ง
Title: The guidelinesfor developing the public relations website of Basic
Education Commission.
Author: Jarupha Sangkharom
Organization: Office of Basic Education Commission.
Year: 2017
Keywords: The public relations website Basic Education Commission.
Abstract
This research aimed 1) to investigate the need and guidelines for
developing the public relations website of Basic Education Commission, 2) to develop
the website prototype with suitable technology and components, 3) to evaluate
utilities of the website. The sample used in this research were 5 executives of Basic
Education Commission, 5 experts in web design for public relations, users’ operating
system were 30 officers of Basic Education Commission and 225 public relations officers
of Primary Educational Service Area office and Secondary Educational Service Area
office, Basic Education Commission.
The instruments were: 1) a questionnaire of the needs assessment and
guidelines for developing the website, 2) a questionnaire of the component and
suitable technology for website and 3) a questionnaire of perceived usefulness and
ease of use the website. The statistics used were Mean and Standard Deviation.
The research results were as follows:
1. The guidelines for developing the public relations website of Basic
Education Commission: Prototype the public relations website of Basic Education
Commission (OBEC news) was designed the structure of a website with an information
management system using the principles of relation database. For the design and
development technology, MySQL was the operator in the database. Professional Home
Page (PHP), PHPMYADMIN, and JAVA were used to control the script language and
contact between web server and database, URL: www.sorportornews.obec.go.th.
The web components consists of 12 modules: 1) Editor, 2) Ministry of Education news,
3) Basic Education Commission news, 4) Provincial Education office news, 5) Educational
ค
Abstract
ง
Title: The guidelines for developing the public relations website of Basic
Education Commission.
Author: Jarupha Sangkharom
Organization: Office of Basic Education Commission.
Year: 2017
Keywords: The public relations website Basic Education Commission.
Abstract
This research aimed 1) to investigate the need and guidelines for
developing the public relations website of Basic Education Commission, 2) to develop
the website prototype with suitable technology and components, 3) to evaluate
utilities of the website. The sample used in this research were 5 executives of Basic
Education Commission, 5 experts in web design for public relations, users’ operating
system were 30 officers of Basic Education Commission and 225 public relations officers
of Primary Educational Service Area office and Secondary Educational Service Area
office, Basic Education Commission.
The instruments were: 1) a questionnaire of the needs assessment and
guidelines for developing the website, 2) a questionnaire of the component and
suitable technology for website and 3) a questionnaire of perceived usefulness and
ease of use the website. The statistics used were Mean and Standard Deviation.
The research results were as follows:
1. The guidelines for developing the public relations website of Basic
Education Commission: Prototype the public relations website of Basic Education
Commission (OBEC news) was designed the structure of a website with an information
management system using the principles of relation database. For the design and
development technology, MySQL was the operator in the database. Professional Home
Page (PHP), PHPMYADMIN, and JAVA were used to control the script language and
contact between web server and database, URL: www.sorportornews.obec.go.th.
The web components consists of 12 modules: 1) Editor, 2) Ministry of Education news,
3) Basic Education Commission news, 4) Provincial Education office news, 5) Educational
9.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จ
Service Area Officenews, 6) School news, 7) Special Education News, 8) Clip news,
9 ) The Compass of OBEC, 10) Teacher’s room, 11) Diamond in OBEC, and
12) Web board.
2. The findings of the study on the suitable technology and components
for developing the prototype website “OBEC News” for the Office of the Basic
Education Commission’s public relations purpose are as follows: The general opinion
of the experts, executives and system users concerning the suitable technology and
components for developing the prototype website is that the overall image of
“OBEC News” is at the highest level.
3. As for the result of users’ operating system training and evaluation of
the “OBEC News” website for the Office of the Basic Education Commission’s public
relations purpose, the overall perception of the users is that the usefulness and ease
of use of the “OBEC News” website for the Office of the Basic Education Commission’s
public relations purpose is at the highest level.
ฅ
20
20
ความแตกตางของตัวอักษรที่ติดตั้งอยูในคอมพิวเตอรแตละเครื่อง และผูใชยังสามารถปรับเปลี่ยน
รายละเอียดของหนาจอ สามารถเพิ่มหรือลดขนาดตัวอักษรมาตราน ซึ่งนอกจากจะมีผลกระทบกับ
ความสวยงามและความสะดวกในการอานแลว บางกรณียังกระทบถึงโครงสรางเว็บเพจที่จัดไวลงตัว
แลว นักออกแบบมักแก ปญหาโดยการเลือกใช ตัวอักษรแบบมาตร านที่มาพรอมระบบปฏิบัติการ
( o ) สวนประกอบของตัวอักษร ตัวอักษรแตละตัวจะประกอบไปดวยสวนตาง ๆ ที่ผูพั นา
เว็บไซตจําเปนตองทราบ เพื่อใชเปรียบเทียบลักษณะของตัวอักษรแตละชนิด (เอกเทพ ภักดีศิริมงคล,
2550 : 1 1) ดังนี้
1 ce er คือ สวนบนของตัวอักษรพิมพเล็กที่สูงกวา –he h ของตัวอักษร
เชน และ h เปนตน
2 e ce e คือ สวนลางของตัวอักษรพิมพเล็กที่ต่ํากวา el e ของตัวอักษร
เชน และ เปนตน
el e คือ เสนสมมุติที่ตัวอักษรสวนใหญตั้งอยู
4 C he h คือ ความสูงจากเสน el e ไปจนถึงสวนบนสุดของตัวอักษรพิมพ
ใหญ
5 – he h หมายถึง ความสูงของตัวอักษร ในแบบพิมพเล็กที่สวนใหญใชเพื่อ
อางถึงความสูงของตัวอักษรที่ไมรวมสวนบนและสวนลาง
o – e คือ ระยะความสูงทั้งหมดของตัวอักษรที่วัดจากสวนบนสุดถึงสวน
ลางสุด
เมื่อทราบถึงสวนประกอบตาง ๆ ของตัวอักษรดังกลาวขางตนแลว ผูพั นาเว็บไซตยัง
