Outlook
มุมมองเศรษฐกิจปี 2022-2023
ณ ไตรมาส 4 ปี 2022
Q4/2022
เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และเปราะบาง
บนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น รายได้ครัวเรือนบางกลุ่ม
โตไม่ทันรายจ่ายและธุรกิจยังฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน
วิธีใช้งาน Interactive PDF
กลับสู่หน้าสารบัญ ไปยังเนื้อหาที่ต้องการ
1
หน้า
แนวโน้มเศรษฐกิจ
ไตรมาส 4 ปี 2022
Q
ไปยัง Outlook เล่มอื่น ๆ เข้าสู่เว็บไซต์ EIC
หน้า หน้า หน้า
หน้า
หน้า
หน้า
4
สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจ
ปี 2022 และ 2023 17 51
แนวโน้มเศรษฐกิจโลก
ปี 2022-2023
เศรษฐกิจไทย
ปี 2022 และ 2023
30
เศรษฐกิจสหรัฐฯ
37
เศรษฐกิจยุโรป
44
เศรษฐกิจญี่ปุ่น
47
เศรษฐกิจจีน
52
แนวโน้มเศรษฐกิจไทย
ปี 2022 และ 2023
เรื่องในเล่ม
Q
แนวโน้มตลาดการเงิน
ปี 2022-2023 93
Outlook
สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2022 และ 2023
• เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2022 และจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ภายใต้ความไม่แน่นอนที่ปรับสูงขึ้น จากแรง
กดดันเงินเฟ้อที่ลดลงช้า นโยบายการเงินตึงตัวมากทั่วโลกพร้อมกัน และผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้บางประเทศหลัก
จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
• EIC ปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2022 เป็น 3.2% โดยการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นแรง
ขับเคลื่อนหลัก และในปี 2023 EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจเป็น 3.4% จากการส่งออกสินค้าและการลงทุนที่จะชะลอลง
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และเปราะบาง บนความไม่แน่นอน
ที่สูงขึ้น รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มโตไม่ทันรายจ่ายและธุรกิจยังฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน ภายใต้ทิศทางนโยบายการเงินไทยที่จะตึงตัวขึ้น
นโยบายการคลังไทยหลัง COVID-19 ยังมีพื้นที่การคลังพอรองรับความไม่แน่นอนที่อาจสูงขึ้นได้ และเน้นความยั่งยืนทางการคลัง
มากขึ้น
• ภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการฟื้นตัวได้ดีจากจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการ
การเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก โดย EIC ประเมินว่าจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยจะอยู่ที่ราว 10.3 ล้านคนในปีนี้
และเพิ่มเป็น 28.3 ล้านคนในปี 2023 จากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในระดับสูง และจีนยังมีแนวโน้มทยอย
ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางต่อเนื่อง อีกทั้ง การท่องเที่ยวในประเทศที่เติบโตได้ดีกลับไปใกล้ระดับก่อนเกิด COVID-19
ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง
• EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2022 จะเร่งตัว 6.1% และจะทยอยปรับลดลงช้า ๆ อยู่ที่ 3.2% ในปี 2023 สูงกว่ากรอบ
เป้าหมายเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี จากราคาพลังงานในประเทศและอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการส่งผ่าน
ต้นทุนของผู้ผลิตไปยังราคาสินค้าผู้บริโภคที่จะมีมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงจาก 2.5% ในปี 2022
เพิ่มเป็น 2.7% ในปี 2023
• ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ได้แก่ (1) เศรษฐกิจโลกชะลอตัวกดดันการส่งออกและลงทุน (2) นโยบาย Zero-Covid ของจีน
(3) เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง หนี้สูงกดดันการฟื้นตัวไม่ทั่วถึงของครัวเรือนและธุรกิจบางกลุ่มที่เปราะบาง (4) ความไม่แน่นอน
ทางการเมืองกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน
สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2023
• เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึงในกลุ่มครัวเรือนและธุรกิจที่ยังเปราะบาง โดยการท่องเที่ยวและการบริโภคจะเป็นฟันเฟือง
หลักช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ขณะที่แรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนจะชะลอลงมากจากแนวโน้มเศรษฐกิจ
โลกที่ชะลอลง อีกทั้ง ค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจจะยังสูงอยู่ ทาให้รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มโตไม่ทันรายจ่าย และธุรกิจ
ฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน เห็นได้จากจานวนครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นในช่วง COVID-19 อยู่ที่ 2.1 ล้านครัวเรือนหรือเพิ่มขึ้น 24%
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาคธุรกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่างกัน กลุ่มที่ตอบโจทย์การฟื้นตัวการบริโภคหรือสอดรับกับเทรนด์โลก
จะฟื้นตัวเร็ว แต่บางกลุ่มธุรกิจจะยังมีความเสี่ยงและฟื้นตัวช้าจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือได้รับผลกระทบจากเมกะเทรนด์
• เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ทั้งความไม่แน่นอนภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทย
อาจเติบโตไม่สดใสนักในปี 2023 แม้ในกรณีฐาน EIC ประเมินว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเข้าสู่ภาวะถดถอยจะมีไม่มาก
โดยจะทยอยกลับสู่ระดับศักยภาพได้ ณ สิ้นปี 2024 ทั้งนี้ EIC มองว่า กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ครั้งละ 25 BPS สู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปีนี้ และปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 3 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้าสู่ระดับ 2% เพื่อให้นโยบาย
การเงินกลับสู่ระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยระยะยาว สาหรับเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า
ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า สาเหตุหลักจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะอ่อนค่าลงตามทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่ช้าลง
รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่ปรับดีขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และเงินทุนไหลเข้า
ตลาดการเงินไทย
• ภาคการคลังของไทยยังคงมีเสถียรภาพในระยะปานกลาง แต่จาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพื่อความยั่งยืนระยะยาว แม้สัดส่วน
หนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยปรับสูงขึ้นมากในช่วงวิกฤต COVID-19 แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบต่างประเทศ ภาครัฐ
สามารถกู้เงินได้กว่าอีก 1 ล้านล้านบาทหากจาเป็นต้องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หนี้สาธารณะไทยมีความเสี่ยง
อัตราแลกเปลี่ยนและ Rollover risk ต่า เนื่องจากส่วนใหญ่พึ่งพาแหล่งเงินทุนในประเทศและเป็นหนี้ระยะยาว อย่างไรก็ดี
ภาคการคลังของไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างจากรายได้ไม่เพียงพอรายจ่ายมานาน อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงภาระทางการคลังจาก
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาพลังงานโลกสูง การแพร่ระบาดระลอกใหม่ นโยบายประชานิยมจากการเลือกตั้งใหม่ การเข้าสู่
สังคมผู้สูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาครัฐจึงจาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพิ่มความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
6
EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2022 เป็น 3.2% จากโมเมนตัมการท่องเที่ยวและภาคบริการ รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวดีต่อเนื่อง และปรับลดการขยายตัวเศษฐกิจไทยปี 2023 ลงเป็น
3.4% จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง
Key forecasts ( ) คาดการณ์ครั้งก่อน ไม่เปลี่ยนแปลง ปรับขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อน ปรับลงจากคาดการณ์ครั้งก่อน
6
GDP
(%YOY)
2022F 2023F
3.2 3.4
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 และปี 2023 มีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ
ค่อยเป็นค่อยไปแต่ไม่ทั่วถึง โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการรวมถึงการ
บริโภคภาคเอกชนจะยังเป็นฟันเฟืองสาคัญต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในขณะที่
แรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนจะชะลอลงมาก อีกทั้ง ค่าครองชีพและ
ต้นทุนภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับสูงทาให้รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มโตไม่ทัน
รายจ่ายและธุรกิจฟื้นตัวไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้
แรงส่งจากการใช้จ่ายภาครัฐจะมีน้อยลงจากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจากัดมากขึ้น
แต่ยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้กว่า 1 ล้านล้านบาท หากจาเป็นต้องรับมือความไม่
แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยภาคการคลังไทยยังคงมีความยั่งยืนในระยะ
ปานกลาง แต่จาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพิ่มความยั่งยืนในระยะยาว
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (ณ สิ้นปี)
1.25 2.00
(1.25)
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก
0.25% ในเดือน พ.ย. นี้ สู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปี 2022 และคาดว่า
ในปี 2023 จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 3 ครั้ง
(ครั้งละ 0.25%) ในช่วงครึ่งแรกของปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ณ สิ้นปี 2023 จะอยู่ที่ระดับ 2%
อัตราแลกเปลี่ยน (ณ สิ้นปี)
(THB/USD)
36-37 34.5-35.5
เงินบาทมีแนวโน้มอยู่ในกรอบ 36-37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปีนี้ และจะ
แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องสู่ 34.5-35.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2023 ตามการฟื้น
ตัวของเศรษฐกิจไทย การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าตลาด
การเงินไทย และเงินเฟ้อไทยที่จะปรับลดลงเร็วกว่าของสหรัฐฯ
2022F 2023F 2022F 2023F
(%)
(3.0) (2.00) (35-36)
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย,
กระทรวงพาณิชย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg
เศรษฐกิจไทย ปี 2023
(3.7) (33.5-34.5)
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
7
เศรษฐกิจไทย ปี 2022-2023
7
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย,
กระทรวงพาณิชย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg
ปัจจัยบวก
ปัจจัยลบ
ปัจจัยเสี่ยง
• การท่องเที่ยวและภาคบริการจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย
• การบริโภคภาคเอกชนได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวและตลาดแรงงานที่ฟื้นตัว
• ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีอยู่
มาก เช่น รัสเซีย-ยูเครน หรือข้อพิพาท
กรณีจีน-ไต้หวัน การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ
ระหว่างจีนและสหรัฐฯ
• นโยบาย Zero-Covid ของจีนที่ไม่
แน่นอน อาจกระทบนักท่องเที่ยวจีนและ
การส่งออกของไทย
• ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผล
ต่อความเชื่อมั่นภาคการผลิตและลงทุน
• การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
การส่งออก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนของไทย
• ภาวะเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง และหนี้สูงอาจกดดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะ
กลุ่มครัวเรือนและธุรกิจที่เปราะบาง
• เม็ดเงินสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐมีแนวโน้มลดลงจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท
ที่ใกล้หมดลง
สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2023
• เศรษฐกิจโลกชะลอตัวชัดเจนในปีนี้ และจะชะลอลงมากในปีหน้าภายใต้ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ทั้งจากเงินเฟ้อที่ลดลงช้า
วิกฤตพลังงานยืดเยื้อ และนโยบายการเงินเข้มงวดทั่วโลก บางประเทศหลักเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้ เช่น
สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ขณะที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า EIC จึงปรับลดประมาณการ
เศรษฐกิจโลกปี 2022 ลงจาก 3.0% มาอยู่ที่ 2.9% และปีหน้าลดจาก 2.7% มาอยู่ที่ 1.8% โดยในกรณีฐาน EIC ประเมินว่า
เศรษฐกิจโลกจะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย หลายประเทศยังเติบโตได้ เช่น เศรษฐกิจจีนจะฟื้นดีขึ้นตามการผ่อนคลายนโยบาย
Zero-Covid อย่างไรก็ดี หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจทาให้เกิดกรณีเศรษฐกิจโลกถดถอย เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
รุนแรง หรือเงินเฟ้อกลับมาเร่งสูงจนทาให้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
• อัตราเงินเฟ้อโลกจะยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง แม้เงินเฟ้อบางประเทศผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดย EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของ
ประเทศหลักจะยังสูงกว่าเป้าหมายธนาคารกลางอีก 1-2 ปี เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มฝังลึก รวมถึงอุปสงค์บริการที่จะ
เพิ่มขึ้น หลังอุปสงค์สินค้าคงทนทยอยปรับลดลงกลับสู่ภาวะปกติ ธนาคารกลางจึงจะยังคงทิศทางนโยบายการเงินตึงตัวในปีหน้า
โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลง แต่จะยังคงดอกเบี้ยสูงอีกระยะ จนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับมาอยู่ในเป้า สาหรับนโยบายการคลัง
ทั่วโลกจะมีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง และเน้นความยั่งยืนการคลังมากขึ้นหลังจากหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากในช่วงวิกฤต
COVID-19 นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและนโยบายการเงินทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวนสูงขึ้น สภาพ
คล่องในตลาดการเงินและภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้นมาก นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) มากขึ้นตั้งแต่ต้นปี ทาให้ราคา
สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกลดลงมาก ซึ่งจะกระทบความมั่งคั่งและการบริโภคในระยะข้างหน้า
• ความกังวลเกี่ยวกับการเกิดวิกฤตหนี้ในเศรษฐกิจเกิดใหม่เพิ่มมากขึ้น จากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงท่ามกลางภาวะการเงิน
โลกที่ตึงตัวขึ้นเร็ว ส่งผลให้บางประเทศมีการผิดชาระหนี้หรือมีความเสี่ยงที่จะผิดชาระหนี้สูงขึ้น สร้างความกังวลว่าการผิดชาระ
หนี้อาจลุกลามนาไปสู่ความผันผวนในตลาดเงินทั่วโลกได้ อย่างไรก็ดี ในกรณีฐาน EIC ประเมินว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัด
ชาระหนี้ลุกลามไปทั่วโลกยังมีจากัด เนื่องจากเสถียรภาพทางการเงินและการคลังของรัฐบาลและเอกชนของเศรษฐกิจเกิดใหม่ยัง
อยู่ในภาวะเข้มแข็ง ทั้งนี้ความเสี่ยงจะมีมากขึ้นในระยะปานกลาง หากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลงต่อเนื่องและภาวะการเงิน
ตึงตัวมากเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงินและการคลังของ EMs ปรับแย่ลงอีก
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
9
เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ภายใต้ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น โดยเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอีกอย่างน้อย 1-2 ปี
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2023
9 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
อัตราเงินเฟ้อ
• เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ผลจากแรงกดดันเงิน
เฟ้อที่ลดลงช้านโยบายการเงินตึงตัวเร็วและนานในหลาย
ประเทศ วิกฤตพลังงานทวีความรุนแรงและปัญหาอุปทานคอ
ขวดที่ฟื้นตัวช้า
• บางประเทศหลักจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายปีนี้หรือปี
หน้า เช่น สหราชอาณาจักร ยูโรโซน และสหรัฐฯ
• EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมจะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยใน
ปีหน้า แต่ความเสี่ยงมีมากขึ้นจากความไม่แน่นอนที่มีอยู่สูง
หดตัว ขยายตัว ลดลง เพิ่มขึ้น ตึงตัว ผ่อนคลาย
การเติบโตทางเศรษฐกิจ ทิศทางนโยบายการเงิน
• เงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในปีหน้า โดย
เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักแม้เริ่มชะลอลง แต่จะ
ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอีก 1-2 ปี
จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ขยายวงกว้างมากขึ้น
• นโยบายการเงินโลกที่ผ่านมาตึงตัวต่อเนื่องเพื่อดูแลให้เงิน
เฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย แต่ระยะต่อไปคาดว่าจะตึงตัว
ลดลง ด้านนโยบายการคลังจะลดแรงกระตุ้นในระยะต่อไป
จากหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19 และรัฐจะ
มุ่งเน้นให้เกิดความยั่งยืนทางการคลังมากขึ้น
• Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ในเดือน ธ.ค. นี้ และจะ
ขึ้นอีก 0.25% ในเดือน ก.พ. และ มี.ค. 2023 ส่งผลให้
Terminal rate จะอยู่ที่ 4.75-5%
• ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% 2 ครั้ง ในเดือน ธ.ค.
2022 และ ก.พ. 2023 และปรับขึ้นอีก 0.25% ในเดือน มี.ค.
ส่งผลให้ Terminal rate อยู่ที่ 2.75% และมีแนวโน้มทา QT
เร็วสุดใน Q2/23
• PBoC จะคงนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายในปี 2023
เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาฯ ที่ยังซบเซา
• BOJ อาจจะเริ่มลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้า
ทั้งนี้จะยังไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยอีก 2-3 ปี
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
10 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
การเติบโตของเศรษฐกิจปี 2021 2022 และ 2023
หน่วย : %YOY
• เงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง
• การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว
• การขยายตัวของตลาดแรงงานที่แม้จะชะลอลง แต่ยังอยู่ใน
ภาวะตึงตัวเมื่อเทียบกับ Pre-covid
• การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ มีแนวโน้ม
ขยายตัวได้ต่อ
• ภาวะการเงินอาจตึงตัวต่อเนื่อง
• ความไม่แน่นอนของวิกฤตพลังงานและอาหารมีอยู่สูง
• ปัญหาหนี้สูงทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชาระหนี้
โดยเฉพาะใน EMs และผลกระทบต่อระบบการเงินโลก
• US-China Tech War กระทบแผนการผลิตและลงทุนบาง
อุตสาหกรรมในโลก
5.5 5.0
1.9
7.8
1.9
3.3
1.5
3.0
1.0
-0.1
1.4
4.3
สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น จีน
2021 2022F 2023F
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
11 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
แผนที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกปี 2022
การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์
หมวดความเสี่ยงของ
เศรษฐกิจโลกปี 2022
เศรษฐกิจ การเงิน
สงคราม การทหาร
สังคม
นโยบายการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่องและ
นานกว่าที่คาด เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก
เข้าสู่ภาวะถดถอย
1
ปัญหาหนี้สูงทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยง
ผิดนัดชาระหนี้ โดยเฉพาะใน LICs
และ Frontiers EMs และผลกระทบ
ต่อระบบการเงินโลก
เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย
อีก 1 – 2 ปี จากราคาอาหารและพลังงาน
ที่ยังอยู่ในระดับสูง
วิกฤตพลังงานในยูโรโซนอาจทวีความรุนแรงขึ้น
ความเปราะบางต่อระบบสาธารณสุขโลกหลังวิกฤติ COVID-19
1 2 3
หมายเหตุ
คือ ความเสี่ยงสาคัญของเศรษฐกิจโลก
ที่มีโอกาสเกิดมากและผลกระทบสูง
3 อันดับในปี 2022
2
เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลง
กว่าเทรนด์ในอดีตมาก
3
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะยังตึงเครียดจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและตลาดทุน
และอาจมีแนวโน้มขยายขอบเขตสู่ความมั่นคงของชาติ
การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางในหลายประเทศ
อาจส่งผลต่อเสถียรภาพการเงินโลก
ข้อพิพาทระหว่างจีน - อินเดีย
สงครามรัสเซียบุก
ยูเครน
สงคราม
ไต้หวัน-จีน-สหรัฐฯ
วิกฤตการขาดแคลนอาหารรุนแรงขึ้น
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยแล้ง
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
12
ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2023
17-18
Jan BOJ meeting with
Outlook Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
2
Feb ECB meeting with
Macroeconomic
projections
BOE meeting with
Monetary Policy
Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน
Mar BIS Quarterly
Review
การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและ
ตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements
16
Mar ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
21-22
FOMC meeting
with Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐฯ (Fed)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
Mar
ประเด็นที่ต้องจับตา
ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
13
3
ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2023
23
Mar The 14th National
People's Congress of
the People's Republic
of China
การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีน ซึ่งจะมีความสาคัญ
ต่อการกาหนดทิศทางนโยบายของจีน
27-18
Apr BOJ meeting with
Outlook Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
4
May ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
11
May BOE meeting with
Monetary Policy
Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน
BIS Quarterly
Review
การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก
โดย Bank of International Settlements
Jun
ประเด็นที่ต้องจับตา
ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
14
ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2023
13-14
Jun
FOMC meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐฯ (Fed)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
27
27-28
Jul ECB meeting with
Macroeconomic
projections
BOJ meeting with
Outlook Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
3
Aug BOE meeting with
Monetary Policy
Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน
Sep BIS Quarterly
Review
การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก
โดย Bank of International Settlements
ประเด็นที่ต้องจับตา
ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
15
5
ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2023
14
Sep
ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
ประเด็นที่ต้องจับตา
ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
26
Oct ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
30-31
Oct BOJ meeting with
Outlook Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
2
Nov BOE meeting with
Monetary Policy
Report
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน
BIS Quarterly
Review
การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก
โดย Bank of International Settlements
Dec
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
16
6 ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2022
ประเด็นที่ต้องจับตา
14
Dec ECB meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการ
คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน
Financial vulnerability
in LICs and EMs
ประเด็นสาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2022
Higher
recession risk
Tight monetary policy
to remain until
inflation quelled
Further intensification
of European energy
crisis
US-China Tech War
12-13
Dec FOMC meeting with
Macroeconomic
projections
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐฯ (Fed)
พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
แนวโน้มเศรษฐกิจโลก
ปี 2022-2023
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
18
เศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น
เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอย่างน้อยจนถึงปี 2023
เศรษฐกิจสหรัฐฯ
มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง เงินเฟ้อพื้นฐาน
ปรับลดลงช้า โดยเฉพาะหมวดบริการ
EIC คาดว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจ
ถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 เศรษฐกิจยูโรโซน
มีแนวโน้มถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้จากวิกฤตพลังงาน
และเงินเฟ้อสูง
ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง
เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มปรับลดลงช้า
กว่าที่คาดไว้
เศรษฐกิจจีน
ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปในปี 2023 จากการผ่อนคลาย
มาตรการ Zero-Covid และแรงกระตุ้นทาง
การเงินการคลัง โดยจะได้รับผลกระทบจากการ
ส่งออกชะลอตัว ปัญหาภาคอสังหาฯ และ
บทบาทนโยบายการคลังที่มีข้อจากัดมากขึ้น
เศรษฐกิจญี่ปุ่น
แนวโน้มชะลอลงเล็กน้อยในปีหน้าตามอุปสงค์
โลก แต่มีแรงสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยว
และการลงทุนใหม่ของภาคธุรกิจ
BOJ มีแนวโน้มลดการผ่อนคลายนโยบาย
การเงินในปีหน้า
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
19
คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดย EIC
หน่วย : %YOY
EIC คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ภายใต้ความไม่แน่นอนที่ปรับสูงขึ้น จากนโยบายการเงิน
ตึงตัวมากทั่วโลกจนกระทบเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ลดลงช้า ส่งผลให้บางประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Bloomberg
GDP growth (%YOY) 2021
2022
2023
Prev Current
World 5.8% 3.0% 2.9% 1.8%
US 5.5% 1.7% 1.9% 1.0%
Euro 5.0% 2.6% 3.3% -0.1%
UK 7.5% 4.6% 4.4% -1.0%
Japan 1.9% 1.4% 1.5% 1.4%
China 7.8% 3.0% 3.0% 4.3%
India 8.8% 7.3% 7.1% 5.6%
Brazil 4.7% 1.3% 1.9% 1.0%
South Korea 4.0% 2.5% 2.5% 2.0%
Malaysia 3.0% 6.5% 8.7% 4.0%
Global Inflation 3.7% 7.5% 7.0% 4.7%
ความน่าจะเป็นในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยใน 12 เดือนข้างหน้า
หน่วย : %, ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ย. 2022
ปัจจัยเสี่ยงกดดันการฟื้นตัว
ของเศรษฐกิจโลก
เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายอีก 1–2 ปี
จากราคาอาหารและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
นโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่อง แม้อัตราดอกเบี้ย
จะปรับขึ้นช้าลง แต่ Terminal rate จะสูงกว่าที่คาดไว้
หนี้สูงทั่วโลกท่ามกลางภาวะการเงินตึงตัวมาก
เพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชาระหนี้ และผลกระทบต่อ
ระบบการเงินโลก
สงครามรัสเซียยูเครนยังไม่คลี่คลาย
ส่งผลให้วิกฤตพลังงานและวิกฤตอาหารยืดเยื้อ
US-China Tech war กระทบแผนการผลิตและ
ลงทุนบางอุตสาหกรรมในโลก
US, 62.5
EU, 80
UK, 90
China,
17.5
0
10
20
30
40
50
60
70
80
90
100
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
US EU
UK China
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
20
เศรษฐกิจโลกในปี 2023 มีแนวโน้มเติบโตต่ากว่า 2% ซึ่งเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยช่วง Recessions ก่อนหน้ามากขึ้น
หากมีสถานการณ์ไม่คาดคิดและรุนแรงกระทบเพิ่มเติม อาจนาไปสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยได้
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ World Bank, Moody’s article : A Global Recession: Key Indicators and Implications
โอกาสเกิด Shocks และขนาดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จัดทาโดย Moody’s
World GDP Growth
หน่วย : %YOY
2.9
1.8
-6
-4
-2
0
2
4
6
8
1964 1974 1984 1994 2004 2014
Past Recessions: Global GDP growth (avg) < 1.5%
1980s
Volcker shock:
Fed extreme
hawkish
2008 Global
financial crisis
COVID-19
1970s Oil
shock
1990s
Financial
crisis
Sudden increase
in infaltion
Manufacturing
recession
Stock market correction
Leveraged loan
meltdown
Shadow Banking
disruption
Negative US
interest rate
fed policy errors
Liquidity crisis
Escalation in trade war
Consumer
credit cycle
Inventory
correction
Labor market
overheats
Decline in
Commercial
Real Estate
Subprime autp
lending
0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
0 2 4 6 8 10
Likelihood
of
shocks
Economic severity of shocks
High
Low
High possibility &
High impact
ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ในปี 2022-2023 มีสูง
ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ในปี 2022-2023 มีต่ากว่า
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
21
กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกส่งสัญญาณชะลอตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ภาคการผลิตจะแย่ลงในระยะข้างหน้า
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับลดลงต่อเนื่อง รวมถึงอุปสงค์การจ้างงานเริ่มชะลอลง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, UK Office for National Statistics และ Japan Cabinet Office
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของหลายประเทศปรับลงใกล้ระดับที่เคยเกิดวิกฤตรอบก่อน
หน่วย : ดัชนี, Normalized (Normal = 100), ปรับฤดูกาล
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Composite Purchasing Manufacturing Index)
หน่วย : ดัชนี, >50 = ขยายตัว, ปรับฤดูกาล
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment Index) มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
หน่วย : ดัชนี, Normalized (Normal = 100), ปรับฤดูกาล
ตาแหน่งงานว่าง (Job vacancy) ชะลอตัวจากอุปสงค์การจ้างงานที่เริ่มโน้มลง
หน่วย : ดัชนี, 2019 Average = 100, ปรับฤดูกาล
35
40
45
50
55
60
Global US EA UK China Japan
Dec-21 Jan Feb Mar Apr May
Jun Jul Aug Sep Oct
< 50 = คาดว่ากิจกรรมการผลิตจะลดลง
25
75
125
2006 2008 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022
UK US JP EU CN
Sub-prime crisis
COVID-19
crisis
Current
recession
fears
35
60
85
110
135
160
2019 2020 2021 2022
US Japan
Germany France
UK S. Korea
20
40
60
50
100
150
2019 2020 2021 2022
EU 27 UK
US (แกนขวา) Japan (แกนขวา)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
22
แม้เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเริ่มชะลอลง แต่จะยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอีก 1-2 ปี
จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ขยายวงกว้าง รวมถึงอุปสงค์บริการที่จะเพิ่มขึ้น หลังอุปสงค์สินค้าคงทนปรับลดลงกลับสู่ภาวะปกติ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ OECD, CEIC และ IMF WEO October 2022
อัตราเงินเฟ้อสินค้าคงทนและสินค้าประเภทบริการ
หน่วย : %การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิด COVID-19
อัตราเงินเฟ้อ แบ่งตามแหล่งที่มา
หน่วย : %การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิด COVID-19
-1
1
3
5
7
9
Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22
Core CPI Energy CPI Food CPI Headline CPI
-1
1
3
5
7
9
Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22
0
3
6
9
12
Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22
-2
3
8
13
2019 2020 2021 2022
Goods: AEs Services: AEs
Goods: EMs Services: EMs
• สงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ
• ราคาน้ามันโลกยังอยู่ในระดับสูง
• ผลกระทบ Extreme weather
ต่อผลผลิตอาหารโลก
ปัจจัยที่ทาให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย
ของธนาคารกลางอย่างน้อยอีก 1-2 ปี
• นโยบาย Zero-Covid ของจีน
• ค่าจ้างสูงจากตลาดแรงงานตึงตัว
• ราคาสินค้าในภาคบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อุปสงค์มีแนวโน้มเปลี่ยนจากสินค้าคงทนเป็นการใช้บริการมากขึ้น
หลัง Pent-up demand กลับเป็นปกติ
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
23
ด้วยเหตุนี้ นโยบายการเงินโลกจึงมีทิศทางตึงตัวต่อเนื่องนาน เพื่อดูแลให้เงินเฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย ทิศทางนโยบาย
การคลังจะลดแรงกระตุ้นในระยะต่อไป และเน้นความยั่งยืนทางการคลังมากขึ้นหลังจากหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19
หมายเหตุ : *Fiscal impulse = การเปลี่ยนแปลงของดุลการคลังในปี 2023 เทียบจาก 2022 (ค่าลบ หมายถึง ดุลการคลังในปี 2023 ขาดดุลน้อยลงจากปี 2022)
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ IMF WEO October 2022 และ CEIC
Fiscal impulse อัตราเงินเฟ้อ และหนี้ภาครัฐของกลุ่มประเทศ G20
หน่วย : % of country GDP, ขนาดของ bubble = ขนาดเงินเฟ้อ (ก.ย. 2022)
จานวนการขึ้นและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
หน่วย : ครั้ง
-15
-10
-5
0
5
10
2007
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
Tightening AEs Easing AEs
Tightening EMs Easing EMs
KOR
JPN
ITA
ESP
DEU
FRA
AUS
CAN
USA
GBR
CHN
ZAF
BRA
IND
MEX
IDN
-5
0
5
10
15
20
25
30
-4 -3 -2 -1 0 1 2
Change
in
public
debt
2019
–
2022
Fiscal Impulse* in 2023
ประเทศ AEs และ EMs มีแนวโน้มลด
การขาดดุลการคลังลงหลังวิกฤต COVID-19
เพื่อสร้างความยั่งยืนหนี้สาธารณะ
ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ
ด้านอุปสงค์อีกทางหนึ่ง
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
24
นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ นโยบายเศรษฐกิจ
และภูมิรัฐศาสตร์โลก
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ World Uncertainty Index (Ahir et al. 2018) และ Economic Policy Uncertainty Index (Baker et al. 2012)
Global economic policy uncertainty index
หน่วย : ดัชนี
World uncertainty index
หน่วย : ดัชนี, GDP weighted average, 1Q1993 – 3Q2022
0
10,000
20,000
30,000
40,000
50,000
60,000
1990 1994 1998 2002 2006 2010 2014 2018 2022
Gulf War
US Recession
and 9/11
Iraq war and
SARS outbreak
Sub-prime
US fiscal cliff and sovereign
debt crisis in EU
Brexit
US-China trade
tension and Brexit
COVID-19
War in
Ukraine
0
200
400
2019 2020 2021 2022
US
0
500
1,000
1,500
2019 2020 2021 2022
China (RHS)
0
200
400
2019 2020 2021 2022
UK
0
200
400
2019 2020 2021 2022
EU Political change &
Fiscal policy U-turn
Zero-Covid
policy
Energy crisis &
sovereign debt
vulnerability
Most hawkish Fed
in decades
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
25
ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและนโยบายการเงินทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวนสูงขึ้น สภาพคล่องในตลาดการเงิน
และภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้นมาก นักลงทุน Risk off ทาให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับลดลงมากในปีนี้
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลดลงมากในปีนี้
หน่วย : %Change YTD
ความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโลกและตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
หน่วย : ดัชนี
สภาพคล่องในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น
หน่วย : ดัชนี
0
50
100
150
200
0
5
10
15
Jan-20
Apr-20
Jul-20
Oct-20
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
Apr-22
Jul-22
Oct-22
Global FX Volatility Bond market volatility (แกนขวา)
High volatility
-64
-28 -24 -23
-18 -17
-11 -8
-2
-80
-60
-40
-20
0
Bitcoin NASDAQ MSCI EM Hang
seng
MSCI
World
S&P500 EU Dow
Jones
SET Index
0
1
2
3
-7
-5
-3
-1
1
3
Jan-20
Apr-20
Jul-20
Oct-20
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
Apr-22
Jul-22
Oct-22
Global US EU US Treasury market liquidity index (แกนขวา)
Financial condition tightened, less liquidity
• ความไม่แน่นอนของนโยบายและเศรษฐกิจโลก (Global uncertainty) ปรับสูงขึ้น ส่งผล
ให้ความเชื่อมั่น (Risk appetite) ของนักลงทุนปรับลดลง ความผันผวนในตลาดการเงินสูงขึ้น
ทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
• ภาวะการเงินโลกปรับตึงตัวขึ้น จากสภาพคล่องในตลาดการเงินที่ปรับลดลง ราคาสินทรัพย์
(ทั้งในตลาดพันธบัตร ตลาดหลักทรัพย์ และตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอื่น) ปรับลดลงมาก
และความผันผวนในตลาดเงินที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
26
5
10
15
20
25
30
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
หนี้สาธารณะเร่งสูงในช่วงวิกฤต COVID-19 เทียบแนวโน้มในอดีต (10-Years trendlines)
หน่วย : ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หนี้สาธารณะทั่วโลกและสัดส่วนของบริษัทซอมบี้มีแนวโน้มสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะการเงินตึงตัวเร็ว เพิ่มความเสี่ยง
วิกฤตหนี้ EMs และปัญหาเสถียรภาพระบบการเงินในบางประเทศ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Federal Reserve Bank of St. Louis
สัดส่วนของบริษัทซอมบี้ในสหรัฐฯ โดย Fed
หน่วย : % ของบริษัททั้งหมด
5
15
25
35
45
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
15
20
25
30
35
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
10
15
20
25
30
35
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
China UK
US
8
10
12
14
16
18
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
EU 27
6
8
10
12
14
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
5
7
9
11
13
15
17
19
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
Japan
5
10
15
20
25
30
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
Thailand Philippines
India
• ท่ามกลางภาวะการเงินตึงตัว หนี้สาธารณะทั่วโลกเพิ่มขึ้นอยู่ใน
ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มความเสี่ยงวิกฤตหนี้
• สัดส่วนบริษัทที่มีความสามารถทากาไรต่าและมีหนี้สูง (Zombie
firm)* เพิ่มขึ้นจากรายได้โตช้ากว่าภาระหนี้
อาจนาไปสู่ปัญหาขาดสภาพคล่องและผิดนัดชาระหนี้
ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพระบบการเงินบางประเทศได้
9
0
2
4
6
8
10
12
2015 2016 2017 2018 2019 2020
บริษัทจดทะเบียน บริษัทจากัด
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
27
ในระยะสั้น ความเสี่ยงเกิดวิกฤตหนี้ลุกลามใน EMs ยังไม่มาก เนื่องจากเสถียรภาพต่างประเทศและฐานะการคลัง
ยังเข้มแข็ง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC
ฐานะการคลัง (Fiscal position) ของรัฐบาลกลุ่มประเทศ EMs
หน่วย : % ของ GDP แต่ละประเทศ
ทุนสารองระหว่างประเทศส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าเกณฑ์สากล บางประเทศที่
ทุนสารองฯ ต่าจะมีความเสี่ยง Default หนี้ต่างประเทศสูงกว่า
หน่วย : Months of import
0
3
6
9
12
15
18
BZ CN IND TH PHP AGT PK Sri Lanka
01/2022 02/2022 03/2022
04/2022 05/2022 06/2022
07/2022 08/2022 AVG 01/97 - 06/98
High risk
หนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อทุนสารองระหว่างประเทศปรับลดลงต่อเนื่อง
หน่วย : % ของเงินทุนสารองระหว่างประเทศ
เกณฑ์สากล = 3 เดือน
Argentina
Indonesia
Cambodia
Bangladesh Lao P.D.R.
