1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6
ปีการศึกษา 2559
ชื่อโครงงาน
การค้นพบตัวเองก่อนออกสู่โลกกว้าง
ชื่อผู้ทาโครงงาน
1. นางสาว ณัฏฐา รอดชะเอม เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 6
2. นางสาวพนิดา คาเขื่อน เลขที่ ชั้น ม.6 ห้อง 6
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
1.นางสาว ณัฏฐา รอดชะเอม เลขที่ 18
2. นางสาวพนิดา คาเขื่อน เลขที่ 33
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
การค้นพบตัวเองก่อนออกสู่โลกกว้าง
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
The finding themselves before stepping into the world
ประเภทโครงงาน โครงงานการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาว ณัฏฐา รอดชะเอม เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 6
2. นางสาวพนิดา คาเขื่อน เลขที่ ชั้น ม.6 ห้อง 6
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
เราอาจจะยึดติดกับค่านิยมที่ชีวิตที่ดีคือการมีเงินเยอะๆค่าตอบแทนสูงๆทางานมั่นคงแต่ในความ
เป็นจริงแล้ว บางทีคุณภาพชีวิตและความสุขที่แท้ไม่ได้อยู่ที่นี่แต่มันคือการที่ตื่นขึ้นมาแล้วได้ทาสิ่งที่
เรารักมันจริงๆรับรู้ว่าสิ่งที่เราทามีค่ากับตัวเองและคนอื่นในครอบครัวรวมถึงในสังคมที่เราอยู่อาศัยไม่
เดือดร้อนผู้อื่นคือการที่เรารู้สึกตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตว่าเรามีประโยชน์ต่อสังคมเราเลือกที่จะมี
ชีวิตแบบไหนก็ได้แต่อย่าลืมว่าพ่อกับแม่ไม่สามารถอยู่กับเราได้ไปตลอดชีวิต สิ่งที่อยู่กับเราไปตลอด
ชีวิตคือสิ่งที่ตัวเราเองได้เลือก
3
ถ้าจะค้นพบตัวเองให้เจอสิ่งที่สาคัญคือการที่เราต้องรู้จักตนเองให้ดีเสียก่อนเพราะตัวเราเอง
เท่านั้นที่จะรู้ตัวเราเองได้ดีที่สุดไม่ใช่ผู้อื่นต้องรู้ถึงความต้องการและเป้าหมายของตนเอง ต้องศึกษาว่า
ตนเองชอบในการเรียนด้านไหน นิสัยเป็นอย่างไร เราถนัดวิชาอะไรและไม่ชื่นชอบวิชาไหนชอบใน
การทางานแบบไหนสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบอกเราได้ว่าในอนาคตเราจะเรียนทางด้านไหนและทางาน
อะไรได้เพราะอาชีพในอนาคตเป็นสิ่งที่สาคัญมาก หากเราไม่รู้จักตนเองให้ดีเสียก่อนจะส่งผลให้การ
เลือกศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยเป็นไปได้ยากเพราะไม่มีเป้าหมายที่แน่จัดในอนาคตอาจทาให้เรา
เลือกศึกษาต่อในคณะสาขาวิชาชีพที่เราไม่ชอบทาให้ส่งผลเสียอยากมาโดยเฉพาะในอนาคตเพราะเรา
ต้องอยู่กับอาชีพที่เราเลือกไปตลอดชีวิต
ในช่วงชีวิตมอปลายเป็นช่วงที่สาคัญมากที่สุดในชีวิตหากเรารู้ตัวเองเร็วก็จะย่อมส่งผลดีให้แก่ตัว
เราและคนรอบข้างหากเรารู้ตนเองดีพอแล้วจะส่งผลให้เราสามารถเลือกอาชีพตามความเหมาะสมของ
ตนเองจะทาให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคตอย่างมีความสุขได้ทางานที่ต้องเองรักได้ผลตอบแทนที่
ดีทาให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไม่สร้างความเด็ดร้อนให้แก่ผู้อื่น
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1.เพื่อเป็นการสารวจตนเองก่อนเลือกลงมือทาบางสิ่งบางอย่าง