จําเปนตองทําความเขาใจถึงสวนประกอบอื่นที่เกี่ยวของกับการเลือกใชงานตัวอักษรบนเว็บไซตเพื่อให
มีประสิทธิภาพและตรงกับความตองการมากที่สุด กลาวคือ ระบบการวัดตัวอักษรบนเว็บไซต การวัด
ตัวอักษรในสมัยกอนจะสรางแบบตัวอักษรดวยโลหะ ซึ่งจะใชหนวยเปนพอยท o ) คือ ความสูง
ของโลหะที่ใชสรางตัวอักษร 1 พอยท เทากับ 1 72 นิ้ว หรือ .01 4 นิ้วและ 12 พอยท เทากับ
1 ไพกา ( c ) และ ไพกาเทากับ 1 นิ้ว (โสรชัย นันทวัชรวิบูลย, 2545) แตในปจจุบันหนวยนี้จะ
ใชในระบบการพิมพเทานั้น ซึ่งโดยสวนใหญมักจะกําหนดขนาดของตัวอักษรบนเว็บไซตเปนหนวย
พิกเซล ( el ) หรือคาที่เปนคียเวรด ( e or ) เชน m ll, me m, m llerและ l r er
เปนตน สิ่งที่นาสังเกต คือ ตัวอักษรที่ตางชนิดกันจะมีขนาดที่แตกตางกันถึงแมจะกําหนดคาเทากัน
เนื่องจากวาความสูงของตัวอักษรแตละชนิดจะมีตําแหนงการวัดจากสวนบนสุด ce er) และ
39.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
21
21
สวนลางสุด ( ece e ) ไมเทากัน ซึ่งอาจทําใหมองเห็นขนาดของตัวอักษรบนเว็บเพจแตกตางกัน
ดังนั้น การเลือกชนิดตัวอักษรเพื่อแสดงขอมูลบนเว็บไซตควรเลือกเปนชนิดเดียวกัน ซึ่งจะทําใหไมเกิด
ความแตกตางของขนาดตัวอักษรหรือไมสวยงาม ยกเวนแตจะใหขอความนั้นมีความเดนชัดและ
แตกตางจากขอความอื่น ๆ และชนิดและกลุมตัวอักษรที่นิยมใชบนเว็บไซตการเลือกชนิดของตัวอักษร
(ประเวศน วงษคําชัย และพิรพร หมุนสนิท, 2550) เพื่อใชงานบนเว็บไซตนั้นจะขึ้นอยูกับปจจัย
หลายประการ เชน เนื้อหาที่ตองการนําเสนอการจัดวางองคประกอบ การปรับแตงอัตราสวน
และการจัดสมดุลในเว็บเพจ เปนตน ซึ่งตองอาศัยหลักศิลปะและการใชเทคโนโลยีควบคูกัน
เพื่อสรางความนาสนใจ ชนิดของตัวอักษรที่นิยมใชงานบนเว็บไซต สามารถแบงออกไดเปน 7 กลุม
ตัวอักษร ดังนี้
1. กลุมตัวอักษรประเภท Ser เปนกลุมตัวอักษรแบบลายเสนตกแตงขนาดเล็กที่
เพิ่มขึ้นที่สวนปลายของเสนหลัก คือ มีสวนของลายเสนตกแตงติดกับสวนตนหรือสวนทายของ
ตัวอักษร โดยตัวอักษรที่อยูในกลุมนี้มี me e om , r mo , eor , o และ
oc ell ซึ่งสวนใหญตัวอักษรประเภทนี้จะใชในสวนที่เปนรายละเอียดเนื้อหา เนื่องจากเสนตกแตง
ที่เพิ่มขึ้นจะชวยแยกความแตกตางของแตละตัวอักษร และทําใหการอานเปนไปอยางตอเนื่อง
อยางไรก็ตามจะไมนิยมใชตัวอักษรประเภทนี้เปนตัวหนา ( ol ) เพราะยังมีปญหา
ในการเปลี่ยนแปลงน้ําหนักและความหนาของลายเสน ตัวอักษรประเภทนี้จะให
(โสรชัย นันทวัชรวิบูลย, 2545) ความรูสึกถึงความเกา ความขลัง จึงมักใชกับงานที่เปนทางการกึ่ง
พิธีรีตอง หรือเรื่องราวในเชิงอนุรักษนิยม
2. กลุมตัวอักษรประเภท S Ser เปนกลุมตัวอักษรที่ไมมีลายเสนตกแตงติดอยูกับ
ตัวอักษร โดยตัวอักษรที่อยูในกลุมนี้มี r l, el e c , er และ er e ซึ่งตัวอักษร
ประเภทนี้เหมาะที่จะใชกับหัวขอหรือตัวอักษรขนาดใหญ แตไมนิยมใชเปนตัวเอียงเนื่องจากจะทําให
รูปรางของตัวอักษรเปลี่ยนแปลงไปมาก ตัวอักษรประเภทนี้ไดรับความนิยมในการออกแบบเปน
อยางมาก เนื่องจากดูเรียบงาย ทันสมัย
. กลุมตัวอักษรประเภท o o ce เปนกลุมตัวอักษรที่มีลายเสนตกแตงขนาดเล็ก
เพิ่มขึ้นที่สวนปลายของเสนหลัก คือ มีสวนของลายเสนตกแตงติดกับสวนตนหรือสวนทายของ
ตัวอักษรเชนเดียวกันกับกลุม Ser โดยประกอบดวยตัวอักษรชนิด o co และCo rer เพียงแต
จะมีลักษณะของลายเสนแบบโคงมน
4. กลุมตัวอักษรประเภท C r e เปนกลุมตัวอักษรที่ไมมีลายเสนตกแตงติดอยูกับ
ตัวอักษร มีลักษณะโคงมนทั้งตัวอักษร และดูเปนศิลปะ ประกอบดวยตัวอักษรชนิด Comc S ,
30
0
1) กระบวนการกําหนดวัตถุประสงคและวางแผน Se o ec e
l )
2) การกําหนดเนื้อหาและจัดโครงสรางเว็บไซต S e Co e S r c re)
) การออกแบบเว็บไซต e e e )
4) การพั นาเว็บไซต e e e elo me )
5) การเผยแพรและสงเสริมเว็บไซต e e l h romo e
e e)
) การดูแลและบํารุงรักษาเว็บไซต e e m e ce o o )
ดังภาพการแสดงกระบวนการพั นาเว็บไซต ภาพที่ 2 5
าพที่ 2. กระ วนการพั นา ว ต
กระ วนการที่ กาหน วัต ระสงคและวางแ น S e ec e
l ) ในขั้นตอนนี้ประกอบดวยกิจกรรมยอย 4 กิจกรรม คือ การกําหนดวัตถุประสงคใน
การพั นาเว็บไซต การกําหนดกลุมเปาหมายที่จะเขาใชงานเว็บไซต การศึกษากลยุทธเว็บไซตของ
คูแขงทางธุรกิจ และวางแผนในการพั นาเว็บไซต แตละกิจกรรมยอยมีรายละเอียดดังนี้
1) การกําหนดวัตถุประสงคในการพั นาเว็บไซต กอนเริ่มลงมือพั นาเว็บไซต
สิ่งแรกที่ตองดําเนินการ คือ การกําหนดวัตถุประสงคซึ่งเว็บไซตแตละเว็บไซตจะมีวัตถุประสงคใน
การพั นาที่แตกตางกันไป จึงทําใหรูปแบบการนําเสนอขอมูลในเว็บไซตแตกตางกันไปดวย
การกําหนดวัตถุประสงคเปนการกําหนดเปาหมายในการนําเสนอขอมูลบนเว็บไซตวาตองการนําเสนอ
กําหนดวัตถุประสงค
และวางแผน
กําหนดเนื้อหาและ
จัดโครงสรางเว็บไซต
ดูแลและบํารุง
เว็บไซต
เผยแพรและสงเสริม
เว็บไซต
ออกแบบ
เว็บไซต
พั นา
เว็บไซต
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
33
และรูปแบบการใชงานในเว็บไซต เนื้อหาที่นําเสนอในเว็บไซตจะแบงออกเปนเนื้อหาหลักที่จําเปน
จะตองมีเว็บไซต และเนื้อหาที่เสริมคุณคาใหกับเว็บไซตทําใหเว็บไซตมีความนาสนใจ ดึงดูดผูใชใหอยู
ในเว็บใหนานที่สุด และกลับมาใชบริการเว็บอยูเสมอ รูปแบบการใชงานในเว็บไซต คือ สวนที่ผูใช
สามารถใชงานได เชน การสงขอความไปยังผูดูแลระบบ การสงขอความระหวางผูใชกันเอง
การสงขอมูลผานแบบฟอรม การเลนเกมคลายเครียด การฟงเพลง การ ากขอความในกระดานขาว
บริการ ากรูป หรือระบบ Ch โดยในการกําหนดขอบเขตของเนื้อหาตองสอดคลองกับวัตถุประสงค
ที่กําหนดไว
ั้นตอนยอยที่ การจัดโครงสรางเว็บไซต S e S r c re) คือ การนําขอมูล
ขอบเขตของเนื้อหาที่จะนําเสนอในเว็บไซตจากขั้นตอนยอยที่ 1 มาจัดทําเปนโครงสรางขอมูลใน
เว็บไซต จัดลําดับการนําเสนอขอมูล โดยสรางเปนแผนผังโครงสรางเว็บไซต กําหนดรูปแบบ
การเชื่อมโยงในเว็บไซต กําหนดรูปแบบการจัดวางระบบนําทางหรือเนวิเกชั่น การสรางแผนผัง
โครงสรางเว็บไซต คือ การนําลําดับการนําเสนอขอมูลมาสรางเปนแผนผังที่สื่อความหมาย
แสดงโครงสรางขอมูลที่เปนลําดับชั้น และแสดงการเชื่อมโยงขอมูลในแตละเว็บเพจอยางชัดเจน
อาจแสดงในรูปแบบแผนที่เว็บไซต S e m ), สารบัญเว็บ le o co e ), ลําดับการนําเสนอ
S or o r ) หรือ ผังงาน lo Ch r ) ประกอบดวยหนาแรกคือ ome e ที่สามารถ
เชื่อมโยงไปยังสวนตาง ๆ
กระ วนการที่ การออกแ ว ต เปนขั้นตอน
การออกแบบเคาโครงของเว็บเพจ ออกแบบการจัดวางเนื้อหาตาง ๆ ในเว็บไซต ออกแบบลักษณะ
การแสดงผลทางดานกราฟกของเว็บเพจและเว็บไซต ในขั้นตอนนี้ตองใชความสามารถทางดานศิลปะ
ในการเลือกใชสี เลือกใชรูปภาพที่จะนามาแสดงในเว็บไซต ออกแบบโลโกของเว็บไซต ออกแบบปาย
โ ษณาในเว็บไซต ออกแบบปายประชาสัมพันธ ออกแบบพื้นหลัง ออกแบบระบบนําทางหรือ
เนวิเกชั่นในเว็บไซต ออกแบบเมนู รวมถึงการกําหนดขนาดตัวอักษรที่จะแสดงในเว็บไซต
ในการออกแบบเว็บเพจอาจจะมีการรางตนแบบเว็บเพจจากนั้น จึงใชเครื่องมือชวยในการออกแบบ
เชน การใช CSS ในการออกแบบรูปแบบตัวอักษร ออกแบบรูปแบบการแสดงผล ออกแบบรูปแบบ
ทางดานกราฟกในเว็บไซต เปนตน
กระ วนการที่ การพั นา ว ต เปนขั้นตอนที่
รวบรวมขอมูลจากขั้นตอนกําหนดเนื้อหา การพั นาโครงสรางเว็บไซต และการออกแบบมาพั นา
เปนเว็บไซตที่สามารถทํางานไดจริง ตามวัตถุประสงคที่กําหนดไวตั้งแตเริ่มตนพั นาเว็บไซต
ในขั้นตอนนี้บางครั้งผูพั นาจะพบวาเว็บเพจที่ไดออกแบบไวบางอยางอาจไมเหมาะสมสามารถ
52.
