SCB EIC
Monthly
เศรษฐกิจไทยปีหน้าลุ้นเหนื่อยโตต่า การบริโภคและลงทุน
เอกชนซบเซา การเมืองดึงนโยบายไม่แน่นอน
Issue : August 2024
2
Executive summary
เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มทรงตัวในปีนี้และจะดีขึ้นเล็กน้อยในปี 2025 ตามเศรษฐกิจยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีนที่ปรับดีขึ้นบ้าง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกระยะปานกลางจะเติบโตชะลอลงจากหลายปัจจัย
ทั้งนี้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงด้านลบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายภาครัฐในประเทศสาคัญ
นโยบายการเงินโลกจะลดความตึงตัวลง SCB EIC ประเมินว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยมากกว่าที่เคยมองไว้ (รวม 3 ครั้ง 75 BPS) เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจ
สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง 50 BPS ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. หลังจากลดครั้งแรกในไตรมาส 2 ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีแนวโน้มปรับลด
อัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 10 BPS ในไตรมาส 4 ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.25% ตลอดปีหลังปรับขึ้นมา 2 ครั้งในปีนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อดูแลไม่ให้ตลาดการเงินผันผวนมาก
และจะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 1 และสิ้นปีหน้า
SCB EIC คงมุมมอง กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้เหลือ 2.25% จากความจาเป็นในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ความเปราะบางเริ่มส่งผลมายังอุปสงค์ในประเทศ
และต้นทุนของการปรับลดดอกเบี้ยลดลงจากภาคการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งทาให้การลดดอกเบี้ยจะไม่ได้เป็นการกระตุ้นการก่อหนี้ สาหรับปีหน้า ความเสี่ยงด้านต่าของ
เศรษฐกิจปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากภาพรวมการลงทุนและการบริโภคที่จะแผ่วลงชัดเจนขึ้น ประกอบกับภาวะการเงินตึงตัวที่จะส่งผลกระทบชัดเจนขึ้นอีก จึงยังคงมุมมอง กนง. จะปรับลดดอกเบี้ย
นโยบายอีก 1 ครั้งในช่วงต้นปีหน้าเหลือ 2%
เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นเร็วจากความกังวลการเมืองที่ลดลงหลังแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ได้เร็ว ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคาสูงขึ้น ในระยะต่อไปเงินบาทอาจอ่อนค่าได้ในช่วงสั้น
ก่อนจะกลับสู่เทรนด์แข็งค่าตาม Easing cycle ของนโยบายการเงินสหรัฐฯ โดยมองกรอบเงินบาทสิ้นปีที่ราว 34.00 - 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ออกมาขยายตัวใกล้เคียงที่ประเมินไว้ SCB EIC จึงคงภาพรวมประมาณการเศรษฐกิจปี 2024 ที่ 2.5% สาหรับในองค์ประกอบหลักได้ปรับมุมมองการลงทุน
ภาคเอกชนลดลงมาก แต่ยังได้แรงส่งจากภาคท่องเที่ยว ตามจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผลจากการทาตลาดของภาครัฐ และการเพิ่ม
ความถี่เที่ยวบินใน Winter schedule รวมถึงยังมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคเอกชนตามมาตรการกระตุ้นภาครัฐ อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้า ภาคการผลิตไทยยังฟื้นตัวได้ช้า ประกอบกับเริ่มเห็น
สัญญาณความเชื่อมั่นการบริโภค (โดยเฉพาะสินค้าคงทน) และการลงทุนในระยะสั้นที่แผ่วลงต่อเนื่อง ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจึงยังมีทิศทางเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีความเสี่ยง
ด้านต่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมือง SCB EIC จึงปรับลดมุมมองเศรษฐกิจปี 2025 เหลือ 2.6% (เดิม 2.9%) จากการบริโภคเอกชนที่จะเติบโตชะลอลงท่ามกลางกาลังซื้อ
เปราะบางและหนี้สูง รวมถึงทิศทางการลงทุนภาคเอกชนที่แผ่วลง
สาหรับเงินเฟ้อ SCB EIC ประเมินเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะขยายตัวต่าลงอยู่ที่ 0.6% สะท้อนมาตรการภาครัฐช่วยเหลือราคาพลังงานที่ยังมีต่อเนื่อง ทั้งนี้เงินเฟ้อจะทยอยกลับเข้ากรอบได้ในไตรมาส 4
3
เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2025 แต่จะกลับเข้าสู่แนวโน้มชะลอตัวในระยะปานกลาง
ความเสี่ยงด้านลบในปี 2025 ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะจากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ขณะที่ความเสี่ยงด้านบวกมีจากัด
คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดย SCB EIC ความเสี่ยงเศรษฐกิจที่สาคัญ ในช่วงที่เหลือของปี 2024 และปี 2025
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ IMF และ Bloomberg
คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะปานกลาง โดย SCB EIC
หน่วย : %YOY
GDP Growth
(%YOY)
2023
2024F 2025F
As of Jun 24 As of Aug 24 As of Jun 24 As of Aug 24
Global 2.7% 2.7% 2.7% 2.7% 2.8%
US 2.5% 2.5% 2.5% 1.9% 1.9%
Eurozone 0.4% 0.7% 0.8% 1.2% 1.3%
Japan 1.8% 0.1% 0.1% 1.0% 1.1%
China 5.2% 5.0% 5.0% 4.4% 4.5%
India 7.7% 7.1% 7.2% 6.8% 6.8%
ASEAN-5 4.3% 4.7% 4.9% 5.0% 5.0%
3.0
2.7 2.7
2.8
2.7 2.7
2.6 2.6
2.0
2.5
3.0
3.5
2014-18
Avg.
2023 2024F 2025F 2026F 2027F 2028F 2029F
เงินเฟ้อฝั่งอุปสงค์และ
อัตราดอกเบี้ยปรับลดลงช้า
เศรษฐกิจสหรัฐฯ เสี่ยงเกิด
ภาวะถดถอยจากตลาดแรงงาน
ที่แย่ลงเร็ว
ความไม่แน่นอนทางการเมืองและ
นโยบายภาครัฐในประเทศสาคัญ
ปรับสูงขึ้น
สงครามรัสเซีย-ยูเครน และ
สงครามอิสราเอล-ฮามาส
ไม่สิ้นสุด (อิหร่านเข้ามา
มีบทบาทมากขึ้น)
• SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2024 ที่ 2.7% โดยเศรษฐกิจยูโรโซน อินเดีย และอาเซียน 5
มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดการณ์เดิม ขณะที่คงมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน
• เศรษฐกิจโลกในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดการณ์เดิมเล็กน้อย จากยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน
ที่จะขยายตัวดีขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ยังคงมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อินเดีย และอาเซียน 5
• ความเสี่ยงด้านลบสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่อาจตั้งกาแพงภาษีสินค้านาเข้าทั่วโลกสูงขึ้น
• เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงในระยะปานกลาง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของโลกและภูมิรัฐศาสตร์
4
ปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเช่นกันในปี 2025 แต่ความเสี่ยงด้านลบมีอยู่มาก โดยเฉพาะจาก
ค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้นมากและการออกมาตรการกีดกันการค้า
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ IMF, WTO, World Bank และ Panama Canal Authority
คาดการณ์การเติบโตของปริมาณการค้าโลก ปี 2024
หน่วย : %YOY
คาดการณ์ปริมาณการค้าสินค้าโลก โดย WTO
หน่วย : ดัชนี (2015 = 100), ปรับฤดูกาล
ระดับน้าของคลองปานามาที่เคยแห้งแล้งมากกลับสู่ระดับปกติ
หน่วย : ฟุต
3 3.3
2.3
3.1
2.6 2.5
-1
1
3
5
IMF WTO WB
2024 Previous 2024 New
คาดการณ์การเติบโตปริมาณการค้าโลก ปี 2025
หน่วย : %YOY
3.3 3.3 3.1
3.4 3.3 3.4
-1
1
3
5
IMF WTO WB
2025 Previous 2025 New
Goods and Services Goods and Services
Goods
90
95
100
105
110
115
120
125
130
135
2015Q1
2015Q3
2016Q1
2016Q3
2017Q1
2017Q3
2018Q1
2018Q3
2019Q1
2019Q3
2020Q1
2020Q3
2021Q1
2021Q3
2022Q1
2022Q3
2023Q1
2023Q3
2024Q1
2024Q3F
2025Q1F
2025Q3F
ความเสี่ยงด้านลบใน 2H24 และปี 2025 สูง
โดยเฉพาะจากค่าระวางเรือสูง ทิศทางมาตรการ
กีดกันการค้า การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ และสงคราม
ในบางพื้นที่ รวมถึงเงินเฟ้อที่อาจชะลอตัวได้ช้า
ขณะที่ความเสี่ยงด้านบวกมีจากัด
75
80
85
90
Jan
Feb
Mar
Apr
May
Jun
Jul
Aug
Sep
Oct
Nov
Dec
Average (1990-2020) 2023 2024
กลับมาแตะระดับค่าเฉลี่ยในอดีต
ระดับน้าในคลองปานามากลับเข้าสู่ปกติ ส่งผลให้การเดินเรือ
เป็นปกติมากขึ้น แต่ปัญหาเส้นทางขนส่งบริเวณคลองสุเอซ
ยังคงมีอยู่จากสงครามที่ยืดเยื้อ
5
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดแรงงาน และอัตราเงินเฟ้อปรับชะลอลง โดย Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยมากขึ้น
ในช่วงไตรมาส 4 นี้ และไตรมาส 1 ปีหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย
ดัชนี Sahm Rule ของสหรัฐฯ
หน่วย : ส่วนต่างระหว่างอัตราการว่างงานเฉลี่ยย้อนหลังหลัง 3 เดือน
และอัตราการว่างงานต่าที่สุดในรอบ 12 เดือน,
อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
หน่วย : %YoY
FOMC สื่อสาร Dovish มากขึ้น
-2
0
2
4
6
8
10
10/2019
04/2020
10/2020
04/2021
10/2021
04/2022
10/2022
04/2023
10/2023
04/2024
Sahm Indicator
0.5 line
0.53
Covid peak
ดัชนี > 0.5 สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย
3.5
3.8
2.7
2.8
3.4
3.6
2.7
2.8
3.3
3.4
2.6
2.6
3.0
3.3
2.5
2.6
2.9
3.2
0
1
2
3
4
Headline CPI Core CPI Headline PCE Core PCE
Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24
• อัตราเงินเฟ้อทยอยปรับชะลอลง ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) รวมถึงดัชนีราคาสินค้าทั่วไป
(Headline) และดัชนีราคาสินค้าพื้นฐาน (Core)
• เศรษฐกิจและตลาดแรงงานปรับแย่ลง แต่ไม่ได้แย่มากเช่นที่ Sahm Rule สะท้อนให้เห็น เนื่องจากอัตราการว่างงานสูงขึ้นสาเหตุหลักมาจากอุปทาน
Immigrant เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มาจากการจ้างงานที่ลดลง และตลาดแรงงานได้รับผลกระทบชั่วคราวจากพายุเฮอริเคน Beryl
• มุมมอง SCB EIC : Fed มีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นเป็น 3 ครั้ง 75 BPS ในปีนี้ (ปรับลดทุกรอบการประชุมที่เหลือของปี) และ 5 ครั้ง รวม 125
BPS ในปี 2025 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 3.38% (ลดลงจาก 5.38% ในปัจจุบัน)
• อย่างไรก็ดี แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนสูง หากตัวเลขตลาดแรงงานเดือน ส.ค. ออกมาแย่ต่อเนื่อง อาจทาให้ Fed ลดดอกเบี้ยแรงขึ้น แต่หาก
อัตราเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ลดลงช้า หรือหากรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะออกมาตรการกีดกันการค้ารุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้ง กดดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ในปี 2025 อาจทาให้ Fed ลดดอกเบี้ยช้าลง
FOMC การสื่อสารล่าสุด
FOMC
Minute
(22 ส.ค.)
ภาวะเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ชะลอลง
สะท้อนความเหมาะสมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ในเดือน ก.ย. (FOMC Meeting 30-31July)
Daly
(18 ส.ค.)
ขณะนี้เป็นเวลาเหมาะสมที่จะพิจารณาปรับลด
อัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
Musalem
(15 ส.ค.)
(1) ข้อมูลล่าสุดเพิ่มความมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อ
กาลังกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% (2) อาจใกล้ถึงเวลา
เหมาะสมในการปรับแนวนโยบายการเงิน
Bostic
(14 ส.ค.)
มีความเป็นไปได้ที่จะปรับนโยบายการเงินก่อนไตร
มาส 4
Schmid
(9 ส.ค.)
(1) ข้อมูลล่าสุดเพิ่มความมั่นใจว่าเงินเฟ้อกาลัง
กลับเข้าเป้า 2% (2) หากเงินเฟ้อยังคงปรับลดลงก็
อาจเหมาะสมที่จะปรับแนวนโยบายการเงิน
Powell
(31 ก.ค.)
หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาตามแนวโน้มเดิม
เป็นไปได้ที่จะปรับลดดอกเบี้ยในรอบประชุม ก.ย.
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC
6
51.2
45.6
53.3
40
50
60
70
08/2021 02/2022 08/2022 02/2023 08/2023 02/2024 08 Flash
Composite
Manufacturing
Services
เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 แต่ภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณชะลอลงในไตรมาส 3 ECB มีแนวโน้ม
ปรับลดดอกเบี้ยต่อในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. แม้เงินเฟ้อในระยะสั้นชะลอตัวลงช้าไปบ้าง
อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน เทียบ 2 ไตรมาสแรกของปี 2024
หน่วย : %QOQ_SA
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของยูโรโซน
หน่วย : ดัชนี, > 50 สะท้อนการขยายตัว
0.28 0.28
0.20
0.30 0.33
-0.08
-0.4
-0.2
0.0
0.2
0.4
0.6
0.8
1.0
1.2
Eurozone Netherlands EU France Italy Germany
2024Q1 2024Q2
อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซน
หน่วย : %YOY
3
2.6
1.6
2.9
0
3
6
9
12
08/2021 01/2022 06/2022 11/2022 04/2023 09/2023 02/2024 07/2024
Headline
Core
เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวจากภาคอุตสาหกรรม
และการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว และดอกเบี้ยสูง
เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์เติบโตสูงกว่าคาดใน Q2
ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจยูโรโซนปรับดีขึ้น 0.3%
(คาดการณ์เดิม 0.25%) เร่งตัวต่อเนื่องจาก Q1
กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตยังส่งสัญญาณชะลอตัวลง
ในเดือน ส.ค. ขณะที่ภาคบริการเร่งตัวขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลชั่วคราว
จากปารีสโอลิมปิกในฝรั่งเศส
เงินเฟ้อชะลอตัวลงช้าในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มชะลอตัว
ต่อเนื่องได้ในปี 2025 จากเงินเฟ้อภาคบริการที่จะทยอย
ปรับต่าลงเป็นสาคัญ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ Eurostat, CEIC, S&P Global และ Bloomberg
7
เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวดีกว่าคาดในไตรมาส 2 และขยายตัวได้ในทุกองค์ประกอบหลัก ส่งผลให้แรงส่งเศรษฐกิจ
ในระยะข้างหน้าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชน
อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เทียบกับไตรมาสก่อน
หน่วย : %QOQ_SAAR
ค่าจ้างและอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น
หน่วย : %YOY
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ BOJ, Ministry of Health, Labour and Welfare, Economic and Social Research Institute, CEIC และ Bloomberg
-5
0
5
01/22
03/22
05/22
07/22
09/22
11/22
01/23
03/23
05/23
07/23
09/23
11/23
01/24
03/24
05/24
Nominal Wage
Real Wage
CPI
ทุกองค์ประกอบหลักของ GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 ขยายตัวดีกว่าไตรมาส 1
หน่วย : %QOQ_SAAR
BOJ สื่อสาร Dovish มากขึ้น เทียบกับไตรมาสก่อน
-0.8 -1.8
-10.1
0.2
-17.2
-9.6
3.4 3.6
6.7
3.7
5.9 7.1
-20
-10
0
10
Private
Consumption
CAPEX Housing
Investment
Publc
Consumption
Export Import
Q1 2024 Q2 2024
สมาชิก การสื่อสาร
Uchida
(7 ส.ค.)
