ประชุมหนังสือ “ครูเพื่อศิษย์ สอนสู่รู้เชื่อมโยง”
เพื่อโครงการ
ครูเพื่อศิษย์ สอนสู่รู้เชื่อมโยง ออนไลน์
1 เมษายน 2563 เวลา 9.00-12.00 น.
Zoom meeting
Agenda (180 นาที)
1. ชวนคุยเป้าหมายของการประชุม
2. ทบทวนประเด็นจากการประชุมครั<งที>แล้ว (5 นาที)
3. แชร์ประเด็นที>ได้จากการอ่าน บทที> 6 ( 60 นาที)
4. แชร์ประเด็นที>ได้จากการอ่าน บทที> 7 ( 60 นาที)
5. Reflection สิ>งที>ทุกคนได้จากการประชุม
6. นัดการประชุมครั<งต่อไป
เป้าหมายการประชุมสําคัญ
1. เข้าใจสาระในหนังสือ (สรุปประเด็นร่วมกัน)
2. ดูสิ>งที>เชื>อมโยงกับงานที>เราทํา (แชร์เคส)
3. ทีมนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ต่อกับการทํางานในพื<นที>
แบ่งเป็น 2 ส่วน
1. คัดเลือกโรงเรียนที>เป็น best practice มาแลกเปลี>ยนในวงหรือชวนเข้ามาทํางาน
2. ได้แนวทาง/เครื>องมือเอาไปทํางานต่อ โดยมีทั<ง ออฟไลน์และออนไลน์
- ออนไลน์ ฝึกให้คนเป็น Facilitator ในการสร้างห้องเรียนออนไลน์ โดยตั<งเป้าหมายการประชุมทุกครั<ง
- มีการประเมิน สร้างเกณฑ์ในการวัดผล และมี reflection
การประชุมออนไลน์ PLC
โครงการประชุม
ช่วงที' 1เข้าสู่ session ( 5 min)
1. แจ้งเป้าหมายการเรียนรู้ของวันนี=
2. ข้อตกลง กติกามารยาท ในการประชุม
3. ทฤษฎีเบื=องหลัง
ช่วงที' 2 เข้าสู่เนื8อหา (75 นาที)
ครูแชร์เคส à แต่ละเคสแบ่งเวลา นําเสนอ และ พูดคุย
ช่วงที' 3 AAR/สรุป/วัดผล (10 นาที)
Reflection
ตั=งคําถาม เช่น “เราจะอธิบายสิ`งที`เราเรียนรู้ด้วยทฤษฎีอย่างไร” “เกิดความ
เข้าใจในทฤษฎีลึกขึ=นอย่างไร”
** เพื`อฝึกให้ครูใช้วิธีคิดนี=ไปออกแบบการสอนเด็ก
ครูต้องมีแนวคิดในการเรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ สร้าง
นิสัยเรียนรู้จากการทํางาน เรียนรู้ผ่านเพื`อนร่วมงาน ครู ทีม SCBF ผู้บริหาร
โรงเรียน โดยมี Ultimate goal คือ ผลลัพธ์/เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก
การดําเนินการต่อของทีม SCBF
• ใส่ให้ชัดว่าเป็น PLC ของโปรแกรมอะไร
• เป้าหมายคืออะไร
• ครูจะนําไปใช้ต่ออย่างไร
Agenda
โครงสร้างเวลา
เป้าหมาย +
ประเมิน
Reflection
(โหวต 4 ช่อง)
*โครงนี5ใช้ทั5ง facilitate การประชุมครูกับทีม SCBF และ ครูใช้ facilitate ห้องเรียน
เป้าหมายในการประชุม
เป้าหมายในการเรียนคาบนี;
กรอบเวลา ทั;งหมดใช้กี@นาที
แต่ละส่วนใช้กี@นาที
เป้าหมายของการออกแบบห้องเรียนที@ต้องการ
วิธี/เกณฑ์ในการประเมินว่าเราไปถึงเป้าหมายไหม ครู
เข้าใจว่าอย่างไร เด็กเรียนรู้ระดับไหน