34
4
ปรับแตงไดตามความเหมาะสม อาจมีการใช านขอมูลเขามาชวยในการจัดเก็บขอมูลอาจมีการใช
เครื่องมือชวยในการพั นาเว็บไซต ซึ่งปจจุบันมีเครื่องมือใหเลือกใชมากมาย ทั้งที่สามารถทํางานได
บนอุปกรณที่มีขนาดหนาจอแตกตางกัน หรือระบบปฏิบัติการแตกตางกัน เชน การใชโปรแกรม
สําเร็จรูปสําหรับสรางและจัดการเนื้อหาเว็บไซต Co e eme S em หรือ C S) โดย
ผูพั นาเว็บไซตไมจําเปนตองมีความรูดานการเขียนโปรแกรมก็สามารถสรางเว็บไซตดวยตนเอง
โปรแกรมประเภทนี้จะมีตัวชวยงานระบบงานตาง ๆ ที่จําเปนบนเว็บไซต เชน กระดานขาวสาร
กระดานสนทนา ระบบจัดการปายโ ษณา ระบบนับจํานวนผูเขาชมเว็บไซต ตะกราสินคา ระบบการ
Ch ระบบ ากขอความ เปนตน ซึ่งเรียกวา r me or ตัวอยางเชน or re , ooml ,
o l, e c r , e o ล ในการใชงานผูพั นาเลือกใชตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยัง
มี r me or อีกประเภทหนึ่งที่ผูพั นาสามารถเลือกใชเปน r me or ที่เก็บชุดคําสั่งที่พรอม
สําหรับการพั นาเว็บไซตใหเลือกใชงาน ซึ่งผูพั นาจะตองมีความรูทางดานภาษา , CSS และ
Scr ตัวอยางเชน r el, oo r , er , er o le, Co e er ล
เปนตน ซึ่ง r me or เหลานี้จะชวยทําใหการพั นาเว็บไซตสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ระหวางที่มี
การพั นาเว็บไซตผูพั นาจะตองทําการทดสอบเว็บไซตที่สรางขึ้นกอนที่จะนําไปใชงานจริง
ทําการตรวจสอบความถูกตองของเนื้อหา การทํางานของลิงกและระบบนําทาง ตรวจสอบหา
ความผิดพลาดของโปรแกรมสริปต ตรวจสอบการบันทึกและการเรียกใชขอมูลจาก านขอมูล
ตรวจสอบความถูกตองจากการทํางานของฟงกชั่นการทํางานที่พั นาขึ้น ตรวจสอบการทํางานของ
เว็บไซตบนเบาวรเซอรตาง ๆ ตรวจสอบความละเอียดของจอภาพที่สามารถทํางานไดเหมาะสม
ตรวจสอบการแสดงผลของเว็บไซตบนอุปกรณที่มีขนาดหนาจอแตกตางกัน ตรวจสอบความเร็วในการ
แสดงผลของเว็บไซต ตรวจสอบเวลาตอบสนองเมื่อมีการเรียกใชเว็บเพจแตละหนา และในการพั นา
เว็บไซตที่ดีควรมีแผนที่เว็บไซต S e ) ที่อธิบายถึงโครงสรางของเว็บไซตทั้งหมด เปรียบเสมือน
สารบัญหรือหนาดัชนีของเว็บไซต ทําใหผูชมเว็บไซตเขาใจโครงสรางเว็บและสามารถเขาถึงขอมูลที่
ตองการไดรวดเร็วยิ่งขึ้น
กระ วนการที่ การ ยแพรและสง สริม ว ต
เปนขั้นตอนการนําเว็บไซตที่พั นาเรียบรอยแลว ขึ้นเผยแพรบนเครือขายอินเทอรเน็ต
และประชาสัมพันธใหเว็บไซตเปนที่รูจักของกลุมเปาหมายที่ไดวางแผนไวในขั้นตอนแรก โดยขั้นตอน
การเผยแพรเริ่มจากที่ตองมีพื้นที่ในการจัดเก็บไฟลบนเครือขายอินเทอรเน็ต หรือเรียกวา e
o ซึ่งมีผูใหบริการเชาพื้นที่มากมาย จากนั้นจดทะเบียนชื่อเว็บไซต หรือเรียกวา ชื่อโดเมน
om me) ซึ่งเปนชื่อเว็บไซตไวสําหรับกําหนดเสนทางอางอิงที่อยูเว็บไซต อาจแทนดวย
หมายเลขอินเทอรเน็ต re ) ชื่อโดเมนเปนชื่อที่ใชในการติดตอสื่อสารระหวางบุคคลกับบุคคล
53.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
35
5
สวนการติดตอสื่อสารระหวางเครื่องคอมพิวเตอรในเครือขายจะใชหมายเลขอินเทอรเน็ต ชื่อโดเมน
เปนสิ่งที่สรางขึ้นมาจากผูจดทะเบียน ดังนั้นถือวาเปนทรัพยสินทางปญญาโดยแตละประเทศจะมี
หนวยงานรับผิดชอบการจดทะเบียนชื่อโดเมน เชน ประเทศไทย รับผิดชอบโดยศูนยสารสนเทศ
เครือขายประเทศไทย h l e or orm o Ce er หรือ C) หลังจากที่จด
ทะเบียนชื่อโดเมนเรียบรอยแลว ทําการตั้งคาตําแหนงที่อยูเว็บไซตชี้ไปยังที่อยูของ e o ที่
ไดเชาพื้นที่ไว หลังจากนั้นทําการคัดลอกไฟลเว็บไซตไปยัง e o หรือเรียกวาการ lo
ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะใชโปรแกรมประเภท le r er ro ocol) เชน le ll , C e
หรือใชเครื่องมือจาก e o ที่มีไวใชบริการ จากนั้นทําการเรียกใชเว็บไซตโดยการเรียกจาก
ชื่อโดเมนที่จดทะเบียนไว ทําการทดสอบการใชงานเว็บไซต เพื่อตรวจหาขอผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น
อยางละเอียดเชนเดียวกับการทดสอบในขั้นตอนการพั นาเว็บไซต เนื่องจากสภาพแวดลอมเครื่องที่
ใหบริการ e o จะแตกตางจากเครื่องที่ใชพั นาเว็บไซต เมื่อทดสอบเรียบรอยแลว
ทําการเผยแพรและประชาสัมพันธเว็บไซต เพื่อใหมีผูเขามาเยี่ยมชม การประชาสัมพันธอาจเปน
การแลกเปลี่ยนลิงกและแบนเนอรกับเว็บไซตที่เปนพันธมิตร หรือการโ ษณาบนเว็บไซตที่เปนที่นิยม
ของกลุมเปาหมาย หรือการจัดงานเปดตัว หรือ การโ ษณาบนสื่อสิ่งพิมพ หรือการเพิ่มขอมูลใน
เว็บไซตเครื่องมือสืบคนที่เปนที่นิยม
กระ วนการที่ การ ูแลและ ารงรักษา ว ต
เมื่อมีการเผยแพรเว็บไซตเรียบรอยแลว จะตองดูแลใหขอมูลที่นําเสนอบน
เว็บไซตใหเปนปจจุบันอยูเสมอ หากพบขอผิดพลาดใด ๆ ควรทําการแกไขปรับปรุง เพื่อใหเว็บไซตมี
ความนาเชื่อถือและนาใชงาน หากรูปแบบการนําเสนอในหนาเว็บไซตมีความลาสมัยก็ควรจะปรับปรุง
ใหมีความทันสมัยและนาใชงานอยูเสมอ ตรวจสอบฟงกชั่นการทํางานของเว็บไซตใหสามารถใชงานได
ทุกครั้งเมื่อมีการเรียกใชงาน ติดตามและวิเคราะหลักษณะการใชงานเว็บไซตของผูใชเพื่อปรับปรุง
เว็บไซตใหเหมาะสมกับความตองการของผูใช เพิ่มเนื้อหาในสวนที่ผูใชมีความสนใจ ตัดบางสวนของ
เนื้อหาที่ไมไดรับความสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจของผูใชใหเขามาใชงานเว็บไซตอยูสม่ําเสมอ
1 7 การท สอ ระ สารสน ท อง ว ต
การทดสอบระบบสารสนเทศ โกวั น เทศบุตร. 2545 : 10 12) เปนการนําโปรแกรม
ที่เขียนมาตรวจสอบความถูกตองทางดานภาษาคําสั่ง และความสามารถในการทางานไดอยางถูกตอง
โดยจะมีการดําเนินงานในสวนตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ดังนี้
1) จัดเตรียมระบบเปนการจัดเตรียมโดเมนเนม และการหาผูใหบริการรับ าก
เว็บไซต e o )
54.
