัดสวนสินคาที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นมี แนวโนมเพิ่มขึ้น สินคาในตะกราที่ราคา ปรับตัวสูงขึ้น 260 รายการจาก 430 รายการ 90
  • 91.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 29 Q4/2021 Q1/2022 เงินเฟอยังคงมีแนวโนมสูงจากราคาน้ํามันที่คาดอยูในระดับสูงตอเนื่องตลอดปนี้ จากความกังวลเรื่องสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ปริมาณสงออกน้ํามันดิบของรัสเซียสงไปยุโรปเกือบ 60% หนวย : ลานบารเรล/วัน 0 1 2 3 4 5 6 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 Mainland China Europe Other Asia Rest of the world ประเด็นสําคัญ • ราคาน้ํามันป 2022 มีแนวโนมสูงขึ้นจากการเติบโตของอุปสงคน้ํามันตามเศรษฐกิจโลก และการตึงตัวของอุปทานน้ํามัน • แมวา OPEC+ คงมติเพิ่มการผลิตเดือนละ 4 แสนบารเรล/วัน แตยังผลิตไดนอยกวาเปาหมาย สวนอุปทานน้ํามันจาก สหรัฐฯในป 2022 ยังไมฟนตัวกลับมาเทาชวงกอน COVID-19 และการปลอยน้ํามันจากคลังสํารองทางยุทธศาสตรของ สหรัฐฯ และพันธมิตร รวม 60 ลานบารเรล คอนขางนอย ทําใหไมสามารถกดดันราคาน้ํามันในตลาดไดทามกลางสงคราม รัสเซีย-ยูเครน • สงครามระหวางรัสเซีย-ยูเครน หากเกิดการคว่ําบาตรทําใหรัสเซียตองหยุดการสงออกน้ํามันและกาซฯ เกิด supply disruption จะทําใหอุปทานน้ํามันยิ่งตึงตัวสงผลใหราคาน้ํามันพุงสูงขึ้น และหากการสูรบมีความรุนแรงยิ่งขึ้นเกิด supply shock ราคาน้ํามันจะทะยานสูงขึ้นอยางรวดเร็ว • จับตาการผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหรานของสหรัฐฯ จะทําใหอิหรานสงออกน้ํามันได 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน จะ เปนปจจัยจํากัดการเพิ่มขึ้นของราคาน้ํามัน หมายเหตุ : Gulf-3 ไดแก ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส และคูเวต ปริมาณการผลิตน้ํามันของ OPEC ในกราฟไมรวมการผลิตของอิหราน ลิเบีย และเวเนซุเอลา เนื่องจากไดรับการยกเวนเรื่องโควตาการผลิต ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ IHS 0 20 40 60 80 100 120 140 Jan-18 Mar-18 May-18 Jul-18 Sep-18 Nov-18 Jan-19 Mar-19 May-19 Jul-19 Sep-19 Nov-19 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 ราคาน้ํามันดิบรวงลงสูจุดต่ําสุดที่ $18/บารเรล ในรอบ 19 ป จากความตองการน้ํามันที่หดตัว เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ราคาน้ํามันดิบทะยานขึ้นสูระดับ $133/บารเรล สูงสุด ตั้งแตป 2008 จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสหรัฐฯ ยุโรป มีแผนไมนําเขาน้ํามันและกาซจากรัสเซีย เริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 COVID-19 เริ่มระบาด Delta Variant Omicron Brent ($/b) 2021 2022F %YOY EIC Base case 71 110 56% High case 71 133 89% ปริมาณการผลิตน้ํามันจริง และปริมาณการผลิตเปาหมายของ OPEC หนวย : ลานบารเรล/วัน 10 15 20 25 30 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 ปริมาณการผลิต เปาหมาย ปริมาณการผลิตจริงโดย ประเทศที่เหลือใน OPEC ซาอุฯ ลดการผลิตน้ํามันโดยสมัครใจ 1 ลาน บารเรล/วัน ตั้งแต ก.พ.-เม.ย. 21 ปริมาณการผลิตจริงของ Gulf-3 ประมาณการราคาน้ํามันดิบ Brent หนวย : ดอลลารสหรัฐ/บารเรล 91
  • 92.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 30 Q4/2021 Q1/2022 อีกแรงกดดันดานเงินเฟอคือการระบาดของ ASFและตนทุนอาหารสัตวที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยูเครนเปนประเทศที่ สงออกอาหารสัตวเปนอันดับตน ๆ ของโลก สงครามในครั้งนี้จะสงผลตอหวงโซอุปทานของเนื้อสัตวยางหลีกเลี่ยงไมได อัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณผลผลิตสุกร และราคาสุกร ที่เกษตรกรไดรับในประเทศที่มีการระบาดของ ASF หนวย : %YOY อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา วัตถุดิบอาหารสัตวในไทย หนวย : %YOY จีน ยืนยันการระบาดครั้ง แรกในเดือนส.ค. 2018 เวียดนาม ยืนยันการ ระบาดครั้งแรกในเดือน ก.พ. 2019 ฟลิปปนส ยืนยันการระบาดครั้ง แรกในเดือนก.ค. 2019 ไทย ยืนยันการระบาดครั้งแรก ในเดือนม.ค. 2022 โดยพบการ ระบาดแลวในพื้นที่ 20 จังหวัด -0.9 -21.3 -14.6 34.4 2.7 -30.3 12.3 2.5 1.0 -4.4 -23.2 5.3 -1.5 -2.8 -6.7 -20.0 -15.5 77.0 55.1 -42.2 51.4 7.4 61.7 -2.9 14.8 -9.8 6.3 39.3 -5.6 19.4 8.1 1.8 25.0 2021 2019 2018 2018 2018 2020 2019 2020 2021 2019 2020 2021 2019 2018 2020 2021 2022F ปริมาณ ราคา การระบาดของโรคอหิวาตแอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) ในทวีปเอเชีย เริ่มตนขึ้นในเดือนสิงหาคม 2018 โดยพบครั้งแรก ในประเทศจีน กอนจะกระจายไปสูอีก 16 ประเทศ ซึ่งจากบทเรียนการระบาดของ ASF ในจีน เวียดนาม และฟลิปปนส พบวา หลัง ASF ระบาด ผลผลิตสุกรจะปรับตัวลดลงคอนขางมาก และตองใชเวลามากกวาสองปกอนที่ระดับผลผลิตจะฟนกลับไปอยูในระดับที่ใกลเคียงกับชวงกอนเกิด การระบาด ซึ่งผลผลิตสุกรที่ปรับตัวลดลงดังกลาวมีสวนทําใหราคาสุกรในจีน เวียดนาม และฟลิปปนส ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องเปน เวลานานถึง 2 ป EIC คาดวา ผลผลิตสุกรในไทยในป 2022 มีแนวโนมปรับตัวลดลง 20.0%YOY ซึ่งเปนการลดลงตอเนื่องเปนปที่ 4 โดยผลผลิตสุกรที่ลดลง ทามกลางความตองการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตวที่ทรงตัวในระดับสูง ทําให EIC คาดวา ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรไดรับในป 2022 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.0%YOY อยางไรก็ตาม เนื้อหมูคิดเปน เพียงประมาณ 2.2% ของการคํานวณราคาในตะกราสินคาของกระทรวงพาณิชย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ USDA, CEIC และ CPF (ประมาณการ ณ กุมภาพันธ 2022) 20.1 -7.1 -2.0 11.2 17.1 4.1 -10.8 2.2 31.1 9.4 2021 2019 2018 2020 ขาวโพด ถั่วเหลือง 2M2022 92
  • 93.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 31 Q4/2021 Q1/2022 -4.0% -3.0% -2.0% -1.0% 0.0% 1.0% 2.0% 3.0% 4.0% 5.0% 6.0% 2019Q1 2019Q2 2019Q3 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 2022Q1F 2022Q2F 2022Q3F 2022Q4F Core contributionEnergy contribution Raw food contribution Headline (%yoy) Core (%yoy) EIC คาดเงินเฟอไทยอยูที่ 4.9 % ในป 2022 ภายใตสมมติฐานภาครัฐยังคงมีมาตรการควบคุมราคาพลังงาน อัตราเงินเฟอของไทย หนวย : %YOY สินคา มาตรการชวยเหลือจากรัฐเพื่อลดคาครองชีพดานพลังงาน มาตรการชวยเหลือจากรัฐดานพลังงานที่ลดลง ดีเซล • ตรึงราคาขายปลีกน้ํามันดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2022 • หลังจาก เมษายน 2022 รัฐบาลจะเขาไปชวยครึ่งหนึ่งของสวนที่ ราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น เชน ราคาน้ํามันดีเซล 32 บาท/ลิตร สวนตาง 2 บาทที่เพิ่มขึ้น ประชาชนจาย 1 บาท รัฐชวย 1 บาท เทากับประชาชนจะจาย 31 บาท แกสโซฮอล • ชวยเหลือคาน้ํามันใหกับผูขับขี่จักรยานยนตรับจางที่ขึ้นทะเบียนไวกับ กรมการขนสงทางบก จํานวน 157,000 คน โดยชวยลดคาใชจายน้ํามัน แกสโซฮอล 250 บาท/เดือน - LPG • 1 เมษายน 2022 เพิ่มเงินชวยเหลือเพื่อซื้อกาซหุงตมสําหรับผูถือบัตร สวัสดิการแหงรัฐ 3.6 ลานคน โดยเพิ่มเงินจากเดิม 45 บาท เปน 100 บาท/3 เดือน • สวนลดซื้อกาซหุงตม100 บาท/เดือน สําหรับผูคาหาบเรแผงลอยที่ถือ บัตรสวัสดิการแหงรัฐ เริ่ม 1 เมษายน-มิถุนายน 2022 • เดือน เมษายน จะปรับขึ้นราคา LPG ในภาคครัวเรือนตอถัง 15 กก. จาก 318 บาท เปน 333 บาท เดือนพฤษภาคม ปรับเปน 348 บาท และเดือนมิถุนายน ปรับเปน 363 บาท โดยกองทุนน้ํามันจะ อุดหนุนสวนตางที่เหลือ NGV • ปตท. คงราคาขายปลีกผูที่ใชกาซ NGV ไวที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม เริ่ม แลวเมื่อ 15 มีนาคม 2022 • ผูขับขี่แท็กซี่มิเตอรภายใตโครงการลมหายใจเดียวกัน 17,460 คน สามารถซื้อกาซ NGV ไดในราคา 13.62 บาท/กิโลกรัม เริ่มแลวเมื่อ 15 มีนาคม 2022 - ไฟฟา • ชวยลดภาระคาไฟฟาที่จะเพิ่มขึ้นสําหรับผูที่ใชไฟฟาไมเกิน 300 หนวย/ เดือน โดยลดคา Ft ลง 22 สตางค/หนวย ในชวงเดือนพฤษภาคม- สิงหาคม 2022 • กกพ.จะทําการขึ้นคา FT ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2022 ในอัตรา 24.77 สตางคตอหนวย เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค ตอหนวย สงผลใหอัตราคาไฟฟาเฉลี่ยอยูที่ 4.00 บาทตอ หนวย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022 ของกระทรวงพาณิชย, ธนาคารแหงประเทศไทย และสํานักขาวตาง ๆ Headline 4.9% Core 1.9% กรอบเงินเฟอ 1-3% Headline (%YOY) Core (%YOY) 93
  • 94.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 32 Q4/2021 Q1/2022 ราคาอาหารที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในชวงนี้ จะสงผลกระทบตอเนื่องไปยังรายจายของครัวเรือนโดยเฉพาะครัวเรือนรายได นอย ที่มีสัดสวนรายจายดานอาหารสูงกวาครัวเรือนกลุมอื่น ๆ หมายเหตุ : *ขอมูล ณ ครึ่งแรกป 2021 // ** คาใชจายอุปโภคบริโภค ไดแก คาใชจายเกี่ยวกับที่อยูอาศัย เครื่องแตงกาย การเดินทาง/สื่อสาร รักษาพยาบาล การศึกษา สันทนาการ เปนตน คาใชจายที่ไมเกี่ยวกับการ อุปโภคบริโภค ไดแก ภาษี คาสมาชิก บริจาค ประกัน ดอกเบี้ย สลากกินแบงรัฐบาล เปนตน ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ สัดสวนคาใชจายเฉลี่ยตอเดือนของครัวเรือนแบงตามประเภทการใชจาย* ณ ครึ่งแรกป 2021 หนวย : % ตอรายจายเฉลี่ยตอเดือนทั้งหมดของครัวเรือน รายจายดานอาหารคิดเปนสัดสวนที่คอนขางสูงสําหรับครัวเรือน รายไดนอย ซึ่งเปนกลุมเปราะบางอยูแลว 38.1% 36.5% 36.9% 39.4% 44.9% 40.9% 3.4% 3.3% 3.2% 3.2% 3.2% 3.2% 4.4% 5.3% 5.6% 6.4% 6.9% 6.2% 7.9% 9.4% 12.0% 12.8% 16.2% 13.3% 27.8% 25.1% 21.5% 17.5% 12.3% 17.7% 7.9% 6.9% 6.2% 5.8% 4.3% 5.6% 5.0% 7.1% 8.2% 8.9% 8.0% 7.9% 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% Q1 (รายไดนอยสุด) Q2 Q3 Q4 Q5 (รายไดมากสุด) ครัวเรือนทั้งหมด ยาสูบ เครื่องดื่ม ทานขาวนอกบาน อาหารสําเร็จรูป วัตถุดิบในการทําอาหารที่บาน คาใชจายที่ไมเกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค คาการเดินทางดวยการขนสงสาธารณะ คาเชื้อเพลิงที่ใชในการเดินทาง คาแกสหุงตม คาไฟฟา คาใชจายอุปโภคบริโภค (ไมรวมพลังงาน) พลังงาน รายจายเฉลี่ยตอเดือน 9k บาท 13k บาท 18k บาท 25k บาท 47k บาท 22k บาท สัดสวนรายจายอาหาร 41% 39% 36% 32% 25% 31% สัดสวนรายจายพลังงาน 9% 10% 10% 11% 11% 11% ผลกระทบจากเงินเฟอจะสงผลกระทบตอ ครัวเรือนที่มีรายไดนอยหนักกวาโดย เปรียบเทียบ • จากขอมูลครึ่งปแรกของป 2021 พบวาราคา อาหารที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นสงผลกระทบ ตอเนื่องไปยังรายจายของครัวเรือน • โดยเฉพาะครัวเรือนรายไดนอย (20% ที่มี รายไดต่ําที่สุด) จะมีสัดสวนรายจายดานอาหาร อยูที่ 41% ของรายได ซึ่งสูงกวาครัวเรือน กลุมอื่น ๆ • คาเฉลี่ยของรายจายดานอาหารของครัวเรือน ทั้งหมดอยูที่ 32% ของรายได • จะเห็นไดวาในตัวเลขเงินเฟอที่ทางการรายงาน ออกมานั้นสงผลกระทบตอแตละครัวเรือน ไมเทากัน 94
  • 95.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 33 Q4/2021 Q1/2022 รายไดที่แทจริงของแรงงานในกรุงเทพฯ ลดลงรุนแรงถึงกวา10% ในปที่ผานมา เมื่อพิจารณาถึงผลของเงินเฟอที่กระทบตอกําลังซื้อ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย และสํานักงานสถิติแหงชาติ รายไดที่แทจริงของแรงงานในกรุงเทพฯ และนอกกรุงเทพฯ หนวย : %YOY รายไดที่แทจริง 2014-19 2020 2021 แรงงานทั่วประเทศ 0.9% 1.8% -0.7% แรงงานในกรุงเทพ 1.5% 0.9% -10.3% แรงงานนอกกรุงเทพ 0.7% 2.2% 3.0% • เงินเฟอและคาแรงเฉลี่ยไมสัมพันธกันอีกตอไปในชวงที่เกิดวิกฤต COVID-19 สงผลใหรายไดที่แทจริง ของลูกจางในระบบเศรษฐกิจลดลงอยางมีนัยสําคัญ • จากขอมูลป 2021 พบวารายไดที่แทจริงของแรงงานในกรุงเทพลดลงถึง -10.3% รายไดที่แทจริง ของแรงงานนอกกรุงเทพเพิ่มขึ้น 3.0% และรายไดที่แทจริงของแรงงานทั้งประเทศเฉลี่ยอยูที่ -0.7% ความสัมพันธของคาแรงเฉลี่ยและเงินเฟอ หนวย : % R² = 0.4028 R² = 0.0456 -5 0 5 10 15 20 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5 6 7 Avg wage (%YOY) Inflation (%YOY) PRE-COVID19 COVID19 Linear (PRE-COVID19) Linear (COVID19) 95
  • 96.