BOJ จาเป็นต้องคงการผ่อนคลายทางการเงินไว้และจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ในภาวะตลาดการเงินยังผันผวน (BOJ’s deputy governor)
Sakurai
(9 ส.ค.)
BOJ จะไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกในช่วงที่เหลือของปีนี้
(BOJ’s former Board member)
มุมมอง SCB EIC : BOJ มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ที่ 0.25%
โดยจะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงไตรมาส 1 และช่วงสิ้นปีหน้า เนื่องจากผู้มีโอกาสเป็น
นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ 4 ใน 5 ท่าน มีแนวโน้มสนับสนุนให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ โดยเฉพาะหาก
เงินเยนกลับมาอ่อนค่ามากและความผันผวนในตลาดการเงินสิ้นสุดลง
4.7
3.7
-4
0.1
-2.9
5.2
2.4
-4
0.3
-2.3
3.1
-5
0
5
10
Q1 2023 Q2 2023 Q3 2023 Q4 2023 Q1 2024 Q2 2024
ข้อมูลเดิม ข้อมูลล่าสุด (ณ 15 ส.ค.)
การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มจะได้ปัจจัยสนับสนุนจากค่าจ้างที่แท้จริง
ที่ขยายตัวดี ตามการจ่ายโบนัสที่สูงกว่าปกติในช่วง มิ.ย. และมาตรการ
ลดหย่อนภาษีเงินได้ในระยะต่อไป รวมถึงทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอลง
Public
Consumption
8
เศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีแรงส่งสูงขึ้นบ้างจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิ การปรับลด
ดอกเบี้ยนโยบาย การลงทุนภาครัฐ และมาตรการสนับสนุนการบริโภค แต่มาตรการค่อนข้างเล็กจึงจะมีผลจากัด
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ
หน่วย : %YOY (ปรับผลของราคา)
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
หน่วย : %
หมายเหตุ : *อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Policy rate) ของจีนคือ 7-day reverse repurchase rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางจีนพยายามผลักดันเป็นอัตราดอกเบี้ยหลักในการชี้นาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาด
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ CEIC, National Bureau of Statistics, People’s Bank of China, Ministry of Finance of the PRC และ The State Council of the PRC
มูลค่าการออกพันธบัตรรัฐบาลใหม่และการโอนงบประมาณจากรัฐบาลกลางสู่รัฐบาลท้องถิ่น
หน่วย : พันล้านหยวน
4.5 5
6.7
3.5
5.6
4.8
5.3 4.7
5.1 4.8
0
5
10
Industry Service
Mar-24 Apr-24 May-24
Jun-24 Jul-24
รัฐบาลจีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น หลังการ
ประชุม Third Plenum และ Politburo ในเดือน ก.ค.
ตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในไตรมาส 2 และโตต่ากว่าเป้า
0
500
1000
1500
Mar-19
Jul-19
Nov-19
Mar-20
Jul-20
Nov-20
Mar-21
Jul-21
Nov-21
Mar-22
Jul-22
Nov-22
Mar-23
Jul-23
Nov-23
Mar-24
New government bond issuance
Central government transfer to local government
1.7
3.35
3.85
2.3
0
2
4
6
Jan-19
May-19
Sep-19
Jan-20
May-20
Sep-20
Jan-21
May-21
Sep-21
Jan-22
May-22
Sep-22
Jan-23
May-23
Sep-23
Jan-24
May-24
Policy rate* 1-Year loan prime rate 5-Year loan prime rate MLF
ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ก.ค. สวนทางคาดการณ์ สะท้อนถึงการให้ความสาคัญ
ในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น SCB EIC คาดธนาคารกลางจีนจะปรับลด Policy rate อีก 10 BPS ในไตรมาส 4
• รัฐบาลกลางจีนจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 1.5 แสนล้านหยวนจากการออกพันธบัตรระยะยาว
เพื่อสนับสนุนโครงการ Consumer goods trade-in ผ่านการเพิ่มเงินอุดหนุนสาหรับซื้อรถยนต์และ
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านใหม่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่จัดสรรเพิ่มครั้งนี้คิดเป็นเพียง 0.3%
ของยอดค้าปลีกปี 2023 จึงอาจกระตุ้นการบริโภคได้ไม่มาก
• มาตรการสนับสนุนการบริโภคบริการเชิงคุณภาพ (Promoting high-quality development of
service consumption) : รัฐบาลจีนประกาศ 20 แนวทางการกระตุ้นการบริโภคด้านบริการ อาทิ
อาหาร โรงแรม การดูแลผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม E-sports และการขายผ่าน
ช่องทางดิจิทัล อย่างไรก็ดี รัฐบาลไม่ได้ประกาศเม็ดเงินชัดเจน ผลต่อเศรษฐกิจจึงยังมีจากัด
มาตรการกระตุ้นการบริโภคของจีนที่ประกาศในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.
การออกพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มเร่งตัวในช่วง
ที่เหลือของปีนี้ สนับสนุนการลงทุนภาครัฐ
9
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2024 ยังได้รับแรงส่งหลักจากการบริโภคภาคเอกชน ตามภาคการท่องเที่ยวและภาค
บริการที่ฟื้นตัวดีอย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนหดตัวสูงจากทั้งหมวดการก่อสร้าง และเครื่องจักรและอุปกรณ์
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
แหล่งที่มาของการขยายตัวของ Real GDP (Contribution to growth) ไตรมาส 2 ปี 2024
หน่วย : Percentage point
ด้านการผลิต
ด้านการใช้จ่าย
ส่งออกบริการสุทธิ
บริโภคเอกชน ลงทุนเอกชน
ลงทุนภาครัฐ
เปลี่ยนแปลงสินค้าคงเหลือ
และค่าคลาดเคลื่อนสถิติ
บริโภคภาครัฐ
ส่งออกสินค้าสุทธิ Real GDP
ขายส่งขายปลีก โรงแรม
ร้านอาหาร
สาธารณูปโภค
ขนส่ง
อื่น ๆ เหมืองแร่ การเงิน Real GDP
การสื่อสาร
อุตสาหกรรม
ผลิต
เกษตร ก่อสร้าง
10
SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2024 ที่ 2.5% โดยปรับลดมุมมองการลงทุนภาคเอกชนลงมาก แต่ยังได้แรงส่ง
จากภาคท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชนตามมาตรการกระตุ้นภาครัฐ มุมมองเศรษฐกิจปี 2025 ลดเหลือ 2.6% (เดิม 2.9%)
จากการบริโภคเอกชนที่เติบโตชะลอลงท่ามกลางกาลังซื้อเปราะบางและหนี้สูง ทิศทางการลงทุนภาคเอกชนแผ่วลง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ประมาณการเศรษฐกิจไทย
(กรณีฐาน)
หน่วย
2024F* 2025F*
ณ ก.ค. 24 ณ ส.ค. 24 ณ ก.ค. 24 ณ ส.ค. 24
GDP %YOY 2.5 2.5 2.9 2.6
การบริโภคภาคเอกชน %YOY 3.2 3.7 2.9 2.4
การบริโภคภาครัฐ %YOY 1.4 1.4 3.7 3.7
การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.6 -0.4 4.8 3.8
การลงทุนภาครัฐ %YOY -0.5 -0.5 4.2 4.2
มูลค่าส่งออกสินค้า (USD BOP) %YOY 2.6 2.6 2.6 2.8
มูลค่านาเข้าสินค้า (USD BOP) %YOY 3.8 3.1 3.6 3.6
จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล้านคน 36.2 36.2 40.4 39.4
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป %YOY 0.8 0.6 1.0 1.0
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน %YOY 0.6 0.5 0.9 0.9
ราคาน้ามันดิบ Brent USD/Bbl. 85.3 83.1 80.1 79.2
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นปี) % 2.25 2.25 2.00 2.00
ดุลบัญชีเดินสะพัด % of GDP 1.2 1.8 1.5 2.0
ค่าเงินบาท (เฉลี่ย) THB/USD 36 35.2 34 33.4
เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ฟื้นช้าต่อเนื่อง
• การบริโภคภาคเอกชนยังเป็นแรงสนับสนุนในหมวดบริการและสินค้าไม่คงทน ตามการฟื้นตัว
ของภาคท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว
• การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 โดยเฉพาะการก่อสร้างที่อยู่
อาศัย และการลงทุนยานพาหนะ สอดคล้องกับอุปสงค์ตลาดที่อยู่อาศัยและรถยนต์ที่หดตัว
ท่ามกลางปัญหาหนี้ค้างชาระและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ปรับสูงขึ้น
เศรษฐกิจไทยในปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตไม่สูงนัก และมีความเสี่ยงด้านต่าเพิ่มขึ้น
• การบริโภคภาคเอกชนจะแผ่วลงมาก สะท้อนความเปราะบางของภาคครัวเรือนและปัญหา
หนี้สูง
• การลงทุนภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัว ตามวัฏจักรกรตลาดที่อยู่อาศัยและรถยนต์ที่เริ่มกลับมา
ตลอดจนแนวโน้มการลงทุนจริงตามมูลค่าการออกบัตรสิทธิประโยชน์จาก BOI ที่สูงขึ้นมาก
ในช่วง 1-2 ปีก่อน
• การส่งออกและภาคการผลิตมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า จากอุปสงค์และต่างประเทศที่ยังอ่อนแอ
ทั้งยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและสินค้าจีนตีตลาด
• ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงสาคัญเพิ่มเติม
11
นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผลจากการทาตลาดของ
ภาครัฐ และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินใน Winter schedule
ในปี 2024 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้วราว 21.9 ล้านคนสร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2024)
หน่วย : ล้านคน, % เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2019
หมายเหตุ : ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนสิงหาคมและกันยายนประเมินจากตัวเลขเบื้องต้นของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
2.53
ม.ค.
0.67
2.68
ก.พ.
0.57
2.41
มี.ค.
0.60
2.16
เม.ย.
0.56
2.07
พ.ค.
0.53
2.21
มิ.ย.
0.51
2.42
ก.ค.
0.76
2.60
ส.ค.e
0.64
2.18
ก.ย.e
3.04
3.35
2.98
2.76 2.63 2.74
3.10
3.36
2.82
0.69
นักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวชาติอื่น
97%
86%
66%
93%
86%
70%
107%
96%
63%
48%
90%
70%
102%
93%
96%
74%
106%
97%
82%
75%
107%
98%
63%
106%
93%
58%
100%
การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาติอื่น การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวโดยรวม
จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
รับ High season ของการท่องเที่ยวไทย จาก
การเพิ่มความถี่เที่ยวบินที่จะให้บริการใน Winter
schedule 2024 เช่น เส้นทางอินเดียหลังการเพิ่ม
สิทธิการบินใหม่ระหว่างไทย-อินเดีย, เส้นทางจีน
เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีนที่กาลัง
เติบโต รวมถึงเส้นทางฝั่งยุโรป เช่น เยอรมนี UK
อิตาลี สเปน และสาธารณรัฐเช็ก
การทาตลาดการท่องเที่ยวไทยของภาครัฐ
ผ่านโค้ดส่วนลดบนแพลตฟอร์ม OTAs เช่น
Meituan, MakeMyTrip, Trip ในช่วงสิงหาคม-
กันยายน ซึ่งจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจีนและ
อินเดียเดินทางมาไทยมากขึ้น
12
แม้การท่องเที่ยวในประเทศจะชะลอตัวเล็กน้อยในช่วงกรีนซีซัน แต่หลายจังหวัดเติบโตได้ดีหลังออกมาตรการ
ลดหย่อนภาษี อีกทั้ง ภาครัฐยังได้ออกมาตรการเพิ่มเติมต่อยอดกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุ : ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนไทยเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมประเมินจากตัวเลขเบื้องต้นของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยในปี 2024
หน่วย : ล้านคน, %YOY
จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยรายจังหวัดหลังออกมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว
41%
12%
ม.ค.
47%
42%
10%
ก.พ.
48%
42%
10%
มี.ค.
49%
41%
10%
เม.ย.
49%
48%
11%
พ.ค.