36
2) ติดตั้งระบบเปนการนําระบบที่พั นาขึ้นไปติดตั้งเพื่อทาการทดสอบระบบ
)อบรมการใชงาน เปนการจัดการ กอบรมใหผูใชเขาใจวิธีการใชระบบใหไดรับ
ประโยชนและมีประสิทธิภาพ
4) บันทึกขอมูลเปนกระบวนการบันทึกขอมูลเขาสูระบบสารสนเทศที่พั นาขึ้น
5) ตรวจสอบระบบสารสนเทศ เพื่อตรวจสอบวาระบบสารสนเทศที่พั นาขึ้นมี
ความเหมาะสม มีการปฏิบัติงานทางคอมพิวเตอรอยางมีประสิทธิภาพและประหยัด หลักมาตร าน
การตรวจสอบระบบสารสนเทศของสมาคมผูตรวจสอบ และควบคุมระบบสารสนเทศ
จากเอกสารที่กลาวมา สรุปไดวา การทดสอบระบบสารสนเทศ เปนการนํา
โปรแกรมที่เขียนมาตรวจสอบความถูกตองทางดานภาษาคําสั่ง และความสามารถในการทํางานได
อยางถูกตอง โดยจะมีการดําเนินงานในสวนตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ไดแก การจัดเตรียมระบบการติดตั้ง
ระบบการอบรมการใชงาน การบันทึกขอมูล และการตรวจสอบระบบสารสนเทศ
1 8 การ ระ มินระ สารสน ท
การประเมินระบบสารสนเทศ มีนักวิจัย นักพั นาระบบและนักการศึกษา ไดศึกษา
และนําเสนอทางการประเมินระบบสารสนเทศมาใช ดังนี้
1) การประเมินระบบตามแนวทางวิศวกรรมซอฟตแวร มีวิธีการทดสอบหลาย
แนวทาง ไดแก การทดสอบแบบกลองขาว h e o e ) การทดสอบแบบกลองดํา
l c o e ) การทดสอบองครวม e r o e ) การทดสอบประสิทธิภาพ
er orm ce e ) และการทดสอบความสามารถในการใชงาน l e ) เปนตน
มนตชัย เทียนทอง. 2554: 2 )
การทดสอบแบบกลองดําเปนการพิจารณาเ พาะสวนของการนําเขาและสวนของ
การแสดงผล ไมพิจารณาภายในกลอง อันไดแก โครงสรางของโปรแกรมและรหัสของโปรแกรม
ซึ่งเปนวิธีการการประเมินที่ตรงขามกับการทดสอบแบบกลองขาว เมื่อนําไปประเมินผล จึงมุงเนน
เ พาะผลลัพธที่ไดจากระบบและสวนของการนําเขาเทานั้น ไมไดใหความสําคัญกับสวนประกอบ
ภายในตัวระบบแตอยางใด วิธีการแบบกลองดํา จึงเปนการพิจารณาทางดานหนาที่ การงาน
c o l ) ตลอดจนคุณสมบัติของระบบ eh or l) เปนหลัก ประเด็นทั้งสองนี้จะเกี่ยวของ
กับผูออกแบบระบบ ผูเชี่ยวชาญ และผูใชระบบทั่วไป ซึ่งจะเปนผูประเมินผลระบบหลังจากไดศึกษา
และใชงานระบบแลว ไมจําเปนตองใชโปรแกรมเมอรใหเปนผูประเมินแตอยางใด ในการประเมินผล
ทั้งแบบกลองขาวและแบบกลองดําจะใชแบบสอบถามมาตราสวนประเมินคา เพื่อสอบถามความ
คิดเห็นในประเด็นตาง ๆ ที่กําหนดไว ประกอบดวย 4 ดาน ไดแก ดาน c o l e reme
40
40
) การประเมินคาทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต หรือสารสนเทศเว็บ
เพื่อคัดเลือกเว็บที่นําเสนอสารสนเทศที่ดีที่สุดเพื่อนําไปใชประโยชนตอไปนั้นควรพิจารณา 4 ประเด็น
หลัก ดังนี้ ศรีอร เจนประภาพงศ. 2557: เว็บไซต)
.1) ความนาเชื่อถือ มีชื่อ และที่อยูที่จะติดตอกับผูรับผิดชอบในการจัดทําเว็บไซต
ซึ่งควรปรากฏที่หนาแรก หรือหนาที่ใกลเคียง
.2) การเขาถึงสารสนเทศ สามารถคนหาสารสนเทศไดอยางสะดวกรวดเร็ว และ
ใชงาย ไมซับซอน ไดสารสนเทศจริง และนําไปใชได มีความแนนอนในการเขาถึง ไมควรเปลี่ยน
บอย แตหากเปลี่ยนตองมีการแจง ใหมใหทราบ และสามารถเชื่อมโยงไปยัง ใหมไดทันที
. ) คุณคาของเนื้อหา เนื้อหาสาระตรงกับความตองการของผูใชถูกตอง
สมบูรณ ครอบคลุมและระบุแหลงที่มาของขอมูลอยางชัดเจน เนื้อหามีความทันสมัย ตรวจสอบได
จากวันเวลาครั้งสุดทายของการปรับปรุงขอมูล หรือตรวจสอบ ลิงกตาง ๆ วายังใชการไดอยูหรือไม
เนื้อหาสาระอานเขาใจงาย และมีการใชภาษาที่เหมาะสมกับผูใช นําเสนอขอมูลที่เปนกลาง ไมมีอคติ
ไมชักจูงทางความคิด ตองไมมีลักษณะของการโ ษณาชวนเชื่อ
.4) วิธีการนําเสนอเนื้อหา หนาแรกของเว็บควรกระชับ ชัดเจน จัดเรียงหัวขอ
ตาง ๆ เปนระบบ งายตอการใช โดยในแตละหนาควรมีคําสั่ง c ome o ล การเชื่อมโยง
ตองมีความเกี่ยวของในดานเนื้อหากับเว็บนั้น ๆ กราฟกดีสื่อหรือเกี่ยวของกับสาระในสวนนั้น ๆ และ
กรณีเว็บไซตนั้นมีสาระจํานวนมาก ตองสามารถคนคืนได
จากเอกสารที่กลาวมา สรุปไดวาการประเมินระบบสารสนเทศ มีนักวิจัย
นักพั นาระบบและนักการศึกษา ไดศึกษาและนําเสนอทางการประเมินระบบสารสนเทศมาใช ไดแก
1) การประเมินระบบตามแนวทางวิศวกรรมซอฟตแวร เชน การทดสอบแบบ
กลองขาว h e o e ) การทดสอบแบบกลองดํา l c o e ) การทดสอบองค
รวม e r o e ) การทดสอบประสิทธิภาพ er orm ce e ) และ
การทดสอบความสามารถในการใชงาน l e )
2) การประเมินคุณภาพของเว็บไซตสําหรับนักออกแบบและพั นาเว็บไซต
รวมถึงผูที่เกี่ยวของในการจัดสารสนเทศ ตามแนวคิดของอีเวอร ารท จะมีดวยกัน ดาน คือ
ความทันสมัย เนื้อหาและขอมูลที่เปนประโยชน ความนาเชื่อถือการเชื่อมโยงขอมูล การนําไปใชงาน
จริงความเปนมัลติมีเดีย การใหขอมูล การเขาถึงขอมูล และความหลากหลายของขอมูล และ
59.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
41
41
) การประเมินคาทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต หรือสารสนเทศเว็บไซต
ควรพิจารณา4 ประเด็นหลัก คือ ความนาเชื่อถือ การเขาถึงสารสนเทศ คุณคาของเนื้อหา และวิธีการ
นําเสนอเนื้อหา
2.1.9 หลักการและแนวคิ การยอมรั ทค น ลยี
การยอมรับนวัตกรรมของกลุมคนในสังคม ขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ ตามหลักการของ
การเกิด การนิยมและการตกรุน ของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเปนไปตามการแพรกระจายของ
นวัตกรรมไปในสังคมผานกลุมคน ในแตละกลุมในสังคมตามที่มีความแตกตางกัน ตามลักษณะเ พาะ
ของแตละกลุม ตามที่ไดแบงไว 5 กลุม คือ กลุม e or กลุม rl o er กลุม rl
or กลุม e or และกลุม r วงจรชีวิตของเทคโนโลยีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม
มีการพั นาตามลําดับ โดยกระบวนการพั นาของเทคโนโลยีไปยังกลุมคนเพื่อใหเกิดการยอมรับ
นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีนั้น มณ ลี ศาสนนันท 2552) ไดแบงชวงการเกิดของเทคโนโลยีที่เรียกวา
เสนโคงวงจรชีวิตของเทคโนโลยี แบงเปน 4 ชวง คือ ชวงการประดิษ ใหม ชวงการปรับปรุงเทคโนโลยี
หรือชวงการเติบโต ชวงเทคโนโลยีอิ่มตัว และ ชวงเทคโนโลยีเสื่อม สอดคลองกับท ษ ี “หุบเหว”
แหงการดับของนวัตกรรม จากท ษฏีของโรเจอรไดมีการนํามาวิจัย และเกิดเปนท ษฏีตอยอดโดย
มัวร oor, 1 5) เปนท ษ ี he Ch m หรือท ษ ี “หุบเหว” แหงการดับของนวัตกรรมเปน
ท ษ ีที่บงบอกถึงการคงอยูหรือการครองตลาดของนวัตกรรม ซึ่งเปนท ษ ีทีเปนที่รูจักกันอยาง
แพรหลาย
) หลักการยอมรั ทค น ลยี
การยอมรับของผูบริโภคที่มีตอนวัตกรรมและเทคโนโลยี o o