เด็กเรียนรู้อะไร
ครูเรียนรู้อะไร
สิ@งที@ควรนําไปปรับปรุงในครั;งต่อไป
ส่วนนี;รวมกันได้
= visible learning
• นําหนังสือไปให้ครูอ่าน ให้อิสระครู
ในการตีความ แล้วนํากลับมาแชร์กัน
• บทบาทของ SCBF คือ
เป็นโค้ชให้ครู
DO
• วางตัวเป็น coach/facilitator ถ้ามีเป้าหมายในใจ
ให้ใช้คําถามปลายเปิด
• เพิ@ม listening skills สําหรับครู ฟังหัวใจของครู
ฟังไปถึงแนวทางการใช้ชีวิตและปัญหาของครูด้วย
• นําหนังสือไปให้ครูอ่าน
• ให้ครูตีความอย่างอิสระ แล้วมาคุยกัน ชวนครู
เชื@อมโยงถึงสิ@งที@ทําอยู่หรือสิ@งที@เคยทํา แล้วชวนเขา
ถอดออกมาเป็นทฤษฎี
• ประชุม online PLC เดือนละ 2 ครั5ง
- จัดการประชุมร่วมกับครูเพื@อฟังประเด็นที@ครูได้
จากหนังสือและวางแผนการเรียนการสอนร่วมกัน
• เป็นmentorให้ครู ให้คําแนะนํา และมีพื;นที@คุย
ติดตามผลลัพธ์หลังประชุม
• ไม่ไปสอนครู
• ไม่ทําแทนครู
• ไม่บอกเป้าหมายในใจไปตรงๆ
• ไม่ไปบอกเขาว่าหนังสือนี;มันใหม่หรือเป็น
วิธีการที@ควรใช้
DON’T 1. การออกแบบห้องเรียนร่วมกัน
(เราช่วยครูออกแบบ เพืdอให้ครูไป
ออกแบบร่วมกันกับนักเรียน)
2. Empower ครู เพืdอให้ครู ไป
empower นักเรียน
3. Agile
ทิศทางการทํางานของ SCBF กับพื้นที่นวัตกรรม (20 โรงเรียน)
1 สร้าง Creativity ให้นักเรียน
2 สร้างห้องเรียนอนาคต เป็น
แบบ Agile
• การเรียนรู้ระดับลึก เพื2อหาความสนใจในการเรียน
• สร้างนิสัยการเป็นคนเรียนรู้ระดับลึก = Growth mindset
บทบาทครู
• ครูต้องมีทักษะ/เครื2องในการพานักเรียนเรียนรู้ระดับผิวไปสู่ระดับ
ลึก (เครื.องมือ: Open approach, PBL)
• สร้างนิสัยในการอยากเรียนรู้ให้เด็ก
• ครูเปิดใจว่าคําตอบที2ครูพาเด็กไปหานัWนไม่ได้มีคําตอบเดียว
• รอให้เป็น ให้เวลาเด็กหาคําตอบและรู้จังหวะเวลาที2จะนําทาง
เด็ก
• การสร้างเนืWอหาที2ท้าทายให้ผู้เรียน
• การสร้างโครงให้เด็กได้ทํา reflection 4 ด้านก่อนให้ feedback
• สร้างคําถามตัTงต้นที.กระตุ้นคิดเชิงลึก เพื2อนํากิจกรรมอภิปราย
ประเด็นสําคัญ
สิ่งที่ทีม SCBF นําไปทําต่อ
• เรียนรู้เรื2องการทํา reflrction 4 ด้าน กับทีม active citizen
บทที่ 6 : เรียนรู้ระดับลึก character เด็ก ที.เราพยายามสร้าง
• เด็กมี passion รู้สึกท้าทายที`อยากจะเรียนรู้ต่อ
• เด็กกล้าคิด กล้าตอบผิด
• เป็นเด็กใจกว้าง ฟังเป็น แชร์เป็น ไม่ยึดมั`นถือมั`นกับคําตอบเดียว
• เด็กรู้จักการทํางานเป็นทีม รู้จักบทบาทของตัวเองในทีม และ
ความสัมพันธ์กับผู้อื`น
• เด็กรู้จักเข้าไปข้างในของตัวเอง