  • 97.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 35 Q4/2021 Q1/2022 สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDPของไทย ณ ไตรมาส 3 ป 2021 ทรงตัวอยูในระดับสูงที่ 89.3% โดยยังสูงสุดในกลุมประเทศ กําลังพัฒนา EIC คาดวาในป 2022 สัดสวนจะทยอยปรับลดลงอยางชา ๆ ตามการฟนตัวทางเศรษฐกิจ ปญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นในชวง COVID-19 โดยเฉพาะหนี้ตอรายไดของ ครัวเรือน (ขอมูลสํารวจครัวเรือน) ที่สูงกวา 100% แลว สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของไทยยังคงสูงสุดในบรรดาประเทศกําลังพัฒนา โดยเปนการคงอันดับหนึ่งตอเนื่องมาตั้งแตในป 2011 สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP และอัตราการเติบโตของหนี้ครัวเรือน และ GDP หนวย : % ตอ nominal GDP (รวม 4 ไตรมาสยอนหลัง), % ตอรายไดทั้งป 57.9% 66.2% 76.6% 81.2% 78.1% 79.8% 89.3% 89.3% 83.2% 80.3% 88.3% 87.1% 96.1% 98.5% 100.6% 50% 60% 70% 80% 90% 100% 110% 2009 2011 2013 2015 2017 2019 Q2-2021 Q3-2021 สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP สัดสวนหนี้ตอรายไดครัวเรือน สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ในแตละประเทศ หนวย : % 4.7 15.9 16.3 16.7 17.4 21.2 21.8 31.0 33.7 34.0 35.4 35.8 36.2 61.2 73.4 89.3 89.3 0 25 50 75 100 125 150 Argentina Turkey Saudi Arabia Mexico Indonesia Hungary Russia Colombia Poland Czech… South Africa India Brazil China Malaysia Thailand* สิ้นป 2019 (กอน COVID-19) สิ้นป 2020 Q1/2021 Q2/2021 Q3/2021 กลุมประเทศกําลังพัฒนา หมายเหตุ : *สัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของไทยเปนขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย ขณะที่สัดสวนของประเทศอื่นเปนขอมูลจากธนาคารเพื่อการชําระหนี้ระหวางประเทศ (BIS) (ขอมูลลาสุดถึง Q2/21) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย สํานักงานสถิติแหงชาติ และ BIS ทิศทางหนี้ครัวเรือนในป 2022 • คาดวาหนี้ครัวเรือนยังมีแนวโนมขยายตัว 3-5% นําโดยความตองการสภาพคลอง ของภาคครัวเรือน ในชวงที่รายไดฟนตัวชา และยังมีปจจัยเสี่ยงจากการระบาดของ สายพันธุใหม • สงผลใหสัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ณ สิ้นป 2022 จะอยูในชวง 88%-90% ซึ่งยังเปนระดับที่สูง และสะทอนกระบวนการ deleverage ของครัวเรือนอยางชา ๆ • ครัวเรือนรายไดนอยยังเปนจุดเปราะบาง สําคัญ จากความเสี่ยงตอผลกระทบของ COVID-19 ที่สูงกวาและสถานะการเงิน ที่แยกวา implication ตอเศรษฐกิจ 97
  • 98.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 36 Q4/2021 Q1/2022 มาตรฐานการปลอยสินเชื่อของสถาบันการเงินหลักที่เขมงวดขึ้น ทําใหความตองการสินเชื่อของครัวเรือนบางสวนตองหันไปพึ่งพา หนี้นอกระบบทั้งนี้ความตองการสินเชื่อโดยเฉพาะหนี้นอกระบบอาจเพิ่มขึ้นไดอีกเมื่อรายไดปรับขึ้นไมทันคาครองชีพที่เพิ่มสูง การคนหาเงินกู-เงินดวน บน Google (Google Trends) หนวย : ดัชนีเฉลี่ย, คนหาสูงสุด=100 39 100 51 กอน COVID-19 จุดสูงสุด (Q2/20) Q1/22 ปริมาณการคนหาในไตรมาส 1 ป 2022 ยังคงสูงกวาคาเฉลี่ย ชวงกอน COVID-19 อยูราว 30% (ขอมูล ณ 27 มี.ค. 22) มาตรฐานการปลอยสินเชื่อสวนบุคคลโดยธนาคารพาณิชย หนวย : Diffusion Index (คา <0 คือ เขมงวดขึ้นกวาไตรมาสกอนหนา) -15 -5 5 15 Q4-19 Q1-20 Q2-20 Q3-20 Q4-20 Q1-21 Q2-21 Q3-21 Q4-21 ปลอยสินเชื่องายลงกวาไตรมาสกอน ปลอยสินเชื่อยากขึ้นกวาไตรมาสกอน มาตรฐานการปลอยสินเชื่อสวนบุคคลโดย เฉลี่ยปรับเขมงวดขึ้นมากในชวง COVID-19 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย, สํานักงานสถิติแหงชาติ, Google และการสํารวจของ EIC สัดสวนการกูยืมในชวง COVID-19 ตามแหลงที่มา* หนวย : % ของผูตอบแบบสอมถามที่ทําการกูยืมในชวง COVID-19 40.2% 7.2% 23.7% 9.9% 3.0% 8.7% 7.2% กูยืมจากสถาบันการเงิน กูยืมหนี้นอกระบบ กูยืมจากเพื่อน, ญาติ, คนรูจัก *ขอมูลจากการสํารวจผูบริโภคของ EIC (EIC Consumer Survey 2021) มี จํานวนผูตอบทั้งสิ้น 3,205 คน โดยทําการสํารวจในชวง 27 ส.ค. - 27 ก.ย. 2021 ในชวง COVID-19 สัดสวนของคนที่มี การกูนอกระบบ รวมอยูที่ 26% หนี้นอกระบบครัวเรือนไทย** หนวย : ลานบาท หนวย : % ของหนี้ทั้งระบบ 65,969 71,351 91,532 47,845 85,007 2.0% 2.1% 2.4% 1.3% 1.8% 0.0% 0.5% 1.0% 1.5% 2.0% 2.5% 3.0% 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 70,000 80,000 90,000 100,000 2013 2015 2017 2019 H1-2021 มูลคาหนี้นอกระบบ สัดสวนหนี้นอกระบบตอหนี้ทั้งหมด 78% **คํานวณจากขอมูลการสํารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทย H1/21 การเพิ่มขึ้นสูงของหนี้นอกระบบ ถือเปนโอกาสทางธุรกิจสําหรับธนาคาร ในการนําเสนอผลิตภัณฑทางเลือก เพื่อทดแทนหนี้นอกระบบที่ตนทุน ภาระหนี้สูงสําหรับครัวเรือนรายไดนอย-ปานกลาง 98
  • 99.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 37 Q4/2021 Q1/2022 9.2% ของครัวเรือนไทยที่มีหนี้เปนหนี้จากการกูยืมหนี้นอกระบบ โดยกลุมครัวเรือนรายไดนอยจะยิ่งมีสัดสวนของครัวเรือนที่เปนหนี้ นอกระบบสูงกวา สัดสวนหนี้นอกระบบตอหนี้ทั้งหมด ครัวเรือนไทย แบงตาม 5 ระดับรายได (quintile) รายได ครัวเรือนเฉลี่ย ตอเดือน** (พันบาท/เดือน) หนี้ตอรายไดทั้ง ปของครัวเรือน (%) หนี้ตอ ทรัพยสินของ ครัวเรือน (%) 100% (หนี้ทั้งหมด เปนหนี้นอกระบบ) 50-99% 1-49% 0% (หนี้ทั้งหมด เปนหนี้ในระบบ) ครัวเรือนที่มีหนี้ทั้งหมด 32.8 100.6% 19.4% 5.2% 0.9% 3.0% 90.8% Quintile 1 (รายไดนอยสุด) 7.7 126.8% 11.5% 7.7% 1.1% 2.5% 88.7% Quintile 2 13.8 78.8% 11.1% 7.8% 1.3% 3.0% 87.9% Quintile 3 20.4 82.1% 13.9% 5.8% 1.2% 3.4% 89.6% Quintile 4 30.6 88.9% 18.6% 5.6% 1.0% 4.0% 89.5% Quintile 5 (รายไดสูงสุด) 68.1 111.1% 24.0% 1.5% 0.4% 2.4% 95.7% - รายไดสูงสุด Top 5% 119.2 111.9% 23.9% 0.7% 0.3% 2.5% 96.6% หนวย : % ของครัวเรือนที่มีหนี้ในแตละกลุม* สัดสวนของครัวเรือน ที่เปนหนี้นอกระบบ ในแตละระดับรายได 9.2% 11.3% 12.1% 10.4% 10.6% 4.3% 3.5% หมายเหตุ : *ขอมูล ณ ครึ่งแรกป 2021 ครัวเรือนที่มีหนี้คิดเปน 52.7% ของครัวเรือนทั้งหมด **คํานวณเฉพาะครัวเรือนที่มีหนี้ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ 99
  • 100.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 38 Q4/2021 Q1/2022 0.1 0 5 10 15 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 4.4 0 25 50 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 ยอดคงคางสินเชื่อ เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงเล็กนอยจากสถานการณการระบาดของ Omicronในประเทศ สวนสินเชื่ออุปโภค บริโภคขยายตัวเทาไตรมาสกอน โดยสินเชื่อที่อยูอาศัยขยายตัวชะลอลงตามอุปสงคที่อยูอาศัยที่ชะลอลงจากปกอน อัตราการเติบโตของสินเชื่ออุปโภคบริโภค หนวย : %YOY 1.7 -5 0 5 10 15 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 7.8 0 5 10 15 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 สินเชื่อที่อยูอาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อรถยนต สินเชื่อสวนบุคคล ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค หนวย : ดัชนี > 100 หมายถึงผูบริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น, ปรับฤดูกาล 20 30 40 50 60 70 80 90 10/2019 11/2019 12/2019 01/2020 02/2020 03/2020 04/2020 05/2020 06/2020 07/2020 08/2020 09/2020 10/2020 11/2020 12/2020 01/2021 02/2021 03/2021 04/2021 05/2021 06/2021 07/2021 08/2021 09/2021 10/2021 11/2021 12/2021 01/2022 02/2022 CCI CCI: present CCI: Future ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภคปรับตัวลดลงในชวงที่ผานมาจาก ความกังวลของการระบาดที่มีผูติดเชื้อมากขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพาณิชย และธนาคารแหงประเทศไทย 100
  • 101.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 39 Q4/2021 Q1/2022 อยางไรก็ตาม ในป2022 ภาครัฐยังคงมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยแมเม็ดเงินจะทยอย ปรับลดลง โดยภาครัฐอาจลดการอัดฉีดเงินในโครงการกระตุนกําลังซื้อและหันมาใชนโยบายควบคุมคาครองชีพมากยิ่งขึ้น ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงการคลัง และสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ มาตรการกระตุนการบริโภค วงเงิน (ลานบาท) Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 เพิ่มกําลังซื้อผูถือบัตรสวัสดิการ ระยะที่ 4 9,422 คนละครึ่ง ระยะที่ 4 34,800 เราเที่ยวดวยกัน ระยะที่ 4 9,000 รวม 53,222 ระยะเวลาโครงการ กรอบงบประมาณประจําปงบประมาณ 2022 หนวย : ลานลานบาท - 1.0 2.0 3.0 4.0 งบประมาณประจําป รายจายประจํา รายจายลงทุน FY21 FY22 เม็ดเงินจากงบประมาณ ปรับลดลงในป 2022 -5.7%YOY -6.5%YOY -5.8%YOY เม็ดเงินกูภาครัฐสําหรับกระตุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม (นอกงบประมาณประจําป) หนวย : พันลานบาทตอปปฏิทิน 3 36 61 1 8 81 11 1 2 27 70 0 - 250 500 750 1,000 2020 2021 2022 2020 2021 2022 เม็ดเงินกระตุนเศรษฐกิจปรับลดลง ในป 2022 (กรณีไมมีการกูเพิ่มเติม) ปจจุบัน ครม. ไดอนุมัติการใชเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. กูเงิน 5 แสนลานบาท แลว 4.25 แสนลานบาท (เหลือ 0.75 แสนลานบาท) โดยมีการเบิกจายแลว 3.12 แสนลานบาท (ณ วันที่ 15 มี.ค. 2022) 101
  • 102.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 40 Q4/2021 Q1/2022 EIC คาดการบริโภคภาคเอกชนเติบโตที่2.9% ในป 2022 ลดลงจากคาดการณเดิมที่ 3.4% โดยมีปจจัยสําคัญจากอัตราเงินเฟอที่ เรงตัวสูง บั่นทอนกําลังซื้อของครัวเรือนแตยังมีปจจัยสนับสนุนหลายประการ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย และสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ปริมาณเงินฝากทั้งระบบ เทียบกับ 5-year trend หนวย : ลานลานบาท 15.14 14.16 16.21 12 13 14 15 16 17 ม.ค.-16 เม.ย.-16 ก.ค.-16 ต.ค.-16 ม.ค.-17 เม.ย.-17 ก.ค.-17 ต.ค.-17 ม.ค.-18 เม.ย.-18 ก.ค.-18 ต.ค.-18 ม.ค.-19 เม.ย.-19 ก.ค.-19 ต.ค.-19 ม.ค.-20 เม.ย.-20 ก.ค.-20 ต.ค.-20 ม.ค.-21 เม.ย.-21 ก.ค.-21 ต.ค.-21 ม.ค.-22 เงินฝากสวนเกิน 1.06 ลานลานบาท (ณ ม.ค. 2022) เงินฝากที่เพิ่มขึ้นกวา 87% เทียบระหวางเดือนมกราคม 2022 และ กุมภาพันธ 2020 สวนใหญมาจากบัญชีขนาดใหญ ซึ่งมีจํานวนนอยราว 1.5% จากสัดสวนจํานวนบัญชีทั้งหมด คาดการณการบริโภคภาคเอกชน หนวย : %YOY 4.0 -1.0 0.3 3.4 2.9 -5 0 5 2019 2020 2021 2022F Previous forecast Current forecast คาดการณการบริโภคภาคเอกชน • การระบาดของ Omicron ที่รุนแรงนอยกวาคาด • Pent-up Demand ยังอยูในระดับสูง เงินออมเพิ่มสูงขึ้นในชวง COVID-19 ซึ่งบางสวนจะเปนแรง เสริมของการใชจาย pent-up demand อยางไรก็ตาม เงินออมที่เพิ่มมาจากครัวเรือนรายไดสูงซึ่งเปน สวนนอย • การผอนคลายมาตรการควบคุมการแพรระบาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟนตัวกลับสูระดับ ใกลเคียงปกติ • การทยอยฟนตัวของภาคทองเที่ยวจากมาตรการเปดประเทศ สงผลดีตอการจางงานในภาคบริการ • รายไดจากภาคสงออกที่ยังมีแนวโนมขยายตัวตอเนื่อง แมอาจคําสั่งซื้อจากยุโรปอาจชะลอลง ปจจัยลบและปจจัยเสี่ยงที่ตองจับตามอง • อัตราเงินเฟอที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้น จากราคาพลังงานและโภคภัณฑโลกจากผลของสงครามรัสเซีย-ยูเครน • การสงผานตนทุนไปสูผูบริโภคจากภาคธุรกิจที่จะทยอยเพิ่มขึ้น • การระบาดของไวรัสสายพันธุใหมอื่น ๆ ในประเทศที่รุนแรงจนตองปดเมือง 102
  • 103.