o o heor ) เรียกวา กระบวนการยอมรับซึ่งกลาวถึงพ ติกรรมของบุคคลในสังคมที่
แสดงออกถึงการยอมรับนําไปปฏิบัติ โดยแบงออกเปน 5 ขั้นตอน o er Shoem er,
1 7 )
ขั้นที่ 1 การรับรู re e S e) เปนขั้นแรกที่จะนําไปสูการยอมรับหรือ
ปฏิเสธสิ่งใหม วิธีการใหม ๆ ที่เกี่ยวของกับการประกอบอาชีพ หรือกิจกรรมของบุคคลนั้น ยังไมมี
ความรูลึกซึ้งเกี่ยวกับเนื้อหา หรือคุณประโยชนของนวัตกรรมนั้น ๆ ทําใหเกิดความอยากรูนั้นตอไป
ขั้นที่ 2 สนใจ ere S e) เปนขั้นที่เริ่มมีความสนใจหารายละเอียด
เกี่ยวกับวิทยาการใหม ๆ เพิ่มเติม จะทําใหความรูเกี่ยวกับวิธีการใหม ๆ หรือสิ่งใหม ๆ มากขึ้น ทั้งนี้
ขึ้นอยูกับบุคลิกภาพ และคานิยม ตลอดจนบรรทัด านทางสังคม หรือประสบการณเกา ๆ ของบุคคล
นั้น
60.
42
42
ขั้นที่ ประเมินคา lo S e) เปนขั้นที่จะไดไตรตรองถึงประโยชน
ในการลองใชวิธีการหรือวิทยาการใหม ๆ ดีหรือไม เมื่อนํามาใชแลวจะเปนประโยชนตอตนเองหรือไม
โดยบุคคลนั้นมักจะคิดวาการใชวิทยาใหม ๆ เปนการเสี่ยงทําใหไมแนใจถึงผลที่จะไดรับ ในขั้นนี้
จึงเปนการสรางแรงเสริม e orceme ) เพื่อใหเกิดความแนใจยิ่งขึ้นวาสิ่งที่เขาตัดสินใจเพื่อเปน
การสรางความรูสึกที่ดีตอนวัตกรรมมีคุณคาและมีประโยชน
ขั้นที่ 4 ทดลอง r l S e) เปนขั้นที่ใชวิทยาการใหม ๆ นั้น กับสถานการณ
ตนเองเปนการทดลองบางสวนกอนเพื่อจะไดดูวาผลลัพธและประโยชนที่จะไดรับวาดีจริงอยางที่คิดไว
ในขั้นประเมิน ซึ่งผลการทดลองจะมีความสําคัญอยางยิ่งตอการตัดสินใจที่จะปฏิเสธหรือยอมรับตอไป
ขั้นที่ 5 ยอมรับ o o S e) เปนขั้นที่บุคคลรับวิทยาการ ใหม ๆ นั้น ไป
ใชในการปฏิบัติกิจกรรมของตนอยางเต็มที่ หลังจากไดทดลองปฏิบัติดูและเห็นประโยชนแลวยอมรับ
นวัตกรรมเหลานั้น
2) ตัวแ การยอมรั ทค น ลยี
แบบจําลองการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี ech olo
cce ce mo el หรือ ) เปนท ษ ีที่มีการยอมรับและมีชื่อเสียง ซึ่งเปนการปรับแตง
เพิ่มเติมตอจากท ษ ีการกระทําตามหลักเหตุและผล he heor o re o e c o หรือ
นําเสนอโดย h e e ) เพื่อพั นาเปนแบบจําลอง และใชศึกษาในบริบท
การยอมรับการใชระบบสารสนเทศ โดยไมนําบรรทัด านของบุคคลที่อยูโดยรอบการแสดงพ ติกรรม
เขามาใชเปนปจจัยในการพยากรณพ ติกรรมการใชที่เกิดขึ้นจริง ตัวแบบ สามารถใชพยากรณ
การยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สิงหะ วีสุข และ สุนันทา
วงศจตุรภัทร, 2555) แตตัวแบบ มีขอจํากัดบางประการ จึงขาดความสมบูรณสําหรับ
ความตองการใหมที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ปจจัยที่สงผลใหเกิดการใชงานจริง มีเพียงความตั้งใจแสดง
พ ติกรรมการใชเทานั้น จึงนําไปสูการพั นาขยายเพิ่มเติมแบบจําลอง โดยเพิ่มปจจัยตาง ๆ
เพื่อนํามาศึกษาในบริบทการยอมรับการใชระบบสารสนเทศใหมีความครอบคลุมมาก
หลักการของ เปนการศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอความตั้งใจแสดงพ ติกรรม
การใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งประกอบดวยปจจัยหลัก 4 ประการ ไดแก ตัวแปรภายนอก er l
r le ) การรับรูถึงประโยชนที่ไดรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศ erce e e l e หรือ
) การรับรูวาเปนระบบที่งายตอการใชงาน erce e e o e หรือ ) และทัศนคติที่
มีตอการใชงาน e o r ) ความสัมพันธระหวางปจจัยตามท ษ ีพ ติกรรมตามแผน
heor o l e eh or หรือ นําเสนอโดย e ) ตัวแปรภายนอก เชน ขอมูล
61.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
43
4
ประชากรศาสตร emo rhc) ประสบการณ re o ere ce) มีอิทธิพลตอการรับรูถึง
ประโยชนที่จะไดรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศ และการรับรูวาเปนระบบที่งายตอการใชงานการรับรูถึง
ประโยชนที่ไดรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศ คือ ปจจัยที่กําหนดการรับรูในแตละบุคคลวาเทคโนโลยี
สารสนเทศมีสวนชวยพั นาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานไดอยางไร และเปนปจจัยที่สงผลโดยตรงตอ
ความตั้งใจแสดงพ ติกรรมการใชดวยการรับรูวาเปนระบบที่งายตอการใชงาน คือ ปจจัยที่กําหนดใน
แงปริมาณหรือความสําเร็จที่ไดรับวาตรงกับความตองการหรือที่คาดหวังไวหรือไม ซึ่งเปนปจจัยที่
สงผลตอการรับรูถึงประโยชนที่ไดรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศดวยทัศนคติที่มีตอการใชงาน ไดรับ
อิทธิพลจากการรับรูถึงประโยชนที่ไดรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศ และการรับรูวาเปนระบบที่งาย
ตอการใชงาน ในขณะที่ความตั้งใจแสดงพ ติกรรมการใชงานไดรับอิทธิพล
จากทัศนคติที่มีตอการใชงาน และการรับรูถึงประโยชนที่ไดรับจากเทคโนโลยี
สารสนเทศ และสงผลใหเกิดการยอมรับการใชงานจริงในที่สุด และจากเอกสารที่กลาวมา สรุปไดวา
แบบจําลองการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี เปนการศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอความตั้งใจ
แสดงพ ติกรรมการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบดวยปจจัยหลัก 4 ประการ ไดแก ตัวแปร
ภายนอก การรับรูถึงประโยชนที่ไดรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศ การรับรูวาเปนระบบที่งายตอ
การใชงาน และทัศนคติที่มีตอการใชงาน
.2 ครื่องมือ ริหารและ ั การ ว ต
2.2.1 การออกแ ว ต นมมมอง อง
C ( m com er er c o ) เปนศาสตรทางดานการติดตอปฏิสัมพันธ
ระหวางมนุษยและคอมพิวเตอร กระบวนการออกแบบคอมพิวเตอรสวนที่ติดตอกับผูใชงาน ( er
er ce) ใหผูใชสามารถใชงานไดงาย มุงความสนใจในเรื่องทําอยางไรใหคอมพิวเตอรงาย และ
เหมาะสมกับผูใชงาน ( l ) โดยหลักการของ C คือ มีการออกแบบคอมพิวเตอรงาย และ
เหมาะสมกับผูใชงานไดจริง ( l ) มีความเปนสากล ( er l ) และมีอรรถประโยชน
( e ll e ) องคประกอบสําคัญที่ชวยใหการออกแบบสวนการติดตอกับผูใชประสบความสําเร็จ
สวน คือ ( ) ายบริหาร ( er) มีสวนสําคัญในการคัดเลือกบุคลากรที่ดําเนินการออกแบบ
กําหนดระยะเวลา และกรอบแนวทางการทํางานที่เหมาะสม การสรางเอกสาร คูมือการปฏิบัติงาน
รวมถึงการควบคุมในเรื่องการทําสอบใหมีความถูกตองเหมาะสม (2) ผูออกแบบระบบ ( e er)
มีหนาที่ออกแบบระบบที่เหมาะสม ( ) เครื่องมือชวยในการออกแบบสวนของการใช
( er er ce l ool ) ซึ่งชวยใหออกแบบรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ
( ) วิธีการประเมินผล ( l o ) จะชวยใหตัดสินใจเลือกระบบที่ออกแบบไดตรงตามเงื่อนไข และ
62.