เรียนวิธีคิด
ทําให้เด็กใจกว้าง ฟังเป็น
แชร์เป็น ไม่ยึดมั2นถือมั2น
กับคําตอบเดียว
เรียนการ
ประยุกต์ใช้ความรู้
OPEN APPROACH PBL
💖 💖
"
#
อาจารย์ไมตรี Open approach
ประเด็น : Open approach
จุดเด่น
• เปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็น แนวทางในการแก้โจทย์ เมื@อคําตอบ
ของเด็กได้มาแตกต่างกัน ก็นํามา discuss กัน (open dialogue)
• เป็น safe space for failure เด็กสามารถเรียนรู้จากสิ@งที@เขาทําผิดได้ โดย
ไม่ได้บอกว่าผิดตรงไหน แต่ดึงให้มาเห็นกระบวนการหาคําตอบเพืdอ
เรียนรู้วิธีคิด ครูแจกแจงให้เห็นว่าแต่ละวิธีคิดนําไปสู่คําตอบที@ 1 2 3
อย่างไร แล้วชี;ให้เห็นว่าจุดแยกหลอกอยู่ตรงไหน เพื@อให้เด็กเห็นว่าถึง
คําตอบผิด ก็ยังมีความสําคัญ
case 1
ครูยิ้ม โรงเรียนลําปลายมาศพัฒนา
ประเด็น : Open approach
จุดเด่นของครูยิ้ม/ห้องเรียนครูยิ้ม
• โชว์เป้าหมายและสิ@งที@จะเรียนในวันนี;ตอนเริ@มคาบ
• การทํา Book club สร้างพื;นที@การแลกเปลี@ยนความรู้
• เตรียมสื@อและอุปกรณ์การสอน ครอบคลุมและเอื;อต่อทุกเหมายการเรียนในคาบนั;น
• ลักษณะการตั;งคําถามที@เชื@อมโยงกับสังคม
สิ่งที่ครูควรทํา (เรียนรู้จากสิ่งที่ครูยิ้มทํา)
• ทําแผนการสอนให้เห็นว่าวันนี;จะเรียนอะไร (visible learning)
• ออกแบบบทเรียน ว่าจะเดินเรื@องอย่างไรในหนึ@งคาบ เตรียมสื@อการสอน อุปกรณ์
การพาเรียน เพื@อไปให้ถึงเป้าหมาย (เรียนฟัง พูด อ่าน เขียน)
• เป็น Learning facilitator
• มีชุดคําถามนําทาง ปลายเปิด เพื@อให้เกิด critical thinking เชื@อมโยงถึงตัวเด็ก และ
สังคมโดยรอบ สถานการณ์โลก
case 2
• การเรียนรู้เชื,อมโยง คือ การเอาความรู้มาใช้ของเด็ก การเรียนแบบ self-directed เด็กตัCงคําถาม
และหาคําตอบด้วยตัวเอง เห็นวิธีการเรียนรู้ของตัวเอง ประเมินตัวเองได้ เมื,อเด็กหาคําตอบด้วย
ตัวเองได้จะช่วยเพิ,ม self esteem ซึ,งจะกลายเป็น catalyst ในการเรียนรู้ต่อเนื,อง
• ระดับการเชื6อมโยง **ไม่ใช่ลําดับขัCน แต่เป็นจังหวะในการพาเด็กเรียนรู้
• เห็น pattern & concept & ความเชื,อมโยง ของชุดข้อมูลย่อย ในข้อมูลใหญ่มีชุดข้อมูลย่อย เพื,อถอด
ออกมาเป็นทฤษฎีแล้วนํามาใช้ต่อในการทํางาน (ถอดบทเรียน)
บทบาทครู
• เครื,องมือ: PBL, Reflection 4 ด้าน, การถอดบทเรียน, การให้ feedback
• การเรียนแบบ PBL เช่น การทําละคร, Play role, ทําโครงงาน ครูออกแบบการเรียน **เพื,อให้เด็ก
เข้าใจภาษาของการเรียนรู้ เข้าใจบทบาทที,นําความรู้ไปประยุกต์ใช้ ** ก่อนทําต้องmake sure ว่า