2.เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3.เป็นตัวช่วยสาหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจในตนเอง
4.เพื่อตระหนักถึงความสาคัญในการศึกษาต่อในระดับมหาลัย
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
สารวจเกี่ยวกับการตัดสินใจในการเข้ามหาวิทยาลัยในการเลือกคณะที่จะศึกษาต่อ
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
ใช้หลัก7stepในการรู้จักตนเองในการช่วยทาให้รู้จักตนเองมากขึ้น
4
1. ทาความรู้จักตัวเองอย่างสุดๆ
วิธีการนี้ ได้มาจากพี่โหน่ง- วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ (ผู้ก่อตั้งนิตยสาร a day) ในหนังสือ a
day story ที่เล่าถึงเรื่องราวกว่าที่จะมาเป็น a day อย่างทุกวันนี้
ในสมัยที่พี่โหน่งเรียนจบใหม่ๆและอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง วิธีการหนึ่งในการตอบคาถาม
ที่ว่า “เราอยากทาอาชีพอะไร” ที่พี่โหน่งได้ใช้ ก็คือการหยิบกระดาษใหญ่ๆขึ้นมาแผ่นหนึ่ง แบ่งเป็น
สองซีก ซีกแรกให้เขียนสิ่งที่ตัวเองชอบลงไปให้หมด เช่นชอบวาดรูป ชอบเที่ยว ชอบคุยกับคน
ชอบคิดเพ้อฝัน ฯลฯ ส่วนอีกซีก ก็เขียนในสิ่งที่ตรงข้ามกัน เช่น ไม่ชอบการอยู่ในระเบียบ ไม่ชอบ
ทางานออฟฟิศ ฯลฯ
หลังจากรู้จักความชอบ-ไม่ชอบของตัวเองเสร็จแล้ว ก็หยิบกระดาษขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่ง แล้ว
แบ่งเป็นสองซีกเช่นเดียวกัน ซีกแรก เขียนสิ่งที่เราถนัดทั้งหมดลงไป เราทาสิ่งไหนได้ดี มีคนชม ก็
เขียนมันลงไป ส่วนอีกซีก ก็ตรงข้ามกัน คือเขียนสิ่งที่ไม่ถนัดลงไป
นี่คิดขั้นแรกของการรู้จักตัวเอง เพราะเราคงหางานที่เหมาะกับเราไม่ได้ หากเราไม่รู้ว่าตัว
เราเองเป็นยังไง
2. ออกนอกกะลา – หาประสบการณ์ –เพิ่มทางเลือกให้ชีวิต
อาชีพบนโลกนี้ มันมีหลากหลายมากกว่าที่เราคิดมากนัก ยิ่งเห็นโลกมาก ก็ยิ่งมีทางเลือกให้
เลือกเดินมาก ในการนี้ ไม่จาเป็นต้องแบกเป้ออกเดินทางเท่านั้น เราสามารถนั่งอยู่กับบ้าน แล้ว
เดินทางไปพร้อมๆกับการอ่านหนังสือได้ อย่างเช่นนิตยสาร a day, นิตยสาร ฅ คน หรือหนังสือบท
สัมภาษณ์ผู้คนต่างๆ นั่นแหละคือไกด์นาทางชั้นดี ที่จะพาเราไปเห็นการใช้ชีวิตและการประกอบ
อาชีพของผู้คนที่หลากหลาย ทาให้รู้ว่าบนโลกนี้มันมีอะไรให้ทามากกว่าที่เราคิดมากมายนัก
5
เมื่อเห็นทางเลือกมากๆแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือต้องเลือกว่า อันไหนล่ะที่จะเหมาะกับเรา
3. ตั้งคาถามอย่างจริงจังและหมั่นสังเกตตัวเอง
หากเราไม่คิดจะตั้งคาถาม ไม่คิดค้นหา แค่ทาในสิ่งที่เป็นอยู่ไปวันๆ เมื่อนั้นก็คงไม่ได้รับ
คาตอบ
อยากได้คาตอบ ก็ต้องตั้งคาถาม … แต่อย่าลืมว่า มันอาจไม่ได้มาในทันทีทันใด บางครั้งมัน
ก็ต้องใช้ระยะเวลา อย่าใจร้อน ไม่ใช่ถามครั้งเดียวแล้วพอไม่ได้คาตอบก็เลิกถาม…มันไม่ใช่
ระหว่างที่เดินทางเปิดกะลาในข้อสอง เราก็ต้องหมั่นสังเกตตัวเองว่า เรารู้สึกกับอาชีพต่างๆ
ที่ได้รู้จักนั้นอย่างไร อาชีพไหนที่เราอ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้น ตาโต อันไหนที่ทาให้รู้สึกหัวใจเต้น