The Bahamas
Brazil
Egypt
Colombia Cabo Verde
Bolivia
Ghana
Bhutan
Algeria
Fiji
Sri Lanka
Thailand
Turkey
Pakistan
Kenya
Bahrain
Tunisia
China
-14
-12
-10
-8
-6
-4
-2
0
0 25 50 75 100 125 150 175
Government
fiscal
deficit
General Government (Gross) Debt
0
500
Philippines
Mexico
Egypt
Argentina
Brazil
Thailand
Indonesia
Colombia
India
China
Turkey
Sri
Lanka
Pakistan
1980s 1990s 2020
High risk
ความเสี่ยงผิดชาระหนี้ของภาครัฐจากฐานะการคลัง (Fiscal position) ที่อ่อนแอกระจุกตัว
ใน EMs ขนาดเล็ก ซึ่งมีสัดส่วนหนี้เทียบกับขนาดระบบการเงินของโลกไม่มาก เช่น ฟิจิ
ภูฏาน กานา ตูนีเซีย อียิปต์ จึงคาดว่าผลกระทบต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจโลกจะมีจากัด
ฐานะการคลังแย่กว่า
(หนี้รัฐบาลสูงและขาดดุลการคลังสูง)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
28
ความเสี่ยงในการผิดนัดชาระหนี้ของภาคเอกชนของ EMs ยังมีจากัด จากฐานะทางการเงินของภาคธุรกิจที่เข้มแข็ง
และสภาพคล่องที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี
หมายเหตุ : Revolving Credit Facility (RCF) คือ สินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นที่ผู้กู้จะได้วงเงินมาจานวนหนึ่ง และจะต้องชาระดอกเบี้ยต่อเมื่อใช้วงเงินนี้
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, CEIC และ Moody’s
การถือครองเงินสดเฉลี่ยของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ Speculative grade และอัตราส่วนเงินสดต่อหนี้สินของบริษัท
อยู่สูงกว่าในช่วง Pre-pandemic
หน่วย : %ของหนี้ทั้งหมด
การครบกาหนดอายุหนี้ตามอันดับความน่าเชื่อถือในปี 2022
หน่วย : %ของหนี้ทั้งหมด (หนี้กับธพ. และตราสารหนี้)
0
20
40
60
80
100
Ba B Caa
2023 2024 2025 2026 Beyond 2026
หนี้ของบริษัทความน่าเชื่อถือระดับ Speculative ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี
ความเสี่ยงผิดชาระหนี้สูง มีความอ่อนไหวจากัดต่ออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
เนื่องจากหนี้ที่จะครบกาหนดในระยะสั้น 1-2 ปี มีเพียง 20% ของหนี้ทั้งหมด
15
20
25
200
300
400
500
2017 2018 2019 2020 2021 2022
มูลค่าการถือครองเงินสด Cash/Debt Ratio (แกนขวา)
สัดส่วนการใช้วงเงินสินเชื่อ (RCF withdrawal) ของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ Speculative grade
หน่วย : % committee credit facilities
0
50
100
2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022
undrawn RCF Drawn RCF
การใช้วงเงินสินเชื่อลดลงกลับสู่ระดับ
Pre-pandemic สะท้อนว่าสถานะการเงิน
ของบริษัทฯ แข็งแกร่งเพียงพอ และมีความ
จาเป็นน้อยลงที่จะต้องพึ่งพาสภาพคล่อง
จากธนาคาร
หน่วย : อัตราส่วน
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
29
ในระยะปานกลาง ความเสี่ยงวิกฤตหนี้ใน EMs จะปรับสูงขึ้น จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลงต่อเนื่อง
และภาวะการเงินตึงตัวมากเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของระบบการเงินในบางประเทศได้
สัดส่วนของธนาคารแบ่งตามอัตราส่วน CET1* IMF ประเมินว่า 1 ใน 3 ของสถาบันการเงิน
ใน EMs มีแนวโน้มเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องในระยะปานกลาง
หน่วย : %ของ Assets ทั้งหมดของแต่ละกลุ่ม
ตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค หนี้สาธารณะและการเติบโตของเศรษฐกิจ
มีแนวโน้มปรับแย่ลง ดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลมากกว่าช่วงก่อนวิกฤต
หน่วย : Percentile rank ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2023
0
25
50
75
100
C/A deficit
Fiscal deficit
Growth
Public debt to GDP
Inflation
2017-2019 avg
2020
2022
2023
(ขึ้น = ขาดดุลมากขึ้น)
(ขึ้น = เงินเฟ้อสูงขึ้น)
(ขึ้น = หนี้มากขึ้น) (ขึ้น = เศรษฐกิจขยายตัว)
(ขึ้น = ขาดดุลมากขึ้น) 5
29
0
25
50
75
100
2021 2024 2021 2024 2021 2024
>4.5% [4.5%, 7%) [7%, 9%) [9%, 11%) [11%, 13%) >13%
Global Advanced Economies Emerging Markets
ในระยะปานกลาง
• จานวนสถาบันการเงินทั่วโลกที่จะเผชิญความเสี่ยงสภาพคล่อง (CET1 ratio ไม่ถึงเกณฑ์
ขั้นต่า 4.5%) มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 5% ในปี 2024 เทียบกับ 0% ในปี 2021
• โดยในกลุ่มนี้ มีสัดส่วนของสถาบันการเงินใน EMs เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 3 ของ EMs ทั้งหมด
เทียบกับในปี 2021 ที่ไม่มีสถาบันการเงินใดต่ากว่าเกณฑ์
หมายเหตุ : *CET-1 คือ อัตราส่วนเงินทุนกับสินทรัพย์ (Capital/Asset ratio) สะท้อนสภาพคล่องของธนาคารและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ อัตราส่วน CET1 ที่ต่าแสดงถึงสภาพคล่องที่น้อย โดยเกณฑ์ขั้นต่าสากลอยู่ที่ 4.5%
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ IMF Global Financial Stability Report, Oct 2022
เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง เงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงช้า โดยเฉพาะหมวดบริการ
EIC คาดว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023
เศรษฐกิจสหรัฐฯ
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
31
85
90
95
100
105
110
-15
-5
5
15
25
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Business Confidence Small Business Optimism Index (แกนขวา)
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ชะลอตัวต่อเนื่อง การผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดคาสั่งซื้อใหม่หดตัว สะท้อน
การผลิตและอุปสงค์ที่เริ่มอ่อนแอลงในภาวะเงินเฟ้อสูงและภาวะการเงินตึงตัว
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg และ The Institute of Supply Management (ISM)
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดคาสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานของสหรัฐฯ
หน่วย : %MOM
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (S&P Global Purchasing Managers Index : PMI)
หน่วย : ดัชนี (มากกว่า 50 = ขยายตัว)
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องในปีนี้
หน่วย : ดัชนี
-0.1
-2
-1
1
2
3
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
Oct-22
Industrial Production Factory Orders ex. Trans
20
30
40
50
60
Composite PMI Manufacturing PMI Services PMI
Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22
Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22
48.2
50.4
47.8
หมายเหตุ : สารวจโดย The Institute of Supply Management (ISM)
• GDP สหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ขยายตัวได้ 2.6%QOQ จากการส่งออกเป็นสาคัญ ขณะที่
การใช้จ่ายผู้บริโภคแม้ยังแข็งแกร่งแต่เริ่มชะลอลงเหลือ 1.4% (จากในไตรมาส 2 ที่ 2%)
• ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่สะท้อนแนวโน้มกิจกรรมภาคการผลิตและบริการปรับแย่ลง
ต่อเนื่อง
กิจกรรมภาคการผลิตเดือน ต.ค. ขยายตัวต่าสุดในรอบ 2 ปี จากคาสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงมาก
กิจกรรมภาคบริการหดตัวต่อเนื่องจากอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก
เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
32
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณชะลอลงมาก โดยราคาบ้านปรับลดลงมากตามอุปสงค์ที่ชะลอลง
ในภาวะอัตราดอกเบี้ยจานองสูงขึ้นมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่งคั่ง (Wealth) ของผู้บริโภคได้ในอนาคต
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg และ Federal Housing Finance Agency
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้าน (Supply) และอุปสงค์บ้านใหม่ (Demand)
หน่วย : ดัชนี
ดัชนีราคาบ้านในสหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยจานอง 30 ปี
หน่วย : %MOM หน่วย : %
-0.7
3.27
7.06
0
2
4
6
8
-1
-0.5
0
0.5
1
1.5
2
2.5
Jan-19
Apr-19
Jul-19
Oct-19
Jan-20
Apr-20
Jul-20
Oct-20
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
Apr-22
Jul-22
US House price index US Mortgage interest rates (แกนขวา)
การเริ่มสร้างบ้านใหม่ ยอดขายบ้านใหม่ และบ้านมือสอง
หน่วย : พันยูนิต หน่วย : ล้านยูนิต
4
6
500
1,500
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Existing home sales (แกนขวา) Housing starts New home sales
0
20
40
60
80
100
2006
2007
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
Homebuilder sentiment Homebuyer demand
Housing Crash
Lockdown
• ราคาบ้านในสหรัฐฯ ปรับลดลงต่อเนื่องตามอุปสงค์บ้านใหม่ (Homebuyer demand)
ที่ลดลงมาก สู่ระดับใกล้เคียงปี 2008 จากอัตราดอกเบี้ยจานองที่เร่งขึ้นสู่ระดับ 7%
ตามทิศทางนโยบายการเงินตึงตัว
• Homebuilder sentiment (สะท้อนฝั่ง Supply) ปรับแย่ลงต่อเนื่องสู่ระดับต่าสุด
นับตั้งแต่ พ.ค. 2020 การคาดการณ์ยอดขายของผู้ผลิตต่าสุดนับตั้งแต่ปี 2012
• ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องตามอุปสงค์ที่ลดลง
ส่งผลให้ราคาบ้านมีแนวโน้มลดลงมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่งคั่งของผู้บริโภค
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
33
เงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง รวมถึงราคาสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลงมาก ส่งผลลบต่อความมั่งคั่งผู้บริโภคเช่นกัน
EIC คาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบมากขึ้นในปี 2023
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
มูลค่าหลักทรัพย์ในตามราคาตลาด (Market capitalization) สหรัฐฯ
หน่วย : ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ที่แท้จริงและอัตราการออมส่วนบุคคลของสหรัฐฯ
หน่วย : %YOY หน่วย : % of disposable personal income
หนี้ครัวเรือนและหนี้บัตรเครดิตของผู้บริโภคสหรัฐฯ
หน่วย : ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หน่วย : %YOY
3.5
0
10
20
30
40
-5
0
5
10
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Real wage Personal saving rate (แกนขวา)
13%
-15%
-5%
5%
15%
10
12
14
16
Q1/18
Q2/18
Q3/18
Q4/18
Q1/19
Q2/19
Q3/19
Q4/19
Q1/20
Q2/20
Q3/20
Q4/20
Q1/21
Q2/21
Q3/21
Q4/21
Q1/22
Q2/22
Household debt Credit Card debt (แกนขวา)
0
10
20
30
40
50
60
Jan-04
Feb-05
Mar-06
Apr-07
May-08
Jun-09
Jul-10
Aug-11
Sep-12
Oct-13
Nov-14
Dec-15
Jan-17
Feb-18
Mar-19
Apr-20
May-21
Jun-22
Millions
GFC
การลดลงของมูลค่าหลักทรัพย์กว่า
10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี
ส่งผลให้ความมั่งคั่งของชาวอเมริกันลดลง
ความมั่งคั่งของชาวอเมริกันส่วนใหญ่
อยู่ในอสังหาฯ และตลาดการเงิน
• เงินเฟ้อส่งผลให้รายได้ที่แท้จริงติดลบต่อเนื่อง อีกทั้ง ระดับราคาที่สูงขึ้นส่งผลให้หนี้
เพื่อการอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราการออม
ปรับลดลงสู่ 3.5% ต่าสุดในรอบกว่า 10 ปี
• การใช้จ่ายของผู้บริโภคแม้ยังขยายตัวอยู่ในปัจจุบัน แต่คาดว่าจะเริ่มอ่อนแอลง
ตามความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมที่เร่งตัว และต้นทุนค่าอาหาร
และพลังงานที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
(Negative wealth effect)
• การบริโภคที่มีแนวโน้มอ่อนแอจะเป็นปัจจัยกดดันให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว
ต่อเนื่องในปี 2023
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
34
เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่เงินเฟ้อหมวดบริการโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยยังเร่งตัว รวมถึงค่าจ้างเติบโตสูง
ตามตลาดแรงงานตึงตัวที่กดดันเงินเฟ้ออีกทาง ในปีหน้าปัจจัยเหล่านี้จะบรรเทาลงบ้าง แต่เงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง
เงินเฟ้อไม่รวมหมวดที่อยู่อาศัย และเงินเฟ้อหมวดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ
หน่วย : %MOM
องค์ประกอบของเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI contribution to annual inflation)
หน่วย : percentage point
ดัชนีราคา GDP (GDP Price Index)
หน่วย : %QOQ
หน่วย : %MOM
กาลังแรงงานและความต้องการแรงงานในสหรัฐฯ
หน่วย : พันคน
7.7
-1
1
3
5
7
9
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Goods
Services
Headline CPI
เงินเฟ้อหมวดสินค้าเริ่มปรับลดลง
แต่เงินเฟ้อหมวดบริการยังเร่งตัว
9.0
4.1
-5
0
5
10
Jun-18
Sep-18
Dec-18
Mar-19
Jun-19
Sep-19
Dec-19
Mar-20
Jun-20
Sep-20
Dec-20
Mar-21
Jun-21
Sep-21
Dec-21
Mar-22
Jun-22
Sep-22
0.28
0.7%
0.0%
0.2%
0.4%
0.6%
0.8%
-1
0
1
2
Jan-19
May-19
Sep-19
Jan-20
May-20
Sep-20
Jan-21
May-21
Sep-21
Jan-22
May-22
Sep-22
CPI All Items Less Shelter CPI, Shelter (แกนขวา)
135,000
145,000
155,000
165,000
2005
2006
2007
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
Labor supply Labor Demand
ตลาดแรงงานมี
อุปสงค์ส่วนเกิน
ค่าจ้างจึงยังเร่งตัว
GDP Price index (วัดราคาสินค้าและบริการที่ผลิต
ในสหรัฐฯ) ผ่านจุดสูงสุดแล้วในไตรมาส 2
เงินเฟ้อเร่งตัวในหมวดที่อยู่อาศัย (Shelter)
สัดส่วน 1 ใน 3 ของ CPI
2 ใน 3 ของ CPI ชะลอลงมากแล้ว
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Bloomberg
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
35
Fed จะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลงและสูงสุด ณ Q1/2023 หลังจากนั้นจะคงดอกเบี้ยสูงไว้ตลอดปี 2023
เพื่อให้มั่นใจว่าควบคุมเงินเฟ้อได้แล้ว ซึ่งมีส่วนทาให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ FOMC Economic Projections, Sep2022
คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed funds rate) ของสหรัฐฯ
หน่วย : %MOM
ขนาดสินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
หน่วย : ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
3.25
4.5
5 5 4.75 4.5 4.25
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
5.5
Q3/2022
Q4/2022
Q1/2023
Q2/2023
Q3/2023
Q4/2023
Q1/2024
Q2/2024
Q3/2024
Q4/2024
EIC forecast
Fed’s dot-plot (Sep 22)
4.75
4
2
4
6
8
10
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Dec
22
(f)
Dec
24
(f)
Millions
8.5
7.4
6.3
• ในเดือน ธ.ค. Fed จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้าลงเหลือ 50 BPS หลังจากนโยบายการเงิน
สหรัฐฯ ตึงตัวเร็วและแรงขึ้นมากแล้ว ซึ่งการส่งผ่านดอกเบี้ยสู่เศรษฐกิจต้องใช้เวลา (Lag)
• ในปี 2023 Fed จะขึ้นดอกเบี้ยช้าลงครั้งละ 25 BPS อีก 2 ครั้งในไตรมาสแรก
สู่ระดับสูงสุด (Terminal rate) ที่ 4.75-5% และคงไว้ตลอดปี เนื่องจาก
• เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% อยู่มาก
• ตลาดแรงงานสหรัฐฯ สามารถรองรับภาวะการเงินตึงตัวได้
• ในปี 2024 Fed จะทยอยลดดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ ขณะที่เงินเฟ้อเริ่ม
กลับเข้าใกล้กรอบเป้าหมายตามอุปสงค์และตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง
มุมมองต่อ Fed funds rate
• Fed จะลดขนาดงบดุล 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือนในระยะข้างหน้า หรือลดลง 1.1
ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ไปอยู่ที่ราว 7.4 และ 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2023
และ 2024
• อาจมีความเสี่ยงที่ Fed จะไม่สามารถทา QT ได้ตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2023
จากภาวะการเงินตึงตัวต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินสารองและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์
มุมมองต่อ Quantitative Tightening (QT)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
36
4
-400
-200
0
200
400
0
5
10
15
20
1980
1982
1984
1986
1988
1990
1992
1994
1996
1998
2000
2002
2004
2006
2008
2010
2012
2014
2016
2018
2020
2022
Fed funds rate 2-10 Spread (RHS)
EIC คาดว่า สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 จากนโยบายการเงินเข้มงวดมากและนานต่อเนื่อง
เพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหดตัวชัดเจนขึ้นในระยะต่อไป
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
อัตราดอกเบี้ยนโยบายและส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีและ 2 ปี (2-10 spread)
หน่วย : %
ภาวะการเงินของสหรัฐฯ (Bloomberg U.S. Financial condition) ตึงตัวต่อเนื่อง
หน่วย : ดัชนี Z-score หน่วย : BPS
-1.5
-0.5
0.5
1.5
Jan-21
Apr-21
Jul-21
Oct-21
Jan-22
Apr-22
Jul-22
Oct-22
ติดลบ คือ ภาวะการเงินตึงตัว
-68
= recession
Inverted yield curve สะท้อนถึง
คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะชะลอในอนาคต
• การขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ของ Fed ส่งผลให้ภาวะการเงินปรับตึงตัวต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงในระยะต่อไป
• Inverted yield curve ที่นิยมใช้เป็นหนึ่งในเครื่องชี้ Recessions พบว่า US Recession ในอดีตมักเกิดขึ้นหลังจาก 2-10 spread ติดลบประมาณ 1 ปี
โดยในปีนี้ 2-10 spread เริ่มติดลบมาตั้งแต่เดือน ก.ค.
• EIC คาดว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 จากนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นและนานขึ้นกระทบต้นทุนทางการเงินของทั้งครัวเรือน
และภาคธุรกิจ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและลดลงช้า ซึ่งกระทบต่ออานาจซื้อและความมั่งคั่งของผู้บริโภค ส่งผลให้ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง
เศรษฐกิจยุโรป
เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้จากวิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อสูง
ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มปรับลดลงช้ากว่าที่คาดไว้
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
38
เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มหดตัวรุนแรงเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิตและการบริโภค ขณะที่การลงทุนใหม่
จะหดตัวชัดเจนขึ้นในปีหน้า EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจยูโรจะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ไตรมาส 4 นานถึงสิ้นปี 2023 เป็นอย่างน้อย
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ The Conference Board และ VCI NRW (สมาคมเคมีภัณฑ์ในเยอรมัน)
Economic leading indicator จัดทาโดย CEIC และ Conference board
สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวรุนแรงในระยะต่อไป
หน่วย : percentage point
ผลสารวจแนวทางการรับมือของผู้ประกอบการเคมีภัณฑ์ในเยอรมันต่อ
ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดย VCI NRW (สมาคมเคมีภัณฑ์ในเยอรมัน ≈ 500 บริษัท)
หน่วย : %ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด
หน่วย : %MOM
-4
-2
0
2
4
40
140
2000 2002 2004 2006 2008 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022
CEIC The conference board (แกนขวา)
0 20 40 60 80 100
ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ
เลื่อนการลงทุนทางกายภาพออกไป
ลดปริมาณการผลิต
ไม่ได้ทาอะไร
ส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นในผู้บริโภค
เกิน 1 ใน 3 มีแผนที่จะลดปริมาณ
การผลิต และเลื่อนการลงทุนใหม่ออกไป
15% มีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ สะท้อนทั้งกิจกรรมการผลิตและบริการที่หดตัว
หน่วย : ดัชนี, > 50 = ขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า, ปรับฤดูกาล
25
35
45
55
65
PMI: Manufacturing PMI: Composite PMI: Service
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
39
ในระยะยาว วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้ออาจทาให้อุปทานพลังงานในยูโรโซนอยู่ในระดับต่าถาวร ซึ่งจะนาไปสู่ดุลการค้า
ขาดดุลมากต่อเนื่อง และ Potential output growth ปรับลดลงถาวร
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ ECB
Economic Scars* ของเศรษฐกิจยูโรโซนผลจากวิกฤตพลังงาน
หน่วย : percentage points
ดุลการค้าขาดดุลสูงเป็นประวัติการณ์และมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง หากวิกฤตพลังงานไม่คลี่คลาย
หน่วย : พันล้านยูโร, ปรับฤดูกาล
-60
-50
-40
-30
-20
-10
0
10
20
30
40
0
50
100
150
200
250
300
Jan-02
Jun-03
Nov-04
Apr-06
Sep-07
Feb-09
Jul-10
Dec-11
May-13
Oct-14
Mar-16
Aug-17
Jan-19
Jun-20
Nov-21
Trade Balance Imports Exports
-3.0
-2.0
-1.0
0.0
ECB (Sep-22) OECD (Jun-22) IMF (Oct-22)
• ยูโรโซนมีแนวโน้มขาดดุลการค้าต่อเนื่องไปในปีหน้า จากการส่งออกที่จะชะลอตัวตาม
เศรษฐกิจโลก ขณะที่มูลค่าการนาเข้าจะยังอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยราคาพลังงาน ส่งผลให้
ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องถึงปีหน้า
• ECB OECD และ IMF ประเมินว่า วิกฤตพลังงานมีแนวโน้มทาให้ Potential output
growth* ลดลงถาวร 2-3 ppt เทียบกับก่อนเกิด Energy crisis
• แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในระยะปานกลางจะยังคงอ่อนแอกว่าระดับก่อนวิกฤตอยู่มาก
* ประเมินจากการเปลี่ยนแปลงประมาณการ GDP ถึง Q4/2026 ของ IMF และ OECD และถึง Q4/2024
ของ ECB เทียบกับคาดการณ์ก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
40
เงินเฟ้อยูโรโซนจะทยอยปรับลดลงจากสูงสุดใน 2023 แต่จะยังไม่กลับสู่กรอบเป้าหมายจนถึงปี 2024 เนื่องจากราคาพลังงาน
ยังสูงจากวิกฤตพลังงาน และแรงกดดันเงินเฟ้อกระจายไปหมวดสินค้าบริการอื่นมากขึ้น
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC
-20
-10
0
10
20
30
40
50
2002 2006 2010 2014 2018 2022
Import Price: Food, Beverages & Tobacco
PPI: Food, Beverages & Tobacco
HICP: Food & Non Alcoholic
เงินเฟ้อยูโรโซนอาจปรับลดลงได้บ้าง ขึ้นกับผลของมาตรการการคลัง โดยเฉพาะ Price cap
ที่จะช่วยให้เงินเฟ้อพลังงานชะลอลง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจเร่งขึ้นตามการจับจ่ายใช้สอยในสินค้า
อื่นแทน นอกจากนี้ หากสงครามในยูเครนปรับดีขึ้นอาจทาให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผ่อนคลายลง
ความเสี่ยง Wage-price spiral ยังมีจากัด แม้เงินเฟ้อบริการจะยังสูง แต่ความสามารถในการ
ส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคจะมีจากัด จากอุปสงค์ที่จะปรับชะลอลงตามเศรษฐกิจ
ดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและพลังงานจะยังสูงขึ้นอีกระยะ เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายได้เร็ว
หน่วย : %YOY
ดัชนีราคาสินค้าภาคบริการ มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว
รวมถึงค่าจ้างที่จะขยายตัวต่อเนื่อง
หน่วย : %YOY
0
1
2
3
4
5
1998 2002 2006 2010 2014 2018 2022
ค่าจ้างสูงและอัตราการว่างงานต่าเป็นประวัติการณ์ บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าแรงสูงและ
ตลาดแรงงานตึงตัวจะยังมีอยู่
หน่วย : %YOY หน่วย : %
4
9
14
0
1
2
3
4
5
2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022
Labour Cost Index Unemployment rate (แกนขวา)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
41
นโยบายการเงินของ ECB จะตึงตัวต่อเนื่องนานเช่นกันจนกว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย โดยคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 2.75%
ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2023 หลังจากนั้นจึงจะทยอยทา Quantitative Tightening (QT) เพื่อไม่ให้สภาพคล่องระบบการเงินตึงตัวเร็วเกินไป
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, Yahoo Finance และ ECB
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี
หน่วย : %
อัตราดอกเบี้ยนโยบายยูโรโซน
หน่วย : %
• ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ครั้งละ 50 BPS ในการประชุมเดือน ธ.ค. 22 และ ก.พ. 23 และปรับขึ้นอีก 25 BPS ในเดือน มี.ค. ส่งผลให้ Terminal rate อยู่ที่ 2.75%
• ECB จะประกาศแผน QT ในการประชุม ธ.ค. นี้ คาดว่าจะลดขนาดงบดุลลง 5 ล้านล้านยูโรที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงวิกฤต COVID-19 โดยจะเริ่ม QT ได้เร็วสุดใน 2Q2023 หลังดอกเบี้ยอยู่ที่ Terminal rate แล้ว
• การปรับลดขนาดงบดุลจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นไป เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะการเงินตึงตัวเฉียบพลันจากสภาพคล่องที่ลดลงเร็ว ท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบางและระดับหนี้สูงในบางประเทศ
• ความเสี่ยง Fragmentation ในยูโรโซนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยปัจจุบันบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของประเทศที่มีความเสี่ยงหนี้ (ได้แก่ อิตาลี สเปน ฝรั่งเศส) เร่งขึ้นมาอีกครั้ง
ซึ่งเป็นปัจจัยสาคัญที่อาจทาให้แผน QT เริ่มช้ากว่าไตรมาสที่ 2 ปี 2023
2.75
2008
2009
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
2023
-1
0
1
2
3
4 ECB Key Interest Rate ECB Key interest Rate (F)
ECB Meeting Hike Policy Rate
Nov-22 75 bps 1.50%
Dec-22 50 bps 2.00%
Feb-23 50 bps 2.50%
Mar-23 25 bps 2.75%
-1
1
3
5
7
2010
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022
Italy Spain France
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
42
เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรหดตัวและมีแนวโน้มอ่อนแอมากขึ้น EIC คาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่
ไตรมาส 4 ปีนี้ ...
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, UK Office of National Statistics และ The Bank of England
ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรหดตัวต่อเนื่องตามเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
หน่วย : %YOY
ประมาณการ GDP สหราชอาณาจักร (รายเดือน) แบ่งตามสาขาเศรษฐกิจ
หน่วย : %YOY
-1.0
-0.5
0.0
0.5
1.0
1.5
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
Services Production
Construction GDP
การหดตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 3 เป็นผลจากการหดตัวในภาคการผลิต
และภาคบริการเป็นหลัก จากภาวะเงินเฟ้อและวิกฤตพลังงาน อีกทั้ง
ยังมีผลของวันหยุดในช่วงพระราชพิธีศพของสมเด็จพระราชินีนาถ
เอลิซาเบธที่ 2
• GDP ในไตรมาส 3 หดตัวลง -0.2%QOQ ขณะที่ GDP ในไตรมาส 2 ขยายตัว 0.2%QOQ
เศรษฐกิจหดตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ เดิมคาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค
ในไตรมาส 3
• EIC คาดว่าเศรษฐกิจ UK มีแนวโน้มจะชะลอลงชัดเจนขึ้นอีก และเข้าสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 4
-10
0
10
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
องค์ประกอบ GDP ด้านอุปสงค์ของ UK ส่วนใหญ่ต่ากว่าระดับ Pre-pandemic
หน่วย : % change from 4Q2019
-12 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4
Household consumption
Gross fixed capital formation
Exports
General Government
Imports
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
43
... เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะถดถอยต่อเนื่องนาน 1-2 ปี อันเป็นผลจากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ นโยบายการเงินเข้มงวด
ต่อเนื่อง และนโยบายการคลังเข้มงวดมากขึ้นตามแผนการคลังระยะปานกลางของรัฐบาลใหม่
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, UK Office of National Statistics และ The Bank of England
อัตราดอกเบี้ยนโยบายและคาดการณ์ Terminal rate ของ BOE Fed ECB
หน่วย : % point
เงินเฟ้อทั่วไปของสหราชอาณาจักร
หน่วย : % point
-2.5
0.0
2.5
5.0
7.5
10.0
12.5
Mar-20 Sep-20 Mar-21 Sep-21 Mar-22 Sep-22 Mar-23
Services (43%)
Food and non-alcoholic beverages (11%)
Electricity and gas (3%)
Fuels and lubricants (3%)
Other goods (39%)
CPI inflation
CPI BOE projection
-1
0
1
2
3
4
5
6
2020 2021 2022 2023
UK Bank Rate US Federal funds rate
ECB deposit rate UK Bank Rate (F)
US Federal funds (F) ECB deposit (F)
เศรษฐกิจถดถอยในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มรุนแรงและนาน เป็นผลจาก
• วิกฤตพลังงานจะยังรุนแรง เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนคลี่คลายช้า ส่งผลให้ราคา
พลังงานยังสูง กดดันกาลังซื้อผู้บริโภคและต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง
• อัตราดอกเบี้ยสูงสุดในกลุ่ม G3 ส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวมาก
• ทิศทางนโยบายการคลังตึงตัว ตามแผนการคลังระยะปานกลางของรัฐบาลชุดใหม่
• เศรษฐกิจ UK เปราะบางมากเมื่อเทียบกับ AEs อื่น โดยยังเป็นประเทศเดียวใน G7
ที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นกลับไประดับ Pre-pandemic
การเปลี่ยนแปลงของ GDP 2Q2022 เทียบ Q4/2019
หน่วย : % change from 4Q2019, ข้อมูล ณ 29 ก.ย. 2022
1.7
0.9
0.0
1.1
0.6
2.6
-0.2
-0.5
1.5
3.5
Canada France Germany Italy Japan US UK
เศรษฐกิจญี่ปุ่น
เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอลงเล็กน้อยในปีหน้าตามอุปสงค์โลก แต่มีแรงสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยวและการลงทุนใหม่
ของภาคธุรกิจ BOJ มีแนวโน้มลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้า
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
45
เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าลงจากการชะลอตัวของอุปสงค์โลกกระทบการส่งออก ดุลการค้ามีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง
ตามมูลค่าการนาเข้าพลังงานสูง แต่เศรษฐกิจจะมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการลงทุน Capex
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ The Japanese cabinet office และ CEIC
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial production) ส่งสัญญาณชะลอตัวลง เช่นเดียวกับดัชนีสินค้า
คงคลังต่อผลผลิตที่ลดลง สะท้อนอุปสงค์ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง
หน่วย : ดัชนี, 2015 = 100
มูลค่าการนาเข้า ส่งออก และดุลการค้าของญี่ปุ่น ดุลการค้าจะขาดดุลต่อเนื่องจากเงินเยนมีแนวโน้ม
อ่อนค่าในรอบ 40 ปี รวมถึงราคาพลังงานนาเข้าที่จะยังอยู่ในระดับสูง
หน่วย : พันล้านเยน, ปรับฤดูกาล
อัตราการเข้าพักแรม เริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น
หน่วย : % ของจานวนห้องพักทั้งหมด
ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรของภาคธุรกิจยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น สะท้อน Capex ที่ยังโตได้
หน่วย : %YOY หน่วย : ดัชนี, > 50 = ขยายตัว (MOM), ปรับฤดูกาล
80
90
100
110
120
130
140
150
2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022
Production Shipment
Inventory Inventory/Finished goods
-2,000
2,000
6,000
10,000
1995 1998 2001 2004 2007 2010 2013 2016 2019 2022
Trade Balance
Exports
Imports
0
20
40
60
80
100
2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022
Total Hostel Resort Hotel Business Hotel City Hotel
30
35
40
45
50
55
-25
-15
-5
5
15
Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 Aug-22
Machinery Orders: Private Sector
Composite PMI
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
46
-1
0
1
2
3
4
Dec-18
Mar-19
Jun-19
Sep-19
Dec-19
Mar-20
Jun-20
Sep-20
Dec-20
Mar-21
Jun-21
Sep-21
Dec-21
Mar-22
Jun-22
Sep-22
Dec-22
Mar-23
Tokyo Core CPI (a 6 month leading indicator of Japan Core CPI)
Japan Core CPI
รัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศมาตรการกระตุ้นทางการคลังชุดใหม่ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการควบคุม
ราคาพลังงานที่จะช่วยลดเงินเฟ้อได้ในปีหน้า EIC คาดว่า BOJ จะเริ่มลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้า
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
ดัชนีเงินเฟ้อฟื้นฐาน (Core CPI) ของโตเกียวและของญี่ปุ่น
หน่วย : %YOY, หน่วย: %YOY, แกน x (เดือน-ปี) เป็นข้อมูลของ Japan Core Inflation
ขนาดของมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่นในแต่ละช่วงวิกฤติ
หน่วย : ล้านล้านเยน
อัตราการว่างงาน
หน่วย : %
39
71.6
0
50
100
Aug 2016 Dec 2019 April 2020 Dec 2020 Nov 2021 Oct 2022
Fiscal measures
Total stimulus size
ขนาดมาตรการการคลัง (รวมตัวคูณ
ทางการคลังจากภาคเอกชน)
71.6 ล้านล้านเยน
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
2014 2016 2018 2020 2022
อัตราการว่างงานทยอยปรับลดลง
สู่ระดับ Pre-pandemic
BOJ inflation target
Tokyo CPI จัดเป็น leading indictors
ของเงินเฟ้อฟื้นฐานของญี่ปุ่น
• รัฐบาลประกาศแพ็กเกจการคลังชุดใหม่มูลค่า 39 ล้านล้านเยน (7% ของ GDP) คาดว่าจะช่วย
สนับสนุน GDP 4.6 ppt ตลอดระยะเวลาที่ดาเนินมาตรการ (> 1 ปี) ส่วนใหญ่เป็นชุดมาตรการ
เดิม เช่น สร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนเทคโนโลยีสีเขียว อย่างไรก็ดี คาดว่า
ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในแต่ละปีอาจมีไม่สูงมาก เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ใช้เวลาเกิน 1 ปี
• มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานในครัวเรือน วงเงิน 4-5 ล้านล้านเยน (≈1% ของ GDP)
คาดว่าจะช่วยลดรายจ่ายพลังงานภาคครัวเรือน และลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้ 1.2 ppt
ทั้งนี้ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานของโตเกียว (Tokyo core CPI) เร่งตัวสูงกว่ากรอบเงินเฟ้อของ BOJ
สะท้อนว่า อุปสงค์ในเมืองใหญ่เริ่มฟื้นตัวแล้ว ในระยะต่อไปเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วประเทศมีแนวโน้ม
จะเร่งตัวขึ้นเช่นกัน
เศรษฐกิจจีน
เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปในปี 2023 จากการผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid และแรงกระตุ้นทางการเงินการคลัง
โดยจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกชะลอตัว ปัญหาภาคอสังหาฯ และบทบาทนโยบายการคลังที่มีข้อจากัดมากขึ้น
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
48
เศรษฐกิจจีนซบเซาต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่เริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ในปี 2023 EIC คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI (ปรับฤดูกาล)
หน่วย : ดัชนี (>50 = ขยายตัว)
อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน
หน่วย : %YOY
6.3 6.0 5.9 5.8
-6.9
3.1 4.8 6.4
18.3
7.9
4.9 4.0 4.8
0.4
3.9
-10
0
10
20
Q1/2019 Q3/2019 Q1/2020 Q3/2020 Q1/2021 Q3/2021 Q1/2022 Q3/2022
Final Consumption Expenditure Gross Capital Expenditure Net Exports
เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจจีน
หน่วย : %YOY
2021 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22
Retail Sales 12.5 -3.5 -11.1 -6.7 3.1 2.7 5.4 2.5 -0.5
Exports (USD) 29.9 14.7 3.9 16.9 17.9 18.0 7.1 5.7 -0.3
Imports (USD) 30.1 -0.1 0.0 4.1 1.0 2.3 0.3 0.3 -0.7
Fixed Investment 4.9 6.6 1.8 4.6 5.6 3.8 6.6 6.7 4.3
40
42
44
46
48
50
52
54
56
Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22
Composite Manufacturing Services
ในปี 2023 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มฟื้นตัว ตามการทยอยผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid
และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐผ่านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มสภาพ
คล่องในระบบการเงิน
อัตราการขยายตัวจะยังต่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ตามภาคส่งออกที่ชะลอตัว ภาคอสังหาฯ
ที่ยังซบเซา และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นช้า หากจานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 พุ่งสูงขึ้น
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
49
EIC คาดว่าจีนจะยกเลิกใช้นโยบาย Zero-Covid ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2023 ซึ่งจะสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคบริการ
แต่การเปิดประเทศจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีขั้นตอนเตรียมความพร้อมยาวนาน
หมายเหตุ : *ข้อมูลจานวนเตียง ICU และประชากร ณ ปี 2020 หรือปีล่าสุดที่เผยแพร่
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC Bloomberg OECD China Briefing Goldman Sachs WHO และสานักข่าวต่างประเทศ
การยกเลิกนโยบาย Zero-Covid ของจีนจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความคืบหน้าในการเปิดประเทศ
1 จานวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น 2 อัตราการฉีดวัคซีนในผู้มีความเสี่ยงสูง
ยังไม่มากเพียงพอต่อการเปิดประเทศ
68
77
50
60
70
80
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
Oct-22
จานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่รายวัน
หน่วย : ราย
สัดส่วนประชากรอายุ 60+ ที่ได้รับวัคซีนกระตุ้น
หน่วย : %
ค่าเฉลี่ยทั่วโลก
3 จานวนเตียง ICU ในจีนยังค่อนข้างต่า
จานวนเตียง ICU เทียบประชากร 100,000 คน*
หน่วย : อัตราส่วน
3.6 2.3
25.8
5.2 10.5
0
50
China India US Japan England
การจัดหาวัคซีนและยา
• จีนเริ่มใช้วัคซีนแบบสูดดมเป็นโดสกระตุ้นตั้งแต่ปลาย ต.ค.
• จีนมีแนวโน้มอนุมัติวัคซีน MRNA ของ BioNTech สาหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจีน
• Pfizer ทาสัญญาผลิตยา Paxlovid กับบริษัทจีนในเดือน ส.ค.
(Paxlovid ลดอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 85%)
การผ่อนคลายมาตรการกักตัว (พ.ย. 2022)
• ลดเวลากักตัวสาหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดและผู้เดินทางเข้าประเทศในสถานกักตัวของรัฐ
เหลือ 5 วันจากเดิม 7 วัน (คงจานวนวันกักตัวที่บ้าน 3 วัน)
• ยกเลิกโทษสายการบินที่นาผู้โดยสารติดเชื้อเข้าประเทศ
• ลดการติดตามผู้สัมผัสที่ไม่ได้ใกล้ชิดผู้ป่วย (Secondary contact)
วัน
สาคัญ
March 2023:
13th National People’s Congress (NPC) and Chinese People’s
Political Consultative Conference (CPPCC)
NPC มีอานาจแก้รัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายกิจการพลเรือน และกาหนดประเด็นของรัฐ
CPPCC (คณะที่ปรึกษาทางการเมืองสูงสุด) อาจกาหนดนโยบาย COVID-19 ในระยะ
ต่อไป
0
10,000
20,000
30,000
Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Nov-22
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4
50
ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังซบเซาและฟื้นตัวช้า ส่งผลกระทบต่อ Wealth effects ทาให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและ
การใช้จ่ายภาคเอกชนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐเผชิญข้อจากัด Fiscal space ที่น้อยลง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ China Family Panel Studies
เครื่องชี้วัดภาคอสังหาฯ จีนชะลอตัวอย่างมีนัยสาคัญ
หน่วย : %YOY (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน)
แนวโน้มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ
ยอดคงค้างพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นเริ่มชะลอลง
หน่วย : พันล้านหยวน
-50
-25
0
25
50
75
100
Mar-19
Jul-19
Nov-19
Mar-20
Jul-20
Nov-20
Mar-21
Jul-21
Nov-21
Mar-22
Jul-22
Real Estate Investment
Building Sold
Floor Space Started
Floor Space Sold
ราคาบ้านจีนและสินเชื่อภาคอสังหาฯ คงค้างมีทิศทางปรับลดลงมาก
หน่วย : %YOY
-5
0
5
10
15
20
Q1/2019
Q2/2019
Q3/2019
Q4/2019
Q1/2020
Q2/2020
Q3/2020
Q4/2020
Q1/2021
Q2/2021
Q3/2021
Q4/2021
Q1/2022
Q2/2022
Q3/2022
Housing Mortgage Loans Real Estate Development Loans
Price: Newly Constructed Price: Secondary Market
0
5,000
10,000
15,000
20,000
25,000
30,000
35,000
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-…
Jun-22
Jul-22
Aug-…
Sep-22
General Special
ความมั่งคั่งของประชากรจีนกว่า 70% อยู่ในอสังหาฯ
ราคาบ้านที่ลดลงจึงมีส่วนกระทบต่อการใช้จ่ายครัวเรือน
การระดมทุนของรัฐบาลท้องถิ่นเริ่มชะลอลงหลังเร่งออก
พันธบัตรในช่วงก่อนหน้า อาจส่งผลให้มีพื้นที่การคลังจากัด
มากขึ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
มาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์
สรุปดังนี้ (ประกาศวันที่ 11 พ.ย.)
1. ผ่อนผันการชาระหนี้ของบริษัทอสังหาฯ
ที่ครบกาหนดใน 6 เดือนข้างหน้าไปอีก 1 ปี
2. ผ่อนคลายมาตรการจากัดการปล่อยกู้แก่
บริษัทอสังหาฯ ของธนาคารพาณิชย์
3. กระตุ้นอุปสงค์บ้าน โดยให้รัฐบาลท้องถิ่นกาหนด
เงินดาวน์และอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม
4. รักษาคะแนนเครดิตของผู้ซื้อบ้านไว้
5. สนับสนุนบริษัทอสังหาฯ ที่มีความมั่นคง
เข้าซื้อสินทรัพย์ของบริษัทอสังหาฯ ที่อ่อนแอ
แนวโน้มการจัดสรรงบภาครัฐ รัฐบาลท้องถิ่นขาด
เงินทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังรายได้จากการขาย
ที่ดินลดลง ส่งผลให้ Fiscal space มีจากัด ขณะที่การ
จัดสรรงบจากรัฐบาลกลางอาจลดลงตามทิศทาง
เศรษฐกิจจีน
เศรษฐกิจไทย
ปี 2022 และ 2023
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
52
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023
เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง
ไม่ทั่วถึง และยังเปราะบาง
ครัวเรือนบางกลุ่มรายได้โตไม่ทันรายจ่าย
ธุรกิจฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน
มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทย
จะฟื้นตัวบนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น
นโยบายการคลังยังมีพื้นที่การคลังพอ
รองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น
และเน้นความยั่งยืนทางการคลัง
หลังวิกฤตโควิด
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
53
EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2022 เป็น 3.2% โดยการท่องเที่ยวและบริโภคเป็นแรงหนุนสาคัญ และ
ปรับลดมุมมองปี 2023 อยู่ที่ 3.4% ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สาหรับเงินเฟ้อทั่วไปยังสูงเกินกรอบเป้าหมาย
ในปีหน้า ตามราคาพลังงาน อาหาร และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังสูง
คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP)
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ CEIC
ประมาณการเศรษฐกิจ
(กรณีฐาน)
หน่วย 2021
2022F 2023F
ณ ก.ย.
2022
ณ พ.ย.
2022
ณ ก.ย.
2022
ณ พ.ย.
2022
GDP %YOY 1.5 3.0 3.2 3.7 3.4
การบริโภคภาคเอกชน %YOY 0.3 4.4 5.8 3.2 3.0
การบริโภคภาครัฐ %YOY 3.2 -1.0 -0.2 -0.7 -1.0
การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.3 2.9 4.1 2.7 2.5
การลงทุนภาครัฐ %YOY 3.8 2.1 -1.0 2.5 2.9
มูลค่าส่งออกสินค้า (USD BOP basis) %YOY 19.2 6.3 8.2 2.5 1.2
มูลค่านาเข้าสินค้า (USD BOP basis) %YOY 23.9 13.2 18.1 4.6 3.2
จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล้านคน 0.4 10.3 10.3 28.3 28.3
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป %YOY 1.2 6.1 6.1 3.2 3.2
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน %YOY 0.2 2.5 2.5 2.7 2.7
ราคาน้ามันดิบ Brent USD/Brl. 70.4 102.4 100.5 89.9 84.7
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นปี) % 0.50 1.25 1.25 2.0 2.0
ในปี เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยว
และภาคบริการ ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี
ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 3
• การท่องเที่ยวและภาคบริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
• การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์
จากการท่องเที่ยวและตลาดแรงงานที่ฟื้นตัว
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทาให้เศรษฐกิจไทยในปี 3 ไม่สดใส
มากนัก
• เศรษฐกิจโลกชะลอตัว กดดันการส่งออกและการลงทุน
• นโยบาย Zero-Covid ของจีนที่ไม่แน่นอนกระทบต่อ
นักท่องเที่ยวจีนและการส่งออก
• เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง หนี้สูงกดดันการฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
ของครัวเรือนและธุรกิจบางกลุ่มที่เปราะบาง
• ความไม่แน่นอนทางการเมืองกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน
+
+
-
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
54
เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และยังเปราะบาง
ครัวเรือนบางกลุ่มรายได้โตไม่ทันรายจ่าย
ธุรกิจฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
55
ที่มาของการขยายตัวด้านการใช้จ่าย
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุน
ภาคเอกชน ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าเริ่มชะลอตัว แรงส่งจากภาครัฐและการผลิตภาคเกษตรหดตัว
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
ส่งออกสุทธิ
บริโภคเอกชน บริโภคภาครัฐ
ลงทุนเอกชน ลงทุนภาครัฐ Real GDP
คลาดเคลื่อนสถิติ
Inventories
ที่มาของการขยายตัวด้านการผลิต
อุตสาหกรรม โรงแรมร้านอาหาร ขายส่งขายปลีก อื่น ๆ ขนส่ง สื่อสาร สาธารณูปโภค อสังหาฯ สาขาการก่อสร้าง เกษตร เหมืองแร่ Real GDP
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
56
เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยรายเดือนสะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องเกือบทุกองค์ประกอบ โดยมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยว
การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกและการผลิตเพื่อส่งออกมีสัญญาณแผ่วลง
ภาคอุปสงค์ในเดือน ก.ย. ชะลอตัว
เล็กน้อย แต่มีทิศทางฟื้นตัว ทั้งการ
บริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้น
ต่อเนื่อง ขณะที่ความเชื่อมั่น
ภาคธุรกิจทยอยปรับลดลง
ภาคอุปทานขยายตัวดีในเดือน ก.ย.
โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและภาค
เกษตร ความเสี่ยงอุทกภัยต่อเนื่อง
ไปเดือน ต.ค. เริ่มคลี่คลาย
ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลง
โดยเฉพาะการผลิตขายตลาด
ต่างประเทศ
ตลาดแรงงานฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
แต่ยังไม่กลับไปเท่า
ช่วงก่อน COVID-19
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม,
สานักงานสถิติแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Google
เศรษฐกิจไทย Unit 2021 Q1/22 Q2/22 Q3/22 Apr-22 May Jun Jul Aug Sep Oct YTD
ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) %YOY 1.5 2.3 2.5 4.5 3.1
ภาคอุปสงค์
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน %YOY -0.8 4.1 10.3 14.1 8.8 12.1 10.2 14.4 16.8 11.3 9.4
ยอดขายรถในประเทศ %YOY -6.8 22.7 11.5 36.2 9.1 15.7 10.0 22.1 61.7 30.4 22.9
ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน %YOY 9.3 3.8 3.4 8.2 0.2 3.8 5.9 5.1 12.0 7.6 5.1
ส่งออกหักทอง (ศุลกากร) %YOY 22.8 10.0 11.0 6.3 8.9 12.5 11.5 4.7 7.4 6.7 9.1
Google mobility (retail & recreation) % Compared to 3 Jan-6 Feb 20 -9.0 1.0 -2.5 -0.3 -4.2 -1.9 -1.3 -1.6 -2.5 3.2 -0.6
ความเชื่อมั่นผู้บริโภค Index (100 = previous month) 44.7 43.4 40.8 43.6 40.7 40.2 41.6 42.4 43.7 44.6 46.1 42.9
ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ Index (50 = previous month) 45.3 48.6 49.3 49.5 48.2 49.3 50.5 49.4 49.6 49.6 47.8 49.0
ภาคอุปทาน
รายได้ภาคเกษตร %YOY 2.6 9.4 17.2 17.7 11.8 20.5 19.4 18.2 16.9 18.1 14.4
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม %YOY 5.8 1.6 -0.8 8.1 0.0 -2.0 -0.2 6.4 14.9 3.4 2.8
อัตราการใช้กาลังการผลิต sa % 63.0 63.2 63.8 63.7 64.1 62.6 64.6 63.7 64.0 63.4 63.6
จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ Thousands 427.9 498 1582 3608 293 521 767 1124.2 1175 1309 5688
จานวนทริปในประเทศ %YOY -41.7 74.4 399.9 1167.8 138.9 1053.2 1115.6 1818.6 1770.5 665.5 261.0
อัตราการเข้าพักโรงแรม % 14.0 36.2 42.1 47.8 41.9 41.8 42.6 47.0 48.0 48.4 42.0
ตลาดแรงงาน
อัตราว่างงาน % 1.9 1.5 1.4 1.2 1.4
อัตราว่างงานของแรงงานอายุน้อย % 8.2 6.6 7.1 6.5 6.7
อัตราว่างงานของแรงงานในประกันสังคม % 2.8 2.3 2.1 2.0 2.0 2.2 2.2 2.0 2.1 2.0 2.1
ชั่วโมงการทางานภาคเอกชน Hours/Week 44.3 43.7 45.9 46.7 45.5
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
57
แรงส่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องในไตรมาส 4 และมีโอกาสทะลุ 10.3 ล้านคนในปี 2022
ตามที่คาดไว้ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักมาจากอาเซียนและยุโรป
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย
หน่วย : ล้านคน
สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย
หน่วย : %
อาเซียน
เอเชียตะวันออก
ยุโรป เอเชียใต้
อเมริกา ตะวันออกกลาง
อื่น ๆ
นักท่องเที่ยวต่างชาติหลักที่เดินทางเข้าไทยในช่วง 1 ม.ค. – 19 พ.ย. 2022
หน่วย : ล้านคน
อินเดีย
เวียดนาม
มาเลเซีย
0.78
สิงคโปร์
สปป.ลาว
1.45
0.43
0.39
0.38
การฟื้นตัวในเดือน ต.ค. เทียบปี 2019
-10%
-22%
-15%
-45%
+2%
จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือน ม.ค. – พ.ย. 2022 = ~8.8 ล้านคน
• ในช่วงไตรมาส 4 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่อง จากการผ่อนคลายมาตรการ
เดินทางระหว่างประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น
ประกอบกับเป็นช่วง High season ที่นักท่องเที่ยวจากประเทศเมืองหนาวจะเดินทางมาไทย
• นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากรัสเซียเริ่มเข้ามาหลังสายการบินของรัสเซียกลับมาให้บริการเส้นทาง
กรุงเทพฯ และภูเก็ตตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. เช่น Aeroflot Ikar และ Siberia (ณ 31 ต.ค. มี
นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าภูเก็ตราว 500 คน แม้สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียด)
70% 62%
47% 39% 36% 43% 45% 45% 52% 46%
13% 18% 19% 17% 18% 18% 14% 20%
7%
8%
9% 18% 16% 13% 11% 13%
11% 11% 11% 11% 10%
9%
พ.ค 22
ก.พ 22
8%
9%
8%
ม.ค 22 มิ.ย 22
มี.ค 22 เม.ย 22
11% 11%
ก.ค 22 ส.ค 22 ก.ย 22 ต.ค 22
มี.ค. 22
ม.ค. 22 ก.พ. 22 เม.ย 22 ก.ค.22
พ.ค. 22
0.52
มิ.ย 22 ส.ค. 22 ก.ย. 22 ต.ค. 22 พ.ย. 22 (e)
0.13
~1.7-1.8
0.15 0.21 0.29
0.77
1.12 1.17
1.31
1.48
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
58
นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง อาเซียน และเอเชียใต้มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่าง
ซาอุดีอาระเบีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกที่ประเทศยังควบคุม COVID-19 เข้มงวด เช่น จีน คาดว่าจะ
ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยในเดือน ก.ย.-ต.ค. 2022
หน่วย : % เทียบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยต่อเดือนในปี 2019
อาเซียน -25%
เอเชียตะวันออก
-88%
ยุโรป -58%
อเมริกา -52%
เอเชียใต้ -28% โอเชียนา -38%
ตะวันออกกลาง
-10%
แอฟริกา -54%
นักท่องเที่ยว 10 ชาติที่ฟื้นตัวดี
ประเทศ % การฟื้นตัว
ซาอุดีอาระเบีย +235%
อิสราเอล +31%
มาเลเซีย -9%
บังคลาเทศ -10%
ปากีสถาน -14%
สิงคโปร์ -22%
เวียดนาม -22%
อินเดีย -27%
สเปน -31%
คูเวต -34%
นักท่องเที่ยว 10 ชาติที่ฟื้นตัวช้า
ประเทศ % การฟื้นตัว
จีน -96%
ไต้หวัน -83%
ฮ่องกง -79%
ญี่ปุ่น -76%
รัสเซีย -76%
สวีเดน -74%
ฟินแลนด์ -74%
ศรีลังกา -69%
อิตาลี -65%
นอร์เวย์ -64%
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
59
นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2023 มีแนวโน้มอยู่ที่ 28.3 ล้านคน จากความต้องการเดินทางที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้มีปัจจัย
เสี่ยงจากการเปิดประเทศของจีนที่ยังไม่ชัดเจนและโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยในบางประเทศหลัก
ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย
หน่วย : ล้านคน
หมายเหตุ : * นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางระหว่างประเทศในช่วงปิดประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว **จากผลการสารวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวของ Europ Assistance ในช่วง 16 เม.ย-16 พ.ค 2022
***จากผลการสารวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน 1,218 คนของ Morning Consult ในช่วง 22-24 ก.ค 2022
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
2023F
2019 2020 2021 2022F
ม.ค. – ต.ค. = 7.2
39.9
6.7
0.4
10.3
28.3
-29%
ปัจจัยเสี่ยงสาคัญที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2023
การเปิดประเทศของจีนที่อาจยังไม่ชัดเจนมากนัก โดยคาดว่าจีนจะทยอยผ่อนคลายนโยบาย Zero-Covid อย่างค่อยเป็นค่อยไปจาก
สัญญาณบวกต่าง ๆ
• การเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศของจีนเป็น 840 เที่ยวบิน/สัปดาห์
ตั้งแต่ 30 ต.ค 22 (-95% เมื่อเทียบกับปี 2019)
• 11 พ.ย. จีนประกาศลดระยะเวลาการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ
เหลือ 8 วัน (โรงแรม 5 + บ้าน 3) จาก 10 วัน
• การเริ่มใช้วัคซีนกระตุ้นแบบพ่นทางปากในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะทาให้อัตราผู้
ได้รับวัคซีนกระตุ้นเพิ่มสูงขึ้น
จานวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยปี 2022 (หน่วย : หมื่นคน)
โอกาสในการเกิด Recession ในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่องบประมาณในการท่องเที่ยว
คนอเมริกันมีแนวโน้มลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลงจากภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูง***
• 62% ของชาวอเมริกันมีแนวโน้มยกเลิกแผนการท่องเที่ยวถ้าเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น
ผลกระทบด้านการเงินจากภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้คนยุโรปมีข้อจากัดด้านงบประมาณการท่องเที่ยว**
• ชาวยุโรปราว 70% มีแนวโน้มยกเลิกแผนการท่องเที่ยวถ้าเผชิญปัญหาทางด้านการเงิน
• ในปี 2022-2023 คนยุโรปส่วนใหญ่ยังมีงบประมาณในการท่องเที่ยวที่สูงกว่าปี 2021
2
0
4 2.7
Oct
Jul
Jan
3.5
YTD = 1.8 แสนคน
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
60
นอกจากนี้ จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยในหลายจังหวัดฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง และกลับมาใกล้เคียงช่วงก่อน COVID-19 แล้ว
โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุดหมายยอดนิยมของผู้เยี่ยมเยือนไทย
จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่องใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด
หน่วย : ล้านคน-ครั้ง
การฟื้นตัวของผู้เยี่ยมเยือนไทยรายจังหวัด*
หน่วย : % เทียบกับปี 2019
ในช่วงไตรมาส 4 ผู้เยี่ยมเยือนไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วง High season
โดยจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสานจะเป็นจุดหมายที่ดึงดูดผู้เยี่ยมเยือนไทยได้ดีในช่วงฤดูหนาว
อีกทั้ง คาดว่าภาครัฐจะสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5
ที่เตรียมเสนอ ครม. ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ จานวน 2 ล้านสิทธิ์และคาดว่าจะเริ่มเดือน ม.ค – มิ.ย 2023
การฟื้นตัวของผู้เยี่ยมเยื่อนไทย**
ฟื้นตัวได้ดี (> 80%)
ฟื้นตัวค่อนข้างดี (60%-80%)
ฟื้นตัวค่อนข้างช้า (< 60%)
ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3
หมายเหตุ : **การฟื้นตัวของจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยประมาณจากจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2019
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
25
5
15
0
10
20
16.8
15.4 16.7 16.7
ม.ค.
15.3
ก.พ.
15.4
มี.ค. เม.ย.
15.8
พ.ค.
15.7
มิ.ย.
16.7
ส.ค.
ก.ค. ก.ย.
17.7
ต.ค.
2019 2022
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
61
ภาพรวมจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยในปี 2023 จะมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงช่วงก่อน COVID-19 ได้ จาก Pent-up
demand แม้จะมีแรงกดดันจากการทยอยเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และงบท่องเที่ยวในภาวะเงินเฟ้อสูง
ประมาณการจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทย
หน่วย : ล้านคน-ครั้ง
144.5
(ม.ค – ก.ย)
ปัจจัยเสี่ยงสาคัญที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2023
คนไทยทยอยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ แม้ราคาตั๋วเครื่องบิน
จะแพงขึ้นตามราคาน้ามันในตลาดโลก นอกจากนี้ สายการบินต่างวางแผนเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้นในปี 2023
จานวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปต่างประเทศ (หน่วย : หมื่นคน)
ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่องบประมาณในการท่องเที่ยว โดยค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว
เฉลี่ยของผู้เยี่ยมเยือนไทยยังคงมีแนวโน้มต่ากว่าช่วงก่อน COVID-19 เนื่องจากส่วนใหญ่ยังเป็นทริประยะสั้น
หรือเที่ยววันเดียว
ปี 2019 2020 2021 ม.ค–ต.ค. 22
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริป*
(บาท)
4,752 3,871 2,906 3,150
*ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยวไทยประเมินจากรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนไทยทั้งหมด / จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทย
229.4
123.2
71.9
226.5
2022F
162.2
(ม.ค – ต.ค.)
2020
2019 2021 2023F
202.4
มิ.ย.
ม.ค. ก.ค.
ก.พ.
2.6
มี.ค.
3.8
เม.ย. พ.ค. ส.ค. ก.ย.
0.1 0.2 0.5
1.4
2.1
4.1 4.0
ญี่ปุ่น
สิงคโปร์
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, Department of Statistics – Singapore และ Tourism Japan
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q4/2022
62
2025F
จานวนผู้เข้าพักและจานวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดมีแนวโน้มฟื้นตัวดีต่อเนื่อง ประกอบกับจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ที่จะเร่งตัวสูงขึ้นในปี 2023 ทาให้ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจการบินต้องเตรียมความพร้อม
การฟื้นตัวของผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด*และผู้เข้าพัก
หน่วย : % เทียบกับปี 2019
ภาคการท่องเที่ยวเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในปี 2023
จานวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด จานวนผู้เข้าพัก
อัตราการเข้าพักทั่วประเทศ
หน่วย : % ของอุปทานห้องพักทั้งหมด
289
264
241 239 224 237
265
2022E
2019 2023F
2020 2021 2Q22
หน่วย : ลา
ธุรกิจการบินยังมีขีดความสามารถเพียงพอต่อการให้บริการขนส่ง
ผู้โดยสารระหว่างประเทศ
• อัตราการใช้เครื่องบินของสายการบินสัญชาติไทยคาดว่าจะ
เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 71% จากฝูงบินทั้งหมด อีกทั้ง ยังสามารถ
เพิ่มความถี่เที่ยวบินจากเครื่องบินที่ใช้อยู่ และยังวางแผนเพิ่ม
เครื่องบินต่อเนื่องภายในปี 2025
• บุคลากรยังมีพร้อมให้บริการ เนื่องจากสายการบินเน้นใช้วิธีลด
เงินเดือนและหยุดงานแบบไม่รับเงินเดือนแทนการปลดพนักงาน
และสายการบินยังเตรียมเปิดรับนักบินลูกเรือเพิ่ม
นอกจากนี้ ยังมีสายการบินต่างชาติให้บริการร่วมด้วยเป็นจานวนมาก
ปริมาณเครื่องบินของสายการบินสัญชาติไทย
ธุรกิจโรงแรมพร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบรับนักท่องเที่ยว จากที่
ปิดบริการชั่วคราว/บางส่วน รวมถึงเลื่อนการเปิดให้บริการของ
โรงแรมใหม่
• จานวนห้องพักทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากปี 2019 โดยเฉพาะ
รีสอร์ตและโรงแรม
• การวางแผนจ้างพนักงาน part-time เพิ่มรวมถึงฝึกอบรม
พนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน เพื่อลดปัญหา
การขาดแคลนแรงงานในระดับปฏิบัติการ เช่น พนักงานเสริ์ฟ
จานวนห้องพัก
รีสอร์ต
โรงแรม เซอร์วิส
อะพาร์ตเมนต์
เกสเฮาส์ บังกะโล
4.0 4.4
2.2 2.5
0.3 0.3 0.2 0.2 0.2 0.2
2019
2022
หน่วย : แสนห้อง
หมายเหตุ : ผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดรวมผู้เยี่ยมเยือนไทย และผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, CAAT, Thai Airways, Bangkok Airways, Thai AirAsia, Thai AirAsia X, NokAir, Thai Lion air และ Thai VietJet Air
-100
-50
0
2022
2020
ต.ค.
2021
-32.9%
-22.7%
0
20
40
60
80
100
81%
2019
78%
2022
2020
11%
36%
2021
55%
ต.ค.
56%
ธ.ค
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
63
การส่งออกสินค้าเติบโตดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกหลังผ่านวิกฤต COVID-19 ส่วนหนึ่ง
เป็นผลจากปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การส่งออกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และ
เครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัวดีขึ้นมาก
หมายเหตุ : * ไม่รวมกลุ่มสินค้าดีบุก ก๊าซธรรมชาติ และตะกั่ว เนื่องจากมีขนาดมูลค่าต่ากว่า 0.05% ในขณะที่มีอัตราการขยายตัวมากกว่า 1.000%
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
การฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้าหลัก เทียบก่อน COVID-19* การฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้ารายกลุ่มประเทศสาคัญ เทียบก่อน COVID-19
สินค้ากสิกรรม
อาหารสัตว์เลี้ยง
ไขมันและน้ามันจากพืชและสัตว์
สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ
เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์
เหล็กเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม
เม็ดพลาสติก
เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง
ยานพาหนะอุปกรณ์
ประทีปโคมไฟ
ปูนซีเมนต์ เครื่องจักรกล
อากาศยานยานอวกาศ
อาวุธกระสุน
ทองแดงและของทาด้วยทองแดง
น้ามันสาเร็จรูป
-100%
-50%
0%
50%
100%
150%
200%
250%
300%
350%
0% 2% 4% 6% 8% 10% 12% 14% 16%
การเปลี่ยนแปลง
Q3/2019
เทียบ Q3/2022
มูลค่าการส่งออกแต่ละกลุ่มเทียบมูลค่าการส่งออกทั้งหมดใน Q3/2022
สินค้าส่งออก 450 รายการ
(จาก 668 รายการ
ฟื้นจาก COVID-19 แล้ว)
ASEAN5
China
CLMV
U.S.A.
Japan
EU28
HONG KONG
Australia
ME
India
LATAM
-20%
-10%
0%
10%
20%
30%
40%
50%
60%
0% 2% 4% 6% 8% 10% 12% 14% 16% 18% 20%
มูลค่าการส่งออกแต่ละกลุ่มเทียบมูลค่าการส่งออกทั้งหมดใน Q3/2022
การเปลี่ยนแปลง
Q3/2019
เทียบ Q3/2022
ยังไม่ฟื้นตัว
ฟื้นตัวดีมาก
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
64
ดุลบัญชีเดินสะพัดจึงมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของรายได้ท่องเที่ยว รวมถึงค่าระวางเรือที่ลดลงมาก
เป็นหลัก
เครื่องชี้ค่าระวางเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์
หน่วย : ดัชนี (1 ม.ค. 1998 = 1,000)
ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
หน่วย : ล้านบาท
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, Freightos, JP Morgan, Shanghai Shipping Exchange และ CEIC
หน่วย : ดัชนี (weighted avg. of 12 regional routes, USD/FEU)
500
2500
4500
6500
8500
10500
12500
400
900
1400
1900
2400
2900
3400
3900
Jan-19
Mar-19
May-19
Jul-19
Sep-19
Nov-19
Jan-20
Mar-20
May-20
Jul-20
Sep-20
Nov-20
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Nov-22
China Containerized Freight Index (CCFI)
ข้อมูลล่าสุด
11/11/2022
Freights Baltic Index (FBX) (แกนขวา)
ค่าขนส่งสินค้าทางเรือมีแนวโน้มปรับลดลง
(1) ความต้องการขนส่งชะลอลง
(2) Supply bottleneck การขนส่งคลี่คลาย
(3) ค่าน้ามันเชื้อเพลิงปรับลดลง
-200,000
-150,000
-100,000
-50,000
0
50,000
100,000
150,000
200,000
Jan-21
Feb-21
Mar-21
Apr-21
May-21
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
Trade Balance Services, Primary Income, and Secondary Income Current Account
ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
คาดว่าจะเกินดุลต่อเนื่องตั้งแต่ Q4
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
65
อย่างไรก็ดี การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้าตามทิศทางเศรษฐกิจโลก การส่งออกสินค้า
เริ่มมีสัญญาณชะลอลงใน Q3 โดยเฉพาะตลาดจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น
ส่งออกรายสินค้า ส่งออกรายตลาด
หน่วย : %YOY, (สัดส่วนในปี 2021) Q4/2021 Q1/2022 Q2/2022 Jul-22 Aug-22 Sep-22
รวมทั้งหมด (100%) 23.1% 14.8% 10.8% 4.3% 7.5% 7.8%
ไม่รวมทองคา (98.6%) 22.7% 10.0% 11.0% 4.7% 7.4% 6.7%
เครื่องใช้ไฟฟ้า (10.4%) 11.7% 8.8% 2.8% 5.0% 18.4% 7.1%
รถยนต์ฯ (10.8%) 24.3% -11.3% -6.0% -2.9% 22.5% 8.4%
เกษตรกรรม (9.6%) 20.9% 1.6% 15.4% -0.3% -10.3% 2.7%
เคมีภัณฑ์และพลาสติก (9.4%) 35.5% 18.6% 5.2% -5.6% -7.2% -12.6%
อุตสาหกรรมการเกษตร (7.1%) 20.5% 27.9% 28.0% 38.1% 27.6% 0.8%
คอมพิวเตอร์ฯ (8.1%) 16.9% 8.6% -6.7% -19.8% 0.0% 13.9%
ผลิตภัณฑ์ยาง (5.3%) -1.7% -8.2% -0.3% -4.4% -0.2% -1.4%
แผงวงจรไฟฟ้า (3.1%) 18.7% 17.7% 9.4% 4.2% 25.1% 6.4%
เครื่องจักรกล (3%) 17.1% 17.3% 13.8% 5.4% 15.6% -4.5%
น้ามันสาเร็จรูป (3.3%) 104.7% 21.9% 64.2% 53.7% -13.5% -1.8%
สิ่งทอ (2.4%) 17.8% 13.7% 11.1% 6.5% 12.9% 7.3%
อัญมณีเครื่องประดับหักทอง (2.3%) 25.2% 41.4% 40.6% 19.1% 31.2% 89.6%
หน่วย : %YOY, (สัดส่วนในปี 2021) Q4/2021 Q1/2022 Q2/2022 Jul-22 Aug-22 Sep-22
ส่งออกรวม 23.1% 14.8% 10.8% 4.3% 7.5% 7.8%
สหรัฐฯ (15.4%) 25.2% 23.3% 17.8% 4.7% 16.3% 26.1%
จีน (13.7%) 17.8% 4.2% -1.9% -20.6% -20.1% -13.2%
อาเซียน 5 (13.7%) 44.1% 26.9% 23.1% 21.3% 5.8% 9.0%
CLMV (10.3%) 13.6% 5.5% 14.1% 24.2% 41.1% 26.3%
ญี่ปุ่น (9.2%) -0.2% 1.2% 1.6% -4.7% 6.6% -1.7%
สหภาพยุโรป 28 (9.3%) 20.3% 7.5% 4.5% 9.3% 20.7% 22.2%
ฮ่องกง (4.3%) 9.1% 5.0% -7.3% -31.3% -18.1% -17.9%
ออสเตรเลีย (4%) 16.9% -2.4% -3.3% 19.9% 21.3% 12.7%
ตะวันออกกลาง (3.3%) 37.2% 14.9% 28.9% 26.8% 38.5% 47.4%
อินเดีย (3.2%) 50.6% 33.1% 60.4% 33.3% 18.0% -3.4%
รัสเซีย (0.4%) 72.8% -6.8% -63.9% -42.6% -25.1% -34.8%
ยูเครน (0%) 27.1% -49.2% -89.7% -87.5% -82.6% -87.1%
หมายเหตุ : * ไม่รวมกลุ่มสินค้าดีบุก ก๊าซธรรมชาติ และตะกั่ว เนื่องจากมีขนาดมูลค่าต่ากว่า 0.05% ในขณะที่มีอัตราการขยายตัวมากกว่า 1.000%
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
66
Overall
Food
Beverages
Tobacco
Wearing Apparel
Leather
Paper
Petroleum
Chemicals
Basic Pharma
Rubber & Plastic
Other Non Metallic Mineral
Basic Metal
Fabricated Metal Electronic
Electrical
Machinery
Motor Vehicles
Motorcycles
Furniture
Other Manu
-15
-10
-5
0
5
-30 -25 -20 -15 -10 -5 0 5 10
ในระยะต่อไป ภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการลงทุน
ภาคเอกชน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา การผลิตภาคอุตสาหกรรมหลายสาขายังต่ากว่าระดับก่อน COVID-19
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ CEIC
ความสัมพันธ์ระหว่างการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน
หน่วย : %YOY, 3MMA, SA
อัตราการใช้กาลังการผลิตและดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม
หน่วย : การเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยไตรมาส 3 ปี 2022 เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2016-2019
Capacity
Utilization
Manufacturing Production Index
คิดเป็นสัดส่วนมูลค่า
ราว 70% ของผลผลิต
อุตสาหกรรมทั้งหมด
-20
0
20
40
01/2016 01/2017 01/2018 01/2019 01/2020 01/2021 01/2022
Exports (BOP Basis) MPI PII
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน
หน่วย : ดัชนี (2018Q1=100) ปรับฤดูกาล
85
100
115
130
10/2021 12/2021 02/2022 04/2022 06/2022 08/2022
PII Construction Area Permitted
Construction Material Sales Real Imports of Capital Goods
Real Domestic Machinery Sales Newly Registered Vehicles for Investment
ชะลอตัวลง
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q4/2022
67
สาหรับการลงทุนก่อสร้างของภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวในปี 2023 จากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยโครงการใหม่
และโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นจะกดดันการขยายตัว
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชน
หน่วย : พันล้านบาท
2017
147
309
107
154
2019
287
173
546
2020
282
96
179
2021
148
312
2022F
562
2023F
313
118
2018
297
98
151
99
102
571 555
603
560 578
-3% +1% +3% +4%
ที่อยู่อาศัย
อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์
อื่น ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม คลังสินค้า
มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนยังสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุน ได้แก่
• พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มสามารถฟื้นตัวในปี 2022 จากการเปิดตัว
โครงการใหม่
• การก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังดาเนินไปอย่างต่อเนื่อง
• มูลค่าการก่อสร้างโรงแรมยังหดตัว โดยพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมหดตัวตั้งแต่
การแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเป็นการ Renovate พื้นที่รองรับการฟื้นตัวของ
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
ความท้าทาย : ผู้รับเหมาก่อสร้างยังต้องแบกรับต้นทุนสูง โดยเฉพาะค่าจ้างที่สูงขึ้น
จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่าทั่วประเทศ และแรงงานต่างชาติยังกลับมาทางานไม่มากเท่าเดิม
อีกทั้ง ยังเผชิญความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง
แนวโน้ม
ปี 2023
จานวนหน่วยที่อยู่อาศัยขายได้ และเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
หน่วย : พันหน่วย
2018
29
54
15
29
2020 2021
19
26
2022F
29
2023F
19
2019
31 75
15
107
21
69
121
100
65
100
+17%
+32% +7%
อื่น ๆ คอนโดมิเนียม
บ้านเดี่ยว+บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์
32
20
2019
18
29
26
2020
13
18
2022F
23
2021 2023F
32
74
106
66
73
2018
125 119
60
94
23
-17%
+55%
+13%
ที่อยู่อาศัย
เปิดตัวใหม่
ที่อยู่อาศัย
ขายได้
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
68
อย่างไรก็ดี มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ที่จะหมดลงสิ้นปีนี้ จะกระทบต่ออุปสงค์การซื้อที่อยู่อาศัยในปี 2023
ของกลุ่มนักลงทุนโดยเฉพาะคอนโดระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท และกลุ่ม Real demand ในสัญญาที่ 2 ขึ้นไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลายอัตราส่วนสินเชื่อต่อราคาที่อยู่อาศัย (LTV) ที่จะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค. 2022
สินเชื่อ
เพื่อที่อยู่อาศัย
ที่อยู่อาศัย <10 ล้านบาท ที่อยู่อาศัย ≥10 ล้านบาท
เดิม (2022) ใหม่ (2023)* เดิม (2022) ใหม่ (2023)*
สัญญาที่ 1
≤100% + Top-up ≤10%** ≤100% + Top-up ≤10%**
(เหมือนเดิม)
≤100% ≤90%
สัญญาที่ 2 ≤100% ≤80-90% ≤100% ≤80%
สัญญาที่ 3 ขึ้นไป ≤100% ≤70% ≤100% ≤70%
ช่วงที่เหลือของปี 2022
• เร่งการตัดสินใจซื้อของทั้งนักลงทุน และ
กลุ่ม Real demand ในสัญญาที่ 2 หรือ 3 ขึ้นไป
• เป็นจังหวะให้ผู้ประกอบการที่มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ
พร้อมขายเร่งทาโปรโมชันระบายสต็อก
ตั้งแต่ ปี 2023
กลุ่มนักลงทุนและกลุ่ม Real demand ในสัญญาที่ 2 หรือ 3
ขึ้นไป อาจชะลอการตัดสินใจซื้อ จากภาระ
การวางเงินดาวน์ 10%-30% ของราคาที่อยู่อาศัย
ผลกระทบ
ต่อที่อยู่อาศัย
• คอนโดได้รับผลกระทบมากกว่าแนวราบ โดยเฉพาะระดับราคาปานกลาง-ล่างไม่เกิน 5 ล้านบาท
เนื่องจากได้รับความนิยมในการซื้อเพื่อลงทุน ทั้งปล่อยเช่าและเก็งกาไร
• ที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะ
ที่เน้นตลาดการลงทุนปล่อยเช่านักท่องเที่ยว หรือซื้อเป็นบ้านพักตากอากาศ
• ที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากเป็น Segment
เน้นผู้มีกาลังซื้อสูง ซึ่งมักจะไม่มีข้อจากัดในการวางเงินดาวน์
แนวโน้มปี 2023
สินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน
• แนวโน้มการขอสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปี 2022 อาจเติบโตอีกเล็กน้อย
• แนวโน้มการขอสินเชื่อในปี 2023 อาจได้รับผลกระทบเล็กน้อย
จากการชะลอซื้อที่อยู่อาศัยของนักลงทุน และกลุ่ม Real demand ในสัญญา
ที่ 2 หรือ 3 ขึ้นไป แต่จะยังมีแนวโน้มเติบโต จากกลุ่ม
ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกและผู้กู้ที่มีศักยภาพ
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
• การขายคอนโดจะเน้นกลุ่ม Real demand มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่
ต้องการที่อยู่อาศัยหลังแรก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการระดับราคาปานกลาง-ล่าง
• การเปิดโครงการคอนโดเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยอาจชะลอการ
เปิดโครงการในทาเลที่พึ่งพากาลังซื้อจากนักลงทุนในสัดส่วนสูง มีการเร่ง
ตัวของโครงการเปิดใหม่ และมีหน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายในระดับสูง
หมายเหตุ : * มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2022 ** สินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง ต่อเติมที่อยู่อาศัย
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
69
สาหรับการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องเกือบทุกหมวด จากกิจกรรมเศรษฐกิจที่ฟื้นกลับเป็นปกติมากขึ้น
การนาเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย
หน่วย : %
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ CEIC
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
หน่วย : ดัชนี (2019Q4 = 100), ปรับฤดูกาล
ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
หน่วย : จานวนคัน (แกนซ้าย) , %YOY (แกนขวา)
0
20
40
60
80
100
120
60
70
80
90
100
110
120
PCI Non-Durables
Semi-Durables Durables
Services Index Non-Residents Exp (แกนขวา)
ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
9 เดือนแรก 2022 อยู่ที่ 200,691 คัน
(ขยายตัว 14%YOY)
-500
0
500
-50,000
0
50,000
100,000
150,000
200,000
250,000
Jan Aug
Sep
-47% -31%
-10%
Feb
46%
Mar Oct
33%
May
8%
Jun Jul
-35%
Aug
-14%
NoV
-16%
Dec Feb
45%
Jan
Apr
-13%
19%
June
29%
-1%
92%
21%
Apr
63%
May
15%
Mar
-9%
Sep 9M219M22
July
+14%
-30%
-15%
0%
15%
30%
45%
01/2018 07/2018 01/2019 07/2019 01/2020 07/2020 01/2021 07/2021 01/2022 07/2022
%MOM_sa %YOY
การนาเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยายตัวได้
แม้ชะลอตัวลงบ้าง
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
70
สถานการณ์น้าท่วมภาคเกษตรคลี่คลายและไม่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มูลค่าความเสียหายในภาคเกษตร
ประมาณ 18,700 ล้านบาท (0.1% ของ GDP) โดยมีพื้นที่เกษตรเสียหาย 3.6 ล้านไร่ ซึ่งไม่มากเท่าอุทกภัยในอดีต
พื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมสะสมและพื้นที่ที่เสียหาย (ข้อมูลรายวัน ณ 14 พ.ย.)
หน่วย : ล้านไร่
ประเมินมูลค่าความเสียหายของน้าท่วมในภาคเกษตรปี 2022
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2.2 2.3
3.2
3.4 3.6
4.1
4.4 4.5
4.8 4.8 4.9 4.9 4.9
5.2
5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5
2.5
0.2
03/10
03/11
31/10
10/10
0.4
0.2
27/10
04/10
0.3
11/11
0.4
1.6
06/10
07/10
0.5 0.7
12/10
2.0
0.7
17/10
0.8
18/10
1.1
01/11
19/10
1.2
20/10
3.6
1.7
1.3
04/11
02/11
21/10
3.1
25/10
26/10
1.9
14/11
28/10
05/10
2.4
2.6 2.8
10/11
2.9
3.5
08/11
3.2
09/11
3.2 3.4
07/11
พื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมสะสม
พื้นที่ที่เสียหาย*
สถานการณ์น้าท่วมคลี่คลายแล้ว เนื่องจาก 1) รายงานพื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมอยู่ในระดับทรงตัวเป็นเวลานานกว่า 19 วัน
และ 2) คาดการณ์ปริมาณน้าฝนในเดือน พ.ย. อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าปกติ ในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
พื้นที่เกษตรที่เสียหาย 3.6 ล้านไร่มากกว่าในปี 2021 ที่มีพื้นที่เกษตรเสียหาย 3.4 ล้านไร่ แต่ยังต่ากว่าในปี 2017 และ 2011 ที่มีพื้นที่เกษตรเสียหาย 4.8
และ 12.2 ล้านไร่ ตามลาดับ
รายการ พืช
ข้าว** อ้อย*** มันสาปะหลัง****
พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย (ล้านไร่) 2.40 0.39 0.32
สัดส่วนต่อพื้นที่เพาะปลูก (%) 3.81 3.38 2.90
มูลค่าความเสียหาย (ล้านบาท) 11,799 4,046 2,880
รวมมูลค่าความเสียหายรวม (ล้านบาท) 18,725
สัดส่วนต่อ GDP (%)***** 0.11
หมายเหตุ : **ประเมินมูลค่าความเสียหายจากผลผลิตต่อไร่ (0.45 ตันต่อไร่) และราคาขายข้าวเปลือก
เฉลี่ยถ่วงน้าหนักในเดือน ต.ค. 2022 (11,095 บาทต่อตัน), ***ประเมินจากผลผลิตต่อไร่ (9.66 ตันต่อไร่)
และราคาอ้อยขั้นต้นปี 2021/2022 (1,070 บาทต่อตัน), ****(ประเมินจากผลผลิตต่อไร่ (3.45 ตันต่อไร่)
และราคาขายหัวมันสาปะหลังสดในเดือน ต.ค. 2022 (2,600 บาทต่อตัน), *****ประเมินจาก GDP ไทย
ปี 2022 ที่ 17.5 ล้านล้านบาท
หมายเหตุ : *พื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมจะไม่ได้รับความเสียหาย หากระบายน้าเร็ว/มีน้าท่วมขังระยะสั้น เช่น ข้าวจะไม่ได้รับความเสียหาย หากน้าท่วมขังลดลงภายใน
3-4 วัน
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
71
ภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังกลับมาฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ถึงแม้จานวนผู้ว่างงานปรับลดลงและจานวนชั่วโมงทางาน
เฉลี่ยเริ่มกลับสู่ระดับก่อนเกิด COVID-19
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสถิติแห่งชาติ และสานักงานประกันสังคม
จานวนผู้ว่างงานและอัตราการว่างงานของไทย
หน่วย : พันคน
จานวนคนทางานต่าระดับ (ต่ากว่า 35 ชม./สัปดาห์)
หน่วย : ล้านคน
จานวนชั่วโมงการทางานเฉลี่ย
หน่วย : ชั่วโมง/สัปดาห์
หน่วย : % กาลังแรงงาน
451
404
373
651
758
732
871
632
608
547
491
1.2%
1.1%
1.0%
1.7%
2.0%
1.9%
2.3%
1.6%
1.5%
1.4%
1.2%
0.0%
0.5%
1.0%
1.5%
2.0%
2.5%
0
100
200
300
400
500
600
700
800
900
1,000
2017
2018
2019
2020
Q1-2021
Q2-2021
Q3-2021
Q4-2021
Q1-2022
Q2-2022
Q3-2022
ผู้ว่างงาน อัตราว่างงาน (แกนขวา)
1.0% 1.2%
ก่อน COVID-19 ล่าสุด
ก่อน COVID-19
6.7 6.8 6.9
8.7
10.1
7.7
8.4
7.4
9.2
7.1
6.6
0
2
4
6
8
10
12
2017
2018
2019
2020
Q1-2021
Q2-2021
Q3-2021
Q4-2021
Q1-2022
Q2-2022
Q3-2022
Thousands
ทางานตั้งแต่ 1-34 ชม./สัปดาห์
ทางาน 0 ชม./สัปดาห์ (เสมือนว่างงาน)
6.8 6.6
ก่อน COVID-19 ล่าสุด
ก่อน COVID-19
42.6
42.5
42.3
40.3
39.6
41.1
40.2
41.2
40.5
41.9
42.5
35
37
39
41
43
45
2017
2018
2019
2020
Q1-2021
Q2-2021
Q3-2021
Q4-2021
Q1-2022
Q2-2022
Q3-2022
42.8 42.5
ก่อน COVID-19 ล่าสุด
ก่อน COVID-19
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
72
การจ้างงานในอุตสาหกรรมค้าส่งค้าปลีก บริการสุขภาพ และบริการอื่น สูงกว่าก่อนวิกฤติ ขณะที่การจ้างงานภาค
เกษตร ก่อสร้าง และโรงแรมยังฟื้นไม่เต็มที่ แรงงานจานวนมากออกจากระบบประกันสังคม ซึ่งมีความมั่นคงในการ
ทางานลดลง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสถิติแห่งชาติ และสานักงานประกันสังคม
การจ้างงานเฉลี่ย 2021 เทียบก่อน COVID-19
หน่วย : พันคน, การเปลี่ยนแปลงเทียบปี Q3/2022 vs Q3/2019
การจ้างงานเฉลี่ยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2022 เทียบก่อน COVID-19
หน่วย : พันคน, การเปลี่ยนแปลงเทียบปี Q3/2022 vs Q3/2019
สัดส่วนแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33
หน่วย : % ต่อจานวนผู้มีงานทารวม
1,441
538
385
177 153 142
95 68
-11
-106
-300
-100
100
300
500
700
900
1,100
1,300
1,500
รวม
ค้
า
ส่
ง
-ปลี
ก
อื
่
น
ๆ
บริ
ก
ารสุ
ข
ภาพ
ขนส่
ง
-โกดั
ง
ร้
า
นอาหาร
การผลิ
ต
เกษตร
ก่
อ
สร้
า
ง
โรงแรม
1,441
-280
-60
3
-10
228
1,560
-500
0
500
1,000
1,500
2,000
รวม
ลู
ก
จ้
า
งเอกชน
นายจ้
า
ง
Union
ช่
ว
ยงานที
่
บ
้
า
น
ลู
ก
จ้
า
งรั
ฐ
บาล-รั
ฐ
วิ
ส
าหกิ
จ
ท
างานอิ
ส
ระ
จานวนผู้ทาอาชีพอิสระเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่จานวนลูกจ้างเอกชนที่มีความ
มั่นคงทางรายได้มากกว่าปรับลดลง
31.2%
28.8%
26%
27%
28%
29%
30%
31%
32%
2017Q1
2017Q3
2018Q1
2018Q3
2019Q1
2019Q3
2020Q1
2020Q3
2021Q1
2021Q3
2022Q1
2022Q3
วิกฤต COVID-19
วิกฤต COVID-19 ส่งผลให้แรงงานราว 6 แสนคน
ออกนอกระบบประกันสังคม สูญเสียสวัสดิการที่เคยได้รับ
ทั้งนี้การออกนอกระบบฯ เกิดขึ้นทุกอุตสาหกรรม โดย ณ ปัจจุบัน
จานวนแรงงานในระบบยังต่ากว่า
ระดับก่อน COVID-19 กว่า 2 แสนคน
ต่าสุดนับตั้งแต่ Q3/2017
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
73
รายได้ภาคเกษตรที่มีแนวโน้มชะลอลงค่อนข้างมาก ตามทิศทางราคาสินค้าเกษตรสาคัญที่จะลดลงในปีหน้า
จึงไม่สามารถสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนในปี 2023 ได้มากเท่าปีนี้
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ประมาณการ ณ ต.ค. 2022)
คาดการณ์อัตราการเติบโตของผลผลิตและราคาสินค้าเกษตร ปี 2023
หน่วย : %YOY
การบริโภคภาคเอกชนและรายได้ภาคเกษตร รายไตรมาส
หน่วย : %YOY ในปี 2022 รายได้ภาคเกษตรเติบโตดี
ช่วยสนับสนุนการบริโภค
คาดการณ์อัตราการเติบโตของรายได้ภาคเกษตรปี 2023
หน่วย : %YOY
ปี 2021 2022E 2023F
ดัชนีรายได้ 2.6 13.2 1.8
ดัชนีราคา 3.0 11.1 0.1
ดัชนีผลผลิต 0.8 1.9 1.5
รายได้ภาคเกษตรในปี 2023
มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาก
- ผลผลิตเกษตรจะเติบโตใกล้เคียงปีนี้
- ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้ม
ทรงตัวจากฐานสูง
1.6
-0.7
-4.9
1.8
4.1
1.5 2.3
11.1
15.8
-28.6
ราคา ผลผลิต
ปาล์มน้ามัน
ข้าวเปลือก ยางพารา
มันสาปะหลัง อ้อย
ปัจจัยสนับสนุนผลผลิต ปัจจัยสนับสนุนราคา ปัจจัยกดดันให้ราคาลดลง
• ปริมาณน้าฝนเพียงพอต่อการ
เพาะปลูก ช่วยให้ผลผลิตอ้อย
ยางพารา ปาล์มน้ามัน สูงขึ้น
• ปริมาณน้าในเขื่อนสูงกว่าปีก่อน
ส่งผลให้ผลผลิตพืชที่ปลูกช่วง
หน้าแล้ง เช่น ข้าวนาปรัง ปรับ
สูงขึ้น
สต็อกข้าวโลกมีแนวโน้มลดลง
และนโยบายควบคุมการส่งออก
ข้าวของอินเดีย ส่งผลให้ราคาข้าว
โลกมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น
• แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลง
ราคาสินค้าเกษตรที่อิงความต้องการ
บริโภคในตลาดโลก เช่น ยางพารา อ้อย
มีแนวโน้มปรับลดลง
• แนวโน้มราคาน้ามันปรับลดลงบ้าง
จากปีก่อน ส่งผลให้ราคายางพาราและ
อ้อยมีแนวโน้มปรับลดลงตาม
9.4
17.7
10.9
-10
0
10
20
Q2/20
Q1/19
Q2/19
Q4/19
Q1/20
Q3/19
Q4/20
Q3/20
Q1/21
Q2/21
Q3/21
Q4/21
Q1/22
Q2/22
Q3/22
Q4/22E
รายได้ภาคเกษตร
การบริโภคภาคเอกชน
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
74
ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงมีแนวโน้มเผชิญกับรายได้ฟื้นช้ากว่ารายจ่าย ท่ามกลางเงินเฟ้อสูง หนี้สูง และดอกเบี้ยสูง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EIC Consumer Survey 2022, กระทรวงพาณิชย์, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย
เงินเฟ้อไทยจะทยอยปรับลดลงอย่างช้า ๆ ใน 2023 และยังอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย
หน่วย : %YOY
คาถาม : ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คุณมีปัญหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่?
หน่วย : % ของผู้ตอบแบบสอบถาม
7.86%
5.98%
-3%
-1%
1%
3%
5%
7%
9%
2020Q1
2020Q3
Jan-21
Mar-21
May-21
Jul-21
Sep-21
Nov-21
Jan-22
Mar-22
May-22
Jul-22
Sep-22
Core contribution Energy contribution Raw food contribution Headline Core
2022F 2023F
Headline 6.1% 3.2%
Core 2.5% 2.7%
15.8%
43.0%
41.3%
มีปัญหาบ่อยครั้ง
มีปัญหาบางครั้ง
ไม่มีปัญหา
59% มีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย
คาถาม : คุณคาดว่า รายได้ของคุณจะเพิ่มขึ้นมากกว่ารายจ่ายหรือไม่ ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า?
หน่วย : % ของผู้ตอบแบบสอบถาม
14.9% 15.7% 25.6% 43.8%
“รายจ่ายเพิ่มในอัตราที่
มากกว่า”
“รายได้เพิ่มใน
อัตราที่มากกว่า”
“ทั้งรายได้และ
รายจ่ายเท่าเดิม”
“รายได้และรายจ่าย
เพิ่มขึ้นพอ ๆ กัน”
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
75
หมายเหตุ : การวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ สัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย. 2022
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EPPO, ERC, CEIC และสานักข่าวต่าง ๆ
ในปี 2023 ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับแนวโน้มราคาพลังงานในประเทศที่อยู่ในระดับสูงเนื่องจาก
ภาครัฐมีข้อจากัดในการอุดหนุนราคาพลังงาน
ราคาน้ามันดีเซลและน้ามันเบนซิน (หน้าสถานีบริการ)
หน่วย : บาทต่อลิตร
ราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กิโลกรัม (LPG)
หน่วย : บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม
อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)
หน่วย : สตางค์ต่อหน่วย
300
320
340
360
380
400
420
2018 2019 2020 2021 2022
10
20
30
40
50
2018 2019 2020 2021 2022
Gasohol 95 E10 H-Diesel
-40
-20
0
20
40
60
80
100
2018 2019 2020 2021 2022
ภาครัฐตรึงราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กก.
ตลอดช่วง COVID-19 เพื่อไม่ให้ความผันผวน
ของราคาตลาดโลกกระทบค่าครองชีพ
ภาครัฐกาหนดเพดานราคาน้ามันดีเซล
เพื่อลดผลกระทบราคาน้ามันแพง
โดยเฉพาะต้นทุนขนส่งสินค้า
ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือค่า Ft
ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง
• ในปี 2022 ที่ราคาน้ามันในตลาดโลกดีดตัวขึ้นสูง การกาหนด
เพดานราคาน้ามันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร (คงเพดานนี้ตั้งแต่
ปี 2009) ทาให้บัญชีของกองทุนน้ามันติดลบเป็นอย่างมาก จึงได้
ปรับเพดานขึ้นเป็น 35 บาทต่อลิตรเพื่อบรรเทาภาระกองทุน
น้ามัน
• สถานะกองทุนน้ามันที่ติดลบอยู่ 130,000 ล้านในปัจจุบัน
ทาให้ภาครัฐมีข้อจากัดในการช่วยแบกรับต้นทุนน้ามัน จึงมี
ความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะปรับเพดานราคาน้ามันดีเซลในอนาคต
• ในปี 2022 ค่าไฟฟ้าปลีกปรับเพิ่มต่อเนื่องผ่านกลไกการปรับค่า Ft
เพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง โดย ERC ทยอยปรับขึ้นค่า Ft
เพื่อชะลอผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลมีการใช้งบกลางอุดหนุน
กลุ่มเปราะบางบางส่วน
• ในปี 2023 คาดว่าจะมีการปรับค่า Ft ขึ้น เพื่อทยอยส่งผ่านต้นทุนที่
เกิดขึ้นแล้วและแบกรับไว้ก่อนโดย EGAT ราว 80,000-100,000 ล้านบาท
ยังมีความเสี่ยงที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าไทยจะสูงกว่าคาดจากราคา LNG
ในตลาด Spot ที่ผันผวน แม้จะมีมาตรการลดปริมาณการนาเข้า LNG
ด้วยการใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนบางส่วน
• ที่ผ่านมา แม้ราคา LPG ในตลาดโลกผันผวนมาก แต่รัฐบาล
ช่วยตรึงราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. ที่ใช้ในครัวเรือน ส่งผลให้
กองทุนน้ามันต้องแบกภาระต้นทุนสูง ในปี 2022 ภาครัฐจึงปรับ
เพดานขึ้นเป็น 408 บาทต่อถัง 15 กก.