เด็กมีพืCนฐานความรู้เพียงพอ à ปูพืCนฐานความรู้ให้เด็กก่อน
• ชวนเด็กคิดว่า เรียนไปทําไม เรียนแล้วจะใช้อย่างไร
• ให้เด็กทํา Reflection 4 ด้าน à ชวนทําซํCา à เพื,อให้เห็นจุดเด่น ด้อย ที,จะพัฒนาเพื,อปรับเปลี,ยน
ตัวเอง à เชื,อมโยงให้เห็นบทบาทในทีม หน้าที,ของตัวเองว่าต้องปรับเปลี,ยนอย่างไร
• ครูจะทําให้เด็กเห็น pattern (ความเหมือน ความต่าง ในสิ,งที,เรียน) และคอยเช็คว่าแพทเทิร์นที,เด็ก
เห็นนัCนถูกหรือไม่ à ชวนเด็กคุยเรื,อง ความเหมือน/ความต่าง à ในสิ,งที,เรียน ให้ feedback
• ครูรับฟัง Feedback จากเด็ก ฟังว่าเด็กอยากได้อะไร เพื,อที,จะได้นําฟีดแบคมาพัฒนาการสอนของ
ตัวเองเพื,อให้เด็กได้ในสิ,งที,อยากได้ ครูสามารถติดตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนได้
• เมื6อเด็ก reflect แล้ว ครูให้ feedback เพื6อ reinforce เด็ก (ช้อนโอกาสไกด์ต่อ สร้างความ
รับผิดชอบให้เด็ก)
ประเด็นสําคัญ
สิ่งที่ทีม SCBF นําไปทําต่อ
• สนับสนุนให้ครูตัNงคําถามเพืQอชวนเด็กคิดว่า เรียนไปทําไม เรียน
แล้วจะนําไปใช้อย่างไร
• ประเด็นต่อยอด ถอดข้อดีของแต่ละเคส (ครูยิNม,แพลทฟอร์ม
ของครูวิเชียร) ไปปรับใช้ต่อ โดยเริQมจากวัด EF
บทที่ 7 : เรียนรู้ระดับเชื่อมโยง character เด็ก ที.เราพยายามสร้าง
• เด็กสามารถเอาข้อมูลจากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้จริง เห็นความสัมพันธ์
ของเนื=อหากับวิธีชีวิตและโลกรอบตัวเขา self-directed learner
• เด็กมองเห็นความเหมือนและความต่าง pattern
• เห็นความต่างของชุดข้อมูลย่อยในเนื=อหาก้อนใหญ่ และเห็นบทบาท
ระหว่างชุดข้อมูลย่อย เห็นแพทเทิร์นและความเชื'อมโยงของข้อมูล
• รู้จักตัวเอง และนําไปสู่การเปลี'ยนแปลง พัฒนาตัวเอง
เรียนการ
ประยุกต์ใช้
ความรู้
PBL
💖
ให้เด็กเข้าใจ
ตัวเอง สร้างการ
พัฒนา โดยครู
เป็นโค้ชให้เด็ก
Reflection
💖
เพืBอ reinforce เด็ก
และนําไปเชืBอมโยง
กับตัวเองเพืBอพัฒนา
ตัวเอง
Feedback
💖
$
#
ห้องเรียน Project-Based Learning
ประเด็น : PBL
จุดเด่น
• ให้เด็กได้ทําโปรเจกต์ เจอปัญหาจริง หาวิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เจอ
ตัวละครที@หลากหลายในชีวิตจริง
• เด็กเรียนรุ้ภาษาของการเรียนรู้ เห็นแพทเทิร์นการเรียนรู้ และเชื@อมโยง
ความรู้ได้
ข้อควรระวัง
• ความรู้พื;นฐานของเด็กอาจไม่เท่ากัน ครูต้องเช็คให้แน่ใจว่าเด็กมีความรู้
พื;นฐานอย่างไรก่อนให้โจทย์ PBL
case 1
โรงเรียน
ประเด็น :
จุดเด่น
case 2

Sum scbf

  • 1.