  • 104.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 42 Q4/2021 Q1/2022 อุปทานแรงงานสวนเกิน (slack)ยังสูง แรงงานไหลออกนอกระบบ รายไดไมมั่นคง 104
  • 105.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 43 Q4/2021 Q1/2022 Q: เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟนตัวตลาดแรงงานไทยป 2022 จะฟนตัวหรือไม ? A: ตลาดแรงงานมีแนวโนมที่จะฟนตัวชากวาเศรษฐกิจ เนื่องจาก (1) อุปทานสวนเกิน (slack) ยังสูง และ (2) ปญหาความไมสอดคลองกันระหวางอุปสงคและอุปทานแรงงาน (mismatch) รุนแรงขึ้นหลังเกิดการเคลื่อนยายแรงงาน ซึ่งภาวะดังกลาวจะสงผลทําใหแรงงานไทยที่วางงาน และทํางานต่ําระดับ จะยังมีจํานวนสูงกวาระดับกอน COVID-19 กดดันแนวโนมการขึ้นคาแรงในชวง ที่คาครองชีพเรงตัว 105
  • 106.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 44 Q4/2021 Q1/2022 ตลาดแรงงานไทยยังไมกลับไปสูระดับกอน COVID-19ทั้งในดานอัตราการวางงาน จํานวนคนทํางานต่ําระดับ และจํานวนชั่วโมง ทํางาน แมมีการฟนตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ป 2021 จากไตรมาสกอนหนา ในภาพรวมตลาดแรงงานจึงยังมีอุปทานสวนเกิน (slack) จํานวนผูวางงานและอัตราการวางงานของไทย หนวย : พันคน สัดสวนการกูยืมในชวง COVID-19 ตามแหลงที่มา* หนวย : % ของผูตอบแบบสอมถามที่ทําการกูยืมในชวง COVID-19 จํานวนชั่วโมงการทํางานเฉลี่ย หนวย : ชั่วโมง/สัปดาห หนวย : % กําลังแรงงาน 323 341 377 451 404 373 395 745 738 727 758 732 871 632 0.8% 0.9% 1.0% 1.2% 1.1% 1.0% 1.0% 2.0% 1.9% 1.9% 2.0% 1.9% 2.3% 1.6% 0.0% 0.5% 1.0% 1.5% 2.0% 2.5% 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 1,000 2014 2015 2016 2017 2018 2019 Q1-2020 Q2-2020 Q3-2020 Q4-2020 Q1-2021 Q2-2021 Q3-2021 Q4-2021 ผูวางงาน อัตราวางงาน (แกนขวา) 1.0% 1.6% กอน COVID-19 ลาสุด กอน COVID-19 6.5 7.2 6.9 6.7 6.8 6.9 9.3 10.6 8.1 7.0 10.1 7.7 8.4 7.4 0 2 4 6 8 10 12 14 2014 2015 2016 2017 2018 2019 Q1-2020 Q2-2020 Q3-2020 Q4-2020 Q1-2021 Q2-2021 Q3-2021 Q4-2021 ทํางานตั้งแต 1-34 ชม./สัปดาห ทํางาน 0 ชม./สัปดาห (เสมือนวางงาน) 6.8 7.4 กอน COVID-19 ลาสุด กอน COVID-19 43.6 42.8 42.7 42.6 42.5 42.3 40.4 37.8 41.1 41.9 39.6 41.1 40.2 41.2 35 37 39 41 43 45 2014 2015 2016 2017 2018 2019 Q1-2020 Q2-2020 Q3-2020 Q4-2020 Q1-2021 Q2-2021 Q3-2021 Q4-2021 42.8 41.2 กอน COVID-19 ลาสุด กอน COVID-19 หมายเหตุ : *ผูมีงานทําที่ทํางาน 0 ชม. หมายถึง ผูที่ไมไดทํางานที่กอใหเกิดรายไดระหวาง 7 วันกอนวันสัมภาษณ แตมีงานหรือธุรกิจที่จะกลับไปทํา ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ * 106
  • 107.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 45 Q4/2021 Q1/2022 -1,500 -1,000 -500 0 500 1,000 1,500 0 ชั่วโมง1 ถึงไมเกิน 35 ชม. 35 ถึงไมเกิน 50 ชม. ตั้งแต 50 ชม. ขึ้นไป จางงานรวม เกษตร การผลิต กอสราง โรงแรมและรานอาหาร คาสง-คาปลีก บริการอื่น ๆ ในชวง COVID-19 แรงงานมีการยายเขาภาคเกษตรซึ่งมีรายไดนอย และยังเปนงานในภาคเกษตรที่ทํางานนอยชั่วโมงอีกดวย โดยกลุมงานที่หายไปคืองานเต็มเวลาและงานโอทีที่หายไปรวมกันถึง 1.3 ลานคน การจางงานเฉลี่ย 2021 เทียบกอน COVID-19 หนวย : จํานวนคนเปลี่ยนแปลงเทียบ 2021 vs 2019, พันคน จํานวนผูมีงานทําตามระดับการทํางานรายอุตสาหกรรม เปรียบเทียบระหวาง 2021 และ 2019 หนวย : พันคน 138 204 47 18 -114 9 -204 61 -2 120 -300 -250 -200 -150 -100 -50 0 50 100 150 200 250 รวม (13.5k) เกษตร (6.2k) ร า นอาหาร (10.1k) ก อ สร า ง (10.8k) โรงแรม (12.6k) ค า ส ง -ปลี ก (13k) การผลิ ต (14.8k) ขนส ง -โกดั ง (15.9k) อื ่ น ๆ (16.8k) บริ ก ารสุ ข ภาพ (19.1k) *ใน () แสดงรายไดของลูกจาง เอกชนเฉลี่ยป 2021 รายไดเฉลี่ยของสาขาที่การจางงานเพิ่ม = 1.1 หมื่นบาท/เดือน รายไดเฉลี่ยของสาขาที่การจางงานลด = 1.5 หมื่นบาท/เดือน แรงงานเคลื่อนยายสู อุตสาหกรรมที่รายไดต่ํากวา ขนสง อีคอมเมิรซ เติบโต นักทองเที่ยวหายไป เรียงอุตสาหกรรมตามรายไดจากนอยไปมาก วิกฤตเศรษฐกิจ ภาวะโรคระบาด และเทรนด สุขภาพ การจางงานรวม เพิ่มขึ้นเล็กนอย แต เปนการเพิ่มขึ้นใน งานต่ําระดับเปนหลัก (เพิ่ม 0.4 ลาน) (เพิ่ม 1.1 ลาน) (ลด 0.2 ลาน) (ลด 1.1 ลาน) (เพิ่ม 0.1 ลาน) คนทํางานต่ําระดับเพิ่มขึ้นในทุกสาขาธุรกิจ โดยสวนใหญเปนแรงงานภาคเกษตร จํานวนคนทํางาน ลวงเวลาลดลงในทุก สาขาธุรกิจ โดยเฉพาะ ในภาคการผลิต จํานวนคนทํางาน full-time ลดลง เล็กนอย จากภาค เกษตร และโรงแรม และรานอาหาร หมายเหตุ : *ผูมีงานทําที่ทํางาน 0 ชม. หมายถึง ผูที่ไมไดทํางานที่กอใหเกิดรายไดระหวาง 7 วันกอนวันสัมภาษณ แตมีงานหรือธุรกิจที่จะกลับไปทํา ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ * 107
  • 108.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 46 Q4/2021 Q1/2022 นอกจากนี้ แรงงานไทยยังมีการออกจากลูกจางไปทํางานอิสระและการออกนอกระบบประกันสังคมจากทุกอุตสาหกรรม ซึ่งมีแนวโนมไดรายไดนอยกวาและมีความมั่นคงลดลงดวยเชนกัน การจางงานเฉลี่ย 2021 เทียบกอน COVID-19 หนวย : จํานวนคนปลี่ยนแปลงเทียบ 2021 vs 2019, พันคน สัดสวนแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33 หนวย : % ตอจํานวนผูมีงานทํารวม 138 -973 -76 83 124 974 -1,500 -1,000 -500 0 500 1,000 1,500 รวม ลู ก จ า งเอกชน นายจ า ง ช ว ยงานที ่ บ  า น ลู ก จ า งรั ฐ บาล-รั ฐ วิ ส าหกิ จ ทํ า งานอิ ส ระ จํานวนผูทําอาชีพอิสระเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่จํานวนลูกจางเอกชนที่มี ความมั่นคงทางรายไดมากกวาลดลง 31.2% 28.6% 26% 27% 28% 29% 30% 31% 32% 2017Q1 2017Q3 2018Q1 2018Q3 2019Q1 2019Q3 2020Q1 2020Q3 2021Q1 2021Q3 วิกฤต COVID-19 วิกฤต COVID-19 สงผลใหแรงงานราว 6 แสนคนตองออก นอกระบบประกันสังคม สูญเสียสวัสดิการที่เคยไดรับไป ทั้งนี้ การออกนอกระบบเกิดขึ้นในทุก ๆ อุตสาหกรรม ต่ําสุดนับตั้งแต Q4/2017 การเปลี่ยนแปลงจํานวนแรงงาน ในระบบประกันสังคมรายอุตสาหกรรม (ธ.ค. ‘21 เทียบ ธ.ค. ‘19) • เกษตร ลดลง 6.9 พันคน (-5.4%) • การผลิต ลดลง 2.6 แสนคน (-7.6%) • กอสราง ลดลง 2 หมื่นคน (-3.3%) • คาสงคาปลีก ลดลง 4.2 หมื่นคน (-2.5%) • โรงแรม รานอาหาร ลดลง 1.6 แสนคน (-30.8%) • บริการอื่น ๆ ลดลง 6.8 หมื่นคน (-1.3%) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ และสํานักงานประกันสังคม 108
  • 109.
  • 110.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 48 Q4/2021 Q1/2022 การเปลี่ยนอาชีพของแรงงานไทยทําใหมีการยายถิ่นฐานกลับตางจังหวัด ประกอบกับแรงงานตางดาวมีจํานวนลดลงในทุกภูมิภาค ทําใหแรงงานขาดแคลนโดยเฉพาะสําหรับธุรกิจใน กทม. และภาคกลาง ที่พึ่งพาแรงงานตางดาวสูง การเปลี่ยนแปลงจํานวนแรงงาน จากการเปลี่ยนแปลงของแรงงานตางดาวในไทยและการยายถิ่นฐานของคนไทยในชวง COVID-19* หนวย : พันคน การเปลี่ยนแปลงของจํานวนแรงงานเทียบ ป 2019 • แนวโนมการยายเขาภาคเกษตรของคนไทย สงผลใหแรงงานใน กทม. และภาคกลาง (รวมปริมณฑล และภาคตะวันออก) มีการ ยายกลับภาคเหนือและภาคอีสาน • จํานวนแรงงานตางดาวที่เขามาทํางานในไทย ลดลงในชวงป 2021 เทียบกับชวงกอน COVID ถึง 6.5 แสนคน โดยเปนการลดลง ในทุกภูมิภาค • สถานการณดังกลาวสงผลทําใหธุรกิจใน เมืองหาแรงงานยากขึ้น ในชวงที่กิจกรรม ทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา โดยเฉพาะกลุมที่ เคยพึ่งพาแรงงานตางดาว ที่อาจตองเสีย ตนทุนแรงงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากตอง เปลี่ยนจากการจางแรงงานตางดาวไปจางคน ไทยซึ่งมีคาแรงที่สูงกวา -654 -165 -417 1 33 -105 (700) (600) (500) (400) (300) (200) (100) - 100 รวม กรุงเทพฯ กลาง เหนือ อีสาน ใต คนไทยยายถิ่น ตางดาวลดลง รวมแรงงานลดลงจาก 2 ปจจัย คนไทยยายจาก กทม. และภาคกลาง กลับภาคเหนือ/อีสาน ในชวง COVID-19 สอดคลองกับการยายเขาภาคเกษตร จํานวนแรงงานตางดาวในไทย • สิ้นป 2019 = 3.0 ลานคน • สิ้นป 2020 = 2.5 ลานคน • สิ้นป 2021 = 2.4 ลานคน หมายเหตุ : *ขอมูลการสํารวจป 2020 ชวง 1 ตุลาคม 2019 ถึง 30 กันยายน 2020 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ และกรมบริหารแรงงานตางดาว 110
  • 111.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 49 Q4/2021 Q1/2022 ปญหาการขาดแรงงานตางดาวและคนไทยยายถิ่นสงผลกระทบตอธุรกิจแตกตางกัน ตามสัดสวนการพึ่งพาแรงงาน และความสามารถในการปรับตัว ระดับผลกระทบจากปญหาขาดแคลนแรงงานตอตนทุนคาแรงของภาคธุรกิจ หมายเหตุ: ณ กรกฎาคม 2019 รายไดเฉลี่ยตอเดือนของแรงงานตางดาวทักษะนอยอยูที่ราว 8-9 พันบาท/ *สํารวจธุรกิจ 209 ราย ที่มา : การวิเคราะหของ EIC จากขอมูลของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจปวย อึ๊งภากรณ (วิเคราะหจากขอมูลประกันสังคม กรกฎาคม 2019) และธนาคารแหงประเทศไทย มาก ปานกลาง นอย กลุมธุรกิจรานอาหาร โรงแรม บริการ ทองเที่ยว การผลิต ในเขตเมือง เพราะจะไดรับ ผลกระทบจากคนไทยที่ยายกลับตางจังหวัด แตตนทุนคาแรงอาจไมเพิ่มสูงเทาการเปลี่ยน จากตางดาวเปนคนไทย โดยผูประกอบการอาจ เลือก utilize แรงงานเดิมที่มี หรือเปลี่ยน รูปแบบการทํางาน รวมถึงนําเทคโนโลยีมาใช กลุมธุรกิจ เกษตร ประมง กอสราง เพราะมัก มีการพึ่งพาแรงงานตางดาวสูง ทั้งนี้หากธุรกิจ เปลี่ยนมาใชแรงงานไทย ตนทุนคาแรงจะสูงขึ้น ราว 1-3 พันบาทตอเดือนตอคน หรือ ราว 10- 30% นอกจากนี้ การหาคนไทยที่ทํางานประเภท ที่ใชแรงงานตางดาวยังทําไดยากขึ้นโดยเฉพาะใน เขตเมืองที่คนไทยมีการยายถิ่นฐาน กลุมธุรกิจที่พึ่งพาแรงงาน high skill เชน hi-tech บริการวิชาชีพ สุขภาพ หรือกลุม ธุรกิจ low labor intensity เชน การเงิน สื่อสาร พลังงาน หรือ ธุรกิจที่สามารถ ปรับตัวไปใชเทคโนโลยีทดแทนแรงงานแลว ผลสํารวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยธนาคารแหงประเทศไทย ณ กุมภาพันธ 2022 พบวา 37% ของธุรกิจที่สํารวจ* มีปญหาขาดแคลนแรงงาน โดยกลุมที่มี ปญหาสวนใหญจะปรับตัวดวยการจางแรงงาน part time หรือเพิ่มชั่วโมงทํางาน ขณะที่การใชวิธีปรับเพิ่มคาแรงเพื่อดึงดูดแรงงานใหมยังเปนสวนนอย 111
  • 112.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 50 Q4/2021 Q1/2022 แมอัตราการวางงานจะต่ําลง แตปญหาmismatch ไดสงผลใหสัดสวนของคนวางงานนานกลับสูงขึ้น ทําใหแรงงานกลุมนี้ (ราว 3 แสนคนจากคนวางงานทั้งหมด 6 แสนคน) ขาดรายไดเปนเวลานาน อีกทั้ง ยังขาดชวงในการเพิ่มทักษะ ทําใหโอกาส ในการกลับเขาตลาดแรงงานยิ่งนอยลงในชวงที่ผานมา จึงมีสัดสวนของแรงงานที่ตัดสินใจไมหางานเพิ่มขึ้นดวย อัตราการวางงาน หนวย : % ตอกําลังแรงงาน สัดสวนคนวางงานนาน (6 เดือนขึ้นไป) หนวย : % ตอผูวางงานทั้งหมด สัดสวนคนวางงานที่ไมหางาน จากเหตุผล “เชื่อวาหางาน ไมได” และ “หางานมาแลวแตหาไมได” หนวย : % ตอผูวางงานทั้งหมด 1.0% 1.0% 1.9% 1.6% 0.0% 0.2% 0.4% 0.6% 0.8% 1.0% 1.2% 1.4% 1.6% 1.8% 2.0% AVG 2014-2019 Q4-2019 Q4-2020 Q4-2021 17% 18% 19% 24% 0% 10% 20% 30% AVG 2014-2019 Q4-2019 Q4-2020 Q4-2021 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของสํานักงานสถิติแหงชาติ 10% 12% 21% 23% 15% 16% 12% 26% 0% 10% 20% 30% 40% 50% AVG 2014-2019 Q4-2019 Q4-2020 Q4-2021 ตั้งแต 6 แตไมเกิน 12 เดือน ตั้งแต 1 ปขึ้นไป วางงานตั้งแต 6 เดือน แตไมเกิน 12 เดือน วางงานตั้งแต 1 ปขึ้นไป 112
  • 113.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 51 Q4/2021 Q1/2022 Q: สถานการณคาแรงในป2022 มีทิศทางเปนอยางไร? • คาแรงคนไทยในภาพรวมของป 2022 นาจะปรับเพิ่มไดบางตามการฟนตัวของเศรษฐกิจ และการปรับตามคาครองชีพ แตอัตราการปรับเพิ่มจะไมไดมากนัก จาก (1) slack ที่ยังสูง ทั้งคนวางงานและการทํางานต่ําระดับ และ (2) ความพรอมของภาคธุรกิจในการขึ้นคาแรงมี คอนขางจํากัด ถือเปนความทาทายสําคัญตอรายได-การใชจายของครัวเรือนในภาวะที่คา ครองชีพเรงตัว • อยางไรก็ตาม แรงกดดันตอคาแรงในบางพื้นที่-บางธุรกิจ-บางทักษะอาจมีสูงกวา คาเฉลี่ยได โดยเฉพาะในจุดที่ขาดแคลนมาก เชน ธุรกิจกอสรางใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันออก ธุรกิจการเกษตร และประมง ทั้งนี้คาแรงที่เพิ่มขึ้นในจุดดังกลาวจะไมสูงขึ้น แบบรุนแรง เพราะ (1) ถาสวนตางสูงมาก จะดึงดูดให slack ที่ยังมีสูง เชน แรงงานที่ยาย จากเมืองไป เริ่มกลับเขาสูตลาดแรงงาน และ (2) หาก COVID-19 คลี่คลาย แรงงานตางดาว จะเริ่มกลับเขามา ซึ่งจะชวยลดแรงกดดันดานคาจางลง • EIC มองวาตนทุนแรงงานภาคธุรกิจที่เพิ่มหลัก ๆ นาจะมาจาก ธุรกิจที่ตองเปลี่ยนจาก แรงงานตางดาวมาเปนแรงงานคนไทย ซึ่งความแตกตางของคาจางโดยเฉลี่ยจะอยูที่ราว 10-30% 113
  • 114.