48%
41%
12%
มิ.ย. ก.ค. e
23.4 22.2 22.4
24.5
22.5
21.1 21.0
ส.ค. e
21.4
40%
กรุงเทพฯ เมืองน่าเที่ยว เมืองหลัก
7%
10% 10%
15% 14%
10%
7% 6%
อัตราการเติบโต (%YoY) การเติบโตของผู้เยี่ยมเยือนไทย
ในเดือนมิถุนายน 2024 (%YOY)
เพิ่มขึ้นมากกว่า 10%
ลดลง
เมืองหลัก
เพิ่มขึ้นน้อยกว่า 10%
ภาครัฐออกมาตรการเพิ่มเติมต่อยอดจากมาตรการภาษี ผ่านโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน (Quick win)
ภายใต้งบประมาณรายจ่ายปี 2024 หลัง ครม. มีมติรับทราบและอนุมัติงบประมาณ 2 โครงการ วงเงินรวมกว่า 433 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เช่น การจัดกิจกรรมทั้งดนตรี กีฬา ศิลปะ และการร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยวอย่าง สายการบิน รถเช่า
รถไฟ ในการให้ส่วนลดและโปรโมชันพิเศษ
13
มองไปข้างหน้า ภาคการผลิตไทยยังฟื้นตัวได้ช้า สัญญาณความเชื่อมั่นการบริโภคในประเทศ และการลงทุน
ในระยะสั้นแผ่วลงต่อเนื่อง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ศุลกากรจีนและเกาหลีใต้, สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, S&P Global และ CEIC
Leading indicator Unit 2022 2023 Jul-23 Aug-23 Sep-23 Oct-23 Nov-23 Dec-23 Jan-24 Feb-24 Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24
Leading economic index (LEI) 2000=100, SA 158.4 159.5 159.5 158.6 159.7 158.9 158.9 159.2 160.2 159.4 159.9 159.1 159.2 159.6
Consumption CCI : Future 100 = Stable 51.1 64.2 62.8 64.2 66.3 68.0 68.7 69.9 70.9 71.9 71.2 70.2 68.4 66.7 65.4
Export
Global PMI : Manu export orders 50 = Stable 47.8 47.6 46.4 47.0 47.6 47.5 48.1 48.1 48.8 49.3 49.5 50.4 50.4 49.3 49.4
Korea exports : First 25 days 2021=100, SA 106.8 92.9 91.8 96.4 109.4 100.6 104.6 107.9 95.7 87.8 95.7 103.9 94.7 99.1 102.8
Korea exports 2021=100, SA 106.2 92.4 92.7 99.2 100.1 103.3 102.8 102.6 100.7 99.3 95.3 101.6 98.1 98.2 97.7
China exports 2021=100, SA 105.7 95.4 96.7 97.9 99.6 98.0 99.8 100.0 102.3 104.6 102.9 101.8 100.0 100.2 96.5
China imports from Thailand 2021=100, SA 92.1 90.3 81.4 78.3 79.1 86.7 77.3 83.7 74.4 73.5 73.3 77.1 92.5 76.1 80.9
Investment
- Near term
BSI : Expectation 50 = Stable 53.4 54.6 53.3 54.1 54.7 53.3 52.6 53.9 53.9 53.5 51.9 52.4 52.9 51.9 50.1
Construction area permitted 2000=0.1, SA 6.3 6.2 6.6 6.3 6.4 6.6 6.3 6.4 6.6 6.6 6.7 6.7 6.5 6.3
Net business open Value THB billions 302.8 402.4 9.1 17.9 6.9 18.3 7.9 -36.7 22.2 17.2 16.6 22.2 -32.9 23.1 14.9
Investment
- Longer term
BOI : Cert. issued Value %YoY 15.4% 5.5% -13.6% 18.2% 107.2% 64.1%
BOI : Approved Value %YoY 19.6% 22.5% 24.0% 98.4% 5.9% 64.7%
BOI : Application Value %YoY 25.3% 41.1% -15.5% 89.7% 30.9% 39.2%
Manufacturing TISI : Expectation 100 = Stable 98.2 100.6 100.2 99.5 97.3 94.5 97.3 96.2 98.4 100.0 100.8 98.3 95.7 93.4
14
การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณแผ่วลง โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทนหดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นช้า และค่าครองชีพสูง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ CEIC
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
หน่วย : ดัชนี (100 = สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง)
• ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) ในเดือน มิ.ย. ทรงตัว (แบบปรับฤดูกาล) โดยการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทนสูงขึ้น
จากยอดจาหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และปริมาณการจาหน่ายน้ามันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้
จ่ายหมวดสินค้าคงทนและกึ่งคงทนลดลง สะท้อนจากยอดจาหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และยอดจดทะเบียน
รถจักรยานยนต์ที่ลดลงจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ สาหรับการใช้จ่ายหมวดบริการปรับลดลงเล็กน้อย
ตามจานวนและรายรับจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่ลดลง
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ในเดือน ก.ค. ลดลง 5 เดือนต่อเนื่อง จากแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นช้า ค่าครองชีพสูง
ไม่สอดคล้องกับรายได้ ความกังวลเสถียรภาพการเมือง และการส่งออกที่กลับมาชะลอตัว อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยสนับสนุน
จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว (เช่น มาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง มาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติ)
ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับดีขึ้นเกือบทุกรายการสาคัญมีส่วนช่วยเพิ่มกาลังซื้อ และราคาน้ามันในประเทศปรับลดลงเล็กน้อย
• ปัจจัยเสี่ยงของการบริโภคภาคเอกชน : รายได้ฟื้นช้าและหนี้สูง และความกังวลปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่อง
0
20
40
60
80
100
120
60
70
80
90
100
110
120
10/2019
01/2020
04/2020
07/2020
10/2020
01/2021
04/2021
07/2021
10/2021
01/2022
04/2022
07/2022
10/2022
01/2023
04/2023
07/2023
10/2023
01/2024
04/2024
PCI Non-Durables
Semi-Durables Durables
Services Non-Residents Exp (RHS)
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Index)
หน่วย : ดัชนี (2019Q4 = 100), ปรับฤดูกาล
20
40
60
80
100
01/2018 01/2019 01/2020 01/2021 01/2022 01/2023 01/2024
CCI
CCI: Present
CCI: Expectations
15
การส่งออกไทยปี 2024 ขยายตัวต่าและมีแนวโน้มทรงตัวในปี 2025 ต้องติดตามหลายปัจจัยเสี่ยงในระยะข้างหน้า
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน เม.ย. – มิ.ย. 2024 ขยายตัวเฉลี่ย 2%
หน่วย : %YOY
คาดการณ์ทิศทางมูลค่าการส่งออกไทยปี 2024 และ 2025 รายหมวดสินค้าสาคัญ
หน่วย : %YOY
รายการ 2024Q1 2024Q2 May-24 Jun-24 YTD
รวมทั้งหมด (100%) -0.3% 4.3% 6.9% -0.3% 2.0%
ไม่รวมทองคา (97.9%) 0.2% 4.2% 5.6% -1.7% 2.2%
เครื่องใช้ไฟฟ้า (10.1%) -4.9% -3.4% -4.6% -8.6% -4.2%
รถยนต์และส่วนประกอบ (11.3%) -8.0% 8.4% -4.8% 13.5% -0.3%
เกษตรกรรม (9.4%) 6.7% 8.3% 36.3% -2.2% 7.6%
เคมีภัณฑ์และพลาสติก (7.4%) -5.0% -1.3% -0.8% -4.9% -3.2%
อุตสาหกรรมการเกษตร (7.9%) -6.0% 2.4% 0.8% -4.8% -1.8%
คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (6.3%) 8.7% 38.7% 44.5% 22.0% 23.2%
ผลิตภัณฑ์ยาง (4.6%) -2.8% -5.3% -8.7% -7.9% -4.0%
แผงวงจรไฟฟ้า (3.4%) -11.3% -14.5% -11.9% -21.4% -13.0%
เครื่องจักรกล (3.1%) 1.9% 23.0% 12.4% 7.2% 12.4%
น้ามันสาเร็จรูป (3.6%) -3.5% -6.4% -0.5% 2.8% -5.0%
สิ่งทอ (2.1%) 1.1% -1.2% -3.3% -4.1% 0.0%
สินค้าอุตสาหกรรม (78.6%) -0.3% 4.3% 4.2% 0.3% 2.0%
สินค้าแร่และเชื้อเพลิง (4.1%) -2.3% -1.9% 2.6% 1.3% -2.1%
หมวดสินค้าสาคัญ 2024F 2025F
สินค้าเกษตร
อาหารและเครื่องดื่ม
อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
รถยนต์และส่วนประกอบ
วัสดุก่อสร้าง
พลังงาน
มุมมอง SCB EIC : การส่งออกไทยจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ตามการฟื้นตัวของเศรฐกิจและการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามหลายปัจจัยที่จะกระทบการส่งออกไทย
• การมีส่วนร่วมของไทยในห่วงโซ่การผลิตโลกในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง
เทียบกับในอดีต ซึ่งอาจทาให้ไทยไม่ได้รับผลประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้านี้
• ประเทศไทยมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะลานีญา ซึ่งจะทาให้ฝนตกหนัก/เกิดอุทกภัย ส่งผลกระทบใน
เชิงพื้นที่และผลผลิตเกษตร
• ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก อาทิ ความไม่แน่นอนของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การปรับ
ทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลักที่อาจกระทบต่อค่าเงิน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
และความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการค้าหลายประเทศ
16
ภาคการผลิตโดยรวมในช่วงครึ่งแรกของปียังอยู่ในระดับต่ากว่าปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจาก
ระดับสินค้าคงคลังที่ยังสูง และอุปสงค์ตลาดในประเทศซบเซา
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ สศอ. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) และสินค้าคงคลัง
เทียบการส่งสินค้า (I-S Index)
หน่วย : MPI Index, sa และ I-S Index, 3MMA
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทย
หน่วย : Diffusion index (100 = unchanged)
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย รายหมวดสินค้า
หน่วย : %YOY
กิจกรรมภาคอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งแรกของปียังคง
หดตัวจากปีก่อน ขณะที่สินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับสูง
ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเน้นขายในประเทศ
ลดลงต่อเนื่อง สวนทางผู้ประกอบการที่เน้นส่งออก
%YOY 2022 2023 Q2/24 YTD
(H1/24)
MPI 1.3% -3.8% -0.3% -2.0%
Beverages 4.1% 0.3% 7.6% 7.2%
Machinery & Equip 4.3% -9.4% 10.2% 5.3%
Chemicals & Chemical Products -7.2% -0.7% 4.9% 4.2%
Electrical Equipment -3.7% -14.5% 9.0% 3.9%
Food Products 3.3% -2.4% 7.2% 3.1%
Coke & Refined Petroleum 11.2% 8.6% 1.9% 2.0%
Rubber & Plastic 0.9% -2.4% -0.3% -0.4%
Basic Metal -8.4% -6.7% 4.0% -1.0%
Fabricated Metal -3.7% -13.8% -4.3% -2.3%
Wearing Apparel -0.1% -30.4% -3.6% -6.9%
Pharmaceutical Products 15.6% -8.2% -4.3% -9.0%
Motor Vehicles 11.9% 0.8% -13.4% -15.0%
Computer & Electronic -13.1% -18.9% -13.1% -15.1%
80
85
90
95
100
105
110
115
120
01/2021
05/2021
09/2021
01/2022
05/2022
09/2022
01/2023
05/2023
09/2023
01/2024
05/2024
MPI_sa ISI_3mm
ระดับเฉลี่ยปี 2021
60
70
80
90
100
110
01/2019
08/2019
03/2020
10/2020
05/2021
12/2021
07/2022
02/2023
09/2023
04/2024
ส่งออกน้อยกว่า 50% ส่งออกมากกว่า 50%
17
การลงทุนภาคเอกชนหดตัวแรงในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มขยายตัวต่าจากความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ปรับแย่ลง
การลงทุนภาคเอกชนหดตัวรุนแรงในไตรมาส 2
ทั้งหมวดลงทุนก่อสร้าง และเครื่องจักรและอุปกรณ์
การลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ครัวเรือน
ทั้งการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและยานพาหนะหดตัวแรง
ความเชื่อมั่นธุรกิจด้านการลงทุนปรับลดลงชัดเจน
ทั้งความเชื่อมั่นปัจจุบันและ 3 เดือนข้างหน้า
การลงทุนภาคเอกชนที่แท้จริง (ปรับฤดูกาล)
หน่วย : ล้านบาท
องค์ประกอบของการลงทุนก่อสร้างภาคเอกชน
หน่วย : %YOY
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ด้านการลงทุน
หน่วย : Diffusion index
80,000
85,000
90,000
95,000
100,000
300,000
350,000
400,000
450,000
500,000
550,000
2019Q1
2019Q4
2020Q3
2021Q2
2022Q1
2022Q4
2023Q3
2024Q2
Private Investments Equipment
Construction (RHS)
หมายเหตุ : องค์ประกอบของการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์รวมทั้งการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
Q2/24
-6.8%YOY
-10%
0%
10%
20%
2022Q1
2022Q2
2022Q3
2022Q4
2023Q1
2023Q2
2023Q3
2023Q4
2024Q1
2024Q2
Dwellings Non Dwelling Construction
องค์ประกอบของการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ภาคเอกชน
หน่วย : %YOY
-30%
-20%
-10%
0%
10%
20%
30%
2022Q1
2022Q2
2022Q3
2022Q4
2023Q1
2023Q2
2023Q3
2023Q4
2024Q1
2024Q2
Transport Equipment
Other Machinery and Equipment 45
50
55
60
65
Jan-21
May-21
Sep-21
Jan-22
May-22
Sep-22
Jan-23
May-23
Sep-23
Jan-24
May-24
Current The next 3 months
18
รัฐบาลจะเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปีนี้ได้ช้า และไม่สามารถชดเชยการหดตัวรุนแรงในช่วงต้นปีได้ ขณะที่แรงส่งภาครัฐ
ปี 2025 ไม่แน่นอนสูง จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การจัดทา พ.ร.บ. งบประมาณปี 2025 และ Digital wallet
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี,
ทาเนียบรัฐบาล และสานักข่าวต่าง ๆ
อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐบาล (สะสม)
หน่วย : % สะสมของแต่ละปีงบประมาณ
ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการจัดทา พ.ร.บ. งบประมาณ 2025
ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน
อดีตนายกฯ เศรษฐา (14 ส.ค.)
นายกฯ แพทองธารได้รับความเห็นชอบ
จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (16 ส.ค.)
จัดตั้ง ครม. และ เลขา ครม.