• ในปี 2023 ต้นทุนก๊าซหุงต้มในประเทศจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้ม
ราคา LPG โลก ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณาขยับขึ้นราคาที่ตรึงไว้
เพื่อลดข้อจากัดในการอุดหนุนราคาของกองทุนน้ามัน
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
76
ไทยมีแนวโน้มเผชิญกับต้นทุนพลังงานแพงไปอีกระยะ เนื่องจากจาเป็นต้องพึ่งพาการนาเข้าพลังงานมากขึ้น
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่ผลิตในประเทศได้น้อยลง
เมื่อไทยพึ่งพาการนาเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกและค่าเงินบาทจึงมีผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานในประเทศเป็นอย่างมาก
ไทยนาเข้าน้ามันดิบ 80-90%
ของการจัดหาน้ามันดิบทั้งหมด
การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยผลิตได้ลดลง
เนื่องจากแหล่งผลิตในไทยมีการดาเนินงานมานานแล้ว และการเพิ่มแหล่งผลิตใหม่จะต้องใช้เวลาในการสารวจ
13%
87%
แหล่งภายในประเทศ
นาเข้าน้ามันดิบ
1.2
ล้านบาร์เรลต่อวัน
ปริมาณการจัดหาก๊าซธรรมชาติ
หน่วย : ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ปริมาณการจัดหาปิโตรเลียมเหลว (LPG)
หน่วย : พันตัน
ปริมาณการจัดหาน้ามันดิบ (ม.ค.-ก.ย. 2022)
หน่วย : ล้านบาร์เรลต่อวัน
0
2
4
6
8
2016 2017 2018 2019 2020 2021 9M/2021 9M/2022
จากโรงแยกก๊าซ จากโรงกลั่น การนาเข้า
แหล่งก๊าซในอ่าวไทยมีคุณสมบัติเหมาะสาหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม (LPG) และวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ซึ่งปัจจุบันผลิตได้ลดลง จึงต้องนาเข้าก๊าซธรรมชาติ ในรูปแบบ LNG และ LPG* จากตลาดโลกมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการ
ใช้ภายในประเทศ
0
2,000
4,000
6,000
2016 2017 2018 2019 2020 2021 9M/2021 9M/2022
จากแหล่งภายในประเทศ จากแหล่งเมียนมาร์ การนาเข้า (LNG)
7% 9% 11% 12% 14% 15% 14%
18% 7%
10% 10%
8%
9% 9%
9% 25%
หมายเหตุ : *LNG (Liquefied Natural Gas) คือก๊าซธรรมชาติเหลว มีองค์ประกอบของ Methane ในขณะที่ LPG (Liquefied Petroleum Gas) คือก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีองค์ประกอบของ Propane และ Butane
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EPPO และสานักข่าวต่าง ๆ
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
77
0
2
4
6
8
10
2018 2019 2020 2021 2022
อีกทั้ง จากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ว่าราคาจะได้รับแรงกดดันจาก Recession fears แต่
ภาวะอุปทานตึงตัวยังเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้การปรับลงของราคาพลังงานเป็นไปได้ยาก
หมายเหตุ : 5-year range = 2015-2019
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, WoodMac, TradingView, EPPO, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ CEIC
ราคาน้ามันดิบ Brent
หน่วย : ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาก๊าซธรรมชาติ Henry hub
หน่วย : ดอลลาร์สหรัฐต่อ MMBtu
ราคาปิโตรเลียมเหลว (LPG) Aramco
หน่วย : ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ (USD)
หน่วย : บาท
0
50
100
150
2018 2019 2020 2021 2022
5-yr avg = 57
5-yr avg = 2.8
0
200
400
600
800
1,000
2018 2019 2020 2021 2022
5-yr avg = 430
28
30
32
34
36
38
40
2018 2019 2020 2021 2022
5-yr avg = 33.4
ในปี 2023 แนวโน้มตลาดพลังงานโลกอยู่ในภาวะตึงตัว ส่งผลให้ราคา
พลังงานระดับสูงต่อเนื่อง
Crude Oil :
• อุปสงค์มีแนวโน้มชะลอตัวจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย
แม้ความต้องการใช้น้ามันอาจเพิ่มขึ้นจากการทยอยเปิดประเทศของ
จีน อุปทานมีแนวโน้มลดลง จากความเสี่ยงระดับน้ามันคงคลัง
สารองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ทยอยลดลง และ OPEC
มีแนวโน้มลดกาลังการผลิตลง เพราะได้เพิ่มเต็มกาลังการผลิตแล้ว
ในปีที่ผ่านมา
Natural Gas :
• อุปสงค์ LNG อาจปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ LNG ของจีนที่
อาจเพิ่มขึ้นจากปี 2022 ขณะที่อุปทานยังคงตึงตัวส่งผลให้ราคา
LNG spot ผันผวน
LPG :
• อุปสงค์มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากจีนที่เพิ่มกาลังการผลิตใน
ภาคปิโตรเคมี ซึ่งใช้ LPG เป็น Feedstock อุปทานเพิ่มขึ้นช้าเพราะ
ต้องใช้เวลาสารวจและขุดเจาะ
ประกอบกับแนวโน้มค่าเงินบาทที่ยังอ่อนอยู่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย
ย้อนหลัง 5 ปี ส่งผลให้ราคาพลังงานในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง
และอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก ดังนั้น ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจะเผชิญกับ
สถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่แพงไปอีกระยะ
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
78
0
25
50
75
100
125
150
นอกจากนี้ ราคาอาหารมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่อง เป็นผลจากต้นทุนการผลิตทั้งอาหารสดและอาหารสาเร็จรูป
ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการทยอยส่งผ่านภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง
ราคาผลไม้สดที่เกษตรกรขายได้ (Farmgate price)
หน่วย : บาทต่อกิโลกรัม
ราคาอาหารสดที่เกษตรกรขายได้และแนวโน้มปี 2023
หน่วย : บาทต่อกิโลกรัม
ราคาขายปลีกอาหารสดในประเทศ (รายเดือน)
หน่วย: บาทต่อกิโลกรัม
แนวโน้มราคาอาหารในปี 2023
• ราคาอาหารสดมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง
ต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์
• ต้นทุนการผลิตอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์
จะยังทรงตัวสูง จากต้นทุนปัจจัยการผลิต เช่น
ราคาปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะ
อาหารสัตว์และ Biosecurity ค่าไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์
ต้นทุนขนส่ง
• ต้นทุนการผลิตอาหารสาเร็จรูป (Packaged food)
ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมปลายน้าในห่วงโซ่การผลิต
มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเช่นกัน
ผู้ประกอบการมีแนวโน้มทยอยส่งผ่านภาระต้นทุนที่
เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคมากขึ้น
• ความต้องการบริโภคอาหารมีแนวโน้มปรับดีขึ้น
สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
Durian Longan Mangosteen
2022E 2023F
2017 2018 2019 2020 2021
ส่งออกทุเรียนไปจีนได้ลดลงจากความเข้มงวด
ของนโยบาย Zero-Covid
ในปี 2023 ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากความต้องการบริโภค
ในประเทศและการส่งออกที่เติบโตดี รวมทั้งต้นทุนเพาะปลูกที่ยังสูง
• การส่งออกผลไม้ไปคู่ค้าหลัก เช่น จีน มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น
สอดคล้องกับเศรษฐกิจจีนที่ทยอยฟื้นตัวหลังผ่อนคลายมาตรการ
Zero-Covid
• การบริโภคผลไม้สดในประเทศ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและภาคท่องเที่ยว
รวมทั้งมีปัจจัยหนุนจากกระแสรักสุขภาพ (Health consciousness)
2.0
2.5
3.0
3.5
0
50
100
150
2018
2017 2023F
2019 2020 2022E
2021
ไก่ ไข่ไก่
สุกร
300
350
400
450
500
0
50
100
150
200
250
07/64
05/64
01/64
03/64
09/64
11/64
01/65
03/65
05/65
07/65
09/65
11/65
ไก่สดชาแหละ เนื้อสันใน
สุกรชาแหละ เนื้อแดง สะโพก ผักบุ้งจีน
ข้าวสารเจ้า 100% (แกนขวา)
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
หน่วย : บาทต่อฟอง
ประมาณการเงินเฟ้อ 2022F 2023F
เงินเฟ้อทั่วไป 6.1% 3.2%
เงินเฟ้อพื้นฐาน 2.5% 2.7%
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
79
จานวนครัวเรือนกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤติ COVID-19 จากรายได้ที่ฟื้นช้าและการก่อหนี้ที่เร่งตัวต่อเนื่อง
จากระดับเดิมที่สูงมาก EIC ประเมินว่า ครัวเรือนอาจต้องใช้เวลาแก้ปัญหาความเปราะบางนานกว่าทศวรรษ
จานวนครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง
หน่วย : พันครัวเรือน หน่วย : %YOY
1,661
1,689
1,712
1,697
2,108
1.7% 1.4%
-0.9%
24.2%
-5%
0%
5%
10%
15%
20%
25%
30%
0
500
1,000
1,500
2,000
2,500
3,000
2013 2015 2017 2019 2021
กลุ่มเปราะบาง %YOY (แกนขวา)
8.3% 8.0% 8.1% 7.8% 9.4%
% สัดส่วนครัวเรือนเปราะบางต่อครัวเรือนทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงของหนี้ต่อรายได้*
2013 2015 2017 2019 2021
249.6% 239.6% 300.2% 290.1% 304.6%
42.0% 42.3% 50.5% 47.9% 50.4%
สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ทั้งปี (%)
249.6% 304.6%
42.0% 50.4%
ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง*
ครัวเรือนกลุ่มไม่เปราะบาง
การเปลี่ยนแปลงของภาระการชาระหนี้ต่อเดือน*
2013 2015 2017 2019 2021
37.9% 40.6% 45.6% 43.8% 38.7%
17.4% 19.1% 19.4% 18.1% 16.7%
37.9% 38.7%
17.4% 16.7%
สัดส่วนการชาระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน (%)
หมายเหตุ : * ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง คือ ครัวเรือนที่มีหนี้สินต่อรายได้เกินกว่า 2 เท่า และมีหนี้สินเฉลี่ยราวครึ่งนึงของสินทรัพย์
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลสานักงานสถิติแห่งชาติ
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
80
63
75
84
82
95
119
125
69
77
85
94
105
118
129
0
25
50
75
100
125
150
Japan
US
UK
Hong
Kong
Korea
Australia
Switzerland
สิ้นปี 2019 (ก่อนโควิด) สิ้น 2022Q1 (ล่าสุด)
เป็นที่น่าสังเกตว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศกาลังพัฒนาอื่น
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP
หน่วย : %
หมายเหตุ : **สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยเป็นข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระดับสัดส่วนได้ลดลงมาเป็น 88.2 ใน Q2/2022
ขณะที่สัดส่วนของประเทศอื่นเป็นข้อมูลจาก Bank of International Settlement (BIS) (ข้อมูลล่าสุดถึง Q1/2022)
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และ BIS
กลุ่มประเทศกาลังพัฒนา กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงวิกฤต
COVID-19 อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศกาลังพัฒนา
และอยู่ในระดับใกล้เคียงประเทศพัฒนาแล้ว
+6.4
+1.9
+1.1
+12.2
+10.4
-0.5
+4
15
16
17
19
34
35
30
37
56
68
80
13
16
17
22
31
34
34
37
61
72
89
0
25
50
75
100
125
150
Turkey
Mexico
Indonesia
Russia
Poland
South
Africa
Brazil
India
China
Malaysia
Thailand*
สิ้นปี 2019 (ก่อนโควิด) สิ้น 2022Q1 (ล่าสุด)
+1.4 +0.4 -0.1
+2.4
-3.3 -1.2 -4.1 -0.2
+5.9
+3.5
+9.3%
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
81
0.1
-5
0
5
10
15
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
Q1-22
8.2
-5
0
5
10
15
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
Q1-22
6
0
5
10
15
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
Q1-22
2.4
0
2
4
6
8
10
Q4-15
Q4-17
Q1-19
Q3-19
Q1-20
Q3-20
Q1-21
Q3-21
Q1-22
79.4%
78.2%
77.9%
77.8%
78.1%
77.7%
77.5%
77.6%
78.4%
78.4%
78.4%
78.8%
79.9%
80.3%
83.9%
86.8%
89.8%
90.9%
89.6%
89.7%
90.0%
89.2%
88.2%
55%
60%
65%
70%
75%
80%
85%
90%
95%
2016Q4
2017Q1
2017Q2
2017Q3
2017Q4
2018Q1
2018Q2
2018Q3
2018Q4
2019Q1
2019Q2
2019Q3
2019Q4
2020Q1
2020Q2
2020Q3
2020Q4
2021Q1
2021Q2
2021Q3
2021Q4
2022Q1
2022Q2
หลังผ่านวิกฤต COVID-19 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยยังไม่ปรับลดลงมาก ส่วนหนึ่งเพราะการใช้
สินเชื่อบัตรเครดิตยังเร่งตัวและสินเชื่อส่วนบุคคลยังเติบโตสูง
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทย อัตราการเติบโตของสินเชื่ออุปโภคบริโภค
หน่วย : %YOY
สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต
สินเชื่อรถยนต์
สินเชื่อส่วนบุคคล
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
ช่วงวิกฤต COVID-19
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
82
ปรับโมเดลในการดาเนินธุรกิจ
As-a-services, Sharing economy, Subscription,
Business diversification
ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดหาวัตถุดิบ
Sourcing diversification, Green supply chain,
Traceability, Omni channel
ปรับเปลี่ยนกระบวนการในการผลิตสินค้า
AI, Automation, Cloud computing,
Blockchain, 5G
Aging society
Technopolar world
ภาพรวมแนวโน้มธุรกิจในปี 2023 และระยะปานกลางจึงขึ้นกับปัจจัยเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และเมกะเทรนด์
ที่จะเข้ามากระทบธุรกิจในระยะยาว
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปี 2023 และระยะปานกลาง
Economic
factors
Trade
policy
• Rising interest rate : ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
• Global economic instability and slowdown : ส่งผลต่อธุรกิจที่พึ่งพาภาค
การส่งออก
• Geopolitical fragmentation : ส่งผลให้ราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบยังอยู่
ในระดับสูง และผันผวนมากขึ้น และปัญหา Supply chain disruption
คลี่คลายได้ช้าลง
Mega
trends
Risks Opportunities
Country reopening : ส่งผลดีต่อภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
Consumption recover and pent-up demand : ส่งผลให้ความต้องการสินค้า
และบริการฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มกาลังซื้อสูง
Government stimulus : ภาครัฐยังเดินหน้าในโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์
โดยเฉพาะโครงการด้านการคมนาคม
Trade barriers : เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ส่งผลต่อการค้าและการลงทุน
ความต้องการสินค้าและบริการ
Digital, Healthy, Personalized,
Convenience, Sustainability
Implications to businesses
New trade agreement
Easing of some trade barriers : ข้อจากัดการค้าในบางอุตสาหกรรมคลี่คลาย
Climate change
Risk level* High Moderate Low
หมายเหตุ : * Risk level คือระดับความรุนแรงของการเกิดความเสี่ยงและผลกระทบต่อภาคธุรกิจในช่วงปี 2023 และ Medium term
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
83
แนวโน้มธุรกิจในปี 2023 เติบโตในลักษณะ Uneven เช่นกัน ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโต ได้แก่ กลุ่มที่ตอบโจทย์
การฟื้นตัวการบริโภคหรือสอดรับเทรนด์โลก บางธุรกิจมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือได้รับผลกระทบ
จากเมกะเทรนด์
ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง
• กลุ่มที่ตอบโจทย์การฟื้นตัวของการบริโภค
โดยเฉพาะสินค้าจาเป็น
• กลุ่มที่สอดรับกับเทรนด์ต่าง ๆ (Digital, Health,
Eco)
• กลุ่มที่ตอบโจทย์การลงทุนภาครัฐ ในโครงการ
เมกะเทรนด์
ธุรกิจที่มีสัญญาณฟื้นตัว
อย่างค่อยเป็นค่อยไปและยังมีความเสี่ยง
• กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยวจาก
การเปิดประเทศแต่ยังมีความเสี่ยงจาก
เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
• กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคสินค้าไม่
จาเป็นและสินค้าคงทน
ธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยง/ปัจจัยลบอยู่ค่อนข้างมาก
• กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับราคาพลังงานที่ยังผันผวนและทรงตัวใน
ระดับสูง
• กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
โลก
• กลุ่มที่ยังมีความเสี่ยงจากปัญหา Supply chain disruption
• กลุ่มที่ถูก Disrupt จากเมกะเทรนด์ต่าง ๆ
F&B,
Restaurant
Grocery
retail
Public
construction
Domestic
travel
Electronic
Component
E-commerce &
related businesses
Agri & fruits
Healthcare &
healthcare
product
Foreign travel &
Medical tourism
Residential
real estate
Non-grocery
retail
Building material
(Cement, Paint, Tile)
Auto
Oil Petrochemical Transport &
Logistics
Commercial
real estate
Steel
Industrial
estate
Power
Computer,
HDD
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
84
มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทย
จะฟื้นตัวบนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
85
มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง EIC ประเมินว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ของไทยในปี 2023 จะปรับสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 80% ...
ส่วนต่างระหว่างค่าสูงสุดและต่าสุด (Range) ของตัวเลขคาดการณ์ GDP ไทย ดัชนีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย และที่มาของความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ
หน่วย : ดัชนี
ข้อมูล ณ เดือน ต.ค ในแต่ละปี
0
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
5.5
2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022
Current Year Next Year
ตัวเลขคาดการณ์
เศรษฐกิจไทยยัง
ผันผวนสูงและ
มากกว่าในช่วงก่อน
วิกฤติ COVID-19
0
50
100
1993Q3
1994Q4
1996Q1
1997Q2
1998Q3
1999Q4
2001Q1
2002Q2
2003Q3
2004Q4
2006Q1
2007Q2
2008Q3
2009Q4
2011Q1
2012Q2
2013Q3
2014Q4
2016Q1
2017Q2
2018Q3
2019Q4
2021Q1
2022Q2
2023Q3F
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
สูงขึ้นในปี 2023
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ APAC, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,
Conflict and Mediation Event Observations และ matteoiacoviello.com
0
50
100
1993Q2
1996Q1
1998Q4
2001Q3
2004Q2
2007Q1
2009Q4
2012Q3
2015Q2
2018Q1
2020Q4
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
0
50
100
1993Q2
1995Q3
1997Q4
2000Q1
2002Q2
2004Q3
2006Q4
2009Q1
2011Q2
2013Q3
2015Q4
2018Q1
2020Q2
การเมืองภายในประเทศ
0
50
100
1993Q2
1995Q2
1997Q2
1999Q2
2001Q2
2003Q2
2005Q2
2007Q2
2009Q2
2011Q2
2013Q2
2015Q2
2017Q2
2019Q2
2021Q2
ความไม่แน่นอนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคไทย
นโยบายการคลังไทย
นโยบายการเงินไทย
0
50
100
1993Q2
1995Q3
1997Q4
2000Q1
2002Q2
2004Q3
2006Q4
2009Q1
2011Q2
2013Q3
2015Q4
2018Q1
2020Q2
ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
86
... ความไม่แน่นอนสูงที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
เพิ่มขึ้น 1% จะทาให้ GDP ลดลงรวมประมาณ 0.3%QOQ เป็นเวลานาน 3 ไตรมาส
การส่งผ่านความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ สู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย*
หน่วย : %
ผลกระทบของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อ GDP ไทย
หน่วย : %QOQ
หมายเหตุ : * ผลการศึกษาด้วยแบบจาลอง Semi-parametric Autoregressive และแบบจาลอง GARCH
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, Conflict and Mediation Event Observations และ matteoiacoviello.com
-0.4%
-0.3%
-0.2%
-0.1%
0.0%
0.1%
0.2%
T T+1 T+2 T+3 T+4 T+5 T+6 T+7 T+8 T+9
Median
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยนาน 3 ไตรมาส
0%
10%
20%
30%
40%
50%
60%
70%
80%
90%
100%
1993Q4
1995Q1
1996Q2
1997Q3
1998Q4
2000Q1
2001Q2
2002Q3
2003Q4
2005Q1
2006Q2
2007Q3
2008Q4
2010Q1
2011Q2
2012Q3
2013Q4
2015Q1
2016Q2
2017Q3
2018Q4
2020Q1
2021Q2
นโยบายการคลังไทย นโยบายการเงินไทย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
การเมืองภายในประเทศ ความไม่แน่นอนด้านอื่นๆ ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก
ความไม่แน่นอนภายนอกประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
(คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย)
การส่งผ่านความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ สู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย (Q4/1993 – Q2/2022)
• Domestic uncertainty 50% (นโยบายการเงินไทย 23% นโยบายการคลังไทย 17% และการเมืองในประเทศ 10%)
• Global uncertainty 42% (ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก 31% และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก 11%)
• Unexplained factors 8%
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
87
0%
5%
10%
15%
20%
25%
30%
35%
2021Q1
2021Q2
2021Q3
2021Q4
2022Q1
2022Q2
2022Q3F
2022Q4F
2023Q1F
2023Q2F
2023Q3F
2023Q4F
Base case Worse case Better case
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว EIC ประเมินว่า ในกรณีฐาน
โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2023 ยังมีไม่มาก โดยจะสามารถกลับสู่ระดับศักยภาพได้
ณ สิ้นปี 2024
ความน่าจะเป็นที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2023
หน่วย : %
ดัชนีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยกลับสู่ระดับศักยภาพ (Potential GDP)
หน่วย : %
90
95
100
105
110
115
2019Q1
2019Q3
2020Q1
2020Q3
2021Q1
2021Q3
2022Q1
2022Q3F
2023Q1F
2023Q3F
2024Q1F
2024Q3F
2025Q1F
2025Q3F
Base Better Worse
2024Q1 2024Q4
เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ
สิ้นปี 2024 ใน Base case
ประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจไทยในกรณีต่าง ๆ โดย EIC ณ ต.ค. 2022
กรณี GDP 2022 (%YOY) GDP 2023 (%YOY)
Base 3.2 3.4
Better 3.6 4.5
Worse 2.3 1.8
EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยต่า
ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ*
กรณี Recession Probability (%)
Base 8.5
Better 6.0
Worse 35.9
Global recession scenario
หากธนาคารกลางหลักของโลกขึ้นตอกเบี้ยสูงกว่ากรณี Base +100
BPS ในปี 2023
(เช่น Fed ขึ้นดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 5.75% ในปี 2023)
เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยขยายตัว 0.3% ในปี 2023
ในกรณีนี้มีโอกาสที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอย
ในปี 2023 เกิน 80%
หมายเหตุ : * วิเคราะห์ด้วยแบบจาลอง Markov-switching Autoregressive
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
88
นโยบายการคลังยังมีพื้นที่การคลังพอรองรับความไม่แน่นอนที่
อาจเกิดขึ้น และเน้นความยั่งยืนทางการคลังหลังวิกฤต COVID-19
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
89
การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะไทยและประเทศกาลังพัฒนา
ในเอเชียในช่วง COVID-19 (ข้อมูลจาก World bank)
ภาคการคลังไทยมีหนี้เพิ่มขึ้นมากหลัง COVID-19 และรัฐบาลได้ขยายเพดานหนี้เป็น 70% ต่อ GDP เพื่อเพิ่ม Fiscal
space อย่างไรก็ดี หนี้ภาครัฐของไทยในภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ต่ากว่าค่าเฉลี่ยของโลกและอาเซียน
การเพิ่มขึ้นของหนี้ภาครัฐของไทยเทียบต่างประเทศในช่วง COVID-19*
หน่วย : ดัชนี (%GDP ณ 4Q2019 = 100)
สัดส่วนหนี้ภาครัฐของไทยเทียบต่างประเทศ*
หน่วย: %GDP
90
100
110
120
130
140
150
160
170
12/2019
03/2020
06/2020
09/2020
12/2020
03/2021
06/2021
09/2021
12/2021
03/2022
06/2022
Thailand ASEAN5 Global
หนี้ภาครัฐของไทยปรับเพิ่มขึ้นมาก
ในช่วง COVID-19 เช่นเดียวกับ
กลุ่ม ASEAN5
25
30
35
40
45
50
55
60
65
03/2011
09/2011
03/2012
09/2012
03/2013
09/2013
03/2014
09/2014
03/2015
09/2015
03/2016
09/2016
03/2017
09/2017
03/2018
09/2018
03/2019
09/2019
03/2020
09/2020
03/2021
09/2021
03/2022
Thailand ASEAN5 Global
สัดส่วนหนี้ภาครัฐต่อ GDP ของไทยยังต่ากว่า
ค่าเฉลี่ยของโลกและอาเซียน
ช่วง COVID-19
หมายเหตุ : หนี้ภาครัฐ (เฉพาะรัฐบาลกลาง) ตามคานิยาม IMF, จานวน 78 ประเทศ, ข้อมูลประเทศอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์, ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ IMF, World Bank และ CEIC
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
90
หนี้สาธารณะไทยมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และ Rollover risk ต่า ส่วนใหญ่พึ่งพาแหล่งเงินในประเทศ และเป็น
หนี้ระยะยาว อย่างไรก็ดี ภาคการคลังมีปัญหาเชิงโครงสร้างจากการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอรายจ่ายมานาน
หนี้สาธารณะของไทย ส่วนใหญ่เป็นหนี้ในประเทศและเป็นหนี้ระยะยาว ณ 30 ก.ย. 2022 รายจ่ายและรายได้รัฐบาลต่อ GDP
หน่วย : %GDP
หมายเหตุ : * ปีที่มีการใช้งบเพิ่มเติมในปี 2009, 2011, 2016, 2017, 2018, 2020, 2021, 2022, และ 2023 **ณ สิ้นปีงบประมาณ 2022 อายุคงเหลือเฉลี่ย (Average Time to Maturity) ของหนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ 8 ปี 9 เดือน
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง สานักงบประมาณ สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี World Bank, CEIC และสานักข่าวต่าง ๆ
หนี้สาธารณะคงค้าง 10.37 ล้านล้านบาท (60.67% ของ GDP)
1.7%
98.3%
หนี้ต่างประเทศ หนี้ในประเทศ
14.5%
85.5%
หนี้ระยะสั้น หนี้ระยะยาว
หนี้ระยะสั้นและยาวตามอายุ
คงเหลือเฉลี่ย**
แหล่งที่มาของเงินกู้
จานวนเงิน (ล้านบาท) สัดส่วน
หนี้ต่างประเทศ 177,069.16 1.7%
หนี้ในประเทศ 10,196,868.43 98.3%
จานวนเงิน (ล้านบาท) สัดส่วน
หนี้ระยะสั้น 1,505,675.47 14.5%
หนี้ระยะยาว 8,868,262.12 85.5%
0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
12
14
16
18
20
22
24
26
1989
1990
1991
1992
1993
1994
1995
1996
1997
1998
1999
2000
2001
2002
2003
2004
2005
2006
2007
2008
2009
2010
2011
2011
2012
2013
2014
2015
2016
2017
2018
2019
2020
2021
2022F
2023F
ขาดดุลงบประมาณ พ.ร.ก. โควิดฯ วงเงินรายจ่าย รายได้รัฐบาล
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
91
ภาครัฐมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2023 ในเมกะโปรเจกต์ โครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่ อีกทั้ง มีการ
จัดสรรงบลงทุนในงบประมาณปี 2023 เพิ่มขึ้นหลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งจะช่วยยกศักยภาพเศรษฐกิจไทย
มูลค่าการก่อสร้างภาครัฐ*
หมายเหตุ : * โครงการที่ดาเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ PPP รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมเม็ดเงินลงทุนจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และ 5 แสนล้านบาทแล้ว
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หน่วย : พันล้านบาท
80%
2020
20%
2021
22%
78%
2022E 2023F
23%
79%
77%
80%
77%
23%
2018
20%
21%
2017 2019
686
726
756
804 809
849
707
+4%
+6% +1%
+5%
Q4 3Q
งบลงทุนในงบประมาณปี 2023 เพิ่มขึ้น
2.7 หมื่นล้านบาท (+6%YOY)
เป็นสัญญาณการขยายตัวของมูลค่าการ
ก่อสร้างภาครัฐ
โครงการก่อสร้างทั่วไป เมกะโปรเจกต์
• โครงการก่อสร้างต่อเนื่องจากอดีต
มีความคืบหน้า
• มีการประมูลและก่อสร้างโครงการ
เมกะโปรเจกต์ใหม่
ตัวอย่างโครงการเมกะโปรเจกต์ใหม่ในปี 2023
(รถไฟความเร็วสูง /รถไฟฟ้า /มอเตอร์เวย์ /ทางด่วน /ท่าเรือ /สนามบิน)
มูลค่าการลงทุน
(พันล้านบาท)
รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย (356 กม.) 300
มอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอา 76
มอเตอร์เวย์สาย 9 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง 56
มาบตาพุด เฟส 3 ช่วงที่ 2 48
รถไฟฟ้าสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลาโพง 47
ทางด่วนศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ 43
ขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศเหนือ 41
โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต 15
แนวโน้มปี 2023
แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 Q
92
ภาครัฐยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้กว่า 1 ล้านล้านบาท หากจาเป็นต้องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ EIC คาดว่า
หนี้สาธารณะในระยะปานกลางจะยังต่ากว่าเพดานหนี้ แต่จาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพิ่มความยั่งยืนของหนี้สาธารณะ
หลังผ่านวิกฤต COVID-19
คาดการณ์หนี้สาธารณะในระยะกลาง*
หมายเหตุ : *รวม พรก.เงินกู้กองทุนน้ามัน 1.5 แสนล้านบาท ทยอยกู้ภายในปี 2023 และมีแผนชาระคืนภายใน 7 ปี
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง, สานักงบประมาณ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ทาเนียบรัฐบาล, IMF และ CEIC
หน่วย : %GDP, ปีงบประมาณ
กรณี สมมติฐาน
Base ภาครัฐไม่สามารถลดการขาดดุลการคลังได้อย่างมีนัยสาคัญ และไม่มีการปฏิรูปภาษี
Better ภาครัฐเพิ่มรายจ่ายลงทุนเพิ่มเพื่อยกศักยภาพของประเทศ และปฏิรูปภาษีเพิ่มรายได้
Worse ภาครัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และไม่มีการปฏิรูปภาษี
40
45
50
55
60
65
70
2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024 2025 2026 2027 2028 2029 2030
Base Better Worse Ceiling
รัฐบาลมี Fiscal space เพียงพอ
ที่จะกู้เงินเพิ่มได้กว่า 1 ล้านล้านบาท
หากจาเป็น
ความเสี่ยงทางการคลังของไทย
แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก
ทาให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น
การแพร่ระบาดระลอกใหม่ อาจทาให้ภาครัฐต้องใช้มาตรการควบคุมโรค
เข้มงวดอีกครั้ง
นโยบายประชานิยม จากการหาเสียงเลือกตั้งในปี 2023
อาจกระทบเสถียรภาพการคลัง
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทาให้มีภาระรายจ่ายที่สูงขึ้น
ราคาพลังงานและสินค้าอื่น ๆ อาจอยู่ในระดับสูงยาวนาน
ส่งผลให้ภาครัฐมีภาระเงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบางมากขึ้น
ประเด็นที่ต้องจับตา
เม็ดเงินที่ภาครัฐค้างชาระสถาบันการเงินของรัฐหรือหน่วยงานอื่น ๆ
ที่มีค่าใช้จ่ายจากการดาเนินการตามนโยบายของรัฐ รวมถึงเม็ดเงินที่
กองทุนน้ามันอาจกู้เพิ่มเติม
การอุดหนุนค่าไฟฟ้าให้กลุ่มเปราะบาง ด้วยงบกลางสารองจ่ายฯ
ในงวด ก.ย. – ธ.ค. 2022 รัฐบาลอนุมัติวงเงินราว 9,000 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดการเงิน
ปี 2022-2023
Q4
แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023
94
EIC คาด กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
โดยจะปรับสู่ระดับ 2% ณ สิ้นปีหน้า
หมายเหตุ : Domestic bank credit คือ เงินกู้และพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ ให้แก่ภาคธุรกิจเอกชน
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และ Bloomberg
เงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดและปรับลดลงช้า ๆ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้ม
ฟื้นตัวต่อเนื่องธปท. มีมาตรการดูแลครัวเรือนและธุรกิจเปราะบาง เช่น
มาตรการแก้หนี้ระยะยาว สินเชื่อเพื่อการปรับตัวของธุรกิจ
นโยบายการเงินปรับสู่ระดับปกติเหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจ
ในระยะยาว EIC คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับไประดับ Pre-Covid
ในไตรมาส 2 ปี 2023 แต่จะอยู่ต่าว่าระดับศักยภาพถึงสิ้นปี 2024
จากแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่ลึกและหนี้ที่สูงขึ้น
EIC คาด กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
25 BPS ในเดือน พ.ย. สู่ระดับ 1.25% สิ้นปี 2022
EIC คาด กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง
อีก 3 ครั้ง (ครั้งละ 25 BPS) สู่ระดับ 2% ณ สิ้นปี 2023
%
ไทยไม่จาเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแรงต่อเนื่องเช่นในต่างประเทศ
• เงินเฟ้อสูงของไทยมาจากปัจจัยอุปทานเป็นหลัก บริบทเศรษฐกิจไทยกาลังฟื้นตัว
• เสถียรภาพด้านต่างประเทศยังดี เงินสารองระหว่างประเทศสูงเพียงพอรองรับความผันผวน
ของเงินบาท และสัดส่วนหนี้ต่างประเทศต่า
• ธปท. จะประเมินจังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องให้มั่นใจว่า Policy normalization
ทั้งนโยบายการเงินและมาตรการการเงินที่จะหมดอายุลง จะไม่ทาให้ภาวะการเงินตึงตัว
เร็วจนกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและไม่แน่นอนสูง
เงินสารองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับสูง
หน่วย : % of GDP
36
26 26 24 23 20 17 16
9
0
10
20
30
40
หนี้ต่างประเทศและหนี้ภาคธุรกิจ
0
5
10
15
20
25
30
20 40 60 80 100 120 140 160 180
Thailand
Korea
Taiwan
Malaysia
China
Indonesia India
Philippines
Domestic bank credit* (% of GDP)
ST
external
debt
(%
of
GDP)
Q4
แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023
95
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยในปี 2023 ตามทิศทาง
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed แม้คาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯ จะทยอยลดลงบ้างแล้ว
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีและ 10 ปี
หน่วย : %
4.33
3.81
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
Jan-22
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Mar-22
Apr-22
May-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Aug-22
Sep-22
Oct-22
Oct-22
2-year
10-year
Post U.S. CPI
released
คาดการณ์ Fed Funds Rate ของนักลงทุน ก่อนและหลังประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ
หน่วย : %
4.2
5.2
Dec-22
Jan-23
Feb-23
Mar-23
Apr-23
May-23
Jun-23
Jul-23
Aug-23
Sep-23
Oct-23
Nov-23
Dec-23
Jan-24
Current (21 Nov 2022) Before U.S. CPI released
ในเดือน พ.ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นและระยะยาว
ปรับลดลงเร็ว หลังตัวเลขเงินเฟ้อชะลอลงมากกว่าคาด
มุมมองอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวในปี 2023
ปัจจัยกระทบให้ Bond yields ระยะยาว ปรับเพิ่มขึ้น
• Fed สื่อสารทิศทางนโยบายการเงิน Hawkish ขึ้น
เช่น Terminal rate สูงขึ้น คงดอกเบี้ยสูงนานเพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้า
• Recession รุนแรงน้อยกว่าที่นักลงทุนกังวล
• ความผันผวนในตลาดการเงินลดลง
ทั้งนี้ Bond yields ระยะยาว จะปรับขึ้นได้ไม่มาก
• ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ที่ตึงตัวน้อยลง
• คาดการณ์เงินเฟ้อ (Breakeven inflation) ลดลง
• Recession fears ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยสูงขึ้น
ด้วยเหตุนี้ EIC มองว่า ณ สิ้นปี 2023 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
อายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่กรอบ 4.0-4.1%
Q4
แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023
96
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวจะปรับสูงขึ้นอีกไม่มาก ตามทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ
และไทย รวมถึงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในตลาดพันธบัตรระยะยาวที่มีมากขึ้น
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี และ 2 ปี
หน่วย : %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย
หน่วย : %
• ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีปรับลดลงตามสหรัฐฯ และเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทย โดย Bond yields ไทยยังสูงกว่าภูมิภาค
ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรฯ อายุ 10 ปี และ 2 ปี ปรับลดลงเช่นกัน จากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้ามาเก็งกาไรการแข็งค่าของเงินบาท
• EIC คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นอีกเล็กน้อยสู่ระดับ 2.9-3.0% ณ สิ้นปีนี้ และ 3.1-3.2% ณ สิ้นปี 2023 เนื่องจากสหรัฐฯ และไทยมีแนวโน้มปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง และเศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัว นอกจากนี้ แนวโน้ม Yield สหรัฐฯ ที่จะสูงขึ้นอีกเล็กน้อยส่งผลให้ Yield ไทย จะปรับขึ้นตาม
อย่างไรก็ดี กระแสเงินทุนไหลเข้าตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นและเงินเฟ้อไทยที่ทยอยลดลง จะทาให้ Bond yields ไทยระยะยาวปรับสูงขึ้นไม่มากนัก
Yield curve ไทยจะมีแนวโน้มลาดชันน้อยลง (Flatten) Bond yields ระยะสั้นเพิ่มขึ้นเร็วกว่าระยะยาว ตามแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย
1.37
1.77
2.90
0
1
2
3
Jan-22
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Mar-22
Apr-22
May-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Aug-22
Sep-22
Oct-22
Oct-22
Nov-22
3-month
2-year
10-year
1.12
-0.6
0.4
1.4
2.4
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
Oct-22
Nov-22
Indonesia India Malaysia South Korea Thailand US
Yield curve ไทยชันมาก
โดยเปรียบเทียบ Bond yields
ระยะยาวของไทยจึงน่าดึงดูดกว่า
Q4
แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023
97
ในปี 2023 เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า ส่งผลให้แรงกดดันหลักที่ทาให้เงินบาทอ่อนค่าลดลง กอปรกับความ
เชื่อมั่นของนักลงทุนปรับดีขึ้น จะทาให้เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าตลาดการเงินไทยต่อเนื่อง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินไทย
หน่วย : พันล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ย. 2022)
Median S&P500 Index at Dollar peak
หน่วย : level relative to month 0 หน่วย : Percentage point relative to month 0
-50
0
50
-500
0
500
1,000
-18 -16 -14 -12 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18
S&P 500 (level)
S&P 500 (YOY) แกนขวา
DXY Index and 2-Year US Treasury Yield
หน่วย : Index
(t=0 is the month of USD peak)
0
2
4
6
85
105
2020
2020
2020
2020
2020
2020
2021
2021
2021
2021
2021
2021
2022
2022
2022
2022
2022
2022
DXY Index
2-year US Treasury Yield (แกนขวา)
ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นตามการ
ขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งทาให้ส่วนต่างดอกเบี้ย
เทียบกับต่างประเทศกว้างขึ้น
-130
-80
-30
20
70
120
Jan-21
Feb-21
Mar-21
Apr-21
May-21
Jun-21
Jul-21
Aug-21
Sep-21
Oct-21
Nov-21
Dec-21
Jan-22
Feb-22
Mar-22
Apr-22
May-22
Jun-22
Jul-22
Aug-22
Sep-22
Oct-22
Equity market
Bond market
• ในระยะต่อไป เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า
• Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลง ภาวะการเงินสหรัฐฯ จะไม่ตึงตัวมากอย่างที่กังวล
ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านต่าต่อเศรษฐกิจโลกลดลง
• ความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับดีขึ้น สะท้อนจากผลตอบแทนสินทรัพย์เสี่ยง
เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และโลก เริ่มปรับสูงขึ้น
• เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นจากปัจจัยภายนอก เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลเข้าตลาด
การเงินของ EMs รวมถึงไทย ภายหลัง Risk-off sentiment ลดลง
Bn THB YTD MTD
Equity +170 +16
Bond +16 +69
Q4
แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023
98
เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในปี 2023 ตามทิศทางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและปัจจัยภายในประเทศ
จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่ปรับดีขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และเงินทุนไหลเข้าตลาดการเงินไทย
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
ปัจจัยกระทบต่อเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในระยะข้างหน้า
ดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินบาท
หน่วย : ล้านดอลลาร์สหรัฐ หน่วย : บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
-80%
-60%
-40%
-20%
0%
20%
-100%
-80%
-60%
-40%
-20%
0% TH10y yield
SET Index
TH current acc
Relative inflation
Interest rate diff
Growth diff
Q4/2022 = 36-37 Q4/2023 = 34.5-35.5
29
31
33
35
37
-5,000
0
5,000
10,000
Jan-17
May-17
Sep-17
Jan-18
May-18
Sep-18
Jan-19
May-19
Sep-19
Jan-20
May-20
Sep-20
Jan-21
May-21
Sep-21
Jan-22
May-22
Sep-22
ดุลบัญชีเดินสะพัด
ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (แกนขวา)
CA % of GDP
2022 -2.7%
2023 +1.2%
เงินบาทอ่อนค่า
ตามการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
ปัจจัยภายในประเทศที่สนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาท
1. เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
จากแรงส่งภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ
2. ดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะกลับมาเกินดุล ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลง
3. เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลกลับเข้าตลาดการเงินไทย
ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจกว่าตลาดหุ้น EMs อื่นที่อาจเผชิญกับ External vulnerability
และตลาดพันธบัตรไทยยังให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า
4. เงินเฟ้อไทยทยอยปรับลดลงเร็วกว่าของสหรัฐฯ
EIC ประเมินว่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอยู่ในกรอบ 36-37 บาท ณ
สิ้นปีนี้ และจะทยอยแข็งค่าต่อเนื่องอยู่ในกรอบ 34.5-35.5 บาท ณ สิ้นปี 2023
โดยค่าเฉลี่ยปีหน้าอยู่ในช่วง 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
คณะผู้จัดทำ
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ
รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC)
และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร
กระแสร์ รังสิพล
Senior strategic management specialist
krasae.rangsipol@scb.co.th
ดร.ฐิติมา ชูเชิด
ผู้อานวยการฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจ
และตลาดการเงิน
thitima.chucherd@scb.co.th
วชิรวัฒน์ บานชื่น
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
wachirawat.banchuen@scb.co.th
คณะผู้จัดทำ
ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
poonyawat.sreesing@scb.co.th
ปราณิดา ศยามานนท์
ผู้อานวยการฝ่าย Industry analysis
pranida.syamananda@scb.co.th
โชติกา ชุ่มมี
ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร
และอุตสาหกรรมการผลิต
chotika.chummee@scb.co.th
ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม
นักวิเคราะห์อาวุโส
kamonmarn.jaenglom@scb.co.th
กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์
นักวิเคราะห์อาวุโส
kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th
ดร.เกียรติศักดิ์ คาสี
นักวิเคราะห์อาวุโส
kaittisak.kumse@scb.co.th
ปางอุบล อานวยสิทธิ์
Senior strategic
management associate
pangubon.amnueysit@scb.co.th
กีรติญา ครองแก้ว
นักวิเคราะห์
keeratiya.krongkaew@scb.co.th
คณะผู้จัดทำ
จงรัก ก้องกาชัย
นักวิเคราะห์
jongrak.kongkumchai@scb.co.th
ณิชนันท์ โลกวิทูล
นักวิเคราะห์
nichanan.logewitool@scb.co.th
ปัณณ์ พัฒนศิริ
นักวิเคราะห์
punn.pattanasiri@scb.co.th
ปุญญภพ ตันติปิฎก
นักวิเคราะห์
punyapob.tantipidok@scb.co.th
จิรภา บุญพาสุข
นักวิเคราะห์
jirapa.boonpasuk@scb.co.th
เชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ
นักวิเคราะห์
chetthawat.songprasert@scb.co.th
ณัฐนันท์ อภินันท์วัฒนกูล
นักวิเคราะห์
nattanan.apinunwattanakul@scb.co.th
พุธิตา แย้มจินดา
นักวิเคราะห์
puthita.yamchinda@scb.co.th
คณะผู้จัดทำ
วรรณโกมล สุภาชาติ
นักวิเคราะห์
wannakomol.supachart@scb.co.th
อภิญญา อักษรกิจ
นักวิเคราะห์
apinya.aksornkij@scb.co.th
ดร.อสมา เหลี่ยมมุกดา
นักวิเคราะห์
asama.liammukda@scb.co.th
วิชาญ กุลาตี
นักวิเคราะห์
vishal.gulati@scb.co.th
อติกานต์ แสงวัณณ์
นักวิเคราะห์
atikan.saengwan@scb.co.th
Economic Intelligence Center (EIC)
E-mail : eic@scb.co.th โทร : +66 (2) 544 2953
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ
รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร
somprawin.manprasert@scb.co.th
Economic and Financial
Market Research
ดร.ฐิติมา ชูเชิด
thitima.chucherd@scb.co.th
วชิรวัฒน์ บานชื่น
wachirawat.banchuen@scb.co.th
จงรัก ก้องกาชัย
jongrak.kongkumchai@scb.co.th
ณิชนันท์ โลกวิทูล
nichanan.logewitool@scb.co.th
ปัณณ์ ััฒนศิริ
punn.pattanasiri@scb.co.th
วิชาญ กุลาตี
vishal.gulati@scb.co.th
ณัฐนันท์ อภินันท์วัฒนกูล
nattanan.apinunwattanakul@scb.co.th
ัุธิตา แย้มจินดา
puthita.yamchinda@scb.co.th
อติกานต์ แสงวัณณ์
atikan.saengwan@scb.co.th
Climate,
Transformation, and
Sustainability
ัิมใจ ฮุนตระกูล
pimjai.hoontrakul@scb.co.th
Knowledge Management
And Networking
ภาณุมาศ เหลืองอร่าม
phanumard.lueangaram@scb.co.th
ไกรฤกษ์ วัลลภศิริ
krilerk.vallopsiri@scb.co.th
ปิยนุช ผิวเหลือง
piyanuch.phiolueang@scb.co.th
ภูมิศักดิ์ คาประเสริฐ
poomisak.kumprasert@scb.co.th
วนิชชา นาฑีสุวรรณ
wanitcha.nateesuwan@scb.co.th
วรวรรณ วรรณประัันธ์
worawan.wannaprapan@scb.co.th
ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์
poonyawat.sreesing@scb.co.th
ดร.อสมา เหลี่ยมมุกดา
asama.liammukda@scb.co.th
มยุรา ลีตระกูล
mayura.leetrakul@scb.co.th
Industry Analysis
กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์
kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th
เชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ
chetthawat.songprasert@scb.co.th
ปราณิดา ศยามานนท์
pranida.syamananda@scb.co.th
ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม
kamonmarn.jaenglom@scb.co.th
ปุญญภั ตันติปิฎก
punyapob.tantipidok@scb.co.th
โชติกา ชุ่มมี
chotika.chummee@scb.co.th
ดร.เกียรติศักดิ์ คาสี
kaittisak.kumse@scb.co.th
กีรติญา ครองแก้ว
keeratiya.krongkaew@scb.co.th
จิรภา บุญัาสุข
jirapa.boonpasuk@scb.co.th
ชญานิศ สมสุข
chayanit.somsuk@scb.co.th
วรรณโกมล สุภาชาติ
wannakomol.supachart@scb.co.th
อภิญญา อักษรกิจ
apinya.aksornkij@scb.co.th
TH-Outlook-4Q22.pdf
TH-Outlook-4Q22.pdf

TH-Outlook-4Q22.pdf

  • 1.