    ประชุมหนังสือ “ครูเพื่อศิษย์ สอนสู่รู้เชื่อมโยง” เพื่อโครงการ ครูเพื่อศิษย์สอนสู่รู้เชื่อมโยง ออนไลน์ 1 เมษายน 2563 เวลา 9.00-12.00 น. Zoom meeting
  • 2.
    Agenda (180 นาที) 1.ชวนคุยเป้าหมายของการประชุม 2. ทบทวนประเด็นจากการประชุมครั<งที>แล้ว (5 นาที) 3. แชร์ประเด็นที>ได้จากการอ่าน บทที> 6 ( 60 นาที) 4. แชร์ประเด็นที>ได้จากการอ่าน บทที> 7 ( 60 นาที) 5. Reflection สิ>งที>ทุกคนได้จากการประชุม 6. นัดการประชุมครั<งต่อไป
  • 3.
    เป้าหมายการประชุมสําคัญ 1. เข้าใจสาระในหนังสือ (สรุปประเด็นร่วมกัน) 2.ดูสิ>งที>เชื>อมโยงกับงานที>เราทํา (แชร์เคส) 3. ทีมนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ต่อกับการทํางานในพื<นที> แบ่งเป็น 2 ส่วน 1. คัดเลือกโรงเรียนที>เป็น best practice มาแลกเปลี>ยนในวงหรือชวนเข้ามาทํางาน 2. ได้แนวทาง/เครื>องมือเอาไปทํางานต่อ โดยมีทั<ง ออฟไลน์และออนไลน์ - ออนไลน์ ฝึกให้คนเป็น Facilitator ในการสร้างห้องเรียนออนไลน์ โดยตั<งเป้าหมายการประชุมทุกครั<ง - มีการประเมิน สร้างเกณฑ์ในการวัดผล และมี reflection
  • 4.
    การประชุมออนไลน์ PLC โครงการประชุม ช่วงที' 1เข้าสู่session ( 5 min) 1. แจ้งเป้าหมายการเรียนรู้ของวันนี= 2. ข้อตกลง กติกามารยาท ในการประชุม 3. ทฤษฎีเบื=องหลัง ช่วงที' 2 เข้าสู่เนื8อหา (75 นาที) ครูแชร์เคส à แต่ละเคสแบ่งเวลา นําเสนอ และ พูดคุย ช่วงที' 3 AAR/สรุป/วัดผล (10 นาที) Reflection ตั=งคําถาม เช่น “เราจะอธิบายสิ`งที`เราเรียนรู้ด้วยทฤษฎีอย่างไร” “เกิดความ เข้าใจในทฤษฎีลึกขึ=นอย่างไร” ** เพื`อฝึกให้ครูใช้วิธีคิดนี=ไปออกแบบการสอนเด็ก ครูต้องมีแนวคิดในการเรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ สร้าง นิสัยเรียนรู้จากการทํางาน เรียนรู้ผ่านเพื`อนร่วมงาน ครู ทีม SCBF ผู้บริหาร โรงเรียน โดยมี Ultimate goal คือ ผลลัพธ์/เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก การดําเนินการต่อของทีม SCBF • ใส่ให้ชัดว่าเป็น PLC ของโปรแกรมอะไร • เป้าหมายคืออะไร • ครูจะนําไปใช้ต่ออย่างไร Agenda โครงสร้างเวลา เป้าหมาย + ประเมิน Reflection (โหวต 4 ช่อง) *โครงนี5ใช้ทั5ง facilitate การประชุมครูกับทีม SCBF และ ครูใช้ facilitate ห้องเรียน เป้าหมายในการประชุม เป้าหมายในการเรียนคาบนี; กรอบเวลา ทั;งหมดใช้กี@นาที แต่ละส่วนใช้กี@นาที เป้าหมายของการออกแบบห้องเรียนที@ต้องการ วิธี/เกณฑ์ในการประเมินว่าเราไปถึงเป้าหมายไหม ครู เข้าใจว่าอย่างไร เด็กเรียนรู้ระดับไหน เด็กเรียนรู้อะไร ครูเรียนรู้อะไร สิ@งที@ควรนําไปปรับปรุงในครั;งต่อไป ส่วนนี;รวมกันได้ = visible learning • นําหนังสือไปให้ครูอ่าน ให้อิสระครู ในการตีความ แล้วนํากลับมาแชร์กัน • บทบาทของ SCBF คือ เป็นโค้ชให้ครู
  • 5.
