บทที่ 5
ข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตร
มโนทัศน์(Concept)
นักพัฒนาหลักสูตรควรตระหนักและควรนาข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมา
เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรในอนาคตว่า การจัดทาหลักสูตรข้อมูลพื้นฐานมีความสาคัญมาก
ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ควรละเลยที่จะศึกษา ไม่ว่าจะเป็ นข้อมูลทางด้านสังคม เศรษฐกิจ
และการเมืองการปกครองในอนาคตได้ นอกจากนั้นข้อมูลจากบุคคลต่างๆ ไม่ว่านักการศึกษา
นักวิช าการสาขาต่าง ๆ ความเ ห็ น จากชุมช น ความต้อง การ กว้าง ไ กลแ ละ ลึ ก ซึ้ ง
การจัดการศึกษาโดยบุคคลที่มีหน้าที่เพียงกลุ่มเดียวย่อมมีมุมมองที่แคบและไม่ชัดเจนเท่ากับหลายฝ่ายร่วมแ
ร ง ร่ ว ม ใ จ กั น ดั ง นั้ น
การพัฒนาหลักสูตรโดยศึกษาข้อมูลหลากหลายอย่างครอบคลุมจึงสามารถพัฒนาหลักสูตรให้มีประสิทธิภา
พยิ่งขึ้น
ผลการเรียนรู้(Learning Outcome)
1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเขียนประเด็นสาคัญที่ใช้พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้าน ต่างๆ
ในการพัฒนาหลักสูตร
2 .
สามารถนาความรู้ในการเขียนประเด็นสาคัญจากข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรมาประยุกต์ใช้ในการพัฒ
นาหลักสูตรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
สาระเนื้อหา(Content)
ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร
ในอดีตการพัฒนาหลักสูตรในระดับต่างๆ มักใช้ข้อมูลพื้นฐานประกอบการพิจารณาค่อนข้างน้อย
แ ต่ใ ห้ ค ว า มส า คัญ กับ ข้อ มูล ที่ เ ป็ น ข้อ เ ท็ จ จ ริ ง เ ฉ พ า ะ ด้า น เ นื้ อ ห า ใ น วิช า ต่าง ๆ
นามาบรรจุไว้ในหลักสูตรและละเลยข้อมูลทางด้านศีลธรรม จริยธรรม และสภาพทาง สัง คม
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ท า ง สั ง ค ม แ ล ะ แ น ว โ น้ ม ส ภ า พ สั ง ค ม ใ น อ น า ค ต
ทาให้การศึกษาของชาติที่ผ่านมาไม่สามารถช่วยให้คนไทยหลุดพ้นจากความฟุ่มเฟือย การยึดถือค่านิยมผิดๆ
ในการดารงชีวิตที่ผิดๆ ไม่ช่วยให้การว่างงานลดลง ไม่ช่วยให้แก้ปัญหาอาชญากรรมหมดไป
ป ร ะ เ ท ศ ยัง ค ง มี ก า ร ฉ้ อ ร า ษ ฎ ร์ บัง ห ล ว ง ยัง มีค น ไ ท ย ที่ พึ่ ง พ า ต น เ อ ง ไ ม่ไ ด้
ยังมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยากร เพราะฉะนั้นในการพัฒนาหลักสูตรระดับต่างๆ
ในอนาคตจะต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานในเรื่องต่างๆ จากหลายๆ แหล่งและจากบุคคลหลายๆ
ฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงมาพัฒนาหลักสูตร สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย
จิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ เป็ นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อตนเองและประเทศชาติ
หรือกล่าวโดยสรุปคือสามารถใช้หลักสูตรเป็นเครื่องมือในการสร้างสังคมใหม่ในทิศทางที่ถูกต้องได้
การพัฒนาหลักสูตรจาเป็นต้องศึกษา วิเคราะห์ สารวจ วิจัย สภาพพื้นฐานด้าน ต่างๆ
เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะใช้สนับสนุน อ้างอิงในการตัดสินใจดาเนินการต่าง ๆ
เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ห ลั ก สู ต ร ที่ ดี ส า มา ร ถ พั ฒ น า ใ ห้ ผู้เ รี ย น มี ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ
และทัศนคติที่นาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้
ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร เ ป็ น ง า น ที่ มี ข อ บ เ ข ต ก ว้ า ง ข ว า ง ม า ก
การที่จัดห ลักสู ตรใ ห้มีคุณภ าพ นั้ น ผู้พัฒน าห ลักสู ตรต้อง ศึก ษาข้อ มูลห ลายๆ ด้าน
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ข้อมูลเกี่ยวกับสังคม หรือข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ
เพื่อที่ให้ได้ข้อมูลที่สมจริงที่สุดเพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยนักพัฒนาหลักสูตรในเรื่องต่างๆ คือ
1. ช่วยให้มองเห็นภาพรวมว่า ในการจัดทาหลักสูตรนั้นจาเป็นต้องคานึงถึงสิ่งใดบ้างและสิ่งต่างๆ
เหล่านั้นมีอิทธิพลต่อหลักสูตรอย่างไร
2. ช่วยให้สามารถกาหน ดอง ค์ประ กอบของหลักสู ตรได้อย่างเหมาะ สม เช่น
การกาหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร และการกาหนดเนื้อหารายวิชา ฯลฯ
3. ช่วยให้สามารถกาหนดยุทธศาสตร์การเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
4 .
ช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรอันจะส่งผลให้การดาเนินการในอนาคตป
ระสบผลดียิ่งขึ้น
ข้อมูลต่างๆ ที่นามาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรนั้น นักการศึกษาทั้งต่างประเทศ
และนักการศึกษาไทย ได้แสดงแนวทางไว้ดังนี้
เ ซ ย์ เ ล อ ร์ แ ล ะ อ เ ล็ ก ซ า น เ ด อ ร์ ( Saylor and Alexander ,1974: 102- 103)
กล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรว่า
1. ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน
2. ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมซึ่งสนับสนุนโรงเรียน
3. ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ และลักษณะของกระบวนการเรียนรู้
4. ความรู้ที่ได้สะสมไว้และความรู้ที่จาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้แก่นักเรียน
ทาบา (Taba, 1962: 16-87) ได้กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์จะต้อง
คานึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. สังคมและวัฒนธรรม
2. ผู้เรียนและกระบวนการเรียน
3. ธรรมชาติของความรู้
ไทเลอร์ ( Tyler, 1949:1-43) กล่าวถึงสิ่งที่ควรพิจารณาในการสร้างจุดมุ่งหมายของการศึกษา คือ
1. ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ซึ่งได้แก่ความต้องการของผู้เรียน และความสนใจของผู้เรียน
2. ข้อมูลจากการศึกษาชีวิตภายนอกโรงเรียน
3. ข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ
4. ข้อมูลทางด้านปัญญา
5. ข้อมูลทางด้านจิตวิทยาการเรียนรู้
จากการรายงานของคณะกรรมการวางพื้นฐานการปฏิรู ปการศึกษา ( 2518:20-50)
ได้กาหนดข้อมูลต่างๆ ในการกาหนดจุดมุ่งหมายทางการศึกษา และในการจัดการศึกษาของประเภทดังนี้
1. สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
2. สภาพแวดล้อมทางประชากร
3. สภาพแวดล้อมทางสังคม
4. สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
5. สภาพแวดล้อมทางการเมือง
6. การปกครองและการบริหาร
7. สภาพแวดล้อมทางศาสนาและวัฒนธรรม
8. สภาพของสื่อมวลชนเพื่อการศึกษา
กาญจนา คุณารักษ์ ( 2521: 23-36) กล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรไว้ดังนี้
1. ตัวผู้เรียน
2. สังคมและวัฒนธรรม
3. ธรรมชาติและคุณสมบัติของการเรียนรู้
4. การสะสมความรู้ที่เพียงพอและเป็นไปได้เพื่อการให้การศึกษา
ธารง บัวศรี (2532:4) กล่าวถึงข้อมูลต่างๆ ในการพัฒนาหลักสูตรไว้ดังนี้
1. พื้นฐานทางปรัชญา
2. พื้นฐานทางสังคม
3. พื้นฐานทางด้านจิตวิทยา
4. พื้นฐานทางความรู้และวิทยาการ
5. พื้นที่ทางเทคโนโลยี
6. พื้นฐานทางประวัติศาสตร์
สงัด อุทรานันท์ (2532: 46) กล่าวถึงพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรไว้ดังนี้
1. พื้นฐานทางปรัชญา
2. ข้อมูลทางสังคมและวัฒนธรรม
3. พื้นฐานเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้เรียน
4. พื้นฐานเกี่ยวทฤษฎีการเรียนรู้
5. ธรรมชาติของความรู้
สุมิตร คุณานุกร (2520: 10) กล่าวถึงข้อมูลต่างๆ ในการพัฒนาหลักสูตรจาแนกตามแหล่งที่มาได้
6 ประการ คือ
1. ข้อมูลทางปรัชญา
2. ข้อมูลที่ได้จากนักวิชาการแต่ละสาขา
3. ข้อมูลที่ได้จากจิตวิทยาการเรียนรู้
4. ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสังคมของผู้เรียน
5. ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาความต้องการและความสนใจของผู้เรียน
6. ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการทางเทคโนโลยี
ส า โ ร ช บั ว ศ รี ( 2514 : 21- 22) ไ ด้ ก ล่ า ว ว่ า
ในการจัดการศึกษาหรือจัดหลักสูตรต้องอาศัยพื้นฐานหลัก 5 ประการ คือ
1. พื้นฐานทางปรัชญา
2. พื้นฐานทางจิตวิทยา
3. พื้นฐานทางสังคม
4. พื้นฐานทางประวัติศาสตร์
5. พื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี
จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่นามาศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตรมีมากมายหลายด้านสาหรับประเทศไทยควรจั
ดลาดับข้อมูลพื้นฐานที่สาคัญในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. สังคมและวัฒนธรรม
2. เศรษฐกิจ
3. การเมืองการปกครอง
4. สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาในสังคม
5. พัฒนาการทางเทคโนโลยีสภาพสังคมในอนาคต
6. บุคคลภายนอกและนักวิชาการแต่ละสาขา
7. โรงเรียน ชุมชน หรือสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่
8. ประวัติศาสตร์การศึกษาและหลักสูตร
9. ธรรมชาติของความรู้
10. ปรัชญาการศึกษา
11. จิตวิทยา
1. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม
ก า ร ศึ ก ษ า ท า ห น้ า ที่ ส า คั ญ คื อ
อนุรักษ์และถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมไปสู่คนรุ่นหลังและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคมให้
เข้ากับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ
โดยหน้าที่ดังกล่าวการศึกษาจะช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไปในทิศทางที่พึงปรารถนา
เพราะฉะนั้นหลักสูตรที่จะนาไปสอนอนุชนเหล่านั้นจึงต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสังคมอย่างแยกไม่อ
อก และโดยธรรมชาติของสังคมและวัฒนธรรมมักมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ดังนั้น
การพัฒนาหลักสูตรจึงจาเป็นต้องคานึงถึงข้อมูลทางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นปัจจุบันอยู่เ สมอ
จึ ง จ ะ ท า ใ ห้ ห ลั ก สู ต ร มี ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ส ภ า พ สั ง ค ม ปั จ จุ บั น
ส า ม า ร ถ แ ก้ ปั ญ ห า แ ล ะ ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร สั ง ค ม ไ ด้
ทั้ ง นี้ ขึ้ น อ ยู่ กั บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ใ ห ม่
ผ ล ก า ร วิเ ค ร า ะ ห์ อ อ ก ม า อ ย่า ง ไ ร ห ลัก สู ต ร ก็จ ะ เ ป ลี่ ย น จุ ด ห ม า ย ไ ป ใ น แน วนั้ น
สามารถจาแนกข้อมูลให้ชัดเจนได้ดังนี้
1.1 โค รงสร้ างข องสั งค ม โครง สร้าง ไ ทย แ บ่ง อ อ กเ ป็ น 2 ลักษณะ คือ
ลักษณะสังคมชน บทหรื อสังคมเ กษตรกรรม และสังคมเมือง หรื อสัง คมอุตสาห กร ร ม
ใ น ปั จ จุ บั น ค ว า ม เ จ ริ ญ ก้า ว ห น้ า ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ม า ก
สังคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแต่ถึงอย่างไรก็ตามสังคมส่วนใหญ่ของประเทศก็ยังมีสภาพเป็นสัง
คมเกษตรกรรมอยู่ ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรจาเป็นจะต้องศึกษาโครงสร้างของสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
แ ล ะ แ น ว โ น้ ม โ ค ร ง ส ร้ า ง ใ น อ น า ค ต เ พื่ อ ที่ จ ะ ไ ด้ ข้ อ มู ล ม า จั ด ห ลั ก สู ต ร ว่า
จะจัดหลักสูตรอย่างไรเพื่อยกระดับการพัฒนาสังคมเกษตรกรรมและเตรียมพื้นฐานเพื่อการเปลี่ยนแปลงทาง
ด้านสังคมไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมตามความจาเป็น
1. 2 ค่ า นิ ย ม ใ น สั ง ค ม ค่ า นิ ย ม ห ม า ย ถึ ง
สิ่งที่คนในสังคมเดียวกันมองเห็นว่ามีคุณค่าเป็นที่ยอมรับหรือเป็นที่ปรารถนาของคนทั่วไปในสังคมนั้นๆ
เ นื่ อ ง จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า เ ป็ น ตั ว ก า ร ที่ ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น สั ง ค ม
ค่านิยมชนิดไหนที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงดารงไว้หรือค่านิยมชนิดไหนควรสร้างขึ้นมาใหม่ เช่น
ค่า นิ ย มข อ ง สั ง ค มไ ท ย เ กี่ย ว กับ ค ว า มเ ฉื่ อ ย ช า ก า ร ถื อ ค ว า มสั มพัน ธ์ ส่ ว น ตั ว
การถือประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
1.3 ธรรมชาติของคนไทยในสังคม ธรรมชาติของคนไทยในแต่ละสังคมย่อมแตกต่างกันออกไป
ทั้ ง นี้ ขึ้ น อ ยู่ กั บ ส ภ า พ พื้ น ฐ า น ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ค่ า นิ ย ม นั้ น ๆ
ทาให้คนไทยส่วนใหญ่มีลักษณะบุคลิกภาพดังต่อไปนี้
1. ยึดมั่นในตัวบุคคลมากกว่าหลักการและเหตุผล
2. ยกย่องบุคคลที่มีความรู้หรือได้รับการศึกษาสูง
3. เคารพและคล้อยตามผู้ได้รับวัยวุฒิสูง
4. ยกย่องผู้มีเงินและผู้มีอานาจ
5. นิยมการเล่นพรรคเล่นพวก
6. มีลักษณะเฉื่อยชาไม่กระตือรือร้น
ในการพัฒนาหลักสูตร ควรคานึกถึงลักษณะธรรมชาติ บุคลิกของคนใน สัง ค ม
โดยพิจารณาว่าลักษณะใดควรไม่ควร เพราะหลักสูตรเป็นแนวทางในการสร้างลักษณะสังคมในอนาคต
1. 4 ก า ร ชี้ น า สั ง ค ม ใ น อ น า ค ต
การศึกษาควรมีบทบาทในการชี้นาสังคมในอนาคตด้วยเพราะในอดีตที่ผ่านมาระบบการศึกษา เช่น
การตั้งรับตามการเปลี่ยน ต่างๆ เช่น กระแสการเจริญเติบโตของ ประเทศทางตะ วัน ตก
กระแสวิชาการตะวันตก ความต้องการและปัญหาสังคม จึงทาให้การศึกษาเป็ นตัว ตา ม
ฉะนั้นการจัดการเรียนรู้ต้องวางเป้าหมายให้ดี นักพัฒนาหลักสูตรจึงควรศึกษาข้อมูลต่างๆ
ที่เ ป็ น เ ครื่ อง ชี้นาสังคมใ นอนาคต เ ช่น แผน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
การศึกษาไทยจะได้มีบทบาททางสังคมอย่างแท้จริง
1. 5 ลั ก ษ ณ ะ สั ง ค ม ต า ม ค ว า ม ค า ด ห วั ง
การเตรียมพัฒนาทรัพยากรให้มีคุณภาพมีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นเรื่องไม่คงที่
เ รื่ อง ของ ประ เ ทศจะ ส่ง ผล กระ ท บกา รศึ กษ า มีมา ก มายเ ช่น การเ มือง เ ศรษฐกิจ
ความก้าวหน้าทางวิชาการทั้งนี้ ในต่างประเทศจึงตั้งคุณลักษณะของสังคมเปลี่ยนแปลงไป
เ พื่ อ ที่ จ ะ ค า ด ก า ร ณ์ ล่ว ง ห น้ า ไ ด้ ใ น อ น า ค ต 5- 10 ปี ข้ า ง ห น้ า จ ะ เ ป็ น เ ช่น ไ ร
และคุณลักษณะของประชากรที่มีคุณภาพมีดังนี้
1. มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี
2. มีอาชีพเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว
3. เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ
4. มีสติปัญญา
5. มีนิสัยรักการทางาน
6. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
หน้าที่ของนักพัฒน าหลักสู ตรก็คือ จะต้องพิจารณาว่าจะ จัดหลักสู ตรอย่าง ไร
รูปแบบใดจึงจะทาให้ประชากรมีคุณภาพดี
1. 6 ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ใ น สั ง ค ม
ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคมวัฒนธรรมเป็นสัญลักษณ์อันสาคัญที่จะแสดงให้ทราบว่าเข
า เ ห ล่า นั้ น เ ป็ น ค น ใ น สั ง ค ม เ ดี ย ว กัน ห รื อ เ ป็ น ค น ช า ติ เ ดี ย ว กัน ดั ง นั้ น
ศ า ส น า แ ล ะ วัฒ น ธ ร ร ม จึ ง เ ป็ น สิ่ ง ส า คั ญ ม า ก ส า ห รั บ ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร
ทั้งนี้เพราะจุดประสงค์สาคัญของหลักสูตรก็คือ การทะนุบารุงรักษาและถ่ายทอดวัฒนธรรมที่ดีงามไว้