  • 115.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 53 Q4/2021 Q1/2022 54.8% 3.0% 0 0..3 3% % -18.9% -40.5% Agri (1.2%) Servicesexcl. Hotel (90%) Total Manu (8.1%) Hotel (0.8%) จํานวนการเปดกิจการใหมในภาพรวมทรงตัวเทียบกอน COVID-19 ขณะที่ขนาดธุรกิจเล็กลง อีกทั้ง ธุรกิจเดิมที่ยังอยูก็มีสัดสวน ของบริษัทผีดิบเพิ่มมากขึ้น สะทอนถึงแนวโนมการจางงานและความสามารถในการขึ้นคาแรงของธุรกิจไทยจะยังมีจํากัด อัตราการเปลี่ยนแปลงจํานวนนิติบุคคลใหม (ไมรวมวิสาหกิจชุมชน) หนวย : % ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการคา ทุนจดทะเบียนเฉลี่ยของนิติบุคคลจดทะเบียนใหมในไทย หนวย : ลานบาทตอบริษัท สัดสวนบริษัทผีดิบในไทย หนวย : % ตอจํานวนบริษัททั้งหมด ใน () สัดสวนนิติบุคคลใหม ณ เดือนกุมภาพันธ 2022 12 เดือนลาสุด เทียบกอน COVID (2019) 7.0 5.2 4.6 3.7 3.1 0.0 1.5 3.0 4.5 6.0 7.5 2017 2018 2019 2020 2021 6.1% 6.4% 7.1% 7.7% 9.1% 12.2% 0% 2% 4% 6% 8% 10% 12% 14% 2015 2016 2017 2018 2019 2020 บริษัทถูกจัดเปน บริษัทผีดิบ หาก • มี ICR*<1 เปนเวลา 3 ปติดตอกัน • บริษัทมีอายุมากกวา 10 ป เกษตร ธรุกิจภาคบริการ ไมรวม โรงแรม รวม การผลิต โรงแรม *ICR, Interest Coverage Ratio = EBIT Margin * Sales / Interest Expenses 115
  • 116.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 54 Q4/2021 Q1/2022 สรุป แนวโนมตลาดแรงงานไทยป 2022จะฟนตัวชาจากอุปทานสวนเกิน (slack) ที่ยังมีมากและปญหา mismatch ทั้งในดานพื้นที่และดานทักษะ สงผลทําใหคาแรงมีแนวโนมปรับขึ้นไดไมมากนัก เปนความ ทาทายสําคัญของภาคครัวเรือนในภาวะคาครองชีพสูงและหนี้สูง 116
  • 117.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 55 Q4/2021 Q1/2022 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายสําหรับตลาดแรงงานไทยป 2022 การปรับ-เพิ่มทักษะ (Reskill-Upskill)แรงงาน skills ที่ธุรกิจตองการเปลี่ยนไปมาก และงาน บางประเภทกําลังเปนที่ตองการนอยลง การพัฒนา ทักษะแรงงานจึงเปนเรื่องจําเปนและเรงดวน โดยควรเปนความรวมมือของทั้งเอกชนและภาครัฐ ในทั้งการกําหนดทักษะที่เปนที่ตองการ จัดหาแหลง การเรียนรูฟรีและเขาถึงงาย เชน free online courses ที่เรียนรูไดตลอด 24 ชั่วโมง และมีการให การรับรอง รวมไปถึงสนับสนุนกลุมที่ยังขาดโอกาส ในการพัฒนาทักษะ โดยมักเปนกลุมแรงงานรายได นอย ที่ขาดการแนะแนวทางการพัฒนาทักษะ ไมมีเวลาไปพัฒนาทักษะ เนื่องจากตองทํางานหาเชา กินค่ํา โดยสําหรับกลุมนี้อาจมีการชดเชยรายได เพิ่มเติม นอกเหนือจากใหเรียนฟรี ยกระดับกลไกการจับคู นายจาง-ลูกจาง (Job matching) โดยใช digital platform ที่ใชงาย สะดวก และตองมีการประชาสัมพันธ กระตุน/จูงใจ platform ใหเปนที่รูจัก เพื่อใหเกิด network effect (คือแรงงานและนายจางใช) โดย platform นี้ อาจเกิดไดจากทั้งการลงทุน โดยภาครัฐหรือความรวมมือระหวางภาคธุรกิจ เพื่อตอบโจทยทั้งสําหรับแรงงานที่ตองการ กลับเขาสูตลาดแรงงานและนายจางที่ตองการ แรงงานในชวงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เริ่มฟนตัว ลดอุปสรรค (friction) และ สนับสนุนการเคลื่อนยายกลับ สูตลาดแรงงาน เชน การชวยคาเดินทางระหวางจังหวัด มาตรการลดภาระคาครองชีพในเมือง การเพิ่มความเชื่อมั่นแกแรงงานตอเรื่อง ผลกระทบจาก COVID-19 ดวยการรับมือ โรคระบาดที่รัดกุม แนวทางนโยบายและ การสื่อสารใหขอมูลที่ชัดเจน มาตรการรองรับ แรงงานไดรับผลกระทบจากการปดกิจการ ชั่วคราว เชน จัดหาที่พักชั่วคราว การชวยเหลือดานการชดเชยรายได อยางเหมาะสม ฯลฯ นโยบายสําหรับ ประเด็นแรงงานตางดาว โดยในระยะสั้น ควรผอนคลายการรับแรงงาน ตางดาวกลับเขาประเทศ อาจพิจารณาทําควบคู ไปกับการจัดสรรวัคซีนสวนเกินใหแรงงานตาง ดาวที่ยังเขาไมถึง เพื่อลดความรุนแรงของปญหา การขาดแคลนแรงงาน สวนในระยะยาว ควรสนับสนุนการปรับตัวของ ภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน โดยการพัฒนาทักษะแรงงานตางดาวควบคูไป กับการลงทุนดานนวัตกรรม กาวขามการดําเนิน ธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกเปนปจจัยหลัก 117
  • 118.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 56 Q4/2021 Q1/2022 ภาครัฐยังมีบทบาทสําคัญในการพยุงเศรษฐกิจในป 2022 โดยเฉพาะนโยบายลดคาครองชีพที่ควรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ราคาพลังงานมีแนวโนมที่จะอยูในระดับที่สูงตลอดป2022 และจะเปนภาระดานการคลังที่สําคัญของรัฐบาล ดังนั้น ภาครัฐจําเปนตองทบทวนกรอบมาตรการชวยเหลือแบบใหมที่มีประสิทธิภาพ ตรงกลุมเปาหมาย และยั่งยืนมากขึ้น เชน การใชนโยบายที่เจาะจงเฉพาะกลุม หรือการอุดหนุนในรูปแบบที่ราคาขายปลีกสามารถปรับขึ้นลงเพื่อสะทอนราคาตลาดโลก 118
  • 119.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 57 Q4/2021 Q1/2022 การอุดหนุนราคาขายปลีกพลังงานแบบหนากระดานกอใหเกิดผลกระทบและความเสี่ยงตอเศรษฐกิจใน 3ดานหลัก การเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงและราคาน้ํามัน Brent หนวย : ลานบาทตอเดือน (แกนซาย), UDS/barrel (แกนขวา) - 20 40 60 80 100 -14000 -9000 -4000 1000 Jan-19 Mar-19 May-19 Jul-19 Sep-19 Nov-19 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Gasoline Diesel LPG Brent • ที่ผานมารัฐบาลมีมาตรการชวยเหลือเพื่อลดภาระคาครองชีพโดยการตรึงราคาน้ํามัน ดีเซลและ LPG ผานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงและการลดภาษีสรรพสามิต แตราคาพลังงานที่พุง สูงขึ้นทําใหกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงขาดดุลเปนจํานวนมาก • EIC ประเมินวาหากภาครัฐไมพยุงราคาดีเซล ราคาคาปลีกในปจจุบันที่ราคา Brent ราว 110 ดอลลารสหรัฐตอบารเรล จะอยูที่ราว 38-39 บาทตอลิตร • คาดภาครัฐอาจตองใชเงินราว 1.7 แสนลานบาทตลอดป 2022 เพื่อชดเชยกองทุนน้ํามัน (หากภาครัฐยกเลิกการตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาทตอลิตรหลังสิ้นเดือน เมษายน 2022 และเขา ไปชวยครึ่งหนึ่งของสวนที่ราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นและทยอยปรับขึ้นราคา LPG 3 ครั้ง โดยปรับขึ้นเดือนละ 1 บาทตอกิโลกรัมหลังสิ้นเดือนมีนาคม 2022) ความเสี่ยงดานที่ 1 : การอุดหนุนอาจไมไดชวยบรรเทาผลกระทบตอผูมีรายไดนอยโดยตรง คาใชจายดีเซลเฉลี่ยตอครัวเรือนที่ใชในการเดินทางเฉลี่ยตอเดือนแยกตามกลุมรายได หนวย : บาท (q1 คือ ครัวเรือนที่มีรายไดต่ําสุด 20% แรก และ q5 คือ ครัวเรือนรายไดสูงสุด 20% แรก) 110 202 372 665 1,056 0 500 1,000 1,500 2,000 2,500 q1 q2 q3 q4 q5 รายจายดีเซลที่ใชในการเดินทาง สัดสวนรายจายเชื้อเพลิงเทียบกับรายจายที่ใชในการเดินทางทั้งหมด (จากขอมูลครึ่งปแรก 2021) ประเภทเชื้อเพลิง Quintile 1 Quintile 4 และ 5 (เฉลี่ย) เบนซิน 72% 62% ดีเซล 28% 38% • ครัวเรือนที่มีรายไดสูง 20% แรกไดรับประโยชนในเชิงเม็ดเงินจากมาตรการตรึงราคาน้ํามันดีเซลแบบหนากระดานเทียบกับกลุมรายได นอย 20% ลางสุดมากกวามากถึง 9.6 เทา เนื่องจากเปนผูใชพลังงานในปริมาณมากกวา หรือกลาวคือทุก 100 บาทจากการ อุดหนุนดีเซลจากภาครัฐจะไปตกที่คนรายไดสูงสุด 40% แรกราว 72 บาท หรือ 72% • มีการศึกษาของ IMF ดานเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงในประเทศกาลังพัฒนา 42 ประเทศระหวางป 2005 – 2014 พบวาโดยเฉลี่ยครัวเรือน ที่มีรายไดสูงที่สุด 20% ไดรับเงินอุดหนุนจากนโยบายการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงขายปลีก (retail fuel subsidies) เชน ดีเซล แกสโซลีน และ LPG มากกวา 6 เทาของครัวเรือนรายไดต่ําที่สุด 20% ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพลังงาน CEIC ,สํานักงานสถิติแหงชาติ และ IMF 119
  • 120.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 58 Q4/2021 Q1/2022 การอุดหนุนราคาขายปลีกพลังงานแบบหนากระดานกอใหเกิดผลกระทบและความเสี่ยงตอเศรษฐกิจใน 3ดานหลัก • ที่ผานมาภาครัฐไดทําการตรึงราคาขายปลีกดีเซลไวที่ 30 บาท ตอลิตรมาเปนเวลานาน และราคา ไมไดสะทอนถึงราคาตลาดโลกที่แทจริง • หากไมมี Exit strategy จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงตอการที่กองทุนจะขาดทุนมาก กระทั่ง ณ จุดหนึ่งที่ รัฐบาลอาจจะตรึงราคาตอไมไหวและตองปลอยลอยตัว • ชวงป 2004 รัฐตรึงราคาขายปลีกดีเซลไวที่ราว 14 บาททั้งป แตในป 2005 รัฐบาลตองปรับราคา ดีเซลขึ้นอยางรวดเร็ว เชน 3 บาทในคราวเดียวในเดือนมีนาคม 2005 และขึ้น 4 บาทในชวง กรกฎาคม จากการที่กองทุนน้ํามันขาดทุนอยางหนักทําใหเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจในขณะนั้น อยางมากเนื่องจากภาคประชาชนและธุรกิจไมสามารถปรับตัวไดทัน ความเสี่ยงดานที่ 2 : เพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ อยางรุนแรง (Economic shocks) ความเสี่ยงดานที่ 3 : การอุดหนุนราคาพลังงานสงผลใหเกิดการใชพลังงาน อยางขาดประสิทธิภาพ • ไทยเปนประเทศผูนําเขาน้ํามันและกาซธรรมชาติสุทธิ โดยที่ผานมาในชวงราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น การอุดหนุนราคาพลังงานทําใหดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสูงขึ้น คาเงินบาทมีแนวโนมออนคาลง แต ผูบริโภคใชพลังงานในปริมาณที่เทาเดิม • เกิดการใชพลังงานอยางขาดประสิทธิภาพ โดยในป 2019 ประสิทธิภาพการใชพลังงานของประเทศไทย (Energy intensity) โดยวัดจาก Primary energy consumption ตอ Real GDP อยูที่อันดับ 55 จาก 70 ประเทศทั่วโลก เปนรองกลุมประเทศสงออกน้ํามันแตสูงกวากลุมประเทศที่พึ่งพาการนําเขา พลังงาน และ Energy intensity ของไทยแทบไมดีขึ้นเลยในชวง 20 ปที่ผานมา Intensity change Sweden -37% China -34% United States -29% Indonesia -26% Singapore -22% India -21% Malaysia -18% Thailand -1% กองทุนน้ํามันขาดทุนกวาเกาหมื่นสองพันลาน บาททําใหรัฐบาลตัดสินใจปลอยราคาดีเซล ลอยตัวในชวงป 2005 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของกระทรวงพลังงาน, สํานักงานสถิติแหงชาติ, BP และ CEIC 120