    DO • วางตัวเป็น coach/facilitatorถ้ามีเป้าหมายในใจ ให้ใช้คําถามปลายเปิด • เพิ@ม listening skills สําหรับครู ฟังหัวใจของครู ฟังไปถึงแนวทางการใช้ชีวิตและปัญหาของครูด้วย • นําหนังสือไปให้ครูอ่าน • ให้ครูตีความอย่างอิสระ แล้วมาคุยกัน ชวนครู เชื@อมโยงถึงสิ@งที@ทําอยู่หรือสิ@งที@เคยทํา แล้วชวนเขา ถอดออกมาเป็นทฤษฎี • ประชุม online PLC เดือนละ 2 ครั5ง - จัดการประชุมร่วมกับครูเพื@อฟังประเด็นที@ครูได้ จากหนังสือและวางแผนการเรียนการสอนร่วมกัน • เป็นmentorให้ครู ให้คําแนะนํา และมีพื;นที@คุย ติดตามผลลัพธ์หลังประชุม • ไม่ไปสอนครู • ไม่ทําแทนครู • ไม่บอกเป้าหมายในใจไปตรงๆ • ไม่ไปบอกเขาว่าหนังสือนี;มันใหม่หรือเป็น วิธีการที@ควรใช้ DON’T 1. การออกแบบห้องเรียนร่วมกัน (เราช่วยครูออกแบบ เพืdอให้ครูไป ออกแบบร่วมกันกับนักเรียน) 2. Empower ครู เพืdอให้ครู ไป empower นักเรียน 3. Agile ทิศทางการทํางานของ SCBF กับพื้นที่นวัตกรรม (20 โรงเรียน) 1 สร้าง Creativity ให้นักเรียน 2 สร้างห้องเรียนอนาคต เป็น แบบ Agile
  • 6.
    • การเรียนรู้ระดับลึก เพื2อหาความสนใจในการเรียน •สร้างนิสัยการเป็นคนเรียนรู้ระดับลึก = Growth mindset บทบาทครู • ครูต้องมีทักษะ/เครื2องในการพานักเรียนเรียนรู้ระดับผิวไปสู่ระดับ ลึก (เครื.องมือ: Open approach, PBL) • สร้างนิสัยในการอยากเรียนรู้ให้เด็ก • ครูเปิดใจว่าคําตอบที2ครูพาเด็กไปหานัWนไม่ได้มีคําตอบเดียว • รอให้เป็น ให้เวลาเด็กหาคําตอบและรู้จังหวะเวลาที2จะนําทาง เด็ก • การสร้างเนืWอหาที2ท้าทายให้ผู้เรียน • การสร้างโครงให้เด็กได้ทํา reflection 4 ด้านก่อนให้ feedback • สร้างคําถามตัTงต้นที.กระตุ้นคิดเชิงลึก เพื2อนํากิจกรรมอภิปราย ประเด็นสําคัญ สิ่งที่ทีม SCBF นําไปทําต่อ • เรียนรู้เรื2องการทํา reflrction 4 ด้าน กับทีม active citizen บทที่ 6 : เรียนรู้ระดับลึก character เด็ก ที.เราพยายามสร้าง • เด็กมี passion รู้สึกท้าทายที`อยากจะเรียนรู้ต่อ • เด็กกล้าคิด กล้าตอบผิด • เป็นเด็กใจกว้าง ฟังเป็น แชร์เป็น ไม่ยึดมั`นถือมั`นกับคําตอบเดียว • เด็กรู้จักการทํางานเป็นทีม รู้จักบทบาทของตัวเองในทีม และ ความสัมพันธ์กับผู้อื`น • เด็กรู้จักเข้าไปข้างในของตัวเอง เรียนวิธีคิด ทําให้เด็กใจกว้าง ฟังเป็น แชร์เป็น ไม่ยึดมั2นถือมั2น กับคําตอบเดียว เรียนการ ประยุกต์ใช้ความรู้ OPEN APPROACH PBL 💖 💖 " #
  • 7.