การพัฒนาหลักสูตรจึงต้องคานึกถึงศาสนาและวัฒนธรรมความรู้หลักธรรมศาสนาต่าง ๆ
นามาบรรจุไว้ในหลักสูตรด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน
ในการนับถือศาสนา เพราะฉะนั้นสิ่งที่บรรจุไว้ควรจะเป็นหลักธรรมของศาสนาต่างๆ
ข้อมูลพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมมีความสาคัญต่อการพัฒนาหลักสูตรเป็นอย่างมาก
เ พ ร า ะ เ ป็ น ห ลั ก สู ต ร ที่ ต้ อ ง ต อ บ ส น อ ง สั ง ค ม แ ล ะ พั ฒ น า ไ ป พ ร้ อ ม กั น
การศึกษาข้อมูลพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างรอบคอบจะทาให้เราสามารถนาไปพัฒนาหลักสูตรที่
ดีตามลักษณะดังต่อไปนี้
1. ตอบสนองความต้องการของสังคม
2. สอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคม
3. เน้นในเรื่องรักชาติรักประชาชน
4. แก้ปัญหาให้กับสังคมมิใช่สร้างปัญหากับสังคม
5. ปรับปรุงสังคมให้ดีขึ้น
6. สร้างความสานึกในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
7. ชี้นาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงประเพณีและค่านิยม
8. ต้องถ่ายทอดวัฒนธรรมและจริยธรรม
9. ปลูกฝังในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม ในสังคม
10. ให้ความสาคัญในเรื่องผลประโยชน์ในสังคม
2. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ
ก า ร ศึ ก ษ า เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ส า คั ญ ใ น ก า ร พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือสาคัญในการพัฒนาคนซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สาคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ
เ พ ร า ะ ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐกิจ ก้า ว ห น้า เ พีย ง ใ ด ขึ้ น อ ยู่กับ คุณ ภ าพ ข อ ง ค น ใ น สั ง คมนั้ น
การพัฒนาหลักสูตรให้ให้เหมาะกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้
2.1 การเตรียมกาลังคนการให้การศึกษาเป็นสิ่งสาคัญในการผลิตกาลังคนในด้านต่างๆ ให้เพียงพอ
พอเหมาะ และสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อป้องกันการสูญเปล่าทางการศึกษา
และเพื่อลดปัญหาการว่างงานอันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้การเตรียมกาลังคนให้สนองความต้องการของประเทศนั้นต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับ
ระดับความ สามารถที่ต้องการ ซึ่งมีทั้งระดับผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการสาขาต่างๆ ระดับช่างฝี มือ
แ ล ะ ร ะ ดั บ ก ร ร ม ก ร
รวมทั้งต้องพิจารณาถึงแนวโน้มความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศชาติในอนาคตด้วย
2.2 การพัฒ น าอาชีพ ประ เ ทศไทยพื้ น ที่ส่วน ใ หญ่เป็ น พื้นที่ทาง การเ กษตร
และ ประ ช าก ร ส่วน ใ หญ่เ ป็ น เ กษ ต ร ที่ อ า ศัย อ ยู่ใ น ช น บ ท อาชีพ อุตสา ห ก ร ร ม
พ า ณิ ช ย ก ร ร ม แ ล ะ บ ริ ก า ร มี อ ยู่ เ พี ย ง ชุ ม ช น ใ น เ มื อ ง
ปัจจุบันมีการโยกย้ายถิ่นที่อยู่เข้ามาทางานอุตสาหกรรมในเมืองใหญ่ ซึ่งทาให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา
เ ช่น สิ่ ง แวดล้อมเ ป็ น พิษ เ กิดชุมช น แออัด ปั ญห าครอบครัว เ ด็กเ ร่ร่อน เ ป็ น ต้น
เพราะฉะนั้นการพัฒนาหลักสูตรควรเน้นการส่งเสริมอาชีพส่วนใหญ่ของคนในประเ ทศ
จัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาอาชีพตามศักยภาพและท้องถิ่น เพื่อพัฒนาอาชีพให้เหมาะสมเป็นการยกระดับรายได้
ค น ใ น ช น บ ท ใ ห้ สู ง ขึ้ น เ พื่ อ ล ด ปั ญ ห า ช่อ ง ว่า ง ร ะ ห ว่า ง ค น ร ว ย แ ล ะ ค น จ น
ล ด ก า ร ห ลั่ ง ไ ห ล ข อ ง ป ร ะ ช า ช น เ ข้ า ไ ป ท า ง า น ต า ม เ มื อ ง ใ ห ญ่
สิ่งเหล่านั้นเป็นหน้าที่สาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องร่วมมือร่วมใจกันทาหลักสูตรอาชีพเพื่อพัฒนาอาชี
พให้บรรลุผล
2. 3 ก า ร ข ย า ย ตั ว ท า ง ด้ า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม
ปัจจุบันประเทศไทยกาลังพัฒน าจากเ กษตรกรรมไปสู่ภ าคอุตสาห กรรมมากขึ้ นเ รื่ อ ยๆ
นักพัฒน าหลักสู ตรควร ศึกษาข้อแน วโน้มแล ะ ทิศทาง การขยายตัวใ น อุตสาหกรรม
อุ ต ส า ห ก ร ร ม ด้ า น ไ ห น ที่ จ ะ ไ ด้ รั บ ก า ร พั ฒ น า
หลักสูตรที่สามารถพัฒนาเยาวชนให้มีความพร้อมสาหรับการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรมสามารถผลิตผู้จ
บ ก า ร ศึ ก ษ า ที่ ส า ม า ร ถ เ ข้ า สู่ ภ า ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม
เท่าที่ผ่านมาจะเห็นว่าบางครั้งภาคอุตสาหกรรมไม่มีผู้มีความรู้ความสามารถด้านเฉพาะด้านเข้า
ไปรับรองการการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมบางครั้งมีการผลิตผู้จบการศึกษากับความต้องการของแรงงานขอ
ง ไ ท ย ไ ม่ส ม ดุ ล กัน ท า ใ ห้ บ า ง ค รั้ ง ภ า ค อุ ส า ห ก ร ร ม เ ห ล่า นั้ น อ ย่า ง พ อ เ พี ย ง
ฉะนั้นการศึกษาแนวโน้มการขยายตัวทางอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งสาคัญประการหนึ่งที่นักพัฒนาการหลักสูต
รจะละเลยเสียมิได้
2. 4 ก า ร ใ ช้ ท รั พ ย า ก ร
เศรษฐกิจเป็นเรื่องของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสอบสนองความต้องการ
ที่ ไ ม่ จ า กั ด ข อ ง ม นุ ษ ย์
เพราะฉะนั้นนักพัฒนาหลักสูตรควรให้ความสาคัญในเรื่องของทรัพยากรโดยใช้หลักสูตรเป็นเครื่องปลูกฝังเ
กี่ ย ว กั บ ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ท รั พ ย า ก ร จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร เ นื้ อ ห า วิ ช า
กิจกรรมและประสบการณ์ในหลักสูตรที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิด ประโยชน์สูงสุด
และเน้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจครบวง จรอัน ได้แก่ การผลิต การจาหน่าย การบริโภ ค
การแลกเปลี่ยนการบริการโดยเน้นการปฏิบัติจริงและการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้รู้จักและเข้าใจระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อ ยู่ หั ว
ซึ่งในจุดนี้นักพัฒนาหลักสูตรควรให้ความสาคัญแล้วคิดพัฒนาหลักสูตรเพื่อสนองพระราชดาริดังกล่าว
ในอนาคตประชาชนจะเห็นความสาคัญของทรัพยากรและสามารถนาทรัพยากรที่มีอยู่นามาใช้ประโยชน์
เกิดรายได้อย่างมีคุณค่า ไม่มีการสูญเสียทางทรัพยากร ปัญหาความยากจนและการอพยพย้ายถิ่นก็ไม่เกิดขึ้น
2. 5 ก า ร พัฒ น า คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง บุ ค ค ล ใ น ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ข อ ง ไ ท ย
คุณลักษณะของในบุคคลในระบบเศรษฐกิจของคนไทยยังขัดแย้งกับความเป็นจริงในระบบเศรษฐกิจ
เช่นคนไทยมีรายได้ต่าแต่ความต้องการจับจ่ายในระบบเศรษฐกิจในระบบเศรษฐกิจในระบบเปิดทาให้สินค้า
ฟุ่ ม เ ฟื อ ย ห ลั่ ง ไ ห ล เ กิ ด ปั ญ ห า ห นี้ สิ น ล้ น พ้ น ตั ว
หรือเป็นเศรษฐกิจในระบบเปิดทาให้สินค้าฟุ่มเฟือยหลั่งไหลเข้ามาสร้างวัฒนธรรมใหม่ในหมู่เยาวชน
หรือการเอารัดเ อาเ ปรี ยบต่อผู้ด้อยการศึกษาจากบุคคลผู้มีอาน าจทางเ ศรษฐกิจ ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ เป็ นคุณลักษณะของคนไทยในระบบเศรษฐกิจที่ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒน า
ก า ร ใ ช้ก า ร ศึ ก ษ า เ ข้า ไ ป แ ก้ไ ข จ ะ เ ป็ น วิธี ก า ร ส า คัญ แ ล ะ ใ ห้ ผ ล ใ น ร ะ ย ะ ย า ว
เ พ ราะ ฉะ นั้ น การพัฒน าห ลักสู ตรต้อง คานึ ง ถึง การพัฒน า คุณลักษ ณะ ของ ค น ไ ท ย
ใ น ห ลั ก สู ต ร จ ะ ต้ อ ง บ ร ร จุ เ นื้ อ ห า ส า ร ะ
และ ประ สบการณ์การเ รี ยน รู้ ที่ มีก าร ปลู กฝั ง จิ ต สานึ กใ น ค วา มรั บผิ ดช อ บร่ ว มกัน
การสร้างค่านิยมในการทางานร่วมกัน การไม่เอารัดเอาเปรียบกันความขยันหมั่นเพียร การรู้จักอดออม
การมีสติรู้คิด การมีความคิดริเริ่ มสร้างสรรค์ การสร้างเสริมความสามารถในการผลิ ต
ก า ร ส ร้ า ง ง า น แ ล ะ แ น ว ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ถ้ า ห ลั ก สู ต ร ใ น ร ะ ดั บ ต่า ง ๆ
ได้บรรจุและปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ไว้ทั้งในแนวกว้างและแนวลึกตามระดับการศึกษาแล้วผู้จบการศึกษาก็จะเป็น
บุคคลมีความสามารถพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจภายใต้ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจได้เห
มาะสม
2. 6 ก า ร ล ง ทุ น ก า ร ศึ ก ษ า
การจัดการศึกษาใ นระ ดับต้องใช้ง บประ มาณของรัฐโดยเ ฉพ าะ การศึกษาขั้นพื้น ฐาน
การจัดการศึกษาควรคานึงถึงงบประมาณเพื่อการศึกษาแหล่งงานที่จะช่วยเหลือรัฐในรูปงบประมาณ
ในการพัฒนาพัฒนาหลักสูตรควรจัดให้สอดคล้องกับงบประมาณของรัฐ ไม่ว่าในด้านจัดการเรียนการสอน
ด้า น วัต ถุ อุ ป ก ร ณ์ เ พื่ อ ใ ห้ มีก า ร ใ ช้ห ลั ก สู ต ร เ ป็ น ไ ป อ ย่า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
และต้องคานึงถึงผลตอบแทนจากการลงทุน ในด้านกาลังคนปริมาณคน และคุณภาพ เช่น
การพัฒนาหลักสูตรให้เยาวชนมีคาวามสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ การลงทุนด้านอุปกรณ์คือคอมพิวเตอร์
ใ ห้ ทุ ก โ ร ง เ รี ย น มีค อ มพิ ว เ ต อ ร์ ส อ น นั ก เ รี ย น แ ต่บ า ง โ ร ง เ รี ย น ไ ม่มี ไ ฟ ฟ้ า
ห รื อ บ า ง โ ร ง เ รี ย น ยั ง ไ ม่มี บุ ค ล า ก ร ที่ มี ค ว า ม รู้ ท า ง ด้ า น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ก า ร ล ง ทุ น ใ น จุ ด ดั ง ก ล่ า ว ส่ ว น ห นึ่ ง อ า จ เ ป็ น ก า ร ล ง ทุ น ที่ สู ญ เ ป ล่ า
เฉพาะฉะนั้นในการพัฒนาหลักสูตรควรคานึงถึงการลงทุนทางการศึกษาด้วยว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าหรื
อไม่ในอนาคตมีตัวอย่างในการพัฒนาหลักสูตรที่ทาให้เกิดการสูตรเปล่าทางการศึกษาอยู่เสมอ
3. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านการเมืองการปกครอง
การเมืองการปกครองเป็นที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบการอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มากจาเป็นต้องมีระเ
บี ย บ แ บ บ แ ผ น ห รื อ ก ติ ก า ต่ า ง ๆ
สาหรับสมาชิกในสังคมยึดถือเป็นแนวปฏิบัติต่อกันเพื่อความสงบเรียบร้อยและการอยู่รวมกันอย่างสันติ
ดัง นั้ น ก า ร เ มือ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง จึ ง เ ป็ น เ รื่ อ ง เ กี่ ย ว กับ บ ท บ า ท ห น้ า ที่ สิ ท ธิ
และความรับผิดชอบที่ทุกคนพึงมีต่อสังคมและประเทศชาติ
ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั บ ก า ร ศึ ก ษ า
ในฐานะที่การศึกษามีหน้าที่ผลิตสมาชิกที่ดีให้แก่สังคมให้อยู่ในระบบการปกครองประเทศชาติ
ช่ว ย ใ ห้ ผู้เ รี ยน ท ร าบ ว่า ต น มีสิ ท ธิ หน้ าที่ แ ล ะ ค ว า มรั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ สั ง ค มอ ย่าง ไร
แ ล ะ ค ว ร แ ส ด ง แ น ว คิ ด ป ฏิ บั ติ ต น อ ย่า ง ไ ร ห ลั ก สู ต ร ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ต่ า ง ๆ
จึงควรบรรจุเนื้อหาวิชาและประสบการที่จะปลูกฝังให้ประชากรอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความเป็นระเบีย
บเรียบร้อยและสันติสุข
ข้ อ มู ล ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง
ที่ ค ว ร จ ะ น า มา เ ป็ น เ นื้ อ ห า ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า ใ น ก า ร พัฒ น า ห ลัก สู ต ร ก็คื อ
ระบบการเมืองและระบบการปกครอง นโยบายของรัฐและรากฐาน ของประชาธิปไตย
3.1ระบบการเมืองการปกครอง เนื่องจากการศึกษาเป็นเครื่องมืออันหนึ่งของสังคม ดังนั้น
การศึกษาระ บบการเ มือง การปกครอง จึงแยกกัน ไม่ออก หลักสูตรของ ประเ ทศ ต่าง ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับประถมศึกษาซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะบรรจุเนื้อหาสาระของระบบการเมือ
งการปกครองไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนอยู่ร่วมกันใจสังคมได้ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ใ น บ า ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ ต้อ ง ก า ร ป ลู ก ฝั ง อุ ด มก า ร ณ์ ท า ง ก า ร เ มื อ ง ใ ห้ แ ก่ป ร ะ ช า ช น
เ พ ราะ ฉะ นั้ น ใ นการพัฒน าหลักสู ตรควรเ ลือกเ นื้ อห าวิช าประ สบการณ์การเ รี ยน รู้
และการจัดให้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับระบบการเมืองการปกครองที่ต้องการปลูกฝัง
3. 2 น โ ย บ า ย ข อ ง รั ฐ
เนื่องจากการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมจึงมีความจาเป็นต้องสอดคล้องกับระบบอื่นๆ
ใ น สั ง ค ม ก า ร ที่ จ ะ ท า ใ ห้ ร ะ บ บ ต่ า ง ๆ
สามารถเกื้อหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกันจึงจาเป็นต้องมีการประสานสัมพันธ์ระหว่างระบบเหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้ รัฐบายจึงมีนโยบายแห่งรัฐเพื่อเป็ นแนวทางในการดาเนินงานของระบบต่าง ๆ
ใ ห้มีความต่อเ นื่ อง และ สอดคล้อง ซึ่ งกัน และ กัน น โยบายของ รัฐที่เ ห็ นได้ชัดเ จนคือ
แ ผ น พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ แ ผ น พั ฒ น า ก า ร ศึ ก ษ า
ในการพัฒนาหลักสูตรควรจะได้พิจารณานโยบายของรัฐด้วย เพื่อที่จะได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกัน
3. 3 ร า ก ฐ า น ข อ ง ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
จากการที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์มาเป็นระบบอบประชาธิ
ป ไ ต ย ใ น พ . ศ . 2475 นั้ น ค ว ร รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ต ล อ ด จ น ค ว า มรู้ สึ ก นึ ก คิ ด ต่า ง ๆ
เ กี่ ย ว กั บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ใ น สั ง ค ม ไ ท ย ยั ง ไ ม่ เ พี ย ง พ อ
หลักสูตรในฐานะที่เป็นเครื่องมือสาหรับพัฒนาคนควรที่จะวางรากฐานที่เกี่ยวกับประชาธิปไตยให้แก่สังคม
เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้องซึ่งจะสร้างสรรค์ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสัน ติสุข
และ ไม่มีการเ อารัดเ อาเ ปรี ยบซึ่ ง กัน และ กัน น อกจากนี้ การจัดการเ รี ยน การสอ น
จึ ง ค ว ร มุ่ ง เ น้ น พ ฤ ติ ก ร ร ม ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ด้ ว ย
ส า ห รั บ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ป ก ค ร อ ง ด้ ว ย ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ม า น า น แ ล้ ว
แ ต่ ท า ง ป ฏิ บั ติ เ ร า ต้ อ ง ย อ ม รั บ ว่ า ยั ง ไ ม่ ส ม บู ร ณ์
ดัง จ ะ เ ห็ น ไ ด้จ า ก ก า ร ร า ษ ฎ ร ส่ ว น ใ ห ญ่ยัง ไ ม่รู้ ถึ ง สิ ท ธิ ห น้ า ที่ ข อ ง ต น ต่อ รั ฐ
ไ ม่ รู้ ว่ า ต น เ อ ง มี ค ว า ม ส า คั ญ มี ส่ ว น มี เ สี ย ง ใ น ก า ร ป ก ค ร อ ง
ไม่รู้ว่าการเมืองมีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตประจาวันของตน ไม่เห็นความจาเป็นในการเลือกตั้งเป็นต้น
ก า ร ศึ ก ษ า ค ว ร มี บ ท บ า ท ส า คั ญ ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข
ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ค ว ร เ น้ น เ รื่ อ ง ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ บ้ า น เ มื อ ง
ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น รู้ ห น้ า ที่ ข อ ง ต น ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
ให้สานึกว่าการเมืองและการปกครองเป็นเรื่องของทุกคนในสังคม ทั้งที่ศึกษาอยู่ในระบบและนอกระบบ
และ/ หรือจบการศึกษาแล้วได้ศึกษาและนาไปปฏิบัติจริงเพื่อสอดคล้องกับนโยบายที่ว่าการศึกษาและ/
ห รื อ จ บ ก า ร ศึ ก ษ า แ ล้ ว ไ ด้ ศึ ก ษ า คื อ ก ร ะ บ ว น ก า ร ต่อ เ นื่ อ ง ต ล อ ด ชี วิ ต
เมื่อเป็นเช่นการจัดหลักสูตรให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองจึงกระทาได้หลายรูปแบบเพื่อใ
ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ด้ รั บ ค ว า ม รู้ มี จิ ต ส า นึ ก ใ น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ
เข้าใจบทบาทตนเองในด้านการเมืองการปกครองอย่างแท้จริง
เ พื่ อ เ ป็ น ก า ร ว า ง ร า ก ฐ า น ท า ง ด้ า น ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
การจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับระบบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย ควรจัดตามลาดับดังนี้
1. การจัดการศึกษาให้เท่าเทียมทั่วถึง
2. ให้อานาจการจัดการศึกษากระจายในท้องถิ่น
3. ให้เสรีภาพและเสถียรภาพแก่บุคคล ให้โอกาสแสดงความคิดเห็น
4. การเรียนการสอนควรส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ให้โอกาสผู้เรียนแสวงหาความรู้
5. ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาตนเอง
6. จัดหลักสูตรให้ยืดหยุ่นได้ง่าย
7. เน้นวิชามนุษย์สัมพันธ์และจริยธรรมเป็นพิเศษ
น อ ก จ า ก นั้ น ก า ร ป ลู ก ฝั ง อ บ ร ม สั่ ง ส อ น นั ก เ รี ย น
ก็มีส่วนสาคัญที่จะช่วยให้ประชาธิปไตยของไทยมีความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นด้วยวิธีการดังนี้
1. ชี้ให้เห็นประโยชน์ประชาธิปไตยโดยการให้คาแนะนาและปฏิบัติ
2. สร้างนิสัยให้มีความกระตือรือร้น สนใจเหตุการณ์บ้านเมือง
3. ปลูกฝังการมีวินัยและการเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
4. ฝึกการเคารพกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างเข้มผู้เข้มงวด
5. กระ ตุ้น และ ปลูกฝั ง ใ ห้มีความตั้ง ใ จเ รี ยน ซื่อสัตย์ รับผิดช อบต่อตน เ อ ง
ครอบครัวและประเทศชาติ
6. ฝึกให้ความสนใจและร่วมกันพิจารณาปัญหาต่าง ของสังคมและหาทางแก้ไข
7. หาโอกาสให้ให้ความร่วมมือประกอบกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม
8. ช่วยแก้ไขค่านิยมที่ไม่เหมาะสมในสังคมและสร้างค่านิยมที่ดีและเหมาะสม
9. ปลูกฝั ง ทัศน คติที่ว่าการเ มือง เ ป็ น เ รื่ อง การใ ห้ค วามร่วมมือ การเ สี ยสละ
และการช่วยชาติเพื่อบุคคลรุ่นใหม่จะได้เป็นนักการเรียนที่ดี
10. ใ ห้ความรู้และ กระ ตุ้น ใ ห้สน ใ จการเ มือง โดยคานึ ง ถึง หลักการ วิธี การ
สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองของประเทศ
11. ปลูกฝังให้มีความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองทั้งในระดับโรงเรียน
ท้องถิ่น และประเทศชาติ
12. ป ลู ก ฝั ง ใ ห้ ผู้เ รี ย น มีแ น ว คิ ด ว่า ทุ ก ค น ค ว ร มีบ ท บ า ท ท า ง ก า ร เ มื อ ง
และการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งทางตรงและทางอ้อม
13. เน้นให้เห็นความสาคัญของการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
จ า ก ตั ว อ ย่ า ง ดั ง ก ล่ า ว พ อ จ ะ เ ป็ น แ น ว ท า ง ก า ห น ด เ นื้ อ ห า
กิจ ก ร ร มก า ร จัด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ เ รี ย น รู้ ไ ว้เ ป็ น ห ลัก สู ต ร
เพื่อให้ผู้เรียนที่จบการศึกษาเป็นผลเมืองที่มีคุณภาพสอดคล้องกับระบบการเมืองการปกครองของประเทศ
4. ข้อมูลพื้นฐานสภาพปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาในสังคม
สภาพปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาของสังคมเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สาคัญที่ต้องศึกษา
สังคมไทยปัจจุบันกาลังประสบปัญหายุ่งยากหลายประการ ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเศรษฐกิจ
แ ล ะ ปั ญ ห า ก า ร เ มื อ ง ซึ่ ง ก า ร แ ก้ปั ญ ห า เ ห ล่า นี้ มี ทั้ ง ร ะ ย ะ สั้ น ร ะ ย ะ ย า ว
แ ล ะ ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า อ า จ ท า ไ ด้ ชั่ ว ค ร า ว ห รื อ อ ย่ า ง ถ า ว ร
การจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเป็ นเรื่องสาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องศึกษา
แล้วนามาสร้างเป็นหลักสูตร ปัญหาสาคัญๆ ที่ควรศึกษาคือ
4.1 ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้ อมทางธรรมชาติ การขยายตัวของ อุตสาห ก รร ม
และการใช้เทคโนโลยี ทาให้เกิดปัญหาสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติในสังคมไทยมากขึ้น เช่น
ปั ญ ห า ก า ร ท า ล า ย ป่ า ไ ม้ ปั ญ ห า ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม ข อ ง ดิ น ปั ญ ห า น้ า เ สี ย
แ ล ะ อ า ก า ศ เ สี ย จ า ก โ ร ง ง า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม เ ป็ น ต้ น ปั ญ ห า ต่ า ง ๆ
สมควรที่จะได้ศึกษาข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่อที่นาไปเป็นข้อมูลในการจัดการศึกษา
และพัฒนาหลักสูตร เช่น การกาหนดเนื้อหาในเรื่องสภาพแวดล้อม การปลูกฝังการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี
แ ล ะ ก า ร อ นุ รั ก ษ์ สิ่ ง แ ว ด ล้อ ม ก า ร ใ ช้ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร มช า ติ ที่ ฉ ล า ด ถู ก ต้ อ ง
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถกาหนดลงในเนื้อหาของหลักสูตรในระดับต่างๆ ตามความเหมาะ สม
เ พื่ อ ที่ ป ลู ก ฝั ง ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ ใ ห้ เ กิ ด ใ น ผู้ เ รี ย น
แ ล ะ ป ร ะ เ ท ศ ก็ จ ะ มี พ ล เ มื อ ง ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
ปัญหาเกี่ยวสิ่งแวดล้อมในอนาคตก็จะได้รับการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น
4. 2 ปั ญ ห า ท า ง ด้ า น สั ง ค ม ปั ญ ห า ท า ง สั ง ค ม ที่ เ ป็ น อ ยู่ใ น ปั จ จุ บัน
มั ก จ ะ เ กิ ด ขึ้ น จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง สั ง ค ม
ซึ่งมีสาเหตุจากความเจริญทางด้านวัตถุและวัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลของ
การสื่อสาร ทาให้คนไทยรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาโดยเฉพาะในหนุ่มสาวหรือเยาวชน
ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางด้านความคิดระหว่างคนหนุ่มสาวกับผู้ใหญ่ที่ยึดมั่นในวัฒนธรรมเดิ ม
ท า ใ ห้ เ กิด ปั ญ ห า กับ ย า เ ส พ ติ ด ปั ญ ห า ท า ง เ พ ศ ปั ญ ห า ท า ง อ า ช ญ า ก ร ร ม
ซึ่งการศึกษาปัญหาเหล่านี้จะเป็นข้อมูลในการจัดหลักสูตรเพื่อเตรียมเยาวชนสามารถดารงอยู่ในสังคมที่เปลี่
ยนแปลงได้อย่างมีความสุขและไม่เกิดปัญหา
4. 3 ปั ญ ห า ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
โ ด ย พื้ น ฐ า น นั้ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ ป็ น ป ร ะ เ ท ศ ที่ มีพื้ น ฐ าน ดั้ ง เ ดิ ม จ า ก เ ก ษ ต ร ก รรม
ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีพื้นฐานอยากจนและมีการศึกษาต่า ประชาชนเกิดการว่างงาน
ก า ร ย้ า ย ถิ่ น ท า กิ น ช น บ ท เ ข้ า สู่ เ มื อ ง ห รื อ อั ต ร า ค่ า จ้ า ง แ ร ง ง า น ต่ า
สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจยาวนานของประเทศ ประกอบกับในปัจจุบันประเทศต่างๆ
ประสบกับภาวะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของโลกทั้งประเทศไทยด้วย ทาให้ปัญหาทางเศรษฐกิจในอดีต
ปัจจุบัน และแนวโน้มปัญหาที่เกิดในอนาคต เพื่อจะให้นาข้อมูลทางเศรษฐกิจของประเ ทศ
โ ด ย ก า ห น ด จุ ด ห ม า ย ข อ ง ห ลั ก สู ต ร ก า ร ส ร้ า ง ห ลั ก สู ต ร ห ล า ย วิ ช า
หรือการบรรจุเนื้อหาสาระให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ
ท า ใ ห้ ผู้ที่ จ บ ก า ร ศึ ก ษ า ใ น ร ะ ดั บ ต่า ง ๆ ส า มา ร ถ อ อ ก ไ ป ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ไ ด้
และสามารถดารงอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยไม่เป็นปัญหาหรือภาระของสังคม
หรือจัดการศึกษาเพื่อให้บุคคลสามารถสร้างงานได้
4. 4 ปั ญ ห า ท า ง ด้ า น ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง
ส ภ า พ ปั ญ ห า ท า ง ด้ า น ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ไ ท ย เ ป็ น ม า อ ย่ า ง ย า ว น า น
ส ม ค ว ร ที่ ก า ร ศึ ก ษ า จ ะ เ ข้ า ไ ป มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร พั ฒ น า ด้ า น ก า ร เ มื อ ง
คื อ ก า ร ใ ห้ ค ว า ม รู้ แ ล ะ ป ลู ก ฝั ง ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
เพราะประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในท้องถิ่นชนบทมีความรู้เข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยไ
ม่ ดี พ อ น อ ก จ า ก นั้ น ป ร ะ ช า ช น ส่ ว น ใ ห ญ่
ยั ง ข า ด ค ว า ม ส า นึ ก แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ วิ ถี ท า ง แ บ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
ซึ่ ง จ ะ เ ห็ น ไ ด้จ า ก ก า ร เ ข้ามีบ ท บ า ท ท า ง ก า ร เ มือ ง ยัง เ ป็ น เ รื่ อ ง ข อ ง ค น ก ลุ่มน้อย
หรือจานวนผู้ไปใช้เสียงในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีจานวนน้อยมากเมื่อเปรียบกับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั้
งหมด แม้ว่านักศึกษามีอายุที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้แล้วแต่อัตราส่วนผู้ใช้สิทธิ์ยังน้อยเหมือนเดิม
ใ น เ มื่อผู้ได้รับการศึกษาที่มีค วามรู้ค วามเ ข้าใ จใ น เ รื่ อง ประ ช าธิ ปไต ยเ ป็ น อ ย่า ง ดี
ยังขาดความสานึกความรับผิดชอบเช่นนี้ นักพัฒนาหลักสูตรจึงควรที่จะได้ตระหนักและพัฒนาหลักสูตร
เ นื้ อหาวิช าหรื อกิจกรรมการเ รี ยน การสอน ใ ห้สามารถพัฒน าผู้เ รี ยน ใ ห้มีจิตสา นึ ก
และความรู้สึงรับผิดชอบต่อการปกครองของประเทศ
จากสภาพปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่นักพัฒนาหลักสูตรจะตั้งคานึง ถึง
ทั้งนี้เพื่อให้หลักสูตรที่ร่างขึ้นมามีส่วนแก้ปัญหาสังคมและประเทศชาติโดยส่วนรวมบางปัญหาอาจแก้ได้โด
ย ต ร ง บ า ง ปั ญ ห า ก า ร ศึ ก ษ า แ ก้ ไ ข โ ด ย ท า ง อ้ อ ม
ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาหลักสูตรจะต้องพิจารณาปัญหาเพื่อนาไปสู่การตัดสินใจเลือกทิศทางในการพัฒ
นาหลักสูตรเพื่อสร้างคนที่เป็นประโยชน์แก่สังคม หรือคนที่จะไปพัฒนาหรือแก้ปัญหาสังคมต่อไป
ขั้นตอนในการพิจารณาปัญหาและแนวทางแก้ไขมีดังนี้
1. พิจารณาปัญหาที่ระบบการศึกษาเอื้ออานวยในการปรับปรุงให้ดีขึ้น
2. พิจารณาสาเหตุ ข้อเท็จจริงสภาพปัญหา
3. พิจารณาวิชา เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม
4. พิจารณากิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม
5. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทาให้สังคมเปลี่ยนแปลง ไป
ผู้เรียนเกิดความจาเป็ นต้องเพิ่มความรู้ใหม่ ทักษะใหม่ และต้องเปลี่ยนแปลงเจตคติใหม่
ทาให้เกิดความจาเป็นจะต้องสร้างคุณธรรมและความคิดใหม่เพื่อให้คนในสังคมสามารถปรับตัวเข้ากับการเ
ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง สั ง ค ม ไ ด้
โดยใช้การศึกษาทาหน้าที่สร้างประชาชนที่มีคุณภาพและมีความสามารถปรับตัวให้กับความเจริญทางด้านวิ
ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ไ ด้ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม
หลักสูตรที่นามาใช้จาเป็นต้องมีความสอดคล้องกับความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปัจจุบันประเทศไทยได้นาเอาความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ในสังคมอย่างกว้างขวางในทุกๆ ด้าน
ท า ใ ห้ เ กิด ผ ล ก ร ะ ท บ ต่อ สั ง ค ม แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้อ ม ทั้ ง ท า ง ต ร ง แ ล ะ ท า ง อ้อ มดัง นั้ น
ก า ร จัด ก า ร ศึ ก ษ า จึ ง ค ว ร จ ะ ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ส ภ า พ ข้อ เ ท็ จ จ ริ ง ต่าง ๆ
ที่เป็นผลกระทบจากความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งให้เขาได้รับข้อมูลต่างๆ
อย่าง เ พียง พ อ เ พื่อใ ห้เ ขาสามารถเ ลือกตัดสิ น ใ จใ ช้วิธี การปฏิบัติที่ถูก ต้อง ดัง นั้ น
นักพัฒนาหลักสูตรต้องศึกษาข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มความเจ
ริ ญ ใ น อ น า ค ต
เพื่อที่จะได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาคนให้สามารถดารงตนอยู่ได้อย่างเหมาะสมในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากจะพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว
ความเจริญทางด้านนี้ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเนื้อหาของหลักสูตรและการเรียนการสอน เช่น
อุปกรณ์สอนใหม่ๆ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกเสียง วีดีทัศน์
ไมโครฟิล์ม โพรเจกเตอร์ วิธีการสอนแบบใหม่ๆ ซึ่งใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วย เช่น วิทยุการศึกษา
โทรทัศน์การศึกษา การศึกษาทางไกล การสอนแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นต้น
วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์ เ ค รื่ อ ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์
และวิธีการสอนใหม่ที่อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้
ส า ม า ร ถ ช่ว ย ใ ห้ จั ด ก า ร ศึ ก ษ า มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ สู ง ก ว่า ก า ร ส อ น ใ น อ ดี ต
ผู้พัฒนาหลักสูตรจึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวนามาพัฒนาหลักสูตรและการ
จัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมด้วย
6. ข้อมูลพื้นฐานทางสภาพทางสังคมในอนาคต
จ า ก ส ภ า พ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ทั้ ง ท า ง ด้า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร เ มือ ง สั ง ค ม
และความเ จริ ญก้าวหน้าทาง วิทยาศาสตร์ และเ ทคโน โลยีของ ประเทศไทยใน ปั จ จุ บัน
ชี้ให้เห็นว่าในอนาคตประเทศไทยมีแน วโน้มที่จะพัฒน าทาง ด้าน อุตสาห กรรมม าก ขึ้ น
ซึ่ ง จ ะ เ ป็ น ผ ล ใ ห้ เ กิ ด อุ ต ส า ห ก ร ร ม ใ ห ม่ ห ล า ก ห ล า ย ส า ข า
จากสภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลทาให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
1. มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดย่อม รวมทั้งอุตสาหกรรมท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
2.