ตรวจรายชื่อ และนาขึ้นทูลเกล้าฯ
ครม. ใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์
จัดทาร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2025 ต่อ
(พิจารณาให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาล)
แถลงนโยบายรัฐบาลภายใน 15 วัน
หลังถวายสัตย์ และเริ่มปฏิบัติหน้าที่
ทางเลือกโครงการ Digital wallet และการปรับร่าง พรบ. งบฯ ปี 2025
ดาเนินโครงการนี้ต่อ คงวงเงิน 450,000MB แหล่งเงิน พ.ร.บ. งบฯ ปี
2024 (รวมงบเพิ่มเติม) และ 2025 (รวมการบริหารจัดการงบอื่น)
ดาเนินโครงการนี้ต่อ ลดวงเงินเดิม ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
จึงไม่ต้องบริหารจัดการงบอื่นใน พ.ร.บ.งบฯ ปี 2024-2025 มารองรับ
ยกเลิกโครงการนี้ ลดวงเงินเดิม กระตุ้นเศรษฐกิจโครงการใหม่อื่น
จึงไม่ต้องบริหารจัดการงบอื่นใน พ.ร.บ.งบฯ ปี 2024-2025 มารองรับ
ยกเลิกโครงการนี้ ไม่ดาเนินโครงการอื่นทดแทน สามารถลดวงเงิน
รายจ่าย และวงเงินกู้ขาดดุลงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องได้
Upside ++
Upside +
Upside +
No Upside
7.9
14.6
18.6
22.7
27.9
35.1
40.2
46.4
53.7
60.0
66.2
77.7
4.4 6.1 7.7 9.7 11.7
13.9 14.6
27.2
36.7
42.4
46.1
0
10
20
30
40
50
60
70
80
90
Oct
Nov
Dec
Jan
Feb
Mar
Apr
May
Jun
Jul
Aug
Sep
FY2021
FY2022
FY2023
FY2024
(ณ 16 ส.ค. หากรวมโครงการ
ลงนามผูกพันสัญญาและ
สารองงบฯ แล้ว จะอยู่ที่ 68.3%)
การเบิกจ่ายงบลงทุนหลัง พ.ร.บ. งบประมาณ 2024
ประกาศใช้เริ่มชะลอลงตามคาด การเร่งเบิกจ่ายในปีนี้
จะไม่สามารถชดเชยการหดตัวแรงในช่วง 4 เดือนแรกของปีได้
19
ราคาพลังงานโลกยังทรงตัวในกรอบการเคลื่อนไหวของราคาในรอบปี แม้จะมีปัจจัยกดดันจากความไม่สงบ
ทางการเมืองและความกังวลเศรษฐกิจถดถอย
ราคาน้ามันดิบ Brent
หน่วย : USD/Barrel
ราคาปิโตรเลียมเหลว (LPG) Aramco
หน่วย : USD/Ton
ราคาก๊าซธรรมชาติ Henry hub
หน่วย : USD/MMBtu
0
100
200
300
400
500
600
700
800
900
1000
2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024
0
20
40
60
80
100
120
140
2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024
0
2
4
6
8
10
2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024
5-yr avg 2021 2022 2023 2024F
57.1 70.5 100.9 82 83
5-yr avg 2021 2022 2023 2024F
429.7 645.5 713.5 565 586
5-yr avg 2021 2022 2023 2024F
2.8 3.7 6.6 2.7 2.88
• Supply : ก่อนนี้ OPEC+ ปรับลดการผลิตรวม 5.86 ล้านบาร์เรล/วัน (5.7% ของความต้องการ
น้ามันทั่วโลก) มาจากการลดการผลิตสมาชิก OPEC+ 3.66 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งมีกาหนดถึงสิ้นปี
2024 และการลดการผลิตโดยสมัครใจของสมาชิก OPEC+ 8 ราย 2.2 ล้านบาร์เรล/วัน
ล่าสุด (2 มิ.ย.) สมาชิก OPEC+ เห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลาการลดการผลิต 3.66 ล้านบาร์เรล/วัน
จนถึงสิ้นปี 2025 สาหรับการลดการผลิตโดยสมัครใจ 2.2 ล้านบาร์เรล/วัน ที่ประชุมมีมติให้ลด
การผลิตถึงสิ้นเดือน ก.ย. นี้
• Demand : ในไตรมาส 2 การเติบโตของอุปสงค์ชะลอลงเหลือ 710,000 บาร์เรลต่อวัน (kb/d)
ซึ่งเป็นระดับการเติบโตต่าที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2023 จากการบริโภคของจีนที่ลดลง ทั้งนี้
คาดว่าการบริโภคน้ามันทั่วโลกในปี 2024 จะเติบโตน้อยกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สาเหตุจาก
หลายปัจจัย เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยน
ยานพาหนะเป็นไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
• Risk : การสังหารผู้นากลุ่มฮามาสอาจทาให้เกิดการแก้แค้นและความไม่สงบที่อาจขยายวงกว้าง
ไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางอื่น ๆ
• Climate change สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออานวย : คลื่นความร้อนในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซ
ธรรมชาติปรับเพิ่มสูงขึ้น
• ประกอบกับผู้นาเข้าในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มเติมสต็อกก๊าซ
ก่อนฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ส่งผลให้อุปทานตึงตัว เนื่องจากการ
หยุดชะงักของโรงงานในมาเลเซียและออสเตรเลีย
• Risks : ความขัดแย้งรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากยูเครน
เริ่มขอคืนพื้นที่จากรัสเซีย การตอบโต้รุนแรงอาจทาให้เกิดความล้มเหลว
ในการเจรจาสันติภาพ และเพิ่มระยะเวลาการคว่าบาตรรัสเซียต่อไป
• ความต้องการใช้ LPG มีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจาก Manufacturing PMI
ของจีนเดือนเมษายน ปรับเพิ่มเป็น 51.4 (จาก 50.8 ในเดือนมีนาคม)
เป็นการปรับระดับเหนือ 50 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
• การเพิ่มขึ้นของราคา LPG ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นผลมาจาก
การปรับราคาสัญญา LPG ระหว่างประเทศซัพพลายเออร์ LPG
รายใหญ่ เช่น Petron และ Solane ที่ประกาศขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ LPG
ของตน โดยมีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. และ 2 มี.ค. ตามลาดับ
หมายเหตุ : 5-year period = 2015-2019; ข้อมูลและการวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ เดือนเมษายน 2024
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, TradingView, Goldman Sachs, US EIA, JP Morgan และสานักข่าวต่าง ๆ
20
รัฐบาลขยายมาตรการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 33 บาทต่อลิตรเป็นรอบที่ 2 ถึงสิ้นตุลาคม และขยายเวลาตรึง LPG
ถึงสิ้นกันยายนนี้ ท่ามกลางการพิจารณาแก้ไขการกาหนดเพดานส่งเงินเข้ากองทุนฯ
หมายเหตุ : ข้อมูลและการวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ เดือนเมษายน 2024; กองทุนน้ามันอุดหนุนราคาน้ามันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ EPPO, DOEB, OFFO, CEIC และสานักข่าวต่าง ๆ
ราคาขายปลีกและต้นทุนน้ามัน น้ามันดีเซล และก๊าซหุงต้มฯ 15 กก. รายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซล และสถานะกองทุนน้ามันฯ
ราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. (บาท/15กก.)
ราคาน้ามันดีเซล (บาท/ลิตร) รายได้ต่อเดือนจากการเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซล (ล้านบาท/เดือน)
สถานะกองทุนน้ามันฯ ณ สิ้นเดือน กระแสเงินเข้า-ออก และเงินกู้ยืม (ล้านบาท)
• ฐานะกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ณ 14 กรกฎาคม
2024 ติดลบ 111,855 ล้านบาท แบ่งเป็นน้ามัน
ติดลบ 64,252 ล้านบาท และก๊าซธรรมชาติ
(LPG) ติดลบ 47,603 ล้านบาท
• คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ (23 กรกฎาคม) ให้คง
ราคาดีเซลเป็นครั้งที่สองของปี ไม่ให้เกิน 33 บาท
ต่อลิตรจนถึง 31 ตุลาคม โดยใช้เงินจากกองทุน
น้ามันเชื้อเพลิงไปก่อน
• สานักงานกองทุนนามันกาลังพิจารณาแก้ไขกรอบ
วงเงินสะสมที่กาหนดไว้ไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท
และกู้ได้ครั้งละไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท โดยภาค
ประชาชนต้องการให้แยกบัญชีน้ามันแต่ละประเภท
และกาหนดเพดานส่งเงินเข้ากองทุนฯ ให้ชัดเจน
ป้องกันผู้ใช้น้ามันกลุ่มเบนซินอุ้มผู้ใช้น้ามันกลุ่ม
ดีเซล เนื่องจากปัจจุบันเรียกเก็บเงินกลุ่มเบนซิน
เข้ากองทุนฯ สูงถึง 10.78 บาทต่อลิตร
• นอกจากนี้ กองทุนน้ามันต้องชาระคืนเงินต้นรอบแรก
30,000 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายนเป็นแรง
กดดันเพิ่มเติมให้กองทุนน้ามันจาเป็นต้องเร่ง
บริหารสภาพคล่อง
• ราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) : รัฐบาลขยายระยะเวลา
การตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม 423 บาท ต่อถัง
15 กิโลกรัมไปจนถึง 30 กันยายน
ราคาขายจริง
หักการช่วยเหลือ
ของกองทุนน้ามัน
ราคาหน้าโรงกลั่น
0
10
20
30
40
50
2019 2020 2021 2022 2023 2024
ก.ย.-2023 รัฐบาลมีมติตรึงราคาน้ามันดีเซลอยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
0
100
200
300
400
500
600
700
2019 2020 2021 2022 2023 2024
ราคาขายจริง
หักการช่วยเหลือ
ของกองทุนน้ามัน
ราคาหน้าโรงกลั่น
ตั้งแต่ มี.ค. 2023 รัฐบาลมีมติตรึงราคาก๊าซหุงต้มฯ ที่ 423 บาท/ถัง
15 กก. และได้ต่ออายุมาตรการไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2024
0
5,000
10,000
15,000
2020 2021 2022 2023 2024
ต.ค.-2023 รัฐบาลประกาศลดภาษีฯ ดีเซลเหลือ
3.67บาท/ลิตร(จากเดิม6บาท/ลิตร)เพื่อแบ่งเบา
ภาระกองทุนน้ามันในการตรึงราคาดีเซล
ม.ค.-2024 รัฐบาลถอนการลดภาษีฯ ดีเซลลง
โดยเก็บอยู่ที่ 5 บาท/ลิตรจนถึง เม.ย.-2024
-30,000
-20,000
-10,000
0
10,000
20,000
-200,000
-150,000
-100,000
-50,000
0
50,000
2020 2021 2022 2023 2024
Oil Fund Status Loans Inflow (Outflow) (RHS)
H2/23 กองทุนน้ามันฯ ติดลบเพิ่มขึ้นจากการเข้า
ไปตรึงราคาดีเซล 30 บาท/ลิตร ขณะที่ราคา
พลังงานโลกปรับสูงขึ้นและเงินบาทอ่อนค่าลง
H1/23 ราคาน้ามันโลกและต้นทุน
น้ามันในประเทศได้ลดระดับลงทาให้
กองทุนน้ามันฯ เริ่มเก็บเงินเข้าได้
21
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมเร่งตัวขึ้น แต่ยังขยายตัวต่ากว่ากรอบ SCB EIC ประเมินเงินเฟ้อปีนี้จะขยายตัว
ต่าลง สะท้อนมาตรการภาครัฐช่วยเหลือราคาพลังงานต่อเนื่อง ทั้งนี้เงินเฟ้อจะทยอยกลับเข้ากรอบได้ในไตรมาส 4
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ CEIC
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป รายหมวดสินค้า
หน่วย : %
คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2024 โดย SCB EIC
หน่วย : %
%YOY Feb-24 Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป -0.8% -0.5% 0.2% 1.5% 0.6% 0.8%
อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ -1.0% -0.6% 0.3% 1.1% 0.5% 1.3%
อาหารสด -2.7% -1.9% -0.2% 1.5% 0.2% 1.1%
เนื้อสัตว์ -14.6% -12.3% -11.3% -8.1% -7.2% -5.2%
อาหารบริโภค-ในบ้าน 0.9% 0.8% 0.7% 0.7% 0.7% 1.5%
อาหารบริโภค-นอกบ้าน 0.6% 0.5% 0.5% 0.5% 0.6% 1.6%
เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า -0.2% -0.1% -0.2% -0.4% -0.5% -0.5%
เคหสถาน -0.8% -0.9% -0.8% 2.1% -0.8% -0.8%
ไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้าประปาและแสงสว่าง -3.1% -3.4% -3.4% 8.4% -3.3% -3.3%
การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล 0.9% 0.3% 0.4% 0.5% 0.1% -0.4%
พาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร -1.2% -0.4% 0.9% 2.4% 2.4% 2.0%
การบันเทิงการอ่าน การศึกษา และการศาสนา 0.5% 0.5% 0.4% 0.6% 0.7% 0.6%
ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 1.2% 1.4% 1.4% 1.4% 1.5% 1.5%
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 0.43% 0.37% 0.37% 0.39% 0.36% 0.52%
-1.0%
-0.5%
0.0%
0.5%
1.0%
1.5%
2.0%
2024Q1 2024Q2 2024Q3F 2024Q4F
เงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่า สาเหตุหลักมาจาก
• ในระยะสั้น : แนวโน้มราคาอาหารสด เช่น เนื้อหมู ผักสด ขยายตัวต่า
• ในช่วงที่เหลือของปีนี้ : มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพภาครัฐ โดยเฉพาะด้านพลังงาน
เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ามัน และก๊าซหุงต้ม ที่มีแนวโน้มต่ออายุถึงสิ้นปี
• ราคาพลังงานโลกต่ากว่าปีก่อน
เงินเฟ้อทยอยกลับสู่กรอบ
1-3% ในไตรมาส 4
22
หมายเหตุ : มาตรฐานการให้สินเชื่อภาคครัวเรือน เป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้าหนักตามยอดคงค้างสินเชื่อครัวเรือนแต่ละประเภท ณ ไตรมาส 1 ปี 2024
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
ภาวะการเงินโดยเฉพาะในภาคครัวเรือนตึงตัวขึ้น SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4
องค์ประกอบของการขยายตัวของ GDP
หน่วย : %YOY
อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง
หน่วย : %
มาตรฐานการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
หน่วย : Z-score, 4QMA จากผลสารวจ Senior Loan Officer
มุมมอง SCB EIC MPC Oct 24 MPC Dec 24 MPC Q1 25 MPC Q2 25
คาดการณ์อัตราดอกเบี้ย
นโยบายไทย
2.5% 2.25% 2.0% 2.0%
สภาพแวดล้อม
เศรษฐกิจการเงิน
ความเปราะบางครัวเรือนและธุรกิจ
ส่งผลมายังอุปสงค์ในประเทศ ส่วน
หนึ่งจากภาวะการเงินตึงตัว
การเริ่มลดดอกเบี้ยจะไม่กระตุ้น
การก่อหนี้ ในช่วงเวลาที่มาตรฐานการให้
สินเชื่อเข้มงวดต่อเนื่อง
Downside risks เศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นอุป
สงค์ในประเทศมีแนวโน้มช่วยพยุง
เศรษฐกิจได้น้อยลง
ภาวะการเงินโลกผ่อนคลายลง
ตามทิศทางการดาเนินนโยบาย
การเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก
-3%
0%
3%
6%
9%
2022Q1
2022Q2
2022Q3
2022Q4
2023Q1
2023Q2
2023Q3
2023Q4
2024Q1
2024Q2
อุปสงค์ในประเทศ (ไม่รวมภาครัฐ)
อุปสงค์ต่างประเทศ
ภาครัฐ
แรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์
ในประเทศเริ่มแผ่วลง
-6
-4
-2
0
2
0
1
2
3
4
5
6
2007 2009 2011 2013 2015 2017 2019 2021 2023
อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ 1 ปีข้างหน้า
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง คิดจากเงินเฟ้อคาดการณ์ (RHS)
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
อยู่ระดับสูงกว่าในอดีต
-1.5
-0.5
0.5
1.5
Sep-14
May-15
Jan-16
Sep-16
May-17
Jan-18
Sep-18
May-19
Jan-20
Sep-20
May-21
Jan-22
Sep-22
May-23
Jan-24
สินเชื่อภาคธุรกิจรวม
สินเชื่อ SMEs
สินเชื่อภาคครัวเรือน
เข้มงวด
ผ่อนคลาย
มาตรฐานการให้สินเชื่อครัวเรือน
เข้มงวดขึ้นต่อเนื่อง
23
เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วหลังความกังวลเกี่ยวกับการเมืองเริ่มคลี่คลาย ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคาสูงขึ้น
ในระยะต่อไปมองว่า เงินบาทอาจอ่อนค่าได้ในช่วงสั้น ก่อนที่จะกลับสู่เทรนด์แข็งค่าตาม Easing cycle สหรัฐฯ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB FM จากข้อมูลของ Bloomberg
การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินแต่ละสกุล เทียบดอลลาร์สหรัฐ
หน่วย : % (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ส.ค. 2024) เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเร็วในช่วงที่ผ่านมาจาก
SCB FM มองเงินบาทอาจกลับไปอ่อนค่าในระยะสั้น ก่อนแข็งค่าต่อในปีหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยมีแนวโน้มชันขึ้น เนื่องจาก
คาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย และค่าเงินบาท
7.53%
-6.8%
-15%
-10%
-5%
0%
5%
10%
Malaysia
Dollar
index
Europe
India
China
Indonesia
Thailand
Philippines
Vietnam
Korea
Japan
Taiwan
Since 2024Q3 2024-H1 YTD
End-2024 End-2025
USDTHB 34.00 - 34.50 33.00 - 34.00
TH 2y yield 2.10% - 2.20% 1.95% - 2.05%
TH 10y yield 2.45% - 2.55% 2.35% - 2.45%
UST 2y yield 3.90% - 4.00% 3.25% - 3.35%
UST 10y yield 3.85% - 3.95% 3.50% - 3.40%
• ความกังวลเกี่ยวกับการเมืองเริ่มคลี่คลาย หลังแต่งตั้งนายกฯ ใหม่ได้เร็ว
• Dollar index ปรับอ่อนค่าลงตาม US Treasury yields ที่ลงจากเลขเศรษฐกิจดีขึ้น
• ราคาทองคาปรับขึ้นเร็ว สู่ระดับ All-time high
• ในระยะ 1-2 เดือนนี้ อาจมีโอกาสที่เงินบาทจะมี Correction อ่อนค่าขึ้นไปได้ เพราะ
1) ตลาดอาจ Price-out rate cuts ออกไปบ้าง เนื่องจาก SCB FM มองว่าโอกาสที่ Fed
จะลดดอกเบี้ย 50 BPS ใน 1 การประชุมมีน้อย จากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่วิกฤต
และ 2) เลือกตั้งสหรัฐฯ และความเสี่ยงเรื่อง Trade protectionism
• ในระยะกลาง-ยาว มองว่าบาทจะทยอยแข็งค่าต่อได้ตาม Easing cycle สหรัฐฯ
ที่จะทาให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อ และดุลบัญชีเดินสะพัดไทยมีแนวโน้มเกินดุลสูงขึ้น
• ST yields อาจลดลงเล็กน้อย จากการลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ภายในไตรมาสแรกปีหน้า
• LT yields อาจลดลงได้ เพราะมาตรการภาครัฐมีโอกาสออกมาได้น้อยลง หลังการเปลี่ยน
นายกฯ และ US Treasury yields ที่อาจลดลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
24
เศรษฐกิจไทยปีหน้าลุ้นเหนื่อยโตต่ำ การบริโภคและลงทุนเอกชนซบเซา การเมืองดึงนโยบายไม่แน่นอน
เศรษฐกิจไทยปีหน้าลุ้นเหนื่อยโตต่ำ การบริโภคและลงทุนเอกชนซบเซา การเมืองดึงนโยบายไม่แน่นอน

เศรษฐกิจไทยปีหน้าลุ้นเหนื่อยโตต่ำ การบริโภคและลงทุนเอกชนซบเซา การเมืองดึงนโยบายไม่แน่นอน

  • 1.