44
44
ความตองการมากที่สุด ซึ่งหลักทาง Cไดกลาวไววา การออกแบบเว็บไซตไมไดหมายถึงลักษณะ
หนาตาของเว็บไซตเพียงอยางเดียว แตเกี่ยวของตั้งแต การกําหนดกลุมเปาหมาย ระบุกลุมผูใช
การจัดระบบขอมูล การสรางระบบเนวิเกชั่น การออกแบบหนาเว็บเพจ รวมไปถึงการใชกราฟก
การเลือกใชสี การจัดรูปแบบอักษร รุนของ e ro er ขนาดหนาจอมอนิเตอร ความละเอียด
ของจอภาพดวย (สุรีรัตน อินทรหมอ, 2552)
2.2.2 ครื่องมือ ริหารและ ั การ ว ตสา ร รู (
ระบบจัดการเนื้อหา (Co e eme S em : C S) เปนโปรแกรม
ที่เขียนขึ้น ดวยภาษาสคริปต ทํางานอยูบนเว็บเซิรฟเวอรในรูปแบบของ e lc o ซึ่งระบบ
จัดการเนื้อหาจะชวยแกปญหาในการพั นาเว็บไซต การนําระบบการจัดการเนื้อหา (C S) ซึ่งเปน
ลักษณะ e So rce ที่ชวยอํานวยความสะดวกในการบริหารจัดการขอมูลบนเว็บ
ใหมีประสิทธิภาพขึ้น ผูที่ตองการใชงานสามารถที่จะดาวนโหลดมาใชงานไดฟรี และดวย
ความสามารถที่หลากหลาย จึงไดมีผูนําไปใชงานในรูปแบบที่แตกตางกันไป เพราะทางผูพั นาได
ออกแบบระบบบริหารจัดการใหสามารถใชงานไดงาย ทําใหผูที่ตองการใชงานสามารถที่จะติดตั้งและ
พั นาเว็บไซตขึ้นมาไดเร็วขึ้น ปจจุบัน C S สวนมากมีรูปแบบเปน e e lc o
ที่สามารถทํางานผาน e ro er ไดสะดวกในการใชงาน สามารถอัพเดตขอมูลเว็บไซตของ
ตนเองไดไมวาจะอยูที่ใด และไมจําเปนตองติดตั้งโปรแกรมไวบนเครื่องลูกขาย ตางกับการใชงาน
เครื่องมือที่ใชออกแบบเว็บไซต เชน o e re m e er ที่ตองติดตั้งโปรแกรมไวบนเครื่องที่จะ
ใชงานจึงแกไขเว็บไซตได C S ไดรับการพั นามาจากหลายภาษา อาทิ , S , เปนตน
แตโดยสวนใหญที่ออกมาจะเปนภาษา เนื่องจากเปนเทคโนโลยี e So rce และใชงานงาย
โปรแกรมอื่น ๆ และยังเปนเว็บไซตกึ่งสําเร็จรูปมีระบบบริหารจัดการขอมูลดานหลัง ( m r or)
ที่งายตอมาใชงานและแกไขปรับแตง โดยผูใชไมจําเปนตองมีความรูดานการเขียนโปรแกรม ทําให
สามารถสรางเว็บไซตไดในระยะเวลาอันรวดเร็ว
จุดตางระหวาง C S กับเว็บไซตสําเร็จรูปที่เห็นไดชัดเจนก็คือ C S ที่นําไปใชงาน
เชน ooml , m o, or re เปนตน จะมีคาใชจายในเรื่องของ o แตสามารถจัดการ
หนาตาเว็บไซต และโปรแกรมเสริม ใหเหมาะสมกับความตองการของตนเองได ในขณะที่เว็บไซต
สําเร็จรูปจะมีคาบริการรายปในราคาคอนขางต่ํา แตไมสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเว็บไซต
รวมถึงความสามารถของโปรแกรมนั้นได อีกทั้งพื้นที่ และระบบการจัดการเว็บไซตยังขึ้นอยูกับผูให
บริการอีกดวย นอกจากผูใช C S ยังสามารถปรับแตงเว็บไซตของตนเองไดอยางอิสระสามารถสราง
แบรนด และความแตกตางของตัวเว็บไซตใหตางไปจากเว็บสําเร็จรูป โดยเจาของเว็บไซตสามารถ
63.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
45
45
จัดการโดเมนเนมไดเองทั้งหมด ในขณะที่เว็บสําเร็จรูปนั้น ผูใหบริการจะเปนจัดการใหซึ่งสวนใหญ
มักจะไมใหสิทธิในการแกไขใด ๆ แกผูใชงานและอีกอยางที่สําคัญ คือ ผูใชงานสามารถนํา C S
ไปติดตั้งที่ใดก็ได โดยไมผูกติดกับผูใหบริการรายใดรายหนึ่ง หรือแมกระทั้งการนํา C S มาใชงาน
เปน r e ภายในองคกร
C S โดยทั่วไป จะแยกสวนของระบบการทํางาน เนื้อหาขอมูล และสวนของ
หนาตาเว็บไซตออกจากกัน ทําใหงานในการปรับเปลี่ยนแกไขหนาตาเว็บไซตทําไดงายและรวดเร็ว ซึ่ง
สวนใหญแลวจะมีระบบบริหารจัดการพื้น านเหลานี้มากับตัวระบบ เชน ระบบจัดการหนาตา
เว็บไซต ( heme, em l e) ระบบจัดการเนื้อหาขอมูล (Co e ) ระบบจัดการแถบปายโ ษณา
( er) ระบบสมาชิก ( er eme ) เปนตน นอกจากนี้ยังสามารถพั นา ติดตั้งชุด
โปรแกรมในการทํางานตาง ๆ เพิ่มเติมได ( l Com o e o le) เชน ระบบจัดการ
รานคา (Sho C r ) ระบบหองแสดงภาค ( ho o ller ) ระบบกระดานสนทนา ( e
o r ) ระบบแสดงผลไฟลวิดีโอ ( Cl ) เปนตน รวมทั้งสามารถพั นาระบบใหตรงตาม
ความตองการของการใชงานในองคกร เชน ระบบจัดการรานคา (Sho C r ) ระบบหองแสดง
ภาพ ( ho o ller ) ระบบกระดานสนทนา ( e o r ) และยังสามารถพั นาระบบใหตรง
ตามความตองการของการใชงานในองคกรได เชน ระบบบริหารจัดการองคความรู ( o le e
eme ) ระบบจองหองประชุม ( ee e er o ) ระบบจัดการทรัพยสิน
( e eme ) ระบบงานคลัง ( e e or ) ระบบ กอบรม ( r eme )
ประโยชนของ C S ประโยชนเบื้องตนที่ผูใชงานจะไดรับเมื่อนํา C S เขามาสราง
และดูแลเว็บไซต ไดแก ควบคุมรูปแบบของเว็บไซตไดดี สามารถอัพเดตเว็บไซตไดจากทุก ๆ ที่ และ
ไมตองมีความรูภาษา และ Scr โดยสามารถรองรับการทํางานจากผูใชงานหลายคนได
พรอมกัน และเพิ่มศักยภาพในการรวมมือกันทํางาน
2.2.3 รแกรมสราง ว ตสา ร รู
ooml เปนโปรแกรม e o rce C S ที่นํามาใชงานไดฟรี เปนระบบบริหาร
จัดการเนื้อหาบนเว็บไซต (Co e m eme em) พั นาขึ้นดวยภาษา และ
ใช านขอมูล S ในการจัดเก็บขอมูล ซึ่งมีจุดเดนที่สามารถใชงานไดงาย ชวยในการปรับแตง
เว็บไซตไดตามตองการ ปจจุบันไดมีการประยุกตใชออกเปนเว็บไซตหลายประเภท เชน
Commerce e e, or l e e, Comm e e อื่น ๆ อีก ขึ้นกับการนําไปใชงาน
ooml C S มีผูใชงานมากมายทั้งในหนวยงานของรั และบุคคลทั่วไป ทําใหผูใชสามารถคนหา
ขอมูลหรือสามารถปรึกษาไดงาย รวมถึงตัวระบบเองก็ใชงานไดงาย มีความสามารถที่หลากหลาย
64.