  • 121.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 59 Q4/2021 Q1/2022 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายสําหรับทางออกในการแกปญหาราคาพลังงาน • ใใน นช ชว วง งท ทีี่่ร รา าค คา าน น้้ํํา าม มััน นอ อย ยููใใน นร ระะด ดัับ บส สููง งก กา าร รช ชว วย ยเเห หล ลืือ อก กล ลุุม มเเป ปร รา าะะบ บา าง งแ แล ละะก กล ลุุม มท ทีี่่ม มีีร รา าย ยไได ดน นอ อย ยผ ผา าน นโโค คร รง งก กา าร รท ทีี่่เเฉ ฉพ พา าะะเเจ จา าะะจ จง ง เชน กลุมรายไดนอย กลุมผูประกอบการธุรกิจขนสงสาธารณะ ก็จะทําใหการชวยเหลือเขาถึงไดตรงจุดและรัฐสามารถควบคุมงบประมาณได • ก กา าร รต ตร รึึง งร รา าค คา าม มีีค คว วา าม มเเส สีี่่ย ยง งท ทัั้้ง งใใน นด ดา าน นช ชอ อง งว วา าง งร ระะห หว วา าง งร รา าค คา าท ทีี่่ต ตร รึึง งแ แล ละะร รา าค คา าต ตา าม มต ตล ลา าด ดท ทีี่่ก กว วา าง งข ขึึ้้น นในชวงที่ราคาน้ํามันโลกปรับขึ้นอยางปจจุบัน และปริมาณการใชที่อาจจะไมลดลงเนื่องจากไมมีสัญญาณดานราคาที่สงผานไปถึงผูบริโภค • ก กา าร รป ปร รัับ บร รา าค คา าแ แบ บบ บค คอ อย ยเเป ปน นค คอ อย ยไไป ปผ ผา าน นก กา าร รส สร รา าง งส สููต ตร รท ทีี่่ช ชััด ดเเจ จน น จะทําใหราคาน้ํามันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้นอยางคอยเปนคอยไป และไม ฝนตรึงราคาที่จุดใดจุดหนึ่งนาน เพื่อไมใหรัฐตองเพิ่มงบประมาณในการตรึงราคามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อราคาโลกเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงของ การสราง price shock ที่อาจทําใหเศรษฐกิจชะงักงัน • ใใน นข ขณ ณะะเเด ดีีย ยว วก กััน น ก ก็็ใให หส สััญ ญญ ญา าณ ณก กัับ บผ ผููบ บร ริิโโภ ภค คว วา า น น้้ํํา าม มััน นม มีีร รา าค คา าส สููง งข ขึึ้้น น เเพ พืื่่อ อก กา าร รป ปร รัับ บก กา าร รบ บร ริิโโภ ภค คต ตา าม มค คว วา าม มเเห หม มา าะะส สม ม ลดระดับของการขาดดุลการคา และแนวโนมคาเงินบาทออนที่จะยิ่งทําใหเงินเฟอเรงตัวยิ่งขึ้น • น นโโย ยบ บา าย ยเเพ พืื่่อ อเเพ พิิ่่ม มป ปร ระะส สิิท ทธ ธิิภ ภา าพ พก กา าร รใใช ชพ พล ลััง งง งา าน นแ แล ละะก กา าร รเเพ พิิ่่ม มก กา าร รใใช ชพ พล ลััง งง งา าน นห หม มุุน นเเว วีีย ยน นข ขอ อง งภ ภา าค คธ ธุุร รก กิิจ จจ จะะช ชว วย ยล ลด ดภ ภา าร ระะข ขอ อง งภ ภา าค คร รััฐ ฐใใน นก กา าร รพ พย ยุุง งร รา าค คา า และยังชวยเพิ่มความสามารถในการแขงขันของประเทศอีกดวย • น นโโย ยบ บา าย ยส สน นัับ บส สน นุุน นภ ภา าค คธ ธุุร รก กิิจ จ ควรเริ่มเนนจากกลุมที่ไดรับผลกระทบอยางรุนแรง เชน ผูประกอบภาคขนสง เพื่อมุงสนับสนุนผูประกอบการให ลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง โโด ดย ยน นํํา าก กา าร รค คิิด ดต ตน นท ทุุน นพ พล ลััง งง งา าน นท ทีี่่ล ลด ดล ลง ง ((C Co os st t s sa av viin ng g)) ตลอดอายุการใชงานของรถมากําหนด ระดับการสนับสนุนของภาครัฐ ตลอดจนมีมาตรการสงเสริมการใชพลังงานหมุนเวียน เชน solar rooftop หรือ EV • การสนับสนุนจากภาคการเงิน เเช ชน น G Gr re ee en n llo oa an ns s ก ก็็จ จะะช ชว วย ยเเพ พิิ่่ม มป ปร ระะส สิิท ทธ ธิิภ ภา าพ พก กา าร รใใช ชพ พล ลััง งง งา าน นไได ดแ แล ละะย ยััง งม มีีผ ผล ลก กร ระะท ทบ บเเช ชิิง งบ บว วก กภ ภา าย ยน นอ อก ก ((P Po os siit tiiv ve e e ex xt te er rn na alliit tiie es s)) ดานการลดมลพิษควบคูไปดวย นโยบายบรรเทา ควรเจาะจง เฉพาะกลุม การปรับราคาแบบ คอยเปนคอยไป หรือ Managed float approach นโยบายสนับสนุนภาค ธุรกิจในระยะกลาง และยาว 121
  • 122.
    แนวโนมสําคัญของเศรษฐกิจไทยป 2022 60 Q4/2021 Q1/2022 ภาครัฐควรสงเสริมใหมีการลงทุนและใชประโยชนจากเทคโนโลยีตาง ๆเพื่อสรางหวงโซการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและมั่นคง มีภูมิคุมกันตอโรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรเทาปญหาเงินเฟอจากฝงอุปทาน อัตราเงินเฟอหมวดอาหารสดของไทย หนวย : % ตัวอยางการใชเทคโนโลยีเพื่อชวยสรางระบบอาหารที่มั่นคงในตางประเทศ -5 0 5 10 15 20 25 30 1992 1996 2017 1998 1990 1995 2002 1991 2009 1997 2022 1993 1994 2018 1999 2000 2001 2003 2020 2004 2021 2005 2006 2007 2014 2008 2010 2011 2012 2013 2016 2015 2019 น้ําทวมใหญ ภัยแลง ไขหวัดนก วิกฤติราคาอาหาร โลก น้ําทวมใหญ ฝนทิ้งชวง โรคอหิวาต แอฟริกาในสุกร • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะสงผลใหความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศมีแนวโนมที่รุนแรงมากขึ้น และถี่ขึ้น • การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศโลก จะทําใหเกิดโรคระบาดในพืชและสัตวเพิ่มขึ้น ? Alibaba ใชขอมูลของสุกร เชน ใบหนา การไอ และอุณภูมิ มาทําการวิเคราะหสุขภาพของสุกรผาน ระบบ AI ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการเฝาสังเกตสุกรตลอดเวลาดังกลาว จะชวยใหฟารมสุกรสามารถ ปองกันโรคระบาดไมใหแพรกระจายตัวในวงกวางไดอยางรวดเร็ว ET Agricultural Brain Climate change-ready rice สถาบันวิจัยขาวนานาชาติ พัฒนาพันธุขาวที่สามารถทน แลงและทนน้ําทวมได ชวยใหเกษตรกรเขาถึงสัตวแพทยผาน App และเก็บขอมูลสุกรจากฟารมผานกลองและเซ็นเซอรตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอมูลที่ไดมา เชน พฤติกรรมการกินอาหารของสุกร จะถูกนํามาใชวิเคราะหสุขภาพของ สุกรผานระบบ AI Tele-veterinary startup (Telehealth platform for pigs) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC, ศูนยอํานวยการบรรเทาสาธารณภัย, EveryPig, Theguardian, Synced Review, Vulcan Post และ IRRI 122
  • 123.
  • 124.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 แนวโนมภาวะการเงินไทยป2022 กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปนี้ แม Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่อง ภาวะการเงินไทยมีแนวโนมปรับตึงตัวขึ้นตามภาวะการเงินโลกและความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย และ คาเงินบาทจะยังออนคาในระยะสั้นแตจะปรับแข็งคาขึ้นเล็กนอยในชวงปลายป 124
  • 125.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปนี้ แม Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่อง EIC คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดปนี้ เนื่องจาก กนง. ใหความสําคัญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่ เงินเฟอที่เรงตัวขึ้นนั้นสวนใหญมาจากปจจัยอุปทานและคาดวาจะกลับมาเขากรอบเปาหมายในปหนา นอกจากนี้ ภาระหนี้ที่สูงขึ้น ทําใหการขึ้นดอกเบี้ย จะกระทบตอเศรษฐกิจมากขึ้น ดานการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะไมกดดัน กนง. เนื่องจากไทยยังมีเสถียรภาพตางประเทศดี 125
  • 126.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 แนวโนมอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปนี้เปนอยางไร EIC มองวา กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป 2022 เนื่องจาก 1. กนง. มีแนวโนมที่จะใหความสําคัญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังคงเปราะบางและอยูในระดับที่ต่ํากวาชวงกอน COVID-19 จากกําลังซื้อของครัวเรือนที่มีแนวโนมลดลงตามอัตรา เงินเฟอที่จะเรงตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสงผลใหตนทุนของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ผลกําไรลดลง และอาจชะลอการลงทุนจากเดิม นอกจากนี้ จํานวนนักทองเที่ยวจะฟนตัวชากวาประมาณการเดิม อีกทั้ง การวางงาน รายได และหนี้ครัวเรือนยังเปนอุปสรรคตอการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย 2. อัตราเงินเฟอของไทยที่เรงตัวขึ้นนั้น สวนใหญมาจากปจจัยอุปทาน ขณะที่อุปสงคยังออนแอ อีกทั้ง เงินเฟอที่สูงขึ้นคาดวาจะเปนเพียงระยะสั้น และจะปรับลดลงเขาสูกรอบเปาหมาย ไดในปหนา นอกจากนี้ เงินเฟอคาดการณยังไมปรับสูงขึ้นมากนัก โดยลาสุดเงินเฟอคาดการณ 1 ปขางหนาของครัวเรือนอยูที่ 2.6% (กุมภาพันธ 2022) 3. ภาระหนี้ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนของไทย ทําใหการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโนมกระทบตอการบริโภคและการลงทุนมากกวาในอดีต โดยสัดสวนหนี้ครัวเรือนตอ GDP ของ ไทย ณ ไตรมาส 3 ป 2021 ทรงตัวอยูในระดับสูงที่ 89.3% สูงสุดในกลุมประเทศกําลังพัฒนา การดําเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นอยางรวดเร็วของ Fed จะกดดันให กนง. ตองปรับขึ้นดอกเบี้ยตามหรือไม EIC มองวา กนง. ไมมีความจําเปนในการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางของสหรัฐฯ เนื่องจาก 1. สหรัฐฯ และไทยมีการฟนตัวทางเศรษฐกิจ และแรงกดดันเงินเฟอ ที่แตกตางกันคอนขางมาก โดยการเติบโตของ GDP ในป 2021 ของ US สูงถึง 5.7% ขณะที่ของไทยอยูที่ 1.6% 2. เสถียรภาพดานตางประเทศของไทยยังแข็งแกรง สะทอนจากเงินสํารองระหวางประเทศที่สูงเปนอันดับ 12 ของโลก และมีสัดสวนหนี้ตางประเทศตอ GDP ต่ํา รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดมี แนวโนมปรับดีขึ้นในชวงครึ่งหลังของปนี้ สงผลใหไทยมีกันชนรับแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกได 3. สัดสวนการลงทุนของนักลงทุนตางชาติในตลาดการเงินไทยมีจํากัดและอยูต่ํากวาประเทศอื่นในภูมิภาค โดยสัดสวนของนักลงทุนตางชาติในตลาดทุนไทยคิดเปน 26% ขณะที่ในตลาด ตราสารหนี้ไทยมีการถือครองตราสารหนี้โดยนักลงทุนตางชาติเพียง 9% สงผลใหความเสี่ยงที่จะเกิด Capital flight ของไทยมีจํากัด กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปนี้ แม Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่อง 126
  • 127.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 EICคาด กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป 2022 แมประเทศเศรษฐกิจหลักจะเริ่มดําเนินนโยบายการเงินตึงตัว ทั้งนี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจทําไดเร็วสุดในป 2023 ซึ่งเปนชวงที่ขนาดของเศรษฐกิจไทยจะกลับไปเทาชวงกอน COVID-19 ตนทุนการระดมทุนในตลาดสินเชื่อของไทย หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 28 มีนาคม 2022) 0.5 5.42 5.99 0.25 2.82 0 2 4 6 8 10 12 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 อัตราดอกเบี้ยนโยบาย MOR* MLR* MRR* อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปลอยใหม** Avg. 2005-2021 = 2.23% Avg. 2005-2015 = 2.79% หนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะตอ GDP หนวย : % 80.3 89.3 43.0 59.6 0.0 20.0 40.0 60.0 80.0 100.0 Mar-05 Mar-06 Mar-07 Mar-08 Mar-09 Mar-10 Mar-11 Mar-12 Mar-13 Mar-14 Mar-15 Mar-16 Mar-17 Mar-18 Mar-19 Mar-20 Mar-21 HH Debt Public Debt EIC คาดวา กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดป2022 เนื่องจาก • กนง. ใหความสําคัญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังคงเปราะบางและต่ํากวาชวงกอน COVID-19 • เงินเฟอที่เรงตัวขึ้นนั้น สวนใหญมาจากปจจัยอุปทาน ขณะที่อุปสงคยังออนแอ อีกทั้ง เงินเฟอที่สูงขึ้นคาดวาจะเปนเพียงระยะสั้น และจะปรับลดลงเขาสูกรอบเปาหมายไดในปหนา • ภาระหนี้ที่สูงขึ้น ทําใหการขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบตอแนวโนมการบริโภคและการลงทุนมากกวาอดีต • เงินเฟอคาดการณยังไมปรับสูงขึ้นมาก โดยลาสุดเงินเฟอคาดการณ 1 ปขางหนาของ ครัวเรือนอยูที่ 2.6% (กุมภาพันธ 2022) และระยะ 5 ปขางหนาของ professional forecasters อยูที่ 1.9% (ตุลาคม 2021) EIC คาดจุดสูงสุดของดอกเบี้ยนโยบายในวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้ จะอยูที่ราว 2.25%-2.5% • คาดการณของผูรวมตลาดประเมินวา Fed funds rate มีแนวโนมแตะระดับสูงสุดที่ราว 3-3.25% ในป 2023 ซึ่ง EIC คาดวา ดวยแนวโนมเศรษฐกิจไทยที่ฟน ชากวา และยังมีความเสี่ยงอยูมาก ทําใหดอกเบี้ยอาจอยูต่ํากวาสหรัฐฯ เล็กนอย • อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยเคยแตะระดับสูงสุดที่ 3.5% ในวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบกอน อยางไรก็ดี จุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยูต่ํากวาวัฏจักรในอดีต เนื่องจาก อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (potential growth) มีแนวโนมลดลงจากอดีต อีกทั้ง ภาระหนี้ของทั้งครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ก็สูงกวาในอดีตเชนกัน หมายเหตุ : *คาเฉลี่ยคํานวณจากอัตราดอกเบี้ยสูงสุดกับต่ําสุด / **ถวงน้ําหนักตามวงเงินรายสัญญาของเงินใหสินเชื่อใหม ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย 127