  • 2.
    2 Executive summary เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มทรงตัวในปีนี้และจะดีขึ้นเล็กน้อยในปี 2025ตามเศรษฐกิจยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีนที่ปรับดีขึ้นบ้าง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกระยะปานกลางจะเติบโตชะลอลงจากหลายปัจจัย ทั้งนี้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงด้านลบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายภาครัฐในประเทศสาคัญ นโยบายการเงินโลกจะลดความตึงตัวลง SCB EIC ประเมินว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยมากกว่าที่เคยมองไว้ (รวม 3 ครั้ง 75 BPS) เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจ สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง 50 BPS ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. หลังจากลดครั้งแรกในไตรมาส 2 ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีแนวโน้มปรับลด อัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 10 BPS ในไตรมาส 4 ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.25% ตลอดปีหลังปรับขึ้นมา 2 ครั้งในปีนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อดูแลไม่ให้ตลาดการเงินผันผวนมาก และจะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 1 และสิ้นปีหน้า SCB EIC คงมุมมอง กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้เหลือ 2.25% จากความจาเป็นในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ความเปราะบางเริ่มส่งผลมายังอุปสงค์ในประเทศ และต้นทุนของการปรับลดดอกเบี้ยลดลงจากภาคการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งทาให้การลดดอกเบี้ยจะไม่ได้เป็นการกระตุ้นการก่อหนี้ สาหรับปีหน้า ความเสี่ยงด้านต่าของ เศรษฐกิจปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากภาพรวมการลงทุนและการบริโภคที่จะแผ่วลงชัดเจนขึ้น ประกอบกับภาวะการเงินตึงตัวที่จะส่งผลกระทบชัดเจนขึ้นอีก จึงยังคงมุมมอง กนง. จะปรับลดดอกเบี้ย นโยบายอีก 1 ครั้งในช่วงต้นปีหน้าเหลือ 2% เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นเร็วจากความกังวลการเมืองที่ลดลงหลังแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ได้เร็ว ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคาสูงขึ้น ในระยะต่อไปเงินบาทอาจอ่อนค่าได้ในช่วงสั้น ก่อนจะกลับสู่เทรนด์แข็งค่าตาม Easing cycle ของนโยบายการเงินสหรัฐฯ โดยมองกรอบเงินบาทสิ้นปีที่ราว 34.00 - 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ออกมาขยายตัวใกล้เคียงที่ประเมินไว้ SCB EIC จึงคงภาพรวมประมาณการเศรษฐกิจปี 2024 ที่ 2.5% สาหรับในองค์ประกอบหลักได้ปรับมุมมองการลงทุน ภาคเอกชนลดลงมาก แต่ยังได้แรงส่งจากภาคท่องเที่ยว ตามจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผลจากการทาตลาดของภาครัฐ และการเพิ่ม ความถี่เที่ยวบินใน Winter schedule รวมถึงยังมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคเอกชนตามมาตรการกระตุ้นภาครัฐ อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้า ภาคการผลิตไทยยังฟื้นตัวได้ช้า ประกอบกับเริ่มเห็น สัญญาณความเชื่อมั่นการบริโภค (โดยเฉพาะสินค้าคงทน) และการลงทุนในระยะสั้นที่แผ่วลงต่อเนื่อง ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจึงยังมีทิศทางเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีความเสี่ยง ด้านต่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมือง SCB EIC จึงปรับลดมุมมองเศรษฐกิจปี 2025 เหลือ 2.6% (เดิม 2.9%) จากการบริโภคเอกชนที่จะเติบโตชะลอลงท่ามกลางกาลังซื้อ เปราะบางและหนี้สูง รวมถึงทิศทางการลงทุนภาคเอกชนที่แผ่วลง สาหรับเงินเฟ้อ SCB EIC ประเมินเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะขยายตัวต่าลงอยู่ที่ 0.6% สะท้อนมาตรการภาครัฐช่วยเหลือราคาพลังงานที่ยังมีต่อเนื่อง ทั้งนี้เงินเฟ้อจะทยอยกลับเข้ากรอบได้ในไตรมาส 4
  • 3.
    3 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2025 แต่จะกลับเข้าสู่แนวโน้มชะลอตัวในระยะปานกลาง ความเสี่ยงด้านลบในปี2025 ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะจากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ขณะที่ความเสี่ยงด้านบวกมีจากัด คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดย SCB EIC ความเสี่ยงเศรษฐกิจที่สาคัญ ในช่วงที่เหลือของปี 2024 และปี 2025 ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ IMF และ Bloomberg คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะปานกลาง โดย SCB EIC หน่วย : %YOY GDP Growth (%YOY) 2023 2024F 2025F As of Jun 24 As of Aug 24 As of Jun 24 As of Aug 24 Global 2.7% 2.7% 2.7% 2.7% 2.8% US 2.5% 2.5% 2.5% 1.9% 1.9% Eurozone 0.4% 0.7% 0.8% 1.2% 1.3% Japan 1.8% 0.1% 0.1% 1.0% 1.1% China 5.2% 5.0% 5.0% 4.4% 4.5% India 7.7% 7.1% 7.2% 6.8% 6.8% ASEAN-5 4.3% 4.7% 4.9% 5.0% 5.0% 3.0 2.7 2.7 2.8 2.7 2.7 2.6 2.6 2.0 2.5 3.0 3.5 2014-18 Avg. 2023 2024F 2025F 2026F 2027F 2028F 2029F เงินเฟ้อฝั่งอุปสงค์และ อัตราดอกเบี้ยปรับลดลงช้า เศรษฐกิจสหรัฐฯ เสี่ยงเกิด ภาวะถดถอยจากตลาดแรงงาน ที่แย่ลงเร็ว ความไม่แน่นอนทางการเมืองและ นโยบายภาครัฐในประเทศสาคัญ ปรับสูงขึ้น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และ สงครามอิสราเอล-ฮามาส ไม่สิ้นสุด (อิหร่านเข้ามา มีบทบาทมากขึ้น) • SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2024 ที่ 2.7% โดยเศรษฐกิจยูโรโซน อินเดีย และอาเซียน 5 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดการณ์เดิม ขณะที่คงมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน • เศรษฐกิจโลกในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดการณ์เดิมเล็กน้อย จากยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน ที่จะขยายตัวดีขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ยังคงมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อินเดีย และอาเซียน 5 • ความเสี่ยงด้านลบสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่อาจตั้งกาแพงภาษีสินค้านาเข้าทั่วโลกสูงขึ้น • เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงในระยะปานกลาง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของโลกและภูมิรัฐศาสตร์
  • 4.
    4 ปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเช่นกันในปี 2025 แต่ความเสี่ยงด้านลบมีอยู่มากโดยเฉพาะจาก ค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้นมากและการออกมาตรการกีดกันการค้า ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ IMF, WTO, World Bank และ Panama Canal Authority คาดการณ์การเติบโตของปริมาณการค้าโลก ปี 2024 หน่วย : %YOY คาดการณ์ปริมาณการค้าสินค้าโลก โดย WTO หน่วย : ดัชนี (2015 = 100), ปรับฤดูกาล ระดับน้าของคลองปานามาที่เคยแห้งแล้งมากกลับสู่ระดับปกติ หน่วย : ฟุต 3 3.3 2.3 3.1 2.6 2.5 -1 1 3 5 IMF WTO WB 2024 Previous 2024 New คาดการณ์การเติบโตปริมาณการค้าโลก ปี 2025 หน่วย : %YOY 3.3 3.3 3.1 3.4 3.3 3.4 -1 1 3 5 IMF WTO WB 2025 Previous 2025 New Goods and Services Goods and Services Goods 90 95 100 105 110 115 120 125 130 135 2015Q1 2015Q3 2016Q1 2016Q3 2017Q1 2017Q3 2018Q1 2018Q3 2019Q1 2019Q3 2020Q1 2020Q3 2021Q1 2021Q3 2022Q1 2022Q3 2023Q1 2023Q3 2024Q1 2024Q3F 2025Q1F 2025Q3F ความเสี่ยงด้านลบใน 2H24 และปี 2025 สูง โดยเฉพาะจากค่าระวางเรือสูง ทิศทางมาตรการ กีดกันการค้า การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ และสงคราม ในบางพื้นที่ รวมถึงเงินเฟ้อที่อาจชะลอตัวได้ช้า ขณะที่ความเสี่ยงด้านบวกมีจากัด 75 80 85 90 Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec Average (1990-2020) 2023 2024 กลับมาแตะระดับค่าเฉลี่ยในอดีต ระดับน้าในคลองปานามากลับเข้าสู่ปกติ ส่งผลให้การเดินเรือ เป็นปกติมากขึ้น แต่ปัญหาเส้นทางขนส่งบริเวณคลองสุเอซ ยังคงมีอยู่จากสงครามที่ยืดเยื้อ
  • 5.
    5 เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดแรงงาน และอัตราเงินเฟ้อปรับชะลอลงโดย Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 4 นี้ และไตรมาส 1 ปีหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ดัชนี Sahm Rule ของสหรัฐฯ หน่วย : ส่วนต่างระหว่างอัตราการว่างงานเฉลี่ยย้อนหลังหลัง 3 เดือน และอัตราการว่างงานต่าที่สุดในรอบ 12 เดือน, อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หน่วย : %YoY FOMC สื่อสาร Dovish มากขึ้น -2 0 2 4 6 8 10 10/2019 04/2020 10/2020 04/2021 10/2021 04/2022 10/2022 04/2023 10/2023 04/2024 Sahm Indicator 0.5 line 0.53 Covid peak ดัชนี > 0.5 สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย 3.5 3.8 2.7 2.8 3.4 3.6 2.7 2.8 3.3 3.4 2.6 2.6 3.0 3.3 2.5 2.6 2.9 3.2 0 1 2 3 4 Headline CPI Core CPI Headline PCE Core PCE Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24 • อัตราเงินเฟ้อทยอยปรับชะลอลง ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) รวมถึงดัชนีราคาสินค้าทั่วไป (Headline) และดัชนีราคาสินค้าพื้นฐาน (Core) • เศรษฐกิจและตลาดแรงงานปรับแย่ลง แต่ไม่ได้แย่มากเช่นที่ Sahm Rule สะท้อนให้เห็น เนื่องจากอัตราการว่างงานสูงขึ้นสาเหตุหลักมาจากอุปทาน Immigrant เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มาจากการจ้างงานที่ลดลง และตลาดแรงงานได้รับผลกระทบชั่วคราวจากพายุเฮอริเคน Beryl • มุมมอง SCB EIC : Fed มีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นเป็น 3 ครั้ง 75 BPS ในปีนี้ (ปรับลดทุกรอบการประชุมที่เหลือของปี) และ 5 ครั้ง รวม 125 BPS ในปี 2025 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 3.38% (ลดลงจาก 5.38% ในปัจจุบัน) • อย่างไรก็ดี แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนสูง หากตัวเลขตลาดแรงงานเดือน ส.ค. ออกมาแย่ต่อเนื่อง อาจทาให้ Fed ลดดอกเบี้ยแรงขึ้น แต่หาก อัตราเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ลดลงช้า หรือหากรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะออกมาตรการกีดกันการค้ารุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้ง กดดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ในปี 2025 อาจทาให้ Fed ลดดอกเบี้ยช้าลง FOMC การสื่อสารล่าสุด FOMC Minute (22 ส.ค.) ภาวะเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ชะลอลง สะท้อนความเหมาะสมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในเดือน ก.ย. (FOMC Meeting 30-31July) Daly (18 ส.ค.) ขณะนี้เป็นเวลาเหมาะสมที่จะพิจารณาปรับลด อัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป Musalem (15 ส.ค.) (1) ข้อมูลล่าสุดเพิ่มความมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อ กาลังกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% (2) อาจใกล้ถึงเวลา เหมาะสมในการปรับแนวนโยบายการเงิน Bostic (14 ส.ค.) มีความเป็นไปได้ที่จะปรับนโยบายการเงินก่อนไตร มาส 4 Schmid (9 ส.ค.) (1) ข้อมูลล่าสุดเพิ่มความมั่นใจว่าเงินเฟ้อกาลัง กลับเข้าเป้า 2% (2) หากเงินเฟ้อยังคงปรับลดลงก็ อาจเหมาะสมที่จะปรับแนวนโยบายการเงิน Powell (31 ก.ค.) หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาตามแนวโน้มเดิม เป็นไปได้ที่จะปรับลดดอกเบี้ยในรอบประชุม ก.ย. ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC
  • 6.
    6 51.2 45.6 53.3 40 50 60 70 08/2021 02/2022 08/202202/2023 08/2023 02/2024 08 Flash Composite Manufacturing Services เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 แต่ภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณชะลอลงในไตรมาส 3 ECB มีแนวโน้ม ปรับลดดอกเบี้ยต่อในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. แม้เงินเฟ้อในระยะสั้นชะลอตัวลงช้าไปบ้าง อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน เทียบ 2 ไตรมาสแรกของปี 2024 หน่วย : %QOQ_SA ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของยูโรโซน หน่วย : ดัชนี, > 50 สะท้อนการขยายตัว 0.28 0.28 0.20 0.30 0.33 -0.08 -0.4 -0.2 0.0 0.2 0.4 0.6 0.8 1.0 1.2 Eurozone Netherlands EU France Italy Germany 2024Q1 2024Q2 อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซน หน่วย : %YOY 3 2.6 1.6 2.9 0 3 6 9 12 08/2021 01/2022 06/2022 11/2022 04/2023 09/2023 02/2024 07/2024 Headline Core เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวจากภาคอุตสาหกรรม และการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว และดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์เติบโตสูงกว่าคาดใน Q2 ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจยูโรโซนปรับดีขึ้น 0.3% (คาดการณ์เดิม 0.25%) เร่งตัวต่อเนื่องจาก Q1 กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตยังส่งสัญญาณชะลอตัวลง ในเดือน ส.ค. ขณะที่ภาคบริการเร่งตัวขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลชั่วคราว จากปารีสโอลิมปิกในฝรั่งเศส เงินเฟ้อชะลอตัวลงช้าในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มชะลอตัว ต่อเนื่องได้ในปี 2025 จากเงินเฟ้อภาคบริการที่จะทยอย ปรับต่าลงเป็นสาคัญ ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ Eurostat, CEIC, S&P Global และ Bloomberg
  • 7.