    Outlook มุมมองเศรษฐกิจปี 2022-2023 ณ ไตรมาส4 ปี 2022 Q4/2022 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และเปราะบาง บนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น รายได้ครัวเรือนบางกลุ่ม โตไม่ทันรายจ่ายและธุรกิจยังฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน
  • 2.
    วิธีใช้งาน Interactive PDF กลับสู่หน้าสารบัญไปยังเนื้อหาที่ต้องการ 1 หน้า แนวโน้มเศรษฐกิจ ไตรมาส 4 ปี 2022 Q ไปยัง Outlook เล่มอื่น ๆ เข้าสู่เว็บไซต์ EIC
  • 3.
    หน้า หน้า หน้า หน้า หน้า หน้า 4 สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจ ปี2022 และ 2023 17 51 แนวโน้มเศรษฐกิจโลก ปี 2022-2023 เศรษฐกิจไทย ปี 2022 และ 2023 30 เศรษฐกิจสหรัฐฯ 37 เศรษฐกิจยุโรป 44 เศรษฐกิจญี่ปุ่น 47 เศรษฐกิจจีน 52 แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2022 และ 2023 เรื่องในเล่ม Q แนวโน้มตลาดการเงิน ปี 2022-2023 93 Outlook
  • 4.
    สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2022 และ2023 • เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2022 และจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ภายใต้ความไม่แน่นอนที่ปรับสูงขึ้น จากแรง กดดันเงินเฟ้อที่ลดลงช้า นโยบายการเงินตึงตัวมากทั่วโลกพร้อมกัน และผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้บางประเทศหลัก จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย • EIC ปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2022 เป็น 3.2% โดยการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นแรง ขับเคลื่อนหลัก และในปี 2023 EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจเป็น 3.4% จากการส่งออกสินค้าและการลงทุนที่จะชะลอลง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และเปราะบาง บนความไม่แน่นอน ที่สูงขึ้น รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มโตไม่ทันรายจ่ายและธุรกิจยังฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน ภายใต้ทิศทางนโยบายการเงินไทยที่จะตึงตัวขึ้น นโยบายการคลังไทยหลัง COVID-19 ยังมีพื้นที่การคลังพอรองรับความไม่แน่นอนที่อาจสูงขึ้นได้ และเน้นความยั่งยืนทางการคลัง มากขึ้น • ภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการฟื้นตัวได้ดีจากจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการ การเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก โดย EIC ประเมินว่าจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยจะอยู่ที่ราว 10.3 ล้านคนในปีนี้ และเพิ่มเป็น 28.3 ล้านคนในปี 2023 จากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในระดับสูง และจีนยังมีแนวโน้มทยอย ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางต่อเนื่อง อีกทั้ง การท่องเที่ยวในประเทศที่เติบโตได้ดีกลับไปใกล้ระดับก่อนเกิด COVID-19 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง • EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2022 จะเร่งตัว 6.1% และจะทยอยปรับลดลงช้า ๆ อยู่ที่ 3.2% ในปี 2023 สูงกว่ากรอบ เป้าหมายเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี จากราคาพลังงานในประเทศและอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการส่งผ่าน ต้นทุนของผู้ผลิตไปยังราคาสินค้าผู้บริโภคที่จะมีมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงจาก 2.5% ในปี 2022 เพิ่มเป็น 2.7% ในปี 2023 • ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ได้แก่ (1) เศรษฐกิจโลกชะลอตัวกดดันการส่งออกและลงทุน (2) นโยบาย Zero-Covid ของจีน (3) เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง หนี้สูงกดดันการฟื้นตัวไม่ทั่วถึงของครัวเรือนและธุรกิจบางกลุ่มที่เปราะบาง (4) ความไม่แน่นอน ทางการเมืองกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน
  • 5.
    สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2023 • เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึงในกลุ่มครัวเรือนและธุรกิจที่ยังเปราะบางโดยการท่องเที่ยวและการบริโภคจะเป็นฟันเฟือง หลักช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ขณะที่แรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนจะชะลอลงมากจากแนวโน้มเศรษฐกิจ โลกที่ชะลอลง อีกทั้ง ค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจจะยังสูงอยู่ ทาให้รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มโตไม่ทันรายจ่าย และธุรกิจ ฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน เห็นได้จากจานวนครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นในช่วง COVID-19 อยู่ที่ 2.1 ล้านครัวเรือนหรือเพิ่มขึ้น 24% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาคธุรกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่างกัน กลุ่มที่ตอบโจทย์การฟื้นตัวการบริโภคหรือสอดรับกับเทรนด์โลก จะฟื้นตัวเร็ว แต่บางกลุ่มธุรกิจจะยังมีความเสี่ยงและฟื้นตัวช้าจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือได้รับผลกระทบจากเมกะเทรนด์ • เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ทั้งความไม่แน่นอนภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทย อาจเติบโตไม่สดใสนักในปี 2023 แม้ในกรณีฐาน EIC ประเมินว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเข้าสู่ภาวะถดถอยจะมีไม่มาก โดยจะทยอยกลับสู่ระดับศักยภาพได้ ณ สิ้นปี 2024 ทั้งนี้ EIC มองว่า กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ครั้งละ 25 BPS สู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปีนี้ และปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 3 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้าสู่ระดับ 2% เพื่อให้นโยบาย การเงินกลับสู่ระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยระยะยาว สาหรับเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า สาเหตุหลักจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะอ่อนค่าลงตามทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่ช้าลง รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่ปรับดีขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และเงินทุนไหลเข้า ตลาดการเงินไทย • ภาคการคลังของไทยยังคงมีเสถียรภาพในระยะปานกลาง แต่จาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพื่อความยั่งยืนระยะยาว แม้สัดส่วน หนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยปรับสูงขึ้นมากในช่วงวิกฤต COVID-19 แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบต่างประเทศ ภาครัฐ สามารถกู้เงินได้กว่าอีก 1 ล้านล้านบาทหากจาเป็นต้องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หนี้สาธารณะไทยมีความเสี่ยง อัตราแลกเปลี่ยนและ Rollover risk ต่า เนื่องจากส่วนใหญ่พึ่งพาแหล่งเงินทุนในประเทศและเป็นหนี้ระยะยาว อย่างไรก็ดี ภาคการคลังของไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างจากรายได้ไม่เพียงพอรายจ่ายมานาน อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงภาระทางการคลังจาก ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาพลังงานโลกสูง การแพร่ระบาดระลอกใหม่ นโยบายประชานิยมจากการเลือกตั้งใหม่ การเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาครัฐจึงจาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพิ่มความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
  • 6.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 6 EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2022 เป็น 3.2% จากโมเมนตัมการท่องเที่ยวและภาคบริการ รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวดีต่อเนื่อง และปรับลดการขยายตัวเศษฐกิจไทยปี 2023 ลงเป็น 3.4% จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง Key forecasts ( ) คาดการณ์ครั้งก่อน ไม่เปลี่ยนแปลง ปรับขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อน ปรับลงจากคาดการณ์ครั้งก่อน 6 GDP (%YOY) 2022F 2023F 3.2 3.4 เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 และปี 2023 มีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ ค่อยเป็นค่อยไปแต่ไม่ทั่วถึง โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการรวมถึงการ บริโภคภาคเอกชนจะยังเป็นฟันเฟืองสาคัญต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในขณะที่ แรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนจะชะลอลงมาก อีกทั้ง ค่าครองชีพและ ต้นทุนภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับสูงทาให้รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มโตไม่ทัน รายจ่ายและธุรกิจฟื้นตัวไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้ แรงส่งจากการใช้จ่ายภาครัฐจะมีน้อยลงจากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจากัดมากขึ้น แต่ยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้กว่า 1 ล้านล้านบาท หากจาเป็นต้องรับมือความไม่ แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยภาคการคลังไทยยังคงมีความยั่งยืนในระยะ ปานกลาง แต่จาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพิ่มความยั่งยืนในระยะยาว อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (ณ สิ้นปี) 1.25 2.00 (1.25) ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในเดือน พ.ย. นี้ สู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปี 2022 และคาดว่า ในปี 2023 จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 3 ครั้ง (ครั้งละ 0.25%) ในช่วงครึ่งแรกของปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2023 จะอยู่ที่ระดับ 2% อัตราแลกเปลี่ยน (ณ สิ้นปี) (THB/USD) 36-37 34.5-35.5 เงินบาทมีแนวโน้มอยู่ในกรอบ 36-37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปีนี้ และจะ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องสู่ 34.5-35.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2023 ตามการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจไทย การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าตลาด การเงินไทย และเงินเฟ้อไทยที่จะปรับลดลงเร็วกว่าของสหรัฐฯ 2022F 2023F 2022F 2023F (%) (3.0) (2.00) (35-36) ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg เศรษฐกิจไทย ปี 2023 (3.7) (33.5-34.5)
  • 7.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 7 เศรษฐกิจไทย ปี 2022-2023 7 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, CEIC และ Bloomberg ปัจจัยบวก ปัจจัยลบ ปัจจัยเสี่ยง • การท่องเที่ยวและภาคบริการจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย • การบริโภคภาคเอกชนได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวและตลาดแรงงานที่ฟื้นตัว • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีอยู่ มาก เช่น รัสเซีย-ยูเครน หรือข้อพิพาท กรณีจีน-ไต้หวัน การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ระหว่างจีนและสหรัฐฯ • นโยบาย Zero-Covid ของจีนที่ไม่ แน่นอน อาจกระทบนักท่องเที่ยวจีนและ การส่งออกของไทย • ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผล ต่อความเชื่อมั่นภาคการผลิตและลงทุน • การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว การส่งออก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนของไทย • ภาวะเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง และหนี้สูงอาจกดดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะ กลุ่มครัวเรือนและธุรกิจที่เปราะบาง • เม็ดเงินสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐมีแนวโน้มลดลงจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่ใกล้หมดลง
  • 8.
    สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2023 • เศรษฐกิจโลกชะลอตัวชัดเจนในปีนี้และจะชะลอลงมากในปีหน้าภายใต้ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ทั้งจากเงินเฟ้อที่ลดลงช้า วิกฤตพลังงานยืดเยื้อ และนโยบายการเงินเข้มงวดทั่วโลก บางประเทศหลักเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้ เช่น สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ขณะที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า EIC จึงปรับลดประมาณการ เศรษฐกิจโลกปี 2022 ลงจาก 3.0% มาอยู่ที่ 2.9% และปีหน้าลดจาก 2.7% มาอยู่ที่ 1.8% โดยในกรณีฐาน EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย หลายประเทศยังเติบโตได้ เช่น เศรษฐกิจจีนจะฟื้นดีขึ้นตามการผ่อนคลายนโยบาย Zero-Covid อย่างไรก็ดี หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจทาให้เกิดกรณีเศรษฐกิจโลกถดถอย เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รุนแรง หรือเงินเฟ้อกลับมาเร่งสูงจนทาให้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น • อัตราเงินเฟ้อโลกจะยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง แม้เงินเฟ้อบางประเทศผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดย EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของ ประเทศหลักจะยังสูงกว่าเป้าหมายธนาคารกลางอีก 1-2 ปี เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มฝังลึก รวมถึงอุปสงค์บริการที่จะ เพิ่มขึ้น หลังอุปสงค์สินค้าคงทนทยอยปรับลดลงกลับสู่ภาวะปกติ ธนาคารกลางจึงจะยังคงทิศทางนโยบายการเงินตึงตัวในปีหน้า โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลง แต่จะยังคงดอกเบี้ยสูงอีกระยะ จนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับมาอยู่ในเป้า สาหรับนโยบายการคลัง ทั่วโลกจะมีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง และเน้นความยั่งยืนการคลังมากขึ้นหลังจากหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากในช่วงวิกฤต COVID-19 นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและนโยบายการเงินทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวนสูงขึ้น สภาพ คล่องในตลาดการเงินและภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้นมาก นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) มากขึ้นตั้งแต่ต้นปี ทาให้ราคา สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกลดลงมาก ซึ่งจะกระทบความมั่งคั่งและการบริโภคในระยะข้างหน้า • ความกังวลเกี่ยวกับการเกิดวิกฤตหนี้ในเศรษฐกิจเกิดใหม่เพิ่มมากขึ้น จากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงท่ามกลางภาวะการเงิน โลกที่ตึงตัวขึ้นเร็ว ส่งผลให้บางประเทศมีการผิดชาระหนี้หรือมีความเสี่ยงที่จะผิดชาระหนี้สูงขึ้น สร้างความกังวลว่าการผิดชาระ หนี้อาจลุกลามนาไปสู่ความผันผวนในตลาดเงินทั่วโลกได้ อย่างไรก็ดี ในกรณีฐาน EIC ประเมินว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัด ชาระหนี้ลุกลามไปทั่วโลกยังมีจากัด เนื่องจากเสถียรภาพทางการเงินและการคลังของรัฐบาลและเอกชนของเศรษฐกิจเกิดใหม่ยัง อยู่ในภาวะเข้มแข็ง ทั้งนี้ความเสี่ยงจะมีมากขึ้นในระยะปานกลาง หากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลงต่อเนื่องและภาวะการเงิน ตึงตัวมากเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงินและการคลังของ EMs ปรับแย่ลงอีก
  • 9.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 9 เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมากในปี2023 ภายใต้ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น โดยเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอีกอย่างน้อย 1-2 ปี แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2023 9 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC อัตราเงินเฟ้อ • เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ผลจากแรงกดดันเงิน เฟ้อที่ลดลงช้านโยบายการเงินตึงตัวเร็วและนานในหลาย ประเทศ วิกฤตพลังงานทวีความรุนแรงและปัญหาอุปทานคอ ขวดที่ฟื้นตัวช้า • บางประเทศหลักจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายปีนี้หรือปี หน้า เช่น สหราชอาณาจักร ยูโรโซน และสหรัฐฯ • EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมจะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยใน ปีหน้า แต่ความเสี่ยงมีมากขึ้นจากความไม่แน่นอนที่มีอยู่สูง หดตัว ขยายตัว ลดลง เพิ่มขึ้น ตึงตัว ผ่อนคลาย การเติบโตทางเศรษฐกิจ ทิศทางนโยบายการเงิน • เงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในปีหน้า โดย เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักแม้เริ่มชะลอลง แต่จะ ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอีก 1-2 ปี จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ขยายวงกว้างมากขึ้น • นโยบายการเงินโลกที่ผ่านมาตึงตัวต่อเนื่องเพื่อดูแลให้เงิน เฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย แต่ระยะต่อไปคาดว่าจะตึงตัว ลดลง ด้านนโยบายการคลังจะลดแรงกระตุ้นในระยะต่อไป จากหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19 และรัฐจะ มุ่งเน้นให้เกิดความยั่งยืนทางการคลังมากขึ้น • Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ในเดือน ธ.ค. นี้ และจะ ขึ้นอีก 0.25% ในเดือน ก.พ. และ มี.ค. 2023 ส่งผลให้ Terminal rate จะอยู่ที่ 4.75-5% • ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% 2 ครั้ง ในเดือน ธ.ค. 2022 และ ก.พ. 2023 และปรับขึ้นอีก 0.25% ในเดือน มี.ค. ส่งผลให้ Terminal rate อยู่ที่ 2.75% และมีแนวโน้มทา QT เร็วสุดใน Q2/23 • PBoC จะคงนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายในปี 2023 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาฯ ที่ยังซบเซา • BOJ อาจจะเริ่มลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้า ทั้งนี้จะยังไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยอีก 2-3 ปี
  • 10.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 10ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC การเติบโตของเศรษฐกิจปี 2021 2022 และ 2023 หน่วย : %YOY • เงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง • การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว • การขยายตัวของตลาดแรงงานที่แม้จะชะลอลง แต่ยังอยู่ใน ภาวะตึงตัวเมื่อเทียบกับ Pre-covid • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ มีแนวโน้ม ขยายตัวได้ต่อ • ภาวะการเงินอาจตึงตัวต่อเนื่อง • ความไม่แน่นอนของวิกฤตพลังงานและอาหารมีอยู่สูง • ปัญหาหนี้สูงทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชาระหนี้ โดยเฉพาะใน EMs และผลกระทบต่อระบบการเงินโลก • US-China Tech War กระทบแผนการผลิตและลงทุนบาง อุตสาหกรรมในโลก 5.5 5.0 1.9 7.8 1.9 3.3 1.5 3.0 1.0 -0.1 1.4 4.3 สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น จีน 2021 2022F 2023F
  • 11.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 11ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC แผนที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกปี 2022 การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ หมวดความเสี่ยงของ เศรษฐกิจโลกปี 2022 เศรษฐกิจ การเงิน สงคราม การทหาร สังคม นโยบายการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่องและ นานกว่าที่คาด เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก เข้าสู่ภาวะถดถอย 1 ปัญหาหนี้สูงทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยง ผิดนัดชาระหนี้ โดยเฉพาะใน LICs และ Frontiers EMs และผลกระทบ ต่อระบบการเงินโลก เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย อีก 1 – 2 ปี จากราคาอาหารและพลังงาน ที่ยังอยู่ในระดับสูง วิกฤตพลังงานในยูโรโซนอาจทวีความรุนแรงขึ้น ความเปราะบางต่อระบบสาธารณสุขโลกหลังวิกฤติ COVID-19 1 2 3 หมายเหตุ คือ ความเสี่ยงสาคัญของเศรษฐกิจโลก ที่มีโอกาสเกิดมากและผลกระทบสูง 3 อันดับในปี 2022 2 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลง กว่าเทรนด์ในอดีตมาก 3 ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะยังตึงเครียดจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและตลาดทุน และอาจมีแนวโน้มขยายขอบเขตสู่ความมั่นคงของชาติ การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางในหลายประเทศ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพการเงินโลก ข้อพิพาทระหว่างจีน - อินเดีย สงครามรัสเซียบุก ยูเครน สงคราม ไต้หวัน-จีน-สหรัฐฯ วิกฤตการขาดแคลนอาหารรุนแรงขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยแล้ง
  • 12.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 12 ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี2023 17-18 Jan BOJ meeting with Outlook Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น 2 Feb ECB meeting with Macroeconomic projections BOE meeting with Monetary Policy Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน Mar BIS Quarterly Review การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและ ตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements 16 Mar ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 21-22 FOMC meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐฯ (Fed) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ Mar ประเด็นที่ต้องจับตา ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
  • 13.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 13 3 ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี2023 23 Mar The 14th National People's Congress of the People's Republic of China การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีน ซึ่งจะมีความสาคัญ ต่อการกาหนดทิศทางนโยบายของจีน 27-18 Apr BOJ meeting with Outlook Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น 4 May ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 11 May BOE meeting with Monetary Policy Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน BIS Quarterly Review การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements Jun ประเด็นที่ต้องจับตา ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
  • 14.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 14 ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี2023 13-14 Jun FOMC meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐฯ (Fed) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ 27 27-28 Jul ECB meeting with Macroeconomic projections BOJ meeting with Outlook Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น 3 Aug BOE meeting with Monetary Policy Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน Sep BIS Quarterly Review การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements ประเด็นที่ต้องจับตา ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
  • 15.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 15 5 ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี2023 14 Sep ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน ประเด็นที่ต้องจับตา ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) 26 Oct ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน 30-31 Oct BOJ meeting with Outlook Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น 2 Nov BOE meeting with Monetary Policy Report การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) พร้อมกับรายงานนโยบายการเงิน BIS Quarterly Review การประเมินผลการดาเนินการของระบบธนาคารและตลาดการเงินโลก โดย Bank of International Settlements Dec
  • 16.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 16 6ที่มา : ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารเพื่อการชาระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ลาดับเหตุการณ์สาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2022 ประเด็นที่ต้องจับตา 14 Dec ECB meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมกับการ คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน Financial vulnerability in LICs and EMs ประเด็นสาคัญของเศรษฐกิจโลกปี 2022 Higher recession risk Tight monetary policy to remain until inflation quelled Further intensification of European energy crisis US-China Tech War 12-13 Dec FOMC meeting with Macroeconomic projections การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐฯ (Fed) พร้อมกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
  • 17.
  • 18.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 18 เศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่องและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอย่างน้อยจนถึงปี 2023 เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง เงินเฟ้อพื้นฐาน ปรับลดลงช้า โดยเฉพาะหมวดบริการ EIC คาดว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจ ถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 เศรษฐกิจยูโรโซน มีแนวโน้มถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้จากวิกฤตพลังงาน และเงินเฟ้อสูง ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มปรับลดลงช้า กว่าที่คาดไว้ เศรษฐกิจจีน ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปในปี 2023 จากการผ่อนคลาย มาตรการ Zero-Covid และแรงกระตุ้นทาง การเงินการคลัง โดยจะได้รับผลกระทบจากการ ส่งออกชะลอตัว ปัญหาภาคอสังหาฯ และ บทบาทนโยบายการคลังที่มีข้อจากัดมากขึ้น เศรษฐกิจญี่ปุ่น แนวโน้มชะลอลงเล็กน้อยในปีหน้าตามอุปสงค์ โลก แต่มีแรงสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยว และการลงทุนใหม่ของภาคธุรกิจ BOJ มีแนวโน้มลดการผ่อนคลายนโยบาย การเงินในปีหน้า
  • 19.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 19 คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยEIC หน่วย : %YOY EIC คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมากในปี 2023 ภายใต้ความไม่แน่นอนที่ปรับสูงขึ้น จากนโยบายการเงิน ตึงตัวมากทั่วโลกจนกระทบเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ลดลงช้า ส่งผลให้บางประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Bloomberg GDP growth (%YOY) 2021 2022 2023 Prev Current World 5.8% 3.0% 2.9% 1.8% US 5.5% 1.7% 1.9% 1.0% Euro 5.0% 2.6% 3.3% -0.1% UK 7.5% 4.6% 4.4% -1.0% Japan 1.9% 1.4% 1.5% 1.4% China 7.8% 3.0% 3.0% 4.3% India 8.8% 7.3% 7.1% 5.6% Brazil 4.7% 1.3% 1.9% 1.0% South Korea 4.0% 2.5% 2.5% 2.0% Malaysia 3.0% 6.5% 8.7% 4.0% Global Inflation 3.7% 7.5% 7.0% 4.7% ความน่าจะเป็นในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยใน 12 เดือนข้างหน้า หน่วย : %, ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ย. 2022 ปัจจัยเสี่ยงกดดันการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายอีก 1–2 ปี จากราคาอาหารและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง นโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่อง แม้อัตราดอกเบี้ย จะปรับขึ้นช้าลง แต่ Terminal rate จะสูงกว่าที่คาดไว้ หนี้สูงทั่วโลกท่ามกลางภาวะการเงินตึงตัวมาก เพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชาระหนี้ และผลกระทบต่อ ระบบการเงินโลก สงครามรัสเซียยูเครนยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้วิกฤตพลังงานและวิกฤตอาหารยืดเยื้อ US-China Tech war กระทบแผนการผลิตและ ลงทุนบางอุตสาหกรรมในโลก US, 62.5 EU, 80 UK, 90 China, 17.5 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 US EU UK China
  • 20.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 20 เศรษฐกิจโลกในปี2023 มีแนวโน้มเติบโตต่ากว่า 2% ซึ่งเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยช่วง Recessions ก่อนหน้ามากขึ้น หากมีสถานการณ์ไม่คาดคิดและรุนแรงกระทบเพิ่มเติม อาจนาไปสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ World Bank, Moody’s article : A Global Recession: Key Indicators and Implications โอกาสเกิด Shocks และขนาดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จัดทาโดย Moody’s World GDP Growth หน่วย : %YOY 2.9 1.8 -6 -4 -2 0 2 4 6 8 1964 1974 1984 1994 2004 2014 Past Recessions: Global GDP growth (avg) < 1.5% 1980s Volcker shock: Fed extreme hawkish 2008 Global financial crisis COVID-19 1970s Oil shock 1990s Financial crisis Sudden increase in infaltion Manufacturing recession Stock market correction Leveraged loan meltdown Shadow Banking disruption Negative US interest rate fed policy errors Liquidity crisis Escalation in trade war Consumer credit cycle Inventory correction Labor market overheats Decline in Commercial Real Estate Subprime autp lending 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 2 4 6 8 10 Likelihood of shocks Economic severity of shocks High Low High possibility & High impact ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ในปี 2022-2023 มีสูง ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ในปี 2022-2023 มีต่ากว่า
  • 21.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 21 กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกส่งสัญญาณชะลอตัวเป็นวงกว้างมากขึ้นภาคการผลิตจะแย่ลงในระยะข้างหน้า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับลดลงต่อเนื่อง รวมถึงอุปสงค์การจ้างงานเริ่มชะลอลง ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, UK Office for National Statistics และ Japan Cabinet Office ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของหลายประเทศปรับลงใกล้ระดับที่เคยเกิดวิกฤตรอบก่อน หน่วย : ดัชนี, Normalized (Normal = 100), ปรับฤดูกาล ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Composite Purchasing Manufacturing Index) หน่วย : ดัชนี, >50 = ขยายตัว, ปรับฤดูกาล ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment Index) มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง หน่วย : ดัชนี, Normalized (Normal = 100), ปรับฤดูกาล ตาแหน่งงานว่าง (Job vacancy) ชะลอตัวจากอุปสงค์การจ้างงานที่เริ่มโน้มลง หน่วย : ดัชนี, 2019 Average = 100, ปรับฤดูกาล 35 40 45 50 55 60 Global US EA UK China Japan Dec-21 Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct < 50 = คาดว่ากิจกรรมการผลิตจะลดลง 25 75 125 2006 2008 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022 UK US JP EU CN Sub-prime crisis COVID-19 crisis Current recession fears 35 60 85 110 135 160 2019 2020 2021 2022 US Japan Germany France UK S. Korea 20 40 60 50 100 150 2019 2020 2021 2022 EU 27 UK US (แกนขวา) Japan (แกนขวา)
  • 22.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 22 แม้เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเริ่มชะลอลงแต่จะยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอีก 1-2 ปี จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ขยายวงกว้าง รวมถึงอุปสงค์บริการที่จะเพิ่มขึ้น หลังอุปสงค์สินค้าคงทนปรับลดลงกลับสู่ภาวะปกติ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ OECD, CEIC และ IMF WEO October 2022 อัตราเงินเฟ้อสินค้าคงทนและสินค้าประเภทบริการ หน่วย : %การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิด COVID-19 อัตราเงินเฟ้อ แบ่งตามแหล่งที่มา หน่วย : %การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิด COVID-19 -1 1 3 5 7 9 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 Core CPI Energy CPI Food CPI Headline CPI -1 1 3 5 7 9 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 0 3 6 9 12 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 -2 3 8 13 2019 2020 2021 2022 Goods: AEs Services: AEs Goods: EMs Services: EMs • สงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ • ราคาน้ามันโลกยังอยู่ในระดับสูง • ผลกระทบ Extreme weather ต่อผลผลิตอาหารโลก ปัจจัยที่ทาให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย ของธนาคารกลางอย่างน้อยอีก 1-2 ปี • นโยบาย Zero-Covid ของจีน • ค่าจ้างสูงจากตลาดแรงงานตึงตัว • ราคาสินค้าในภาคบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อุปสงค์มีแนวโน้มเปลี่ยนจากสินค้าคงทนเป็นการใช้บริการมากขึ้น หลัง Pent-up demand กลับเป็นปกติ
  • 23.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 23 ด้วยเหตุนี้นโยบายการเงินโลกจึงมีทิศทางตึงตัวต่อเนื่องนาน เพื่อดูแลให้เงินเฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย ทิศทางนโยบาย การคลังจะลดแรงกระตุ้นในระยะต่อไป และเน้นความยั่งยืนทางการคลังมากขึ้นหลังจากหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19 หมายเหตุ : *Fiscal impulse = การเปลี่ยนแปลงของดุลการคลังในปี 2023 เทียบจาก 2022 (ค่าลบ หมายถึง ดุลการคลังในปี 2023 ขาดดุลน้อยลงจากปี 2022) ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ IMF WEO October 2022 และ CEIC Fiscal impulse อัตราเงินเฟ้อ และหนี้ภาครัฐของกลุ่มประเทศ G20 หน่วย : % of country GDP, ขนาดของ bubble = ขนาดเงินเฟ้อ (ก.ย. 2022) จานวนการขึ้นและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หน่วย : ครั้ง -15 -10 -5 0 5 10 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Tightening AEs Easing AEs Tightening EMs Easing EMs KOR JPN ITA ESP DEU FRA AUS CAN USA GBR CHN ZAF BRA IND MEX IDN -5 0 5 10 15 20 25 30 -4 -3 -2 -1 0 1 2 Change in public debt 2019 – 2022 Fiscal Impulse* in 2023 ประเทศ AEs และ EMs มีแนวโน้มลด การขาดดุลการคลังลงหลังวิกฤต COVID-19 เพื่อสร้างความยั่งยืนหนี้สาธารณะ ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ด้านอุปสงค์อีกทางหนึ่ง
  • 24.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 24 นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ นโยบายเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ World Uncertainty Index (Ahir et al. 2018) และ Economic Policy Uncertainty Index (Baker et al. 2012) Global economic policy uncertainty index หน่วย : ดัชนี World uncertainty index หน่วย : ดัชนี, GDP weighted average, 1Q1993 – 3Q2022 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 1990 1994 1998 2002 2006 2010 2014 2018 2022 Gulf War US Recession and 9/11 Iraq war and SARS outbreak Sub-prime US fiscal cliff and sovereign debt crisis in EU Brexit US-China trade tension and Brexit COVID-19 War in Ukraine 0 200 400 2019 2020 2021 2022 US 0 500 1,000 1,500 2019 2020 2021 2022 China (RHS) 0 200 400 2019 2020 2021 2022 UK 0 200 400 2019 2020 2021 2022 EU Political change & Fiscal policy U-turn Zero-Covid policy Energy crisis & sovereign debt vulnerability Most hawkish Fed in decades
  • 25.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 25 ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและนโยบายการเงินทั่วโลกส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวนสูงขึ้น สภาพคล่องในตลาดการเงิน และภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้นมาก นักลงทุน Risk off ทาให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับลดลงมากในปีนี้ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลดลงมากในปีนี้ หน่วย : %Change YTD ความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโลกและตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หน่วย : ดัชนี สภาพคล่องในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น หน่วย : ดัชนี 0 50 100 150 200 0 5 10 15 Jan-20 Apr-20 Jul-20 Oct-20 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 Apr-22 Jul-22 Oct-22 Global FX Volatility Bond market volatility (แกนขวา) High volatility -64 -28 -24 -23 -18 -17 -11 -8 -2 -80 -60 -40 -20 0 Bitcoin NASDAQ MSCI EM Hang seng MSCI World S&P500 EU Dow Jones SET Index 0 1 2 3 -7 -5 -3 -1 1 3 Jan-20 Apr-20 Jul-20 Oct-20 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 Apr-22 Jul-22 Oct-22 Global US EU US Treasury market liquidity index (แกนขวา) Financial condition tightened, less liquidity • ความไม่แน่นอนของนโยบายและเศรษฐกิจโลก (Global uncertainty) ปรับสูงขึ้น ส่งผล ให้ความเชื่อมั่น (Risk appetite) ของนักลงทุนปรับลดลง ความผันผวนในตลาดการเงินสูงขึ้น ทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน • ภาวะการเงินโลกปรับตึงตัวขึ้น จากสภาพคล่องในตลาดการเงินที่ปรับลดลง ราคาสินทรัพย์ (ทั้งในตลาดพันธบัตร ตลาดหลักทรัพย์ และตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอื่น) ปรับลดลงมาก และความผันผวนในตลาดเงินที่เพิ่มขึ้น
  • 26.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 26 5 10 15 20 25 30 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 หนี้สาธารณะเร่งสูงในช่วงวิกฤตCOVID-19 เทียบแนวโน้มในอดีต (10-Years trendlines) หน่วย : ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนี้สาธารณะทั่วโลกและสัดส่วนของบริษัทซอมบี้มีแนวโน้มสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะการเงินตึงตัวเร็ว เพิ่มความเสี่ยง วิกฤตหนี้ EMs และปัญหาเสถียรภาพระบบการเงินในบางประเทศ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Federal Reserve Bank of St. Louis สัดส่วนของบริษัทซอมบี้ในสหรัฐฯ โดย Fed หน่วย : % ของบริษัททั้งหมด 5 15 25 35 45 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 15 20 25 30 35 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 10 15 20 25 30 35 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 China UK US 8 10 12 14 16 18 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 EU 27 6 8 10 12 14 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 5 7 9 11 13 15 17 19 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 Japan 5 10 15 20 25 30 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 Thailand Philippines India • ท่ามกลางภาวะการเงินตึงตัว หนี้สาธารณะทั่วโลกเพิ่มขึ้นอยู่ใน ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มความเสี่ยงวิกฤตหนี้ • สัดส่วนบริษัทที่มีความสามารถทากาไรต่าและมีหนี้สูง (Zombie firm)* เพิ่มขึ้นจากรายได้โตช้ากว่าภาระหนี้ อาจนาไปสู่ปัญหาขาดสภาพคล่องและผิดนัดชาระหนี้ ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพระบบการเงินบางประเทศได้ 9 0 2 4 6 8 10 12 2015 2016 2017 2018 2019 2020 บริษัทจดทะเบียน บริษัทจากัด
  • 27.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 27 ในระยะสั้นความเสี่ยงเกิดวิกฤตหนี้ลุกลามใน EMs ยังไม่มาก เนื่องจากเสถียรภาพต่างประเทศและฐานะการคลัง ยังเข้มแข็ง ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC ฐานะการคลัง (Fiscal position) ของรัฐบาลกลุ่มประเทศ EMs หน่วย : % ของ GDP แต่ละประเทศ ทุนสารองระหว่างประเทศส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าเกณฑ์สากล บางประเทศที่ ทุนสารองฯ ต่าจะมีความเสี่ยง Default หนี้ต่างประเทศสูงกว่า หน่วย : Months of import 0 3 6 9 12 15 18 BZ CN IND TH PHP AGT PK Sri Lanka 01/2022 02/2022 03/2022 04/2022 05/2022 06/2022 07/2022 08/2022 AVG 01/97 - 06/98 High risk หนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อทุนสารองระหว่างประเทศปรับลดลงต่อเนื่อง หน่วย : % ของเงินทุนสารองระหว่างประเทศ เกณฑ์สากล = 3 เดือน Argentina Indonesia Cambodia Bangladesh Lao P.D.R. The Bahamas Brazil Egypt Colombia Cabo Verde Bolivia Ghana Bhutan Algeria Fiji Sri Lanka Thailand Turkey Pakistan Kenya Bahrain Tunisia China -14 -12 -10 -8 -6 -4 -2 0 0 25 50 75 100 125 150 175 Government fiscal deficit General Government (Gross) Debt 0 500 Philippines Mexico Egypt Argentina Brazil Thailand Indonesia Colombia India China Turkey Sri Lanka Pakistan 1980s 1990s 2020 High risk ความเสี่ยงผิดชาระหนี้ของภาครัฐจากฐานะการคลัง (Fiscal position) ที่อ่อนแอกระจุกตัว ใน EMs ขนาดเล็ก ซึ่งมีสัดส่วนหนี้เทียบกับขนาดระบบการเงินของโลกไม่มาก เช่น ฟิจิ ภูฏาน กานา ตูนีเซีย อียิปต์ จึงคาดว่าผลกระทบต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจโลกจะมีจากัด ฐานะการคลังแย่กว่า (หนี้รัฐบาลสูงและขาดดุลการคลังสูง)
  • 28.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 28 ความเสี่ยงในการผิดนัดชาระหนี้ของภาคเอกชนของEMs ยังมีจากัด จากฐานะทางการเงินของภาคธุรกิจที่เข้มแข็ง และสภาพคล่องที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี หมายเหตุ : Revolving Credit Facility (RCF) คือ สินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นที่ผู้กู้จะได้วงเงินมาจานวนหนึ่ง และจะต้องชาระดอกเบี้ยต่อเมื่อใช้วงเงินนี้ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, CEIC และ Moody’s การถือครองเงินสดเฉลี่ยของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ Speculative grade และอัตราส่วนเงินสดต่อหนี้สินของบริษัท อยู่สูงกว่าในช่วง Pre-pandemic หน่วย : %ของหนี้ทั้งหมด การครบกาหนดอายุหนี้ตามอันดับความน่าเชื่อถือในปี 2022 หน่วย : %ของหนี้ทั้งหมด (หนี้กับธพ. และตราสารหนี้) 0 20 40 60 80 100 Ba B Caa 2023 2024 2025 2026 Beyond 2026 หนี้ของบริษัทความน่าเชื่อถือระดับ Speculative ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี ความเสี่ยงผิดชาระหนี้สูง มีความอ่อนไหวจากัดต่ออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เนื่องจากหนี้ที่จะครบกาหนดในระยะสั้น 1-2 ปี มีเพียง 20% ของหนี้ทั้งหมด 15 20 25 200 300 400 500 2017 2018 2019 2020 2021 2022 มูลค่าการถือครองเงินสด Cash/Debt Ratio (แกนขวา) สัดส่วนการใช้วงเงินสินเชื่อ (RCF withdrawal) ของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ Speculative grade หน่วย : % committee credit facilities 0 50 100 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 undrawn RCF Drawn RCF การใช้วงเงินสินเชื่อลดลงกลับสู่ระดับ Pre-pandemic สะท้อนว่าสถานะการเงิน ของบริษัทฯ แข็งแกร่งเพียงพอ และมีความ จาเป็นน้อยลงที่จะต้องพึ่งพาสภาพคล่อง จากธนาคาร หน่วย : อัตราส่วน
  • 29.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 29 ในระยะปานกลางความเสี่ยงวิกฤตหนี้ใน EMs จะปรับสูงขึ้น จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลงต่อเนื่อง และภาวะการเงินตึงตัวมากเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของระบบการเงินในบางประเทศได้ สัดส่วนของธนาคารแบ่งตามอัตราส่วน CET1* IMF ประเมินว่า 1 ใน 3 ของสถาบันการเงิน ใน EMs มีแนวโน้มเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องในระยะปานกลาง หน่วย : %ของ Assets ทั้งหมดของแต่ละกลุ่ม ตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค หนี้สาธารณะและการเติบโตของเศรษฐกิจ มีแนวโน้มปรับแย่ลง ดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลมากกว่าช่วงก่อนวิกฤต หน่วย : Percentile rank ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2023 0 25 50 75 100 C/A deficit Fiscal deficit Growth Public debt to GDP Inflation 2017-2019 avg 2020 2022 2023 (ขึ้น = ขาดดุลมากขึ้น) (ขึ้น = เงินเฟ้อสูงขึ้น) (ขึ้น = หนี้มากขึ้น) (ขึ้น = เศรษฐกิจขยายตัว) (ขึ้น = ขาดดุลมากขึ้น) 5 29 0 25 50 75 100 2021 2024 2021 2024 2021 2024 >4.5% [4.5%, 7%) [7%, 9%) [9%, 11%) [11%, 13%) >13% Global Advanced Economies Emerging Markets ในระยะปานกลาง • จานวนสถาบันการเงินทั่วโลกที่จะเผชิญความเสี่ยงสภาพคล่อง (CET1 ratio ไม่ถึงเกณฑ์ ขั้นต่า 4.5%) มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 5% ในปี 2024 เทียบกับ 0% ในปี 2021 • โดยในกลุ่มนี้ มีสัดส่วนของสถาบันการเงินใน EMs เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 3 ของ EMs ทั้งหมด เทียบกับในปี 2021 ที่ไม่มีสถาบันการเงินใดต่ากว่าเกณฑ์ หมายเหตุ : *CET-1 คือ อัตราส่วนเงินทุนกับสินทรัพย์ (Capital/Asset ratio) สะท้อนสภาพคล่องของธนาคารและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ อัตราส่วน CET1 ที่ต่าแสดงถึงสภาพคล่องที่น้อย โดยเกณฑ์ขั้นต่าสากลอยู่ที่ 4.5% ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ IMF Global Financial Stability Report, Oct 2022
  • 30.
    เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง เงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงช้าโดยเฉพาะหมวดบริการ EIC คาดว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 เศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • 31.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 31 85 90 95 100 105 110 -15 -5 5 15 25 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 BusinessConfidence Small Business Optimism Index (แกนขวา) กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ชะลอตัวต่อเนื่อง การผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดคาสั่งซื้อใหม่หดตัว สะท้อน การผลิตและอุปสงค์ที่เริ่มอ่อนแอลงในภาวะเงินเฟ้อสูงและภาวะการเงินตึงตัว ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg และ The Institute of Supply Management (ISM) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดคาสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานของสหรัฐฯ หน่วย : %MOM ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (S&P Global Purchasing Managers Index : PMI) หน่วย : ดัชนี (มากกว่า 50 = ขยายตัว) ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องในปีนี้ หน่วย : ดัชนี -0.1 -2 -1 1 2 3 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Industrial Production Factory Orders ex. Trans 20 30 40 50 60 Composite PMI Manufacturing PMI Services PMI Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 48.2 50.4 47.8 หมายเหตุ : สารวจโดย The Institute of Supply Management (ISM) • GDP สหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ขยายตัวได้ 2.6%QOQ จากการส่งออกเป็นสาคัญ ขณะที่ การใช้จ่ายผู้บริโภคแม้ยังแข็งแกร่งแต่เริ่มชะลอลงเหลือ 1.4% (จากในไตรมาส 2 ที่ 2%) • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่สะท้อนแนวโน้มกิจกรรมภาคการผลิตและบริการปรับแย่ลง ต่อเนื่อง กิจกรรมภาคการผลิตเดือน ต.ค. ขยายตัวต่าสุดในรอบ 2 ปี จากคาสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงมาก กิจกรรมภาคบริการหดตัวต่อเนื่องจากอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
  • 32.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 32 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณชะลอลงมากโดยราคาบ้านปรับลดลงมากตามอุปสงค์ที่ชะลอลง ในภาวะอัตราดอกเบี้ยจานองสูงขึ้นมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่งคั่ง (Wealth) ของผู้บริโภคได้ในอนาคต ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg และ Federal Housing Finance Agency ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้าน (Supply) และอุปสงค์บ้านใหม่ (Demand) หน่วย : ดัชนี ดัชนีราคาบ้านในสหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยจานอง 30 ปี หน่วย : %MOM หน่วย : % -0.7 3.27 7.06 0 2 4 6 8 -1 -0.5 0 0.5 1 1.5 2 2.5 Jan-19 Apr-19 Jul-19 Oct-19 Jan-20 Apr-20 Jul-20 Oct-20 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 Apr-22 Jul-22 US House price index US Mortgage interest rates (แกนขวา) การเริ่มสร้างบ้านใหม่ ยอดขายบ้านใหม่ และบ้านมือสอง หน่วย : พันยูนิต หน่วย : ล้านยูนิต 4 6 500 1,500 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Existing home sales (แกนขวา) Housing starts New home sales 0 20 40 60 80 100 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Homebuilder sentiment Homebuyer demand Housing Crash Lockdown • ราคาบ้านในสหรัฐฯ ปรับลดลงต่อเนื่องตามอุปสงค์บ้านใหม่ (Homebuyer demand) ที่ลดลงมาก สู่ระดับใกล้เคียงปี 2008 จากอัตราดอกเบี้ยจานองที่เร่งขึ้นสู่ระดับ 7% ตามทิศทางนโยบายการเงินตึงตัว • Homebuilder sentiment (สะท้อนฝั่ง Supply) ปรับแย่ลงต่อเนื่องสู่ระดับต่าสุด นับตั้งแต่ พ.ค. 2020 การคาดการณ์ยอดขายของผู้ผลิตต่าสุดนับตั้งแต่ปี 2012 • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องตามอุปสงค์ที่ลดลง ส่งผลให้ราคาบ้านมีแนวโน้มลดลงมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่งคั่งของผู้บริโภค
  • 33.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 33 เงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูงรวมถึงราคาสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลงมาก ส่งผลลบต่อความมั่งคั่งผู้บริโภคเช่นกัน EIC คาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบมากขึ้นในปี 2023 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg มูลค่าหลักทรัพย์ในตามราคาตลาด (Market capitalization) สหรัฐฯ หน่วย : ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้ที่แท้จริงและอัตราการออมส่วนบุคคลของสหรัฐฯ หน่วย : %YOY หน่วย : % of disposable personal income หนี้ครัวเรือนและหนี้บัตรเครดิตของผู้บริโภคสหรัฐฯ หน่วย : ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หน่วย : %YOY 3.5 0 10 20 30 40 -5 0 5 10 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Real wage Personal saving rate (แกนขวา) 13% -15% -5% 5% 15% 10 12 14 16 Q1/18 Q2/18 Q3/18 Q4/18 Q1/19 Q2/19 Q3/19 Q4/19 Q1/20 Q2/20 Q3/20 Q4/20 Q1/21 Q2/21 Q3/21 Q4/21 Q1/22 Q2/22 Household debt Credit Card debt (แกนขวา) 0 10 20 30 40 50 60 Jan-04 Feb-05 Mar-06 Apr-07 May-08 Jun-09 Jul-10 Aug-11 Sep-12 Oct-13 Nov-14 Dec-15 Jan-17 Feb-18 Mar-19 Apr-20 May-21 Jun-22 Millions GFC การลดลงของมูลค่าหลักทรัพย์กว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ความมั่งคั่งของชาวอเมริกันลดลง ความมั่งคั่งของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ อยู่ในอสังหาฯ และตลาดการเงิน • เงินเฟ้อส่งผลให้รายได้ที่แท้จริงติดลบต่อเนื่อง อีกทั้ง ระดับราคาที่สูงขึ้นส่งผลให้หนี้ เพื่อการอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราการออม ปรับลดลงสู่ 3.5% ต่าสุดในรอบกว่า 10 ปี • การใช้จ่ายของผู้บริโภคแม้ยังขยายตัวอยู่ในปัจจุบัน แต่คาดว่าจะเริ่มอ่อนแอลง ตามความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมที่เร่งตัว และต้นทุนค่าอาหาร และพลังงานที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งและการใช้จ่ายของผู้บริโภค (Negative wealth effect) • การบริโภคที่มีแนวโน้มอ่อนแอจะเป็นปัจจัยกดดันให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ต่อเนื่องในปี 2023
  • 34.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 34 เงินเฟ้อสหรัฐฯมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่เงินเฟ้อหมวดบริการโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยยังเร่งตัว รวมถึงค่าจ้างเติบโตสูง ตามตลาดแรงงานตึงตัวที่กดดันเงินเฟ้ออีกทาง ในปีหน้าปัจจัยเหล่านี้จะบรรเทาลงบ้าง แต่เงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง เงินเฟ้อไม่รวมหมวดที่อยู่อาศัย และเงินเฟ้อหมวดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ หน่วย : %MOM องค์ประกอบของเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI contribution to annual inflation) หน่วย : percentage point ดัชนีราคา GDP (GDP Price Index) หน่วย : %QOQ หน่วย : %MOM กาลังแรงงานและความต้องการแรงงานในสหรัฐฯ หน่วย : พันคน 7.7 -1 1 3 5 7 9 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Goods Services Headline CPI เงินเฟ้อหมวดสินค้าเริ่มปรับลดลง แต่เงินเฟ้อหมวดบริการยังเร่งตัว 9.0 4.1 -5 0 5 10 Jun-18 Sep-18 Dec-18 Mar-19 Jun-19 Sep-19 Dec-19 Mar-20 Jun-20 Sep-20 Dec-20 Mar-21 Jun-21 Sep-21 Dec-21 Mar-22 Jun-22 Sep-22 0.28 0.7% 0.0% 0.2% 0.4% 0.6% 0.8% -1 0 1 2 Jan-19 May-19 Sep-19 Jan-20 May-20 Sep-20 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 CPI All Items Less Shelter CPI, Shelter (แกนขวา) 135,000 145,000 155,000 165,000 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Labor supply Labor Demand ตลาดแรงงานมี อุปสงค์ส่วนเกิน ค่าจ้างจึงยังเร่งตัว GDP Price index (วัดราคาสินค้าและบริการที่ผลิต ในสหรัฐฯ) ผ่านจุดสูงสุดแล้วในไตรมาส 2 เงินเฟ้อเร่งตัวในหมวดที่อยู่อาศัย (Shelter) สัดส่วน 1 ใน 3 ของ CPI 2 ใน 3 ของ CPI ชะลอลงมากแล้ว ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Bloomberg
  • 35.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 35 Fedจะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลงและสูงสุด ณ Q1/2023 หลังจากนั้นจะคงดอกเบี้ยสูงไว้ตลอดปี 2023 เพื่อให้มั่นใจว่าควบคุมเงินเฟ้อได้แล้ว ซึ่งมีส่วนทาให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ FOMC Economic Projections, Sep2022 คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed funds rate) ของสหรัฐฯ หน่วย : %MOM ขนาดสินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง หน่วย : ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 3.25 4.5 5 5 4.75 4.5 4.25 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5 5.5 Q3/2022 Q4/2022 Q1/2023 Q2/2023 Q3/2023 Q4/2023 Q1/2024 Q2/2024 Q3/2024 Q4/2024 EIC forecast Fed’s dot-plot (Sep 22) 4.75 4 2 4 6 8 10 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Dec 22 (f) Dec 24 (f) Millions 8.5 7.4 6.3 • ในเดือน ธ.ค. Fed จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้าลงเหลือ 50 BPS หลังจากนโยบายการเงิน สหรัฐฯ ตึงตัวเร็วและแรงขึ้นมากแล้ว ซึ่งการส่งผ่านดอกเบี้ยสู่เศรษฐกิจต้องใช้เวลา (Lag) • ในปี 2023 Fed จะขึ้นดอกเบี้ยช้าลงครั้งละ 25 BPS อีก 2 ครั้งในไตรมาสแรก สู่ระดับสูงสุด (Terminal rate) ที่ 4.75-5% และคงไว้ตลอดปี เนื่องจาก • เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% อยู่มาก • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ สามารถรองรับภาวะการเงินตึงตัวได้ • ในปี 2024 Fed จะทยอยลดดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ ขณะที่เงินเฟ้อเริ่ม กลับเข้าใกล้กรอบเป้าหมายตามอุปสงค์และตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง มุมมองต่อ Fed funds rate • Fed จะลดขนาดงบดุล 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือนในระยะข้างหน้า หรือลดลง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ไปอยู่ที่ราว 7.4 และ 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2023 และ 2024 • อาจมีความเสี่ยงที่ Fed จะไม่สามารถทา QT ได้ตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 จากภาวะการเงินตึงตัวต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินสารองและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ มุมมองต่อ Quantitative Tightening (QT)
  • 36.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 36 4 -400 -200 0 200 400 0 5 10 15 20 1980 1982 1984 1986 1988 1990 1992 1994 1996 1998 2000 2002 2004 2006 2008 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022 Fedfunds rate 2-10 Spread (RHS) EIC คาดว่า สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 จากนโยบายการเงินเข้มงวดมากและนานต่อเนื่อง เพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหดตัวชัดเจนขึ้นในระยะต่อไป ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg อัตราดอกเบี้ยนโยบายและส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีและ 2 ปี (2-10 spread) หน่วย : % ภาวะการเงินของสหรัฐฯ (Bloomberg U.S. Financial condition) ตึงตัวต่อเนื่อง หน่วย : ดัชนี Z-score หน่วย : BPS -1.5 -0.5 0.5 1.5 Jan-21 Apr-21 Jul-21 Oct-21 Jan-22 Apr-22 Jul-22 Oct-22 ติดลบ คือ ภาวะการเงินตึงตัว -68 = recession Inverted yield curve สะท้อนถึง คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะชะลอในอนาคต • การขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ของ Fed ส่งผลให้ภาวะการเงินปรับตึงตัวต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงในระยะต่อไป • Inverted yield curve ที่นิยมใช้เป็นหนึ่งในเครื่องชี้ Recessions พบว่า US Recession ในอดีตมักเกิดขึ้นหลังจาก 2-10 spread ติดลบประมาณ 1 ปี โดยในปีนี้ 2-10 spread เริ่มติดลบมาตั้งแต่เดือน ก.ค. • EIC คาดว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 จากนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นและนานขึ้นกระทบต้นทุนทางการเงินของทั้งครัวเรือน และภาคธุรกิจ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและลดลงช้า ซึ่งกระทบต่ออานาจซื้อและความมั่งคั่งของผู้บริโภค ส่งผลให้ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง
  • 37.
  • 38.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 38 เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มหดตัวรุนแรงเป็นวงกว้างมากขึ้นโดยเฉพาะภาคการผลิตและการบริโภค ขณะที่การลงทุนใหม่ จะหดตัวชัดเจนขึ้นในปีหน้า EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจยูโรจะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ไตรมาส 4 นานถึงสิ้นปี 2023 เป็นอย่างน้อย ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ The Conference Board และ VCI NRW (สมาคมเคมีภัณฑ์ในเยอรมัน) Economic leading indicator จัดทาโดย CEIC และ Conference board สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวรุนแรงในระยะต่อไป หน่วย : percentage point ผลสารวจแนวทางการรับมือของผู้ประกอบการเคมีภัณฑ์ในเยอรมันต่อ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดย VCI NRW (สมาคมเคมีภัณฑ์ในเยอรมัน ≈ 500 บริษัท) หน่วย : %ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด หน่วย : %MOM -4 -2 0 2 4 40 140 2000 2002 2004 2006 2008 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022 CEIC The conference board (แกนขวา) 0 20 40 60 80 100 ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ เลื่อนการลงทุนทางกายภาพออกไป ลดปริมาณการผลิต ไม่ได้ทาอะไร ส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นในผู้บริโภค เกิน 1 ใน 3 มีแผนที่จะลดปริมาณ การผลิต และเลื่อนการลงทุนใหม่ออกไป 15% มีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ สะท้อนทั้งกิจกรรมการผลิตและบริการที่หดตัว หน่วย : ดัชนี, > 50 = ขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า, ปรับฤดูกาล 25 35 45 55 65 PMI: Manufacturing PMI: Composite PMI: Service
  • 39.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 39 ในระยะยาววิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้ออาจทาให้อุปทานพลังงานในยูโรโซนอยู่ในระดับต่าถาวร ซึ่งจะนาไปสู่ดุลการค้า ขาดดุลมากต่อเนื่อง และ Potential output growth ปรับลดลงถาวร ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ ECB Economic Scars* ของเศรษฐกิจยูโรโซนผลจากวิกฤตพลังงาน หน่วย : percentage points ดุลการค้าขาดดุลสูงเป็นประวัติการณ์และมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง หากวิกฤตพลังงานไม่คลี่คลาย หน่วย : พันล้านยูโร, ปรับฤดูกาล -60 -50 -40 -30 -20 -10 0 10 20 30 40 0 50 100 150 200 250 300 Jan-02 Jun-03 Nov-04 Apr-06 Sep-07 Feb-09 Jul-10 Dec-11 May-13 Oct-14 Mar-16 Aug-17 Jan-19 Jun-20 Nov-21 Trade Balance Imports Exports -3.0 -2.0 -1.0 0.0 ECB (Sep-22) OECD (Jun-22) IMF (Oct-22) • ยูโรโซนมีแนวโน้มขาดดุลการค้าต่อเนื่องไปในปีหน้า จากการส่งออกที่จะชะลอตัวตาม เศรษฐกิจโลก ขณะที่มูลค่าการนาเข้าจะยังอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยราคาพลังงาน ส่งผลให้ ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องถึงปีหน้า • ECB OECD และ IMF ประเมินว่า วิกฤตพลังงานมีแนวโน้มทาให้ Potential output growth* ลดลงถาวร 2-3 ppt เทียบกับก่อนเกิด Energy crisis • แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในระยะปานกลางจะยังคงอ่อนแอกว่าระดับก่อนวิกฤตอยู่มาก * ประเมินจากการเปลี่ยนแปลงประมาณการ GDP ถึง Q4/2026 ของ IMF และ OECD และถึง Q4/2024 ของ ECB เทียบกับคาดการณ์ก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน
  • 40.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 40 เงินเฟ้อยูโรโซนจะทยอยปรับลดลงจากสูงสุดใน2023 แต่จะยังไม่กลับสู่กรอบเป้าหมายจนถึงปี 2024 เนื่องจากราคาพลังงาน ยังสูงจากวิกฤตพลังงาน และแรงกดดันเงินเฟ้อกระจายไปหมวดสินค้าบริการอื่นมากขึ้น ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC -20 -10 0 10 20 30 40 50 2002 2006 2010 2014 2018 2022 Import Price: Food, Beverages & Tobacco PPI: Food, Beverages & Tobacco HICP: Food & Non Alcoholic เงินเฟ้อยูโรโซนอาจปรับลดลงได้บ้าง ขึ้นกับผลของมาตรการการคลัง โดยเฉพาะ Price cap ที่จะช่วยให้เงินเฟ้อพลังงานชะลอลง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจเร่งขึ้นตามการจับจ่ายใช้สอยในสินค้า อื่นแทน นอกจากนี้ หากสงครามในยูเครนปรับดีขึ้นอาจทาให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผ่อนคลายลง ความเสี่ยง Wage-price spiral ยังมีจากัด แม้เงินเฟ้อบริการจะยังสูง แต่ความสามารถในการ ส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคจะมีจากัด จากอุปสงค์ที่จะปรับชะลอลงตามเศรษฐกิจ ดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและพลังงานจะยังสูงขึ้นอีกระยะ เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายได้เร็ว หน่วย : %YOY ดัชนีราคาสินค้าภาคบริการ มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว รวมถึงค่าจ้างที่จะขยายตัวต่อเนื่อง หน่วย : %YOY 0 1 2 3 4 5 1998 2002 2006 2010 2014 2018 2022 ค่าจ้างสูงและอัตราการว่างงานต่าเป็นประวัติการณ์ บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าแรงสูงและ ตลาดแรงงานตึงตัวจะยังมีอยู่ หน่วย : %YOY หน่วย : % 4 9 14 0 1 2 3 4 5 2010 2012 2014 2016 2018 2020 2022 Labour Cost Index Unemployment rate (แกนขวา)
  • 41.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 41 นโยบายการเงินของECB จะตึงตัวต่อเนื่องนานเช่นกันจนกว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย โดยคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 2.75% ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2023 หลังจากนั้นจึงจะทยอยทา Quantitative Tightening (QT) เพื่อไม่ให้สภาพคล่องระบบการเงินตึงตัวเร็วเกินไป ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, Yahoo Finance และ ECB อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี หน่วย : % อัตราดอกเบี้ยนโยบายยูโรโซน หน่วย : % • ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ครั้งละ 50 BPS ในการประชุมเดือน ธ.ค. 22 และ ก.พ. 23 และปรับขึ้นอีก 25 BPS ในเดือน มี.ค. ส่งผลให้ Terminal rate อยู่ที่ 2.75% • ECB จะประกาศแผน QT ในการประชุม ธ.ค. นี้ คาดว่าจะลดขนาดงบดุลลง 5 ล้านล้านยูโรที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงวิกฤต COVID-19 โดยจะเริ่ม QT ได้เร็วสุดใน 2Q2023 หลังดอกเบี้ยอยู่ที่ Terminal rate แล้ว • การปรับลดขนาดงบดุลจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นไป เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะการเงินตึงตัวเฉียบพลันจากสภาพคล่องที่ลดลงเร็ว ท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบางและระดับหนี้สูงในบางประเทศ • ความเสี่ยง Fragmentation ในยูโรโซนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยปัจจุบันบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของประเทศที่มีความเสี่ยงหนี้ (ได้แก่ อิตาลี สเปน ฝรั่งเศส) เร่งขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสาคัญที่อาจทาให้แผน QT เริ่มช้ากว่าไตรมาสที่ 2 ปี 2023 2.75 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 -1 0 1 2 3 4 ECB Key Interest Rate ECB Key interest Rate (F) ECB Meeting Hike Policy Rate Nov-22 75 bps 1.50% Dec-22 50 bps 2.00% Feb-23 50 bps 2.50% Mar-23 25 bps 2.75% -1 1 3 5 7 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Italy Spain France
  • 42.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 42 เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรหดตัวและมีแนวโน้มอ่อนแอมากขึ้นEIC คาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ ไตรมาส 4 ปีนี้ ... ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, UK Office of National Statistics และ The Bank of England ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรหดตัวต่อเนื่องตามเศรษฐกิจที่อ่อนแอ หน่วย : %YOY ประมาณการ GDP สหราชอาณาจักร (รายเดือน) แบ่งตามสาขาเศรษฐกิจ หน่วย : %YOY -1.0 -0.5 0.0 0.5 1.0 1.5 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Services Production Construction GDP การหดตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 3 เป็นผลจากการหดตัวในภาคการผลิต และภาคบริการเป็นหลัก จากภาวะเงินเฟ้อและวิกฤตพลังงาน อีกทั้ง ยังมีผลของวันหยุดในช่วงพระราชพิธีศพของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 • GDP ในไตรมาส 3 หดตัวลง -0.2%QOQ ขณะที่ GDP ในไตรมาส 2 ขยายตัว 0.2%QOQ เศรษฐกิจหดตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ เดิมคาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ในไตรมาส 3 • EIC คาดว่าเศรษฐกิจ UK มีแนวโน้มจะชะลอลงชัดเจนขึ้นอีก และเข้าสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 4 -10 0 10 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 องค์ประกอบ GDP ด้านอุปสงค์ของ UK ส่วนใหญ่ต่ากว่าระดับ Pre-pandemic หน่วย : % change from 4Q2019 -12 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4 Household consumption Gross fixed capital formation Exports General Government Imports
  • 43.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 43 ...เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะถดถอยต่อเนื่องนาน 1-2 ปี อันเป็นผลจากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ นโยบายการเงินเข้มงวด ต่อเนื่อง และนโยบายการคลังเข้มงวดมากขึ้นตามแผนการคลังระยะปานกลางของรัฐบาลใหม่ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, UK Office of National Statistics และ The Bank of England อัตราดอกเบี้ยนโยบายและคาดการณ์ Terminal rate ของ BOE Fed ECB หน่วย : % point เงินเฟ้อทั่วไปของสหราชอาณาจักร หน่วย : % point -2.5 0.0 2.5 5.0 7.5 10.0 12.5 Mar-20 Sep-20 Mar-21 Sep-21 Mar-22 Sep-22 Mar-23 Services (43%) Food and non-alcoholic beverages (11%) Electricity and gas (3%) Fuels and lubricants (3%) Other goods (39%) CPI inflation CPI BOE projection -1 0 1 2 3 4 5 6 2020 2021 2022 2023 UK Bank Rate US Federal funds rate ECB deposit rate UK Bank Rate (F) US Federal funds (F) ECB deposit (F) เศรษฐกิจถดถอยในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มรุนแรงและนาน เป็นผลจาก • วิกฤตพลังงานจะยังรุนแรง เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนคลี่คลายช้า ส่งผลให้ราคา พลังงานยังสูง กดดันกาลังซื้อผู้บริโภคและต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดในกลุ่ม G3 ส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวมาก • ทิศทางนโยบายการคลังตึงตัว ตามแผนการคลังระยะปานกลางของรัฐบาลชุดใหม่ • เศรษฐกิจ UK เปราะบางมากเมื่อเทียบกับ AEs อื่น โดยยังเป็นประเทศเดียวใน G7 ที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นกลับไประดับ Pre-pandemic การเปลี่ยนแปลงของ GDP 2Q2022 เทียบ Q4/2019 หน่วย : % change from 4Q2019, ข้อมูล ณ 29 ก.ย. 2022 1.7 0.9 0.0 1.1 0.6 2.6 -0.2 -0.5 1.5 3.5 Canada France Germany Italy Japan US UK
  • 44.
  • 45.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 45 เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าลงจากการชะลอตัวของอุปสงค์โลกกระทบการส่งออกดุลการค้ามีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง ตามมูลค่าการนาเข้าพลังงานสูง แต่เศรษฐกิจจะมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการลงทุน Capex ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ The Japanese cabinet office และ CEIC ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial production) ส่งสัญญาณชะลอตัวลง เช่นเดียวกับดัชนีสินค้า คงคลังต่อผลผลิตที่ลดลง สะท้อนอุปสงค์ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง หน่วย : ดัชนี, 2015 = 100 มูลค่าการนาเข้า ส่งออก และดุลการค้าของญี่ปุ่น ดุลการค้าจะขาดดุลต่อเนื่องจากเงินเยนมีแนวโน้ม อ่อนค่าในรอบ 40 ปี รวมถึงราคาพลังงานนาเข้าที่จะยังอยู่ในระดับสูง หน่วย : พันล้านเยน, ปรับฤดูกาล อัตราการเข้าพักแรม เริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น หน่วย : % ของจานวนห้องพักทั้งหมด ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรของภาคธุรกิจยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น สะท้อน Capex ที่ยังโตได้ หน่วย : %YOY หน่วย : ดัชนี, > 50 = ขยายตัว (MOM), ปรับฤดูกาล 80 90 100 110 120 130 140 150 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Production Shipment Inventory Inventory/Finished goods -2,000 2,000 6,000 10,000 1995 1998 2001 2004 2007 2010 2013 2016 2019 2022 Trade Balance Exports Imports 0 20 40 60 80 100 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Total Hostel Resort Hotel Business Hotel City Hotel 30 35 40 45 50 55 -25 -15 -5 5 15 Aug-19 Feb-20 Aug-20 Feb-21 Aug-21 Feb-22 Aug-22 Machinery Orders: Private Sector Composite PMI
  • 46.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 46 -1 0 1 2 3 4 Dec-18 Mar-19 Jun-19 Sep-19 Dec-19 Mar-20 Jun-20 Sep-20 Dec-20 Mar-21 Jun-21 Sep-21 Dec-21 Mar-22 Jun-22 Sep-22 Dec-22 Mar-23 TokyoCore CPI (a 6 month leading indicator of Japan Core CPI) Japan Core CPI รัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศมาตรการกระตุ้นทางการคลังชุดใหม่ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการควบคุม ราคาพลังงานที่จะช่วยลดเงินเฟ้อได้ในปีหน้า EIC คาดว่า BOJ จะเริ่มลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้า ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg ดัชนีเงินเฟ้อฟื้นฐาน (Core CPI) ของโตเกียวและของญี่ปุ่น หน่วย : %YOY, หน่วย: %YOY, แกน x (เดือน-ปี) เป็นข้อมูลของ Japan Core Inflation ขนาดของมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่นในแต่ละช่วงวิกฤติ หน่วย : ล้านล้านเยน อัตราการว่างงาน หน่วย : % 39 71.6 0 50 100 Aug 2016 Dec 2019 April 2020 Dec 2020 Nov 2021 Oct 2022 Fiscal measures Total stimulus size ขนาดมาตรการการคลัง (รวมตัวคูณ ทางการคลังจากภาคเอกชน) 71.6 ล้านล้านเยน 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 2014 2016 2018 2020 2022 อัตราการว่างงานทยอยปรับลดลง สู่ระดับ Pre-pandemic BOJ inflation target Tokyo CPI จัดเป็น leading indictors ของเงินเฟ้อฟื้นฐานของญี่ปุ่น • รัฐบาลประกาศแพ็กเกจการคลังชุดใหม่มูลค่า 39 ล้านล้านเยน (7% ของ GDP) คาดว่าจะช่วย สนับสนุน GDP 4.6 ppt ตลอดระยะเวลาที่ดาเนินมาตรการ (> 1 ปี) ส่วนใหญ่เป็นชุดมาตรการ เดิม เช่น สร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนเทคโนโลยีสีเขียว อย่างไรก็ดี คาดว่า ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในแต่ละปีอาจมีไม่สูงมาก เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ใช้เวลาเกิน 1 ปี • มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานในครัวเรือน วงเงิน 4-5 ล้านล้านเยน (≈1% ของ GDP) คาดว่าจะช่วยลดรายจ่ายพลังงานภาคครัวเรือน และลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้ 1.2 ppt ทั้งนี้ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานของโตเกียว (Tokyo core CPI) เร่งตัวสูงกว่ากรอบเงินเฟ้อของ BOJ สะท้อนว่า อุปสงค์ในเมืองใหญ่เริ่มฟื้นตัวแล้ว ในระยะต่อไปเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วประเทศมีแนวโน้ม จะเร่งตัวขึ้นเช่นกัน
  • 47.
    เศรษฐกิจจีน เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปในปี 2023 จากการผ่อนคลายมาตรการZero-Covid และแรงกระตุ้นทางการเงินการคลัง โดยจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกชะลอตัว ปัญหาภาคอสังหาฯ และบทบาทนโยบายการคลังที่มีข้อจากัดมากขึ้น
  • 48.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 48 เศรษฐกิจจีนซบเซาต่อเนื่องโดยเฉพาะภาคการส่งออกที่เริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ในปี 2023 EIC คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI (ปรับฤดูกาล) หน่วย : ดัชนี (>50 = ขยายตัว) อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน หน่วย : %YOY 6.3 6.0 5.9 5.8 -6.9 3.1 4.8 6.4 18.3 7.9 4.9 4.0 4.8 0.4 3.9 -10 0 10 20 Q1/2019 Q3/2019 Q1/2020 Q3/2020 Q1/2021 Q3/2021 Q1/2022 Q3/2022 Final Consumption Expenditure Gross Capital Expenditure Net Exports เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจจีน หน่วย : %YOY 2021 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Retail Sales 12.5 -3.5 -11.1 -6.7 3.1 2.7 5.4 2.5 -0.5 Exports (USD) 29.9 14.7 3.9 16.9 17.9 18.0 7.1 5.7 -0.3 Imports (USD) 30.1 -0.1 0.0 4.1 1.0 2.3 0.3 0.3 -0.7 Fixed Investment 4.9 6.6 1.8 4.6 5.6 3.8 6.6 6.7 4.3 40 42 44 46 48 50 52 54 56 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Composite Manufacturing Services ในปี 2023 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มฟื้นตัว ตามการทยอยผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐผ่านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มสภาพ คล่องในระบบการเงิน อัตราการขยายตัวจะยังต่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ตามภาคส่งออกที่ชะลอตัว ภาคอสังหาฯ ที่ยังซบเซา และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นช้า หากจานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 พุ่งสูงขึ้น
  • 49.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 49 EICคาดว่าจีนจะยกเลิกใช้นโยบาย Zero-Covid ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2023 ซึ่งจะสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคบริการ แต่การเปิดประเทศจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีขั้นตอนเตรียมความพร้อมยาวนาน หมายเหตุ : *ข้อมูลจานวนเตียง ICU และประชากร ณ ปี 2020 หรือปีล่าสุดที่เผยแพร่ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC Bloomberg OECD China Briefing Goldman Sachs WHO และสานักข่าวต่างประเทศ การยกเลิกนโยบาย Zero-Covid ของจีนจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความคืบหน้าในการเปิดประเทศ 1 จานวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น 2 อัตราการฉีดวัคซีนในผู้มีความเสี่ยงสูง ยังไม่มากเพียงพอต่อการเปิดประเทศ 68 77 50 60 70 80 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 จานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่รายวัน หน่วย : ราย สัดส่วนประชากรอายุ 60+ ที่ได้รับวัคซีนกระตุ้น หน่วย : % ค่าเฉลี่ยทั่วโลก 3 จานวนเตียง ICU ในจีนยังค่อนข้างต่า จานวนเตียง ICU เทียบประชากร 100,000 คน* หน่วย : อัตราส่วน 3.6 2.3 25.8 5.2 10.5 0 50 China India US Japan England การจัดหาวัคซีนและยา • จีนเริ่มใช้วัคซีนแบบสูดดมเป็นโดสกระตุ้นตั้งแต่ปลาย ต.ค. • จีนมีแนวโน้มอนุมัติวัคซีน MRNA ของ BioNTech สาหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจีน • Pfizer ทาสัญญาผลิตยา Paxlovid กับบริษัทจีนในเดือน ส.ค. (Paxlovid ลดอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 85%) การผ่อนคลายมาตรการกักตัว (พ.ย. 2022) • ลดเวลากักตัวสาหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดและผู้เดินทางเข้าประเทศในสถานกักตัวของรัฐ เหลือ 5 วันจากเดิม 7 วัน (คงจานวนวันกักตัวที่บ้าน 3 วัน) • ยกเลิกโทษสายการบินที่นาผู้โดยสารติดเชื้อเข้าประเทศ • ลดการติดตามผู้สัมผัสที่ไม่ได้ใกล้ชิดผู้ป่วย (Secondary contact) วัน สาคัญ March 2023: 13th National People’s Congress (NPC) and Chinese People’s Political Consultative Conference (CPPCC) NPC มีอานาจแก้รัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายกิจการพลเรือน และกาหนดประเด็นของรัฐ CPPCC (คณะที่ปรึกษาทางการเมืองสูงสุด) อาจกาหนดนโยบาย COVID-19 ในระยะ ต่อไป 0 10,000 20,000 30,000 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Nov-22
  • 50.
    แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2022-2023 Q4 50 ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังซบเซาและฟื้นตัวช้าส่งผลกระทบต่อ Wealth effects ทาให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและ การใช้จ่ายภาคเอกชนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐเผชิญข้อจากัด Fiscal space ที่น้อยลง ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ China Family Panel Studies เครื่องชี้วัดภาคอสังหาฯ จีนชะลอตัวอย่างมีนัยสาคัญ หน่วย : %YOY (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน) แนวโน้มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ยอดคงค้างพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นเริ่มชะลอลง หน่วย : พันล้านหยวน -50 -25 0 25 50 75 100 Mar-19 Jul-19 Nov-19 Mar-20 Jul-20 Nov-20 Mar-21 Jul-21 Nov-21 Mar-22 Jul-22 Real Estate Investment Building Sold Floor Space Started Floor Space Sold ราคาบ้านจีนและสินเชื่อภาคอสังหาฯ คงค้างมีทิศทางปรับลดลงมาก หน่วย : %YOY -5 0 5 10 15 20 Q1/2019 Q2/2019 Q3/2019 Q4/2019 Q1/2020 Q2/2020 Q3/2020 Q4/2020 Q1/2021 Q2/2021 Q3/2021 Q4/2021 Q1/2022 Q2/2022 Q3/2022 Housing Mortgage Loans Real Estate Development Loans Price: Newly Constructed Price: Secondary Market 0 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 35,000 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-… Jun-22 Jul-22 Aug-… Sep-22 General Special ความมั่งคั่งของประชากรจีนกว่า 70% อยู่ในอสังหาฯ ราคาบ้านที่ลดลงจึงมีส่วนกระทบต่อการใช้จ่ายครัวเรือน การระดมทุนของรัฐบาลท้องถิ่นเริ่มชะลอลงหลังเร่งออก พันธบัตรในช่วงก่อนหน้า อาจส่งผลให้มีพื้นที่การคลังจากัด มากขึ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ สรุปดังนี้ (ประกาศวันที่ 11 พ.ย.) 1. ผ่อนผันการชาระหนี้ของบริษัทอสังหาฯ ที่ครบกาหนดใน 6 เดือนข้างหน้าไปอีก 1 ปี 2. ผ่อนคลายมาตรการจากัดการปล่อยกู้แก่ บริษัทอสังหาฯ ของธนาคารพาณิชย์ 3. กระตุ้นอุปสงค์บ้าน โดยให้รัฐบาลท้องถิ่นกาหนด เงินดาวน์และอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม 4. รักษาคะแนนเครดิตของผู้ซื้อบ้านไว้ 5. สนับสนุนบริษัทอสังหาฯ ที่มีความมั่นคง เข้าซื้อสินทรัพย์ของบริษัทอสังหาฯ ที่อ่อนแอ แนวโน้มการจัดสรรงบภาครัฐ รัฐบาลท้องถิ่นขาด เงินทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังรายได้จากการขาย ที่ดินลดลง ส่งผลให้ Fiscal space มีจากัด ขณะที่การ จัดสรรงบจากรัฐบาลกลางอาจลดลงตามทิศทาง เศรษฐกิจจีน
  • 51.