  • 128.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 EICมองวา กนง. ไมมีความจําเปนในการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางของ US เนื่องจาก 1) US และไทยมี การฟนตัวทางเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟอที่แตกตางกัน และ 2) เสถียรภาพดานตางประเทศของไทยยังแข็งแกรง เสถียรภาพดานตางประเทศของไทย เปรียบเทียบตัวเลขทางเศรษฐกิจระหวางไทยและสหรัฐฯ Indicator Thailand US เศรษฐกิจ Real GDP growth 2020 -6.1%YOY 2021 1.6%YOY 2020 -3.4YOY 2021 5.7%YOY อัตราเงินเฟอ (Feb 22) Headline CPI Inflation Core CPI Inflation 5.3%YOY 1.8%YOY 7.9%YOY 6.4%YOY ตลาดแรงงาน Unemployment Pre-COVID (2019) 1% 2021 1.9% Pre-COVID (2019) 3.6% 2021 4.2% ปจจุบัน คาเฉลี่ยป 2015-2018 หนี้ตางประเทศ 36% ตอ GDP 34.2% ตอ GDP เงินสํารองระหวางประเทศ 3 เทาของหนี้ตางประเทศ ระยะสั้น 2.6 เทาของหนี้ตางประเทศ ระยะสั้น ดุลบัญชีเดินสะพัด $-10.9 Billion $35.9 Billion • สหรัฐฯ และไทยมีการฟนตัวทางเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟอที่แตกตางกัน โดยการเติบโตของ GDP ในป 2021 ของ US สูงถึง 5.7% ขณะที่ของไทยอยูที่ 1.6% ประกอบกับ เงินเฟอ US เรงตัวสูงสุดในรอบ 40 ปสู 7.9% ในเดือนกุมภาพันธ ขณะที่เงินเฟอของไทยเดือนกุมภาพันธ อยูที่ 5.3% โดยแมวาจะเปนระดับสูงสุดในรอบ 13 ป แตสวนใหญเปนเงินเฟอ ที่มาจากปจจัยดานตนทุน • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไดกลับไปสูงกวาชวงกอนเกิดวิกฤต COVID-19 แลว ขณะที่เศรษฐกิจไทยจะยังไมสามารถกลับไปสูระดับกอนวิกฤตไดภายในปนี้ โดย EIC คาดวา เศรษฐกิจไทย จะทยอยฟนตัวไดดีขึ้นในชวงครึ่งปหลัง และขนาดของเศรษฐกิจไทยมีแนวโนมที่จะกลับไปเทากับชวงกอน COVID-19 ในป 2023 นอกจากนี้ ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ฟนตัวแข็งแกรง ขณะที่ตลาดแรงงานไทยยังคงออนแอ • เศรษฐกิจไทยมีปจจัยลดทอนผลกระทบ และมีเครื่องมือพรอมรองรับความผันผวนในตลาดการเงิน โดยเสถียรภาพดานตางประเทศในปจจุบันของไทยยังคงแข็งแกรง สะทอนจากเงิน สํารองระหวางประเทศของไทยที่สูงเปนอันดับ 12 ของโลก ทําใหมีกันชนตอความผันผวนจากเงินทุนเคลื่อนยายได ขณะที่สัดสวนหนี้ตางประเทศตอ GDP ยังต่ํา และแมไทยจะขาดดุลบัญชี เดินสะพัด (ครั้งแรกนับตั้งแตป 2014) แตมีแนวโนมปรับดีขึ้นในชวงครึ่งหลังของปนี้ และคาดวาจะกลับมาเกินดุลไดในป 2023 ตามการทองเที่ยวที่ฟนตัว ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และธนาคารแหงประเทศไทย 128
  • 129.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 3)สัดสวนการลงทุนของตางชาติในไทยมีจํากัด สงผลใหความเสี่ยงที่จะเกิด Capital flight ของไทยอยูในระดับต่ํา และแมวา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยมีความออนไหวตอภาวะการเงินโลกสูง แต 90% ของภาคเอกชนไทยกูยืมผานสถาบันการเงิน มูลคาการลงทุนทางตรงจากตางประเทศ (FDI) ในอาเซียน หนวย : %Nominal GDP, เฉลี่ยรายไตรมาส สัดสวนนักลงทุนตางชาติในตลาดพันธบัตรไทย หนวย : ลานบาท หนวย : % ความออนไหวของ Yield curve ตอการเปลี่ยนแปลงของกลุมประเทศ G3 หนวย : percentage point • ไทยมีสัดสวนการลงทุนของนักลงทุนตางชาติต่ํากวาประเทศอื่นในภูมิภาค ทั้งการ ลงทุนในตลาดการเงิน และการลงทุนทางตรง (FDI) โดยสัดสวนของนักลงทุน ตางชาติในตลาดทุนไทยคิดเปน 26% ขณะที่ในตลาดตราสารหนี้ไทยมีการถือครองตรา สารหนี้โดยนักลงทุนตางชาติเพียง 9% นอกจากนี้ การลงทุนทางตรงจากตางประเทศ ของไทย (FDI) ก็อยูในระดับต่ํา ดังนั้น ความเสี่ยงที่จะเกิดการไหลกลับเฉียบพลันของ เงินทุน (Capital flight) ในไทยจึงมีจํากัด • แมพันธบัตรรัฐบาลไทยจะมีความสัมพันธคอนขางสูงกับพันธบัตรรัฐบาลของกลุม G3 แตการระดมทุนภาคเอกชนไทยสวนใหญยังเปนการกูยืมผานสถาบันการเงิน โดย ความออนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยตออัตราผลตอบแทนพันธบัตรใน ตลาดโลกสูงราว 80% อยางไรก็ดี 90% ของการระดมทุนในไทยเปนการกูยืมผาน สถาบันการเงิน 11.1% 9.7% 0% 10% 20% 0 500,000 1,000,000 1,500,000 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 ยอดการถือครองพันธบัตรไทยของนักลงทุนตางชาติ สัดสวนนักลงทุนตางชาติในตลาดพันธบัตรไทย (rhs) 1.25 0.8 0.6 0 0.5 1 1.5 2.2 -2 6 14 22 30 2010 2016 2019 2020 9M2021 ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg, CEIC และธนาคารแหงประเทศไทย 129
  • 130.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 ภาวะการเงินไทยมีแนวโนมปรับตึงตัวขึ้นตามภาวะการเงินโลกและความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย และคาเงินบาทจะยังออนคาในระยะสั้นแตจะปรับแข็งคาขึ้นเล็กนอยในชวงปลายป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวมีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอย ตามอัตราผลตอบแทนในตลาดเงินโลกที่มีแนวโนมสูงขึ้น โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯ ขณะที่ spread ปรับสูงขึ้น และการระดมทุนผานพันธบัตรปรับลดลงเล็กนอยตามความเสี่ยงเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ทั้งนี้ สินเชื่อธนาคารพาณิชยยังขยายตัว ใกลเคียงไตรมาสกอน โดยการขยายตัวมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญเปนหลัก สวนสินเชื่อที่อยูอาศัยขยายตัวชะลอลง และ คาเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันดานออนคาในระยะสั้น จากความเสี่ยงดานสงครามและการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยคาดวาจะอยูในกรอบ 33.5-34 บาทตอดอลลารสหรัฐ แตเงินบาทมีแนวโนมกลับมาแข็งคาขึ้นอยูในกรอบ 32.5-33.5 บาท ตอดอลลารสหรัฐ ในชวงปลายป จากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโนมฟนตัวดีขึ้นและดุลบัญชีเดินสะพัด ที่คาดวาจะขาดดุลลดลงตามการกลับมาของนักทองเที่ยวและราคาน้ํามันที่มีแนวโนมชะลอลง 130
  • 131.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในป2022 มีแนวโนมเปนอยางไร • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว มีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอยในปนี้ สูระดับ 2.4-2.5% ตามอัตราผลตอบแทนในตลาดเงินโลกที่มีแนวโนมสูงขึ้นจาก วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย (Hiking cycle) ของธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโนมปรับสูงขึ้นอีกเล็กนอยในชวงที่เหลือของป ตาม เงินเฟอที่คาดวาจะยังอยูในระดับสูง ทําให Fed ตองขึ้นดอกเบี้ยตอเนื่องตลอดป 2022 นอกจากนี้ แนวโนมการฟนตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดวาจะปรับดีขึ้นจากการฟนตัวของอุปสงคใน ประเทศ และจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น จะเปนปจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น มีแนวโนมทรงตัวตามแนวโนมการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทยในป 2022 คาเงินบาทในป 2022 มีแนวโนมเปนอยางไร • ในระยะสั้น เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันดานออนคา (คาดวาจะอยูในกรอบ 33.5-34) จากความเสี่ยงของภาวะสงครามที่ทําใหนักลงทุนลดความเสี่ยง (risk off) และเขาถือสินทรัพยปลอดภัยมาก ขึ้น นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นสงผลใหดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยปรับแยลง ประกอบกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะสงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายมีความผันผวนและไหลกลับเขา สหรัฐฯ มากขึ้น • ในชวงปลายป เงินบาทมีแนวโนมกลับมาแข็งคาขึ้นเล็กนอย มาอยูในชวง 32.5-33.5 บาทตอดอลลารสหรัฐ ตามการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดในชวงปลายปที่มีแนวโนม ปรับดีขึ้น จากจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ํามันและคาระวางเรือที่มีแนวโนมลดลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวมีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้น และคาเงินบาทจะยังออนคาในระยะสั้น แตจะปรับแข็งคาขึ้นเล็กนอยในชวงปลายป 131
  • 132.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ10 ปของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นตอเนื่องตามเงินเฟอที่สูงขึ้น การปรับนโยบายการเงินของ Fed และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตรโลก ในระยะตอไป คาดวาจะยังปรับสูงขึ้นอีก ตามการขึ้นดอกเบี้ย และความไมแนนอนที่มีอยูมาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปและอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022) 0.47 0.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 Jan-15 Jun-15 Nov-15 Apr-16 Sep-16 Feb-17 Jul-17 Dec-17 May-18 Oct-18 Mar-19 Aug-19 Jan-20 Jun-20 Nov-20 Apr-21 Sep-21 Feb-22 3-month UST 2-year UST 10-year UST 2.15 2.37 0.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 Jan-15 Jun-15 Nov-15 Apr-16 Sep-16 Feb-17 Jul-17 Dec-17 May-18 Oct-18 Mar-19 Aug-19 Jan-20 Jun-20 Nov-20 Apr-21 Sep-21 Feb-22 10-year UST Fed funds rate 2.37 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ มีแนวโนมปรับสูงขึ้นอีกเล็กนอย ในชวงที่เหลือของป • ทิศทางการดําเนินนโยบายการเงินของ Fed ทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการลดขนาดงบดุล สงผลใหสภาพคลองในระบบมีแนวโนมลดลง ซึ่งจะทําใหอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโนมปรับสูงขึ้นได อีกในปนี้ โดย EIC คาดวาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปของสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นสู 2.3-2.5% ณ สิ้นป 2022 • แรงกดดันเงินเฟอที่คาดวาจะยังอยูในระดับสูงตลอดทั้งป และความไมแนนอนจากสถานการณสงครามที่มีอยูมาก จะเปนปจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ป (10Y Bond yield) Downside risk • ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอลงมาก จากการดําเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นอยางรวดเร็วของ Fed ซึ่งอาจนําไปสู Recession ได สงผลให yield อาจปรับลดลง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg 132
  • 133.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของไทยปรับลดลงหลังเกิดสงครามรัสเซียขณะที่พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ ในระยะตอไป คาดวาพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจะปรับขึ้นไดเล็กนอย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หนวย : % ปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลไทย หนวย : พันลานบาท 0.53 0 0.5 1 1.5 2 2.5 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 Thailand (10y) US (10y) Thailand (1y) US (1y) Avg 5y TH = 2.1 Avg 5y US = 2.0 2.37 2.37 1.52 (bps) TH10 TH1 US10 US1 Chg since war 21 2 43 51 0 100 200 300 Jan-19 Apr-19 Jul-19 Oct-19 Jan-20 Apr-20 Jul-20 Oct-20 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 พันธบัตรระยะสั้น (อายุนอยกวาเทากับ 1 ป) พันธบัตรระยะยาว (อายุมากกวา 1 ป) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของรัฐบาลไทย • นับตั้งแตเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับลดลงเล็กนอย สะทอนมุมมองของนักลงทุนที่ประเมินผลกระทบของภาวะสงครามตอเศรษฐกิจ ทําใหนักลงทุนปรับ ลดคาดการณการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทย • ในระยะตอไป คาดวา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นจะยังทรงตัว ตามแนวโนมการคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทย แนวโนมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลไทย มีแนวโนมปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอยในปนี้ โดย EIC คาด วาอาจปรับเพิ่มขึ้นสูระดับ 2.4-2.5% จากปจจัยดังนี้ • อัตราผลตอบแทนในตลาดเงินโลกที่มีแนวโนมสูงขึ้น ตาม Hiking cycle ของธนาคารกลางใน หลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ • แนวโนมการฟนตัวของเศรษฐกิจไทยในปนี้ ที่คาดวาจะปรับดีขึ้นจากการฟนตัวของอุปสงคใน ประเทศ และจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดวาอัตราผลตอบแทนฯ จะปรับขึ้นไมมากนัก เนื่องจาก ในปงบประมาณ 2023 รัฐบาลมีแผนระดม ทุนลดลง สงผลใหอุปทานพันธบัตรรัฐบาลปรับลดลง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และ ThaiBMA 133