แรง รู้สึกเกิดแรงอิจฉาว่า “เฮ้ย….อยากทาอย่างนี้มั่งจัง” ถ้าสังเกตตัวเองชัดๆ มันจะได้อาชีพที่ผ่าน
เข้ารอบมาในจิตใจจานวนหนึ่ง
4. โยนคาว่า “เป็นไปไม่ได้” ไปไกลๆ
นี่คือข้อที่ฉันรู้สึกว่าสาคัญที่สุดในการค้นพบความฝัน
ในวันที่ฉันค้นพบความฝันของตัวเองนั้น คือช่วงเวลาที่ฉันกาลังอ่านบทสัมภาษณ์ทีมงาน
นิตยสารเล่มหนึ่ง ระหว่างที่อ่านก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในจิตใจ รู้สึกหัวใจเต้นแรง
แปลกๆ เลยลองหยุดอ่านแล้วถามตัวเองว่ามันเกิดอะไรกับจิตใจของเรา
คาตอบที่ได้มาจากส่วนลึกในใจพบว่า “มันคือความอิจฉา เราว่าเราอยากทาแบบนั้นบ้าง”
แต่ทันใดนั้น ความคิดอีกฟากฝั่งในใจก็สวนกลับมาว่า “จะเป็นไปได้ยังไง โอกาสมันน้อย
มากนะ นิตยสารแนวที่อยากทาก็มีอยู่แค่ 2-3 เล่ม ประสบการณ์ก็ไม่มี มันยากมากนะที่จะได้ทางาน
นี้ คิดหาทางอื่นดีไหม”
แต่ก่อนที่ความกลัวจะครอบงาจิตใจ ฉันก็ลองบอกตัวเองก่อนว่า “โยนคาว่าเป็นไปไม่ได้
ทิ้งไปก่อน แล้วถามตัวเองดีๆก่อน ว่านี่น่ะ ใช่สิ่งที่อยากทาจริงๆหรือเปล่า”
เมื่อคาตอบโป๊ะเชะว่า “ใช่” …. ก็ นั่นไง ค้นพบแล้ว
ซึ่งถ้าถามว่าทาไมเพิ่งมาค้นพบเอาป่านนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้หรือ เมื่อคิด
ทบทวนดูล้วก็พบว่า “เคย” …… แต่ทุกครั้งที่รู้สึก มันกลับถูกคาว่า “เป็นไปไม่ได้” ครอบงาไว้จนทา
ให้เรามองข้ามไอ้ความรู้สึกหัวใจเต้นแรงนั้นไป สิ่งที่ควรจะพบ ก็เลยไม่พบสักที
วางคาว่าเป็นไปไม่ได้เอาไว้ก่อน เพื่อที่จะ “ค้นพบ” ตัวเองว่าชอบอะไร
“ค้นพบ”ให้ได้ก่อน … ส่วนจะทาหรือไม่ทา …. ไว้ค่อยคิดทีหลังก็ได้
6
5. พิสูจน์ความฝัน ตอกย้าความเชื่อ
เมื่อเจออาชีพที่อยากทา แค่นั้นยังไม่พอ เราต้องหาข้อมูลเพื่อให้รู้จักงานนั้นทุกแง่ทุกมุม
เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นอ่านสัมภาษณ์ พูดคุยกับคนอาชีพนั้น ว่าถ้าเราทา เราจะต้องเจออะไรบ้าง
เพราะผู้คนจานวนมาก ใฝ่ฝันถึงอาชีพนั้นนี้ในแง่มุมที่มีแต่ความสวยงาม โดยลืมมองไปว่า
ทุกอาชีพย่อมมีแง่มุมที่ยากลาบากและมีปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น อย่างเช่นการทานิตยสาร ถ้ามองผิวเผิน
ก็เหมือนว่าน่าสนุก ได้เจอกับผู้คนมากมาย ได้เที่ยว ได้เจออะไรใหม่ๆทุกวัน ไม่ต้องตอกบัตร ไม่
ต้องใส่สูทผูกไทด์ ฯลฯ แต่นั่น…มันก็แค่แง่มุมเดียว ก่อนจะทา เราก็ต้องรู้ด้วยว่าในอีกมุมหนึ่ง มันก็
เครียดนะ งานเร่งนะ ต้องอดนอนนะ เสาร์อาทิตย์บางทีก็ไม่ได้หยุดนะ ฯลฯ
เราต้องเห็นทั้งสองแง่มุม แล้วถามตัวเองว่าเรารับมันได้ไหม เรายังอยากทามันอยู่หรือ
เปล่า และสุดท้าย …รับรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องพิสูจน์โดยการลงมือทาด้วย ลองดูสิว่า เราอยู่กับมัน
ได้ไหม ถ้าอยู่ได้ก็ใช่เลย
6. อย่ากังวลเรื่องความสามารถ
อย่าถามตัวเองว่า “เราจะทาได้เหรอ ”
แต่ให้ถามตัวเองว่า “อยากทามันหรือเปล่าล่ะ”
ถ้าอยากทาซะอย่าง ฉันก็เชื่อว่า “ความอยาก…เอาชนะ…ความยาก” ได้
“ความเก่ง” ไม่สาคัญเท่ากับ “ความอยากเก่ง”
และ “ความอยากเก่ง” ก็อาจไม่สาคัญเท่ากับ “ความเชื่อที่ว่าเราจะเก่งขึ้นได้”