    อาจารย์ไมตรี Open approach ประเด็น: Open approach จุดเด่น • เปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็น แนวทางในการแก้โจทย์ เมื@อคําตอบ ของเด็กได้มาแตกต่างกัน ก็นํามา discuss กัน (open dialogue) • เป็น safe space for failure เด็กสามารถเรียนรู้จากสิ@งที@เขาทําผิดได้ โดย ไม่ได้บอกว่าผิดตรงไหน แต่ดึงให้มาเห็นกระบวนการหาคําตอบเพืdอ เรียนรู้วิธีคิด ครูแจกแจงให้เห็นว่าแต่ละวิธีคิดนําไปสู่คําตอบที@ 1 2 3 อย่างไร แล้วชี;ให้เห็นว่าจุดแยกหลอกอยู่ตรงไหน เพื@อให้เด็กเห็นว่าถึง คําตอบผิด ก็ยังมีความสําคัญ case 1 ครูยิ้ม โรงเรียนลําปลายมาศพัฒนา ประเด็น : Open approach จุดเด่นของครูยิ้ม/ห้องเรียนครูยิ้ม • โชว์เป้าหมายและสิ@งที@จะเรียนในวันนี;ตอนเริ@มคาบ • การทํา Book club สร้างพื;นที@การแลกเปลี@ยนความรู้ • เตรียมสื@อและอุปกรณ์การสอน ครอบคลุมและเอื;อต่อทุกเหมายการเรียนในคาบนั;น • ลักษณะการตั;งคําถามที@เชื@อมโยงกับสังคม สิ่งที่ครูควรทํา (เรียนรู้จากสิ่งที่ครูยิ้มทํา) • ทําแผนการสอนให้เห็นว่าวันนี;จะเรียนอะไร (visible learning) • ออกแบบบทเรียน ว่าจะเดินเรื@องอย่างไรในหนึ@งคาบ เตรียมสื@อการสอน อุปกรณ์ การพาเรียน เพื@อไปให้ถึงเป้าหมาย (เรียนฟัง พูด อ่าน เขียน) • เป็น Learning facilitator • มีชุดคําถามนําทาง ปลายเปิด เพื@อให้เกิด critical thinking เชื@อมโยงถึงตัวเด็ก และ สังคมโดยรอบ สถานการณ์โลก case 2
  • 8.
    • การเรียนรู้เชื,อมโยง คือการเอาความรู้มาใช้ของเด็ก การเรียนแบบ self-directed เด็กตัCงคําถาม และหาคําตอบด้วยตัวเอง เห็นวิธีการเรียนรู้ของตัวเอง ประเมินตัวเองได้ เมื,อเด็กหาคําตอบด้วย ตัวเองได้จะช่วยเพิ,ม self esteem ซึ,งจะกลายเป็น catalyst ในการเรียนรู้ต่อเนื,อง • ระดับการเชื6อมโยง **ไม่ใช่ลําดับขัCน แต่เป็นจังหวะในการพาเด็กเรียนรู้ • เห็น pattern & concept & ความเชื,อมโยง ของชุดข้อมูลย่อย ในข้อมูลใหญ่มีชุดข้อมูลย่อย เพื,อถอด ออกมาเป็นทฤษฎีแล้วนํามาใช้ต่อในการทํางาน (ถอดบทเรียน) บทบาทครู • เครื,องมือ: PBL, Reflection 4 ด้าน, การถอดบทเรียน, การให้ feedback • การเรียนแบบ PBL เช่น การทําละคร, Play role, ทําโครงงาน ครูออกแบบการเรียน **เพื,อให้เด็ก เข้าใจภาษาของการเรียนรู้ เข้าใจบทบาทที,นําความรู้ไปประยุกต์ใช้ ** ก่อนทําต้องmake sure ว่า เด็กมีพืCนฐานความรู้เพียงพอ à ปูพืCนฐานความรู้ให้เด็กก่อน • ชวนเด็กคิดว่า เรียนไปทําไม เรียนแล้วจะใช้อย่างไร • ให้เด็กทํา Reflection 4 ด้าน à ชวนทําซํCา à เพื,อให้เห็นจุดเด่น ด้อย ที,จะพัฒนาเพื,อปรับเปลี,ยน ตัวเอง à เชื,อมโยงให้เห็นบทบาทในทีม หน้าที,ของตัวเองว่าต้องปรับเปลี,ยนอย่างไร • ครูจะทําให้เด็กเห็น pattern (ความเหมือน ความต่าง ในสิ,งที,เรียน) และคอยเช็คว่าแพทเทิร์นที,เด็ก เห็นนัCนถูกหรือไม่ à ชวนเด็กคุยเรื,อง ความเหมือน/ความต่าง à ในสิ,งที,เรียน ให้ feedback • ครูรับฟัง Feedback จากเด็ก ฟังว่าเด็กอยากได้อะไร เพื,อที,จะได้นําฟีดแบคมาพัฒนาการสอนของ ตัวเองเพื,อให้เด็กได้ในสิ,งที,อยากได้ ครูสามารถติดตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนได้ • เมื6อเด็ก reflect แล้ว ครูให้ feedback เพื6อ reinforce เด็ก (ช้อนโอกาสไกด์ต่อ สร้างความ รับผิดชอบให้เด็ก) ประเด็นสําคัญ สิ่งที่ทีม SCBF นําไปทําต่อ • สนับสนุนให้ครูตัNงคําถามเพืQอชวนเด็กคิดว่า เรียนไปทําไม เรียน แล้วจะนําไปใช้อย่างไร • ประเด็นต่อยอด ถอดข้อดีของแต่ละเคส (ครูยิNม,แพลทฟอร์ม ของครูวิเชียร) ไปปรับใช้ต่อ โดยเริQมจากวัด EF บทที่ 7 : เรียนรู้ระดับเชื่อมโยง character เด็ก ที.เราพยายามสร้าง • เด็กสามารถเอาข้อมูลจากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้จริง เห็นความสัมพันธ์ ของเนื=อหากับวิธีชีวิตและโลกรอบตัวเขา self-directed learner • เด็กมองเห็นความเหมือนและความต่าง pattern • เห็นความต่างของชุดข้อมูลย่อยในเนื=อหาก้อนใหญ่ และเห็นบทบาท ระหว่างชุดข้อมูลย่อย เห็นแพทเทิร์นและความเชื'อมโยงของข้อมูล • รู้จักตัวเอง และนําไปสู่การเปลี'ยนแปลง พัฒนาตัวเอง เรียนการ ประยุกต์ใช้ ความรู้ PBL 💖 ให้เด็กเข้าใจ ตัวเอง สร้างการ พัฒนา โดยครู เป็นโค้ชให้เด็ก Reflection 💖 เพืBอ reinforce เด็ก และนําไปเชืBอมโยง กับตัวเองเพืBอพัฒนา ตัวเอง Feedback 💖 $ #
  • 9.
    ห้องเรียน Project-Based Learning ประเด็น: PBL จุดเด่น • ให้เด็กได้ทําโปรเจกต์ เจอปัญหาจริง หาวิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เจอ ตัวละครที@หลากหลายในชีวิตจริง • เด็กเรียนรุ้ภาษาของการเรียนรู้ เห็นแพทเทิร์นการเรียนรู้ และเชื@อมโยง ความรู้ได้ ข้อควรระวัง • ความรู้พื;นฐานของเด็กอาจไม่เท่ากัน ครูต้องเช็คให้แน่ใจว่าเด็กมีความรู้ พื;นฐานอย่างไรก่อนให้โจทย์ PBL case 1 โรงเรียน ประเด็น : จุดเด่น case 2