  • 134.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 หลังเกิดความไมสงบในยูเครนCorporate spread สวนใหญปรับสูงขึ้นเล็กนอย ตามความเสี่ยงเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การระดมทุนผานการออกหุนกูในไตรมาสแรกปนี้ มีแนวโนมขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสกอนหนาเล็กนอย Corporate spread แบงตามอันดับความนาเชื่อถือ หนวย : bps (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022) 39 94 354 0 100 200 300 400 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 AAA: <3Y AA: <3Y A: <3Y BBB: <3Y 70% 69% 68% 65% 64% 13% 13% 13% 12% 12% 16% 17% 16% 19% 20% 10.3% 9.8% 0% 5% 10% 15% - 500 1,000 1,500 2,000 2,500 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 2022Q1 AAA to A- BBB and BBB+ BBB- Lower than BBB- Unrated bond Total (แกนขวา) 23% 27% 13% 12% 13% 18% 13% 20% 13% 17% 61% 58% 63% 64% 67% มูลคาคงคางของตราสารหนี้ภาคเอกชน (ไมรวมภาคการเงิน) แบงตามอันดับความนาเชื่อถือ* หนวย : พันลานบาท • หลังเกิดสงครามในยูเครน Corporate spread สวนใหญปรับสูงขึ้นเล็กนอยตาม ความเสี่ยงตอเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และความสามารถในการชําระหนี้ที่แยลง • การออกหุนกูกลุม Investment grade ในไตรมาสที่ 1 ปนี้ มีแนวโนมลดลงจากใน ไตรมาสกอนหนา เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เริ่มปรับสูงขึ้นและความเสี่ยง ดานภูมิรัฐศาสตรที่เพิ่มขึ้น ทําใหภาคธุรกิจชะลอการระดมทุนลง หมายเหตุ : *ขอมูลรวมตราหนี้ระยะสั้นและยาว แบงตามเกรดที่ใหโดย Fitch และ TRIS ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ CEIC และ ThaiBMA 134
  • 135.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 สินเชื่อธนาคารพาณิชยในไตรมาส4 ป 2022 ขยายตัวตอเนื่อง จากสินเชื่อธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ ดานคุณภาพ สินเชื่อในภาพรวมคอนขางทรงตัวจากปกอน เปนผลจากการปรับโครงสรางหนี้ และมาตรการชวยเหลือลูกหนี้เปนสําคัญ อัตราการขยายตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจ หนวย : %YOY Stage 3 แยกพอรตสินเชื่อธุรกิจและอุปโภคบริโภค หนวย : % Stage 3 ธุรกิจ แยกตามขนาดธุรกิจ หนวย : % อัตราการขยายตัวของสินเชื่อรวม หนวย : ลานบาท หนวย : %YOY 6.50% 4.0% 7.9% 0% 2% 4% 6% 8% 10% 0 5,000,000 10,000,000 15,000,000 Q1-19 Q2-19 Q3-19 Q4-19 Q1-20 Q2-20 Q3-20 Q4-20 Q1-21 Q2-21 Q3-21 Q4-21 ยอดคงคางสินเชื่อรวม ยอดคงคางสินเชื่ออุปโภคบริโภค ยอดคงคางสินเชื่อธุรกิจ รวม (แกนขวา) อุปโภค (แกนขวา) ธุรกิจ (แกนขวา) 2.1 12.8 -0.4 -10 -6 -2 2 6 10 14 Q4-17 Q4-18 Q4-19 Q1-20 Q2-20 Q3-20 Q4-20 Q1-21 Q2-21 Q3-21 Q4-21 วงเงิน นอยกวาเทากับ 500 ลานบาท วงเงินมากกวา 500 ลานบาท 3.08 2.73 2.98 2.5 2.7 2.9 3.1 3.3 17 18 19 20Q1 20Q2 20Q3 20Q4 21Q1 21Q2 21Q3 21Q4 ธุรกิจ อุปโภคบริโภค รวม 5.99 6.24 6.23 6.59 6.26 6.55 6.86 7.14 7.17 7.18 7.08 2.06 1.86 2.05 2.09 2.48 2.58 2.55 2.53 2.5 2.41 2.23 -1 2 5 8 17 18 19 20Q1 20Q2 20Q3 20Q4 21Q1 21Q2 21Q3 21Q4 วงเงิน นอยกวาเทากับ 500 ลานบาท วงเงินมากกวา 500 ลานบาท หักผลของ soft loan หมายเหตุ : *สินเชื่อ stage 2 คือ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญ ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของธนาคารแหงประเทศไทย 135
  • 136.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 ดอลลารสหรัฐอาจออนคาไดบางเนื่องจาก • หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยหรือทํา QT เร็วเกินไป อาจบั่นทอนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในอนาคต • รัฐบาลประเทศตาง ๆ มีแนวโนมลดการพึ่งพาเงินดอลลารในฐานะศูนยกลางของการชําระเงิน ระหวางประเทศ สงผลใหความตองการถือดอลลารอาจปรับลดลงในระยะตอไป • แนวโนมการดําเนินนโยบายการเงินที่เขมงวดของ ECB เพื่อสกัดเงินเฟอ สงผลใหเงินทุน มีแนวโนมไหลเขาตลาดเงินยุโรปในชวงปลายป เงินยูโรจึงอาจแข็งคาขึ้นเทียบดอลลารสหรัฐ เงินดอลลารมีแนวโนมแข็งคาในปนี้ตามนโยบายที่เขมงวดของ Fed และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตรโลกที่สูงขึ้น ทําใหความ ตองการสินทรัพยปลอดภัยเพิ่มขึ้น ความสัมพันธระหวางคาเงินดอลลารสหรัฐ และอัตราผลตอบแทนที่แทจริง หนวย : ดัชนี หนวย : % คาเงินดอลลารสหรัฐและคาเงินยูโร หนวย : ดัชนี หนวย : ยูโรตอดอลลารสหรัฐ 98.5 -2 -1 0 1 2 80 90 100 110 Feb-15 Aug-15 Feb-16 Aug-16 Feb-17 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 DXY US 10Y real yield (แกนขวา) -0.58 0.90 1.00 1.10 1.20 1.30 80 90 100 110 Feb-15 Aug-15 Feb-16 Aug-16 Feb-17 Aug-17 Feb-18 Aug-18 Feb-19 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 DXY EUR คาเงินแข็งคา 98.5 1.1 ดอลลารสหรัฐมีแนวโนมแข็งคาตอเนื่องในปนี้ เนื่องจาก • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตรโลกที่สูงขึ้น (รัสเซีย ยูเครน) ทําใหมีความตองการสินทรัพยปลอดภัย เพิ่มขึ้น โดยเงินดอลลารเปน safe haven ที่นักลงทุนตองการถือในภาวะ risk off • แนวโนมนโยบายการเงินที่เขมงวดของ Fed สงผลให yield ปรับสูงขึ้นไดอีก โดย real yield ที่ เพิ่มขึ้นสงผลใหเงินทุนมีแนวโนมไหลกลับเขาสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงต่ํา • แมธนาคารกลางหลักอื่น ๆ มีแนวโนมขึ้นดอกเบี้ยเชนกัน แตคาดวา Fed จะขึ้นดอกเบี้ยมาก ที่สุดในปนี้ รวมถึงจะลดขนาดงบดุลเร็วกวาธนาคารกลางหลักอื่น ทําใหเงินจะไหลเขาสหรัฐฯ มากกวา ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg 136
  • 137.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 หลังเกิดความตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครนเงินบาทปรับออนคาลง สงผลใหเงินทุนเคลื่อนยายไหลออกจากตลาด พันธบัตร ดานตลาดหุน พบวา SET ปรับตัวลดลงมากเชนกัน แตเริ่มฟนตัวกลับมาหลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวล เงินทุนเคลื่อนยายของนักลงทุนตางประเทศในตลาดการเงินไทย หนวย : พันลานบาท (ขอมูล ณ 25 มีนาคม 2022) ดัชนีตลาดหลักทรัพยไทย (SET Index) หนวย : ดัชนี -200 -150 -100 -50 0 50 100 150 May-19 Jul-19 Sep-19 Nov-19 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 ตลาดหลักทรัพย ตลาดพันธบัตรรัฐบาล พันลานบาท Equity Bond 2021 -50.5 +144 YTD +99 +23 เงินไหลออกหลัง เกิดสงคราม 70 80 90 100 110 120 130 140 150 160 Jan-21 Feb-21 Mar-21 Apr-21 May-21 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 SET Index Tourism & leisures Transportation Energy Financial Info Tech Since Russia war (24 Feb 22) SET Index -0.9% Healthcare 10% Info Tech 5.7% Tourism 4.9% Energy 1% Transportation -0.5% Commerce -1.8% Automobiles -2% Property -2.4% Construc mat. -4.2% Electronics -4.4% Financial -4.9% Agri -5.8% Packaging -8.9% • กอนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินทุนเคลื่อนยายไหลเขาตลาดพันธบัตรและตลาด หุนไทยตอเนื่องในชวงตนป 2022 โดยเงินทุนที่ไหลเขาตลาดพันธบัตรสวนใหญคาดวา เปนการเก็งกําไรคาเงินในชวงที่เงินบาทปรับแข็งคาขึ้นมาก ขณะที่ตลาดหุนไทยมีสัดสวน หุนกลุม Value มากและยังมี Valuation ที่ต่ํา • ทั้งนี้หลังเกิดความตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน เงินบาทปรับออนคาลง สงผลให เงินทุนเคลื่อนยายไหลออกจากตลาดพันธบัตรไทย ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg, SETSMART และ ThaiBMA 137
  • 138.
    แนวโนมภาวะการเงินไทยป 2022 Q4/2021 Q1/2022 นับตั้งแตเกิดสงครามเงินบาทออนคามากกวาสกุลอื่นในภูมิภาค EIC คาดวาเงินบาทในระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุล บัญชีเดินสะพัดและความเชื่อมั่นที่ลดง แตจะแข็งคาขึ้นเล็กนอยอยูในกรอบ 32.5-33.5 ณ สิ้นป ตามการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงของคาเงินแตละสกุล เทียบตอดอลลารสหรัฐ หนวย : % (ขอมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2022) ดุลบัญชีเดินสะพัดและคาเงินบาท หนวย : ลานดอลลารสหรัฐ หนวย : บาทตอดอลลารสหรัฐ -5.6% -3.1% -2.6% -0.5% -0.8% -3.0% -6% -4% -2% 0% Japan Thailand Taiwan Europe Korea India Philippines Malaysia China Vietnam Indonesia Since Russia War YTD 33.5 28 30 32 34 36 38 -4,000 -2,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 Jan-13 Jul-13 Jan-14 Jul-14 Jan-15 Jul-15 Jan-16 Jul-16 Jan-17 Jul-17 Jan-18 Jul-18 Jan-19 Jul-19 Jan-20 Jul-20 Jan-21 Jul-21 Jan-22 ดุลบัญชีเดินสะพัด USDTHB (แกนขวา) เงินบาทแข็ง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมาก -> เงินบาทแข็ง เงินบาทออนคามากกวาสกุลอื่นในภูมิภาคสวนใหญ จากความเสี่ยงของภาวะสงครามที่ทําให ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง (risk off) โดยพบวาในเดือนมีนาคม มีเงินไหลออกจากตลาด พันธบัตรรัฐบาลไทยถึงราว 1 แสนลานบาท นอกจากนี้ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงก็ยิ่งทํา ใหบาทออนคา ในระยะสั้น เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันดานออนคา โดยคาดวาอยูในชวง 33.5-34 1. นักลงทุนตองการถือสินทรัพยเสี่ยงลดลง จากความไมแนนอนของสถานการณสงครามที่ รุนแรงขึ้น และมีแนวโนมยืดเยื้อ 2. ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโนมขาดดุลมากขึ้น ผลจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทําใหมูลคาการนําเขา เพิ่มขึ้น ความตองการซื้อเงินดอลลารมากขึ้น กดดันใหบาทออนคา 3. การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทําใหอัตราผลตอบแทนที่แทจริงมีแนวโนมสูงขึ้น สงผลใหสวน ตางอัตราดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ ปรับลดลง ในชวงปลายป เงินบาทมีแนวโนมกลับมาแข็งคาขึ้นเล็กนอย มาอยูในชวง 32.5-33.5 1. การฟนตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของป 2022 สงผลใหนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกตอ แนวโนมเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะชวยกระตุน Portfolio flow จากนักลงทุนตางชาติ 2. ดุลบัญชีเดินสะพัดชวงปลายปมีแนวโนมปรับดีขึ้น จากจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติที่จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ํามันและคาระวางเรือที่มีแนวโนมลดลง ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ Bloomberg และธนาคารแหงประเทศไทย 138
  • 139.
    BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน หมายเหตุ: *ประมาณการราคาน้ํามันดิบเฉลี่ยตอป กรณีฐาน โดย EIC **ชวงราคาน้ํามันดิบเฉลี่ยป 2022 กรณีฐาน ประมาณการโดย Leading global houses 4 ราย (ณ 9 มีนาคม 2022) ที่มา : การวิเคราะหโดย EIC จากขอมูลของ JP morgan, Goldman Sachs, EIA, Bloomberg และ Capital Economics ราคาน้ํามัน (USD/บารเรล) (คาเฉลี่ย) 2020 2021 2022F เฉลี่ย Q1 Q2 Q3 Q4 เฉลี่ย Q1F Q2F Q3F Q4F เฉลี่ย* ชวงราคา** ราคาน้ํามันดิบ WTI 39 58 66 71 77 68 92 119 111 104 106 100-122 ราคาน้ํามันดิบ Brent 42 61 69 73 79 70 96 123 115 108 110 104-126 139
  • 140.