แน่นอนว่าเราไม่ได้เก่งทุกอย่างมาตั้งแต่เกิด คนเราไม่ได้เกิดมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ
แต่เราเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการพัฒนา …. พัฒนาในสิ่งที่เรารัก
แม้ว่าสิ่งนั้นมันจะยาก มันอาจดูเกินความสามารถของเรา แต่ถ้าหากมันเป็นสิ่งที่เรารัก
“ถึงจะยาก….เราก็อยากสู้” ใช่ไหมล่ะ
7. ลงมือทาและกัดไม่ปล่อย
หากพบแล้วว่าสิ่งนั้นคือความฝัน
ความฝันจะไม่มีค่าเลย หากเราไม่ลงมือทา
ก็อย่างที่พี่โตโต้บอกไว้ มันไม่มีประโยชน์ที่มัวแต่นั่งฝัน แต่ไม่ก้าวเดิน
เวลาสมัครงาน คาพูดที่แสดงความตั้งใจสิบหน้า มันมีค่าไม่เท่ากับผลงานหรอก
ถ้ารักสิ่งนั้นจริงน่ะ ไม่ต้องพูดมากหรอก ลงมือทาให้เห็นเลยดีกว่า
7
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
แนวทางในการดาเนินงานทาโครงงานเมื่อเราได้หัวข้อในการศึกษาแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเก็บ
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อของเราโดยหาจากในอินเทอร์เน็ตจากหลายแหล่งมารวมกันและ
ผสมผสานข้อมูลเข้าด้วยกันโดยนาข้อมูลที่เชื่อถือได้เท่านั้นในการตัดสินใจมาทาโครงงานนี้พอเสร็จ
แล้วก็ทาการตรวจสอบและแก้ไขก่อนที่จะนาเสนอโครงงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์
งบประมาณ
งบประมาณทั้งสิ้นรวม 15 บาท แบ่งออกเป็นแผ่นซีดีจานวน 5 บาทและกล่องในจานวน 10 บาท
8
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดั
บ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอ
บ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
1
6
1
7
1 คิดหัวข้อโครงงาน  พนิดา
2 ศึกษาและค้นคว้า
ข้อมูล
      ณัฏฐา
พนิดา
3 จัดทาโครงร่างงาน   ณัฏฐา
4 ปฏิบัติการสร้าง
โครงงาน
 พนิดา
ณัฏฐา
5 ปรับปรุงทดสอบ   พนิดา
6 การทาเอกสารรายงาน   พนิดา
7 ประเมินผลงาน  ณัฏฐา
8 นาเสนอโครงงาน  พนิดา
ณัฏฐา
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
คาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่สามารถค้นพบตนเองได้ให้รู้เกี่ยวกับตนเองมากขึ้นช่วยให้มี
ความเป็นอยู่ในอนาคตได้ดีขึ้น
สถานที่ดาเนินการ
บ้าน โรงเรียน ร้านกาแฟ
9
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มสาระการงานอาชีพและแนะแนว
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
http://www.unigang.com/Article/12339
https://www.arealme.com/career/th/
http://www.admissionpremium.com/adplanning/intro

งานคอมเฟินแอ้น

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปีการศึกษา 2559 ชื่อโครงงาน การค้นพบตัวเองก่อนออกสู่โลกกว้าง ชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาว ณัฏฐา รอดชะเอม เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 6 2. นางสาวพนิดา คาเขื่อน เลขที่ ชั้น ม.6 ห้อง 6 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 1.