งานอาชีพอิสระมีแนวโน้มจะมีความสาเร็จมากขึ้นในอนาคตทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการผลิตอุตสาหกรรมส่ว
นใหญ่มักเป็นการผลิตใช้ทุนมากกว่าใช้แรงงาน
3.
ในอนาคตสภาพสังคมจะมีการแข่งขันและต่อสู้เพื่ออยู่รอดเฉพาะตัวเพราะที่ดินทากินไม่สามารถขยายเพิ่มใ
ห้ ส ม ดุ ล กับ ป ร ะ ช า ก ร ไ ด้ ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร เ ข้ า ม า ท า ง า น ใ น เ มื อ ง ม า ก ขึ้ น
แ ล ะ ภ า ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม ก็ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ร อ ง รั บ แ ร ง ง า น ไ ด้ ทั้ ง ห ม ด
เพราะฉะนั้นการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดมีมากขึ้น
4.
การประพฤติปฏิบัติของคนไทยจะเปลี่ยนไปจากวัฒนธรรมดั้งเดิมซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศร
ษฐกิจ สังคม การเมือง ความเจริญด้านเทคโนโลยีและการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมตะวัน ตก
ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และสิ่งแวดล้อมของสังคมไทย
5. ในอนาคตคาดว่าการดาเนินชีวิตของคนไทยประสบกับปัญหา ทั้งในด้านสุขภาพและ
การประ กอบอาชีพ มา กขึ้ น ซึ่ ง เ ป็ น ผลกระ ทบมาจาก การเ ปลี่ ยน แป ลง ทาง สั ง ค ม
เศรษฐกิจและการเพิ่มของประชากร
จ า ก ส ภ า พ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ลั ก ษ ณ ะ ต่ า ง ๆ ดั ง ก ล่ า ว แ ล้ ว
หลักสูตรในอนาคตต้องมีบทบาทดังต่อไปนี้
1. เตรียมกาลังคนให้เหมาะสมกับงานด้านอุตสาหกรรมขนาดย่อย และอุตสาหกรรมท้องถิ่น
โ ด ย เ ต รี ย ม ก า ลั ง ค น ที่ มี คุ ณ ภ า พ ท า ง ด้ า น ค ว า ม รู้ ทั ก ษ ะ แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ นิ สั ย
ตลอดจนเจตคติที่ดีต่อการทางานอาชีพ
2.
ส่งเสริมอาชีพอิสระและเตรียมคนให้เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพอิสระมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการว่างง
านของประชาชนส่วนหนึ่ง
3. การศึกษาในอนาคตควรเน้นไปที่การสร้างค่านิยมด้านความสามัคคีในการอยู่ร่วมกัน
โดยให้ทุกคนรู้จักเสียสละ มุ่งทาประโยชน์ให้แก่สังคมเป็นส่วนใหญ่ และหาจุดยืนที่เป็นที่ยอมรับ
4. เ ต รี ย ม ค น ใ ห้ เ ห็ น คุ ณ ค่า ข อ ง ก า ร ด า ร ง รั ก ษ า วัฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย
รู้จักผสมผสาน วัฒน ธรรมดั่ง เ ดิมกับวัฒน ธรรมใ ห ม่ เ พื่อเ ป็ น แนวทาง การปฏิบัติตน
มุ่ ง พั ฒ น า ต น เ อ ง แ ล ะ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ค ว า ม เ จ ริ ญ ท า ง สั ง ค ม
ต ล อ ด จ น มุ่ ง พั ฒ น า จิ ต ใ จ ใ ห้ ยึ ด มั่ น ใ น ศ า ส น า แ ล ะ ห ลั ก ธ ร ร ม
มีคุณธรรมจริยธรรมอันจะนาไปสู่การมีชีวิตที่สงบสุข
5. เ ตรี ยมฝึ กคน ใ ห้สา มาร ถแ ก้ไ ขปั ญหาเ กี่ยว กับสุ ขภ าพ และ ปั ญหา ต่า ง ๆ
ในการดารงชีวิตพร้อมทั้งสามารถเลือกแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุ
ข
7. ข้อมูลพื้นฐานจากนักวิชาการจากสาขาต่างๆ
ข้ อ มู ล พื้ น ฐ า น จ า ก นั ก วิ ช า ก า ร ใ น วิ ช า ส า ข า ต่ า ง ๆ
เป็นข้อมูลสาคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ข้อมูลในการพัฒนาหลักสูตรสามารถคลอบคลุมความต้องการจาเป็
นในการพัฒนาหลักสูตรได้อย่างกว้างขวาง ข้อมูลดังกล่าวได้แก่ ข้อมูลจากนักวิชาการในวิชาสาขาต่างๆ
นั ก ก า ร ศึ ก ษ า ห รื อ บุ ค ค ล ที่ เ กี่ย ว ข้อ ง กับ ก า ร ใ ช้ผ ล ผ ลิ ต ข อ ง ก า ร จัด ก า ร ศึ ก ษ า
คื อ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ จ บ ก า ร ศึ ก ษ า เ ข้ า ไ ป สู่
หรืออาจจะเรียกข้อมูลจากสถานประกอบหรือตลาดแรงงานเป็นต้น
7. 1 ข้ อ มู ล จ า ก นั ก วิ ช า ก า ร นั ก วิ ช า ก า ร แ ต่ล ะ ส า ข า ที่ มี ค ว า ม รู้
ค ว า มส า มา ร ถ ค ว า มช า น า ญ เ ฉ พ า ะ ท า ง ย่อ มรู้ ท ฤ ษ ฎี หลัก ธ ร ร มช า ติ โ ค รง สร้าง
แ ล ะ ร ะ ดั บ ค ว า ม ย า ก ง่ า ย ข อ ง ค ว า ม รู้ แ ต่ ล ะ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ต น เ ป็ น อ ย่ า ง ดี
คณะพัฒนาหลักสูตรต้องปรึกษาและร่วมมือกับนักวิชาการเหล่านี้เกี่ยวกับการกาหนดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้
ใ น แ ต่ล ะ ส า ข า วิ ช า ใ น ก า ร ก า ห น ด เ นื้ อ ห า วิ ช า ค ว า ม ก ว้า ง ค ว า ม ลึ ก
และความต่อเนื่องสัมพันธ์เนื้อหาในเรื่องการปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรของไทยยังขาดข้อมูลด้านนี้ มาก
ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร สู ญ เ ป ล่ า ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า นั ก วิ ช า ก า ร ส า ข า ต่ า ง ๆ
จึงน่าจะมีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรโดยร่วมเป็นคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรในแต่ละสาขา
เพื่อสร้างหลักสูตรที่สมเหตุสมผลและสมจริงทางวิชาการ
7.2 ข้อมูลจากสถานประกอบการ เป็นแหล่งข้อมูลที่สาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรไม่สมควรมองข้าม
เ พ ร า ะ ห ลั ก สู ต ร จ ะ ต้ อ ง ผ ลิ ต ค น สู่ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ต่า ง ๆ ใ น สั ง ค ม
โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ใ น ร ะ ดั บ อ า ชี ว ศึ ก ษ า
ความต้องการของสถานประกอบการเป็นข้อมูลสาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรควรนาไปพิจารณา
เพื่อจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนให้ผู้จบหลักสูตรสามารถเข้าไปสู่สถานประกอบการได้อย่างมีประสิท
ธิภาพ
8. ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับโรงเรียน ชุมชนหรือสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่
ข้อมูลที่สาคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรศึกษาวิเคราะห์ คือข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพทั่วไปของโรงเรียน เช่น
ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ จ า น ว น ค รู ใ น โ ร ง เ รี ย น
จานวนอาคารสถานที่หรือห้องเรียน จานวนอุป กรณ์และศักยภาพของโรงเรียน มาก ที่สุ ด
นอกจากนี้ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนและสภาพสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็เป็นข้อมูลที่ผู้จัดทาหลักสูตรหรือพัฒนาห
ลั ก สู ต ร จ ะ ต้ อ ง ศึ ก ษ า เ ช่น ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ ส ภ า พ ภู มิ ศ า ส ต ร์ ที่ ตั้ ง
ห รื อ สั ง ค ม โ ด ย ทั่ ว ไ ป ข อ ง ผู้ ใ ช้ ห ลั ก สู ต ร ห รื อ โ ร ง เ รี ย น นั้ น เ ป็ น อ ย่า ง ไ ร
ก า ร ส นั บ ส นุ น ห รื อ ค ว ามร่ว มมือ ข อ ง ชุมช น สั ง ค มที่ มีต่อ โ ร ง เ รี ย น เ ป็ น อ ย่าง ไร
ข้อมูลดังกล่าวจะเ ป็ นประโยชน์ในการจัดทาหลักสูตร เช่น การกาหนดวิชาเรียน ต่าง ๆ
เพราะบางรายวิชาสภาพชุมชนและสัง คมไม่สามารถเอื้ออาน วยหรื อส่งเสริ มเท่าที่ ค วร
การศึกษาก็ไ ม่บร รลุ ผ ล เ พ ราะ ฉะ นั้ น การศึกษา ข้อ มูลเ กี่ยว กับ โรง เ รี ยน ชุมช น
แ ล ะ สั ง ค ม ที่ โ ร ง เ รี ย น ตั้ ง อ ยู่จึ ง เ ป็ น สิ่ ง ที่ ส า คัญ ที่ ผู้ จั ด ท า ห ลัก สู ต ร ต้ อ ง ศึ ก ษ า
เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ข้ อ มู ล ม า จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร ที่ โ ร ง เ รี ย น ต่ า ง ๆ
สามารถนาไปใช้ใน การจัดการเ รี ยน การสอน ได้อย่าง มีประ สิ ทธิ ภาพ ซึ่ง ข้อมูล ต่าง ๆ
เหล่านี้สามารถค้นคว้าและหาข้อมูลได้จากเอกสารในการรายงานต่างๆ การสารวจ สอบถาม
และการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวข้อง เช่น คนในชุมชน ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
ผู้ ที่ ส า เ ร็ จ ก า ร ศึ ก ษ า
ซึ่งการศึกษาข้อมูลดังกล่าวจาเป็นสาหรับการพัฒนาหลักสูตรทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ห ลัก สู ต ร ที่ ทุ ก โ ร ง เ รี ย น ส า มา ร ถ น า ไ ป ใ ช้ไ ด้อ ย่า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
โ ด ย เ ฉ พ า ะ ห ลั ก สู ต ร ร ะ ดั บ ท้ อ ง ถิ่ น ข้ อ มู ล ดั ง ก ล่า ว มี ค ว า ม ส า คั ญ อ ย่า ง ยิ่ ง
ผู้พัฒนาหลักสูตรระดับท้องถิ่นจะต้องให้ความสาคัญเพื่อที่จะเสริมสร้างได้หลักสูตรที่เหมาะสมและตอบส
นองต่อท้องถิ่นนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่
9. ข้อมูลพื้นฐานทางประวัติศาสตร์และการศึกษาหลักสูตรเดิม
ประวัติศาสตร์ มีความสาคัญต่อชีวิตและ การกระทาใน ปั จจุบัน ดังคากล่าวที่ว่า
ปัจจุบันผลของ อดีตและ อนาคตเ ป็ นผลปั จจุบัน เพราะฉะนั้นข้อมูลทาง ประวัติศา สต ร์
และการศึกษาหลักสูตรในอดีตย่อมมีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและการจัดทาหลักสูตรในปัจจุบัน
ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย กับ ป ร ะ วัติ ศ า ส ต ร์ ไ ท ย มี ค ว า ม ผู ก พั น กัน อ ย่า ง แ น่ น แ ฟ้ น
เ พ ร า ะ เ ห ตุ ก า ร ณ์ ใ น ช า ติ ย่ อ ม มี ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ก า ร ศึ ก ษ า เ ส ม อ
นักการศึกษาและนักพัฒนาหลักสูตรจึงจาเป็นต้องมีความรู้หรือข้อมูลศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติ
ร ว ม ทั้ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ค ว บ คู่ กั น ไ ป
เพราะเราต้องอาศัยพื้นฐานทางประวัติศาสตร์มาช่วยในการจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรในปัจจุบัน
การศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะทาให้เราเห็นภาพรวมความเจริญของชาติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ
สภาพแวดล้อม การเมือง และวัฒนธรรมในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบที่มีต่อการศึกษา
ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้นักพัฒนาหลักสูตรต้องวิเคราะห์ว่าการจัดการศึกษาหรือการจัดหลักสูตรอย่างนั้นในสภา
พเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในขณะนั้นมีความถูกต้องและเหมาะสมมากน้อยเพียงใด
ส่ ว น ใ ด เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ห รื อ จั ด ห ลั ก สู ต ร ที่ ดี
ส่ ว น ใ ด เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ก า ร จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร ที่ ผิ ด พ ล า ด แ ก่ผู้ จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร
การวิเคราะห์อดีตจะช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน
การที่ต้อง มีการวิเ คราะ ห์ ห ลักสู ตรเ ก่าเ นื่ อง จากใ น การพัฒน าห ลักสู ตรนั้ น
เ ร า ตั้ ง ต้ น จ า ก สิ่ ง ที่ เ ร า มี อ ยู่ ห รื อ ใ ช้ อ ยู่
จุดประสงค์ของการวิเคราะห์ก็เพื่อตรวจสอบหลักสูตรที่ใช้อยู่นั้นดีหรือไม่อย่างไร อะไรที่ดีอยู่แล้ว
มีอะไรที่บกพร่อง ล้าสมัย หรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
จุ ด เ ด่ น จุ ด ด้ อ ย ข้ อ ดี ข้ อ บ ก พ ร่ อ ง ข อ ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ต่ า ง ๆ
ของหลักสูตรทั้งในแง่ของประสิทธิภาพของการนาไปใช้ รวมทั้งความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลเ หล่านี้ เ ป็ น ข้อมูลใ น อดีตที่มีคุณค่าแก่การจัดทาหรื อพัฒน าหลักสู ตรปั จ จุ บัน
ในการศึกษาประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์การศึกษาควบคู่กันไปนั้น ธารง บัวศรี (2532:128)
ไ ด้ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ว่ า ห า ก ล อ ง ตั้ ง ค า ถ า ม ต่ า ง ๆ
แล้วลองพิจารณาหาคาตอบจะช่วยให้เห็นความเหมาะสมของการจัดการศึกษาในขณะนั้น ตัวอย่างคาถาม
เ ช่น ปั ญ ห า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ล ะ ก า ร เ มื อ ง ใ น ข ณ ะ นั้ น เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร
การจัดการศึกษามีจุดมุ่งหมายจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรื อไม่วิธีการที่ช่วยแก้ไขปัญหาช่วยได้หรือไม่
การจัดการศึกษามีส่วนช่วยให้ยกระดับเศรษฐกิจหรือทาให้ระบบสังคมดีขึ้นหรือไม่ มีสิ่งชี้บอกใดหรือไม่
ที่แสดงว่าหลักสู ตรได้คานึงถึง ความแตกต่างระ หว่างบุคคลหรื อพัฒนาการของผู้เ รี ยน
ห ลัก สู ต ร ไ ด้ส่ง เ ส ริ มก า ร ถ่าย ท อ ด วัฒ น ธ ร ร มห รื อ ป รั บ ป รุ ง วัฒน ธร ร มอ ย่าง ไร
ห ลั ก สู ต ร มี ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม จิ ต ส า นึ ก ใ น ก า ร ช่ ว ย ต น เ อ ง ห รื อ ไ ม่
เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น ถ้ า นั ก พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ไ ด้ ศึ ก ษ า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
และนาประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์หาคาตอบจากคาถามเหล่านี้หรือคาถามอื่นที่มีประโยชน์เหมาะสมที่จะช่ว
ยให้ได้คาตอบที่เป็นประโยชน์และเป็นข้อมูลในการจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรในปัจจุบันได้เป็นอย่าง
ดี
สรุป(Summary)
ข้อมูลหรื อประ อง ค์ประกอบต่างๆ ที่จาเป็ นในการพัฒนาหลักสู ตรมีมา ก มาย
เพราะการพัฒนาหลักสูตรเป็นงานที่มีขอบเขตกว้างขวางจึงจาเป็นต้องอาศัยกาลังคนและกาลังสมองจากกลุ่
มคนหลายๆ กลุ่ม เช่น นักวิชาการ นักวิจัย นักจิตวิทยา นักสังคมศาสตร์ นักการศึกษา นักการเมือง
นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง สถานประกอบการ และคนในชุมชน
การพัฒนาหลักสู ตรที่สมบูรณ์และ รอบคอบจาเ ป็ น ต้อง อาศัยข้อมูลจากบุคคลเ ห ล่านี้
จึงจะเป็นหลักสูตรพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการทางการศึกษา ตอบสนองต่อผู้เรียน
และตอบสนองต่อสังคม
ข้อมูลพื้นฐานเป็นข้อมูลในด้านต่างๆ ที่จาเป็นซึ่งนักพัฒนาหลักจะต้องศึกษาวิเคราะห์
และใช้ประกอบการพิจารณาในการสร้างหรือจัดทาหลักสูตรในทุกองค์ประกอบของหลักสูตร อันได้แก่
ข้อมูลทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การพัฒนาการทางเทคโนโลยี
ประ วัติศาสตร์ การศึกษา หลักสู ตรเ ดิม ข้อมูลจากบุคลากรและ จิตวิทยาการ ศึ ก ษ า
ก า ร ศึ ก ษ า ข้อ มูล พื้ น ฐ า น เ ป็ น ขั้ น ต อ น แ ร ก สุ ด ข อง ก ระ บ ว น ก า รพัฒน าห ลักสู ตร
ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวจะนาไปใช้ในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรในขั้นตอน ต่างๆ
ตั้งแต่กระบวนการกาหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร กระบวนการกาหนดเนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้
กระบวนการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและกระบวนการประเมินผลเพื่อให้ได้หลักสูตรที่สอดคล้องกั
บความต้องการของผู้เรียนและสังคม อีกทั้งเหมาะสมกับลักษณะโครงสร้างของความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
และเป็นหลักสูตรที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศชาติไปในทิศทางที่ต้องการได้

บทที่ 5

  • 1.