    BULL-BEAR : ราคาน้ํามันQ4/2021 Q1/2022 BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน สถานการณตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน รุนแรงยิ่งขึ้นสหรัฐฯ ประกาศไมนําเขาน้ํามันจากรัสเซีย สวนอังกฤษทยอยลดการนําเขาน้ํามันจาก รัสเซีย ราคาน้ํามันดิบทะยานทะลุ 130 ดอลลารสหรัฐ/บารเรล เมื่อตนเดือนมีนาคม 2022 ซึ่งเปนราคาสูงสุดนับตั้งแตป 2008 หลังสหรัฐฯ ประกาศวาจะไม นําเขาน้ํามันจากรัสเซีย เชนเดียวกับอังกฤษที่จะลดการนําเขาน้ํามันจากรัสเซียใหเหลือศูนยภายในสิ้นป 2022 อยางไรก็ตาม เยอรมนี และเนเธอรแลนด ไม เห็นดวย เนื่องจากการหาแหลงพลังงานมาทดแทนอุปทานของรัสเซียทําไดยากในเวลาอันสั้น และรัสเซียอาจตอบโตโดยการหยุดสงกาซฯ ผานทอ Nord Stream 1 ไปยังเยอรมนี ซึ่งจะสงผลทําใหราคาพลังงานในยุโรปสูงขึ้น กระทบตอการบริโภคและเศรษฐกิจ ทั้งนี้หากรัสเซียถูกคว่ําบาตรจากนานาประเทศจน ไมสามารถสงออกน้ํามันดิบและกาซฯ ได หรือสงครามยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้น อาจทําใหเกิด supply shock ซึ่งจะสงผลทําใหราคาน้ํามันพุงสูงขึ้นอยาง รวดเร็ว ความตองการใชน้ํามันในป 2022 เติบโตสูงขึ้นมากกวาที่คาดจากสภาพเศรษฐกิจที่ฟนตัว IMF1 คาดการณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกป 2022 อยูที่ 4.4% โดยเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเปนประเทศผูบริโภคน้ํามันอันดับ 1 และ 2 ของโลกจะขยายตัวราว 4% และ 4.8% ตามลําดับ ซึ่งการเติบโตของ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เชน การเดินทาง การขนสง การคาการลงทุน จะสงผลบวกตอการใชน้ํามัน ทั้งนี้สํานักงานสารสนเทศดานพลังงานของสหรัฐฯ หรือ EIA2 ประเมินอุปสงคน้ํามันป 2022 ของโลก สหรัฐฯ และจีน จะสูงขึ้นมาอยูที่ 100.6 ลานบารเรล/วัน (3.2%YOY) 20.7 ลานบารเรล/วัน (4.4%YOY) และ 15.7 ลานบารเรล/วัน (3%YOY) ตามลําดับ ซึ่งเปนระดับที่ฟนตัวกลับมาสูงกวาในชวง Pre-COVID-19 เมื่อป 2019 แลว ปริมาณน้ํามันดิบคงคลังมีแนวโนมลดลง สะทอนวาไดมีการดึงสต็อกไปใชเพื่อรองรับความตองการน้ํามันที่สูงขึ้น ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ 2022 ปริมาณน้ํามันคงคลังของประเทศกลุม OECD ปรับลดลงไปสูจุดต่ําสุดในรอบ 7 ป ที่ 2,639 ลานบารเรล นอกจากนี้ จํานวนวันที่ OECD มีน้ํามันคงคลัง ใชเพียงพอลดลงจาก 88 วันในชวงเริ่มตนการแพรระบาดของ COVID-19 เหลือเพียง 58 วันในเดือนธันวาคม 2021 สะทอนถึงความตองการใชน้ํามันที่ เพิ่มขึ้น เชนเดียวกับปริมาณน้ํามันดิบคงคลังของสหรัฐฯ คาดวาจะลดลงในป 2022 มาอยูที่ 434 ลานบารเรล (-5%YOY) ต่ํากวาระดับชวง Pre-COVID- 19 เมื่อป 2019 น้ํามันดิบคงคลังที่ลดต่ําลงจะเปนปจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของราคาน้ํามัน 1 ตัวเลขคาดการณของ IMF ในเดือนมกราคม 2022 2 ตัวเลขคาดการณของ EIA ในเดือนมีนาคม 2022 140
  • 141.
    BULL-BEAR : ราคาน้ํามันQ4/2021 Q1/2022 BULL-BEAR : ราคาน้ํามัน กลุมประเทศ OPEC+ ยังคงดําเนินการตามแผนการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ํามันเดือนละ 4 แสนบารเรลตอวัน จากการประชุมของกลุม OPEC+ วันที่ 2 มีนาคม 2022 มีมติคงการผลิตน้ํามันเขามาในตลาดเพิ่มขึ้นเดือนละ 4 แสนบารเรลตอวัน อยางไรก็ตาม ยังมีความกังวลเรื่องสมาชิก OPEC บาง รายผลิตไดนอยกวาปริมาณเปาหมาย เชน ไนจีเรีย ทั้งนี้จากขอมูลในเดือนมกราคม 2022 สมาชิก OPEC ผลิตไดนอยกวาโควตาถึง 7.5 แสนบารเรล/วัน นอกจากนี้ Spare capacity ของ OPEC ลดลงจากปกอนหนาที่มีปริมาณ 6 ลานบารเรล/วัน เหลือราว 3 ลานบารเรล/วัน (คิดเปน 3% ของอุปสงค น้ํามันโลก) สะทอนถึงความสามารถที่นอยลงของ OPEC ในการเพิ่มอุปทานน้ํามัน ตองจับตาการประชุมของ OPEC+ ครั้งถัดไปวาจะคงมติเพิ่มการผลิต น้ํามันหรือไม การผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหรานของสหรัฐฯ จะทําใหอิหรานสามารถสงออกน้ํามันไดราว 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน ชวยเพิ่มอุปทานน้ํามัน เขามาในตลาด สหรัฐฯ และชาติมหาอํานาจกําลังเจรจากับอิหรานเพื่อรื้อฟนขอตกลง Joint Comprehensive Plan of Action: JCPOA ที่ทําไวในป 2015 เรื่องโครงการนิวเคลียรของอิหราน ซึ่งสหรัฐฯ มีแนวโนมที่จะผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรหากอิหรานยอมรับขอตกลงที่จะจํากัดการเสริม สมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งจะสงผลใหอิหรานพัฒนาวัตถุดิบสําหรับผลิตอาวุธนิวเคลียรไดยากขึ้น คาดวาการผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรจากสหรัฐฯ จะทํา ใหอิหรานกลับมาสงออกน้ํามันดิบได 1.5 ลานบารเรล/วัน ภายใน 9 เดือน และคอย ๆ เพิ่มเปน 2.5 ลานบารเรล/วัน โดยอิหรานจะสงออกน้ํามันดิบไปจีน มากที่สุด สหรัฐฯ และพันธมิตร เห็นชอบระบายน้ํามันดิบจากคลังสํารองทางยุทธศาสตร (Strategic Petroleum Reserve: SPR) รวม 60 ลานบารเรล เพื่อ กดดันราคาน้ํามัน โดยปกติน้ํามันใน SPR จะถูกนําออกมาใชในสถานการณฉุกเฉินเมื่อเกิดการขาดแคลนน้ํามัน เชน ภาวะสงคราม หรือเกิดภัยธรรมชาติ จากสถานการณรัสเซีย-ยูเครน ที่ทําใหราคาน้ํามันพุงสูงขึ้นมาก สหรัฐฯ ประกาศในเดือนมีนาคม 2022 วาจะปลอยน้ํามันดิบจาก SPR จํานวน 30 ลาน บารเรล (จากน้ํามันดิบที่สหรัฐฯ มีทั้งหมดใน SPR ราว 600 ลานบารเรล ณ เดือนกุมภาพันธ 2022) ออกสูตลาด รวมกับชาติพันธมิตรในยุโรปและเอเชีย อีก 30 ลานบารเรล เพื่อกดดันใหราคาน้ํามันปรับลดลง 141
  • 142.
    BULL-BEAR : ราคาน้ํามันQ4/2021 Q1/2022 EIC ประเมินราคาน้ํามันดิบโดยเฉลี่ยในไตรมาส 2 ป 2022 กรณีฐาน มีแนวโนมสูงขึ้นจากอุปทานน้ํามันที่ยังตึง ตัว รวมถึงความกังวลเรื่อง supply shock จากสถานการณตึงเครียดในรัสเซีย-ยูเครน จะเปนปจจัยสําคัญที่ ทําใหราคาน้ํามันผันผวนแรง ในขณะที่ความตองการใชน้ํามันสูงมากกวาที่คาดจากสถานการณ COVID-19 ที่ไม รุนแรงและการเปดประเทศมากขึ้น ราคาน้ํามันดิบไตรมาส 2 ป 2022 กรณีฐานมีแนวโนมปรับระดับสูงขึ้น จากการขยายตัวของอุปสงคตามกิจกรรม การเดินทางและการขนสง โดยคาดวาหลาย ๆ ประเทศจะผอนคลายมาตรการยับยั้งการแพรระบาดของ COVID-19 และเริ่มเปดประเทศมากขึ้น ในขณะที่ดานอุปทาน ตลาดยังมีความกังวลเรื่องการตึงตัวของอุปทานน้ํามัน สะทอนจากปริมาณน้ํามันดิบคงคลังที่ ลดนอยลง เชนเดียวกับ Spare capacity ของ OPEC ที่เหลือเพียง 3 ลานบารเรล/วัน ลดลงจาก 6 ลานบารเรล/ วัน ในป 2021 ซึ่ง Spare capacity สวนใหญอยูในซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส ในขณะที่สมาชิก OPEC อื่น ๆ แทบจะเพิ่มการผลิตไมไดแลว เปนความทาทายของ OPEC ในการผลิตน้ํามันใหไดตามเปาหมาย ทั้งนี้ยังคงตองจับตาสถานการณความตึงเครียดระหวางรัสเซีย-ยูเครน หากสงครามทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ การ เจรจาไกลเกลี่ยกับรัสเซียไมสําเร็จ มีการคว่ําบาตรรัสเซียดานพลังงาน จะเปน upside ของราคาน้ํามัน ในทางตรงกัน ขาม หากสถานการณรัสเซีย-ยูเครน ไมรุนแรง มีการถอนกําลังทหาร คาดวาราคาน้ํามันจะสามารถลดระดับลงได อยางไรก็ตาม สหรัฐฯ และพันธมิตรประกาศจะระบายน้ํามันดิบจากคลังสํารองทางยุทธศาสตรรวม 60 ลานบารเรล ออกสูตลาด นอกจากนี้ หากสหรัฐฯ ผอนคลายมาตรการคว่ําบาตรอิหราน ทําใหอิหรานกลับมาสงออกน้ํามันดิบได จะชวยเพิ่มอุปทานน้ํามันไดราว 1.5-2.5 ลานบารเรล/วัน ทั้งสองปจจัยจะชวยจํากัดการเพิ่มขึ้นของน้ํามันในชวงไตร มาส 2 ป 2022 มุมมอง SCB EIC ไตรมาส 2/2022 (เทียบ YOY) BULL 142
  • 143.
    คณะผูจัดทํา ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหารกลุมธุรกิจ Wholesale และรองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wealth กระแสร รังสิพล ผูอํานวยการฝาย Data Analytics krasae.rangsipol@scb.co.th ดร.ชินวุฒิ์ เตชานุวัตร ผูอํานวยการฝายวิจัยดานเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน chinnawut.techanuvat@scb.co.th วชิรวัฒน บานชื่น นักเศรษฐศาสตรอาวุโส wachirawat.banchuen@scb.co.th 143
  • 144.
    ดร.กมลมาลย แจงลอม นักวิเคราะหอาวุโส kamonmarn.jaenglom@scb.co.th คณะผูจัดทํา ดร.ศิวาลัย ขันธะชวนะ ผูจัดการคลัสเตอรพลังงาน sivalai.khantachavana@scb.co.th กัญญารัตนกาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะหอาวุโส kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th ดร.ปุณยวัจน ศรีสิงห นักเศรษฐศาสตรอาวุโส poonyawat.sreesing@scb.co.th พิมใจ ฮุนตระกูล ผูอํานวยการฝาย Digital and New Business Model pimjai.hoontrakul@scb.co.th ปางอุบล อํานวยสิทธิ์ Senior Data Scientist pangubon.amnueysit@scb.co.th ดร.เกียรติศักดิ์ คําสี นักวิเคราะหอาวุโส kaittisak.kumse@scb.co.th จงรัก กองกําชัย นักวิเคราะห jongrak.kongkumchai@scb.co.th 144
  • 145.
    อสมา เหลี่ยมมุกดา นักวิเคราะห asama.liammukda@scb.co.th คณะผูจัดทํา วิชาญ กุลาตี นักวิเคราะห vishal.gulati@scb.co.th ปณณพัฒนศิริ นักวิเคราะห punn.pattanasiri@scb.co.th ณิชนันท โลกวิทูล นักวิเคราะห nichanan.logewitool@scb.co.th นงนภัส โกฏิวิเชียร นักวิเคราะห nongnapat.gotiwichien@scb.co.th ปุญญภพ ตันติปฎก นักวิเคราะห punyapob.tantipidok@scb.co.th 145
  • 146.
    Economic Intelligence Center(EIC) E-mail : eic@scb.co.th โทร : +66 (2) 544 2953 ด ดร ร.. ย ยร รร รย ยง ง ไไท ทย ยเเจ จร ริิญ ญ รองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wholesale และรองผูจัดการใหญอาวุโส ประธานเจาหนาที่บริหาร กลุมธุรกิจ Wealth yunyong.thaicharoen@scb.co.th Economic and Financial Market Research ดร.ชินวุฒิ์ เตชานุวัตร chinnawut.techanuvat@scb.co.th วชิรวัฒน บานชื่น wachirawat.banchuen@scb.co.th จงรัก กองกําชัย jongrak.kongkumchai@scb.co.th ณิชนันท โลกวิทูล nichanan.logewitool@scb.co.th ปณณ พัฒนศิริ punn.pattanasiri@scb.co.th วิชาญ กุลาตี vishal.gulati@scb.co.th Data Analytics กระแสร รังสิพล krasae.rangsipol@scb.co.th ปางอุบล อํานวยสิทธิ์ pangubon.amnueysit@scb.co.th Infrastructure Cluster กัญญารัตน กาญจนวิสุทธิ์ kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th เชษฐวัฒก ทรงประเสริฐ chetthawat.songprasert@scb.co.th Service Cluster ปราณิดา ศยามานนท pranida.syamananda@scb.co.th ดร.กมลมาลย แจงลอม kamonmarn.jaenglom@scb.co.th ปุญญภพ ตันติปฎก punyapob.tantipidok@scb.co.th ภัทรพล ยุทธศักดิ์นุกูล pattharapon.yuttharsaknukul@scb.co.th Export Cluster โชติกา ชุมมี chotika.chummee@scb.co.th ดร.เกียรติศักดิ์ คําสี kaittisak.kumse@scb.co.th จิรภา บุญพาสุข jirapa.boonpasuk@scb.co.th Energy Cluster ดร.ศิวาลัย ขันธะชวนะ sivalai.khantachavana@scb.co.th ณัฐนันท อภินันทวัฒนกูล nattanan.apinunwattanakul@scb.co.th พุธิตา แยมจินดา puthita.yamchinda@scb.co.th อภิญญา อักษรกิจ apinya.aksornkij@scb.co.th Digital And New Business Model พิมใจ ฮุนตระกูล pimjai.hoontrakul@scb.co.th Knowledge Management And Networking ภาณุมาศ เหลืองอราม phanumard.lueangaram@scb.co.th ไกรฤกษ วัลลภศิริ krilerk.vallopsiri@scb.co.th ปยนุช ผิวเหลือง piyanuch.phiolueang@scb.co.th ภูมิศักดิ์ คําประเสริฐ poomisak.kumprasert@scb.co.th วนิชชา นาฑีสุวรรณ wanitcha.nateesuwan@scb.co.th วรวรรณ วรรณประพันธ worawan.wannaprapan@scb.co.th ดร.ปุณยวัจน ศรีสิงห poonyawat.sreesing@scb.co.th อสมา เหลี่ยมมุกดา asama.liammukda@scb.co.th นงนภัส โกฏิวิเชียร nongnapat.gotiwichien@scb.co.th กีรติญา ครองแกว keeratiya.krongkaew@scb.co.th กีรติญา ครองแกว keeratiya.krongkaew@scb.co.th จิรภา บุญพาสุข jirapa.boonpasuk@scb.co.th 146
  • 147.
    INSIGHTFUL ECONOMIC ANDBUSINESS INTELLIGENCE FOR EFFECTIVE DECISION MAKING Find us at : @scbeic  WEBSITE www.scbeic.com  LINE OFFICIAL ACCOUNT up-to-date with email notification E-mail: eic@scb.co.th  CONTACT US SCBEIC ECONOMIC INTELLIGENCE CENTER