    7 เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวดีกว่าคาดในไตรมาส 2 และขยายตัวได้ในทุกองค์ประกอบหลักส่งผลให้แรงส่งเศรษฐกิจ ในระยะข้างหน้าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชน อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เทียบกับไตรมาสก่อน หน่วย : %QOQ_SAAR ค่าจ้างและอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น หน่วย : %YOY ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ BOJ, Ministry of Health, Labour and Welfare, Economic and Social Research Institute, CEIC และ Bloomberg -5 0 5 01/22 03/22 05/22 07/22 09/22 11/22 01/23 03/23 05/23 07/23 09/23 11/23 01/24 03/24 05/24 Nominal Wage Real Wage CPI ทุกองค์ประกอบหลักของ GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 ขยายตัวดีกว่าไตรมาส 1 หน่วย : %QOQ_SAAR BOJ สื่อสาร Dovish มากขึ้น เทียบกับไตรมาสก่อน -0.8 -1.8 -10.1 0.2 -17.2 -9.6 3.4 3.6 6.7 3.7 5.9 7.1 -20 -10 0 10 Private Consumption CAPEX Housing Investment Publc Consumption Export Import Q1 2024 Q2 2024 สมาชิก การสื่อสาร Uchida (7 ส.ค.) BOJ จาเป็นต้องคงการผ่อนคลายทางการเงินไว้และจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในภาวะตลาดการเงินยังผันผวน (BOJ’s deputy governor) Sakurai (9 ส.ค.) BOJ จะไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ (BOJ’s former Board member) มุมมอง SCB EIC : BOJ มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ที่ 0.25% โดยจะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงไตรมาส 1 และช่วงสิ้นปีหน้า เนื่องจากผู้มีโอกาสเป็น นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ 4 ใน 5 ท่าน มีแนวโน้มสนับสนุนให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ โดยเฉพาะหาก เงินเยนกลับมาอ่อนค่ามากและความผันผวนในตลาดการเงินสิ้นสุดลง 4.7 3.7 -4 0.1 -2.9 5.2 2.4 -4 0.3 -2.3 3.1 -5 0 5 10 Q1 2023 Q2 2023 Q3 2023 Q4 2023 Q1 2024 Q2 2024 ข้อมูลเดิม ข้อมูลล่าสุด (ณ 15 ส.ค.) การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มจะได้ปัจจัยสนับสนุนจากค่าจ้างที่แท้จริง ที่ขยายตัวดี ตามการจ่ายโบนัสที่สูงกว่าปกติในช่วง มิ.ย. และมาตรการ ลดหย่อนภาษีเงินได้ในระยะต่อไป รวมถึงทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอลง Public Consumption
  • 8.
    8 เศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีแรงส่งสูงขึ้นบ้างจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิ การปรับลด ดอกเบี้ยนโยบายการลงทุนภาครัฐ และมาตรการสนับสนุนการบริโภค แต่มาตรการค่อนข้างเล็กจึงจะมีผลจากัด ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ หน่วย : %YOY (ปรับผลของราคา) อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หน่วย : % หมายเหตุ : *อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Policy rate) ของจีนคือ 7-day reverse repurchase rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางจีนพยายามผลักดันเป็นอัตราดอกเบี้ยหลักในการชี้นาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาด ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ CEIC, National Bureau of Statistics, People’s Bank of China, Ministry of Finance of the PRC และ The State Council of the PRC มูลค่าการออกพันธบัตรรัฐบาลใหม่และการโอนงบประมาณจากรัฐบาลกลางสู่รัฐบาลท้องถิ่น หน่วย : พันล้านหยวน 4.5 5 6.7 3.5 5.6 4.8 5.3 4.7 5.1 4.8 0 5 10 Industry Service Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24 รัฐบาลจีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น หลังการ ประชุม Third Plenum และ Politburo ในเดือน ก.ค. ตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในไตรมาส 2 และโตต่ากว่าเป้า 0 500 1000 1500 Mar-19 Jul-19 Nov-19 Mar-20 Jul-20 Nov-20 Mar-21 Jul-21 Nov-21 Mar-22 Jul-22 Nov-22 Mar-23 Jul-23 Nov-23 Mar-24 New government bond issuance Central government transfer to local government 1.7 3.35 3.85 2.3 0 2 4 6 Jan-19 May-19 Sep-19 Jan-20 May-20 Sep-20 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 Jan-23 May-23 Sep-23 Jan-24 May-24 Policy rate* 1-Year loan prime rate 5-Year loan prime rate MLF ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ก.ค. สวนทางคาดการณ์ สะท้อนถึงการให้ความสาคัญ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น SCB EIC คาดธนาคารกลางจีนจะปรับลด Policy rate อีก 10 BPS ในไตรมาส 4 • รัฐบาลกลางจีนจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 1.5 แสนล้านหยวนจากการออกพันธบัตรระยะยาว เพื่อสนับสนุนโครงการ Consumer goods trade-in ผ่านการเพิ่มเงินอุดหนุนสาหรับซื้อรถยนต์และ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านใหม่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่จัดสรรเพิ่มครั้งนี้คิดเป็นเพียง 0.3% ของยอดค้าปลีกปี 2023 จึงอาจกระตุ้นการบริโภคได้ไม่มาก • มาตรการสนับสนุนการบริโภคบริการเชิงคุณภาพ (Promoting high-quality development of service consumption) : รัฐบาลจีนประกาศ 20 แนวทางการกระตุ้นการบริโภคด้านบริการ อาทิ อาหาร โรงแรม การดูแลผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม E-sports และการขายผ่าน ช่องทางดิจิทัล อย่างไรก็ดี รัฐบาลไม่ได้ประกาศเม็ดเงินชัดเจน ผลต่อเศรษฐกิจจึงยังมีจากัด มาตรการกระตุ้นการบริโภคของจีนที่ประกาศในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. การออกพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มเร่งตัวในช่วง ที่เหลือของปีนี้ สนับสนุนการลงทุนภาครัฐ
  • 9.
    9 เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2024 ยังได้รับแรงส่งหลักจากการบริโภคภาคเอกชนตามภาคการท่องเที่ยวและภาค บริการที่ฟื้นตัวดีอย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนหดตัวสูงจากทั้งหมวดการก่อสร้าง และเครื่องจักรและอุปกรณ์ ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แหล่งที่มาของการขยายตัวของ Real GDP (Contribution to growth) ไตรมาส 2 ปี 2024 หน่วย : Percentage point ด้านการผลิต ด้านการใช้จ่าย ส่งออกบริการสุทธิ บริโภคเอกชน ลงทุนเอกชน ลงทุนภาครัฐ เปลี่ยนแปลงสินค้าคงเหลือ และค่าคลาดเคลื่อนสถิติ บริโภคภาครัฐ ส่งออกสินค้าสุทธิ Real GDP ขายส่งขายปลีก โรงแรม ร้านอาหาร สาธารณูปโภค ขนส่ง อื่น ๆ เหมืองแร่ การเงิน Real GDP การสื่อสาร อุตสาหกรรม ผลิต เกษตร ก่อสร้าง
  • 10.
    10 SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี2024 ที่ 2.5% โดยปรับลดมุมมองการลงทุนภาคเอกชนลงมาก แต่ยังได้แรงส่ง จากภาคท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชนตามมาตรการกระตุ้นภาครัฐ มุมมองเศรษฐกิจปี 2025 ลดเหลือ 2.6% (เดิม 2.9%) จากการบริโภคเอกชนที่เติบโตชะลอลงท่ามกลางกาลังซื้อเปราะบางและหนี้สูง ทิศทางการลงทุนภาคเอกชนแผ่วลง ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประมาณการเศรษฐกิจไทย (กรณีฐาน) หน่วย 2024F* 2025F* ณ ก.ค. 24 ณ ส.ค. 24 ณ ก.ค. 24 ณ ส.ค. 24 GDP %YOY 2.5 2.5 2.9 2.6 การบริโภคภาคเอกชน %YOY 3.2 3.7 2.9 2.4 การบริโภคภาครัฐ %YOY 1.4 1.4 3.7 3.7 การลงทุนภาคเอกชน %YOY 3.6 -0.4 4.8 3.8 การลงทุนภาครัฐ %YOY -0.5 -0.5 4.2 4.2 มูลค่าส่งออกสินค้า (USD BOP) %YOY 2.6 2.6 2.6 2.8 มูลค่านาเข้าสินค้า (USD BOP) %YOY 3.8 3.1 3.6 3.6 จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล้านคน 36.2 36.2 40.4 39.4 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป %YOY 0.8 0.6 1.0 1.0 อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน %YOY 0.6 0.5 0.9 0.9 ราคาน้ามันดิบ Brent USD/Bbl. 85.3 83.1 80.1 79.2 อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นปี) % 2.25 2.25 2.00 2.00 ดุลบัญชีเดินสะพัด % of GDP 1.2 1.8 1.5 2.0 ค่าเงินบาท (เฉลี่ย) THB/USD 36 35.2 34 33.4 เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ฟื้นช้าต่อเนื่อง • การบริโภคภาคเอกชนยังเป็นแรงสนับสนุนในหมวดบริการและสินค้าไม่คงทน ตามการฟื้นตัว ของภาคท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว • การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 โดยเฉพาะการก่อสร้างที่อยู่ อาศัย และการลงทุนยานพาหนะ สอดคล้องกับอุปสงค์ตลาดที่อยู่อาศัยและรถยนต์ที่หดตัว ท่ามกลางปัญหาหนี้ค้างชาระและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ปรับสูงขึ้น เศรษฐกิจไทยในปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตไม่สูงนัก และมีความเสี่ยงด้านต่าเพิ่มขึ้น • การบริโภคภาคเอกชนจะแผ่วลงมาก สะท้อนความเปราะบางของภาคครัวเรือนและปัญหา หนี้สูง • การลงทุนภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัว ตามวัฏจักรกรตลาดที่อยู่อาศัยและรถยนต์ที่เริ่มกลับมา ตลอดจนแนวโน้มการลงทุนจริงตามมูลค่าการออกบัตรสิทธิประโยชน์จาก BOI ที่สูงขึ้นมาก ในช่วง 1-2 ปีก่อน • การส่งออกและภาคการผลิตมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า จากอุปสงค์และต่างประเทศที่ยังอ่อนแอ ทั้งยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและสินค้าจีนตีตลาด • ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงสาคัญเพิ่มเติม
  • 11.
    11 นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผลจากการทาตลาดของ ภาครัฐและการเพิ่มความถี่เที่ยวบินใน Winter schedule ในปี 2024 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้วราว 21.9 ล้านคนสร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2024) หน่วย : ล้านคน, % เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2019 หมายเหตุ : ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนสิงหาคมและกันยายนประเมินจากตัวเลขเบื้องต้นของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2.53 ม.ค. 0.67 2.68 ก.พ. 0.57 2.41 มี.ค. 0.60 2.16 เม.ย. 0.56 2.07 พ.ค. 0.53 2.21 มิ.ย. 0.51 2.42 ก.ค. 0.76 2.60 ส.ค.e 0.64 2.18 ก.ย.e 3.04 3.35 2.98 2.76 2.63 2.74 3.10 3.36 2.82 0.69 นักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวชาติอื่น 97% 86% 66% 93% 86% 70% 107% 96% 63% 48% 90% 70% 102% 93% 96% 74% 106% 97% 82% 75% 107% 98% 63% 106% 93% 58% 100% การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาติอื่น การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวโดยรวม จานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง รับ High season ของการท่องเที่ยวไทย จาก การเพิ่มความถี่เที่ยวบินที่จะให้บริการใน Winter schedule 2024 เช่น เส้นทางอินเดียหลังการเพิ่ม สิทธิการบินใหม่ระหว่างไทย-อินเดีย, เส้นทางจีน เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีนที่กาลัง เติบโต รวมถึงเส้นทางฝั่งยุโรป เช่น เยอรมนี UK อิตาลี สเปน และสาธารณรัฐเช็ก การทาตลาดการท่องเที่ยวไทยของภาครัฐ ผ่านโค้ดส่วนลดบนแพลตฟอร์ม OTAs เช่น Meituan, MakeMyTrip, Trip ในช่วงสิงหาคม- กันยายน ซึ่งจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจีนและ อินเดียเดินทางมาไทยมากขึ้น
  • 12.
    12 แม้การท่องเที่ยวในประเทศจะชะลอตัวเล็กน้อยในช่วงกรีนซีซัน แต่หลายจังหวัดเติบโตได้ดีหลังออกมาตรการ ลดหย่อนภาษี อีกทั้งภาครัฐยังได้ออกมาตรการเพิ่มเติมต่อยอดกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง หมายเหตุ : ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนไทยเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมประเมินจากตัวเลขเบื้องต้นของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยในปี 2024 หน่วย : ล้านคน, %YOY จานวนผู้เยี่ยมเยือนไทยรายจังหวัดหลังออกมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว 41% 12% ม.ค. 47% 42% 10% ก.พ. 48% 42% 10% มี.ค. 49% 41% 10% เม.ย. 49% 48% 11% พ.ค. 48% 41% 12% มิ.ย. ก.ค. e 23.4 22.2 22.4 24.5 22.5 21.1 21.0 ส.ค. e 21.4 40% กรุงเทพฯ เมืองน่าเที่ยว เมืองหลัก 7% 10% 10% 15% 14% 10% 7% 6% อัตราการเติบโต (%YoY) การเติบโตของผู้เยี่ยมเยือนไทย ในเดือนมิถุนายน 2024 (%YOY) เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ลดลง เมืองหลัก เพิ่มขึ้นน้อยกว่า 10% ภาครัฐออกมาตรการเพิ่มเติมต่อยอดจากมาตรการภาษี ผ่านโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน (Quick win) ภายใต้งบประมาณรายจ่ายปี 2024 หลัง ครม. มีมติรับทราบและอนุมัติงบประมาณ 2 โครงการ วงเงินรวมกว่า 433 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เช่น การจัดกิจกรรมทั้งดนตรี กีฬา ศิลปะ และการร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยวอย่าง สายการบิน รถเช่า รถไฟ ในการให้ส่วนลดและโปรโมชันพิเศษ
  • 13.