นางสาว ณัฏฐา รอดชะเอมเลขที่ 18 2. นางสาวพนิดา คาเขื่อน เลขที่ 33 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) การค้นพบตัวเองก่อนออกสู่โลกกว้าง ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) The finding themselves before stepping into the world ประเภทโครงงาน โครงงานการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาว ณัฏฐา รอดชะเอม เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 6 2. นางสาวพนิดา คาเขื่อน เลขที่ ชั้น ม.6 ห้อง 6 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2559 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) เราอาจจะยึดติดกับค่านิยมที่ชีวิตที่ดีคือการมีเงินเยอะๆค่าตอบแทนสูงๆทางานมั่นคงแต่ในความ เป็นจริงแล้ว บางทีคุณภาพชีวิตและความสุขที่แท้ไม่ได้อยู่ที่นี่แต่มันคือการที่ตื่นขึ้นมาแล้วได้ทาสิ่งที่ เรารักมันจริงๆรับรู้ว่าสิ่งที่เราทามีค่ากับตัวเองและคนอื่นในครอบครัวรวมถึงในสังคมที่เราอยู่อาศัยไม่ เดือดร้อนผู้อื่นคือการที่เรารู้สึกตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตว่าเรามีประโยชน์ต่อสังคมเราเลือกที่จะมี ชีวิตแบบไหนก็ได้แต่อย่าลืมว่าพ่อกับแม่ไม่สามารถอยู่กับเราได้ไปตลอดชีวิต สิ่งที่อยู่กับเราไปตลอด ชีวิตคือสิ่งที่ตัวเราเองได้เลือก
  • 3.
    3 ถ้าจะค้นพบตัวเองให้เจอสิ่งที่สาคัญคือการที่เราต้องรู้จักตนเองให้ดีเสียก่อนเพราะตัวเราเอง เท่านั้นที่จะรู้ตัวเราเองได้ดีที่สุดไม่ใช่ผู้อื่นต้องรู้ถึงความต้องการและเป้าหมายของตนเอง ต้องศึกษาว่า ตนเองชอบในการเรียนด้านไหน นิสัยเป็นอย่างไรเราถนัดวิชาอะไรและไม่ชื่นชอบวิชาไหนชอบใน การทางานแบบไหนสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบอกเราได้ว่าในอนาคตเราจะเรียนทางด้านไหนและทางาน อะไรได้เพราะอาชีพในอนาคตเป็นสิ่งที่สาคัญมาก หากเราไม่รู้จักตนเองให้ดีเสียก่อนจะส่งผลให้การ เลือกศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยเป็นไปได้ยากเพราะไม่มีเป้าหมายที่แน่จัดในอนาคตอาจทาให้เรา เลือกศึกษาต่อในคณะสาขาวิชาชีพที่เราไม่ชอบทาให้ส่งผลเสียอยากมาโดยเฉพาะในอนาคตเพราะเรา ต้องอยู่กับอาชีพที่เราเลือกไปตลอดชีวิต ในช่วงชีวิตมอปลายเป็นช่วงที่สาคัญมากที่สุดในชีวิตหากเรารู้ตัวเองเร็วก็จะย่อมส่งผลดีให้แก่ตัว เราและคนรอบข้างหากเรารู้ตนเองดีพอแล้วจะส่งผลให้เราสามารถเลือกอาชีพตามความเหมาะสมของ ตนเองจะทาให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคตอย่างมีความสุขได้ทางานที่ต้องเองรักได้ผลตอบแทนที่ ดีทาให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไม่สร้างความเด็ดร้อนให้แก่ผู้อื่น วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อเป็นการสารวจตนเองก่อนเลือกลงมือทาบางสิ่งบางอย่าง 2.เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3.เป็นตัวช่วยสาหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจในตนเอง 4.เพื่อตระหนักถึงความสาคัญในการศึกษาต่อในระดับมหาลัย ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) สารวจเกี่ยวกับการตัดสินใจในการเข้ามหาวิทยาลัยในการเลือกคณะที่จะศึกษาต่อ หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) ใช้หลัก7stepในการรู้จักตนเองในการช่วยทาให้รู้จักตนเองมากขึ้น
  • 4.