  • 52.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 52 แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ 2023 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และยังเปราะบาง ครัวเรือนบางกลุ่มรายได้โตไม่ทันรายจ่าย ธุรกิจฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทย จะฟื้นตัวบนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น นโยบายการคลังยังมีพื้นที่การคลังพอ รองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น และเน้นความยั่งยืนทางการคลัง หลังวิกฤตโควิด
  • 53.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 53 EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2022 เป็น 3.2% โดยการท่องเที่ยวและบริโภคเป็นแรงหนุนสาคัญ และ ปรับลดมุมมองปี 2023 อยู่ที่ 3.4% ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สาหรับเงินเฟ้อทั่วไปยังสูงเกินกรอบเป้าหมาย ในปีหน้า ตามราคาพลังงาน อาหาร และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังสูง คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ CEIC ประมาณการเศรษฐกิจ (กรณีฐาน) หน่วย 2021 2022F 2023F ณ ก.ย. 2022 ณ พ.ย. 2022 ณ ก.ย. 2022 ณ พ.ย. 2022 GDP %YOY 1.5 3.0 3.2 3.7 3.4 การบริโภคภาคเอกชน %YOY 0.3 4.4 5.8 3.2 3.0 การบริโภคภาครัฐ %YOY 3.2 -1.0 -0.2 -0.7 -1.0 การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.3 2.9 4.1 2.7 2.5 การลงทุนภาครัฐ %YOY 3.8 2.1 -1.0 2.5 2.9 มูลค่าส่งออกสินค้า (USD BOP basis) %YOY 19.2 6.3 8.2 2.5 1.2 มูลค่านาเข้าสินค้า (USD BOP basis) %YOY 23.9 13.2 18.1 4.6 3.2 จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล้านคน 0.4 10.3 10.3 28.3 28.3 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป %YOY 1.2 6.1 6.1 3.2 3.2 อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน %YOY 0.2 2.5 2.5 2.7 2.7 ราคาน้ามันดิบ Brent USD/Brl. 70.4 102.4 100.5 89.9 84.7 อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นปี) % 0.50 1.25 1.25 2.0 2.0 ในปี เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยว และภาคบริการ ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 3 • การท่องเที่ยวและภาคบริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก • การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์ จากการท่องเที่ยวและตลาดแรงงานที่ฟื้นตัว ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทาให้เศรษฐกิจไทยในปี 3 ไม่สดใส มากนัก • เศรษฐกิจโลกชะลอตัว กดดันการส่งออกและการลงทุน • นโยบาย Zero-Covid ของจีนที่ไม่แน่นอนกระทบต่อ นักท่องเที่ยวจีนและการส่งออก • เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง หนี้สูงกดดันการฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ของครัวเรือนและธุรกิจบางกลุ่มที่เปราะบาง • ความไม่แน่นอนทางการเมืองกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน + + -
  • 54.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 54 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ไม่ทั่วถึง และยังเปราะบาง ครัวเรือนบางกลุ่มรายได้โตไม่ทันรายจ่าย ธุรกิจฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน
  • 55.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 55 ที่มาของการขยายตัวด้านการใช้จ่าย เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุน ภาคเอกชน ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าเริ่มชะลอตัว แรงส่งจากภาครัฐและการผลิตภาคเกษตรหดตัว ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ส่งออกสุทธิ บริโภคเอกชน บริโภคภาครัฐ ลงทุนเอกชน ลงทุนภาครัฐ Real GDP คลาดเคลื่อนสถิติ Inventories ที่มาของการขยายตัวด้านการผลิต อุตสาหกรรม โรงแรมร้านอาหาร ขายส่งขายปลีก อื่น ๆ ขนส่ง สื่อสาร สาธารณูปโภค อสังหาฯ สาขาการก่อสร้าง เกษตร เหมืองแร่ Real GDP
  • 56.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 56 เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยรายเดือนสะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องเกือบทุกองค์ประกอบ โดยมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกและการผลิตเพื่อส่งออกมีสัญญาณแผ่วลง ภาคอุปสงค์ในเดือน ก.ย. ชะลอตัว เล็กน้อย แต่มีทิศทางฟื้นตัว ทั้งการ บริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้น ต่อเนื่อง ขณะที่ความเชื่อมั่น ภาคธุรกิจทยอยปรับลดลง ภาคอุปทานขยายตัวดีในเดือน ก.ย. โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและภาค เกษตร ความเสี่ยงอุทกภัยต่อเนื่อง ไปเดือน ต.ค. เริ่มคลี่คลาย ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลง โดยเฉพาะการผลิตขายตลาด ต่างประเทศ ตลาดแรงงานฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่กลับไปเท่า ช่วงก่อน COVID-19 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, สานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, สานักงานสถิติแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Google เศรษฐกิจไทย Unit 2021 Q1/22 Q2/22 Q3/22 Apr-22 May Jun Jul Aug Sep Oct YTD ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) %YOY 1.5 2.3 2.5 4.5 3.1 ภาคอุปสงค์ ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน %YOY -0.8 4.1 10.3 14.1 8.8 12.1 10.2 14.4 16.8 11.3 9.4 ยอดขายรถในประเทศ %YOY -6.8 22.7 11.5 36.2 9.1 15.7 10.0 22.1 61.7 30.4 22.9 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน %YOY 9.3 3.8 3.4 8.2 0.2 3.8 5.9 5.1 12.0 7.6 5.1 ส่งออกหักทอง (ศุลกากร) %YOY 22.8 10.0 11.0 6.3 8.9 12.5 11.5 4.7 7.4 6.7 9.1 Google mobility (retail & recreation) % Compared to 3 Jan-6 Feb 20 -9.0 1.0 -2.5 -0.3 -4.2 -1.9 -1.3 -1.6 -2.5 3.2 -0.6 ความเชื่อมั่นผู้บริโภค Index (100 = previous month) 44.7 43.4 40.8 43.6 40.7 40.2 41.6 42.4 43.7 44.6 46.1 42.9 ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ Index (50 = previous month) 45.3 48.6 49.3 49.5 48.2 49.3 50.5 49.4 49.6 49.6 47.8 49.0 ภาคอุปทาน รายได้ภาคเกษตร %YOY 2.6 9.4 17.2 17.7 11.8 20.5 19.4 18.2 16.9 18.1 14.4 ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม %YOY 5.8 1.6 -0.8 8.1 0.0 -2.0 -0.2 6.4 14.9 3.4 2.8 อัตราการใช้กาลังการผลิต sa % 63.0 63.2 63.8 63.7 64.1 62.6 64.6 63.7 64.0 63.4 63.6 จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ Thousands 427.9 498 1582 3608 293 521 767 1124.2 1175 1309 5688 จานวนทริปในประเทศ %YOY -41.7 74.4 399.9 1167.8 138.9 1053.2 1115.6 1818.6 1770.5 665.5 261.0 อัตราการเข้าพักโรงแรม % 14.0 36.2 42.1 47.8 41.9 41.8 42.6 47.0 48.0 48.4 42.0 ตลาดแรงงาน อัตราว่างงาน % 1.9 1.5 1.4 1.2 1.4 อัตราว่างงานของแรงงานอายุน้อย % 8.2 6.6 7.1 6.5 6.7 อัตราว่างงานของแรงงานในประกันสังคม % 2.8 2.3 2.1 2.0 2.0 2.2 2.2 2.0 2.1 2.0 2.1 ชั่วโมงการทางานภาคเอกชน Hours/Week 44.3 43.7 45.9 46.7 45.5
  • 57.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 57 แรงส่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องในไตรมาส 4 และมีโอกาสทะลุ 10.3 ล้านคนในปี 2022 ตามที่คาดไว้ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักมาจากอาเซียนและยุโรป ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย หน่วย : ล้านคน สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย หน่วย : % อาเซียน เอเชียตะวันออก ยุโรป เอเชียใต้ อเมริกา ตะวันออกกลาง อื่น ๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติหลักที่เดินทางเข้าไทยในช่วง 1 ม.ค. – 19 พ.ย. 2022 หน่วย : ล้านคน อินเดีย เวียดนาม มาเลเซีย 0.78 สิงคโปร์ สปป.ลาว 1.45 0.43 0.39 0.38 การฟื้นตัวในเดือน ต.ค. เทียบปี 2019 -10% -22% -15% -45% +2% จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือน ม.ค. – พ.ย. 2022 = ~8.8 ล้านคน • ในช่วงไตรมาส 4 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่อง จากการผ่อนคลายมาตรการ เดินทางระหว่างประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น ประกอบกับเป็นช่วง High season ที่นักท่องเที่ยวจากประเทศเมืองหนาวจะเดินทางมาไทย • นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากรัสเซียเริ่มเข้ามาหลังสายการบินของรัสเซียกลับมาให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ และภูเก็ตตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. เช่น Aeroflot Ikar และ Siberia (ณ 31 ต.ค. มี นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าภูเก็ตราว 500 คน แม้สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียด) 70% 62% 47% 39% 36% 43% 45% 45% 52% 46% 13% 18% 19% 17% 18% 18% 14% 20% 7% 8% 9% 18% 16% 13% 11% 13% 11% 11% 11% 11% 10% 9% พ.ค 22 ก.พ 22 8% 9% 8% ม.ค 22 มิ.ย 22 มี.ค 22 เม.ย 22 11% 11% ก.ค 22 ส.ค 22 ก.ย 22 ต.ค 22 มี.ค. 22 ม.ค. 22 ก.พ. 22 เม.ย 22 ก.ค.22 พ.ค. 22 0.52 มิ.ย 22 ส.ค. 22 ก.ย. 22 ต.ค. 22 พ.ย. 22 (e) 0.13 ~1.7-1.8 0.15 0.21 0.29 0.77 1.12 1.17 1.31 1.48
  • 58.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 58 นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง อาเซียน และเอเชียใต้มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่าง ซาอุดีอาระเบีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกที่ประเทศยังควบคุม COVID-19 เข้มงวด เช่น จีน คาดว่าจะ ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยในเดือน ก.ย.-ต.ค. 2022 หน่วย : % เทียบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยต่อเดือนในปี 2019 อาเซียน -25% เอเชียตะวันออก -88% ยุโรป -58% อเมริกา -52% เอเชียใต้ -28% โอเชียนา -38% ตะวันออกกลาง -10% แอฟริกา -54% นักท่องเที่ยว 10 ชาติที่ฟื้นตัวดี ประเทศ % การฟื้นตัว ซาอุดีอาระเบีย +235% อิสราเอล +31% มาเลเซีย -9% บังคลาเทศ -10% ปากีสถาน -14% สิงคโปร์ -22% เวียดนาม -22% อินเดีย -27% สเปน -31% คูเวต -34% นักท่องเที่ยว 10 ชาติที่ฟื้นตัวช้า ประเทศ % การฟื้นตัว จีน -96% ไต้หวัน -83% ฮ่องกง -79% ญี่ปุ่น -76% รัสเซีย -76% สวีเดน -74% ฟินแลนด์ -74% ศรีลังกา -69% อิตาลี -65% นอร์เวย์ -64%
  • 59.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 59 นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2023 มีแนวโน้มอยู่ที่ 28.3 ล้านคน จากความต้องการเดินทางที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้มีปัจจัย เสี่ยงจากการเปิดประเทศของจีนที่ยังไม่ชัดเจนและโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยในบางประเทศหลัก ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย หน่วย : ล้านคน หมายเหตุ : * นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางระหว่างประเทศในช่วงปิดประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว **จากผลการสารวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวของ Europ Assistance ในช่วง 16 เม.ย-16 พ.ค 2022 ***จากผลการสารวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน 1,218 คนของ Morning Consult ในช่วง 22-24 ก.ค 2022 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2023F 2019 2020 2021 2022F ม.ค. – ต.ค. = 7.2 39.9 6.7 0.4 10.3 28.3 -29% ปัจจัยเสี่ยงสาคัญที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2023 การเปิดประเทศของจีนที่อาจยังไม่ชัดเจนมากนัก โดยคาดว่าจีนจะทยอยผ่อนคลายนโยบาย Zero-Covid อย่างค่อยเป็นค่อยไปจาก สัญญาณบวกต่าง ๆ • การเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศของจีนเป็น 840 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ตั้งแต่ 30 ต.ค 22 (-95% เมื่อเทียบกับปี 2019) • 11 พ.ย. จีนประกาศลดระยะเวลาการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ เหลือ 8 วัน (โรงแรม 5 + บ้าน 3) จาก 10 วัน • การเริ่มใช้วัคซีนกระตุ้นแบบพ่นทางปากในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะทาให้อัตราผู้ ได้รับวัคซีนกระตุ้นเพิ่มสูงขึ้น จานวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยปี 2022 (หน่วย : หมื่นคน) โอกาสในการเกิด Recession ในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่องบประมาณในการท่องเที่ยว คนอเมริกันมีแนวโน้มลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลงจากภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูง*** • 62% ของชาวอเมริกันมีแนวโน้มยกเลิกแผนการท่องเที่ยวถ้าเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบด้านการเงินจากภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้คนยุโรปมีข้อจากัดด้านงบประมาณการท่องเที่ยว** • ชาวยุโรปราว 70% มีแนวโน้มยกเลิกแผนการท่องเที่ยวถ้าเผชิญปัญหาทางด้านการเงิน • ในปี 2022-2023 คนยุโรปส่วนใหญ่ยังมีงบประมาณในการท่องเที่ยวที่สูงกว่าปี 2021 2 0 4 2.7 Oct Jul Jan 3.5 YTD = 1.8 แสนคน
  • 60.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 60 นอกจากนี้ จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยในหลายจังหวัดฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง และกลับมาใกล้เคียงช่วงก่อน COVID-19 แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุดหมายยอดนิยมของผู้เยี่ยมเยือนไทย จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่องใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด หน่วย : ล้านคน-ครั้ง การฟื้นตัวของผู้เยี่ยมเยือนไทยรายจังหวัด* หน่วย : % เทียบกับปี 2019 ในช่วงไตรมาส 4 ผู้เยี่ยมเยือนไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วง High season โดยจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสานจะเป็นจุดหมายที่ดึงดูดผู้เยี่ยมเยือนไทยได้ดีในช่วงฤดูหนาว อีกทั้ง คาดว่าภาครัฐจะสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ที่เตรียมเสนอ ครม. ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ จานวน 2 ล้านสิทธิ์และคาดว่าจะเริ่มเดือน ม.ค – มิ.ย 2023 การฟื้นตัวของผู้เยี่ยมเยื่อนไทย** ฟื้นตัวได้ดี (> 80%) ฟื้นตัวค่อนข้างดี (60%-80%) ฟื้นตัวค่อนข้างช้า (< 60%) ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 หมายเหตุ : **การฟื้นตัวของจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยประมาณจากจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2019 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 25 5 15 0 10 20 16.8 15.4 16.7 16.7 ม.ค. 15.3 ก.พ. 15.4 มี.ค. เม.ย. 15.8 พ.ค. 15.7 มิ.ย. 16.7 ส.ค. ก.ค. ก.ย. 17.7 ต.ค. 2019 2022
  • 61.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 61 ภาพรวมจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยในปี 2023 จะมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงช่วงก่อน COVID-19 ได้ จาก Pent-up demand แม้จะมีแรงกดดันจากการทยอยเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และงบท่องเที่ยวในภาวะเงินเฟ้อสูง ประมาณการจานวนผู้เยี่ยมเยือนไทย หน่วย : ล้านคน-ครั้ง 144.5 (ม.ค – ก.ย) ปัจจัยเสี่ยงสาคัญที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2023 คนไทยทยอยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ แม้ราคาตั๋วเครื่องบิน จะแพงขึ้นตามราคาน้ามันในตลาดโลก นอกจากนี้ สายการบินต่างวางแผนเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้นในปี 2023 จานวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปต่างประเทศ (หน่วย : หมื่นคน) ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่องบประมาณในการท่องเที่ยว โดยค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว เฉลี่ยของผู้เยี่ยมเยือนไทยยังคงมีแนวโน้มต่ากว่าช่วงก่อน COVID-19 เนื่องจากส่วนใหญ่ยังเป็นทริประยะสั้น หรือเที่ยววันเดียว ปี 2019 2020 2021 ม.ค–ต.ค. 22 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริป* (บาท) 4,752 3,871 2,906 3,150 *ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยวไทยประเมินจากรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนไทยทั้งหมด / จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทย 229.4 123.2 71.9 226.5 2022F 162.2 (ม.ค – ต.ค.) 2020 2019 2021 2023F 202.4 มิ.ย. ม.ค. ก.ค. ก.พ. 2.6 มี.ค. 3.8 เม.ย. พ.ค. ส.ค. ก.ย. 0.1 0.2 0.5 1.4 2.1 4.1 4.0 ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, Department of Statistics – Singapore และ Tourism Japan
  • 62.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q4/2022 62 2025F จานวนผู้เข้าพักและจานวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดมีแนวโน้มฟื้นตัวดีต่อเนื่อง ประกอบกับจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเร่งตัวสูงขึ้นในปี 2023 ทาให้ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจการบินต้องเตรียมความพร้อม การฟื้นตัวของผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด*และผู้เข้าพัก หน่วย : % เทียบกับปี 2019 ภาคการท่องเที่ยวเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในปี 2023 จานวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด จานวนผู้เข้าพัก อัตราการเข้าพักทั่วประเทศ หน่วย : % ของอุปทานห้องพักทั้งหมด 289 264 241 239 224 237 265 2022E 2019 2023F 2020 2021 2Q22 หน่วย : ลา ธุรกิจการบินยังมีขีดความสามารถเพียงพอต่อการให้บริการขนส่ง ผู้โดยสารระหว่างประเทศ • อัตราการใช้เครื่องบินของสายการบินสัญชาติไทยคาดว่าจะ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 71% จากฝูงบินทั้งหมด อีกทั้ง ยังสามารถ เพิ่มความถี่เที่ยวบินจากเครื่องบินที่ใช้อยู่ และยังวางแผนเพิ่ม เครื่องบินต่อเนื่องภายในปี 2025 • บุคลากรยังมีพร้อมให้บริการ เนื่องจากสายการบินเน้นใช้วิธีลด เงินเดือนและหยุดงานแบบไม่รับเงินเดือนแทนการปลดพนักงาน และสายการบินยังเตรียมเปิดรับนักบินลูกเรือเพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีสายการบินต่างชาติให้บริการร่วมด้วยเป็นจานวนมาก ปริมาณเครื่องบินของสายการบินสัญชาติไทย ธุรกิจโรงแรมพร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบรับนักท่องเที่ยว จากที่ ปิดบริการชั่วคราว/บางส่วน รวมถึงเลื่อนการเปิดให้บริการของ โรงแรมใหม่ • จานวนห้องพักทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากปี 2019 โดยเฉพาะ รีสอร์ตและโรงแรม • การวางแผนจ้างพนักงาน part-time เพิ่มรวมถึงฝึกอบรม พนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน เพื่อลดปัญหา การขาดแคลนแรงงานในระดับปฏิบัติการ เช่น พนักงานเสริ์ฟ จานวนห้องพัก รีสอร์ต โรงแรม เซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์ เกสเฮาส์ บังกะโล 4.0 4.4 2.2 2.5 0.3 0.3 0.2 0.2 0.2 0.2 2019 2022 หน่วย : แสนห้อง หมายเหตุ : ผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดรวมผู้เยี่ยมเยือนไทย และผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, CAAT, Thai Airways, Bangkok Airways, Thai AirAsia, Thai AirAsia X, NokAir, Thai Lion air และ Thai VietJet Air -100 -50 0 2022 2020 ต.ค. 2021 -32.9% -22.7% 0 20 40 60 80 100 81% 2019 78% 2022 2020 11% 36% 2021 55% ต.ค. 56% ธ.ค
  • 63.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 63 การส่งออกสินค้าเติบโตดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกหลังผ่านวิกฤต COVID-19 ส่วนหนึ่ง เป็นผลจากปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การส่งออกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และ เครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัวดีขึ้นมาก หมายเหตุ : * ไม่รวมกลุ่มสินค้าดีบุก ก๊าซธรรมชาติ และตะกั่ว เนื่องจากมีขนาดมูลค่าต่ากว่า 0.05% ในขณะที่มีอัตราการขยายตัวมากกว่า 1.000% ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ การฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้าหลัก เทียบก่อน COVID-19* การฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้ารายกลุ่มประเทศสาคัญ เทียบก่อน COVID-19 สินค้ากสิกรรม อาหารสัตว์เลี้ยง ไขมันและน้ามันจากพืชและสัตว์ สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เหล็กเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง ยานพาหนะอุปกรณ์ ประทีปโคมไฟ ปูนซีเมนต์ เครื่องจักรกล อากาศยานยานอวกาศ อาวุธกระสุน ทองแดงและของทาด้วยทองแดง น้ามันสาเร็จรูป -100% -50% 0% 50% 100% 150% 200% 250% 300% 350% 0% 2% 4% 6% 8% 10% 12% 14% 16% การเปลี่ยนแปลง Q3/2019 เทียบ Q3/2022 มูลค่าการส่งออกแต่ละกลุ่มเทียบมูลค่าการส่งออกทั้งหมดใน Q3/2022 สินค้าส่งออก 450 รายการ (จาก 668 รายการ ฟื้นจาก COVID-19 แล้ว) ASEAN5 China CLMV U.S.A. Japan EU28 HONG KONG Australia ME India LATAM -20% -10% 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 0% 2% 4% 6% 8% 10% 12% 14% 16% 18% 20% มูลค่าการส่งออกแต่ละกลุ่มเทียบมูลค่าการส่งออกทั้งหมดใน Q3/2022 การเปลี่ยนแปลง Q3/2019 เทียบ Q3/2022 ยังไม่ฟื้นตัว ฟื้นตัวดีมาก
  • 64.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 64 ดุลบัญชีเดินสะพัดจึงมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของรายได้ท่องเที่ยว รวมถึงค่าระวางเรือที่ลดลงมาก เป็นหลัก เครื่องชี้ค่าระวางเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ หน่วย : ดัชนี (1 ม.ค. 1998 = 1,000) ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย หน่วย : ล้านบาท ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, Freightos, JP Morgan, Shanghai Shipping Exchange และ CEIC หน่วย : ดัชนี (weighted avg. of 12 regional routes, USD/FEU) 500 2500 4500 6500 8500 10500 12500 400 900 1400 1900 2400 2900 3400 3900 Jan-19 Mar-19 May-19 Jul-19 Sep-19 Nov-19 Jan-20 Mar-20 May-20 Jul-20 Sep-20 Nov-20 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Nov-22 China Containerized Freight Index (CCFI) ข้อมูลล่าสุด 11/11/2022 Freights Baltic Index (FBX) (แกนขวา) ค่าขนส่งสินค้าทางเรือมีแนวโน้มปรับลดลง (1) ความต้องการขนส่งชะลอลง (2) Supply bottleneck การขนส่งคลี่คลาย (3) ค่าน้ามันเชื้อเพลิงปรับลดลง -200,000 -150,000 -100,000 -50,000 0 50,000 100,000 150,000 200,000 Jan-21 Feb-21 Mar-21 Apr-21 May-21 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Trade Balance Services, Primary Income, and Secondary Income Current Account ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน คาดว่าจะเกินดุลต่อเนื่องตั้งแต่ Q4
  • 65.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 65 อย่างไรก็ดี การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้าตามทิศทางเศรษฐกิจโลก การส่งออกสินค้า เริ่มมีสัญญาณชะลอลงใน Q3 โดยเฉพาะตลาดจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ส่งออกรายสินค้า ส่งออกรายตลาด หน่วย : %YOY, (สัดส่วนในปี 2021) Q4/2021 Q1/2022 Q2/2022 Jul-22 Aug-22 Sep-22 รวมทั้งหมด (100%) 23.1% 14.8% 10.8% 4.3% 7.5% 7.8% ไม่รวมทองคา (98.6%) 22.7% 10.0% 11.0% 4.7% 7.4% 6.7% เครื่องใช้ไฟฟ้า (10.4%) 11.7% 8.8% 2.8% 5.0% 18.4% 7.1% รถยนต์ฯ (10.8%) 24.3% -11.3% -6.0% -2.9% 22.5% 8.4% เกษตรกรรม (9.6%) 20.9% 1.6% 15.4% -0.3% -10.3% 2.7% เคมีภัณฑ์และพลาสติก (9.4%) 35.5% 18.6% 5.2% -5.6% -7.2% -12.6% อุตสาหกรรมการเกษตร (7.1%) 20.5% 27.9% 28.0% 38.1% 27.6% 0.8% คอมพิวเตอร์ฯ (8.1%) 16.9% 8.6% -6.7% -19.8% 0.0% 13.9% ผลิตภัณฑ์ยาง (5.3%) -1.7% -8.2% -0.3% -4.4% -0.2% -1.4% แผงวงจรไฟฟ้า (3.1%) 18.7% 17.7% 9.4% 4.2% 25.1% 6.4% เครื่องจักรกล (3%) 17.1% 17.3% 13.8% 5.4% 15.6% -4.5% น้ามันสาเร็จรูป (3.3%) 104.7% 21.9% 64.2% 53.7% -13.5% -1.8% สิ่งทอ (2.4%) 17.8% 13.7% 11.1% 6.5% 12.9% 7.3% อัญมณีเครื่องประดับหักทอง (2.3%) 25.2% 41.4% 40.6% 19.1% 31.2% 89.6% หน่วย : %YOY, (สัดส่วนในปี 2021) Q4/2021 Q1/2022 Q2/2022 Jul-22 Aug-22 Sep-22 ส่งออกรวม 23.1% 14.8% 10.8% 4.3% 7.5% 7.8% สหรัฐฯ (15.4%) 25.2% 23.3% 17.8% 4.7% 16.3% 26.1% จีน (13.7%) 17.8% 4.2% -1.9% -20.6% -20.1% -13.2% อาเซียน 5 (13.7%) 44.1% 26.9% 23.1% 21.3% 5.8% 9.0% CLMV (10.3%) 13.6% 5.5% 14.1% 24.2% 41.1% 26.3% ญี่ปุ่น (9.2%) -0.2% 1.2% 1.6% -4.7% 6.6% -1.7% สหภาพยุโรป 28 (9.3%) 20.3% 7.5% 4.5% 9.3% 20.7% 22.2% ฮ่องกง (4.3%) 9.1% 5.0% -7.3% -31.3% -18.1% -17.9% ออสเตรเลีย (4%) 16.9% -2.4% -3.3% 19.9% 21.3% 12.7% ตะวันออกกลาง (3.3%) 37.2% 14.9% 28.9% 26.8% 38.5% 47.4% อินเดีย (3.2%) 50.6% 33.1% 60.4% 33.3% 18.0% -3.4% รัสเซีย (0.4%) 72.8% -6.8% -63.9% -42.6% -25.1% -34.8% ยูเครน (0%) 27.1% -49.2% -89.7% -87.5% -82.6% -87.1% หมายเหตุ : * ไม่รวมกลุ่มสินค้าดีบุก ก๊าซธรรมชาติ และตะกั่ว เนื่องจากมีขนาดมูลค่าต่ากว่า 0.05% ในขณะที่มีอัตราการขยายตัวมากกว่า 1.000% ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
  • 66.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 66 Overall Food Beverages Tobacco Wearing Apparel Leather Paper Petroleum Chemicals Basic Pharma Rubber & Plastic Other Non Metallic Mineral Basic Metal Fabricated Metal Electronic Electrical Machinery Motor Vehicles Motorcycles Furniture Other Manu -15 -10 -5 0 5 -30 -25 -20 -15 -10 -5 0 5 10 ในระยะต่อไป ภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการลงทุน ภาคเอกชน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา การผลิตภาคอุตสาหกรรมหลายสาขายังต่ากว่าระดับก่อน COVID-19 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ CEIC ความสัมพันธ์ระหว่างการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน หน่วย : %YOY, 3MMA, SA อัตราการใช้กาลังการผลิตและดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หน่วย : การเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยไตรมาส 3 ปี 2022 เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2016-2019 Capacity Utilization Manufacturing Production Index คิดเป็นสัดส่วนมูลค่า ราว 70% ของผลผลิต อุตสาหกรรมทั้งหมด -20 0 20 40 01/2016 01/2017 01/2018 01/2019 01/2020 01/2021 01/2022 Exports (BOP Basis) MPI PII เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน หน่วย : ดัชนี (2018Q1=100) ปรับฤดูกาล 85 100 115 130 10/2021 12/2021 02/2022 04/2022 06/2022 08/2022 PII Construction Area Permitted Construction Material Sales Real Imports of Capital Goods Real Domestic Machinery Sales Newly Registered Vehicles for Investment ชะลอตัวลง
  • 67.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q4/2022 67 สาหรับการลงทุนก่อสร้างของภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวในปี 2023 จากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยโครงการใหม่ และโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นจะกดดันการขยายตัว ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชน หน่วย : พันล้านบาท 2017 147 309 107 154 2019 287 173 546 2020 282 96 179 2021 148 312 2022F 562 2023F 313 118 2018 297 98 151 99 102 571 555 603 560 578 -3% +1% +3% +4% ที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อื่น ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม คลังสินค้า มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนยังสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุน ได้แก่ • พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มสามารถฟื้นตัวในปี 2022 จากการเปิดตัว โครงการใหม่ • การก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังดาเนินไปอย่างต่อเนื่อง • มูลค่าการก่อสร้างโรงแรมยังหดตัว โดยพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมหดตัวตั้งแต่ การแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเป็นการ Renovate พื้นที่รองรับการฟื้นตัวของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ความท้าทาย : ผู้รับเหมาก่อสร้างยังต้องแบกรับต้นทุนสูง โดยเฉพาะค่าจ้างที่สูงขึ้น จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่าทั่วประเทศ และแรงงานต่างชาติยังกลับมาทางานไม่มากเท่าเดิม อีกทั้ง ยังเผชิญความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง แนวโน้ม ปี 2023 จานวนหน่วยที่อยู่อาศัยขายได้ และเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หน่วย : พันหน่วย 2018 29 54 15 29 2020 2021 19 26 2022F 29 2023F 19 2019 31 75 15 107 21 69 121 100 65 100 +17% +32% +7% อื่น ๆ คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว+บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ 32 20 2019 18 29 26 2020 13 18 2022F 23 2021 2023F 32 74 106 66 73 2018 125 119 60 94 23 -17% +55% +13% ที่อยู่อาศัย เปิดตัวใหม่ ที่อยู่อาศัย ขายได้
  • 68.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 68 อย่างไรก็ดี มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ที่จะหมดลงสิ้นปีนี้ จะกระทบต่ออุปสงค์การซื้อที่อยู่อาศัยในปี 2023 ของกลุ่มนักลงทุนโดยเฉพาะคอนโดระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท และกลุ่ม Real demand ในสัญญาที่ 2 ขึ้นไป ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลายอัตราส่วนสินเชื่อต่อราคาที่อยู่อาศัย (LTV) ที่จะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค. 2022 สินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัย <10 ล้านบาท ที่อยู่อาศัย ≥10 ล้านบาท เดิม (2022) ใหม่ (2023)* เดิม (2022) ใหม่ (2023)* สัญญาที่ 1 ≤100% + Top-up ≤10%** ≤100% + Top-up ≤10%** (เหมือนเดิม) ≤100% ≤90% สัญญาที่ 2 ≤100% ≤80-90% ≤100% ≤80% สัญญาที่ 3 ขึ้นไป ≤100% ≤70% ≤100% ≤70% ช่วงที่เหลือของปี 2022 • เร่งการตัดสินใจซื้อของทั้งนักลงทุน และ กลุ่ม Real demand ในสัญญาที่ 2 หรือ 3 ขึ้นไป • เป็นจังหวะให้ผู้ประกอบการที่มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ พร้อมขายเร่งทาโปรโมชันระบายสต็อก ตั้งแต่ ปี 2023 กลุ่มนักลงทุนและกลุ่ม Real demand ในสัญญาที่ 2 หรือ 3 ขึ้นไป อาจชะลอการตัดสินใจซื้อ จากภาระ การวางเงินดาวน์ 10%-30% ของราคาที่อยู่อาศัย ผลกระทบ ต่อที่อยู่อาศัย • คอนโดได้รับผลกระทบมากกว่าแนวราบ โดยเฉพาะระดับราคาปานกลาง-ล่างไม่เกิน 5 ล้านบาท เนื่องจากได้รับความนิยมในการซื้อเพื่อลงทุน ทั้งปล่อยเช่าและเก็งกาไร • ที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะ ที่เน้นตลาดการลงทุนปล่อยเช่านักท่องเที่ยว หรือซื้อเป็นบ้านพักตากอากาศ • ที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากเป็น Segment เน้นผู้มีกาลังซื้อสูง ซึ่งมักจะไม่มีข้อจากัดในการวางเงินดาวน์ แนวโน้มปี 2023 สินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน • แนวโน้มการขอสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปี 2022 อาจเติบโตอีกเล็กน้อย • แนวโน้มการขอสินเชื่อในปี 2023 อาจได้รับผลกระทบเล็กน้อย จากการชะลอซื้อที่อยู่อาศัยของนักลงทุน และกลุ่ม Real demand ในสัญญา ที่ 2 หรือ 3 ขึ้นไป แต่จะยังมีแนวโน้มเติบโต จากกลุ่ม ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกและผู้กู้ที่มีศักยภาพ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ • การขายคอนโดจะเน้นกลุ่ม Real demand มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ ต้องการที่อยู่อาศัยหลังแรก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการระดับราคาปานกลาง-ล่าง • การเปิดโครงการคอนโดเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยอาจชะลอการ เปิดโครงการในทาเลที่พึ่งพากาลังซื้อจากนักลงทุนในสัดส่วนสูง มีการเร่ง ตัวของโครงการเปิดใหม่ และมีหน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายในระดับสูง หมายเหตุ : * มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2022 ** สินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง ต่อเติมที่อยู่อาศัย ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • 69.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 69 สาหรับการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องเกือบทุกหมวด จากกิจกรรมเศรษฐกิจที่ฟื้นกลับเป็นปกติมากขึ้น การนาเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย หน่วย : % ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ CEIC ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน หน่วย : ดัชนี (2019Q4 = 100), ปรับฤดูกาล ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หน่วย : จานวนคัน (แกนซ้าย) , %YOY (แกนขวา) 0 20 40 60 80 100 120 60 70 80 90 100 110 120 PCI Non-Durables Semi-Durables Durables Services Index Non-Residents Exp (แกนขวา) ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 9 เดือนแรก 2022 อยู่ที่ 200,691 คัน (ขยายตัว 14%YOY) -500 0 500 -50,000 0 50,000 100,000 150,000 200,000 250,000 Jan Aug Sep -47% -31% -10% Feb 46% Mar Oct 33% May 8% Jun Jul -35% Aug -14% NoV -16% Dec Feb 45% Jan Apr -13% 19% June 29% -1% 92% 21% Apr 63% May 15% Mar -9% Sep 9M219M22 July +14% -30% -15% 0% 15% 30% 45% 01/2018 07/2018 01/2019 07/2019 01/2020 07/2020 01/2021 07/2021 01/2022 07/2022 %MOM_sa %YOY การนาเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยายตัวได้ แม้ชะลอตัวลงบ้าง
  • 70.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 70 สถานการณ์น้าท่วมภาคเกษตรคลี่คลายและไม่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มูลค่าความเสียหายในภาคเกษตร ประมาณ 18,700 ล้านบาท (0.1% ของ GDP) โดยมีพื้นที่เกษตรเสียหาย 3.6 ล้านไร่ ซึ่งไม่มากเท่าอุทกภัยในอดีต พื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมสะสมและพื้นที่ที่เสียหาย (ข้อมูลรายวัน ณ 14 พ.ย.) หน่วย : ล้านไร่ ประเมินมูลค่าความเสียหายของน้าท่วมในภาคเกษตรปี 2022 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.2 2.3 3.2 3.4 3.6 4.1 4.4 4.5 4.8 4.8 4.9 4.9 4.9 5.2 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 5.5 2.5 0.2 03/10 03/11 31/10 10/10 0.4 0.2 27/10 04/10 0.3 11/11 0.4 1.6 06/10 07/10 0.5 0.7 12/10 2.0 0.7 17/10 0.8 18/10 1.1 01/11 19/10 1.2 20/10 3.6 1.7 1.3 04/11 02/11 21/10 3.1 25/10 26/10 1.9 14/11 28/10 05/10 2.4 2.6 2.8 10/11 2.9 3.5 08/11 3.2 09/11 3.2 3.4 07/11 พื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมสะสม พื้นที่ที่เสียหาย* สถานการณ์น้าท่วมคลี่คลายแล้ว เนื่องจาก 1) รายงานพื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมอยู่ในระดับทรงตัวเป็นเวลานานกว่า 19 วัน และ 2) คาดการณ์ปริมาณน้าฝนในเดือน พ.ย. อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าปกติ ในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่เกษตรที่เสียหาย 3.6 ล้านไร่มากกว่าในปี 2021 ที่มีพื้นที่เกษตรเสียหาย 3.4 ล้านไร่ แต่ยังต่ากว่าในปี 2017 และ 2011 ที่มีพื้นที่เกษตรเสียหาย 4.8 และ 12.2 ล้านไร่ ตามลาดับ รายการ พืช ข้าว** อ้อย*** มันสาปะหลัง**** พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย (ล้านไร่) 2.40 0.39 0.32 สัดส่วนต่อพื้นที่เพาะปลูก (%) 3.81 3.38 2.90 มูลค่าความเสียหาย (ล้านบาท) 11,799 4,046 2,880 รวมมูลค่าความเสียหายรวม (ล้านบาท) 18,725 สัดส่วนต่อ GDP (%)***** 0.11 หมายเหตุ : **ประเมินมูลค่าความเสียหายจากผลผลิตต่อไร่ (0.45 ตันต่อไร่) และราคาขายข้าวเปลือก เฉลี่ยถ่วงน้าหนักในเดือน ต.ค. 2022 (11,095 บาทต่อตัน), ***ประเมินจากผลผลิตต่อไร่ (9.66 ตันต่อไร่) และราคาอ้อยขั้นต้นปี 2021/2022 (1,070 บาทต่อตัน), ****(ประเมินจากผลผลิตต่อไร่ (3.45 ตันต่อไร่) และราคาขายหัวมันสาปะหลังสดในเดือน ต.ค. 2022 (2,600 บาทต่อตัน), *****ประเมินจาก GDP ไทย ปี 2022 ที่ 17.5 ล้านล้านบาท หมายเหตุ : *พื้นที่เกษตรที่ถูกน้าท่วมจะไม่ได้รับความเสียหาย หากระบายน้าเร็ว/มีน้าท่วมขังระยะสั้น เช่น ข้าวจะไม่ได้รับความเสียหาย หากน้าท่วมขังลดลงภายใน 3-4 วัน
  • 71.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 71 ภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังกลับมาฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ถึงแม้จานวนผู้ว่างงานปรับลดลงและจานวนชั่วโมงทางาน เฉลี่ยเริ่มกลับสู่ระดับก่อนเกิด COVID-19 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสถิติแห่งชาติ และสานักงานประกันสังคม จานวนผู้ว่างงานและอัตราการว่างงานของไทย หน่วย : พันคน จานวนคนทางานต่าระดับ (ต่ากว่า 35 ชม./สัปดาห์) หน่วย : ล้านคน จานวนชั่วโมงการทางานเฉลี่ย หน่วย : ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วย : % กาลังแรงงาน 451 404 373 651 758 732 871 632 608 547 491 1.2% 1.1% 1.0% 1.7% 2.0% 1.9% 2.3% 1.6% 1.5% 1.4% 1.2% 0.0% 0.5% 1.0% 1.5% 2.0% 2.5% 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 1,000 2017 2018 2019 2020 Q1-2021 Q2-2021 Q3-2021 Q4-2021 Q1-2022 Q2-2022 Q3-2022 ผู้ว่างงาน อัตราว่างงาน (แกนขวา) 1.0% 1.2% ก่อน COVID-19 ล่าสุด ก่อน COVID-19 6.7 6.8 6.9 8.7 10.1 7.7 8.4 7.4 9.2 7.1 6.6 0 2 4 6 8 10 12 2017 2018 2019 2020 Q1-2021 Q2-2021 Q3-2021 Q4-2021 Q1-2022 Q2-2022 Q3-2022 Thousands ทางานตั้งแต่ 1-34 ชม./สัปดาห์ ทางาน 0 ชม./สัปดาห์ (เสมือนว่างงาน) 6.8 6.6 ก่อน COVID-19 ล่าสุด ก่อน COVID-19 42.6 42.5 42.3 40.3 39.6 41.1 40.2 41.2 40.5 41.9 42.5 35 37 39 41 43 45 2017 2018 2019 2020 Q1-2021 Q2-2021 Q3-2021 Q4-2021 Q1-2022 Q2-2022 Q3-2022 42.8 42.5 ก่อน COVID-19 ล่าสุด ก่อน COVID-19
  • 72.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 72 การจ้างงานในอุตสาหกรรมค้าส่งค้าปลีก บริการสุขภาพ และบริการอื่น สูงกว่าก่อนวิกฤติ ขณะที่การจ้างงานภาค เกษตร ก่อสร้าง และโรงแรมยังฟื้นไม่เต็มที่ แรงงานจานวนมากออกจากระบบประกันสังคม ซึ่งมีความมั่นคงในการ ทางานลดลง ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสถิติแห่งชาติ และสานักงานประกันสังคม การจ้างงานเฉลี่ย 2021 เทียบก่อน COVID-19 หน่วย : พันคน, การเปลี่ยนแปลงเทียบปี Q3/2022 vs Q3/2019 การจ้างงานเฉลี่ยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2022 เทียบก่อน COVID-19 หน่วย : พันคน, การเปลี่ยนแปลงเทียบปี Q3/2022 vs Q3/2019 สัดส่วนแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33 หน่วย : % ต่อจานวนผู้มีงานทารวม 1,441 538 385 177 153 142 95 68 -11 -106 -300 -100 100 300 500 700 900 1,100 1,300 1,500 รวม ค้ า ส่ ง -ปลี ก อื ่ น ๆ บริ ก ารสุ ข ภาพ ขนส่ ง -โกดั ง ร้ า นอาหาร การผลิ ต เกษตร ก่ อ สร้ า ง โรงแรม 1,441 -280 -60 3 -10 228 1,560 -500 0 500 1,000 1,500 2,000 รวม ลู ก จ้ า งเอกชน นายจ้ า ง Union ช่ ว ยงานที ่ บ ้ า น ลู ก จ้ า งรั ฐ บาล-รั ฐ วิ ส าหกิ จ ท างานอิ ส ระ จานวนผู้ทาอาชีพอิสระเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่จานวนลูกจ้างเอกชนที่มีความ มั่นคงทางรายได้มากกว่าปรับลดลง 31.2% 28.8% 26% 27% 28% 29% 30% 31% 32% 2017Q1 2017Q3 2018Q1 2018Q3 2019Q1 2019Q3 2020Q1 2020Q3 2021Q1 2021Q3 2022Q1 2022Q3 วิกฤต COVID-19 วิกฤต COVID-19 ส่งผลให้แรงงานราว 6 แสนคน ออกนอกระบบประกันสังคม สูญเสียสวัสดิการที่เคยได้รับ ทั้งนี้การออกนอกระบบฯ เกิดขึ้นทุกอุตสาหกรรม โดย ณ ปัจจุบัน จานวนแรงงานในระบบยังต่ากว่า ระดับก่อน COVID-19 กว่า 2 แสนคน ต่าสุดนับตั้งแต่ Q3/2017
  • 73.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 73 รายได้ภาคเกษตรที่มีแนวโน้มชะลอลงค่อนข้างมาก ตามทิศทางราคาสินค้าเกษตรสาคัญที่จะลดลงในปีหน้า จึงไม่สามารถสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนในปี 2023 ได้มากเท่าปีนี้ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ประมาณการ ณ ต.ค. 2022) คาดการณ์อัตราการเติบโตของผลผลิตและราคาสินค้าเกษตร ปี 2023 หน่วย : %YOY การบริโภคภาคเอกชนและรายได้ภาคเกษตร รายไตรมาส หน่วย : %YOY ในปี 2022 รายได้ภาคเกษตรเติบโตดี ช่วยสนับสนุนการบริโภค คาดการณ์อัตราการเติบโตของรายได้ภาคเกษตรปี 2023 หน่วย : %YOY ปี 2021 2022E 2023F ดัชนีรายได้ 2.6 13.2 1.8 ดัชนีราคา 3.0 11.1 0.1 ดัชนีผลผลิต 0.8 1.9 1.5 รายได้ภาคเกษตรในปี 2023 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาก - ผลผลิตเกษตรจะเติบโตใกล้เคียงปีนี้ - ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้ม ทรงตัวจากฐานสูง 1.6 -0.7 -4.9 1.8 4.1 1.5 2.3 11.1 15.8 -28.6 ราคา ผลผลิต ปาล์มน้ามัน ข้าวเปลือก ยางพารา มันสาปะหลัง อ้อย ปัจจัยสนับสนุนผลผลิต ปัจจัยสนับสนุนราคา ปัจจัยกดดันให้ราคาลดลง • ปริมาณน้าฝนเพียงพอต่อการ เพาะปลูก ช่วยให้ผลผลิตอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ามัน สูงขึ้น • ปริมาณน้าในเขื่อนสูงกว่าปีก่อน ส่งผลให้ผลผลิตพืชที่ปลูกช่วง หน้าแล้ง เช่น ข้าวนาปรัง ปรับ สูงขึ้น สต็อกข้าวโลกมีแนวโน้มลดลง และนโยบายควบคุมการส่งออก ข้าวของอินเดีย ส่งผลให้ราคาข้าว โลกมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น • แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลง ราคาสินค้าเกษตรที่อิงความต้องการ บริโภคในตลาดโลก เช่น ยางพารา อ้อย มีแนวโน้มปรับลดลง • แนวโน้มราคาน้ามันปรับลดลงบ้าง จากปีก่อน ส่งผลให้ราคายางพาราและ อ้อยมีแนวโน้มปรับลดลงตาม 9.4 17.7 10.9 -10 0 10 20 Q2/20 Q1/19 Q2/19 Q4/19 Q1/20 Q3/19 Q4/20 Q3/20 Q1/21 Q2/21 Q3/21 Q4/21 Q1/22 Q2/22 Q3/22 Q4/22E รายได้ภาคเกษตร การบริโภคภาคเอกชน
  • 74.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 74 ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงมีแนวโน้มเผชิญกับรายได้ฟื้นช้ากว่ารายจ่าย ท่ามกลางเงินเฟ้อสูง หนี้สูง และดอกเบี้ยสูง ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EIC Consumer Survey 2022, กระทรวงพาณิชย์, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เงินเฟ้อไทยจะทยอยปรับลดลงอย่างช้า ๆ ใน 2023 และยังอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย หน่วย : %YOY คาถาม : ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คุณมีปัญหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่? หน่วย : % ของผู้ตอบแบบสอบถาม 7.86% 5.98% -3% -1% 1% 3% 5% 7% 9% 2020Q1 2020Q3 Jan-21 Mar-21 May-21 Jul-21 Sep-21 Nov-21 Jan-22 Mar-22 May-22 Jul-22 Sep-22 Core contribution Energy contribution Raw food contribution Headline Core 2022F 2023F Headline 6.1% 3.2% Core 2.5% 2.7% 15.8% 43.0% 41.3% มีปัญหาบ่อยครั้ง มีปัญหาบางครั้ง ไม่มีปัญหา 59% มีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย คาถาม : คุณคาดว่า รายได้ของคุณจะเพิ่มขึ้นมากกว่ารายจ่ายหรือไม่ ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า? หน่วย : % ของผู้ตอบแบบสอบถาม 14.9% 15.7% 25.6% 43.8% “รายจ่ายเพิ่มในอัตราที่ มากกว่า” “รายได้เพิ่มใน อัตราที่มากกว่า” “ทั้งรายได้และ รายจ่ายเท่าเดิม” “รายได้และรายจ่าย เพิ่มขึ้นพอ ๆ กัน”
  • 75.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 75 หมายเหตุ : การวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ สัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย. 2022 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EPPO, ERC, CEIC และสานักข่าวต่าง ๆ ในปี 2023 ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับแนวโน้มราคาพลังงานในประเทศที่อยู่ในระดับสูงเนื่องจาก ภาครัฐมีข้อจากัดในการอุดหนุนราคาพลังงาน ราคาน้ามันดีเซลและน้ามันเบนซิน (หน้าสถานีบริการ) หน่วย : บาทต่อลิตร ราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กิโลกรัม (LPG) หน่วย : บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) หน่วย : สตางค์ต่อหน่วย 300 320 340 360 380 400 420 2018 2019 2020 2021 2022 10 20 30 40 50 2018 2019 2020 2021 2022 Gasohol 95 E10 H-Diesel -40 -20 0 20 40 60 80 100 2018 2019 2020 2021 2022 ภาครัฐตรึงราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. ตลอดช่วง COVID-19 เพื่อไม่ให้ความผันผวน ของราคาตลาดโลกกระทบค่าครองชีพ ภาครัฐกาหนดเพดานราคาน้ามันดีเซล เพื่อลดผลกระทบราคาน้ามันแพง โดยเฉพาะต้นทุนขนส่งสินค้า ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือค่า Ft ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง • ในปี 2022 ที่ราคาน้ามันในตลาดโลกดีดตัวขึ้นสูง การกาหนด เพดานราคาน้ามันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร (คงเพดานนี้ตั้งแต่ ปี 2009) ทาให้บัญชีของกองทุนน้ามันติดลบเป็นอย่างมาก จึงได้ ปรับเพดานขึ้นเป็น 35 บาทต่อลิตรเพื่อบรรเทาภาระกองทุน น้ามัน • สถานะกองทุนน้ามันที่ติดลบอยู่ 130,000 ล้านในปัจจุบัน ทาให้ภาครัฐมีข้อจากัดในการช่วยแบกรับต้นทุนน้ามัน จึงมี ความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะปรับเพดานราคาน้ามันดีเซลในอนาคต • ในปี 2022 ค่าไฟฟ้าปลีกปรับเพิ่มต่อเนื่องผ่านกลไกการปรับค่า Ft เพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง โดย ERC ทยอยปรับขึ้นค่า Ft เพื่อชะลอผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลมีการใช้งบกลางอุดหนุน กลุ่มเปราะบางบางส่วน • ในปี 2023 คาดว่าจะมีการปรับค่า Ft ขึ้น เพื่อทยอยส่งผ่านต้นทุนที่ เกิดขึ้นแล้วและแบกรับไว้ก่อนโดย EGAT ราว 80,000-100,000 ล้านบาท ยังมีความเสี่ยงที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าไทยจะสูงกว่าคาดจากราคา LNG ในตลาด Spot ที่ผันผวน แม้จะมีมาตรการลดปริมาณการนาเข้า LNG ด้วยการใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนบางส่วน • ที่ผ่านมา แม้ราคา LPG ในตลาดโลกผันผวนมาก แต่รัฐบาล ช่วยตรึงราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. ที่ใช้ในครัวเรือน ส่งผลให้ กองทุนน้ามันต้องแบกภาระต้นทุนสูง ในปี 2022 ภาครัฐจึงปรับ เพดานขึ้นเป็น 408 บาทต่อถัง 15 กก. • ในปี 2023 ต้นทุนก๊าซหุงต้มในประเทศจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้ม ราคา LPG โลก ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณาขยับขึ้นราคาที่ตรึงไว้ เพื่อลดข้อจากัดในการอุดหนุนราคาของกองทุนน้ามัน