    13 มองไปข้างหน้า ภาคการผลิตไทยยังฟื้นตัวได้ช้า สัญญาณความเชื่อมั่นการบริโภคในประเทศและการลงทุน ในระยะสั้นแผ่วลงต่อเนื่อง ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ศุลกากรจีนและเกาหลีใต้, สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, S&P Global และ CEIC Leading indicator Unit 2022 2023 Jul-23 Aug-23 Sep-23 Oct-23 Nov-23 Dec-23 Jan-24 Feb-24 Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24 Leading economic index (LEI) 2000=100, SA 158.4 159.5 159.5 158.6 159.7 158.9 158.9 159.2 160.2 159.4 159.9 159.1 159.2 159.6 Consumption CCI : Future 100 = Stable 51.1 64.2 62.8 64.2 66.3 68.0 68.7 69.9 70.9 71.9 71.2 70.2 68.4 66.7 65.4 Export Global PMI : Manu export orders 50 = Stable 47.8 47.6 46.4 47.0 47.6 47.5 48.1 48.1 48.8 49.3 49.5 50.4 50.4 49.3 49.4 Korea exports : First 25 days 2021=100, SA 106.8 92.9 91.8 96.4 109.4 100.6 104.6 107.9 95.7 87.8 95.7 103.9 94.7 99.1 102.8 Korea exports 2021=100, SA 106.2 92.4 92.7 99.2 100.1 103.3 102.8 102.6 100.7 99.3 95.3 101.6 98.1 98.2 97.7 China exports 2021=100, SA 105.7 95.4 96.7 97.9 99.6 98.0 99.8 100.0 102.3 104.6 102.9 101.8 100.0 100.2 96.5 China imports from Thailand 2021=100, SA 92.1 90.3 81.4 78.3 79.1 86.7 77.3 83.7 74.4 73.5 73.3 77.1 92.5 76.1 80.9 Investment - Near term BSI : Expectation 50 = Stable 53.4 54.6 53.3 54.1 54.7 53.3 52.6 53.9 53.9 53.5 51.9 52.4 52.9 51.9 50.1 Construction area permitted 2000=0.1, SA 6.3 6.2 6.6 6.3 6.4 6.6 6.3 6.4 6.6 6.6 6.7 6.7 6.5 6.3 Net business open Value THB billions 302.8 402.4 9.1 17.9 6.9 18.3 7.9 -36.7 22.2 17.2 16.6 22.2 -32.9 23.1 14.9 Investment - Longer term BOI : Cert. issued Value %YoY 15.4% 5.5% -13.6% 18.2% 107.2% 64.1% BOI : Approved Value %YoY 19.6% 22.5% 24.0% 98.4% 5.9% 64.7% BOI : Application Value %YoY 25.3% 41.1% -15.5% 89.7% 30.9% 39.2% Manufacturing TISI : Expectation 100 = Stable 98.2 100.6 100.2 99.5 97.3 94.5 97.3 96.2 98.4 100.0 100.8 98.3 95.7 93.4
  • 14.
    14 การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณแผ่วลง โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทนหดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นช้าและค่าครองชีพสูง ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ CEIC ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค หน่วย : ดัชนี (100 = สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง) • ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) ในเดือน มิ.ย. ทรงตัว (แบบปรับฤดูกาล) โดยการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทนสูงขึ้น จากยอดจาหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และปริมาณการจาหน่ายน้ามันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้ จ่ายหมวดสินค้าคงทนและกึ่งคงทนลดลง สะท้อนจากยอดจาหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และยอดจดทะเบียน รถจักรยานยนต์ที่ลดลงจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ สาหรับการใช้จ่ายหมวดบริการปรับลดลงเล็กน้อย ตามจานวนและรายรับจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่ลดลง • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ในเดือน ก.ค. ลดลง 5 เดือนต่อเนื่อง จากแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นช้า ค่าครองชีพสูง ไม่สอดคล้องกับรายได้ ความกังวลเสถียรภาพการเมือง และการส่งออกที่กลับมาชะลอตัว อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยสนับสนุน จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว (เช่น มาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง มาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติ) ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับดีขึ้นเกือบทุกรายการสาคัญมีส่วนช่วยเพิ่มกาลังซื้อ และราคาน้ามันในประเทศปรับลดลงเล็กน้อย • ปัจจัยเสี่ยงของการบริโภคภาคเอกชน : รายได้ฟื้นช้าและหนี้สูง และความกังวลปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่อง 0 20 40 60 80 100 120 60 70 80 90 100 110 120 10/2019 01/2020 04/2020 07/2020 10/2020 01/2021 04/2021 07/2021 10/2021 01/2022 04/2022 07/2022 10/2022 01/2023 04/2023 07/2023 10/2023 01/2024 04/2024 PCI Non-Durables Semi-Durables Durables Services Non-Residents Exp (RHS) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Index) หน่วย : ดัชนี (2019Q4 = 100), ปรับฤดูกาล 20 40 60 80 100 01/2018 01/2019 01/2020 01/2021 01/2022 01/2023 01/2024 CCI CCI: Present CCI: Expectations
  • 15.
    15 การส่งออกไทยปี 2024 ขยายตัวต่าและมีแนวโน้มทรงตัวในปี2025 ต้องติดตามหลายปัจจัยเสี่ยงในระยะข้างหน้า ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน เม.ย. – มิ.ย. 2024 ขยายตัวเฉลี่ย 2% หน่วย : %YOY คาดการณ์ทิศทางมูลค่าการส่งออกไทยปี 2024 และ 2025 รายหมวดสินค้าสาคัญ หน่วย : %YOY รายการ 2024Q1 2024Q2 May-24 Jun-24 YTD รวมทั้งหมด (100%) -0.3% 4.3% 6.9% -0.3% 2.0% ไม่รวมทองคา (97.9%) 0.2% 4.2% 5.6% -1.7% 2.2% เครื่องใช้ไฟฟ้า (10.1%) -4.9% -3.4% -4.6% -8.6% -4.2% รถยนต์และส่วนประกอบ (11.3%) -8.0% 8.4% -4.8% 13.5% -0.3% เกษตรกรรม (9.4%) 6.7% 8.3% 36.3% -2.2% 7.6% เคมีภัณฑ์และพลาสติก (7.4%) -5.0% -1.3% -0.8% -4.9% -3.2% อุตสาหกรรมการเกษตร (7.9%) -6.0% 2.4% 0.8% -4.8% -1.8% คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (6.3%) 8.7% 38.7% 44.5% 22.0% 23.2% ผลิตภัณฑ์ยาง (4.6%) -2.8% -5.3% -8.7% -7.9% -4.0% แผงวงจรไฟฟ้า (3.4%) -11.3% -14.5% -11.9% -21.4% -13.0% เครื่องจักรกล (3.1%) 1.9% 23.0% 12.4% 7.2% 12.4% น้ามันสาเร็จรูป (3.6%) -3.5% -6.4% -0.5% 2.8% -5.0% สิ่งทอ (2.1%) 1.1% -1.2% -3.3% -4.1% 0.0% สินค้าอุตสาหกรรม (78.6%) -0.3% 4.3% 4.2% 0.3% 2.0% สินค้าแร่และเชื้อเพลิง (4.1%) -2.3% -1.9% 2.6% 1.3% -2.1% หมวดสินค้าสาคัญ 2024F 2025F สินค้าเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์และส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง พลังงาน มุมมอง SCB EIC : การส่งออกไทยจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ตามการฟื้นตัวของเศรฐกิจและการค้าโลก อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามหลายปัจจัยที่จะกระทบการส่งออกไทย • การมีส่วนร่วมของไทยในห่วงโซ่การผลิตโลกในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง เทียบกับในอดีต ซึ่งอาจทาให้ไทยไม่ได้รับผลประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้านี้ • ประเทศไทยมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะลานีญา ซึ่งจะทาให้ฝนตกหนัก/เกิดอุทกภัย ส่งผลกระทบใน เชิงพื้นที่และผลผลิตเกษตร • ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก อาทิ ความไม่แน่นอนของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การปรับ ทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลักที่อาจกระทบต่อค่าเงิน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการค้าหลายประเทศ
  • 16.
    16 ภาคการผลิตโดยรวมในช่วงครึ่งแรกของปียังอยู่ในระดับต่ากว่าปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจาก ระดับสินค้าคงคลังที่ยังสูง และอุปสงค์ตลาดในประเทศซบเซา ที่มา: การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ สศอ. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) และสินค้าคงคลัง เทียบการส่งสินค้า (I-S Index) หน่วย : MPI Index, sa และ I-S Index, 3MMA ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทย หน่วย : Diffusion index (100 = unchanged) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย รายหมวดสินค้า หน่วย : %YOY กิจกรรมภาคอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งแรกของปียังคง หดตัวจากปีก่อน ขณะที่สินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับสูง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเน้นขายในประเทศ ลดลงต่อเนื่อง สวนทางผู้ประกอบการที่เน้นส่งออก %YOY 2022 2023 Q2/24 YTD (H1/24) MPI 1.3% -3.8% -0.3% -2.0% Beverages 4.1% 0.3% 7.6% 7.2% Machinery & Equip 4.3% -9.4% 10.2% 5.3% Chemicals & Chemical Products -7.2% -0.7% 4.9% 4.2% Electrical Equipment -3.7% -14.5% 9.0% 3.9% Food Products 3.3% -2.4% 7.2% 3.1% Coke & Refined Petroleum 11.2% 8.6% 1.9% 2.0% Rubber & Plastic 0.9% -2.4% -0.3% -0.4% Basic Metal -8.4% -6.7% 4.0% -1.0% Fabricated Metal -3.7% -13.8% -4.3% -2.3% Wearing Apparel -0.1% -30.4% -3.6% -6.9% Pharmaceutical Products 15.6% -8.2% -4.3% -9.0% Motor Vehicles 11.9% 0.8% -13.4% -15.0% Computer & Electronic -13.1% -18.9% -13.1% -15.1% 80 85 90 95 100 105 110 115 120 01/2021 05/2021 09/2021 01/2022 05/2022 09/2022 01/2023 05/2023 09/2023 01/2024 05/2024 MPI_sa ISI_3mm ระดับเฉลี่ยปี 2021 60 70 80 90 100 110 01/2019 08/2019 03/2020 10/2020 05/2021 12/2021 07/2022 02/2023 09/2023 04/2024 ส่งออกน้อยกว่า 50% ส่งออกมากกว่า 50%
  • 17.
    17 การลงทุนภาคเอกชนหดตัวแรงในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มขยายตัวต่าจากความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ปรับแย่ลง การลงทุนภาคเอกชนหดตัวรุนแรงในไตรมาส2 ทั้งหมวดลงทุนก่อสร้าง และเครื่องจักรและอุปกรณ์ การลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ครัวเรือน ทั้งการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและยานพาหนะหดตัวแรง ความเชื่อมั่นธุรกิจด้านการลงทุนปรับลดลงชัดเจน ทั้งความเชื่อมั่นปัจจุบันและ 3 เดือนข้างหน้า การลงทุนภาคเอกชนที่แท้จริง (ปรับฤดูกาล) หน่วย : ล้านบาท องค์ประกอบของการลงทุนก่อสร้างภาคเอกชน หน่วย : %YOY ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ด้านการลงทุน หน่วย : Diffusion index 80,000 85,000 90,000 95,000 100,000 300,000 350,000 400,000 450,000 500,000 550,000 2019Q1 2019Q4 2020Q3 2021Q2 2022Q1 2022Q4 2023Q3 2024Q2 Private Investments Equipment Construction (RHS) หมายเหตุ : องค์ประกอบของการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์รวมทั้งการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ Q2/24 -6.8%YOY -10% 0% 10% 20% 2022Q1 2022Q2 2022Q3 2022Q4 2023Q1 2023Q2 2023Q3 2023Q4 2024Q1 2024Q2 Dwellings Non Dwelling Construction องค์ประกอบของการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ภาคเอกชน หน่วย : %YOY -30% -20% -10% 0% 10% 20% 30% 2022Q1 2022Q2 2022Q3 2022Q4 2023Q1 2023Q2 2023Q3 2023Q4 2024Q1 2024Q2 Transport Equipment Other Machinery and Equipment 45 50 55 60 65 Jan-21 May-21 Sep-21 Jan-22 May-22 Sep-22 Jan-23 May-23 Sep-23 Jan-24 May-24 Current The next 3 months
  • 18.
    18 รัฐบาลจะเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปีนี้ได้ช้า และไม่สามารถชดเชยการหดตัวรุนแรงในช่วงต้นปีได้ ขณะที่แรงส่งภาครัฐ ปี2025 ไม่แน่นอนสูง จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การจัดทา พ.ร.บ. งบประมาณปี 2025 และ Digital wallet ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง, สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ทาเนียบรัฐบาล และสานักข่าวต่าง ๆ อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐบาล (สะสม) หน่วย : % สะสมของแต่ละปีงบประมาณ ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการจัดทา พ.ร.บ. งบประมาณ 2025 ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน อดีตนายกฯ เศรษฐา (14 ส.ค.) นายกฯ แพทองธารได้รับความเห็นชอบ จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (16 ส.ค.) จัดตั้ง ครม. และ เลขา ครม. ตรวจรายชื่อ และนาขึ้นทูลเกล้าฯ ครม. ใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ จัดทาร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2025 ต่อ (พิจารณาให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาล) แถลงนโยบายรัฐบาลภายใน 15 วัน หลังถวายสัตย์ และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ทางเลือกโครงการ Digital wallet และการปรับร่าง พรบ. งบฯ ปี 2025 ดาเนินโครงการนี้ต่อ คงวงเงิน 450,000MB แหล่งเงิน พ.ร.บ. งบฯ ปี 2024 (รวมงบเพิ่มเติม) และ 2025 (รวมการบริหารจัดการงบอื่น) ดาเนินโครงการนี้ต่อ ลดวงเงินเดิม ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จึงไม่ต้องบริหารจัดการงบอื่นใน พ.ร.บ.งบฯ ปี 2024-2025 มารองรับ ยกเลิกโครงการนี้ ลดวงเงินเดิม กระตุ้นเศรษฐกิจโครงการใหม่อื่น จึงไม่ต้องบริหารจัดการงบอื่นใน พ.ร.บ.งบฯ ปี 2024-2025 มารองรับ ยกเลิกโครงการนี้ ไม่ดาเนินโครงการอื่นทดแทน สามารถลดวงเงิน รายจ่าย และวงเงินกู้ขาดดุลงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ Upside ++ Upside + Upside + No Upside 7.9 14.6 18.6 22.7 27.9 35.1 40.2 46.4 53.7 60.0 66.2 77.7 4.4 6.1 7.7 9.7 11.7 13.9 14.6 27.2 36.7 42.4 46.1 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 Oct Nov Dec Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep FY2021 FY2022 FY2023 FY2024 (ณ 16 ส.ค. หากรวมโครงการ ลงนามผูกพันสัญญาและ สารองงบฯ แล้ว จะอยู่ที่ 68.3%) การเบิกจ่ายงบลงทุนหลัง พ.ร.บ. งบประมาณ 2024 ประกาศใช้เริ่มชะลอลงตามคาด การเร่งเบิกจ่ายในปีนี้ จะไม่สามารถชดเชยการหดตัวแรงในช่วง 4 เดือนแรกของปีได้
  • 19.