46
4
รองรับการทํางานพื้น านของเว็บได เชนใสขอความใสภาพ ใสเสียง ตลอดจนสรางเว็บบอรดได
ซึ่งมีผูพั นาอยูตลอดเวลา มีเว็บไซตภาษาไทยรองรับสําหรับผูที่ตองการศึกษาและใชงาน
แนวคิ กี่ยวกั การ ระ าสัมพัน
2.3.1 ความหมายการ ระ าสัมพัน
การประชาสัมพันธ มากจากภาษาอังก ษวา “ Public Relations ” ซึ่งคําวา
“Public”แปลวา “ประชาชน” หมายถึง หมูชน สาธารณชน หรือประชาชน สวนคําวา el o
แปลเปนไทยวา “ความสัมพันธ” หมายถึง การสัมพันธหรือการผูกพัน ดังนั้น คําวาการประชาสัมพันธ
จึงแปลวา “การเกี่ยวของผูกพันกับหมูคน” หรือ “ความสัมพันธระหวางหนวยงานหรือสถาบันกับกลุม
ประชาชน” วิรัช ลภิรัตนกุล, 2544) จากคําจํากัดความตาง ๆ ขางตน พอจะสรุปคุณลักษณะที่
สําคัญของการประชาสัมพันธ คือ เปนการทํางานที่มีการวางแผนการปฏิบัติงานอยางรอบคอบ และมี
การติดตามประเมินผล ในรูปของการติดตอสื่อสาร ซึ่งเปนการสื่อสารสองทางและเปนการสื่อสารเพื่อ
โนมนาวใจ และตองมีการให อิทธิพลทางความคิดและทัศนคติตอกลุมชนเปาหมาย โดยเปนการ
ทํางานที่ตองตอเนื่อง และหวังผลระยะยาว นอกจากนี้ไดมีนักวิชาการและผูเชี่ยวชาญทางการ
ประชาสัมพันธหลายทานไดใหความหมายของการประชาสัมพันธไวดังนี้
สก็อตต เอ็ม คัทลิพ และ เอเลน เอช เซนเตอร (Sco . C l lle .
Ce er, 1 2) ศาสตราจารยทางการประชาสัมพันธ แหงมหาวิทยาลัยวิสคินซิล ประเทศ
สหรั อเมริกา และเปนผูแตงตําราทางการประชาสัมพันธ ที่มีผูนิยมใชกันมาก ไดเขียนหนังสือชื่อ
c e lc el o โดยใหคําจํากัดความวา “การประชาสัมพันธ” คือความพยายามซึ่งได
วางแผนในอันที่จะมีอิทธิพลตอความคิดเห็นโดยอาศัยวิธีการที่ยอมรับกันในสังคมวา เปนวิธีการที่มี
ความรับผิดชอบตอสังคม โดยยึดหลักการสื่อสารสองทางที่กอใหเกิดความพอใจทั้งสอง าย
เอ็ดวารด แอล เบอรเนยส ( r . er e : 1 52) บุคคลสําคัญที่มีชื่อเสียง
และเปนผูบุกเบิกงานดานการประชาสัมพันธของประเทศสหรั อเมริกาไดใหทัศนะวา
การประชาสัมพันธมีความหมาย ประการ คือ (1) เปนการเผยแพรขาวสารความรูไปใหประชาชน
ทราบ (2) ชักชวนใหประชาชนใหการสนับสนุนและเห็นชอบดวยกับความมุงหมายและ
การดําเนินงานของสถาบัน และ ( ) เพื่อปรับแนวความคิดของประชาชนและสถาบันใหมีสวน
ประสานและสอดคลองไปในทิศทางเดียวกัน
จอนหน ดับบลิว ิล ( oh . ll: 1 ) ไดใหความหมายการประชาสัมพันธไว
วา หนาที่ความรับผิดชอบของ ายบริหารที่จะตองใหความเอาใจใสตอชื่อเสียงและความชื่นชอบที่
ประชาชนมีตอองคกร และตองใหความสําคัญของงานประชาสัมพันธเทาๆกับงานสวนอื่นขององคกร
65.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
47
47
สําหรับสมาคมวิชาชีพทางดานการประชาสมพันธซึ่งทําหนาที่ในการควบคุม
มาตร านแหงวิชาชีพ ไดใหนิยามของการประชาสัมพันธไวดังนี้
สมาคมการประชาสัมพันธแหงประเทศสหรัอเมริกา ( lc el o Soce
o merc หรือ S อางในวิรัช ลภิรัตนกุล 252 ) ไดใหคําจํากัดความไววา “เปนอาชีพที่ให
บริการผลประโยชนอยางถูกตองตามก หมายแกบรรดาลูกจางและผูวาจาง อาชีพการประชาสัมพันธ
พื้น านอยูที่ความเขาใจอันดีและความรวมมือกันระหวางสถาบันกับกลุมประชาชนที่เกี่ยวของ
สมาคมการประชาสัมพันธระหวางประเทศ ( er o l lc el o
oc o ) วิรัช ลภิรัตนกุล, 252 ) ไดกลาวไววา เปนภาระหนาที่ของ ายบริหาร eme
c o ) ซึ่งตองอาศัยการวางแผนที่ดีและมีการกระทําอยางตอเนื่องและสม่ําเสมอ เพื่อสรางสรรค
และธํารงไวซึ่งความเขาใจอันดี มีความเห็นอกเห็นใจ และไดรับการสนับสนุนจากกลุมประชาชนที่
สถาบันเกี่ยวของ โดยองคกรจะตองใหการประเมินถึงประชามติที่ประชาชนที่มีตอองคกร และ
นํามาใชประกอบแนวทางในการพิจารณากําหนดเปนแผนงานและนโยบายขององคกร เพื่อให
สอดคลองกับประชามติหรือความตองการของประชาชน พรอมทั้งใชวิธีเผยแพรกระจายขายสารสู
ประชาชน เพื่อใหเกิดความรวมมือและบรรลุถึงผลประโยชนรวมกันของทั้งสอง าย คือ องคกรและ
กลุมประชาชนที่เกี่ยวของ
การประชาสัมพันธของหนวยงานตาง ๆ ไดมีนโยบายเปาหมายและวิธีการสื่อสารที่
แตกตางกันซึ่งประชาชนเปนสิ่งสําคัญที่สุดในการประชาสัมพันธองคกรตาง ๆ จึงตองการความรวมมือ
จากกลุมเปาหมายตามความสําคัญของการประชาสัมพันธ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจการปองกัน
ความเขาใจผิดอันนําไปสูความขัดแยงที่อาจเกิดขึ้นได นอกจากนี้ยังตองดําเนินการสรางภาพลักษณที่
ดีทีมีตอองคกร ซึ่งในแตละองคกรตางมีความตองการที่จะรับฟงความคิดเห็นของกลุมเปาหมายที่
เกี่ยวของ เพื่อดําเนินการสื่อสารกับกลุมเปาหมายไดอยางมีประสิทธิภาพดังนั้น การประชาสัมพันธจึง
เปนสื่อกลางระหวางองคกรกับประชาชนสามารถอธิบายไดภาพแสดงการสื่อสารระหวางองคกรกับ
ประชาชนไดดังภาพที่ 2.6 เอกน น บางทาไม, 2555)
106
10
4. เครื่องแมขายในการจัดเก็บฐานขอมูล Dt b se MySQL ทําหนาที่ในการจัดเก็บ
ขอมูลของเว็บไซตทั้งหมด ที่ ูกสงมาจากเครื่องแมขาย A e se 1 และ Sc oo se และ
แสดงผลเมื่อมีการเรียกใชจากเครื่องแมขาย A ic tion 1 และ A ic tion
ระบบ c n ste
1. สวนของ c n ซึ่งเปนสวนการบริหารจัดการเว็บไซต เปนสวนการจัดการ
เนื้อหา รวม ึงโครงสรางของเว็บไซต สําหรับใหผูดูแลเว็บไซต บรรณาธิการ เขามาบริหารจัดการ
เว็บไซต ในสวนเนื้อหาของเว็บไซต .so o to ne s.obec. o.t
. .Lo b nce ในสวน c n ใชสําหรับรองรับผูใชงาน ผูดูแลเว็บไซต
และบรรณาธิการ หากมีการเขาระบบพรอมกัน โดยจัดการแบงพื้นที่ในเว็บไซตเทาๆ กัน เชน มีผูเขา