    4 1. ทาความรู้จักตัวเองอย่างสุดๆ วิธีการนี้ ได้มาจากพี่โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ (ผู้ก่อตั้งนิตยสาร a day) ในหนังสือ a day story ที่เล่าถึงเรื่องราวกว่าที่จะมาเป็น a day อย่างทุกวันนี้ ในสมัยที่พี่โหน่งเรียนจบใหม่ๆและอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง วิธีการหนึ่งในการตอบคาถาม ที่ว่า “เราอยากทาอาชีพอะไร” ที่พี่โหน่งได้ใช้ ก็คือการหยิบกระดาษใหญ่ๆขึ้นมาแผ่นหนึ่ง แบ่งเป็น สองซีก ซีกแรกให้เขียนสิ่งที่ตัวเองชอบลงไปให้หมด เช่นชอบวาดรูป ชอบเที่ยว ชอบคุยกับคน ชอบคิดเพ้อฝัน ฯลฯ ส่วนอีกซีก ก็เขียนในสิ่งที่ตรงข้ามกัน เช่น ไม่ชอบการอยู่ในระเบียบ ไม่ชอบ ทางานออฟฟิศ ฯลฯ หลังจากรู้จักความชอบ-ไม่ชอบของตัวเองเสร็จแล้ว ก็หยิบกระดาษขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่ง แล้ว แบ่งเป็นสองซีกเช่นเดียวกัน ซีกแรก เขียนสิ่งที่เราถนัดทั้งหมดลงไป เราทาสิ่งไหนได้ดี มีคนชม ก็ เขียนมันลงไป ส่วนอีกซีก ก็ตรงข้ามกัน คือเขียนสิ่งที่ไม่ถนัดลงไป นี่คิดขั้นแรกของการรู้จักตัวเอง เพราะเราคงหางานที่เหมาะกับเราไม่ได้ หากเราไม่รู้ว่าตัว เราเองเป็นยังไง 2. ออกนอกกะลา – หาประสบการณ์ –เพิ่มทางเลือกให้ชีวิต อาชีพบนโลกนี้ มันมีหลากหลายมากกว่าที่เราคิดมากนัก ยิ่งเห็นโลกมาก ก็ยิ่งมีทางเลือกให้ เลือกเดินมาก ในการนี้ ไม่จาเป็นต้องแบกเป้ออกเดินทางเท่านั้น เราสามารถนั่งอยู่กับบ้าน แล้ว เดินทางไปพร้อมๆกับการอ่านหนังสือได้ อย่างเช่นนิตยสาร a day, นิตยสาร ฅ คน หรือหนังสือบท สัมภาษณ์ผู้คนต่างๆ นั่นแหละคือไกด์นาทางชั้นดี ที่จะพาเราไปเห็นการใช้ชีวิตและการประกอบ อาชีพของผู้คนที่หลากหลาย ทาให้รู้ว่าบนโลกนี้มันมีอะไรให้ทามากกว่าที่เราคิดมากมายนัก
  • 5.