    บทที่ 5 ข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตร มโนทัศน์(Concept) นักพัฒนาหลักสูตรควรตระหนักและควรนาข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมา เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรในอนาคตว่า การจัดทาหลักสูตรข้อมูลพื้นฐานมีความสาคัญมาก ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ควรละเลยที่จะศึกษาไม่ว่าจะเป็ นข้อมูลทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครองในอนาคตได้ นอกจากนั้นข้อมูลจากบุคคลต่างๆ ไม่ว่านักการศึกษา นักวิช าการสาขาต่าง ๆ ความเ ห็ น จากชุมช น ความต้อง การ กว้าง ไ กลแ ละ ลึ ก ซึ้ ง การจัดการศึกษาโดยบุคคลที่มีหน้าที่เพียงกลุ่มเดียวย่อมมีมุมมองที่แคบและไม่ชัดเจนเท่ากับหลายฝ่ายร่วมแ ร ง ร่ ว ม ใ จ กั น ดั ง นั้ น การพัฒนาหลักสูตรโดยศึกษาข้อมูลหลากหลายอย่างครอบคลุมจึงสามารถพัฒนาหลักสูตรให้มีประสิทธิภา พยิ่งขึ้น ผลการเรียนรู้(Learning Outcome) 1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเขียนประเด็นสาคัญที่ใช้พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้าน ต่างๆ ในการพัฒนาหลักสูตร 2 . สามารถนาความรู้ในการเขียนประเด็นสาคัญจากข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรมาประยุกต์ใช้ในการพัฒ นาหลักสูตรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สาระเนื้อหา(Content) ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร ในอดีตการพัฒนาหลักสูตรในระดับต่างๆ มักใช้ข้อมูลพื้นฐานประกอบการพิจารณาค่อนข้างน้อย แ ต่ใ ห้ ค ว า มส า คัญ กับ ข้อ มูล ที่ เ ป็ น ข้อ เ ท็ จ จ ริ ง เ ฉ พ า ะ ด้า น เ นื้ อ ห า ใ น วิช า ต่าง ๆ นามาบรรจุไว้ในหลักสูตรและละเลยข้อมูลทางด้านศีลธรรม จริยธรรม และสภาพทาง สัง คม ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ท า ง สั ง ค ม แ ล ะ แ น ว โ น้ ม ส ภ า พ สั ง ค ม ใ น อ น า ค ต
  • 2.
    ทาให้การศึกษาของชาติที่ผ่านมาไม่สามารถช่วยให้คนไทยหลุดพ้นจากความฟุ่มเฟือย การยึดถือค่านิยมผิดๆ ในการดารงชีวิตที่ผิดๆ ไม่ช่วยให้การว่างงานลดลงไม่ช่วยให้แก้ปัญหาอาชญากรรมหมดไป ป ร ะ เ ท ศ ยัง ค ง มี ก า ร ฉ้ อ ร า ษ ฎ ร์ บัง ห ล ว ง ยัง มีค น ไ ท ย ที่ พึ่ ง พ า ต น เ อ ง ไ ม่ไ ด้ ยังมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยากร เพราะฉะนั้นในการพัฒนาหลักสูตรระดับต่างๆ ในอนาคตจะต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานในเรื่องต่างๆ จากหลายๆ แหล่งและจากบุคคลหลายๆ ฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงมาพัฒนาหลักสูตร สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ เป็ นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อตนเองและประเทศชาติ หรือกล่าวโดยสรุปคือสามารถใช้หลักสูตรเป็นเครื่องมือในการสร้างสังคมใหม่ในทิศทางที่ถูกต้องได้ การพัฒนาหลักสูตรจาเป็นต้องศึกษา วิเคราะห์ สารวจ วิจัย สภาพพื้นฐานด้าน ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะใช้สนับสนุน อ้างอิงในการตัดสินใจดาเนินการต่าง ๆ เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ห ลั ก สู ต ร ที่ ดี ส า มา ร ถ พั ฒ น า ใ ห้ ผู้เ รี ย น มี ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ และทัศนคติที่นาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้ ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร เ ป็ น ง า น ที่ มี ข อ บ เ ข ต ก ว้ า ง ข ว า ง ม า ก การที่จัดห ลักสู ตรใ ห้มีคุณภ าพ นั้ น ผู้พัฒน าห ลักสู ตรต้อง ศึก ษาข้อ มูลห ลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ข้อมูลเกี่ยวกับสังคม หรือข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เพื่อที่ให้ได้ข้อมูลที่สมจริงที่สุดเพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยนักพัฒนาหลักสูตรในเรื่องต่างๆ คือ 1. ช่วยให้มองเห็นภาพรวมว่า ในการจัดทาหลักสูตรนั้นจาเป็นต้องคานึงถึงสิ่งใดบ้างและสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมีอิทธิพลต่อหลักสูตรอย่างไร 2. ช่วยให้สามารถกาหน ดอง ค์ประ กอบของหลักสู ตรได้อย่างเหมาะ สม เช่น การกาหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร และการกาหนดเนื้อหารายวิชา ฯลฯ 3. ช่วยให้สามารถกาหนดยุทธศาสตร์การเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ 4 . ช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรอันจะส่งผลให้การดาเนินการในอนาคตป ระสบผลดียิ่งขึ้น ข้อมูลต่างๆ ที่นามาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรนั้น นักการศึกษาทั้งต่างประเทศ และนักการศึกษาไทย ได้แสดงแนวทางไว้ดังนี้ เ ซ ย์ เ ล อ ร์ แ ล ะ อ เ ล็ ก ซ า น เ ด อ ร์ ( Saylor and Alexander ,1974: 102- 103) กล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรว่า 1. ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน 2. ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมซึ่งสนับสนุนโรงเรียน 3. ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ และลักษณะของกระบวนการเรียนรู้ 4. ความรู้ที่ได้สะสมไว้และความรู้ที่จาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้แก่นักเรียน
  • 3.
    ทาบา (Taba, 1962:16-87) ได้กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์จะต้อง คานึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. สังคมและวัฒนธรรม 2. ผู้เรียนและกระบวนการเรียน 3. ธรรมชาติของความรู้ ไทเลอร์ ( Tyler, 1949:1-43) กล่าวถึงสิ่งที่ควรพิจารณาในการสร้างจุดมุ่งหมายของการศึกษา คือ 1. ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ซึ่งได้แก่ความต้องการของผู้เรียน และความสนใจของผู้เรียน 2. ข้อมูลจากการศึกษาชีวิตภายนอกโรงเรียน 3. ข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ 4. ข้อมูลทางด้านปัญญา 5. ข้อมูลทางด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ จากการรายงานของคณะกรรมการวางพื้นฐานการปฏิรู ปการศึกษา ( 2518:20-50) ได้กาหนดข้อมูลต่างๆ ในการกาหนดจุดมุ่งหมายทางการศึกษา และในการจัดการศึกษาของประเภทดังนี้ 1. สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ 2. สภาพแวดล้อมทางประชากร 3. สภาพแวดล้อมทางสังคม 4. สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ 5. สภาพแวดล้อมทางการเมือง 6. การปกครองและการบริหาร 7. สภาพแวดล้อมทางศาสนาและวัฒนธรรม 8. สภาพของสื่อมวลชนเพื่อการศึกษา กาญจนา คุณารักษ์ ( 2521: 23-36) กล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรไว้ดังนี้ 1. ตัวผู้เรียน 2. สังคมและวัฒนธรรม 3. ธรรมชาติและคุณสมบัติของการเรียนรู้ 4. การสะสมความรู้ที่เพียงพอและเป็นไปได้เพื่อการให้การศึกษา ธารง บัวศรี (2532:4) กล่าวถึงข้อมูลต่างๆ ในการพัฒนาหลักสูตรไว้ดังนี้ 1. พื้นฐานทางปรัชญา 2. พื้นฐานทางสังคม 3. พื้นฐานทางด้านจิตวิทยา 4. พื้นฐานทางความรู้และวิทยาการ 5. พื้นที่ทางเทคโนโลยี
  • 4.
    6. พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ สงัด อุทรานันท์(2532: 46) กล่าวถึงพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรไว้ดังนี้ 1. พื้นฐานทางปรัชญา 2. ข้อมูลทางสังคมและวัฒนธรรม 3. พื้นฐานเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้เรียน 4. พื้นฐานเกี่ยวทฤษฎีการเรียนรู้ 5. ธรรมชาติของความรู้ สุมิตร คุณานุกร (2520: 10) กล่าวถึงข้อมูลต่างๆ ในการพัฒนาหลักสูตรจาแนกตามแหล่งที่มาได้ 6 ประการ คือ 1. ข้อมูลทางปรัชญา 2. ข้อมูลที่ได้จากนักวิชาการแต่ละสาขา 3. ข้อมูลที่ได้จากจิตวิทยาการเรียนรู้ 4. ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสังคมของผู้เรียน 5. ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาความต้องการและความสนใจของผู้เรียน 6. ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการทางเทคโนโลยี ส า โ ร ช บั ว ศ รี ( 2514 : 21- 22) ไ ด้ ก ล่ า ว ว่ า ในการจัดการศึกษาหรือจัดหลักสูตรต้องอาศัยพื้นฐานหลัก 5 ประการ คือ 1. พื้นฐานทางปรัชญา 2. พื้นฐานทางจิตวิทยา 3. พื้นฐานทางสังคม 4. พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ 5. พื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่นามาศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตรมีมากมายหลายด้านสาหรับประเทศไทยควรจั ดลาดับข้อมูลพื้นฐานที่สาคัญในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. สังคมและวัฒนธรรม 2. เศรษฐกิจ 3. การเมืองการปกครอง 4. สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาในสังคม 5. พัฒนาการทางเทคโนโลยีสภาพสังคมในอนาคต 6. บุคคลภายนอกและนักวิชาการแต่ละสาขา 7. โรงเรียน ชุมชน หรือสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่ 8. ประวัติศาสตร์การศึกษาและหลักสูตร
  • 5.
    9. ธรรมชาติของความรู้ 10. ปรัชญาการศึกษา 11.จิตวิทยา 1. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ก า ร ศึ ก ษ า ท า ห น้ า ที่ ส า คั ญ คื อ อนุรักษ์และถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมไปสู่คนรุ่นหลังและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคมให้ เข้ากับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ โดยหน้าที่ดังกล่าวการศึกษาจะช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไปในทิศทางที่พึงปรารถนา เพราะฉะนั้นหลักสูตรที่จะนาไปสอนอนุชนเหล่านั้นจึงต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสังคมอย่างแยกไม่อ อก และโดยธรรมชาติของสังคมและวัฒนธรรมมักมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรจึงจาเป็นต้องคานึงถึงข้อมูลทางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นปัจจุบันอยู่เ สมอ จึ ง จ ะ ท า ใ ห้ ห ลั ก สู ต ร มี ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ส ภ า พ สั ง ค ม ปั จ จุ บั น ส า ม า ร ถ แ ก้ ปั ญ ห า แ ล ะ ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร สั ง ค ม ไ ด้ ทั้ ง นี้ ขึ้ น อ ยู่ กั บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ใ ห ม่ ผ ล ก า ร วิเ ค ร า ะ ห์ อ อ ก ม า อ ย่า ง ไ ร ห ลัก สู ต ร ก็จ ะ เ ป ลี่ ย น จุ ด ห ม า ย ไ ป ใ น แน วนั้ น สามารถจาแนกข้อมูลให้ชัดเจนได้ดังนี้ 1.1 โค รงสร้ างข องสั งค ม โครง สร้าง ไ ทย แ บ่ง อ อ กเ ป็ น 2 ลักษณะ คือ ลักษณะสังคมชน บทหรื อสังคมเ กษตรกรรม และสังคมเมือง หรื อสัง คมอุตสาห กร ร ม ใ น ปั จ จุ บั น ค ว า ม เ จ ริ ญ ก้า ว ห น้ า ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ม า ก สังคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแต่ถึงอย่างไรก็ตามสังคมส่วนใหญ่ของประเทศก็ยังมีสภาพเป็นสัง คมเกษตรกรรมอยู่ ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรจาเป็นจะต้องศึกษาโครงสร้างของสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แ ล ะ แ น ว โ น้ ม โ ค ร ง ส ร้ า ง ใ น อ น า ค ต เ พื่ อ ที่ จ ะ ไ ด้ ข้ อ มู ล ม า จั ด ห ลั ก สู ต ร ว่า จะจัดหลักสูตรอย่างไรเพื่อยกระดับการพัฒนาสังคมเกษตรกรรมและเตรียมพื้นฐานเพื่อการเปลี่ยนแปลงทาง ด้านสังคมไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมตามความจาเป็น 1. 2 ค่ า นิ ย ม ใ น สั ง ค ม ค่ า นิ ย ม ห ม า ย ถึ ง สิ่งที่คนในสังคมเดียวกันมองเห็นว่ามีคุณค่าเป็นที่ยอมรับหรือเป็นที่ปรารถนาของคนทั่วไปในสังคมนั้นๆ เ นื่ อ ง จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า เ ป็ น ตั ว ก า ร ที่ ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น สั ง ค ม ค่านิยมชนิดไหนที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงดารงไว้หรือค่านิยมชนิดไหนควรสร้างขึ้นมาใหม่ เช่น ค่า นิ ย มข อ ง สั ง ค มไ ท ย เ กี่ย ว กับ ค ว า มเ ฉื่ อ ย ช า ก า ร ถื อ ค ว า มสั มพัน ธ์ ส่ ว น ตั ว การถือประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
  • 6.
    1.3 ธรรมชาติของคนไทยในสังคม ธรรมชาติของคนไทยในแต่ละสังคมย่อมแตกต่างกันออกไป ทั้ง นี้ ขึ้ น อ ยู่ กั บ ส ภ า พ พื้ น ฐ า น ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ค่ า นิ ย ม นั้ น ๆ ทาให้คนไทยส่วนใหญ่มีลักษณะบุคลิกภาพดังต่อไปนี้ 1. ยึดมั่นในตัวบุคคลมากกว่าหลักการและเหตุผล 2. ยกย่องบุคคลที่มีความรู้หรือได้รับการศึกษาสูง 3. เคารพและคล้อยตามผู้ได้รับวัยวุฒิสูง 4. ยกย่องผู้มีเงินและผู้มีอานาจ 5. นิยมการเล่นพรรคเล่นพวก 6. มีลักษณะเฉื่อยชาไม่กระตือรือร้น ในการพัฒนาหลักสูตร ควรคานึกถึงลักษณะธรรมชาติ บุคลิกของคนใน สัง ค ม โดยพิจารณาว่าลักษณะใดควรไม่ควร เพราะหลักสูตรเป็นแนวทางในการสร้างลักษณะสังคมในอนาคต 1. 4 ก า ร ชี้ น า สั ง ค ม ใ น อ น า ค ต การศึกษาควรมีบทบาทในการชี้นาสังคมในอนาคตด้วยเพราะในอดีตที่ผ่านมาระบบการศึกษา เช่น การตั้งรับตามการเปลี่ยน ต่างๆ เช่น กระแสการเจริญเติบโตของ ประเทศทางตะ วัน ตก กระแสวิชาการตะวันตก ความต้องการและปัญหาสังคม จึงทาให้การศึกษาเป็ นตัว ตา ม ฉะนั้นการจัดการเรียนรู้ต้องวางเป้าหมายให้ดี นักพัฒนาหลักสูตรจึงควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เ ป็ น เ ครื่ อง ชี้นาสังคมใ นอนาคต เ ช่น แผน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การศึกษาไทยจะได้มีบทบาททางสังคมอย่างแท้จริง 1. 5 ลั ก ษ ณ ะ สั ง ค ม ต า ม ค ว า ม ค า ด ห วั ง การเตรียมพัฒนาทรัพยากรให้มีคุณภาพมีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นเรื่องไม่คงที่ เ รื่ อง ของ ประ เ ทศจะ ส่ง ผล กระ ท บกา รศึ กษ า มีมา ก มายเ ช่น การเ มือง เ ศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางวิชาการทั้งนี้ ในต่างประเทศจึงตั้งคุณลักษณะของสังคมเปลี่ยนแปลงไป เ พื่ อ ที่ จ ะ ค า ด ก า ร ณ์ ล่ว ง ห น้ า ไ ด้ ใ น อ น า ค ต 5- 10 ปี ข้ า ง ห น้ า จ ะ เ ป็ น เ ช่น ไ ร และคุณลักษณะของประชากรที่มีคุณภาพมีดังนี้ 1. มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี 2. มีอาชีพเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว 3. เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ 4. มีสติปัญญา 5. มีนิสัยรักการทางาน 6. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี หน้าที่ของนักพัฒน าหลักสู ตรก็คือ จะต้องพิจารณาว่าจะ จัดหลักสู ตรอย่าง ไร รูปแบบใดจึงจะทาให้ประชากรมีคุณภาพดี
  • 7.