ชมจํานวน 0,000 คน ระบบจะทําการจัดใหผูเขาชมเขาสูระบบเว็บไซตในเครื่อง A e se 1
จํานวน 1 ,000 คน และ Sc oo se จํานวน 1 ,000 คน เทา ๆ กัน ทําใหการเขาสูระบบ
การบริหารจัดการเว็บไซตไดรวดเร็วยิ่งขึ้น และหากมีเครื่องแมขายตัวใดตัวหนึ่งชํารุดอีกตัวก็จะ
สามาร ใหบริการไดตามปกติ เปนการปองกันระบบแมขายลม
. สวนของ S itc ทําหนาที่ตอระบบเครื่องแมขาย A e se 1 และ Sc oo
se กับเครื่องแมขายในการจัดเก็บขอมูล D t b se MySQL
4. เครื่องแมขายในการจัดเก็บฐานขอมูล D t b se MySQL ทําหนาที่ในการจัดเก็บ
ขอมูลของเว็บไซตทั้งหมด ที่ ูกสงมาจากเครื่องแมขาย A e se 1 และ Sc oo se และ
แสดงผลเมื่อมีการเรียกใชจากเครื่องแมขาย A ic tion 1 และ A ic tion
โดยแบงขั้นตอนการปฏิบัติงานเว็บไซตตนแบบประชาสัมพันธ “สพฐ. นิวส” เปน 2
รูปแบบตามผังแสดงกระบวนการทํางานตามขั้นตอนแบบที่ 1 ดังภาพที่ 4. และแบบที่ ดังภาพ
ที่ 4.
138
137
วิรัช ลภิรัตนกุล. 2554. การประชาสัมพันธ บับสมบรณ พิมพครั้งที่ . กรุงเทพมหานคร
สํานักพิมพจุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.
ศรีอร เจนประภาพงศ. 2557 . เกณ การประเมนคาทรัพยากรสารสนเทศบนอนเทอรเน็ต
กรุงเทพ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย. เอกสารประกอบการสอน. เอกสารอัดสาเนา .
ศิริวรรณ ศรีวิชชุพงษ 2543 แนวโนมสื่อโ ษณาบนอนเตอรเน็ตไทยในทศวรรษหนา พ ศ
วิทยานิพนธปริญญามหาบัณ ิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
สมศักดิ เกิดพุม. 2550 . การออกแบบเว็บไซตของสานัก กอบรมมหาวทยาลัยเกษตรศาสตร
บางเขน. กรุงเทพมหานคร.
สิงหะ วีสุข และ สุนันทา วงศจตุรภัทร. 2555 . ท ษ ีการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
IT Infor ation Technology an – un 2012).
สุรีรัตน อินทรหมอ. 2552 . ป สัมพันธระหวางมนษยกับคอมพวเตอร m n om ter
Inter tion พิมพที่ กรุงเทพ : ภาควิชาระบบสารสนเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย
ราชมงคลธัญบุรี.
สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส. . รายงานผลการสํารว พ ตกรรมผใชงาน
อนเทอรเน็ตในประเทศไทย ป h i nd Internet ser ro i e .
เว็บไซต https .it24hrs.co 2015 thailand-internet-user-profile-2015-
2558 thailand-internet-user-profile-2015-2558-p01 คนเมื่อ พ ษภาคม .
โสรชัย นันทวัชรวิบูลย. 2545 . e r hi สเสนทางกรา ก ีไซน. พิมพครั้งที่ 3.
กรุงเทพมหานคร บริษัท พิมพดี จํากัด.
อรอนงค สวัสดิบุรี 2555 พ ตกรรมและการสื่อสารในองคการ กรงเทพ : สํานักพมพแหง
าลงกรณมหาวทยาลัย
อรุณรัตน ชินวรณ 2553 สื่อประชาสัมพันธ I R TI S D I พิมพครั้งที่ 1
กรุงเทพมหานคร สํานักพิมพแหงจุ าลงรณ มหาวิทยาลัย
เอกเทพ ภักดีศิริมงคล. 2550 . ot it e esign Art คูมือเว็บไซตและขอมูลสําหรับ
ผูสนใจศิลปะและการออกแบบ . กรุงเทพมหานคร สํานักพิมพสวัสดี ไอที.
157.
รายงานวิจัยเเนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
139
138
เอกน น บางทาไม.2555 . หลักการประชาสัมพันธ เอกสารอัดสําเนา คณะศึกษาศาสตร
มหาวิทยาลัยศิลปากร
อภินันท ยั่งยืน. 2008 . แนวค เกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซตที่ ีเปนอยางไร เขา ึงเมื่อวันที่
1 เมษายน เขา ึงไดจากhttp:// .techno.edu. uu.ac.th/ shop- e design/1-
2550/ e design-S T402/4 540811/ e %20design.doc
roo . . and Do ier D. . 1 0 . sing ese r h in i e tions:
A i tions to rogr m n gement. ngle ood liffs : rentice- all.
hen i ing. 2008 . “ mor ontro on the Internet: Are i e tions
r titioners e d or e ing ith mors on the Internet ” asters
stracts International.41 5): 1235 cto er.
ron ach ee . 1 74 . ssenti s o s ho ogi esting 3rd d e or :
arper Ro u lisher.
utlip S. . and enter . . 1 78 . e tive i e tions 5th d. e ersy:
rentice all Inc.
ang 2001 e ite esign tors nd s i it A vig tion tr t re
eriment
a es . 2007 . A evie o the Im t o e edi on i e tions
h enges or terr in r ti e nd d tion sia acific ournal of u lic
Relations.
endall R. 1 2 . i e tions m ign tr tegies arper ollins.
eiser Douglas . 1 4 . “ hoo i e tions rogr ms in e e ted is onsin
i hoo istri ts ” Dissertation stracts International. 55 5 1155-
ove er.
inden ann . . 1 7) ide to i e tion ese r h etchu u lic
Relations.
iller D 1 1). nd oo o rese r h design nd so i me s rement th
d e r r A ge i tions
158.
140
13
oore (1995). reting i v e str tegi m n gement in government
a ridge : arvard niversity ress
Rogers Shoe a er 1 78 omm ni tion o innov tions A ross t r
A ro h e or : ree ress
Scott . utlip and llen . enter. (1978). e tive i e tions thed.
( e ersey : rentice- all inc. ).
Sharif h ad li 2004 “Factors Affecting the Adoption of the Internet by
i e tions r titioners in it A om rison o t o o i
Systems,” Dissertation tract International 4 8 :2 3 e ruary
ilco D. . . . and gee . . (1 8 ). i e tions tr tegies nd ti s
(2nd ed.) arper ollins u lishers