    19 ราคาพลังงานโลกยังทรงตัวในกรอบการเคลื่อนไหวของราคาในรอบปี แม้จะมีปัจจัยกดดันจากความไม่สงบ ทางการเมืองและความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ราคาน้ามันดิบ Brent หน่วย: USD/Barrel ราคาปิโตรเลียมเหลว (LPG) Aramco หน่วย : USD/Ton ราคาก๊าซธรรมชาติ Henry hub หน่วย : USD/MMBtu 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 1000 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024 0 20 40 60 80 100 120 140 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024 0 2 4 6 8 10 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 2023 2024 5-yr avg 2021 2022 2023 2024F 57.1 70.5 100.9 82 83 5-yr avg 2021 2022 2023 2024F 429.7 645.5 713.5 565 586 5-yr avg 2021 2022 2023 2024F 2.8 3.7 6.6 2.7 2.88 • Supply : ก่อนนี้ OPEC+ ปรับลดการผลิตรวม 5.86 ล้านบาร์เรล/วัน (5.7% ของความต้องการ น้ามันทั่วโลก) มาจากการลดการผลิตสมาชิก OPEC+ 3.66 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งมีกาหนดถึงสิ้นปี 2024 และการลดการผลิตโดยสมัครใจของสมาชิก OPEC+ 8 ราย 2.2 ล้านบาร์เรล/วัน ล่าสุด (2 มิ.ย.) สมาชิก OPEC+ เห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลาการลดการผลิต 3.66 ล้านบาร์เรล/วัน จนถึงสิ้นปี 2025 สาหรับการลดการผลิตโดยสมัครใจ 2.2 ล้านบาร์เรล/วัน ที่ประชุมมีมติให้ลด การผลิตถึงสิ้นเดือน ก.ย. นี้ • Demand : ในไตรมาส 2 การเติบโตของอุปสงค์ชะลอลงเหลือ 710,000 บาร์เรลต่อวัน (kb/d) ซึ่งเป็นระดับการเติบโตต่าที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2023 จากการบริโภคของจีนที่ลดลง ทั้งนี้ คาดว่าการบริโภคน้ามันทั่วโลกในปี 2024 จะเติบโตน้อยกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สาเหตุจาก หลายปัจจัย เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยน ยานพาหนะเป็นไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง • Risk : การสังหารผู้นากลุ่มฮามาสอาจทาให้เกิดการแก้แค้นและความไม่สงบที่อาจขยายวงกว้าง ไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางอื่น ๆ • Climate change สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออานวย : คลื่นความร้อนในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซ ธรรมชาติปรับเพิ่มสูงขึ้น • ประกอบกับผู้นาเข้าในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มเติมสต็อกก๊าซ ก่อนฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ส่งผลให้อุปทานตึงตัว เนื่องจากการ หยุดชะงักของโรงงานในมาเลเซียและออสเตรเลีย • Risks : ความขัดแย้งรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากยูเครน เริ่มขอคืนพื้นที่จากรัสเซีย การตอบโต้รุนแรงอาจทาให้เกิดความล้มเหลว ในการเจรจาสันติภาพ และเพิ่มระยะเวลาการคว่าบาตรรัสเซียต่อไป • ความต้องการใช้ LPG มีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจาก Manufacturing PMI ของจีนเดือนเมษายน ปรับเพิ่มเป็น 51.4 (จาก 50.8 ในเดือนมีนาคม) เป็นการปรับระดับเหนือ 50 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน • การเพิ่มขึ้นของราคา LPG ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นผลมาจาก การปรับราคาสัญญา LPG ระหว่างประเทศซัพพลายเออร์ LPG รายใหญ่ เช่น Petron และ Solane ที่ประกาศขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ LPG ของตน โดยมีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. และ 2 มี.ค. ตามลาดับ หมายเหตุ : 5-year period = 2015-2019; ข้อมูลและการวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ เดือนเมษายน 2024 ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ Bloomberg, TradingView, Goldman Sachs, US EIA, JP Morgan และสานักข่าวต่าง ๆ
  • 20.
    20 รัฐบาลขยายมาตรการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 33 บาทต่อลิตรเป็นรอบที่2 ถึงสิ้นตุลาคม และขยายเวลาตรึง LPG ถึงสิ้นกันยายนนี้ ท่ามกลางการพิจารณาแก้ไขการกาหนดเพดานส่งเงินเข้ากองทุนฯ หมายเหตุ : ข้อมูลและการวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ เดือนเมษายน 2024; กองทุนน้ามันอุดหนุนราคาน้ามันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ EPPO, DOEB, OFFO, CEIC และสานักข่าวต่าง ๆ ราคาขายปลีกและต้นทุนน้ามัน น้ามันดีเซล และก๊าซหุงต้มฯ 15 กก. รายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซล และสถานะกองทุนน้ามันฯ ราคาก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. (บาท/15กก.) ราคาน้ามันดีเซล (บาท/ลิตร) รายได้ต่อเดือนจากการเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซล (ล้านบาท/เดือน) สถานะกองทุนน้ามันฯ ณ สิ้นเดือน กระแสเงินเข้า-ออก และเงินกู้ยืม (ล้านบาท) • ฐานะกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ณ 14 กรกฎาคม 2024 ติดลบ 111,855 ล้านบาท แบ่งเป็นน้ามัน ติดลบ 64,252 ล้านบาท และก๊าซธรรมชาติ (LPG) ติดลบ 47,603 ล้านบาท • คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ (23 กรกฎาคม) ให้คง ราคาดีเซลเป็นครั้งที่สองของปี ไม่ให้เกิน 33 บาท ต่อลิตรจนถึง 31 ตุลาคม โดยใช้เงินจากกองทุน น้ามันเชื้อเพลิงไปก่อน • สานักงานกองทุนนามันกาลังพิจารณาแก้ไขกรอบ วงเงินสะสมที่กาหนดไว้ไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท และกู้ได้ครั้งละไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท โดยภาค ประชาชนต้องการให้แยกบัญชีน้ามันแต่ละประเภท และกาหนดเพดานส่งเงินเข้ากองทุนฯ ให้ชัดเจน ป้องกันผู้ใช้น้ามันกลุ่มเบนซินอุ้มผู้ใช้น้ามันกลุ่ม ดีเซล เนื่องจากปัจจุบันเรียกเก็บเงินกลุ่มเบนซิน เข้ากองทุนฯ สูงถึง 10.78 บาทต่อลิตร • นอกจากนี้ กองทุนน้ามันต้องชาระคืนเงินต้นรอบแรก 30,000 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายนเป็นแรง กดดันเพิ่มเติมให้กองทุนน้ามันจาเป็นต้องเร่ง บริหารสภาพคล่อง • ราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) : รัฐบาลขยายระยะเวลา การตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม 423 บาท ต่อถัง 15 กิโลกรัมไปจนถึง 30 กันยายน ราคาขายจริง หักการช่วยเหลือ ของกองทุนน้ามัน ราคาหน้าโรงกลั่น 0 10 20 30 40 50 2019 2020 2021 2022 2023 2024 ก.ย.-2023 รัฐบาลมีมติตรึงราคาน้ามันดีเซลอยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร 0 100 200 300 400 500 600 700 2019 2020 2021 2022 2023 2024 ราคาขายจริง หักการช่วยเหลือ ของกองทุนน้ามัน ราคาหน้าโรงกลั่น ตั้งแต่ มี.ค. 2023 รัฐบาลมีมติตรึงราคาก๊าซหุงต้มฯ ที่ 423 บาท/ถัง 15 กก. และได้ต่ออายุมาตรการไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2024 0 5,000 10,000 15,000 2020 2021 2022 2023 2024 ต.ค.-2023 รัฐบาลประกาศลดภาษีฯ ดีเซลเหลือ 3.67บาท/ลิตร(จากเดิม6บาท/ลิตร)เพื่อแบ่งเบา ภาระกองทุนน้ามันในการตรึงราคาดีเซล ม.ค.-2024 รัฐบาลถอนการลดภาษีฯ ดีเซลลง โดยเก็บอยู่ที่ 5 บาท/ลิตรจนถึง เม.ย.-2024 -30,000 -20,000 -10,000 0 10,000 20,000 -200,000 -150,000 -100,000 -50,000 0 50,000 2020 2021 2022 2023 2024 Oil Fund Status Loans Inflow (Outflow) (RHS) H2/23 กองทุนน้ามันฯ ติดลบเพิ่มขึ้นจากการเข้า ไปตรึงราคาดีเซล 30 บาท/ลิตร ขณะที่ราคา พลังงานโลกปรับสูงขึ้นและเงินบาทอ่อนค่าลง H1/23 ราคาน้ามันโลกและต้นทุน น้ามันในประเทศได้ลดระดับลงทาให้ กองทุนน้ามันฯ เริ่มเก็บเงินเข้าได้
  • 21.
    21 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมเร่งตัวขึ้น แต่ยังขยายตัวต่ากว่ากรอบ SCBEIC ประเมินเงินเฟ้อปีนี้จะขยายตัว ต่าลง สะท้อนมาตรการภาครัฐช่วยเหลือราคาพลังงานต่อเนื่อง ทั้งนี้เงินเฟ้อจะทยอยกลับเข้ากรอบได้ในไตรมาส 4 ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ CEIC อัตราเงินเฟ้อทั่วไป รายหมวดสินค้า หน่วย : % คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2024 โดย SCB EIC หน่วย : % %YOY Feb-24 Mar-24 Apr-24 May-24 Jun-24 Jul-24 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป -0.8% -0.5% 0.2% 1.5% 0.6% 0.8% อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ -1.0% -0.6% 0.3% 1.1% 0.5% 1.3% อาหารสด -2.7% -1.9% -0.2% 1.5% 0.2% 1.1% เนื้อสัตว์ -14.6% -12.3% -11.3% -8.1% -7.2% -5.2% อาหารบริโภค-ในบ้าน 0.9% 0.8% 0.7% 0.7% 0.7% 1.5% อาหารบริโภค-นอกบ้าน 0.6% 0.5% 0.5% 0.5% 0.6% 1.6% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า -0.2% -0.1% -0.2% -0.4% -0.5% -0.5% เคหสถาน -0.8% -0.9% -0.8% 2.1% -0.8% -0.8% ไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้าประปาและแสงสว่าง -3.1% -3.4% -3.4% 8.4% -3.3% -3.3% การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล 0.9% 0.3% 0.4% 0.5% 0.1% -0.4% พาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร -1.2% -0.4% 0.9% 2.4% 2.4% 2.0% การบันเทิงการอ่าน การศึกษา และการศาสนา 0.5% 0.5% 0.4% 0.6% 0.7% 0.6% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 1.2% 1.4% 1.4% 1.4% 1.5% 1.5% ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 0.43% 0.37% 0.37% 0.39% 0.36% 0.52% -1.0% -0.5% 0.0% 0.5% 1.0% 1.5% 2.0% 2024Q1 2024Q2 2024Q3F 2024Q4F เงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่า สาเหตุหลักมาจาก • ในระยะสั้น : แนวโน้มราคาอาหารสด เช่น เนื้อหมู ผักสด ขยายตัวต่า • ในช่วงที่เหลือของปีนี้ : มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพภาครัฐ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ามัน และก๊าซหุงต้ม ที่มีแนวโน้มต่ออายุถึงสิ้นปี • ราคาพลังงานโลกต่ากว่าปีก่อน เงินเฟ้อทยอยกลับสู่กรอบ 1-3% ในไตรมาส 4
  • 22.
    22 หมายเหตุ : มาตรฐานการให้สินเชื่อภาคครัวเรือนเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้าหนักตามยอดคงค้างสินเชื่อครัวเรือนแต่ละประเภท ณ ไตรมาส 1 ปี 2024 ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ภาวะการเงินโดยเฉพาะในภาคครัวเรือนตึงตัวขึ้น SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 องค์ประกอบของการขยายตัวของ GDP หน่วย : %YOY อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง หน่วย : % มาตรฐานการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ หน่วย : Z-score, 4QMA จากผลสารวจ Senior Loan Officer มุมมอง SCB EIC MPC Oct 24 MPC Dec 24 MPC Q1 25 MPC Q2 25 คาดการณ์อัตราดอกเบี้ย นโยบายไทย 2.5% 2.25% 2.0% 2.0% สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจการเงิน ความเปราะบางครัวเรือนและธุรกิจ ส่งผลมายังอุปสงค์ในประเทศ ส่วน หนึ่งจากภาวะการเงินตึงตัว การเริ่มลดดอกเบี้ยจะไม่กระตุ้น การก่อหนี้ ในช่วงเวลาที่มาตรฐานการให้ สินเชื่อเข้มงวดต่อเนื่อง Downside risks เศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นอุป สงค์ในประเทศมีแนวโน้มช่วยพยุง เศรษฐกิจได้น้อยลง ภาวะการเงินโลกผ่อนคลายลง ตามทิศทางการดาเนินนโยบาย การเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก -3% 0% 3% 6% 9% 2022Q1 2022Q2 2022Q3 2022Q4 2023Q1 2023Q2 2023Q3 2023Q4 2024Q1 2024Q2 อุปสงค์ในประเทศ (ไม่รวมภาครัฐ) อุปสงค์ต่างประเทศ ภาครัฐ แรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ ในประเทศเริ่มแผ่วลง -6 -4 -2 0 2 0 1 2 3 4 5 6 2007 2009 2011 2013 2015 2017 2019 2021 2023 อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ 1 ปีข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง คิดจากเงินเฟ้อคาดการณ์ (RHS) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง อยู่ระดับสูงกว่าในอดีต -1.5 -0.5 0.5 1.5 Sep-14 May-15 Jan-16 Sep-16 May-17 Jan-18 Sep-18 May-19 Jan-20 Sep-20 May-21 Jan-22 Sep-22 May-23 Jan-24 สินเชื่อภาคธุรกิจรวม สินเชื่อ SMEs สินเชื่อภาคครัวเรือน เข้มงวด ผ่อนคลาย มาตรฐานการให้สินเชื่อครัวเรือน เข้มงวดขึ้นต่อเนื่อง
  • 23.
    23 เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วหลังความกังวลเกี่ยวกับการเมืองเริ่มคลี่คลาย ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคาสูงขึ้น ในระยะต่อไปมองว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าได้ในช่วงสั้น ก่อนที่จะกลับสู่เทรนด์แข็งค่าตาม Easing cycle สหรัฐฯ ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB FM จากข้อมูลของ Bloomberg การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินแต่ละสกุล เทียบดอลลาร์สหรัฐ หน่วย : % (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ส.ค. 2024) เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเร็วในช่วงที่ผ่านมาจาก SCB FM มองเงินบาทอาจกลับไปอ่อนค่าในระยะสั้น ก่อนแข็งค่าต่อในปีหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยมีแนวโน้มชันขึ้น เนื่องจาก คาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย และค่าเงินบาท 7.53% -6.8% -15% -10% -5% 0% 5% 10% Malaysia Dollar index Europe India China Indonesia Thailand Philippines Vietnam Korea Japan Taiwan Since 2024Q3 2024-H1 YTD End-2024 End-2025 USDTHB 34.00 - 34.50 33.00 - 34.00 TH 2y yield 2.10% - 2.20% 1.95% - 2.05% TH 10y yield 2.45% - 2.55% 2.35% - 2.45% UST 2y yield 3.90% - 4.00% 3.25% - 3.35% UST 10y yield 3.85% - 3.95% 3.50% - 3.40% • ความกังวลเกี่ยวกับการเมืองเริ่มคลี่คลาย หลังแต่งตั้งนายกฯ ใหม่ได้เร็ว • Dollar index ปรับอ่อนค่าลงตาม US Treasury yields ที่ลงจากเลขเศรษฐกิจดีขึ้น • ราคาทองคาปรับขึ้นเร็ว สู่ระดับ All-time high • ในระยะ 1-2 เดือนนี้ อาจมีโอกาสที่เงินบาทจะมี Correction อ่อนค่าขึ้นไปได้ เพราะ 1) ตลาดอาจ Price-out rate cuts ออกไปบ้าง เนื่องจาก SCB FM มองว่าโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย 50 BPS ใน 1 การประชุมมีน้อย จากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่วิกฤต และ 2) เลือกตั้งสหรัฐฯ และความเสี่ยงเรื่อง Trade protectionism • ในระยะกลาง-ยาว มองว่าบาทจะทยอยแข็งค่าต่อได้ตาม Easing cycle สหรัฐฯ ที่จะทาให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อ และดุลบัญชีเดินสะพัดไทยมีแนวโน้มเกินดุลสูงขึ้น • ST yields อาจลดลงเล็กน้อย จากการลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ภายในไตรมาสแรกปีหน้า • LT yields อาจลดลงได้ เพราะมาตรการภาครัฐมีโอกาสออกมาได้น้อยลง หลังการเปลี่ยน นายกฯ และ US Treasury yields ที่อาจลดลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • 24.