    1. 6 ศา ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ใ น สั ง ค ม ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคมวัฒนธรรมเป็นสัญลักษณ์อันสาคัญที่จะแสดงให้ทราบว่าเข า เ ห ล่า นั้ น เ ป็ น ค น ใ น สั ง ค ม เ ดี ย ว กัน ห รื อ เ ป็ น ค น ช า ติ เ ดี ย ว กัน ดั ง นั้ น ศ า ส น า แ ล ะ วัฒ น ธ ร ร ม จึ ง เ ป็ น สิ่ ง ส า คั ญ ม า ก ส า ห รั บ ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ทั้งนี้เพราะจุดประสงค์สาคัญของหลักสูตรก็คือ การทะนุบารุงรักษาและถ่ายทอดวัฒนธรรมที่ดีงามไว้ การพัฒนาหลักสูตรจึงต้องคานึกถึงศาสนาและวัฒนธรรมความรู้หลักธรรมศาสนาต่าง ๆ นามาบรรจุไว้ในหลักสูตรด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน ในการนับถือศาสนา เพราะฉะนั้นสิ่งที่บรรจุไว้ควรจะเป็นหลักธรรมของศาสนาต่างๆ ข้อมูลพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมมีความสาคัญต่อการพัฒนาหลักสูตรเป็นอย่างมาก เ พ ร า ะ เ ป็ น ห ลั ก สู ต ร ที่ ต้ อ ง ต อ บ ส น อ ง สั ง ค ม แ ล ะ พั ฒ น า ไ ป พ ร้ อ ม กั น การศึกษาข้อมูลพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างรอบคอบจะทาให้เราสามารถนาไปพัฒนาหลักสูตรที่ ดีตามลักษณะดังต่อไปนี้ 1. ตอบสนองความต้องการของสังคม 2. สอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคม 3. เน้นในเรื่องรักชาติรักประชาชน 4. แก้ปัญหาให้กับสังคมมิใช่สร้างปัญหากับสังคม 5. ปรับปรุงสังคมให้ดีขึ้น 6. สร้างความสานึกในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงทางสังคม 7. ชี้นาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงประเพณีและค่านิยม 8. ต้องถ่ายทอดวัฒนธรรมและจริยธรรม 9. ปลูกฝังในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม ในสังคม 10. ให้ความสาคัญในเรื่องผลประโยชน์ในสังคม 2. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ก า ร ศึ ก ษ า เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ส า คั ญ ใ น ก า ร พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือสาคัญในการพัฒนาคนซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สาคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ เ พ ร า ะ ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐกิจ ก้า ว ห น้า เ พีย ง ใ ด ขึ้ น อ ยู่กับ คุณ ภ าพ ข อ ง ค น ใ น สั ง คมนั้ น การพัฒนาหลักสูตรให้ให้เหมาะกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ 2.1 การเตรียมกาลังคนการให้การศึกษาเป็นสิ่งสาคัญในการผลิตกาลังคนในด้านต่างๆ ให้เพียงพอ พอเหมาะ และสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อป้องกันการสูญเปล่าทางการศึกษา และเพื่อลดปัญหาการว่างงานอันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ
  • 8.
    นอกจากนี้การเตรียมกาลังคนให้สนองความต้องการของประเทศนั้นต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับ ระดับความ สามารถที่ต้องการ ซึ่งมีทั้งระดับผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการสาขาต่างๆระดับช่างฝี มือ แ ล ะ ร ะ ดั บ ก ร ร ม ก ร รวมทั้งต้องพิจารณาถึงแนวโน้มความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศชาติในอนาคตด้วย 2.2 การพัฒ น าอาชีพ ประ เ ทศไทยพื้ น ที่ส่วน ใ หญ่เป็ น พื้นที่ทาง การเ กษตร และ ประ ช าก ร ส่วน ใ หญ่เ ป็ น เ กษ ต ร ที่ อ า ศัย อ ยู่ใ น ช น บ ท อาชีพ อุตสา ห ก ร ร ม พ า ณิ ช ย ก ร ร ม แ ล ะ บ ริ ก า ร มี อ ยู่ เ พี ย ง ชุ ม ช น ใ น เ มื อ ง ปัจจุบันมีการโยกย้ายถิ่นที่อยู่เข้ามาทางานอุตสาหกรรมในเมืองใหญ่ ซึ่งทาให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เ ช่น สิ่ ง แวดล้อมเ ป็ น พิษ เ กิดชุมช น แออัด ปั ญห าครอบครัว เ ด็กเ ร่ร่อน เ ป็ น ต้น เพราะฉะนั้นการพัฒนาหลักสูตรควรเน้นการส่งเสริมอาชีพส่วนใหญ่ของคนในประเ ทศ จัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาอาชีพตามศักยภาพและท้องถิ่น เพื่อพัฒนาอาชีพให้เหมาะสมเป็นการยกระดับรายได้ ค น ใ น ช น บ ท ใ ห้ สู ง ขึ้ น เ พื่ อ ล ด ปั ญ ห า ช่อ ง ว่า ง ร ะ ห ว่า ง ค น ร ว ย แ ล ะ ค น จ น ล ด ก า ร ห ลั่ ง ไ ห ล ข อ ง ป ร ะ ช า ช น เ ข้ า ไ ป ท า ง า น ต า ม เ มื อ ง ใ ห ญ่ สิ่งเหล่านั้นเป็นหน้าที่สาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องร่วมมือร่วมใจกันทาหลักสูตรอาชีพเพื่อพัฒนาอาชี พให้บรรลุผล 2. 3 ก า ร ข ย า ย ตั ว ท า ง ด้ า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ปัจจุบันประเทศไทยกาลังพัฒน าจากเ กษตรกรรมไปสู่ภ าคอุตสาห กรรมมากขึ้ นเ รื่ อ ยๆ นักพัฒน าหลักสู ตรควร ศึกษาข้อแน วโน้มแล ะ ทิศทาง การขยายตัวใ น อุตสาหกรรม อุ ต ส า ห ก ร ร ม ด้ า น ไ ห น ที่ จ ะ ไ ด้ รั บ ก า ร พั ฒ น า หลักสูตรที่สามารถพัฒนาเยาวชนให้มีความพร้อมสาหรับการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรมสามารถผลิตผู้จ บ ก า ร ศึ ก ษ า ที่ ส า ม า ร ถ เ ข้ า สู่ ภ า ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม เท่าที่ผ่านมาจะเห็นว่าบางครั้งภาคอุตสาหกรรมไม่มีผู้มีความรู้ความสามารถด้านเฉพาะด้านเข้า ไปรับรองการการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมบางครั้งมีการผลิตผู้จบการศึกษากับความต้องการของแรงงานขอ ง ไ ท ย ไ ม่ส ม ดุ ล กัน ท า ใ ห้ บ า ง ค รั้ ง ภ า ค อุ ส า ห ก ร ร ม เ ห ล่า นั้ น อ ย่า ง พ อ เ พี ย ง ฉะนั้นการศึกษาแนวโน้มการขยายตัวทางอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งสาคัญประการหนึ่งที่นักพัฒนาการหลักสูต รจะละเลยเสียมิได้ 2. 4 ก า ร ใ ช้ ท รั พ ย า ก ร เศรษฐกิจเป็นเรื่องของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสอบสนองความต้องการ ที่ ไ ม่ จ า กั ด ข อ ง ม นุ ษ ย์ เพราะฉะนั้นนักพัฒนาหลักสูตรควรให้ความสาคัญในเรื่องของทรัพยากรโดยใช้หลักสูตรเป็นเครื่องปลูกฝังเ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ท รั พ ย า ก ร จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร เ นื้ อ ห า วิ ช า
  • 9.
    กิจกรรมและประสบการณ์ในหลักสูตรที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิด ประโยชน์สูงสุด และเน้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจครบวง จรอันได้แก่ การผลิต การจาหน่าย การบริโภ ค การแลกเปลี่ยนการบริการโดยเน้นการปฏิบัติจริงและการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้รู้จักและเข้าใจระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อ ยู่ หั ว ซึ่งในจุดนี้นักพัฒนาหลักสูตรควรให้ความสาคัญแล้วคิดพัฒนาหลักสูตรเพื่อสนองพระราชดาริดังกล่าว ในอนาคตประชาชนจะเห็นความสาคัญของทรัพยากรและสามารถนาทรัพยากรที่มีอยู่นามาใช้ประโยชน์ เกิดรายได้อย่างมีคุณค่า ไม่มีการสูญเสียทางทรัพยากร ปัญหาความยากจนและการอพยพย้ายถิ่นก็ไม่เกิดขึ้น 2. 5 ก า ร พัฒ น า คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง บุ ค ค ล ใ น ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ข อ ง ไ ท ย คุณลักษณะของในบุคคลในระบบเศรษฐกิจของคนไทยยังขัดแย้งกับความเป็นจริงในระบบเศรษฐกิจ เช่นคนไทยมีรายได้ต่าแต่ความต้องการจับจ่ายในระบบเศรษฐกิจในระบบเศรษฐกิจในระบบเปิดทาให้สินค้า ฟุ่ ม เ ฟื อ ย ห ลั่ ง ไ ห ล เ กิ ด ปั ญ ห า ห นี้ สิ น ล้ น พ้ น ตั ว หรือเป็นเศรษฐกิจในระบบเปิดทาให้สินค้าฟุ่มเฟือยหลั่งไหลเข้ามาสร้างวัฒนธรรมใหม่ในหมู่เยาวชน หรือการเอารัดเ อาเ ปรี ยบต่อผู้ด้อยการศึกษาจากบุคคลผู้มีอาน าจทางเ ศรษฐกิจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ เป็ นคุณลักษณะของคนไทยในระบบเศรษฐกิจที่ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒน า ก า ร ใ ช้ก า ร ศึ ก ษ า เ ข้า ไ ป แ ก้ไ ข จ ะ เ ป็ น วิธี ก า ร ส า คัญ แ ล ะ ใ ห้ ผ ล ใ น ร ะ ย ะ ย า ว เ พ ราะ ฉะ นั้ น การพัฒน าห ลักสู ตรต้อง คานึ ง ถึง การพัฒน า คุณลักษ ณะ ของ ค น ไ ท ย ใ น ห ลั ก สู ต ร จ ะ ต้ อ ง บ ร ร จุ เ นื้ อ ห า ส า ร ะ และ ประ สบการณ์การเ รี ยน รู้ ที่ มีก าร ปลู กฝั ง จิ ต สานึ กใ น ค วา มรั บผิ ดช อ บร่ ว มกัน การสร้างค่านิยมในการทางานร่วมกัน การไม่เอารัดเอาเปรียบกันความขยันหมั่นเพียร การรู้จักอดออม การมีสติรู้คิด การมีความคิดริเริ่ มสร้างสรรค์ การสร้างเสริมความสามารถในการผลิ ต ก า ร ส ร้ า ง ง า น แ ล ะ แ น ว ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ถ้ า ห ลั ก สู ต ร ใ น ร ะ ดั บ ต่า ง ๆ ได้บรรจุและปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ไว้ทั้งในแนวกว้างและแนวลึกตามระดับการศึกษาแล้วผู้จบการศึกษาก็จะเป็น บุคคลมีความสามารถพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจภายใต้ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจได้เห มาะสม 2. 6 ก า ร ล ง ทุ น ก า ร ศึ ก ษ า การจัดการศึกษาใ นระ ดับต้องใช้ง บประ มาณของรัฐโดยเ ฉพ าะ การศึกษาขั้นพื้น ฐาน การจัดการศึกษาควรคานึงถึงงบประมาณเพื่อการศึกษาแหล่งงานที่จะช่วยเหลือรัฐในรูปงบประมาณ ในการพัฒนาพัฒนาหลักสูตรควรจัดให้สอดคล้องกับงบประมาณของรัฐ ไม่ว่าในด้านจัดการเรียนการสอน ด้า น วัต ถุ อุ ป ก ร ณ์ เ พื่ อ ใ ห้ มีก า ร ใ ช้ห ลั ก สู ต ร เ ป็ น ไ ป อ ย่า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ และต้องคานึงถึงผลตอบแทนจากการลงทุน ในด้านกาลังคนปริมาณคน และคุณภาพ เช่น การพัฒนาหลักสูตรให้เยาวชนมีคาวามสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ การลงทุนด้านอุปกรณ์คือคอมพิวเตอร์
  • 10.
    ใ ห้ ทุก โ ร ง เ รี ย น มีค อ มพิ ว เ ต อ ร์ ส อ น นั ก เ รี ย น แ ต่บ า ง โ ร ง เ รี ย น ไ ม่มี ไ ฟ ฟ้ า ห รื อ บ า ง โ ร ง เ รี ย น ยั ง ไ ม่มี บุ ค ล า ก ร ที่ มี ค ว า ม รู้ ท า ง ด้ า น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ก า ร ล ง ทุ น ใ น จุ ด ดั ง ก ล่ า ว ส่ ว น ห นึ่ ง อ า จ เ ป็ น ก า ร ล ง ทุ น ที่ สู ญ เ ป ล่ า เฉพาะฉะนั้นในการพัฒนาหลักสูตรควรคานึงถึงการลงทุนทางการศึกษาด้วยว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าหรื อไม่ในอนาคตมีตัวอย่างในการพัฒนาหลักสูตรที่ทาให้เกิดการสูตรเปล่าทางการศึกษาอยู่เสมอ 3. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านการเมืองการปกครอง การเมืองการปกครองเป็นที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบการอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มากจาเป็นต้องมีระเ บี ย บ แ บ บ แ ผ น ห รื อ ก ติ ก า ต่ า ง ๆ สาหรับสมาชิกในสังคมยึดถือเป็นแนวปฏิบัติต่อกันเพื่อความสงบเรียบร้อยและการอยู่รวมกันอย่างสันติ ดัง นั้ น ก า ร เ มือ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง จึ ง เ ป็ น เ รื่ อ ง เ กี่ ย ว กับ บ ท บ า ท ห น้ า ที่ สิ ท ธิ และความรับผิดชอบที่ทุกคนพึงมีต่อสังคมและประเทศชาติ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั บ ก า ร ศึ ก ษ า ในฐานะที่การศึกษามีหน้าที่ผลิตสมาชิกที่ดีให้แก่สังคมให้อยู่ในระบบการปกครองประเทศชาติ ช่ว ย ใ ห้ ผู้เ รี ยน ท ร าบ ว่า ต น มีสิ ท ธิ หน้ าที่ แ ล ะ ค ว า มรั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ สั ง ค มอ ย่าง ไร แ ล ะ ค ว ร แ ส ด ง แ น ว คิ ด ป ฏิ บั ติ ต น อ ย่า ง ไ ร ห ลั ก สู ต ร ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ต่ า ง ๆ จึงควรบรรจุเนื้อหาวิชาและประสบการที่จะปลูกฝังให้ประชากรอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความเป็นระเบีย บเรียบร้อยและสันติสุข ข้ อ มู ล ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ที่ ค ว ร จ ะ น า มา เ ป็ น เ นื้ อ ห า ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า ใ น ก า ร พัฒ น า ห ลัก สู ต ร ก็คื อ ระบบการเมืองและระบบการปกครอง นโยบายของรัฐและรากฐาน ของประชาธิปไตย 3.1ระบบการเมืองการปกครอง เนื่องจากการศึกษาเป็นเครื่องมืออันหนึ่งของสังคม ดังนั้น การศึกษาระ บบการเ มือง การปกครอง จึงแยกกัน ไม่ออก หลักสูตรของ ประเ ทศ ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับประถมศึกษาซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะบรรจุเนื้อหาสาระของระบบการเมือ งการปกครองไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนอยู่ร่วมกันใจสังคมได้ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ใ น บ า ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ ต้อ ง ก า ร ป ลู ก ฝั ง อุ ด มก า ร ณ์ ท า ง ก า ร เ มื อ ง ใ ห้ แ ก่ป ร ะ ช า ช น เ พ ราะ ฉะ นั้ น ใ นการพัฒน าหลักสู ตรควรเ ลือกเ นื้ อห าวิช าประ สบการณ์การเ รี ยน รู้ และการจัดให้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับระบบการเมืองการปกครองที่ต้องการปลูกฝัง 3. 2 น โ ย บ า ย ข อ ง รั ฐ เนื่องจากการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมจึงมีความจาเป็นต้องสอดคล้องกับระบบอื่นๆ ใ น สั ง ค ม ก า ร ที่ จ ะ ท า ใ ห้ ร ะ บ บ ต่ า ง ๆ
  • 11.