    5 เมื่อเห็นทางเลือกมากๆแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือต้องเลือกว่า อันไหนล่ะที่จะเหมาะกับเรา 3.ตั้งคาถามอย่างจริงจังและหมั่นสังเกตตัวเอง หากเราไม่คิดจะตั้งคาถาม ไม่คิดค้นหา แค่ทาในสิ่งที่เป็นอยู่ไปวันๆ เมื่อนั้นก็คงไม่ได้รับ คาตอบ อยากได้คาตอบ ก็ต้องตั้งคาถาม … แต่อย่าลืมว่า มันอาจไม่ได้มาในทันทีทันใด บางครั้งมัน ก็ต้องใช้ระยะเวลา อย่าใจร้อน ไม่ใช่ถามครั้งเดียวแล้วพอไม่ได้คาตอบก็เลิกถาม…มันไม่ใช่ ระหว่างที่เดินทางเปิดกะลาในข้อสอง เราก็ต้องหมั่นสังเกตตัวเองว่า เรารู้สึกกับอาชีพต่างๆ ที่ได้รู้จักนั้นอย่างไร อาชีพไหนที่เราอ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้น ตาโต อันไหนที่ทาให้รู้สึกหัวใจเต้น แรง รู้สึกเกิดแรงอิจฉาว่า “เฮ้ย….อยากทาอย่างนี้มั่งจัง” ถ้าสังเกตตัวเองชัดๆ มันจะได้อาชีพที่ผ่าน เข้ารอบมาในจิตใจจานวนหนึ่ง 4. โยนคาว่า “เป็นไปไม่ได้” ไปไกลๆ นี่คือข้อที่ฉันรู้สึกว่าสาคัญที่สุดในการค้นพบความฝัน ในวันที่ฉันค้นพบความฝันของตัวเองนั้น คือช่วงเวลาที่ฉันกาลังอ่านบทสัมภาษณ์ทีมงาน นิตยสารเล่มหนึ่ง ระหว่างที่อ่านก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในจิตใจ รู้สึกหัวใจเต้นแรง แปลกๆ เลยลองหยุดอ่านแล้วถามตัวเองว่ามันเกิดอะไรกับจิตใจของเรา คาตอบที่ได้มาจากส่วนลึกในใจพบว่า “มันคือความอิจฉา เราว่าเราอยากทาแบบนั้นบ้าง” แต่ทันใดนั้น ความคิดอีกฟากฝั่งในใจก็สวนกลับมาว่า “จะเป็นไปได้ยังไง โอกาสมันน้อย มากนะ นิตยสารแนวที่อยากทาก็มีอยู่แค่ 2-3 เล่ม ประสบการณ์ก็ไม่มี มันยากมากนะที่จะได้ทางาน นี้ คิดหาทางอื่นดีไหม” แต่ก่อนที่ความกลัวจะครอบงาจิตใจ ฉันก็ลองบอกตัวเองก่อนว่า “โยนคาว่าเป็นไปไม่ได้ ทิ้งไปก่อน แล้วถามตัวเองดีๆก่อน ว่านี่น่ะ ใช่สิ่งที่อยากทาจริงๆหรือเปล่า” เมื่อคาตอบโป๊ะเชะว่า “ใช่” …. ก็ นั่นไง ค้นพบแล้ว ซึ่งถ้าถามว่าทาไมเพิ่งมาค้นพบเอาป่านนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้หรือ เมื่อคิด ทบทวนดูล้วก็พบว่า “เคย” …… แต่ทุกครั้งที่รู้สึก มันกลับถูกคาว่า “เป็นไปไม่ได้” ครอบงาไว้จนทา ให้เรามองข้ามไอ้ความรู้สึกหัวใจเต้นแรงนั้นไป สิ่งที่ควรจะพบ ก็เลยไม่พบสักที วางคาว่าเป็นไปไม่ได้เอาไว้ก่อน เพื่อที่จะ “ค้นพบ” ตัวเองว่าชอบอะไร “ค้นพบ”ให้ได้ก่อน … ส่วนจะทาหรือไม่ทา …. ไว้ค่อยคิดทีหลังก็ได้
  • 6.