  • 76.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 76 ไทยมีแนวโน้มเผชิญกับต้นทุนพลังงานแพงไปอีกระยะ เนื่องจากจาเป็นต้องพึ่งพาการนาเข้าพลังงานมากขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่ผลิตในประเทศได้น้อยลง เมื่อไทยพึ่งพาการนาเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกและค่าเงินบาทจึงมีผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานในประเทศเป็นอย่างมาก ไทยนาเข้าน้ามันดิบ 80-90% ของการจัดหาน้ามันดิบทั้งหมด การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยผลิตได้ลดลง เนื่องจากแหล่งผลิตในไทยมีการดาเนินงานมานานแล้ว และการเพิ่มแหล่งผลิตใหม่จะต้องใช้เวลาในการสารวจ 13% 87% แหล่งภายในประเทศ นาเข้าน้ามันดิบ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปริมาณการจัดหาก๊าซธรรมชาติ หน่วย : ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ปริมาณการจัดหาปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน่วย : พันตัน ปริมาณการจัดหาน้ามันดิบ (ม.ค.-ก.ย. 2022) หน่วย : ล้านบาร์เรลต่อวัน 0 2 4 6 8 2016 2017 2018 2019 2020 2021 9M/2021 9M/2022 จากโรงแยกก๊าซ จากโรงกลั่น การนาเข้า แหล่งก๊าซในอ่าวไทยมีคุณสมบัติเหมาะสาหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม (LPG) และวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งปัจจุบันผลิตได้ลดลง จึงต้องนาเข้าก๊าซธรรมชาติ ในรูปแบบ LNG และ LPG* จากตลาดโลกมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการ ใช้ภายในประเทศ 0 2,000 4,000 6,000 2016 2017 2018 2019 2020 2021 9M/2021 9M/2022 จากแหล่งภายในประเทศ จากแหล่งเมียนมาร์ การนาเข้า (LNG) 7% 9% 11% 12% 14% 15% 14% 18% 7% 10% 10% 8% 9% 9% 9% 25% หมายเหตุ : *LNG (Liquefied Natural Gas) คือก๊าซธรรมชาติเหลว มีองค์ประกอบของ Methane ในขณะที่ LPG (Liquefied Petroleum Gas) คือก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีองค์ประกอบของ Propane และ Butane ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EPPO และสานักข่าวต่าง ๆ
  • 77.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 77 0 2 4 6 8 10 2018 2019 2020 2021 2022 อีกทั้ง จากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ว่าราคาจะได้รับแรงกดดันจาก Recession fears แต่ ภาวะอุปทานตึงตัวยังเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้การปรับลงของราคาพลังงานเป็นไปได้ยาก หมายเหตุ : 5-year range = 2015-2019 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, WoodMac, TradingView, EPPO, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ CEIC ราคาน้ามันดิบ Brent หน่วย : ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาก๊าซธรรมชาติ Henry hub หน่วย : ดอลลาร์สหรัฐต่อ MMBtu ราคาปิโตรเลียมเหลว (LPG) Aramco หน่วย : ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ (USD) หน่วย : บาท 0 50 100 150 2018 2019 2020 2021 2022 5-yr avg = 57 5-yr avg = 2.8 0 200 400 600 800 1,000 2018 2019 2020 2021 2022 5-yr avg = 430 28 30 32 34 36 38 40 2018 2019 2020 2021 2022 5-yr avg = 33.4 ในปี 2023 แนวโน้มตลาดพลังงานโลกอยู่ในภาวะตึงตัว ส่งผลให้ราคา พลังงานระดับสูงต่อเนื่อง Crude Oil : • อุปสงค์มีแนวโน้มชะลอตัวจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย แม้ความต้องการใช้น้ามันอาจเพิ่มขึ้นจากการทยอยเปิดประเทศของ จีน อุปทานมีแนวโน้มลดลง จากความเสี่ยงระดับน้ามันคงคลัง สารองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ทยอยลดลง และ OPEC มีแนวโน้มลดกาลังการผลิตลง เพราะได้เพิ่มเต็มกาลังการผลิตแล้ว ในปีที่ผ่านมา Natural Gas : • อุปสงค์ LNG อาจปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ LNG ของจีนที่ อาจเพิ่มขึ้นจากปี 2022 ขณะที่อุปทานยังคงตึงตัวส่งผลให้ราคา LNG spot ผันผวน LPG : • อุปสงค์มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากจีนที่เพิ่มกาลังการผลิตใน ภาคปิโตรเคมี ซึ่งใช้ LPG เป็น Feedstock อุปทานเพิ่มขึ้นช้าเพราะ ต้องใช้เวลาสารวจและขุดเจาะ ประกอบกับแนวโน้มค่าเงินบาทที่ยังอ่อนอยู่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ย้อนหลัง 5 ปี ส่งผลให้ราคาพลังงานในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก ดังนั้น ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจะเผชิญกับ สถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่แพงไปอีกระยะ
  • 78.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 78 0 25 50 75 100 125 150 นอกจากนี้ ราคาอาหารมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่อง เป็นผลจากต้นทุนการผลิตทั้งอาหารสดและอาหารสาเร็จรูป ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการทยอยส่งผ่านภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง ราคาผลไม้สดที่เกษตรกรขายได้ (Farmgate price) หน่วย : บาทต่อกิโลกรัม ราคาอาหารสดที่เกษตรกรขายได้และแนวโน้มปี 2023 หน่วย : บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายปลีกอาหารสดในประเทศ (รายเดือน) หน่วย: บาทต่อกิโลกรัม แนวโน้มราคาอาหารในปี 2023 • ราคาอาหารสดมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ • ต้นทุนการผลิตอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จะยังทรงตัวสูง จากต้นทุนปัจจัยการผลิต เช่น ราคาปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะ อาหารสัตว์และ Biosecurity ค่าไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ ต้นทุนขนส่ง • ต้นทุนการผลิตอาหารสาเร็จรูป (Packaged food) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมปลายน้าในห่วงโซ่การผลิต มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเช่นกัน ผู้ประกอบการมีแนวโน้มทยอยส่งผ่านภาระต้นทุนที่ เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคมากขึ้น • ความต้องการบริโภคอาหารมีแนวโน้มปรับดีขึ้น สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ Durian Longan Mangosteen 2022E 2023F 2017 2018 2019 2020 2021 ส่งออกทุเรียนไปจีนได้ลดลงจากความเข้มงวด ของนโยบาย Zero-Covid ในปี 2023 ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากความต้องการบริโภค ในประเทศและการส่งออกที่เติบโตดี รวมทั้งต้นทุนเพาะปลูกที่ยังสูง • การส่งออกผลไม้ไปคู่ค้าหลัก เช่น จีน มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น สอดคล้องกับเศรษฐกิจจีนที่ทยอยฟื้นตัวหลังผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid • การบริโภคผลไม้สดในประเทศ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและภาคท่องเที่ยว รวมทั้งมีปัจจัยหนุนจากกระแสรักสุขภาพ (Health consciousness) 2.0 2.5 3.0 3.5 0 50 100 150 2018 2017 2023F 2019 2020 2022E 2021 ไก่ ไข่ไก่ สุกร 300 350 400 450 500 0 50 100 150 200 250 07/64 05/64 01/64 03/64 09/64 11/64 01/65 03/65 05/65 07/65 09/65 11/65 ไก่สดชาแหละ เนื้อสันใน สุกรชาแหละ เนื้อแดง สะโพก ผักบุ้งจีน ข้าวสารเจ้า 100% (แกนขวา) ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร หน่วย : บาทต่อฟอง ประมาณการเงินเฟ้อ 2022F 2023F เงินเฟ้อทั่วไป 6.1% 3.2% เงินเฟ้อพื้นฐาน 2.5% 2.7%
  • 79.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 79 จานวนครัวเรือนกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤติ COVID-19 จากรายได้ที่ฟื้นช้าและการก่อหนี้ที่เร่งตัวต่อเนื่อง จากระดับเดิมที่สูงมาก EIC ประเมินว่า ครัวเรือนอาจต้องใช้เวลาแก้ปัญหาความเปราะบางนานกว่าทศวรรษ จานวนครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง หน่วย : พันครัวเรือน หน่วย : %YOY 1,661 1,689 1,712 1,697 2,108 1.7% 1.4% -0.9% 24.2% -5% 0% 5% 10% 15% 20% 25% 30% 0 500 1,000 1,500 2,000 2,500 3,000 2013 2015 2017 2019 2021 กลุ่มเปราะบาง %YOY (แกนขวา) 8.3% 8.0% 8.1% 7.8% 9.4% % สัดส่วนครัวเรือนเปราะบางต่อครัวเรือนทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงของหนี้ต่อรายได้* 2013 2015 2017 2019 2021 249.6% 239.6% 300.2% 290.1% 304.6% 42.0% 42.3% 50.5% 47.9% 50.4% สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ทั้งปี (%) 249.6% 304.6% 42.0% 50.4% ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง* ครัวเรือนกลุ่มไม่เปราะบาง การเปลี่ยนแปลงของภาระการชาระหนี้ต่อเดือน* 2013 2015 2017 2019 2021 37.9% 40.6% 45.6% 43.8% 38.7% 17.4% 19.1% 19.4% 18.1% 16.7% 37.9% 38.7% 17.4% 16.7% สัดส่วนการชาระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน (%) หมายเหตุ : * ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง คือ ครัวเรือนที่มีหนี้สินต่อรายได้เกินกว่า 2 เท่า และมีหนี้สินเฉลี่ยราวครึ่งนึงของสินทรัพย์ ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลสานักงานสถิติแห่งชาติ
  • 80.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 80 63 75 84 82 95 119 125 69 77 85 94 105 118 129 0 25 50 75 100 125 150 Japan US UK Hong Kong Korea Australia Switzerland สิ้นปี 2019 (ก่อนโควิด) สิ้น 2022Q1 (ล่าสุด) เป็นที่น่าสังเกตว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศกาลังพัฒนาอื่น สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP หน่วย : % หมายเหตุ : **สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยเป็นข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระดับสัดส่วนได้ลดลงมาเป็น 88.2 ใน Q2/2022 ขณะที่สัดส่วนของประเทศอื่นเป็นข้อมูลจาก Bank of International Settlement (BIS) (ข้อมูลล่าสุดถึง Q1/2022) ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และ BIS กลุ่มประเทศกาลังพัฒนา กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงวิกฤต COVID-19 อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศกาลังพัฒนา และอยู่ในระดับใกล้เคียงประเทศพัฒนาแล้ว +6.4 +1.9 +1.1 +12.2 +10.4 -0.5 +4 15 16 17 19 34 35 30 37 56 68 80 13 16 17 22 31 34 34 37 61 72 89 0 25 50 75 100 125 150 Turkey Mexico Indonesia Russia Poland South Africa Brazil India China Malaysia Thailand* สิ้นปี 2019 (ก่อนโควิด) สิ้น 2022Q1 (ล่าสุด) +1.4 +0.4 -0.1 +2.4 -3.3 -1.2 -4.1 -0.2 +5.9 +3.5 +9.3%
  • 81.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 81 0.1 -5 0 5 10 15 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 Q1-22 8.2 -5 0 5 10 15 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 Q1-22 6 0 5 10 15 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 Q1-22 2.4 0 2 4 6 8 10 Q4-15 Q4-17 Q1-19 Q3-19 Q1-20 Q3-20 Q1-21 Q3-21 Q1-22 79.4% 78.2% 77.9% 77.8% 78.1% 77.7% 77.5% 77.6% 78.4% 78.4% 78.4% 78.8% 79.9% 80.3% 83.9% 86.8% 89.8% 90.9% 89.6% 89.7% 90.0% 89.2% 88.2% 55% 60% 65% 70% 75% 80% 85% 90% 95% 2016Q4 2017Q1 2017Q2 2017Q3 2017Q4 2018Q1 2018Q2 2018Q3 2018Q4 2019Q1 2019Q2 2019Q3 2019Q4 2020Q1 2020Q2 2020Q3 2020Q4 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 2022Q1 2022Q2 หลังผ่านวิกฤต COVID-19 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยยังไม่ปรับลดลงมาก ส่วนหนึ่งเพราะการใช้ สินเชื่อบัตรเครดิตยังเร่งตัวและสินเชื่อส่วนบุคคลยังเติบโตสูง สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทย อัตราการเติบโตของสินเชื่ออุปโภคบริโภค หน่วย : %YOY สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วงวิกฤต COVID-19
  • 82.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 82 ปรับโมเดลในการดาเนินธุรกิจ As-a-services, Sharing economy, Subscription, Business diversification ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดหาวัตถุดิบ Sourcing diversification, Green supply chain, Traceability, Omni channel ปรับเปลี่ยนกระบวนการในการผลิตสินค้า AI, Automation, Cloud computing, Blockchain, 5G Aging society Technopolar world ภาพรวมแนวโน้มธุรกิจในปี 2023 และระยะปานกลางจึงขึ้นกับปัจจัยเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และเมกะเทรนด์ ที่จะเข้ามากระทบธุรกิจในระยะยาว สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปี 2023 และระยะปานกลาง Economic factors Trade policy • Rising interest rate : ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น • Global economic instability and slowdown : ส่งผลต่อธุรกิจที่พึ่งพาภาค การส่งออก • Geopolitical fragmentation : ส่งผลให้ราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบยังอยู่ ในระดับสูง และผันผวนมากขึ้น และปัญหา Supply chain disruption คลี่คลายได้ช้าลง Mega trends Risks Opportunities Country reopening : ส่งผลดีต่อภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง Consumption recover and pent-up demand : ส่งผลให้ความต้องการสินค้า และบริการฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มกาลังซื้อสูง Government stimulus : ภาครัฐยังเดินหน้าในโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ โดยเฉพาะโครงการด้านการคมนาคม Trade barriers : เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ส่งผลต่อการค้าและการลงทุน ความต้องการสินค้าและบริการ Digital, Healthy, Personalized, Convenience, Sustainability Implications to businesses New trade agreement Easing of some trade barriers : ข้อจากัดการค้าในบางอุตสาหกรรมคลี่คลาย Climate change Risk level* High Moderate Low หมายเหตุ : * Risk level คือระดับความรุนแรงของการเกิดความเสี่ยงและผลกระทบต่อภาคธุรกิจในช่วงปี 2023 และ Medium term ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
  • 83.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 83 แนวโน้มธุรกิจในปี 2023 เติบโตในลักษณะ Uneven เช่นกัน ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโต ได้แก่ กลุ่มที่ตอบโจทย์ การฟื้นตัวการบริโภคหรือสอดรับเทรนด์โลก บางธุรกิจมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือได้รับผลกระทบ จากเมกะเทรนด์ ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง • กลุ่มที่ตอบโจทย์การฟื้นตัวของการบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจาเป็น • กลุ่มที่สอดรับกับเทรนด์ต่าง ๆ (Digital, Health, Eco) • กลุ่มที่ตอบโจทย์การลงทุนภาครัฐ ในโครงการ เมกะเทรนด์ ธุรกิจที่มีสัญญาณฟื้นตัว อย่างค่อยเป็นค่อยไปและยังมีความเสี่ยง • กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยวจาก การเปิดประเทศแต่ยังมีความเสี่ยงจาก เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว • กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคสินค้าไม่ จาเป็นและสินค้าคงทน ธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยง/ปัจจัยลบอยู่ค่อนข้างมาก • กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับราคาพลังงานที่ยังผันผวนและทรงตัวใน ระดับสูง • กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โลก • กลุ่มที่ยังมีความเสี่ยงจากปัญหา Supply chain disruption • กลุ่มที่ถูก Disrupt จากเมกะเทรนด์ต่าง ๆ F&B, Restaurant Grocery retail Public construction Domestic travel Electronic Component E-commerce & related businesses Agri & fruits Healthcare & healthcare product Foreign travel & Medical tourism Residential real estate Non-grocery retail Building material (Cement, Paint, Tile) Auto Oil Petrochemical Transport & Logistics Commercial real estate Steel Industrial estate Power Computer, HDD ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC
  • 84.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 84 มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทย จะฟื้นตัวบนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น
  • 85.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 85 มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง EIC ประเมินว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ของไทยในปี 2023 จะปรับสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 80% ... ส่วนต่างระหว่างค่าสูงสุดและต่าสุด (Range) ของตัวเลขคาดการณ์ GDP ไทย ดัชนีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย และที่มาของความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ หน่วย : ดัชนี ข้อมูล ณ เดือน ต.ค ในแต่ละปี 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5 5.5 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 Current Year Next Year ตัวเลขคาดการณ์ เศรษฐกิจไทยยัง ผันผวนสูงและ มากกว่าในช่วงก่อน วิกฤติ COVID-19 0 50 100 1993Q3 1994Q4 1996Q1 1997Q2 1998Q3 1999Q4 2001Q1 2002Q2 2003Q3 2004Q4 2006Q1 2007Q2 2008Q3 2009Q4 2011Q1 2012Q2 2013Q3 2014Q4 2016Q1 2017Q2 2018Q3 2019Q4 2021Q1 2022Q2 2023Q3F ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สูงขึ้นในปี 2023 ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ APAC, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, Conflict and Mediation Event Observations และ matteoiacoviello.com 0 50 100 1993Q2 1996Q1 1998Q4 2001Q3 2004Q2 2007Q1 2009Q4 2012Q3 2015Q2 2018Q1 2020Q4 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก 0 50 100 1993Q2 1995Q3 1997Q4 2000Q1 2002Q2 2004Q3 2006Q4 2009Q1 2011Q2 2013Q3 2015Q4 2018Q1 2020Q2 การเมืองภายในประเทศ 0 50 100 1993Q2 1995Q2 1997Q2 1999Q2 2001Q2 2003Q2 2005Q2 2007Q2 2009Q2 2011Q2 2013Q2 2015Q2 2017Q2 2019Q2 2021Q2 ความไม่แน่นอนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคไทย นโยบายการคลังไทย นโยบายการเงินไทย 0 50 100 1993Q2 1995Q3 1997Q4 2000Q1 2002Q2 2004Q3 2006Q4 2009Q1 2011Q2 2013Q3 2015Q4 2018Q1 2020Q2 ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
  • 86.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 86 ... ความไม่แน่นอนสูงที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้น 1% จะทาให้ GDP ลดลงรวมประมาณ 0.3%QOQ เป็นเวลานาน 3 ไตรมาส การส่งผ่านความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ สู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย* หน่วย : % ผลกระทบของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อ GDP ไทย หน่วย : %QOQ หมายเหตุ : * ผลการศึกษาด้วยแบบจาลอง Semi-parametric Autoregressive และแบบจาลอง GARCH ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, Conflict and Mediation Event Observations และ matteoiacoviello.com -0.4% -0.3% -0.2% -0.1% 0.0% 0.1% 0.2% T T+1 T+2 T+3 T+4 T+5 T+6 T+7 T+8 T+9 Median ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยนาน 3 ไตรมาส 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% 1993Q4 1995Q1 1996Q2 1997Q3 1998Q4 2000Q1 2001Q2 2002Q3 2003Q4 2005Q1 2006Q2 2007Q3 2008Q4 2010Q1 2011Q2 2012Q3 2013Q4 2015Q1 2016Q2 2017Q3 2018Q4 2020Q1 2021Q2 นโยบายการคลังไทย นโยบายการเงินไทย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก การเมืองภายในประเทศ ความไม่แน่นอนด้านอื่นๆ ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนภายนอกประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย) การส่งผ่านความไม่แน่นอนด้านต่าง ๆ สู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทย (Q4/1993 – Q2/2022) • Domestic uncertainty 50% (นโยบายการเงินไทย 23% นโยบายการคลังไทย 17% และการเมืองในประเทศ 10%) • Global uncertainty 42% (ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก 31% และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก 11%) • Unexplained factors 8%
  • 87.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 87 0% 5% 10% 15% 20% 25% 30% 35% 2021Q1 2021Q2 2021Q3 2021Q4 2022Q1 2022Q2 2022Q3F 2022Q4F 2023Q1F 2023Q2F 2023Q3F 2023Q4F Base case Worse case Better case ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว EIC ประเมินว่า ในกรณีฐาน โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2023 ยังมีไม่มาก โดยจะสามารถกลับสู่ระดับศักยภาพได้ ณ สิ้นปี 2024 ความน่าจะเป็นที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2023 หน่วย : % ดัชนีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยกลับสู่ระดับศักยภาพ (Potential GDP) หน่วย : % 90 95 100 105 110 115 2019Q1 2019Q3 2020Q1 2020Q3 2021Q1 2021Q3 2022Q1 2022Q3F 2023Q1F 2023Q3F 2024Q1F 2024Q3F 2025Q1F 2025Q3F Base Better Worse 2024Q1 2024Q4 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ สิ้นปี 2024 ใน Base case ประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจไทยในกรณีต่าง ๆ โดย EIC ณ ต.ค. 2022 กรณี GDP 2022 (%YOY) GDP 2023 (%YOY) Base 3.2 3.4 Better 3.6 4.5 Worse 2.3 1.8 EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยต่า ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ* กรณี Recession Probability (%) Base 8.5 Better 6.0 Worse 35.9 Global recession scenario หากธนาคารกลางหลักของโลกขึ้นตอกเบี้ยสูงกว่ากรณี Base +100 BPS ในปี 2023 (เช่น Fed ขึ้นดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 5.75% ในปี 2023) เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยขยายตัว 0.3% ในปี 2023 ในกรณีนี้มีโอกาสที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ในปี 2023 เกิน 80% หมายเหตุ : * วิเคราะห์ด้วยแบบจาลอง Markov-switching Autoregressive ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • 88.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 88 นโยบายการคลังยังมีพื้นที่การคลังพอรองรับความไม่แน่นอนที่ อาจเกิดขึ้น และเน้นความยั่งยืนทางการคลังหลังวิกฤต COVID-19
  • 89.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 89 การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะไทยและประเทศกาลังพัฒนา ในเอเชียในช่วง COVID-19 (ข้อมูลจาก World bank) ภาคการคลังไทยมีหนี้เพิ่มขึ้นมากหลัง COVID-19 และรัฐบาลได้ขยายเพดานหนี้เป็น 70% ต่อ GDP เพื่อเพิ่ม Fiscal space อย่างไรก็ดี หนี้ภาครัฐของไทยในภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ต่ากว่าค่าเฉลี่ยของโลกและอาเซียน การเพิ่มขึ้นของหนี้ภาครัฐของไทยเทียบต่างประเทศในช่วง COVID-19* หน่วย : ดัชนี (%GDP ณ 4Q2019 = 100) สัดส่วนหนี้ภาครัฐของไทยเทียบต่างประเทศ* หน่วย: %GDP 90 100 110 120 130 140 150 160 170 12/2019 03/2020 06/2020 09/2020 12/2020 03/2021 06/2021 09/2021 12/2021 03/2022 06/2022 Thailand ASEAN5 Global หนี้ภาครัฐของไทยปรับเพิ่มขึ้นมาก ในช่วง COVID-19 เช่นเดียวกับ กลุ่ม ASEAN5 25 30 35 40 45 50 55 60 65 03/2011 09/2011 03/2012 09/2012 03/2013 09/2013 03/2014 09/2014 03/2015 09/2015 03/2016 09/2016 03/2017 09/2017 03/2018 09/2018 03/2019 09/2019 03/2020 09/2020 03/2021 09/2021 03/2022 Thailand ASEAN5 Global สัดส่วนหนี้ภาครัฐต่อ GDP ของไทยยังต่ากว่า ค่าเฉลี่ยของโลกและอาเซียน ช่วง COVID-19 หมายเหตุ : หนี้ภาครัฐ (เฉพาะรัฐบาลกลาง) ตามคานิยาม IMF, จานวน 78 ประเทศ, ข้อมูลประเทศอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์, ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ IMF, World Bank และ CEIC
  • 90.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 90 หนี้สาธารณะไทยมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และ Rollover risk ต่า ส่วนใหญ่พึ่งพาแหล่งเงินในประเทศ และเป็น หนี้ระยะยาว อย่างไรก็ดี ภาคการคลังมีปัญหาเชิงโครงสร้างจากการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอรายจ่ายมานาน หนี้สาธารณะของไทย ส่วนใหญ่เป็นหนี้ในประเทศและเป็นหนี้ระยะยาว ณ 30 ก.ย. 2022 รายจ่ายและรายได้รัฐบาลต่อ GDP หน่วย : %GDP หมายเหตุ : * ปีที่มีการใช้งบเพิ่มเติมในปี 2009, 2011, 2016, 2017, 2018, 2020, 2021, 2022, และ 2023 **ณ สิ้นปีงบประมาณ 2022 อายุคงเหลือเฉลี่ย (Average Time to Maturity) ของหนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ 8 ปี 9 เดือน ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง สานักงบประมาณ สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี World Bank, CEIC และสานักข่าวต่าง ๆ หนี้สาธารณะคงค้าง 10.37 ล้านล้านบาท (60.67% ของ GDP) 1.7% 98.3% หนี้ต่างประเทศ หนี้ในประเทศ 14.5% 85.5% หนี้ระยะสั้น หนี้ระยะยาว หนี้ระยะสั้นและยาวตามอายุ คงเหลือเฉลี่ย** แหล่งที่มาของเงินกู้ จานวนเงิน (ล้านบาท) สัดส่วน หนี้ต่างประเทศ 177,069.16 1.7% หนี้ในประเทศ 10,196,868.43 98.3% จานวนเงิน (ล้านบาท) สัดส่วน หนี้ระยะสั้น 1,505,675.47 14.5% หนี้ระยะยาว 8,868,262.12 85.5% 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 12 14 16 18 20 22 24 26 1989 1990 1991 1992 1993 1994 1995 1996 1997 1998 1999 2000 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022F 2023F ขาดดุลงบประมาณ พ.ร.ก. โควิดฯ วงเงินรายจ่าย รายได้รัฐบาล
  • 91.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 91 ภาครัฐมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2023 ในเมกะโปรเจกต์ โครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่ อีกทั้ง มีการ จัดสรรงบลงทุนในงบประมาณปี 2023 เพิ่มขึ้นหลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งจะช่วยยกศักยภาพเศรษฐกิจไทย มูลค่าการก่อสร้างภาครัฐ* หมายเหตุ : * โครงการที่ดาเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ PPP รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมเม็ดเงินลงทุนจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และ 5 แสนล้านบาทแล้ว ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หน่วย : พันล้านบาท 80% 2020 20% 2021 22% 78% 2022E 2023F 23% 79% 77% 80% 77% 23% 2018 20% 21% 2017 2019 686 726 756 804 809 849 707 +4% +6% +1% +5% Q4 3Q งบลงทุนในงบประมาณปี 2023 เพิ่มขึ้น 2.7 หมื่นล้านบาท (+6%YOY) เป็นสัญญาณการขยายตัวของมูลค่าการ ก่อสร้างภาครัฐ โครงการก่อสร้างทั่วไป เมกะโปรเจกต์ • โครงการก่อสร้างต่อเนื่องจากอดีต มีความคืบหน้า • มีการประมูลและก่อสร้างโครงการ เมกะโปรเจกต์ใหม่ ตัวอย่างโครงการเมกะโปรเจกต์ใหม่ในปี 2023 (รถไฟความเร็วสูง /รถไฟฟ้า /มอเตอร์เวย์ /ทางด่วน /ท่าเรือ /สนามบิน) มูลค่าการลงทุน (พันล้านบาท) รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย (356 กม.) 300 มอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอา 76 มอเตอร์เวย์สาย 9 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง 56 มาบตาพุด เฟส 3 ช่วงที่ 2 48 รถไฟฟ้าสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลาโพง 47 ทางด่วนศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ 43 ขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศเหนือ 41 โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต 15 แนวโน้มปี 2023
  • 92.
    แนวโน้มสาคัญของเศรษฐกิจไทยปี 2022 และ2023 Q 92 ภาครัฐยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้กว่า 1 ล้านล้านบาท หากจาเป็นต้องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ EIC คาดว่า หนี้สาธารณะในระยะปานกลางจะยังต่ากว่าเพดานหนี้ แต่จาเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพิ่มความยั่งยืนของหนี้สาธารณะ หลังผ่านวิกฤต COVID-19 คาดการณ์หนี้สาธารณะในระยะกลาง* หมายเหตุ : *รวม พรก.เงินกู้กองทุนน้ามัน 1.5 แสนล้านบาท ทยอยกู้ภายในปี 2023 และมีแผนชาระคืนภายใน 7 ปี ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง, สานักงบประมาณ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ทาเนียบรัฐบาล, IMF และ CEIC หน่วย : %GDP, ปีงบประมาณ กรณี สมมติฐาน Base ภาครัฐไม่สามารถลดการขาดดุลการคลังได้อย่างมีนัยสาคัญ และไม่มีการปฏิรูปภาษี Better ภาครัฐเพิ่มรายจ่ายลงทุนเพิ่มเพื่อยกศักยภาพของประเทศ และปฏิรูปภาษีเพิ่มรายได้ Worse ภาครัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และไม่มีการปฏิรูปภาษี 40 45 50 55 60 65 70 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024 2025 2026 2027 2028 2029 2030 Base Better Worse Ceiling รัฐบาลมี Fiscal space เพียงพอ ที่จะกู้เงินเพิ่มได้กว่า 1 ล้านล้านบาท หากจาเป็น ความเสี่ยงทางการคลังของไทย แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ทาให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น การแพร่ระบาดระลอกใหม่ อาจทาให้ภาครัฐต้องใช้มาตรการควบคุมโรค เข้มงวดอีกครั้ง นโยบายประชานิยม จากการหาเสียงเลือกตั้งในปี 2023 อาจกระทบเสถียรภาพการคลัง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทาให้มีภาระรายจ่ายที่สูงขึ้น ราคาพลังงานและสินค้าอื่น ๆ อาจอยู่ในระดับสูงยาวนาน ส่งผลให้ภาครัฐมีภาระเงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบางมากขึ้น ประเด็นที่ต้องจับตา เม็ดเงินที่ภาครัฐค้างชาระสถาบันการเงินของรัฐหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายจากการดาเนินการตามนโยบายของรัฐ รวมถึงเม็ดเงินที่ กองทุนน้ามันอาจกู้เพิ่มเติม การอุดหนุนค่าไฟฟ้าให้กลุ่มเปราะบาง ด้วยงบกลางสารองจ่ายฯ ในงวด ก.ย. – ธ.ค. 2022 รัฐบาลอนุมัติวงเงินราว 9,000 ล้านบาท
  • 93.
  • 94.
    Q4 แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023 94 EIC คาดกนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะปรับสู่ระดับ 2% ณ สิ้นปีหน้า หมายเหตุ : Domestic bank credit คือ เงินกู้และพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ ให้แก่ภาคธุรกิจเอกชน ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และ Bloomberg เงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดและปรับลดลงช้า ๆ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้ม ฟื้นตัวต่อเนื่องธปท. มีมาตรการดูแลครัวเรือนและธุรกิจเปราะบาง เช่น มาตรการแก้หนี้ระยะยาว สินเชื่อเพื่อการปรับตัวของธุรกิจ นโยบายการเงินปรับสู่ระดับปกติเหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ในระยะยาว EIC คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับไประดับ Pre-Covid ในไตรมาส 2 ปี 2023 แต่จะอยู่ต่าว่าระดับศักยภาพถึงสิ้นปี 2024 จากแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่ลึกและหนี้ที่สูงขึ้น EIC คาด กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 BPS ในเดือน พ.ย. สู่ระดับ 1.25% สิ้นปี 2022 EIC คาด กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง อีก 3 ครั้ง (ครั้งละ 25 BPS) สู่ระดับ 2% ณ สิ้นปี 2023 % ไทยไม่จาเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแรงต่อเนื่องเช่นในต่างประเทศ • เงินเฟ้อสูงของไทยมาจากปัจจัยอุปทานเป็นหลัก บริบทเศรษฐกิจไทยกาลังฟื้นตัว • เสถียรภาพด้านต่างประเทศยังดี เงินสารองระหว่างประเทศสูงเพียงพอรองรับความผันผวน ของเงินบาท และสัดส่วนหนี้ต่างประเทศต่า • ธปท. จะประเมินจังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องให้มั่นใจว่า Policy normalization ทั้งนโยบายการเงินและมาตรการการเงินที่จะหมดอายุลง จะไม่ทาให้ภาวะการเงินตึงตัว เร็วจนกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและไม่แน่นอนสูง เงินสารองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับสูง หน่วย : % of GDP 36 26 26 24 23 20 17 16 9 0 10 20 30 40 หนี้ต่างประเทศและหนี้ภาคธุรกิจ 0 5 10 15 20 25 30 20 40 60 80 100 120 140 160 180 Thailand Korea Taiwan Malaysia China Indonesia India Philippines Domestic bank credit* (% of GDP) ST external debt (% of GDP)
  • 95.
    Q4 แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023 95 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยในปี2023 ตามทิศทาง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed แม้คาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯ จะทยอยลดลงบ้างแล้ว ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีและ 10 ปี หน่วย : % 4.33 3.81 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 Jan-22 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Mar-22 Apr-22 May-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Oct-22 2-year 10-year Post U.S. CPI released คาดการณ์ Fed Funds Rate ของนักลงทุน ก่อนและหลังประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ หน่วย : % 4.2 5.2 Dec-22 Jan-23 Feb-23 Mar-23 Apr-23 May-23 Jun-23 Jul-23 Aug-23 Sep-23 Oct-23 Nov-23 Dec-23 Jan-24 Current (21 Nov 2022) Before U.S. CPI released ในเดือน พ.ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นและระยะยาว ปรับลดลงเร็ว หลังตัวเลขเงินเฟ้อชะลอลงมากกว่าคาด มุมมองอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวในปี 2023 ปัจจัยกระทบให้ Bond yields ระยะยาว ปรับเพิ่มขึ้น • Fed สื่อสารทิศทางนโยบายการเงิน Hawkish ขึ้น เช่น Terminal rate สูงขึ้น คงดอกเบี้ยสูงนานเพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้า • Recession รุนแรงน้อยกว่าที่นักลงทุนกังวล • ความผันผวนในตลาดการเงินลดลง ทั้งนี้ Bond yields ระยะยาว จะปรับขึ้นได้ไม่มาก • ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ที่ตึงตัวน้อยลง • คาดการณ์เงินเฟ้อ (Breakeven inflation) ลดลง • Recession fears ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ EIC มองว่า ณ สิ้นปี 2023 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่กรอบ 4.0-4.1%
  • 96.
    Q4 แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023 96 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวจะปรับสูงขึ้นอีกไม่มาก ตามทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และไทยรวมถึงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในตลาดพันธบัตรระยะยาวที่มีมากขึ้น ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี และ 2 ปี หน่วย : % อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย หน่วย : % • ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีปรับลดลงตามสหรัฐฯ และเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทย โดย Bond yields ไทยยังสูงกว่าภูมิภาค ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรฯ อายุ 10 ปี และ 2 ปี ปรับลดลงเช่นกัน จากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้ามาเก็งกาไรการแข็งค่าของเงินบาท • EIC คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นอีกเล็กน้อยสู่ระดับ 2.9-3.0% ณ สิ้นปีนี้ และ 3.1-3.2% ณ สิ้นปี 2023 เนื่องจากสหรัฐฯ และไทยมีแนวโน้มปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง และเศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัว นอกจากนี้ แนวโน้ม Yield สหรัฐฯ ที่จะสูงขึ้นอีกเล็กน้อยส่งผลให้ Yield ไทย จะปรับขึ้นตาม อย่างไรก็ดี กระแสเงินทุนไหลเข้าตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นและเงินเฟ้อไทยที่ทยอยลดลง จะทาให้ Bond yields ไทยระยะยาวปรับสูงขึ้นไม่มากนัก Yield curve ไทยจะมีแนวโน้มลาดชันน้อยลง (Flatten) Bond yields ระยะสั้นเพิ่มขึ้นเร็วกว่าระยะยาว ตามแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย 1.37 1.77 2.90 0 1 2 3 Jan-22 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Mar-22 Apr-22 May-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Oct-22 Nov-22 3-month 2-year 10-year 1.12 -0.6 0.4 1.4 2.4 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Nov-22 Indonesia India Malaysia South Korea Thailand US Yield curve ไทยชันมาก โดยเปรียบเทียบ Bond yields ระยะยาวของไทยจึงน่าดึงดูดกว่า
  • 97.
    Q4 แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023 97 ในปี 2023เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า ส่งผลให้แรงกดดันหลักที่ทาให้เงินบาทอ่อนค่าลดลง กอปรกับความ เชื่อมั่นของนักลงทุนปรับดีขึ้น จะทาให้เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าตลาดการเงินไทยต่อเนื่อง ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินไทย หน่วย : พันล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ย. 2022) Median S&P500 Index at Dollar peak หน่วย : level relative to month 0 หน่วย : Percentage point relative to month 0 -50 0 50 -500 0 500 1,000 -18 -16 -14 -12 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 S&P 500 (level) S&P 500 (YOY) แกนขวา DXY Index and 2-Year US Treasury Yield หน่วย : Index (t=0 is the month of USD peak) 0 2 4 6 85 105 2020 2020 2020 2020 2020 2020 2021 2021 2021 2021 2021 2021 2022 2022 2022 2022 2022 2022 DXY Index 2-year US Treasury Yield (แกนขวา) ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นตามการ ขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งทาให้ส่วนต่างดอกเบี้ย เทียบกับต่างประเทศกว้างขึ้น -130 -80 -30 20 70 120 Jan-21 Feb-21 Mar-21 Apr-21 May-21 Jun-21 Jul-21 Aug-21 Sep-21 Oct-21 Nov-21 Dec-21 Jan-22 Feb-22 Mar-22 Apr-22 May-22 Jun-22 Jul-22 Aug-22 Sep-22 Oct-22 Equity market Bond market • ในระยะต่อไป เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า • Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลง ภาวะการเงินสหรัฐฯ จะไม่ตึงตัวมากอย่างที่กังวล ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านต่าต่อเศรษฐกิจโลกลดลง • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับดีขึ้น สะท้อนจากผลตอบแทนสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และโลก เริ่มปรับสูงขึ้น • เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นจากปัจจัยภายนอก เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลเข้าตลาด การเงินของ EMs รวมถึงไทย ภายหลัง Risk-off sentiment ลดลง Bn THB YTD MTD Equity +170 +16 Bond +16 +69
  • 98.
    Q4 แนวโน้มตลาดการเงินปี 2022-2023 98 เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในปี 2023ตามทิศทางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและปัจจัยภายในประเทศ จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่ปรับดีขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และเงินทุนไหลเข้าตลาดการเงินไทย ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Bloomberg ปัจจัยกระทบต่อเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในระยะข้างหน้า ดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินบาท หน่วย : ล้านดอลลาร์สหรัฐ หน่วย : บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ -80% -60% -40% -20% 0% 20% -100% -80% -60% -40% -20% 0% TH10y yield SET Index TH current acc Relative inflation Interest rate diff Growth diff Q4/2022 = 36-37 Q4/2023 = 34.5-35.5 29 31 33 35 37 -5,000 0 5,000 10,000 Jan-17 May-17 Sep-17 Jan-18 May-18 Sep-18 Jan-19 May-19 Sep-19 Jan-20 May-20 Sep-20 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 ดุลบัญชีเดินสะพัด ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (แกนขวา) CA % of GDP 2022 -2.7% 2023 +1.2% เงินบาทอ่อนค่า ตามการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ปัจจัยภายในประเทศที่สนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาท 1. เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จากแรงส่งภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ 2. ดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะกลับมาเกินดุล ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลง 3. เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลกลับเข้าตลาดการเงินไทย ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจกว่าตลาดหุ้น EMs อื่นที่อาจเผชิญกับ External vulnerability และตลาดพันธบัตรไทยยังให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า 4. เงินเฟ้อไทยทยอยปรับลดลงเร็วกว่าของสหรัฐฯ EIC ประเมินว่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอยู่ในกรอบ 36-37 บาท ณ สิ้นปีนี้ และจะทยอยแข็งค่าต่อเนื่องอยู่ในกรอบ 34.5-35.5 บาท ณ สิ้นปี 2023 โดยค่าเฉลี่ยปีหน้าอยู่ในช่วง 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
  • 99.
    คณะผู้จัดทำ ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร กระแสร์ รังสิพล Senior strategic management specialist krasae.rangsipol@scb.co.th ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อานวยการฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน thitima.chucherd@scb.co.th วชิรวัฒน์ บานชื่น นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส wachirawat.banchuen@scb.co.th
  • 100.
    คณะผู้จัดทำ ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส poonyawat.sreesing@scb.co.th ปราณิดา ศยามานนท์ ผู้อานวยการฝ่ายIndustry analysis pranida.syamananda@scb.co.th โชติกา ชุ่มมี ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต chotika.chummee@scb.co.th ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส kamonmarn.jaenglom@scb.co.th กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะห์อาวุโส kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th ดร.เกียรติศักดิ์ คาสี นักวิเคราะห์อาวุโส kaittisak.kumse@scb.co.th ปางอุบล อานวยสิทธิ์ Senior strategic management associate pangubon.amnueysit@scb.co.th กีรติญา ครองแก้ว นักวิเคราะห์ keeratiya.krongkaew@scb.co.th
  • 101.
    คณะผู้จัดทำ จงรัก ก้องกาชัย นักวิเคราะห์ jongrak.kongkumchai@scb.co.th ณิชนันท์ โลกวิทูล นักวิเคราะห์ nichanan.logewitool@scb.co.th ปัณณ์พัฒนศิริ นักวิเคราะห์ punn.pattanasiri@scb.co.th ปุญญภพ ตันติปิฎก นักวิเคราะห์ punyapob.tantipidok@scb.co.th จิรภา บุญพาสุข นักวิเคราะห์ jirapa.boonpasuk@scb.co.th เชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ นักวิเคราะห์ chetthawat.songprasert@scb.co.th ณัฐนันท์ อภินันท์วัฒนกูล นักวิเคราะห์ nattanan.apinunwattanakul@scb.co.th พุธิตา แย้มจินดา นักวิเคราะห์ puthita.yamchinda@scb.co.th
  • 102.
    คณะผู้จัดทำ วรรณโกมล สุภาชาติ นักวิเคราะห์ wannakomol.supachart@scb.co.th อภิญญา อักษรกิจ นักวิเคราะห์ apinya.aksornkij@scb.co.th ดร.อสมาเหลี่ยมมุกดา นักวิเคราะห์ asama.liammukda@scb.co.th วิชาญ กุลาตี นักวิเคราะห์ vishal.gulati@scb.co.th อติกานต์ แสงวัณณ์ นักวิเคราะห์ atikan.saengwan@scb.co.th
  • 103.
    Economic Intelligence Center(EIC) E-mail : eic@scb.co.th โทร : +66 (2) 544 2953 ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร somprawin.manprasert@scb.co.th Economic and Financial Market Research ดร.ฐิติมา ชูเชิด thitima.chucherd@scb.co.th วชิรวัฒน์ บานชื่น wachirawat.banchuen@scb.co.th จงรัก ก้องกาชัย jongrak.kongkumchai@scb.co.th ณิชนันท์ โลกวิทูล nichanan.logewitool@scb.co.th ปัณณ์ ััฒนศิริ punn.pattanasiri@scb.co.th วิชาญ กุลาตี vishal.gulati@scb.co.th ณัฐนันท์ อภินันท์วัฒนกูล nattanan.apinunwattanakul@scb.co.th ัุธิตา แย้มจินดา puthita.yamchinda@scb.co.th อติกานต์ แสงวัณณ์ atikan.saengwan@scb.co.th Climate, Transformation, and Sustainability ัิมใจ ฮุนตระกูล pimjai.hoontrakul@scb.co.th Knowledge Management And Networking ภาณุมาศ เหลืองอร่าม phanumard.lueangaram@scb.co.th ไกรฤกษ์ วัลลภศิริ krilerk.vallopsiri@scb.co.th ปิยนุช ผิวเหลือง piyanuch.phiolueang@scb.co.th ภูมิศักดิ์ คาประเสริฐ poomisak.kumprasert@scb.co.th วนิชชา นาฑีสุวรรณ wanitcha.nateesuwan@scb.co.th วรวรรณ วรรณประัันธ์ worawan.wannaprapan@scb.co.th ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ poonyawat.sreesing@scb.co.th ดร.อสมา เหลี่ยมมุกดา asama.liammukda@scb.co.th มยุรา ลีตระกูล mayura.leetrakul@scb.co.th Industry Analysis กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ kanyarat.kanjanavisut@scb.co.th เชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ chetthawat.songprasert@scb.co.th ปราณิดา ศยามานนท์ pranida.syamananda@scb.co.th ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม kamonmarn.jaenglom@scb.co.th ปุญญภั ตันติปิฎก punyapob.tantipidok@scb.co.th โชติกา ชุ่มมี chotika.chummee@scb.co.th ดร.เกียรติศักดิ์ คาสี kaittisak.kumse@scb.co.th กีรติญา ครองแก้ว keeratiya.krongkaew@scb.co.th จิรภา บุญัาสุข jirapa.boonpasuk@scb.co.th ชญานิศ สมสุข chayanit.somsuk@scb.co.th วรรณโกมล สุภาชาติ wannakomol.supachart@scb.co.th อภิญญา อักษรกิจ apinya.aksornkij@scb.co.th