    สามารถเกื้อหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกันจึงจาเป็นต้องมีการประสานสัมพันธ์ระหว่างระบบเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ รัฐบายจึงมีนโยบายแห่งรัฐเพื่อเป็ นแนวทางในการดาเนินงานของระบบต่างๆ ใ ห้มีความต่อเ นื่ อง และ สอดคล้อง ซึ่ งกัน และ กัน น โยบายของ รัฐที่เ ห็ นได้ชัดเ จนคือ แ ผ น พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ แ ผ น พั ฒ น า ก า ร ศึ ก ษ า ในการพัฒนาหลักสูตรควรจะได้พิจารณานโยบายของรัฐด้วย เพื่อที่จะได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกัน 3. 3 ร า ก ฐ า น ข อ ง ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย จากการที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์มาเป็นระบบอบประชาธิ ป ไ ต ย ใ น พ . ศ . 2475 นั้ น ค ว ร รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ต ล อ ด จ น ค ว า มรู้ สึ ก นึ ก คิ ด ต่า ง ๆ เ กี่ ย ว กั บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ใ น สั ง ค ม ไ ท ย ยั ง ไ ม่ เ พี ย ง พ อ หลักสูตรในฐานะที่เป็นเครื่องมือสาหรับพัฒนาคนควรที่จะวางรากฐานที่เกี่ยวกับประชาธิปไตยให้แก่สังคม เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้องซึ่งจะสร้างสรรค์ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสัน ติสุข และ ไม่มีการเ อารัดเ อาเ ปรี ยบซึ่ ง กัน และ กัน น อกจากนี้ การจัดการเ รี ยน การสอ น จึ ง ค ว ร มุ่ ง เ น้ น พ ฤ ติ ก ร ร ม ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ด้ ว ย ส า ห รั บ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ป ก ค ร อ ง ด้ ว ย ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ม า น า น แ ล้ ว แ ต่ ท า ง ป ฏิ บั ติ เ ร า ต้ อ ง ย อ ม รั บ ว่ า ยั ง ไ ม่ ส ม บู ร ณ์ ดัง จ ะ เ ห็ น ไ ด้จ า ก ก า ร ร า ษ ฎ ร ส่ ว น ใ ห ญ่ยัง ไ ม่รู้ ถึ ง สิ ท ธิ ห น้ า ที่ ข อ ง ต น ต่อ รั ฐ ไ ม่ รู้ ว่ า ต น เ อ ง มี ค ว า ม ส า คั ญ มี ส่ ว น มี เ สี ย ง ใ น ก า ร ป ก ค ร อ ง ไม่รู้ว่าการเมืองมีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตประจาวันของตน ไม่เห็นความจาเป็นในการเลือกตั้งเป็นต้น ก า ร ศึ ก ษ า ค ว ร มี บ ท บ า ท ส า คั ญ ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ค ว ร เ น้ น เ รื่ อ ง ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ บ้ า น เ มื อ ง ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น รู้ ห น้ า ที่ ข อ ง ต น ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ให้สานึกว่าการเมืองและการปกครองเป็นเรื่องของทุกคนในสังคม ทั้งที่ศึกษาอยู่ในระบบและนอกระบบ และ/ หรือจบการศึกษาแล้วได้ศึกษาและนาไปปฏิบัติจริงเพื่อสอดคล้องกับนโยบายที่ว่าการศึกษาและ/ ห รื อ จ บ ก า ร ศึ ก ษ า แ ล้ ว ไ ด้ ศึ ก ษ า คื อ ก ร ะ บ ว น ก า ร ต่อ เ นื่ อ ง ต ล อ ด ชี วิ ต เมื่อเป็นเช่นการจัดหลักสูตรให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองจึงกระทาได้หลายรูปแบบเพื่อใ ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ด้ รั บ ค ว า ม รู้ มี จิ ต ส า นึ ก ใ น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ เข้าใจบทบาทตนเองในด้านการเมืองการปกครองอย่างแท้จริง เ พื่ อ เ ป็ น ก า ร ว า ง ร า ก ฐ า น ท า ง ด้ า น ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย การจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับระบบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย ควรจัดตามลาดับดังนี้ 1. การจัดการศึกษาให้เท่าเทียมทั่วถึง 2. ให้อานาจการจัดการศึกษากระจายในท้องถิ่น 3. ให้เสรีภาพและเสถียรภาพแก่บุคคล ให้โอกาสแสดงความคิดเห็น
  • 12.
    4. การเรียนการสอนควรส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ให้โอกาสผู้เรียนแสวงหาความรู้ 5.ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาตนเอง 6. จัดหลักสูตรให้ยืดหยุ่นได้ง่าย 7. เน้นวิชามนุษย์สัมพันธ์และจริยธรรมเป็นพิเศษ น อ ก จ า ก นั้ น ก า ร ป ลู ก ฝั ง อ บ ร ม สั่ ง ส อ น นั ก เ รี ย น ก็มีส่วนสาคัญที่จะช่วยให้ประชาธิปไตยของไทยมีความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นด้วยวิธีการดังนี้ 1. ชี้ให้เห็นประโยชน์ประชาธิปไตยโดยการให้คาแนะนาและปฏิบัติ 2. สร้างนิสัยให้มีความกระตือรือร้น สนใจเหตุการณ์บ้านเมือง 3. ปลูกฝังการมีวินัยและการเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น 4. ฝึกการเคารพกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างเข้มผู้เข้มงวด 5. กระ ตุ้น และ ปลูกฝั ง ใ ห้มีความตั้ง ใ จเ รี ยน ซื่อสัตย์ รับผิดช อบต่อตน เ อ ง ครอบครัวและประเทศชาติ 6. ฝึกให้ความสนใจและร่วมกันพิจารณาปัญหาต่าง ของสังคมและหาทางแก้ไข 7. หาโอกาสให้ให้ความร่วมมือประกอบกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม 8. ช่วยแก้ไขค่านิยมที่ไม่เหมาะสมในสังคมและสร้างค่านิยมที่ดีและเหมาะสม 9. ปลูกฝั ง ทัศน คติที่ว่าการเ มือง เ ป็ น เ รื่ อง การใ ห้ค วามร่วมมือ การเ สี ยสละ และการช่วยชาติเพื่อบุคคลรุ่นใหม่จะได้เป็นนักการเรียนที่ดี 10. ใ ห้ความรู้และ กระ ตุ้น ใ ห้สน ใ จการเ มือง โดยคานึ ง ถึง หลักการ วิธี การ สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองของประเทศ 11. ปลูกฝังให้มีความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองทั้งในระดับโรงเรียน ท้องถิ่น และประเทศชาติ 12. ป ลู ก ฝั ง ใ ห้ ผู้เ รี ย น มีแ น ว คิ ด ว่า ทุ ก ค น ค ว ร มีบ ท บ า ท ท า ง ก า ร เ มื อ ง และการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งทางตรงและทางอ้อม 13. เน้นให้เห็นความสาคัญของการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จ า ก ตั ว อ ย่ า ง ดั ง ก ล่ า ว พ อ จ ะ เ ป็ น แ น ว ท า ง ก า ห น ด เ นื้ อ ห า กิจ ก ร ร มก า ร จัด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ เ รี ย น รู้ ไ ว้เ ป็ น ห ลัก สู ต ร เพื่อให้ผู้เรียนที่จบการศึกษาเป็นผลเมืองที่มีคุณภาพสอดคล้องกับระบบการเมืองการปกครองของประเทศ 4. ข้อมูลพื้นฐานสภาพปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาในสังคม สภาพปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาของสังคมเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สาคัญที่ต้องศึกษา สังคมไทยปัจจุบันกาลังประสบปัญหายุ่งยากหลายประการ ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเศรษฐกิจ แ ล ะ ปั ญ ห า ก า ร เ มื อ ง ซึ่ ง ก า ร แ ก้ปั ญ ห า เ ห ล่า นี้ มี ทั้ ง ร ะ ย ะ สั้ น ร ะ ย ะ ย า ว
  • 13.
    แ ล ะก า ร แ ก้ ปั ญ ห า อ า จ ท า ไ ด้ ชั่ ว ค ร า ว ห รื อ อ ย่ า ง ถ า ว ร การจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเป็ นเรื่องสาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องศึกษา แล้วนามาสร้างเป็นหลักสูตร ปัญหาสาคัญๆ ที่ควรศึกษาคือ 4.1 ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้ อมทางธรรมชาติ การขยายตัวของ อุตสาห ก รร ม และการใช้เทคโนโลยี ทาให้เกิดปัญหาสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติในสังคมไทยมากขึ้น เช่น ปั ญ ห า ก า ร ท า ล า ย ป่ า ไ ม้ ปั ญ ห า ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม ข อ ง ดิ น ปั ญ ห า น้ า เ สี ย แ ล ะ อ า ก า ศ เ สี ย จ า ก โ ร ง ง า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม เ ป็ น ต้ น ปั ญ ห า ต่ า ง ๆ สมควรที่จะได้ศึกษาข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่อที่นาไปเป็นข้อมูลในการจัดการศึกษา และพัฒนาหลักสูตร เช่น การกาหนดเนื้อหาในเรื่องสภาพแวดล้อม การปลูกฝังการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี แ ล ะ ก า ร อ นุ รั ก ษ์ สิ่ ง แ ว ด ล้อ ม ก า ร ใ ช้ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร มช า ติ ที่ ฉ ล า ด ถู ก ต้ อ ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถกาหนดลงในเนื้อหาของหลักสูตรในระดับต่างๆ ตามความเหมาะ สม เ พื่ อ ที่ ป ลู ก ฝั ง ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ ใ ห้ เ กิ ด ใ น ผู้ เ รี ย น แ ล ะ ป ร ะ เ ท ศ ก็ จ ะ มี พ ล เ มื อ ง ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ปัญหาเกี่ยวสิ่งแวดล้อมในอนาคตก็จะได้รับการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น 4. 2 ปั ญ ห า ท า ง ด้ า น สั ง ค ม ปั ญ ห า ท า ง สั ง ค ม ที่ เ ป็ น อ ยู่ใ น ปั จ จุ บัน มั ก จ ะ เ กิ ด ขึ้ น จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง สั ง ค ม ซึ่งมีสาเหตุจากความเจริญทางด้านวัตถุและวัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลของ การสื่อสาร ทาให้คนไทยรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาโดยเฉพาะในหนุ่มสาวหรือเยาวชน ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางด้านความคิดระหว่างคนหนุ่มสาวกับผู้ใหญ่ที่ยึดมั่นในวัฒนธรรมเดิ ม ท า ใ ห้ เ กิด ปั ญ ห า กับ ย า เ ส พ ติ ด ปั ญ ห า ท า ง เ พ ศ ปั ญ ห า ท า ง อ า ช ญ า ก ร ร ม ซึ่งการศึกษาปัญหาเหล่านี้จะเป็นข้อมูลในการจัดหลักสูตรเพื่อเตรียมเยาวชนสามารถดารงอยู่ในสังคมที่เปลี่ ยนแปลงได้อย่างมีความสุขและไม่เกิดปัญหา 4. 3 ปั ญ ห า ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ โ ด ย พื้ น ฐ า น นั้ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ ป็ น ป ร ะ เ ท ศ ที่ มีพื้ น ฐ าน ดั้ ง เ ดิ ม จ า ก เ ก ษ ต ร ก รรม ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีพื้นฐานอยากจนและมีการศึกษาต่า ประชาชนเกิดการว่างงาน ก า ร ย้ า ย ถิ่ น ท า กิ น ช น บ ท เ ข้ า สู่ เ มื อ ง ห รื อ อั ต ร า ค่ า จ้ า ง แ ร ง ง า น ต่ า สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจยาวนานของประเทศ ประกอบกับในปัจจุบันประเทศต่างๆ ประสบกับภาวะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของโลกทั้งประเทศไทยด้วย ทาให้ปัญหาทางเศรษฐกิจในอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มปัญหาที่เกิดในอนาคต เพื่อจะให้นาข้อมูลทางเศรษฐกิจของประเ ทศ โ ด ย ก า ห น ด จุ ด ห ม า ย ข อ ง ห ลั ก สู ต ร ก า ร ส ร้ า ง ห ลั ก สู ต ร ห ล า ย วิ ช า หรือการบรรจุเนื้อหาสาระให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ท า ใ ห้ ผู้ที่ จ บ ก า ร ศึ ก ษ า ใ น ร ะ ดั บ ต่า ง ๆ ส า มา ร ถ อ อ ก ไ ป ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ไ ด้
  • 14.
    และสามารถดารงอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยไม่เป็นปัญหาหรือภาระของสังคม หรือจัดการศึกษาเพื่อให้บุคคลสามารถสร้างงานได้ 4. 4ปั ญ ห า ท า ง ด้ า น ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ส ภ า พ ปั ญ ห า ท า ง ด้ า น ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ไ ท ย เ ป็ น ม า อ ย่ า ง ย า ว น า น ส ม ค ว ร ที่ ก า ร ศึ ก ษ า จ ะ เ ข้ า ไ ป มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร พั ฒ น า ด้ า น ก า ร เ มื อ ง คื อ ก า ร ใ ห้ ค ว า ม รู้ แ ล ะ ป ลู ก ฝั ง ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย เพราะประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในท้องถิ่นชนบทมีความรู้เข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยไ ม่ ดี พ อ น อ ก จ า ก นั้ น ป ร ะ ช า ช น ส่ ว น ใ ห ญ่ ยั ง ข า ด ค ว า ม ส า นึ ก แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ วิ ถี ท า ง แ บ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ซึ่ ง จ ะ เ ห็ น ไ ด้จ า ก ก า ร เ ข้ามีบ ท บ า ท ท า ง ก า ร เ มือ ง ยัง เ ป็ น เ รื่ อ ง ข อ ง ค น ก ลุ่มน้อย หรือจานวนผู้ไปใช้เสียงในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีจานวนน้อยมากเมื่อเปรียบกับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั้ งหมด แม้ว่านักศึกษามีอายุที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้แล้วแต่อัตราส่วนผู้ใช้สิทธิ์ยังน้อยเหมือนเดิม ใ น เ มื่อผู้ได้รับการศึกษาที่มีค วามรู้ค วามเ ข้าใ จใ น เ รื่ อง ประ ช าธิ ปไต ยเ ป็ น อ ย่า ง ดี ยังขาดความสานึกความรับผิดชอบเช่นนี้ นักพัฒนาหลักสูตรจึงควรที่จะได้ตระหนักและพัฒนาหลักสูตร เ นื้ อหาวิช าหรื อกิจกรรมการเ รี ยน การสอน ใ ห้สามารถพัฒน าผู้เ รี ยน ใ ห้มีจิตสา นึ ก และความรู้สึงรับผิดชอบต่อการปกครองของประเทศ จากสภาพปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่นักพัฒนาหลักสูตรจะตั้งคานึง ถึง ทั้งนี้เพื่อให้หลักสูตรที่ร่างขึ้นมามีส่วนแก้ปัญหาสังคมและประเทศชาติโดยส่วนรวมบางปัญหาอาจแก้ได้โด ย ต ร ง บ า ง ปั ญ ห า ก า ร ศึ ก ษ า แ ก้ ไ ข โ ด ย ท า ง อ้ อ ม ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาหลักสูตรจะต้องพิจารณาปัญหาเพื่อนาไปสู่การตัดสินใจเลือกทิศทางในการพัฒ นาหลักสูตรเพื่อสร้างคนที่เป็นประโยชน์แก่สังคม หรือคนที่จะไปพัฒนาหรือแก้ปัญหาสังคมต่อไป ขั้นตอนในการพิจารณาปัญหาและแนวทางแก้ไขมีดังนี้ 1. พิจารณาปัญหาที่ระบบการศึกษาเอื้ออานวยในการปรับปรุงให้ดีขึ้น 2. พิจารณาสาเหตุ ข้อเท็จจริงสภาพปัญหา 3. พิจารณาวิชา เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม 4. พิจารณากิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม 5. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทาให้สังคมเปลี่ยนแปลง ไป ผู้เรียนเกิดความจาเป็ นต้องเพิ่มความรู้ใหม่ ทักษะใหม่ และต้องเปลี่ยนแปลงเจตคติใหม่ ทาให้เกิดความจาเป็นจะต้องสร้างคุณธรรมและความคิดใหม่เพื่อให้คนในสังคมสามารถปรับตัวเข้ากับการเ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง สั ง ค ม ไ ด้
  • 15.
    โดยใช้การศึกษาทาหน้าที่สร้างประชาชนที่มีคุณภาพและมีความสามารถปรับตัวให้กับความเจริญทางด้านวิ ท ย าศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ไ ด้ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม หลักสูตรที่นามาใช้จาเป็นต้องมีความสอดคล้องกับความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันประเทศไทยได้นาเอาความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ในสังคมอย่างกว้างขวางในทุกๆ ด้าน ท า ใ ห้ เ กิด ผ ล ก ร ะ ท บ ต่อ สั ง ค ม แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้อ ม ทั้ ง ท า ง ต ร ง แ ล ะ ท า ง อ้อ มดัง นั้ น ก า ร จัด ก า ร ศึ ก ษ า จึ ง ค ว ร จ ะ ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ส ภ า พ ข้อ เ ท็ จ จ ริ ง ต่าง ๆ ที่เป็นผลกระทบจากความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งให้เขาได้รับข้อมูลต่างๆ อย่าง เ พียง พ อ เ พื่อใ ห้เ ขาสามารถเ ลือกตัดสิ น ใ จใ ช้วิธี การปฏิบัติที่ถูก ต้อง ดัง นั้ น นักพัฒนาหลักสูตรต้องศึกษาข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มความเจ ริ ญ ใ น อ น า ค ต เพื่อที่จะได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาคนให้สามารถดารงตนอยู่ได้อย่างเหมาะสมในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ความเจริญทางด้านนี้ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเนื้อหาของหลักสูตรและการเรียนการสอน เช่น อุปกรณ์สอนใหม่ๆ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกเสียง วีดีทัศน์ ไมโครฟิล์ม โพรเจกเตอร์ วิธีการสอนแบบใหม่ๆ ซึ่งใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วย เช่น วิทยุการศึกษา โทรทัศน์การศึกษา การศึกษาทางไกล การสอนแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นต้น วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์ เ ค รื่ อ ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ และวิธีการสอนใหม่ที่อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้ ส า ม า ร ถ ช่ว ย ใ ห้ จั ด ก า ร ศึ ก ษ า มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ สู ง ก ว่า ก า ร ส อ น ใ น อ ดี ต ผู้พัฒนาหลักสูตรจึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวนามาพัฒนาหลักสูตรและการ จัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมด้วย 6. ข้อมูลพื้นฐานทางสภาพทางสังคมในอนาคต จ า ก ส ภ า พ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ทั้ ง ท า ง ด้า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร เ มือ ง สั ง ค ม และความเ จริ ญก้าวหน้าทาง วิทยาศาสตร์ และเ ทคโน โลยีของ ประเทศไทยใน ปั จ จุ บัน ชี้ให้เห็นว่าในอนาคตประเทศไทยมีแน วโน้มที่จะพัฒน าทาง ด้าน อุตสาห กรรมม าก ขึ้ น ซึ่ ง จ ะ เ ป็ น ผ ล ใ ห้ เ กิ ด อุ ต ส า ห ก ร ร ม ใ ห ม่ ห ล า ก ห ล า ย ส า ข า จากสภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลทาให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปดังนี้ 1. มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดย่อม รวมทั้งอุตสาหกรรมท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 2. งานอาชีพอิสระมีแนวโน้มจะมีความสาเร็จมากขึ้นในอนาคตทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการผลิตอุตสาหกรรมส่ว นใหญ่มักเป็นการผลิตใช้ทุนมากกว่าใช้แรงงาน
  • 16.