    6 5. พิสูจน์ความฝัน ตอกย้าความเชื่อ เมื่อเจออาชีพที่อยากทาแค่นั้นยังไม่พอ เราต้องหาข้อมูลเพื่อให้รู้จักงานนั้นทุกแง่ทุกมุม เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นอ่านสัมภาษณ์ พูดคุยกับคนอาชีพนั้น ว่าถ้าเราทา เราจะต้องเจออะไรบ้าง เพราะผู้คนจานวนมาก ใฝ่ฝันถึงอาชีพนั้นนี้ในแง่มุมที่มีแต่ความสวยงาม โดยลืมมองไปว่า ทุกอาชีพย่อมมีแง่มุมที่ยากลาบากและมีปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น อย่างเช่นการทานิตยสาร ถ้ามองผิวเผิน ก็เหมือนว่าน่าสนุก ได้เจอกับผู้คนมากมาย ได้เที่ยว ได้เจออะไรใหม่ๆทุกวัน ไม่ต้องตอกบัตร ไม่ ต้องใส่สูทผูกไทด์ ฯลฯ แต่นั่น…มันก็แค่แง่มุมเดียว ก่อนจะทา เราก็ต้องรู้ด้วยว่าในอีกมุมหนึ่ง มันก็ เครียดนะ งานเร่งนะ ต้องอดนอนนะ เสาร์อาทิตย์บางทีก็ไม่ได้หยุดนะ ฯลฯ เราต้องเห็นทั้งสองแง่มุม แล้วถามตัวเองว่าเรารับมันได้ไหม เรายังอยากทามันอยู่หรือ เปล่า และสุดท้าย …รับรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องพิสูจน์โดยการลงมือทาด้วย ลองดูสิว่า เราอยู่กับมัน ได้ไหม ถ้าอยู่ได้ก็ใช่เลย 6. อย่ากังวลเรื่องความสามารถ อย่าถามตัวเองว่า “เราจะทาได้เหรอ ” แต่ให้ถามตัวเองว่า “อยากทามันหรือเปล่าล่ะ” ถ้าอยากทาซะอย่าง ฉันก็เชื่อว่า “ความอยาก…เอาชนะ…ความยาก” ได้ “ความเก่ง” ไม่สาคัญเท่ากับ “ความอยากเก่ง” และ “ความอยากเก่ง” ก็อาจไม่สาคัญเท่ากับ “ความเชื่อที่ว่าเราจะเก่งขึ้นได้” แน่นอนว่าเราไม่ได้เก่งทุกอย่างมาตั้งแต่เกิด คนเราไม่ได้เกิดมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ แต่เราเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการพัฒนา …. พัฒนาในสิ่งที่เรารัก แม้ว่าสิ่งนั้นมันจะยาก มันอาจดูเกินความสามารถของเรา แต่ถ้าหากมันเป็นสิ่งที่เรารัก “ถึงจะยาก….เราก็อยากสู้” ใช่ไหมล่ะ 7. ลงมือทาและกัดไม่ปล่อย หากพบแล้วว่าสิ่งนั้นคือความฝัน ความฝันจะไม่มีค่าเลย หากเราไม่ลงมือทา ก็อย่างที่พี่โตโต้บอกไว้ มันไม่มีประโยชน์ที่มัวแต่นั่งฝัน แต่ไม่ก้าวเดิน เวลาสมัครงาน คาพูดที่แสดงความตั้งใจสิบหน้า มันมีค่าไม่เท่ากับผลงานหรอก ถ้ารักสิ่งนั้นจริงน่ะ ไม่ต้องพูดมากหรอก ลงมือทาให้เห็นเลยดีกว่า
  • 7.
    7 วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน แนวทางในการดาเนินงานทาโครงงานเมื่อเราได้หัวข้อในการศึกษาแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเก็บ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อของเราโดยหาจากในอินเทอร์เน็ตจากหลายแหล่งมารวมกันและ ผสมผสานข้อมูลเข้าด้วยกันโดยนาข้อมูลที่เชื่อถือได้เท่านั้นในการตัดสินใจมาทาโครงงานนี้พอเสร็จ แล้วก็ทาการตรวจสอบและแก้ไขก่อนที่จะนาเสนอโครงงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ งบประมาณ งบประมาณทั้งสิ้นรวม 15 บาทแบ่งออกเป็นแผ่นซีดีจานวน 5 บาทและกล่องในจานวน 10 บาท
  • 8.
    8 ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดั บ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอ บ 12 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 1 คิดหัวข้อโครงงาน  พนิดา 2 ศึกษาและค้นคว้า ข้อมูล       ณัฏฐา พนิดา 3 จัดทาโครงร่างงาน   ณัฏฐา 4 ปฏิบัติการสร้าง โครงงาน  พนิดา ณัฏฐา 5 ปรับปรุงทดสอบ   พนิดา 6 การทาเอกสารรายงาน   พนิดา 7 ประเมินผลงาน  ณัฏฐา 8 นาเสนอโครงงาน  พนิดา ณัฏฐา ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) คาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่สามารถค้นพบตนเองได้ให้รู้เกี่ยวกับตนเองมากขึ้นช่วยให้มี ความเป็นอยู่ในอนาคตได้ดีขึ้น สถานที่ดาเนินการ บ้าน โรงเรียน ร้านกาแฟ
  • 9.