    3. ในอนาคตสภาพสังคมจะมีการแข่งขันและต่อสู้เพื่ออยู่รอดเฉพาะตัวเพราะที่ดินทากินไม่สามารถขยายเพิ่มใ ห้ ส มดุ ล กับ ป ร ะ ช า ก ร ไ ด้ ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร เ ข้ า ม า ท า ง า น ใ น เ มื อ ง ม า ก ขึ้ น แ ล ะ ภ า ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม ก็ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ร อ ง รั บ แ ร ง ง า น ไ ด้ ทั้ ง ห ม ด เพราะฉะนั้นการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดมีมากขึ้น 4. การประพฤติปฏิบัติของคนไทยจะเปลี่ยนไปจากวัฒนธรรมดั้งเดิมซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศร ษฐกิจ สังคม การเมือง ความเจริญด้านเทคโนโลยีและการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมตะวัน ตก ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และสิ่งแวดล้อมของสังคมไทย 5. ในอนาคตคาดว่าการดาเนินชีวิตของคนไทยประสบกับปัญหา ทั้งในด้านสุขภาพและ การประ กอบอาชีพ มา กขึ้ น ซึ่ ง เ ป็ น ผลกระ ทบมาจาก การเ ปลี่ ยน แป ลง ทาง สั ง ค ม เศรษฐกิจและการเพิ่มของประชากร จ า ก ส ภ า พ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ลั ก ษ ณ ะ ต่ า ง ๆ ดั ง ก ล่ า ว แ ล้ ว หลักสูตรในอนาคตต้องมีบทบาทดังต่อไปนี้ 1. เตรียมกาลังคนให้เหมาะสมกับงานด้านอุตสาหกรรมขนาดย่อย และอุตสาหกรรมท้องถิ่น โ ด ย เ ต รี ย ม ก า ลั ง ค น ที่ มี คุ ณ ภ า พ ท า ง ด้ า น ค ว า ม รู้ ทั ก ษ ะ แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ นิ สั ย ตลอดจนเจตคติที่ดีต่อการทางานอาชีพ 2. ส่งเสริมอาชีพอิสระและเตรียมคนให้เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพอิสระมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการว่างง านของประชาชนส่วนหนึ่ง 3. การศึกษาในอนาคตควรเน้นไปที่การสร้างค่านิยมด้านความสามัคคีในการอยู่ร่วมกัน โดยให้ทุกคนรู้จักเสียสละ มุ่งทาประโยชน์ให้แก่สังคมเป็นส่วนใหญ่ และหาจุดยืนที่เป็นที่ยอมรับ 4. เ ต รี ย ม ค น ใ ห้ เ ห็ น คุ ณ ค่า ข อ ง ก า ร ด า ร ง รั ก ษ า วัฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย รู้จักผสมผสาน วัฒน ธรรมดั่ง เ ดิมกับวัฒน ธรรมใ ห ม่ เ พื่อเ ป็ น แนวทาง การปฏิบัติตน มุ่ ง พั ฒ น า ต น เ อ ง แ ล ะ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ค ว า ม เ จ ริ ญ ท า ง สั ง ค ม ต ล อ ด จ น มุ่ ง พั ฒ น า จิ ต ใ จ ใ ห้ ยึ ด มั่ น ใ น ศ า ส น า แ ล ะ ห ลั ก ธ ร ร ม มีคุณธรรมจริยธรรมอันจะนาไปสู่การมีชีวิตที่สงบสุข 5. เ ตรี ยมฝึ กคน ใ ห้สา มาร ถแ ก้ไ ขปั ญหาเ กี่ยว กับสุ ขภ าพ และ ปั ญหา ต่า ง ๆ ในการดารงชีวิตพร้อมทั้งสามารถเลือกแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุ ข 7. ข้อมูลพื้นฐานจากนักวิชาการจากสาขาต่างๆ
  • 17.
    ข้ อ มูล พื้ น ฐ า น จ า ก นั ก วิ ช า ก า ร ใ น วิ ช า ส า ข า ต่ า ง ๆ เป็นข้อมูลสาคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ข้อมูลในการพัฒนาหลักสูตรสามารถคลอบคลุมความต้องการจาเป็ นในการพัฒนาหลักสูตรได้อย่างกว้างขวาง ข้อมูลดังกล่าวได้แก่ ข้อมูลจากนักวิชาการในวิชาสาขาต่างๆ นั ก ก า ร ศึ ก ษ า ห รื อ บุ ค ค ล ที่ เ กี่ย ว ข้อ ง กับ ก า ร ใ ช้ผ ล ผ ลิ ต ข อ ง ก า ร จัด ก า ร ศึ ก ษ า คื อ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ จ บ ก า ร ศึ ก ษ า เ ข้ า ไ ป สู่ หรืออาจจะเรียกข้อมูลจากสถานประกอบหรือตลาดแรงงานเป็นต้น 7. 1 ข้ อ มู ล จ า ก นั ก วิ ช า ก า ร นั ก วิ ช า ก า ร แ ต่ล ะ ส า ข า ที่ มี ค ว า ม รู้ ค ว า มส า มา ร ถ ค ว า มช า น า ญ เ ฉ พ า ะ ท า ง ย่อ มรู้ ท ฤ ษ ฎี หลัก ธ ร ร มช า ติ โ ค รง สร้าง แ ล ะ ร ะ ดั บ ค ว า ม ย า ก ง่ า ย ข อ ง ค ว า ม รู้ แ ต่ ล ะ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ต น เ ป็ น อ ย่ า ง ดี คณะพัฒนาหลักสูตรต้องปรึกษาและร่วมมือกับนักวิชาการเหล่านี้เกี่ยวกับการกาหนดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ ใ น แ ต่ล ะ ส า ข า วิ ช า ใ น ก า ร ก า ห น ด เ นื้ อ ห า วิ ช า ค ว า ม ก ว้า ง ค ว า ม ลึ ก และความต่อเนื่องสัมพันธ์เนื้อหาในเรื่องการปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรของไทยยังขาดข้อมูลด้านนี้ มาก ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร สู ญ เ ป ล่ า ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า นั ก วิ ช า ก า ร ส า ข า ต่ า ง ๆ จึงน่าจะมีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรโดยร่วมเป็นคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรในแต่ละสาขา เพื่อสร้างหลักสูตรที่สมเหตุสมผลและสมจริงทางวิชาการ 7.2 ข้อมูลจากสถานประกอบการ เป็นแหล่งข้อมูลที่สาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรไม่สมควรมองข้าม เ พ ร า ะ ห ลั ก สู ต ร จ ะ ต้ อ ง ผ ลิ ต ค น สู่ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ต่า ง ๆ ใ น สั ง ค ม โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ใ น ร ะ ดั บ อ า ชี ว ศึ ก ษ า ความต้องการของสถานประกอบการเป็นข้อมูลสาคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรควรนาไปพิจารณา เพื่อจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนให้ผู้จบหลักสูตรสามารถเข้าไปสู่สถานประกอบการได้อย่างมีประสิท ธิภาพ 8. ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับโรงเรียน ชุมชนหรือสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่ ข้อมูลที่สาคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรศึกษาวิเคราะห์ คือข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพทั่วไปของโรงเรียน เช่น ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ จ า น ว น ค รู ใ น โ ร ง เ รี ย น จานวนอาคารสถานที่หรือห้องเรียน จานวนอุป กรณ์และศักยภาพของโรงเรียน มาก ที่สุ ด นอกจากนี้ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนและสภาพสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็เป็นข้อมูลที่ผู้จัดทาหลักสูตรหรือพัฒนาห ลั ก สู ต ร จ ะ ต้ อ ง ศึ ก ษ า เ ช่น ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ ส ภ า พ ภู มิ ศ า ส ต ร์ ที่ ตั้ ง ห รื อ สั ง ค ม โ ด ย ทั่ ว ไ ป ข อ ง ผู้ ใ ช้ ห ลั ก สู ต ร ห รื อ โ ร ง เ รี ย น นั้ น เ ป็ น อ ย่า ง ไ ร ก า ร ส นั บ ส นุ น ห รื อ ค ว ามร่ว มมือ ข อ ง ชุมช น สั ง ค มที่ มีต่อ โ ร ง เ รี ย น เ ป็ น อ ย่าง ไร ข้อมูลดังกล่าวจะเ ป็ นประโยชน์ในการจัดทาหลักสูตร เช่น การกาหนดวิชาเรียน ต่าง ๆ เพราะบางรายวิชาสภาพชุมชนและสัง คมไม่สามารถเอื้ออาน วยหรื อส่งเสริ มเท่าที่ ค วร
  • 18.
    การศึกษาก็ไ ม่บร รลุผ ล เ พ ราะ ฉะ นั้ น การศึกษา ข้อ มูลเ กี่ยว กับ โรง เ รี ยน ชุมช น แ ล ะ สั ง ค ม ที่ โ ร ง เ รี ย น ตั้ ง อ ยู่จึ ง เ ป็ น สิ่ ง ที่ ส า คัญ ที่ ผู้ จั ด ท า ห ลัก สู ต ร ต้ อ ง ศึ ก ษ า เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ข้ อ มู ล ม า จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร ที่ โ ร ง เ รี ย น ต่ า ง ๆ สามารถนาไปใช้ใน การจัดการเ รี ยน การสอน ได้อย่าง มีประ สิ ทธิ ภาพ ซึ่ง ข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้สามารถค้นคว้าและหาข้อมูลได้จากเอกสารในการรายงานต่างๆ การสารวจ สอบถาม และการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวข้อง เช่น คนในชุมชน ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้ ที่ ส า เ ร็ จ ก า ร ศึ ก ษ า ซึ่งการศึกษาข้อมูลดังกล่าวจาเป็นสาหรับการพัฒนาหลักสูตรทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ห ลัก สู ต ร ที่ ทุ ก โ ร ง เ รี ย น ส า มา ร ถ น า ไ ป ใ ช้ไ ด้อ ย่า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ โ ด ย เ ฉ พ า ะ ห ลั ก สู ต ร ร ะ ดั บ ท้ อ ง ถิ่ น ข้ อ มู ล ดั ง ก ล่า ว มี ค ว า ม ส า คั ญ อ ย่า ง ยิ่ ง ผู้พัฒนาหลักสูตรระดับท้องถิ่นจะต้องให้ความสาคัญเพื่อที่จะเสริมสร้างได้หลักสูตรที่เหมาะสมและตอบส นองต่อท้องถิ่นนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ 9. ข้อมูลพื้นฐานทางประวัติศาสตร์และการศึกษาหลักสูตรเดิม ประวัติศาสตร์ มีความสาคัญต่อชีวิตและ การกระทาใน ปั จจุบัน ดังคากล่าวที่ว่า ปัจจุบันผลของ อดีตและ อนาคตเ ป็ นผลปั จจุบัน เพราะฉะนั้นข้อมูลทาง ประวัติศา สต ร์ และการศึกษาหลักสูตรในอดีตย่อมมีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและการจัดทาหลักสูตรในปัจจุบัน ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย กับ ป ร ะ วัติ ศ า ส ต ร์ ไ ท ย มี ค ว า ม ผู ก พั น กัน อ ย่า ง แ น่ น แ ฟ้ น เ พ ร า ะ เ ห ตุ ก า ร ณ์ ใ น ช า ติ ย่ อ ม มี ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ก า ร ศึ ก ษ า เ ส ม อ นักการศึกษาและนักพัฒนาหลักสูตรจึงจาเป็นต้องมีความรู้หรือข้อมูลศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติ ร ว ม ทั้ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ค ว บ คู่ กั น ไ ป เพราะเราต้องอาศัยพื้นฐานทางประวัติศาสตร์มาช่วยในการจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรในปัจจุบัน การศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะทาให้เราเห็นภาพรวมความเจริญของชาติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม การเมือง และวัฒนธรรมในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบที่มีต่อการศึกษา ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้นักพัฒนาหลักสูตรต้องวิเคราะห์ว่าการจัดการศึกษาหรือการจัดหลักสูตรอย่างนั้นในสภา พเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในขณะนั้นมีความถูกต้องและเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ส่ ว น ใ ด เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ห รื อ จั ด ห ลั ก สู ต ร ที่ ดี ส่ ว น ใ ด เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ก า ร จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร ที่ ผิ ด พ ล า ด แ ก่ผู้ จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร การวิเคราะห์อดีตจะช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน การที่ต้อง มีการวิเ คราะ ห์ ห ลักสู ตรเ ก่าเ นื่ อง จากใ น การพัฒน าห ลักสู ตรนั้ น เ ร า ตั้ ง ต้ น จ า ก สิ่ ง ที่ เ ร า มี อ ยู่ ห รื อ ใ ช้ อ ยู่ จุดประสงค์ของการวิเคราะห์ก็เพื่อตรวจสอบหลักสูตรที่ใช้อยู่นั้นดีหรือไม่อย่างไร อะไรที่ดีอยู่แล้ว
  • 19.
    มีอะไรที่บกพร่อง ล้าสมัย หรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จุด เ ด่ น จุ ด ด้ อ ย ข้ อ ดี ข้ อ บ ก พ ร่ อ ง ข อ ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ต่ า ง ๆ ของหลักสูตรทั้งในแง่ของประสิทธิภาพของการนาไปใช้ รวมทั้งความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเ หล่านี้ เ ป็ น ข้อมูลใ น อดีตที่มีคุณค่าแก่การจัดทาหรื อพัฒน าหลักสู ตรปั จ จุ บัน ในการศึกษาประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์การศึกษาควบคู่กันไปนั้น ธารง บัวศรี (2532:128) ไ ด้ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ว่ า ห า ก ล อ ง ตั้ ง ค า ถ า ม ต่ า ง ๆ แล้วลองพิจารณาหาคาตอบจะช่วยให้เห็นความเหมาะสมของการจัดการศึกษาในขณะนั้น ตัวอย่างคาถาม เ ช่น ปั ญ ห า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ล ะ ก า ร เ มื อ ง ใ น ข ณ ะ นั้ น เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร การจัดการศึกษามีจุดมุ่งหมายจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรื อไม่วิธีการที่ช่วยแก้ไขปัญหาช่วยได้หรือไม่ การจัดการศึกษามีส่วนช่วยให้ยกระดับเศรษฐกิจหรือทาให้ระบบสังคมดีขึ้นหรือไม่ มีสิ่งชี้บอกใดหรือไม่ ที่แสดงว่าหลักสู ตรได้คานึงถึง ความแตกต่างระ หว่างบุคคลหรื อพัฒนาการของผู้เ รี ยน ห ลัก สู ต ร ไ ด้ส่ง เ ส ริ มก า ร ถ่าย ท อ ด วัฒ น ธ ร ร มห รื อ ป รั บ ป รุ ง วัฒน ธร ร มอ ย่าง ไร ห ลั ก สู ต ร มี ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม จิ ต ส า นึ ก ใ น ก า ร ช่ ว ย ต น เ อ ง ห รื อ ไ ม่ เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น ถ้ า นั ก พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ไ ด้ ศึ ก ษ า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ และนาประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์หาคาตอบจากคาถามเหล่านี้หรือคาถามอื่นที่มีประโยชน์เหมาะสมที่จะช่ว ยให้ได้คาตอบที่เป็นประโยชน์และเป็นข้อมูลในการจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรในปัจจุบันได้เป็นอย่าง ดี สรุป(Summary) ข้อมูลหรื อประ อง ค์ประกอบต่างๆ ที่จาเป็ นในการพัฒนาหลักสู ตรมีมา ก มาย เพราะการพัฒนาหลักสูตรเป็นงานที่มีขอบเขตกว้างขวางจึงจาเป็นต้องอาศัยกาลังคนและกาลังสมองจากกลุ่ มคนหลายๆ กลุ่ม เช่น นักวิชาการ นักวิจัย นักจิตวิทยา นักสังคมศาสตร์ นักการศึกษา นักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง สถานประกอบการ และคนในชุมชน การพัฒนาหลักสู ตรที่สมบูรณ์และ รอบคอบจาเ ป็ น ต้อง อาศัยข้อมูลจากบุคคลเ ห ล่านี้ จึงจะเป็นหลักสูตรพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการทางการศึกษา ตอบสนองต่อผู้เรียน และตอบสนองต่อสังคม ข้อมูลพื้นฐานเป็นข้อมูลในด้านต่างๆ ที่จาเป็นซึ่งนักพัฒนาหลักจะต้องศึกษาวิเคราะห์ และใช้ประกอบการพิจารณาในการสร้างหรือจัดทาหลักสูตรในทุกองค์ประกอบของหลักสูตร อันได้แก่ ข้อมูลทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การพัฒนาการทางเทคโนโลยี ประ วัติศาสตร์ การศึกษา หลักสู ตรเ ดิม ข้อมูลจากบุคลากรและ จิตวิทยาการ ศึ ก ษ า ก า ร ศึ ก ษ า ข้อ มูล พื้ น ฐ า น เ ป็ น ขั้ น ต อ น แ ร ก สุ ด ข อง ก ระ บ ว น ก า รพัฒน าห ลักสู ตร
  • 20.
    ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวจะนาไปใช้ในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรในขั้นตอน ต่างๆ ตั้งแต่กระบวนการกาหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร กระบวนการกาหนดเนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ กระบวนการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและกระบวนการประเมินผลเพื่อให้ได้หลักสูตรที่สอดคล้องกั บความต้องการของผู้เรียนและสังคมอีกทั้งเหมาะสมกับลักษณะโครงสร้างของความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และเป็นหลักสูตรที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศชาติไปในทิศทางที่ต้องการได้